หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot War The Star Chronicle  (อ่าน 33499 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2009, 09:42:55 PM »



Introduction -ลำนำจดหมายเหตุแห่งดวงดาว-

สงคราม ความสูญเสีย และการต่อสู้... ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยมนุษย์เองก็ไม่อาจจะหลุดพ้นจากวังวนเหล่านี้ได้ แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นยุคที่ผู้คนต่างออกเดินทางขึ้นไปอาศัยอยู่บนอวกาศแล้วก็ตาม..

บันทึกที่คุณได้อ่านอยู่นี้ได้จดบันทึกเรื่องราวของเหล่านักรบแห่งดวงดาวเอาไว้ พวกคนเหล่านั่นมาจากต่างที่ ต่างเชื้อชาติหรือแม้กระทั่งเผ่าพันธ์แต่ทั้งหมดก็ร่วมแรงกันต่อสู้เพื่อปกป้องจักรวาลและเอกภพแห่งนี้เอาไว้..

การต่อสู้ที่แฝงไปด้วยความหมายนับล้าน บางคนต่อสู้เพื่อค้นหาสถานที่ที่ตัวเองควรอยู่ เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ เพื่อไม่อยากให้เกิดการสูญเสียและเพื่อระงับซึ่งสงคราม...

คุณล่ะพร้อมที่จะเปิดบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาแล้วรึยัง? ถ้าพร้อมแล้วล่ะก็...

ยินดีต้อนรับสู่ -Super Robot Wars The Star Chronicle-

--------------------------------

เกือบหนึ่งศตวรรษที่มนุษย์ชาติได้ออกไปตั้งถิ่นฐานบนอวกาศแม้ว่ามนุษย์ จะพัฒนาไปมากเพียงใดแต่ความต้องการของมนุษย์ยังไม่เคยหมดสิ้นเพราะฉะนั่น สงครามจึงยังมีขึ้นอยู่เสมอ...

ความพยามที่จะแยกตัวเองออกเป็นอิสระ จากสมาพันธ์โลกของกลุ่มอาณานิคมเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็พัฒนาไป สู่การก่อการร้ายและสงครามในที่สุดด้วยกองกำลังที่มากกว่าของสมาพันธ์โลกทำ ให้ฝ่ายอาณานิคมได้รับความปราชัยไปอย่างรวดเร็วในเวลาหกเดือนสงครามครั้งนี้ จึงมีชื่อเรียกเล่นๆว่า“สงครามหกเดือน”

ภายหลังสงครามหกเดือนสมาพันธ์โลกคุมเข้มชาวอวกาศมากขึ้นกว่าเดิมโดยการตั้งกองกำลัง“บอนล์”ขึ้นมาทำ หน้าที่ดูแลและสอดส่องเหล่าอาณานิคมโดยไม่ขึ้นกับกองทัพของสมาพันธ์โลก

แต่เมื่อเวลาผ่านไปการกระทำที่รุนแรงของบอนล์ต่อชาวอาณานิคมทำให้ความไม่พอใจของชาวอาณานิคมเพิ่มสูงขึ้น ชาวอาณานิคมกลุ่มนึงได้ทำการตัดสินใจก่อวินาศกรรม ทำลายงานประชุมของเหล่าผู้นำในสมาพันธ์โลกการก่อการร้ายครั้งนี้ทำให้ผู้นำ ระดับสูงของสมาพันธ์เสียชีวิตไปหลายสิบคน ผู้นำของกองกำลังบอนล์“เรย์นาร์ด ลาวิอัส”จึงได้ออกมาประณามการกระทำครั้งนี้และทำการจับกุ่มกลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุภายในเวลาอันรวดเร็วทำให้เรย์นาร์ดและกองกำลังบอลน์ได้แรงสนับสนุน จากประชาชนมากขึ้น

สมาพันธ์โลกที่เริ่มขาดอำนาจเริ่มจะถูกบอลน์กลืนกินเข้าไปทุกที สภาพความเป็นอยู่ของคนในอาณานิคมแหละการปกครองก็เริ่มเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ สมาชิกสมาพันธ์โลกบางคนเริ่มไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของบอลน์จึงได้ทำการตั้งกองกำลัง“เอลฮังค์”ขึ้นเป็นกองกำลังรวมที่เกิดจากสมาพันธ์โลกและอุตสาหกรรม มาต่อต้านบอนล์และทวงสิทธ์การปกครองที่ชอบธรรมคืนให้กับกลุ่มอาณานิคม สงครามครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นในปีคริสต์ศักราช2217

--------------------------------

วงกลมสีแดงผสมดำขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นในเขตอวกาศใกล้ๆกับกลุ่มเศษอุกบาตขนาดใหญ่ น่านฟ้าของแถบนี้ไม่ใช่สีดำแบบที่ควรจะเป็นแต่เป็นสีแดงก่ำราวกับเลือดซึ่งวงกลมปริศนานั่นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะระเบิดเต็มทีอยู่ตลอดเวลา...

ภายในวงกลมปริศนากำลังมีการต่อสู้ของหุ่นสองตัวเกิดขึ้นอยู่ ตัวหนึ่งมีสีแดงสลับกับสีฟ้า อีกตัวทาสีดำตลอดทั้งตัว

แคร้ง! แคร้ง! แคร้ง!

เสียงประดาบของหุ่นทั้งสองดังก้องอยู่ภายในวงกลมปริศนาที่คนภายนอกไม่อาจมองเห็นสภาพภายในได้ น่าแปลกที่แม้มองภายนอกวงกลมนี้มีขนาดไม่ถึงร้อยเมตร แต่ภายในนี้กลับก้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อราวกับเป็นอีกห้วงมิตินึง หุ่นทั้งสองกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากจนสายตาคนธรรมดาไม่สามารถมองการเคลื่อนไหวได้ทัน พร้อมกับเสียงพูดคุยของนักบินที่ขับหุ่นทั้งสองก็ดังขึ้นอีกเช่นกัน

" นายน่ะ คิดจะทำลายมันให้หมดทุกอย่างเลยหรือไง ทำลายเซอร์นาสไปโลกนึงแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ" นักบินของหุ่นสีแดงสลับฟ้าเป็นผู้หญิงสาว อายุอานามน่าจะราวๆ19-20เอ่ยขึ้น

"เรื่อง ของเซอร์นาสมันเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าเธอยอมมาเข้าร่วมกับชั้นตั้งแต่แรก แล้วเจ้าอาเดลนั่นไม่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นชั้นก็คงไม่ทำหรอก" ชายที่เป็นนักบินของหุ่นสีดำกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

"แน่นอนว่า ชั้นไม่คิดจะร่วมมือกับนาย ยังไงๆก็ยอมรับวิธีการของนายไม่ได้ นายบอกว่าจะยอมเสียสละโลกส่วนน้อย เพื่อปกป้องโลกส่วนใหญ่ไว้ใช่มั้ย แต่ถ้าเป็นชั้น ชั้นอยากจะปกป้องมันให้หมด" เสียงสาวน้อยดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการควบคุมหุ่นหลบคมดาบของหุ่นสีดำได้ อย่างฉิวเฉียด

"คิดแบบนั้น คือวิธีคิดของคนไม่รู้จักความจริง" หุ่นสีดำฟาดดาบลงไปอีกครั้ง แต่หุ่นอีกตัวก็เอาดาบของตนขึ้นมาป้องกันไว้ได้ ทั้งคู่เอาดาบเข้าประชิดกันเพื่อวัดกำลังชั่วครู่แล้วค่อยแยกออกจากกัน

"ชั้นคิดแบบนั้น แล้วก็เชื่อแบบนั้นด้วย และตอนนี้ชั้นก็เชื่อว่าสิ่งที่นายคิดจะทำมันผิด เพราะงั้นชั้นจะหยุดนายเอง" หุ่นสีแดงสลับฟ้าโยนดาบในมือทิ้งไปแล้วชูกำปั้นขึ้นแทน มีแสงสีแดงเปล่งออกมาจากมือที่กำลังกำอยู่นั้นราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน

"ก็ลองดู ถ้าคิดว่าเธอสามารถขัดขืนต่อโชคชะตาได้ล่ะก็" หุ่นสีดำยกดาบขึ้นเหนือหัว มีไอพลังความมืดห้อมล้อมดาบไว้

"God Destroyer Punch!!!!!!"

"Maken Dichikiri"

ตูมมมมมมมมมม

หมัดและดาบพุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว เกิดระเบิดอย่างรุนแรงจนวงกลมปริศนาที่ปกคลุมทั้งคู่ก็เกิดระเบิดออกตามไปด้วย

--------------------------------

ขณะเดียวกันในห้วงอวกาศอีกจุดนึงก็ได้เกิดวงกลมปริศนาขึ้นมาเหมือนกันแต่ทว่า วงกลมอันนี้นั่นเป็นวงกลมขนาดใหญ่สีดำเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า1กิโล แต่รูปร่างของมันนั้นแบนราบราวกับกระดาษ

ทหารของกองกำลังบอนล์ที่ขับหุ่น“จาโบน่า”ซึ่งเป็นหุ่นรุ่นผลิตจำนวณมากของบอนล์และกำลังทำการลาดตระเวร อยู่แถวนั้นต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิด ขึ้นเพราะอยู่ดีๆมันก็ปรากฏขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พวกเขาไม่เคยพบเห็นสิ่งที่ใหญ่แบบนี้มาก่อนเลยในอวกาศแถมสิ่งนี้ ไม่น่าจะมีทางจะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำ

“หะ....หัวหน้าครับ” ทหารนายหนึ่งเอ่ยกับผู้บังคับบัญชาของเขาอย่างตกใจและตื่นกลัวเพราะเขาเพิ่งจะเคยเห็นของแบบนี้เป็นครั้งแรก

“อย่าตกใจสิ...ควบคุมสติของตัวเองเอาไว้สิผู้หมวด”

หัวหน้าที่มากประสบการณ์เตือนขึ้นหลังจากเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาตื่นตระหนกกับ สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าตกใจอยู่บ้างเหมือนกัน

“ อ่ะ...ครับ!!”

“ถ้า โอเคแล้วเรามาดูกันสิว่าไอ้เจ้านี้มันคืออะไร...หมวดส่งภาพทางนี้ไปให้ที่ ฐานด้วยนะ” หัวหน้าของนายทหารคนนั้นพูดเพื่อจะดูว่าลูกน้องของตัวเองยังมีสติดีอยู่รึ ไม่ ซึ่งเสียงตอบอันหนักแน่นนั้นทำให้หัวหน้าของเขาโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง

แต่...ยังไม่ทันที่เหล่าทหารของกองกำลังบอนล์จะเข้าไปใกล้วงกลมปริศนา บางอย่างก็เกิดขึ้นกับวงกลมนั้นอย่างฉับพลัน

ตึ้ง!!!
ตึ้ง!!!!!
ตึ้ง!!!!!!!!

เสียง ดังกังวานออกมาจากวงกลมสีดำนั้นติดต่อกันราวกับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน ก่อนที่จะเงียบหายไป.....แต่แล้ว…สิ่งที่ปรากฏออกมาพร้อมกับรอยแตกของห้วงมิติ คือ มือขนาดยักษ์ของหุ่นยักษ์ตัวหนึ่งทะลุออกมาจากวงกลมสีดำนั่นมือทั้ง 2 ข้างของหุ่นตัวนั้นฉีกตรงส่วนกลางของวงกลมเหมือนการแหวกช่องมิติอะไรสักอย่างออกมา

“อา.... ที่นี้....คือที่ๆมีสิ่งนั้นอยู่รึ....ท่าทางจะเป็นโลกคู่ขนานแฮะ...แต่ว่า ระบบสุริยะไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่.....ดาวพฤหัสยังเหลืออยู่เลย” เสียงของชายผู้ขับหุ่นตัวนั้นเอ่ยออกมาอย่างเรียบๆและดูประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นอยู่เนื่องจากสภาพของที่นี้ไม่ค่อยจะต่างจากโลกที่เขามาสักเท่าไหร่ 

หุ่นขนาดยักษ์ที่ได้แหวกประตูมิติออกมานั้นขนาดสูงราวๆร้อยเมตรซึ่งรูปร่างของมันดูไม่เหมือนหุ่นจากวิทยาการใดๆบนโลกนี้เลยแม้แต่น้อย

“ย.....ยิง!!”หัวหน้าของนายทหารคนดังกล่าวที่ได้สั่งให้ลูกน้อง ครองสติให้อยู่นั้นบัดนี้สติของเขาได้หลุดกระเจิงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะยิงไปเท่าไหร่ก็ตามแต่ทว่าบีมธรรมดาของจาโบน่านั้นไม่สามารถทำอะไรหุ่นตัวนั้นได้เลยแม้แต่น้อย

“นี่ๆ...ฉันนะไม่มีเวลาจะมายุ่งกับพวกเธอหรอกนะ” ชายคนขับหุ่นตัวนั้นเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

“เอาเป็นว่า...ฉันจะทำให้พวกเธอ...หายไปอย่างเร็วที่สุดไม่ให้เหลือซากเลยแล้วกันนะ....”

สิ้นเสียงของผู้มาเยือน หุ่นตัวนั้นก็ได้ยกกำปั้นทั้ง 2 ข้างขึ้นประกบกัน

“เดินพลังงาน 10% จากเตาพลังงานไปที่แขนทั้ง 2 ข้าง ทำการจ่ายพลังงานในรูปแบบการระเบิดวงกว้าง ทำงาน!!”

ตูม!!!!!
ตูม!!!!!
ตูม!!!!!

เหล่าหุ่นลาดตระเวรบอนล์ทั้งหมด7ตัว สลายกลายเป็นฝุ่นไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียวขอหุ่นยักษ์ตัวนั้น

“เอา ละ....ที่นี้ก็ได้เวลาลงไปที่โลกซะทีสินะ….”หลังพูดจบตัวหุ่นก็ได้เดินทางไป ยังโลกด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าหุ่นขนาดยักษ์อย่างนี้จะเดินทางด้วย ความเร็วสูงขนาดนี้ได้

“เดินเครื่องระบบพลังงาน 20% ทำการเปิดสนามพลังเต็มที่” จากจุดที่หุ่นยักษ์ปริศนาได้ปรากฏตัวออกมาเพียง 10 นาที มันก็เคลื่อนที่มาถึงโลกแล้ว และกำลังผ่าชั้นบรรยากาศโลกลงมา ซึ่งชั้นบรรยากาศที่ร้อนระอุแทบจะไม่มีความหมายของผู้มาเยือนผู้นี้เลย

ผู้คนที่เห็นภาพการฝ่าชั้นบรรยากาศลงมาของหุ่นตัวนี้นั้นต่างตกใจ เหมือนผึ้งแตกรัง จะด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมันและแรงสั่นสะเทือนอันมหาศาลที่เกิดจากการลงจอดของมัน ผู้คนต่าง ตื่นกลัว และสับสนว่ามันคืออะไร และมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

“ฉันมาแล้วดวงตาจอมมาร!!” ชายผู้มากับหุ่นยักษ์ปริศนากล่าวเจตจำนงถึงสาเหตุที่เขาต้องถ่อมาถึงระบบ สุริยะแห่งนี้ก่อนที่หุ่นของเขาจะเกิดแสงห่อหุ้มร่างและหายไปต่อหน้าต่อตา ของคนที่เห็นเหตุการณ์อย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความตื่นตระหนกและสับสนแก่ผู้คนเบื้องล่าง

--------------------------------

ขณะเดียวกันก็มีผู้มาเยือนระบบสุริยะของเราอีกหนึ่ง...

ท่ามกลางท้องทะเลแห่งดาราจักรวาลอันไกลแสนไกล การเดินทางที่ไม่รู้ว่าจุดหมายนั้นอยู่ที่ไหน แม้นรู้ว่าตัวเองต้องการสิ่งใดแต่จะทำให้สำเร็จได้อย่างไร? มันช่างเป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยากเหลือเกิน เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน่ำเงินอมม่วงนั่งคิดเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ท่าม กลางห้วงอวกาศอันแสนเวิ้งว้าง ขณะที่กำลังควบคุมหุ่นยนต์คู่ใจมุ่งหน้าไปอย่างไม่มีจุดหมาย เบื้องหลังของเขามีเด็กสาวผู้มีเรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้น เรือนผมสีเงินยาวเยียดตรงเลยสะโพกนั่งอยู่ ที่นั่งของเธอนั้นเหมือนเครื่องจักรตัวใหญ่และที่สำคัญดูเหมือนร่างกายของ เธอจะเชื่อมต่อกับมันด้วยเส้นเรืองแสงที่ทองพวกนั้น

"ยืนยันพิกัดได้ไหม ราเซล?" เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ ที่ไม่แฝงซึ่งอารมณ์ใด ๆ แต่เด็กสาวไม่ตอบอะไรเธอได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อยแทนคำพูด

"แกอยู่ที่ ไหนของแก กิลฟอร์ซ" ไม่มีใครตอบคำถามของเขาได้ ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นทำได้แต่เพียงมองดูภาพเบื้องหน้า ภาพของเศษซากจักรกลสงครามรูปแบบต่าง ๆ ที่บัดนี้เป็นเพียงแค่ขยะอวกาศเท่านั้น

"กิลฟอร์ซคงใช้ Chrno Drive เดินทางออกไปนอกระยะค้นหาของเกียร์ฟรีกแล้ว" ราเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบพลางก้มมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ต่ำกว่าที่นั่ง ของเธอเล็กน้อย เธอจ้องมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยชื่อของเขาออกมาอย่างแผ่วเบา

"อัลเซโด้..."

อัลเซโด้ โดมินิก บาโรฮีล คือนามของเขา เด็กหนุ่มผู้ซึ่งถูกเธอช่วยไว้เมื่อ 2 ปีก่อน และเธอก็ได้เขาช่วยไว้เช่นกัน ราเซล เด็กสาวที่มาช่วยชีวิตเขาเอาไว้และเขาก็ได้ช่วยเธอไว้เช่นกันการพบกันดั่งโชคชะตาทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นในวันนั้น วันที่มันปรากฏตัวขึ้นมาวันที่เขาต้องสูญเสียพรรคพวก วันที่เขาได้พบกับเธอ และวันที่เขาได้พวกับ "มัน" เด็กหนุ่มหลับตาลงพลันนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อนที่ยังคงติดตาอย่างชัดเจนราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!  เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องกัมปนาท เศษซากของหุ่นรบที่แตกกระจาย ชีวิตของเพื่อนร่วมทีมมลายไปต่อหน้าต่อตาเขา

"รีส!!!!!!!!!!"

อัล เซโด้ตะโกนเรียกชื่อเพื่อนร่วมทีมสุดเสียงเท่าที่มีเมื่อเห็นหุ่นยนต์ลึกลับ ใช้ดาบแสงสีแดงฉานฟาดฟันผ่าหุ่นของเธอเป็นเสี่ยงก่อนจะระเบิดไม่เหลือชิ้นดี หุ่นยนต์สีดำทมึนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นราวกับวิญญาณเข้าจู่โจมพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว คมดาบของมันคร่าชีวิตของเธออย่างฉับไว ก่อนมันจะหันมามองดูพวกที่เหลืออยู่อีก 3 เครื่อง ด้วยดวงตาสีแดงฉานนั้นท่าทีของมันดูราวกับกำลังสนุกสนานกับการฆ่าฟัน

"แก!!!!!!!"

ลูกทีมคนหนึ่งของอัลเซโด้ล็อกเป้าและกระหน่ำบีมไรเฟิ้ลใส่มันด้วยความโกรธแค้น ที่เพื่อนถูกฆ่าแต่ไร้ผล ลำแสงสีเหลืองจากบีมไรเฟิ้ลทุกนัดที่กระหน่ำใส่มันถูกปัดออกไปด้วยสนามพลัง ที่มองไม่เห็น และวินาทีต่อมาเขาก็ถูกสังหารอย่างโหดร้าย ปลายโล่ห์ของหุ่นยนต์สีดำปริศนาถูกกางออกมาราวกับคีมหนีบขนาดใหญ่มันพุ่งตัว เข้ามาจับเหยื่อได้อย่างรวดเร็วราวงูฉก แท่งเหล็กแหลมที่ซ่อนอยู่กระแทกเข้ากลางตัวหุ่นอย่างจังหลายครั้ง ค็อทพิทถูกกระทุ้งจนเหล็กแหลมทะลุหลังพร้อม ๆ กับคีมยักษ์ก็เริ่มบดขยี้อย่างไร้ปรานี เจ้าหุ่นสีดำยกเหยื่อของมันชูขึ้นเหนือหัวก่อนที่คีมนั่นจะบีมจะหุ่นยนต์ตัว นั้นขาดเป็น 2 ท่อน

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

หุ่นยนต์ตัวที่สองแหลกเละไปพร้อมกับแรงระเบิด เด็กหนุ่มได้แต่ตกตะลึงในภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีนั้นเขา ไม่สามารถจะสั่งการอะไรได้อย่างที่เคยเป็น ในหัวของเขามีแต่สีขาวโพลนไปหมดนั่นคือวินาทีแรกที่เขาได้พบกับสิ่งที่ตนคิด ว่าไม่เคยมี "ความกลัว" หุ่นยนต์สีดำสังหารเพื่อนคนที่สามของเขาไปอย่างง่ายดาย ดาบลำแสงสีแดงฉานเสียบทะลวงค๊อทพิทอย่างแม่นยำและเพียงไม่ถึงอึดใจแขนขวาของ หุ่นรบที่อัลเซโด้บังคับอยู่ก็ขาดกระเด็น

หุ่นปริศนาตวัดดาบออกจาก เหยื่อที่มันเพิ่งจะสังหารไป แต่การสะบัดดาบนั้นก็ฟาดฟันแขนหุ่นรบที่อยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย ถึงอัลเซโด้จะตกใจแต่ด้วยสัญชาติญาณการเอาตัวรอด เขารีบบังคับหุ่นให้ถอยห่างออกมาพร้อมกับดึงบีมเซเบอร์ที่ติดอยู่เอวออกมา เตรียมพร้อมรับมือ เสี้ยววินาที่แห่งการตัดสิน บีมเซเบอร์สีแดงฉานฟาดฟันลงพร้อม ๆ กับบีมเซเบอร์สีเหลืองได้ถูกยกขึ้นมาป้องกันแต่ทว่าไร้ผล พลังงานสีแดงฉานฟาดผ่านเส้นพลังงานสีเหลืองไปได้ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ แสงไฟฉาย หุ่นของอัลเซโด้ถูกผ่าซีกขวาขาดกระจาย เด็กหนุ่มหมดหนทางจะดิ้นรนเขาได้เฝ้าความตายที่มันจะหยิบยื่นให้เท่านั้น

"อัลเซโด้.." เสียงของเด็กสาวที่ฟังดูไร้ความอารมณ์ปลุกเด็กหนุ่มขึ้นจากห้วงแห่งความทรงจำเขาลืมตาขึ้นก่อนจะหันไปมองดูเธอ

"ระบุพิกัดที่กิลฟอร์ซมุ่งหน้าไปได้แล้วล่ะ"

"อ่า.........."

อัลเซโด้ตอบรับเพียงสั้นก่อนจะเริ่มเดินเครื่องยนต์ Chrno Drive หุ่นยนต์สีขาวที่มีรูปร่างเหมือนหุ่นสีดำที่เขาตามล่าตัวทุกประการบินทะยาน หายไปห้วงมิติที่สร้าง เขาบินมุ่งหน้าต่อไปแม้นไม่รู้ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหน แต่ที่นั่นจะต้องมี "มัน" อยู่แน่นอนที่สุดเด็กหนุ่มเชื่อเช่นนั้น

--------------------------------

ในเวลาเดียวกันเป้าหมายของอัลเซโด้ก็ปรากฎตัวขึ้นบนโลก....

"ปะ......ปะ.....ปีศาจ!!!!!"

นายทหารผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความหวาดกลัวท่ามกลางฐานทัพของกองกำลังบอนล์ในแอฟฟริกากำลังตกอยู่ในทะเลเพลิง ท่ามกลางกองไฟนั้นมีหุ่นยนต์สีดำสูงประมาณยี่สิบกว่าเมตรยื่นตระหง่านอยู่ มันกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาสีแดงฉานก่อนจะมองมายังผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้มันที่สุด แต่มันก็ไม่ใยดีอะไรชายผู้นั้น มันค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะพับร่างเป็นอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกับยานบินจากไป อย่างรวดเร็ว

--------------------------------
สารบัญ [ในวงเล็บหมายถึงหน้าที่ลงตอนนั่น]

Introduction [หัวกระทู้]
Earth Route
Episode 1  : –Tribute From Lighting-[1]
Episode 2  : –Rebellion Of Darkness- [1]
Episode 3  : -The Last Knightdian Appearance!-[1,2]
Episode 4  : -Rainbow Sky!-[2]
Space Route
Episode 1  : -The Blue Eagle-[1]
Episode 2  : -A Revealed Secret-[1]
Episode 3  : -Gold Savior-[2]
Episode 4  : -Trigger Start-Up !!!-[2]
All Route
Episode 5  : -Begin The Star Chronicle-[2,3]
Episode 6  : -Black&White In Atmosphere-[3]
Earth Route
Episode 7  : –Another Myself And Forbidden Power-[4,5]
Episode 8  : -Fragrance Of Her-[5,6]
Episode 9  : -Hopeless Night-[6,7]
Space Route
Episode 7  : -Destiny And Girl-[3,4]
Episode 8  : -Tear,Anger And Invasion-[4,5,6]
Episode 9  : -Connected Feelings-[6,7]
Moon Route
Episode 7  : -Warrior Of Phantasm-[4]
Episode 8  : -Crimson Moon-[4,5]
Episode 9  : -Grean Vs Gui-[5]
-------------------------------------

แบบอ่านเรียงเป็นตอนๆแบบไฟล์Wordครับ, สำหรับไฟล์ .doc 97-2003จะเป็นอันทางขวานะครับ อันซ้ายของ2007

TSC (Earth Routh) Episode 01 - Tribute From Lighting -
http://www.mediafire.com/?jnzwmmgdkqd http://www.mediafire.com/?ucn1yufwmzn

TSC (Earth Routh) Episode 02 - Rebellion of Darkness -
http://www.mediafire.com/?5mytgmyjmzl http://www.mediafire.com/?vjnevmznhdk

TSC (Earth Routh) Episode 03 - The Last Knightdian Appearance! -
http://www.mediafire.com/?2nyzm3iqqzd http://www.mediafire.com/?zmzdwmn2zki

TSC (Earth Routh) Episode 04 - Rainbow Sky! -
http://www.mediafire.com/?h5gl1utmcnb http://www.mediafire.com/?0tzxzxyoyim

TSC (Space Route) Episode 01 - The Blue Eagle -
http://www.mediafire.com/?z9858edt3hnze62

TSC (Space Route) Episode 02 - A Revealed Secret -
http://www.mediafire.com/?idn28574o4cizem

TSC (Space Route) Episode 03 - Gold Savior -
http://www.mediafire.com/?vva7roy7v6ovs7g
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 20, 2010, 01:23:48 AM โดย Dark Joker » บันทึกการเข้า

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2009, 12:10:04 AM »

ซ่า......ซ่า.....ซ่า.....

"ฝนตกงั้นเหรอ...... "  ผมค่อย ๆ เผยอเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก   ใบหน้าของผมแนบสนิทอยู่บนพื้นถนน  แปลกจัง รู้สึกร่างกายขยับไม่ค่อยได้ดั่งใจเลย...

นี่ ๆ  เจ้าหนุ่ม !!!!  เป็นยังไงบ้าง   !!?!??!?!
อดทนอีกนิดนะ  รถพยาบาลจะมาแล้ว !!!
ยะ....อย่าไปขยับตัวเค้าสิ   เลือดเค้าออกมามากเลยนะนั่น !??!


เสียงผู้คนดังโหวกเหวกรอบ ๆ ข้างผมสลับกับเสียงสายฝนที่ตกลงมาบนพื้นถนน และบนร่างกายของผม....

" อะ....อึก...." ผมพยายามขยับตัวอย่างยากลำบาก  แต่แทบไม่อยากเชื่อ เพียงขยับตัวนิดเดียว ความเจ็บปวดกลับแล่นไปทั่วร่างกาย   ความหนาวเหน็บของสายฝนก็
ทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนเข็มหลายร้อยเล่มทิ่มแทง...  อา...หนาวจังเลยแฮะ...

" นะ...นี่...เจ้าหนุ่มอย่าขยับตัวนะ !! รอรถพยาบาลอีกเดี๋ยวเท่านั้น... "  ผมได้ยินเสียงชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวผมมากที่สุด   แย่จังแหะ...ฟังเสียงของเค้าไม่ค่อยชัดเลย

" ทะ...เธอเลือดออกมากนะ  พยายามอย่าเคลื่อนไหวจะดีกว่า "  เค้าบอกผมอย่างนั้น

เลือด...เลือดเหรอ.... ผมพยายามเคลื่อนสายตาไปดู    ของเหลวสีแดงที่ไหลออกมาจากท้องของผม  ค่อย ๆ ผสมกับน้ำฝนที่ตกลงบนพื้น  เมื่อเห็นร่างกายที่บาดเจ็บของตัวเอง
ผมก็เริ่มจำได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...

...................................................
..................................
.......................
............
...
.


ผม...ยืนอยู่บนสี่แยกไฟแดงตัวคนเดียว  ขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้าน  มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินทางข้ามทางม้าลายขณะที่ผมเองก็เดินบนทางม้าลายเพื่อจะข้ามไปอีกฝั่งเช่นกัน
ทันใดนั้น !  รถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง  ผมตกใจจนตัวแข็ง ไม่จริงน่า ที่เค้าขับมาไม่ดูสัญญาณไฟคนข้ามถนนเลยเหรอ ?  แต่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าว่าจะยังไม่ทันเห็นรถคันนั้น

" หลบไป !!!!!!!! "  เร็วเท่าความคิดผมถลาเข้าไปผลักผู้หญิงคนนั้นให้กระเด็นไปข้างทาง  แต่รถคันนั้น...ยังพุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว อะไรกัน....ปกติถ้าเป็นสี่แยกไฟแดงแบบนี้
รถน่าจะชะลอความเร็วบางสิ  แต่นี่ผมไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเบรก  รถคันนั้นยังพุ่งเข้ามาหาผมราวกับว่า.... มันจงใจจะชนผม....

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

.....................................................
.....................................
.........................
................
........
...
.

" อะ...อึก... "  เจ้าตีนผีคันนั้นมันหายไปไหนแล้วผมเองก็ไม่รู้  แปลกจัง  รู้สึกหนักหนังตาจังเลย   ผมพยายามควานหาผู้หญิงคนนั้น  หวังว่าเธอจะปลอดภัย...

" อะ.... " โชคดีจัง ผมเห็นเธอคนนั้นอยู่นอกกลุ่มไทยมุงลิบ ๆ  ท่าทางเธอจะไม่บาดเจ็บอะไร  แต่น่าแปลกใจจัง.. ที่นัยน์ตาสีแดงทับทิมของเธอนั้น...จ้องมองผมอย่างไม่วางตา
พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เหมือนกับว่า...เธอพอใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้อย่างใดอย่างนั้น...


................................................
................................
..................
...........
....
..
.

ติ๊ดดดด......ติ๊ดดดดด....ติ๊ดดดดดด

" อะ....อือ.... " มือเรียวยาวสีขาวนวลออกมาจากผ้าห่มพลางควานหานาฬิกาปลุกบนหัวเตียงอย่างงัวเงีย

ติ๊ดดดด.....ติ๊ดดดด.....กริ๊ก !

" ......ตี 5 แล้วเหรอ.... "  เด็กสาวพูดพลางจ้องมองเวลาจากนาฬิกาที่ถืออยู่ในมือ...เรือนผมสีเงินที่ยาวสลวยดูยุ่งเล็กน้อย

" วันนี้...คุณปู่จะกลับมาแล้วสินะ "  เธออมยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดในวันนี้  แม้ว่าจะยังสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงเตรียมตัวไปอาบน้ำชำระร่างกาย


" ฮ้าวววว.... " เธอหาวพลางเข้าห้องน้ำ แล้วเปิดน้ำอุ่นที่อ่างล้างหน้า เพื่อที่จะล้างหน้าให้สดชื่น  แต่เมื่อเธอล้างหน้าเล็กน้อยเธอก็ยกมือขึ้นลูบไอน้ำที่เกาะเป็นฝ้าอยู่ที่กระจกออก
เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กสาวผู้มีในตาสีเทา และเรือนผมสีเงินที่เป็นลอนงดงาม...

" 1 ปีแล้วสินะที่เรามาอยู่ในร่างนี้.... "  เธอยิ้มกับตัวเองเล็กน้อย  ก่อนที่จู่ ๆ รอยยิ้มนั้นจะจางหายไปจากใบหน้าของเด็กสาวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอฝันเมื่อคืน....

" ใช่แล้ว....ครบ 1 ปีพอดีสินะ หลังจากที่เราประสบอุบัติเหตุในครั้งนั้น....... "

..........................................................
.........................................
...........................
.............
....
..
.


---------------------------------------------------------------------------------------

ณ ท่าอากาศยานของโคโลนี่ที่ 7

เด็กสาวคนหนึ่งกำลังยืนคอยใครบางคนอยู่ในห้องพักแขกระดับ VIP เรือนผมสีเงินของเธอปลิวสยาย
นัยน์ตาสีเทาของเธอดูตื่นเต้นเล็กน้อยกับการรอคอยใครบางคนอยู่

" วันนี้สินะ ที่คุณปู่จะมา... "

..............................................
....................................
..........................
................
.........
....
..
.

ครึ่งปีก่อน...

" โฮ่ ? นี่หลานชอบเล่นเครื่องซิมูเลชั่นของปู่เหรอ ? " ชายแก่ผมขาวโพลนถามกับเด็กสาว

" หนูชอบมาก ๆ เลยค่ะ มันทำให้หนูรู้สึกเหมือนกับว่าได้เข้าไปบังคับหุ่นยนต์จริง ๆ เลยล่ะค่ะ  " เธอยิ้มอย่างร่าเริง 

" โฮ่ ๆ งั้นเหรอ ?  เอางี้ไหม ?  เดี๋ยววันเกิดอายุครบ 17 ปีของหนู  เดี๋ยวปู่จะสร้างหุ่นยนต์ให้เครื่องนึงเลยดีไหมล่ะ ? "

" จริงหรือคะ ? คุณปู่.. "  เด็กสาวทำหน้าแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  แต่ก็ดีใจเป็นอย่างมาก

.....................................
.........................
.................
.........
...
.

"( หลังจากนั้น เราก็ไม่ได้พบคุณปู่อีกเลยเป็นเวลาครึ่งปี  ไม่รู้คุณปู่จะจำสัญญานั้นได้หรือเปล่านะ ฮะ ๆ )" เด็กสาวอมยิ้มพลางคิดถึงเรื่องในอดีต

" คุณหนูอุชิโอะครับ  ยานขนส่งของสหพันธ์มาถึงแล้วครับ ! "  บอดี้การ์ดชุดดำบอกกับเด็กสาว

" มาแล้วเหรอ !?!? " 


ณ  เทอร์มินอล 1

" คุณปู่ค๊า~~~~~~ "  อุชิโอะโบกมือทักทายกับปู่ของเธอที่พึ่งเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาออก

" โอ้ หลานรักของปู่ ไม่ได้เจอกันตั้งครึ่งปีเลยนะ " 

" ค่ะ หนูก็เหมือนกัน "

" สุขสันต์วันเกิดอายุครบ 17 ปีนะ ในที่สุดหลานปู่ก็โตเป็นสาวซักที ฮะ ๆ ๆ  "  ชายแก่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

" ฮิ ๆ ขอบคุณค่ะ "

" เอ้อ ! ส่วนเรื่องของขวัญน่ะ...... "

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!

จู่ ๆ ท่าเทียบยานก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ แรงระเบิดถึงกับทำให้เทอร์มินอล 1 สะเทือน...

" กะ...เกิดอะไรขึ้น  !?!?! " อุชิโอะทรุดกับพื้นเพราะแรงสะเทือน

" นะ...นั่นมัน...พวก AT ของบอล์นนี่นา !?!?!? "


ห่างไปจากท่าอากาศยานของโคโลนี่ไม่มากนัก   AT ( Armor Trooper ) ฝูงหนึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้ามาโจมตียานขนส่งของสหพันธ์ทั้ง 2 ลำ

" จากที่ได้รับรายงานจากสายมา  AT รุ่นล่าสุดของทางสหพันธ์อยู่ในยานขนส่งลำแรกสินะ " เสียงของเครื่องหัวหน้ากลุ่มดังขึ้น

" ค่ะ ! ลำนั้นแหละค่ะ "

" ดีมาก  งั้นอีฟ  เธอรีบเข้าไปขโมย AT ทันที  เดี๋ยวทางนี้พวกชั้นจะจัดการพวกหุ่นที่คุ้มกันให้ เริ่มปฏิบัติการณ์ได้ ! "

" รับทราบครับ/ค่ะ ! "  เหล่าฝูง AT ของบอล์นกระจายตัวเพื่อเล่นงาน AM ของสหพันธ์ที่คุ้มกันยานทันที


======================== Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
=========================       Episode 1  : The Blue Eagle    ===============================


" พวก AT ของบอล์น !?!?  คุ้มกันยานขนส่งเร็วเข้า ! " ฝูงอาร์เมอร์ทรูปเปอร์ของสหพันธ์รีบออกมาสกัดการโจมตีของพวกบอล์นทันที

" หึ ๆ  อย่าดูถูกหน่วยของข้าให้มากนัก ! " จ่าฝูงของหน่วย AT ของบอล์นหลบกระสุนบีมไรเฟิลของทางสหพันธ์ได้อย่างสบาย ๆ พร้อม
กับใช้บีมเซเบอร์แทงใส่ค๊อกพิทของ AM ของสหพันธ์ที่อยู่ใกล้สุดจนระเบิดได้อีกด้วย

" AT สวะ ๆ ของพวกสหพันธ์น่ะ ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลืองกระสุนหรอก  ฮ่า ๆ ๆ "  จ่าฝูงหัวเราะอย่างสะใจ  " ตอนนี้แหละ อีฟ !  ไปชิง AM รุ่นใหม่มาให้ได้ ! "

" รับทราบ ! "  AT ของอีฟพุ่งทะลวงฝ่าแนวป้องกันของเหล่า AM สหพันธ์เข้าไปในยานขนส่งจนได้


ตัดกลับมา ณ  ท่าอากาศยาน

" กรอด.....นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะล่วงรู้ว่าจะมีการขนส่ง AM รุ่นใหม่มาในวันนี้ หรือว่า....จะมีหนอนบ่อนไส้ "  ปู่ของอุชิโอะกัดฟันกรอด

" จะ...จะทำยังไงดีคะ ? คุณปู่ " อุชิโอะถามความเห็น

" ไม่ได้การ  ! พวกมันขน เลเซอร์แคนน่อนมาด้วย แสดงว่าพวกมันกะจะถล่มท่าอากาศยานนี้ให้ราบด้วยสินะ " อย่างที่ว่า เพราะในบรรดา AT ของพวกบอล์น
มีตัวหนึ่งถือปืนกระบอกใหญ่อยู่แนวหลังด้วย

" แบบนี้ถึงจะหนีออกจากท่าอากาศยานตอนนี้ก็คงไม่ทัน  งั้นมีทางเดียว.... " ปู่ของอุชิโอะครุ่นคิดอยู่ซักครู่  " อุชิโอะ ! ตามปู่มา "

" อะ...เอ๋ ???  " อุชิโอะตกใจเล็กน้อยที่ปู่ของเธอจู่ ๆ ก็วิ่งกลับไปยังท่าเทียบยานขนส่งลำที่ 2

" พวกมันยังไม่น่าจะล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของหุ่นตัวนี้  เพราะฉะนั้นจะให้มันทำลายหุ่นตัวนั้นไปไม่ได้ ! "  ชายชราพูดกับตัวเอง ขณะที่วิ่งไปยังท่าเทียบยานโดยมีหลานสาว
ของตนวิ่งตามมาติด ๆ


ภายในตัวยานขนส่งลำที่ 2

" ปะ...ปู่คะ... นี่มัน... "  อุชิโอะได้แต่อึ้งเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตัวเองตอนนี้

" ของขวัญวันเกิดของหลานไง "  ปู่ของเธอยิ้มอย่างพอใจ  เมื่อเบื้องหน้าของทั้งคู่ตอนนี้มี AM ขนาดใหญ่ยืนตระหง่านอยู่

" ATE-002  Ark Strikers  เป็นรุ่นที่พัฒนามาต่อจาก ATE-001  Ark  Crusher ที่อยู่ในยานขนส่งลำที่ 1 " ชายชราอธิบาย

" แต่จะใช้รหัสของทางกองทัพได้รึเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะ AT ตัวนี้แอบสร้างขึ้นมาอย่างลับ ๆ น่ะ 555 "

" แต่ว่าคุณปู่ค่ะ ! ตอนนี้เราต้องรีบหนีก่อนนะคะ  เพราะพวกบอล์นมันคงจะ.... "

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

" อุชิโอะ !!!!!!!  ระวัง !!!!!!!!! "  ปู่ของอุชิโอะผลักอุชิโอะกระเด็นไปให้พ้นจากซากเพดานที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากแรงระเบิด

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!

" คะ....คุณปู่ !?!?!?!? " อุชิโอะรีบถลาเข้าไปดูอาการของชายชราที่ถูกทับอยู่ในซากเพดานทันที

" อะ...อึก.... ละ...หลานไม่เป็นอะไรนะ ? "

" นะ...หนู ไม่เป็นอะไรหรอกคะ  ตะ...แต่คุณปู่.. "  อุชิโอะใจเสียขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเลือดสีแดงของชายชราออกมาจากบริเวณที่ถูกทับ

" อะ...อ่อคคค !?!?!  ยะ...อย่างน้อยก็โชคดีที่ดิสก์แผ่นนี้ไม่เป็นอะไร... "  ชายชรากระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ดึงแผ่นดิสก์แผ่นหนึ่งมาจากกระเป๋าเสื้อ

" คุณปู่ อย่าเป็นอะไรนะคะ !!! นะ...หนูจะรีบไปตามหมอมา... "  อุชิโอะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  มีหยดน้ำตาไหลออกมาจากนัยน์ตาสีเทา
ของเธอไม่ขาดสาย

" หึ ๆ เด็กโง่....โดนเข้าไปแบบนี้น่ะ ยังไงปู่ก็คงไม่รอดแล้วล่ะ... "

" ไม่นะ ! คุณปู่อย่าทิ้งหนูไปสิคะ ! "

" อ่ะ....ค่อกกก !?!?!?  " ชายชรากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง  " อุชิโอะ....หลานรีบนำดิสก์แผ่นนี้และอาร์คสไตรค์เกอร์หนีไปเร็วเข้า ที่นี่คงทนได้อีกไม่นานแล้ว "

" ไม่เอา ! คุณปู่....นะ...หนูไม่ทิ้งคุณปู่ไปหรอกนะ  ฮึก ๆ "

" นะ....นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของปู่...ได้โปรด... "  เด็กสาวที่เห็นสีหน้าของปู่ของเธอแล้วก็ได้แต่ต้องรับแผ่นดิสก์ที่ปู่เธอยื่นมาให้ด้วยหัวใจที่ปวดร้าว

" ขะ....ขอบใจนะ  ขะ...ขอให้เธอมีความสุข... "  ชายชรายิ้มให้กับเด็กสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นใจอย่างสงบ

" คุณปู่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! " เด็กสาวกรีดร้องพลางกอดศพชายชรา  แต่ทว่าไม่มีเวลาให้เธอเสียใจนานนัก เพราะตัวยานขนส่ง
ใกล้จะระเบิดแล้ว....

........................................
.............................
...................
............
........
...
.

" ซู่มมมมมมมมมม !!!!!!!!!!! "  AT สีแดงดำรุ่นล่าสุดที่ถูกอีฟชิงมาได้  ได้ทะยานผ่านหน่วย AM ของสหพันธ์ไปสบทบกับเหล่าบอล์นทันที

" ทำได้ดีมาก อีฟ !  รีบนำ AM เครื่องนี้ล่วงหน้าไปก่อน  เดี๋ยวให้พวกเราเก็บกวาดที่นี่เอง ! " เครื่องจ่าฝูงของหน่วย AM บอล์นออกคำสั่ง

" รับทราบค่ะ ! ท่านโดมินิคอฟ "  เมื่อพูดจบ  อีฟก็นำ AT เครื่องนั้นพุ่งทะยานออกจากสนามรบทันที

" เอลก้า ! เราไม่มีธุระอะไรกับที่นี่แล้ว ใช้เลเซอร์แคนน่อน เป่าพวกสหพันธ์ที่น่ารำคาญและท่าอากาศยานแห่งนี้ให้เละ !!! "

" รับทราบครับ ท่านโดมินิคอฟ ! "  AT เครื่องที่ติดตั้งเลเซอร์แคนน่อนทำการชาร์จปืนและเล็งปากกระบอกไปยัง AT ของสหพันธ์ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้


ตัดกลับมาภายในตัวยานขนส่งลำที่ 2

" ....... "  เด็กสาวพยายามเดินไปยัง AM สีน้ำเงินขาวที่อยู่ตรงเบื้องหน้า  ไฟเริ่มลุกท่วมห้อง ซึ่งภายในห้องนี้มีวัตถุไวไฟเพียบ ทำให้เธอคิดว่าอีกไม่นาน
มันจะต้องระเบิดขึ้นแน่ ๆ

" ทะ....ที่นี่เหรอ... "  เธอทำการเปิดค๊อกพิทที่อยู่ตรงส่วนหน้าอกของหุ่นออก  ซึ่งเด็กสาวแปลกใจเล็กน้อยที่คอนโซลควบคุมของหุ่นตัวนี้ช่างเหมือนกัน
คอนโซลเกมซิมูเลชั่นของคุณปู่ ที่เธอชอบมาเล่นบ่อย ๆ เลย

" ถึงระบบควบคุมอาจจะเหมือนในเกม  แต่เราจะสามารถทำให้มันเคลื่อนไหวได้รึเปล่านะ... " เด็กสาวครุ่นคิดขณะที่เข้าไปนั่งในค๊อกพิท  จู่ ๆ ก็มีแสงเลเซอร์
สะท้อนใส่ดวงตาของเธอ  จนทำให้เธอตกใจเล็กน้อย

" ทำการแสกนม่านตา เช็ค !  แสกนเสียง เช็ค ! ไพล๊อทคือ มิซึรุกิ  อุชิโอะ "  จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากคอนโซลควบคุม

" อะ... AT ตัวนี้ติดตั้งระบบอะไรเอาไว้เนี่ย ? "  พูดจบระบบต่าง ๆ ของหุ่นก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ  จอภาพทำการแสดงภาพจากภายนอกทันทีที่ค๊อกพิทเลื่อนมาปิด

" คะ...คุณปู่... " จอภาพฉายภาพของปู่อุชิโอะที่โดนทับอยู่ภายนอก ซึ่งทำให้น้ำตาของเด็กสาวจะไหลอีกครั้ง แต่ตอนนี้เธอต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้

" จะ....จริงสิ ! เรายังไม่รู้เลยว่าหุ่นยนต์ตัวนี้มีอาวุธอะไรบ้าง ? " เธอค่อย ๆ บังคับหุ่นให้เคลื่อนที่อย่างช้า ๆ ตรงไปยังคลังอาวุธสำรองของ AT

" ยะ...อย่างน้อยก็ใช้แก้ขัดไปก่อนละกัน " เธอบังคับให้หุ่นค่อย ๆ หยิบบีมออโตเมติคไรเฟิล ขึ้นมา 1 กระบอก และโล่ห์ 1 อัน


ขณะนั้น  ภายนอกตัวยาน

" ทำการชาร์จเลเซอร์แคนน่อนเสร็จสิ้น ! " 

" ดีมาก ! จัดการกวาดพวกมันให้เกลี้ยง !!!! "  ทันทีที่โดมินิคอฟพูดจบ  ปืนเลเซอร์แคนน่อนก็ถูกยิงออกไปทันที

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

" อะ.......อ๊ากกกกกกกกกก !!!?!?!?!?  " AT ของสหพันธ์หลายสิบเครื่องต่างก็โดนลำแสงของเลเซอร์แคนน่อนจนเครื่องถูกทำลายทั้งหมด

" ฮ่า ๆ ๆ ๆ  ดีมาก !!!!  กวาดท่าอากาศยานและยานขนส่งทั้ง 2 ลำไปด้วยเลย ! "

" รับทราบ !!!  "  ลำแสงของเลเซอร์แคนน่อนยิงกวาดไปโดนยานขนส่งลำแรกจนระเบิดกลายเป็นฝุ่นภายในเสี้ยววินาที ต่อมาท่าอากาศยานก็ระเบิดไปตามไปด้วย
ซึ่งแรงระเบิดทำให้ยานขนส่งลำที่สองกระเด็นออกมาจากท่าเทียบยานได้เลยทีเดียว

ตูมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!

