หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 18 ก.พ. HBD Roberto Baggio  (อ่าน 1101 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
identity
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2009, 06:52:55 PM »

เหอะๆตั้งเรียกร้องความสนใจไปงั้นแหละครับ

เอวไว้วันที่ 18 ค่อยมาอัพ  ใครรู้ไม่รู้ก็แล้วแต่ละกันตั้งไว้เป็นปริศนาเรียกร้องความสนใจ


แต่อย่าลบก่อนเป็นพอแล้วกันครับ


หึๆจะดูว่ามีคนทายถูกมั้ย 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หากไม่นับนักเตะฮอลแลนด์และนักเตะมิลานแล้ว  บาจโจ้คงเป็นนักเตะที่ผมรักมากที่สุดกระมังครับ

นั่นไม่ใช่เพราะแค่ฝีเท้า  แต่รวมแล้วโดยตลอดทั้งหน้าตาและการวางตนต่างหากครับ 
ข้อมูลบาจโจ้  และที่สำคัญที่สุดคือเขานับถือศาสนาพุทธครับ 
--------------------------------------------------------------------------------------------

แฟ้มประวัติโรแบร์โต้ บักโจ้

ชื่อเต็ม: โรแบร์โต้ บักโจ้
เกิดเมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 1967 (ปัจจุบันอายุ 42 ปี)
สถานที่เกิด: วิเซนซ่า, อิตาลี
ส่วนสูง: 5 ฟุต 9 นิ้ว (174 เซนติเมตร)
ตำแหน่ง: กองหน้าตัวต่ำ


ประวัติในการเล่นฟุตบอล
ฤดูกาล 1982-1985.....สังกัดทีมวิเซนซ่า
ฤดูกาล 1985-1990.....สังกัดทีมฟิออเรนติน่า
ฤดูกาล 1990-1995.....สังกัดทีมยูเวนตุส
ฤดูกาล 1995-1997.....สังกัดทีมเอซี มิลาน
ฤดูกาล 1997-1998.....สังกัดทีมโบโลญญ่า
ฤดูกาล 1998-2000.....สังกัดทีมอินเตอร์ มิลาน
ฤดูกาล 2000-2004.....สังกัดทีมเบรสชา

กับทีมชาติอิตาลี
ติดทีมชาติทั้งหมดในช่วงปี 1988-2004 ลงเล่นทั้งหมด 56 เกม (ทำได้ 27 ประตู)





เส้นทางการค้าแข้งในช่วงที่เป็นนักฟุตบอล
บักโจ้เริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลครั้งแรกกับสโมสรวิเซนซ่าเมื่อปี 1981 ซึ่งตอนนั้นวิเซนซ่าเป็นทีมในระดับเซเรีย ซี, ก่อนที่ในปี 1985 จะเป็นฟิออเรนติน่าที่เห็นแววและจัดการคว้าตัวบักโจ้มาร่วมทีม โดยที่ฟลอเรนซ์บักโจ้สร้างผลงานได้โดดเด่นเป็นอย่างมากและเป็นที่รักของแฟนบอลที่นี่ ถึงขนาดที่คนในฟลอเรนซ์เทิดทูนเค้าราวกับพระเจ้า

ก่อนที่ในปี 1990 จะเป็นยูเวนตุสที่ทุ่มเงินกว่า 19 ล้านเหรียญ ($) คว้าตัวบักโจ้ไปร่วมทีมหลังจากเห็นผลงานในศึกฟุตบอลโลก ในปี 1990 ซึ่งอิตาลีเป็นเจ้าภาพ การย้ายทีมครั้งนี้ของบักโจ้ทำให้แฟนบอลของฟิออเรนติน่าพากันเดินออกมาประท้วงสโมสรด้วยความโกรธแค้นที่ขายนักเตะในดวงใจของพวกเค้า โดยบักโจ้ต้องออกมาบอกแฟนบอลเหล่านั้นว่า "การย้ายทีมไปสู่ยูเวนตุสนั้นได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว" แม้ว่าบักโจ้จะย้ายออกจากฟิออเรนติน่าท่ามกลางความไม่พอใจของแฟนบอล แต่ก็ไม่มีแฟนบอลคนไหนที่โกรธในการกระทำของบักโจ้เลย

ในปี 1993 บักโจ้พายูเวนตุสคว้าแชมป์ฟุตบอลรายการยูฟ่า คัพมาครองได้หลังจากที่เอาชนะโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ 6-1 (เยือน 3-1, เหย้า 3-0) และยังเป็นปีทองที่เค้าคว้าได้รับรางวัลต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของฟีฟ่า, รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของนิตยสารเวิล์ด ซอคเกอร์, ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของนิตยสารอ๊งซ์ มงดิอัล, ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของนิตยสารฟร๊องซ์ ฟุตบอล (บัลลงดอร์) และอีกมากมาย

บักโจ้คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้กับยูเวนตุสครั้งแรกเมื่อปี 1995 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกนับจากย้ายมาเมื่อปี 1990, ก่อนที่เค้าจะช๊อกความรู้สึกของแฟนบอลยูเวนตุสเมื่อปฏิเสธที่จะต่อสัญญาใหม่กับทีมโดยย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับอย่างเอซี มิลานในยุคที่มีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่เป็นประธานสโมสร และเค้าก็มีส่วนช่วยให้เอซี มิลานคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้มาครองได้ในปี 1996 โดยเค้าเป็นนักฟุตบอลอิตาลีคนแรกที่ได้แชมป์สคูเด็ตโต้ 2 ปีติดกับ 2 สโมสร

ในปี 1997 บักโจ้ย้ายมาร่วมทีมโบโลญญา และในฤดูกาลนั้นบักโจ้ทำได้ถึง 22 ประตู ในการลงเล่น 30 เกม!, และเด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของค้าทำให้ผู้จัดการทีมชาติอิตาลีอย่างเซเซเร่ มัลดินี่เรียกเค้าติดทีมชาติอิตาลีชุดไปลุยศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศสอีกด้วย ซึ่งบักโจ้ก็ยังทำผลงานให้ทีมชาติอิตาลีได้อย่างดีก่อนที่อิตาลีจะพ่ายในการยิงจุดโทษต่อฝรั่งเศสในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยเซเซเร่ มัลดินี่เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบักโจ้ว่า "ไม่มีนักฟุตบอลอิตาลีคนไหนอีกแล้วที่จะทำในสิ่งที่โรบี้ทำได้"

หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 1998, บักโจ้ย้ายจากโบโลญญ่ามาร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน ในยุคที่มีมาร์เซโล ลิปปีเป็นโค้ช แต่กับการลงเล่นให้อินเตอร์ มิลาน บักโจ้ไม่ประสบความสำเร็จมากนักเมื่อเค้าลงเล่นไปทั้งหมด 12 เกม ทำได้เพียง 9 ประตู แต่ 2 ใน 9 ประตูนั้นมีส่วนที่ทำให้อินเตอร์ มิลานเอาชนะปาร์ม่าในการเพลย์ออฟเพื่อหาอีกหนึ่งทีมเพื่อไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก!

ในปี 2000 บักโจ้ย้ายทีมอีกครั้ง โดยย้ายจากอินเตอร์ มิลานมาร่วมทีมเบรสชา ซึ่งที่นี่บักโจ้กลับมาระเบิดฟอร์มการเล่นได้อีกครั้งเมื่อเค้าลงเล่นไปทั้งหมด 95 เกม ทำได้ถึง 45 ประตู!

ในช่วงปี 2002 บักโจ้ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลอิตาลีเกือบทั้งประเทศให้กลับมาติดทีมชาติอิตาลีอีกครั้งเพื่อไปเล่นฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้/ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน แต่โจวานนี ตราปัตโตนีซึ่งเป็นโค้ชทีมชาติตอนนั้นปฏิเสธที่จะดึงบักโจ้กลับมาติดทีมชาติ โดยในฟุตบอลโลกครั้งนั้นอิตาลีตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายต่อเกาหลีใต้ในช่วงโกลเดนโกล์!!!

บักโจ้ลงสนามนัดสุดท้ายในชีวิตค้าแข้งของเค้าเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2004 ซึ่งเบรสชาต้องออกไปเยือนเอซี มิลาน ที่สนามซาน ชิโร โดยบักโจ้ได้ลงเล่น 88 นาทีก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวออกไป โดยแฟนบอลในสนามกว่า 80,000 คนพากันลุกขึ้นและปรบมือให้บักโจ้ในขณะเดินออกจากสนาม โดยในช่วงที่เล่นในเซเรีย อาบักโจ้ทำได้ถึง 205 ประตู โดยติดอันดับ 5 ของผู้ที่ทำประตูในระดับเซเรีย อามากที่สุด


--------------------------------------------------------------------------------


ประวัติในช่วงที่เล่นให้ทีมชาติ
บักโจ้ติดทีมชาติทั้งหมด 56 ครั้ง ทำได้ 27 ประตู โดยเค้ายิงประตูในฟุตบอลโลกได้มากที่สุดถึง 9 ประตู ซึ่งเทียบเท่ากับที่คริสเตียน วิเอรี และเปาโล รอซซีทำได้

