หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [Fiction] มหาสงครามวันสิ้นโลก! Ultimatum Genesis Devorion  (อ่าน 1573 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 07, 2009, 01:54:18 PM »

ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคร๊าบบบ~ ตอนนี้แต่งแค่ไม่กี่ตอนจะเอามาลงเรื่อยๆครับ 

*คำเตือน - ตอนแรกๆอาจคล้ายอีวา... เพราะเรื่องนี้อีวาจ๋านะจ๊ะ~*



ปี A.D. 2029.. โลกได้เพชิญกับภัยร้ายแรงอย่างที่คาดไม่ถึง.. มหันตภัยที่ไม่อาจอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ได้... ลูกเห็บที่ตกลงมาเป็นไฟ ทำให้เมืองต่างๆกลายเป็นทะเลเพลิง และการอุกกาบาตที่ตกลงมาที่ขั้วโลกใต้ ทำให้น้ำแข็งทั้งหมดละลาย.. เกิดสภาวะน้ำท่วมขึ้นทั่วโลก.. รวมทั้งญี่ปุ่นเองที่เป็นเกาะ ก็ได้รับความเสียหายหนักที่สุด.. เมืองท่าทั้งหมดและ. เกาะฮ็อกไกโด จมอยู่ใต้ทะเล.. จึงได้มีการสร้างเมืองโตเกียวที่ 2 ขึ้นที่จังหวัดนากาโนะเพื่อแผนการบางอย่าง..

แต่นี่.... เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติงั้นหรือ!?

--------------------------------------------------

แถบน่านฟ้าประเทศญี่ปุ่น เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก...

“ฝูงบินที่ 8 เรียกฐาน... ตอนนี้เรากำลังเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว...”ชายหนุ่มผมฟูชึ้ไปข้างหน้าสีน้ำตาลเข้มพูดขึ้นผ่านไมค์เล็กๆที่ยื่นเข้ามาข้างๆปากของเขา....

เครื่องบินรบรุ่นล่าสุด F-29 สีเงินจำนวน 5 ลำ กำลังบินเข้าหาบางสิ่งที่บุกรุกเข้ามาในเขตประเทศโดยไม่แสดงสัญชาติและตัวตน

“บ้าระห่ำมาก... บุกรุกเข้ามาในเขตประเทศเราโดยที่ไม่ยอมแสดงตัว... ไม่รู้ซะแล้วว่าพวกเราเป็นใคร...”ชายอีกคนพูดขึ้น

“คำสั่งใหม่... ถ้าพบเป้าหมายแล้ว.. สอยมันให้ร่วงได้เลย....”ชายหนุ่มผมฟูหันไปพูดกับฝูงบินที่ตนคุมอยู่.. ก่อนที่ทั้ง 5 เครื่องจะควงสว่านบินผ่านชั้นเมฆเพื่อเข้าปะทะกับเป้าหมาย แต่ทว่า...

สิ่งที่พวกเขาพบ กลับไม่ใช่เครื่องบินไม่ระบุสัญชาติ... แต่มันกลับเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายงู มีปีกสีทอง ขนาดของมันใหญ่ไม่ต่ำกว่าวาฬสีน้ำเงิน... เมื่อพวกเขาเห็นก็ถึงกับตกตะลึงและหักเครื่องหนีออกมาในทันทีด้วยความตกใจ

“เมื่อกี้มันตัวอะไรน่ะ!!”พวกเขาเริ่มแตกตื่น.. บางสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นทำให้พวกเขาหวาดกลัว

“เกิดมาฉันก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน... แต่คำสั่งก็ต้องเป็นคำสั่ง... กลับไปจัดการมันเร็วเข้า!!”ชายหนุ่มผมฟูพูดขึ้นเสียงดังเพื่อเตือนสติคนอื่นๆ

“งั้นนำไปเลย The Wing of Ikarus~”ชายอีกคนพูดแซวฉายาของชายหนุ่มผมฟูขึ้น

“เลิกเรียกฉายานั้นได้แล้วน่า... เรียกฉันว่าอากิระก็พอ...”เขาบ่นอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก ก่อนที่จะกลับลำบินเข้าหาเป้าหมายอีกครั้ง ตามด้วยอีก 4 ลำที่บินตามมาติดๆ

“เริ่มเปิดฉากยิงจรวดสเตลท์ แลนช์ได้!”อากิระตะโกนสั่งการก่อนที่จะเปิดฉากยิงจรวดติดตามความเร็วสูง ประเภทหัวเจาะเกราะจำนวน 4 ลูกเข้าใส่ร่างของงูยักษ์ตรงหน้าก่อนที่จะหักเครื่องหลบ.. อีก 4 ลำที่บินตามมมาก็ทำเช่นเดียวกัน..

ถึงแม้จะเป็นจรวดมิสไซล์แบบหัวเจาะเกราะ... แต่มันกลับสร้างความเสียหายให้เจ้างูยักษ์ไม่ได้แม้แต่น้อย... ซ้ำร้าย เจ้างูยักษ์ตวัดส่วนลำตัวกระแทก F-29 ลำสุดท้ายที่บินอยู่ท้ายฝูงจนระเบิดไป

“เสร็จกัน!!”อากิระหักลำกลับเข้ามาโจมตีด้วยปืนกลต่อต้านอากาศยานและจรวดที่ยังเหลืออยู่อีก 12 นัด

ถึงแม้จะระดมยิงแค่ไหน มันกลับไม่สร้างความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตตรงหน้าพวกเขาเลยแม้แต่น้อย.....

ฝูงบินที่ 8 ขอให้ถอยออกมาจากบริเวณนั้นโดยด่วน!! เราจะทำการทำลายมันด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากดาวเทียม!”เสียงติดต่อมาจากฐานทัพดังขึ้น... ทันทีที่ได้ยิน ฝูงบินที่ 8 ทั้งหมดที่เหลืออยู่ 4 ลำ หักลำกลับเพื่อบินออกจากเขตนั้น.. แต่ซ้ำร้าย เจ้างูยักษ์ยิงลูกไฟใส่เครื่องที่บินอยู่หลังสุดจนระเบิดไปอีกเครื่องนึง...

“บ้าชิบ!! มันตัวอะไรกันแน่....”

“เสียสมาชิกทีมไป 2 คน... แต่เรากลับทำอะไรมันไม่ได้เลย.... บ้าเอ๊ย!!!”

ทุกคนที่รอดมาต่างโมโหกับเรื่องที่เกิดขึ้น... ภายหลังจากที่พวกเขาออกจากเขตสีแดง.. อาวุธนิวเคลียร์ถูกทิ้งเข้าใส่เจ้างูยักษ์นั่นตามแผนของกองกำลังป้องกันตนเอง... แต่ทว่า... เจ้างูยักษ์กลับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ....

--------------------------------------------------

4 วันต่อมา เมืองโตเกียวที่ 2 จังหวัดนากาโนะ

พั่บๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงใบพัดหมุนอย่างรวดเร็วดังขึ้นไม่ขาด.. ลมแรงพัดฝุ่นบนพื้นตลบราวกับพายุลง.. เฮลิค็อปเตอร์สีดำของทางการกำลังค่อยๆร่อนลงช้าๆ โดยมีหญิงสาวผมขาวเลือนสวยเหมือนสีมุกปลิวสไวไปตามแรงลม.. เธอมีผิวคล้ำเล็กน้อย ชุดที่ออกไปทางโทนสีแดง ชวนให้นึกถึงคำว่า ‘กาคาบพริก’

ชายหนุ่มผมตั้งชี้ฟูสีน้ำตาลเข้มในชุดโทนสีฟ้า กระโดดลงมาจากฮ.ลำสีดำ เมื่อลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย.. ฮ.สีดำก็ออกบินไป ราวกับเร่งรีบ..

“นาวาอากาศตรี อาคิโมโตะ อากิระ  สังกัดฝูงบินที่ 8 กองกำลังป้องกันตนเอง รายงานตัวครับ”ชายหนุ่มผมน้ำตาลผู้มีแววตาสีน้ำเงินเข้มราวกับน้ำทะเล ลุกขึ้นมาทำวันทยหัตถ์ เพื่อเป็นการแสดงตัวอย่างเคร่งครัด

“ฉัน ผู้หมวด เจสสิก้า โนวิล... ยินดีที่ได้พบ อาคิโมโตะ อากิระ”หญิงสาวผิวคล้ำที่มีแววตาสีแดงเอ่ยเพื่อแสดงตัว ก่อนที่จะยื่นมือเพื่อทักทายกับชายหนุ่มผมน้ำตาล

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ...”อากิระยื่นมือมาทักทาย เพื่อไม่ให้เสียมารยาท.. เขาถูกเรียกมาที่นี่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่ทราบว่าทำไม..

“ต่อไปก็ตามฉันมาทางนี้ จะพาไปดูอะไร...”เจสสิก้าพูดขึ้น ก่อนที่หันหลังแล้วรีบเดินอย่างเร่งรีบ ทำให้อากิระต้องรีบตามไป ทั้งๆที่ยังไม่ได้ถามอะไร...

หลังจากเข้ามาในฐานทัพขนาดใหญ่ สายตาสีน้ำเงิน สอดส่องไปทั่วๆทางเดิน.. ผนังสีเงินเหลื่อมฟ้าให้บรรยากาศเหมือนฐานทัพที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง เพื่อปกป้องบางสิ่ง... ในที่สุดทั้งคู่เดินเข้ามาจดสุดทางและพบกับประตูลิฟต์หนึ่งบาน

“เข้าไปสิ ธุระของเราอยู่ข้างล่างนั่น”เจสสิก้าหันมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่รีบร้อน อากิระจึงรีบเดินเข้าไปในทันที...

ขณะที่ลิฟต์ค่อยๆเลื่อนลงอย่างช้าๆ.. โดยที่อากิระยังไม่เข้าใจว่า การที่ถูกเรียกมาที่นี่มันมีเหตุผลยังไงกันแน่.. ด้วยบรรยากาศที่เงียบจนอึดอัด ทำให้อากิระเริ่มหาเรื่องคุยเพื่อฆ่าเวลา

“D.F.C.D?... ที่นี่สร้างขึ้นเพื่ออะไรงั้นเหรอครับ?”อากิระที่หันไปเห็นโลโก้รูปร่างแปลกประหลาด มีม้วนกระดาษอยู่ตรงกลาง ทั้ง 2 ข้างของม้วนกระดาษมีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนเอาไว้ พื้นหลังเป็นลูกโลก รอบๆถูกประดับด้วยแตรสีทองจำนวนเจ็ดตัว พร้อมด้วยปีกสีทองอยู่ด้านหลัง อากิระมองว่ามันดูจะอลังการเว่อร์มากๆสำหรับกองกำลังทางทหารอะไรสักอย่าง

“Devorion Force Couter Deva... เอาไว้ฉันจะอธิบายให้เธอฟังทีหลัง...”เจสสิก้าตอบความหมายของตัวอักษรที่เขียนเอาไว้เป็นภาษาอังกฤษ แต่กลับไม่อธิบายทั้งหมด ทำให้อากิระที่ไม่เข้าใจศัพทร์ถึงกับงงไปพักใหญ่ แต่เมื่อเขามองไปยังด้านหน้ากระจกของลิฟต์ก็ถึงกับตกตะลึง...

หลังจากลงมาถึงชั้นใต้ดิน กำแพงที่เคยปิดรอบลิฟต์จนมองไม่เห็นอะไรนอกจากผนัง กลายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกต์มากมาย แต่สิ่งที่ทำให้อากิระตกตะลึงที่สุดคือ หุ่นยนต์ขนาดยักษ์ที่มีสีดำและมีลายสีเขียว.. หน้าตาของมันยื่นยาวออกมาราวกับสัตว์ป่า พร้อมเขาขนาดใหญ่ที่เหมือนใบมีด 2 อันบนหัว.. ลำตัวใหญ่โตบึกบึน แววตาสีน้ำเงิน ไม่เคยเห็นของที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน...

“เป็นยังไง... อึ้งเลยล่ะสิ....”เจสสิก้าพูดขึ้น.. อากิระที่ได้ยินดังนั้นก็หันมามองด้วยสายตาที่ยังอึ้งค้าง... “นี่ล่ะ ‘เดโวเรี่ยน’ เครื่อง X-01 ‘ไคเซอร์’ ธุระของเราในวันนี้...”สิ้นเสียงคำพูดของเจสสิก้า.. ลิฟต์ก็ลงมาถึงพื้นล่างสุดพอดี.. เมื่อประตูลิฟต์เปิด อากิระที่ไม่เชื่อสายตาตัวเองในความใหญ่ของหุ่นยนต์ตรงหน้าของเขา ที่มองจากตรงนี้ เห็นมันแค่ถึงอกเท่านั้น วิ่งเข้าไปมองใกล้ๆ เพื่อจะเตือนตัวเองว่านี่เราไม่ได้ฝันไปสินะ...

“อ้าว... มาแล้วเหรอ.. หนูทดลองตัวใหม่น่ะ~”ชายหนุ่มผมดำในชุดกาวน์สีขาวพูดขึ้นพร้อมเดินเข้ามายังบริเวณที่อากิระและเจสสิก้ายืนอยู่.. แสงสว่างจากหลอดไฟ สะท้อนเข้ากับแว่นของเขาจนเกิดประกาย.. ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

“อากิระ.. นี่  ศาสตราจารย์ ไคจิ คาสึยะ... นักวิทยาศาสตร์ที่ควบคุมเกี่ยวกับระบบต่างๆของเจ้าตัวนี้ที่นี่...”เจสสิก้าหันมาแนะนำชายหนุ่มผมดำคนนั้นให้อากิระได้รู้จัก..

“เรียกผมว่าคาสึยะก็พอ.. นายคงจะเป็น.. นาวาอากาศตรี อาคิโมโตะ อากิระ..สินะ~”ชายหนุ่มผมดำยกมือขึ้นสะบัดไปมา ก่อนที่จะเอ่ยถามชายหนุ่มผู้มีนัยย์ตาสีฟ้าตรงหน้า

“นาวาอากาศตรี.. อาคิโมโตะ อากิระ.. สังกัดฝูงบินที่ 8 กองกำลังป้องกันตนเอง รายงานตัวครับ!”อากิระพูดแบบเดียวกับที่รายงานตัวกับเจสสิก้า แต่ดูเหมือนแบทจะรู้แล้ว เลยส่ายหัวไปมา..

“เอาเถอะ.. วันนี้ที่ท่าน ผ.บ. เรียกนายมา ก็เพื่อจะมาทดลองขับเจ้าหุ่นนี่ยังไงล่ะ...”คาสึยะอธิบายถึงเหตุผลที่คาใจอากิระอยู่ ทำให้ตอนนี้ทุกอย่างที่อากิระสงสัยกระจ่างจนเกือบหมดแล้ว...

“แต่ว่านะ... ถ้าหากว่านายทำอัตราความเข้ากันของเครื่อง ที่เรียกกันว่าซิงโครน่ะ... ต่ำกว่า 10% ล่ะก็... นายก็จะถูกเจ้าปีศาจเนี่ยดูดกลืนร่างกายไป... หรือจะว่ากันง่ายๆ.. ถ้านายไม่เหมาะสมกับเจ้าปีศาจนี่.. ก็จะสลายหายไปยังไงล่ะ~”คาสึยะก้มตัวลงมาพูดกับอากิระ พร้อมใช้มือกระดกแว่นด้วยคำพูดออกไปทางแนวการข่มขู่ด้วยการพูดเว้นระยะ... แต่คำพูดนั้นก็ทำให้อากิระใจหายในทันที...

“อย่าพูดอะไรที่ทำให้ผู้ทดสอบกลัวอย่างงั้นสิคาสึยะ!!”เจสสิก้ารีบตะคอกแบทที่พูดแบบนั้นในทันที..

“อ้าว.. ก็มันจริงนี่ เจ้าปีศาจเนี่ยมันกลืนผู้ทดสอบคนก่อนๆไปตั้ง 5 คนแล้วนะ...”คาสึยะเริ่มเถียงกลับ หลังจากได้ฟังคำของทั้งสอง ในใจของอากิระตอนนี้เริ่มกล้าๆกลัวๆ.. ใจนึงก็อยากจะลองขับดู.. แต่อีกใจนึงก็กลัวที่จะถูกดูดกลืนเหมือนกับคนอื่นๆ...

แต่หลังจากปล่อยให้ทั้งสองเถียงกันอยู่สักพัก.. เขาก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่..

“ผมจะขึ้นทดสอบ!”

เสียงตอบของอากิระทำให้ทั้งเจสสิก้าและคาสึยะต่างหันมามองอย่างสงสัย

ผมพร้อมที่จะได้รับการทดสอบแล้วครับ!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 07, 2009, 07:56:32 PM โดย Akira00 » บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 07, 2009, 01:55:10 PM »

ตอนที่ 1 - อาละวาด

[ถ้าหากขึ้นขับเจ้านี่ได้..... เราก็คงแก้แค้นให้ 2 คนนั่นได้ ใช่สิ.. เราต้องทำได้ เราต้องแก้แค้นให้ 2 คนนั่นให้ได้....]

ห้วงคำนึงความคิด ดังก้องอยู่ในหัวของอากิระไม่ขาด.. ตอนนี้เขากำลังเดินไปตามทางเดินที่ยื่นเข้าสู่ส่วนหน้าอกของตัวหุ่น ที่เปิดอยู่.. ด้านในคือห้องควบคุมที่เคยกลืนผู้ทดสอบหายไปกว่า 5 คนแล้ว...

“เราต้องทำได้.... เราต้องทำได้....”อากิระพูดเตือนสติตัวเอง ก่อนที่จะเดินมาหยุดที่หน้าทางเข้าสู่ห้วงควบคุม (ค็อกพิท) ในใจเขาก็ยังคงกล้าๆกลัวๆ ถึงแม้จะพยายามข่มสติตัวเองแล้วก็ตาม...

“เป็นอะไรขึ้นมาล่ะ.... หรือว่ากลัวจนไม่กล้าเข้าไป? จะยกเลิกตอนนี้ก็ยังทันนะ หึๆ”คาสึยะพูดข่มขึ้นอีกครั้งขณะยืนอยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่อยู่ไม่ห่างจากจุดเก็บเจ้าหุ่นยักษ์นั่นนัก

อากิระเมื่อได้ยินคำขู่ของคาซึยะ เขาหันกลับมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในห้องควบคุมทรงสี่เหลี่ยมคล้ายคอนเท็นเนอร์ทันที

“คาสึยะ! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูดอะไรที่มันทำให้ผู้ทดสอบกลัวแบบนั้นสิ!”เจสสิก้าหันมาสบถใส่ชายหนุ่มผมดำผู้ยืนอยู่หน้าแป้นควบคุมในทันที... แต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับยิ้มขึ้นมาเฉยๆ...

“เจ้าหมอนั่นน่ะ มีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆ... ที่ฉันพูดแบบนั้นก็เพราะจะทดสอบ.. จากผลที่ฉันคำนวณ... อัตราซิงโครของหมอนั่น.. อย่างต่ำก็เกิน 10% เพราะเจ้าบ้านั่น โดนฉันสะกิดเข้าหน่อยก็กล้ากระโดดเข้าไปโดยไม่มีท่าทีกลัวใดๆ... คนกล้าแบบนี้ล่ะ ที่เหมาะสมกับเจ้าปีศาจนั่น...”คาสึยะอธิบายสิ่งที่ตนทำออกมา ทำให้เจสสิก้าอึ้งไปสักระยะ ที่เขาสามารถใช้แผนที่แยบยลขนาดนั้นเพื่อทดสอบจิตใจคนได้

“เอาล่ะ... มาเริ่มการทดสอบกันเลย!”คาสึยะกดปุ่มบนแป้นควบคุมเพื่อให้ฝาค็อกพิทเลื่อนลงมาปิด เพื่อเข้าสู่โหมดการควบคุม

อากิระหัวใจเต้นรัว เพราะยังเหลือความกลัวอยู่ เขาพยายามหายใจเข้า-ออกช้าๆ เพื่อควบคุมสติ และรวบรวมความกล้าเอาไว้ให้มากที่สุด

“เฮดเซ็นเซ่อร์... ไอ้ก้อนกลมๆบนหัวนายน่ะ จะเชื่อมต่อระบบประสาทของนายเข้ากับ X-01 โดยตรง.. แต่นี่เป็นแค่การทดสอบ อย่าคิดจะขยับหุ่นเด็ดขาดเชียวนะ”คาสึยะพูดอธิบายถึงสิ่งที่เขาให้อากิระติดไว้บนศรีษะ รูปร่างมันคล้ายๆกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกต์ทรงสามเหลี่ยมขนาดเล็กที่ติดอยู่บนหัว 2 ข้าง

“เข้าใจแล้วครับ...”

“เอาล่ะ... ระบบต่างๆคงที่.. ปิดเตาอนุภาค UP.. อัตราซิงโคร... หืม.. เจสสิก้า มาดูนี่ทีสิ....”คาสึยะที่อ่านค่าต่างๆบนแป้นควบคุม เมื่อถึงอัตราซิงโคร ก็ถึงกับสะดุดเพราะอะไรบางอย่าง

“มีอะไร?”เจสสิก้าที่โดนเรียกเดินเข้าไปดูทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่อยู่บนแป้นก็ทำให้เธอถึงกับตะลึงงันไปทันที

“อัตราซิงโคร.. 80%?”

“ไม่ผิดแน่.. ไอ้หมอนี่ล่ะ... ผู้ที่มีความสามารถพอและคู่ควรกับเจ้าปีศาจนั่น...”

Alert! Alert!

เสียงเตือนภัยดังขึ้นอย่างเฉียบพลัน.. ไฟสีแดงถูกฉายลงมาเพื่อเป็นสัญญาว่ากำลังเกิดเรื่องร้าย

“อ๊ะ!.. มาอีกแล้วงั้นเหรอ!”ทันทีที่เสียงเตือนภัยดัง แป้นควบคุมของคาสึยะถูกเบียดด้วยหน้าจอแสดงผลบางอย่าง..

“เดว่า... รูปแบบสัตว์เลื้อยคลาน ปรากฏตัวแล้ว! กำลังเคลื่อนที่มายังโตเกียวที่ 2! คราวที่แล้วแค่มาป่วนสินะ...”คาสึยะที่เห็นการแสดงผลถึงสัญญาณสีทองที่ปรากฏตัวจากชั้นบรรยากาศเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน

“ว่ายังไงนะ? เดว่า? มันคืออะไร?”อากิระเอ่ยถามอย่างสงสัย ตอนนี้เขางงไปหมดแล้วกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“นายเองก็เคยเจอกับมันมาแล้วนี่... เจ้างูยักษ์นั่นน่ะ...”คาสึยะเงยหน้าขึ้นพูด ทันทีที่อากิระได้ยินดังนั้น.. ทุกอย่างก็กระจ่าง.. รวมถึงความรู้สึกที่ต้องการแก้แค้นก็พุ่งสูงด้วยเช่นกัน

“คาซึยะ! นักบินทดสอบเป็นยังไงบ้าง!”เสียงของชายวัยกลางคนติดต่อเข้ามาทางแป้นควบคุมของคาซึยะ

“อัตราซิงโคร 80% อยู่ระดับสูงครับ.. นักบินทดสอบยังปลอดภัยดี”คาซึยะรายงานกลับไปยังเจ้าของเสียงนั้น

“งั้นเรอะ.. เปิดสถานการณ์รบระดับ 1 บอกนักบินให้เตรียมตัวให้พร้อมที่จะสู้กับทูตสวรรค์สะ!!!”เสียงชายวัยกลางคนติดต่อมาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปิดหน้าต่างเสียงจากแป้นควบคุมของคาซึยะ

“ได้ยินแล้วใช่ไหมอากิระคุง... เตรียมตัวออกไปสู้ได้แล้ว...”คาซึยะหันมาพูดกับจอสื่อสารที่ต่อเข้ากับห้องคนขับที่อากิระนั่งอยู่

“ต้องออกไปสู้กับเจ้านั่นอีกสินะครับ.. ผมพร้อมแล้ว”อากิระตัดสินใจแน่วแน่ หลังจากที่นั่งอยู่นานแล้ว และยังไม่ถูกดูดกลืน ทำให้ตอนนี้ความมั่นใจของเขากลับมาอีกครั้ง และมากกว่าเดิมซะด้วย

“ดีมาก... อัตราการเดินเครื่องคงที่.. ระดับการซิงโคร.. 80%... เริ่มเปิดระบบเตาพลังงาน UP เริ่มเดินเครื่องเต็มกำลัง...”คาซึยะเริ่มกดปุ่มต่างๆบนแป้นควบคุม เจ้าหุ่นยักษ์เริ่มเดินเครื่องเพื่อเตรียมต่อกรกับสิ่งที่กำลังบินตรงเข้ามาที่นี่

“ทูตสวรรค์รูปแบบสัตว์เลื้อยคลาน.. กำลังลงมาจากชั้นเมฆครับ!?”โอเปอเรเตอร์ชายใส่แว่นผู้นั่งคุมจอมอร์นิเตอร์ในห้องบัญชาการใหญ่ หันมารายงานกับชายวัยกลางคนผู้นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ผู้บัญชาการที่ชั้นสองของห้องบัญชาการ

ภาพของงูยักษ์มีคริสตัลสีเขียวฝังอยู่บนหัว เกล็ดตามตัวเป็นสีขาวตัดดำ.. พร้อมปีกสีทองคู่ใหญ่ กำลังบินลงมาจากชั้นเมฆโดยเป้าหมายของมันคือฐานทัพ D.F.C.D!!

ปั๊ง!

เสียงทุบโต๊ะดังลั่น ชายหนุ่มวัยกลางคนทำหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวแสดงถึงความแก่ แต่ด้วยแรงที่มากพอทุบโต๊ะเสียงดังจนลั่นห้องบัญชาการได้ แสดงว่าชายคนนี้แข็งแรงมากเลยทีเดียว

อพยพชาวเมืองลงมายังชั้นใต้ดินให้หมด! เปิดปืนกลและมิสไซล์ต่อต้านอากาศยานเต็มรูปแบบ!!

เสียงตะโกนสั่งดังลั่นด้วยน้ำเสียงดุดันและเข้มแข็ง ปลุกใจเหล่าโอเปอเรเตอร์ผู้ทำงานอยู่ในห้องทั้งหมดให้รีบทำตามที่ชายวัยกลางคนคนนี้พูดในทันที!!

ส่วนยอดตึกที่ดูจะเป็นตึกทั่วๆไปหมุนและเปิดส่วนต่างๆขึ้น เพื่อเผยส่วนป้อมปืนต่อต้านอากาศยานออกมาในทันที! บางตึกก็เป็นกระเปาะมิสไซล์ขนาดใหญ่! ทั้งหมดระดมยิงเข้าใส่เจ้างูยักษ์อย่างเต็มกำลัง.. แต่ก็เหมือนกับการต่อสู้ครั้งแรก มันแทบจะทำความเสียหายแก่เจ้างูยักษ์ไม่ได้แม้แต่น้อย!!

ขอให้พนักงานทั้งหมด ออกมาจากบริเวณโรงเก็บด้วย.. ขณะนี้จะทำการปลดล็อคเพื่อเตรียมการปล่อยตัว..”เสียงประกาศเตือนดังขั้น คาซึยะและเจสสิก้าที่สั่งการเสร็จวิ่งออกมาเพื่อไปยังห้องบัญชาการใหญ่.. จุดที่ทั้งคู่ยืนอยู่เมื่อกี้ ถูกเลื่อนออก รวมทั้งผนังต่างๆที่ยึดตัวหุ่นเอาไว้ถูกเลื่อนออกเพื่อปลดพันธนาการของเครื่องออก

การเตรียมการเสร็จสิ้น จะทำการปล่อยตัวใน.. 10... 9.... 8....

“เราจะต้องทำได้.. เราจะต้องทำได้.. ต้องแก้แค้นให้ทั้ง 2 คนนั้นให้ได้!!”อากิระพูดกับตัวเอง.. มือทั้ง 2 ข้างกำคันบังคับแน่น เพื่อเตรียมออกไปสู้กับเจ้างูยักษ์นั่น

3.... 2.... 1..... ปล่อยตัวได้

คลืน.. ตึง! ฟิ้ว!!

ทันทีที่การนับถอยหลังจบลง.. แท่นที่ยึดฐานรองของตัวหุ่นกับพื้นเอาไว้ถูกปลดออก.. รางขนาดใหญ่ด้านหลังที่ล็อคปืนใหญ่ของหุ่นเอาไว้เกิดไฟฟ้าสถิตและดึงร่างขนาดยักษ์ของหุ่นสีดำพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว...

“อ๊า!!.. คลื่นไส้ชะมัด!! เร็วเกินไป!!”อากิระที่ยังไม่ชินถึงกับจะอาเจียน.. แต่เขาก็กลั้นเอาไว้ได้.. ร่างขนาดยักษ์พุ่งขึ้นไปตามช่องปล่อยตัวที่ทอดยาวตรงสู่พื้นดินด้านบนด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่ารถแข่งในสนามแข่งเลยทีเดียว

เปิดช่องปล่อยตัวที่ 3 จะส่งไปยังกลางตัวเมืองเลยนะคะ”โอเปอเรเตอร์สาวอีกคนพูดขึ้น.. พื้นขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนเป็นประตูมีตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนคำว่า ‘DANGER’ อยู่ถูกเปิดออก.. รางขนาดยักษ์พุ่งขึ้นมาเหนือพื้น ทันท่วงที ก่อนที่ร่างของหุ่นยักษ์จะพุ่งผ่านช่องนั้นขึ้นมากระแทกกับจุดสุดรางพอดี!

“อากิระคุงฟังให้ดีนะ! พยายามใช้จินตนาการและความคิด ผลักดันให้ไคเซอร์เดินให้ได้.. นั่นเป็นวิธีบังคับมัน”เจสสิก้าที่ติดต่อมาจากห้องบัญชาการใหญ่พูดถึงวิธีการบังคับร่างของหุ่นยักษ์ที่ชื่อ ‘ไคเซอร์’ แต่อากิระก็ยังคงไม่เข้าใจนัก

“จินตนาการและความคิด!?... จะลองดู...”อากิระตอบกลับไปก่อนที่จะหลับตาลง คิ้วของเขาขมวดเข้ามาหากันช้าๆ เหมือนกำลังเพ่งอะไรบางอย่าง...

คลืน... ตึง!

เท้าของหุ่นยักษ์ขยับเป็นการก้าวเดิน! เมื่อเท้าทั้ง 2 ข้างก้าวเหยียบกับพื้นสำเร็จ.. รางขนาดใหญ่ถูกเก็บลงมาใต้ดิน และปิดประตูดังเดิม ตอนนี้ตรงหน้าของอากิระ ไม่ไกลนัก มีร่างของงูยักษ์ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ถึงแม้จะถูกระดมยิงด้วยปืนกลและมิสไซล์จากตึกรอบๆก็ตาม!!

“เห็นเป้าหมายแล้วใช่ไหม! ใช้ปืนใหญ่ UP Grand Cannon ที่กลางหลังสะ! พยายามนึกภาพให้ปืนใหญ่สองกระบอกนั่นขึ้นมาตั้งบนไหล่!”คาซึยะเริ่มอธิบายวิธีการใช้อาวุธ. อากิระที่ได้ยินก็หลับตาลงเพื่อคิดตามอีกครั้ง... ปืนขนาดใหญ่ที่ห้อยเอาไว้ข้างหลัง จากที่ชี้ลงพื้น มันหมุนครึ่งรอบเพื่อให้ตั้งขึ้นแล้วกดลงเพื่อประทับบนไหล่ทั้ง 2 ข้างของหุ่นยักษ์

“ทีนี้ก็กดปุ่มสีแดงที่คันบังคับ! พยายามยิงเข้าใส่เจ้างูยักษ์นั่น!”เจสสิก้าเองก็ช่วยอธิบายด้วยเช่นกัน.. ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนชั้นสอง กำลังมองการต่อสู้ครั้งแรกของอากิระอยู่เงียบๆ

ย๊ากกกกก!!!!”อากิระตะโกนดังลั่นเพื่อปลุกใจตัวเองพร้อมกดปุ่มสีแดงที่คันบังคับเต็มแรง... ปืนใหญ่ทั้ง 2 ข้างเข้าสู่โหมดยิงต่อเนื่อง และยิงกระสุนพลาสม่ากระหน่ำราวกับปืนกลเข้าใส่เจ้างูยักษ์ติดปีกในทันที

เฟี้ยว! ตู้มๆๆๆๆๆ!!!!!

ก๊าซซซซซซ!!!!!!

ทั้งที่ปืนกลและมิสไซล์ไม่สามารถทำอะไรร่างของงูยักษ์ได้เลย แต่พออากิระเริ่มยิงกระสุนพลาสม่าเข้าใส่ เจ้างูยักษ์กลับโดนระเบิดเข้าอย่างจัง จนกระเด็นร่วงลงบนพื้น!

“ไม่นึกเลยว่า.. อาวุธของเดโวเรี่ยนจะรุนแรงได้ขนาดนี้...”เจสสิก้าที่เห็นภาพนั้นก็ถึงกับยืนอึ้งไปเล็กน้อย

“Ultimatum Field ยังไงล่ะ... สนามพลังที่เกิดจากแร่อัลธิเมทั่มบนหัวของเจ้านั่น อาวุธธรรมดาไม่สามารถเจาะเข้าไปได้.. แต่ถ้าเป็นอาวุธที่อาบด้วยอนุภาค UP ของแร่อัลธิมทั่มด้วยกันล่ะก็.... ก็จะฝ่าเข้าไปได้อย่างง่ายดายยังไงล่ะ...”คาซึยะเริ่มอธิบายสรรพคุณของสนามพลังที่มองไม่เห็นที่ปกป้องร่างของเจ้างูยักษ์นั่น

แต่ถึงแม้มันจะร่วง.. แต่มันก็ยังไม่หมดฤทธิ์! หางสีขาวพุ่งเข้ารัดที่ขาของไคเซอร์อย่างรวดเร็ว! ไม่ทันที่อากิระจะตกใจ เจ้างูยักษ์ลอยตัวขึ้นแล้วกระตุกหาง ดึงร่างของไคเซอร์ให้ล้มลงกระแทกกับพื้นด้านล่างในทันที

อ๊ากกกก!! บ้าเอ๊ย!!!!”อากิระสบถดังลั่น.. เขาไม่สามารถควบคุมร่างของไคเซอร์ได้ดั่งใจเพราะจิตยังไม่นิ่งพอ.. ถ้าเป็นอย่างงี้ต่อไปล่ะก็ เขาจะต้องถูกเจ้างูยักษ์เล่นงานอย่างแน่นอน!

“แย่แล้ว! ยกพื้นที่นั้นลงมา! อย่าให้นักบินกับหุ่นเป็นอะไรเด็ดขาด!”

ไม่ต้อง!!

เจสสิก้าที่พยายามจะช่วยอากิระกลับถูกชายวัยกลางคนคนนั้นขวางเอาไว้

“แต่ว่า! ผ.บ.มาซาโมริคะ!”

“ฉันเชื่อว่าเจ้าหนูนั่น.. จัดการได้...”

หลังจากคำพูดที่มั่นใจของชายวัยกลางคนดังขึ้น เจสสิก้าก็ดูจะเข้าใจแล้วยกเลิกคำสั่งที่สั่งไปเมื่อกี้...

เจ้างูยักษ์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่อากิระกลับยังไม่สามารถควบคุมให้ไคเซอร์ลุกขึ้นได้ด้วยซ้ำ!!

บ้าเอ๊ย!!! ลุกสิ!!!!!

ชิ้ง!

แสงประหลาดพุ่งออกมาจากตาของไคเซอร์... เตาพลังงาน UP ที่มีวงแหวนสีเงินอยู่รอบๆ วงแหวนนั่นหมุนเร็วขึ้นกว่าปกติ อนุภาคสีม่วงถูกผลักดันออกมาเป็นจำนวนมาก!!

“อ๊ะ! นี่มัน! ผ.บ.คะ! อัตราซิงโครของเด็กคนนั้นกับไคเซอร์พุ่งสูงถึง 666% แล้วค่ะ!”โอเปอเรเตอร์สาวนัยย์ตาสีฟ้า ผมสีดำสลวยถูกรวบเอาไว้ หันหน้ามารายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชายวัยกลางคนทราบ

“666%.... สภาวะบ้าคลั่ง....”เจสสิก้าเริ่มอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“666.... ตัวเลขปีศาจชัดๆ....”คาซึยะกัดฟันเมื่อได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น!

กงเล็บสีทองพุ่งเข้าตะปบที่กลางหน้าของเจ้างูยักษ์ที่พุ่งเข้ามาเต็มแรง! ร่างสีดำมหึมาลุกขึ้นใหญ่โตราวภูผา! ปากที่หุ้มด้วยยางสีดำถูกเปิดออก เผยคมเขี้ยวสีทองจำนวนมากในปาก ตอนนี้ไคเซอร์ กลายเป็นสัตว์ร้ายที่ไม่อาจควบคุม!!

ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

โปรดติดตามตอนต่อไป
บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 07, 2009, 01:58:29 PM »

ลงเยอะมากขยันลงนะครับ จะตามมาอ่านวันหลัง 
บันทึกการเข้า
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 08, 2009, 12:43:42 PM »

ตอนที่ 2 - เด็กคนที่ 2

DANGER!! DANGER!!

เสียงเตือนภัยดังขึ้นไม่ขาดสาย  ร่างมหึมาของหุ่นยักษ์ที่อยู่ภายนอก กำลังเผชิญหน้ากับทูตสวรรค์ที่ถูกเรียกว่า ‘เดว่า’ และกำลังเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง ที่ไม่สามารถควบคุมได้!

เจ้างูยักษ์เริ่มลอยตัวขึ้นเหนือพื้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ ไคเซอร์ย่อตัวลงเพื่อสะสมแรงก่อนที่จะใช้ขาขนาดใหญ่ดีดตัว กระโดดขึ้นไปเพื่อใช้น้ำหนักมหาศาลทุ่มใส่เจ้างูยักษ์จนร่วงลงสู่พื้นอีกครั้ง

ตูม!!!

แรงมหาศาลของสองร่างยักษ์ กดทัพลงบนตึกจนพังทลาย! เศษฝุ่น คอนกรีตปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ เจ้างูยักษ์ที่เงยหน้าขึ้นมาจากหมู่ควันถูกกงเล็บสีทองตะปบจิกเข้ากลางหัวของมัน ลอยแผลขนาดใหญ่จากกงเล็บทำให้เลือดสีแดงพุ่งออกมาเหมือนท่อแตก พร้อมเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเจ้างูยักษ์..

“ซวก!”

กงเล็บสีทองกระชากออกจากจุดที่จิกคาเอาไว้ในเนื้อเมื่อกี้ ทำให้เนื้อหลายชุดหลุดตามออกมาด้วย หน้าของเจ้างูยักษ์กลายเป็นลอยแผลยาวตามกงเล็บ ในขณะที่ร่างของงูยักษ์กำลังเอนตัวเหมือนจะล้มลง ไคเซอร์พุ่งตัวเข้าไป พร้อมใช้คมเขี้ยวคมกริบเรียงรายราวใบมีดขนาดยักษ์ในปากพุ่งเข้ากัดที่คอของงูยักษ์ด้วยแรงกัดที่สูงมากจนไม่อาจวัดได้!

งูยักษ์อ้าปากพะงาบๆ อยากร้องออกมาสุดเสียง แต่พอเขี้ยวของไคเซอร์ตัดหลอดลมและค่อยๆผ่าชั้นเนื้อลงไปเรื่อยๆ เลือดสีแดงพุ่งทะลักออกมาทั้งจากลอยแผลและปากของมันอย่างน่าสะอิดสะเอียน.. เหล่าโอเปอเรเตอร์บางคนถึงกับหันหน้าหนีพยายามไม่มองที่จอแล้วกุมปากเอาไว้ เพราะทนดูภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้

ฉั๊วะ!... ตูม!

หัวของเจ้างูยักษ์ร่วงลงสู่พื้นดินด้านล่าง โลหิตสีแดงไหลอาบทั่วบริเวณ.. ไคเซอร์อ้าปากเพื่อปล่อยส่วนลำตัวที่มันกำลังกัดอยู่ออกร่วงลงกระแทกกับพื้น...

ก๊าซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!

เสียงคำรามดังลั่นประกาศชัยชนะเหนือศัตรูของไคเซอร์ดังขึ้น ก่อนที่จะก้มหน้าลงปิดปากลงแล้วนิ่งไป...

“อัตราซิงโคร... ลดลงเหลือ 80% แล้วค่ะ”โอเปอเรเตอร์สาวหันมารายงานผลอีกครั้ง.. อาการบ้าคลั่งของไคเซอร์จบลงแล้ว

“ไม่มีสัญญาณตอบรับจากนักบินครับ แต่ชีพจรยังคงที่!!”โอเปอเรเตอร์ชายหันมารายงานผลเช่นกัน

“รีบส่งทีมกู้ภัยไปช่วยชีวิตนักบินเร็วเข้า! แล้วก็เก็บไคเซอร์กลับมาด้วย!”

“รับทราบครับ!”

เจสสิก้ารีบสั่งการในทันที เพื่อช่วยชีวิตนักบินที่ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง รู้เพียงแค่ว่ายังหายใจอยู่เท่านั้น

--------------------------------------------------

2 วันต่อมา โรงพยาบาลเมืองโตเกียวที่ 2

“อา... นี่มัน.. ที่ไหนเนี่ย...”

อากิระที่พึ่งฟื้นหลังจากถูกพาตัวลงมาจากไคเซอร์ลุกขึ้นจากเตียงพยาบาลสีขาว เขาใช้มือ้างขวากุมที่หัวเหมือนกับว่าหัวเขาไปกระแทกอะไรมาและยังเจ็บอยู่ถึงตอนนี้

เสียงประตูเลื่อนเปิดออก หญิงสาวผิวคล้ำเดินเข้ามา เมื่อเห็นอากิระที่กำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงก็ทักขึ้น

“อ้าว... ฟื้นแล้วเหรอ อากิระคุง”

“เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย...”อากิระเอ่ยถามขึ้น ในขณะที่เจสสิก้าเดินเข้ามายืนใกล้ๆกับเตียงพยาบาล

“หลังจากไคเซอร์บ้าคลั่ง เธอก็ไม่ตอบกลับมาที่ฐานอีกเลย แต่ชีพจรยังเต้นอยู่.. พอเราไปกู้เธอออกมา เธอก็สลบอยู่.. ”เจสสิก้าตอบตามที่อากิระอยากรู้ก่อนที่จะวางแฟ้มงานลงบนเตียงของอากิระ

“นี่มัน.. อะไรกันครับเนี่ย?”อากิระหยิบมันขึ้นมาดูแล้วถามขึ้นพลางเปิดแฟ้มออกดูด้วยความสงสัย

“รายงานผลการต่อสู้และการเดินเครื่องครั้งแรกของไคเซอร์ยังไงล่ะ อ่านสะแล้วทำความเข้าใจ.. เพราะนับแต่นี้ไป เธอจะต้องมาทำงานที่นี่ และคอยขับไคเซอร์ออกต่อสู้กับเดว่า”เจสสิก้าตอบคำถามของอากิระอีกครั้งในขณะที่เขากำลังสอดส่ายสายตาไปตามตัวหนังสือที่เขียนเอาไว้จนคับหน้า และภาพประกอบที่เข้าใจยาก

“แล้ว.. เดว่าเนี่ยมันคืออะไรกันแน่?.. เจ้าหุ่นนั่น.. ใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมากันแน่? แล้วทำไมถึงต้องเลือกผมด้วยล่ะ?”อากิระเริ่มถามคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจของเขาเป็นชุด เจสสิก้าที่ได้ยินก็ถึงกับถอนหายใจ ก่อนที่จะลากเก้าอี้ข้างๆแล้วนั่งลง

“จะเล่าทีละเรื่องละกันนะ...”เจสสิก้าถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มตอบคำถามของอากิระทีละข้อ..

“เดว่า.. หรืออีกชื่อ ทูตสวรรค์.. เป็นสิ่งมีชีวิตเทวะที่ไม่สามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ รู้เพียงแค่ว่า มันจะปรากฏตัวจากชั้นบรรยากาศ แต่ไม่ได้มาจากอวกาศ...”

“เจ้าหุ่นนั่น.. ไม่มีคนสร้างหรอก.. ได้ยินมาว่าพวกสำนักงานใหญ่ไปขุดพบอยู่ใต้พื้นโลก ตัวที่เธอขับก็ขุดขึ้นมาจากถ้ำใต้ภูเขาไฟฟูจิเชียวนะ แล้วก็.. ที่เลือกเธอ ก็เพราะว่า คนที่เหมาะสมกับไคเซอร์น่ะ ต้องมีจิตใจที่กล้าหาญ.. ต้องเป็นคนที่เก่งจริงๆเท่านั้นถึงจะควบคุมมันได้...”

ทันทีที่คำตอบทั้งหมดออกมาจากปากของเจสสิก้าอากิระก็ถอนหายใจ เหมือนกับว่าตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว..

“ยังไงก็ตาม.. ถ้าหายดีแล้ว.. พรุ่งนี้ช่วยมาที่สำนักงานใหญ่ด้วยนะ เธอจะต้องฝึกบังคับมันอีกเยอะ แล้วก็นี่..”เจสสิก้พูดพร้อมหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นบัตรขนาดเล็ก ที่ขนาดเท่าบัตรเครดิตทั่วๆไป

“นี่ ID Card เธอต้องใช้นี่ ในการเข้า-ออก ฐานทัพของ D.F.C.D รักษามันไว้ให้ดีล่ะ..”เจสสิก้ายื่นบัตรนั้นให้กับอากิระก่อนที่จะลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย “ฉันมาแค่นี้ล่ะ ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ แล้วเจอกัน”

“ครับ.. แล้วเจอกัน”อากิระเอ่ยลา ก่อนที่เจสสิก้าจะเดินออกนอกประตูไป อากิระพลิกบัตรในมือนั้นไปมาเพื่อดูด้านต่างๆ ก่อนที่จะวางมันลงบนหัวเตียงแล้วล้มตัวลงนอนพักผ่อนต่อไป..

--------------------------------------------------

วันต่อมา

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังสนั่น เศษชิ้นส่วนของตึกปลิวว่อนไปทั่วบริเวณร่างยักษ์เคลื่อนที่ช้าๆไปตามเมือง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมีตึกพัง เพราะร่างกายที่ใหญ่โตมากของมัน

ลุยล่ะเฟ้ย!!!!”อากิรตะโกนดังลั่น ตอนนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องหลับตาเพื่อตั้งสมาธิอีกแล้ว ตอนนี้เพียงแค่คิด ร่างกายของหุ่นยักษ์ก็ทำตามที่เขาต้องการในทันที

ร่างขนาดยักษ์สอยเท้าออกวิ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงหน้า ที่มีรูปร่างเหมืนองูขนาดยักษ์ตัวแรกที่สู้กัน!

ย๊ากกกกกก!!!!!”เสียงตะโกนของอากิระดังขึ้นพร้อมกับที่ไคเซอร์ง้างมืออก ก่อนที่กงเล็บสีทองจะตวัดลงตะปบเข้าใส่หน้าของเจ้างูยักษ์อีกครั้ง! เจ้างูยักษ์เอนตัวไปด้านหลังเหมือนเสียหลัก ไคเซอร์ที่ตั้งหลักได้ รีบลุกขึ้นในทันที! ปืนใหญ่ด้านหลังหมุนขึ้นมาประทับบนบ่าพร้อมยิงกระสุนพลาสม่าเข้าใส่เจ้างูยักษ์

บึ้ม!... ตูม!!!!!!!!!

ร่างของงูยักษ์ระเบิดเป็นดอกเห็ดหลังจากโดนกระสุนพลาสม่าเข้าไปสองนัด..

“เจ้าหนูนั่นทำได้ดีขึ้นมากเลยนะ... ถึงแม้จะเป็นแค่การทดสอบก็ตาม”ชายหนุ่มวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่หน้าจอพูดขึ้น ในขณะที่มองไปยังจอแสดงภาพแบบซิมูเลชั่นที่ต่อเข้ากับห้องควบคุมทดสอบรูปร่างคล้ายตู้คอนเท็นเนอร์ ซึ่งเป็นระบบภาพเสมือนใช้ในการฝึกฝนการขับเคลื่อนเดโวเรี่ยน

“สุดยอดไปเลย! ลุงมาซะ ขอผมลองอีกรอบนะคร๊าบบบ!~~”อากิระที่พูดอย่างสะใจ เหมือนกับว่าตอนนี้เขากำลังสนุกสุดๆ

“หึๆ.. เจ้าหนูเอ๊ย.. จะสักกี่ครั้งก็ได้แหละน่า... ขอแค่นายมีฝีมือในการขับมากขึ้นก็พอ!”ชายวัยกลางผู้ถูกเรียกว่าลุงมาซะยิ้มขึ้นก่อนที่จะกดเริ่มการทดสอบอีกครั้ง

“ว่าไง มาซาโมริ.. ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”เสียงพูดของชายอีกคนพูดขึ้นหลังจากเสียงประตูเปิด ชายหนุ่มวัยกลางคนผมบนหัวสีน้ำตาลแซมๆด้วยผมขาว ใส่ชุดกาวน์สีขาว เดินเข้ามาพร้อมเด็กสาวผมสีดำทรงหางม้ายาวถึงกลางหลัง สวมแว่นตาเล็กๆในชุดนักเรียนสีขาวปกสีฟ้ มีแขนเสื้อในสีดำยื่นออกมา กระโปรงสีแดงลายสก็อต

“อ้าว.. โทคิฮิโกะ กว่าจะรับข้อเสนอของฉันก็นานเอาเรื่องเลยนะ...”ชายหนุ่มวัยกลางที่นั่งคุมเครื่องอยู่เมื่อกี้หันมามองยังต้นเสียงและทักทายอย่างสนิทสนม คาดว่าทั้งสองคนคงเป็นเพื่อนกันมาก่อน

“ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะทำเท่าไหร่หรอกนะ.. แต่พอฉันได้เห็นข่าวของเจ้าหุ่นยักษ์นั่น ฉันก็เริ่มสนใจเข้าสะแล้ว”โทคิฮิโกะเดินเข้ามาใกล้ๆกับผ.บ.มาซาโมริ พร้อมยืนดูภาพเสมือนในจอภาพ ซึ่งเป็นต่อสู้ของหุ่นยักษ์กับเดว่าอย่างดุเดือด

“แล้วนั่น.. ลูกสาวงั้นเหรอ?”มาซาโมริที่หันมาเห็นหญิงสาวผมดำที่เดินมากับโทคิฮิโกะเอ่ยถามขึ้น

“อ้อ.. นี่ลูกสาวฉันเอง.. มารินะ นี่เพื่อนเก่าพ่อเองชื่อมาซาโมริ”โทคิฮิโกะแนะนำลูกสาวของตนให้มาซาโมริรู้จัก มารินะไม่พูดอะไร เพียงแค่ก้มหน้าแล้วย่อตัวลงเป็นการทำความเคารพเท่านั้น

ในจอแสดงผลอากิระสามารถเอาชนะเดว่าลงได้สำเร็จ ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยมากจึงจะขอเลิกก่อน

“ลุงมาซะ~ วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว ขอออกไปหน่อยคร๊าบ!~”

“โอเค การทดสอบวันนี้พอแค่นี้ล่ะ”มาซาโมริกดปุ่มบางอย่างที่แป้น เพื่อยกห้องควบคุมของอากิระลงวางบนพื้น แล้วเปิดประตูห้องควบคุมเพื่อให้อากิระออกมา

“นี่เป็น.. การควบคุมแบบภาพเสมือนสินะ”โทคิฮิโกะพูดขึ้นอย่างทึ่งๆในวิทยาการที่อยู่ในครอบครองของเพื่อนสนิท

“อ้าว ลุงมาซะ ใครมาน่ะครับ?”อากิระที่เปิดประตูเข้ามาในห้องควบคุมการฝึกฝนเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองคน

“อ่อ.. นี่เพื่อนเก่าฉันเอง ซากุราอิ โทคิฮิโกะ แล้วนี่ก็ลูกสาวของเขา ซากุราอิ มารินะ”มาซาโมริหันมาแนะนำชื่อของทั้งสองให้อากิระได้รู้จัก

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”อากิระก้มหัวลงเพื่อทำความเคารพแต่เหมือนกับว่านัยย์ตาสีแดงที่ฉายผ่านเลนส์แว่นตาของหญิงสาวผมดำจะมีทีท่าไม่สนใจในตัวอากิระสักเท่าไหร่

DANGER!! DANGER!!

เสียงเตือนภัยดังลั่น แสงสีแดงถูกฉายเตือนภัย ในทันทีโอเปอเรเตอร์ชายหนุ่มผมดำสวมแว่นวิ่งเข้ามาในห้องเพื่อรายงานผล

ท่านผ.บ.ครับ! มีการปรากฏตัวของทูตสวรรค์รูปแบบสัตว์น้ำจากชั้นบรรยากาศเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกครับ!!”ชายหนุ่มโอเปอเรเตอร์รายงานอย่างร้อนรน ก่อนที่จะวิ่งนำไปยังห้องบัญชาการ ทั้งสี่จึงออกวิ่งตามไปเพื่อเข้าสู่สถานการณ์รบ

หลังจากทั้งสี่เข้ามาถึงในห้องบัญชาการที่มืดและมีแสงไฟลอดออกมาจากจอภาพต่างๆเท่านั้น เป้าหมายเริ่มตรงดิ่งลงมาจากชั้นเมฆ และเข้าใกล้เกาะญี่ปุ่นอย่างมาก

“เป้าหมายลดระดับการบินลงเรื่อยๆ... สัญญาณหายไปแล้วค่ะ!”โอเปอเรเตอร์สาวผู้นั่งประจำตำแหน่งเดิมหันมารายงานกับผ.บ.ที่เดินเข้ามา ก่อนที่โอเปอเรเตอร์หนุ่มจะวิ่งมาประจำตำแหน่งของตน

“ดาวเทียมของเราจับสัญญาณใต้น้ำไม่ได้ครับ! ตอนนี้ไม่ทราบตำแหน่งของเป้าหมายเลยครับ!”โอเปอเรเตอร์ชายหันมาเสริมรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น

บ้าเอ๊ย! เป้าหมายของมันต้องเป็นเรือขนส่งแน่”มาซาโมริทุบโต๊ะเสียงดังอย่างอารมณ์เสีย

โปรดติดตามตอนต่อไป

บอร์ดนี้คนอ่านน้อยจังแฮะ 
บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 08, 2009, 06:48:06 PM »

ได้อารมณ์อีวาเลยครับ จะติดตามตอนต่อไปนะครับ ชอบนิสัยเจ้าคาสึยะมันจริงๆเลย~
บันทึกการเข้า
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 09, 2009, 10:35:54 AM »

ตอนที่ 3 – ทูตสวรรค์สยายปีก

“เรือขนส่งงั้นเหรอครับ?”อากิระหันมาถามด้วยความสงสัยในคำพูดของผ.บ.มาซาโมริที่พูดทิ้งท้ายเอาไว้

“วันนี้จะมีการเคลื่อนย้ายเดโวเรี่ยนเครื่อง A-03 จากอเมริกามาที่สำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นนี่  โดยมาทางทะเล ไม่แน่เป้าหมายของมันอาจเป็นการขัดขวางการขนส่งครั้งนี้ก็ได้”ชายหนุ่มโอเปอเรเตอร์ผมดำสวมแว่นหันมาตอบคำถามของอากิระแทนผ.บ.

ติดต่อไปยังกองทัพเรือที่กำลังทำการขนส่งเครื่อง A-03 ว่าให้ระวังการโจมตีทางน้ำด้วย!!”ผ.บ.มาซาโมริตะโกนสั่งเสียงดังจนเป็นเอกลักษณ์ ก่อนที่จะสะบัดชายผ้าคลุม เดินขึ้นไปยังชั้นสองของห้องบัญชาการในทันที

“รับทราบครับ/ค่ะ!”โอเปอเรเตอร์ทั้งหมดพูดขึ้นประสานเป็นเสียงเดียว แล้วเริ่มพยายามติดต่อกับกองทัพเรือที่กำลังแล่นอยู่กลางมหาสมุทรในทันที!

--------------------------------------------------

กลางมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ

กองเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรือสังกัดอเมริกากว่าสิบลำออกแล่นเป็นขบวน โดยเรือรบจะล้อมรอบเรือขนาดยักษ์ที่มีช่องบรรจุสินค้าขนาดใหญ่มากเอาไว้

ชายหนุ่มในชุดสีขาว.. นัยน์ตาสีฟ้าส่องประกายกับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจากเบื้องบนผ่านเลนส์ของแว่นตา.. เรือนผมสีขาวออกเงินๆปลิวไสวตามแรงลมทะเลที่พัดผ่านไป.. ร่างสูงบาง พิงผนังของเรือรบ โดยที่นัยย์ตาจดจ้องไปที่ทางข้างหน้าที่ยาวไกลสู่เกาะญี่ปุ่น

ชิ้ง!

สายฟ้าสีขาวแล่นผ่านหัวของชายหนุ่ม! ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยท่าทีตกใจเล็กน้อย เขาจับอะไรบางอย่างได้.. บางสิ่งที่ใหญ่มากกำลังใกล้เข้ามา!!

“มาแล้ว!”

ชายหนุ่มลำพึงเบาๆ ก่อนที่จะวิ่งไปยังโรงเก็บสินค้า ที่บรรทุกหุ่นยักษ์เอาไว้!

“ว่ายังไงนะ... ระวังการโจมตีทางทะเล... ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ถ้าพวกมันมาล่ะก็! ได้ลิ้มรสปืนใหญ่ของกองทัพสหรัฐแน่! โอ๊ะ!”กัปตันเรือที่ได้รับการรายงานจากหอบัญชาการของสาขาใหญ่พูดด้วยท่าทางอวดดี และในทันใดนั้นเอง ที่เรือลำที่กัปตันบังคับอยู่ถูกอะไรบางอย่างกระแทกจนหัวเรือกระดกขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย ก่อนที่จะร่วงลงสู่ท่าเดิม

“เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ...”ในขณะที่ยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่หาย หลังจากแรงกระแทกแรก... ร่างขนาดยักษ์ของวาฬที่มีสีขาวลายดำ กระโจนขึ้นมาเหนือน้ำข้างๆเรือ  แต่แทนที่มันจะมีครีบ มันกลับมีปีกสีทอง 4 ปีกอยู่ข้างลำตัว! คริสตัลสีเขียวเม็ดใหญ่ฝังอยู่ดลางหน้าผาก เขี้ยวของมันเรียงรายราวกับสุนัขป่า ที่ใต้ลำตัวมีขาเล็กๆเป็นปล้องจำนวนแปดขาพับเก็บเอาไว้ ร่างขนาดใหญ่ร่วงลงตามแรงโน้มถ่วง แล้วกระแทกเข้ากับเรือรบลำหลังสุดจนอับปางลงในทันที! ก่อนที่เจ้าวาฬสีขาวจะหายลงไปในน้ำอีกครั้ง!

เรือรบทุกลำโปรดทราบ! เราถูกเดว่าประเภทสัตว์น้ำโจมตี! ขอให้เข้าสู่สภาวะรบระดับที่ 1 แล้วระดมยิงมันเพื่อปกป้องสิ่งที่เราต้องส่งให้ได้!!”เสียงกัปตันอีกคนตะโกนเตือนเรือลำอื่นๆ ปืนใหญ่ของแต่ละลำถูกเลื่อนขึ้นเพื่อเตรียมต่อกรกับทูตสวรรค์ที่หลบซ่อนอยู่ใต้น้ำ!!

“บ้าเอ๊ย... เจ้าพวกกองทัพสหรัฐอวดดีนั่น... ฉันไม่อยากจะไว้ใจมันเล๊ย!”ผ.บ.มาซาโมริเอ่ยพร้อมถอนหายใจในความสับเพร่าของกองทัพเรือสหรัฐ

เสียงร้องดังกังวานคล้ายกับวาฬทั่วไปดังขึ้น ก่อนที่ร่างของวาฬยักษ์ตัวนั้นจะกระโดดขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีกครั้ง ปืนใหญ่จำนวนมากหันเข้าหาวาฬนั่น แล้วระดมยิงเข้าใส่ร่างของวาฬยักษ์ แต่เจ้าวาฬกลับไม่ได้รับผลอะไร หนำซ้ำยังเปิดส่วนที่คล้ายกับเหงือกซ้อนกันเป็นแผ่นๆบนหลังออก แล้วพ่นลูกไฟพุ่งออกไป เพื่อเข้าโจมตีใส่เหล่าเรือรบ!!

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!!

ลูกไฟพุ่งเข้าชนข้างตัวเรือฝั่งซ้ายจนเสียหายหลายจุด แต่มีลูกนึงที่พุ่งเข้าชนเรือขนส่งตรงกลางได้!

ครืน!.. ครืน..

เรือขนส่งขนาดยักษ์เคลื่อนตามแรงกระแทกเล็กน้อย.. ชายหนุ่มในชุดรัดรูปสีขาว(ไพล็อทสูท)จับราวที่ยึดกับพนังเอาไว้ เพื่อยึดตัวเองไม่ให้ล้ม เมื่อเรือหยุดเคลื่อน เขาก็ออกวิ่งไปตามสะพานที่ยื่นเข้าสู่กลางอกของหุ่นยักษ์ที่เปิดอยู่ ซึ่งก็คือห้องคนขับ!

“เปิดประตูช่องขนส่ง! ปลดพันธนาการซะ! ผมจะเอาอพอลโล่ออกไปสู้กับพวกมัน!”ชายหนุ่มหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ แล้วรายงานไปยังกัปตันเรือขนส่ง ก่อนที่จะถอดหูฟังแล้วเก็บไว้ที่เดิม ดูเหมือนคำสั่งของเขาจะได้ผล ทันทีที่เขากระโดดเข้าไปในค็อกพิทสะพานที่เมื่อกี้เขาใช้วิ่งมา เลื่อนออก ตัวล็อคๆม่ให้หุ่นเคลื่อนที่ถูกปลดออกทั้งหมด และประตูขนาดใหญ่คล้ายโดมสามเหลี่ยมของเรือขนส่งก็เริ่มเปิดออก

“การเดินเครื่องคงที่... อัตราซิงโคร 150%.. เตาพลังงาน UP ทำงานเป็นปกติ! ชิโรยูกิ โทกิโอะ! A-03 อพอลโล่! ปล่อยตัวได้!!”ชายหนุ่มผมสีขาวออกเงินพูดขึ้นในขณะเซ็ตค่าต่างๆลงไปในห้องควบคุม ทันทีที่เขาพูดจบร่างขนาดยักษ์ของหุ่นที่เขาขับก็กระโจนออกจากเรือขนส่งด้วยความเร็วสูงในทันที!

ตูม!!

เท้าขนาดใหญ่เหยียบลงบนเรือรบเพื่อตั้งหลัก ร่างกายสีขาวลายต่างๆเป็นสีทอง ที่กลางหน้าอกเป็นเตาพลังงาน UP สีม่วง ใบหน้าถูกปิดเอาไว้ด้วยกะจกครอบสีเขียวเข้ม ปีกขนาดใหญ่สองข้างที่หลัง เพียงแต่เล็กกว่าหุ่นที่อากิระขับเกือบสามเท่า ด้วยท่ายืนที่สง่างาม ทำให้ลูกเรือบางคนที่พึ่งเคยเห็นตัวจริง ถึงกับอุทานออกมา ‘ANGEL’

“นั่นมัน.. เดโวเรี่ยนของอเมริกาเหรอครับ...”อากิระเอ่ยถามด้วยท่าทีสงสัยแอละอึ้งในภาพที่ตนเห็น ด้วยท่วงท่าทีอลังการราวกับเทพบุตร ช่างต่างกับเครื่องที่เขาขับอย่างมาก

“เครื่อง A-03 ขุดพบที่เทือกเขาร็อกกี้ของอเมริกา.. คนขับคือ ชิโรยูกิ โทกิโอะ นักเรียนทุนดีเด่นของญี่ปุ่นที่ไปเรียนอยู่ที่อเมริกายังไงล่ะ..”ผ.บ.มาซาโมริเอ่ยตอบข้อสงสัยของอากิระ ขณะที่ทุกคนมองไปที่จอใหญ่อย่างใจจดใจจ่อ

คลื่นขนาดยักษ์ปรากฏขึ้น พุ่งเข้าใส่เรือลำที่หุ่นยักษ์เหยียบอยู่ หุ่นยักษ์ย่อตัวลง ก่อนที่จะกระโดดขึ้นจากเรือลำเดิมในทันที มือขวาเอื้อมเข้าไปหยิบคันธนูที่เหน็บเอาไว้ที่ด้านหลังเอว มือซ้ายรวบรวมประจุอนุภาค UP สร้างเป็นลูกศรอนุภาคสีเขียวออกมาแล้วง้างในขณะที่ หมุนตัวลอยกลางอากาศ ก่อนที่จะยิงเข้าใส่คลื่นยักษ์ที่พุ่งผ่านมันไป เพราะทำอะไรไม่ได้

ตูม!!!”เสียงระเบิดดังลั่น! น้ำถูกแรงระเบิดซัดจนเกิดคลื่นขนาดใหญ่พุ่งออกไปเป็นวงกว้าง แต่การโจมตีเมื่อกี้ ดูเหมือนจะพลาด เพราะศัตรูอยู่ใต้น้ำ

หลังจากลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ อพอลโล่ก็เหยียบลงบนเรืออีกลำ แต่คราวนี้ปีกกลางหลังถูกกางออกอนุภาค UP ถูกผลักดันออกมา จนในที่สุด ร่างของอพอลโล่ก็พุ่งขึ้นสู่อากาศ!!

“บินได้!! สุดยอด!!”อากิระที่เห็นถึงพลังของอพอลโล่ก็อึ้งและทึ่ง เพราะมีหลายอย่างที่เครื่องของเขาทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

“เริ่มเข้าสู่โหมด จับภาพใต้น้ำ.. ค้นหา และทำลายเป้าหมาย!!”ทันทีที่โทกิโอะพูดขึ้น ที่ฝาครอบตาของอพอลโล่ก็ปรากฏวงกลมคล้ายสัญลักษณ์เล็งขึ้น ก่อนที่จะค่อยๆหมุนไปมา เพื่อหาตัวเจ้าวาฬยักษ์!

หลังจากสอดส่องได้ไม่นาน คันธนูตั้งชัน.. ปลายสองข้างที่เป็นปีกถูกกางออกราวกับเตรียมต่อกรกับศัตรู! มืออีกข้างง้างลูกศรแล้วยิงเข้าใส่เจ้าวาฦยักษ์ที่ว่ายอยู่ใต้น้ำไปสามนัด!

ถึงแม้จะกระทบกับน้ำแล้วเกิดแรงระเบิดพุ่งเป็นคลื่นไปทั่วบริเวณ แต่มันก็กลับไม่สามารถโจมตีโดนตัววาฬยักษ์ได้! ชายหนุ่มผมขาวหรี่ตาลงเหมือนมีแผนอะไรบางอย่าง เขาลดระดับการบินลง มาบินเหนือผิวน้ำ!

“อะไรน่ะ! แบบนั้นก็อันตรายน่ะสิ!”อากิระตกใจกับการกระทำของโทกิโอะ แต่ผ.บ.มาซาโมริกลับยิ้มที่มุมปากเหมือนรู้แผน

ทันทีที่บินอยู่เหนือผิวน้ำ.. เจ้าวาฬยักษ์กระโดดตัวขึ้นมาเหนือน้ำในทันทีจากด้านข้าง! เมื่ออพอลโล่ฟันเข้าหา ขาที่พับอยู่ใต้ลำตัวของมันก็เปิดออกก่อนที่จะเข้าล็อคร่างของอพอลโล่ แล้วลากลงทะเลไปด้วยกัน!!

ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างของอพอลโล่จมลงไปใต้ทะเลตามแรงกดของวาฬยักษ์แต่ทว่า โทกิโอะกลับยิ้มเหมือนกับว่า ทุกอย่างเป็นไปตามแผน!

ปีกของอพอลโล่ อาบด้วยอนุภาค UP ทำให้คมยิ่งกว่าใบมีด! เพื่อปีกถูกกางขึ้น! ขาที่ล็อคปีกเอาไว้ก็ถูกตัดจนขาดทั้งหมด! มือข้างขวาใช้คันธนูกระแทกเข้ากับส่วนท้องที่อ่อนนุ่มของวาฬยักษ์! ก่อนที่มือข้างซ้ายจะรวบรวมอนุภาค UP สร้างเป็นลูกศรจ่อเข้ากับท้องของวาฬยักษ์!

“ปิดบัญชีล่ะนะ...”โทกิโอะหรี่ตาพูดพรางยิ้มอย่างมีชัย! ลูกศรถูกยิงทะลุร่างของวาฬยักษ์พุ่งขึ้นไประเบิดเหนือผิวน้ำ! อพอลโล่ใช้ขาถีบร่างของวาฬออกไปให้พ้นทาง ก่อนที่จะพุ่งตัวขึ้นเหนือน้ำ!

ฟูม! ตึง!...... ตูม!!!!!!!!!!

ร่างขนาดยักษ์กระโดดขึ้นมาจากผืนน้ำเข้าเหยียบบนเรือรบอีกครั้ง ก่อนที่จุดที่พึ่งขึ้นมาเมื่อกี้จะเกิดระเบิดสาดน้ำพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ!

“เรียบร้อยไปอีกหนึ่ง..”ร่างของอพอลโล่ยืนขึ้นอย่างสง่า ด้วยท่าส้นเท้าชิด ท่ามกลางเสียงโฮ่ร้องอย่างดีใจของลูกเรือและกัปตันทุกลำ

“ล่อให้โดนจับ เพื่อโจมตีจุดอ่อนของศัตรู... ชักชอบไอ้หมอนี่เข้าให้แล้วสิ ฮ่าๆๆๆๆๆ”ผ.บ.มาซาโมริหัวเราะชอบใจตามประสาคนแก่ อากิระรู้สึกโล่งอกที่เพิ่มร่วมงานในอนาคตของเขาเก่งกาจมากถึงเพียงนี้

--------------------------------------------------

3 ชั่วโมงต่อมา เรือรบและเรือขนส่งสินค้าเข้าเทียบท่าที่เกาะญี่ปุ่น โดยมีเจ้าหน้าที่ของ D.F.C.D รอรับอยู่ยังจุดหมาย และกำลังทำการเคลื่อนย้ายมายัง D.F.C.D สำนักงานใหญ่

อากิระนั่งรออย่างใจจดใจจ่อที่จะได้เจอกับโทกิโอะ.. ชายหนุ่มผู้มีฝีมือในการต่อสู้มากกว่าเขาสะอีก

และในที่สุด เฮลิค็อปเตอร์ของ D.F.C.D ก็พาตัวโทกิโอะมาถึงยังจุดเดียวกันกับที่อากิระถูกส่งตัว.. ที่นั่น เจสสิก้า มารินะ และ อากิระ คอยยืนต้อนรับการมาของนักเรียนทุนดีเด่นคนนี้อยู่

หลังจากเฮลิค็อปเตอร์ลงจอด.. ชายหนุ่มผมสีขาวร่างสูงบางเดินลงมาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ทันทีที่เขาลงมาถึงพื้น เขาก็ใช้มือซ้ายพาดกลางลำตัวก่อนที่จะก้มตัวลงทำความเคารพหญิงสาวผิวคล้ำตรงหน้า

“คุณคงจะเป็น ผู้หมวด เจสสิก้า โนวิล หัวหน้าแผนกวางแผนการรบสินะครับ.. กระผมมีนามว่า ชิโรยูกิ โทกิโอะ นักบินประจำเครื่อง A-03 ขอฝากตัวด้วยขอรับ...”การทักทายอย่างสุภาพและสามารถเรียกชื่อของหญิงสาวตรงหน้าได้ถูกต้อง ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ทำให้เจสสิก้าถึงกับตกตะลึง แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะทำวันทยหัตถ์รับ

“นายคนที่สู้กับเดว่าที่กลางทะเลสินะ ฉันอาคิโมโตะ อากิระ ยินดีที่ได้รู้...”อากิระที่ตื่นเต้น พยายามจะเดินเข้าไปทักทาย.. แต่โทกิโอะกลับใช้มือเรียวปัดมือของอากิระออก ก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินหนีออกไป

“ฮะ... เฮ้! อะไรของนายเนี่ย!”อากิระที่ตกใจหันมาตะวาดอย่างอารมณ์เสีย โทกิโอะหันมามองก่อนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

ฉันไม่มีธุระต้องคุยกับคนที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการบ้าคลั่งของเครื่อง X-01 ได้หรอกนะ...

“...................”

อากิระได้แต่ยืนอึ้งอยู่อย่างงั้น.. คำพูดของโทกิโอะ กลายเป็นหอกแหลมแทงทะลุจิตใจที่เปราะบางของอากิระในพริบตา

“สบายดีเหรอ มารินะ...”โทกิโอะเดินเข้าไปทักหญิงสาวผมดำที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักกันมาก่อน

“สบายดี.. นานจังนะกว่าจะกลับมาน่ะ”มารินะเองก็เอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปในฐานทัพ โดยทิ้งอากิระให้ยืนอึ้งอยู่แบบนั้น...

โปรดติดตามตอนต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 09, 2009, 10:45:39 AM โดย Akira00 » บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 11, 2009, 04:52:55 PM »

ตอนที่ 4 - ความหลังของคาสึยะ

“การทดสอบเครื่อง X-01 กำลังดำเนินการ.. ขอให้นักบินทดสอบเข้าประจำที่ด้วยค่ะ”เสียงโอเปอเรเตอร์ดังขึ้นผ่านลำโพง.. ร่างของหญิงสาวในชุดรัดรูปหรือที่เรียกกันว่า ‘ไพล็อทสูท’สีดำ กำลังเดินไปตามสะพานเชื่อมอย่างช้าๆ เพื่อไปยังห้องควบคุมบริเวณกลางอกของหุ่นยักษ์สีดำ..

“ยูกิ.. แน่ใจนะว่าจะขึ้นทดสอบมันจริงๆน่ะ?”คาสึยะเอ่ยอย่างเป็นห่วงผู้ทดสอบคนนี้เป็นพิเศษ ในขณะที่ตนนั่งยืนอยู่ที่แป้นควบคุมด้านนอก

“เชื่อใจฉันเถอะจ๊ะ~ คาสึยะคุง~”หญิงสาวผมสีดำยาวสลวยหันมาพูดกับคาสึยะ ก่อนที่จะส่งรอยยิ้มหวานๆไปให้.. แต่คาสึยะก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้..

“งั้น.. ฉันจะเริ่มล่ะนะ”ว่าแล้วหญิงสาวก็กระโดดเข้าไปในห้องควบคุม.. ประตูถูกปิดลง เข้าสู่การทดสอบ..

“ระบบต่างๆคงที่.. ปิดเตาพลังงาน UP... อัตราซิงโคร... ทำสำเร็จแล้วยูกิ! อัตราซิงโรของเธอคือ 40%!”คาสึยะที่อ่านข้อมูลต่างๆบนแป้นควบคุมหันมาพูดอย่างดีใจ.. แต่ไม่ทันที่เขาจะดีใจได้นาน.. ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนไปในพริบตา.. อัตราซิงโครลดฮวบ... จาก 40% ลดลงมาเหลือเพียงแค่ 4%

“อ๊ะ!.. ไม่นะ! ยูกิ!! ออกมาเร็วเข้า!!”คาสึยะร้องตะโกน เขาพยายามบังคับให้ประตูเปิดออก.. ทันทีที่ประตูเริ่มเปิด เขารีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดฤทธิ์ ด้วยความหวังในใจเล็กๆว่า หญิงสาวคนนั้นจะไม่เป็นอะไร..

“ยูกิ! ยูกิ! ปลอดภัยใช่....... ไหม....”เมื่อคาสึยะวิ่งมาถึงห้องควบคุมที่ถูกเปิดออก ภาพตรงหน้าก็ถึงกับทำให้เขาช็อค.... นักบินทดสอบที่ชื่อ ‘ยูกิ’ หายตัวไปแล้ว.. เหลือเพียงแค่ชุดไพล็อทสูท พับอยู่บนที่นั่ง.. และเฮดเซ็นเซ่อร์ตกอยู่เท่านั้น....

ยูกิ!!!!!!!!!!!!!!”คาสึยะร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น..

--------------------------------------------------

“เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้แหละ...”คาสึยะที่ในปากคาบบุหรี่ที่มีควันเล็ๆลอยขึ้นเรื่อยๆ นั่งทอดกายอยู่บนเก้าอี้ คอมพิวเตอร์ด้านหลังถูกเขียนงานทิ้งไว้ เหมือนโดนขัดจังหวะให้เล่าอะไรบางอย่าง..

“คุณยูกิ ก็คือ.. คนรักของคุณคาสึยะสินะครับ”อากิระที่ได้ยินเรื่องดังกล่าวก็ถึงกับกลืนน้ำลาย

“ที่ฉันยังทำงานในที่บัดซบแบบนี้อยู่ก็แค่.. ต้องการจะเอาตัวยูกิออกมาเท่านั้น.. ฉันพยายามศึกษา และทำความเข้าใจในตัวไคเซอร์... แต่ไม่เป็นผล...เป็นเรื่องที่เข้าใจยากที่สุด เท่าที่ฉันเคยศึกษามา”คาสึยะใช้มือหนีบบุหรี่ออกจากปาก ก่อนที่จะพ่นควันออกไปด้านบน... เขาบี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนที่จะหันกลับไปทำงานที่ทำค้างไว้

“อย่างนี้เองสินะ คุณคาสึยะถึงได้เรียกเจ้าไคเซอร์ว่าเจ้าปีศาจ...”อากิระที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเหมือนพอจะเข้าใจ.. แต่แล้ว.. เสียงประตูเปิดก็ดังขึ้น ร่างที่เดินเข้ามาในห้องก็คือร่างของหญิงสาวผิวคล้ำนาม ‘เจสสิก้า’ นั่นเอง

“คาสึยะ ฉันเอารายงานการทดสอบครั้งแรกของ ซากุราอิ มารินะมาให้”เจสสิก้าพูดขึ้นก่อนที่จะยื่นแฟ้มงานบางอย่างให้คาสึยะ อากิระที่ได้ยินก็แอบตกใจเล็กน้อย

“ซากุราอิ มารินะ.. เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอครับ?”

“อากิระคุงคงยังไม่รู้สินะ.. ผ.บ. กับรอง เห็นตรงกันน่ะ ว่าจะให้มารินะเข้าขึ้นทดสอบอัตราซิงโครกับเครื่อง H-02”อากิระที่ได้ยินก็ยิ่งงงหนัก ยังมีเดโวเรี่ยนเครื่องที่เขาไม่รู้จักอีกเหรอ!?

“ก๊ากก.. อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก.. อัตราซิงโครของยัยหนูนั่นคือ 120% เยอะกว่าของแกซะอีกนะเนี่ย~”คาสึยะพูดพรางหัวเราะเยาะเย้ย 

“แล้วพ่อของคุณซากุราอิเขาไม่กลัวอัตราซิงโครของลูกตัวเองจะน้อยกว่า 10% แล้วโดนดูดกลืนไปรึยังไงกันน่ะ!?”อากิระที่มีท่าทีสงสัยเอ่ยถามขึ้น ทันทีที่ถามจบ คาสึยะก็ปล่อยก๊ากออกมาลูกใหญ่

“กร๊ากกกกกก!~~ โอ๊ย~ จะบอกอะไรให้นะ...  เครื่องที่ดูดกลืนนักบินได้ มีแค่เจ้าปีศาจไคเซอร์นั่นเท่านั้นแหละ.. ส่วนเครื่องอื่นน่ะ ไม่เคยมีประวัติการดูดกลืนนักบินเลย แม้ว่าจะเคยมีคนทดสอบแล้วอัตราซิงโครเท่ากับ 0% ก็ตาม~”คำตอบของคาสึยะยิ่งทำให้อากิระหดหู่ใหญ่..

[เครื่องที่ฉันขับทำไมถึงได้อันตรายอยู่เครื่องเดียวล่ะเนี่ย.. lllllorz..] อากิระคิดในใจอย่างสิ้นหวังในความซวยของตัวเอง ที่ต้องมาขับหุ่นที่อันตรายที่สุดในโลกก็ว่าได้....

Alert! Alert!”เสียงเตือนภัยดังขึ้น พร้อมไฟสีแดงที่ถูกฉายลงมา.. ลางห์มรณะกำลังมาเยือน!

“เอาอีกแล้ว... ไหนดูสิ!”คาสึยะพูดขึ้น คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ.. ทันทีที่ข้อมูลถูกส่งมายังหน้าจอ คาสึยะก็อ่านเสียงดัง “ทูตสวรรค์รูปแบบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ... กำลังตรงดิ่งมาที่นี่เลยสินะ... รู้งานนี่”คาสึยะพูดพร้อมหันไปมองอากิระ.. อากิระที่ได้ยินก็พยักหน้า แล้วรีบวิ่งออกไปทันที

“นักบินเครื่อง A-03 กับ H-02 อยู่ที่โรงเก็บแล้วสินะ.. สั่งให้พวกเขาออกรบไปก่อนเลย!”เจสสิก้าหันมาพูดกับคาสึยะ.. แต่คาสึยะกลับยิ้มที่มุมปาก แล้วหันมาค้อนเสียงดัง

“นั่นมันงานของเธอ ยัยเบ๊อะเอ้ย! เรื่องระบบปฏิบัติการของเครื่องฉันจัดการเอง แต่หน้าที่ในการออกคำสั่งกับส่งข่าวถึงนักบินน่ะหน้าที่ของเธอต่างหากเล่า~”คาสึยะที่หันมาค้อนยื่นไมค์ตัวใหญ่ให้เจสสิก้า ถึงแม้ว่าเจสสิก้าจะไม่พอใจนัก แต่งานก็คืองาน ต้องรีบออกคำสั่งโดยด่วน

ขอให้นักบินทั้งสาม เข้าประจำเครื่องของตน อย่าลืมติดเฮดเซ็นเซ่อร์ และสวมไพล็อทสูทด้วย ขอย้ำ ขอนักบินทั้งสาม เข้าประจำที่เครื่องของตน

ทั้งโทกิโอะและมารินะที่ยังอยู่ที่บริเวณโรงเก็บ เมื่อได้ยินประกาศ จึงรีบวิ่งตรงเข้าไปยังห้องคนขับของหุ่นของตน

“การเดินเครื่องคงที่! อัตราซิงโคร 150% เตาพลังงาน UP ทำงานเป็นปกติ! ชิโรยูกิ โทกิโอะ! A-03 อพอลโล่! พร้อมปล่อยตัวแล้วครับ!”หลังจากเข้าไปนั่งภายในเครื่อง และเซ็ทระบบโดยกดปุ่มรอบๆตัวไปมา โทกิโอะเอ่ยขึ้นอย่างชำนาญสมกับเป็นตำแหน่ง  ‘The First’

รับทราบ.. เครื่อง A-03 ทำการปล่อยตัวใน.. 10..9..8...

“การเดินเครื่องคงที่! อัตราซิงโคร 120% เตาพลังงาน UP ทำงานเป็นปกติ! ซากุราอิ มารินะ! H-02 แฮซิน! พร้อมปล่อยตัวแล้วค่ะ!”มารินะในชุดรัดรูปสีแดงเข้าไปนั่งห้องควบคุมของหุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าของโทกิโอะเล็กน้อย.. ตามตัวของหุ่นถูกทาด้วยสีแดงอมชมพูตัดขาว ที่แขนมีใบมีดยาวขนาดใหญ่ ติดแพ็คหลังคล้ายปีกที่มีปลายแหลมยื่นออกมาจำนวนมาก พร้อมทั้งมีชิ้นส่วนคล้ายกับหูกระต่ายบนหัวสองข้าง

รับทราบ.. เครื่อง H-02 ทำการปล่อยตัวใน 10..9...8...

ทันทีที่ตัวเลขนับถอยหลังถึง 0 ทั้งคู่ก็ถูกปล่อยตัวขึ้นไปตามท่อตามๆกัน.. ถึงแม้จะยังไม่ชิน แต่มารินะก็ยังพอจะฝืนได้.. ผิดกับโทกิโอะที่เหมือนความเร็วระดับนี้จะไม่มีผลต่อเขาเลยแม้แต่น้อย..

บริเวณเขตทางเหนือสุดของโตเกียวที่ 2 ประตูขนาดใหญ่สองบานบนพื้นถูกเปิดออก รางเล็กๆพุ่งขึ้นมาเหนือพื้น แต่มันต่างจากที่ไคเซอร์ใช้ ปลายสุดรางคราวนี้ไม่ตัน แต่กลับโล่ง! เมื่อร่างของอพอลโล่และแฮซินถูกแรงผลักขึ้นไปจนสุดราง ไม่มีสิ่งใดที่จะหยุดร่างของทั้งคู่ ทั้งอพอลโล่และแฮซิน เมื่อหลุดจากรางก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า! แต่เพราะทั้งคู่มีสิ่งที่มีรูปแบบคล้ายปีกทำให้สามารถควบคุมการลอยกลางอากาศได้!

ฟึบ! ตึง!

ทั้งคู่เหยียบลงบนพื้น.. ถึงแม้ร่างจะเล็กกว่าไคเซอร์เกือบสามเท่า แต่พลังก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย!

ทันทีที่มาถึง มีบางอย่างกำลังเคลื่อนที่มาจากไกลๆ ร่างขนาดยักษ์ของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกบสีขาวลายดำ มีปีกสีทองพับอยู่ด้านบนของลำตัว กระโดดเข้ามาเรื่อยๆ แต่ละก้าวที่มันกระโดด ไกลพอที่จะไปถึงฐานบัญชาการใหญ่ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงแน่นอนถ้าปล่อยไป!

โทกิโอะไม่รอช้า! เข้าบังคับให้อพอลโล่ยืนมือไปด้านหลังเพื่อที่จะหยิบคันธนูที่ล็อคเอาไว้กับส่วนเอวด้านหลังออกมาในทันที! เมื่อคันธนูตั้งชันมืออีกข้างบีบอัดอนุภาค UP ออกมาจนกลายเป็นธนูแสงเตรียมยิง!

แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที! เมื่อเจ้ากบยักษ์กระโดดลงมาเหยียบบนพื้น มันหยุดชะงัก อ้าปากออกเพื่อปล่อยลิ้นยาวมากพุ่งออกไป! ที่ส่วนปลาย มีรูปร่างคล้ายกับหนามแหลมคมจำนวนมาก หมุนไปมาอยู่ตลอดเวลา ทำหน้าที่เหมือนสว่านขนาดยักษ์!

เพียงชั่วพริบตา! ลิ้นสว่านพุ่งเข้ากระแทกธนูของอพอลโล่ และหมุนบิดจนธนูนั้นถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี หนำซ้ำ ลิ้นนั้นยังพุ่งต่อไป และพุ่งเข้าชนข้อต่อระหว่างแขนกับลำตัวข้างขวาของอพอลโล่และควงสว่านกระแทกจนส่วนแขนกับลำตัวถูกแยกออกจากกันในทันที!

อ๊ากกกกก! บ้าเอ๊ย.. เร็วเกินไป”โทกิโอะสบถเสียงดังพร้อมใช้มือข้างซ้ายกุมที่แขนข้างขวาของตน.. เพราะเฮดเซ็นเซ่อร์ที่เป็นตัวต่อประสาทของคนขับกับหุ่นยนต์เข้าด้วยกัน เมื่อชิ้นส่วนไหนถูกทำลาย.. คนขับจะได้รับความเจ็บปวดตามนั้นด้วย.. โทกิโอะจึงรับความเจ็บปวดแบบแขนขาดเข้าไปเต็มๆ...

“อพอลโล่ ได้รับความเสียหายบริเวณแขนข้างขวาค่ะ!”โอเปอเรเตอร์สาวหันมารายงานสิ่งที่เกิดขึ้น

“ตัดระบบปฏิบัติการของอพอลโล่ซะ! ส่งหน่วยกู้ภัยไปรับตัวนักบิน และเก็บหุ่นกลับมาด้วย!”เจสสิก้าที่คอยออกแผนต่างๆ รีบพูดขึ้นในทันที

“รับทราบค่ะ!”ทันทีที่คำสั่งออกมา โอเปอเรเตอร์ทำการตัดสัญญาณของอพอลโล่ออก เพื่อเป็นการปิดเครื่อง

เมื่อระบบต่างๆของอพอลโล่ดับลง.. อาการเจ็บปวดที่ได้รับหายไป ทิโอะทรุดลงกับแผงบังคับด้านหน้า เขาหอบแฮ่กๆอย่างเหนื่อยอ่อน การโจมตีที่ไม่อาจคาดเดาได้ของเดว่าทำให้เขาเสียเปรียบในการต่อสู้ครั้งนี้...

“มารินะ! เดี๋ยวเราจะส่งอากิระไปช่วย ตอนนี้พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยล่ะ!”เจสสิก้าที่รู้ว่ามารินะยังเป็นมือใหม่พูดขึ้น

“เข้าใจแล้วค่ะ”มารินะตอบเสียงเรียบๆ ตอนนี้เธอพยายามรวบรวมสมาธิ และจดจ้องไปยังศัตรูตรงหน้า เธอคิดว่าเจ้ากบยักษ์ต้องชักลิ้นกลับไปแล้วจะยิงกลับมาใส่เธออีกครั้ง แต่ผิดคาด! มันกลับฟาดลิ้นเข้าหาโดยไม่ต้องชักกลับเลยแม้แต่น้อย!

จังหวะเดียวกันกับที่ประตูขนาดใหญ่บนพื้นถูกเปิดออก.. ร่างขนาดยักษ์สีดำทมิฬของไคเซอร์พุ่งขึ้นมาบนพื้น.. แต่ด้วยความซวยหรืออะไรไม่ทราบ.. จุดที่ขึ้นมากลับอยู่ในรัศมีลิ้นของเจ้ากบพอดี!

อากิระ! หลบเร็ว!!”เจสสิก้าตะโกนขึ้นทันที

ฉิบเป๋งแล้วไงเล่า!”อากิระสบถเสียงดัง.. ทันทีที่ลิ้นฟาดเข้ามา มันกระแทกจนรางทั้ง 2 ข้างหักออก แล้วชนร่างของไคเซอร์จนกระเด็นล้มลงชนตึกถล่มไป 2-3 ตึก

แต่เพราะหลังจากชนกับร่างของไคเซอร์แล้ว ทำให้ความเร็วของมันลดลง! ชิ้นส่วนคล้ายตะปูแต่หัวแบนที่ติดตั้งไว้บริเวณด้านหลังขาของแฮซินถูกกระแทกออก เพื่อกลายเป็นสปริงค์ส่งร่างของแฮซินกระโดดลอยตัวขึ้นไป เพื่อหลบลิ้นนั้นได้ทันเวลา!!

ตึง!”เสียงเท้าของแฮซินที่กระโดดขึ้นไปกระแทกลงกับพื้นด้านล่างจนพื้นถนนแตกกระจายดังสนั่น ส่วนที่คล้ายปีกด้านหลังพับออก ส่วนปลายแหลมทั้งหมด 10 ชิ้นถูกปลดล็อค! และพุ่งออกจากชิ้นส่วนคล้ายปีกนั่น โดยมีอนุภาค UP เป็นตัวขับเคลื่อน!

“UP Homing Hawk! จู่โจม!”มารินะตะโกนชื่ออาวุธของตนออกมา ทันทีที่ลิ้นของเจ้ากบยักษ์ถูกชักกลับเข้าไปในปาก ชิ้นส่วนแหลมคมที่ถูกยิงออกมาจากปีกของแฮซิน พุ่งเข้าเสียบทะลุส่วนต่างๆของเจ้ากบในทันที!

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถแปลเป็นตัวอักษรได้ดังขึ้น! โลหิตสีแดงพุ่งออกมาจากแบดแผลทั่วร่างกายไม่หยุด! แต่ดูท่ามันจะโมโหไม่ใช่น้อย!

เจ้ากบพองส่วนลำคอขึ้น ก่อนที่จะกระโดดลอยตัวขึ้นสู่อากาศด้วยความเร็วที่สูงมาก! และกำลังตกลงสู่จุดที่แฮซินยืนอยู่ในทันที!

“อ๊ะ! กรี๊ดดดด!!!!”มารินะกรีดร้องพร้อมหดตัวด้วยท่าทีกลัวอย่างสุดขีด แต่ทันทีที่กบยักษ์กระแทกลงมา! มันกลับถูกบางสิ่งหยุดยั้งเอาไว้ ไม่ให้โดนตัวแฮซิน! ทันทีที่มารินะหันหน้าขึ้นมอง ก็พบกับร่างขนาดยักษ์สีดำทมึฬที่มีขนาดใหญ่กว่าหุ่นที่ตนขับถึงสามเท่า! ถึงแม้ว่าจะกบยักษ์จะใหญ่กว่า แต่แรงมหาศาลของมันกลับหยุดร่างขนาดยักษ์ของเจ้ากบเอาไว้ได้อย่างสบายๆ!

“อาคิโมโตะ... นี่นาย...”มารินะพูดขึ้นด้วยท่าทีอึ้งๆ

ปลอยดภัยก็ดีแล้วล่ะ คุณซากุราอิ.. มะ! มาช่วยกันเตะก้นไอ้กบบ้านี่ให้กระเด็นออกไปนอกโลกกันเถอะ!

โปรดติดตามตอนต่อไป

ตอนที่ 4 มาช้าเล็กน้อย มีเรื่องระดับชาติต้องทำ 
บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 10:00:51 AM »

ตอนที่ 5 - อากิระ! มารินะ! Love Attack!

“ฮึบ!... ไอ้กบบ้านี่หนักใช่เล่นนะเนี่ย!”ชายหนุ่มผมตั้งชี้ฟูไปข้างหน้านามอากิระพูดด้วยเสียงดูเหมือนจะหนักๆ.. แต่รอยยิ้มบนใบหน้า แสดงว่าเขาเองนั้น ยังสบายๆ

หญิงสาวผมสีดำเรียบสลวย มองอย่างอึ้งๆด้วยแววตาที่ส่องผ่านเลนส์แว่นไปยังจอภาพตรงหน้าที่มีร่างขนาดยักษ์สีดำทมิฬกำลังยืนตระง่านปกป้องตนเอาไว้

ร่างยักษ์ใช้พละกำลังทั้งหมดยกร่างของกบยักษ์ที่มีลำตัวอ้วนใหญ่ขึ้น.. เทียบดูแล้วขนาดของเจ้ากบใหญ่กว่าทั้งตัวของเจ้าหุ่นยักษ์ตัวนี้เสียอีก.. ด้วยท่อนแขนที่ทรงพลัง ร่างยักษ์เหวี่ยงร่างของเจ้ากบยักษ์จนกระเด็นออกไป ถึงแม้ไม่ไกลนักแต่ก็พอจะตั้งหลักได้

“ดูท่าจะยังเอาเรื่องอยู่แฮะ คุณซากุราอิมาช่วยกันหน่อยได้ไหมครับ~”อากิระหันมาถามสาวน้อยผมดำที่อยู่ในหุ่นสีแดงที่เล็กกว่าหุ่นของตนเกือบ 3 เท่า

“ฉันเป็นเพื่อนเล่นนายเมื่อไหร่ยะ!”หญิงสาวตวาดกลับมา แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ว่าอะไร พลางยิ้มมุมปาก ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหาเจ้ากบยักษ์นั่นอีกครั้ง!

“เดี๋ยวสิ! นายรับมือมันคนเดียวไหวเหรอ!?”หญิงสาวคนนั้นหันกลับไปตะโกนไล่หลังชายหนุ่มผู้ขับหุ่นยักษ์สีดำพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูตรงหน้า.. ชายหนุ่มยิ้มรับ.. อย่างน้อย ก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ล่ะนะ!

ร่างขนาดยักษ์กระโดดทะยานเข้ากระแทกกับร่างกายอันใหญ่โตและหนาราวกำแพงของเจ้ากบยักษ์.. กงเล็บสีทองตบเข้าไปตามร่างกายของเจ้ากบยักษ์ จนเกิดลอยแผลจำนวนมาก ถึงแม้จะดูเหมือนสู้ได้สบาย แต่ความจริงก็ไม่ง่ายนัก...

“เพราะว่าสู้คนเดียวไม่ไหวแน่ ผมเลยขอให้ช่วยยังไงล่ะ... เอาล่ะคุณซากุราอิ มาช่วยกันหน่อยนะครับ!”อากิระพูดขึ้นกลางใช้แขนอันทรงพลังของไคเซอร์กระทุ้งเข้าด้านล่างลำตัวของกบยักษ์นั่น ก่อนที่จะพยายามยกขึ้นอย่างยากลำบากไม่ใช่น้อย...

“แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ?”มารินะตั้งท่าโจมตี แต่กลัวว่าจะขัดกับสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำ จึงหยุดรอแผนของชายหนุ่มซะก่อน...

“ช่วยปล่อย.. UP Homing Hawk ออกมาโจมตีเจ้านี่หน่อยนะ... ผมจะได้ยกมันง่ายขึ้น!”อากิระพยายามยกร่างขนาดยักษ์ขึ้นอย่างยากลำบาก เพราะแรงที่เจ้ากบยักษ์พยายามฝืน..

“เข้าใจแล้ว! UP Homing Hawk โจมตี!”มารินะที่ได้ยินดังนั้นก็ปล่อยส่วนปีกที่เป็นอาวุธบินออกมาอีกครั้ง อาวุธบินทั้งหมด พุ่งเข้าใส่เจ้ากบยักษ์จากด้านข้าง ด้วยปลายที่คมกริบ! พวกมันแทงทะลุชั้นผิวหนังของเจ้ากบยักษ์อย่างไม่ปราณี! โลหิตสีแดงสดพุ่งกระจายออกมาจากบาดแผลดั่งท่อน้ำแตก เจ้ากบยักษ์ที่บาดเจ็บร้องอย่างเจ็บปวด ก่อนที่จะผ่อนแรงฝืน!

“เสร็จฉันล่ะ!”อากิระเห็นว่าได้การ จึงยกร่างของเจ้ากบยักษ์ขึ้นเหนือพื้น ก่อนที่จะใช้แรงมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ตามกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ของไคเซอร์ เหวี่ยงร่างของเจ้ากบยักษ์ขึ้นไปกลางอากาศ!!“คุณซากุราอิ! ตอนนี้ล่ะ จัดการมันเลยครับ!!”อากิระหันกลับไปตะโกนให้จังหวะ ทันทีที่มารินะมองขึ้นไปบนฟ้า แล้วกะระยะศัตรูสำเร็จ เธอย่อตัวลง และพร้อมที่จะจู่โจม!!

กระแทกเต็มพิกัด!!”มารินะตะโกนเสียงดังลั่น ช่องเก็บตะปูที่ขา มีกระจกและแต้มไฟอยู่ด้านข้าง.. หลอดไฟแสดงพลังงานพุ่งลงถึงขีดสุด! ตะปูที่ขาถูกกระแทกลงพื้นเต็มแรงด้วยพลังมหาศาล ผลักร่างของหุ่นยักษ์สีแดงพุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้าเหนือชั้นเมฆ!!!

“เครื่อง H-02 กระโจนขึ้นไปเหนือชั้นเมฆ แล้วกำลังพุ่งตัวลงมาครับ!”

“ระยะที่พุ่งลงมา! ตรงกับทูตสวรรค์พอดีค่ะ!”

เสียงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นจากโอเปอเรเตอร์ 2-3 คนที่นั่งประจำตั้งแหน่งอยู่ที่หน้าจอดังขึ้น ทุกคนต่างจ้องมองไปที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อ กับการต่อสู้ครั้งแรกของมารินะ!

“คิดจะโจมตีจากบนฟ้างั้นเหรอเนี่ย”เจสสิก้าพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ยัยหนูนั่น... ดูท่าจะรุ่งนะ...”คาซึยะที่ยืนดูอยู่แอบยิ้มเล็กๆที่มุมปาก

ร่างของเจ้ากบค่อยๆร่วงลงมาใกล้พื้นเรื่อยๆ อากิระได้แต่กัดฟันภาวนาให้มารินะโจมตีได้ทันเท่านั้น! แต่ทันทีที่เมฆบนฟ้าแล้วแหวกเป็นวงค์.. ความหวังของเขาก็เริ่มเป็นจริงในที่สุด!!

ร่างสีแดงพุ่งตัวลงมาด้วยบูสเตอร์ที่พ่นออกมาจากส่วนปีกด้วยความเร็วสูง.. แขนข้างซ้ายถูกงอตั้งขึ้น เพื่อชูคมมีดยาวที่คมกริบ เตรียมปิดฉากศัตรูภายในชั่วพริบตา!!

เชสโต้ววว!!!!!

ฉั้ว!!... ตูม!!!

ร่างสีแดงคุกเข่าลงกับพื้น.. แรงกระแทกทำให้เครื่องดับไป แต่นักบินยังปลอดภัย.... บนฟ้า ศัตรูถูกผ่าเป็น 2 ซีก... โลหิตสีแดงโปรายปรายลงมาราวกับฝนเลือด ก่อนที่เศษซากที่เหลือจะตกลงสู่พื้น...

“คุณซากุราอิ! ไม่เป็นอะไรนะครับ!”อากิระพยายามส่งเสียงไปอย่างหูฟังที่ยังใช้การได้ในสภาพเครื่องดับ อย่างเป็นห่วง โดยหวังเพียงแค่ว่า จะได้ยินเสียงหญิงสาวตอบกลับมาเท่านั้น

“ฉันไม่เป็นไร.. สบายมาก”มารินะเอ่ยตอบกลับมา แค่นั้นก็ทำให้อากิระโล่งอกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด...

“ลุงมาซะ ช่วยส่งหน่วยกู้ภัยมาอีกชุดด้วยครับ ดูท่าเครื่อง H-02 จะขยับตัวไม่ได้น่ะครับ”อากิระรีบรายงานกลับไปยังฐาน D.F.C.D ในทันที อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ได้รับชัยชนะกลับมาแล้ว..

“เข้าใจแล้ว.. จะส่งไปให้ทันทีที่เตรียมเสร็จ วางใจได้”ผ.บ.มาซาโมริเอ่ยกลับมาอย่างพอใจในผลงาน ก่อนที่จะปิดหน้าจอติดต่อไป แต่แล้ว เสียงเสียงหนึ่ง ก็แทรกเข้ามาในหูฟังของเขา

“อาคิโมโตะ!”

“มีอะไรเหรอครับ คุณซากุราอิ?”

“ขอบใจนะ แล้วก็ เรียกฉันว่า มารินะก็ได้นะ”

เสียงที่ฟังดูเขินอายของหญิงสาวดังผ่านหูฟัง.. ถึงแม้เสียงหวานๆจะแผ่วเบาเสียจนเลือนหายไปในอากศ แต่อากิระก็ได้ยินชัดเจน จนอดที่จะแย้มยิ้มบางๆไม่ได้ สงสัยว่าศึกครั้งนี้คงจะทำให้มุมมองของหญิงสาวเปลี่ยนไปก็เป็นได้

--------------------------------------------------
   
คืนนั้น ณ ห้องบัญชาการ ฐานทัพ D.F.C.D

ว่ายังไงนะครับ/คะ!!!!

เสียงตะโกนอย่างตกใจของคู่หนุ่มสาวดังลั่นขึ้น จนคาซึยะถึงกับต้องอุดหู ผ.บ.มาซาโมริกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่นะ?

“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ ฉันกับโทคิฮิโกะ ลงความเห็นกันแล้วว่า จะให้พวกเธอรู้จักกันมากขึ้น ก็เลยจะให้พวกเธอทั้งสามคนอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ฉันก็เลยจัดการเช่าบ้านให้แล้ว พรุ่งนี้ก็เข้าไปอยู่ได้เลย”ผ.บ.มาซาโมริอธิบายซ้ำอีกรอบ โทกิโอะดูจะเฉยๆกับเรื่องนี้ แต่อีก 2 คนกลับมีท่าทีต่างออกไป...

“ตะ.. แต่ว่า ลุงมาซะ ผมนอนที่นี่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ...”อากิระพูดขึ้น แต่ผ.บ.มาซาโมริ กลับยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว!~

“ฉันให้คนขนของแกออกไปหมดแล้ว!~ พรุ่งนี้ของทั้งหมดก็ไปอยู่ที่บ้านนั้นแล้ว!~”

“ว่ายังไงน้า!!!!!!~~~~~ =[]=!!”

ขณะที่อากิระและผ.บ.มาซาโมริ เถียงกันอย่างดุเดือดในฐานะญาติห่างๆกัน มารินะกับโทคิฮิโกะผู้เป็นพ่อ เพียงแค่มองตากันก็พอเข้าใจ..

“พรุ่งนี้สินะครับ เข้าใจแล้ว”โทกิโอะพูดแทรกขึ้น ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องบัญชาการในทันที

“งั้น หนูขอตัวนะคะ”มารินะกล่าวลาก่อนที่จะเดินออกไปเช่นกัน

“เฮ้อ... เพราะแบบนี้ไงล่ะ ฉันถึงต้องทำโครงการนี้ขึ้นมา...”เมื่อเหลือเพียงอากิระ ผ.บ.มาซาโมริก็พูดขึ้น พร้อมถอนหายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“พวกเธอสามคนเข้ากันแทบไม่ได้เลย... แล้วแบบนี้ ถ้าสู้กันเดี่ยวๆไม่ได้ ต้องใช้แรงของทั้งสามคนช่วยกัน มันจะชนะได้ยังไงกัน...”ผ.บ.มาซาโมริใช้มือก่ายหน้าผาก อย่างกังวล อากิระที่ได้ฟังก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง...

“ที่เป็นห่วงคือทีมเวิร์คสินะครับ....”

“ราวๆนั้นแหละ... ถ้ายังทำให้พวกเธอสามคนเข้ากันไม่ได้ ฉันก็คงจนปัญญาแล้ว...”ผ.บ.มาซาโมริพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้สุดกำลัง... จนโทคิฮิโกะที่ยืนอยู่ข้างๆต้องเดินเข้ามาตบบ่าเบาๆเพื่อระบายความเครียดของมาซาโมริลง แต่เพราะภาพนั้นทำให้อากิระเกิดความมุ่งมั่นขึ้นในใจ และเป็นสิ่งที่เขาจะต้องทำให้ได้!..

ลุงมาซะ! ผมจะทำให้ทั้งสองคนนั้นเข้ากันกับผมให้ได้! เชื่อใจผมเถอะครับ!

--------------------------------------------------

รัฐเนวาด้า, อเมริกา

เมื่อหลายวันก่อนได้เกิดเหตุการณ์อุกกาบาตตกกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่มันกลับไม่เสร้างความเสียหายมากนัก จากบนเครื่องบินตรวจสอบสถานการณ์ของ D.F.C.D สาขาอเมริกานี้ เห็นเพียงแค่หลุมลึกขนาดใหญ่กลางทะเลทรายเท่านั้น.. แต่สิ่งที่ทำให้ D.F.C.D ต้องออกมาเคลื่อนไหว ก็เพราะ อุกากบาตนั้นกลับปลดปล่อยทูตสวรรค์จำนวนมากออกมาทั่วบริเวณ!

Die! Die! Die! Die! Die!!!”น้ำเสียงเข้มดูของชายหนุ่มผมทองในหมวกสีดำดังขึ้น! หุ่นยักษ์สีขาวลายน้ำตาล บางจุดเป็นสีดำตวัดมือไปด้านหลังแล้วกระชากปืนสั้นสีเงิน 2 กระบอกออกมาจากเอว พร้อมควง 3-4 รอบ ก่อนที่จะกำแน่น และเหนี่ยวไกปืนออกไปราวสิงปืนไว กระสุนพุ่งเข้าใส่ทูตสวรรค์ในบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว!

“จอร์นนี่ระวังด้านหลัง!”เสียงหญิงสาวผมทองนัยย์ตาสีฟ้าผู้อยู่บนเครื่องบินสีดำที่บินวนอยู่ด้านบนบริเวณนี้ตะโกนขึ้นอย่างเป็นห่วง เสียงเตือนดังลอดผ่านหูฟัง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มผมทองในหมวกคาวบอยนามจอร์นนี่จะรู้ทันก่อนหน้านั้นแล้ว!

Let’s Rock ‘n Roll!!”จอร์นนี่เก็บปืนทั้งสองกระบอกกลับเข้าที่เดิม ก่อนที่จะใช้ความเร็วของตน กระชากแส้ที่ซ่อนไว้ด้านหลังขาออกมา ก่อนที่จะตวัดไปด้านหลัง เพื่อรัดคอทูตสวรรค์รูปร่างคล้ายหมาป่าที่กระโจนเข้ามาได้ทันท่วงที!

ด้วยแรงกระชากที่มหาศาล! จอร์นนี่กระชากร่างของทูตสวรรค์พุ่งลงกระแทกกับพื้นเต็มแรง!

“Who’s The Next!!”จอร์นนี่ยังคงสนุกกับการต่อสู้ แต่ดูเหมือนการที่เขากำจัดทูตสวรรค์ได้เป็นจำนวนมากในคราวเดียว จะทำให้เขาถูกจับตามอง!

“สำเร็จแล้วนะ จอร์นนี่ เรากำจัดเดว่าทั้งหมดได้แล้ว..”หญิงสาวผมทองพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จอร์นนี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้... แต่ในชั่วพริบตา.. ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป... บางสิ่งปรากฏขึ้นในจอคอมพิวเตอร์บนตักของหญิงสาว! ปฏิกิริยาสีทอง!?

“อ๊ะ! ปฏิกิริยาสีทอง ทูตสวรรค์อีกตัวนึงกำลังจะมา จอร์นนี่ระวังตัว...”หญิงสาวหันกลับไปรายงานให้จอร์นนี่รับทราบ แต่ชั่วพริบตาที่เธอยังไม่ทันพูดจบนั้น หุ่นยักษ์สีขาวลายน้ำตาลที่จอร์นนี่บังคับ ก็ถูกผ่าเป็นซีก!! โดยหุ่นยักษ์อีกตัวที่มีสีขาวลายทองที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าในชั่วพริบตา!!!

จอร์นนี่!!!”หญิงสาวตะโกนสุดเสียง แต่ในทันทีที่หุ่นของจอร์นนี่ระเบิด เจ้าหุ่นยักษ์สีขาวลายทองนั่น ก็กางปีกสีขาวออกกว้าง พร้อมพุ่งทะยาน ตรงมาที่เครื่องบินที่หญิงสาวนั่งอยู่ในทันที!

คนขับพยายามที่จะบินหลบอย่างสุดชีวิต! แต่คมดาบของหุ่นยักษ์สีขาวก็ตัดผ่าเครื่องบินสีดำนั่นจนขาดสะบั้น!  ก่อนที่จะบินหายไปบนท้องฟ้า โดยมีเครื่องบินที่ระเบิดอยู่เบื้องหลัง ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก..

“ที่นี่ก็ไม่ใช่สินะ....”ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินยาวสลวยถึงกลางหลัง... นัยย์ตาสีน้ำเงินคราม รวมกับท้องทะเลลึกอันยากจะหยั่งถึง ชุดที่สวมใส่เป็นสีขาวลายทอง ดูเหมือนกับคนในเทพนิยายยืนอยู่ในห้องควบคุมที่มีแสงสีทองเรืองๆสาดส่องลงมาจากพื้น ปีกสีทองกลางหลัง เขาคือทูตสวรรค์อย่างงั้นหรือ!?

โปรดติดตามตอนต่อไป

หายไปนาน กลับมาแต่งแล้วขอรับ 
บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
dradongenesis
Global Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1835


G-dradongenesis

dradongenesis@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 28, 2009, 11:11:29 PM »

เพิงลองมาอ่าน ตอนแรกคล้ายๆอีวาจริงๆด้วยครับ แต่ก็สนุกดีนะครับ เขียนดีครับ
บันทึกการเข้า


http://g-dradongenesis.exteen.com

NEW! Project Original Fiction : Knight Paladin ดูได้ที blog ครับ
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2009, 11:23:42 AM »

ตอนที่ 6 - ปฏิบัติการกระชับมิตร

ณ โรงเรียนมัธยมชินโตเกียว เมืองโตเกียวที่ 2

สาวน้อยผมดำยาวสลวยค่อยๆเดินก้มหน้าก้มตา อยู่ท่ามกลางหมู่นักเรียนที่เริ่มกลับบ้านกันแล้ว เพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียน ท้องฟ้าเป็นสีส้มแสดงถึงพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองทางข้างหน้า จึงพบชายหนุ่มผมสีน้ำตาลชี้ฟู กำลังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่ เหมือนกำลังรอใครอยู่

“โย่ มารินะ~”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นทักทายสั้นๆ แต่ดูเหมือนหญิงสาวผู้ถูกทักทายจะมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก...

“นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ?”มารินะเอ่ยถาม ทั้งที่ในใจก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม..

“ก็มารับเธอน่ะสิ ถามได้~”

“นี่! รีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันเดินกลับเองได้ย่ะ!”มารินะที่เริ่มมองไปรอบๆ และเห็นสายตาของเพื่อนๆมองมาด้วยสายตาแปลกๆ จึงทำให้เธอยิ่งหัวเสีย และเริ่มตวาดอากิระด้วยความโมโหเล็กๆ

“อย่าลืมสิ ตั้งแต่วันนี้ไป เราจะต้องไปอยู่บ้านเดียวกันนะ แล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าอยู่ที่ไหน วิธีเดียวที่จะไปก็คือไปกับฉันนี่แหละ”อากิระพูดขึ้น พร้อมสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ ยิ่งคำพูดของอากิระดังขึ้น ก็ยิ่งทำให้เหล่าเพื่อนๆที่ยืนมองอยู่ห่างๆ เริ่มหัวเราะคิกคักกัน นั่นยิ่งทำให้มารินะโมโหและอายสุดขีด... ตอนนี้เธอก้มหน้าลงด้วยความอายเต็มพิกัด หน้าของเธอแดงก่ำไม่ต่างจากลูกเชอรี่สด

รีบไปจากที่นี่ซะ!!! ไอ้คนบ้า!!!!”มารินะตวาดเสียงดังด้วยความโมโหสุดขีด นั่นทำให้อากิระถึงกับชะงักไป.. หญิงสาวที่ทนความอายต่อหน้าเพื่อนฝูงที่เริ่มนินทากันซุบซิบไม่ไหว รีบวิ่งหนีออกไปจากบริเวณนั้น อากิระที่เริ่มมองไปยังเหล่านักเรียนที่ซุบซิบกันอยู่ จึงหันมาตะโกนขึ้น

ใครไม่เลิกนินทา พ่อจะเป่ากบาลมันให้ระเบิดเลยคอยดู!!

หลังจากชักปืนขึ้นมาขู่ และทำให้พวกนักเรียนหุบปากสนิทได้ เขาก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะรีบตามมารินะไปด้วยความเป็นห่วง..

เมื่อผ่านเขตโรงเรียนไปไม่ไกลนัก อากิระก็พอจะใจชื้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นมารินะเดินช้าๆอยู่บนฟุตบาทข้างทาง เขาจึงลดความเร็วและเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ

“มารินะ เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะ...”อากิระพูดขึ้น ขณะจอดรถ แต่ดูเหมือนมารินะจะเดินก้มหน้าก้มตา ทำทีไม่สนใจ อากิระที่เห็นดังนั้น จึงเข็นรถตามไปช้าๆ

“มารินะ... ไม่เอาน่า ฉันก็ขอโทษแล้วไง”อากิระพยายามเกลี้ยกล่อม แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลย... แต่แล้ว เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงสี่แยก รถบรรทุกคันใหญ่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่มารินะก็ยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างงั้น ถ้าปล่อยให้มารินะเดินก้มหน้าก้มตาต่อไป จะต้องประสานงากับรถบรรทุกนั้นแน่!

อากิระที่เห็นท่าไม่ดี ปล่อยมือจากมอเตอร์ไซค์ที่เข็นมา ก่อนที่จะวิ่งพุ่งตัวเข้าไปรั้งตัวมารินะที่กำลังจะเดินลงไปในถนนได้ทันท่วงที! รถบรรทุกพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะชนเข้ากับเสาไฟฟ้าที่อยู่อีกแยกนึง...

เมื่อมารินะหันหน้าเข้ามา แก้มของเธออาบไปด้วยน้ำตาอันใสบริสุทธิ์ เธอร้องไห้มาตลอดทาง... เมื่อรู้อย่างงั้น อากิระจึงกอดร่างของมารินะเอาไว้แน่น..

“ขอโทษ! ฉันขอโทษมารินะ! ได้ยินไหมฉันขอโทษ!”

“คนบ้า... ทีหลังจะพูดอะไรก็คิดบ้างสิ....”มารินะพูดทั้งน้ำตาที่ยังไหลอาบแก้ม.. อากิระค่อยๆคลายอ้อมกอดของตนออก ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้ว ยื่นให้มารินะ

“ขอโทษนะมารินะ.. ฉันมันพูดอะไรไม่ค่อยคิด ลืมไปว่า คนอื่นเขาจะคิดยังไง ถ้าฉันพูดอย่างงั้น.. ขอโทษด้วยนะ”อากิระพยายามขอโทษขอโพย อย่างรู้สึกผิด และดูเหมือนมารินะจะเริ่มใจอ่อนขึ้นมาบ้าง..

“ช่างมันเถอะ... จะยอมไปด้วยก็ได้...”หลังจากเช็ดน้ำตาออกแล้ว มารินะก็พูดขึ้นพร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าคืนให้อากิระ  ถึงแม้ว่าจะยังก้มหน้าอยู่เล็กน้อย แต่อากิระก็พอจะยิ้มออก เขารีบวิ่งไปพยุงมอเตอร์ไซค์ที่ล้มอยู่บนถนนของตนขึ้น ก่อนที่จะขับมายังจุดที่มารินะยืนอยู่..

“งั้นก็.. โดดขึ้นมาสิ...”อาหิระพูดขึ้นเบาๆ.. มารินะค่อยๆก้าวขาขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์คันนั้น ก่อนที่จะกอดร่างของอากิระเอาไว้แน่น.. อากิระตกใจเล็กน้อย เขาหันมามอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะหันหน้ากลับไป พร้อมยิ้มเล็กๆ...

ตลอดทางที่รถแล่นไป.. มารินะยังคงกอด พร้อมเอาหน้าซุกลงไปบนแผ่นหลังกว้างของอากิระตลอด  ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามารินะคิดอะไรอยู่กันแน่... แต่อากิระก็ยังคงขับมอเตอร์ไซค์ต่อไป

“นี่.. อากิระ...”

“หือ?”

“ต่อหน้าเพื่อนฉัน อย่าพูดอย่างงั้นอีกนะ.... เจ้าบ้า...”

“คร๊าบบ~  ผมสัญญา~”

--------------------------------------------------

ณ ที่แห่งหนึ่ง... ที่ไม่สามารถอธิบายได้... ที่นั่นเต็มไปด้วยแสงสีทองที่สาดส่องขึ้นมาจากพื้น ถึงแม้ว่าเบื้องบนจะเป็นสีดำก็ตาม...

“ที่นี่ก็ไม่ใช่... ‘ภาชนะ’ นั้น หายไปไหนกันแน่นะ...”ชายหนุ่มผู้มีผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยถึงกลางหลัง เอ่ยขึ้นด้วยนัยย์ตาคมกริบที่จ้องไปยัง กลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงกันข้าม...

“ที่เหลือที่พอจะจับพลังของศิลาอนันต์ที่รุนแรงได้ ก็มีเพียงที่นั่นเท่านั้น...”ชายผมสีดำ ผู้มีร่างกายสูงใหญ่ราวกับกำแพง พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ่มใหญ่... เขาแบมืออก ก่อนที่จะปรากฏภาพฉายของ เกาะญี่ปุ่นขึ้นจากในมือ...

“ถ้าเป็นที่นั่นล่ะก็ ฉันจะไปจัดการเอ๊ง~”ชายหนุ่มร่างบางผมสิ้นสีส้มเข้มอีกคนที่ยืนอยู่พูดขึ้นด้วยท่าทางอวดดี

“แน่ใจนะว่า จักรกลเทะวที่อยู่ที่นั่นจะเป็นของ ‘เขา’ น่ะ...”หญิงสาวผู้มีเลือนผมสีฟ้าอ่อน ยาวสลวยถึงกลางหลัง พูดขึ้น ก่อนที่จะกวาดนัยย์ตาสีฟ้าอ่อนไปยังชายหนุ่มผมยาวคนแรก

“ฉันมีลางสังหรณ์ว่าจะใช่.... พลังระดับนี้... ต้องเป็น ‘เขา’ แน่ๆ....”ชายหนุ่มผมยาวพดพร้อมยิ้มที่มุมปาก ‘เขา’ ที่พวกนั้นพูด หมายถึงใครกันนะ?

--------------------------------------------------

จ๊ากกกกกก!!!

มาทำอะไรในห้องฉันยะ!!!!!

เสียงตะโกนเอะอะโวยวายดังขึ้น... อากิระที่มีสภาพเหมือนโดนเตะออกมาโดยเจ้าของห้อง ที่ยืนคิ้วขมวดอยู่หน้าประตู แล้วอากิระเข้าไปทำอะไรในห้องมารินะเขาล่ะเนี่ย?

“อูย... ก็แค่จะไปหาเองว่ามันหลงเข้าไปอยู่ในห้องเธอรึเผล่า ไม่เห็นจะต้องมารุนแรงแบบนี้เลยนี่น่า.... โอย...”อากิระค่อยๆเอามือลูบที่หลังเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล... มารินะที่ยืนคิ้วขมวดอยู่ ตาข้างขวาเริ่มกระตุกด้วยความ โมโห + เอือม เต็มพิกัด

ถ้าจะมาหาของ ก็เคาะประตูก่อนสิยะ!! ไม่ใช่อยู่ๆก็เปิดพรวดเข้ามาแบบนี้!!!

“ขอโทษก๊าบบบบบบบ”

“เอะอะโวยวายอะไรกันนักหนา คนจะอ่านหนังสือไม่มีสมาธิเล๊ย...”ชายหนุ่มผมสีขาว พูดพร้อมเดินขึ้นบันไดมา สายตาที่มองผ่านเลนส์แว่นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก มองจ้องเขม็งมาที่ทั้งคู่...

“ขอโทษนะ โทกิจัง พอดีว่า กำลังสั่งสอนตาบ้านี่ยอยู่น่ะ”มารินะพูดพร้อมยิ้มแห้งๆ แต่ในขณะที่โทกิโอะกำลังจะเดินเข้าไปในห้องตัวเองที่มุมอีกด้าน อากิระก็เอ่ยถามขึ้น

“โทกิโอะ นายพอจะเห็นโมเดลจำลองเครื่องบินรบ F-29 ของฉันไหม?”อากิระเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่รอช้า... โทกิโอะที่โดนยิงคำถามเข้าใส่ ก็หันกลับมาตอบช้าๆ

“ถ้าโมเดลเครื่องบินจำลองล่ะก็... มีกล่องพัสดุนึงหลงอยู่ในห้องครัว ไปดูสิว่าใช่ของนายรึเปล่า...”โทกิโอะตอบเบาๆ ก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง.. อากิระไม่รอช้า รีบลงบันไดไปที่ห้องครัวที่อยู่ชั้นล่างในทันที..

ถึงแม้ว่าบ้านรวมนี้จะไม่ใหญ่นัก แต่ก็เป็นบ้านเช่าคล้ายๆกับ ทาวน์เฮ้าท์ เล็กๆ แต่ก็พอจะแบ่งห้องอยู่กันได้ เมื่อเขาลงมาถึงห้องครัว หญิงสาวผมขาวผิวคล้ำออกดำ ในชุดอยู่บ้านสบายๆ พร้อมผ้ากันเปื้อนกำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว ก็หันมาพูดขึ้น

“เอ้า อากิระคุง มาทันอาหารเย็นพอดีเลย ไม่กินอะไรหน่อยเหรอจ๊ะ”หญิงสาวดูมีอายุคนนั้น เดินถือหม้อใหญ่ที่มีไอร้อนลอยอบอวนขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมหวนชวนกิน

“โอ้.. วันนี้เป็นข้าวแกงกะหรี่สินะครับ”อากิระพูดขึ้นหลังจากที่กลิ่นหอมหวนลอยมาเตะจมูก แต่ตอนนี้ เขาก็ละสายตาจากหม้อนั่น ก่อนที่จะกวาดสายตาไปรอบๆห้อง เพื่อหากล่องที่โทกิโอะว่า

“หาอะไรอยู่เหรอจ๊ะ?”

“พอดีว่า เหมือนว่าก่อลพัสดุของผมจะมาไม่ครบ ตอนย้ายมาที่นี่ ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนกล่องนึง...”ในขณะที่อากิระพยายามค้นไปจนทั่ว เขาก็พอเข้ากับกล่องสีน้ำตาลใบใหญ่ อยู่ใต้โต๊ะอาหาร เขาจึงมุดลงไปอย่างไม่รอช้า ก่อนที่จะดึงกล่องนั่นออกมาเปิดออกอย่างลุกลี้ลุกลน..

“เจอแล้ว!!~~ F-29 ลูกพ่อ นึกว่าจะหายไปซะแล้ว =3=”สิ่งที่อยู่ด้านในคือกล่องใบใหญ่ที่บรรจุอย่างดี ด้านในเป็นโมเดลจำลองเครื่องบินรบรายละเอียดสูง ราคาแพง.. มิน่า ทำไมถึงได้หาขนาดนั้น ดูท่าว่าจะยังไม่ได้แกะด้วยซ้ำ...

“เจ้าบ้าโอตาคุ...”มารินะที่เดินลงมาดูเหตุการณ์อยู่นานพูดขึ้นเบาๆ พร้อมทำหน้าเอือมๆ

--------------------------------------------------

“คิดว่าพวกเขาจะเข้ากันได้ไหม มาซาโมริ?”ชายวัยกลางคนร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับชายวัยกลางคนอีกคนที่นั่งกอดอกอยู่บนโต๊ะผู้บัญชาการ ในห้องบัญชาการมืดๆที่มีแสงสีฟ้าส่องมาจากหน้าจอใหญ่ๆตรงหน้าเท่านั้น

“ถ้าเจ้าอากิระมันว่าจะทำ มันต้องทำได้อยู่แล้ว... ฉันเชื่ออย่างงั้นนะ โทคิฮิโกะ”ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พูดขึ้นอย่างมั่นใจ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น คาซึยะก็เปิดประตูพรวดเข้ามา รายงานบางสิ่งที่น่าตกใจ

ท่านผ.บ. ครับ! ทางนาซ่ารายงานมาว่า พบดาวเคราะห์ประหลาดที่ขนาดใหญ่พอๆกับโลก หลุดเข้ามาในวงโคจรของระบบสุริยะของเราครับ!!

“ว่ายังไงนะ!!”

คาซึยะรีบบึ่งไปยังแผงควบคุมด้านหน้า ที่มีโอเปอเรเตอร์นั่งอยู่ราวๆห้าคน ก่อนที่จะเสียบแฟรชไดรฟ์ของเขาลงไปในช่องเสียบ เพื่อส่งข้อมูลลงแผงควบคุม

“ทาคาโอะคุง ช่วยฉายขึ้นจอใหญ่ทีนะ”

“รับทราบค่ะ”

โอเปอเรเตอร์หญิงคนนั้นกดที่แป้นพิมพ์เพื่อดึงข้อมูลขึ้นหน้าจอใหญ่ ปรากฏเป็นภาพระบบสุริยะที่ถูกเบียดด้วยวงโคจรใหม่ที่มีขนาดใหญ่มาก..

ดาวเคราะห์ที่หลุดเข้ามานี้มีวงโคจรที่ไกลมาก... จากการคำรวณของนักวิทยศาสตร์แล้ว มีโอกาส 90% ที่มันจะวิ่งชนดวงอาทิตย์ ภายใน 2 วัน...

“ไม่จริงน่า....”

หลังจากได้ฟังคำอธิบาย ทุกคนในห้องบัญชาการก็ถึงกับตะลึงค้าง กับสิ่งที่เกิดขึ้น....

โปรดติดตามตอนต่อไป

ทำไมไฟในการแต่งมันหายไปเยอะขนาดนี้ llllorz.. (กว่าจะคลอดแต่ละตอน ยาวเหลือเกินนะ....)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2009, 06:02:24 PM โดย Akira00 » บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2009, 06:01:01 PM »

ตอนที่ 7 - ทูตสวรรค์แห่งยูเฟรติส

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลชี้ฟูไปข้างหน้า ที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำ กำลังกระดกน้ำอัดลมเพื่อดับกระหาย บนฟุตบาตรข้างๆ มีตู้กดน้ำตั้งอยู่ รอบๆเป็นร้านขายของทั่วๆไป  สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กลางวันนั้นจะร้อนกว่าปกติอย่างมาก ก็ไม่แปลกที่ตู้กดน้ำจะขายดิบขายดีที่นี่...

“ฮ่า... ชื่นใจชะมัด...”ชายหนุ่มที่กระดกจนหมดขวดโยน ขวดที่เหลือลงในถังขยะที่อยู่ข้างๆตู้กดน้ำอย่างแม่นยำ ก่อนที่จะหยิบหมวกกันน็อคมาใส่ เตรียมขับไปที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ไม่ทันที่จะได้ทำตามที่ต้องการ...

I love you, I trust you…. Kimi no kodoku o wakete hoshii~”(ริงโทนเพลง Trust You ของ Yuna ito ประกอบการ์ตูน กันดั้ม 00 ซีซั่น 2)

เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นจากในกระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มจึงล้วงลงไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

“ข้อความเหรอ....”ชายหนุ่มเปิดอ่านข้อความใหม่ที่ถูกส่งมาโดยเจสสิก้า ข้อความภายในเป็นสานส์เรียกระดมพล ให้รีบมาที่ฐานทัพโดยด่วน “จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ...” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะติดเครื่องมอเตอร์ไซค์คู่ใจ  แล้วรีบกลับรถ เพื่อบึ่งไปให้ถึงฐานทัพ D.F.C.D ให้เร็วที่สุด...

--------------------------------------------------

บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้เกาะโตเกียว

หุ่นยนต์ขนาดยักษ์สีขาวที่มีลายทั่วตัวเป็นสีทอง พร้อมปีกสีทองคู่ใหญ่ บินอยู่เหนือพื้นน้ำ ตรงมายัง เมืองโตเกียวที่ 2!

“วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเข้ามาในน่านน้ำแล้วครับ...”

“ทูติสวรรค์อย่างงั้นเหรอ!”คาซึยะที่วิ่งเข้ามาในห้องบัญชาการตะโกนถามขึ้น

ไม่ใช่ค่ะ! รูปแบบ ถึงแม้ว่าจะเป็นทูติสวรรค์ แต่สัญญาณที่เราจับได้ เป็นรูปแบบเดียวกับ เดโวเรี่ยนทั้ง 3 เครื่องที่ประจำการอยู่ที่นี่ค่ะ!

“ว่ายังไงนะ!”

“เจ้าหน้าที่ทุกคน เข้าสู่สภาวะพร้อมรบระดับ 1...”เจสสิก้าที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่พูดขึ้น

“รับทราบ เตรียมอาวุธโจมตีทางอากาศ!”

“โตเกียวที่ 2 กำลังเข้าสู่สภาวะรับการโจมตีค่ะ ดำเนินการแจ้งพลเมือง ทำการอพยพแล้วค่ะ!”

เสียงเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งเมือง.. สถานการณ์เริ่มยุ่งเหยิงอีกครั้ง...

“เริ่มทำการเก็บเซ็นเตอร์บล็อค ทำการอพยพประชาชนลงมาที่ชั้นใต้ดิน!”

ตึกราบ้านช่องต่างๆ ถูกยกลงสู่ชั้นใต้ดิน เพื่อเป็นการอพยพผู้คนได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทำให้เกิดความแตกตื่น.. ส่วนบ้อนต่างๆที่ไม่ใช่ตึกสูง ประชาชนทั้งหมดถูกอพยพโดยเจ้าหน้าที่ เพื่อไปยังที่หลบภัย โดยเร็วที่สุด! ตึกที่ยังเหลืออยู่ และถูกยกขึ้น มีเพียงตึกที่ติดตั้งอาวุธต่อต้านอากาศยานเท่านั้น เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้กับทูตสวรรค์ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

กำแพงตึกสูง ที่ติดตั้งป้อมปืนขนาดยักษ์ ถูกยกขึ้นใกล้ๆกับบริเวณส่วนนอกสุดของเมือง เพื่อเป็นป้อมปราการด่านแรกให้กับเมืองโตเกียวที่ 2 แห่งนี้

“เซ็นเตอร์บล็อคทั้งหมด ทำการเก็บเรียบร้อยแล้วค่ะ...”

“แนวป้องกันที่ 1-10 เตรียมการเรียบร้อยครับ!”

“เป้าหมายยังคงเคลื่อนที่เข้ามาเรื่อยๆค่ะ”

“พลเมืองภายนอก ได้รับการอพยพลงสู่ชั้นใต้ดินเรียบร้อยแล้วครับ”

อาคิโมโตะ อากิระ รายงานตัวครับ! ตอนนี้มาถึงฐานทัพแล้ว กำลังจะมุ่งหน้าไปยังพื้นที่โรงเก็บเครื่อง X-01 เดี๋ยวนี้!”จอภาพเล็กๆ แสดงขึ้นมาเป็นการติดต่อมาจากอากิระที่หน้าประตู นักบินที่มาถึงเป็นคนแรก ที่เป็นอากิระ เพราะว่าในตอนกลางวันนั้นมีเพียงอากิระเท่านั้นที่เต็ดเตร่ไปทั่วเมือง ส่วนอีก 2 คนต้องเรียนหนังสือ

“เข้าใจแล้ว เร่งมือเข้าอากิระ ตอนนี้เป้าหมายขึ้นฝั่งมาแล้ว”

“รับทราบ!”ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง อากิระปิดจอสื่อสารลง เข้าใจว่า กำลังมุ่งหน้าไปที่โรงเก็บอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

“ขอให้มาทันด้วยเถอะ.. อากิระ....”เจสสิก้าถอนหายใจเสียงดัง ก่อนที่จะจ้องเขม็งไปยังหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหน้า ที่แสดงภาพเป้าหมายกำลังเข้าสู่เขตเมือง!

ป้อมปราการที่ติดตั้งปืนใหญ่และมิสไซล์รอบบริเวณเริ่มระดมยิงเข้าใส่เป้าหมายที่ลอยเหนือพื้นเขามาด้วยกำลังอาวุธทั้งหมดที่มี แต่ไม่ว่าจะยิงสักเท่าไหร่ ก็สามารถทำอันตรายใดๆกับหุ่นยักษ์สีขาวนั่นได้เลย แม้แต่น้อย...

“น่าเบื่อชะมัด.... มีแต่ของเล่นกระจอกๆทั้งนั้น...”ชายหนุ่มวัยรุ่นผมสีส้มสดที่ใส่ชุดเหมือนบุคคลในเทพนิยาย พูดขึ้นด้วยใบหน้าเซ็งๆ. ก่อนที่เจ้าหุ่นยักษ์จะคว้าดาบสีขาวลายทองที่เหน็บไว้ที่เอวขึ้นมา พร้อมใช้มือลูบ ไปที่คมดาบ ทำให้มันถูกอาบไปด้วย พลังออร่าบางอย่างที่มีสีฟ้า...

เจ้าหุ่นยักษ์ย่อตัวลงเหยียบพื้น ก่อนที่จะหมุนตัว ตวัดดาบออกไปเพื่อกระแทกคลื่นออร่าสีฟ้าให้พุ่งเข้าใส่เกราะป้องกันที่ยิงใส่อยู่อย่างไม่ยั้ง...

ตูม! บึ้ม!!!!!!!

กำแพงเหล็กกล้าถูกทำลายลงอย่างราบคาบ... เศษเหล็กปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดกระแทกเพลิงแผดเผาและทำลายกำแพงในบริเวณนั้นทั้งหมดลงในเวลาไม่นานนัก ไม่เท่านั้น... คลื่นออร่าสีฟ้า ยังพุ่งเข้าไปในส่วนตัวเมือง ก่อนที่จะพุ่งไถลทำลายพื้นที่บางส่วนจนพังพินาศ....

“ป้อมปราการที่ 1 ถูกทำลายแล้วครับ!”

“ป้อมปราการที่ 2 ถูกทำลาย”

“ศัตรูยังคงมุ่งหน้าเข้ามาเรื่อยๆ”

“ป้อมปราการที่ 3 ถูกทำลาย! ป้อมปราการที่ 4 และ 5 เริ่มทำการโจมตี!!!”

เจ้าหุ่นยักษ์เคลื่อนตัวเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมทำลายด่านป้องกันข้างทางทั้งหมดลงอย่างราบคาบ และพังพินาศอย่างไม่เคยมีมาก่อน...

“นักบินยังไม่ถึงอีกรึยังไง!”เจสสิก้าตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะที่ทุกคนในห้องบัญชาการพยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะปกป้องฐานทัพที่นี่เอาไว้

“นักบินเครื่อง X-01 ตอนนี้กำลังจะเข้าไปในห้องควบคุมแล้วครับ! อีก 30 วินาทีจะเริ่มทำการปล่อยตัว!”

“เปิดเส้นทาง R-73 ส่ง X-01 ไปยังส่วนกลางเมืองได้เลย!”

“รับทราบครับ!!”

ในขณะที่ด้านล่างกำลังวุ่นวาย ที่ชั้นบนสุด ผู้บัญชาการทั้ง 2 คนกำลังนั่งดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน...

“ภัยพิบัติที่ 5... ทูตสวรรค์ชั้นสูงทั้ง 4 แห่งยูเฟรติสสินะ....”โทคิฮิโกะที่ยืนอยู่ข้างๆผู้บัญชาการใหญ่พูดขึ้น พร้อมทำคิ้วขมวด

“ใช่แล้ว.... ครั้งนี้มาแค่องค์เดียว... อีก 3 จะต้องมาในภายหลังแน่....”มาซาโมริ ที่นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ ถึงกับกัดฟันอย่างไม่พอใจอย่างที่สุด..

“เดโวเรี่ยนเครื่อง X-01 ถูกปล่อยตัวไปที่เส้นทาง R-73  แล้วครับ!”

“อีก 30 วินาที จะเข้าต่อกรกับเป้าหมาย!!”

[ฝากด้วยนะ.. อากิระ...] เจสสิก้าพูดในใจ ขณะที่อากิระถูกส่งขึ้นไปเพื่อต่อสู้กับศัตรู
คลืน... ตึง!”ร่างสีดำขนาดยักษ์ของไคเซอร์พุ่งขึ้นมาจากช่องปล่อยตัวที่เปิดขึ้นตรงหน้าของศัตรูไม่ไกลนัก... ทันทีที่ปลดตัวยึดกับฐานปล่อยตัวออก อากิระก็พร้อมที่จะต่อกรกับศัตรูอย่างเต็มพิกัด!

เอานี่ไปกิน ทูตสวรรค์!!”อากิระตะโกนขึ้นทันที เกราะหลายส่วนตามตัวไคเซอร์เริ่มเปิดออก เผยกระเปาะมิสไซล์จำนวนมากที่ซ่อนไว้ด้านในทั่วตัว ก่อนที่จะยิงมิสไซล์ทั้งหมดออกไปพร้อมกัน โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือศัตรูตรงหน้า!!

เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว.... ตู้ม!!!!!! บึ้ม!!!!!  บูม!!!!!

มิสไซล์จำนวนมากพุ่งผ่านอากาศทิ้งควันขาวเป็นทางพุ่งเข้าหาหุ่นยักษ์สีขาวตรงหน้า ทันทีที่มิสไซล์กระแทกเข้าใส่เจ้าทูตสวรรค์ ก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรง จนเกิดควันสีดำพวยพุ่งราวดอกเห็ดขึ้นไปสูงเสียดฟ้า แรงระเบิดที่เกิดขึ้น กวาดบ้านเรือนแถบๆนั้นจนพังทลายไม่มีชิ้นดี

 “กะจะเผด็จศึกภายในพริบตาเลยรึยังไงกัน เจ้าบ้านั่น...”คาซึยะพูดขึ้นพลางกัดปากกาที่คาบไว้ในปากแน่น ด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจในการโจมตีอย่างไม่รอบคอบของอากิระ

“สำเร็จไหม....”อากิระจ้องมองไปยังกลุ่มควันดำอย่างไม่ละสายตา... ทันใดนั้นเองคลื่นพลังงานสีฟ้าพุ่งออกมาจากกลุ่มควันพร้อมเข้ากระแทกกับกลางลำตัวของไคเซอร์อย่างจัง!!

ฟ้าว~ ตูม!!!

อ๊ากกกกก!!!!

แรงระเบิดที่เกิดขึ้น กระแทกร่างยักษ์ของไคเซอร์จนถึงกับเซไปด้านหลัง ก่อนที่จะทรงตัวไม่อยู่และล้มหงายหลังกระแทกลงกับพื้นอย่างจัง.. อากิระไม่เคยเจอพลังทำลายที่รุนแรงระดับนี้มาก่อน....

“นักบินของ H-02 กับ A-03 มาถึงแล้วค่ะ กำลังมุ่งหน้าไปทางโรงเก็บแล้ว”โอเปอเรเตอร์สาวผมสีดำหันมารายงานสิ่งที่เกิดขึ้น

“บอกให้มารินะขึ้นไปบังคับแฮซิน แล้วเข้าต่อกรกับทูตสวรรค์ได้เลย... ส่วนโทกิโอะให้รอคำสั่งก่อน เพราะตอนนี้อพอลโล่ยังซ่อมส่วนแขนที่พังไม่เสร็จ.”คาซึยะพูดขึ้น พลางหนีบปากกาออกจากปาก พลางกดคอมพิวเตอร์ตรงหน้าของตนเพื่อป้อนข้อมูลบางอย่างลงไป

อากิระพยายามลุกขึ้น... ควันสีดำจางหายไปปรากฏร่างของหุ่นยักษ์สีขาวที่เล็กกว่าหุ่นของอากิระเกือบ 3 เท่า แต่กลับไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย.. หนำซ้ำตามตัวยังหุ้มไปด้วยสนามพลังสีขาวที่มีขนนกลอยอยู่รอบๆ เหมือนกับว่าเป็นเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจล่วงล้ำ!

“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!!”อากิระสบถเสียงดัง พร้อมหมุนปืนใหญ่ 2 กระบอกบนหลังขึ้นมาพาดบนไหล่ พร้อมยิงกระสุนพลาสม่าเข้าใส่หุ่นยักษ์สีขาวนั่นอีกครั้ง!

เจ้าหุ่นยักษ์สีขาวตวัดแขนเข้าหาลำตัวเพื่อทำให้ขนนกรอบตัวเข้ามารวมกันที่ด้านหน้าเพื่อรับกระสุนพลาสม่าเอาไว้! ก่อนที่จะสะบัดแขนออกไปด้านข้างลำตัว เพื่อกระแทกกระสุนพลาสม่าพุ่งกลับเข้าหาไคเซอร์ในทันที!!

เสร็จกัน!

ตูม!!!!

กระสุนพลาสม่ากระแทกเข้าใส่ร่างของไคเซอร์อย่างจังจนเกิดระเบิดกระแทกร่างของไคเซอร์จนล้มกลิ้ง 3 ตลบลงกับพื้น...

“สัญญาณชีพของนักบินหายไปแล้วครับ! อัตราการเดินเครื่องของไคเซอร์ก็ดับไปด้วย!”

“ว่ายังไงนะ!”เจสสิก้าถึงกับหน้าถอดสี เมื่อได้ยินสิ่งที่โอเปอเรเตอร์รายงาน...

อ่อนหัดเหลือเกิน.... แต่สัญญาณของจักรกลเทวะอีกตัวกำลังมา.... หึๆ.. ก็ดี... วันนี้ฉันจะถล่มให้ราบเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!”ชายหนุ่มผมสีส้มเข้ม หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะเคลื่อนตัวมุ่งตรงไปยังฐานทัพ D.F.C.D ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก!!!

โปรดติดตามตอนต่อไป
บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
freedomz14
Beginner Pilot

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2009, 09:20:03 PM »

ง่ะ กำลังมันส์เลย  รอติดตามตอนต่อไป มันส์ แต่อาจจะตาลายไปนิด -*- อ่านจนน้ำตาไหล
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: