จริงๆก็ไปหายทำธุระชีวิตที่เหนื่อยแสนเหนื่อยเฉยๆน่ะคับ แล้วก็วันที่สามที่เพิ่งผ่านมาผมเพิ่งจะผ่านการจับใบดำใบแดงไปสดๆ

แล้วก็เจอเพื่อนๆเก่ามากมาย สมัยมัธยมที่ไม่ได้เรียนรด. (เพราะขี้เกียจคับบอกตรงๆเลย เหอๆ) เหมือนกันน่ะคับ

ตอนเช้าก็ไปตั้งแต่ 6 โมงเช้า (อดทนตื่นมากปกติไม่สามารถทำได้) ใส่เสื้อยืดเกงยีนส์ใส่เสื้อกันหนาวทับเพราะเช้าๆมันหนาวมากๆ โดยมีน้องๆสองคนให้กำลังใจ
ผู้ที่จะมาเกณฑ์ก็นั่งรอกันแถวยาวมั่กๆ ของผมนี่ยาวที่สุดเลย เป็นตำบลน่ะคับ

เค้าก็เรียกไปแต่ละตำบลๆ โดยพวกที่เกณฑ์ทหารต้องนั่งถอดเสื้อนะคับ ส่วนคนที่จะผ่อนผันต้องไม่ถอดเสื้อนะคับ (ถ้าถอดมาโดนวิ่งรอบสนามเจ็ดรอบสนามใหญ่ๆ....)
ผมไม่ชอบถอดเสื้อที่สุดเลย แต่ก็ต้องถอดโชว์ซิกแพคที่สั่งสมมานาน (ปกติผมจะไม่ถอดถ้าไม่ได้เล่นเวท ไม่ชอบให้คนมองมันรู้สึกแย่ เหอๆ)
นั่งรอนี่ต้องนั่งรอกลางพื้นที่เต็มไปด้วยเศษกรวดเศษหิน ซึ่งมันบาดเท้าผมด้วย เจ็บมาก (แต่ห้ามร้อง ร้องได้วิดพื้น มีหลายคนโดนไปละ)
พวกผมก็นั่งรอ ไปเกือบเที่ยง ร้อนมาก มีน้องๆสองคนคอยเอาน้ำมาหยอดให้ทาน ท่ามกลางคนประมาณ พันกว่าเศษๆ ผมก็เลยปรึกษากับเพื่อนคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
โดยมีสี่คน สองคนไปเรียนต่อที่อังกฤษ ส่วนอีกคนก็ออสเตรเลีย มีผมคนเดียวอเมกาโดดๆ ทราบมาว่าทั้งรุ่นต่อไทยน้อยมาก
พอคุยกันไปนานๆ สัสดีเห็นผมร่าเริง มันดันบอกให้ผมขึ้นไปร้องเพลงคับ (ซวยแสดเลย)
โดยสัสดีบอกประกาศเข้าไมค์ว่า "เพื่อขจัดความเบื่อหน่าย เราขอให้คุณหน้าหวานขึ้นมาร้องเพลง" ผมก็อำอึ้งอยู่ เลยจัดการคับ "เพลงชาติ"
จริงๆผมเกลียดเรื่องแบบนี้ที่สุดเลย ไม่ชอบเด่น พอร้องจบดันมีคนตบมือ (เอ้าบ้าเข้าไป) พวกผมยังไม่ได้ตรวจร่างกายซักที รอนานมากเลยจัดการซะเลย
ให้เพื่อนๆสแตนบายไว้ ว่าเรียกเมื่อไหร่ ก็ให้ Call มา ส่วนผมก็ขับรถกลับบ้านอาบน้ำ นั่งดูทีวีกับน้องสาวสองคน ทั้งสองคนก็หลับปุ๋ย
พอไม่นานราวๆบ่ายสาม เพื่อนแกก็ Call มา ผมก็ออกไป พอมาถึงเค้าก็เรียกชื่อทันที ก็นั่งลง เค้าก็เขียนหมายเลขที่แขนให้ แต่ผมเหงื่อเยอะมันเลยเขียนไม่ออก
สัสดีคนเดิมเลยถามผมว่า "เล่นของป่าวเรา เขียนไม่ออก" ผมคิดในใจวันนี้มรึงจะเอาตูให้ได้เลยใช่มะนี่ พอเขียนเสร็จก็ไปนั่งรออีกนานมาก ผมก็ถอดเสื้อรอร้อนมั่กๆ
ผ่านไปอีกชม. เค้าก็เรียกเข้าไป ผมก็ไปนั่งรอถอดเสื้อแปะโป้งอะไรก็ไม่รู้ ผมก็แปะไปตามนั้นแหละ
ถึงตอนเด็ดเรียกเข้าไปเช็คร่างกายครับ ไม่มีเครื่องวัดสายตา ไม่มีอะไรทั้งนั้น มีแค่หมอคนเดียว เค้าก็ให้ยืนถามว่าเป็นโรคอะไรบ้าง
คนข้างๆผมบอกว่า เป็นโรคต้อในตาหมอมาเช็ควัดส่วนสูงวัดรอบอก แล้วให้ไปนั่งตรงคนพิการเฉยเลย ผมเลยงงๆ อีกคนแจ้งบอกสายตาสั้น 500 ไปนั่งคนพิการอีกคน
ไม่ต้องเกณฑ์นะคับ ที่กล่าวมาเนี่ย จากนั้นเค้าก็ให้ก้มเอามือแตะเท้า ยืนอยู่ซักพักก็ให้นั่งลง ผมก็นั่งลงจะหลับเพราะง่วงมาก ผมเป็นกลุ่มท้ายๆ
เค้าก็ให้ไปวัดส่วนสูง รอบอก โดยส่วนใหญ่คนมักจะตกรอบนี้เยอะมาก ผมนี่ไม่ต้องกังวล ผ่านอยู่แล้ว - -* (รู้ตัว)
พอวัดเสร็จเค้าก็จะประกาศว่าผ่าน ให้ไปรอจับใบดำใบแดง หรือไม่ผ่านคับ ยังไม่ทันวัดเค้าก็บอกว่า "ไอ้หน้าหวานอย่างมึงเกณฑ์อยู่แล้วชัวป์"
ผมสูงร้อยแปดสิบเจ็ดหนัก หนักเก้าสิบหก (เค้าจะมาดูเองที่ตาชั่งคับ) รอบอก 120 (ประกาศดังมากคนมอง - -*) เค้าก็บอกว่าไปรอ
ผมก็ออกไปรอประมาณชั่วโมงนึง ทานน้ำ ทานหนม เค้าก็เรียกให้มาจับ ผมก็เข้าไปจับนั่งสุมๆกับเพื่อน มีนายใหญ่มาให้โอวาทเล็กน้อย ผมนั่งฟังพลางบ่น (อยากนอนๆ)
พอเค้าพูดเสร็จ (ตอนนั้นหนึ่งทุ่มละ) เค้าบอกว่าต้องการ 251 คน โดยวันนี้มีคนมาทั้งหมด 1100 คน ผ่อนผัน 80 พวกบุคคลที่ไม่ต้องเกณฑ์ 150 คน สมัครไปแล้ว 248 คน
ดังนั้น ต้องการในนี้จะมีใบแดงแค่สามใบเท่านั้น ........ อ่าห์ โชคดีตูจริงๆ คนก็เฮกันลั่นหอ ผมนั่งจะเฮก็เฮไม่ไหว เพื่อนผมก็เดินมาบอกว่า
"ถ้าพวกเราทั้งสามคนไม่เจอ มันโชคดีมากเลยนะเนี่ย"
พอเริ่มจับคนมันก็เชียร์ แดงๆ อยู่นั่นแหละ พอออกทีคนที่โดนร้องไห้แทบคลั่ง ส่วนผมก้นั่งรอนานมากๆ พอมาถึงผมเหลือใบแดงใบนึง แม่ผมลุ้นมากๆ เข้ามาเชียร์เลย
ส่วนน้องๆก็แบบว่า นั่งลุ้นกันสุดๆ ส่วนผมกลับเฉยๆแฮะๆ อะไรเหลืออีกตั้งสองร้อยกว่าคนมันจะมาซวยตูรึงาย ผมก็คิดซะว่า มันไม่ใช่ตูหรอกว้า
ตอนกำลังจับ สัสดีก็จับมือผมกุมลงไปหยิบขึ้นมา แล้วพูดขึ้นว่า "ไอ้หน้าหวานมรึงซวยแท้" เพื่อนผมก็รักผมมากคับ ตะโกนว่า "แดงๆ" เหอๆ
จับเลย พอเค้าอ่าน
.
.
.
.
.
.
ดำ
ผมก็เดินไปรับสด.43 ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลย พอจบก็รอเพื่อนอีกสองคนที่จับทีหลัง รวมๆเวลาแล้ว สามทุ่มพอดิบพอดี ก็ไปฉลองกับเพื่อนๆ ผมทานเหล้าไปซักพักก็หลับคาโต๊ะเลยมั้ง
น้องวิงส์แกก็มารับผมกลับไปนอนต่อที่บ้าน ตื่นเช้ามาเลยมานั่งลำดับเหตุการ์ณให้ฟังคับ แต่ย้ำว่ามีลูกให้ลูกท่านเรียนรด. เถอะ วันเดียวยังเบื่อเลย