" ยะ...แย่แล้ว.... "  เพราะแรงกระแทกทำให้สะเก็ดไฟที่อยู่ในตัวยานลามไปโดนวัตถุไวไฟเข้าจนตอนนี้เกิดระเบิดขึ้นแล้ว

" บะ...บูสเตอร์ ! ออน ! " อุชิโอะรีบดึงคันโยกเร่งบูสเตอร์ของอาร์คสไตรค์เกอร์ให้รีบหนีออกมาทันที  โดยที่มีแรงระเบิดไล่ตามหลังเธอมาติด ๆ

บรึมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!

" หึ ๆ ภารกิจเสร็จสิ้น ! "  โดมินิคอฟหัวเราะในลำคอเบา ๆ  " เอาล่ะ ! พวกเรากลับฐานได้ ! "

" ดะ...เด๋วครับ หัวหน้าโดมินิคอฟ ! มีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งออกมาจากยานขนส่งของสหพันธ์ลำที่ 2 ครับ ! "

" ว่าไงนะ !?!?!?! "

ฟิ้ววววววววว !!!!!!!!!!!!!!  ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!

อาร์คสไตรค์เกอร์พุ่งทะยานออกมาจากยานขนส่งก่อนที่มันจะระเบิดได้สำเร็จ

" แฮ่ก ๆ  ทะ...ทำไมเครื่องมันแรงขนาดนี้นะ... "  อุชิโอะที่อยู่ภายในค๊อกพิทถึงกับหายใจหอบ  แต่ทว่า...

" จับสัญญณ AT ได้ 8 เครื่อง  ยืนยันว่าเป็น AT รุ่นใช้ในอวกาศของบอล์น... " เสียงดังมาจากคอนโซลของอาร์คสไตรค์เกอร์

" พะ...พวกบอล์น.... " อุชิโอะถึงกับหน้าเสีย   หนีตายจากแรงระเบิดของยานมาได้  แต่ตอนนี้เธอกลับตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูซะนี่

" มะ...ไม่น่าเชื่อ ตามที่ได้รับรายงานมา  พวกสหพันธ์จะขนส่ง AT ซี่รี่ย์ เอ็กซ์ตร้าแค่ตัวเดียวเท่านั้นนี่นา !?!?! " 

" แต่....ถึงจะคาดไม่ถึงยังไงก็ตาม  เราก็กำจัดนักบินซะ แล้วชิง AT เครื่องนั้นมาด้วยเลยก็แล้วกัน ! "  ทันทีที่โดมินิคอฟออกคำสั่ง เหล่า AM ของบอล์นก็
กระตัวกันพุ่งเข้ามาหาอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที

" ยะ....แย่แล้ว... " อุชิโอะรีบขับอาร์คสไตรค์เกอร์ถอยห่างจากพวกมันทันทีแต่ก็ไม่ทันการ

" ตายซะเถอะ !!!! "  AM เครื่องนึงชักบีมเซเบอร์พุ่งเข้ามาหมายจะแทงค๊อกพิทของอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที

" อะ....อึ๊กกกก !!!! "  อุชิโอะเบี่ยงหลบบีมเซอร์ได้ฉิวเฉียด  ก่อนที่จะใช้โล่ห์กระแทกเข้าใส่ AM ของบอล์นกระเด็นไป...

" อั่คคค !!! แก... "

" จะ...จะทำยังไงดี.... "  อุชิโอะตัวสั่น...แม้ว่าเธอจะเคยฝึกขับหุ่นจากซิมูเลชั่นมาเป็นเวลานาน  แต่เธอไม่มีประสบการณ์รบจริงเลยแม้แต่น้อย...

" จับมันให้ได้ !!! ถ้าชิงมาไม่ได้ก็ให้กำจัดทิ้งเลย "  โดมินิคอฟสั่งการให้ทหารบอล์นคนอื่นพุ่งกรูเข้ามาหาอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที

" มะ....ไม่ได้การแล้ว !?!?! " อุชิโอะรีบบูสต์เครื่องหนีทันที  อีกฝ่ายมีจำนวนเยอะกว่าถึง 1 ต่อ 8  หนำซ้ำยังเป็นทหารผ่านสงครามกันทั้งนั้น จะให้เธอที่พึ่งได้จับ
คันบังคับจริง ๆ เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วไปสู้เนี่ยนะ ?  คงไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ ๆ

อุชิโอะพยายามบังคับอาร์คสไตรค์เกอร์ให้พุ่งเข้าไปในกลุ่มอุกกาบาตเพื่อหวังว่ากลุ่มอุกกาบาตน่าจะช่วยถ่วงเวลาได้บ้าง แต่ก็แค่นั้น ฝั่งโน้นก็ฝ่าฝูงอุกกาบาตเข้ามา
หาเธออย่างรวดเร็ว

" ยิงได้ !!!!!!!! "  ทั้งลำแสงบีม และจรวดมิตไซด์จำนวนมากถูกยิงมาจากเหล่า AS ของบอล์น

" มะ....ไม่ทันแล้ว !!! "  อุชิโอะรีบหมุนตัวพร้อมกางโล่ห์บังเอาไว้ทันที ถึงเธอจะรู้ว่ายังไงก็กันได้ไม่หมด แต่ก็ยังดีกว่าเสี่ยงหลบแล้วโอกาสเกิดความเสียหายจะมากกว่า

ตูมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!  บรึมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!

อุชิโอะหลับตาปี๋  เธอคิดว่าโดนเต็ม ๆ ทุกนัด ทุกดอก แต่ทำไมเครื่องของเธอไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย ???  เมื่อเธอลืมตาดูก็ต้องพบกับ...

...............................................
..............................
.................
....
.

เมื่อ เขม่าควันเป็นก้อนลอยหายไป  ก็ปรากฏให้เห็นร่างสีน้ำเงินเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่  มือข้างนึงของร่างนั้นถือโล่ห์ขนาดใหญ่ที่เรียกได้ว่าใหญ่มากกว่าโล่ห์ AT ทั่ว ๆ ไปมาก
และภายในมืออีกข้างก็ถืออาวุธที่รูปร่างคล้ายไทรเด็นท์ ( สามง่าม ) ของเทพโปเซด้อนยังไงยังงั้น

" นะ...นั่นมันตัวอะไรกัน !?!?!? "  โดมินิคอฟตกตะลึง เมื่อเห็นร่างสีน้ำเงินนั้น เพราะดูยังไงก็ไม่น่าใช่ AT หุ่นรบรุ่นใหม่ของเอลฮังค์เหรอ ???

" อะ....อะไร "  อุชิโอะก็ตกตะลึงไม่แพ้กันเมื่อเห็นร่างสีน้ำเงินที่กำลังยืนบังตัวเองเอา ไว้  ร่างนี้มาช่วยเธอไว้อย่างนั้นเหรอ ? แล้วทำไมร่างนี้โดนห่ามิตไซด์และลำแสงบีมเมื่อกี้แล้วไม่เป็นอะไรเลยล่ะ ?

ร่างสีน้ำเงินนั้นจ้องมองไปยัง AT ของพวกบอล์น...  แล้วหันกลับมาดูอาร์คสไตรค์เกอร์ที่อยู่ข้างหลังของตนอย่างช้า ๆ

" ฮะ...ฮึ่ย !!!! ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ก็จัดการมันก่อน !! "  สิ้นคำสั่ง  AT ของบอล์นก็กระหน่ำยิงใส่ร่างสีน้ำเงินอีกรอบ แต่ทว่า...

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!

ทั้ง จรวดมิตไซด์และบีมกลับไม่โดนหุ่นตัวนั้นเลย  ทั้งหมดระเบิดก่อนที่จะถึงหุ่นตัวนั้น ราวกับยิงโดนกำแพงที่มองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น...

" อะ...อะไรกัน... เจ้านั่นติดตั้ง  I-field และระบบต่อต้านมิตไซต์เอาไว้ด้วยหรือเนี่ย !?!? " โดมินิคอฟตะลึงอีกครั้ง !

" หะ...หัวหน้าทำยังไงดีครับ !!??! "

" ท่าทางจะไม่ดีแล้ว ยังไงเราก็ควรถอย.... "  โดมินิคอฟยังไม่ทันออกคำสั่ง  หุ่นสีน้ำเงินนั้นก็มีวงเวทย์ขึ้นล้อมรอบมือที่ติลโล่ห์ขนาดใหญ่เอาไว้อยู่ แล้วก็พุ่งเข้าใส่ AT ของบอล์นอย่างรวดเร็ว

" นะ....นี่มันอะไรกัน !?!?!?  อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !?!?!?!?!?!?!?!?!?!?!? " โดมินิคอฟยังไม่ทันตั้งตัว ทั้ง AT ของเขาและเหล่าลูกน้องในสังกัดต่างก็โดน
คลื่นแสงขนาดใหญ่ขนาดไม่ต่างจากโคโลนี่เลเซอร์ของกำปั้นของหุ่นสีน้ำเงิน ระเบิดใส่จนเละ

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

" สะ...สุดยอด..... " อุชิโอะได้แต่ตกตะลึงในพลังทำลายของหุ่นปริศนาตรงหน้าเป็นอย่างมาก

เมื่อทำลาย AT ของบอล์นจนหมดแล้วหุ่นปริศนานั้นก็หันมาจ้องมองอาร์คสไตรค์เกอร์แบบดูท่าทีอยู่ครู่นึง  เล่นเอาอุชิโอะใจเสียเล็กน้อยหลังจากที่เห็นพลังโจมตีราวกับ
ลำแสงโคโลนี่เลเซอร์  หากหุ่นตัวนี้เป็นพวกศัตรูคงไม่แคล้วเธอจะเสร็จชั่วอึดใจแน่ ๆ


ครืนนนนน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ซักครู่ หุ่นปริศนาเปลี่ยนสภาพจากร่างหุ่นกลายเป็นยานบินสีน้ำเงินรูปร่างคล้ายนกอินทรี ก่อนที่จะพุ่งหายไปจากบริเวณนั้นภายในพริบตา ทิ้งให้อุชิโอะยืนตกตะลึงอยู่อย่างนั้น

" อะ...ไปซะแล้ว....ว่าแต่หุ่นตัวนั้นเป็นใครกันแน่นะ... " อุชิโอะพูดพลางจ้องมองบลูไรเซอร์ที่ทะยานหายไป

" รอดมาจากวพวกบอล์นได้ก็ดีอยู่หรอก...แต่ถัดจากนี้ไปเราควรจะทำยังไงดีล่ะ .... " อุชิโอะฟุบลงกับคอนโซล พลางน้ำตาของเธอก็เริ่มไหลรินอีกครั้ง...

........................................................
.....................................
........................
............
.....
..
.




ฮึก.... คุณปู่...ผมขอโทษ....ผมไม่ใช่อุชิโอะซังหรอก...ผมหลอกลวงคุณปู่...หลอกลวง ทุก ๆ คน แต่....ทำไม  ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ทันได้บอกความจริง... ทำไม...

ทำไมคุณปู่ถึงรีบจากผมไปละครับ...ทั้ง ๆ ที่ซักวันผมตั้งใจจะบอกความจริงกับคุณปู่แท้ ๆ ........

เสียง สะอึกสะอื้นของอุชิโอะ...ค่อย ๆ  เงียบลง  ตอนนี้เธอเหลือเพียงตัวคนเดียวแล้วในจักรวาลอันเวิ้งว้างแห่งนี้  เธอควรจะทำเช่นไรต่อไป....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2009, 11:58:50 AM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1855


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 11:34:44 PM »

....................................................................................

ณ บริเวณจุดรกร้างแห่งหนึ่งซึ่งห่างไปจากโคโลนี่ไปไม่มากนัก มียานรบกึ่งลำเลียงสีเทาหม่นแซมขาวจอดสงบนิ่งอยู่
โดยอาศัยซากยานและหุ่นที่พังลอยคว้างอยู่เป็นขยะอวกาศเป็นที่กำบัง

ณ ห้องฝึกนักบิน ซึ่งอยู่บริเวณด้านล่างของตัวยานซึ่งอยู่บริเวณโรงเก็บหุ่น

"Mission Complete..." เสียงเครื่องซุมิเลชั่นร้องบอกว่าการฝึกเสร็จสิ้นแล้ว

"เฮ้อ....... เหนื่อยชะมัดเลยรอบนี้"เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งบ่นอุบออกมาพร้อมทั้งเอามือปาดเหงื่อที่หน้าผากตัวเอง

เธอผมสีทองยาวมัดผมแบบหางม้า ถ้าปล่อยผมคงยาวประบ่าลงไปไม่มาก รูปร่างผอมบางแต่ดูกระฉับกระเฉง สูงราวๆ165 หน้าตาเธอจะเป็นลูกครึ่งเอเซียตะวันออกและยุโรป(ตามที่ชาวโลกเรียกกัน) ดวงตาโตสีเขียวอ่อน จมูกโด่งพองาม ปากสีชมพูเรื่อ แบบธรรมชาติ เพราะเธอไม่ชอบแต่งหน้าทาปาก เสื้อผ้าที่เธอใส่ตอนนี้เป็นชุดสูทรัดรูป สีฟ้าขาว ที่ใช้สำหรับฝึกซุมิเรชั่นทั่วๆไป

"ลูน่า รอบนี้ทำคะแนนได้ดีกว่าเดิมอีกนะ"เพื่อนของเธอกล่าวชมหลังจากที่ลูน่าออกมานั่งพัก พร้อมกับดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป

"ขอบใจนะ....มาเรีย......"ลูน่ากล่าวไปบอกเพื่อนของเธอซึ่งวิ่งเข้ามาแสดงความดีใจ

มาเรียเป็นลูกเรืออีกคนหนึ่งที่อยู่บนเรือลำนี้มาหลังลูน่าได้ไม่นาน หน้าตาของมาเรียจะเหมือนกับชาวตะวันตก(ตามที่เรียกกันของชาวโลก) ตากลมโตสีฟ้า จมูกโด่งเล็กน้อย ปากทาลิปสติกพองาม ผมแสกกลางสีน้ำเงินเข้มยาวถึงกลางหลัง รูปร่างเล็กและสูงน้อยกว่าลูน่า แต่ก็ไม่มาก ชุดที่เธอใส่เป็นเสื้อผ้าแบบธรรมดาทั่วไป เชิ๊ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน กระโปรงยาวเกือบถึงตาตุ่มสีขาว และรองเท้าคัชชูสีชมพูเข้ม

"ว่าแต่เธอน่ะจะถือถังน้ำมาทำไมล่ะนั่น ... ถังนี่มันถัง5ลิตรเลยนะ..."ลูน่าหันไปถามมาเรียเพราะสงสัย

"ก็...เห็นลูน่า... เหงื่อออกเยอะ ขนาดนี้แถมฝึกติดต่อกันร่วมๆชั่วโมงแล้ว.... เลยคิดว่าร่างกายต้องการน้ำเยอะแน่นอน....  ก็เลย...ยกมาให้ลูน่าเยอะๆเลยไง...... เอ้าลูน่าทานให้หมดเลยน๊าาา"

วืดดดดดดด .............. เสียงวัตถุบางอย่างแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง

เพี๊ยยยย!!!

"ฮาอู๊ว....... เจ็บนะลูน่าาา"มาเรียร้องเสียงหลงเมื่อเจอพัดกระดาษฟาดลงบนศรีษะ

"ใครจะไปกินหมดกันยะ!!"ลูน่าโพล่งออกมาเมื่อเป้าหมายได้รับความเสียหายแล้ว

"คิกๆ"เสียงหัวเราะเล็กๆตังมาจากข้างหลังของมาเรียอีกที

ซารีน่าคือชื่อของเธอ เธอเป็นผูที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆบนยาน ความสามารถเรื่องคอมพิวเตอร์เธอถือว่าสูงมาก แต่เธอมีร่างกายที่อ่อนแอเป็นจุดด้อยของเธอ

สาวแว่นผมเขียวเข้มยาวผูกเปียไว้ด้านหลัง2ข้าง มีดวงตาไม่โตมากสีตาเขียวเข้มแบบสีผมเธอ หน้าตาไม่ได้เสริมเติมแต่งเครื่องสำอางใดๆแบบลูน่าเช่นกัน รูปร่างถ้าเทียบกับในกลุ่มเธอถือว่าตัวเล็กสุด แต่ก็มีน้ำมีนวล เสื้อผ้าที่เธอใส่จะเป้นสเว้ตเตอร์แขนยาวสีชมพูอ่อน กระโปรงลายสก็อตสีขาวคาดเหลืองส้ม  ถุงเท้าสีขาวยาวสูงถึงน่องด้านบน รองเท้าคัชชูสีน้ำตาลอ่อน

"คุณลูน่าคะ อย่าไปโกรธคุณมาเรียเลยค่ะ เห็นเธอเป็นห่วงคุณลูน่าที่ฝึกหนักมาทั้งวันก็เลย......"ซารีน่าพูดพลางจะขอโทษแทนมาเรีย
".....ก็เข้าใจนะว่ามาเรียเป็นห่วง แต่แบบนี้มันก็......."ลูน่าพูดพลางถอนหายใจ

"ลูน่าไม่โกรธเค้าน๊าๆ ใช่ไม๊ๆๆๆ"มาเรียเข้ามาเกาะแขนลูน่า พร้อมกับพูดอ้อน

"ค่า...ค่า...ไม่โกรธแล้ว"ลูน่าตอบรับคำพร้อมกับเดินไปหยิบถังน้ำเพื่อที่จะเอาไปเก็บ โดยมีมาเรียเกาะแขนไปด้วย

"ว่าแต่คุณลูน่ารอบนี้ทำคะแนนได้ดีจริงๆนะคะ ทั้งๆที่ฝึกได้ไม่นาน ได้72คะแนนเชียวนะคะ"ซารีน่ากล่าวชม

"แต่จากเต็ม100 ได้72คะแนน มันก็น้อยนะ ถ้าใช้ปฎิบัติจริงๆจะได้ผลมากน้อยเท่าไหร่ก็ไม่รู้"ลูน่าพูดแบบไม่มั่นใจเท่าไหร่
"มั่นใจในตัวเองหน่อยนะคะคุณลูน่า "ซารีน่าพูดให้กำลังใจ เมื่อเห็นท่าทีลูน่าเป็นกังวล


"ว่าแต่เด๊กคนนั้น จะใช้งานได้ดีขนาดไหนนะ"มาเรียพูดประโยคนึงขึ้นมา ลุน่าและซารีน่าก็หันไปมองหุ่นยนต์ที่ยืนอยู่ในโรงจอดที่ติดกับที่ๆพวกเธอฝึก

"ต้องดีซิพวกเราเป็นคนออกแบบและสร้างเด็กคนนี้มากับมือเลยนะ"ลูน่าพูด

หุ่นที่พวกลูน่าพูดถึงมีลักษณะรูปร่างเหมือนผู้หญิงสูงราวๆ17เมตร มีเส้นผมสีเขียว ดวงตาสีแดง สีของหุ่นจะเป็นขาวและดำ ไหล่และเข่าจะเป็นเหลืองเรืองแสง ตรงแขนติดโล่ห์ขนาดเล็กซึ่งมีอาวุธเป็นใบมีดพับเก็บไว้อยู่ ชื่อของหุ่นตั้งตามชื่อของดวงจันทร์และความดุดันของสีหุ่น Lunar Assault Strike ซึ่งเรียกย่อๆว่าL-AS

"มาอยู่ที่นี่กันเองรึ"เสียงหญิงสาวคนนึงทัก

"ว่าไงค่ะฟิลเลเน่~~"มาเรียเข้าไปทักทายทันที

"เอเล่เรียกให้ไปหาแน่ะ"ฟิลเลเน่พูดเพียงสั้นๆ

"อืม ได้จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"ลูน่าขานรับคำพร้อมเดินไป

ฟิลเลเน่หญิงสาวอายุ19ปีคนนี้ เป็นรองกัปตันยาน รูปร่างของเธอสูง หน้าตาของเธอจะเหมือนชาวเอเซียตะวันออก ตาขั้นเดียว สีตาสีน้ำตาลเข้ม ผมสีดำ สีหน้าของเธอจะแสดงอยู่อารมณ์เดียวคือหน้านิ่ง พูดน้อยต่อยหนัก สไตล์การแต่งตัวของเธอนั้น เป็นแบบง่ายๆคืเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ศีน้ำเงินเข้มและรองเท้าผ้าใบสีดำ

ซารีน่ารีบจ้ำอ้าวตามเพื่อนๆไปหลังจากที่เดินไปปิดเองฝึก

"รอด้วยค่ะ...."ซารีน่าเรียกเพื่อนๆของเธอให้รอเธอ ฟิลเลเน่จึงหยุดรอ แต่พอซารีน่าเดินผ่านฟิลเลเน่ไป ฟิลเลเน่ก็ทักชึ้นมาว่า

"อืม.....วันนี้สีชมพูลายคุณหมีรึ"
"เอ๋................!!!" ซารีน่ายืนนิ่งเมื่อหันหลังมาดูก็ปรากฎว่ากระโปรงของเธอโดนเปิดแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย

"ว๊ายยยยย คุณฟิลเลเน่ค๊าาาาา อย่าซิค๊าาาาาา"ซารีน่ารีบเอามือปิดกระโปรงเธออย่างรวดเร็วพร้อมกับเดินหน้าแดงจ้ำอ้าวไปหาลูน่า

"งื้อ....คุณฟิเลเน่าทำไม......"ซารีน่าพูดน้ำตาคลอเบ้า

"......."ฟิลเลเน่ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็เดินนำขบวนไป

"อ๋อ...รู้แล้ว คุณฟิลเลเน่คงอยากจะรู้ว่าใครใส่ลายหรือสีอะไรกันมาบ้างแต่ไม่กล้าถามซินะคะ" มาเรียพูดพลางจะถกกระโปรงขึ้นมา

"วันนี้มาเรียใส่....."ไม่ทันที่มาเรียจะพูดจบประโยค

เพี๊ยยยยยยยย!!!

"ไม่ต้องโชว์ของหล่อนก็ด้ายยยย"พัดกระดาษและเสียงห้ามของลูน่าดังมาแทบพร้อมกัน

"มานี่เลยหล่อน" ลูน่ารีบลากมาเรียไปหาเอเล่ที่ห้องประชุมทันที พร้อมกับซารีน่าที่รีบวิ่งตามอย่างรวดเร็ว

"...... น่าเสียดายที่ไม่เห็นของมาเรีย"ฟิลเลเน่บ่นเล็กน้อยก่อนเดินตามปิดท้าย

เหล่าสาวๆทั้ง4เดินมาถึง ณ บริเวณห้องควบคุมยาน ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก๊มีที่นั่งครบ5คน ติดตั้งไว้ตามตำแหน่งต่างๆ

"ไงทุกท่านมากันแล้วรึ"หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอื้ที่เป้นตำแหน่งกัปตัน หันมาพร้อมกล่าวทักทาย

"ไงคะเอเล่ มีอะไรหรือคะ" ซารีน่ากล่าวทักทายเป้นคนแรก

เอเล่เป็นหญิงสาวที่สไตล์คุณหนูที่นิสัยเอาแต่ใจ(บ้าง) เธอเป็นสาวที่สูงโปร่งอีกคน ราวๆ169ซ.ม.  หน้าตาดูคมคาย ตาสีม่วงอ่อน ตาดูเรียวยาว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูอ่อนๆ แต่งหน้านิดหน่อยแต่จเป็นโทนอ่อน ผมสีม่วงอ่อนยาวถึงกลางหลัง เสยผมจนเห็นหน้าผากของเธอทั้งหมด และก็คาดผมสีเหลือง สไตล์การแต่งตัวของเธอดูง่ายๆผิดกับฐานะของเธอ เสื้อเชิตสีขาวด้านในพร้องเสื้อสูทสีเขียวอ่อนทับด้านนอกพร้อมด้วยผ้าพันคอสีเหลือง กระโปรงยาวสีขาวเลยหัวเข่าลงมาไม่มาก และรองเท้าส้นสูงสีดำ

"ก็มีเรื่องจะบอกทุกคนเป็นการด่วนน่ะนะ"เอเล่กล่าวพร้อมกับให้ทุกคนดูที่มอนิเตอร์หลักของยาน

ภาพที่ปรากฎ เป็นการต่อสู้ของกองกำลัง2ฝ่าย ซึ่งสาวๆไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหนบ้าง เพราะพวกเธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือรับรู้อะไรเกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นในตอนนี้เลย

"อาจจะเป็นการขัดแย้งขัดแย้งภายในของบอล์นก็ได้นะคะ"ซารีน่าเสริม

"เอ๋.... เธอรู้ได้ยังไงล่ะ"มาเรียถามประเด็นนี้ขึ้นมาทันที

"ก็....ก้.... แบบว่า...ว่างๆ ก็เลย......เอ่อ....."ซารีน่าหน้าแดงและพูดตะกุกตะกัก

"ก็....คงเข้าไปดูข้อมูลชาวบ้านตามเคยซินะ" เอเล่พูดแทนซารีน่า

"แต่ก้ระวังอย่าให้โดนจับได้ล่ะ"เอเล่เตือนซารีน่า

"ค่ะ......."ซารีน่าทำหน้ายอมรับผิดก่อนที่จะขานรับ

"สงครามจะเป็นยังไงก็ช่าง....มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรานี่......"ลูน่าพูดออกมาด้วยเสียงเคลือพร้อมกับกำหมัดแน่น

".....ลูน่า...."ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน

"......พวกเราเข้าใจนะว่าเธอเจออะไรมาบ้าง พวกเราก็เหมือนกับเธอน่ะนะ......" เอเล่อธิบายด้วยเสียงเคลือเช่นเดียวกัน

"อ๊ะ......ขอโทษนะ.....ทุกคน ...ฉันพูดอะไรไม่ดีไปก็ขอโทษด้วย..."ลูน่ากล่าวขอโทษทุกคนที่เธอพูดไม่ดีลงไป

"ไม่เป็นไรหรอกลูน่า" มาเรียพูดพลางกอดลูน่าเพื่อปลอบใจ

"ฮะๆ นี่คงเป็นขอดีของเธอละมั้ง มาเรีย..."ลูน่าพูดพลางเอามือปาดน้ำตา

"แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ" ซารีน่าออกความคิดเห็น

...................
ภาพที่มอนิเตอร์ปรากฎแสงคล้ายกับมีอาวุธโจมตีออกไปรอบด้านอย่างฉับพลัน ไม่นานนักการปะทะกันก็สงบ

"มันเกิดอะไรชึ้นน่ะคะ" ซารีน่าตกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่ปรากฎผ่านจอมอนิเตอร์

"ไม่รู้เหมือนกันจากตรงนี้อยู่นอกรัศมีของเรดาห์มาก เราคงดูรายละเอียดอะไรไม่ได้ นอกจากเห็นภาพลางๆ"เอเล่บ่นอุบ

"เดี๋ยวนะคะ เหมือนว่าจะได้ยินสัญญาณขอความช่วยเหลือน่ะค่ะ" ซารีน่ารีบรายงานทันที

"มาจากไหน"เอเล่ถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

"จากบริเวณสถานที่ปะทะกันเมื่อกี้ค่ะ แต่อยู่ห่างออกมาจากที่ปะทะพอควรละค่ะ ดูจากสัญญาณน่าจะเป็นหุ่นยนต์1เครื่องน่ะค่ะ" ซารีน่ารายงานสถานการณ์อีกครั้ง

"งั้นก็......ทุกคนประจำที่ได้แล้ว เราจะไปทำการช่วยเหลือ!!"เอเล่สั่งการณ์ทันที

"ซารีน่าเตรียมเดินเครื่องไปยังเป้าหมายพร้อมตรวจสอบสัญญาณ!!"

"ลูน่า เตรียม L-AS ออกไปคอยคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน!!"

"มาเรียเตรียมคอยแบ็คอัพลูน่าอีกทีนึง!!"

"ฟิลเลเน่ เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลืออาการบาดเจ็บด้วย!!"

"รับทราบ!!" ทุกคนขานรับพร้อมเตรียมตัวประจำตำแหน่ง
...........................
"เอาล่ะ เดินเครื่องได้"เอเล่ออกคำสั่งเมื่อทุกคนพร้อมตำแหน่ง

"ฮาเซล....เซน่อน....เดินเครื่องได้!!" ซาริน่ารับคำสั่ง และยานฮาเซล เซน่อน ก็เดินหน้าไปยังจุดหมายทันที


............................................Space Route Episode 1  : -The Blue Eagle- End...............................................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2009, 07:58:20 PM โดย Busterwolf » บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2009, 02:57:53 AM »

Episode1 Earth Routh –Tribute From Lighting-

“ไม่ได้กลับมาที่นี้ นานแล้วสินะเนี่ยหลังจากเรียนจบไป...”รัตน์ พรมอนันต์นักบินทดสอบของอุตสาหกรรมมินาโมโต้และก็เป็นหนึ่งในนักบินของกองกำลังเอลฮังค์กำลังเดินระลึกความหลังในฐานทัพที่2ของเอลฮังค์นอกจากที่นี้จะ เป็นฐานทัพแล้วยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนนักบินของเอลฮังค์อีกด้วยรัตน์ ที่เป็นนักเรียนเก่าของที่นี้นั่นจึงเหมือนได้มารำลึกถึงวันคืนเก่าๆสมัยยัง เรียนอยู่ด้วย....

ใช่ซะที่ไหนกันเล่า....

รัตน์ถอนหายใจ ถ้าเป็นไปได้เขาไม่รู้สึกอยากมาเหยียบที่แห่งนี้เป็นครั้งที่สองเหตุผลก็ง่ายๆ เขานั่นเป็นคนดังพอสมควรสมัยเรียนจึงไม่แปลกที่จะตกเป็นเป้าสายตาจากบรรดานักเรียนรุ่นน้องทั้งหลาย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่รัตน์ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไร

“อะ รุ่นพี่รัตน์ค่ะ~”หนึ่งในบรรดากลุ่มนักเรียนสาววิ่งเข้ามาทักทายรัตน์

“หือ....เธอ แพร์ร็อต อากิบาเระสินะ?”รัตน์เอ่ยถามชื่อไปเพื่อความชัวร์เมื่อเธอพยักหน้ารัตน์ก็บอกว่า“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...”

“ค่ะ รุ่นพี่เองก็ยังหน้าตายไม่เปลี่ยนเลยนะค่ะ”แพร์แซวกลับไป เป็นที่รู้ๆกันอยู่ในบรรดาคนทั้งหลายที่สนิทกับรัตน์ว่า รัตน์นั่นมีหน้าตาที่สุดแสนจืดชืดแล้วตีหน้าตายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ โกรธหรือเศร้าลักษณะสีหน้าของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป

“ว่าแต่ใกล้จะได้บรรจุแล้วสินะแพรร็อต”รัตน์เอ่ยถามซึ่งแพร์ก็พยักหน้าแล้วบอกว่า“ค่ะ จริงๆสาขาโอเปอร์เรเตอร์ที่ฉันเรียนอยู่ไม่ค่อยขาดแคลนคนเท่าไร แต่ว่าสงครามของจริงใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วเพราะงั้นก็อาจจะโดนเรียกตัวไปได้ทุกเมื่อ ว่าแต่...ที่รุ่นพี่กลับมาที่นี้เนี่ยเพราะว่าโดนเรียกตัวมาเหมือนกันสินะค่ะ...”

“อืม...ใช่แล้วล่ะ ใกล้จะได้เวลาแล้วล่ะ ขอตัวก่อนนะ”รัตน์บอกก่อนจะออกเดินไปทางโรงเก็บหุ่นในฐานทัพ

 --------------------------------

สาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาที่นี้ในวันนี้ หลังจากทำงานเป็นนักบินทดสอบหุ่นที่ฐานทัพหลักของเอลฮังค์มาเป็นเวลาหนึ่งปี เขาก็ถูกเรียกมาให้เป็นนักบินทดสอบของหุ่นรุ่นใหม่และถูกบรรจุเข้าสู่หน่วยรบหลักพิเศษของกองกำลังเอลฮังค์ที่พึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับบอนล์ประจำยาน“บลูกาแลคเซียแองเจิล”

หุ่นที่เขาต้องขึ้นบังคับหรือ“อาคาน่าซาก้า”นอนสงบนิ่งอยู่ในโรงเก็บมันอยู่ในสภาพที่กำลังทำการตรวจเช็คครั้งสุดท้ายก่อน เตรียมพร้อมที่จะขนเข้าไปในยานบลูกาแลคเซียแองเจิลที่กำลังจะเดินทางมาถึง...

“อา...รัตน์นิน่า~”เสียงยาวๆดังขึ้นมาจากด้านหลังของรัตน์เขาหันกลับไปดูก็พบกับใบหน้าที่คุ้นตาสำหรับเขา...

“คุณ เป็นใครเหรอครับ?”รัตน์เอ่ยถามก่อนจะโดนหญิงสาวในเสื้อเสื้อกราวน์ผู้ที่ทักทายรัตน์ตบคว่ำลงไปนอนกับพื้นพร้อมเอ่ยตามมาว่า“อย่ามาเล่นมุขนะย่ะ!”

“ขอโทษครับคุณ เฟอเดอริก้า”รัตน์เอ่ยขอโทษออกมาหญิงสาวนักวิจัยหุ่นนาม“เฟอเดอริก้า อัลคาบาโน่”เธอรู้ได้ทันทีเลยว่าเมื้อกี้รัตน์กำลังเล่นมุขหน้าตายซึ่งรัตน์ชอบเล่นเป็นประจำแต่ก็นะนอกจากมันจะแป็กและไม่ขำแล้วยังชวนหงุดหงิดอีกเนื่องด้วยหน้าตาจืดๆเป็นเต้าหูของรัตน์และท่าทีปลงตกกับทุกสิ่งในโลกของเขา

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...นายดูโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะเนี่ยเป็นยังไงบ้าง ล่ะงานทดสอบหุ่นที่ฐานหลักนะ”เฟอเดอริก้ากล่าวทักทายสำหรับเธอแล้วถึงรัตน์จะกวนประสาทยังไงเธอก็ถือว่าเป็นน้องชายคนนึงของเธอเหมือนกันดูเหมือนเธอจะดูมีความสุขเมื่อได้เห็นรัตน์ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่รัตน์ไม่ค่อยยินดีกับการพบกันครั้งนี้สักเท่าไรนัก...ก็เพราะว่า...

“ไม่ได้เจอ กันนานอะไรล่ะครับ“ขยะ”ทั้งหลายทุกคุณส่งมาให้ผมนะทำผมเกือบตายไปหลายรอบแล้วนะครับ”รัตน์ตำนิ แน่นอนยังคงเอกลักษณ์หน้าตายเบื่อโลกเอาไว้เหมือนเดิม...

ขยะที่รัตน์พูดถึงก็คือเศษเหล็กไม่สิผลงานออกแบบหุ่นของเธอที่ไม่เคยเวิร์คเลยสักตัว ตัวต้นแบบทั้งหลายถูกสร้างขึ้นและนักบินทดสอบก็ต้องเป็นเขาเสมอ ตัวเก่าที่พึ่งทดสอบไปแค่เปิดเครื่องเตาพลังงานก็โอเวอร์โหลดเตรียมจะระเบิด ตัวก่อนหน้าไฟในค็อกพิตก็ดับไปเองบ้างล่ะเดินๆอยู่แล้วแขนหลุดขาหลุดบ้างล่ะและอีกนาๆสารพัดปัญหา

เรียกได้ว่าผลงานออกแบบของเฟอเดอริก้านอกจากหุ่น“อาคาน่า”ที่เป็นรุ่นผลิตจำนวณมากที่เอลฮังค์ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้วก็มี“อาคาน่าซาก้า”และ“อาคาน่าโรมานส์”สองตัวที่อยู่ต่อหน้ารัตน์ตอนนี้เท่านั่นแถมอาคาน่าเองก็ไม่ใช้หุ่นที่เฟอเดอริก้าคิดขึ้นมาคนเดียวเดี่ยวๆเธอแค่ทำการออกแบบคอนเซ็ปหลักๆแต่เรื่องระบบการควบคุมเป็นของด.ร “คริสโตเฟอร์ ออดิชาร์ล”ส่วนระบบการเคลื่อนไหวก็เป็นสิ่งที่“ด.ร วอเรฟ กามาลอฟ”ปรับแต่งและสร้างสรรค์ขึ้นมาให้หุ่นที่ถือได้ว่าเฟอเดอริก้าประดิษฐ์และออกแบบขึ้นมาโดยไม่ต้องพึ่งใครและใช้ได้จริงก็มีแค่ซาก้ากับโรมานส์และหุ่นในเซคัลซี่รีย์อีกสี่ตัวในตระกูลอาคาน่าแต่มันก็เป็นการเอาคาน่าที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดและพัฒนาขึ้นไปเท่านั่นเอง
แต่ถ้าจะสรุปว่าเฟอร์เดอริก้าฝีมือห่วยก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกนัก ดร.มิสึรุกิที่เป็นอาจารย์ของเธอเคยบอกกับรัตนืเอาไว้ตอนที่เขามาดูการทดสอบของหุ่นเฟอร์เดอริก้าว่า
“เฟอร์เดอริก้านะมีความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้นแต่ว่า หุ่นของเธอนะป็นของที่ไม่เหมาะกับยุคนี้...”เอาจริงๆถ้าลองตีความง่ายๆให้กับประโยคนี้ก็คงเป็น“ออกแบบได้ดีแต่มนุษย์ปัจจุบันยังทำไม่ได้เฟ็ย”

“อะ รัตน์คุง~~~”เสียงหวานๆใสดังขึ้นมาจากอีกด้านของโรงเก็บตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่แสดงให้เห็นว่าผู้พูดกำลังมุ่งหน้าเดินมาทางรัตน์...

ชื่อของเธอก็คือ“โคฮานะ โมโมะ”เพื่อนร่วมรุ่นของรัตน์และก็ยังเป็นนักบินทดสอบอีกคนที่ถูกรับเลือกให้มาบังคับอาคาน่าโรมานส์หรือถ้าพูดง่ายๆเธอก็คือบุคคลที่จะมาเป็นคู่หูของรัตน์นั่นและ...

“โมโมะจังสบายดีสินะ”เฟอเดอริก้าเอ่ยทักทายเด็กสาวก็พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า“โมโมะดีใจจังเลยค่ะที่ได้มาเจอคุณเฟอเดอริก้าอีกครั้ง”

เอ่ยจบก็หันหน้ามาทางรัตน์แล้วเอ่ยว่า“รัตน์คุงเองก็เหมือนกันไม่ได้เจอกันนานเลยนะค่ะ~”

และแล้วรัตน์ก็เริ่มเล่นมุขหน้าตาย...

“เธอเป็นใคร?”

ความเงียบก่อตัวขึ้นยิ่งกว่าความเร็วแสงก่อนจะตามมาด้วยเสียงสลดหดหู่ใจของโมโมะ

“รัตน์คุงใจร้าย!!!!!!!!!”

เอ่ยจบโมโมะก็วิ่งหนีหายไปเหมือนนางเอกการ์ตูนผู้หญิงที่พระเอกโดนนางอิจฉาแย่งไปไม่ก็ปาน...

เฟอร์เดอริก้าถอนหายใจออกมาก่อนจะเขกหัวรัตน์แล้วเอ่ยว่า“ทำให้ผู้หญิงร้องไห้มันบาปหนักนะ”

“งั้น เหรอครับ...”คำตอบนี้ทำเอาเฟอเดอริก้าอยากกระโดดถีบรัตน์ต่อในทันทีแต่เธอนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้จึงล้มเลิกความคิดนั่นไปพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า

“อืมจริงสิรัตน์ เอานี่ไปก็อปข้อมูลของซาก้าและโรมานส์จากห้องข้อมูลมาซะ”เฟอเดอริก้าเอ่ยก่อนจะยืนชิพขนาดเล็กมาให้กับรัตน์

“เพื่ออะไรล่ะ?”รัตน์เอ่ยถามเฟอเดอริก้าก็ขยับแว่นของตัวเองหนี่งทีก่อนจะเอ่ยออกมาว่า“เธอรู้ใช่มั้ยว่าข้อมูลของสองตัวนี้นะแม้ไม่ใช้ความลับสุดยอดแต่ก็เป็น เรื่องที่ให้ศัตรูรู้ไม่ได้เป็นอันขาดที่ประชุมเลยมีมติว่านอกจาก เซิร์ฟเวอร์หลักของกองกำลังและในเครื่องของฉันแล้วข้อมูลในที่อื่นๆให้ลบทิ้งไปให้หมด”

“แล้วยังไง...”รัตน์ยังไม่หายสงสัยไม่สิสิ่งที่เฟอเดอริก้าตอบออกมาไม่ได้ทำให้เขาหายสงสัยเลยแม้แต่น้อย

“ก็เขามีกำหนดจะลบข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ที่ฐานนี้ตอน10โมง...นี้ก็ใกล้จะได้เวลาแล้วด้วย...คือ ฉันยังไม่ได้มาก็อปใส่เครื่องของฉันเลยนะ”เฟอเดอริก้าตอบ...

“ไปดึงต่อมาจากเซิร์ฟเวอร์หลักก็ได้นิครับ?”

“ไม่อะ มันยุ่งยากดึงจากที่นี้เลยจะง่ายกว่า”เฟอเดอริก้าตอบพร้อมกับส่ายมือประกอบจังหวะ

“งั้นคำถามสุดท้าย...ทำไมต้องใช้ผมด้วย”รัตน์เริ่มรู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมานิด

“เพราะฉันขี้เกียจเดินไปนะสิ!”คำตอบของเฟอเดอริก้าทำให้รัตน์เหนื่อยใจไม่นิดซะแล้ว....

--------------------------------

รัตน์เดินลากเท้าไปยังห้องข้อมูลจากคำบอกเล่าของเฟอเดอริก้าข้อมูลของซาก้าถูกเก็บไว้ในโซน3ซึ่งเป็นโซนเก็บข้อมูลความลับในระดับสูงสุด ห้องนี้ไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเท่าไรด้วยเหตุผลง่ายๆชิพที่จะใช้เก็บข้อมูลจากห้องนี้นั่นต้องเป็นแบบพิเศษที่เอลฮังค์ทำขึ้นเท่านั่นซึ่ง นั่นก็คือชิพที่รัตน์ได้รับมาจากเฟอเดอริก้านั่นเอง
ภายในห้องเต็มไปด้วย ตู้เซิร์ฟเวอร์จำนวณมากซึ่งถูกปกคลุมด้วยความมืดและไฟสลั่วๆที่นี้ยังมีแอร์เย็นฉ่ำเพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องอีกด้วย...

รัตน์เดินเข้ามาแบบเงียบๆแล้วก็ต้องเจอเรื่องหน้าประหลาดใจ

เขาสังเกตเห็นเห็นแสงไฟสีฟ้าเล็กๆที่มุมห้อง...เป็นเรื่องน่าแปลกที่จะมีแสงไฟในห้องแบบนี้ รัตน์มั่นใจว่านั่นจะต้องเป็นแสงไฟจากเครื่องคอมพิวเตอร์

รัตน์ก้าวเท้าเดินเข้าไปที่ตำแหน่งนั่นอย่างระมัดระวัง เขาเห็นเครื่องคอมขนาดพกพาเครื่องนึงวางอยู่ที่พื้นแต่ไม่มี่วี่แววตัวผู้ใช้เลยสักนิด

“คอมเครื่องนี้มัน...”แต่ก่อนที่รัตน์จะทันได้ทำอะไรตัวเขาก็ถูกผลักล้มลงไปกับพื้น..

“ผู้บุกรุก...ชุดสเตลรึ!”รัตน์กัดฟันก่อนกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง ตามคาดเขาได้ยินเสียงดัง“ตุบ”ในบริเวณตำแหน่งที่เขาล้มลงก่อนหน้านั่น..

“ประสาท ฉับไวกว่าที่คิดนะแต่ก็ดีแล้วล่ะถ้าโดนไปล่ะก็ได้นอนยาวแน่...”เสียงลึกลับเอ่ยขึ้นรัตน์ตั้งสติให้มั่นก่อนจะสังเกตว่าบุคลตรงหน้าเขานั่นปลดการใช้การอำพรางของชุดสเตล...

รัตน์สังเกตุเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้บุกรุกเขาเอื้อมมือไปคว้าปืนพกที่อยู่ข้างกายของเขาขึ้นมาแล้วจ่อไปที่ผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว

ศัตรูตรงหน้าของรัตน์ตอนนี้ไม่มีความกลัวต่อสิ่งที่รัตน์ถืออยู่แม้แต่น้อย รัตน์ถอนหายใจก่อนจะเหนี่ยวไกออกไป

ชายหนุ่มผู้บุกรุกบิดตัวหลบกระสุนจากปืนของรัตน์ไปได้อย่างง่ายดายแต่ทั้งหมด นี้รัตน์ก็คาดไว้อยู่แล้วเป้าหมายที่รัตน์เล็งไปคือเครื่องคอมพกพาเครื่อง นั่นต่างหาก...และแน่นอนกระสุนเข้าเป้าอย่างงดงาม

รัตน์ยังคงสังเกตุเห็นรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าของชายคนนั่น...

“ตัดสินใจได้ไม่เลวแต่ว่า ข้อมูลนะฉันส่งเสร็จก่อนนายจะเข้ามาแล้วล่ะ”ผู้บุกรุกเอ่ยรัตน์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจและรั่วกระสุนใส่ผู้บุกรุก

แต่ก่อนจะได้รั่วก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นพร้อมๆกับเสียงระเบิดตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังไปทั่วบริเวณ

“บอลน์ โจมตีมางั้นเหรอ!?”ผู้บุกรุกตกใจก่อนกระโดดถอยฉากหลบออกไปห่างจากแนวปืนของ รัตน์ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า“ชื่อของฉันคือเอลฮาว เวล เซเวอร์รัสไหนๆก็ไม่ได้ค่าจ้างแล้ว ก็ขอเตือนไว้ก่อนดีกว่านะว่าที่ฉันได้ยินมาบอนล์เตรียมกองทัพจำนวณมากมา เพื่อถล่มฐานทัพนี้โดยเฉพาะการหนีน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด...”
ผู้บุกรุกหรือเอลฮาวเอ่ยแนะนำตัวออกมา

“นาย...” แต่ไม่ทันที่รัตน์จะได้ทำอะไรเอลฮาวก็ชิงพูดต่อไปว่า “แล้วก็ขอโทษด้วยเรื่องข้อมูลนะ มันเป็นงานหวังว่านายคงเข้าใจฉันเองก็ไม่ชอบคนที่เบี้ยวค่าจ้างแถมคิดจะเก็บฉันเหมือนกันคราวหน้าถ้าได้เจอกันอีกหวังว่าเราคงอยู่ข้างเดียวกันนะ ลาล่ะ”

“เดี้ยว!”รัตน์คำรามก่อนพุ่งเข้าหาเอลฮาวแต่เอลฮาวก็กระโดดถอยหลังกลับไปก่อนที่จะหายตัวไปในพริบตาด้วยระบบของชุดสเตล..

รัตน์ วิ่งกลับมาดูที่ซากคอมพิวเตอร์ดูเหมือนเอลฮาวจะทำชิพปลอมขึ้นมาใช้สำหรับการ ดูดข้อมูลที่อยู่ในห้องนี้ รัตน์ควานหาถึงข้อมูลที่พึ่งถูกดาวโหลดไปล่าสุด...เรื่องของอาคาน่าซาก้าและอาคาน่าโรมานส์...

--------------------------------

“ระ รัตน์คุงเกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ บะ..บอลน์”โมโมะที่อยู่ในโรงเก็บกำลังโวยวายใส่รัตน์เมื่อเขาวิ่งเข้ามา รัตน์จึงยื่นมือไปปิดปากโมโมะพร้อมทำสีหน้าที่แสดงออกได้ว่า“ฉันรู้เรื่อแล้วไม่ต้องโวยวาย!”

“เป็นเรื่องแล้วนะสิ ทำไมพวกบอลน์ถึงจ้องมาถล่มที่นี้ล่ะ...เรื่องของอาคาน่าไม่น่าจะรั่วไหลเว้นแต่มีไส้ศึกอยู่ในหมู่พวกเรา...”เฟอเดอริก้ายักคิ้วส่วนรัตน์ก็โยนชิพที่ก็อบข้อมูลเรียบร้อยแล้วให้เฟอเดอริก้าก่อนจะลากโมโมะไปตามทางเดินในโรงเก็บ

“เดี้ยวสิรัตน์ นายจะไปไหน?”เฟอเดอริก้าตะโกนถามไล่หลังรัตน์ก็ตอบกลับมาโดยไม่หันมามองว่า“ถ้าศัตรูบุกก็ต้องตอบโต้สิครับ”

“รัตน์คุงจะดีเหรอค่ะ ยังไม่มีคำสั่งเลยนิค่ะ”โมโมะเอ่ยถามรัตน์ก็ตอบกลับมาอย่างเบื่อๆว่า“ตอนนี้ เธอเป็นลูกน้องฉันแล้ว...เพราะงั้นทำตามที่ฉันพูดเถอะน่า!”

“ระ รับทราบค่า~~~”โมโมะรับคำอย่างร่าเริงซึ่งก็เป็นจังหวะที่ทั้งคู่ลงมาถึงตัวของซาก้าและโรมานส์

“นี้พวกเธอจะทำอะไรนะคำสั่งยังไม่มีเลยนะ!”ทหารช่างคนนึงร้องปรามพวกรัตน์

“ช่าง เถอะปล่อยให้สองคนนั่นทำตามใจตัวเองล่ะกัน ยังไงซะหุ่นสองตัวนั่นก็ถูกสร้างมาให้รบอยู่แล้วนินะ”เฟอเดอริก้าตะโกนบอกพวกทหารช่างแน่นอนว่ายศของเธอสูงกว่าและเป็นถึงระดับหัวหน้าเหล่าทหารช่าง จึงต้องยอมอย่างเสียไม่ได้

รัตน์กระโดดขึ้นอาคาน่าซาก้า พร้อมเปิดประตูค็อกพิตภายในเป็นรูปแบบโครงสร้างของค็อกพิตที่เขาคุ้นตาเป็น อย่างดี รัตน์เสียบกุญแจเปิดเครื่อง แสงไฟในจอมอนิเตอร์ก็สว่างขึ้น...

“รัตน์ ศัตรูมีจาโปรน่าราวๆ12เครื่องเคลจาโปรราวๆ8เครื่อง!”หน้าของเฟอร์เดอริก้าปรากฎตัวขึ้นบนจอมอนิเตอร์อย่างรวดเร็วจนรัตน์อดคิดไม่ได้ว่ายัยนี้รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาต้องรีบมากระโจนขึ้นหุ่นรึเปล่าถึงเผ่นไปที่ห้องส่ง สัญญาณแทบจะในทันที
แต่ในระหว่างซาก้าของรัตน์จะได้ลุกขึ้นยืนจาโปรน่าตัวหนึ่งก็พังประตูโรงเก็บเข้ามา..

“โมโมะ!”รัตน์คำรามโมโมะที่บังคับให้อาคาน่ายืนขึ้นมาก่อนเขารับคำสั่งในทันทีโดยการประเคนหมัดขวาเข้าชกจาโปรน่าตัวนั่นล้มลงแล้วรั่วปืนกลหกลำกล้องที่มือใส่จาโปรน่าตัวนั่นใส่ที่ค็อกพิต จาโปรน่าตัวนั่นแน่นิ่งไปกับพื้น

“พัฒนาขึ้นนิ...ถ้ายิงใส่ส่วนอื่นหุ่นอาจจะระเบิดเผลอๆอาจจะตายหมู่ทั้งโรงเก็บก็ได้ ”รัตน์เอ่ยชมโมโมะก็เอามือเขกหัวตัวเองแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงออกแนวแอ็บแบ๋วว่า “โมโมะรู้ดีหรอกน่า ก็โมโมะได้คะแนนตอนสอบมากกว่ารัตน์คุงนิค่ะ..”

รัตน์ขำไม่ออก....

อาคาน่าทั้งสองตัวเดินเครื่องออกไปจากโรงเก็บ ซึ่งก็ถูกต้อนรับโดยห่าบีมไรเฟิลของจาโปรน่า

โมโมะบังคับโรมานส์กระโดดหลบส่วนรัตน์พุ่งหลบออกไปทางด้านข้างอาคาน่าซาก้าชักบีมเบลดออกมาสองเล่มแล้วฟันผ่าใส่จาโปรน่าตัวนึงจนระเบิด

“โมโมะที่นี้ฐานเรานะสู้พยามดูสภาพรอบๆด้วยล่ะ!”รัตน์สั่งการแต่ดูเหมือนว่าโมโมะ...

โมโมะใช้อาคาน่าสตีมแคนน่อลยิงใส่ถังน้ำมันใกล้ๆจาโปรน่าสามตัวส่งผลให้ทั้งสามตัวนั่นไฟลุกท่วมระเบิดตามมาทันที

“โมโมะจัดการได้ทีเดียวพร้อมกันสามตัวเลยล่ะค่ะ~”โมโมะเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม!

“ยัยบ้านั่นถังน้ำมันของกองทัพเรานะ!!!”รัตน์ด่ากลับทางมอนิเตอร์ทำเอาโมโมะหดเหลือตัวเล็กนิดเดียว

กระขนาดใหญ่ถูกยิงมาทางซาก้ารัตน์ไหวตัวหลบได้ทันก่อนที่โรงเก็บของข้างๆของเขานั่นจะถูกระเบิดเพราะพลังทำลายจากกระสุนนั่น...

“เคลจาโปรงั้นรึ! โมโมะจัดการพวกนั่นให้ที เร็วที่สุดเลยนะ! อย่าปล่อยให้พวกนั่นยิงถล่มมาเรื่อยๆได้ไม่งั้นฐานเราพังแน่”รัตน์สั่งการโมโมะก็รับคำสั่งพาอาคาน่าโรมานส์บินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วเปลี่ยนอาคาน่าสตีมแคนน่อลเป็นแบบปืนไรเฟิล

“จะส่องละนะค่า~~~”โมโมะเอ่ยออกมาก่อนจะยิงใส่เคลจาโปรตัวนึงที่อยู่แนวหลังของหุ่นจาโปรน่า กระสุนของโมโมะนั่นไม่พลาดเป้าลำแสงพุ่งเข้าทะลุค็อกพิตของเคลจาโปและมันก็แน่นิ่งไปไหนเวลาไม่นาน

ส่วนรัตน์กับซาก้าก็กระโจนเข้าไปในกลุ่มของอาคาน่าแวนการ์ดที่กำลังป้องกันฐานทัพอย่างเอาเป็นเอาตายพร้อมชักอาคาน่าฟลาชิอ้อนขึ้นมาแล้วฟาดใส่กลุ่มจาโปรน่าที่พุ่งเข้าหาซาก้า ร่างของจาโปรน่าเหล่านั่นขาดครึ่งท่อนอย่างสวยงาม....

“รัตน์คุง~แย่ แล้วล่ะค่ะเคลจาโปรมันโผล่มาอีกตั้งเยอะทาง2นาฬิกาค่ะ!”โมโมะเรียกรัตน์ผ่าน ทางหน้าจอมอนิเตอร์รัตน์ลองเช็คสัญญาณ เคลจาโปรพวกนี้มันไม่ใช้น้อยๆเลยถ้าระดมยิงพร้อมกันหมดล่ะก็ฐานทัพต้องกลาย เป็นอดีตในชั่วพริบตาแน่ๆแต่ว่ามีเรื่องน่าแปลกอยู่อย่างนึง...

รัตน์ตรวจพบพลังงานมหาศาลบริเวณใกล้ๆกลุ่มของเคลจาโปรที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา เมื่อลองสำรวจดูด้วยกล้องส่องทางไกลของอาคาน่าก็พบว่ามันเป็นวงกลมสีแดงผสม ดำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นกลางอากาศ...

เหล่าเคลจาโปรเองก็ดูเหมือนจะสังเกตุเห็นสิ้งนี้พวกมันหยุดเคลื่อนขบวนพร้อมกับหันปืนไปทางวงกลมสีดำนั่นแทน...

ในเวลาต่อมาวงกลมสีดำนั่นก็ระเบิดออกมา เคลจาโปรหลายตัวล้มกลิ้งลงกับพื้นพร้อมกับการปรากฎตัวของหุ่นยนต์สีฟ้า ...รูปร่างไม่เหมือนทั้งหุ่นของบอนล์และเอลฮังค์เลยแม้แต่น้อย

“นั่นตัวอะไรนะ....”รัตน์พึมพำ แต่หลังจากนั่นไม่นานสิ่งที่ทำให้รัตน์ต้องอึ้งต่อมาก็คือ เคลจาโปรตัวนึงยิงกระสุนใส่หุ่นยนต์สีฟ้าตัวนั่น แรงกระแทกของกระสุนทำให้หุ่นสีฟ้าตัวนั่นกระเด็นมาทางอาคาน่าซาก้า....แต่ นั่นไม่ใช้เรื่องที่รัตน์แปลกใจที่เขาแปลกใจก็คือหุ่นตัวนั่นไม่มีรอยแผล อะไรเลยแม้แต่น้อย...มีก็เพียงแค่รอยถลอกตามตัวเท่านั่นเอง

“หนอย... พวกแกเล่นทีเผลอเหรอ!”เสียงลึกลับดังขึ้นในค็อกพิตของรัตน์ เขาเดาได้ว่าน่าจะเป็นเสียงของนักบินหุ่นลึกลับตัวนั่นเพราะเขาเปิดช่อง สัญญาณสื่อสารอิสระอยู่

“นี่ ไพล็อตหุ่นตัวนั่นนะ?"รัตน์เริ่มเปิดการสนทนาทันที

"หา...มนุษย์เหรอเนี่ย พวกเดียวกับที่โจมตีใส่ฉันเมื้อกี้รึเปล่า?"ไพล็อตของหุ่นตัวนั่นเอ่ยถามรัตน์

"ไม่ใช่ สิบโท รัตน์ พรมอนันต์สังกัดเอลฮังค์..."แต่พูดไม่ทันจบพวกเคลจาโปรเองก็ประเคนกระสุนมา ใส่ซาก้าและหุ่นลึกลับตัวนั่นจนทำให้ทั้งสองคนต้องรีบหลบอย่างรวดเร็ว

“ฉันชื่อ ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์ส่วนเรื่องอื่นไว้ค่อยแนะนำหลังจากจัดการเจ้าพวกนี้แล้วกันนะ !”ลูซิเฟอร์คำรามก่อนจะพุ่งเข้าไปหากลุ่มของเคลจาโปร ส่วนรัตน์ก็ถอนหายใจพร้อมกับเอ่ยว่า “ให้ช่วยนะ?”

เคลจาโปรตัวนึงยิงกระสุนใส่ลูซิเฟอร์แต่เขาหลบมันได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเกิดกระแสไฟฟ้าจำนวณนึงขึ้นที่มือและขาของหุ่นสีฟ้า...

“Code eins! Lighting Magnum!"ลูซิเฟอร์ประกาศชื่อท่าก่อนจะแตะใส่เคลจาโปรตัวนั่นและซ้ำด้วยหมัดขวาจนมันระเบิดไปก่อนจะกระโดดไปด้านหลังเคลจาโปรอีกตัวและใช้มือขวาจับที่ หัวของมันเอาไว้

“Code dri Gaia Force”ลูซิเฟอร์ประกาศชื่อท่าก่อนจะลากเคลจาโปรผู้โชคร้ายนั่นไปตามพื้นโดย มีสายฟ้าฟาดลงมาฟ้าใส่เคลจาโปรตัวนั่นรั่วๆจนมันระเบิดคามือของลูซิเฟอร์

“อีกสามตัวรึ!”ลูซิเฟอร์คำรามแต่ทว่า...

อาคาน่าซาก้าของรัตน์ยิงลำแสงจากหน้าอกใส่เคลจาโปรสองตัว เคลจาโปรที่โดนแสงนั่นร่างละลายไปเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะเกิดการระเบิดตาม มา...

ส่วนเคลจาโปรตัวสุดท้ายนั่นแน่นิ่งไปเสียแล้วด้วยฝีมือการยิงส่องไกลของโมโมะที่บังคับอาคาน่าโรมานส์บินพุ่งเข้ามาหารัตน์

“รัตน์ คุงกองทัพศัตรูล่าถอยไปแล้วค่ะ~”โมโมะรายงายด้วยน้ำเสียงเหมือนลูกแมวกำลัง อ้อนเจ้าของแต่รัตน์ไม่ใส่ใจมากนักเขาจ้องไปที่หุ่นลึกลับสีฟ้าที่ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์เป็นผู้บังคับก่อนจะเอ่ยถามว่า..

“หุ่นตัวนั่น...ไม่ใช้วิทยาการของโลกแน่ๆ...แล้วไหนจะวงกลมนั่นอีก...ลูซิเฟอร์นายมาจากไหนกันแน่!?”

“เจ้านี้ชื่ออิกซีออนเป็นคู่หูของฉัน...อืมถ้าจะให้ตอบว่ามาจากไหนนะเหรอ...ถ้า นี้เป็นโลกเบื้องบนฉันก็คงมาจากที่นี้ละมั้ง”คำตอบของลูซิเฟอร์คือพื้นด้านล่าง...ลูซิเฟอร์บังคับให้อิกซีออนชี้นิ้วลงพื้น...หมายความว่าเข้ามาจาก ข้างใต้อย่างงั้นรึ?

ระหว่างการสนทนาที่สุดแสนจะคลุมเครือนี้เกิดขึ้น ยานบลูกาแลคเซียแองเจิลก็กำลังค่อยๆเคลื่อนที่เข้ามาในฐานนี้อย่างช้าๆ...

Episode1 Earth Routh –Tribute From Lighting- End
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 25, 2010, 12:50:22 AM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2009, 02:45:28 PM »

Episode 2 Earth Routh –Rebellion of Darkness- 

ในยามดึกสงัดหากเราแหงนมองดูท้องฟ้าก็อาจจะได้เห็นประกายของแสงดาวน้อยใหญ่ระยิบระยับงามตาสุกสกาวอยู่บนฟากฟ้า ณเวลานี้ในเขตแอฟริกาเหนือยังคงอยู่ในช่วงเวลาดึกสงัด แม้แต่ฐานทัพของบอลน์ผู้ซึ่งคุ้มอำนาจกว่า 70% ของโลกนี้ก็ยังไม่อาจหลีกหนีไปจากกช่วงเวลาที่จะถูกความมืดมิดในยามราตรีกลืนกินอยู่ดี แสงสว่างที่ถูกประดิษฐขึ้นส่องสว่างอยู่ทั่วฐานทัพเหล่าทหารที่คอยเฝ้าเวรยามระวังผู้บุกรุกอยู่ภายใต้แสงไฟฟ้าเหล่านี้ต่างทำหน้าที่ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไปบ้างก็คึกคัก บ้างก็เหนื่อยหน่าย บ้างก็เคร่งครัด บ้างก็หละหลวม แต่ในทุก ๆ คืนที่ผ่านไปล้วนแต่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นเลยเป็นเวลานานมากแล้วทำให้ความตื่นตัวของเจ้าหน้าที่ในฐานทัพแห่งนี้มีอยู่น้อยมาก

ฮ้าว~~~~~~~~~

เสียงหาวยาวเหยียดดังทะลุผ่านความเงียบงันยามราตรี มันเป็นเสียงแห่งบ่งบอกความเมื่อยล้าและเบื่อหน่ายของนายทหารผู้หนึ่งที่กำลังทำหน้าที่ตรวจตราอยู่บริเวณคลังแสงของฐานทัพแห่งนี้

"เฮ้ย!!!! ตั้งใจหน่อยเซ่!! อยู่ระหว่างเวรยามนะโว้ย!!"

นายทหารอีกคนหนึ่งที่อยู่เวรด้วยกันกล่าวตำหนิเพื่อนที่แสดงกิริยาเหยาะแหยะระหว่างหน้าที่แต่ผู้ถูกตำหนิดูท่าจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว

"เออน่า!!! นิดหน่อย ๆ เอง ที่สำคัญยังไง ๆ คืนนี้มันก็คงไม่มีอะไรเหมือนเดิมนั่นแหละ"

ทหารหนุ่มผู้เกียจคร้านเอ่ยขึ้นพลางบิดเอวไปมาเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของไหล่ที่ต้องสะพายปืนกระบอกโตที่มีสภาพขาดการดูแลเอาใจใส่ก่อนจะยืนยืดตัวตรงอีกครั้ง

"มันก็จริงอย่างที่แกว่า ใครมันจะกล้าเล่นกับบอลน์ที่มีอำนาจปกครองโลกอยู่ตอนนี้กันเล่า?"

"แต่บางทีข้าก็อยากให้มีเรื่องตื่นเต้นเหมือนกันนะ อย่างเช่น มีศัตรูบุกมาโจมตีแบบสายฟ้าแล่บอะไรแบบนี้"

นายทหารจอมขี้เกียจพูดพลางยักไหล่เล็กน้อย แต่เพื่อนของเขากลับส่ายหัว

"ข้าไม่เอาด้วยหรอก อยู่แบบนี้ก็ดีจะตายไปแล้ว"

แต่ทว่าในค่ำคืนนี้กลับไม่เป็นไปดังที่นายทหารคนนั้นต้องการเสียแล้ว เพราะหลังจากเขาพูดจบไปเพียงไม่กี่วินาทีอยู่ ๆ ก็ความผิดปกติขึ้นที่ใจกลางของฐานทัพ เสียงไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นทั่วฐานทัพพร้อม ๆ กับการปรากฏของวัตถุทรงกลมสีดำทมิฬยิ่งกว่าสีแห่งรัตติกาล มันปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาโดยรอบทำให้ระบบไฟฟ้าหลักภายในฐานทัพลัดวงจรไปหมด หน้ำซ้ำกระแสไฟฟ้าที่ฟาดลงมาโดยสิ่งปลูกสร้างและผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกตะหาก

"กะ....เกิดอะไรขึ้น ศะ ....ศะ ...ศัตรูบุกเหรอ!!!!!!?"

นายทหารผู้ที่เคยอยู่ในอาการง่วงหงาวหาวนอนถึงกับตื่นตระหนกด้วยความสั่นกลัวพลางถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก

"ไม่รู้เหมือนกันโว้ย!!! ก็อยู่ด้วยกันเนี้ยแต่ว่า!!!!....... น่ะ นั้นมันอะไรกันน่ะ!!!!!?"

สิ่งที่ปรากฏอยู่ใจกลางฐานทัพก็คือหุ่นยนต์ขนาดยักษ์สูงราว ๆ ยี่สิบสามหรือยี่สิบสี่เมตรเห็นจะได้นั่งคุกเข่าอยู่ ส่วนที่เป็นดวงตาของมันส่องประกายแดงฉานราวกับแสงอาทิตย์อัศดงสีเกือบทั้งตัวเป็นสีดำเข้ม ทั้งสองคนไม่เคยเห็นหุ่นยนต์รูปทรงแบบนี้มาก่อนเลยและสาบานได้ว่ามันเพิ่งมายืนอยู่ตรงนี้ โดยไม่ได้บินลงมาจากฟ้า หรือดำดินมาแต่อย่างใด

"อะ.อะ.อะ.อะ อะไรกันเนี้ย!!! รุ่นใหม่ของเอลฮังค์งั้นเหรอ?!!!"

"จะอะไรก็ช่างรีบเข้าประจำที่เร็วเข้า!!!!"

นายทหารทั้งสองรีบโกยอ้าวไปออกจากบริเวณคลังแสงเพื่อเข้าประจำหน้าที่ในการขับไล่ผู้บุกรุก ป้อมปืนกลเล็ก ป้อมมิซายส์ต่อต้านหุ่นรบ รวมถึงจาโปรน่าและเคลจาโปรที่ประจำการอยู่ในฐานทัพแห่งนี้ก็เริ่มออกมากระหน่ำโจมตีหุ่นยนต์สีดำตัวนั้นกันอย่างเต็มพิกัด มิซายส์จำนวนมากพุ่งตรงไปหาเป้าหมายที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่กับที่ไม่ขยับเขยือนไปไหน แต่แล้วเสียววินาทีก่อนมิซายส์พวกนั้นจะถึงตัวเป้าหมาย หุ่นยนต์ยักษ์สีดำทมิฬเครื่องนี้ก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทราวกับฟ้าจะถล่ม เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชติช่วงจนสว่างวาบไปทั่วทั้งฐานทัพ

"เย้!!!!!!! ร่วงไปเลยไอ้พวกสุนัขเอลฮังค์!!!!"

นักบินของจาโปรน่าคนหนึ่งตะโกนอยู่ในค็อทพิทด้วยความสะใจที่เห็นมิซายส์กระทบเป้าหมายอย่างจัง ในเวลานี้หลายคนมั่นใจว่าด้วยแรงระเบิดขนาดนี้เป้าหมายคงไม่เหลือชิ้นดีแล้วแน่ แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีลำแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งตรงลงมาจากฟากฟ้ากระทบเข้ากับโลหะสีดำสนิทที่โผล่ออกมาเหนือเปลวเพลิงและควันไฟร่างของหุ่นยนต์ยักษ์เครื่องนั้นชูดาบในมือของมันขึ้นรับแสงที่พุ่งตรงลงมาเอาไว้ในเสี้ยววินาทีก่อนจะปล่อยแสงที่สถิตย์อยู่ในดาบนั้นออกไปรอบทิศทาง ทุกสรรพสิ่งถูกกลืนหายไปในแสงนั้นในบัดดลทุกสิ่งโดยที่เหล่าผู้วายชนน์ไม่มีแม้แต่เวลาจะกระพริบตาด้วยซ้ำ

บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สิ้นเสียงอันกึกก้องและแสงอันเจิดจ้าความมืดมิดของราตรีก็กลับคืนมาอีกครั้ง ดาวบนฟ้ายังคงส่องแสงระยิบระยับเช่นเดิม แต่ทว่าไม่มีฐานทัพของบอลน์อยู่ ณ ที่นี้อีกแล้วบัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยพื้นราบอันว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในอาณาบริเวณกว่าห้ากิโลเมตรโดยรอบนี้ มีเพียงหุ่นยนต์สีดำทมิฬเพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่ยังคงตื่นตระหง่านอยู่ตรงนี้ ไม่นานนักส่วนหน้าอกด้านบนของหุ่นยนต์เครื่องนี้ก็เลื่อนเปิดออก

"ที่นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี้ย?"

ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มไว้ผมส่วนจรยาวเลยปลายคางดูจากใบหน้าแล้วอายุน่าจะราว ๆ ซัก 20-21 ปี เขาเอ่ยขึ้นขณะกวาดสายตามองไปรอบพื้นที่อันเวิ้งว้างที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ ความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นจากผืนแผ่นดินทำให้เขารู้สึกร้อนวูบวาบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาซักเท่าใดนักเมื่อเทียบกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

"แปลกจริงด้วยอะ?" เสียงของสาวน้อยผู้หนึ่งดังออกมาจากภายในตัวหุ่นยนต์ที่เขาเพิ่งจะก้าวออกมาเมื่อครู่แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจจะหันกลับไปมองซักเท่าไหร่นักจึงได้แต่ส่งเสียงถามกลับไปแบบลอย ๆ

"อะไรแปลก?"

"คอร์ของดาร์กเรย์เบลดมันแปลก ๆ ไปน่ะ" เด็กสาวตอบกลับมาพร้อมกับค่อย ๆ ปืนออกมาส่วนควบคุมเธอมีใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับสาวน้อยอายุประมาณ 18 - 19 ปี เรือนผมสีน้ำตาลอ่อน
ที่ยาวจนเกือบถึงกลางหลังถูกถักเป็นเปียคู่ขนาดใหญ่

"นี่ อัลลูไคฟังอยู่หรือเปล่า?"
 
"ได้ยินแล้วน่า ข้าไม่ได้หูตึง"

ชายหนุ่มผู้มีนามว่าอัลลูไคตอบกลับโดยไม่สนใจจะหันมามองหน้าคู่สนทนาเลยซักนิดสายตาเขายังคงมองหาอะไรบางอย่างในท้องทุ้งที่เวิ้งว้างท่ามกลางความมืดมิดต่อไปแต่นั่นกลับเป็นปฏิกิริยาที่ทำให้ฝ่ายหญิงไม่พอใจซักเท่าไหร่

"แล้วทำไมไม่ตอบข้าเล่า!!?"

"ก็ตอบแล้วไง"

"ไม่มีที่มันดีกว่านี้แล้วเหรอ!!?" อัลลูไคละสายตาจากสิ่งรอบข้างเพื่อมองดูสาวน้อยที่อยู่กำลังงอนแก้มป๋องแถมมีน้ำตาปริ่ม ๆ ที่ขอบตาทั้งสองข้างเล่นเอาชายหนุ่มผู้นี้ถึงกับต้องถอนหายใจ

"เฮ้อ~~~~~ พอเหอะ มุกนี้เจ้าใช้บ่อยแล้วนะซิลเวีย" อัลลูไคตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย

"เชอะ!!! รู้ทันอีก!!" สาวน้อยนางนี้มีนามว่าซิลเวียเธอปาดน้ำที่ขอบตาออกพลางสะบัดหน้าหนีอย่างงอน ๆ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายอ่านแผนของตนเองออก

"นี่ไม่ใช่เวลาจะมางอนตุ๊บป๋องนะแม่คุณ หัดดูสถานการณ์รอบตัวซะบ้าง"

"ก็แหม!! เห็นเจ้าทำหน้าซีเรียสข้าก็อยากจะให้เจ้าผ่อนคลายบ้างนี่นา!!" ซิลเวียหันควับกลับมาอย่างรวดเร็วพลางตีสีหน้าออเซาะ

"จะเครียดหนักกว่าเดิมน่ะสิไม่ว่า" อัลลูไคบ่นอุบอิ๊บแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะหูของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าก็ช่างดีเสียเหลือเกิน

"ว่าไงนะยะ!!!" ซิลเวียชักสีหน้าไม่พอใจพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้อัลลูไคทันที แต่อัลลูไคก็ยังคงทำสีหน้านิ่งเฉยก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่นอย่างเร็วที่สุด

"เปล่าแค่พูดกับตัวเอง พักเรื่องมุกตลกที่ขำไม่ออกของเจ้าไว้แค่นี้ก่อนเถอะ ไหนลองว่ามาสิคริสตัลคอร์ของดาร์กเรย์เบลดเป็นอะไรไป"

น้ำเสียงของอัลลูไคดูเยือกเย็นลงทำให้ซิลเวียเลิกชักสีหน้าบึ้งตึงและเริ่มอธิบายสิ่งที่เธอรู้ทันที

"เมื่อกี้นี้ตอนส่งจ่ายพลังงานรู้สึกว่ากำลังของพลาสติน่าที่ส่งออกมาพลังขึ้น ๆ ลง ๆ ผิดปกติน่ะ สงสัยว่า........"

"คริสตัลคอร์ได้รับความเสียหายจากตอนนั้นเหรอ?" อัลลูไคเอ่ยขึ้นก่อนที่ซิลเวียจะอธิบายจบจึงทำให้เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะใช้การพยักหน้าแทนคำตอบ

"ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ปรับลิมิตให้อยู่ที่ 5% สิ" ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ทว่าสาวน้อยที่อยู่กับเขาถึงกับทำสีหน้าตกตะลึงราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน  

"5% งั้นเหรอ? เจ้าจะบ้าหรือยังไง!!!!? แบบนั้นระบบป้องกันกับ....."

"ก็ยังดีกว่าดึงดันใช้ไปโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างล่ะน่า ทำตามที่ข้าบอกซะ"

".........ตามใจ เกิดอะไรขึ้นข้าไม่รับรู้ด้วยนะ" พูดจบซิลเวอร์ก็กระโดดเข้าไปในห้องควบคุมของดาร์กเรย์เบลด ส่วนอัลลูไคยังคงยืนมองดูทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาพลางครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ในใจ

...ถ้าเรายังรอดอยู่ได้แสดงว่าเจ้าพวกนั้นคงจะยังปลอดภัยดี ห่วงแต่เจ้าหนูนั่นจะคุ้มครององค์หญิงได้หรือเปล่านี่สิ คงต้องรีบตามหาแล้วสิ แต่จะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะที่นี่มันที่ไหนก็ไม่รู้เลยซะด้วยแล้วที่สำคัญ......

ขณะที่กำลังครุ่นคิดไปเรื่อย ๆ นั้นเสียงของซิลเวียก็ดังขึ้นขัดทำให้ความคิดของอัลลูไคหยุดชะงักลง

"ข้าปรับตามที่เจ้าบอกแล้ว ที่นี้จะเอายังไงต่อ?"

ซิลเวียเอ่ยถามพลางจ้องมองใบหน้าที่ดูสงบนิ่งของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ฝ่ายอัลลูไคแม้จะได้ยินคำถามนั้นชัดเจนแต่ก็ไม่สามารถตอบได้เขาจึงยังคงยืนนิ่งเฉยทำตัวราวกับไม่ได้ยินคำถามนั้น

"นี่ฟังข้าอยู่หรือเปล่าเจ้าคะ!!?" ซิลเวียเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจนั้นเคืองเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน

"เฮ้ ๆ ประชดข้าด้วยสีหน้าแบบนี้ข้าไม่ค่อยจะชอบเลยนะ"

อัลลูไคหันมองมองดูใบหน้าที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสานั้นแล้วก็พลางเหงื่อตกเล็กน้อยเพราะรู้จักนิสัยของซิลเวียดีที่สุดเวลาที่ยิ้มแบบนี้เธอมักซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้และมันไม่เคยเป็นสิ่งที่ดีเอาเสียเลย ใบหน้าของสาวน้อยใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนริมฝีปากแต่จะชนกันอยู่แล้ว

"เอาเป็นว่าลองสำรวจรอบ ๆ ดูก่อนก็แล้วกัน" อัลลูไคเสนอความคิดเท่าที่จะนึกได้ในเวลานี้ออกไปทันทีเพื่อให้ตนเองหลีกหนีไปจากสถานการณ์นี้ให้ได้โดยเร็ว
 
"อือ!!"

ซิลเวียตอบรับพลางถอยหน้าออกห่างอย่างรวดเร็วก่อนจะกระโดดกลับเข้าไปในดาร์กเรย์เบลดส่วนอัลลูไคนั้นค่อย ๆ เดินตามไปทีหลังเมื่อทั้งสองเข้ามานั่งประจำที่ของตนเองในส่วนควบคุมของดาร์กเรย์เบลดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อัลลูไคก็ยื่นมือไปจับลูกแก้วสีแดงสดทั้งสองลูกที่วางอยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซิลเวียที่นั่งอยู่ต่ำกว่าเขานิดหน่อยก็ทำเช่นเดียวกัน ลูกแก้วทั้งสี่ลูกส่องแสงออกมาราวกับตอบรับสัมผัสของทั้งสอง ภาพภายนอกถูกแสดงออกมารอบทิศทางราวกับว่าเขาทั้งสองกำลังลอยอยู่กลางอากาศและในตอนนั้นเองดาร์กเรย์เบลดก็เริ่มเคลื่อนไหวมันค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นอย่างช้า ๆ และเริ่มพับร่างกลายเป็นโหมดยานบินรูปมังกรและบินทะยานหายไปบนท้องฟ้าในยามราตรี

เช้าวันรุ่งขึ้นหน่วยตรวจสอบจากฐานทัพใหญ่ของบอลน์ก็มาถึงสถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของฐานทัพในเขตแอฟริกาเหนือซึ่งบัดนี้มันเหลือเพียงที่รกร้างว่างเปล่าเท่านั้น การติดต่อสุดท้ายจากฐานทัพแห่งนี้คือ ถูกโจมตีโดยหุ่นยนต์ลึกลับที่คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นใหม่ของเอลฮังค์ แต่ภาพถ่ายดาวเทียมที่จับได้นั้นได้แสดงถึงการระเบิดที่รุนแรงราวกับฐานทัพแห่งนี้ถูกถล่มด้วยอาวุธทำลายล้างอย่างดาวเทียมพิฆาตเสียมากกว่า สำหรับนายทหารชั้นสูงของพวกบอลน์แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวอันดำมืดไม่ต่างกับปริศนาในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าและแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่นิ่งนอนใจไม่ได้ และแน่นอนว่ากลุ่มที่ถูกตั้งเป้าว่าเป็นผู้ลงมือก็คือ เอลฮังค์

ฝ่ายดาร์กเรย์เบลดที่กำลังบินสำรวจพื้นที่โดยรอบไปอย่างไม่มีจุดหมายอยู่นั้นก็ได้พบกับเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากฐานทัพแห่งนั้นไปราว ๆ 50 กม.

"อัลลูไคดูนั่นสิ!!!" ซิลเวียรีบส่งเสียงบอกชายหนุ่มผู้ที่กำลังตั้งสมาธิกับการควบคุมเครื่องอยู่ในทันทีที่ยังมองเห็นเมืองที่อยู่ไกลลิบ

"เมืองงั้นเหรอ?"

"อือ ลงไปสำรวจที่นั่นกันเถอะ"

ซิลเวียแสดงสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นส่วนอัลลูไคยังคงตีสีหน้านิ่งเฉยไม่พูดอะไรแต่เขาก็ควบคุมดาร์กเรย์เบลดในโหมดมังกรบินมุ่งหน้าไปยังเมืองที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าโศกนาฏกรรมได้รอทั้งสองอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 17, 2010, 06:01:23 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2009, 08:26:23 PM »

Episode 2 Earth Routh –Rebellion of Darkness- (ต่อ)

--------------------------------

"เหล่าทหารกล้าของบอนล์ทุกคน! จงดูภาพที่เกิดขึ้นนี้ซะ!"

มอนิเตอร์ขนาดใหญ่ฉายภาพอดีตฐานทัพของบอนล์ในแอฟริกา ซึ่งในตอนนี้เหลือแต่พื้นที่รกร้างว่างเปล่าเท่านั่น...

"ที่แห่งนี้ เมื่อวันก่อนยังมีพี่น้องของเราจำนวณมาก ยืนหยัดอยู่แต่บัดนี้ทั้งหมดได้หายไปแล้ว!"

"สัญญาณสุดท้ายจากเหล่าทหารกล้าของพวกเราที่ได้จากไปนั่น บอกว่าพวกเขาถูกโจมตีโดยหุ่นยนต์รุ่นใหม่ลึกลับของเอลฮังค์"

"ทั้งๆที่พวกเราพยามจะยุติการต่อสู้ไร้สาระนี้โดยสันติวิธีแล้วแท้ๆ แต่พวกเอลฮังค์กลับไม่สนใจ แสดงให้เห็นว่าพวกมันปรารถนาและโหยหาซึ่งสงคราม!"

"พวกเราบอนล์! จะไม่ยอมให้มีการพัฒนาอาวุธทำลายล้างรุนแรงแบบนั่นใช่มั้ย!"

"ใช่!!!"เสียงสนับสนุนจากเหล่าทหารของบอนล์ในฮอลดังกระหึ่มไปทั่วนายทหารระดับสูงผู้ปราศัยจึงชิงโอกาศนี้พูดต่อไปว่า

"พวกเราบอนล์ใฝ่หาความสงบสุขและความถูดต้องใช่มั้ย! ใฝ่หาสันติภาพใช่มั้ย!"

"ใช่!!!"้คราวนี้เสียงตอนรับกระหึ่มยิงกว่าครั้งแรกอีก

"สันติภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้หากยังมีพวกอย่างเอลฮังค์อยู่!พวกเราทุกคนจงลุกขึ้น!และเดินหน้าสู้กับความชั่วร้าย! ความชั่วร้ายที่ชื่อเอลฮังค์!!!!!"หลังสิ้นเสียงคำพูดเสียงเฮพร้อมกับเสียงตบมือก็ดังลั่นไปทั่วฮอล ก่อนที่เสียงเหล่านั่นจะถูกกลบด้วยเสียงของกระสุนปืนหนึ่งนัด...

ร่างของนายทหารระดับสูงผู้กล่าวปราศัยล้มลงกับพื้นเลือดสีแดงไหลเจิงนองพื้นไป.... ทหารทั้งหมดทั่วฮอลหันไปทางต้นเสียงปืนในทันที...

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเอลฮังค์ซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลังเวทีเป็นผู้ลั่นไก หลักฐานยังอยู่ในมือของเขาปืนพกหนึ่งกระบอกและควันสีขาวที่ลอยออกมาจากกระบอกปืน

"เฮ็ย เอลฮังค์! จับมันเร็ว!"

"ฆ่ามันซะ เพื่อสันติภาพของพวกเรา!"

"เอลฮังค์มันขัดขวางความสงบสุขฆ่ามันซะ!"

ชายหนุ่มในเครื่องแบบของเอลฮังค์ดูถ้าไม่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขายังดูเฉยเมยไม่ได้ตกใจอะไรแม้ทหารของบอนล์จำนวณมากจะพุ่งเข้ามารุมล้อมเขาก็ตาม...

"เอลฮังค์ จงเจริญ!"เขาพึมพำขึ้นมาอย่างเลื่อนลอยแต่ว่าใช้เสียงค่อนข้างดังก่อนจะหันปืนไปทางทหารของบอนล์ที่รุมล้อมเขาอยู่แล้วรั่วกระสุนใส่...

เหล่าการ์ดที่พยามจะเข้ามาจับกุ่มโดยไม่ใช้อาวุธจึงต้องจำใจควักอาวุธของตัวเองออกมาแล้วเล็งไปที่ร่างของชายคนนั่น....

แล้วภาพก็ตัดไปตรงนี้...เป็นการจบเหตุการฆาตกรรมในวีดีโอปราศัยของบอนล์ ซึ่งทำการเผยแพร่ถ่ายทอดไปทั่วโลก ผู้คนทั่วโลกได้รับชมภาพนี้รวมถึงผู้นำของบอนล์"เรยนาร์ด ลาวิอัส"เองก้ด้วย

"ฮะฮะฮะ สุดยอดเลยโววาร์ด แผนการที่นายเสนอมาเนี่ยโดนใจฉันจริงๆ ดูวุ่นวายเป็นบ้า"เรย์นาร์ดตบมือหลังจากที่พึ่งได้เห็นเหตุการณ์ไป

ชายที่ชื่อโววาร์ดยืนหลบอยู่ในมุมมือของห้องนั่นเขาใส่ชุดเสื้่อโค๊ทสีน้ำตาลแก่ใบหน้าของเขานั่นถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำที่มีหลายหัวกระโหลกเพ็นส์ไว้...เขาก็คือมาร์กโววาร์ดหัวหน้าฝ่ายวิจัยของบอนล์...

"แต่จะดีเหรอ....อย่างน้อยๆไอ้คนที่ตายไปนั่นยังทำประโยชน์ให้นายได้ไม่ใช้เหรอ?"โววาร์ดถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเหมือนกับว่าเขาสามารถคาดคะเนคำตอบที่จะออกมาจาปากของเรย์นาร์ดได้

"คนที่มีประโยชน์ยังมีอีกมากมาย หมอนั่นเองหมู่นี่ก็ชักจะใช้การไม่ได้แล้วพูดอะไรก็ไม่เห็นรู้เรื่อง"เรย์นาร์ดเอ่ยออกมาก่อนจะกระแอมแล้วหันไปถามโววาร์ดว่า"ยากระตุ้นที่ใช้กับสมาชิกเอลฮังค์ที่จับได้คนนั่น ก็ดีเหมือนกันนะแม้จะดูทื่อๆไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็ถือว่าใช้ได้ระดับนึงที่ต้องห่วงคงมีแค่ปัญหาที่ว่าเอลฮังค์จะออกมาบอกว่าจัดฉากหรือเป็นการแสดงงั้นสินะ?"

"ไม่...เอลฮังค์ไม่ทำแบบนั่นหรอก"โววาร์ดเอ่ยเรย์นาร์ดก็ทำสีหน้างสัยก่อนเอ่ยถามออกมาว่า..."นายหมายความว่ายังไงโววาร์ด?"

"สำหรับเอลฮังค์แล้วตอนนี้นะพวกมันอยากจะทำศึกกับเราใจจะขาดแล้วตั้งหาก เพราะพวกเราไล่โจมตีกดดันมันไปเรื่อยๆ แม้ว่าเอลฮังค์ประสิทธิภาพของอาวุธจะดีกว่าเราแต่อย่าลืมว่าเรามีกำลังมากกว่า และยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอีกด้วย ซึ่งมันก็ทำให้เอลฮังค์เคลื่อนไหวได้ลำบาก เพราะการจะบุกโจมตีฐานของพวกเราสักทีนั่นเอลฮังค์เองต้องเผชิญกับแรงกดดันจากพวกประชาชนบริเวณรอบๆืำให้ไม่สามารถที่จะโจมตีได้สะดวกนัก... แต่ผลจากการกระทำครั้งนี้ทำให้พวกมันสามารถรบได้เต็มรูปแบบแล้วเพราะเราประกาศที่จะทำสงครามกับพวกมันอย่างจริงๆจังๆ เพราะงั้นไอ้เรื่องที่ปิดหูปิดตาประชาชนว่าเราโดนบอนล์โจมตีข้างเดียวก็ใช้ไม่ได้แล้วนะสิ..."โววาร์ดอธิบายแต่เมื่อเรย์นาร์ดฟังจบเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกับเอ่ยว่า

"ทำแบบนั่นมันจะไปสนุกได้ยังไงล่ะโววาร์ด ดีซะอีก ทำให้เรารบกับมันได้เต็มรูปแบบ... ไม่ต้องยั้งอาวุธมหาประลัยต่างๆเอาไว้แล้ว~"

"ของพวกนั่นใช้ยิงซี้ซั่วเดี้ยวเรื่องที่อตุสาห์สร้างภาพมาตลอดมันจะแดงเอานะ..."โววาร์ดเตือนเรย์นาร์ดก็ยิ้มพร้อมกับหันไปมองทางจอทีวีแล้วเอ่ยว่า"ไม่ต้องกลัวไปหรอก... ยังไงซะประชาชนทั่วไปเองก็ไม่ยินดีต้อนรับเอลฮังค์อยู่แล้ว ยังไงบอนล์ก็เป็นฮีโร่ของโลกใบนี้ ใครขัดขวางก็ทำให้มันหายไปใครยอมศิโรราบก็ปล่อยไป....นี่แหละวิธีการของบอนล์ล่ะ!"

"มั่นใจจังเลยนะ...แต่ช่างเถอะฉันก็ไม่ได้รังเกียจไอ้วิธีการแบบนี้สักเท่าไรด้วยสินะ หึหึหึ"โววาร์ดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป

--------------------------------

ตัดกลับมาทางด้านยานบลูกาแลคเซียแองเจิลที่กำลังประจำอยู่แถวๆทวีปยุโรป....เหล่าลูกเรือในยานเองก็ได้ชมการถ่ายทอดสดของบอนล์ผ่านสัญญาณท้องถิ่นด้วยเช่นกัน...

"หนอยพวกบอนล์! สมาชิกเอลฮังค์ทำไมถึงไปโผล่หลังม่านล้วออกมายิงได้ฟร่ะ!จัดฉากชัดๆ"หนึ่งในลูกเรือของยานบลูกาแลคเซียแองเจิลเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหหลังจากชมการถ่ายทอดเมื่อสักครู่...

พวกรัตน์กำลังนั่งอยู่ในห้องอาหารของยาน ซึ่งในโต๊ะนี้ประกอบด้วยเฟอร์เดอริก้าที่กำลังกงเหล้าแต่หัววันโมโมะที่ตักเค้กเข้าปากแบบไม่กลัวน้ำหนักขึ้น รัตน์ที่นั่งอยู่เฉยๆตรงหน้ามีน้ำเปล่าแก้วนึง...แหละ...ลูซิเฟอร์เฮลไครช์ที่กำลังยัดอาหารหลายสิบจานตรงหหน้าทั้งหมดลงกระเพราะ

"ถึงจะดูแล้วรู้ๆว่าจัดฉากก็เถอะ คนบนโลกที่โดนบอนล์เป่าหูก็พร้อมจะขยี้อยู่ทุกเมื่อแล้วนิ...ที่สำคัญ"เฟอเดอริก้าเป็นผู้พูดและหยุดประโยคนี้ไปก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสุดเกี้ยวกราดว่า"ถ้ามีหุ่นใหม่สร้างมาจริงฉันต้องได้เห็นก่อนคนแรกอยู่แล้วล่ะย่ะ!!!"

"ไม่ใช้ว่าคุณเฟอเดอริก้างอนที่ว่าอาคาน่าทำมาแทบตายพลังทำลายก็ไม่เท่าหุ่นลึกลับตัวนั่น แถมหุ่นลึกลับตัวนั่นยังโดนเขาหาว่าเป็นอาวุธของเอลฮังค์อีกทั้งๆที่ไม่ใช้ คุณเฟอเดอริก้าเลยรู้สึกเหมือนโดนดูถูกทางอ้อมสินะครับ"รัตน์พึมพำก่อนจะโดนเฟอเดอริก้าเอากับแกล้มเหล้าโปะใส่หน้า....

"อย่ามาวิจารณ์ฉันนะย่ะ!"เจ๊เฟอเดอริก้าวีน แต่รัตน์ยังคงไม่รู้สึกอะไรหรือเขาคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่าเฟอเดอริก้าต้องมีปฎิกริยาตอบกลับแบบนี้กันแน่ก็ไม่รู้

"(อะ ได้เวลาทำคะแนน!)"โมโมะเริ่มแผนการจู่โจมของเธอโดยทันที

"รัตน์คุงเดี้ยวฉันเช็ดให้น่า~"โมโมะหยิบผ้าเช้ดหน้าขึ้นมา หมายมั่นว่าจะทำคะแนนความรักจากรัตน์ให้ได้แต่ผลปรากฎว่า....

"ไม่ต้อง เธอมันซุ่มซ่ามยิ่งเช็ดเดี้ยวยิ่งเลอะ..."ว่าแล้วก็แย่งผ้าเช้ดหน้าจากมือโมโมะเข้าไปเช็ดเอง.....

"ระ รัตน์คุงใจร้าย!!!!! เขาอุตสาห์หวังดีนะค่า~~~~~"และแล้วโมโมะจังก็วิ่งหนีจากไปพร้อมกับน้ำตาเหมือนนางเอกการ์ตูนผู้หญิงที่พระเอกโดนนางอิจฉาแย่งไปไม่ก็ปาน...ใช่เหมือนตอนที่แล้วเลย...

"แล้วสรุปว่า นั่นไม่ใช้ฝีมือพวกนายสินะ..."ลูซิเฟอร์เอ่ยถามหลังจากสวาปามของกินตรงหน้าจนหายไปหมดแล้ว

"ไม่ใช้แน่นอนล่ะ....พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องไปทำลายฐานทัพนั่น...."รัตน์วิเคราะห์เขายังคงแปลกใจไม่หายเมื่อกัปตันของยานลำนี้ไลล่า เรย์ อิลูชั่นต้อนรับคนที่อ้างว่ามาจาก"โลกใต้พิภพ"อย่างลูซิเฟอร์ได้อย่างง่ายๆและดูไม่มีท่าทีตกใจเลย

ย้อนกลับไปเมื่อวาน ที่สะพานเดินเรือ

"ไม่ได้เจอกันนานนะ รัตน์"กัปตันสาวอายุ20แต่รูปร่างประมาณเด็กมัธยมต้นชื่อของเธอก็คือไลล่า เรย์ อิลูชั่นซึ่งรับหน้าที่เป็นกัปตันของยานบลูกาแลคเซียแองเจิลที่พวกรัตน์ต้องมาประจำการณ์

"กัปตันเองก็ยังเตี้ยไม่เปลี่ยนเลยนะครับ...."รัตน์ทักทายก่อนจะโดนเฟอเดอริก้าตบหัวทิ่ม ไลล่านั่นไม่ได้ใส่ใจอะไรพร้อมเอ่ยว่า"เหมือนเดิมจริงๆแฮะ...."

"ส่วนหนูโคฮานะ โมโมะยินดีที่ได้รู้จักค่ะ~"โมโมะกล่าวแนะนำตัวเองกับไลล่าซึ่งไลล่าก็ยิ้มตอบ...

ทีนี้มาถึงปัญหาใหญ่...ลูซิเฟอร์นั่นเอง...

"ฉันชื่อลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์ เป็นคนจากโลกใต้พิภพน่ะ!"ลูซิเฟอร์พูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยมากๆ

"งี้นี่เองมิน่าล่ะหุ่นของเธอ คุณเอ็ดเวิร์ดไปตรวจสอบแล้วแต่ก็อธิบายไม่ได้ ถ้าไม่ใช้หุ่นของโลกนี้ก็พอจะเข้าเค้าอยู่"ไลล่าวิเคราะห์ รัตน์เริ่มสงสัยว่าไลล่ารับเรื่องเหล่านี้ง่ายๆได้ยังไงแต่ก็นะกัปตันไลล่าเป็นคนที่เขาไม่มีทางเข้าใจความคิดเด็ดขาดเพราะงั้นเขาถึงได้โดนลากมาเป็นลูกน้องเธอยังไงล่ะ

"ฉันขึ้นมาโลกเบื้องบนก็เืพื่อฝึกฝนตัวเองแล้วก็เจ้าอิซิออนนะัคนสร้างมันขอร้องมาว่าช่วยเอาไปใช้บกป้องโลกเบื้องล่างกับโลกเบื้องบนด้วย แต่ขึ้นมาก็เจอศัตรูแบบนี้แสดงว่าเราดวงซวยชะมัดเลยแฮะ"ลูซิเฟอร์บ่นขึ้นมา....กัปตันไลล่านิ่งเงียบไปสักครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ถ้างั้นฉันจะบอกให้คุณฟังนะค่ะว่าพวกเราเป็นใครแล้วกำลังสู้รบกับใครอยู่..."

"หลังจากนี้ถ้าคุณคิดจะเข้าร่วมกับเราก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ หรือถ้าคุณไม่ชอบวิธีการของพวกเราคุณก็ไปได้เสมอค่ะ"ไลล่าอธิบาย ทั้งสะพานเดินเรือก็ตกอยู่ในความเงียบ..

"เอาล่ะ รัตน์คุงอธิบายให้เขาฟังทีสิจ๊ะ..."กัปตันไลล่าเอ่ยออกมาพร้อมเอานิ้วชี้จิ้มแก้ม....รัตน์อดคิดไม่ได้ว่า20แล้วยังจะแอ็บแบ้วอีกเหรอ....เหนืออื่นใดทำไมต้องมาใช้ฉันอีกแล้วล่ะเนี่ย...

"พวกเราคือเอลฮังค์กองกำลังต่อต้านองกรณ์ทหารติดอาวุธบอนล์ หน้าที่ของพวกเราก็ตามชื่อนั่นและโจมตี กำจัดและทำลายล้างพวกบอนล์ให้หมดสิ้น"รัตน์เริ่มอธิบาย

"อืมงั้นหมายความว่าศัตรูที่ฉันสู้ด้วยก็พวกบอนล์สินะ"ลูซิเฟอร์ถามรัตน์ก็พยักหน้า...

"หลังจากที่คนบนโลกอพยพไปอยู่บนอวกาศได้เกือบสองศตวรรษ....ก็เกิดความขัด..."ระหว่างที่รัตน์กำลังจะอธิบายก็โดนลูซิเฟอร์ยกมือขึ้นห้ามแล้วเอ่ยถามว่า "เดี้ยวๆ คนบนโลกเบื้องบนเขาออกไปอาศัยอยู่ในอวกาศได้ยังไง?"

"ก็สร้างที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่รูปทรงกระบอกที่เรียกว่าอาณานิคมขึ้นนะแล้วปล่อยขึ้นไปบนฟ้า...."รัตน์ตอบคำถาม คนอื่นบนสะพานเดินเรือเริ่มรู้สึกว่าสงสัยกว่าจะอธิบายให้ลูซิเฟอร์เข้าใจคงกินเวลาอีกนานโขแหง่มๆ...

"ก็เกิดความขัดแย้งระหว่างมนุษย์โลกกับคนที่อาศัยอยู่บนอวกาศขึ้นจนลามมาเป็นสงคราม สงครามครั้งนั่นถูกเรียกว่าสงครามหกเดือนภายหลังสงครามนั่นฝ่ายโลกที่ได้ชัยชนะก็ก่อตั้งบอนล์ขึ้นมา..."รัตน์หยุดเพราะเห็นว่าลูซิเฟอร์ทำท่าจะถาม...

"งั้นพวกนายเองก็เป็นกองกำลังของคนบนอวกาศที่ยังดื้อไม่ยอมแพ้สงครามสินะ.."ลูซิเฟอร์ถามแต่ข้อนี้โมโมะแย้งขึ้นมาว่า "อย่าเอาพวกเราไปเปรียบกับพวกบ้าสงครามนะค่ะพวกเรานะต่อสู้เพื่อช่วยเหลืออาณานิคมอยู่ต่างหาก!"

"บอนล์นะ ทำหน้าที่เหมือนตำรวจควบคุมชาวอวกาศที่เหลืออยู่....แต่ว่านะ วิธีการของพวกมันโหดร้ายเกินกว่าพวกเราจะรับได้ สำหรับพวกมันนะชาวอวกาศไม่ต่างอะไรจากทาส โดนริดลอนสิทธ์ไม่ได้รับการปฎิบัติเหมือนกับมนุษย์..."รัตน์หยุดไว้แค่นี้เพื่อดูปฎิกริยาของลูซิเฟอร์แต่เขายังคงนิ่งเงียบรัตน์จึงเอ่ยต่อไปว่า

"ต่อมาไม่นานก็มีคนที่ทนกับการกระทำของบอนล์ไม่ไหวลุกขึ้นมาก่อตั้งเป็นกองกำลังต่อต้านพอมีมากเข้ากองกำลังต่อต้านเหล่านั่นจึงได้มารวมตัวกันเป็นเอลฮังค์...กองกำลังต่อต้านบอนล์ยังไงล่ะ....เรื่องก็มีแค่นี้แหละ"รัตน์จบการอธิบาย...

"งั้นสรุปก็แค่ พวกนายไม่พอใจที่พวกนั่นกดขี่พวกนายสินะ ก็เลยรวมตัวกันทำสงครามต่อต้านพวกบอนล์นะ....ฉันเองไม่ชอบพวกที่รุกรานใครก่อนตอนนี้ฉันเองก็กำลังมองพวกนายแบบนั่น!"ลูซิเฟอร์เอ่ยออกมาโมโมะเลยตะโกนออกมาว่า"ไม่ใช้นะค่ะ เพราะว่าพวกบอนล์นะทำเรื่องที่โหดร้ายกว่าที่เราจะยอมได้ต่างหากค่ะ!"

เฟอร์เดอริก้าที่จุดบุหรี่ขึ้นสูบตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้พ่นควันออกจากปาก...ทั้งๆที่ในสะพานเดินเรือห้ามสูบบุหรี่แท้ๆเอ่ยขึ้นมาอย่างท้อใจว่า"ลูซิเฟอร์ก็พูดถูกนะ...โมโมะจังพวกเรานั่นแหละเป็นฝ่ายที่ก่อสงครามก่อนแต่ว่า....ลูซิเฟอร์นายยังไม่ได้เห็นการกระทำของพวกบอนล์สินะ..."

"การกระทำของพวกบอนล์?...."ลูซิเฟอร์ทวนคำรัตน์จึงเสริมขึ้นมาว่า"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นต่อให้เราบอกว่าบอนล์นะโหดร้ายแบบไหนนายก็คงเชื่อยากอยู่เพราะฉะนั่น..."

"นายก็มากับพวกเราสิ! แล้วก็มองโลกใบนี้ด้วยสายตาของเธอเอง....ใช้สายตาของหน้าตัดสินโลกใบนี้ด้วยตัวนายเอง...พวกฉันจะเป็นคนผิดหรือบอนล์จะเป็นคนผิด เรื่องนี้มีแต่ตัวนายเองเท่านั่นที่จะตัดสินใจได้!"รัตน์พูดประโยคนี้อย่างชัดถ้อยชัดค้ำดูเหมือนโมโมะจะปลาบปลื้มหรือหลงในความเท่ของรัตน์ไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนคนอื่นก็ได้แต่งงเป็นไก่ตาแตกว่า"รัตน์มันพูดเรื่องดีๆแบบนี้เป็นกับเขาด้วยเหรอ...."

"หึ ได้งั้นฉันจะอยู่ที่นี้สักพักฉันเองก็ไม่คิดว่าพวกนายเป็นคนเลวร้ายอะไรหรอกอย่างน้อยๆความตั้งใจที่ร้อนผ่าวของนายนั่นก็ส่งผ่านมาถึงฉันแล้วล่ะ!"ลูซิเฟอร์ประกาศรัตน์ก็ยิ้มมุมปากก่อนจะขอเขาไปจับมือกับลูซิเฟอร์...

เรื่องราวกำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 17, 2010, 06:29:43 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2009, 05:41:09 PM »

ขณะรัตน์กำลังนึกึงเหตุการณ์ของคราวานอย่างเรื่อยเปื่อยนั้น  ไม่นานดวงไฟรอบห้องก็เกิดกระพริบสองสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ  ลูกเรือต่างพากันหันไปมองรอบกายบ้างก็เหลียวหน้ามองรอบ ๆ ตัวอย่างตระหนกในทางกลับกันนั้นพวกรัตน์เองก็ไม่ได้แตกตื่นนัก  ในไม่ช้าดวงไฟบางดวงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสว่างวาบขึ้นเป็นคราว ๆ พร้อมส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยขึ้นมาดูเหมือนจะมีผู้บุกรุก ..และผู้บุกรุกสำหรับพวกเขาไม่มีใครอื่นนอกจากบอนล์อย่างแน่นอน เพราะสัญญาณเตือนภัยของพวกเขาใช่ว่าจะดังซี้ซั้ว

* ขอให้นักบินทุกคนเข้าประจำสถานีรบ นี่ไม่ใช่การฝึกฝน  ย้ำ  ไม่ใช่การฝึกฝน ...... ขอให้นักบิน---- *  เสียงโอเปอเรเตอร์ประจำยานกล่าวผ่านวิทยุก้องไปทั่วลำเรือ  ลูซิเฟอร์หยุดกินไปสักพักก็หันหน้าไปมองสบตารัตน์  พลอยทำให้เขาถอนหายใจออกวูบหนึ่งเหมือนจะแสนเนือยหน่ายกับการปะทะกันแบบนี้  ..แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาเลี่ยงไม่ได้ เลยจำต้องวิ่งไปประจำเครื่องของตนโดยไว

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

" .... . . ? "  ขณะที่รัตน์ขึ้นเครื่องแล้ว  กำลังเตรียมจะออกตัวก็มีสัญญาณภาพของโมโมะในอีกเครื่องจูนเข้ามาในค๊อกพิทหน้างอนแก้มป่องหันหน้าหนีอีกต่างหาก  มาให้ง้อถึงที่..  " เตรียมตัวพร้อมรึยัง "  แต่เขาก็ไม่ได้สนใจจะง้อเธอหรอก

* ..จิ๊~ *  โมโมะยิ่งจะงอนหนักเข้าไปอีก ถึงกับค้อนหน้าหนักกว่าเก่า

" เลิกทำตัวไร้สาระแล้วเตรียมรับมือศตรูได้แล้วน่า .. "  นอกจากไม่โดนง้อยังถูกต่อว่าอีกต่างหาก ทำเอาเธอก้มหน้างุดซีดเซียวไปทั้งร่างน่าสงสารอย่างยิ่ง..ล่ะมั้งนะ   สักพักนั้น เสียงของไลล่าจึงส่งเข้ามาสู่อาคาน่าของทั้งสองรวมถึงอิ้กซิออนพร้อมแผนที่เชิงยุทธศาสตร์เพื่อวางรูปแบบการรับมือ  ซึ่งตอนนี้บลูกาแล๊คเซียได้จอดลำเรืออยู่เหนือผิวน้ำและฝั่งประเทศโปรตุเกสอยู่ไกลลิบ ๆ

* ดูเหมือนที่ฝั่งพวกบอนล์จะส่งเคลจาโบรมาเพื่อระดมยิงด้วย  เราจะเคลื่อนพลไปจนถึงริมฝั่งให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้มีพื้นที่ให้พวกเธอได้ใช้ปะทะกับพวกบอนล์สะดวกขึ้น  รัตน์คุงกับโมโมะจังให้ประจำการอยู่นอกลำเรือด้วยอาคาน่า ยิงโต้ตอบและคุ้มกันตัวเรือขณะเคลื่อนพล ...เราไม่สามารถใช้กราวิตี้แคนน่อนที่นี่ได้ เพราะมันเสี่ยงจะเป็นอันตรายกับชั้นบรรยากาศ  ลูซิเฟอร์คุง  เธอจะล่วงหน้าไปจัดการภาคพื้นดินทางโน้นก่อนที่เคลจาโบรจะเริ่มส่งฝนระลอกแรกเข้ามาหาเรา *  ทั้งสามนิ่งเงียบฟังแผนการอย่างจดจ่อ ..เว้นแต่โมโมะที่ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะยังอารมณ์ค้างอยู่กับท่าทีของรัตน์  จ๋อยก็ดี งอนก็ดี  แต่เธอก็พอจะฟังแผนการเข้าใจอยู่หรอก  * คำสั่งเพิ่มเติมจะตามมาทีหลังหากมี ...ถ้าทราบแล้วก็ไปได้! *

อาคาน่าของรัตน์กับโมโมะนั้นได้เดินมาขึ้นชั้นลิฟท์คอนเทนเนอร์เพื่อส่งตัวหุ่นขึ้นไปประจำการบนลำยาน  ขณะเดียวกันกาแล๊คเซียก็เริ่มประจุบูสเตอร์เพื่อเทคออฟขึ้นจากผิวน้ำ  ....เวลานั้น ฝูงบินจาโบน่าได้ร่อนเข้าประชิดใกล้ขึ้นและเริ่มระดมยิงบีมไรเฟิ่ลใส่แล้ว  แต่กระนั้นบีมยังไม่รุนแรงพอที่จะฝ่าสนามม่านแรงโน้มถ่วงของกาแล๊คเซียเข้ามาได้

" วุ่นวายกันได้แทบไม่เว้นวัน ...ฉันเบื่อเต็มที! "  รัตน์ออกอาการของขึ้นพลันระเบิดไอ้พ่นทะยานขึ้นสู่น่านฟ้าในความเร็วสูง มือขวาของซาก้าสะบัดขึ้นมาด้านหน้าเกิดเปลวไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบก่อนปรากฏเปลวแสงสีเหลืองทองสว่างจ้าดั่งเต็มไปด้วยความร้อนมหาศาล  ซาก้าสะบัดมือนั้นเงื้อไปด้านหลังทั้งดีดตัวซิกแซ๊กซับบูสเตอร์ตามร่างกายเพื่อเลี่ยงจากห่ากระสุน  พริบตาก็เข้าประชิดจาโบน่าเคราะห์ร้ายหนึ่งตัวฝ่ามือขวาจ้วงประทับเข้าอกเต็มรักอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ทันเสียงโลหะปะทะสนั่นกับฝ่ามือที่จมยุบลงไปในแนวอกเล็กน้อย 

" นี่คือคำตอบของฉัน! "  ท้ายสุดเขาซัดมันขว้างลอยเข้าไปชนกับจาโบน่าที่อยู่ไม่ไกลกันนักอีกตัวทั้งเกิดระเบิดสนั่นร่วงไปพร้อมกันสองเครื่องควันเพลิงคลุ้งเต็มอากาศ  ม่านควันไม่ทันหายดีซาก้าทะยานร่างทะลุเปลวควันสะบั้นดาบไขว้เป็นแนวกากบาทฝ่าทะลุร่างจาโบน่าอีกเครื่องจนระเบิดกลางอากาศตามเพื่อนพ้องไปอีกลำ..

" กรี๊ดดด! รัตค์คุงเท่ห์มากค่า~~~! "  โมโมะอดจะร้องจ้าออกมาไม่ได้ด้วยความประทับใจเหลือหลาย ทว่า..

* ยัยบ้า! ถ้ามีเวลามากรี๊ดล่ะก็  ยิงสนับสนุนฉันได้แล้ว! *  รัตน์ก็ต่อสายมาต่อว่าอย่างไม่ทันจะตั้งตัวดี โมโมะน้อยตกใจจนไหล่ยก ทั้งเหงื่อกระเซ็นออกเป็นฝอย

" อ่า ..ง่า~ รัตน์คุงใจร้ายอ้ะ ใจเย็น ๆ หน่อยซี~ "  แม้น้ำเสียงของเธอจะออดอ้อนเขา แต่ในมือของโรมานส์ก็สะบัดเอาสตรีมแคนน่อนขึ้นมาประทับแนวพิสัย  ระเบิดกระสุนโหมดปกติระรัวออกไปทุกนัดล้วนเข้าเป้า  แม้ไม่ได้หนึ่งเป้าต่อหนึ่งนัก แต่เธอก็อาศัยการระเบิดของพวกมันสร้างแรงทำลายเป็นลูกโซ่ต่ออีกที 

ด้วยไหวพริบของโมโมะ ทันทีที่กระสุนนัดก่อนรองสุดท้ายของแม๊กกาซีนถูกยิงออกไป  จึงมีการจับภาพช้าที่มือข้างหนึ่งของโรมานซ์สะบัดไปยังช่วงต้นขาอันดีดยิงแม๊กกาซีนแพ๊คใหม่ขึ้นมา  มือของมันกุมรับได้อย่างแม่นยำทั้งสะบัดกลับมายังด้ามปืนในช่วงนัดรองสุดท้าย  และทันทีที่นัดสุดท้ายยิงออกไปแม๊กกาซีนกระบอกเปล่าพลันถูกดีดกระเด็นออกมาและเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แม๊กกาซีนแพ๊คใหม่ใหม่บรรจุเข้ารังเพลิงพอดีช่องอย่างแม่นยำ  เธอกระชับปืนระห่ำกระสุนแจกต่ออย่างไม่เสียจังหวะเลยทีเดียว

ซาก้าของรัตน์ทิ้งตัวลงบนผิวทะเลแต่โฮเวอร์บูสใต้ฝ่าเท้าของหุ่นนั้นทำให้ซาก้าทรงตัวยืนบนแนวผิวน้ำได้อย่างสบายใจ  รัตน์จ่ายไอพ่นไปยังซับบูสเตอร์ใต้ข้อต่อเท้าเพื่อเคลื่อนร่างไถลไปกับผิวน้ำดั่งเล่นเจ็ตสกี้  สองมือสะบัดออกก่อนหันไประดมยิงแก๊ตลิ่งทั้งสองข้างขึ้นไปยังฝูงบินจาโบน่าที่ยังคงทยอยกำลังมาหนุนเรื่อย ๆ แต่น่าแปลกที่หากจะขนกำลังมา  มาทั้งโขยงทีเดียวน่าจะได้ผลมากกว่าค่อย ๆ มาหนุนแบบนี้ ..

- ลันช์เบย์ / บลูกาแล๊คเซียแองเจิ้ล -

" ให้เหยียบเจ้าเนี่ยอะนะ ? "  อิ๊กซิออนของลูซิเฟอร์มองไปที่ฟุตล๊อตของลานปล่อยหุ่นที่ช่องยิงกำลังหุ่น ด้วยความไม่ค่อยจะคุ้นเคยเท่าไหร่นัก

* อ่าฮะ  เหยียบไปเลย เจ้านี่จะช่วยสร้างแรงดีดให้เธออกตัวได้ไวขึ้น  แต่มันคงส่งเธอไม่ถึงฝั่ง ดังนั้นใช้พลังที่เธอมีให้เป็นประโยชน์ด้วยล่ะ *  ไลล่าติดต่อด้วยซาวน์ออนลี่มาอีกที

" น่าสนุกดีแฮะ ...เอาล่ะ "  เขาคุมอิ๊กซิออนประทับฝ่าเท้าลงไป ยังดีที่มีหลายขนาดเพือรองรับหุ่นไซด์ที่ต่างกัน  " พร้อม! "  ร่างของจ้าวอัศนีเกิดสายฟ้าแล่นแปล๊บไปทั่ว  และดูจะมีมากที่สุดที่ช่วงขา พร้อมลูกแก้วทั่วร่างที่กราดแสงสุกสว่าง

* ลานปล่อยกำลังพิสัยไกลหมายเลข 3 - อิ๊กซิออน ...ไปได้! *  สิ้นเสียงไลล่าฟุตล๊อคเกิดก็เกิดประจุไฟฟ้าแล่ยวูบขึ้น  อิ๊กซิออนย่อตัวลงไปด้านหน้าเล็กน้อยก่อนฟุตล๊อคจะพุ่งออกไปด้วยความเร็วมหาศาลจนสุดลานส่งทั้งคลายล๊อคออกยิงเป็นจังหวะเดียวกันที่อิ๊กซิออนดีดตัวกระโจนขึ้นเหนือน่านฟ้าทำให้ร่างของมันทะยานขึ้นไปสูงลิบและองศากว้างทีเดียว ไม่เพียงจะถึงฝั่งแต่จะเลยด้วยซ้ำ

เคลจาโบรกว่าสิบเครื่องยังชายฝั่งเริ่มเตรียมกำลังมาตั้งป้อมพิสัยไกลพร้อมยิงถล่ม  ต่างเครื่องต่างประทับเท้าลงพื้นหนัก ๆ เพื่อสร้างความมั่นคง จัดองศากระบอกเหมาะเจาะทีเดียว  แต่ไม่ทันแม้แต่จะได้เล็งเป้า  เงาทมึนบางอย่างลอยทะยานออกมาจากกาแล๊คเซียที่อยู่ไกลลิบ  ร่างประดับไปด้วยเปลวแสงจากดวงแก้วสีเขียวสุกสกาว  ดวงตาเรียวคมอันน่าสะพรึงทั่วร่างครอบคลุมไปด้วยเปลวสายฟ้ามากมายลอยละล่องเมาจากเหนือท้องฟ้า

" เป็นอย่างที่ไลล่าบอกจริง ๆ ..เจ้าพวกนี้คงชื่อเคลจาโบรอะไรนั่นสินะ "  ดวงแก้วช่วงแขนและหน้าขากราดแสงสว่างจ้าเป็นพิเศษ ก่อเกิดเป็นเปลวสายฟ้าอันเต็มไปด้วยโทสะ  " โค๊ด เอนส์ : ไลท์นิ่งแม๊คนั่ม ... "  เขาเอ่ยเป็นเพียงเสียงแว่ว ๆ แต่กระนั้นกลับดึงเข่าข้างหนึ่งของจ้าวอัศนีขึ้น  และซัดถีบออกไปพร้อมกับฝ่ามือทั้งสองทะฟาดไปด้านหลัง  สายฟ้าระเบิดตัวออกจากฝ่ามือสร้างแรงส่งมหาศาลหนักหน่วงและเกรี้ยวกราดสมความเป็นสายฟ้า

:: [ Dead form Above ] ::
พริบตาฝ่าเท้าประทับเข้ากับกลางลำตัวเคลจาโบรเคราะห์ร้ายเครื่องหนึ่งครั้นจังหวะฝ่าเท้าประทับพื้นถล่มหน้าดินพังขึ้นเป็นเสี่ยง ๆ ทั้งเกิดช๊อคเวฟเป็นคลื่นสายฟ้ามหาศาลซัดกองเคลจาโบรมากมายบ้างกลิ้ง  บ้างกระจาย  บ้างกระเด็นไม่เป็นรูปทัพ  ร่างจ้าวอัศนียันเข่าขึ้นมาจากพื้นช้า ๆ ดวงตาเรียวคมสว่างวาบท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้ง  ตามมาด้วยคริสตันสีเขียวอ่อนทั่วร่างที่ส่องแสงสว่างเรืองรองอีกครั้ง  มันกางฝ่ามือทั้งสองออกข้างกายบังเกิดบอลสายฟ้าลูกย่อม ๆ เหนือฝ่ามือทั้งสองที่ค่อย ๆ รวมตัวกันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ....

มันประสานบอลสายฟ้าทั้งสองลูกเข้าด้วยกันเหนือหัวและกางมือกว้างออกช้า ๆ กลุ่มพลังสายฟ้าขนาดตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน่าสะพรึง  ที่สุดมันจึงพับแขนลงมาเบื้องหน้ากลุ่มพลังสายฟ้าเริ่มฟาดตนเองถล่มออกมารอบ ๆ พื้นทีที่เจ้านายมันประทับอยู่

" มาพว์ โค๊ด!! "  ลูซิเฟอร์คำรามอย่างดุดัน " เฮฟเวน!! ....พันนิชเชอร์!!! "  จ้าวอัสนีอัดประสานมือเข้าหากัน  กลุ่มบอลสายฟ้าพลันระเบิดถล่มออกจากกลางร่างฟาดถล่มไปทั่วสารทิศของอิ๊กซิออนซ้ำยังเกิดอัศนีบาศจากท้องฟ้าฟาดผ่าลงมารอบ ๆ ร่างของมัน  กระจายรัศมีถล่มกว้างออกไปเรื่อย ๆ ฝูงเคลจาโบรนับสิบ ๆ ต่างระเบิดเป็นจุลโดยสิ้น ...เหตุการณ์ทั้งหมาดผ่านไปไม่กี่นาทีเท่านั้น กองยิงหนุนระยะไกลของบอนล์ถูกทำลายระเนระนาดเสียแล้ว...  ฝุ่นควันยังไม่หายคลุ้งดี  แส่งสว่างสีเขียวอ่อนจากดวงตาที่คมวับพร้อมปัดแก้วและคริสตัลทั่วร่างต่างส่องสว่างอย่างบางเบาท่ามกลางซากหายนะฟ้าพิโรธนี้...

- บลูกาแล๊คเซียแองเจิ้ล -

" กัปตัน! แย่แล้วค่ะ!!  วัดค่าพลังงานความเข้มข้นสูงได้ที่ทิศ 9 นาฬิกา!! "  โอเปอเรเตอร์สะบัดหน้าไปบอกไลล่าด้วยความเลิกลั่น

" ว่าไงนะ!? "  เพียงขาดคำลำแสงพลังงานสูงขนาดย่อม ๆ ราวสามสายก็พุ่งเข้าปะทะกับม่านคลื่นแรงโน้มถ่วงของกาแล๊คเซียอย่างหนักหน่วง  แม้จะยังไม่สามารถทะลุเข้ามาได้ แต่ก็ทำให้ตัวเรือถึงกับสั่นและโคลงเลยทีเดียว  โมโมะกับคนในยานต่างร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ  ในทางเดียวกันโรมานซ์ที่ประจำการอยู่ก็พลอยเสียหลักเซตกลงจากกาบเรือไปด้านหลังแต่ยังดีที่ไม่พลิกลงน้ำไป

" คุณไลล่า!? โมโมะ!? "  รัตน์สะบัดหน้าไปมองมอนิเตอร์ที่แสดงภาพยานอันเอนโคลงไปเล็ก ๆ นั่นอย่างอึ้งปนตกใจ  จากเมื่อครู่เขาเองก็เกือบจะเบี่ยงตัวหลบลูกหลงแทบไม่ทันเช่นกัน " ม ...เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ!? "  อุทานเสร็จสรรพจึงสะบัดหน้าไปมองยังที่มาของอาวุธลำแสงอันร้ายกาจนี้

...ไกลออกไปอีกมากพอสมควรได้ปรากฏกองบินของจาโบน่าไม่ทราบรุ่นที่ถือปืนกระบอกใหญ่ไว้เครื่องละด้าม  มันแบกไว้เหนือบ่าและคล้ายว่ากำลังเริ่มประจุพลังงานใหม่อีกครั้ง ดูเหมือนจาโบน่ารุ่นนี้ถูกพัฒนามาเพื่อใช้กับปืนลำแสงอานุภาพสูงที่วิจัยได้จากข้อมูลที่เอลฮาวเคยขโมยส่งไปให้เป็นแน่  แต่ดูเหมือนข้อมูลนั้นจะยังไม่สมบูรณ์ดีนักจึงไม่อาจดึงประสิทธิภาพได้มากเท่าอาคาน่าแคนน่อน  แต่ที่รู้แน่ก็คือ  หากระลอกใหม่ถูกยิงมากาแล๊คเซียคงแย่แน่ ๆ และคงมีจำนวนลำแสงมากกว่าเดิมอีกแน่นอน

" เจ้าพวกจาโบน่ากะหลั่วเมื่อกี้แค่นกต่องั้นเรอะ ....บ้าเอ้ย! "  แม้ระยะทางจะไกลมาก  แต่หากเขารีบเร่งเครื่องเข้าไปยิงกอกวนได้ตอนนี้คงจะพอซื้อเวลาได้บ้าง  แต่มันทันที่จะได้เร่งเครื่องดี จู่ ๆ หุ่นของเขาก็ถูกหุ่นบางอย่างเข้าปะทะโครมเบ้อเร่อด้วยความเร็วสูงจนลอยถลากลับออกมาพร้อมกับมัน  " อั้ค!!??   อ..แอสซอลท์จาโบน่า!? "  จาโบน่ารุ่นความเร็วสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าประทะระยะประชิดเท่านั้น  ซึ่งคงเป็ฯผลการวิจัยข้อมูลของอาคาน่าเช่นกัน

* โมโมะ! ..โมโมะ!!  รีบลุกขึ้นมา เร็วเข้า~! *  ไลล่ารีบจูนสัญญาณเรียกโมโมะที่ล้มลงมาจากกาบยืนและนอนมึนอยู่สักพักใหญ่ ๆ เพราะแรกกระแทก

(" ให้ตายเถอะ ...ไม่ทันแล้ว ")  รัตน์พลอยสบททิ้งลงไปในใจ  แม้จะกระชากตัวแอสซอลท์จาโบน่าออกซัดหมัดลุ่น ๆ ปะทะกัน  แต่ดูเหมือนแอทซอลท์จาโบน่าจะพริ้วพอตัวเลยทีเดียว  เขาไม่สามารถรุดหน้าไปไหนได้หากมีมันขวางอยู่ซึ่งก็ไม่ทันเวลาทั้งขึ้นทั้งล่องเสียแล้ว....

...กองบินปืนมรณะประจุพลังงานบีมแคนน่อนใกล้สมบูรณ์แล้ว ทั้งตั้งแถวและแนวทิ้งระยะและรูปค่ายกลอย่างเหมาะสมกับอาวุธและการโจมตี  ภาพไหลย้อนช้า ๆ และเร็วขึ้นเรื่อย ๆ กลับไปขึ้นไปยังแนวชายฝั่ง  ผ่านแนวทุ่งหิมะกระทั่งลาดขึ้นไปตามแนวเขา ...ที่สุดก็ทะลุเข้ามาในเบ้าเซ็นเซอร์ของอะไรสักอย่างที่คล้ายจะเป็นเหมือนปืนลำกล้องยาวเฟื่อยกระบอกหนาและมีขาฉากตั้งอยู่ปล้ายลำกล้อง  ภาพย้อนกลับมาอีกเล็กน้อยนั้น ปรากฏเป็นหุ่นทรงมนุษย์ที่นอนตั้งลำปืนอันคล้ายจะเป็นสไนเปอร์ไรเฟิ่ลอยู่บนเชิงเขาสูงแต่ราบเรียบเหมาะจะเป็นที่ซุ่มของหุ่นโดยแท้

" ... ฮี้~ มาแล้ว ๆ ..อีกนิดนึง ๆ ...อั้ยย่า~ เป๊ะแล้ว ๆ "  เสียงของสตรีฟังดูเจื่อยแจ้วและขี้เล่นแว่วอยู่ภายในค๊อกพิท  ภาพหมุนกลับมาจับมุมส่องตรงเข้าจากเบื้องหน้าของไพล๊อท ...ซึ่งดูจะเป็นสตรีที่ใส่เพียงเสื้อกล้ามแสนประเจิดประเจ้อเนินอกอวบอิ่มปราศจากชั้นในหุ่นกายอรชรดั่งคุณหญิงจ้าวเสน่ห์  แขนยังคงกางจับคันบังคับข้าง ๆ แต่ด้วยตำแหน่งย้อนแสงนั้นทำให้เห็นใบหน้าเธอไม่ชัดเท่าไหร่นักนอกจากแนวผมที่ดูยุ่ง ๆ ปานขาดการหวีการดูแลแต่ยังคงดูสะอาดดี  และริมฝีปากนวล ๆ ดูชุ่มชื้นแม้ไม่ได้ทาลิปมันหรือลิปสติก....

" ...I be sink~~ u~~~ "  เธอผิวปากเล็ก ๆ เรียวปากที่งดงามฮัมเสียงหวานคลอกับเรียวนิ้วที่กดสวิทคันบังคับลงไป  เรียวนิ้วหุ่นเองก็พับเข้ากดลิ้นปืนจนนมิด  กระสุนทรงเรียวยาวและสุดแหลมคมระเบิดหมุนควงสะว่านพุ่งออกไปจากกระบอกปืนด้วยเทคนิคการจับภาพช้า  กระสุนอันเรียวแหลมทะยานแหวกอากาศพุ่งตรงออกไปไม่มีท่าทีจะลู่เลี้ยวตามทางลมระหว่างทาง  กระทั่งพุ่งมาจนถึงสีข้างของจาโบน่ารุ่นปืนใหญ่ลำแสง  ปลายปะทะผิวเหล็ก  กระทั่งเสียบทะลุเข้าไปภายใน....ทะลุผ่านเตาพลังงานและทะลุออกไปอีกฝั่งของตัวหุ่น  ตัวแล้ว ตัวเล่า ในแนวเดียวกัน 

กระทั่งเทคนิคการจับภาพช้าหยุดลงไป จาโปน่าที่ยืนจัดค่ายคนในแนวเดียวกันต่างก็เอนร่างกระเด็นตามแนวปะทะกระสุนลี้ลับ  ทั้งระเบิดตูมตามสนั่นน่านฟ้า สร้างความตกใจและความประหลาดใจให้กับนายกองเป็นอย่างมาก  หรือแม้กระทั่งกองยานกาแล๊คเซียก็เช่นกันที่ถึงกับงุนงงในสิ่งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน

" บู้ย่า~~ 10 คะแนนคูณ 5 เชนน์คิลเลอร์~~ "  เธอเลื่อนลำกล้อง  และระเบิดกระสุนออกไปอีกนัด  มฤตยูเงียบทะยานเข้าปลิดชีวิตนายกองจาโบน่าอย่างไม่ทันจะรู้ตัวด้วยร่างของหุ่นที่ช่วงหัวและลำตัวของมันซัดกระเด็นไปตามแนวปะทะกระสุน ทั้งระเบิดสั่นตามสมุนของตนไปอีกเครื่อง  สร้างความแตกตื่นและทำลายขวัญกำลังใจกองทหารที่เหลือเป็นอย่างมาก

" เฮดช๊อต~~ โอว่าคิล~~ "  อีกนัดถูกยิงตามไปก็พลอยเข้าเป้ากับจาโบน่าปืนลำแสงที่เหลืออีกสองตัวที่สุดจะบังเอิญบินมาซ้อนกันพอดีกับแนวกระสุน  แรงระเบิดส่งผลกับเครื่องที่อยู่ใกล้ ๆ เสียบาลานซ์ดิ่งลงทะเลตามไปด้วย

" มะ มะ มะ มะ มอนสเตอร์คีล ~~ "  ..กองจาโบน่าปัจจุบันที่เหลือต่างพากันหันรีหันขวางมองหาที่มาของมฤตยูเงียบนั้น  แต่ไม่มีเซ็นเซอร์ของใครจับต้องอะไรได้เลยแม้แต่น้อย  แม้กระทั่งเสียงปืนที่ดังระงมกลับไม่สามารถรับฟังได้จากระยะที่ไกลเกินกว่าจะคาดการณ์ได้  แต่เพียงเริ่มคิดที่จะถอนกำลังดันเท่านั้นร่างก็ถูกอันด้วยกระสุนจนกระเด็นและระเบิดตามเพื่อนฝูงไปจนไม่เหลือรอดกลับไปสักลำ ..

" ก๊อออด~ไลค์~  อิ้ช~! ครองเกมแล้วเจ้าค่า~  หิฮี้~ย่า~~~ "  น้ำเสียงแจ๋วแจ๋นของเธอบ่งบอกถึงความร่าเริงผิดปกติทีเดียวปานคนไม่เต็มบาทยังไงยังงั้น ..แต่คนประเภทนั้นขับหุ่นเป็นด้วยงั้นเหรอ ?

" ....... เมื่อกี้นี้มัน ..อะไรกันเนี่ย "  ความงุนงงของไลล่าดูจะยังไม่จางหาย  แน่นอนว่ารวมถึงคนอื่น ๆ ด้วย  รัตน์กับซาก้าเพียงยืนนิ่งเหนือผิวน้ำมองการกวาดล้างอย่างเงียบเชียบไร้ที่มาอย่างน่าทึ่ง ...แต่กระนั้น ไม่ทันที่พวกเขาจะได้เริ่มหาคำตอบ สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกแล้ว

" กัปตันคะ!  มีกองบินไม่ทราบที่มาเคลื่อนพลมาทางทิศ 7 นาฬิกา! ...มีกองกำลังไล่ล่ารูปผสมของบอนล์ตามมาด้วยค่ะ! "  โอเปอเรเตอร์เอ่ยเตือนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะมีโอกาสได้หายใจหายคอกัน

" ฉายภาพซิ.. "  ภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอขนาดใหญ่นั้น  เป็นกองบินของหุ่นทรงมนุษย์แต่งทรงคล้ายมนุษย์แมลงหนึ่งลำนั้นอาบไปด้วยสีส้มสดคล้ายจะเป็นจ่าฝูง ลำที่เหลือนั้นทาสีเขียวโอลีฟแซมเทาเข้มเป็นแห่ง ๆ ทว่าแต่ละลำนั้นดูมีองค์ประกอบทั้งทางรูปทรงและอาวุธต่างกันทั้งสิ้น  ซึ่งมีกองบินไล่ล่าของบอนล์ตามตื้อมาติด ๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 09, 2009, 01:30:08 AM โดย Shin » บันทึกการเข้า
Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2009, 05:41:54 PM »

- กองบินเรจ  ไวเวิร์น -

" มียานแม่ของกองกำลังอื่นอยู่ข้างหน้า! บางทีพวกเขาอาจช่วยเราได้  บินไปให้ใกล้ฝั่งที่สุด!! "  เสียงจากชายผิวคล้ำหุ่นล่ำซำส่งทอดจากเครื่องจ่าฝูงไปยังเครื่องอื่นรอบ ๆ แม้จะไม่มีการตอบกลับมาแต่ทุกคนเหมือนจะรู้กันดี  ต่างพับปีกหนุนการบินกางออกระเบิดไอพ่นทะยานร่างพุ่งแหวกอากาศได้โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม  ครั้นเมื่ออยู่ในระยะสื่อสาร  เครื่องจ่าฝูงต่อสัญญาณเข้าไปหาบลูกาแล๊คเซียอย่างไม่รอช้า   และกาแล๊คเซียเองก็ดูจะตอบรับสัญญาณนั้นโดยเร็วเช่นกัน

" เราถูกตามไล่ล่ามาอย่างหนัก!  หากไม่รังเกียจโปรดให้ความช่วยเหลือพวกเราด้วย! "

* คุณคงเป็นจ่าฝูงสินะ  เรายินดีให้ความช่วยเหลืออย่างไม่มีข้อโต้แย้ง *  ไลล่าตอบกลับทั้งเริ่มสั่งการกาแล็คเซียและออกคำสั่งใหม่ให้กับรัตน์และโมโมะไปด้วย  เวลาเดียวกัน ลูซิเฟอร์กับจ้าวอัศนีของเขาได้วิ่งทะยานมาเหนือผิวน้ำด้วยการอาบสายฟ้าไว่ที่ฝ่าเท้าสร้างความหนาแน่นเพื่อกลับเข้ามาหนุนกำลังให้กับกาแล๊คเซีย

" ดีล่ะ ..ทุกหน่วย! เตรียมตัวโต้กลับ  ฟอร์เมชั่น M !! "

* โอเค~ / ได๋ค่า~~ / ......... *  หน้าจอสื่อสารของลูกกองต่อเข้าตอบรับกับเครื่องจ่าฝูง  หนึ่งคนดูเป็นหนุ่มจ้าวสำราญผิวแทนทำไฮไลท์ที่ปอยผมป็นสีแดงแซมเล็ก ๆ   อีกหนึ่งดูเป็นสตรีผู้ร่าเริงผมปล่อยสยายสีฟ้าใบหน้าตกกระ  และอีกหนึ่งเป็นชายหนุ่มคล้ายชาวอเมริกาผิวขาวร่างใหญ่ไถผมเกรียนเรียนผู้ส่งคำตอบมาทางสีหน้าที่ดูเคร่งขรึมแต่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ตามมา 

หนึ่งเครื่องที่ดูเทอะทะและอีกเครื่องที่ดูเรียบง่ายกว่าทุกลำต่างทะแยงร่างบินแยกเส้นทางลดเพดานบินต่ำลงไปที่ชายฝั่งคราวใกล้ปะทะพื้นพลันสะบัดร่างกลับไปยังกองบินศตรูและยิงไอพ่นเบรคประทับลงพื้นอย่างหนักหน่วงแต่นิ่มนวลและมั่นคง  เครื่องหนักพับลำปืนเหนือบ่าตั้งเค้า  เครื่องเบาสะบัดปืนด้ามยาวออกขึ้นลำ

" Rest in Place ... "  หนึ่งเสียงทุ้มหนักและหนึ่งเสียงหวานหวันกล่าวแว่วพร้อมกันต่างก็ระเบิดกระสุนเหนี่ยวไกปืนยิงถล่มขึ้นไปเหนือน่านฟ้า  พอดีกับที่เครื่องจ่าฝูงและอีกเครื่องที่ดูทะมัดทะแมงบินทิ้งระยะออกจากกันเปิดทางให้กระสุนเข้าถล่มศตรูเต็มที่  และวกขนาบเข้าจากด้านข้างกองบินของจาโบน่า  เครื่องจ่าฝูงกระชับดาบเล่มยาวและหนาขึ้นมาด้วยมือทั้งสอง  และอีกครั้งสะบัดปีกกางออกซึ่งมันดูคมวาวกว่าทุก ๆ ลำที่อยู่ด้วยกัน

" คาลิเบอร์!! "  บุรุษจ่าฝูงตะวาดทั้งเอี้ยวเล่มดาบไปข้างกายขณะทะยานเข้าหาแอสซอลท์จาโบน่าที่อยู่ใกล้ ๆ ในขณะที่ชายหนุ่มเจ้าสำราญเพียงยิ้มย่อง และโน้มตัวหุ่นไปด้านหน้าให้ทะยานไวกว่าเดิม เป้าหมายของของเป็นจาโบน่าสองเครื่องที่อยู่ถัดกัน

" แสลช!! "  เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมดาบหนักที่ซัดฟันทะลวงผ่านร่างแอสซอลท์จาโบน่าในแนวขวางที่ตั้งเค้าหลบแต่ก็ไม่ทันจนขาดออกเป็นสองเสี่ยง  จังหวะเดียวกับเรียวปีกคมวับทะยานเฉือนจาโบน่าอีกสองครั้ง  ครู่วินาทีที่ทั้งสองบินสวนกันคล้ายจะต่อสัญญาณเข้าพูดคุยกันเล็กน้อย

" ไม่ได้รบด้วยกันสักพัก ...ยังบ้าบิ่นเหมือนเดิมนะหัวหน้า "  หนุ่มจ้าวสำราญเอ่ยหยอก

" หุปปากแล้วเอาตัวแกให้รอดไปจากตอนนี้ให้ได้ก่อนซะเถอะ.. "  แต่บุรุษจ่าฝูงไม่เล่นด้วย  ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพียงยิ้มระรื่นให้  เปลวคลื่นสีส้มและเขียมอมเทาทะยานสวนทางกันทิ้งระยะจากกลุ่มจาโบน่าที่ขาดแล่งกลางอากาศก่อนมันจะระเบิดเป็นจุลอย่างน่าระทึก

- บลูกาแล๊คเซียแองเจิ้ล -

" กัปตันคะ  มีกองหนุนของพวกเรามาค่ะ "  โอเปอเรเตอร์เอ่ยเสียงเรียบ ๆ ทั้งส่งภาพกองอาคาน่ารุ่นแมสโปรดักซ์ที่ขนชบวนมาจากชายฝั่ง และระดมยิงช่วยเหลือกลุ่มเรจไวเวิร์จและกองยานกาแล๊คเซีย  สักพักนั้นก็มีสัญญาณติดต่อเข้ามา  เมื่อตอบรับจึงฉายภาพของชายหนุ่มวัยกลางคนผู้หนึ่งที่คล้ายจะเป็นจ่าฝูงของกองหนุนปัจจุบัน

* ขออภัยที่พวกมาช้าเกินไปนะครับ  เหตุการณ์ค่อนข้างกระทันหัน  ระยะทางไกลพอสมควรทีเดียว..  แต่คิดว่าฟาลินคงมาช่วยเหลือพวกคุณทันเวลา *

" ฟาลินงั้นเหร่อ .. ? "  ไลล่าเอ่ยเสียงฉงน

* เธอเป็นมือซุ่มชั้นเลิศที่สังกัดอยู่ในกิ่งของเราครับ  ยังไงเสร็จธุระตรงนี้ผมจะขออนุญาติเข้าไปคุยด้วยก็แล้วกัน *  ไม่นานเขาจึงตัดสัญญาณไป และออกคำสั่งระดมยิงขับไล่กองไล่ล่าของบอนล์อย่างหนักหน่วง ..ซึ่งไม่นานพวกมันก็พากันล่าถอยไปในที่สุด

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หลังจบศึก  กองบินเรจไวเวิร์นได้เข้าพักยังยานบลูกาแล๊คเซียเพื่อจะแถลงไขเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

" พวกคุณมีฝีมือไม่ใช่เล่น ๆ เหมือนกันนี่นา  แต่หุ่นของพวกคุรดูแปลกตามาก ๆ ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนกันนะ .. ? "  ไลล่าและนักบินในกองยานได้เดินมาทักทายพวกเขาที่โถงเก็บหุ่น

" พวกเรามาจากอีกทวีป  และพวกเราเป็นมิตร  อย่าได้กังวล "  บุรุษจ่าฝูงยืนอยู่หน้าลูกทีมทั้งสามและเอ่ยสนทนาด้วย  พวกเขาทั้งสองคนคุยกันต่อ

" พวกเรารู้ดี  และบอนล์ที่ไล่ล่าพวกคุณมาก็เป็นศตรูของพวกเรา ..และคงเป็นศตรูของพวกคุณด้วยสินะ "

" บอนล์พยายามขยายอำนาจไปปกครองประเทศของเรา  แต่ไม่สำเร็จ  จึงพยายามใช้กำลังเข้ายึดครอง ...ลำพังแค่พวกเราไม่สามารถรับมือได้เต็มที่นัก  พวกเราเลยต้องออกตามหากำลังหนุนจากฝ่ายอื่นที่น่าจะมีอยู่บ้าง  และได้ยินเรื่องของเอลฮังค์มากที่น่าจะพอช่วยเหลือพวกเราได้ "

" เข้าใจล่ะ ..พวกเราเองก็กำลังโต้ตอบกับบอนล์เพื่อยืนยันความยุติธรรมและความถูกต้อง  เอลฮังค์ยินดีให้ความช่วยเหลือพวกคุณเต็มที่  ฉันชื่อไลล่า  เรย์  อิลูชั่น  กัปตันยานบลูกาแล๊คเซียแองเจิ้ล  ยินดีที่ได้ร่วมงานด้วยกัน "

" นาวาอากาศโทเอ๊กซ์เฟอร์  วอน  ไฮม์  หัวหน้ากองบินเรจไวเวิร์น "  หลังจากอ่ายทักทายจังโบกมือเช็คแฮนด์กันพอเป็นพิธี ก่อนเขาจะหันไปแนะนำลูกทีมของตนบ้าง

" คนนี้คือนาวาอากาศตรีมิเกล  ไรออท  หน่วยไล่ล่าสมรรถนะสูง "  ชายหนุ่มหุ่นสปอร์ทแมนยิ้มกริ่มและโบกมือทักทาย

" นาวาอากาศตรีโดโรธี  แม๊คเมฮอน  หน่วยแทรกซึ่มและซุ่มโจมตี "  ถัดมาเป็นสาวผู้ร่าเริงแม้ใบหน้าจะตกกระไปสักนิดแต่ไม่ได้ทำให้เธอเสียโฉมแต่อย่างใด  ในทางกลับกันดูจะเสริมความน่ารักเพิ่มอีกหน่อยอย่างน่าประหลาด  ซึ่งเธอก็โบกมือให้กับตันเช่นกัน

" นาวาอากาศตรีอัลเบอร์โต้  คาซาวารอฟว์  หน่วยยิงหนุนทางไกล "  ชายหนุ่มร่างใหญ่ตะเบ๊ะพรึ่บอย่างเป็นพิธีที่สุดให้กัปตันคนเดียว  สีหน้าของเขาดูจะเป็นยักษ์ยิ้มยากไปเลย

ไลล่ายิ้มเล็ก ๆ อย่างพอใจกับการแนะนำตัวและการขอรวมตัวของพวกเขา  ไม่นานนักก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งเดินตามเข้ามาในโถง  เป็นกลุ่มกองหนุนเมื่อครู่  ซึ่งมาจากกิ่งของเอลฮังค์ที่แยกย่อยออกมานั่นเอง ชายหนุ่มหัวหน้าหมู่เดินมาเรื่อย ๆ แต่ทว่าก็พาใครสักคนขี่หลังมาด้วยซะอย่างนั้น 

เป็นหญิงสาวผมบ๊อบแต่ดูยุ่งเหยิงสีหน้ายิ้มร่ารื่นเริงสวมเสื้อกล้ามที่คล้ายจะห้อยปรกอยู่กับเชิงอกสุดอวบอั๋นซะมาก  กางเกงขาสั้นจู๋รองเท้าก็ไม่ใส่  การแต่งกายของเธอสุดแสนจะประเจิดประเจื้อรัตน์ห็นยังถึงกับเอือมระอา แม้ว่าสายตามันอดจะเพ่งไปมองไม่ได้  โมโมะหันไปเขม่นสายตาใส่รัตน์ปานจะหึงหวง  ส่วนลูซิเฟอร์นั้นมองอย่างอึ้ง ๆ

สักพักเธอก็โดดลงจากหลังของเขาแล้วเขยิบเข้าไปกอดแขนเกลี้ยวซะแน่นเลยเชียว  พลอยทำเอาไลล่านึกว่าเป็นแฟน  คุณลุงหัวหน้าหมู่ช่างร้ายกาจยิ่งนัก ..

" เอ่อ  สวัสดีนะครับกัปคันไลล่า  แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่อย่างที่เห็นนะครับ  พอดีเธอมีอาการทางประสาทนิดหน่อย "  เธอซบหน้ากับแขนของเขา จ้องมองมาที่พวกไลล่าและรัตน์ ...ตอนนี้โมโมะก็เดินเข้าโอบตัวเกลี้ยวแขนกับรัตน์แน่นเอี้ยดเช่นกัน  ส่งสายตาเขม่นใส่อีกฝ่ายซะนั่น  ซึ่งพออีกฝ่ายเห็นก็เลิกตาฉงนขึ้นอย่างสงสัย

" เธอคนนี้ชื่อฟาลิน ...เป็นหน่วยซุ่มยิงมือขมังของหน่วยเรา "  กลุ่มของไลล่านึกย้อนถึงเหตุการเมื่อครู่ที่จู่ ๆ กองบินของบอนลล์ก็ถูกซัดจนร่างอัดกระเด็นเหมือนโดนเคียวยมฑูตด้ามทื่อ ๆ อัดเข้าเต็มรักหรือโดนหอกพิสัยไกลขว้างทะลุอกจนลอยละล่อง...

" มิน่าล่ะ ...ถ้าหากตอนนี้เธอช่วยเราไม่ทันเราเองก็คงแย่เหมือนกัน  เป็นหนี้บุญคุณเธอแล้ว "  ไลล่าเอ่ยอย่างชื่นชม

" พวก้ราตั้งใจจะฝากฝังเธอไปกับพวกคุณ ...หวังว่าเธอคงพอจะช่วยเหลือภารกิจของพวกคุณได้บ้าง  ส่วนพวกเราจะอยู่คุ้มกันที่ชายฝั่งนี้ต่อไป "  พอฟาลินได้ยินแบบนี้ก็หันหน้ามองคุณหัวหน้าหมู่

" อ๊า~  ฟาลินยังอยากอยู่กับพวกคุณลุงอยู่นะคะ  อย่าให้ฟาลินไปเลยน๊า~  น๊า นะ นะ นะ ~ "  ออกอาการอ้อนชัดเจนอย่างเหนือชั้นด้วยความที่เธอมีความพิเศษกว่าคนอื่น คือความปกพร่องทางสมองนั่นแล ...

" เอาน่าฟาลิน ..อยู่กับกัปตันเค้ามีเพื่อนใหม่อีกตั้งเยอะแยะเลยนา~ แถมเราจะได้เที่ยวไปทั่วโลกด้วย  ไม่ดีใจเหรอ ? "  คุณหัวหน้าสวมมบทลุงผู้ใจดีเอ่ยกล่อมอย่างเหนือชั้นเช่นกัน

" แต่ว่า ..... . . . . . "

" ไม่เป็นไร ๆ ...พวกเราสบายดีอย่างแน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง  ลุงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เราเสมอนา~ "  ดูแล้วทางกิ่งกองกำลังคงดูแลเะอเป็นอย่างดีทีเดียว  ซึ่งก้เหมือนเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เธออยู่ในความประพฤติที่เหมาะสม ไม่งอแงและเอาแต่ใจจนเกินไป

" ... . .. อื้อ~  ฟาลินเข้าใจแล้ว  ฟาลินจะไปกับพวกเค้า "  หัวหน้าหมู่ยิ้มให้ด้วยความยินดี  ก่อนจะวางมือเหนือไหล่เธอและให้หันไปทางไลล่า  แม้ส่วนสูงจะเหลื่อมกันไปสักหน่อย

" ยืนดีต้อนรับสู่กองยานบลูกาแล๊คเซียแองเจิ้ล "  เธอยื่นมือข้างนึงไปให้ 

" .... . . . . อื้ม~~ "  ฟาลินมองตาปริบ ๆ ก็ยิ้มออกและจับเขย่า ๆ ด้วยมือทั้งคู่ซะนี่พร้อมกับยิ้มแป้นร่าเริงทีเดียว  แต่พอหันไปมองโมโมะเธอก็ยังเขม่นหางตาใส่ปานจะกินเลือดกินเนื้อกันชอบกล  คงกลัวฟาลินจะมาวุ่นวายกับรัตน์ซะล่ะมั้ง  " ... อู๊ ~ ? "  เธอครางอย่างฉงน  สีหน้าก็มึน ๆ งง ๆ ตาม  ไหงผู่หญิงตรงหน้าถึงทำหน้าใส่เธอแบบนั้นล่ะนี่

" เอาล่ะ .....ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะเคลื่อนพลไปช่วยเหลือที่ประเทศของคุณเอ๊กซ์กันก่อน  กำลังหนุนของพวกเขาในการกำราบบอนล์ถือเป็นกำลังสำคัญกลุ่มหนึ่งทีเดียว "  ไลล่าเอ่ยสรุปสถานะการณ์ทั้งหมดออกมา  ทุกคนต่างเงียบ แต่สีหน้านั้นดูจะเห็นพ้องด้วยกันทั้งหมดแล้ว  " ดี  ถ้างั้นตอนนี้ก็เชิญทุกคนไปพักผ่อนกันก่อนล่ะ  ฉันจะกลับไปคุมยาน  เราจะออกเดินทางกันต่อ .. "

เวลาต่อมา  บลูกาแล๊คเซียที่ออกเครื่องลอยลำอยู่เหนืออากาศแล้ว ก็ได้เริ่มออกเคลื่อนพลอีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าไปคลีคลายปัญหายังทวีปของเอ๊กซ์  ที่กำลังถูกบอนล์รุกรานอย่างจ้าละหวั่น ..ศึกปลีกย่อย กับกองหนุนที่เข้มแข็งเปี่ยมฝีมือ  นับเป็นข้อแลกปลี่ยนที่ไม่เลวเลยทีเดียว...


Episode 2  : –Rebellion of Darkness-   :: End ::

To  be  Continue....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 09, 2009, 01:28:21 AM โดย Shin » บันทึกการเข้า
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1855


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2009, 01:12:39 AM »

.............................Space Route Episode 2 - A Revealed Secret...........................................

บทที่2
"......คุณปู่ครับ......ผมขอโทษ........"

...................................................................................
"....อุ....แสบตา..จังเลย......."

"....อ๊ะ.. ฟื้นแล้ว.........."

"..ใคร...น่ะ........."

"ฟื้นแล้วจริงๆด้วย.." เสียงหญิงสาว ที่อุชิโอะจับใจความได้ก่อนที่เขาลืมตามองไปทางต้นเสียง
ภาพที่อุชิโอะลืมตาขึ้นมา คือห้องสีขาวสะอาดและเตียงที่ตัวเขานอนอยู่ ซึ่งเป็นเตียงเดี่ยว ขนาดเท่าเตียงคนป่วยทั่วไป และหญิงสาวใส่แว่นผมสีเขียวคนหนึ่งนั่งบนเก้าอี้อยู่ข้างๆตัว

"ไงคะ.. รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ยังมีอาการปวดหัวหรืออาการแทรกซ้อนอื่นๆบ้างไหมคะ"หญิงสาวแปลกหน้าถามอุชิโอะอีกครั้ง
"...ไม่เป็นไร..แล้วค่ะ ขอบคณมากที่เป็นห่วง...เอ่อ.."อุชิโอะตอบคำถามสาวแปลกหน้า พร้อมๆกับลุกขึ้นนั่ง สาวแปลกหน้าเข้ามาประคองอุชิโอะ

"ขอ....ขอโทษนะคะ....ที่แนะนำตัวช้า ฉะ...ฉันชื่อซารีน่าค่ะ ซารีน่า แม็กเวล ยินดีที่ได้รู้จัก...." ซารีน่าตอบแบบตะกุกตะกัก

"ฉันชื่อ มิซึรุกิ อุชิโอะ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก"อุชิโอะตอบรับพร้อมกับยิ้ม

"ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ...มิซึรุกิ ..."

 "คนญี่ปุ่น...ต้องเรียกนามสกุลกัน...ซินะคะ..." ซารีน่าพูดเสียงเบาและไม่มั่นใจในการเรียกชื่อนัก

"เรียกว่าอุขิโอะก็ได้ค่ะ จะได้ดูสนิทสนมหน่อยค่ะ" อุชิโอะบอกกับซาริน่า เพื่อให้เธอไม่ประหม่า

"ค่ะ..ค่ะ คุณ..อุชิโอะ..."

"....ว่าแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ....."อุชิโอะเปิดประเด็นถามซาริน่า

"...เอ่อ....ก็....แบบว่า..."ซาริน่าตอบแบบไม่มั่นใจตัวเองอีกครัง

"ให้ตายซิเธอนี่ นิสัยประหม่ายังแก้ไม่หายเลยน๊าา"เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดมาจากประตูห้อง น้ำเสียงของเธอมีพลัง สะกดให้ทั้งคู่นิ่งไปพักนึง

"คุณเอเล่....."ซารีน่าเอ่ยชื่อคนที่เป็นต้นเสียงทันที พร้อมกับหน้าแดง

"ไงคะ..ฟื้นแล้วซินะคะ สภาพร่างกายของคุณ...เอ่อ ไม่มีบาดแผลอะไร"เอเล่บอกกับอุชิโอะ แต่เว้นชื่อ เพราะเธอยังไม่รู้จักชื่อ

"มิซึรุกิ อุชิโอะ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ..เอเล่ซินะคะ" อุชิโอะกล่าวทักทาย

"เอเล่ ราคอสซิก้า ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ"เอเล่แนะนำตัวเป็นทางการอีกครั้งพร้อมกับย่อตัว โค้งเล็กน้อยตอบรับ ทำเอาอุชิโอะอึ้งเล็กน้อยพร้อมกับคิดว่า เธอคนนี้ไม่น่าจะเป็นแค่คนธรรมดาสามัญทั่วไปแน่

"คุณได้รับการช่วยเหลือ จากสัญญาณที่คุณส่งน่ะค่ะ ทางเราพอได้รับสัญญาณก็รีบไปทันที"เอเล่อธิบาย

"แต่ก็ทุลักทุเลพอดูเลย เพราะเด็กคนนั้นเราก็เพิ่งสร้างมา แถมนักบินเราก็มือใหม่อีก"เอเล่บรรยายให้ฟัง

"เด็ก...คนนั้น... หรือคะ"อุชิโอะงงกับสิ่งที่เอเล่พูด

"อ่อ ขอโทษที.... เด็กคนนั้น เราเรียกหุ่นยนต์ที่เราสร้างขึ้นมาน่ะนะ Lunar Assault Strike หรือL-AS ตามรหัสน่ะค่ะ"เอเล่กล่าวขอโทษพร้อมอธิบายให้อุชิโอะเข้าใจ

"ส่วนหุ่นของคุณ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบอยู่ในโรงจอดหุ่นของยาน"

"งั้นเหรอคะ..."อุชิโอะพูดพลางถอนหายใจโล่งอก

"ยาน...ที่นี่เป็นยานหรือค่ะ??"อุชิโอะถามเอเล่เพื่อความแน่ใจ

"ใช่ค่ะที่ที่พวกดิฉันและคุณอยู่ คือยานค่ะ ฮาเซล เซน่อน คือชื่อยานลำนี้"เอเล่ตอบคำถามอุชิโอะ

"ฮาเซล เซน่อนหรือคะ... ไม่เคยได้ยินเลย"อุชิโอะพูดกึ่งตั้งคำถาม

"ไม่มีใครรู้จักหรอกค่ะ"
"เพราะว่าเราไม่ได้ขึ้นตรงกับใครหรือหน่วยงานใดทั้งสิ้น เราท่องเที่ยวไปเรื่อยๆน่ะค่ะ"เอเล่ตอบ

"ว่าแต่ขอถามอะไรคุณอุชิโอะนะคะ หวังว่าคงไม่เสียมารยาท"เอเล่ตั้งคำถาม

"..ค่ะ...ถามมาได้เลยค่ะ.."อุชิโอะกล่าวรับคำ แต่ก็กังวลเล็กน้อย

"ฝ่ายที่โจมตียานนี่เป็นพวกไหนคะ แลัวคุณทำไมถึงถูกโจมตี"
"อาจจะเป็นการเสียมารยาทไปบ้างทีถามแบบนี้ แต่เราต้องรู้ข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือในยานค่ะ"เอเล่กล่าวเหตุผล

"..ไม่เป้นไรค่ะ ฉันเข้าใจดีค่ะ"อุชิโอะพูด พร้อมกับแสดงสีหน้าสลดลง

"พวกที่โจมตี ยานที่พวกฉันโดยสารมาคือ...บอล์นค่ะ"

"บอล์น...งั้นหรือ..."เอเล่ทำสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ได้ยินชื่อนี้

"ค่ะ....ไม่รู้ว่ามีผู้ที่รอดชีวิตคนอื่นอีกหรือเปล่า..นะ..คะ...."น้ำตาเริ่มที่จะคลอเบ้าอุชิโอะ

"..คุณ...ปู่....คะ....หนู...ขอโทษ.......หนู...."แล้วอุชิโอะก็ร้องไห้ออกมา

"....อ๊ะ.....โทษทีนะ.....คือว่า ดิฉัน..ไม่ได้ตั้งใจ..ที่จะทำให้คุณ สะเทือนใจกับเหตุการณ์..ที่เกิดขึ้น"เอเล่พูดขอโทษพลางเข้าไปโอบกอดอุชิโอะไว้

"..ไม่เป็นไร..แล้วค่ะ..พักผ่อนให้สบายใจก่อนเถอะนะคะ..."เอเล่ปลอบใจอุชิโอะ

"....."ซารีน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร แต่ก็ยืนสะอื้นอยู่

".......ม่ะ...ไม่เป็น..ไร...แล้ว...ค่ะ...."อุชิโอะหยุดร้องไห้ แต่ก็หน้าแดงแทน เพราะอุชิโอะ(คาโอรุ)ไม่เคยถูกผู้หญิงกอดมาก่อนเลย

"งั้นไม่รบกวนแล้วนะคะ พักผ่อนตามสบาย ถ้ามีอะไรก็กดสัญญาณที่หัวเตียงนะคะ....."

"ไปกันเธอซารีน่า ให้คุณอุชิโอะพักผ่อนก่อน"พูดเสร็จเอเล่และซารีน่าก็ออกจากห้องไป

"....."อุชิโอะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็นึกในใจว่า คนที่นี่ใจดีกับเธอมาก แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนเพื่อลืมความโศกเศร้า

...

วันต่อมาในยานฮาเซล เซน่อน บริเวณสะพานเดินเรือ อุชิโอะได้ออกมาเดินดูรอบๆยาน โดยที่เอเล่และ ซารีน่า เป็นคนนำทาง

"ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่ายานฮาเซล เซน่อนจะใหญ่ขนาดนี้"อุชิโอะกล่าวชม

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ" เอเล่รับคำชม

"เดี๋ยวดิฉันจะพาไปที่โรงเก็บหุ่นนะคะ จะได้ทำความรู้จักเพื่อนๆที่เหลือ"ว่าแล้วเอเล่ก็เดินนำทางไปที่โรงเก็บหุ่น พร้อมกับซารีน่าที่เดินรั้งท้าย

..................บริเวณโรงเก็บหุ่น..................

"ไงค็าาา คุณเอเล่.... สมาขิกใหม่ของเรา...คนนั้นซินะคะ"เสียงหวานๆดังทันทีที่คนทั้ง3เข้าไปโรงเก็บหุ่น

"เธอนี่กระตือรือร้นจริงๆเลยนะ......"เอเล่บ่นเล็กน้อย

"เหะๆ ขอบคุณที่ชมน๊าาา"

"ประชดย่ะประชด"เอเล่ปวดขมับทันทีที่เจอมาเรียพูดแบบนั้น

"ฮะๆ เอาเถอะค่ะ คุณมาเรียก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่คะ"ซารีน่ากล่าว

"ชั้นชื่อมาเรีย ซิลเวอร์ค่าาาา ยินดีที่ได้รู้จัก"มาเรียกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับจับมืออุชิโอะทักทาย

"ฉ...ฉัน ชื่อ อุชิโอะ....มิซึรุกิ อุชิโอะ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก เช่นกัน.ค่ะ.. "อุชิโอะประหม่าเล็กน้อย

"ไม่ต้องเกร็งหรอกค่ะคุณอุชิโอะ คุณมาเรียเธอร่าเริงแบบนี้ประจำล่ะค่ะ น่ารักดี"ซารีน่าบอกกับอุชิโอะ เมื่อเห็นอุชิโอะท่าทางประหม่า

"ไม่น่ารักเลย....เอ๋อต่างหากล่ะ เรียกแบบนั้นจะดีกว่านะ"เสียงผู้หญิงคนนึงดังมาจากโรงเก็บหุ่นท่าทางทะมัดทะแมง ซึ่งเธอเดินมาที่หลังมาเรีย

"มู....ลูน่าว่าเค้าเหรอ...."มาเรียหันขวับไปทางต้นเสียงพร้อมกับทำหน้างอนตุ๊บป่อง

"ล้อเล่นๆน่า มาเรีย อย่างอนไปเลย... ถึงที่พูดจะจริงก็เถอะนะ.."ลูน่าแหย่มาเรียอีกครั้ง

"ลูน่าบ้าๆๆๆ"แล้วมาเรียก็เดินงอนหนีไปที่โรงเก็บหุ่น

"ไปว่าคุณมาเรียแบบนั้นมันจะดีเหรอคะ ดูซิคะเธอหนีไปแล้ว"อุชิโอะเริ่มกังวล

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวมาเรียก็มาเองละค่ะ เราแหย่เล่นแบบนี้ประจำ"ลูน่าพูดให้อุชิโอะสบายใจ

"อ่อ ขอโทษทีค่ะลืมแนะนำตัว ฉันชื่อ ลูน่า วาเลนตีส ยินดีที่ได้รู้จัก...คุณมิซึรุกิ อุชิโอะ ซินะคะ"ลูน่าแนะนำตัวเองให้อุชิโอะรู้จัก

"ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักกับคุณลูน่าเข่นกัน เรียกอุชิโอะได้เลยค่ะ"อุชิโอะแนะนำตัวกลับ

"เท่าทีตรวจสอบดูหุ่นของคุณอุชิโอะไม่มีอะไเสียหายนะคะ ใช้การได้ปกติ"ลูน่าบอกกับอุชิโอะทันทีเรื่องหุ่น

"งะ งั้นหรือคะ ...ค่อยยังชั่วหน่อย"อุชิโอะทำหน้าสบายใจเมื่อได้ยินแบบนั้น

"ดูแล้ว คงเป็นของสำคัญของคุณอุชิโอะเลยนะคะ ตามมาค่ะ จะพาไปที่เก็บหุ่นค่ะ"แล้วลูน่าก็พาอุชิโอะเดินไปด้านในของโรงเก็บ
เมื่อมาถึงก็เจออาร์ค สไตรคเกอร์ ยืนอยู่ข้างๆกับหุ่นอีกตัวนึง ซึ่งรูปร่างเหมือนผู้หญิง มีบอดี้สีดำและขาว ผมสีเขียว

"นั่นคือเด็กคนนั้น ที่ว่าซินะคะ L-AS"อุชิโอะตะลึงเล็กน้อยเมื่อพบว่าหุ่นที่เธอเจออยู่ตรงหน้าจะต่างจากหุ่นรบทั่วไป

"รูปร่างต่างจากอาร์ สไตรคเกอร์ของฉันมากเลย ... ไม่ซิต่างจากหุ่นรบทั่วไปต่างหากค่ะ"แล้วอุชิโอะก็เดินไปดูใกล้ๆ

"..อาร์ค สไตรคเกอร์หรือคะ...เป็นหุ่นที่ดูดีเช่นกันนะคะ"ลูน่ากล่าวชมเช่นกัน

"ทุกคน...ไปทานอาหารได้แล้ว"เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากอีกฟากของดรงเก็บหุ่น

"ทราบแล้วค่ะ กำลังจะไป"ลูน่าขานรับ พร้อมกับพาอุชิโอะไปแนะนำเจ้าของเสียงให้รุ้จัก

"ฟิลเลเน่ คาโลลิน่า ยินดีที่ได้รู้จัก"ฟิลเลเน่ทักทายด้วยเสียงราบเรียบเช่นเคย แล้วก็เดินหันหลังกลับไป

"มิซึรุกิ อุชิโอะ ค่ะ....ยะ ยินดีที่ได้รู้จัก"อุชิโอะอึ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบรับกลับไป พร้อมคิดในใจว่า โดนเธอคนนี้เกลียดหรือเปล่า

"อย่ากังวลเลยค่ะ ฟิลเลเน่ก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ พูดน้อย แต่เป็นคนนิสัยดี ถ้าไม่ติดตรงที่..."ลูน่าเงียบไป ทำให้อุชิโอะสงสัย แต่ก็สบายใจที่ฟิลเลเน่ไม่ได้เกลียดเธอ

"เอาล่ะงั้นไปทานอาหารร่วมโต๊ะกับพวกราเลยละกันนะ อุชิโอะ"เอเล่พูดพร้อมกับเดินนำทางพาอุชิโอะไปที่ห้องอาหาร ตามด้วยลูน่า อุชิโอะ และซารีน่าเดินปิดท้าย

แต่ไม่ทันได้เดินไปถึง เสียงของฟิลเลเน่ก็ดังมาจากด้านหลัง

"ถ้าไม่ติดตรงที่อะไรเหรอ....ลูน่า.."น้ำเสียงเย็นยะเยือก ทำเอาลูน่าขนลุกซู่

"เปล่า..ค่ะ คือว่า เอ่อ....ฮะๆ"ลูน่าพยายามกลบเกลื่อน

ไม่ทันที่ลูน่าจะพูดอะไรฟิลเลเน่ก็พุ่งเข้ามาหาทันที

"วันนี้.....ลาย....อะไร...."ฟิลเลเน่พูดพร้อมกับจะเปิดกระโปรงลูน่า

"ยากค่ะ คุณฟิเลเน่"ลูน่าหลบพร้อมกับตั้งท่าป้องกันตัว ทำให้อุชิโอะงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"กินยาก..พวกวรยุทธ์สูง"ฟิลเลเน่บ่น

"วันนี้ลูน่าใส่ลายสีฟ้าขาวค่าาาาาาาา"มาเรียที่จู่ๆโผล่มา มาเปิดกระโปรงลูน่าทันที

"ว๊ายยยยยย"ลูน่ารีบเอามือปิดกระโปรงทันที พร้อมกับหน้าแดงแล้วมองค้อนไปที่มาเรีย

"เฮะๆๆ ก็ลูน่าแกล้งเค้าก่อนนี่" มาเรียพูดพลางหัวเราะแบบสบายใจ

"เธอเป็นคนเดียวจริงๆที่ชั้นอ่านจิตไม่ได้เลย...."ลูน่าบ่นอุบอิบพร้อมทำหน้าบึ้ง

"เอาล่ะๆ เลิกเล่นกันซะที เกรงใจและให้เกึยรติ์คุณอุชิโอะหน่อย"เอเล่กล่าวห้ามทัพ

"ขอโทษนะคะคุณอุชิโอะ แบบว่ามันเป็นเรือ่งปกติไปแล้วน่ะค่ะที่พวกเราเล่นกัน.....อ้าวคุณอุชิโอะคะ!!

 เป็นอะไรจู่ๆก็ทรุดลงไป"ซารีน่าตกใจเมื่อเห็นอุชิโอะทรุดลงกับพื้น

"ไม่...ไม่..เป็นไรค่ะ...ความดันขึ้นนิดหน่อยต่ะ"อูชิโอะลุกขึ้นมาแบบเซนิดหน่อย ซารีน่าเลยเข้าไปประคอง

"ไม่เป็นไรได้ไงคะ เซแบบนี้...."ซารีน่าถามด้วยความเป็นห่วง

"..มะ ไม่..เป็นไร...จริงๆค่ะ...."อุชิโอะรีบตัดบทพร้อมกับเดินไปรวมกลุ่มทันที พร้อมกับคิดในใจว่าเล่นเปิดกระโปรงแบบนี้ประจำ
แล้วเราจะทำยังไงดี....ทำยังไงดี.....

...

  หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้พากันมาที่ห้องมี๊ตติ้ง เป็นห้องประชุม แต่จัดให้เป็นกึ่งๆพักผ่อนไปในตัว มีมุมอ่านหนังสือ มุมชงชาแบบญี่ปุ่น มุมดูภาพยนต์ เพื่อให้ทุกคนบนยานใช้เวลาว่างร่วมกัน

  "เอ๋...คุณอุชิโอะ จะไปโคโลนี่ไซด์7เหรอคะ"สาวๆทั้ง5พร้อมใจกันพูดเป็นเสียงเดียวกัน

"ค่ะ.... ตามข้อมูลดิสก์ที่คุณปู่ให้มา อาวุธของอาร์ค สไตรคเกอร์จะอยู่ในโรงงานร้างแห่งนึง บริเวณ ที่ว่างเปล่าทางตอนบนของไซด์7ค่ะ"

"แต่จะเข้าไปตอนนี้คงจะยากนะคะ เพราะโคโลนี่นั่น จะตรวจสอบผู้คนแบบระดับL5เลยนะคะ"ซารีน่ากังวล

"งั้น...หรือคะ..."อุชิโอะผิดหวัง เพราะระดับL5 ผู้คนที่จะเข้าได้ต้องมีลายลักษณ์อักษรของนายระดับสูงเท่านั้น ถึงจะเข้าไปได้

"ไม่ต้องเป็นห่วงน่า ถ้าคุณอุชิโอะจะเข้าไป เดี๋ยวดิฉ้นจะจัดการให้เองค่ะ ถึงจะไม่อยากใช้มันนักก็เถอะ"เอเล่เสนอความคิดขึ้นมาทันที

"ยังไงเหรอคะ....."อุชิโอะงงกับคำพูดของเอเล่

"เอาน่า คุณอุชิโอะ ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกค่ะ"

"ซารีน่าเตรียมเดินเครื่องได้ เราจะไปเดี๋ยวนี้เลย"เอเล่บอกกับอุชิโอะพร้อมกับสั่งให้ซารีน่าเดินเครื่องทันที

"เอาล่ะ ทุกคนประจำที่ได้ ดิฉันจะออกเดินทางแล้วค่ะ"เอเล่พูดด้วยน้ำเสียงสูง ทำให้พวกลูน่ารู้ว่าเอเล่เอาจริง

"ค่า...."น้ำเสียงทุกคนตอบรับความเอาแต่ใจของคุณหนูด้วยดทนเสียงต่ำ

"เอาละคุณอุขิโอะพร้อมนะคะ เตรียมไปนั่งประจำที่เลยค่ะ"ซารีน่ารีบพาอุชิโอะไปยังห้องบังคับการณ์ทันที

"คะ...ค่ะ.."อุชิโอะตอบรับแบบงงๆเล็กน้อยพร้อมกับวิ่งตามไป

"คงงงซินะคะ เอเล่ก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ เธอด่วนทำอะไรก็ทำเลย"ลูน่าเสริม

"แล้ววางแผนละคะ จะทำยังไง เรายังไม่ได้วางแผนอะไรเลย"อุชิโอะเริ่มเป็นกังวลที่จู่ๆก็เริ่มเดินทางทันที

"ก็เดินทางไปวางแผนไปไงค๊าาาา"มาเรียเสริม

".....เอ๋.....!!"อูชิโอะร้องด้วยเสียงแปลกใจ

"ไม่ต้องแปลกใจหรอก เดี๋ยวก็ชิน..."ฟิลเลเน่กล่าวปิดท้ายก่อนที่ทุกคนจะมาถึงห้องบังคับการณ์

"เอาล่ะ ทุกคนประจำที่ ซารีน่าเช็คเครื่องยนต์ต่างๆ พร้อมเปิดระบบพรางตัว"เอเล่ออกคำสั่งทันทีที่ทุกคนนั่งประจำตำแหน่ง

"ค่ะ รับทราบ ...ระบบทุกอย่างพร้อม ระบบพรางตัวพร้อม"ซารีน่าตอบรับ

"ฮาเซล เซน่อน ออกเดินทางได้"

"ฮาเซล....เซน่อน ออกเดินทางละค่ะ!!"

และยานฮาเซล เซน่อน ก็ออกเดินทางไปยังไซด์7 อุชิโอะก็ตื่นเต้นเพราะได้เห็นทุกคนในยานกระตือรือร้น แต่มันมีความจริงที่โหดร้ายรออยู่


...........................................To Be Continued.................................




บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2009, 03:13:02 AM »

Episode 3 Earth Routh -The Last Knightdian Appearance!-

"คนของ สหราชอาณาจักรดัลริอาต้าสินะ มิน่าล่ะหุ่นถึงได้แปลกขนาดนี้"นายช่างประจำยานเอ็ดเวิร์ดพึมพำขณะสำรวจคาวาเลียร์ทั้งสี่เครื่อง โดยมีรัตน์และลูซิเฟอร์มาดูการตรวจสอบหุ่นในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

"ดัลริอาต้าสินะ....ไม่แปลกที่จะถูกพวกบอนล์หมายหัวอาจจะเป็นเพราะว่าต้องการในเทคโนโลยี"รัตน์เริ่มวิเคราะห์ลูซิเฟอร์จึงรู้สึกสะกิดใจถามเขาขึ้นมาว่า"หมายความว่ายังไงนะเรื่องที่ว่าต้องการเทคโนโลยีนะ?"

"ย้อนกลับไปเกือบศตวรรษก่อนนะสหราชอาณาจักรดัลริอาต้าเดิมคือกลุ่มประเทศสก๊อตแลนด์ ไอร์แลนด์ และ ไอร์แลนด์เหนือซึ่งก็เป็นประเทศที่อยู่ภายในการรวมกลุ่มของสหประชาชาติแต่พอสหประชาชาติล้มเหลวในการดูแลควบคุมสมาชิกและเกิดสมาพันธ์โลกขึ้นมาและประกาศแผนการย้ายถิ่นฐานไปอยู่นอกโลกก็เลยโดยแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายที่ไม่ยอมทิ้งโลกไปและฝ่ายที่ตัดสินใจย้ายออกไปอยู่อวกาศหลังจากนั่นส่วนที่ไม่ยอมเข้ากับสมาพันธ์ของทั้งสามประเทศจึงได้รวมตัวกันเป็นสหราชอาณาจักรดัลริอาต้า ซึ่งก็ปิดตัวไม่ค่อยสุงสิงกับสมาพันธ์เท่าไร เห็นได้ชัดแม้แต่วิทยาการหุ่นยนต์เองก็ยังแตกต่างจากของสมาพันธ์"รัตน์อธิบายซึ่งลูซิเฟอร์ก็พยักหน้าหงึกๆพร้อมกับเอ่ยว่า"จะว่าไปแล้วดีไซน์ของพวกคาวาเลียร์เนี่ยก็ดูออกไปทางหุ่นรบของอาณาจักรใต้ดินแฮะ ฉันเห็นครั้งแรกยังตกใจนึกว่าคนจากอาณาจักรใต้ดินขึ้นมาบนโลกซะอีก"

"หึหึหึ จริงๆแล้วก็มีสมมุติฐานเรื่องของเทคโนโลยีของดัลลิอาต้าก็มีอยู่มากมายนะ สมัยฉันเรียนเคยมีคนเสี่ยงตายลอบเข้าไปที่ประเทศนั่นเพื่อหาข้อมูลของเทคโนโลยีเหมือนกันถึงขนาดมีทฤษฎีที่ว่าประเทศนี้มีเมคโนโลยีต่างดาวอยู่ในการครอบครองเชียวล่ะ..."แน่นอนเจ้าของประโยคนี้คงไม่พ้นเจ๊เฟอเดอริก้า สาวในชุดเสื้อกราวด์ผู้มาพร้อมกับบุหรี่และกลิ่นเหล้า

"นี่คุณเฟอเดอริก้าผมบอกแล้วไงว่าห้ามสูบบุหรี่นะ"เอ็ดเวิร์ดปรามเฟอเดอริก้าเลยต้องจำยอมก่อนจะดับมวนบุหรี่แล้วเอ่ยว่า"แต่ว่าฉันเองก็ดีใจอยู่เหมือนกันที่ได้เข้าไปที่ประเทศนั่นซะทีจะได้รู้ว่าความลับของเทคโนโลยีนี้มันคืออะไรกันแน่....หึหึหึ"

"อะจริงสิ เจ๊ผมมีเรื่องจะคุยด้วย!"รัตน์กล่าวก่อนจะลากเฟอเดอริก้าออกไปอีกที่ทำให้ตอนนี้เหลือแต่ลูซิเฟอร์อยู่กับเอ็ดเวิร์ด

"ว่าแต่ว่า ประเทศดัลลิอาต้านี้ก็เป็นประเทศที่อยู่ของตระกูลไนท์เดี้ยนด้วยนิเนอะ"เอ็ดเวิร์ดเอ่ยขึ้นมา

"ตระกูลไนท์เดี้ยน?"ลูซิเฟอร์เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

"ได้ยินคำร่ำลือกันว่าเป็นตระกูลนักดาบที่มีฝีมือสูงมาตั้งแต่สมัยโบราณนะ"เอ็ดเวิร์ดอธิบายทำเอาลูซิเฟอร์คึกคักพลางเอ่ยว่า"ชักอยากไปดวลด้วยจังเลยแฮะ!"

-----------------------

ห่างออกไปในเครื่องบินขนส่งกำลังรบขนาดยักษ์ของบอนล์ นักบินทุกคนกำลังเตรียมตัวเข้าประจำแผนการจู่โจมหนึ่งในนั่นมีผู้หญิงรวมอยู่ด้วย...

"นี้ๆน้องสาวสนามรบมันอันตรายนะจ๊ะ"นักบินจอมกระหล่อนคนนึงเอ่ยแซวหญิงสาวผมสีเหลืองที่มีใบหน้าเรียบนิ่งเฉยเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่สนใจเลยทำให้นักบินคนนั่นเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเอื้อมมือขวาไปแตะที่ไหล่ของหญิงสาวคนนั่นแล้วเอ่ยออกมาว่า"คิดจะเมินเหรอคนสวย?"

คำตอบที่ได้นับกลับเป็นศอกกระแทกที่ใบหน้านักบินคนนั่นอย่างแรงจนลงไปดิ้นพราดๆอยู่กับพื้น นักบินที่เหลือหันมามุงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทันที

"มันเจ็บนะ!"นักบินขี้หลีคนนั่นร้องออกมาขนาดพยามพยุงตัวให้ลุกขึ้นแต่หญิงสาวตรงหน้าดูไม่กลัวแม้แต่น้อยใบหน้าของเธอแสดงออกให้เห็นถึงอารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่านก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า"อยากตายตรงนี้สินะ...."

ดูเหมือนนักบินขี้หลีคนนั่นจะไม่กลัวคำขู่และทำท่าจะพุ่งเข้ามาชกใส่หญิงสาวแต่ว่ากลับถูกขัดขวางด้วยฝีมือใครบางคนที่พุ่งตัวเข้ามาขวางหญิงสาว

"ยกโทษให้คุณไอเรียด้วยเถอะครับ!"ผู้เข้ามาขัดขวางเป็นเด็กหนุ่มในชุดนอร์มอลสูทแต่จากเครื่องแบบที่เขาใส่นั่นไม่ใช้นอร์มอลสูทสำหรับทหารแต่เป็นชุดนอร์มอลสูทสำหรับคนงานบนยานธรรมดา...

"หลบไปดาร์นี่...."หญิงสาวกล่าวแม้น้ำเสียงยังคงเดิมแต่ความโกรธนั่นลดลงไปมาก...

"แก! ยุ่งอะไรด้วยฟร่ะ!"นักบินขี้หลีคำรามก่อนจะใช้หมัดขวาชกดาร์นี่อย่างเต็มแรงทำเอาล้มลงไปจูบพื้นแทบจะในพริบตา...แต่นักบินขี้หลีคนนั่นไม่ได้สังเกตุเลยว่าเท้าของไอเรียยกขึ้นและเหวี่ยงมาถึงระดับหน้าของเขาแล้ว....

ผลก็คือนักบินขี้หลีคนนั่นลงไปนอนจูบพื้นเหมือนดาร์นี่แถมดูท่าทางว่าจะเจ็บหนักยิ่งกว่าดาร์นี่อีก

"หยุดได้แล้ว!"เสียงคำรามดังขึ้นทั้งหมดหันไปมองที่ประตูห้องชายหนุ่มท่าทางมีอายุเดินเข้ามาในห้องเขาอยู่ในชุดนอร์มอลสูทของนักบินหนีบหมวกนักบินเอาไว้ใต้รักแร้ขวา

"พะ พันตรี เดธ อินทรี!"เหล่าทหารทั้งหมดเอ่ยชื่อเขาขึ้นมาพร้อมกันแน่นอนยกเว้นไอเรีย...

"มีปัญหามากนักเหรอ B-02 เรย์กิว..."พันตรีเดธเอ่ยคำถามใส่ไอเรียหรือเรย์กิวซึ่งคนในนี้จะเรียกเธอด้วยชื่อหลังมากกว่าและรู้จักเธอในทหารทดลองของจักรกลวิปลาศเลกิวออส...

เรย์กิวไม่ตอบคำถามเธอหันไปทางดาร์นี่แล้วเอ่ยออกมาว่า"วันหลัง อย่าเรียกชื่อนั่นต่อหน้าฉันอีก...."

ดาร์นี่กลืนน้ำลาย เขาเป็นเพียงทหารประจำอยู่บนยานรบธรรมดาและรู้จักกับเรย์กิวมาก่อนที่เรย์กิวจะได้เป็นนักบินของเรย์กิวออส...เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแต่ที่แน่ๆเธอเปลี่ยนไปจากคนที่เขารู้จักจนแทบจะกลายเป็นคนละคน

"B-02 เรย์กิว ตั้งแต่นี้เธอจะเข้ามาอยู่ในหน่วยของฉัน ขอแนะนำให้เธอรู้จักเพื่อนร่วมทีม อังเรย์ ฟีนากัซซี่...."พันตรีเดธเอ่ยก่อนจะเรียกให้ทหารผมสีม่วงหน้าตาดูดีระดับนึงเขามาแนะนำตัว...

เรย์กิวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหมองที่อยู่ในแววตาของเขาถึงเธอจะไม่รู้ว่าเขาเจออะไรมาก็ตาม...

อังเรย์ยืนมือขึ้นมาให้เธอจับอย่างเรียบๆ.....เรยืกิวนิ่งไปสักครู่ก่อนจะปัดมือของอังเรย์ออก.... แต่ดูท่าทางอังเรย์จะไม่ได้ใส่ใจ...

"หึ เข้าใจยากเป็นบ้าพวกแกเนี่ย....เอาล่ะออกโจมตีได้!"พันตรีเดธพึมพำก่อนคำราม นักบินทุกคนในห้องก็ร้องเฮขึ้นมาพร้อมกันแน่นอนยกเว้นอังเรย์และเรย์กิว...

-----------------------

ตัดกลับมาที่ยานบลูกาแลคเซียแองเจิลโมโมะกำลังเดินตามหารัตน์ทั่วยานเนื่องจากโมโมะเริ่มกังวลไร้สาระว่าถ้าปล่อยให้รัตน์อยู่ห่างตัวเธอฟาลินจะเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆรัตน์...

แต่กลายเป็นว่าเธอเดินจากฟาลินก่อนคนแรกและโดนแม่หนูไฮเฟปอร์คนนี้บังคับให้

" ... อู๊ ~ โมโมะดูท่าทางจะไม่สบายใจเลยนะเป็นอะไรรึเปล่า? มาให้ฟาลินจับหัวดูหน่อยนะ น่ะ~"ฟาลินป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆโมโมะดูเหมือนแผนการส่งสายตาข่มขู่ของเธอคงจะเป็นหมั้นไปซะแล้ว...โมโมะเริ่มรู้สึกแล้วว่าความรู้สึกอยากถอนหายใจของรัตน์มันเป็นยังไง อืมแบบนี้แสดงว่าเราเข้าใกล้จิตใจของรัตน์คุงมากขึ้นสินะ

แต่ในระหว่างที่โมโมะคิดอะไรเพลินๆฟาลินก็เอาหน้าผากของเธอเข้ามาชนกับของโมโมะ...เข้าใจว่าจะทำการวัดไข้นั่นเอง..

"ตัวโมโมะก็ไม่ร้อนนะ แต่ทำไมทำท่าไม่สบายใจแบบนั่นล่ะ....."ฟาลินเอ่ยทำเอาโมโมะหน้าแดงเพราะเอาหน้าผากมาวัดแบบนี้ริมฝีปากทั้งคู่ใกล้กันถึงจะชนกันได้ง่ายๆ...

"ทำอะไรของคุณน่าค่า~~"โมโมะลนลานก่อนจะพลักฟาลินออกไป....

"คุณฟาลินค่ะคุณอายุ20แล้วนะค่ะ อย่างน้อยๆก็ช่วยสำรวจหน่อยสิค่ะ"โมโมะปรามแต่ดูเหมือนว่าฟาลินจะ... "อะ! กลิ่นนี้ข้าวพัดนิน่า ฟาลินจู่โจมล่ะค่า~~~"

เอ่ยจบฟาลินก็วิ่งไปทางโรงอาหารที่อยู่ใกล้ๆโมโมะต้องรีบตามไปโดยด่วน...ซึ่งที่โรงอาหารนั่นโดโรธี แม๊คเมฮอนหรือดอลลี่แห่งหน่วยคาวาเลียร์...กำลังรับประทานอาหารกลางวันอยู่....ชุดอาหารกลางวันเด็กซึ่งมีธงประดับอยู่บนข้าวพัด....เอะทำไมในยานถึงมีอาหารแบบนี้ขายได้เนี่ย...

ขนาดที่ดอลลี่กำลังจะตักข้าวพัดเข้าปาก...เธอก็เหลือบไปเห็นฟาลินที่ยืนน้ำลายไหลอยู่ข้างๆ.....

เจอแบบนี้ใครมันจะไปกินลง....ดอลลี่ยิ้มให้กับฟาลินก่อนจะเอ่ยว่า"มากินด้วยกันมั้ย?"

ฟาลินพยักหน้าหงึกๆเหมือนลูกแมวก่อนจะยิ้มช้อนขึ้นมาเตรียมตัก....แต่ทว่า...

"ช้าก่อน! เธอ ฟาลินสินะ ฟังนะฟาลินจังการกินข้าวพัดแบบธรรมดาไม่ได้ทำให้มันอร่อยขึ้นหรอกเราต้องกินแบบห้ามให้ธงล่มต่างหากล่ะ!"ดอลลี่พูดส่วนฟาลินก็พยักหน้าหงึกๆส่วนโมโมะเริ่มรู้สึกแล้วว่ารัตน์รู้สึกยังไงเวลาถอนหายใจ...โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้เอะใจเลยว่าดอลลี่นั่นแอบยิ้มที่มุมปากอยู่...

"ได้เลย! พี่โดโรธีมาแข่งกันใครทำธงล่มก่อนคนนั่นแพ้!"ฟาลินประกาศท้า ส่วนดอลลี่ก็รับคำ โมโมะเริ่มรู้สึกว่าจริงๆแล้วฟาลินก็เหมือนเด็กคนนึงนี่เองเธอคงคิดมากไปเรื่องที่ไปหวาดระแวงฟาลินโดยกลัวว่าเธอจะเข้าไปยุ่งกับรัตน์...

"น่าาสมเพศจังเลยนะค่ะเราเนี่ย......"โมโมะพึมพำกับตัวเอง

"ขอโทษนะฟาลินจัง!"โมโมะ้ก้มหัวขอโทษฟาลิน ซึ่งตัวฟาลินเองก็งงที่ว่าโมโมะมาขอโทษเธอทำไม นั่นทำให้เธอเสียสมาธิเผลอตักเข้าพัดจงธงล่ม....

"อ๋า~~ไม่น่า~ บู่!~ โมโมะต้องรับผิดชอบด้วยที่ทำให้ฟาลินแพ้เลย!~"ฟาลินงอนโมโมะซะแล้วส่วนโมโมะพอรู้ตัวว่าทำเสียเรื่องอีกแล้วจึงก้มหัวขอโทษฟาลินรั่วๆพร้อมกับเอ่ยว่า"ขอโทษค่า~ ฉันนี้ใช้ไม่ได้เลยค่ะ~ ขอโทษค่ะ~"

ส่วนดอลลี่ก็อาศัยจังหวะนี้ตักข้าวพัดที่เหลือเข้าปากอย่างรวดเร็วแล้วก็เดินหนีออกมา่เงียบๆ...เมื่อฟาลินหันกลับมาปรากฎว่า...ฃ

"ข้าวพัดหมดแล้วอ่ะ! ง่า~"ฟารินเริ่มงอแงแต่ในตอนนั่นหัวสมองของโมโมะก็ทำงานขึ้นมาและสั่งให้เธอเอ่ยขึ้นมาว่า"อะฟาลินจัง อยากกินพุดดิ้งไข่นุ่มนิ่มมั้ยจ๊ะ~"

"อยากกินค่า~"ฟาลินเปลี่ยนอริยาบทอย่างรวดเร็ว สำหรับโมโมะที่คงจะเป็นการกระทำอย่างเดียวที่พอจะไถ่โทษต่อฟาลินได้บ้าง..

โมโมะเดินอย่าางสบายอารมณ์เข้าไปหลังครัว...ปกติห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในนี้เว้นแต่สองหน่อโมโมะกับรัตน์สาเหตุก็คือรัตน์มักจะโดนกัปตันไลล่าใช้ให้ทำอาหารเป็นประจำส่วนโมโมะนั่น....

ในบรรดาตู้เย็นที่ใช้เก็บอาหารหลังครัวมีตู้เย็นเล็กๆสีชมพูดูน่ารักเหมาะกับเด็กผู้หญิงมีป้ายแปะไว้ว่า"ตู้เย็นของโมโมะจัง..."ซึ่งตู้เย็นของโมโมะจังนั่นมีควันสีเขียวที่ฉุนอย่างร้ายกาจลอยออกมาตามรอยพับฝาประตูตู้....บรรดากุีกเมื่อเห็นโมโมะกำลังทำท่าจะเปิดตู้นั่นก็หยิบหน้ากากกันก๊าซพิธขึ้นมาสวมกันทันที

โมโมะเปิดตู้กลิ่นเหม็นสาปตลบอบอวนไม่ทั่ว ภายในตู้เย็นของโมโมะจังไม่สิถ้าให้ถูกน่าจะเรียกตู้เก็บอาวุธชีวภาพของโมโมะเพราะภายในตู้เต็มไปด้วยสารสีเขียวเหนียวๆแปะไปตามผนังตู้ บริเวณตะแกรงวางของก็เต็มไปด้วยพืชรูปร่างหน้าตาประหลาดสีเขียวๆโมโมะหยิบเอาถาดที่มีก้อนเหนียวๆสามก้อนออกมาจากตู้เย็น...น่าแปลกทั้งๆที่ฉุนขนาดนั่นแท้ๆโมโมะกลับไม่ได้กลิ่นเลยสักนิด....

โมโมะยกถาดที่มีของเหลวเหนียวๆรูปร่างดูไม่ค่อยเป็นก้อนสีเขียวเดินมาทางโต๊ะฟาลิน....นี้สินะพุดดิ้งไข่นุ่มนิ่มของโมโมะ.....

"ว้าวน่ากินจังเลย~"ฟารินเอ่ยชื่นชมโมโมะรู้สึกภูมิใจมากขึ้นกว่าเดิมอีกเพราะตั้งแต่เกิดมาพึ่งมีคนเคยชมอาหารของเธอเป็นครั้งแรกส่วนบรรดาคนอื่นๆในห้องอาหารนั่นคิดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า"(ยัยนี้นอกจากสติแล้วประสาทตาผิดปกติด้วยรึเนี่ย.....)"

"ทานเลยสิจ๊ะฟาลินจัง~"โมโมะชวนก่อนที่ฟาลินจะหยิบช้อนขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า"ค่า~"

และฟาลินก็ตักสิ่งที่โมโมะเรียกว่าพุดดิ้งนั่นเข้าไปในปาก...

"อาหร่อย~"เธอเอ่ยออกมา.....บรรดาคนอื่นๆในห้องอาหารนั่นถึงกับตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น....

"ระ...หรือว่าอาหารของคุณโมโมะจะดุไม่น่ากินแต่จริงๆแล้วอร่อย..."

"ก็เป็นไปได้นะ อย่างพวกปลาร้าที่เหม็นสุดๆอะไรเงี่ย"

"ถึงยัยฟาลินนั่นจะดูเพี้ยนๆก็เถอะแต่ถ้าบอกว่าอร่อยก็น่าจะมีลุ้นบ้างนะเออ..."
เสียงวิจารณ์ดังไปทั่วห้องพร้อมๆกับเสียงฮือฮา....ในตอนนั่นชายหนุ่มสองคนก็เดินเข้ามา

"เฮ่อ...หิวข้าว"มิเกลกับอัลบาเดินเข้ามาในห้องอาหารพวกเขาเป็นนักบินของคาวาเลียร์ลูกทีมของเอ็กซ์เหมือนกับดอลลี่นั่นเอง

"อะ คุณมิเกล คุณอัลบา! ลองชิมสิค่ะ~"โมโมะตอนนี้กำลังอยู่ในโหมดดีใจสุดขีดจากการ"หนูทำได้~"ที่อาหารของเธอมีคนชมว่าอร่อย...

มิเกลเมื่อเห็นถาดก็ถึงกับผงะ ส่วนอัลบาเองก็ตกใจเล็กน้อย....มิเกลเริ่มลำบากใจว่าจะหาทางปฎิเศษยังไงดีแต่เมื่อเห็นฟาลินกินอย่างเอร็ดอร่อยก็คิดว่าลองดูไม่น่าจะเสียหายถึงรูปร่างจะดูไม่น่าทานก็เถอะ...

"งั้นขอชิ้นนึงนะ~"มิเกลบอกก่อนจะตักก้อนเขียวๆนั่นเข้าปากไป....

ตุบ....

มิเกลล้มสลบน้ำลายฟูมปากอยู่ตรงนั่น....ส่วนอัลบาก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า"ผมจะเอาหมอนี่ไปห้องพยาบาลครับ......"

-----------------------

ในห้องเก็บของเล็กๆในยานบลูกาแลคเซียแองเจิล รัตน์กับเฟอเดอริก้ากำลังพูดคุยเรื่องปัญหาสำคัญกันอยู่...

"คุณเฟอเดอริก้า...ด.ร คริสโตเฟอร์ ออดิชาล์ตายแล้ว....รึครับ?"รัตน์เอ่ยถามขณะล็อกห้อง...แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับระดับสูงแม้แต่เทสไพล็อตอย่างเขาก็อาจมีสิทธ์ต้องโทษได้

เฟอร์เดอริก้าเงียบไปสักครู่ก่อนจะเริ่มจุดบุหรี่แล้วเอ่ยว่า"รู้ได้ยังไง...."

รัตน์นิ่งเงียบ เฟอร์เดอริก้าเห็นดังนั่นจึงหันหลังไปพิงประตูแล้วกล่าวเรียบๆว่า"ถ้าไม่อธิบายมาล่ะก็......ฉันก็ปล่อยเธอไปไม่ได้เหมือนกัน..."

"ผมเจอเทปนี้....ในไฟล์ดาต้าซิสเต็มที่ซ่อนอยู่ของอาคาน่าซาก้า..."รัตน์บอกก่อนจะโยนเทปวีดีโอสามมิติให้เฟอเดอริก้า...ถ้าพ่นควันออกมาทีนึงก่อนจะเปิดเทปนั่นดูทันที...

"รัตน์ พรมอนันต์ถ้าเธอได้เห็นวีดีโอนี่แล้ว ต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นคนแอบเอามาไว้ในฮาร์ดดิสของเธอเองฉันมีเรื่องไม่สบาย...เกี่ยวกับซูเปอร์ไซคิกเอนจิ้นที่เธอใช้อยู่..."ภาพใบหน้าของนักวิทยาศาตร์ชราคริสโตเฟอร์ออดิชาล์ปรากฎขึ้นมา...เฟอเดอริก้าคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดีเพราะเขาเป็นอาจารย์ที่สอนวิทยาศาตร์ของเธอนั่นเอง

"จากผลการทดลองล่าสุดมันทำให้ฉันเริ่มรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับซูเปอร์ไซคิกเอนจิ้นและเมื่อเทียบกับประวัติของพวกเธอจากการขับอาคาน่าที่ผ่านๆมามันทำให้ฉันได้รู้ว่าคลื่นความถี่ที่ระบบมันปล่อยออกมานั่นสร้างความเสียหายให้กับสมองของพวกเธอด้วย...แต่ความเสียหายนั่นกลับเป็นผลดีหรือถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือ สมองของพวกเธอกำลังค่อยๆที่จะซึมซับความถี่เหล่านั่นเข้าไปแล้วค่อยๆปรับสภาพให้เคยชินกับระบบไซคิกเอนจิ้นซึ่งมันจะทำให้พวกเธอสามารถใช้ไซคิกเอนจิ้นได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น..."ด.รคริสโตเฟอร์หยุดไปสักพัก...เฟอเดอริก้าเองก็เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ออกมาจากปากของอาจารย์เหมือนกัน

"แต่ว่า...นั่นเป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับโมโมะจัง...แต่สำหรับเธอรัตน์มันแปลกไปสมองของเธอพัฒนาไปแบบน่าตกใจ...ไม่ควรจะเรียกว่าการปรับตัวน่าจะเรียกว่าเป็นวิวัฒนาการมากกว่า...หัวสมองของเธอซึมซับคลื่นความถี่เหล่านั่นเข้าไปและมันทำให้สมองของเธอปล่อยคลื่นอ่อนๆออกมาได้ด้วยฉันเกรงว่าสมองของเธอจะพัฒนาไปมากกว่าขีดจำกัดของมนุษย์..."เฟอเดอริก้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองรัตนืเจ้าตัวยังคงสีหน้าแบบเดิมเอาไว้อยู่....

"เร็วๆนี้พวกบอนล์มันเริ่มจับได้แล้วว่าฉันกำลังทำการช่วยเหลือพวกเธออย่างลับๆ...ขอโทษนะแต่เพราะว่าลูกเมียฉันเองก็โดนพวกบอนล์ข่มขู่ฉันก็เลยต้องยอมไปเข้ากับพวกนั่น ซูเปอร์ไซคิกเอนจิ้นที่ฉันพัฒนาก็เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของฉันแต่ยังไงก็ตามรัตน์ ฉันขอสั่งไม่ให้เธอใช้เจ้านั่นบ่อยนักเพราะเกรงว่าจะมีอันตรายต่อตัวเธอ รัตน์ฉันสงสัยในตัวของเธอมากว่าทำไมสมองของเธอถึงเป็นแบบนั่น เร็วๆนี้ฉันพึ่งค้นพบคำตอบมา เธอเกิดที่ดวงจันทร์สินะ....เมื่อ7ปีก่อนตอนที่เธออายุครบเจ็ดขวบที่ฐานทัพดวงจันทร์ของสมาพันธ์นะ..."เฟอเดอริก้าเข้าใจแจ่มแจ้งเหตุผลที่รัตน์เรียกเธอมาที่นี้เธอจึงปิดเทปทิ้งไม่รอฟังต่อจนจบ.....แล้วเอ่ยออกมาว่า...

"แล้วจะทำยังไง...."เฟอเดอริก้าเอ่ยถามดูเหมือนเธอจะดูปลงยิ่งกว่ารัตน์ซะอีก...

"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกนั่นนะ เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นิครับ"รัตน์เอ่ย เขาสังเกตุเห็นเฟอเดอริก้าถอนหายใจออกมาซึ่งรัตน์ก็เล็งจังหวะนี้อยู่...

รัตน์พุ่งเข้าไปประชิดเฟอเดอริก้าและจับเธอล็อกไว้อย่างรวดเร็วพร้อมกับเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบๆว่า"แต่มีเรื่องนึงที่ผมอยากจะถาม....ทำไมถึงต้องปิดเรื่องนี้กับผมด้วย!"

แม้จะถามเรียบๆแต่ประโยคสุดท้ายของรัตน์นั่นใส่อารมณ์อย่างรุนแรง...เฟอเดอริก้ายิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ....."

"ผมอยากได้ความจริงครับ...."รัตน์ถาม....โดยยังคงสีหน้านิ่งเรียบไว้เหมือนเดิม

"ฉัน....ไม่อยากให้เธอเกลียดฉันนะสิ..."เฟอเดอริก้าพึมพำประโยคนี้ทำเอารัตน์ฉงน...

"ว่าอะไรนะครับ...คุณเฟอเดอริก้า..."รัตน์ถามพร้อมกับปล่อยร่างของเฟอเดอริก้าเจ้าตัวรีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยออกมาหน้าอายๆว่า"อย่างที่บอกไปนั่นแหละ...ฉันนะเสียน้องชายไปตั้งแต่ตอนนั่น เธอเองก็อายุเท่าเขาพอดีด้วย...ตอนที่เธอมาเข้าที่โรงเรียนของมินาโมโต้แรกๆนะ เธอเองก็ดูเหงาๆฉันก็เห็นเธอซ้อนทับกับน้องชายของฉันขึ้นมานะก็เลย...."

ดูเหมือนเจ๊เฟอเดอริก้าทำท่าจะร้องไห้มาดเจ๊ของเธอหายไปหมดจนแม้แต่รัตน์ยังอึ้ง......

"จะ เจ๊อย่ามาแอ๊บแบ้วไม่เข้าท่าน่า...ผมสยองนะ..."รัตน์เอ่ยอย่าหวาดๆ...น้ำตาของเฟอเดอริก้าหายไปทันใดพร้อมๆกับมือขวาที่เข้ามามะเหงกกระโหลกของเขา...

"ว่าใครแอ็บแบ้วย่ะ!"

"โอย......ขอโทษครับ "พี่สาว"...."รัตน์เอ่ย....แน่นอนประโยคหลังก็ทำให้เฟอเดอริก้าถึงกับสะดุ้งออกมา...น้ำตาที่หายไปกลับมาคลอที่สองเป้าอีกแล้ว....เฟอเดอริก้าถอดแว่นออกแล้วใช้ข้อศอกเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา...

"รัตน์...นายนี้มันบ้าจริงๆ แน่จริงเรียกฉันแบบนี้ต่อหน้าทุกคนสิ..."เฟอเดอริก้าเอ่ยรัตน์ก็ส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่า"น่าอายจะตายไป..."

"สมเป็นเธอจริงๆแฮะ..."เฟอเดอริก้าพึมพำก่อนจะหยิบเอามะเร็วห่อกระดาษขึ้นมาจุดสูบอีกม้วน

"คุณเฟอเดอริก้า...ผมนะต่อให้คุณจะเป็นยังไงก็ตาม ผมก็ทำใจเกลียดคุณไม่ลงหรอกครับ"รัตน์เอ่ยเฟอเดอริก้าทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมๆกับพ่นควันบุหรี่ว่า"ประโยคหวานเลี่ยนแบบนั่นถ้าโมโมะจังได้ยินเข้าคงดีใจจนช็อกสลบไปแน่ๆ"

"....คงอย่างนั่น"รัตน์รับคำอย่างเรียบๆ เฟอเดอริก้าก็ยิ้มก่อนที่จะเข้าไปกอดคอรัตน์แล้วเอ่ยว่า"มีเรื่องที่อยากจะถามอยู่ใช่มั้ย...."

"ครับ....เรื่องนั่นแหละ"รัตน์บอก เฟอร์เดอริก้าก็ดึงมือออกทำท่าครุ่นคิดสักครู่นึงก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ผลกระทบที่ตัวเธอได้รับจากคลื่นที่ออกมาจากแบล็กบ็อกซ์น่ะ...คงทำให้สมองเธอมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนนั่นเมื่อมาผสมกับไซคิกเอนจิ้นที่ใช้กระตุ้นสมองเข้าไปอีกก็คงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบที่ด.รออดิชาร์ลพูดละมั่ง....ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกเพราะฉันไม่ใช้หมอ"

"แล้วคลื่นนั่น....คุณเฟอเดอริก้าไม่รู้อะไรบ้างเลยรึครับ......."รัตน์ถามต่อไปเฟอร์เดอริก้าตอบออกมาสั้นๆว่า"เป็นคลื่นพลังงานที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน คนที่โดนคลื่นนี้เข้าไปร่างกายจะสั่นสะเทือนอย่างแรงและจะระเบิดออกมา...นายก็ยังคงไม่ลืมภาพนั่นสินะ..."

รัตน์ถอนหายใจ....ภาพที่น่ากลัวสำหรับเขาในวัยสิบขวบยังคงฝังลึกอยู่ในสมองและไม่ยอมจางหายไป....เฟอเดอริก้าพ่นควันออกมาอีกรอบพร้อมกับเอ่ยต่อว่า"พวกฉันอยู่ในเชลเตอร์หลบภัยเลยไม่เป็นไร....การระเบิดออกระหว่างการเปิดแบล็กบ็อกซ์เท่าที่ฉันรู้มาคนที่โดนคลื่นนั่นกระทบตรงๆแล้วรอด....มีแค่นายเท่านั่นรัตน์....."

รัตน์กลืนน้ำลาย.....เฟอร์เดอริก้าจงมองเข้าอย่างเอ็นดูครู่นึงก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"รัตน์ ฉันนะต่อให้นายจะเป็นยังไงก็ตามฉันก็ทำใจเกลียดนายไม่ลงหรอกนะ..."

"นั่นมันคำพูดผมไม่ใช้เหรอ...."รัตน์ถึงกับเหงื่อตกที่โดนย้อนโดยมุขนี้...ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยจะดังขึ้น....พร้อมเสียงประกาศเรียกให้ทุกคนไปเข้าประจำที่...

-----------------------

ยังไม่จบเน่อรอพาร์ทต่อไปอีกสองถึงสามวันครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2009, 09:59:36 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2009, 01:33:23 AM »

===============================   Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
===============================       Episode 2  : A Revealed Secret  =============================


ณ  ท่าอากาศยานของโคโลนี่ไซด์ 7


" เอาล่ะ....ในที่สุดก็ถึงซักที โคโลนี่ไซด์ 7 "  เมื่อยานฮาเซล เซน่อนทำการเทียบท่าที่อากาศยานเสร็จ  เอเล่ก็ทำการจัดแจงบอกลูกทีมของตน

" เดี๋ยวเราจะทำการแบ่งเป็น 2 กลุ่มนะ...มาเรีย ซารีน่า ฟิลเลเน่  ไปหาสเบียงและเชื้อเพลิง...ส่วนดิฉัน  ลูน่า และอุชิโอะซังจะไปสำรวจโรงงานตามแผ่นดิสก์ของคุณปู่อุชิโอะซัง

" ลูน่า ไปเตรียมรถขนส่งให้หน่อยสิคะ "

" จ้า ๆ " ลูน่าทำตามอย่างว่าง่าย

" คะ...คือคุณเอเล่คะ... " อุชิโอะยังมีท่าทีวิตกเล็กน้อย

" อะไรเหรอคะ ? อุชิโอะซัง "

" คือจะไม่เป็นไรแน่เหรอคะ ?   คุณซารีน่าก็บอกว่าที่โคโลนี่นี้ตรวจสอบผู้คนระดับผู้คนระดับ L5 เลยนี่คะ ? "

" เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ  ไว้เป็นหน้าที่ของดิฉันเอง "  เอเล่ยิ้ม  แม้ว่าอุชิโอะจะไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ยังไงตอนนี้ก็ต้องเชื่อใจพวกเอเล่เอาไว้ก่อน

" อ่ะ...พูดถึงก็มาเลยสินะ " ทหารรักษาความปลอดภัยจำนวน 4 - 5 คนเดินมาที่ยาน

" ขอโทษครับ ทางเราขอ..... "  ยังไม่ทันที่ทหารจะพูดจบ เอเล่ก็ยื่นตราสีทองให้  นายทหารคนนั้นรับมาดูแล้วก็หน้าซีดเผือด

" ตะ...ตรานี่มัน !?!? " นายทหารคนนั้นพูดตะกุกตะกัก พลางกระซิบกับทหารคนอื่น ๆ แล้วหันมาพูดกับพวกเอเล่อีกครั้ง

" ทะ...ทางเราไม่แน่ใจว่าตรานี่ใช่ของจริงหรือไม่ ถ้ายังไงก็.... "

" กะไว้แล้วเชียวว่าต้องไม่เชื่อง่าย ๆ " เอเล่พูดตัดบททหารคนนั้น    " จริง ๆ ก็ไม่อยากใช้วิธีนี้เลยล่ะน้า.... " เธอถอนหายใจเล็กน้อยพลางรับอุปกรณ์สื่อสารแบบแสดงจอภาพมาจากซารีน่า

ปิ๊ป....ปิ๊ป...ปิ๊ป....

" ฮัลโหล...ท่านพ่อ.. "  สิ้นคำพูดเอเล่  ภาพจากอุปกรณ์สื่อสารก็ฉายภาพชายวัยกลางคนในชุดทหารยศนายพลขึ้นมา

" ทะ...ทะ...ท่านนายพล อัลเบิร์ด ราคอสซิก้่า !?!?!? "  ทหารเหล่านั้นรีบทำความเคารพเป็นการใหญ่   ชายวัยกลางคนนั้นพยักหัวให้เล็กน้อยพลางหันมาดูเอเล่

" ขะ...ขออภัยที่เสียมารยาทครับ คุณหนู ราคอสซิก้า !!!! "  แล้วซักพักทหารเหล่านั้นก็ขอโทษขอโพยเอเล่เป็นการใหญ่และเขียนใบอนุญาติต่าง ๆ ให้เอเล่อย่างเร่งรีบก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไป  ซึ่งสร้างความฉงนให้แก่อุชิโอะเป็นอย่างมาก เพราะไม่นึกว่าเอเล่จะเป็นลูกสาวของนายทหารระดับสูงขนาดนี้

" นี่มันอะไรกันเอเล่ ?  จู่ ๆ ลูกก็หนีออกจากบ้านไป  แถมทำไมยังไปอยู่ที่โคโล.... "  ยังไม่ทันพูดจบ เอเล่ก็ทำการปิดเครื่องสื่อสาร แล้วหันมายิ้มให้อุชิโอะ

" เท่านี้เราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องโดนตรวจแล้วล่ะค่ะ "

" แหะ ๆ " อุชิโอะก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ตอบ


---------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------
------------------------
---------
---
-

ณ โรงงานร้างแห่งนึง บริเวณ ที่ว่างเปล่าทางตอนบนของไซด์7



" นี่อุชิโอะซัง แน่ใจนะว่าโรงงานร้างนี่น่ะ ? "  ลูน่าทำหน้าไม่แน่ใจพลางมองสถานที่ที่อยู่ตรงเบื้องหน้านี่  ถึงจะเป็นโรงงานสำหรับผลิดอาวุธของกองทัพก็เถอะ  แต่ก็ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมาไม่ต่ำกว่า 10 ปีได้

" เอ่อ...ถ้าตามข้อมูลของดิสก์คุณปู่ก็น่าจะเป็นที่นี่แหละค่ะ... " อุชิโอะเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ  ที่นี่จะมีอาวุธของอาร์คสไตรค์เกอร์อย่างที่คุณปู่บอกจริง ๆ เหรอ ? แล้วทำไมถึงต้องแยกเก็บไว้ที่โรงงานร้างแห่งนี้ล่ะ ?

" ยังไงดิฉันก็ว่าลงไปสำรวจดูกันก่อนดีกว่าค่ะ " เอเล่ออกความเห็น แล้วทั้งสามคนก็ขับรถผ่านกองเศษเหล็กหน้าโรงงานเข้าไปในตัวโรงงานทันที

" เอ่อ.....มันจะมีอาวุธจริง ๆ เหรอเนี่ย ? มองไปทางไหนก็มีแต่ของสนิมเกรอะทั้งนั้น... "  ลูน่าพูดพลางรื้อของที่อาจจะนำไปใช้ได้ แต่ก็ไม่พบเลย

" แปลกจัง....  คุณปู่ไม่น่าจะโกหกเรานี่นา "  อุชิโอะเริ่มใจเสียเล็กน้อย 

" นี่ ๆ ทุกคน มาดูนี่สิคะ ! "  เอเล่เรียกทั้งสองคนมาดูประตูเหล็กบานใหญ่บานหนึ่งที่ปิดแน่นสนิท  บนบานประตูมีเลขรหัสเขียนเอาไว้ว่า ATE-002

" นั่นมัน...รหัสเครื่องของอาร์คสไตรค์เกอร์นี่คะ ? "  ลูน่าจำได้เพราะว่าช่วงที่เธอตรวจเช็คสภาพของอาร์คบนยาน เธอก็สังเกตุเห็นเลขรหัสนี้บนบ่าข้างขวา

" หรือว่าจะเป็นที่นี่...... " อุชิโอะยืนอึ้งซักครู่  ก่อนที่จะโดนเอเล่เรียกให้ไปดูคอมพิวเตอร์ควบคุมระบบประตู

" ดีที่คอมพิวเตอร์ตัวนี้ยังใช้ได้นะคะ  แต่ว่ามันต้องใส่พาสเวิร์ดนี่สิ " 

" อุชิโอะซัง  คุณรู้พาสเวิร์ดไหมคะ ? "  เอเล่หันไปถามอุชิโอะ

" คิดว่า.... น่าจะเป็นพาสเวิร์ดเดียวกับที่ใช้เปิดแผ่นดิสก์นะคะ.... " เธอจ้องมองแผ่นควบคุมที่ปลดล๊อคพาสเวิร์ดด้วยเสียงซักครู่ ก่อนที่จะบอกพาสเวิร์ดกับเครื่อง

" คะ....คุณหมีสีฟ้า.... " 

กริ๊ก !!!  ฟู่ววววววว !!!!!!!!~

ประตูขนาดใหญ่เปิดออก 

" คุณหมีสีฟ้า.... ??? "  เอเล่กับลูน่ายืนงงกับพาสเวิร์ด

" ปะ...เป็นตุ๊กตาหมีตัวโปรดของชั้นน่ะคะ  แหะ ๆ  " อุชิโอะบอกอาย ๆ

" อ๋อ ?  ก็ไม่เห็นต้องอายอะไรนี่คะ ?  ดูสมหญิงดีออก ? " เอเล่ตอบ  แต่แน่นอนว่าอุชิโอะไม่กล้าบอกความจริงว่า เมื่อตอนต้องใส่บทบาทอุชิโอะไปเขาก็ต้องอยู่กับตุ๊กตาหมีนี่ตลอด แต่ไป ๆ มา ๆ เขากลับติดตุ๊กตาหมีนี่ซะเอง ชนิดขาดมันไปก็นอนไม่หลับ มักจะนอนกอดแทนหมอนข้างประจำ  ขืนคนอื่น ๆ รู้ความจริงว่าชายแท้แบบเขาติดตุ๊กตาหมีแบบนี้ คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแน่ ๆ


เมื่อประตูใหญ่เปิดออก ข้างในนั้นพบว่ามีของบางอย่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าคลุมขนาดใหญ่เอาไว้อยู่ หลายอย่าง

" หรือว่านี่จะเป็น... " ลูน่าเข้าไปดึงผ้าคลุมออกแล้วพบว่า ภายใต้ผ้าคลุมนั้นก็คือ....

" เป็นอย่างที่คุณปู่บอกจริง ๆ ด้วย " อุชิโอะใจชื้นขึ้นเมื่อสิ่งที่คุณปู่ของเธอบอกเป็นความจริง



----------------------------------------------------------------
ตัดกลับมาทางด้าน มาเรีย ซารีน่า ฟิลเลเน่

" บู........ทำไมเค้าไม่ได้ไปกับลูน่าอ่า.... " มาเรียทำหน้าเบ้ พลางถือถุงใส่อาหารจำนวนมากหลังจากที่ไปช๊อปปิ้งมากัน ตอนนี้ทั้งสเบียงและเชื้อเพลิงถูกส่งใส่ตู้คอนเทนเนอร์ไปเรียบร้อยแล้ว  โดยที่ฟิลเลเน่ไปคอยควบคุมดูแลอยู่

" ช่วยไม่ได้นี่คะ ภารกิจไปนำอาวุธของหุ่นอุชิโอะซังมันต้องใช้ช่างเครื่องคนสำคัญอย่างคุณลูน่า พวกเราเองก็รีบซื้อของกันเถอะค่ะ แล้วไปสบทบกับคุณพิลเลเน่กันดีกว่า " ซารีน่าออกความเห็น แขนทั้ง 2 ข้างของเธอก็หอบของพะรุงพะรังไม่ต่างกับมาเรียมากนัก

" งือ ๆ " มาเรียก็ยังทำหน้าไม่พอใจอยู่ดี 

...........................................................
..............................................
.............................
......
...
.


".................................." อีกด้านหนึ่งชายร่างเล็กผมสีดำสนิท ไว้ผมทรงกลมๆ ใส่แว่นตากรอบวงกลม ตาซ้ายเป็นสีฟ้า ตาขวาดำ ใส่เครื่องแบบสีดำขลิบขาว สอดสายตามองดูผู้คนในตลาดผ่านกรอบแว่นนั้นอยู่


"( แปลก.... เท่าที่ตรวจสอบดูแล้ว...ที่นี่ไม่เห็นมีสถานที่ทดสอบอาวุธของเอลฮังค์อยู่เลยนี่นา... อย่าว่าแต่โรงงานทดสอบอาวุธเลย  แม้แต่กองกำลังป้องกันตัวของเอลฮังค์ก็ยังไม่มี )"

" หมิง ! ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ ? " จู่ ๆ ก็มีการติดต่อดังมาจากวิทยุสื่อสารของชายหนุ่ม เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เหมือนเป็นเสียงหญิงสาวที่ดูมีอายุเล็กน้อย

" ไม่มีอะไรเลยครับพี่ " ชายหนุ่มตอบพลางดันแว่นให้กระชับขึ้นเล็กน้อย     

" เท่าที่ดูแล้ว โคโลนี้แห่งนี้เหมือนจะเป็นโคโลนี่ของผู้ลี้ภัยทางสงครามที่สังกัดกับทางเอลฮังค์เฉย ๆ ครับ ผมตรวจสอบดูแล้วก็พบเพียงแค่โรงงานผลิตอาวุธที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้วก็เท่านั้นเอง  แถมดูเหมือนว่าพวกรักษาความปลอดภัยที่ท่าอากาศยานก็เป็นของโคโลนี่เองด้วยครับ... "

" ต่างจากที่เราได้รับรายงานมาสินะ  แต่ก็ดีแล้วล่ะจ๊ะที่เราเข้ามาสำรวจดูก่อน "  น้ำเสียงที่แอบดูดีใจเล็ก ๆ ของหญิงสาวผ่านออกมาทางวิทยุสื่อสาร

" พี่ฟานครับ.... "

" มีอะไรเหรอหมิง ? "

" ตลอดเวลาที่ผ่านมา  ผมคิดว่าพวกเอลฮังค์เป็นกบฏที่กระหายสงครามซะอีก  แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง  ทำไมพวกเขาถึงคอยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสงครามอย่างคนในโคโลนี่แห่งนี้ล่ะครับ ? "

" .............. " เสียงจากปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

" เท่าที่ดูแล้ว ผู้คนที่นี่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเลย  ทำให้ผมเริ่มสงสัยว่าจุดประสงค์ของเอลฮังค์ที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่... "

" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ๊ะ.... "  น้ำเสียงอ่อนโยนตอบมาจากปลายสาย

" พวกเราในเวลานี้เป็นแค่ทหารชั้นผู้น้อย  อาจจะยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง  หรือแม้แต่ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง  ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรก็ตาม.... "  เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง

" ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแท้จริงหรือไม่  แต่ถ้าหมิงเชื่อในสิ่งนั้น พี่ก็พร้อมที่จะเชื่อไปพร้อมกับหมิงนะ " ฟังจากน้ำเสียงแล้ว  ชายหนุ่มก็รู้ว่าปลายสายต้องยิ้มให้กับเขาอยู่แน่นอน

" ขอบคุณนะครับ พี่ฟาน " ชายหนุ่มยิ้มตอบ

" ไม่เป็นไรจ๊ะ ! ก็เราเป็นพี่น้องกันนี่นา  เอาล่ะ ! ยังไงเราก็ปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนล่ะกันนะจ๊ะ "

" ครับ  ช่วยติดต่อไปยังท่านผู้การด้วยนะครับ ว่าที่โคโลนี่แห่งนี้มีแต่ผู้ลี้ภัยทางสงคราม ไม่มีการทดสอบอาวุธใหม่ของเอลฮังค์อย่างที่เราเข้าใจกัน "

" ทราบแล้วจ้า  งั้นอีกเดี๋ยวเราค่อยมาเจอกันที่จุดนัดพบนะจ๊ะ ! "

" ครับ ! ยกเลิกการติดต่อ.... "  เมื่อตัดสายไป  เด็กหนุ่มก็สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อพลันสังเกตุเห็นสายตาของมาเรียที่จ้องมาทางเขาอย่างไร้เดียงสา

" มะ....มีอะไรเหรอ ? " หลังจากที่เขาตั้งตัวได้ เขาก็ดันแว่นขึ้นอย่างวางฟอร์มเล็กน้อย แล้วหันมายิ้มให้กับมาเรีย

" เปล่าอ่ะ ! พอดีเมื่อกี้ตอนพี่คุยวิทยุ  หนูเห็นพี่ทำหน้าตลกดีน่ะสิ  ฮิ ๆ "

" ตะ...ตลกยังไงเหรอ ? "

" ก็เดี๋ยวก็ทำหน้าเฉย ๆ  เดี๋ยวก็ทำหน้าเหมือนเซ็งโลก  เดี๋ยวก็ทำหน้าเศร้า  แล้วเดี๋ยวก็ยิ้ม... ฮิ ๆ "  เด็กหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย  เขาคงไม่ค่อยรู้ตัวว่าเวลาเฉพาะที่คุยกับพี่เท่านั้นที่เขาจะแสดงสีหน้าอารมณ์หลากหลายไปโดยไม่รู้ตัว

" ฮะ ๆ หนูก็แปลกดีนะ  เที่ยวมาสังเกตุสีหน้าคนอื่นเนี่ย... "  เด็กหนุ่มยิ้มพลางลูบหัวมาเรีย

" อื้อ ! ลูน่าก็มักจะว่า มาเรียแปลกบ่อย ๆ แหละ ฮิ ๆ "

" มะ...มาเรียซัง  ! "    ซารีน่าวิ่งเข้ามาหามาเรีย     

" ขะ...ขอโทษนะคะที่เด็กคนนี้ไปรบกวน " ซารีน่าหอบแฮ่ก ๆ พลางจับไหล่มาเรียเอาไว้

" ฮะ ๆ  ไม่เป็นอะไรหรอกครับ  เอ้อ ! หนูชื่อมาเรียสินะ  ไปสิ คุณแม่มารับแล้วนะ... "  เท่าที่ดูแล้ว เด็กหนุ่มคิดว่า ซารีน่าคงเป็นแม่ของมาเรีย ที่ต้องคอยตามดูลูกที่ออกจะนิสัยแปลก ๆ

" คะ....คุณแม่..... "  ซารีน่าถึงกับช๊อค  แม้ว่าเธออาจจะต้องคอยดูแลมาเรีย แต่นึกไม่ถึงว่าในสายตาคนอื่น เธอจะดูเหมือนแม่ขนาดนั้น

" อูว......ซารีน่ากับมาเรียเป็นเพื่อนร่วมงานกันต่างหาก "  มาเรียงอนแก้มป่อง

" อะ.... ขะ...ขอโทษครับ  พอดีผมนึกว่าเป็นคุณแม่ของมาเรีย... "  เด็กหนุ่มก้มหัวขอโทษซารีน่ายกใหญ่

" มะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  จริง ๆ ก็มีหลายคนเข้าใจผิดกัน... " ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่ถึงยังไงซารีน่าก็ยังเจ็บจี๊ดอยู่ดี

" เอาล่ะ ! งั้นผมก็ต้องขอตัวก่อนนะครับ ใกล้จะได้เวลานัดแล้ว "

" หนูชื่อมาเรีย  ซิลเวอร์  แล้วพี่ชื่ออะไรอ่ะ ? " มาเรียยิ้มให้กับเด็กหนุ่ม

" เอ้อ ! จริงสินะ  พี่ชื่อ ลูคัส !  ลูคัส เจเนเซีย  งั้นไว้เจอกันใหม่นะ มาเรียจัง ! "  พูดจบลูคัสก็หันมายิ้มให้กับมาเรียและซารีน่าอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินจากไป

" อ้าว ?  ไม่ใช่คนรู้จักของมาเรียซังเหรอคะ ? "  ซารีน่าแปลกใจเล็กน้อย

" รู้จักสิ ! พึ่งรู้จักกันเมื่อตะกี้นี้เองแหละ ฮิ ๆ ๆ "  มาเรียยิ้มให้กับซารีน่า

........................................................................
.....................................................
.....................................
.......................
....
..
.

ณ  พื้นที่ว่างทางตอนล่างของเมือง

" เอาล่ะ ตรงนี้สินะที่เรานัดกับพี่ฟานเอาไว้... " ลูคัสพูดพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู  แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเห็นผู้มารับ  จู่ ๆ ก็....



บรึมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

" อะ....อะไร !!?!??! "  เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นจากทางด้านนอกของโคโลนี่  ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมขึ้น  จนลูคัสทรงตัวแทบไม่อยู่  แล้วหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินประกาศเตือนภัย
ที่ดังไปทั่วเมือง



ขณะนี้จาโปรน่าของบอล์นได้ทำการโจมตีโคโลนี่แล้ว ขอให้ประชาชนอพยบโดยด่วน  


" ทำการโจมตีเหรอ !?!? บ้าน่า !?!? "  ลูคัสแทบไม่อยากเชื่อ เขาหูฝาดไปรึเปล่า  ที่นี่เป็นแค่โคโลนี่ของพวกลี้ภัยสงครามเฉย ๆ ไม่น่าจะมีคำสั่งโจมตีออกมานี่นา

" หมิง !!!!!! " จู่ ๆ ก็มีหุ่นรบสีเทาแกมดำ ร่อนลงมาตรงจุดที่ลูคัสอยู่ทันที

" พี่ฟาน !?!?  นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ !??!  ทำไมจู่ ๆ พวกเราก็เริ่มโจมตีล่ะ !?!? " ลูคัสถามหญิงสาวที่เป็นผู้บังคับหุ่นร่อนลงมา

" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน.....พี่เองก็รายงานตามที่น้องบอกทุกอย่างนี่นา... " ทางหม่าฟานผู้ซึ่งเป็นพี่สาวของลูคัสเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

" ผมต้องไปคุยกับท่านผู้การให้รู้เรื่องแล้ว พี่ฟานไปกับผมก็แล้วกัน สถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยน่าไว้วางใจ "

" จ้ะ ! "  หม่าฟานลุกไปยังที่ว่างหลังค๊อกพิท  แล้วให้ลูคัสเป็นผู้ควบคุมแทน  แล้ว TF-34X- Orpheus ก็ทะยานขึ้นฟ้า ออกไปข้างนอกโคโลนี่ทันที

---------------------------------------------------------------------------

ตัดกลับมาที่โรงงานร้างที่พวกเอเล่อยู่

ขณะนี้จาโปรน่าของบอล์นได้ทำการโจมตีโคโลนี่แล้ว ขอให้ประชาชนอพยบโดยด่วน  


" นี่มันอะไรกันคะเนี่ย...  ทำไมจู่ ๆ  บอล์นก็โจมตีที่นี่ล่ะ ?  " เอเล่ดูจะหัวเสียขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินประกาศเตือนภัยของโคโลนี่

" เอเล่ ! ยังไงตอนนี้เราก็รีบกลับยานกันก่อนดีกว่านะ " ลูน่าให้ความเห็น หลังจากที่เธอทำการบรรทุกอาวุธต่าง ๆ ของอาร์คสไตรค์เกอร์รถลำเลียง

" ได้ค่ะ ! เดี๋ยวดิฉันจะรีบติดต่อพวกซารีน่า ให้รีบกลับยานทันที "

" ......พวกบอล์น...... " อุชืโอะเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี นี่โคโลนี่แห่งนี้ก็จะถูกจู่โจมอีกแล้วหรือนี่...

-----------------------------------------------------
-------------------------------------
--------------------------
------------------
-------
---
-

ตัวกลับมาที่ท่าอากาศยานของโคโลนี่  ที่ยานฮาเซล เซน่อนจอดอยู่

" คุณ ฟิลเลเน่ค๊า~~~~~~ "  ซารีน่าวิ่งกระหืดกระหอบ เข้ามาหาฟิลเลเน่พร้อมกับมาเรีย

" มาแล้วเหรอ ? มาเรีย ซารีน่า  ทางชั้นขนเสบียงและเชื้อเพลิงเข้ายานเรียบร้อยแล้วนะ !  แล้วพวกเอเล่ล่ะ ? "  ยังไม่ทันขาดคำ รถบรรทุกอาวุธของพวกลูน่าก็เดินทางมาถึงพอดี

" ฟิลเลเน่ ทุก ๆ คน รีบเตรียมตัวออกยานเร็วเข้า พวกบอล์นจะเริ่มโจมตีที่นี่แล้วนะคะ ! "  เมื่อเอเล่ออกคำสั่ง ทุก ๆ คนก็รีบแยกย้ายไปประจำที่ของแต่ละคนทันที

................................................................
...........................................
........................
.........
...
.

ภายในสะพานเดินเรือของยานฮาเซล เซน่อน

" เอเล่ ! คือว่าตอนนี้จาโปรน่า เริ่มเข้ามาทำการโจมตีโคโลนี่จากภายในแล้วง่า ! " มาเรียที่ทำหน้าที่เป็นโอเปอเรเตอร์ ร้องบอกเอเล่อย่างกระวนกระวาย

" ฮึ่ย..... พวกบอล์นคิดจะทำอะไรกันแน่นะ ! " เอเล่กัดฟันกรอด... ทำไมบอล์นต้องทำการโจมตีโคโลนี่ของผู้ลี้ภัยแบบนี้ด้วย  เธอรีบเตรียมการออกยานและประกาศสภาวะสงครามกับผู้คนภายในยานทันที

" ถ้าหากบอล์นเข้ามาถึงภายในโคโลนี่แล้ว เราคงจะตีฝ่าออกไปลำบากแน่ ๆ   ลูน่าซังคะ !  ถึงนี่จะเป็นการออกรบครั้งแรก  แต่ก็ช่วยถ่วงเวลาให้พวกเราหน่อยนะคะ ! "

" ได้เลย เอเล่ ! ถึงจะสู้เป็นครั้งแรก แต่ชั้นกับเด็กคนนั้นก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ! " พูดจบลูน่าก็เดินออกจากสะพานเดินเรือมุ่งหน้าไปยังโรงเก็บหุ่นทันที

" อะ....เอ่อ.... เอเล่ซัง.... "  อุชิโอะพูดกับเอเล่อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เล็กน้อย

" มีอะไรเหรอคะ อุชิโอะซัง ? "

" ให้ชั้นไปด้วยนะคะ ! ลูน่าซังพึ่งออกรบครั้งแรกใช่ไหมค่ะ  ถ้าชั้นไปด้วยน่าจะช่วยถ่วงเวลาพวกบอล์นได้มากขึ้นนะค่ะ... " 

" ................... " เอเล่เงียบไปชั่วครู่  ก่อนที่จะตัดสินใจพูด  " ฝากด้วยนะคะ !  อุชิโอะซัง  พวกชั้นเชื่อในตัวคุณนะคะ "

" คะ....ค่ะ ! "  อุชิโอะใจชื้นขึ้น  เธอจึงรีบวิ่งตามลูน่าไปทันทีทันใด


......................................................................................
..............................................................


ภายในโรงเก็บหุ่น

" อ้าว ? อุชิโอะซัง ?  "  ลูน่าที่เข้าไปในค๊อกพิทของ L-AS ตกใจที่เห็นอุชิโอะมาอยู่ที่นี่ด้วย

" มาทำอะไรที่นี่ล่ะ ?  ทำไมไม่ไปอยู่ที่สะพานเดินเรือ ? "

" ชั้นปล่อยให้คุณลูน่าออกไปคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ! ผู้คนบนเรือนี้เคยช่วยชั้น  คราวนี้ถึงเวลาชั้นตอบแทนบุญคุณบ้างแล้ว " พูดจบอุชิโอะก็เปิดค๊อกพิทของอาร์คสไตรค์เกอร์ออก

" .................. "  ลูน่าเงียบไปซักครู่   " งั้นพวกเราก็มาพยายามด้วยกันนะ อุชิโอะซัง !  พวกเราจะต้องมีชีวิตรอดไปจากที่นี่ แล้วจัดการพวกบอล์นให้ได้ ! "

" ซะ...ทราบแล้วค่ะ  คุณลูน่า ! "  พูดจบคุณเธอก็ทำการสตาร์ทเครื่องของอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที


"( คุณปู่ครับ ! เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ.... )"


" ลูน่า  วาเลนทิส !  L-AS 01 !!!!  ไปล่ะนะ !!! "  L-AS ของลูน่าพุ่งตัวออกจากยานฮาเซล เซน่อน ออกไปประจัญหน้ากับจาโปรน่าของบอล์นที่กำลังทำลายเมืองทันที

" อ๊ะ...เอ่อ.... อาร์คสไตรค์เกอร์ ไปล่ะค่ะ !!!! "   อาร์คสไตรค์เกอร์ของอุชิโอะเองก็พุ่งตาม L-AS ของลูน่าไปติด ๆ 

"( อึก.... ตะ...ต้องปกป้องเมือง และถ่วงเวลาให้ยานฮาเซล เซน่อน ออกตัวได้   ระ...เราจะทำได้ไหมนะ ? )"  อุชิโอะยังไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนเดิม  แต่มันถึงเวลาที่เธอต้องสู้แล้ว

" เอาล่ะนะ ! เจ้าพวกบอล์น !!!  ย้ากกกกกก !!!! "  L-AS ใช้ Assault Katar  หรือมีดแสงที่ติดอยู่ทั้ง 2 ข้างพุ่งเข้าใส่จาโปรน่าที่อยู่ใกล้สุดทันที

" นะ....นั่นมันหุ่นอะไรกัน !?!??! "  นักบินของจาโปรน่าตัวนั้น ยิงบีมไรเฟิลเข้าใส่ L-AS  ทันที  แต่ลูน่าก็ว่องไวพอที่จะหลบบีมได้หมด

ฉับ !!!!!!!!!!!!!!

แขนของจาโปรน่าตัวนั้นถูก L-AS  ตัดขาด  ในระหว่างที่มันเสียหลัก  L-AS  ก็ทำการกระโดดซัมเมอร์ซอลต์เตะใส่คางของจาโปรน่าตัวนั้นกระเด็นไป  ไม่รอช้าลูน่าใช้ Assault Katar  เสียบเข้าที่ค๊อกพิทของจาโปรน่าโชคร้ายตัวนั้นอย่างรวดเร็ว

" อะ.....อ๊ากกกกก !?!?  บ้าที่สุด !!! "  สิ้นเสียง จาโปรน่าตัวนั้นก็ระเบิดกลายเป็นฝุ่น  ทำให้จาโปรน่าเครื่องอื่น เปลี่ยนเป้าหมายเริ่มทำการโจมตีใส่ L-AS ของลูน่าแล้ว

" ยิง !!!  จัดการมันให้ได้ !!!!!!!  "  ลูน่าบังคับ L-AS หลบกระสุนบีมอย่างพริ้ว ลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศอย่างสวยงาม  แล้วร่อนลงไปกลางกลุ่มจาโปรน่าที่ทำการยิงใส่เธอเมื่อครู่

" ระ.....เร็ว !?!??! " ยังไม่ทันได้ตั้งตัว  จาโปรน่ากลุ่มนั้นก็โดน Assault Katar ของ L-AS ฟันขาด 2 ท่อนภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

บรึมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!

" แฮ่ก ๆ  เหนื่อยกว่าที่คิดเหมือนกันนะเนี่ย  การต่อสู้จริงครั้งแรก "  ลูน่าหอบเล็กน้อย  แต่เธอไม่มีเวลาพักหายใจนานนัก  เพราะห่ากระสุนบีมของจาโปรน่าเครื่องอื่น ๆ ก็เริ่มโจมตีเธอแล้ว

.............................................................
..........................................
.............................
.........
...
.

ทางด้านอาร์คสไตรค์เกอร์

" อะ....อึก !?!?!?! "  อาร์คสไตรค์เกอร์ยกโล่ห์ออกมารับการโจมตีด้วยบีมเซเบอร์ของจาโปรน่าตัวหนึ่ง  อุชิโอะพยายามดันอีกฝ่ายออกไป  แม้ว่าอาร์คสไตรค์เกอร์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าจาโปรน่ามาก  แต่สำหรับนักบินมือใหม่อย่างอุชิโอะ การจะล้มพวกมันแต่ละตัวนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

" นะ....นี่แน่ะ !?!??! "  อาร์คสไตรค์เกอร์กระแทกใส่จาโปรน่าตัวนั้น จนมันเสียหลักบีมเซเบอร์กระเด็นหลุดมือ  อาร์คสไตรค์เกอร์รีบยกบีมไรเฟิลเล็งยิงส่วนแขนและส่วนหัวของจาโปรน่าตัวนั้นทันที...

" อ๊า !?!?!?!?!  "  จาโปรน่าตัวนั้นล้มลงกับพื้นทันที  แต่อุชิโอะไม่กล้าซ้ำ  แม้ว่าเธอจะตัดสินใจต่อสู้แล้ว แต่ทว่าเธอก็ยังไม่กล้าตัดใจฆ่าคนลงได้  ซึ่งการที่จะทำให้ศัตรูหมดสภาพต่อสู้โดยไม่ฆ่านั้น  นั่นคือข้อเสียเปรียบของอุชิโอะในตอนนี้

" แฮ่ก ๆ ๆ ทำยังไงดี..... ถ้าใช้วิธีนี้ก็เปลืองกระสุนกว่าที่คิด  โล่ห์นี้ก็คงป้องกันการโจมตีได้อีกไม่เท่าไหร่แล้ว...  ถ้าเราไม่ฆ่าพวกเค้า  ยานฮาเซล เซน่อนก็ต้องโดนโจมตีแน่ๆ จะทำยังไงดี " 

ระหว่างที่อุชิโอะครุ่นคิดอยู่นั้น  จาโปรน่าเครื่องหนึ่งที่อยู่ด้านหลังก็พุ่งเข้ามาโจมตีอาร์คสไตรค์เกอร์อย่างไม่ทันตั้งตัว

" อะ...อ๊า !?!?! "  อุชิโอะรีบบังคับให้อาร์คสไตรค์เกอร์เบี่ยงหลบบีมเซเบอร์ที่ถูกแทงมาในชั่วอึดใจ  แต่กลับโดนจาโปรน่าตัวนั้นกระแทกเข้าไปอีกที จนหุ่นทั้งสองคนคว่ำลงกับพื้น แต่ทว่า จาโปรน่าตัวนั้นขึ้นคร่อมอาร์คสไตรค์เกอร์ได้แล้ว และกำลังจะเงื้อบีมเซเบอร์ขึ้นมาฟันอยู่แล้ว

" มะ....ไม่นะ !?!?!?!? "  อุชิโอะปิดตา... นี่เธอกำลังจะถูกฆ่าลงตรงนี้หรือนี่...

A.L.I.C.E.  System   Active

จู่ ๆ ก็มีเสียงนี้ดังขึ้นมาจากภายในค๊อกพิทของอาร์คสไตรค์เกอร์   หน้าจอต่าง ๆ กลายเป็นสีแดง แล้วขึ้นคำว่า A.L.I.C.E. เต็มไปหมด..

วิ้ง~~~~~~~

ตาของอาร์คสไตรค์เกอร์จากสีเหลืองกลายเป็นสีแดง  แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ อาร์คสไตรค์เกอร์ขยับได้เอง และยื่นมือมาจับแขนของจาโปรน่าข้างที่กำลังเงื้อดาบเอาไว้ พร้อมกับชักบีมเซเบอร์ที่อยู่กลางหลังของคนแทงสวนเข้าค๊อกพิทของจาโปรน่าตัวนั้นทันที !

ฉึกกกก !!!!?!?!?

" อะ...อะไร !?!?!  "  อุชิโอะตะลึงเมื่อจู่ ๆ อาร์คสไตรค์เกอร์ก็ขยับเอง แถมยัง...แทงสวนจาโปรน่าเองอีกด้วย  แล้วจู่ ๆ หน้าจอต่าง ๆ ก็กลับเป็นเหมือนเดิม ตาของอาร์คสไตรค์เกอร์ก็กลับมาเป็นสีเหลืองเหมือนเดิม

" อะ.....อึก...... " แม้ว่าจะไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น....แต่เมื่อกี้...เธอก็ฆ่าคนไปแล้ว  ฆ่าไปแล้ว.....

" มะ.....ไม่นะ..... "  น้ำตาของเธอไหลพรากลงอีกครั้ง... ทำไมจู่ ๆ อาร์คสไตรค์เกอร์ขยับได้เองล่ะ.....  แล้ว...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่... แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจหรือยังไงก็ตาม แต่เธอก็ฆ่าคนไปแล้ว...


---------------------------  To be Continued   -----------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2009, 09:15:21 PM โดย Hoiji » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Replikia
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 641



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2009, 10:25:11 PM »

Space Route Episode 2 - A Revealed Secret (ต่อ)

“นี่มันเรื่องอะไรกันครับ!!! พี่ผมก็รายงานไปแล้ว ทำไมถึงสั่งโจมตีล่ะครับ” ลูคัสในชุดสีดำคลิบขาวตะโกนผ่านระบบสื่อสารอย่างร้อนรนทันทีที่เข้าถึงระยะสื่อสารระหว่างออร์เฟอุสกับยานรบของบอล์นก่อนสั่งเจ้าหน้าที่สื่อสารดังลั่น “เรียกกัปตันมาคุยกับผมเดี๋ยวนี้เลยครับ”

“มีเรื่องอะไรรึไง หมายเลขเจ็ด...” ภาพที่แสดงผ่านมอนิเตอร์คือกัปตันของกองยานบอล์น เขาเป็นชายในเครื่องแบบระดับสูงของกองทัพ ผมสีน้ำตาลยาวถึงคอ ดูแล้วมีอายุประมาณสามสิบปี สายตาแหลมคม ชายคนนี้อยู่ในห้องส่วนตัวแทนที่จะเป็นสะพานเดินเรือทั้งที่อยู่ระหว่างหน้าที่ ลูคัสสังเกตความผิดปกตินี้ได้แต่ยังไม่เอ่ยถามขึ้นถึงเรื่องนี้

“ทำไมถึงสั่งโจมตีล่ะครับ นั่นมันโคโลนี่ผู้ลี้ภัยจริงๆ การรายงานจากโอเปอเรเตอร์ถึงคุณมันผิดพลาดรึไงครับ” ลูคัสพยายามรักษาความสงบ อย่างน้อยเขาก็ต้องการเหตุผล อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังมีตำแหน่งสูงกว่า แต่ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงก็ยังแสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่มีคนเรียกเขาด้วยหมายเลขเหมือนในอดีต...

กัปตันจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์พร้อมกับเห็นสีหน้าของลูคัสที่แฝงความขุ่นเคืองไว้อย่างเต็มเปี่ยมก่อนเอ่ยขึ้นมา “แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมทันที่ที่ฉันสั่งโจมตีถึงเกิดการปะทะล่ะ”

“แล้วไงครับ การที่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยออกมาป้องกันมันก็เรื่องปกติไม่ใช่รึไง” ลูคัสตะคอกออกไปก่อนที่เรดาห์จะเริ่มจับสัญญาณความร้อนได้ แต่ระยะของเขากับกองยานมันยังห่างกันเกินไป นอกจากจะมีการส่งหุ่นรบออกมาเมื่อสั่งจู่โจม ลูคัสบังคับออร์เฟอุสเข้าขวางหน้าหน่วยจาโปรน่า

“งั้นทำไมถึงมีรายงานว่าหุ่นที่เข้าปะทะเป็นรุ่นใหม่ของเอลฮังค์ล่ะ.... ไม่ใช่ทั้งอาคาน่ารุ่นผลิตจำนวนมากหรือรุ่นพิเศษ แต่มันเป็นเครื่องที่เราไม่เคยเห็น แม้แต่ตอนที่ทางเราจ้างคนไปจารกรรมข้อมูลยังไม่มีข้อมูลของพวกมันทั้งคู่ด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มถามกลับมาก่อนส่งภาพเหตุการณ์ที่ว่านั่นมาให้ ภาพในมอนิเตอร์คือหุ่นรูปทรงผู้หญิงที่ความสามารถในการรบถือว่าใช้ได้ และหุ่นรบสีน้ำเงินขาว แต่จากภาพเห็นว่านักบินยังไม่ชำนาญการรบมากนัก ลูคัสตกใจกับเรื่องนี้ แต่ตอนที่เขาไปตรวจสอบก็ไม่เจออะไรเลย “แล้วคุณแน่ใจได้ไงว่าเป็นเอลฮังค์ รู้ๆอยู่ว่าคนต่อต้านพวกเราไม่ได้มีพวกมันอย่างเดียว ที่เราทำคือการปรามปรามเอลฮังค์ไม่ใช่ฆ่าคนบริสุทธิ์นะครับ!”

ทั้งสองฝ่ายเงียบไปชั่วครู่ หม่าฟานได้แต่นิ่งดูสถานการณ์อยู่ ลูคัสครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนตัดสินใจพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณเองตั้งใจจะทำลายที่นี่อยู่แล้วสินะ”

“ถ้าอย่างนั้นแล้วจะทำไมเรอะ” กัปตันถามกลับด้วยเสียงเรียบไร้อารมณ์พลางจ้องมองลูคัสด้วยสายตาดุจจะกินเลือดกินเนื้อ

“หยุดการโจมตีซะ ไม่งั้น...เรื่องโครงการทหารดัดแปลงนี่ ผมจะแฉมันให้หมดเลยนะครับ” ลูคัสพูดขึ้นแต่กลับเจ็บแปล๊บอยู่ในอก เขาไม่ต้องการให้ใครมารู้เรื่องของเขามากไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ก็เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่า

“โครงการนั่นน่ะหรือ กะอีแค่ลมปากทหารคนเดียวจะทำอะไรได้ ถึงเป็นแกก็เถอะ แต่เสียใจด้วยนะ ต่อให้แฮคข้อมูลไปปล่อย ทางเราก็มีวิธีแก้หมดแล้ว งั้นจะบอกอะไรให้รู้นะ พวกเราตั้งใจทำลายที่นี่อยู่แล้ว ต่อให้มันไม่มีอะไรเลยก็เถอะ เพื่อประกาศแสนยานุภาพของเรา และเรื่องนายก็.... เสียผลงานที่ไม่สมบูรณ์ไปไม่มีใครใส่ใจหรอก” กัปตันพูดจบก่อนจะไปกดปุ่มระบบสื่อสารเพื่อกระจายเสียงไปทั้งกองยานเอ่ยออกมาด้วยเสียงราบเรียบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรับทราบ “ทหารกล้าทุกท่าน ผมมีความเสียใจที่จะบอกว่ากองทัพเรามีสายที่คอยปกป้องเอลฮังค์อยู่ ถึงจะน่าเสียดาย แต่จากนี้ไปกุนซือมังกรของเรา... คือกบฏของบอล์น หากพบเห็นให้ฆ่าทิ้งได้ทันที...”

“ว่าไงนะ พูดบ้าอะไรของแก!!” เสียงหม่าฟานตะโกนข้ามหัวลูคัสเข้าสู่เครื่องสื่อสารแต่ฝ่ายตรงข้ามยังนิ่งสงบก่อนจะยิ้มเย้ยหยันมาให้พร้อมตัดสัญญาณ ก่อนที่จะเกิดแรงกระแทกขึ้นจนหม่าฟานล้มกระแทกกับที่ว่างด้านหลังของคอกพิตและร้องเสียงหลงออกมา ออร์เฟอุสถูกจาโปรน่าแปดเครื่องเข้าล้อมจากทุกทิศทาง ลูคัสเลือดขึ้นหน้าจับคันบังคับแน่นก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแสดงความโมโห “ไรน์ฮาร์ด เรเวน.... มันกะไว้แล้วสินะ พี่ฟาน จับให้แน่นนะครับ!!!”

เหล่าจาโปรน่าระดมยิงบีมไรเฟิลเข้าใส่นักกวีดำตรงหน้า ลูคัสบังคับให้ออร์เฟอุสเปิดม่านบาเรียออกมาป้องกันกระสุนบีมจากรอบทิศทางพร้อมเร่งเครื่องฝ่าวงล้อมออกมาก่อนที่จะหันปืนยาวออกไปแล้วลั่นไกใส่ด้วยรูปแบบปืนกลอย่างแม่นยำจนจาโปรน่าระเบิดไปเครื่องหนึ่ง

“จุดอ่อนของไอ้ตู้เย็นนี่คือระยะประชิด ทุกนายพุ่งเข้าระยะแล้วฆ่ามันซะ” เสียงทีคาดว่าเป็นของหัวหน้าหน่วยเล็กๆดังขึ้นมาก่อนที่บรรดาจาโปรน่าบางส่วนจะชักบีมเซเบอร์พุ่งเข้าใส่ ลูคัสกัดฟันเล็กน้อยก่อนจะยิงเรลกันที่บ่าออกไป ซึ่งเป็นจังหวะที่บาเรียจะถูกสลายไปชั่วครู่ กระสุนนั่นพุ่งเข้าใส่จาโปรน่าจนระเบิดออก ทว่าการที่ถูกล้อมในระยะใกล้ตั้งแต่ยังไม่ทันรบเป็นเรื่องเสียเปรียบเอาการ

“ไอ้กบฏ แกฆ่าพวกของเรา ตายซะเถอะ!!” เสียงทหารนายหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับจาโปรน่าที่ฝ่าควันจากการระเบิดของเครื่องเมื่อครู่เข้ามา แม้ปืนแต่ละกระบอกของออร์เฟอุสจะมีพลังทำลายสูงแต่กลับต้องใช้เวลาในการยิงแต่ละนัด ปืนยาวก็เคลื่อนได้ไม่สะดวก ชายหนุ่มบังคับให้ออร์เฟอุสโยนปืนทิ้งพร้อมกับหันปากกระบอกปืนที่ติดบริเวณโล่ที่ไหล่ทั้งคู่ไปด้านหน้ากระบอกด้านหลังกระบอกก่อนยิงออกมา จักรกลสีนิลหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนดาบแสงนั่นพลาดไป ก่อนที่มันจะใช้ท่อนแขนบึกบึนชกเข้าที่จาโปรน่าเครื่องนั้นแล้วเปิดปืนแกตลิ่งที่แขนยิงเข้าใส่ในระยะประชิด “ถึงจะเป็นระยะนี้ แต่พวกกระจอกอย่างคุณอย่าหวัง!!!”

ทันทีที่สิ้นเสียง ปืนใหญ่ที่โล่ดันหันไปข้างหน้าทั้งคู่ พร้อมกับเรลกันที่ไหล่ยิงออกมาพลางหมุนตัวไปข้างๆเพื่อกวาดให้เกลี้ยง เหล่าจาโปรน่าที่เหลืออยู่ถูกลำแสงขนาดใหญ่กลืนกินไปอีกสองตัวจนเหลือเพียงสามเครื่อง มันพยายามพุ่งเข้ารุกไล่จากหลายทิศทางโดยไม่พุ่งเข้ามาเป็นเส้นตรง ลูคัสบังคับให้เรลกันที่ส่วนกระโปรงข้างดีดตัวขึ้นมาก่อนยิงเข้าใส่ กระสุนนั่นพุ่งพลาดไปทว่ากลับมีกระสุนแสงอีกจำนวนหนึ่งเจาะเป้าหมายจนระเบิดไปอีกเครื่อง

“มะ...มันดักทางได้งั้นเรอะ”เสียงจากอีกสองเครื่องที่เหลือดังขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก เครื่องหนึ่งยังคงพยายามพุ่งเข้ารุกไล่แต่ออร์เฟอุสกลับฉากหลบออกมาแล้วยิงใส่มันจนระเบิดออกในทันที ก่อนที่จาโปรน่าเครื่องเดียวที่เหลืออยู่ติดต่อเข้ามา “วะ.. ไว้ชีวิตฉันด้วย”

“พวกคุณพยายามจะฆ่าผมนี่ครับ พี่เองก็อยู่ในนี้ด้วย.... เพราะฉะนั้น.....ผมขอปฏิเสธนะครับ” ลูคัสกล่าวจบลงด้วยเสียงเยือกเย็นก่อนที่จะคว้าปืนยาวที่ลอยอยู่ข้างๆขึ้นมา จาโปรน่าตัวนั้นเร่งเครื่องหนีออกไปแต่กลับถูกยิงทิ้งอย่างไม่ลังเล ในเมื่อถึงขนาดนี้ เขาเองก็ไม่คิดจะเจรจาต่ออีกแล้ว อีกทั้งการฆ่าพวกตัวเองไปด้วยแบบนี้ เจรจายังไงก็คงไม่สำเร็จ แต่จะให้หนีไปอยู่กับเอลฮังค์ก็ยังคงไม่ใช่เรื่อง เนื่องจากยังยืนยันไม่ได้ว่าหุ่นรุ่นใหม่นั่นเป็นความผิดพลาดของเขาที่หาไม่เจอหรือไม่ อีกเหตุผลคือเขาเป็นคนของบอล์นที่เคยวางแผนในการต่อสู้กับเอลฮังค์จนถูกเรียกขานว่ามังกรตื่น แผนการของเขาผลาญชีวิตเหล่าทหารเอลฮังค์ไปมากเสียด้วย แต่ไม่ทันจะทำอะไรต่อ เราดาห์กลับจับสัญญาณความร้อนจำนวนมากได้

“จาโปรน่าสิบแปดเครื่อง เคลจาโปรสิบสองเครื่อง....คิดจะเก็บจริงๆสินะครับ” ลูคัสพูดอย่างประชดประชันก่อนปาดเหงื่อ การรบโดยไม่ใส่ชุดนักบินนี่สาหัสกว่าที่คิด แม้เป็นในอวกาศก็เถอะ แถมศัตรูยังขนมาตั้งเยอะ “พี่ครับ ขอโทษที่ต้องทำให้มาลำบาก... เสร็จงานนี้จะทำอะไรผมก็เชิญครับ”

“นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนั้นนะหมิง! ดูสิ มันมีระลอกที่สองด้วยนะ”

“อะไรนะครับ” ลูคัสร้องขึ้นก่อนก้มลงมองในจอภาพ สัญญาณความร้อนอีกจำนวนหนึ่งจากระยะไกลมากแต่กลับมีความเร็วสูง และข้อความที่ขึ้นแจ้งเตือนถึงต้นเหตุของสัญญาณความร้อนนั่น... จรวดนิวเคลียร์ ลูคัสนิ่งไปชั่วครู่ก่อนใช้ความคิด ทางบอล์นขนนิวเคลียร์มาแต่เขาเองกลับไม่เคยคิดว่ามันจะถูกใช้งาน จากระยะนี้จนถึงโคโลนี่ก็ห่างพอควร แต่เขาคนเดียวจะสกัดพวกมันได้หมดรึเปล่านี่สิ แต่ว่าถึงอย่างนั้น ก็ต้องทำให้ได้

สิ้นห้วงคำนึง ลูคัสบังคับออร์เฟอุสให้หันปืนทุกกระบอกที่มีไปสู่ทิศทางที่มีทั้งฝูงหุ่นรบและจรวดที่ยังคงอยู่ห่างไกลจากกลุ่มจักรกลก่อนจับคันบังคับแน่นก่อนกู่ร้องดังลั่น “ผมน่ะ... ไม่ยอมให้ผ่านไปได้หรอกครับ!!!”

-----------
รออีกฟากมาบรรจบกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2009, 09:11:11 PM โดย Replikia » บันทึกการเข้า

บล็อคของคนบ้าหาเรื่องใส่ตัว... แปลมันไปได้ไง(ฟระ....) http://replikia.exteen.com/
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1855


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2009, 08:00:45 PM »

................Space Route Episode 2 - A Revealed Secret (ต่อ)........................
....................................................
อีกด้านหนึ่งภายในโคโลนี่พวกบอล์นที่เข้ามาในโคโลนี่ มีจำนวนหุ่นจาโบรน่าอยู่นับสิบๆเครื่อง เข้ามาปิดล้มทางออกของโคโลนี่ เพื่อที่ไม่ให้หุ่นแปลกหน้า2เครื่องออกไป

"โจมตีหุ่น2เครื่องนั่นให้ได้ อย่าให้หนีออกไปจากที่นี่"

"นั่นอาจจะเป็นหุ่นเครื่องใหม่ของเอลฮังค์ที่ซ่อนไว้ที่โคโลนี่นี้ก็ได้"

"โคโลนี่ไซด์7 เป็นที่อยู่ของพวกกบฎจริงๆด้วย"

เหล่าทหารของพวกบอล์น เริ่มวิพากวิจารณ์กับการปรากฎตัวของหุ่น2เครื่องที่ไม่มีข้อมูล และเริ่มโจมตีใส่อีกระลอก กระสุนจากหุ่นจาโบรน่ากระหน่ำยิงไปที่หุ่นทั้ง2เครื่องทันที

ปังๆๆๆๆๆ...............

เสียงปืนได้ยิงไปที่อาร์คสไตรค์ทันที  เนื่องจากการเคลื่อนไหวของหุ่นดูช้าลงจนเป็นเป้านิ่ง แต่อุชิโอะยังมีสติหลงเหลือพอที่จะเบี่ยงตัวหลบห่ากระสุนได้อย่างหวุดหวิดเข้าที่กำบัง

"........คุณลูน่า..คะ.....ฉัน....ฉัน..ฆ่าคนไปแล้ว..ค่ะ"อูชิโอะสื่อสารไปหาลูน่าที่อยู่ไม่ห่างไปมากนัก

"................." ลูน่าไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่ก็ขยับหุ่นเข้าไปที่กำบังที่เดียวกับอุชิโอะ

"...คุณลูน่า....ฉัน......"อุชิโอะพูดด้วยน้ำเสียงเคลือ เหมือนว่าเธอรับกับการกระทำของตัวเองไม่ได้

".......คุณอุชิโอะ.....ตั้งสติไว้ก่อนนะคะ...."

"...ตอนนี้เราต้องตีฝ่าวงล้อมของฝ่ายตรงข้ามออกไปให้ได้....."

"หน้าที่ของเราในตอนนี้คือ...คุ้มกันยานฮาเซลให้ออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน......."

ลูน่าพยายามดึงสติของอุชิโอะให้กลับมา ไม่เช่นนั้นแล้ว อาร์คสไตรค์ที่อุชิโอะขับ จะไม่สามารถรบได้เต็มประสิทธิภาพแน่ และอาจเป็นเป้านิ่งให้ศัตรูยิง

"แต่ว่า.....ฉัน.......ฉัน..."อูชิโอะยังคงตัดพ้อเรื่องที่เธอทำลงไป

จาโบรน่าของพวกบอล์นเริ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กบที่กำบังที่2คนใช้หลบห่ากระสุน พร้อมกับประเคนกระสุนสาดเข้าไป

"เอ้า!! ยิงๆๆๆ อย่าปล่อยให้หนู2ตัวเล็ดลอดออกไปได้"

ปังๆๆๆๆๆๆ......
ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!

ทั้งระบิดและกระมุนต่างถูกงัดออกมาใช้ใส่ที่กำบังอีกระลอกใหญ่

"...คุณอุชิโอะ!" ลูน่าตะโกนใส่หน้าจอมอนิเตอร์ จนทำให้อุชิโอะสะดุ้งทันที

"ฟังให้ดีนะคะ ...เราต้องหนีออกไปจากที่นี่ก่อน เรื่องอื่นเราอย่าไปคิด

ไม่งั้นเราอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้ที่เราต้องการเห็นหรือได้ทำในสิ่งที่เราต้องการ"

"...สิ่งที่เราทำผิดพลาดไปแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขได้แล้วนะคะ..."

"......ฉัน....ก็เพิ่ง.....ฆ่า...คน...เป็นครั้งแรก......เหมือนกัน....ค่ะ..."แล้วลูน่าก็บังคับL-AS เข้าปะทะกับทหารของบอล์นทันที

"...........บ้าจริง....เรา..เป็นลูกผู้ชายนี่นา....ถึงจะอยู่ในร่างผู้หญิงก็เถอะ....."
"เราทำให้ผู้หญิงร้องไห้ได้ยังไงกัน...."อุชิโอะมีสติพร้อมกับโทษตัวเอง เพราะเธอเห็นลูน่าร้องไห้ ก่อนที่จะขับหุ่นพุ่งออกไป

"คุณลูน่า!!ฉันไปด้วยค่ะ"แล้วอุชิโอะก็บังคับอาร์คสไตรค์ตามหลังไปทันที

"มันมาแล้ว!!ยิงให้ร่วงเลย"

จาโบรน่าเครื่องที่อยู่ด้านหน้าเริ่มกราดยิงเข้าใส่ไปอีกระลอก แต่ก็ได้เพียงแค่ยกปืนเท่านั้น แขนที่ถือปืนก็ลงไปกองกับพืนทันท

"เสร็จฉันล่ะ!!"ลูน่าบังคับL-AS เข้าไปแล้วใช้คาตาร์ตัดแขนหุ่นจาโบรน่า ที่อยู่ข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันที่จาโบรน่าเครื่องที่โดนตัดแขนจะตั้งตัวก็โดนปืนกลจากอาร์คสไตรค์ยิงซ้ำอีกที จนเครื่องจาโบรน่าหมดสภาพล้มลงกับพื้นทันท

"คุณลูน่า! เราบุกไปพร้อมๆกันเลยค่ะ!"แล้วอุชิโอะก็บังคับอาร์คสไตรค์เข้าปะทะกับจาโบรน่าเครื่องที่เหลือทันที

"คุณอุชิโอะ ...งั้นเราก็บุกไปพร้อมๆกันเลยนะคะ" แล้วลูน่าก็บังคับL-AS ไปที่กลุ่มของจาโบรน่าพร้อมๆกับอุชิโอะทันที

.................................................................

ไม่นานนัก กองกำลังจาโบรน่า ของพวกบอล์น ก็พ่ายลงไปด้วยหุ่นยนต์แปลกหน้า2เครื่อง
 
"คุณลูน่า สำเร็จแล้ว"อุชิโอะดีใจที่เธอสามารถต่อสู้ได้โดยไม่กังวลอะไรแล้ว

"....ค่ะ....เรา..ทำ สำเร็จแล้ว...."ลูน่าตอบด้วยน้ำเสียงที่หอบ

"คุณลูน่า!! เป็นอะไรไปค่ะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"อุชิโอะถามด้วยความเป็นห่วงเมือเห็นสีหน้าของลูน่าไม่ค่อยสู้ดีผ่านทางจอมอนิเตอร์

"..ฟู่.... ไม่เป็นอะไรค่ะ แค่เหนื่อยนิดหน่อย....... เพราะเพิ่งเคยบังคับเด็กคนนี้..... จริงๆจังๆ นานๆเป็นครั้งแรก.....ก็เลยเหนื่อยนิดหน่อยน่ะค่ะ..."

"งั้นเหรอคะ ค่อยยังชั่วหน่อย...คิดว่าฉันเป็นตัวถ่วงซะอีก.."

"ไม่หรอกค่ะ คุณอุชิโอะเก่งมากเลยค่ะ ฝีมือเยี่ยมมากเลย"

2สาวได้สนทนากันหลังการต่อสู้ ก่อนที่จะมีสัญญาณด่วนจากยานฮาเซล เซน่อนขึ้นมา

"คุณลูน่า คุณอุชิโอะ!!"
"แย่แล้วค่ะ อีกทางด้านนึงของโคโลนี่ มีการโจมตีคร้งใหญ่เกิดขึ้นค่ะ"ซารีน่าติดต่อมาที่ทั้ง2คนด้วยอาการตกใจจนเห็นได้ชัดจากสีหน้า

"เอ๋!!"เสียง2สาวร้องออกมาพร้อมกัน

"เดี๋ยวส่งส่งภาพไปให้ดูนะคะ"แล้วซาริน่าก็ส่งสัญญาณภาพไปให้ลูน่าและอุชิโอะดู

ภาพที่เห็น เป็นหุ่นรบไม่ทราบว่าเป็นหุ่นของใคร กำลังรบอยู่กับกองกำลังของบอล์นอยู่ ฝีมือของนักบินนั้น จัดว่าอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียว หุ่นของบอล์นที่เข้ามาก็ต้องมีอันต้องพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือคนละชั้นกัน

"ฝีมือการบังคับหุ่นยอดเยี่ยมเลยค่ะ"อุชิโอะถึงกับอุทานออกมาทันที ส่วนลูน่าก็มองดูอย่างทึ่งเช่นกัน

"ตรงนั้นยังไม่เท่าไหร่หรอกคะ เพราะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นมากกว่านั้นอีกค่ะ"

"นิวเคลียค่ะ! ตามที่ตรวจสอบเมื่อกี้ หุ่นรบที่เราเห็นเมื่อกี้กำลังทำลายนิวเคลียที่ยิงมาใส่โคโลนี่ค่ะ!"

"อะไรนะ!!นิวเคลีย"ลูน่าตกใจมากเมื่อได้ยินซารีน่าพูดออกมา

"ละ....ล้อเล้น...หรือเปล่าคะ.....ยิงนิวเคลียมาที่โคโลนี่นี่น่ะคะ"อุชิโอะแทบไม่เชื่อเลย เพราะโคโลนี่แห่งนี้จะถูกยิงด้วยนิวเคลีย

"ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราต้องหนีออกจากที่นี่โดยด่วนเลยนะคะเร็วเข้าเถอะค่ะ"ซารีน่ารีบเตือนสติทั้ง2คนทันที

"แต่...!"ลูน่าทักท้วงเหมือนว่าเธอจะเป็นห่วงคนบนโตโลนี่นี้ด้วย

"ไม่มีแต่ค่ะ!ทำตามคำสั่งเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เราต้องรีบออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด"เอเล่พูดแทรกขึ้นมาทันที
"ซารีน่าเตรียมรับทั้ง2คนเข้ามาในยาน เราจะออกจากโคโลนี่นี้ทันที"เอเล่ออกคำสั่งเด็ดขาดอีกครั้ง

"ค่ะ!"ลูน่าและอชิโอะรับคำสั่งทันที

แต่ไม่ทันที่หุ่นทั้ง2จะเข้ายานซารีน่าก็บอกกับเอเล่ขึ้นมาทันที

"ตอนนี้คงยังไม่ได้หรอกค่ะ ด้านนอกของโคโลนี้บริเวณทางออก มีหุ่นจาโบรน่าอีกจำนวนนึงค่ะ ถ้านำยานออกตอนนี้คงจะไม่ได้ค่ะ"

"งั้นไม่เห็นยากเลย เดี๋ยวพวกราเคลียเส้นทางให้เอง"ลูน่าบอกกับซารีน่าพร้อมกับบังคับLASไปยังปากทางโคโลนี่ทันที

"ระ...รอด้วยค่ะคุณลูน่า"อุชิโอะก็รีบบังคับอาร์คสไตรค์ตามลูน่าไปติดๆ

"เอาล่ะ ฮาเซล เซน่อน เตรียมเดินเครื่องตามได้"เอเล่สั่งการให้ยานสแตนด์บายพร้อมออกยานทันทีที่ปากทางปลอดภัย

"ลูน่า.....จะไหวหรือเปล่านะ........"มาเรียสีหน้าวิตก เพราะเห็นสีหน้าของลูน่าไม่ดีจากทางจอมอนิเตอร์เช่นกัน

"นั่นล่ะค่ะ เราจึงต้องรีบออกยานไปสมทบกับพวกลูนาทันทีที่ปากทางปลอดภัย"เอเล่ย้ำคำสั่งอีกครั้ง เธอก็เป็นห่วงลูน่าไม่ใช่น้อยเช่นเดียวกัน

"คุณอุชิโอะตอนนี้ น่าจะชินกับสภาพการรบแล้ว คงจะเป็นกำลังสำคัญ ช่วยลูน่าได้อีกแรงแน่นอนค่ะ"ซารีน่าได้เห็นการต่อสู้เมื่อซักพัก จึงเห็นได้เลยว่า อุชิโอะฝีมือในการสู้รบพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

 ยานฮาเซล เซน่อนตอนนี้ยังไม่ได้ติดอาวุธหนัก มีเพียงปืนกลรบ ที่ติดอยุ่ไม่กี่กระบอกเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถรบได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมาะที่จะใช้รบซึ่งไหน้าได้ในทันที จึงต้องให้ลูน่าและอุชิโอะเปิดเส้นทางก่อน

.........................................................

LAS ของลูน่า เคลื่อนที่เข้าไปโจมตีหุ่นจาโบรน่ากลุ่มข้างหน้าทันที ซึ่งจาโบรน่ากองกำลังนี้ มีอยู่ราวๆ15เครื่อง เช่นกัน
 
"นั่นมันหุ่นของพวกเอลฮังค์แน่ๆเลย มี2เครื่องตามที่กลุ่มข้างในรายงาน"

"งั้นกลุ่มข้างในล่ะ!!"

"บ้าเอ้ย!! ท่าทางจะเสร็จไอ้หุ่น2ตัวนี้แล้ว"

ทหารบอล์นต่างก็พึมพำกับเหตุการณ์ที่อยู่ตงหน้า แต่ก็เข้าโจมตีทันทีที่หุ่น2เครื่องบุกเข้ามา แต่ก็ต้องแตกกระเจิง เพราะหลบกระสุนของอาร์คสไตรค์ยิงเข้ามากลางวง แล้วLAS ก็พุ่งเข้าไปหาหุ่นจาโบรน่าที่หลุดกลุ่มแล้วก็เข้าโจตีอย่างรวดเร็ว โดยใช้คาตาร์โจมตีต่อเนื่องไปที่แขนข้างที่ถือปืนอย่างรวดเร็วจนขาด แล้วก็ต่อยไปที่เมนคาเมร่า จนหุ่นไม่สามารถทำงานได้ ส่วนอาร์คสไตรค์ก็ยิงคุ้มกันไม่ให้หุ่นที่เหลือเข้ามาโจมตีแบบฟอร์เมชั่นได้

"บ้าชิบ เครื่องที่เหมือนผู้หญิงนั่นเคลื่อนไหวเร็วชะมัด เล่นประชิดตัวลำบากจริงๆ"

"ส่วนเครื่องน้ำเงินขาวนั่น ก็รู้ว่าเราจะโจมตีฟอร์เมชั่น โดนก่อกวนตลอดเลย"

ทหารบอล์นถึงกับอึ้ง เพราะหุ่น2เครื่องก็ทำให้พวกบอล์นที่มีเครื่องจำนวนมากกว่ารวนได้เลย

แต่ก็มีนายทหารฝีมือสูงคนนึงในกลุ่มบอล์น มองจุดอ่อนออก

"พวกเรา ตอนนี้เราเหลือเครื่องอยู่14เครื่อง เดี๋ยวโจมตีทำตามที่เราบอก"นายทหารคนนั้นก็บอกแผนให้เครื่องที่เหลือทันที
แล้วจาโบรน่าเครื่องที่เหลือก็เริ่ม แยกออกเป็น5กลุ่มทันที
แล้วก็เข้าโจมตีโดยแบ่งเป็นยิงระยะกลางและประชิด2กลุ่มกลุ่มละ3เครื่องเข้าโจมตีอาร์คสไตรค์ และระยะกลางและไกลกลุ่มละ3เครื่องใส่LASเช่นกัน คอยก่อกวนมากกว่าจะโจมตีโดยตรง
หุ่นจาโบน่าอีก2เครื่องที่เหลือคอยเข้าโจมตีใส่หุ่นอาร์คสไตรค์และLAS โดยตรง การโจมตีแบบนี้ทำให้อุชิโอะและลูน่าเสียเปรียบมากขึ้น

"....บ้าชะมัด ทำแบบนี้เราก็โจมตีไม่ออกเลย LASของเราก็พุ่งได้ในระยะไม่ไกลซะด้วย ยิ่งในสภาพไร้แรงดึงดูดแบบนี้ด้วยละก็....."ลูน่าบังคับหลบการโจมตีก็แทบจะแย่แล้วไหนจะมีหุ่นที่เข้ามาโจมตีประชิดอีก

"อาร์คสไตรค์ตอนนี้ไม่มีอาวุธดีๆที่จะใช้โจมตีหนักๆซะด้วยซิ...."อุชิโอะเริ่มหาทางออก เกี่ยวกับการโจมตีฟอร์เมชั่นนี้ แต่ก็ลำบาก เพราะโดนก่อกวนจนไม่มีสมาธ

"ฮ่าๆๆๆๆ" แค่นี้ก็ไปไม่เป็นเลยเหรอ ดีล่ะเดี๋ยวพวกพี่จะทำให้น้องสนุกกว่านี้เอง" แล้วหุ่นจาโบรน่าเครื่องนึงก็เข้ามาจู่โจมอุชิโอะทันที
"เสร็จชั้นล่ะ!!"

แต่ยังไม่ทันที่หุ่นจาโบรน่าตัวดังกล่าวจะพุ่งเข้ามาโจมตีก็โดนโลห์ของอาร์คสไตรค์เขวี้ยงใส่เข้าเต็มหน้าหุ่นจนเมนคาเมร่าเสียหาย

"บ้า...น่า...มะ มีการโจมตีแบบนี้ด้วยเหรอ.."

ยังไม่ทันที่หุ่นจาโบรน่าจะตั้งตัวก็โดนปืนยิงซ้ำอีกที จนหุ่นใช้การไม่ได้

"มีซิคะ..ไม่เคยดูซีรี่ย์มาเว*คอม*ค ซินะคะ กั*ตัน*เม*กาไง" แล้วอุชิโอะก็พุ่งชนหุ่นที่โดนยิงอย่างแรง จนไปกระแทกหั่นที่อยู่ประชิดจนกระเด็นไปเช่นกัน แล้วอาร์คสไตรค์ก็พุ่งไปจับโลห์แล้วร่อนใส่จาโบรน่าอีกเครื่อง จนเครื่องพังไม่สามารถใช้งานได้ แล้วก็กราดยิงใส่หุ่นจาโบรน่า อีก2เครื่องทันทีจนพังยับเยินเช่นกัน

ท่ามกลางการตกตะลึงของจาโบรน่าเครื่องที่เหลือ และจาโบรน่าเครื่องที่จะมาโจมตีLASก็พลอยชะงักไปด้วย แต่เพียงแค่พริบตาเท่านั้น ลูน่าก็บังคับLASเข้าโจมตีทันที โดยพุ่งเข้าไปถีบจาโบรน่าเครื่องที่จะเข้ามาโจมตีเข้าไปที่เตาปฎิกรณ์จนเสียหาย ทำให้เครื่องใช้การไม่ได้ แล้วก็พุ่งจู่โจมตามแรงถีบเข้าหา หุ่นที่อยู่ห่างไม่มาก แล้วใช้คาตาร์ฟันแขนที่ถือปืน และกระโดดถีบโดยอาศัยแรงถีบไปหาหุ่นที่อยู่อีกฟากและโจมตีเข้าที่เมนคาเมร่า โดยใช้เท้าของหุ่นเหยียบแล้วก็พุ่งไปที่หุ่นที่อยู่ด้านบนโดยใช้คาตาร์โจมตีไปที่แขนและขาของจาโบรน่าทันที

เหตุการณืผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที แต่ทหารบอล์นต้องเสียเครื่องจาโบรน่าไปอีก8เครื่อง

"บ้าน่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น รวดเร็วเหลือเกิน!"ทหารบอล์นตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

"..พวกนายไม่รู้จักเหรอ การโจมตีแบบนี้น่ะ ศิลปะป้องกันตัวพื้นฐานเลยนะ..."ลูน่าบอกถึงวิธีการโจมตีของเธอบ้าง

"บ้าเอ้ย"
แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงทหารของบอล์น ยานฮาเซล เซน่อนก็ปรากฎตัวขึ้นมาจากด้านหลังของลูน่าและอุชิโอะ พร้อมกับตั้งป้อมยิงทันที

"เหวอออออ"

"หนีเถอะพวกเราาาา"

แล้วทหารบอล์นที่เหรอก็แตกทัพทันที

"จะปล่อยพวกนั้นไปเหรอ....."มาเรียทำท่าทางเสียดายที่ไม่ได้ยิงปืนใส่พวกบอล์นที่เหลือ

"มาเรีย.....เราไม่ต้องฆ่าคนโดยไม่จำเป็นหรอกนะ...."ลูน่าพูดให้มาเรียฟังก่อนที่ทั้งหมดจะหันไปมองที่โคโลนี่ที่พวกเธอหนีออกมา นิวเคลียได้ถูกยิงใส่โคโลนี่แล้ว
 
...

รอต่อตอนต่อครับ ยังไม่จบบทที่2

 
บันทึกการเข้า

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2009, 04:44:45 PM »

===============================   Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
===============================       Episode 2  : A Revealed Secret  =============================


บรึมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


เสียงมรณะที่ดังขึ้นท่ามกลางสนามรบ  ยานฮาเซล เซน่อนที่เร่งเครื่องเต็มที่เพื่อที่หนีออกจากโคโลนี่ได้สำเร็จแต่ทว่า...


" อะ....อา.... "  ลูน่าน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อเห็นภาพที่ดุจดั่งฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธออยู่ตรงหน้าอีกครั้ง...

" หะ....โหดร้าย.... "  มาเรียถึงกับเสียงสั่น

" ฮึก....ไม่นะ.... " ซารีน่าเองก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

" ............ "  ฟิลเลเน่เองก็ช๊อคพูดไม่ออก เธอจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เหมือนกับจะร้องไห้...

" กะ...กรอด....พวกบอล์น.... "  เอเล่ได้แต่กัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้นและเสียใจที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย...

" อา......  "  อุชิโอะน้ำตาคลอเบ้า ถึงกับเบือนหน้าหนีไม่อยากรับรู้ความจริงที่อยู่ตรงหน้า   ผู้คนนับร้อยนับพันในโคโลนี่แห่งนั้น ล้วนถูกกลืนไปกับแสงสว่างของนิวเคลียร์  โดยที่พวกเธอได้แต่จ้องมองฝันร้ายที่อยู่ตรงหน้า ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

" ม่ายยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "  ลูน่ากรีดร้องอย่างเสียสติ ภาพที่โคโลนี่ระเบิดนั้นเหมือนดึงฝันร้ายแห่งความสูญเสียในวัยเด็กของเธอกลับมาอีกครั้ง

.....................................................
...................................
....................
.........
....
..
.


ทางด้านลูคัส

" กะ....กร๊อดดด  บัดซบ !!!!!! "  ลูคัสทุบแผงคอนโซลอย่างเจ็บแค้น  แม้ว่าเขาจะสามารถยิงทำลายมิตไซน์ไปได้ 2 - 3 ลูก  แต่ถึงกระนั้น มิตไซน์ส่วนมากก็ยังพุ่งเข้าระเบิดโคโลนี่ได้สำเร็จอยู่ดี

" หมิง !!! " หม่าฟานร้องเตือนสติน้องชายของตนทำให้ลูคัสได้สติและรีบโยกคันบังคับหลบการห่ากระสุนบีมของหุ่น 2 ตัวที่อยู่ตรงหน้าของเขา

" DSX-XTA-2 กับ DSX-XSA-2 !?!?!?  กัลฟาลูท ฟอนด์การ์ด    กับเอวิรี่น่า   เวลรากัส อย่างนั้นรึ !?!?!? "  ลูคัสชะงัก

" ลูคัส เจเนเซีย.... ทำไมนายถึงทรยศ....." ชายหนุ่มผมสีน้ำเงิน ตาสีฟ้า  ผู้บังคับหุ่นยนต์สีดำกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชา

" .................... " เด็กสาว ผมสีเขียวอ่อนยาวประบ่า ตาสีเขียว  ผู้บังคับหุ่นสีขาวขึ้นมายืนเทียบหุ่นสีดำอย่างเงียบ ๆ

" ผม...ผมน่ะ...ฮึ่ย !!!! " ลูคัสเห็นว่าสถานการณ์นี้ต่อให้อธิบายไปยังไงก็ป่วยการ  อีกอย่างเขาก็ไม่มีเวลาด้วยเพราะจาโปรน่าเครื่องอื่น ๆ ก็เริ่มพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว  เขารีบชักปืนจ่อเครื่องทั้งสองตรงหน้าทันที

" ถอยไป ! ไม่งั้นผมจำเป็นต้องยิงพวกคุณนะ ! " ลูคัสประกาศกร้าว

" ร้อนรนแบบนี้ไม่สมเป็นมังกรตื่นเลยนะ " กัลฟาลูท หรือ กู๊ดผู้บังคับหุ่นสีดำเครื่องนั้นยิ้มเหี้ยม พร้อมกับบังคับให้ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส ชักบีมแมชชีนแคนน่อนออกมายิงสวนทันที  โชคดีที่ลูคัสบังคับให้ออร์เฟอุสพลิกตัวหลบบีมทัน

" ..............." เอวีรีน่า หรือเอน่า ไม่พูดพล่ามทำเพลง เธอยิงปืนวัลแคนของฟาร์เวน ลิทคราฟ ใส่ออร์เฟอุสทันที  ลูคัสยกโล่ห์มารับทันและพับปืนลิเนียร์ที่หลัง 2 กระบอกยิงใส่ทั้งซูวาสเซอร์บาราท รีอัส  และ ฟาร์เวน ลิทคราฟ   แต่ทว่า...

" ...................... "  กู๊ดแสยะยิ้มเปิดช่องว่างระหว่างมิติออกมารับกระสุนของปืนลิเนียร์กันของออร์เฟอุสเอาไว้ได้

" ฮึ่ย.... "  ลูคัสรู้ดีว่าออร์เฟอุสที่กำลังเสียหายนี่ ไม่ใช่คู่มือของซูวาสเซอร์บาราทที่ถูกขนานนามว่า DIMENSION GUARDIAN  ได้เลย  แถมกระสุนก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ ถึงเขาจะปักหลักสู้ตายก็ไม่แน่ว่าจะชนะ  ที่สำคัญเขาไม่อยากให้พี่สาวคนสำคัญของเขาเป็นอะไรไปเด็ดขาด

" พี่ครับ....ผมจะปกป้องพี่ให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม... "

" จ๊ะ...พี่เชื่อในตัวของหมิงอยู่แล้วล่ะ " หม่าฟานยิ้มให้กับลูคัส  เมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มของผู้เป็นพี่สาว  จิตใจที่ร้อนรนของเขาก็ค่อย ๆ สงบลง

" ขอบคุณครับพี่....พวกเรา 2 คนจะต้องรอดไปจากที่นี่ให้ได้ "  ลูคัสยิ้มตอบ  ใช่แล้ว เขาร้อนรนไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา  ในสถานการณ์แบบนี้ ฝ่าวงล้อมไปให้ได้และหาทางหนีไปตั้งหลักก่อนดีกว่า แม้ว่าตัวเขาในตอนนี้จะไม่เห็นทางชนะหากยังปักหลักสู้ต่อไป  แต่เพียงแค่เขากับพี่มีชีวิตรอดไปได้ เขาก็ไม่แพ้ สมองระดับอัจฉริยะเริ่มคิดหาวิธีเพื่อที่จะหนีรอดจากการล้อมกรอบของศัตรูทันที  วันนี้แหละ ! พวกบอล์นที่ทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของเขากับพี่สาว จะได้เห็นพลังของ มังกรตื่น กันบ้าง

......................................................
...................................
......................
............
.....
..
.

ตัดกลับมาทางด้านยาน  ฮาเซล เซน่อน

" อ๊า !!!!!! " LAS พุ่งเข้าใช้ Assault Katar โจมตีพวกจาโปรน่าที่อยู่รอบ ๆ  จนกระเด็นกระจัดกระจายไปหลายตัว แต่ทว่า...

" ลูน่า !?!?  เธอทำอะไรของเธอน่ะ !?!? อย่าไปอยู่กลางวงล้อมศัตรูสิ !!! " เอเล่ร้องบอกแต่ทว่าดูเหมือนว่าเสียงเตือนของเธอจะไม่เข้าหูลูน่าเลย

" ลูน่าซัง !!! "  อุชิโอะพยายามจะเข้าไปช่วย LAS แต่ทว่าเธอเองก็ไม่สามารถปลีกตัวไปได้เช่นกัน  หากเธอไปช่วยลูน่าตอนนี้  กราบซ้ายของยานฮาเซล เซน่อนจะต้องถูกยิงแน่นอน

" บ้าจริง...... ท่าทางลูน่าจะนึกไปถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นจนได้สินะ..... "  เอเล่พยายามติดต่อกับลูน่าอย่างเต็มความสามารถ  สถานการณ์ตอนนี้ดูยังไงพวกเธอก็เสียเปรียบเป็นอย่างมาก ปืนกลบนยานเองก็ถูกยิงทำลายไปจำนวนไม่น้อย  ถ้าหากถูกทำลายหมด ยานฮาเซล เซน่อนก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะป้องกันตัวได้เลย

ครืนนนนน ...........

" ยะ....แย่แล้ว !?!?!? " เอเล่แทบจะหยุดหายใจกับภาพตรงหน้า...

" ฮ่า ๆ ๆ   ตายซะ !!!! "  จาโปรน่าตัวหนึ่งเข้าประชิดตัวยานได้สำเร็จ  และกำลังจะยิงสะพานเดินเรือ  ภาพในตอนนั้นเคลื่อนไปช้า ๆ ราวกับเป็นภาพสโลว์โมชั่นก็ไม่ปาน

" คุณเอเล่ !?!?  ทุกคน !!?!?! "  อุชิโอะรีบบังคับอาร์คสไตรค์เกอร์หันบีมไรเฟิลไปยิงจาโปรน่าเครื่องนั้นทันที  แต่ทว่าลำแสงบีมก็ออกมาจากปากกระบอกปืนของจาโปรน่าเครื่องนั้นแล้ว

" อะ......... " ทั้งมาเรีย , ฟิลเลเน่ และซารีน่าต่างตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพวกตน

" จะ....จบกันแค่นี้รึ..... "  เอเล่หลับตาลง นี่เธอจะต้องตายทั้งที่ยังไม่ทันได้ทำความฝันของเธอให้เป็นจริงเลยหรือนี่

บรึมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว  เอเล่และคนอื่น ๆ ที่อยู่ในสะพานเดินเรือค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา  พวกเธอยังไม่ตายหรือนี่  แต่ทว่า...ภาพตรงหน้าที่พวกเธอเห็นนั้น คือหุ่น LAS ที่เข้ามารับการโจมตีแทนจนเสียหายหนัก

" ละ....ลูน่า !?!??!?!!!!? "  มาเรียกรีดร้อง

" ลูน่าซัง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  " ซารีน่าเองก็ตกใจแทบช๊อค 

" อะ....อึก....ชั้นจะไม่ยอมสูญเสีย...คนสำคัญอีกต่อไปแล้ว...ชั้นจะต้อง...ปกป้องให้ได้ " ลูน่าพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า  เลือดไหลอาบบริเวณใบหน้าของเธอ คาดว่าเมื่อครู่ตอนไปกันบีมนั้น เธอเองก็คงหัวกระแทกคอนโซลในค๊อกพิทเช่นกัน  เธอค่อย ๆ พยายามฝืนร่างกายเพื่อจะควบคุมหุ่นต่อแต่เนื่องจากเสียเลือดเป็นจำนวนมากทำให้เธอสลบไป

" ลูน่า !!!   ลูน่าได้ยินชั้นมั๊ย !!!!! " เอเล่พยายามติดต่อเข้าค๊อกพิทของ LAS  แต่ก็ไม่ได้รับสัญญาณตอบกลับมาเลย

" ยะ....อย่าตายนะ !?!?  ลูน่า !!!!!!!  " มาเรียใจเสียขึ้นมาทันที

" อะ...อา....... เอเล่ซัง !!! ระ....รีบเปิดประตูช่องปล่อยหุ่นเร็วเข้าค่ะ ! ชั้นจะรีบพา LAS เข้าไปด้านในเอง !!! " อุชิโอะรีบร้องเตือนสติของเอเล่ ขณะที่อาร์คสไตรค์เกอร์เองก็พยายามใช้โล่ห์รับการโจมตีจากกระสุนบีม และพยายามเคลื่อนเข้าไปหา LAS ที่หยุดเคลื่อนไหวไปแล้ว

" คะ....ค่ะ !!!  ฟิลเลเน่ รีบเปิดประตูช่องปล่อยหุ่นเร็วเข้า  เราจะพาลูน่าเข้ามา " เมื่อเอเล่ได้สติแล้วก็รีบสั่งการทันที

" รับทราบค่ะ กัปตัน ! "  ฟิลเลเน่รีบเดินออกจากสะพานเดินเรือทันที

" ละ....ลูน่าซัง !!! ทำใจดี ๆ เอาไว้นะคะ !!! "  อาร์คสไตรค์เกอร์ใช้มือข้างหนึ่งโอบร่างที่เสียหายของ LAS เอาไว้ อีกข้างหนึ่งก็ใช้โล่ห์กันการโจมตีของศัตรูเอาไว้เช่นกัน แล้วอุชิโอะรีบบูสต์เครื่องไปยังประตูแฮงค์เกอร์ของยานฮาเซล เซน่อนที่ถูกเปิดออกโดยทันที

" ฟิลเลเน่ซัง !!  ฝากลูน่าซังด้วยนะคะ !!! "  อาร์คสไตรค์เกอร์พยุง LAS ไปถึงประตูแฮงค์เกอร์ของยานได้สำเร็จ  หลังจากนั้นก็ต้องรีบผละออกมาคุ้มกันยานฮาเซล เซน่อนต่อ ฟิลเลเน่ก็ทำการปิดประตูแฮงค์เกอร์

" ลูน่า....อย่าเป็นอะไรไปนะ !   ถ้าตายไปทั้ง ๆ อย่างนี้ล่ะก็  ชั้นจะไม่ยอมยกโทษให้เธอเด็ดขาดเลย !! " ฟิลเลเน่กัดฟันกรอดพลางพยายามเปิดค๊อกพิทของ LAS อย่างยากลำบาก

" อะ....อือ.... "  ลูน่าครางออกมา  ถึงเธอจะได้รับแรงกระแทกจนหน้าผากแตก  แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังมีลมหายใจอยู่ เมื่อฟิลเลเน่เห็นแบบนั้นแล้วก็ใจชื้นขึ้น

" เด็กบ้า....อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิ.... "

.........................................................................................
.............................................................
......................................
.........................
........
...
.

กลับมาทางอาร์คสไตรค์เกอร์

อาร์คสไตรค์เกอร์ตอนนี้เริ่มโดนฝูงจาโปรน่ายิงกระหน่ำมากขึ้น  แม้ว่าจะมีปืนกลของยานฮาเซลคอยยิงสนับสนุน แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นงานที่หนักมากอยู่ทีเดียวทั้ง ต้องคอยคุ้มกันยานและต่อสู้กับศัตรูไปด้วย

" ยะ.....อย่างนี้พวกเรามีหวัง... " อุชิโอะใจเสียขึ้น เพราะว่ากระสุนของอาร์คก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ  จำนวนศัตรูก็ยังคงมีมากมาย  ยิ่งขาด LAS ไปแบบนี้กำลังรบก็ยิ่งตกลง พวกเธอจะสามารถฝ่าจาโปรน่าและกองยานของบอล์นไปได้หรือนี่...


บรึมมมมมม !!!  บรึมมมมมมมม !!!!! บรึมมมมม !!!!!!!

" อ่ะ..... เกิดอะไรขึ้น !?!??!?!  "   อุชิโอะแปลกใจที่จู่ ๆ ฝูงจาโปรน่าที่อยู่แนวหลังก็เกิดระเบิดขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุ 

" กะ...เกิดอะไรขึ้น !!?!?? "  กัปตันของยานรบของบอล์นที่อยู่รอบนอกตกใจที่จู่ ๆ จาโปรน่าก็ถูกทำลายไปหลายเครื่องในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้

" ผู้การครับ ! ทางเราจับสัญญาณวัตถุบินลึกลับไม่ปรากฏสัญชาติได้ครับ ! "

" วะ....ว่ายังไงนะ !?!?!?  หรือว่ามันจะเป็น..... "

.........................................................
.......................................
.........................
.............
....
..
.

ทางด้านอุชิโอะ

ซู่มมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ยานบินสีฟ้ารูปร่างคุ้นตาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของอุชิโอะและลูกทีมของยานฮาเซล เซน่อน ทุกคน

" ยานลำนั้นมัน...... "  อุชิโอะอุทานออกมาเมื่อเห็น ยานบินลำนั้นกำจัดฝูงจาโปรน่าได้เป็นจำนวนมากเพียงแค่ใช้การบินชนเท่านั้น  ในที่สุดยานบินลำนั้นก็ฝ่าฝูงจาโปรน่าออกมาตรงมายังยานฮาเซล เซน่อน  แล้วเปลี่ยนวิถียานพุ่งขึ้นไปด้านบน  ก่อนที่จะยิงส่วนหัวยานขึ้นไป และพับส่วนลำตัวของยาน เผยส่วนแขน และ ส่วนขาของหุ่นออกมา ก่อนที่ร่างนั้นจะพุ่งขึ้นไปจับส่วนหัวยานที่ถูกยิงออกไปตั้งแต่ทีแรก มาใช้แทนโล่ห์  พร้อม ๆ กับส่วนหัวของหุ่นที่ถูกพับขึ้นมา เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเหลืองอร่าม ที่ค่อย ๆ ร่อนลงมายังเบื้องหน้าของอาร์คสไตรค์เกอร์และยานฮาเซลเซน่อน...

" หะ....หุ่นยนต์ตัวนั้นมัน..... " อุชิโอะจำได้ว่าหุ่นยนต์ตัวนั้นเป็นตัวเดียวกับที่เคยช่วยเหลือเธอเอาไว้นั่นเอง...

.................................................................
............................................
............................
................
.......
...
.

ตัดกลับมาที่ลูคัส

ตูมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

จาโปรน่าชะตาขาดเครื่องหนึ่งถูกออร์เฟอุสยิงเข้าที่ค๊อกพิทและห้องเครื่องเต็ม ๆ จนระเบิดไป  แต่ถึงกระนั้น สถานการณ์ของลูคัสและหม่าฟานก็ยังไม่ได้ดีขึ้นแม้แต่น้อย พวกเขายังคงถูกล้อม
อยู่ดี เกราะส่วนขาของออร์เฟอุสหลุดกระเด็น หลังจากโดน DIMENSION BLASTOR  ของซูวาสเซอร์บาราท รีอัสเข้าไปแม้ว่าจะถาก ๆ

" ................ " กู๊ดกับเอน่ายังคงระดมยิงใส่ออร์เฟอุส  แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีหลายลูกที่พลาดไป  แต่ถึงกระนั้น อาวุธแต่ละชนิดของพวกเขาก็แรงพอที่จะเป่าเกราะของออร์เฟอุสกระเด็นไปได้

" ฮึ่ย.......... "  ลูคัสตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก  เขาพยายามบังคับออร์เฟอุสให้เคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดเพื่อเซฟพลังงาน  แต่ถึงกระนั้นด้วยจำนวนศัตรูที่มากมายนี้ก็ยังทำให้เขาลำบากอยู่ดี

" ยอมแพ้ซะ ลูคัส ! ชั้นเองก็ไม่อยากฆ่านายเท่าไหร่นักหรอกนะ ! "  กู๊ดกล่อม แต่ทว่าลูคัสก็ยังคงยืนยันคำเดิม

" ไม่มีทางหรอกครับ.... " ถ้าเขายอมจำนนมันก็หลายถึงว่าเขายอมรับว่าตัวเองเป็นกบฏและโทษกบฏก็ไม่ต่างจากโดนประหารอยู่ดี  ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะให้หม่าฟานโดนไปด้วยไม่ได้เด็ดขาด
เขาจะต้องสู้ต่อไป

" งั้นก็ตายซะ !!!! " กู๊ดกล่าวเสียงเหี้ยมพลันใช้ดาบไดอาโบรอสพุ่งเข้าไปฟันออร์เฟอุสในระยะประชิดทันที

"( รออยู่แล้วล่ะ !! )"


ฉับบบบบบบบบ !!!!!!!!!!!!!!!!!!   ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



" อ่ะ !?!?!? "  กู๊ดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อออร์เฟอุส บีมไรเฟิลที่แย่งมาจากจาโปรน่าเครื่องหนึ่งเข้าใส่กู๊ดให้เขาฟันเต็ม ๆ  แรงระเบิดของปืนทำให้กู๊ด , เอน่า และพวกจาโปรน่าที่ล้อมรอบชะงักและถอยห่างไปชั่วครู่  ซึ่งนี่คือโอกาสทองที่ลูคัสเล็งมาตลอด

" ตอนนี้ล่ะ !!!! "  ลูคัสสั่งปลดเกราะของออร์เฟอุสทันที  ชิ้นส่วนเกราะกระเด็นไปกระแทกทั้งซูวาสเซอร์บาราท รีอัส, ฟาร์เวน ลิทคราฟและจาโปรน่าเครื่องอื่น ๆ จนเสียหลัก เปิดช่องให้ออร์เฟอุสเร่งเครื่องตีฝ่าวงล้อมออกไปได้...

" ชิ ! "  ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส ยิง DIMENSION BLASTOR ไล่หลังใส่ออร์เฟอุส แต่ลูคัสก็สามารถหลบได้อย่างทันท่วงที  เขาในตอนนี้ไม่มีความคิดที่จะหันหลังไปโต้กลับแม้แต่น้อย  เขาคิดเพียงว่า ตอนนี้ทำยังไงก็ได้ ขอให้สลัดหลุดจากวงล้อมแล้วหนีไปให้ได้ก่อน

" พี่ฟาน ! จับให้แน่น ๆ นะครับ !!! "

" ทราบแล้วจ๊ะ ! "

ซู่มมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ออร์เฟอุสเมื่อปลดเกราะแล้ว แม้ว่าอาวุธจะน้อยลง แต่ก็ได้ความคล่องตัวและน้ำหนักที่ลดลงมาแทน  ด้วยความเร็วขณะเร่งบูสเตอร์สูงสุดในขณะนี้ทำให้สามารถสลัดพวกจาโปรน่าที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าหริอพวกติดอาวุธหนักไปได้ แต่ถึงกระนั้น  ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส, ฟาร์เวน  ลิทคราฟและจาโปรน่าเครื่องอื่นที่อยู่กองหน้าก็ยังไล่ตามเขามาอยู่ดี

" ทุกหน่วยจงฟัง ! กำจัดเจ้ากบฏคนนั้น ! อย่าให้มันหนีรอดไปได้ "  กัปตันยานออกคำสั่งให้จาโปรน่าทุกหน่วยเตรียมไล่ตามออร์เฟอุส  แต่ทว่าขณะนั้น มฤตยูสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบทางด้านหลังของกองยาน โดยที่ไม่มีใครสังเกตุทันเลยแม้แต่น้อย

วิ้งงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  ซู่มมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!

ตาสีแดงเลือดฉายแสงออกมาจากร่างสีดำทมิฬ  แท่งเหล็กยาวจำนวน 6 แท่งถูกปล่อยออกมาจากด้านหลังของร่างนั้น แล้วแท่งพวกนั้นก็พุ่งทะยานเข้าโจมตีกองยานของบอล์นทันที

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!  บรึมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


" อะ...อะไร !?!? " กัปตันยานกล่าวอย่างตกใจเมื่อยานรบที่ลอยเทียบเคียงข้างเขาจู่ ๆ ก็ถูกทำลายแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

" ท่านครับ ! เราจับสัญญาณวัตถุลึกลับไม่ปรากฏสัญชาติได้ครับ ! อยู่ด้านหลังกองยานของเรานี่ครับ "

" อะ....ตั้งแต่ตอนไหนกัน !!! "  เมื่อยานรบจับภาพร่างทมิฬนั้นได้แล้วนั้นก็ต้องตกตะลึง  เพราะนอกจากจะเป็นหุ่นรบที่ไม่เคยปรากฏตัวออกมาก่อนแล้ว ท่าทางหุ่นสีดำตัวนั้นกำลังเปิดหน้าอกชาร์จพลังงานบางอย่างเอาไว้  เตรียมยิงมาทางนี้...

วู้มมมมมม..........  เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

" กะ....กำจะ.......อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!!!!!!!!!!?!??!!??! " กัปตันยังไม่ทันพูดขาดคำ ร่างของเขา , กองยานของบอล์นและจาโปรน่าอีกหลายร้อยเครื่องก็ถูกกลืนเข้าไปในลำแสงสีดำที่ถูกปล่อยออกมาจากหน้าอกของหุ่นตัวนั้น

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


" ห๊ะ !?!??!?!?  " ทั้งลูคัส , กู๊ด และเอน่าจับสัญญาณพลังงานขนาดใหญ่ที่มาจากทางด้านหลังของตนได้ พวกเขารีบบังคับเครื่องหลบทันที


ซู่มมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ลำแสงขนาดใหญ่ที่ถูกยิงมาทำการกวาดฝูงจาโปรน่าที่ไล่ตามออร์เฟอุสไปเกือบหมด  ขณะที่บางตัวที่โดนลำแสงไปเฉี่ยว ๆ  ชิ้นส่วนก็ขาดหายราวกับโดนลำแสงนั่นกินไป

" นะ....นี่มันอะไรกัน !?!??!?! " ลูคัสตกใจมาก เมื่อพบว่าทิศทางที่ลำแสงสีดำนั่นถูกยิงออกมา  กองยานของบอล์นที่เคยอยู่กลับหายไปจนหมดสิ้น

" .............. " กู๊ดกับเอน่าเองก็ตกใจไม่แพ้กัน  พวกเขาไม่เคยเห็นพลังงานมหาศาลขนาดนี้มาก่อนเลย   ขณะที่พวกเขากำลังงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  ร่างสีดำทมิฬนั้นก็จับภาพ
หุ่นของพวกเขาเอาไว้แล้ว  และทำการสแกนภาพหุ่นที่ละตัว ก่อนที่จะมีตัวอักษรปรากฏขึ้นบนหน้าจอของร่างสีดำทมิฬว่า...



Enemy Detected....


" อะไรกัน...เจ้าหุ่นตัวนั้น !?!? " กู๊ดกล่าวเมื่อสังเกตุเห็นร่างสีดำทมิฬ  แต่จู่ ๆ ก็มีม่านสีดำคลุมร่างของหุ่นตัวนั้นเอาไว้  และหายไป....ก่อนที่จะมาปรากฏตัวต่อหน้าซูวาสเซอร์บาราท รีอัสแทบพริบตา !

" !?!??!??!?!?!?! " กู๊ดถึงกับซ่อนสีหน้าตกตะลึงเอาไว้ไม่ได้  เขารีบใช้ดาบไดอาโบรอสรับการโจมตีด้วยเลเซอร์เบลดของหุ่นตัวนั้นทันที

เปรี้ยงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!

" กะ...กู๊ดดดด !?!?!? " เอน่าเองก็ตกใจไม่แพ้กัน  เธอรีบใช้ APOLLON LANCHER ของฟาร์เวน ลิทคราฟ สาดกระสุนใส่ร่างสีดำทมิฬนั่นทันที  แต่ทว่า...

วู๊มมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ร่างทมิฬตรงหน้ากลับพลันหายไป  และปรากฏตัวออกมาตรงหน้าฟาร์เวน ลิทคราฟพลางชัก Graviton Rifle  จ่อหน้าค๊อกพิทของเอน่า เตรียมเหนี่ยวไก

...................................................................................................

ต่ออีก rep นึงน้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2009, 04:47:58 PM โดย Hoiji » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2009, 04:45:59 PM »

................Space Route Episode 2 - A Revealed Secret (ต่อ)........................

" อะ....เอน่า !?!??!?!?! "  กู๊ดถลาเข้ามาใช้ดาบไดอาโบรอสพุ่งเข้ามาเตรียมฟันร่างทมิฬนั้นทันที

" อ่ะ...... !?!??! "   

ทั้งกู๊ดและเอน่าตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ  แต่ทว่าหุ่นสีดำตัวนั้นยังไม่ทันที่จะเหนี่ยวไก  หุ่นตัวนั้นกลับชะงักและมองขึ้นไปด้านบนของฟาร์เวน ลิคราฟพร้อม ๆ กับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นในหน้าจอแสดงภาพของร่างทมิฬนั้น....

Gearfreek  Detected !!!

แช๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด  !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


ลำแสงสีเขียวเป็นทางถูกยิงมายังร่างทมิฬนั้น  ร่างทมิฬบิดตัวหลบ  พร้อม ๆ กับเปลี่ยนเป้าหมายจากฟาร์เวน ลิคราฟ มายังเจ้าของลำแสงสีเขียวนั่นทันที


" เจอตัวจนได้.....กิลด์ฟอร์ด !!!!! "  ฉับพลันร่างสีขาวที่ปรากฏตัวขึ้นก็ใช้ปืนในมือรัวกระหน่ำใส่ร่างสีดำทันที  ร่างสีดำเองก็ใช้ปืนยิงสวนไป  ก่อนที่หุ่นยนต์ทั้ง 2 ตัวนั้นจะหายไปจากเบื้องหน้าของลูคัส , กู๊ด และเอน่า


วิ้งงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!   เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!  ตูมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงดังที่เกิดจากการต่อสู้ของหุ่น 2 ตัวนั้นดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ  ภาพของร่างสีขาวและร่างสีดำขึ้นปรากฏขึ้นเบื้องหน้า  แล้วก็หายไป   แล้วก็ปรากฏขึ้นอีกที่  ก่อนที่จะหายไป

" อะไรกัน....เจ้าพวกนี้ !?!?!?! " กู๊ดถึงกับตะลึง เขาไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของหุ่น 2 ตัวนี้ได้เลย

" กู๊ด....หรือว่าเจ้าพวกนี้ก็ติดตั้ง DIMENSION SPHERE ENERGY เหมือนกัน !?!? "  เอน่าออกความเห็น

" ไม่ใช่ ! รู้สึกว่าบางอย่างมันต่างออกไป " กู๊ดรำพัน


" หมิง..... นั่นมันอะไรกันน่ะ !?!? "  หม่าฟานถึงกับตะลึงเมื่อเห็นการต่อสู้ของหุ่นยนต์ 2 ตัวนั้น

" ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ.... แต่ที่แน่ ๆ "  ลูคัสพูดพลางบูสต์เครื่องของออร์เฟอุสอีกรอบ   " นี่เป็นโอกาสหนีของเราล่ะ "

ซู่มมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

วิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


ออร์เฟอุสสามารถสลัดหลุดมาจากกู๊ดและเอน่าได้เป็นผลสำเร็จ  เป็นเวลาเดียวกับที่หุ่นทั้ง 2 ตัวนั้นก็หายตัวไปทั้งคู่

" กู๊ด......พวกลูคัสหนีไปได้แล้วนะ "

" อืม......ไม่เป็นไร ปล่อยพวกมันไปก่อน... ค่อยกำจัดเจ้าพวกนั้นตอนเจอกันคราวหน้าก็ได้.... "


............................................................................
...................................................
..............................
...............
......
...
.

ตัดกลับมายังฟากยานฮาเซล เซน่อน

วู้มมมมมมมมมมม........

ร่างสีน้ำเงินนั้นยืนตระหง่านท่ามกลางสนามรบ  ทั้งยานฮาเซล เซน่อน  และพวกบอล์นต่างก็ชะงักเมื่อเห็นร่างสีน้ำเงินนี้  ร่างน้ำเงินสอดส่องดูทั้งยานฮาเซล เซน่อน , อาร์คสไตรค์เกอร์ และหุ่นจาโปรน่าตัวอื่น ๆ ราวกับว่ากำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง...

" หุ่นยนต์ตัวนั้นหรือว่าจะเป็น.... !?!? "  กัปตันยานรบของบอล์นนำภาพถ่ายเงาของหุ่นปริศนาที่ถ่ายได้จากฐานทัพของบอล์นบนโลก   ผู้ที่ทำลายฐานทัพของบอล์นที่ออสเตรเลียและที่จีนพินาศเป็นหน้ากลองภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  แถมหน่วยรบพิเศษของบอล์นที่จับภาพของหุ่นปริศนาได้ลาง ๆ ก่อนที่จะถูกทำลายเช่นกัน 

" ไม่ผิดแน่...เจ้าตัวนี้แหละ หุ่นรุ่นใหม่ของเอลฮังค์... "  เมื่อนำภาพทั้ง 3 รูปมาเทียบรูปร่างกับร่างน้ำเงินที่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ปรากฏว่ามีรูปร่างคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ  ด้วยประสิทธิภาพที่ถูกกล่าวขวัญบนโลกทำให้ กัปตันรู้ดีกว่าเจ้าหุ่นปริศนานี่อันตรายขนาดไหน

" ทหารทุกคนเปลี่ยนเป้าหมาย  ทำลายหุ่นสีน้ำเงินตัวนั้นให้ได้  มันเป็นรุ่นใหม่ของเอลฮังค์ ! "  สิ้นคำสั่ง ปากกระบอกปืนของจาโปรน่าต่างก็พร้อมใจกันเล็งมายังร่างสีน้ำเงินนั้นทันที

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


เกิดการระเบิดขั้นตรงจุดที่ร่างสีน้ำเงินนั้นยืนอยู่อย่างรุนแรง  ทั้งจาโปรน่าของศัตรูและกองยานฮาเซล เซน่อน ต่างก็คิดเหมือนกันว่าร่างนั้นคงถูกทำลายไปแล้วอย่างแน่นอน แต่ทว่าสำหรับอุชิโอะที่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้แล้วครั้งหนึ่ง กลับไม่คิดเช่นนั้น...

วู๊มมมมมมมมมมมมมมม................

กระสุนบีมจำนวนมาก กลับไม่โดนตัวของหุ่นยนต์ตัวนั้นเลยแม้แต่น้อย...  ร่างนั้นจ้องมองไม่ยังเหล่าจาโปรน่าที่ยิงใส่มันเมื่อครู่  พลันดวงตาสีเหลืองอ่อนของร่างนั้นก็ส่องแสงขึ้น...


ฉัวะ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


" อะ...อะไร !?!?!? "  นักบินผู้โชคร้ายที่ควบคุมจาโปรน่าเครื่องที่อยู่ใกล้สุด มองร่างของตัวเองที่ขาด 2 ท่อนพร้อม ๆ กับค๊อกพิทของหุ่นอย่างช้า ๆ  ก่อนที่เครื่องจะระเบิดกลายเป็นเศษ

" อะ....ไอ้ปีศาจ !!!! "  นักบินคนอื่น  ๆ เริ่มเสียขวัญและชักบีมไรเฟิลยิงใส่ร่างสีน้ำเงินนั้นเป็นพัลวัน  แต่ร่างนั้นก็บิดตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับใช้ไทรเดนท์ไล่เสียบจาโปรน่าตกไปทีละเครื่อง ๆ  อย่างรวดเร็ว...


" อุชิโอะซังคะ....นั่นมันหุ่นอะไรกัน !?!?!? "  เอเล่ถามอย่างฉงน  เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นหุ่นยนต์เพียงตัวเดียวไล่ต้อนทัพจาโปน่าจนแตกฝูงได้

" เอ่อ....ฉันเองก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะ !  แต่ว่า...หุ่นยนต์ตัวนั้นเคยช่วยชีวิตของฉันเอาไว้..... "  เธอบอกกับเอเล่พลางจ้องมองร่างสีน้ำเงินอย่างไม่กระพริบตา

" ฮึ่ย ! ในเมื่อปืนใช้กับมันไม่ได้ผล งั้นเข้าไปจัดการมันในระยะประชิดไปเลย !!!! "  จาโปรน่า 4 - 5 เครื่องต่างก็ชักบีมเซเบอร์พุ่งเข้าไปยังร่างสีน้ำเงินนั้น 

ฟุ่บ !!!!!!!!!!!!!!

ร่างน้ำเงินหมุนควงไทรเดนท์ในมือก่อนจะฟาดผ่ากลางใส่จาโปรน่าที่พุ่งเข้ามา ขาดเป็น 2 ท่อนในคราวเดียวกันทั้งหมด

" อะ....อ๊ากกกกกกกกกกก  !?!?!? "  จาโปรน่าเป็นจำนวนไม่น้อยที่ถูกทำลายด้วยน้ำมือของหุ่นตัวเดียว สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับกองทัพบอล์นเป็นอย่างมาก

" ฮึ่ยยย !!!!!! ยิงมันเลย !!!!! "  กัปตันยานตัดสินใจใช้ปืนใหญ่ยานรบกระหน่ำยิงใส่ร่างสีน้ำเงินนั้นทันที 

ตูมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!

เมื่อเขม่าควันหายไป  ซากของจาโปรน่าเคราะห์ร้ายที่โดนลูกหลงจากปืนยานรบกระจายไปทั่วบริเวณแต่ทว่า.... มีน้ำ... น้ำซึ่งไม่รู้ว่าปรากฏมาจากไหนกำลังห่อหุ้มร่างสีน้ำเงินนั่นเอาไว้ ราวกับเป็นเกราะป้องกันก็ไม่ปาน

ซ่า......................

น้ำที่ห่อหุ้มร่างนั้นแตกออกมาเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ  หลายลูกลอยล้อมรอบร่างสีน้ำเงินนั้นเอาไว้  ดวงตาสีเหลืองทองของร่างนั้นเรืองแสงและจ้องมองไปยังกองยานของบอล์นที่ลอยอยู่ด้านนอกสนามรบทันที

" เฮือก..... อะไรกัน !?!? ทำไมมันไม่เป็นอะไรเลย..... "  กัปตันยานผู้นั้นแทบช๊อค ปืนใหญ่ยานรบจำนวนมากยังไม่สามารถทำให้หุ่นตัวนั้นระคายผิวได้เลย  แถมดวงตาสีเหลืองทองที่จ้องมองมายังกองยานนั้นก็ราวกับดวงตาของมัจจุราชก็ไม่ปาน

ครึ่กกกก.......  ร่างสีน้ำเงินนั้นเปิดบ่าออกมา เผยให้เห็นปืนขนาดใหญ่ 2 ลำกล้องที่เล็งไปยังกองยาน  หยดน้ำที่ลอยล้อมรอบหุ่นก็ค่อย ๆ พุ่งขึ้นไปลอยล้อมรอบปากกระบอกปืนทั้ง 2

วู้มมมม.........  ลำแสงสีฟ้าค่อย ๆ ปรากฏที่ปากกระบอกปืนทั้ง 2 ข้าง  หยดน้ำเองก็หุมุนล้อมรอบปากกระบอกปืนเร็วขึ้น ๆ


" ฮึ่ย !!!!!  ถอนกำลัง ! เร็วเข้า !!!!!! "  น่าแปลกที่กองยานจำนวนมากจะกลัวปืนแค่ 2 กระบอกของหุ่นตัวเดียว  แถมดูจากขนาดของปืนแล้วไม่น่าจะทำลายกองยานได้เลย  แต่ลางสังหรณ์ของกัปตันที่อยู่ในสงครามมาเป็นเวลานาน ทำให้เขารู้สึกพรั่นพรึงต่อพลังของปืนที่กำลังจะถูกยิงออกมา....

วิ้งงงงงงงง !!!!   เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ลำแสงสีน้ำเงินขนาดใหญ่ถูกยิงออกมาจากปากกระบอกปืนทั้ง 2 ข้าง แถมหยดน้ำก็พุ่งมารวมเป็นสายไล่ตามลำแสงนั้นมาติด ๆ

" อะ.....อ๊ากกกกกกกกกกกกก !?!??!?!  "


ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สิ้นเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของกัปตันยาน  ลำแสงขนาดใหญ่ก็เจาะบาเรียของยานพุ่งทะลุตัวยานเป็นรูขนาดใหญ่   แถมสายน้ำ 2 สายที่ตามลำแสงมา ก็แตกกระจายเป็นสายเล็ก ๆ  ซึ่งสายน้ำแรงดันสูงก็พุ่งเข้าทำลายจาโปรน่าจำนวนมากที่อยู่ในรอบรัศมีทำลายอีกด้วย  และเ

บรึมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม  !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

แสงสว่างจากการระเบิดส่องสว่างเป็นวงกว้างกระจายไปทั่ว  แรงระเบิดสะเทือนมาถึงตัวยานฮาเซล เซน่อน และอาร์คสไตรค์เกอร์

" ทุกคน ! หาที่จับเอาไว้นะคะ !!!! "  เอเล่ออกคำสั่งพลางจับพนักเก้าอี้กัปตันเอาไว้อย่างแน่น  แรงระเบิดถึงขนาดทำให้ตัวยานสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวก็ไม่ปาน

" อ๊า~~~~~~  "  ซารีน่ากรีดร้อง พลางเอามืออุดหูเพื่อป้องกันเสียงระเบิดที่ดังชนิดแทบจะทำลายแก้วหูได้เลย

" อะ....งื้อ !?!?!?! " มาเรียก็หาที่เกาะพลางปิดตาเพื่อหลบแสงสว่างที่จ้องมองตรง ๆ อาจจะทำให้ตาบอดได้

" ฮะ.....ฮึ่ย !?!??! " ฟิลเลเน่ที่อยู่ในห้องพยาบาลก็กดร่างของลูน่าที่อยู่บนเตียงไว้ ไม่ให้ตกจากเตียงเพราะแรงสั่นสะเทือน   " ขะ....ข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะเนี่ย !?!? "

" อ๊า~~~~~~~~ !?!?!??!?!?!??! "  อุชิโอะที่อยู่บนอาร์คสไตรค์เกอร์ก็โดนแรงกระแทกจนกระเด็นไปชนกับหินอุกกาบาตทันที ทำให้ส่วนปีกของอาร์คได้รับความเสียหาย

เมื่อแสงสว่างหายไป.....ห้วงอวกาศก็กลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง  พวกเอเล่ที่อยู่ในยานก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

" ทะ....ทุก ๆ คนไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ ? " 

" ค่ะ.....ปะ...ปลอดภัยดีคะ "  ซารีน่าพูดพลางกุมหัวที่ปูดเพราะไปกระแทกแผงควบคุมเมื่อครู่

" อื้อ ! มาเรียก็ไม่เป็นไร..... "

" เฮ้อ....ดีแล้วล่ะค่ะ...ถ้างั้น.... "  เอเล่กดวิทยุติดต่อไปยังห้องพยาบาล  " ฟิลเลเน่คะ ?  ลูน่าปลอดภัยรึเปล่าคะ "

" อื้อ....ปลอดภัยดี.... "  ฟิลเลเน่ตอบ  " ว่าแต่เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ ??? "

" พวกดิฉันก็อยากรู้ค่ะ....จริงสิ !  อุชิโอะซัง ! ปลอดภัยไหมคะ !!! "  เอเล่ส่งสัญญาณติดต่อไปยังอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที

" ยะ.....ยังไม่ตายค่ะ...... " อุชิโอะตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เธอพยายามดึงตัวอาร์คสไตรค์เกอร์ออกมาจากหินอุกกาบาตอย่างยากเย็น

" เอเล่.....พวกกองยานของบอล์นหายไปหมดเลยล่ะ.... "  มาเรียมองหน้าจอเรดาห์ที่แสดงสัญญาณแค่ อาร์คสไตรค์เกอร์ และ Unknow เท่านั้น

" ยังไงทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะค่ะ  คราวนี้ก็..... "  พวกเอเล่หันไปมองร่างสีน้ำเงินนั้น  แรงระเบิดเมื่อซักครู่เป็นฝีมือของหุ่นตัวนั้นเหรอ ?  หุ่นยนต์ตัวนั้นเป็นใคร ? ทำไมถึงมีพลังมากมายขนาดนั้น ?


วิ้ง~~~~~~

ร่างสีน้ำเงินนั้นหลังจากมองไปยังจุดที่กองยานบอล์นเคยอยู่เมื่อครู่  ก็หันหลังกลับมามอง ยานฮาเซล เซน่อน และอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที


" อะ....อึก.... " เอเล่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เมื่อได้เห็นพลังทำลายที่มหาศาลของร่างสีน้ำเงินเมื่อครู่...  " มาเรียซัง... ติดต่อไปยังหุ่นตัวนั้นได้รึเปล่าคะ ? "

" งื้อ..... ไม่ได้ง่ะ มาเรียส่งสัญญาณไปยังหุ่นตัวนั้นตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว  แต่ไม่มีท่าทีจะตอบกลับเลยอ่ะ  งือ.... "

" ฉันก็ลองติดต่อไปแล้วเหมือนกันค่ะ  แต่ทางเค้าก็ไม่ตอบกลับเลย... " อุชิโอะที่อยู่อีกช่องสัญญาณหนึ่งก็กล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

" ดีล่ะ ! งั้นลองส่งสัญญาณอื่น ๆ ดูเผื่อเค้าจะตอบกลับมาบ้าง " เอเล่ตัดสินใจส่งสัญญาณไฟไปทางร่างสีน้ำเงินนั้นทันที

กึง......... ได้ผล  เมื่อหุ่นตัวนั้นเห็นสัญญาณไฟของยาน ก็ทำท่าวันทยาหัตน์ให้

" อ่ะ.....เค้ามีปฏิกิริยาแล้วค่ะ ! ตะเบ๊ะมาให้เราด้วย  " อุชิโอะพูดอย่างตื่นเต้น

" ค่ะ ! ซารีน่าซัง  ส่งสัญญาณไฟ ถามเค้าไปว่า  " คุณเป็นใคร "  ต่อเลยนะคะ "  เอเล่ออกคำสั่ง  เมื่อซารีน่าส่งสัญญาไฟให้ไปร่างสีน้ำเงินนั้น  จู่ ๆ ร่างนั้นก็ขยับมือเป็นท่าต่าง ๆ ให้พวกเอเล่ดู

" นั่น....เค้าทำอะไรเหรอคะ ? " อุชิโอะแปลกใจ

" ภาษามือค่ะ อุชิโอะซัง ! " เอเล่ตอบ  " ท่าทางหุ่นตัวนั้นจะไม่มีวิทยุสื่อสาร  เลยต้องสื่อสารกับเราด้วยวิธีนี้   ซารีน่าซังพอจะแปลภาษามือของเค้าได้ไหมคะ ? "

" พอได้ค่ะ.. เอ่อ....เค้าบอกว่า...  " นี่เป็นหุ่นรบรุ่นใหม่ของเอลฮังค์...ที่มาทำการทดสอบในบริเวณนี้และได้ผ่านมาเจอกับพวกบอล์นพอดี.... "   ว่าอย่างนี้แหละค่ะ "  ซารีน่าตอบ

" งั้นส่งสัญญาณไฟตอบเค้าไปด้วยนะคะว่าทางเราขอขอบคุณในความช่วยเหลือ  ว่าแต่คุณเป็นใครเหรอคะ ?   ประมาณนี้น่ะค่ะ "

" ทราบแล้วค่ะ ! "  เมื่อซารีน่าส่งสัญญาณไฟไปให้หุ่นตัวนั้น  หุ่นตัวนั้นก็ทำภาษามือตอบกลับมาทันที

" เอ่อ...เค้าบอกว่า....  " ผมเป็นนักบินทดสอบของหุ่นเครื่องนี้ ยศพลตรี ชื่อเคนตั๊กกี้  ยินดีที่ได้รู้จักครับ... "    ประมาณนี้แหละค่ะ "

" ชื่อ....คุ้นดีจังเลยนะคะ.... " อุชิโอะเหงื่อตกเล็กน้อย 

กึงงงง.... จู่ ๆ ร่างสีน้ำเงินนั่นก็ตะเบ๊ะให้ยานฮาเซล เซน่อนอีกครั้ง  ก่อนที่จะทำการพับตัวหุ่นเป็นรูปเครื่องบินคล้ายนกและทะยานออกไปทันที...


" อะ....เค้าไปซะแล้ว  ยังไม่ทันคุยกันรู้เรื่องเลย.... "   มาเรียกล่าวเสียงหงอย

" แต่ท่าทางเค้าคงเป็นคนดีนะค่ะ ไม่แน่เราอาจจะได้พบกับเค้าอีกในอนาคตอันใกล้ก็ได้... "  อุชิโอะยิ้ม...นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่หุ่นตัวนั้นได้เข้ามาช่วยเหลือเธอ

" แต่ไม่อยากเชื่อเลยนะคะ ว่าทางเอลฮังค์จะสามารถผลิตหุ่นรบที่มีประสิทธิภาพสูงขนาดนั้นออกมาได้... "  เอเล่รำพึง

ติ๊ดดดด.....ติ๊ดดดดด......

" อ่ะ......จับสัญญาณของหุ่นบอล์นได้ล่ะ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วย " มาเรียกล่าว เมื่อสังเกตุในหน้าจอเรดาห์ที่ปรากฏขึ้นมา

" อึก.....ยังมีอีกเหรอค่ะเนี่ย !??!?!  "  อุชิโอะเริ่มท้อ  อาวุธของอาร์คสไตรค์เกอร์ในตอนนี้แทบจะหมดอยู่แล้ว แถมตัวหุ่นก็ได้รับความเสียหายมากอีก

" มาเรียซัง ข้าศึกมีจำนวนมากไหมคะ !! "

" มี...ตัวเดียวเองอ่ะ  อ๊ะ  ฝั่งโน้นส่งสัญญาณติดต่อมาทางเราแล้วล่ะ "  มาเรียร้องบอก

" ติดต่อเหรอ..... "  เอเล่ลังเลชั่วครู่  " ทราบแล้วค่ะ !  เอาขึ้นหน้าจอเลย... "

วู้มมมมมมมม...................

" อย่ายิงนะครับ ! พวกผมไม่ใช่พวกบอล์น !!!! "  ลูคัสนั่นเอง  หลังจากที่เขาตีฝ่าวงล้อมของกู๊ดและเอน่าออกมาได้ ก็เร่งเครื่องหนีมาแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้จนได้พบกับยานฮาเซล เซน่อน

" อ่ะ..... พี่ลูคัสนี่นา !!!!?!? "  มาเรียร้องอย่างดีใจ

" เอ๋ !?!??!  มาเรียนี่นา... แล้วก็คุณซารีน่าด้วย ...ทำไม.... " ลูคัสอึ้งไปชั่วครู่

" คนรู้จักของมาเรียซังกับซารีน่าซังเหรอคะ  ? " เอเล่ถามอย่างสงสัย

" เอ่อ....เราเจอกันขณะที่ไปซื้อสเบียงในโคโลนี่น่ะค่ะ ! " ซารีน่าตอบ

" หมิง.....เธอรู้จักผู้หญิง 2 คนนั้นด้วยเหรอ ? " หม่าฟานเขม่นใส่ลูคัสเล็กน้อย

" คะ...แค่คนรู้จักครับพี่.... "  ลูคัสตอบเสียงหงอย...

" หุ่นยนต์ตัวนั้น....ที่ต่อสู้กับกองยานของบอล์นที่อีกฟากหนึ่งของโคโลนี่นี่คะ ? "  อุชิโอะจำออร์เฟอุสได้จากสัญญาณภาพที่เอเล่เคยส่งมาให้เธอกับลูน่าดู

" ครับ.... ผมหนีออกมาจากกองทัพบอล์นแล้วล่ะครับ... "  ลูคัสตอบ เสียงหงอย ๆ ที่หยอกล้อกับหม่าฟานเมื่อครู่กลายเป็นเสียงเข้มขึ้นทันที

" ..... !?!?!?!? ...... " ลูกเรือของกองยานฮาเซล เซน่อน รวมถึงอุชิโอะเองต่างก็ตกใจระคนแปลกใจไปพร้อม ๆ กัน

" แผนการทำลายโคโลนี่แห่งนี้มีเบื้องหลังครับ....... "  ลูคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นใจ....



...................................    Space Route Episode 2 - A Revealed Secret  End .......................................................
บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: