ตอนที่ 5 - อากิระ! มารินะ! Love Attack!“ฮึบ!... ไอ้กบบ้านี่หนักใช่เล่นนะเนี่ย!”ชายหนุ่มผมตั้งชี้ฟูไปข้างหน้านามอากิระพูดด้วยเสียงดูเหมือนจะหนักๆ.. แต่รอยยิ้มบนใบหน้า แสดงว่าเขาเองนั้น ยังสบายๆ
หญิงสาวผมสีดำเรียบสลวย มองอย่างอึ้งๆด้วยแววตาที่ส่องผ่านเลนส์แว่นไปยังจอภาพตรงหน้าที่มีร่างขนาดยักษ์สีดำทมิฬกำลังยืนตระง่านปกป้องตนเอาไว้
ร่างยักษ์ใช้พละกำลังทั้งหมดยกร่างของกบยักษ์ที่มีลำตัวอ้วนใหญ่ขึ้น.. เทียบดูแล้วขนาดของเจ้ากบใหญ่กว่าทั้งตัวของเจ้าหุ่นยักษ์ตัวนี้เสียอีก.. ด้วยท่อนแขนที่ทรงพลัง ร่างยักษ์เหวี่ยงร่างของเจ้ากบยักษ์จนกระเด็นออกไป ถึงแม้ไม่ไกลนักแต่ก็พอจะตั้งหลักได้
“ดูท่าจะยังเอาเรื่องอยู่แฮะ คุณซากุราอิมาช่วยกันหน่อยได้ไหมครับ~”อากิระหันมาถามสาวน้อยผมดำที่อยู่ในหุ่นสีแดงที่เล็กกว่าหุ่นของตนเกือบ 3 เท่า
“ฉันเป็นเพื่อนเล่นนายเมื่อไหร่ยะ!”หญิงสาวตวาดกลับมา แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ว่าอะไร พลางยิ้มมุมปาก ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหาเจ้ากบยักษ์นั่นอีกครั้ง!
“เดี๋ยวสิ! นายรับมือมันคนเดียวไหวเหรอ!?”หญิงสาวคนนั้นหันกลับไปตะโกนไล่หลังชายหนุ่มผู้ขับหุ่นยักษ์สีดำพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูตรงหน้า.. ชายหนุ่มยิ้มรับ.. อย่างน้อย ก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ล่ะนะ!
ร่างขนาดยักษ์กระโดดทะยานเข้ากระแทกกับร่างกายอันใหญ่โตและหนาราวกำแพงของเจ้ากบยักษ์.. กงเล็บสีทองตบเข้าไปตามร่างกายของเจ้ากบยักษ์ จนเกิดลอยแผลจำนวนมาก ถึงแม้จะดูเหมือนสู้ได้สบาย แต่ความจริงก็ไม่ง่ายนัก...
“เพราะว่าสู้คนเดียวไม่ไหวแน่ ผมเลยขอให้ช่วยยังไงล่ะ... เอาล่ะคุณซากุราอิ มาช่วยกันหน่อยนะครับ!”อากิระพูดขึ้นกลางใช้แขนอันทรงพลังของไคเซอร์กระทุ้งเข้าด้านล่างลำตัวของกบยักษ์นั่น ก่อนที่จะพยายามยกขึ้นอย่างยากลำบากไม่ใช่น้อย...
“แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ?”มารินะตั้งท่าโจมตี แต่กลัวว่าจะขัดกับสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำ จึงหยุดรอแผนของชายหนุ่มซะก่อน...
“ช่วยปล่อย.. UP Homing Hawk ออกมาโจมตีเจ้านี่หน่อยนะ... ผมจะได้ยกมันง่ายขึ้น!”อากิระพยายามยกร่างขนาดยักษ์ขึ้นอย่างยากลำบาก เพราะแรงที่เจ้ากบยักษ์พยายามฝืน..
“เข้าใจแล้ว! UP Homing Hawk โจมตี!”มารินะที่ได้ยินดังนั้นก็ปล่อยส่วนปีกที่เป็นอาวุธบินออกมาอีกครั้ง อาวุธบินทั้งหมด พุ่งเข้าใส่เจ้ากบยักษ์จากด้านข้าง ด้วยปลายที่คมกริบ! พวกมันแทงทะลุชั้นผิวหนังของเจ้ากบยักษ์อย่างไม่ปราณี! โลหิตสีแดงสดพุ่งกระจายออกมาจากบาดแผลดั่งท่อน้ำแตก เจ้ากบยักษ์ที่บาดเจ็บร้องอย่างเจ็บปวด ก่อนที่จะผ่อนแรงฝืน!
“เสร็จฉันล่ะ!”อากิระเห็นว่าได้การ จึงยกร่างของเจ้ากบยักษ์ขึ้นเหนือพื้น ก่อนที่จะใช้แรงมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ตามกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ของไคเซอร์ เหวี่ยงร่างของเจ้ากบยักษ์ขึ้นไปกลางอากาศ!!“คุณซากุราอิ! ตอนนี้ล่ะ จัดการมันเลยครับ!!”อากิระหันกลับไปตะโกนให้จังหวะ ทันทีที่มารินะมองขึ้นไปบนฟ้า แล้วกะระยะศัตรูสำเร็จ เธอย่อตัวลง และพร้อมที่จะจู่โจม!!
“
กระแทกเต็มพิกัด!!”มารินะตะโกนเสียงดังลั่น ช่องเก็บตะปูที่ขา มีกระจกและแต้มไฟอยู่ด้านข้าง.. หลอดไฟแสดงพลังงานพุ่งลงถึงขีดสุด! ตะปูที่ขาถูกกระแทกลงพื้นเต็มแรงด้วยพลังมหาศาล ผลักร่างของหุ่นยักษ์สีแดงพุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้าเหนือชั้นเมฆ!!!
“เครื่อง H-02 กระโจนขึ้นไปเหนือชั้นเมฆ แล้วกำลังพุ่งตัวลงมาครับ!”
“ระยะที่พุ่งลงมา! ตรงกับทูตสวรรค์พอดีค่ะ!”
เสียงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นจากโอเปอเรเตอร์ 2-3 คนที่นั่งประจำตั้งแหน่งอยู่ที่หน้าจอดังขึ้น ทุกคนต่างจ้องมองไปที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อ กับการต่อสู้ครั้งแรกของมารินะ!
“คิดจะโจมตีจากบนฟ้างั้นเหรอเนี่ย”เจสสิก้าพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ยัยหนูนั่น... ดูท่าจะรุ่งนะ...”คาซึยะที่ยืนดูอยู่แอบยิ้มเล็กๆที่มุมปาก
ร่างของเจ้ากบค่อยๆร่วงลงมาใกล้พื้นเรื่อยๆ อากิระได้แต่กัดฟันภาวนาให้มารินะโจมตีได้ทันเท่านั้น! แต่ทันทีที่เมฆบนฟ้าแล้วแหวกเป็นวงค์.. ความหวังของเขาก็เริ่มเป็นจริงในที่สุด!!
ร่างสีแดงพุ่งตัวลงมาด้วยบูสเตอร์ที่พ่นออกมาจากส่วนปีกด้วยความเร็วสูง.. แขนข้างซ้ายถูกงอตั้งขึ้น เพื่อชูคมมีดยาวที่คมกริบ เตรียมปิดฉากศัตรูภายในชั่วพริบตา!!
“
เชสโต้ววว!!!!!”
“
ฉั้ว!!... ตูม!!!”
ร่างสีแดงคุกเข่าลงกับพื้น.. แรงกระแทกทำให้เครื่องดับไป แต่นักบินยังปลอดภัย.... บนฟ้า ศัตรูถูกผ่าเป็น 2 ซีก... โลหิตสีแดงโปรายปรายลงมาราวกับฝนเลือด ก่อนที่เศษซากที่เหลือจะตกลงสู่พื้น...
“คุณซากุราอิ! ไม่เป็นอะไรนะครับ!”อากิระพยายามส่งเสียงไปอย่างหูฟังที่ยังใช้การได้ในสภาพเครื่องดับ อย่างเป็นห่วง โดยหวังเพียงแค่ว่า จะได้ยินเสียงหญิงสาวตอบกลับมาเท่านั้น
“ฉันไม่เป็นไร.. สบายมาก”มารินะเอ่ยตอบกลับมา แค่นั้นก็ทำให้อากิระโล่งอกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด...
“ลุงมาซะ ช่วยส่งหน่วยกู้ภัยมาอีกชุดด้วยครับ ดูท่าเครื่อง H-02 จะขยับตัวไม่ได้น่ะครับ”อากิระรีบรายงานกลับไปยังฐาน D.F.C.D ในทันที อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ได้รับชัยชนะกลับมาแล้ว..
“เข้าใจแล้ว.. จะส่งไปให้ทันทีที่เตรียมเสร็จ วางใจได้”ผ.บ.มาซาโมริเอ่ยกลับมาอย่างพอใจในผลงาน ก่อนที่จะปิดหน้าจอติดต่อไป แต่แล้ว เสียงเสียงหนึ่ง ก็แทรกเข้ามาในหูฟังของเขา
“อาคิโมโตะ!”
“มีอะไรเหรอครับ คุณซากุราอิ?”
“ขอบใจนะ แล้วก็ เรียกฉันว่า มารินะก็ได้นะ”
เสียงที่ฟังดูเขินอายของหญิงสาวดังผ่านหูฟัง.. ถึงแม้เสียงหวานๆจะแผ่วเบาเสียจนเลือนหายไปในอากศ แต่อากิระก็ได้ยินชัดเจน จนอดที่จะแย้มยิ้มบางๆไม่ได้ สงสัยว่าศึกครั้งนี้คงจะทำให้มุมมองของหญิงสาวเปลี่ยนไปก็เป็นได้
--------------------------------------------------
คืนนั้น ณ ห้องบัญชาการ ฐานทัพ D.F.C.D
“
ว่ายังไงนะครับ/คะ!!!!”
เสียงตะโกนอย่างตกใจของคู่หนุ่มสาวดังลั่นขึ้น จนคาซึยะถึงกับต้องอุดหู ผ.บ.มาซาโมริกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่นะ?
“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ ฉันกับโทคิฮิโกะ ลงความเห็นกันแล้วว่า จะให้พวกเธอรู้จักกันมากขึ้น ก็เลยจะให้พวกเธอทั้งสามคนอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ฉันก็เลยจัดการเช่าบ้านให้แล้ว พรุ่งนี้ก็เข้าไปอยู่ได้เลย”ผ.บ.มาซาโมริอธิบายซ้ำอีกรอบ โทกิโอะดูจะเฉยๆกับเรื่องนี้ แต่อีก 2 คนกลับมีท่าทีต่างออกไป...
“ตะ.. แต่ว่า ลุงมาซะ ผมนอนที่นี่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ...”อากิระพูดขึ้น แต่ผ.บ.มาซาโมริ กลับยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว!~
“ฉันให้คนขนของแกออกไปหมดแล้ว!~ พรุ่งนี้ของทั้งหมดก็ไปอยู่ที่บ้านนั้นแล้ว!~”
“ว่ายังไงน้า!!!!!!~~~~~ =[]=!!”
ขณะที่อากิระและผ.บ.มาซาโมริ เถียงกันอย่างดุเดือดในฐานะญาติห่างๆกัน มารินะกับโทคิฮิโกะผู้เป็นพ่อ เพียงแค่มองตากันก็พอเข้าใจ..
“พรุ่งนี้สินะครับ เข้าใจแล้ว”โทกิโอะพูดแทรกขึ้น ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องบัญชาการในทันที
“งั้น หนูขอตัวนะคะ”มารินะกล่าวลาก่อนที่จะเดินออกไปเช่นกัน
“เฮ้อ... เพราะแบบนี้ไงล่ะ ฉันถึงต้องทำโครงการนี้ขึ้นมา...”เมื่อเหลือเพียงอากิระ ผ.บ.มาซาโมริก็พูดขึ้น พร้อมถอนหายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“พวกเธอสามคนเข้ากันแทบไม่ได้เลย... แล้วแบบนี้ ถ้าสู้กันเดี่ยวๆไม่ได้ ต้องใช้แรงของทั้งสามคนช่วยกัน มันจะชนะได้ยังไงกัน...”ผ.บ.มาซาโมริใช้มือก่ายหน้าผาก อย่างกังวล อากิระที่ได้ฟังก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง...
“ที่เป็นห่วงคือทีมเวิร์คสินะครับ....”
“ราวๆนั้นแหละ... ถ้ายังทำให้พวกเธอสามคนเข้ากันไม่ได้ ฉันก็คงจนปัญญาแล้ว...”ผ.บ.มาซาโมริพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้สุดกำลัง... จนโทคิฮิโกะที่ยืนอยู่ข้างๆต้องเดินเข้ามาตบบ่าเบาๆเพื่อระบายความเครียดของมาซาโมริลง แต่เพราะภาพนั้นทำให้อากิระเกิดความมุ่งมั่นขึ้นในใจ และเป็นสิ่งที่เขาจะต้องทำให้ได้!..
“
ลุงมาซะ! ผมจะทำให้ทั้งสองคนนั้นเข้ากันกับผมให้ได้! เชื่อใจผมเถอะครับ!”
--------------------------------------------------
รัฐเนวาด้า, อเมริกา
เมื่อหลายวันก่อนได้เกิดเหตุการณ์อุกกาบาตตกกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่มันกลับไม่เสร้างความเสียหายมากนัก จากบนเครื่องบินตรวจสอบสถานการณ์ของ D.F.C.D สาขาอเมริกานี้ เห็นเพียงแค่หลุมลึกขนาดใหญ่กลางทะเลทรายเท่านั้น.. แต่สิ่งที่ทำให้ D.F.C.D ต้องออกมาเคลื่อนไหว ก็เพราะ อุกากบาตนั้นกลับปลดปล่อยทูตสวรรค์จำนวนมากออกมาทั่วบริเวณ!
“
Die! Die! Die! Die! Die!!!”น้ำเสียงเข้มดูของชายหนุ่มผมทองในหมวกสีดำดังขึ้น! หุ่นยักษ์สีขาวลายน้ำตาล บางจุดเป็นสีดำตวัดมือไปด้านหลังแล้วกระชากปืนสั้นสีเงิน 2 กระบอกออกมาจากเอว พร้อมควง 3-4 รอบ ก่อนที่จะกำแน่น และเหนี่ยวไกปืนออกไปราวสิงปืนไว กระสุนพุ่งเข้าใส่ทูตสวรรค์ในบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว!
“จอร์นนี่ระวังด้านหลัง!”เสียงหญิงสาวผมทองนัยย์ตาสีฟ้าผู้อยู่บนเครื่องบินสีดำที่บินวนอยู่ด้านบนบริเวณนี้ตะโกนขึ้นอย่างเป็นห่วง เสียงเตือนดังลอดผ่านหูฟัง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มผมทองในหมวกคาวบอยนามจอร์นนี่จะรู้ทันก่อนหน้านั้นแล้ว!
“
Let’s Rock ‘n Roll!!”จอร์นนี่เก็บปืนทั้งสองกระบอกกลับเข้าที่เดิม ก่อนที่จะใช้ความเร็วของตน กระชากแส้ที่ซ่อนไว้ด้านหลังขาออกมา ก่อนที่จะตวัดไปด้านหลัง เพื่อรัดคอทูตสวรรค์รูปร่างคล้ายหมาป่าที่กระโจนเข้ามาได้ทันท่วงที!
ด้วยแรงกระชากที่มหาศาล! จอร์นนี่กระชากร่างของทูตสวรรค์พุ่งลงกระแทกกับพื้นเต็มแรง!
“Who’s The Next!!”จอร์นนี่ยังคงสนุกกับการต่อสู้ แต่ดูเหมือนการที่เขากำจัดทูตสวรรค์ได้เป็นจำนวนมากในคราวเดียว จะทำให้เขาถูกจับตามอง!
“สำเร็จแล้วนะ จอร์นนี่ เรากำจัดเดว่าทั้งหมดได้แล้ว..”หญิงสาวผมทองพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จอร์นนี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้... แต่ในชั่วพริบตา.. ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป... บางสิ่งปรากฏขึ้นในจอคอมพิวเตอร์บนตักของหญิงสาว! ปฏิกิริยาสีทอง!?
“อ๊ะ! ปฏิกิริยาสีทอง ทูตสวรรค์อีกตัวนึงกำลังจะมา จอร์นนี่ระวังตัว...”หญิงสาวหันกลับไปรายงานให้จอร์นนี่รับทราบ แต่ชั่วพริบตาที่เธอยังไม่ทันพูดจบนั้น หุ่นยักษ์สีขาวลายน้ำตาลที่จอร์นนี่บังคับ ก็ถูกผ่าเป็นซีก!! โดยหุ่นยักษ์อีกตัวที่มีสีขาวลายทองที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าในชั่วพริบตา!!!
“
จอร์นนี่!!!”หญิงสาวตะโกนสุดเสียง แต่ในทันทีที่หุ่นของจอร์นนี่ระเบิด เจ้าหุ่นยักษ์สีขาวลายทองนั่น ก็กางปีกสีขาวออกกว้าง พร้อมพุ่งทะยาน ตรงมาที่เครื่องบินที่หญิงสาวนั่งอยู่ในทันที!
คนขับพยายามที่จะบินหลบอย่างสุดชีวิต! แต่คมดาบของหุ่นยักษ์สีขาวก็ตัดผ่าเครื่องบินสีดำนั่นจนขาดสะบั้น! ก่อนที่จะบินหายไปบนท้องฟ้า โดยมีเครื่องบินที่ระเบิดอยู่เบื้องหลัง ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก..
“ที่นี่ก็ไม่ใช่สินะ....”ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินยาวสลวยถึงกลางหลัง... นัยย์ตาสีน้ำเงินคราม รวมกับท้องทะเลลึกอันยากจะหยั่งถึง ชุดที่สวมใส่เป็นสีขาวลายทอง ดูเหมือนกับคนในเทพนิยายยืนอยู่ในห้องควบคุมที่มีแสงสีทองเรืองๆสาดส่องลงมาจากพื้น ปีกสีทองกลางหลัง เขาคือทูตสวรรค์อย่างงั้นหรือ!?
โปรดติดตามตอนต่อไป
หายไปนาน กลับมาแต่งแล้วขอรับ