ฟุตบอลโลก 1990
บักโจ้ได้เล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1990 โดยฟุตบอลโลกครั้งนั้นเค้าทำได้ 2 ประตู ประตูแรกเกิดในเกมที่พบกับเชสโกสโลวาเกีย ซึ่งบักโจ้เป็นคนยิงประตูให้อิตาลีนำ 2-0 ในนาทีที่ 78 (อิตาลีชนะ 2-0), ส่วนประตูที่สองเกิดในเกมรอบชิงอันดับที่ 3 ในเกมที่พบกับอังกฤษ ซึ่งบักโจ้เป็นคนยิงประตูให้อิตาลีนำ 1-0 ในนาทีที่ 71 (อิตาลีชนะ 2-1) โดยในฟุตบอลโลกครั้งนั้นซัลวาตอเร สกิลลาชีได้รับรางวัลดาวยิงสูงสุดไปครอง



ฟุตบอลโลก 1994
ในปี 1990 บักโจ้เป็นความหวังของอิตาลีในการพาทีมกลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง แต่ดูเหมือนฟุตบอลโลกครั้งนี้จะไม่สวยหรูสำหรับเค้านักเมื่อเค้าได้ลงเล่นเพียง 65 นาทีเท่านั้นในเกมแรกที่พบกับนอร์เวย์ และอิตาลีก็โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักเมื่อจบ 3 เกมในรอบแรกมี 4 คะแนนเท่ากันทั้ง 4 ทีม แต่อิตาลีมีลูกได้-เสียดีกว่านอร์เวย์ทำให้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปได้อย่างฉิวเฉียด และก็เหมือนซุปเปอร์สตาร์ทั่วๆไปเมื่อในรอบ 16 ทีมที่พบกับไนจีเรีย ในช่วง 88 นาทีไนจีเรียนำอิตาลี 1-0 ก่อนที่จะเป็นบักโจ้ที่ยิงตีเสมอในนาทีที่ 89 ให้อิตาลีเสมอ 1-1 และมายิงประตูชัยในนาทีที่ 102 ให้อิตาลีชนะไป 2-1, จากนั้นในรอบ 8 ทีมที่พบกับสเปน บักโจ้ก็เป็นคนยิงประตูชัยในนาทีที่ 88 ให้อิตาลีชนะไป 2-1, ในรอบรองชนะเลิศที่พบกับม้ามืดอย่างบัลแกเรีย บักโจ้ยิงได้ 2 ประตูในนาทีที่ 20 และ 25 ในเกมที่อิตาลีชนะ 2-1, แต่ด้วยสถาพร่างกายที่กรำศึกมาหนักทำให้ในรอบชิงชนะเลิศกับบราซิลบักโจ้ไม่ฟิตนักเนื่องจากมีอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อน่อง และโชว์ผลงานได้น่าผิดหวัง กับในรอบชิงชนะเลิศปี 1994 ดูไม่ค่อยจะน่าประทับใจนักเมื่อ 120 นาทีทั้งคู่ยังเสมอกันที่ 0-0 จนต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และก็เหมือนเป็นบักโจ้ที่ยื่นแชมป์ให้บราซิลเมื่อเค้าเป็นคนซัดลูกจุดโทษเหินข้ามคานไป ซึ่งจะโทษบักโจ้เพียงคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะที่อิตาลีผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศได้ก็เพราะบักโจ้ (ซึ่งจริงๆแล้วฟรังโก บาเรซีและดาเนเล่ มาสซาโรก็เป็นอีก 2 คนที่ยิงลูกจุดโทษพลาด)




ฟุตบอลโลก 1998
ในฟุตบอลโลก 1998 ในนัดที่อิตาลีพบชิลี บักโจ้เป็นคนจ่ายบอลให้คริสเตียน วิเอรีทำประตูให้อิตาลีขึ้นนำ 1-0 และยังเป็นคนยิงจุดโทษให้อิตาลีตามตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 85 อีกด้วย, ในนัดที่พบกับแคเมรูนบักโจ้ก็มีส่วนช่วยให้ทีมชนะ เมื่อเข้าเป็นคนผ่านบอลให้ลุยจิ ดิ เบียยิงประตูให้อิตาลีขึ้นนำ 1-0 ในเกมที่ชนะ 3-0, บักโจ้ทำประตูได้อีกครั้งในเกมสุดท้ายของรอบแรกที่พบกับออสเตรีย โดยเค้าทำประตูได้ในนาที่ 89 ให้อิตาลีนำ 2-1 ในเกมที่ชนะ 2-1 ซึ่งเป็นประตูที่ 9 ที่เค้าทำได้ในศึกฟุตบอลโลก แม้บักโจ้จะทำผลงานได้ดีแต่เค้าก็พาอิตาลีไปได้ไกลเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยอิตาลีพ่ายในการดวลลูกจุดโทษต่อฝรั่งเศส 3-4 (0-0)





ช็อตนี้ที่แฟนอิตาลี่หรือแฟนบาจโจ้ทั่วโลกแทบหัวใจสลาย 






จริงๆจะเขียนเองก็ได้แต่ข้อมูลนำมาจาก

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=seasonchange&group=6



คลิปทักษะฟุตบอลของโรบี้บาจโจ้ครับ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 12:52:11 PM โดย Sweet Pilot » บันทึกการเข้า
kid1214
Pilot
**
กระทู้: 90



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2009, 09:12:47 PM »

เร็วๆ ขึ้นหน่อยก็ดีนะครับ (ไม่งั้นเจอลบ  ล้อเล่นครับ) จะรอดูนะครับ 
บันทึกการเข้า

คุณหมอไร้อารมณ์ x D
Moderator
Talent Pilot
*
กระทู้: 147


I'm Hungry (> . < )a


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2009, 10:10:04 PM »

Happy Birthday ถูกมะ ?
บันทึกการเข้า

My Signature
DaZeswalloW
New Type Pilot
*****
กระทู้: 829


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2009, 10:25:57 PM »

อะไรไม่รู้ แต่ที่รู้ sig ใหม่ของท่านมันใหญ่ชะมัด และโหลดนาน (เนตหอมันช้า)

 
บันทึกการเข้า

อยากให้คนไทย ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
nobu
Ace Pilot
****
กระทู้: 451


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2009, 08:27:17 PM »

เห็นด้วยกับข้างบน ลดขนาดลงจะดีมาก
บันทึกการเข้า
Black Overman XAN
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1590



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2009, 10:54:11 AM »

ทำไมต้องวันที่ 18 หว่า จะเอาผลสอบมาอวดเหรอ
บันทึกการเข้า

หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว

เซนต์ คามิว
Talent Pilot
***
กระทู้: 183



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2009, 02:01:20 PM »

อืมนั่นสิ ตั้งไว้ทำไมหว่า เลือกซิกก็ลดขนาดหน่อยก็นะคับ ใหญ่มากเลย
บันทึกการเข้า

ความใจเย็นเป็นสมบัติของผู้ดี
การเดินบนเส้นชีวิตจงใช้ปัญญามากกว่ากำลัง
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 12:35:31 PM »

มาแก้ก่อนกำหนดนะครับเพราะพรุ่งนี้ไม่ว่างครับ 
บันทึกการเข้า
ミッギー
Shadow Admin
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2502


Ajax Amsterdam


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 01:29:39 PM »

โรบี้ จอมพเนจร ตอนย้ายจาก วิโอล่า ไป ยูเว่ แฟน วิโอล่า แทบคลั่งกันไปเลยทีเดียว
บันทึกการเข้า



ลายเซ็นสวยๆ ของเราชาว TSC อัพเดทแล้วที่นี่
http://www.thaisrw.com/board/index.php/topic,2243.0.html
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 01:32:39 PM »

ในฤดูกาลถัดมาที่ยูเว่เจอกับวิโอล่า

ยูเว่ได้จุดโทษซึ่งตามหน้าที่ต้องเป็นภาระของบาจโจ้

แต่บาจโจ้ตัดสินใจไม่ยิง

หลังถูกเปลี่ยนตัวบาจโจ้นำผ้าพันคอของวิโอล่า  ขึ้นมาซับเหงื่อและประทับรอยจูบ

นับตั้งแต่นั้นมานี่คือนักเตะอิตาเลี่ยนที่ชาวอิตาเลี่ยน  และแฟนบอลกัลโช่เซเรีย อาร์ทั่วโลกรักที่สุด  และยกให้เหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง

และเป็นสัญลักษณ์ของFantasista ในความหมายของชาวอิตาเลี่ยนเองอีกด้วย 
บันทึกการเข้า
Jack149
SRW Guru
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1483


Jack149 has arrived !!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 03:37:16 PM »

ตอนบอลโลก 94 น่าเสียดายมากสำหรับ Baggio ดันไปเจ็บเอานัดเจอ บัลแกเรีย ซึ่งแน่นอนจริงๆ สภาพร่างกายก็กรอบจวนจะเป็นข้าวเกรียบอยู่แล้วละ พอนัดเจอบัลแกเรีย ก็เลยเต็มๆ แต่อย่างว่า ปีนั้น บราซิล ก็สมควรเป็นแชมป์มากกว่าอิตาลีที่ฟอร์มไม่เอาอ่าวมากเหมือนกัน โดยเฉพาะ โรมาริโอ กับ เบเบโต้ โชว์ฟอร์มเทพเอามากๆ ปีนั้น โดยส่วนตัวไม่ค่อยมีใครโทษ บักโจ้ หรอกครับ เพียงแต่ไอ้ช็อตยืนเท้าสะเอวตอน ยิงข้ามคาน มันตรึงตาชาวบ้าน พอๆกับ ลูกโหม่งใส่มาเตรัซซี่ ของซีดาน ก็แค่นั้นแหละ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: