หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot War The Star Chronicle  (อ่าน 9268 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1755


dirty blue

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2009, 01:00:29 PM »

Episode 3  : -The Last Knightdian Appearance!- (ต่อ)

"ดูเหมือนว่าพวกเราจะช้าไปซะแล้ว..."ไลล่าเอ่ยขึ้นมาในห้องวางกลยุทธ์ กลางห้องมีเครื่องฉายโฮโลแกรมตั้งตะหง่านอยู่ซึ่งโฮโลแกรมนั่นฉายภาพปราสาทของอาณาจักรดัลริอาต้าที่ตอนนี้กำลังถูกบอนล์จู่โจมใส่...

"เฮ็ย! ไลล่าช้าอยู่ทำไมพวกบอนล์มันเข้าจู่โจมดัลลิอาต้าแล้วนะ!"ลูซิเฟอร์ร้อนใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแต่ไลล่าก็ยกมือปรามเขาก่อนจะบอกว่า"รู้สึกงานนี้เอลฮังค์จะให้"MI"เป็นคนคิดแผนนะเพราะงั้นตอนนี้อย่าพึ่งใจร้อน"

"MI?"มิเกลที่พึ่งออกมาจากห้องพยาบาลทวนคำรัตน์เลยถือโอกาศอธิบายขึ้นมาว่า"เป็นชื่อเรียกของเจ้าหน้าที่ยุทธการระดับสูงของเอลฮังค์นะไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครอายุเท่าไร มักขังตัวเองอยู่ในห้องวางแผนแล้วส่งแผนการมาให้หน่วยรบต่างๆของเอลฮังค์"

"บาบู~ แสดงว่าเป็นยอดกุนซือวางแผนผู้ลึกลับสินะค่ะ! ตัวจริงจะต้องเป็นเด็กหนุ่มหน้าใสท่าทางโชตะแน่ๆเลยสินะค่ะ"ฟาลินเอ่ยขึ้นมาแต่เฟอเดอริก้ากับไลล่าก็ส่ายหัวพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันว่า"ก็แค่ไอ้คนหน้าตาดีที่ชอบม่อผู้หญิงเท่านั่นแหละ"

ดูเหมือนเฟอเดอริก้ากับไลล่าจะเคยเจอตัวจริงของMIมาแล้วถึงกล้าพูดแบบนั่นได้เต็มปากเต็มคำ

"อะ แผนของMIมาแล้วล่ะค่ะ~"โมโมะเอ่ยพร้มกับชี้ไปที่ซูเปอร์ปริ้นเตอร์ที่อยู่ข้างห้อง...ตัวเครื่องรับสัญญาณมาจากMIและก็เริ่มพิมม์แผนการใส่กระดาษออกมาทันที....

"อืม....."ไลล่าครางขณะใช้นิ่วไล่ไปตามตัวอักษรบนกระดาษ....ดูเหมือนเธอกำลังจะพิจารณาแผนที่พึ่งได้รับมาอยู่...

"เราจะแบ่งกองกำลังออกเป็นสามหน่วยประจำอยู่ตามตำแหน่งต่างๆของปราสาท....ทางด้านซ้าย คุณมิเกล คุณอัลบาแล้วก็คุณโดโรธี ทางด้านขวารัตน์ โมโมะแล้วก็ลูซิเฟอร์ ส่วนหัวหน้าเอ็กส์แล้วก็ฟาลินจังให้อยู่บริเวณตรงกลางแล้วก็คอยคุ้มกันยานบลูกาแล

คเซียแองเจิล..."ไลล่าแจกแจงภายในพริบตาซึ่งทั้งหมดก็รับคำสั่งในทันที

"เอาล่ะ....ไปประจำที่ได้"ไลล่าเอ่ยออกมาก่อนจะสะบัดมือออกเป็นสัญญาณเริ่มต้นการสู้รบ

-----------------------

ที่ปราสาทดัลริอาต้าเหล่าคาวาเลียร์ทั้งหลายกำลังทำการสู้รบปรบมือกับกลุ่มจาโปรน่าของบอนล์ที่บุกเข้าใส่ แม้ตอนนี้จำนวณของพวกมันจะยังมีไม่มากแต่จากสภาพการณ์แล้ว เห็นได้ชัดว่าบอนล์เองกำลังจะส่งกองกำลังเสริมเข้ามาเพิ่มเติมภายในเวลาไม่นานซึ่ง

ดูจากจำนวนแล้วเหล่าทหารทั้งหมดที่ประจำอยู่ในปราสาทนี้นั่นไม่สามารถต่อกรกับจำนวณกองทัพมหาศาลของบอนล์ได้แน่ๆ...

"โถ่เว็ย!"นักบินของคาวาเลียร์เครื่องนึงสบถออกมาเมื่อเห็นจำนวณของยานรบของบอนล์ที่มุ่งหน้าเข้ามาหา....โดยที่ตัวเขาไม่ได้สังเกตุเลยว่าหุ่นจาโปรน่าตัวนึงกำลังถือดาบบีมเบลดหมายจะพุ่งเข้ามาฟันใส่อยู่...

เปรี้ยง!เสียงลำแสงกระทบกับวัตถุดังขึ้นร่างของจาโปรน่าตัวนั่นถูกกระแทกกระเด็นออกไป ก่อนจะตามมาด้วยการระเบิด...

"นั่นมัน! X-Chavaier รุ่น Mass Customised!นิน่า"ทหารคนนั่นร้องออกมาอย่างลิงโลดเพราะหัวหน้าเอ็กส์และหน่วยรบได้กลับมาสู่อาณาจักรดัลลิอาต้าแล้ว...

"ถ้าพวกเรายังอยู่อย่าหวังเลยว่าที่นี้จะแตก!"มิเกลคำรามขึ้นมาก่อนจะเร่งเครื่องคาวเลียร์ของตัวเองเข้าหาจาโปรน่าฝูงใหม่ที่พุ่งเข้ามาและใช้วิงไวด์เดอร์ซึ่งเป็นปีกของคาวาเลียร์เฉือนใส่ร่างของจาโปรน่าในกลุ่มนั่นก่อนจะบินอ้อมฝูงศัตรูโดยประเคนดูเอลแฮนด์กัน

ใส่ฝูงจาโปรน่า

"มิเกลนี้ใจร้อนชะมัด..."โดโรธี แม็คเมฮอนบ่นออกมาก่อนจะประเคนบีมจากลำกล้องสไนเปอร์ไรเฟิลของเธอเข้าใส่กลุ่มของจาโปรน่าที่เข้าล้อมมิเกลเอาไว้...

ส่วนคาวาเลียร์เครื่องของอัลบาเองก็นำเอาปืนขนาดยักษ์ที่พับอยู่ที่ Backpackยืดออกมาใต้รักแร้ ดึงออกมาจากแขนยืด แล้วยิงใส่ฝูงจาโปรน่าที่รุมล้อมมิเกลเช่นกัน...

อีกด้านนึงของปราสาทดัลลิอาต้า ดับเบิลอาคาน่าและอิกซีออนกำลังปะทะกับกองทัพจาโปรน่าและเคลจาโปรจำนวณมากอยู่

"MAPW Code "Heven Punishers"ลูซิเฟอร์คำรามก่อนจะเกิดพายุสายฟ้าขึ้นรอบตัวพัดทำลายเหล่าจาโปรน่าที่รุมล้อมเข้าอยู่ภายในพริบตา...

"ลูซี่ยอดไปเลยนะค่ะ โมโมะเองก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน"โมโมะเกิดแรงฮึดขึ้นมาจากท่าของลูซิเฟอร์ควงอาคาน่าสตีมแคนน่อลไล่ยิงถล่มเคลจาโปรที่อยู่ในแนวหลัง

"ยัยโมโมะระริกระรี้จังเลยนะ"รัตน์บ่นขณะดึงอาคาน่าฟลาชิอ้อนออกจากร่างของจาโปรน่าตัวนึงก่อนจะโดดหลบแรงระเบิดของมันออกมา...

"อะ รัตน์ข้างหลัง!"ลูซิเฟอร์ร้องเตือนเนื่องจากจาโปรน่าสามตัวพุ่งเข้ามาหาเข้าจากทางด้านหลังพร้อมกันสามตัว...

รัตน์บังคับซาก้าหลบการโจมตีจากบีมเบลดของตัวแรกไปด้วยซึ่งเขาสวนกลับไปด้วยอาคาน่าฟิงเกอร์และหมุนตัวแตะใส่จาโปรน่าตัวที่สอง ส่วนตัวที่สาม....

จู่ๆมันก็ถูกยิงโดนฉับพลันและร่วงลงไปนอนกับพื้นโดยที่รัตน์ยังไม่ทันได้ทำอะไร...

"ฝีมือ ฟาลินสินะ....เทียบกับโมโมะแล้วฝีมือดีกว่าเยอะเลย..."รัตน์พึมพำหารู้ไม่ว่าเขาเปิดช่องสัญญาณอยู่ที่พูดก็เลยเข้าหูทุกๆคนในเอลฮังค์

"รัตน์คุงใจร้าย!"โมโมะตวาดออกมาส่วน...ฟาลินก็...."บาบู~ พี่รัตน์ถ้าจะชมฟาลินขอเปลี่ยนเป็นช็อกโกแลตดีกว่า~"

ในตอนนั่นเรดาห์ของLLSที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าหุ่นตัวอื่นๆในกลุ่มก็จับสัญญาณแปลกๆออกมาได้สามสัญญาณ

"อูว~ ลุงเอ็กส์ หัวหน้าศัตรูปรากฎมาแล้วค่ะ! ดูเหมือนจะพุ่งมาทางนี้ด้วย บาบู~"ฟาลินเอ่ยบอกเอ็กส์ที่ทำการคุ้มกันรอบๆยานบลูกาแลคเซียแองเจิลอยู่

"เข้าใจแล้ว ฟาลินจังสนับสนุนด้วย!"เอ็กส์เอ่ยออกมาก่อนจะบังคับคาวาเลียร์ของตัวเองเข้าไปหาสัญญาณลึกลับนั่น...

"หุ่นนั่นมัน ถ้าจำไม่ผิด KI-08 ซูโปรนา ของพวกบอนล์สินะ...."เอ็กส์พึมพำ

"หึ ความรู้ดีเหมืนกันนิเจ้าสุนัขรับใช้ดัลลิอาต้า"นักบินของซูโปรนาเอ่ยขึ้นมา...เขาก็คือพันตรีเดธ อินทรีนั่นเอง

"ฉันไม่อยากสนทนากับพวกแกหรอกนะ"เอ็กส์บอกก่อนจะชักดาบขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่เดธ

"หึหึหึหึหึ ซูโปรน่ามันต่างจากจาโปรน่ามันไม่เหมือนกับจาโปรน่าหรอกนะเฟ็ยเจ้าสุนัขรับใช้ดัลลิอาต้า!"เดธคำรามก่อนจะชักเอาดาบบีมเบลดขนาดใหญ่ขึ้นมากันดาบของเอ็กส์...

"ฉันจะขยี้ อาณาจักรเล็กๆนี้ให้กลายเป็นผุย ผง ฮะฮะฮะฮะฮะฮ่า!"พันตรีเดธหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ

อีกด้านนึงทางด้านของรัตน์และโมโมะก็ได้รับสัญญาณลึกลับที่หน้าจอเรดาห์เหมือนกัน

"รุ่นใหม่ของบอนล์รึ!"รัตน์ตกใจ บนหน้าจอมอนิเตอร์ของเขาปรากฎหุ่นลึกลับขึ้นมาสองตัว ตัวแรกมีรูปร่างคล้างคลึงกับจาโปรน่าส่วนอีกตัวเป็นหุ่นที่รัตน์ไม่เคยเห็นมาก่อนมีทั้งสองตัวเข้าโจมตีใส่รัตน์แทบจะในพริบตา...

รัตน์หยิบบีมเบลดขึ้นมากันดาบพลังงานของหุ่นที่คล้ายจาโปรน่าส่วนการโจมตีด้วยลูกเตะของหุ่นลึกลับอีกตัวที่มีน้ำเงินอมเขียวนั่น....

"ไม่เลวเลยนิ!"ลูซิเฟอร์เอ่ยออกมา เขานี้เองที่ช่วยป้องกันรัตน์จากลูกเตะของหุ่นลึกลับ...

"Code eins "Lighting Magnum""ลูซิเฟอร์คำรามก่อนจะเกิดสายฟ้าที่มือและเท้าทั้งสองข้างและพุ่งเข้าไปต่อยใส่หุ่นลึกลับ

"....Illegular motion Lv.1 " ริวเซย์เค็น ""นักบินของเครื่องลึกลับนั่นเอ่ยออกมาก่อนจะรัวหมัดสวนการโจมตีของอิกซีออน

"กะ แกร่ง!"ลูซิเฟอร์อุทานออกมาตั้งแต่เขาขึ้นมายังโลกเบื้องบนก็พึ่งจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้เป็นครั้งแรก....

"นายเป็นใครกัน!"ลูซิเฟอร์เอ่ยถามนักบินของหุ่นลึกลับคนนั่น....สักพักเขาก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า....

"B-02 เรย์กิว....."

"ผะ...ผู้หญิงเหรอ!"ลูซิเฟอร์ตกใจทำให้เขาโดนเรย์กิวบังคับเรกิวออสจักรกลวิปลาศแตะเข้าใส่ท้องของอิกซีออนเต็มๆ...

"เล่นทีเผลองั้นเหรอ!"ลูซิเฟอร์คำรามขณะพยามจะชกกลับ แต่เรย์กิวก็หลบได้อย่างง่ายดาย...

"Illegular motion Lv.4 " จูวเค็น ""เรย์กิวพึมพำออกมา ลักษณะท่าทางของเรกิวออสก็เปลี่ยนไปคล้ายสัตว์ป่าแล้วก็พุ่งเข้ามาใช้กงเล็บข่วนใส่อิกซีออน

"ชิ!"ลูซิเฟอร์เดาะลิ้นก่อนจะหมุนตัวแตะสวนกลับการโจมตีหลังจากยกศอกขึ้นมากันกงเล็บเอาไว้แต่เรกิวออสก็กระโดดถอยหลังหลบฉากออกมาได้อย่าง่ายดายและพุ่งเข้ามาจับตัวของอิกซิออน

"ย้ากกกกกก"เรย์กิวคำรามก่อนจะดันกระแทกร่างของอิกซีออนขึ้นไปบนฟ้าพุ่งเข้ากระแทกใส่หลังคาของหอคอยปราสาทดัลลิอาต้า...

"ไม่ยอมให้ทำได้ฝ่ายเดียวหรอกน่า!"ลูซิเฟอร์คำรามพร้อมกับดึงตัวให้หลุดออกมาจากการจับของเรกิวออสแล้วพุ่งตัวไปอยู่ด้านหลังภายในชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาที

"Code dri "Gaia Force""ลูซิเฟอร์ตะโกนพร้อมกับเป็นฝ่ายที่เข้าไปจับเรกิวออสบ้างและกระแทกตัวเรย์กิวออสเข้ากับหลังคาของหอคอยและตามด้วยการลากตัวเรย์กิวออสพุ่งไถลลงพื้นไปตามแนวกำแพงของหอคอยโดยมีสายฟ้าฟาดคอยผ่าลงมาใส่เรย์กิวอ

อสเป็นระยะๆประกอบฉากพร้อมกับกระเบื้องและอิฐที่หลุดร่วงลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง

"ย้าก!"หลังสิ้นเสียงคำรามอิกซีออนก็ลากเรกิวออสลงมากระแทกกับพื้นพร้อมๆกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมาใส่เรย์กิวออสครั้งสุดท้าย ส่งผลให้หอคอยแห่งนั่นถล่มลงมาทับร่างของอิกซีออนและเรกิวออส....

ความเงียบเกิดขึ้นฉับพลัน...แต่พริบตานั่นเศษซากอิฐก็ระเบิดออกมาพร้อมกับร่างของอิกซีออนและเรย์กิวออส.....ที่ยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ทั้งคู่จ้องกันดูเชิงอยู่สักพักนึงก่อนจะพุ่งเข้าซัดกันต่อ...

ทางด้านรัตน์กับโมโมะก็ต่อสู้กับหุ่นปริศนาที่รูปร่างคล้ายกับจาโปรน่า

"การเคลื่อนไหวแบบนี้ไม่ผิดแน่ค่ะรัตน์คุง! นักบินต้องเป็น..."โมโมะเอ่ยออกมารัตน์ก็พยักหน้าแล้วก็เอ่ยออกมาว่า"หมอนั่นแหละ....อังเรย์ ฟีนากัซซี่...."

"โมโมะ...กับรัตน์งั้นรึหึหึหึ"เสียงหัวเราะของอังเรย์ดังขึ้นมาในค็อกพิตของรัตน์จังหวะนั่นเขาก็เอาบังคับหุ่นของตัวเองพุ่งเข้ามาประชิดตัวอาคาน่าของรัตน์ทันที...

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะรัตน์........ฉันคิดถึงนายจนแทบบ้าเลยล่ะ!"อังเรย์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนจะโยนบีมไรเฟิลทิ้งแล้วชักบีมเบลดขึ้นมาสองเล่มแทนและพุ่งเข้ากระหน่ำฟันใส่รัตน์

"เรื่องนั่นต่อให้ฉันอธิบายไปอีกกี่สิบล้านรอบแกก็ไม่ยอมเข้าใจสินะ"รัตน์เอ่ยขณะชักบีมเบลดออกมาสองเล่มขึ้นมากันดาบของอังเรย์เช่นกัน....

"ฉันไม่อยากได้คำแก้ตัวของแก...ไม่ว่าเรื่องจะเป็นยังไงแกก็เป็นคนที่ยิงใส่เธอนี่แหละความจริงของฉันล่ะ!"อังเรย์ตอบโต้คำพูดของรัตน์

"นั่นสินะ ฉันเป็นคนฆ่าฮิเมะเองด้วยมือสองข้างนี้แหละ.....แต่ว่าฉันเองก็จะมาตายที่นี้ไม่ได้!"รัตน์คำรามก่อนจะกระโดดหลบออกมาแล้วโยนบีมเบลดทิ้งไปและชักอาคาน่าฟลาชิอ้อนออกมา....

"งั้นรึ....แต่ฉันจะให้แกตายตรงนี้แหละด้วยพลังของฟอร์จาน่าเครื่องนี้!"ฟอร์จาน่าพุ่งเข้าหาอาคาน่าซาก้าตรงๆแต่ก็ถูกขัดจังหวะจากการยิงสกัดจากโมโมะ

"ไม่ยอมให้แตะต้องรัตน์คุงหรอกค่ะ!"โมโมะเอ่ยออกมาขณะประเคนกระสุนใส่อังเรย์

"หึ! โมโมะฉันไม่อยากทำร้ายเธอหรอกนะ!"อังเรย์เอ่ยก่อนที่แผงบูสเตอร์ด้านหลังของฟอร์จาน่าจะเปิดออกมาแล้วก็ยิงมิซซายออกมาใส่อาคาน่าโรมานส์

"ว้าย~"โมโมะร้องออกมาก่อนบินหลบจรวดเหล่านั่นซึ่งในจังหวะนั่นอังเรย์ก็อาศัยโอกาศจู่โจมใส่อาคาน่าซาก้า

รัตน์ยกฟลาชิอ้อนขึ้นมากันบีมเบลดแต่เพราะช่วงที่ยาวของฟลาชิอ้อนทำให้รัตน์ไม่มีโอกาศโจมตีโต้กลับ อังเรย์เห็นดังนั้นก็เลยแตะใส่เมนคาเมร่าบนหัวของอาคาน่าซาก้าทำให้รัตน์เสียงจังหวะล้มลงไป ส่วนอังเรย์ก็พุ่งเอาบีมเบลดเข้ามาหมายจะแทงซ้ำ

รัตน์บังคับอาคาน่าซาก้ากลิ้งตัวหลบอย่างฉิวเฉียด แล้วกระโดดถอยออกมายิงมิซซายพ็อตที่ขาใส่ฟอร์จาน่า

ฟอร์จาน่ายิงวัลคันเล็กๆที่อยู่บนหัวทำลายจรวดเหล่านั่นบางส่วนก็อาศัยการหลบหลีกและใช้บีมเบลดช่วยในการทำลายด้วย...

"มือไม่ตกเลยนะ"อังเรย์เอ่ยชมรัตน์...

อีกด้านนึงทางด้านพวกมิเกลเองก็กำลังพบกับศึกหนัก....

"นั่นมันตัวอะไรนะ!"มิเกลตื่นตะลึงเมื่อเห็นหุ่นลักษณะแปลกๆซึ่งแตกต่างจากจาโปรน่าของเหล่าบอนล์ มันมีความสูงราวๆสามสิบกว่าเมตรตัวใหญ่เทอะทะ มีจำนวณด้วยกันทั้งหมดสามตัวและกำลังมุ่งหน้าเข้ามาจู่โจมปราสาทดัลลิอาต้า

โดโรธียิงบีมสไนเปอร์ใส่พวกนั่นแต่ดูเหมือนจะไม่ระคายพริ้ว...เมื่อพวกนั่นเข้ามาใกล้ปราสาทดัลลิอาต้า พวกนั่นก็ยิงลำแสงจากหน้าอกหรือหมัดจรวดจากข้อมือพุ่งเข้าทำลายปราสาทและหุ่นควาเลียร์ที่ต่อสู้อยู่...

"หุ่นแบบนั่นมันอะไรกัน!"มิเกลถึงกับตื่นตะลึงในพลังของอาวุธแปลกๆของหุ่นเหล่านั่น และดูเหมือนเป้าหมายของหุ่นเหล่านั่นต่อไปจะเป็นพวกของมิเกล

"มิเกล อัลบาฉันลองเข้าไปหาข้อมูลจากศูนย์ใหญ่ของเอลฮังค์ดู คิดว่าหุ่นพวกนั่นน่าจะเป็นหุ่นไทป์ซูเปอร์โรบ็อตของบอนล์ที่ชื่อ ออร์คเกนย์มาร์คทูเหมือนจะเป็นพวกเกราะหนักเดินช้าแต่พลังทำลายล้างสูงลิ่ว"โดโรธีอธิบายให้กับมิเกลและอัลบาฟังซึ่งดูเหมือ

นออร์คเกนย์มาร์คทูตัวนึงกำลังเตรียมจะยิงแสงจากหน้าอกใส่เหล่าคาวาเลียร์....

"มินิกัน!"เสียงตะโกนดังกึงก้องไปทั่วบริเวณปราสาทกระสุนปริศนาถูกระดมยิงใส่ออร์คเกนย์ตัวที่กำลังชาตร์พลังงานอยู่ส่งผลให้การชาตร์ถูกหยุดลง....

ผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกมิเกลคือหุ่นยนต์สีขาวลึกลับในผ้าคลุมสีน้ำตาล....หลังจากนั่นตัวหุ่นก็เลื่อนไปดึงผ้าคลุมออกเผยให้เห็นถึงสีสันหลากสีภายในและลูกแก้วสีเขียวตรงหน้าอก.......

"ศัตรูที่ทำลายตระกูลของฉัน...พวกบอนล์...แล้วนี้ก็คิดจะมาทำลายบ้านเกิดของฉันด้วยสินะ"เสียงผู้หญิงดังออกมาจากตัวหุ่นตัวนั่นโดโรธีเจ้าเสียงนั่นได้ทันที"อะหรือว่าเธอคือ...ไนท์เดี้ยน โรจิสทายาทคนล่าสุดของตระกูลไนท์เดี้ยน....หรือว่านี้ก็คือหุ่นไนท์พาลา

ดินตามข่าวลือ......"

"ไนท์พาลาดิน?"มิเกลทำหน้าสงสัยโดโรธีก็อธิบายต่อว่า"ได้ยินมาว่าเป็นหุ่นที่ตกทอดกันในตระกูลไนท์เดี้ยน...และมักจะอยู่ในประวัติศาตร์ของอาณาจักรดัลลิอาต้าอย่างลับๆนะคนที่จะขึ้นบังคับมันได้ต้องเป็นคนของตระกูลไนท์เดี้ยนเท่านั่น เทคโนโลยีในการ

สร้างและพลังของมันก็แตกต่างจากของคาวาเลียร์..."

แต่โดโรธีไม่มีเวลามาอธิบายมาก มิเกล อัลบาและโดโรธีรีบกระโดดหลบหมัดของออร์คเกนย์ที่พุ่งเข้ามาชก...

"ดับเบิล ไนท์ ชิลด์ สแลช!"โรจิสตะโกนก่อนจะเอาโล่พุ่งเข้าไปทิ่มใส่ออร์คเกนย์ตัวหนึ่งและกระหน่ำกระแทกใส่จนมันล้มลงไปกับพื้น...

ออร์คเกนย์ที่เหลืออีกสองตัวเห็นจึงยิงหมัดเข้ามาใส่ไนท์พาลาดินโรจิสหลบหมัดอันแรกได้แต่อันที่สองถูกกระแทกเข้าไปเต็มๆแต่ดูเหมือนมันจะไม่ทำให้ไนท์พาลาดินบาดเจ็บสักเท่าไร..

"ไฮเปอร์ บาสเตอร์!"โรจิสตะโกนลูกแก้วสีเขียวขนาดใหญ่บนหน้าอกก็สร้างลำแสงสีเขียวและยิงใส่ออร์คเกนย์ตัวนึง ร่างของมันถูกเผาไหม้แล้วก็ระเบิดเป็นจุล

"ไม่ยอมน้อยหน้าหรอกน่า"มิเกลเอ่ยพร้อมกับนำทีมโดโรธีและอัลบาจู่โจมใส่ออร์คเกนย์อีกตัว

"Combat Combination!"คาวาเลียร์ของมิเกลหยิบสตันนัคเคิลออกมาแล้วบินไปโฉบอัดออร์คเกนย์ตัวนึงด้วยความเร็วสูง ส่วนคาวาเลียร์ของโดโรธีก็ยิงแกรนเน็ตลันเชอร์ใส่ออร์คเกนย์ซ้ำแต่ดูเหมือนนี้จะสร้างความเสียหายให้มันไม่ได้มากเท่าไร...

"อัลบา!"มิเกลตะโกนออกมาอัลบาที่เตรียมพร้อมกับเหตุการณ์อยู่แล้ว เขานำเอาKanis Luncherมาต่อกับOrion Cannon...

"Open To End..."อัลบาเอ่ยออกมาก็จะยิงออกไปและทำลายส่วนหัวของออร์คเกนย์ในการโจมตีครั้งเดียว....เมื่อไร้ซึ่งหัวร่างที่เหลือของออร์คเกนย์ก็ระเบิดตามไปด้วย

ส่วนออร์คเกนย์ตัวสุดท้ายนั่นโรจิสที่กำลังปะทะอยู่ได้หยิบดาบพาลาดินออกมาและกระโดดขึ้นฟ้า

"พาลาดิน แสลช!"เธอเอ่ยก่อนจะผ่าออร์คเกนย์เคราะห์ร้ายตัวนั่นออกเป็นสองซีก.......ก่อนที่ซีกทั้งสองนั่นจะระเบิดซ้ำไปอีกที....
บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1755


dirty blue

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2009, 01:00:54 PM »

Episode 3  : -The Last Knightdian Appearance!- (ต่อ)

ขณะเดียวกันทางด้านเลกิวออสกับอิกซีออนที่กำลังแลกหมัดกันอยู่นั่น...

"ฝีมือดีนิน่า!"ลูซิเฟอร์เอ่ยชมเรย์กิวแต่หญิงสาวไม่ตอบแลกหมัดสวนกับลูซิเฟอร์ต่อไป ก่อนจะหลบฉากออกมาและเอ่ยอย่างอำมหิตว่า"ฉันไม่สนใจจะสนทนากับศัตรูหรอกนะ..."

"ไม่ญาติดีเอาซะเลยแฮะ ฉันนะไม่ได้ชอบเอลฮังค์เหลือบอนล์หรอกนะแต่ฉันไม่ชอบคนที่มันมารุกรานชาวบ้านเขาก่อนต่างหาก ในกรณีนี้ก็คงเป็นพวกเธอนั่นแหละ..."ลูซิเฟอร์เอ่ยแต่เขาก็ได้ยินเสียงโต้กลับจากเรย์กิวที่ดุเดือดพอๆกับหมัดของเธอว่า"ละเมออะไร

อยู่นี้มันสงครามนะ....เหตุผลแบบฮีโร่เหล่านั่นอย่าคิดจะเอามาใช้ในสนามรบแห่งนี้เป็นอันขาด"

"ฮีโร่อะไรกันเล่า! งั้นเธอเองก็พอใจงั้นเหรอที่ได้ก่อสงครามขึ้นมาเนี่ย!"ลูซิเฟอร์เถียงกลับทางด้านเรย์กิวก็นิ่งไปก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ถ้ามันเป็นคำสั่งล่ะก็.....ฉันจะไม่ลังเลที่จะทำมัน..."

"คำสั่งงั้นเหรอ! จะบอกว่าฆ่าคนได้ถ้ามีคนสั่งสินะ เธอยังมีจิตใจกับเขาอยู่รึเปล่าเนี่ย!"ลูซิเฟอร์ด่าเรย์กิวเอ่ยสวนมาในทันทีเลยว่า"จิตใจ...ของแบบนั่นฉันลืมมันไปหมดแล้วเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจ็บปวด..."

"หา?"ลูซิเฟอร์ไม่เข้าใจความหมาย...และการเจรจาก็จบลงแค่นี้.....เพื่อเริ่มต้นการดวลหมัดยกที่สองเมื่อเรกิวออสพุ่งเข้าหาอิกซีออน...

แต่เรย์กิวก็หยุดลงกลางคันเมื่อได้รับสัญญาณติดต่อมาจากเสียงลึกลับ

"B-02.....ถอยทัพโดยด่วน......คำสั่งด่วนจากท่านโววาร์ด...."

"ท่านโววาร์ดงั้นรึ เข้าใจล่ะ"เรย์กิวเอ่ยก่อนจะถอนตัวหนีออกจากพื้นที่ไปทิ้งไว้แต่เสียงคำรามของลูซิเฟอร์ที่ว่า

"กลับมาสู้กันก่อนสิยัยบ้า!"

ทางด้านของเอ็กส์และพันตรีเดธ....

"นะ..หนอย"พันตรีเดธประมาทเกินไป....จนทำให้ซูโปรนาของเขาเสียแขนและขาอย่างละข้างจากการต่อสู้กับเอ็กส์....ยิ่งกว่านั่นดูเหมือนกับว่าเอ็กส์จะสู้แบบสบายๆไม่ได้มีท่าทีลำบากเหมือนกับพันตรีเดธเลยด้วยซ้ำ...

"อย่าหยามฉันให้มากนักนะ! ลุย!"พันตรีเดธเอ่ยสั่งก่อนเรียกจาโปรน่าจำนวณสามตัวเข้ามารุมใส่เอ็กส์แต่ทว่า...

จาโปรน่าเหล่านั่นร่วงลงพื้นอย่างง่ายดาย เอ็กส์แปลกใจเล็กน้อยแต่ก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

LLSของฟาลินที่สุ่มอยู่นั่นเองที่จัดการส่อยจาโปรน่าเหล่านั่นร่วงลงพื้น...

"บู่~ คนเขาดวลกันแต่มีการเรียกลูกน้องแบบนี้บอนล์ตัวร้ายชัดๆเลยสินะ!~"ฟาลินเอ่ยขึ้นมาในค็อกพิต..

"วะ...หวา!"พันตรีเดธเริ่มกลัวศัตรูที่อยู่ตรงหน้าตนขึ้นมาจึงเตรียมตัวหันหลังหนีกลับแต่เอ็กส์ก็ไม่ปล่อยให้รอดกลับไปได้....เอ็กส์คาวาเลียร์อาบบีมที่ดาบของตัวเองในทันที...

"บีมเบลดเอ็กส์!"เอ็กส์ตะโกนออกมาก่อนจะฟันดาบบีมเป็นรูปตัวเอ็กส์ฟันทำลายซูโปรน่าของผู้พันเดธไปในพริบตา......

กลับมาทางด้านรัตน์และโมโมะที่กำลังปะทะกับอังเรย์อยู่

"โมโมะ ไอ้เจ้าหมอนี้นะเป็นคนที่สามารถฆ่าเพื่อนได้โดยไม่ลังเลเลยนะ! เธอยังจะชอบมันอยู่อีกเหรอ!"อังเรย์เอ่ยถามโมโมะก็ทำหน้าบูดบึ้งก่อนจะเอ่ยว่า"ฉันเชื่อในตัวรัตน์คุงค่ะ และเคารพการตัดสินใจของเขาด้วย! รัตน์คุงไม่ใช้คนผิดสักหน่อยกับเรื่องนั่น..."

"หึ พี่เธอยังยอมรับเจ้าหมอนั่นไม่ได้เลย!"อังเรย์คำรามออกมาโมโมะเมื่อได้ยินคำว่าพี่ก็เหมือนน็อตอะไรสักอย่างในหัวหลุดออกมา...เธอสวนอังเรย์กลับมาทันทีเลยว่า"ฉันก็คือฉันพี่ก็คือพี่มันไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ..."

จบประโยคโมโมะก็สาดอาคาน่าสตีมแคนน่อลใส่ฟอร์จาน่าของอังเรย์แต่เขาก็หลบได้อย่างง่ายดาย...

"อังเรย์ ต่อให้ฆ่าฉันได้เธอก็ไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาหรอกนะ!"รัตน์พูดแต่เหมือนอังเรย์จะสวนกลับมาแบบเกรี้ยวกราดทันทีเลยว่า"ใช้สิแกฆ่าเธอไปแล้วนิ!"

ฟอร์จาน่าของอังเรย์นำเอาบีมเบลดสองเล่มมาต่อกันเป็นบีมเบลดสองปลายแล้วพุ่งเข้าเสียบอาคาน่าซาก้า รัตน์เบี่ยงตัวหลบแต่ไม่ทันไหล่ซ้ายของอาคาน่าซาก้าถูกทิ่มทะลุ...

"ฉันจะฆ่าแกรัตน์! โทษฐานที่แกฆ่าเธอ ฉันจะทำลายมินาโมโต้! โทษฐานที่ปล่อยให้เหตุการณ์นั่นเกิดขึ้นโดยไม่ยอมดูแล ฉันจะฆ่าโคกิ! โทษฐานที่ช่วยให้เธอได้ไปกับรัตน์!"อังเรย์คำรามยิ่งเขาพูดมากเท่าไรเขายิ่งเหมือนคนคลุ่มคลั่งเข้าไปมากขึ้นทุกที

"อังเรย์ถ้าแกจะแค้นใครแค้นฉันคนเดียวเถอะ! อย่าไปพาลกล่าวโทษคนอื่นแบบนั่น"รัตน์พยามจะเจรจากับอังเรย์แต่ดูเหมือนว่า...

"ไม่! ฉันจะฆ่าให้หมด ทั้งเอลฮังค์นั่นแหละ!และฉันจะทำให้แกรู้สึกว่าเวลาเราเสียของที่เรารักที่สุดมันเป็นยังไง! เอะ หรือฉันจะฆ่าแกก่อนดีล่ะแล้วค่อยๆใส่คนในเอลฮังค์ลงนรกตามไปอยู่เป็นเพื่อนแก!"

"อังเรย์.....นายมีสิทธ์ที่จะฆ่าทุกคนในเอลฮังค์...เพราะว่านายเป็นทหารของบอนล์และทำตามหน้าที่...แต่ว่าอังเรย์นายนะไม่มีสิทธ์ที่จะฆ่าใครเพียงเพราะต้องการจะใช้ความตายของเขาสร้างความทุกข์ให้กับคนอื่นน่ะ!"รัตน์คำราม!

"ฉันไม่สนใจคำพูดของแกหรอกเฟ็ย!"อังเรย์ตะโกนก่อนชักบีมเบลดออกมาแล้วเตรียมจะแทงใส่ค็อกพิตของอาคาน่าซาก้า

"ชีวิตคนไม่ใช้ของเล่นนะ! อังเรย์!"รัตน์คำรามก่อนจะตัดสินใจเขาเลื่อนมือไปเปิดระบบอะไรบางอย่างในตัวของอาคาน่าซาก้า...

"Over-Limit! Liberate!"รัตน์คำรามก่อนที่ไซคิกคล็อธของอาคาน่าซาก้าจะเริ่มเปร่งแสง อังเรย์รีบถอยหนีออกมาทันที

"นี้มันอะไรนะ!"อังเรย์ถึงกับตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า...

ชิ้นส่วนเกราะบางส่วนของอาคาน่าซาก้าถูกดันขึ้นบางส่วนก็โดนพับออกไปอยู่ด้านข้างหรือไม่ก็เลื่อนมาอยู่ด้านหลังบ้าง...เผยให้เห็นถึงเฟรมสีทองที่ติดแซมไปทั่วตัวของอาคาน่าซาก้าในเวลานี้มันเปล่งแสงสีทองออกมายิ่งกว่าเดิมจนทำให้เกิดออร่าวงกลมสีทอง

แผ่ออกมารอบตัวอาคาน่าซาก้าไป....แสงสีทองนั่นหมุนวนอยู่รอบตัวซาก้า หากมองภาพนี้จากระยะทางไกลจะเห็นเหมือนกับซาก้ามีปีกสีทองงอกออกมาจากไหล่ทั้งสองข้าง...หน้ากากที่ปิดปากของซาก้าถูกแยกออกเผยให้เห็นถึงช่องระบายความร้อนที่อยู่ภายใน

"สะ..สุดยอดนี้เหรอพลังของซุเปอร์ไซคิ้กเอนจิ้นที่ผสมกับไซคิ้กโค๊ทเวลาโอเวอร์ลิมิต...."โมโมะถึงกับตื่นตะลึง...

แสงสีทองนั่นส่องสว่างจ้าไปทั่วปราสาทดัลลิอาต้าขณะนึง เฟอเดอริก้าที่อยู่บนยานเองถึงกับทุบกำแพงทันทีเมื่อเห็น"เด็กบ้า!บอกแล้วไงว่าอย่าพยามใช้มันนะ!"

หลังจากแสงสีทองนั่นค่อยๆจางลงไปแล้วยังเหลือแค่ส่วนเดียวที่ยังคงไว้ซึ่งแสงที่เปล่งประกายนิรันดร์นั่นคือบนตัวของอาคาน่าซาก้านั่นเอง...

"หุ่นของรัตน์เป็นสีทองทั้งตัวงั้นรึ.....แค่เล่นปาหี่เท่านั่นและน่า!"อังเรย์คำรามพร้อมกับพุ่งเข้าใส่อาคาน่าสีทองแต่เพียงพริบตามันก็หายไปจากตรงหน้าของอังเรย์...

"หา!"เขาตื่นตะลึง ซาก้ามาปราฏำตัวที่ด้านหลังเขาแล้วก็ฟาดดาบอาชิอ้อนใส่กระแทกฟอลจาน่ากระเด็นออกไปชนกับกำแพงปราสาท....

"นี้สินะ ความผิดปกติของเราเวลาโอเวอร์ลิมิต..."รัตน์พึมพำเมื่อเห็นหน้าของตัวเองจากมอนิเตอร์...ภายในตาของเขาสีม่วงที่เป็นนัตย์ตาของเขาได้หายไปกลายเป็นสีทองอร่ามและภายในนัตย์ตานั่นมีตัวเลข0กับ1กำลังวิ่งไล่ขึ้นลงอย่างน่าประหลาด....

"ต้องรีบจัดการแล้วสินะ"รัตน์เอ่ยก่อนจะพุ่งไปหาฟอลจาน่าของอังเรย์ขณะที่มันกำลังเตรียมตัวจะลุกขึ้นยืนแล้วใช้เท้าซ้ายเหยียบให้ติดกับกำแพงอีกรอบ

"ฟลาชิอ้อน เบลดเวิร์ค โหมด!"รัตน์พึมพำอาคาน่าฟลาชิอ้อนก็ส่องประกายสีทองออกมา ตัวใบดาบถูกก้างให้แยกออกจากกันเผยให้เห็นถึงเฟรมสีทองของไซคิกคล็อธจำนวณมากที่ซ่อนอยู่ในดาบ.....พริบตานั่นก็เกิดพลังงานสีทองขึ้นมาห่อหุ้มดาบนี้ไว้มีลักษณะคล้ายกับสายฟ้าแต่ก็มีสีทอง....หากมองจากระยะไกลจะเห็นเหมือนลำแสงหรือไม่ก็ดาบอนุภาคขนาดใหญ่....

"ฮึ่ม!.."อังเรย์รู้ได้ทันทีเลยว่าตอนนี้เขาควรทำอะไรเขาเอื้อมมือไปสับสวิทช์ฉุกเฉินส่วนค็อกพิตของฟลอจาน่าก็ถูกดีดออกไปจากตัวหุ่น...รัตน์เห็นดั้งนั่นจึงถอนหายใจก่อนจะชูดาบขึ้นเหนือหัวแล้วฟันผ่าลงไปใส่ร่างของหุ่นฟลอจาน่าที่ไร้ซึ่งห้องนักบิน...

พลังทำลายของดาบไฟฟ้าสีทองนี้ผ่าร่างฟลอจาน่าออกเป็นสองส่วนอย่างง่ายดาย แถมยังผ่ากำแพงของปราสาทดัลลิอาต้าออกเป็นสองท่อนอีกด้วย........ทั้งหมดต้องอยู่ในคราวเงียบชั่วครู่ก่อนที่อาคาน่าซาก้าจะหันหลังและปิดโหมดโอเวอร์ลิมิต...สีทองบนหุ่นก็

หายไป...เกราะต่างๆก็เลื่อนกลับมาเป็นแบบเดิมรวมถึงดาบอาคาน่าฟลาชิอ้อนด้วย...

"Schachmatt....."รัตน์เอ่ยออกมาก่อนจะตามมาด้วยการระเบิดของฟลอจาน่าที่กลายเป็นระเบิดประกอบฉากหลังให้กับท่าโพสของอาคาน่าซาก้า.....และการระเบิดสิ้นสุดการต่อสู้ในครั้งนี้เมื่อกองทัพของบอนล์ได้ถอนกำลังออกไปจากบริเวณปราสาท....

สงครามป้องกันปราสาทดัลลิอาต้าจบลงแล้ว...

"จะ...จับสัญญาณวัตถุความร้อนขนาดใหญ่ได้สามจุดค่ะ!"โอเปอร์เรเตอร์บนยานบลูกาแลคเซียแองเจิลรายงานให้ไลล่าฟังแต่ดูเหมือนเธอจะคาดเดาเรื่องนี้มาก่อนแล้วไม่สิ.....มันอยู่ในกระดาษของMI...

"หาไลล่า...นั่นมันนิวเครียล์ไม่ใช้รึ!"เฟอเดอริก้าถึงกับตกใจสัญญาณความร้อนสามจุดนั่น...

"นั่นสินะ เดี้ยวนี้บอนล์นิยมเล่นแบบนี้ด้วยตอนถล่มอาณานิคมลี้ภัยของเอลฮังค์ก็ใช้นิวเครียล์หลายสิบลูกกระหน่ำยิงถล่ม"ไลล่าเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น...

"เวลาแบบนี้มามัวใจเย็นได้ยังไงกันเนี่ย จริงอยู่สามลูกถล่มประเทศดัลลิอาต้าไม่ได้แต่แค่ปราสาทหลังนี้กับพวกเราในบริเวณนี้นะเพียงพออย่างเหลือเฟื้อแล้วนะ"เฟอเดอริก้าที่ร้อนรนเอ่ยแต่ไลล่าก็ไม่ได้เปลี่ยนลักษณะท่าทางเอ่ยต่อไปตามปกติว่า"ใช่แล้วล่ะเฟอ

เดอริก้า ไม่ต้องกังวลไปหรอก...เพราะท่าไม้ตายเดิมนะใช้กับเอลฮังค์ไม่ได้ผลเป็นครั้งที่สอง...."

"ระ...หรือว่า!"เฟอเดอริก้ารู้ตัวในทันที....เธอพุ่งไปหยิบกระดาษอธิบายแผนการของMI.....ล่างสุดของกระดาษมีเขียนกำกับว่า..."ถึงไลล่าแม่ตุ๊กตาน้อยของฉันบางทีบอนล์อาจคิดแผนสำรองเพื่อไว้ถ้าเกิดยึดไม่ได้อย่างเอานิวเครียล์มายิงถล่ม อย่าลืมบอกพวก

ทีมสไนเปอร์ให้เตรียมพร้อมไว้ด้วยนะจ๊ะ~"

"โชคดีจังเลยนะ....แค่สามลูกถ้าสักสามสิบลูกก็คงต้องสั่งให้ถอยแล้วล่ะ..."ไลล่าเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม...

"ดอลลี่ยิงล่ะค่ะ!"

"บู~ฟาลินจังส่องล่ะนะ! รับไปซ่ะฟาลินบีม!!!!"

"รัตน์คุงให้กำลังใจโมโมะด้วยนะค่ะ~ เอ้าชู๊ต!"

และแล้วบีมทั้งสามเส้นก็เข้าเป้าหมายระเบิดจรวดได้ก่อนมันจะมาถึงระยะ.........เป็นการปิดฉากสงครามป้องกันนี้ซะที....

-----------------------

"ขอบพระคุณมากที่ช่วยเหลือประเทศของเราเอาไว้"พระราชาของดัลลิอาต้ากล่าวขอบคุณกับไลล่าซึ่งเธอก็ถอนสายบัวคำนับแล้วเอ่ยว่า"ไม่เป็นไรเพค่ะฝ่าบาท หม่อมฉันเองก็แค่ทำตามหน้าที่และอุดมการณ์ของเอลฮังค์เท่านั่นเอง..."

"อืม พระคุณนี้พวกเราดัลลิอาต้าจะไม่ลืมเลย.... พวกเราดัลลิอาต้าจะขอร่วมมือกับเอลฮังค์และต่อต้านบอนล์จนถึงที่สุด!"พระราชาของดัลลิอาต้าประกาศออกมา...

"ส่วนเจ้าไนท์เดี้ยนโรจิส ข้าต้องขอบคุณเจ้าด้วยเหมือนกัน ประเทศนี้ได้ตระกูลโรจิสช่วยเหลือไว้อีกแล้วสินะ"พระราชาหันมากล่าวชมเชยกับโรจิส...

"หม่อมฉันเองก็ทำตามหน้าที่ของตระกูลเหมือนกันค่ะ..."

"ว่าแต่คุณโรจิส คุณเองคิดจะทำยังไงต่อล่ะค่ะ?"ไลล่าเอ่ยถามโรจิสขึ้นมาเธอก็ยิ้มให้ไลล่าแล้วตอบว่า"ฉันเป็นนักเดินทาง...คิดว่าก็คงจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆและสู้กับพวกบอนล์ไปเรื่อยๆนั่นแหละค่ะ"

"ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็...จะตามพวกเรามามั้ยค่ะ...."ไลล่าเอ่ยชวน...โรจิสนิ่งไปสักพัก...ก่อนจะให้คำตอบออกมาว่า"ฉันไม่คิดจะสังกัดกองกำลังที่ไหนหรอกค่ะ...แต่ว่าการต่อสู้ของพวกคุณกับบอนล์เองทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง..."

"อะไรรึค่ะ?"ไลล่าถามพร้อมรอยยิ้ม โรจิสเองก็ตอบออกมาว่า"ความหลากหลายค่ะฉันพึ่งเคยเห็นกองกำลังที่มีการรวมตัวแบบนี้เป็นครั้งแรกมันทำให้ฉันคิดได้ว่าความหลากหลายและความแตกต่างนั่นจะทำให้เกิดพลัง...เพราะฉะนั่นถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ฉันก็อยากจะ

ขอดูค่ะว่าความหลากหลายที่ฉันได้เห็นนั่นมันจะทำให้โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง..."

"สรุปว่าจะมาด้วยสินะค่ะ"ไลล่าสรุปพระราชาก็หัวเราะร่วนพร้อมกับเอ่ยว่า"งั้นขอฝากโรจิสด้วยนะ!"

ที่ห้องอาหารในปราสาทเหล่าทหารกำลังมีงานเลี้ยงฉลองกันหลังจากที่ได้รับชัยชนะแน่นอนว่าลูกเรือในยานบลูกาแลคเซียแองเจิลทุกคนได้รับเชิญให้เข้าร่วม...

"อูร่า! ฟาลินจะกินให้หมดนี้เลย!"ฟาลินคำรามพร้อมกับกระโดดเข้าไปสวาปามอาหารจำนวณมหาศาลเหล่านั่นแข่งกับลูซิเฟอร์โดยมีโมโมะ,มิเกลและโดโรธีของเชียร์อยู่ส่วนอัลบานั่นยืนมองห่างๆ

"รู้มั้ยว่าคุณมาช้านะ"

"ดีกว่าไม่มาไม่ใช้รึคิตตี้"เอ็กส์เอ่ยตอบหญิงสาวนามคิตตี้ไปเธอก็ถอนหายใจพร้อมกับขยับแว่นแล้วเอ่ยว่า"ก็จริงของคุณนะ"

"อะฟาลินจังนั่นมันไก่! เอาเข้ามาได้ยังไงเนี่ย!"โมโมะพยามเตือนแต่ทว่าสายไปแล้วฟาลินไปเอาไก่จากที่ไหนก็ไม่รู้มาปล่อยพล่านไปทั่วห้องและแน่นอนเมื่อมันวิ่งมาถึงเอ็กส์...

"เหวอ!"เอ็กส์ถึงกับสะดุ้ง....ที่แท้นาวาอากาศโทแห่งดัลลิอาต้ากลัวไก่นี้เอง.....เอวัง...

รัตน์เดินออกมาหาความสงบที่ระเบียงนอกห้องอาหาร...เฟอเดอริก้ามารออยู่ก่อนพร้อมกับไวน์แดงในมือแล้ว...

"ดื่มก็ได้นะ..."เธอเอ่ยพลางยื่นขวดไวน์ให้รัตน์...

"บอกไปแล้วไงครับว่าผมไม่ดื่มเหล้านะ..."รัตน์ตอบกลับมาแบบไม่ค่อยสบอารมณ์

"โอเวอร์ลิมิตมันอันตราย...รู้ทั้งรู้ทำไมตอนนั่นถึงยังใช้ไปอีก?"

"ก็มันเหลืออดนิน่า...."รัตน์พึมพำ เฟอร์เดอริก้าก็ถึงกับทำหน้าเหว่อออกมาพร้อมกับเอ่ยว่า"รัตน์เนี่ยนะเหลืออด...เหลือเชื่อเลยแฮะ..."

"ผมก็เป็นมนุษย์นี้น่า....จะมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนมนุษย์มันก็ไม่ใช้เรื่องแปลกไม่ใช้รึครับ..."รัตน์ตอบกลับเฟอเดอริก้าได้ยินดังนั่นจึงยิ้มแล้วชูแก้วไวน์ขึ้นแล้วเอ่ยว่า"นั่นสินะ..."

"พระจันทร์สวยดีนะครับ"รัตน์เอ่ยขณะจ้องมองไปที่วงกลมสีเหลืองบนฟากฟ้า...

"อืม"เฟอเดอริก้ารับคำอย่างง่ายๆพร้อมกับจิบไวน์....เรื่องราวก็จบลงไปอีกหนึ่งวัน

Episode3 Earth Routh -The Last Knightdian Appearance!- End
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2009, 04:40:27 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1429


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2009, 11:33:54 PM »

..........................Space Route Episode 3 : Gold Savior.............................

ภายในยายฮาเซล เซน่อน บริเวณที่เก็บหุ่น

 ลูคัสและหม่าฟานถูกเอเล่คุมตัวไว้ชั่วคราวเพราะยังไม่แน่ใจว่าลูคัสหนีออกมาจากบอล์นจริงหรือเปล่า โดยมีสาวๆในยายฮาเซลทั้งหมดยืนอยู่บริเวณนั้น ยกเว้นลูน่าที่ยังรักษาตัวอยู่ที่ห้องพยาบาล

"คุณชื่อลูคัสหรือคะ แล้วพี่สาวคนนี้ชื่อหม่าฟานซินะคะ"เอเล่ถามย้ำชื่อของทั้งสองอีกครั้ง

"...ใช่ครับ...แล้วตอนนี้เราก็ไม่ใช่พวกบอล์นอีกต่อไปแล้ว..จากที่เคยบอกก่อนหน้านี้ว่าเราได้หรือออกมาแล้ว"ลูคัสตอบกลับ พร้อมย้ำเจตนารมณ์ของตัวเอง

"ค่ะ...ทางเราทราบดี แต่การหนีทัพของทหารมันง่ายเหมือนการเข้าออกร้านสะดวกซื้อแบบนั้นเลยเหรอคะ"เอเล่ยังคงไม่เชื่อใจลูคัสนัก เพราะเหตุการณ์ที่โคโลนี่โดนทำลาย เป็นฝีมือพวกบอล์น แล้วตรงหน้าของเธอก็เป็นทหารของบอลน์เช่นกัน

"เอเล่~ ทำไมต้องดุคุณพี่ลูคัสขนาดนั้นด้วยอ่า~"มาเรียกังวงที่เห็นเอเล่ตีหน้ายักษ์ใส่ลูคัสจนหน้าหงอ มีแต่หม่าฟานที่ยังนั่งยิ้มแฉ่งอยู่

"หล่อนก็เงียบไปก่อนเลยมาเรีย! ตรงนี้คุยเป็นการเป็นงานนะคะ!"

"...ฮาอู๊ว....."มาเรียหน้าจ๋อยทันทีที่โดนเอเล่ดุ ปกติเอเล่จะไม่เคยดุมาเรียขนาดนี้เลย

"เอาล่ะจ๊ะสาวน้อยทั้งหลาย เดี๋ยวคุณพี่คนนี้จะอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟังเอง"หม่าฟานพูดขึ้นมาเพื่อลดบรรยากาศตึงเครียด โดยเฉพาะลูคัสที่ตอนนี้นั่งนิ่งพูดอะไรไม่ออก

"คุณพี่คะ ตอนนี้ดิฉะ..อุ๊ฟ!"ยังไม่ทันที่เอเล่จะพูดจบก็โดนหม่าฟานเอามือปิดปากก่อนแล้ว

"แหม~คุณหนูเอเล่คะ โมโหง่ายแบบนี้ระวังจะแก่เร็วเกินไปนะคะ หุ หุ..ดูซิตีนกาขึ้นแล้วน้าาา"

"........!!"เอเล่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อโดนหม่าฟานเบรคชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว แถมจี้จุดอ่อนเต็มๆ

"เอเล่โดนปราบแล้ววว"

"เงียบไปเลยย่ะหล่อน!!"เอเล่พูดกลบเกลี่อนทันทีที่โดนมาเรียพูดหยอก

"เอาล่ะจ๊ะทุกคน ฟังให้ดีนะ นี่เป็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจนะจ๊ะ"แล้วหม่าฟานก็บอกให้ลูกเรีอฮาเซลฟัง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกี่ยวกับการการะทำที่แสนจะโหดร้ายที่พวกบอล์นได้ลงมือทำกับโคโลนี่ที่พวกเธอไปตรวจสอบ ถึงจะบอกยังไงพวกบอล์นก็ไม่เชื่อ ซ้ำยังมุ่งที่จะทำลายโตโลนี่ แถมยังโดยความผิดให้ลูคัสกับหม่าฟานว่าเป็นกบฎ แถมยังโดนพวกทหารบอล์นโจมตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

"โหดร้าย!!โหดร้ายที่สุด!"อุชิโอะถึงกับเก้บอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ตระโกนออกมาทันทีที่หม่าฟานเล่าจบ

"ทำไม...ทำไม ถึงต้องทำเรื่องโหดร้ายได้ลงคอขนาดนี้"ซารีน่ากลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบไป

"บ้าๆๆๆๆ บ้าที่สุดพวกบอล์นนนน"มาเรียตระโกนออกมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นกัน

"....................."ส่วนฟิลเลเน่ก็ไม่พูดอะไรออกมา สีหน้าเธอยังนิ่งอยู่เหมือนเดิม แต่เอเล่ก็รู้ว่าฟิลเลเน่คิดอะไรอยู่
เพราะ2คนนี้เป้นเพื่อนรักกันมานานมาก

ส่วนเอเล่นั้นเชื่อในสิ่งที่หม่าฟานเล่ามาแต่ก็ยังรักษามาดของตัวเธออยู่"ถึงกระนั้นก็เถอะเราก็ยังไม่ไว้ใจพวกคุณ100เปอร์เซนต์นะคะ"

"แต่มาเรียเชื่อใจพวกพี่เขา1000เปอร์เซ็นต์เลยค่าาาา"มาเรียออกความเห็นพร้อมทั้งกระโดดไปเกาะแขนหม่าฟานทันที เอเล่ถึงกับกุมขมับ"เธอนี่น้าาาา"

"ฮะๆ เธอนี่ร่าเริงดีจังเลยน๊าา งั้นแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ พี่ชื่อชาง หม่าฟาน เรียกว่าฟานก็ได้นะ ส่วนน้องชายพี่ชื่อลูคัส เจเนเซีย เรียกว่าลูคัสเลยนะจ๊ะ"

""ค่าาาา หนูชื่อมาเรีย ซิลเวอร์ ยินดีที่ได้ลูจักค่ะ ส่วนคนนี้ชื่อเอเล่ ราคอสซิก้า เป็นกัปตันยานค่า"พลางชี้มือไปทางเอเล่
"ส่วนคนที่ผมสั้นใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ ชื่อฟิลเลเน่  คาโลลิน่า  และคนที่ใส่แว่นผมเขียว ชื่อซารีน่า แม็กเวลค่า แล้วก็ลูกเรือคนล่าสุดก็ มิซึรุกิ อุชิโอะจังค่าาาาา"มาเรียแนะนำตัวทุกคนให้หม่าฟานครบ โดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้เอ่ยปากแนะนำตัวเลยแม้แต่น้อย

"คุณมาเรียคะ..."อุชิโอะได้แต่ยืนนึ่ง เพระพูดไม่ทันมาเรียเลย

"ยัยนี่ผีเจาะปากมาพูดจริงๆเลยแฮะ........"เอเล่บ่นอุบ

"งั้นทุกคนต่อจากนี้ไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"หม่าฟานโค้งคำนับตอบรับแบบตามประเพณีคนจีน เหล่าลูกเรือก็ตอบรับด้วยการโค้งคำนับบ้าง

"ว่าแต่ทั้งคุณหม่าฟาน และ ลูคัส เป็นพี่น้องกัน แต่ชื่อและนามสกุลคนละอย่างกันเลยคะ"ซารีน่าเอ่ยถามขึ้นมาทันที
"เราใช้นามสกุลของพ่อกับของแม่น่ะค่ะ"

"อ่อ แบบนี้นี่เอง"ซารีน่าเข้าใจทันทีที่หม่าฟานตอบ

"งั้นเดี๋ยวมาเรียพาพี่ฟานไปหาของกินนะคะ....ไม่ซิพี่เป็นคนจีนแบบนี้ต้องเรียกว่าเจ๊ฟานซินะคะ"

"จ้าาา เรียกแบบนั้นก็ได้"แล้วมาเรียก็พาหม่าฟานเดินหายไปทางห้องครัวโดยมีฟิลเลเน่เดินตามไปด้วย ปล่อยให้ทั้งหมดยืนนิ่งเป็นใบ้ ส่วนลูคัสก็โดนทิ้งไว้จนแทบจืดจางนั่งอยู่แถวนั้น

"สุดๆเลยนะครับ มาเรียเนี่ย"ลูคัสพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่โดนกดดันมานาน

"ใช่ค่ะ....แต่ เอ๊ะ!ทำไมดิฉันต้องตอบคุณด้วยละคะ"เอเล่ยังคงรักษามาดตัวเองอยู่

"เอาน่าคุณเอเล่"

"นั่นซินะคะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็คงต้องให้มันเป็นไปตามที่มันเกิดละค่ะ" ทั้งซาริน่าและอุชิโอะต่างก็พูดเพื่อให้เอเล่ลดฑิฐิตัวเองลงมา

"งั้นดิฉันขอตัวบ้างละนะคะ"แล้วเอเล่ก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง

"ท่าทางเธอคงจะเกลียดพวกผมน่าดูเลยนะครับ"

"อืม..ไม่หรอกค่ะ คุณเอเล่นิสัยเป็นแบบนี้เองละค่ะ ยังไม่ไว้ใจใครง่ายๆนัก"

"เดี๋ยวคอยดูอีกวันสองวันคะ เธอจะมาพูดสนิทสนมเลย"ซารีน่าปลอบใจลูคัส ที่เห็นเขานั่งหงอย เพราะเจอเหตุการณ์ต่างๆมารุมเร้าขนาดนี้

"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ"ลูคัสตอบรับ พร้อมกับทำหน้าตาสบายขึ้น เพราะอย่างน้อยที่แห่งนี้ก็ยังมีคนคอยเทดแคร์เขากับพี่สาวของเขา ทำให้เขารุ้สึกไม่โดดเดี่ยว

"งั้นไปหาอะไรกินไหมคะ สูัรบมาขนาดนั้นคงจะเหนื่อยและวมาก"อุชิโอะเป็นห่วงลูคัส เพราะสภาพของลูคัสภายนอกดูอิดโรยไม่น้อย
".....ผมยังไม่หิวน่ะครับ..."

"งั้นเชิญมาทางนี้เลยละกันนะคะ เราจัดเตรียมห้องพักให้แล้วค่ะ อย่างน้อยถ้าพักผ่อนบ้าง อาจจะทำให้ร่างกายและจิตใจดูคีขึ้นก็ได้"

"ครับ....ขอบคุณมาก งั้นรบกวนด้วยละกันครับ"

แล้วซารีน่าและอุชิโอะก็พาลูคัสไปพักผ่อนที่ห้องรับรองที่เครียมไว้ ส่วนหม่าฟานก็นั่งกินอาหารอยู่ในห้องรับประทานอหารกับมาเรีย โดยมีฟิลเลเน่ทำหน้าที่เชฟแบบไม่ขาดตกบกพร่อง โดยได้รับคำชมจากหม่าฟานไม่ขาดปากเลย

ตกดึกคืนนั้นอุชิโอะก็ออกมาหาของกินจากห้องครัว

"ขอโทษนะคะ..... ขอหาอะไรกินหน่อยนะคะ "

แล้วระหว่างทางอุชิโอะก็เหลือบไปเห็นลูคัสอยู่ในมุมมืดใม่ไกลจากที่อุชิโอะเดินไปห้องครัว ลูคัสเอามือชกไปที่กำแพงหลายครั้ง

"ขอโทษ....ทุกคน....ขอโทษ...ฉันปกป้องทุกคน....เอาไว้... ไม่ได้....."ลูคัสร้องไห้และโทษตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนที่โคโลนี่ได้ มันจะเป้นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตใจของลูคัสไปอีกนาน อุชิโอะที่ยืนอยู่ไม่ห่างมากนัก ก็ได้เพียงแต่ยืนมอง แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของลูคัสดี

...

วันต่อมา ยานฮาเซล เซน่อน ก็ยังคงจอดหลบอยู่บริเวณดาวเคระห์น้อย เพราะกำลังตรวจซ่อมเครื่องยนต์ที่เสียหายอยู่

"เป็นยังไงบ้างซารีน่า ไหวไหม"เอเล่ถามอาการของระบบต่างๆภายในยาน เพราะยานอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถเดินทางไปไกลๆได้ เนื่องจากเครื่องยนต์หลักพังไป เหลือแต่เครื่องยนต์สำรองซึ่งมีกำลังขับเคลื่อนไม่มาก หร้อมทั้งตัวยานเองก็ได้รับความเสียหายมากพอดู
 
"ไม่ไหวค่ะ ซ่อมไม่ได้แน่นอนค่ะ เครื่องยนต์เสียหายหนัก แต่ถ้าไปที่ใกล้ๆ ก็อาจจะพอไหวค่ะ"ซารีน่าส่ายหัว

"ที่ใกล้ๆงั้นเหรอ...."เอเล่พูดพลางมองดูพิกัดแผนที่

"ใช่แล้ว งั้นเราไปที่นี่กันเลย"

"ที่ไหนคะ"ซารีน่างงเมื่อเอเล่จู่ๆก็พูดออกมา

"จังค์กิลด์ไง ดูจากพิกัดตริงนี้ เราก็อยู่ไม่ห่างกันมากนัก เครื่องเราตอนนี้น่าจะไปไหวนะ"

"อ๊ะ...จริงด้วยซิคะ ลืมไปเลย"ซารีน่านึกขึ้นมาได้ทันที

"งั้นเราไปกันเลยนะคะ เครื่องสำรองพอที่จะไปที่นั่นไหว"

"เอาล่ะ งั้นเราไปบอกให้ทุกคนเตรียมตัว เราจะเดินทางกันแล้ว"

ได้ค่ะ" แล้วเอเล่และซารีน่าก็เรียกทุกคนมารวมตัว เพื่อที่จะเดินทางไปจังค์กิลด์ ซึ่งลูคัสและหม่าฟานก็มารวมอยู่ด้วย มีแต่เพียงลูน่า ที่ยังพักฟื้นอยู่ในห้องพยาบาลเช่นเดิม

"เอาล่ะนะคะ ทุกคนเตรียมตัว เราจะเดินทางไปจังค์กิลด์กัน"เอเล่บอกจุดหมายให้ทุกคนทราบ

"จังค์กิลด์งั้นเหรอ...... เคยได้ยินแต่ชื่อแฮะ"ลูคัสสงสัย เพราะสถานที่ที่ว่า น้อยคนนักที่จะได้ไปสัมผ้ส เพราะมันเป็นแหล่งขายของตลาดมืด และผลิตอาวุธรายใหญ่ที่สุด
 
"ค่ะ.... พวกเราติดต่อซื้อขายสิ้นค้าต่างๆกันที่นั่น..."

"ซารีน่า!" ยังไม่ทันที่ซารีน่าจะพูดจบ เอเล่ก็ตวาดขึ้นมาทันที

"ขอโทษค่าาาา"ซารีน่าทำหน้าจ๋อยแล้วก็ยืนถอยหลังไปติดกำแพงทันที เพราะการติดต่อค้าขายกับพวกจังค์กิลด์เป็นความลับ ไม่อาจจะเปิดเผยให้คนอื่นรู้ได้ ซึ่งในที่นี้มีทั้งอุชิโอะ ลูคัส และหม่าฟาน ชึ่งยังไม่ทราบเรื่องนี้

"เอาเถอะจ้า เอเล่จัง~ ยังไงซะตอนนี่เราก็เป็นพวกเดียวกันแล้วน๊า ความลับมันไม่มีในโลกหรอก~"หม่าฟานมองทะลุเอเล่ทุกอย่าง ทำให้เอเล่ไม่สามารถโต้เถียงได้

"เชะ! ก็ได้ๆก็ได้ค่า...เราจะไปจังค์กิลด์กัน ทุกคนรีบหาที่เกาะให้ดีละกันนะคะ"เอเล่ตัดบทพร้อมกับบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อม

"....พี่ครับ...."ลูคัสปลงกับพี่สาวของเธอด้วยนิสัยขี้แกล้ง จนทำให้เขาปวดหัวที่จะรับมือ ได้แต่ยืนถอนหายใจ

"ฮาเซล...เซน่อน ไปละค่ะ"

แล้วฮาเซลเซน่อนก็เดินทางไปยังจังค์กิลด์ที่อยู่ไม่ห่าง จากที่พวกลูคัสอยู่กันมากนัก

......................เดี๋ยวมาต่อส่วนที่2ครับ.......................
บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1755


dirty blue

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2009, 02:33:10 AM »

Episode 4 Earth Routh -Rainbow Sky!-

"ว่างจริงๆน่า~"เฟอร์เดอริก้าเอ่ยขึ้นมาบนห้องอาหารของยานบลูกาแลคเซียแองเจิล

"คุณเฟอเดอริก้าว่างทั้งปีอยู่แล้วไม่ใช้รึครับ?"รัตน์เอ่ยขึ้นมาคัด ขณะที่สายตาและมือของเขาก็ยังคงผลิกหน้ากระดาษและอ่านนวนิยายสืบสวนยุคเก่าไปเรื่อยๆ

"หลังจากจบเรื่องของดัลลิอาต้ามาได้หลายวันแล้วแต่แม้แต่พวกบอนล์ที่เข้ามาโจมตีตามรายทางก็ยังไม่มีเลย...เฮ่อ"เฟอเดอริก้าบ่นต่อไปโดยไม่ได้สนใจรัตน์

"ไม่มีนะดีแล้วล่ะครับพวกผมจะได้ไม่เหนื่อย"รัตน์ยังคงไม่ยอมแพ้พูดจาสวนกลับไป...

"ขี้เกียจจังเลยนะเราเนี่ย"เฟอเดอริก้ากล่าว......ช่างเป็นคำพูดที่ไม่ดูตัวเองจริงๆนะเจ๊

"ถ้าว่างขนาดนั่นล่ะก็ เห็นยัยโมโมะทำอะไรอีกแล้วก็ไม่รู้อยู่ในครัว ช่วยไปหยุดให้ทีได้ไหมครับ? แค่นี้เขาก็ท้องเสียกันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วล่ะ"รัตน์ลองเสนอแต่เฟอเดอริก้าส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับมาอย่างเหนื่อยใจว่า"ไม่อะ ขืนไปหยุดมีหวังโดนบังคับไปเป็นหนูลองยาพิษ เอ็ย อาหารของโมโมะจังพอดีนะสิ

"ไร้ประโยชน์ชะมัด...."รัตน์พูดขึ้นมาลอยๆ.... แต่มันลอยเข้าหูเฟอเดอริก้าเต็มๆผลก็คือรัตน์โดนเขกหัว(อีกแล้ว)..:

ในตอนนั่นเองเสียงของรายงานอากาศในทีวีก็หายไปแล้วขึ้นจอสีฟ้าตัวหนังสือสีแดงขึ้นมาว่า"ประกาศคำสั่งด่วนจากรัฐบาลสหพันธ์โลก..."

"เห....เรื่องน่าสนใจมาแล้วเหรอเนี่ย?"เฟอเดอริก้าพึมพำ ก่อนที่ภาพในทีวีจะฉายไปที่การประกาศของชายหนุ่มผู้นึง รัตน์และเฟอเดอริก้าคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างดี....ด็อกเตอร์วอเรฟ กามาลอฟผู้คิดค้นระบบเคลื่อนไหวของอาคาน่านั่นเอง....

"สวัสดีชาวโลกทุกท่าน กระผมวอเรฟ กามาลอฟ นักวิทยาศาสตร์ในสังกัดกองทัพสหพันธ์โลก....ผมอยากให้ทุกท่านได้ดูสิ่งนี้ซะก่อน...."หลังจากนั่นมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ก็ฉายให้เห็นถึงภาพของยานรบขนาดลำใหญ่ยักษ์มหึมาที่น่าจะมีขนาดหลายกิโลเมตรได้ปรากฎขึ้นบดบังน่านฟ้าเมืองใหญ่แห่งนึงที่อยู่ในการควบคุมของกองทัพสหพันธ์

"ยานรบใหญ่ขนาดนั่น....บ้าน่า...."เฟอเดอริก้าตื่นตะลึงขึ้นมาทันที....เพราะไอ้ของที่ใหญ่แบบนั่นใช่ว่าคิดจะสร้างก็สร้างได้ง่ายๆแถมสมาพันธ์โลกเองในตอนนี้อยู่ในฐานะที่ไม่อาจทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อยเพราะถูกกองทัพบอนล์ยึดอำนาจจากภายในแต่ทำไมถึงมีความสามารถในการสร้างของขนาดมหึมาขนาดนี้ขึ้นมาได้กันล่ะ?

"ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ผมได้แอบสร้างยานลำนี้ขึ้นมาโดยไม่ได้รายงานให้ผู้ใด รู้ แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆสำหรับการที่มนุษย์จะอยู่ต่อไปได้ ผมอยากให้ทุกท่านได้ชมภาพนี้กันก่อน"เอ่ยจบภาพที่อยู่บนมอนิเตอร์ก็แปลกไปเผยให้เห็นภาพของจังกิลด์ในอวกาศ

ที่กำลังถูกโจมตีจากจากสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกับกิ้งก่ายักษ์ขนาดความสูงที่กะคร่าวๆจากตาน่าจะประมาณ20-30เมตร....

"ตอนนี้โลกของเรา ไม่สิ จักรวาลของเรา กำลังตกเป็นเป้าของผู้รุกรานจากจักรวาลอื่น"วอเรฟหยุดพูดสักเล็กน้อยก่อนจะอธิบายต่อไปว่า...

"ภาพที่ทุกท่านเห็นคือดาวเคราะห์น้อยอิสระที่เป็นที่ตั้งของจังค์กิลด์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา จู่ๆก็เกิดการบิดเบี้ยวของห้วงอวกาศจนทำให้สิ่งที่ไม่น่าจะมีตัวตนในจักรวาล นี้โผล่ออกมา สิ่งมีชีวิตที่ทุกท่านเห็นนี้เรียกว่า "ดาเรน" มันเป็นรูปแบบชีวิตทรงภูมิปัญญาพิเศษที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางชีววิทยาของ จักรวาลนี้อย่างสิ้นเชิง พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหลากหลาย ตั้งแต่ตัวเล็กๆที่มีสภาพเป็นปรสิตในชีวิตอื่นไปจนถึงพวกที่มีรูปร่างขนาด ยักษ์หรือแม้กระทั่งพวกที่มีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ เทคโนโลยีของพวกมันสูงจนสามารถเดินทางข้ามห้วงกาลอวกาศมาโผล่ในอาณาเขตของ เราได้ ตามจำนวนที่พวกท่านเห็นนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆเท่านั้น จำนวนที่แท้จริงของมันมีมากมายพอๆกับดวงดาวบนฟากฟ้า และผมเกรงว่าอีกไม่นานพวกมันก็คงเริ่มเปิดการโจมตีระบบสุริยะอย่างเต็มที่ เป้าหมายเพื่ออะไรนั้นทางตัวผมเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ถ้าสงครามเริ่มขึ้นเมื่อใดคงไม่พ้นโศกนาฏกรรมเป็นแน่ พวกที่เข้าทำการโจมตีจังกิลด์นั้นเท่าที่ผมลองวิเคราะห์ดูเหมือน ว่าจะเป็นแค่ระดับปลายแถวที่รู้จักแต่การทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น แต่เพียงแค่นั้นก็นับว่าสร้างความหวาดกลัวได้มากแล้ว หากว่าพวกดาเรนระดับสูงที่ทรงภูมิปัญญารวมกำลังพลทั้งหมดบุกเข้าโจมตีโลก ด้วยกำลังรบของสหพันธ์ในตอนนี้นั้นขอกล่าวตามตรงว่าไม่มีทางที่จะต้านทานพวก มันได้เลย"คำประกาศของวอเรฟทำให้เสียงดึงอืออึ้งไปทั่วห้องอาหาร.....และแน่นอนว่าทั่วโลกไม่สิทั่วระบบสุริยะตอนนี้ก็คงวุ่นวายกันเป็นแน่แท้เพราะคำประกาศของวอเรฟ แม้แต่เรย์นาร์ดที่นั่งดูอยู่เองก็ยังคงหัวเราะชอบใจในการกระทำครั้งนี้

" ดังนั้น ผมจึงได้ทำการสร้างยานลำนี้ขึ้นมาในฐานะอาวูธลับสำหรับการต่อต้านพวกดาเรน และผมมีคำร้องขอถึงกองกำลังติดอาวุธบอนล์และกองกำลังปลดเอกอาณานิคมเอลฮังค์ให้เปิดการเจรจาเพื่อร่วมมือกันและผมอยากได้ความช่วยเหลือจากทุกๆฝ่ายที่พอจะมีกำลังรบอาทิเช่นคนของจังค์กิลด์ที่เคยสู้กับเหล่าดาเร็น บริษัทร่ำรวยมหาศาลของตระกูลมหาทรัพย์บริษัทผลิตอาวุธหรือสถาบันวิจัยแม้แต่ประเทศอิสระเองก็ให้ความช่วยเหลือผมได้เนื่องจากกำลังของผมคนเดียวไม่เพียงพอแน่นอน ดังนั้นผมขอให้ทุกฝ่ายที่อยากให้ความช่วยเหลือและอยากจะเจรจากับผมนั่นยื่นเรื่องเข้ามาภายในสามชั่วโมง" พอวอเรฟพูดจบการประกาศก็หยุดไป...พร้อมๆกับเสียงจอแจที่ดังวุ่นวายไปทั่วโรงอาหาร....

จบจากประกาศของวอเรฟก็เป็นประกาศภายในยาน"คุณลูซิเฟอร์ คุณโรจิส คุณเฟอเดอริก้าและก็คุณรัตน์ กัปตันไลล่าเรียกให้เข้าพบค่ะ...."

หลังเสร็จสิ้นเสียงประกาศรัตน์ก็ถอนหายใจพร้อมกับเอ่ยว่า...."งานเข้าแล้วสินะ..."

-------------------------------------------------------

ที่ห้องทำงานของกัปตันไลล่า ฟาลิน ลูซิเฟอร์ รัตน์ โรจิสและก็เฟอเดอริก้ากำลังเผชิญหน้ากับไลล่าที่ดูเป็นกังวลอยู่....

"เห็นประกาศกันแล้วสินะ...."ไลล่าเอ่ยถามทุกคนพยักหน้าไลล่าก็เอ่ยต่อว่า"ดี...จะได้คุยง่ายๆ"

"มติของสภากลางของเอลฮังค์ว่าไงบ้าล่ะ...."เฟอเดอริก้าเป็นคนยิงคำถามไลล่าก็ยักไหล่แล้วเอ่ยว่า"ก็จากห้าคน....แบตเทิลไม่เห็นด้วยที่จะสนับสนุนวอเรฟหนึ่งคนเพราะไม่อยากจะเจอหน้าเจ้าเรย์นาร์ด...ฉันกับM.Iไม่ออกเสียงสองคนที่เหลือคือซากุระกับคุณอาไซเสนอให้เข้าเจรจาเพราะงั้นก็เลยเป็นเอกฉันทร์ยื่นเรื่องเจรจากับวอเรฟไปแล้วล่ะ..."

"ก็กะไว้แล้ว..."เฟอเดอริก้าตอบ รัตน์ที่เงียบมานานจึงเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาบ้างว่า"แล้วเรียกพวกผมออกมานี้ มีธุระอะไรรึเปล่าครับ?"

"เข้าเรื่องเลยนะถึงพวกเราสังกัดเอลฮังค์ก็จริงแต่ว่า คุณลูซิเฟอร์กับคุณโรจิสแค่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเราเองเท่านั่นส่วนฟาลินจังก็เป็นหน่วยสนับสนุน....เพราะงั้นฉันอยากจะถามความเห็นของแต่ล่ะคนก็ว่าถ้าพวกเราไปร่วมมือกับวอเรฟไม่สิเผลอๆอาจจะต้องไปร่วมมือกับบอนล์ด้วยก็ได้พวกเธอคิดจะทำอะไรต่อไป"ไลล่ายิงเข้าคำถาม....ทั้งสามคนนิ่งเงียบไปมีฟาลินที่ตอบออกมาคนแรกว่า

"อูว~ ไม่เห็นเป็นไรเลยนิค่ะ ฟาลินเห็นกิ้งก่ายักษ์พวกนั่นแล้วคิดว่าน่ากลัวกว่าพวกบอนล์เยอะเลยล่ะค่า~"ฟาลินไม่คัดค้าน....

"ฉัน....มาที่โลกเบื้องบนนี้เพื่อปกป้องมันเพราะงั้นถ้ากิ้งก่าพวกนั่นเป็นศัตรูกับมนุษย์ฉันก็จะสู้!"ลูซิเฟอร์ไม่คัดค้าน

"อย่างที่วอเรฟ กามาลอฟพูดแหละค่ะความแค้นส่วนตัวนั่นไว้ค่อยจัดการเมื่อไรก็ได้ถ้าเกิดพวกดาเรนนั่นโจมตีโลกเราขึ้นมาจริงๆเห็นทีต้องหาวิธีรับมือมันขึ้นมาก่อน"โรจิสก็ไม่คัดค้าน...

"โอเคทุกคนไม่คัดค้าน....ออกไปได้แล้วจ้าเว้นรัตน์คุงนะ~"ดูเหมือนไลล่าจะมีเรื่องด่วนมากที่จะคุยกับรัตน์เมื่อทุกคนออกไปหมดเธอจึงเดินไปล็อกห้องและปิดกล้องวงจรปิด...

"เอาล่ะรัตน์คุง.....ฉันได้ยินเรื่องอาการของเธอมาจากคุณเฟอเดอริก้าแล้วล่ะ เรื่องโอเวอร์ลิมิตอะไรนั่น...."พูดจบไลล่าก็เดินเข้ามาหารัตน์แล้วเอานิวชี้จิ้มหน้าอกของรัตน์แล้วเอ่ยว่า"รู้อะไร...ก็เล่ามาให้หมดเลยนะ...."

"รู้แค่ว่ามันเป็นความผิดปกติเฉพาะตัวของผมที่อาจทำให้สมองผมพัฒนาการไปจนถึงขั้นเหนือมนุษย์ในเวลาที่ผมใช้การโอเวอร์ลิมิตคุณเฟอเดอริก้าคิดว่ามันอาจจะเป็นผลกระทบจากคลื่นที่ผมได้รับเมื่อ7ปีก่อน...."รัตน์อธิบายรวบยอดอย่างรวดเร็วไลล่าก็เอ่ยถามขึ้นมาต่ออีกว่า"เรื่อง7ปีก่อนนั่นแหละที่ฉันอยากรู้ดูเหมือนพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเฟอเดอริก้าจะทำท่าไม่อยากคุยขึ้นมาทุกที...."

"ผมเองก็ไม่ค่อยอยากคุยหรอกครับ"รัตน์ถอนหายใจแต่ดูเหมือนว่าต้องมีใครสักคนให้คำตอบกับไลล่า....

"7ปีก่อนเอลฮังค์มีความคิดที่จะทำการทดลองเปิดแกนภายในของแบล็กบ็อกส์...รู้จักสินะครับ"รัตน์เริ่มต้นเล่า

"อืมกล่องดำที่รวบรวมวิทยาการต่างดาวมาสู่โลกมนุษย์เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนก่อให้เกิดการพัฒนามนุษย์สู่ยุคอวกาศ.....และภายในของมันก็ไม่เคยถูกเปิดขึ้นมาเลยจนกระทั่งมันสูญหายไปในการทดลองที่จะพยามเปิดมันบนดวงจันทร์"ไลล่าอธิบายตามความรู้ที่เธอเคยเรียนมา

"ครับ....ผมพึ่งจะมารู้ว่าคนที่คิดค้นโครงการนั่นขึ้นมาก็คือคุณเฟอเดอริก้านักบินที่นำทีมเปิดแกนอันนั่นก็คือน้องชายของเธอเอง..."หลังเอ่ยจบไลล่าก็พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า"เข้าใจล่ะงี้นี้เองที่ทำให้ไม่อยากพูดถึง"

"แล้วผลก็อย่างที่คุณไลล่ารู้นั่นแหละครับเกิดความผิดพลาดขึ้นมานักบินหายสาบสูญส่วนคนรอบๆบริเวณนั่นที่โดนคลื่นนี้เข้าไป...ร่างกายก็ระเบิดกลายเป็นก้อนเนื้อไม่เว้นแม้แต่พี่สาวของผมที่กลายเป็นก้อนเนื้อต่อหน้าต่อตา...คุณเฟอเดอริก้าอยู่ในเชลเตอร์หลบภัยเลยรอดมาได้...ส่วนผม..."รัตน์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อมาด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า"โดนคลื่นนั่นเข้าไปเต็มๆแต่ก็รอดชีวิตมาได้ครับ....."

"เพราะงั้นเฟอเดอริก้าเลยตั้งสมมุติฐานนี้ขึ้นมาสินะเข้าใจล่ะ....."ไลล่าพึมพำ

"ขอโทษด้วยที่ต้องทำให้เธอพูดเรื่องที่ไม่อยากนึกถึงนะ รัตน์คุง"

"มันต้องมีใครสักคนพูดนิครับ....ช่วยไม่ได้"รัตน์ถอนหายใจก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดนมีไลล่าตะโกนไล่หลังมาว่า"นิสัยดีกว่าที่คิดนะรัตน์คุง..."

ที่นอกห้องรัตน์ก็เจอปัญหาอีกหนึ่ง...โมโมะนั่นเอง...

"รัตน์คุงค่ะ~เกิดเรื่องอะไรในนั่นกันแน่!"โมโมะถามด้วยท่าทางเหมือนหญิงสาวที่สามีหนีไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่มีผิด

"ไม่เกี่ยวกับเธอหรอกน่า...."รัตน์ปัดไป

"งั้นทำไมต้องล็อกห้องกันด้วยล่ะค่ะ!"โมโมะโวยวายพร้อมกับหน้าแดงขึ้นมา...

"ไม่ใช้ความคิดทางเสื่อมแบบทีเธอคิดหรอกน่าแค่คุยกันธรรมดา"

"คุยเรื่องอะไรรึค่ะ!"

"บอกแล้วไงว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอ...."รัตน์เริ่มรำคาญโมโมะแต่ดูเหมือนสาวเจ้าก็ยังต่อไปอีกว่า"โมโมะเป็นคู่หูของรัตน์คุงนะค่ะอย่างน้อยๆรัตน์คุงน่าจะสนใจโมโมะบ้างสิค่ะ!"

"ถ้าเลิกทำอาหารฆ่าคนตายแล้วฉันอาจจะมองบ้าง..."รัตน์ตอบออกไปจนโมโมะต้องสวนกลับมาว่า"ใจร้าย! เกลียดรัตน์คุงที่สุด!"

แล้วโมโมะก็วิ่งหายไป.....พร้อมๆกับสัญญาณเตือนที่ดังขึ้นมา....ศัตรูโจมตี....

(ยังไม่จบนะครับผมเดี้ยวมีต่อ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2009, 05:27:32 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1429


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2009, 07:14:07 PM »

..........................Space Route Episode 3 : Gold Savior (ต่อช่วงที่2).............................
และยานฮาเซล เซน่อน ก็มาถึงจั้งค์กิลด์ ซึ่งรูปร่างภายนอกดูแล้วไม่ต่างจากดาวเคราะห์น้อยเลย ถ้าคนที่ผ่านไปผ่านมาจะมองไม่ออกเลยว่า ข้างในดาวเคระห์น้อยนี้จะเต็มไปด้วยการซื้อขายของต่างๆ ไม่ว่าจะเป้นเครื่องยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่หุ่นยนต์ อาวุธต่างๆ ซึ่งอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน การเสนอขายก็ขึ้นอยู่กับการตกลงของทั้ง2ฝ่ายด้วย ด้านในของจังค์กิลด์จะตกแต่งคล้ายๆกับโคโลนี่ทั่วไป คือเหมือนบรรยากาศโลก เพียงแต่ไม่มีที่รับแสงแบบโคโลนี่ ต้องใช้โซล่าเซลที่อยู่ภายนอกเป้นตัวให้พลังงาน มีบ้านช่องจัดเป็นระเบียบ ถึงพื้นที่จะไม่ใหญ่เท่าโคโลนี่แต่ก็น่าอยุ่

ที่สำคัญจั๊งค์กิลด์ยังเป็นที่ผลิตอาวุธสงครามรายใหญ่ที่สุด ใครมีเงินก็มาสั่งทำได้เลย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการถูกชะตาด้วย

เมื่อยานฮาเซล เซน่อนลงจอด พวกของเอเล่ก็เตรียมรถขับออกเดินทางไปยังสถานที่ๆนึงทันที ที่นี่ก็มีการตรวจตราด้วย ไม่ใช่ว่าจะเข้าออกกันได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่เข้มเท่าที่อื่นๆ

"ว่าไงครับคุณเอเล่ วันนี้จะมาเสนออะไรอีกหรือเปล่า"คนของจังค์กิลด์คนหนึ่งกล่าวทักทายเอเล่ด้วยความสนิทสนม

"ไม่มีค่ะรอบนี้ ว่าจะไปหาลุงแกซักหน่อย มีเรื่องจะวานใช้ช่วย"เอเล่กล่าวทักทายกลับ
"งั้นหรือครับ โชคดีนะครับ"

"ค่ะ"หลังกล่าวคำทักทายเอเล่ก็บึ่งรถจิ๊บออกไปทันที โดยในนั้นพวกของลูคัสก็ไปด้วย มีเพียงลูน่าที่ไม่ได้ติดรถไป

"ลุงตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างน๊าาาา คิดถึงจังงง"มาเรียพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

"ลุงคงมีสูตรอาหารใหม่ๆมาให้ลองซินะ......."ฟิลเลเน่ที่พูดน้อย ก็ยังเอ่ยปากขึ้นมาเหมือนกัน

"เสียดายนะคะที่คุณลูน่าไม่มา"

"นั่นซินะ ชาที่นั่นอร่อยจนลูน่าติดใจเลย"เอเล่กล่าวปิดประโยค เมื่อซารีน่าพูดขึ้นมาเหมือนกัน

ทั้งอุชิโอะ ลูคัส และหม่าฟาน ได้แต่นั่งเงียบ พลางนึกในใจว่า ลุงที่พวกเอเล่กล่าวถึงจะเป็นคนแบบไหน
บรรยากาศโดยรอบภายในของจังค์กิลด์ เหมือนกับบาซาร์ทั่วๆไป คือมีการตั้งของขายประมูลของต่างๆ มีทั้งอาวุธ หุ่นยนต์ เครื่องยนต์ต่างๆ วางไว้เป้นจุดๆ ซึ่งก็มีคนมาประมูลเยอะกันพอสมควร

และเอเล่ก็จอดรถยังที่ๆหนึ่ง ซึ่งภายนอกตกแต่งร้านตามสไตล์ร้านคาวบอยตะวันตก ร้านขนาดใหญ่ไม่มากนัก แต่คนที่มาร้านนี้ก็แน่นขนัดเลยทีเดียว

"ถึงซะที"แล้วเอเล่ก็เดินลงจากรถ เข้าไปยังร้านทันที ปล่อยให้พวกที่เหลือตามเข้าไปที่หลัง

"คุณเอเล่นี่ ทำอะไรรวดเร็วจริงๆนะครับ"ลูคัสทึ่งในความคล่องตัวกระฉับกระเฉงของเอเล่

"หุ หุ พี่ก็คล่องตัวเหมือนกันนะ"แล้วหม่าฟานก็เดินเข้าไปที่ร้านตามเอเล่ไปติดๆ

"พี่ครับ....."ลูคัสกุมขมับ แต่ก็เดินตามเข้าไปอีกคน

ส่วนอุชิโอะนั้นก็ยังคงไม่กล้าเดินเข้าไป เพราะบรรยากาศดูไม่คุ้นเคยเลย จนมาเรียต้องลากอุชิโอะเข้าไป

"ไปกันเถอะค่าาาคุณอุชิโอะ"

"ค่ะ...ค่ะ!!"

ส่วนซารีน่ากับฟิลเลเน่ก็เดินปิดท้ายเข้าไปด้วยเช่นกัน

ข้างในร้านตกแต่งสไตล์คาวบอยตะวันตกเช่นกัน มีหัวสัตว์ต่างๆแขวนไว้ตามฝาผนัง แต่เป็นของปลอมที่ทำขึ้นมาเท่านั้นเอง ข้างในร้านดูกว้างขวางไม่อึดอัด การวางโต๊ะเก้าอี้ดูเป็นระเบียบ และเป็นส่วนตัวพอควร ผู้คนที่มานั่งภายในร้านก็เฮฮาตามประสา
ที่ตรงหน้าเคาเตอร์มีชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ราวๆ190ซม. รูปร่างหน้าตาดุ เพราะไว้หนวดไว้เครายาว แถมปิดตาด้านซ้ายไว้ข้างนึงด้วย ส่วนสไตล์การแต่งตัวก็เหมือนมาสเตอร์ประจำร้านทั่วๆไป
หน้าเคาเตอร์มีเก้าอี้เหลือเฟือพอที่จะให้ทุกคนทีมากับยานฮาเซลนั่งพอ ซึ่งเอเล่ หม่าฟาน และลูคัสนั่งอยู่ก่อนแล้ว

"ไง ฟิลเลเน่มาก็ดีแล้ว ลุงมีเมนูใหม่มาให้ลองอยู่พอดีเลย"ชายวัยกลางคนทักทายทันทีที่เห็นฟิลเลเน่เดินเข้ามา

"งั้นขอลองเลยนะคะ......"แล้วฟิลเลเน่ก็ไปนั่งร่วมวงด้วย โดยที่มีอุชิโอะและซารีน่านั่งที่หลัง

"ซักครู่ๆ ฮ่าๆๆ"ว่าแล้วชายวัยกลางคนก็เดินหายไปหลังร้านทันที

"ลุงคนนี้ดูใจดีจังเลยนะคะ...ว่าแต่ลุงชื่ออะไรคะ"อุชิโอะถามขึ้นมาทันที

"ลุงเขาชื่อฮันน่ะค่ะ ใจดีมากๆเลย"ซารีน่าตอบอุชิโอะ ก่อนที่จะแนะนำเมนูขึ้นชื่อต่างๆของที่นี่ให้อุชิโอะดู

ส่วนหม่าฟานและลูคัสก็นั่งดูบรรยากาศภายในโดยรอบๆ
"หืมมมม บรรยากาศไม่เลวเลยนะที่นี่...."

"นั่นซินะครับ"หม่าฟานเอ่ยปากชม ลูคัสก็เช่นกัน

"ถ้าพวกคุณชอบก็โอเคนะคะ"เอเล่พูดรับทั้ง2คนแต่ก็หันหน้าไปอีกทางนึงเหมือนไม่สนใจ

"คุณเอเล่กำลังเขินอยู่ซินะคะ"

"เงียบไปเลยย่ะหล่อน"เอเล่หน้าแดงเมื่อโดนมาเรียกพูดแทงใจดำ
ลูคัสและหม่าฟานนั่งอมยิ้มพลางคิดในใจว่าเอเล่ก็ยอมรับพวกเธอแล้วเหมือนกัน

"ขอโทษที่ปล่อยให้รอนาน เมนูพิเศษมาแล้ว"ลุงฮันออกมาพร้อมกับถือถาดอาหารออกมา
หน้าตาของอาหารเหมือนกับพิซซ่าทั่วๆไป อุชิโอะทำหน้างงว่ามันพิเศษตรงไหน

"เอาล่ะ ทุกคนลองชิมดู"แล้วลุงฮันก็เสิร์ฟพิซซ่าให้ทุกคนทานทันที

"ทานละน่ะคะ"ฟิลเลเน่ไม่รีรอรีบยกพิซซ่าขึ้นมาทานทันที และทันทีที่กัดลงไปทำให้ฟิเลเน่ถึงกับอุทานออกมาทันที
"โห........"
"แป้งที่กรอบนอกนุ่มในขนาดนี้ แฝงไปด้วยรสชาติที่หลากหลายมากมาย มีทั้งรสเผ็ดของพริกแม็กชิกัน และพริกไทยดำ รสเปรี้ยวที่ชวนให้อยากอาหารของเลม่อน และรสหวานของหอมชองชีสแบบพิเศษที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน แถมด้วยตรงขอบยังมีใส้ของแกงกระหรี่ซึ่งมีกลิ่นของเครื่องเทศ และให้ความเผ็ดร้อนของเครือ่งเทศด้วย แถมหน้าพิซซ่าก็ไม่ได้มีเครื่องมาวางเลยด้วยซ้ำ ยอดมาก!!"

แล้วฟิลเลเน่ก็นั่งกินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนที่ตกใจมากคงจะเป็นอุชิโอะ ที่ไม่นึกว่าสาวเงียบขรึมอย่างฟิลเลเน่จะออกอาการรีแอ็กชั่นขึ้นมากขนาดนี้
ว่าแล้วอุชิโอะก็ลองทานดูบ้างว่ารสชาติจะเป้นยังไง
ทันทีที่อุชิโอะกินเข้าไป
"นะ...นี่มัน!!"
"รสชาติชิ้นนี้ทำไมต่างจาของที่คุณฟิลเลเน่บอกเลย!! ชิ้นนี้กลับให้ความรู้สึกกล่มกล่อมละมุนลิ้นด้วยรสชาติของ....."

"พอได้แล้วค่ะ.... นี่ไม่ใช่รายการทำขนมปัง(ตึ๊ด)ปังนะคะ"เอเล่พูดเบรกขึ้นมาทันที

"ก็มันอร่อยจริงๆนี่..."ทั้งอุชิโอะและฟิลเลเน่ต่างก็ออกความเห็นพร้อมกัน
 
"ฮ่าๆๆๆ"ลุงฮันหัวเราะชอบใจก่อนที่จะไปพาพ่อครัวที่ทำพิซซ่าสูตรนี้ขึ้นมา"

"นี่พ่อครัวคนใหม่ที่จะมาช่วยงานลุง และเป้นคนทำขนมที่พวกเธอกินเมื่อกี้ด้วย"ลุงฮันพาพ่อครัวคนใหม่มาให้พวกลูคัสรู้จักทันที

"ผมชื่อคาริสครับ..ยินดีที่ได้รู้จักครับทุกคน ถ้ารสชาติไม่ถูกปากยังไงก็รบกวนช่วยติด้วยละกันครับ"คาริสแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก
 ดูจากลักษณะภายนอกเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆ15-16ปี รูปร่างหน้าตาดูอ่อนเยาว์ตามวัย ตัวสูงสมส่วนราวๆ175ซม. และท่าทางทะมัดทะแมง

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ(ค่ะ)"ลูคัสและคนอื่นๆก็กล่าวทักทายเช่นเดียวกัน

"เป็นพิซซ่าที่อร่อยๆมากๆเลยค่ะ หาที่ติไม่ได้ ไม่เคยกินพิซซ่าที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย"อุชิโอะชมคาริสเรื่องพิซซ่าที่เขาทำคาริสก็โค้งศรีษะตอบรับอย่างสุภาพ

"งั้นผมขอตัวไปทำขนมต่อก่อนนะครับ ลูกค้าสั่งออเดอร์มาเยอะเลย"แล้วคาริสก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อทำขนมต่อ

"เด็กคนนี้ขยันมากเลย ลุงเองก็เพิ่งรับเขามาทำงานได้ไม่นานนัก"

"แล้วเดินทางมาแค่คนเดียวเหรอครับนี่ ท่าทางจะเป็นนักเดินทางนะครับ"ลูคัสถามด้วยความสงสัย
"อ่อ มากับเพื่อนอีกคนน่ะ...."
"อ้าวว่าแล้วก็เดินมาพอดี....แนะนำตัวให้แขกพิเศษของลุงทีซิ"ลุงฮันทักสาวเสิรฟคนหนึ่งที่เดินมารับออเดอร์พอดี

"ค่ะ!ดิฉันชื่อริโค่รีส วาเลนเดีย ยินดีที่ได้รุ้จักค่ะ"สาวเสิรฟแนะนำตัวอย่างกระฉับกระเฉง ดูเธอสนุกกับงานแถมไม่มีท่าทีที่จะเหนื่อยเลย ดูจากภายนอกเธออายุพอๆกับคาริส ตัวเล็กสูงราวๆ155-156ซม.

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ(ค่ะ)"ทั้งหมดก็กล่าวทักทายกลับเช่นกัน ริโครีสยิ้มรับแล้วก็รับอาหารไปเสิร์ฟด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

"อืม..เป็นเด็กสาวที่ดูสนุกกับงานดีจัง ดูมีเสน่ห์ในตัวดี"ลูคัสถึงกับเอ่ยปากชม จนเจ้ฟานมองค้อนเลยทำให้ลูคัสนั่งจ๋อยตัวลีบในทันที
"ลุงเห็นว่า2คนนี้ท่าทางไม่เลว แถมทักษะการทำงานเยี่ยมก็เลยรับเข้ามาทำงานน่ะ"

"เอาล่ะ เสียเวลามาพอควรละ งั้นดิฉันขอเข้าเรื่องเลยละกันนะคะ"เอเล่รีบตัดบททันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"อืม..ว่ามาซิ"ลุงฮันน้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นโทนต่ำทันที จนอุชิโอะอึ้งเพราะบรรยากาศสนุกสนานเมื้อกี้ได้เปลี่ยนไปเป้นอีกแบบนึงอย่างรวดเร็ว

"ค่ะ..อูฐลำตัวเสียหาย เด็กน้อยบาดเจ็บ นกปีกหัก ลุงพอจะรักษาไหวไหมคะ" แล้วเอเล่ก็ส่งกระดาษปึกนึงให้ลุงฮันดู เเมื่อลุงฮ้นดูเสร็จก็เก็บกระดาษนั้นไว้อย่างดี

"อูฐกับเด็กนั่นลุงรักษาให้ได้อย่างสบาย ไม่นานก็คงหาย แต่นกปีกหักคงต้องดูอาการก่อนเล็กน้อยถึงจะบอกได้"

"งั้นรบกวนคุณลุงด้วยนะคะ ส่วนค่ารักษาจะจ่ายให้ทันทีค่ะ"

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เรามันคนกันเองนี่นาฮ่าๆๆ"การสนทนาจากตึงเครียดของเอเล่ก็กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ส่วนการสนทนาเมื่อกี้ลูคัสกับหม่าฟาน ก็เข้าใจทันทีว่าเป็นโค๊ตลับที่ไม่ต้องการคนนอกรับรู้ ส่วนอุชิโอะก็ได้ซารีน่าอธิบายจึงเข้าใจ ส่วนฟิลเลเน่ก็ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารๆต่างๆอย่างขมักเขม้นเช่นเดียวกัน
 
ถัดไปไม่มากนักก็มีกลุ่มคนอยู่กลุ่มหนึ่งประกอบไปด้วยเด็กชายอายุราวๆ15-16ปี ผมเกรียนตามแบบทรงนักเรียนของประเทศนึงทางเอเซียตะวันออก แล้วก็ชายหนุ่มหน้าตาดีผมดำรองทรงหวีแสกข้างแต่ดันย้อมทอง แต่งกายด้วยชุดสูทรีดกรีบคบกริบเนียบมาก อายุดูจากภายนอกไม่เกิน27ปี และผู้หญิงหน้าตาดีอีกคนหนึ่งมาในมาดสาวออฟฟิศเลย ผมบ๊อบสีดำดูเรียบร้อย ดูเธอตัวไม่สูงมาก และอายุราวๆ20ต้นๆเอง ซึ่งทั้งหมดกำลังนั่งทำสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะหนุ่มชุดสูท

???"บ้าชิบ หุ้นตัวที่ตามมาตลอดดันร่วงกราวเลย ส่วนหุ่นอีกตัวจากที่ตกไปหลายจุด วันนี้แรงซื้อมันมากจังฟะ สงสัยโดนปั่นหุ้นแน่ เซ็งเป็ด"

???"ใจเย็นๆก่อนซิคะ เราค่อยๆดูไปอีกทีอย่าเพิ่งไปมีอารมณ์ไม่แน่นอนแบบตลาดหุ้นซิคะ"

???"งั้นให้ป๋าเราซื้อมันหมดทั้งตลาดเลยไหมล่ะ เด็กๆเลยของแบบนี้"

ทั้ง3คนประชุมกันเรื่องหุ้นที่โดนปั่นกันกระจายจ่าค่าผันผวนที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นมาแต่อย่างใด ตลาดหุ้นโดนปั่นตามภาวะเศรษฐกิจถดถอยเท่านั้นเอง

"เออจริงซิ ลูน่าไปไหนละนั่นลุงไม่เห็นตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว"

"เธอบาดเจ็บน่ะคะนอนพักอยู่เลยมาไม่ได้" ซารีน่าตอบกลับไปทันที

"งั้นรึ...."ลุงฮันพ่นควันซิการ์ออกไปเมื่อได้ยินคำตอบ เหมือนว่าลุงฮันจะรู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่พูดอะไร

"....ลุงคะขอชาอูหลงที่นึงคะ"เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลังซารีน่า

"ลูน่า!!"เอเล่ ซารีน่า อุชิโอะ ต่างตระโดนออกมาเป้นเสียงเดียวกันทันทีที่หันไปเห็นลูน่า

"ลูน่า!มาได้ยังไงคะ ยังบาดเจ็บอยู่ ต้องนอนรักษาตัวนะคะ"เอเล่พูดออกมาด้วยความเป็นห่วงถึงน้ำเสียงเธอจะดังจนทุกคนในร้านหันมาตามเสียง

"ก็ชาที่นี่มันอร่อยนี่นา ก็เลย...."ลูน่ายิ้มตอบ สภาพของลูน่าอยู่ในชุดคนป่วยเสื้อและกางเกงสีขาว หร้อมกับผ้าพันแผลที่ศรีษะ
 
"ไม่ได้ค่ะ ต้องนอนพักผ่อน แบบนี้คงรีบขับรถตามมาซินะคะ งั้น....มาเรีย ซารีน่า พาลูน่ากลับไปเดี๋ยวนี้"เอเล่รีบออกคำสั่งให้พาลูน่ากลับไปทันที

"เดี๋ยวซิ....ฉันยังไม่...."

"ลูน่าตอนนี้เธอไม่มีแรงสู้เรา2คนได้หรอกนะ~"แล้วมาเรียกับซารีน่าก็ล็อกแขนทั้ง2ข้างของลูน่าลากกลับไปขึ้นรถ

"งั้นพวกเราขอตัวบ้างละค่ะ"ว่าแล้วเอเล่ก็โค้งบอกลาลุงฮัน แล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถทันที

"งั้นพวกผมก้ขอตัวบ้างละครับ"ลูคัสก็บอกลาลุงเช่นกันแล้วเดินไปขึ้นรถด้วยเช่นกัน

"งั่นเดี๋ยวลุงจะส่งคนตามไปรับผู้บาดเจ็บเลยนะ"

"ค่ะ..."ฟิลเลเน่ตอบรับแล้วก็เดินออกไป ปิดท้ายด้วยอุชิโอะที่บอกลาแล้วเอ่ยปากชมเรื่องอาหาร ก่อนจะออกไปขึ้นรถเช่นกัน

พอพวกเอเล่อกจากร้านไปได้ซักพัก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาที่เคาเตอร์ทันที รูปร่างหน้าตาของเธอ ดูแล้วเหมือนกับคนเอเซียตะวันออก ผิวขาวราวกับหิมะ ดวงตาสีแดง ผมดำขลับ ทรงหน้าม้ายาวปิดหน้าผาก และผมด้านหลังยาวไปถึงกลางหลัง รูปร่างเล็ก สูลราวๆ160-161ซม. ใส่ชุดกิโมโนสีแดงเข้มลวดลายดอกซากุระ คลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำอีกที แถมพกดาบซามุไรเล่มนึงมาด้วย

"ว่าไงคุณหนู"ลุงฮันกล่าวทักทายทันที

"อยากให้สร้างหุ่นให้ซักตัวค่ะ"น้ำเสียงเธอนิ่งเรียบ และเย็นมาก

"......."

"ที่นี่ไม่มีของแบบนั้นหรอกนะคุณหนู" ลุงฮันกล่าวปฎิเสธทันที

"งั้น ....เด็กกับนกละคะ..."

"........."ลุงฮันนั่งนึ่งพร้อมกับสูบซิการ์ไปพลางๆ

"งั้นคุณหนูต้องการให้เป็นแบบไหนละ"

"ดาบค่ะ"หญิงสาวตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบและเย็นเช่นเคย

"ดาบงั้นรึ น่าสนใจดีนี่คุณหนู แล้วจะให้ตีแบบไหนล่ะ"

"แล้วแต่จะจัดให้ค่ะ แต่ขอดีและแกร่งที่สุด และเร็วที่สุดค่ะ"

"ตามนี้เลยรึ งั้นพรุ่งนี้มาที่นี่อีกที เดี๋ยวลุงจะมีรูปร่างดาบให้ดู"

"ค่ะ"

สิ้นสุดการเจรจา หญิงสาวลึกลับก็เดินออกจากร้านไปทันที ส่วนลุงฮันก็นั่งสูบซิการ์ไปตามปกติเช่นเดิม เหมือนไม่ีอะไรเกิดขึ้น

.......................................................................................

หลายวันต่อมา พวกเอเล่ก็เดินหาซื้อเสบียงและของกลับไปที่ยาน ส่วนการซ่อมยานและหุ่นก็คืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนหุ่นของลูคัสก็ได้รับการซ่อมแซมและเติมกระสุนเช่นเดียวกัน

"คุณหม่าฟานกับคุณลูคัสซินะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก"ลูน่าทำความรู้จักกับ2คน หลังจากที่เธอออกมาพักฟื้นข้างนอกได้แล้ว ถึงยังพอมีอากาศปวด ศรีษะะอยู่บ้าง

"เช่นกันค่ะคุณลูน่า"หม่าฟานยื่นมือไปจับมือลูน่าทันทีเพื่อแสดงความรู้จัก ส่วนลูคัสก็กล่าวทักทายด้วยเช่นเดียวกัน

แต่ยังไม่ทันที่จะปล่อยมือหม่าฟานก็บิดข้อมือของลูน่าทันที แต่ลูน่าก็บิดตัวตามแรงเหวี่ยงหมุนตัวขึ้นไปในอากาศ พร้อมทั้งสะบัดการจับมือจนหลุดออกมา แต่ยังไม่ทันที่ลูน่าจะทิ้งตัวลงกับพื้นหม่าฟานก็กระโดดจู่โจมกลางอากาศ โดยเตะไปยังลำตัวของลูน่า แต่ลูน่าก็ปัดการโจมตีออกไปด้านข้าง แล้วก็ลงบนพื้น แล้วก็พุ่งตัวไปหาหม่าฟาน ที่ดึดตัวจากกำแพงลงพื้นแล้วพุ่งมาหาลูน่าเช่นกัน พอทั้งคู่จะปะทะกัน ก็หยุดนึ่งทั้งคู่ โดยศอกของหม่าฟานหยุดอยู่ที่อกของลูน่า แล้วฝ่ามือของลูน่าก็หลุดอยู่ที่ท้องของหม่าฟานเช่นกัน

จากนั้นทั้งคู่ก็คำนับขอบคุณทันทีทำเอาพวกลูคัสอึ้งไปตามกัน

"พี่ครับ!ทำไมถึงทำแบบนั้นกับคุณลูน่าครับ "ลูคัสตกใจเมื่อเห็นหม่าฟานโจมตีลูน่าแบบนั้น

"ไม่เป้นไรค่ะคุณลูค้ส ยืดเส้นยืดสายดีเหมือนกันแบบนี้"ลูน่ายิ้มร่าเมื่อเธอเจอผู้ที่มีฝีมือเช่นเดียวกับเธอมาสู้ด้วย

"ใช่ไหมล่ะๆ"หม่าฟานทำหน้าดีใจเช่นเดียวกัน

"ลูน่าคงเป็นหลายๆวิชาเลยซินะ แต่หลักๆคงใช้วิชาไอคิโด้แลัวก็ไทเก็ก"

"ของพี่ก็คงเป็นวิชากังฟูแน่ๆเลย และก็น่าจะเป็นอีกหลายๆวิชาแบบจีนๆแน่"

ทั้งลูน่าและหม่าฟานก็มองออกถึงวิชาที่ทั้งคู่ร่ำเรียนมา แล้วก็คุยออกรสกันไปจนไม่สนใจคนรอบข้างอีกเลย

"....เอาจนได้ซินะลูน่าเจอคนที่คุยถุกคอขึ้นมาก็เป็นแบบนี้ทุกที"เอเล่บ่นอุบแต่ก็ดีใจที่ลูน่าไม่คิดเล็กคิดน้อย เรื่องที่ทั้งคู่เป็นทหารของบอล์นมาก่อน

"ว่าแต่คุณลูน่าเก่งขนาดสู้กับพี่ผมได้อย่างสูสีเลยเหรอนี่ ปกติคนที่โดนพี่บู้เนี่ยเจ็บหนักทุกราย"

"ลูน่าฝึกวิชาจนถึงขั้นล้มหมีด้วยมือเปล่าได้สบายๆเลยนะคะ"ซารีน่าอธิบายให้ลูคัสฟัง

"ล้มหมีด้วยมือเปล่า!!"ทั้งอุชิโอะและลูค้สตระโกนเป็นเสียงเดียวกันทันทีที่ได้ยินคำตอบ พร้อมนึกในใจว่าถ้าลูน่าโกรธจริงๆขึ้นมา จะเกิดอะไรตามมาที่หลังเนี่ย

แต่ยังไม่ทันที่ความสุขของทุกคนจะเริ่มต้นได้ไม่นาน ก็มีสัญญาณเตือนภัยดังทันที

"แย่แล้ว พวกบอล์นบุก"คนของจังค์กิลด์ตระโกนบอกให้คนในจังค์กิลด์เตรียมพร้อม

"บ้าจริง พวกบอล์นคงจะแกะลอยเราเจอแน่ๆเลย"

"สถานการณ์ตอนนี้เป้นยังไงบ้างซารีน่า"

"มีทหารบอล์นมีขับด้วยจาโบรน่า กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ค่ะ พร้อมด้วยอาวุธหนักทั้งนั้น"ซารีน่าอธิบายจากภาพมอนิเตอร์ที่มาจากโน๊ตบุ๊ดเธอ

"ทำยังไงดีอ่าาา"มาเรียเริ่มเป็นกังวล

"งั้นเดี๋ยวฉันจะไปช่วยเอง...อุ๊บ.."ลูน่าออกต้วแต่ก็ยังมีอากาศปวดหัวให้เห็นอยู่ จนเอเล่ห้ามปรามไว้

"งั้นแนจะไปเองค่ะ"อุชิโอะออกตัวทันที

"แต่ห่นของคุณอุชิโอะยังซ่อมไม่เสร็จดีเลยนะคะ"ซารีน่าบอกให้อุชิโอะทราบถึงเรื่องอาร์คสไตรค์ว่ายังไม่พร้อมรบ เพราะเหลือติดตั้งอาวุธเป็นขั้นตอนสุดท้าย

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมไปเองเพราะออร์เฟอุสของผมพร้อมรบมากที่สุดแล้ว"

"ระวังตัวด้วยล่ะลู.."

"ครับพี่" แล้วลูคัสก็วิ่งไปที่ออร์เฟอุสทันที คนของจังค์กิลด์ก็เริ่มนำออกไปยังช่องยิงหุ่นทันที

"ระวังตัวด้วยล่ะพ่อหนุ่ม พวกบอล์นมันกะมาถล่มที่นี่ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร"

"ครับ ผมจะปกป้องทุกคนที่นี่ให้ได้ครับ"ลูคัสรู้เหตุผลของพวกบอล์นที่มาบุกที่นี่ แต่เขาไม่ยอมให้เกิดโศกนาตรกรรมเช่นเดียวกับโคโลนี่นั่นอีกแล้ว

แล้วลูคัสก็ขึ้นขับหุ่นทันที จากนั้นหุ่นOrpheus ก็ถูกส่งไปยังท่อยิงพร้อมกับหุ่นป้องกันตนเองของจังค์กิลด์

"ฉันจะปกป้องทุกคนเอง"

"ลูคัส เจเนเซีย ออร์เฟอุส ออกตัวล่ะครับ!!"

แล้วออร์เฟอุสพร้อมกับหุ่นป้องกันตนเองของจังค์กิลด์ก็ออกตัวไปทันที

...................................รอปิดท้ายช่วงที่3ครับ......................................................
บันทึกการเข้า

LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 526


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2009, 04:36:56 PM »

Episode 4 Earth Routh -Rainbow Sky! (ต่อ)
หลังจากได้ยินสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ทุกคนในยานก็ได้รับคำสั่ง ให้เข้าเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่การรบ… แน่นอนว่าไพลอตทุกคนก็ต้องไปเตรียมพร้อมในหุ่นของตัวเอง

บนค็อกพิทของอาคาน่า ซาก้า

“ว่าแล้วว่า มันว่างเกินไป งานเข้าจนได้สิน่า!” รัตน์บ่นขึ้น ขณะที่เขากำลังเข้าไปนั่งในค็อกพิทของซาก้า

“รัตน์คุง คราวนี้ที่พวกเราจะสู้เป็นพื้นทะเล แบบนี้ฉันว่าท่าทางจะสู้ยากแล้วนะคะ” โรจิสติดต่อถึงรัตน์ผ่านมอนิเตอร์

“ก็คงต้องรอดูประมวลแผนการของMIก่อนล่ะครับ ผมคิดว่าอีกสักพักคุณไลล่าน่าจะแจ้งแผนการมาน่ะครับ ปิ๊บๆๆ!! ...นั่น!ไม่ทันขาดคำของรัตน์ ไลล่าก็แจ้งแผนการในการรบครั้งนี้ทันที....

“สนามรบครั้งนี้เป็นการรบบนท้องทะเล และศัตรูที่ปรากฏมาคือจาโปรน่า 16 เครื่อง แน่นอนว่าเป็นพวกบอล์นแน่นอน ภารกิจคือทำการทำลายจาโปรน่าทั้งหมด แผนการรบครั้งนี้ จะเริ่มจากฟาลินจังก่อนนะ

“ยะโฮ้วววว!! ค่า”ฟาลิน ตอบรับคำสั่งของไล่ล่า

“Longlance จะขึ้นประจำอยู่บนกราบยานด้านซ้าย คอยยิงสนับสนุนศัตรู ที่เข้าใกล้ เข้าใจใช่มั้ยจ๊ะฟาลินจัง"

“โย่!!! รับทราบเจ้าค่ะ”ฟาลินตอบรับแบบยิ้มแย้ม

ขณะเดียวกันกราบยานช่วงขวา จะเป็นหน้าที่ของ อาคาน่าโรมานซ์....เอ๊ะ! ทำไมมันเงียบๆ...โมโมะจัง ฟังอยู่รึเปล่าจ๊ะ.....เงียบ .....~~~ แต่ก็มีสัญญาณว่าอยู่ในโรมานซ์แล้วนี่นะ งั้นถือว่าฟังอยู่ละกันนะ อาคาน่าโรมานซ์จะทำหน้าที่สนับสนุนจากช่องปล่อยตัวด้านขวานะจ๊ะ โมโมะจัง.....
ก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับจากโมโมะ เช่นเดิม...

ต่อไปหน่วยที่จะทำหน้าที่เข้าต่อสู้ระยะประชิด ก็คือ อาคาน่าซาก้ากับอิกซิอ้อน “โดยอิกซิอ้อนออกตัวตามซาก้าเลยจ้ะ แล้วลูชิเฟอร์คุง ให้ใช้แท่นส่งตัวนะจะได้เข้าใกล้ได้มากที่สุดจ้ะ”

“รัตน์คุง ให้ซาก้าใช้งานสกีร์ไดร์ฟได้เลยนะ คุณเอ็ดเวิร์ดเตรียมพร้อมให้แล้วจ้ะ” โอเค/ครับ... ลูชิเฟอร์รับคำด้วยใบหน้ามุ่งมั่นพร้อมสู้เต็มที่
ขณะที่รัตน์รับคำแล้วก็มองไปที่โรมานซ์ พร้อมกับบ่นต่อว่า “ยัยนี่ขยันงอนเราซะจริง”
ซึ่งลูชิเฟอร์ก็ดันหูดีได้ยินที่รัตน์บ่นเลย ตอบสวนว่า “ถ้ากลับมานายก็ไปง้อเค้าบ้างสิ” แล้วก็ยิ้มให้รัตน์
รัตน์เลยตอบไปว่า “มันไม่ใช่หน้าที่ชั้น แล้วเดี๋ยวยัยนั่นก็หายงอนเองล่ะ”

“ส่วนคุณโรจิส ให้คุณคอยสนับสนุนอยู่บนยานเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันองกำลังซุ่มโจมตีค่ะ”

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” โรจิส ตอบรับ

“งั้นทุกครื่อง ออกปฎิบัติการได้”

“อาคาน่า ซาก้า รัตน์ พรหมอนันต์ไปล่ะครับ”อาคาน่าซาก้า เทคตัวออกพร้อมสกีไดร์ฟพุ่งลงน้ำ และพุ่งเข้าหาศัตรูทันที

“อิกซิอ้อน จะไปล่ะ” ลูชิเฟอร์ขึ้นแท่นส่ง แล้วออกตัวตามซาก้าไปทัน....
ทางด้านโมโมะในค็อกพิทของโรมานซ์  เธอยังคงทำหน้างอนตุ๊บป่อง ราวกับนางเอกที่พระเอกไม่สนใจ มองตามซาก้าที่ขี่สกีไดร์ฟออกไป แล้วก็บ่นคนเดียวว่า“รัตน์คุงใจร้ายที่สุด เห็นเค้าไม่คุยด้วยก็ไม่ยอมคุยด้วย ใจร้ายๆๆๆ!!...

หลังจากที่ทุกคนออกตัวไปแล้ว ไลล่าก็ใช้ความคิดเรื่องโมโมะ “เราไปทำอะไรรึเปล่าน้าเนี่ย ซึ่งเธอก็คิดไม่ออก ก็เลยเลิกคิด” แล้วไปนั่งวิเคราะห์สถานการณ์การรบต่อ.... (แน่ล่ะเธอไม่ได้ผิดอะไรเลย ผิดที่โมโมะเข้าใจผิดไปเองเลยไม่อยากคุยกับเธอนั่นแหละ.....ดูไร้สาระจริงๆ!!)

ทางด้านกองทัพจาโปรน่า ที่เห็น ซาก้า ของรัตน์ พุ่งเข้าหา ก็ใช้บีมไรเฟิลกระหน่ำยิงเข้าใส่ทันที ตูมๆๆๆๆ!!!! หากแต่กระสุนบีมนั้น รัตน์lk,ki5บังคับสกีไดร์ฟ หลบได้ทั้งหมด และเขาก็พุ่งเข้าถึงจาโปรน่าตัวแรกแล้ว รัตน์บังคับซาก้า กระโดดจากสกีไดร์ฟ  เข้าหากลุ่มของจาโปรน่าทันที โดยเข้าเหยียบจาโปรน่าตัวแรกเป็นฐานแล้วใช้บูสเตอร์พุ่งกระโดดขึ้นไปอีก
พร้อมกับชักอาคาน่าฟลาชิอ้อนออกมา ถือกระชับในมือ แล้วพุ่งเข้าฟาดจาโปรน่าที่อยู่ด้านบนทันที “ย้าก!!!!!!!!!” จนขาดเป็นสองเสี่ยง ตูม!!!!!
ขณะที่เห็นเพื่อนถูกทำลาย จาโปรน่าอีกตัวก็พุ่งเข้าหารัตน์พร้อมบีมเบลด

“ตายซะ!!!! ไอ้พวกเอลฮังค์!!!”นักบินของจาโปรน่าตัวที่พุ่งเข้าหารัตน์ตะโกนออกมา หากแต่ยังไม่ทันจะถึงตัวอาคาน่า ซาก้า 
มันก็ถูกอาคาน่า ซาก้า ของรัตน์ เอามือขวาวางทาบบนใบหน้าซะก่อน พร้อมกับเสียงตะโกนของรัตน์ “อาคาน่า ฟิงเกอร์!!!”  ฉับพลันจาโปรน่าเครื่องนี้ก็ระเบิดตามเพื่อนมันกลับบ้านเก่าไปด้วยกัน  พร้อมกันนั้นอาคาน่า ซาก้าก็ลงไปยืนบนสกีไดร์ฟอีกครั้ง
ตูม!!!!!!!! เพียงพริบตา รัตน์ก็จัดการไปแล้วสองเครื่อง.....

“ทำไม ลูชิเฟอร์ตามมาช้าจัง? ก็ออกตัวด้วยแท่นส่ง มาหลังจากเรานี่”รัตน์พูดขึ้น ขณะที่เขาจัดการศัตรูไปแล้วสอง แต่เขาก็ยังไม่เห็นลูชิเฟอร์ตามมาซะที แต่ก็แน่ล่ะไม่มีเวลาให้คิดมาก เพราะจาโปรน่าที่เหลืออีก14เครื่องนั้นได้แยกออกเป็นสามทีม แล้วบินผ่านเขาไปสองทีม และที่เหลืออีก3ตัวก็กำลังบินมาสู้กับเขาต่อแล้ว
ซู่มๆๆ!!!! จาโปรน่าที่เหลือ กำลังยงบีมไรเฟิล ใส่อาคาน่าของรัตน์ อย่างต่อเนื่อง

“ไม่มีเวลาให้พักเลยนะ ก็ได้” รัตน์บ่นเล็กน้อยก่อน บังคับซาก้า ที่ขี่สกีไดร์ฟ หลบหลีก พร้อมกับพุ่งเข้าหาทั้งสามตัวนั้นด้วย…….

ตัดมาทางลูชิเฟอร์

ซึ่งตอนนี้เขากำลังอยู่ใต้น้ำ แต่มันไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะลงมาเองหรอก….

“มันอะไรกันนะ ไอ้กำแพงน้ำที่โผล่ขึ้นมาขวางแล้วดึงเราลงใต้น้ำนี่” ลูชิเฟอร์ บ่นขึ้น ระหว่างที่บ่นอยู่นั้นเขาก็สังเกตูเห็น เงาร่างหนึ่งที่อยู่ใต้น้ำ ..สีดำ มีลักษณะเหมือนหุ่นรบ
ฉับพลันเงานั้นก็ยิงพลังคลื่นน้ำเข้าใส่อิกซิอ้อนทันที ซู่ม!!!!!!!!!!

“เล่นทีเผลอกันแบบนี้เลยนะ” ลูชิเฟอร์บ่นก่อนจะบังคับอิกชิอ้อนพุ่งหลบ 

“อ้อ!เป็น หุ่นรบรุ่นใหม่ของบอล์นสินะ งั้นก็คงไม่ต้องเกรงใจกันล่ะนะ เอานี่ไปกินซะ “Code eins Lighting Magnum" อิกซิอ้อนที่หลบการโจมตีได้ก็พุ่งเข้าโจมตีสวนกลับด้วยหมัดขวา พุ่งเข้าหาเงาลึกลับนั้นทันที
เปรี้ยง!!!!!!!!!
 แต่มันกลับไม่เป็นราวกับติดอะไรสักอย่าง….เงานั้นใช้มือมาบล็อคการโจมตีไว้ แต่แสงจากสายฟ้านั้นก็ทำให้มันเผยร่าง สีเขียวมรกตออกมา….ร่างสีเขียวนั้นมีส่วนสูงใกล้เคียงกับอิกซิอ้อน มีโซ่ล่ามไว้ตามแขนและมือ ราวกับจะปกปิดพลังบางอย่างไว้ ที่สำคัญลักษณะทั้งที่ส่วนหัวและมือของมัน มีลักษณะเหมือนกับมังกร ไม่มีผิด....

“เจ้านี่มัน ทำไมถึง เหมือนกับอิกซิอ้อนของเรา.”ลูชิเฟอร์ตกตะลึงกับรูปร่างของจอร์มันแกนด์มาก แต่เขารู้ว่ามันโจมตีเขาก่อน ดังนั้นมันเป็นศัตรูแน่ๆ เขาจึงโจมตีต่อทันที ด้วยหมัดซ้ายที่ยังมีสายฟ้าอาบอยู่....
เปรี้ยง!!!!!!!!!!
จอร์มันแกนด์ก็อาศัยจังหวะผลักมือขวาของอิกซิอ้อนที่ล็อกไว้ออก เพื่อสร้างแรงในการถอยหลังหลบหลีกหมัดซ้ายได้อีกครั้ง.....

“เก่งใช้ได้นี่นะ แต่แบบนี้แหละถึงน่าสนุก ได้เจอคู่มือที่น่าจะได้ฝึกฝนอีกทีล่ะ”ลูชิเฟอร์พูดขึ้น พร้อมรอยยิ้ม

“เฮ้ย! แกน่ะเป็นใครกันแน่ บอกชื่อมาหน่อยได้มั้ย ก่อนที่เราจะสู้กันต่อ” ลูชิเฟอร์ตะโกนถามนักบินของจอร์มันแกนด์ ระหว่างพักยกก่อนจะเริ่มยกต่อไป....

“…นั่นคืออิกซิอ้อนแห่งสายฟ้าสินะ”นักบินคนนั้นตอบกลับมาหาลูชิเฟอร์ด้วยเสียงเรียบๆ แต่ไม่ได้ตอบคำถามของลูชิเฟอร์

“หืม...ผู้หญิงงั้นเหรอ! งั้นก็ได้ จะตอบคำถามของเธอก่อน ชั้นชื่อลูชิเฟอร์ เฮลไครซ์ และนี่ก็คือ อิกซิอ้อนแหละแล้วเธอ....”
ยังไม่ทันขาดคำ จอร์มันแกนด์ก็พุ่งเข้าหาอิกซิอ้อนพร้อมกำปั้นที่อาบด้วยคลื่นน้ำควงสว่าน “ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกชื่อให้คนที่จะตายรู้”นักบินของจอร์มันแกนด์กล่าวขึ้น

“ฮึ! งั้นชั้นก็จะถามสาเหตุของการที่เธอมาโจมตีชั้นจากการเอาชนะเธอนี่แหละ” Code eins "Lighting Magnum" ลูชิเฟอร์พูดขึ้น พร้อมกับเตรียมกำปั้นอาบสายฟ้าไว้แล้วพุ่งเอากำปั้น นั้นไปกระแทกกับจอร์มันแกนด์
ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!! เกิดระเบิดดังสนั่นใต้น้ำทันที.....

ทางด้าน โมโมะ ฟาลิน และโรจิส

“จะส่องล่ะ~~น้า.... ย้า~วฮู่ว!!”ฟาลิน พร้อมกับส่องไรเฟิลสอยจาโปรน่าที่พุ่งเข้ามาทางกราบซ้าย ร่วงทันที3 ตัวติด....ตูม!!!!!!!!! “เฮดช็อต!!! ทริปเปิ้ล คิลล์ เจ้าค่า!!!” ฟาลินดูสบายใจกับการส่องยิงแบบนี้ซะจริง

“ฮู่ว เหลืออีกสองเท่านั้นนิ หว่าว!! เข้ามาเลยเจ้าค่า” ฟาลินพูดพร้อมกับแลบลิ้นออกมา .....ใช่แล้วทางนี้ยิงด้วยความสบายใจ.....
ส่วนทางโมโมะ....

“รัตน์คุง ใจร้ายที่สุดดดดด!!!!” เปรี้ยง!!! โมโมะตะโกนพลางบังคับอาคาน่า โรมานซ์ ยิงสตีมแคนน่อน ใส่จาโปรน่าที่พุ่งเข้ามาทั้ง 2ตัว ไม่มีตัวไหนหลบได้เลย .....พลังความรู้สึกของผู้หญิงช่างรุนแรงจริงๆ!!
ตูม!!!!!!!!!!.... แต่อีกก็ยังมี 2 ตัวที่หลบผ่าน เข้ามาโดยใช้ควันเป็นตัวกำบังเข้ามา แน่นอน หลบผ่านอาคาน่า โรมานซ์เข้ามาได้

“อ๊ะ!!! แย่แล้วสิคะ ....ฝากด้วยค่าคุณโรจิส”โมโมะที่เห็นว่าทั้งสองตัวหลุดไปได้ ติดต่อบอกโรจิส....
โรจิสที่หลับตาอยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสัญญาณของศัตรู ก็บังคับให้ไนท์พาราดิน ชักดาบพาราดิน ออกมาพร้อมพุ่งออกจากยานบลูกาแลคเซีย เข้าหาทั้งสองเครื่องนั้นทันที “พาราดิน สแลช!!!” สิ้นเสียงตะโกนนั้น ไนท์พาราดินก็บินฟันตัดจาโปรน่าทั้งสองเครื่อง ที่พุ่งเข้ามา ขาดสองท่อนทันที....
ตูม!!!!!!!!!!!!!!!

แล้วไนท์พาราดินก็กลับไปยืนบนยานบลูกาแลคเซียอีกครั้ง ราวกับผู้ปกป้องเลยทีเดียว...."เฮ้อ! อย่าใช้อารมณ์ในการต่อสู้มากไปนะ โมโมะจัง" โรจิส สอนโมโมะ
"ค่ะ คุณโรจิส" โมโมะรับคำด้วยใบหน้ายิ้มเจื่อนๆ
การระเบิดไปของจาโปรน่าทั้งสองเองก็ถือว่าเป็นการปิดฉากการรบตรงนี้ไปด้วย

ทางด้านรัตน์
“ตัวสุดท้ายแล้วสินะ ที่นี้ก็หมดซะที” ซาก้ากระโดดโดยใช้บูสเตอร์ พุ่งขึ้นฟ้า และใช้ฟลาชิอ้อนเสียบทะลุ ช่วงลำตัวของจาโปรน่าตัวสุดท้าย .......ตูม!!!!!!!!!!!!!

“หมดซะทีสินะ แล้วเจ้าลูชิเฟอร์ หายไปไหนของเขากันนะ ....ยังไงก็รายงานกัปตันก่อนละกัน เพราะเมื่อกี้เห็นบอกว่าที่หลุดไปถูกทำลายหมดแล้วด้วย......”รัตน์พูดขึ้นก่อน จะเริ่มติดต่อไปที่บลูกาแลคเซีย

“นี่รัตน์ พรหมอนันต์ครับ ทางนี้จัดการศัตรูเรียบร้อยครับ กำลังจะเดินทางกลับ แต่ทางนั้นระบุพิกัดของอิกซิอ้อนได้รึเปล่าครับ”รัตน์ รายงาน แล้วสอบถามเรื่องของลูชิเฟอร์ต่อทันที

“ทางนี้ ระบุพิกัดได้ว่าเขาอยู่ในส่วนที่ลึกลงไปน่ะ แต่ระบุแน่นอนไม่ได้ หมือนจะมีคลื่นรบกวนอยู่น่ะ แต่จะส่งพิกัดให้นะ” ไลล่ารับรายงานแล้วก็ตอบคำถามของรัตน์ไปด้วย ซึ่งดูสีหน้าก็รู้ว่าไลล่าเป็นห่วงลูชิเฟอร์ เธอคงไม่อยากให้มีใครเป็นอะไรไปนั่นแหละนะ

“รับทราบแล้วครับ งั้นผมจะมุ่งหน้าไปหาลูชิเฟอร์ที่จุดนั้นแล้วก็พาลูชิเฟอร์กลับละกันครับ งั้นแค่นี้ล่ะครับ” รัตน์ตัดการติดต่อ พร้อมกับบังคับซาก้า ขี่สกีไดร์ฟ ไปที่จุดที่ได้รับพิกัดมา

ทางด้านลูชิเฟอร์
หลังจากที่แลกกันไปหลายกระบวนท่าแล้ว เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เก่งจริง เขาทำอะไรไม่ได้เลย แต่เขาก็ยังสนุกอยู่ดี  ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในช่างดูเชิงกันอยู่ ก่อนที่ลูชิเฟอร์จะเป็นฝ่ายโจมตีก่อนอีกครั้ง....

“รับนี่ไป Code eins "Lighting Magnum"” ลูชิเฟอร์ตะโกนพร้อมกันกับใช้ทั้งหมัดและเท้าที่อาบด้วยสายฟ้า พร้อมกับพุ่งประเคนใส่จอร์มันแกนด์เต็มๆ เปรี้ยง!!!!!! ตูม!!!!!
ซึ่งจอร์มันแกนก็รับด้วย WATER IMPULSE  แลกกันอยู่ใต้น้ำ จนเกิดระเบิดไปทั่ว .....แต่ถ้าดูแล้วอิกซิอ้อนจะเสียเปรียบเรื่องความเร็ว ซึ่งตรงจุดนี้ลูชิเฟอร์เองก็ไม่ยี่หร่ะเลยสักนิด และเขาควรจะได้เปรียบด้านพลังในการโจมตีแต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น.... นั่นก็เพราะว่าสายฟ้าที่เขาปล่อยออกไปเหมือนจะถูกเกล็ดที่ผิวของเจ้านี่ลดทอนพลังลงไป....

“เธอนี่แข็งแกร่งดีนะ แฮ่กๆ! คราวนี้ชั้นคงต้องเอาจริงล่ะนะ ไม่คิดว่าจะได้เจอคนเก่งๆแบบนี้” ลูชิเฟอร์พูดขึ้น
แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากนักบินฝ่ายตรงข้ามเลย

“ไม่ตอบโต้เลยแฮะ งั้นคงต้องคุยด้วยหมัดล่ะนะ”ลูชิเฟอร์พูดขึ้นอีก

“เอานี่ไปกินซะ Code zweii "Paradise Lost" อิกซิอ้อนสร้างกรงไฟฟ้าใต้น้ำแล้วขว้างเข้าใส่ จอร์มันแกนด์ทันที
แต่จอร์มันแกนด์ก็ยิงกระสุนน้ำมาขวางเอาไว้ได้ซะอีก
ทำเอาลูชิเฟอร์เริ่มคิดว่าจะต้องใช้ท่าที่สูงกว่านี้ในการต่อสู้แล้ว “เอาล่ะนะ คราวนี้ชั้นจะใช้ท่าไม้ตายล่ะ ระวังให้ดี... ลูชิเฟอร์เริ่มรวบรวมพลังเพื่อจะใช้ท่า Final Code "Volt Install" ย่าห์!!!!!!!!!! ลูชิเฟอร์เตรียมพร้อมปล่อยไม้ตาย....แต่ระหว่างนั้นเอง......เขาก็ได้ยินเสียงของนักบินคนนั้น

“หมดเวลาแล้วสินะ”สิ้นประโยคนี้จอร์มันแกนด์ ก็แปลงร่างเป็นมังกรแล้วก็กำลังจะทำการเคลื่อนย้ายโดยการวาร์ป

“เฮ้!เดี๋ยวสิ มาโจมตีกันแบบนี้แล้วจะหนีไปเฉยๆนี่นะ อะไรกันหนีไปง่ายๆแบบนี้มันก็พวกขี้ขลาดน่ะสิ.... อย่างน้อยก็น่าจะบอกชื่อกันไว้หน่อยสิ” ลูชิเฟอร์ตะโกนว่านักบินคนนั้น ขณะที่เธอกำลังจะหนี

“นายน่าจะดีใจที่ยืดชีวิตออกไปได้นะ....อยากรู้จักชื่อชั้นสินะก็ได้ชื่อของชั้นคือ เซเรน ทีเกล จำเอาไว้ให้ดีล่ะ ชั้นคือคนที่จะทำลายอิกซิอ้อนของนายและฆ่านาย” หลังพูดจบ เซเรนก็จากไปพร้อมจอร์มันแกนด์

“ก็พูดได้นี่ แถมชื่อ เซเรน ก็เพราะดีซะด้วย  เอ้า!ดันลืมถามว่า ทำไมถึงมาโจมตีเราล่ะ เอ้อ!แต่ช่างเถอะ เราคิดว่าต้องได้เจอเธออีกแน่ๆ” ลูชิเฟอร์คิดเองเออเอง

“เอาล่ะ คงต้องขึ้นไปซะที ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเป็นไงบ้าง”ลูชิเฟอร์พูดขึ้นแล้วก็บังคับอิกซิอ้อน พุ่งขึ้นไปเหนือน้ำ
ขณะเดียวกันกับที่รัตน์มาถึงพอดี

“นายหายไปไหนมาน่ะ”รัตน์ถามทันทีเมื่อพบลูชิเฟอร์ โผล่ขึ้นมา

“ก็นะ ถูกหุ่นลึกลับโจมตีเข้าน่ะสิ  ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง....นี่จัดการเรียบร้อยไปแล้วรึ....”ลูชิเฟอร์ตอบคำถามแล้วก็ถามรัตน์ต่อ

“อืม จัดการเสร็จแล้ว เราก็ควรจะรีบ.....” ปี๊บๆๆๆๆ!!!! สัญญาณจากกัปตันไลล่านี่  มีอะไรกันนะ”รัตน์พูดขึ้นแล้วก็กดรับสัญาณนั้น

“ครับ กัปตันทางนี้เจอลูชิเฟอร์ ปลอดภัยดีครับ แล้วกำลังจะพากลับไปครับ.....”รัตน์รายงานก่อน

“ดีแล้วจ้ะ...รัตน์คุง แต่ว่าตอนนี้ เรดาห์ของเราจับสัญญาณประหลาดได้ โดยเราไม่สามารถระบุชนิดของมันได้น่ะ แล้วตอนนี้เหล่าสัญญาณที่เราจับได้มันกำลังเข้าใกล้มาแล้วด้วย ทุกคนระวังตัวด้วยนะจ๊ะ”ไลล่าส่งสัญญาณเตือน ด้วยความกระวนกระวาย เพราะเหตุการณ์นี้ทั้งเธอและMIไม่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก่อน เธอมีความรู้สึกว่ามันอันตรายมาก....

“ครับ/ค่ะ”ทุกคนรับคำ…… รัตน์ที่ได้เห็นสัญญาณเข้าใกล้มากแล้ว เขาจึงออกคำสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมอีกครั้ง........

“มาแล้ว!!!”รัตน์พูดขึ้น...พร้อมกับหาตำแหน่งของสัญญาณนั่น แต่ว่ามันกลับไม่มีอะไรโผล่ออกมาเลย...ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมาก “ไม่เห็นมีอะไรเลย ....มันเป็นไปได้ไง” รัตน์บ่นขึ้น
แต่คนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนใครก็คือโมโมะ เธอเห็นหลุมสีดำที่ค่อยๆเพิ่มขนาดขึ้นบนท้องฟ้า

“ทุกคนดูที่ท้องฟ้าสิคะ.... นั่นมันหลุมอะไรน่ะ”โมโมะแจ้งบอกทุกคนที่เธอเห็น
ทันทีที่ได้ เห็นทุกคนก็อดตะลึงไม่ได้กับหลุมสีดำนั่น และเจ้าหลุมนี้ก็ค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นจนทั่วบริเวณรอบๆบลูกาแลคเซียแองเจิ้ล ใช่แล้วเหมือนเป็นการปิดทางหนีเลยทีเดียว

“คราวนี้ก็คงมาจริงๆสินะ”รัตน์พูดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาพูดจบ .....
ก็มีหุ่นรบจำนวนมากปรากฏออกมาจากหลุมสีดำนั่นเต็มไปหมด  ที่สำคัญมันกลับเป็นหุ่นรบรูปร่างต่างจากจาโปรน่า และไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน สร้างความรู้สึกกดดันให้กับนักบินทุกคน รวมไปถึงลูกเรือของบลูกาแลคเซียด้วย

“บู่~~~ พวกนี้เป็นหุ่นพวกไหนกันนี่เจ้าคะ ไม่คุ้นเลย” ฟาลินพูดขึ้นด้วยใบหน้าตกใจ

“รุ่นใหม่ของบอล์นงั้นรึ.....ไม่สิไม่น่าใช่ รูปร่างต่างจากพวกจาโปรน่ามากและบอล์นไม่น่าจะสร้างของแบบนี้ได้มากและรวดเร็วขนาดนี้ รึว่าจะเป็นของดร.วอเรฟนั่น..ไม่สิถ้าใช่ก็ไม่น่าจะมาโจมตีพวกเรา รึว่าเจ้าพวกนี้เป็นศัตรูที่ดร.วอเรฟพูดถึง.....” รัตน์ พูดขึ้นพร้อมกับวิเคราะห์รูปร่างของหุ่นพวกนี้ และสถานการณ์ไปด้วย

“ฉันว่าสถานการณ์ตอนนี้ พวกเราคงลำบากหน่อยล่ะ ถูกปิดกั้นทางหนีจนหมดแบบนี้ คงมีแต่จะต้องสู้ค่ะ” โรจิสพูดพร้อมกับให้ไนท์พาราดินเตรียมต่อสู้

“ชิ มาล้อมกันแบบนี้ ตั้งใจจะต่อสู้ชัดๆถ้าจะเข้ามาล่ะก็ได้เลย” ลูชิเฟอร์เองก็เตรียมพร้อมแล้วเหมือนกัน

“นั่นสินะ ยกกำลังมาล้อมพวกเราแบบนี้คงไม่มาดีแน่ …ทุกเคริ่องเตรียมพร้อม!!” รัตน์หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว เขาก็สั่งให้ทุกเครื่องเตรียมพร้อม....แต่ว่ามีแต่โมโมะเท่านั้นที่ไม่ยอมเปิดมอนิเตอร์มาคุยกับเขา.

“นี่โมโมะ มันใช่เวลามางอนกันรึไงน่ะ”รัตน์คุยกับโมโมะผ่านมอนิเตอร์

“แบร่! โมโมะแลบลิ้นใส่แล้วก็ตัดมอนิเตอร์ที่เห็นหน้ารัตน์ทันที เป็นการแสดงว่าเธองอนจริงๆ คราวนี้!!!
ทำเอารัตน์ถึงกับต้องกุมขมับเลย “ตามใจ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด จะงอนจะอะไรก็เชิญเธอเถอะนะ แต่คราวนี้ระวังตัวด้วยล่ะ เจ้าพวกนี้คงไม่เหมือนพวกเมื่อกี้” รัตน์พูดออกไปโดยเขาลืมไปว่า เขาเปิดช่องสื่อสารให้ได้ยินกันทุกคน นั่นก็ทำให้ทุกคนรู้ว่ารัตน์เองก็เป็นห่วงโมโมะอยู่เหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่แสดงออกก็เท่านั้น...มั้ง? … “ซึ่งมันก็ทำให้โมโมะ อดยิ้มนิดๆไม่ได้..แต่เธอคิดว่าจะของอนต่อไปอีกสักหน่อย ท่าจะดี!!

“กัปตัน ขอคำสั่งด้วยครับ” รัตน์ติดต่อหาไลล่าเพื่อขอคำสั่งต่อไป ซึ่งทั้งไลล่าและMI ก็ตัดสินใจเช่นเดียวกันว่า มีแต่ต้องสู้เท่านั้น ขณะนั้นเฟอเดอริก้าเองก็ติดต่อมาหารัตน์ด้วย

“รัตน์คุง เท่าที่ได้ลองวิเคราะห์ดู เจ้าพวกนี้เคลื่อนที่ผ่านหลุมที่มีค่าพลังงานสูงมากได้ ซึ่งก็คือเจ้าหลุมสีดำที่ปิดไปนั่นแหละคิดว่าคงเป็นทางเชื่อมมิติอะไรซักอย่างซึ่งพวกนี้น่าจะอันตรายมาก ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าฝืนล่ะ

“ครับ แต่ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคุณเฟอเดอริก้าจะเป็นห่วงผมด้วย แถมยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้ด้วยซะอีก วันนี้มาแปลกจริงๆวันนี้ต้องมีดาวตก รึไม่ก็… รึไม่ก็....” รัตน์สวนกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ออกแนวกวนซะมากกว่า

“พอๆ! เด็กบ้านี่! ”เฟอเดอริก้าตัดการติดต่อไป... แต่หลังจากติดต่อเสร็จเธอก็ลุกขึ้นไปยืนแล้วมองดูพวกรัตน์ที่เตรียมต่อสู้ผ่านช่องหน้าต่างของยาน “วันนี้คงหนักหน่อยล่ะนะ” เธอพูดขึ้น พร้อมกับหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ...แล้วก็พ่นควันออกมา

-------------------------------------------------------มีต่อนะครับ-----------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 23, 2009, 02:35:34 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
Replikia
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 526



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2009, 06:19:01 PM »

Space Route Episode 3: Gold Savior (ต่อช่วงที่3)

“พ่อหนุ่ม ระวังยิงพวกเดียวกันล่ะ ถึงทางนี้จะมีพวกหุ่นแบบที่บอล์นใช้แต่ก็แปะตราจังค์กิลด์ไว้แล้ว ดูดีๆละกัน” เสียงติดต่อดังมาจากจาโปรน่าเครื่องหนึ่ง ลูคัสสังเกตเห็นสีที่ต่างออกไปจากของบอล์นและตราสัญลักณ์จังค์กิลด์บนไหล่ซ้ายของหุ่นเครื่องนั้น

“รับทราบครับ” ลูคัสตอบกลับก่อนที่จะปรับระบบให้ปืนยาวของออร์เฟอุสกลายเป็นรูปแบบไรเฟิลจู่โจม

(ออร์เฟอุสในตอนนี้มีอาวุธน้อยกว่าปกติอยู่มาก... ส่วนเกราะนอกก็ยังทำใหม่ไม่เสร็จ ถ้าสองคนนั่นตามมาอีกล่ะก็มีหวัง...) ห้วงความคิดของลูคัสยังไม่ทันจบลงกลับถูกขัดด้วยการติดต่อจากฮาเซล

“พี่ลูคัส~ ถึงตอนนี้พวกมาเรียจะออกยานไม่ได้ แต่จะคอยช่วยให้กำลังใจทางนี้แทนน๊าาาา” เสียงของมาเรียดังขึ้นมาในห้องบังคับของออร์เฟอุสตามด้วยเสียงของคนอื่นๆ ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจับคันบังคับแน่น

“ขอบคุณนะครับ” ลูคัสตอบกลับไป (จริงสินะ... เราจะให้ใครต้องตายอีกไม่ได้....)

ทันทีที่พูดจบ ลูคัสพลันเร่งเครื่องออร์เฟอุสออกไปที่แนวหน้าทันที เสียงจากการปะทะดังขึ้นมาเป็นระยะ หุ่นของบอล์นที่ขนกันมาเป็นจำนวนมาก และหุ่นของจังค์กิลด์ที่ออกมาตั้งรับอย่างสุดกำลัง ดูแล้วทางจังค์กิลด์ออกจะได้เปรียบอยู่ ทั้งเรื่องสมรภูมิและฝีมือการรบ อีกทั้งหุ่นที่มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นโล๊ะสต็อกอย่างฟอจาน่า รุ่นใช้งานปัจจุบันของบอล์นอย่างจาโปรน่าและเคลจาโปร อาคาน่ารุ่นผลิตจำนวนมากของเอลฮังค์ ยังไม่รวมถึงเครื่องพิเศษที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และเครื่องที่เกิดจากการประกอบชิ้นส่วนหลายๆแบบเข้าด้วยกัน

(สมกับเป็นตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดจริงๆ... นี่ถ้าเรายังอยู่กับบอล์นซักวันคงไม่พ้นต้องมาทำลายที่นี่สินะ) ลูคัสยิ้มฝืนๆ พร้อมกับที่มีจาโปรน่าพุ่งเข้ามาทางด้านข้าง มือของออร์เฟอุสจับปืนยาวหันไปยิงเข้าที่ห้องบังคับของผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นจนระเบิดออกมาก่อนที่จะทันทำอะไรได้ (สงสัยต้องให้ลูน่าดับพี่ฟานช่วยสอนการต่อสู้ระยะประชิดซะแล้วละมั้ง.... ขนาดทหารกระจอกยังรู้เลยว่าต้องเข้าประชิดเราน่ะ....)

ตูม!!

เสียงระเบิดดังขึ้นมาข้างๆออร์เฟอุส ลูคัสพลันไปเห็นซากชิ้นส่วนลอยอยู่บริเวณนั้น พลางหันไปพบต้นเหตุคืออาคาน่าเครื่องหนึ่งที่ทาสีส้มและแปะตราจังค์กิลด์เอาไว้เล็งปืนมาทางนี้

“นายตรงนั้นน่ะ จะวอกแวกอยู่ตรงนั้นไปถึงไหน ช่องว่างเต็มเลยนะ!” นักบินของอาคาน่าเครื่องนั้นติดต่อเข้ามาด้วยเสียงแสดงความไม่พอใจ “นายเคยอยู่กับบอล์นสินะ ถ้าลังเลจะสู้กับพวกตัวเองก็ไสหัวไปตายซะ!”

“ขะ ขอโทษครับ.. แล้วก็ขอบคุณเรื่องเมื่อกี๊ด้วยเลยละกัน” ลูคัสตอบกลับไปก่อนก้มหน้าคิด (ใช่... จะมัวมาคิดนู่นนี่ไม่ได้.... พวกบอล์นน่ะ... ฉันจะจัดการให้เรียบเลย....)

สิ้นห้วงคำนึง ลูคัสบังคับออร์เฟอุสออกไป ร่างสีดำเทาพุ่งเข้ากลางกลุ่มศัตรูก่อนจะใช้ปืนยาวทั้งสองกระบอกลั่นไกใส่ ลำแสงสีเหลืองออกมาจากปากกระบอกปืนอย่างต่อเนื่อง เหล่าศัตรูที่จะเข้ามาต่างทยอยระเบิดกันตามพรรคพวกตัวเองไป

“ตู้เย็นทมิฬ.... มังกรหาวงั้นเรอะ!!” เสียงทหารนายหนึ่งของบอล์นดังขึ้นมาก่อนจะยิงเข้าใส่ออร์เฟอุสที่เป็นเป้าหมาย ลูคัสบังคับให้ออร์เฟอุสฉากหลบออกมาด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะพับเรลกันที่เอวขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วยิงใส่เป้าหมายอย่างจัง

“ตอนนี้ไม่สวมเกราะอยู่ยังเรียกว่าตู้เย็นอีกนะ แล้วก็มังกรหาวนั่นมันอะไร” ลูคัสบ่นอุบอิบก่อนที่ออร์เฟอุสจะพับเรลกันลงมาแล้วพุ่งเข้าไปทางทิศที่เป็นแนวหลังของบอล์น (ต้องทำลายเรือธงให้เร็วที่สุด... ไม่งั้นถึงจะได้เปรียบแต่ระยะยาวนี่ไม่ง่ายแน่ๆ ยิ่งถ้ามันเอานิวเคลียร์มาอีกล่ะก็... ฉันจะฆ่ามันให้หมด)

“ใครคิดว่าตัวเองเอาตัวรอดจากการบุกแนวหลังของบอล์นได้ตามมาเลยครับ!!!” ลูคัสเปิดระบบเชื่อมกับสมาชิกจังค์กิลด์ทั้งหมดแล้วป่าวประกาศ ก่อนที่จะมีการติดต่อกลับเข้ามาหลายสาย

“อย่ามาดูถูกพวกเรานะเว้ย”

“คิดว่าแค่เครื่องดีแล้วจะเก่งกว่าพวกเรารึไงห้ะ”

“ได้เซ่!!! กล้าท้าข้าก็กล้าลุยว่ะ”

“ใครจะยอมน้อยหน้าคนนอกล่ะ แสดงพลังของจังค์กิลด์ให้พวกมันเห็นไปเลย!!!”

“อย่างนายไม่มีสิทธิ์มาสั่งหรอก พวกเรานั่นล่ะที่จะบุก แล้วนายตามมาดีๆล่ะ ส่วนที่เหลืออยู่ช่วยปกป้องตัวเมืองด้วย”

ทั้งหมดจบลงพร้อมกับบรรดาหุ่นของจังค์กิลด์จำนวนหนึ่งที่พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับออร์เฟอุส ส่วนลูคัสนั้นนั่งส่ายหน้าอย่างปลงตกก่อนถอนหายใจ “มีแต่พวกบ้าระห่ำแฮะ คิดถูกแล้วที่ใช้วิธีนี้ ไม่งั้นสงสัยไม่มีใครตามมาแน่ๆ........... เป็นไปตามแผน..........”
_________________________________________________________

ในร้านเดิมที่เหล่าสมาชิกยานฮาเซล เซน่อน ไปนั่งทำธุระเมื่อหลายวันก่อน ณ บริเวณมุมหนึ่งของร้าน เด็กหนุ่มในชุดพ่อครัวและเด็กหญิงในชุดสาวเสิร์ฟกำลังซุบซิบอะไรบางอย่างกันอยู่

“นี่ริโค่... เย็นไว้ก่อนสิ หากเราออกไปตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างคิดดูนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าเราออกไปยุ่งกับเรื่องของโลกนี้มากเกินไป มันอาจจะเกิดเรื่องใหญ่ตามมาก็ได้นะ”

“แล้วยังไงล่ะคาริส นี่นายเห็นเรื่องนั้นสำคัญกว่าการช่วยเหลือผู้คนรึไง ฉันรู้ว่านายไม่ชอบสู้รบก็จริง แต่นายคิดจะอยู่เฉยๆแบบนี้รึไง” หญิงสาวตอบกลับก่อนพยายามลากตัวคาริสออกไปแต่ถูกรั้งเอาไว้
“ฉันน่ะนะ....” ไม่ทันที่คาริสจะพูดต่อกลับถูกแทรกขึ้นมาด้วยเสียงของเจ้าของร้าน

“นี่พวกเธอน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก กองกำลังป้องกันตัวเองของจังค์กิลด์น่ะเก่งนะ” ลุงฮันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ ดูท่าเขาจะไม่ได้ยินที่ทั้งคู่คุยกันแต่มองเห็นสีหน้ากังวลของคาริสเป็นแน่แท้

ตูม!!   เพล้ง!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นก่อนที่เสียงกระจกแตกจะตามมาพร้อมแรงกระแทก จาโปรน่าที่หลุดเข้ามาในตัวเมืองพึ่งปะทะกับหุ่นที่รูปร่างดูเหมือนการนำชิ้นส่วนของหุ่นหลายๆรุ่นมาประกอบรวมกัน หุ่นตัวนั้นถูกจาโปรน่ากระแทกจนล้มลง เศษกระจกปลิวว่อนไปทั่ว ลุงเจ้าของร้านวิ่งไปบังเศษกระจกให้ริโคริส ส่วนคาริสนั่นหลบเอาตัวรอดมาได้ เมื่อทั้งคู่หันกลับไปดูพบว่าลุงฮันถูกเศษกระจกขนาดใหญ่แทงอยู่บริเวณต้นแขนและแผ่นหลังจนเลือดไหลออกมา

“ดูเหมือนลุงจะพูดผิดสินะ... พะ.... พวกเธอรีบหนีไปซะ!!” ลุงฮันตระโกนบอกพวกเขาทั้งคู่ แต่ริโคริสกลับวิ่งเข้าไปหาร่างของเขาทันทีก่อนทำท่าจะคว้าอะไรบางอย่างขึ้นมา

“อย่านะริโค่!” คาริสตะโกนห้ามแต่ไร้ผล ไม้เท้าปรากฏในมือของริโค่ก่อนที่เธอจะพึมพำอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเศษกระจกพลันหลุดออกก่อนเกิดแสงนวล บาดแผลของเจ้าของร้านเริ่มสมานเข้าหากันทีละนิด

“นะ.. นี่เธอทำอะไร” ลุงฮันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความตกใจแต่ริโค่ได้แต่ยิ้มให้

“ขอร้องล่ะค่ะ อย่าบอกคนอื่นจะได้มั้ยคะ” ริโค่พูดพลางจ้องตาเจ้าของร้านโดยมีคาริสยืนอยู่ด้านหลัง ลุงฮันนิ่งนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยปากตกลง

“ขอบคุณมากค่ะ!!!” ริโคริสขอบคุณออกมาก่อนก้มตัวให้พลางตระโกนขึ้นมา “คาริส!!!! มีเหตุผลพอแล้วสินะ ไปกันได้แล้ว!!!!”

“อืม ไปกันเถอะ ริโค่” เด็กหนุ่มตอบกลับก่อนที่จะหันหลังให้เจ้าของร้านแล้วเดินออกไป

“พวกเธอจะไปไหนน่ะ” ลุงฮันตระโกนถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาและริโค่ก็เป็นคนเอ่ยตอบ

“ไปช่วยเหลือผู้คนค่ะ” เธอตอบกลับมาก่อนหันหลังเดินออกไปจากร้านด้วยท่าทีที่งดงาม... ดุจดั่งเจ้าหญิง
__________________________________________________________________

“นี่นายน่ะ จะฝืนเกินไปแล้วนะ ถอยกันก่อนเถอะ พวกมันมีเยอะเกินไป! เข้าใกล้เรือธงมันไม่ได้เลย” เสียงติดต่อดังเข้ามาในห้องบังคับของออร์เฟอุส ลูคัสในตอนนี้หอบจนมีฝ้าเกาะในหมวกนักบินและหยาดเหงื่อพราวใบหน้า ภายนอกถูกฝูงศัตรูรุมเร้าอยู่ ทั้งๆที่เห็นเรือธงนั่นอยู่ตรงหน้าแท้ๆ (ถือว่าโชคดีที่พวกมันไม่มีทีท่าจะใช้นิวเคลียร์ แล้วก็ไม่เจอสองคนนั้นด้วย ไม่งั้นเราตอนนี้...)

“ไม่ครับ! ผมจะถอยไม่ได้... จะถอยไม่ได้เด็ดขาด” ลูคัสตอบเสียงหนักแน่นแต่แฝงด้วยความอ่อนล้า ยังไงศึกครั้งนี้ก็ไม่สาหัสเท่าครั้งที่แล้วก็จริง แต่ด้วยความพร้อมที่ไม่เต็มร้อยทำให้ลำบากพอตัว พูดจบเขาบังคับออร์เฟอุสหันไปยิงศัตรูตกไปอีกเครื่อง “ขอโทษที่ลากพวกคุณมาเกี่ยวครับ ถ้าใครจะถอยก็เชิญ ตรงนี้ผมรับมือเอง”

“ลู ถอยออกมาก่อน ยังไงก็กลับมาตั้งหลักก่อนเถอะ” หม่าฟานตะโกนผ่านระบบสื่อสารมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงก่อนที่จะมีเสียงอื่นแทรกขึ้นมา

“คุณน่ะอย่าหัวรั้นมากสิ ศัตรูเยอะกว่าที่พวกเราคิดนะคะ” เอเล่ตวาดเสียงแข็งใส่ลูคัส

“อย่างเอเล่มีสิทธิ์ด่าคนอื่นว่าหัวรั้นด้วยหรือค๊าาาา”

“เงียบไปน่า มาเรีย!”

ลูคัสฟังกลับแอบยิ้มเล็กๆ.. ในที่สุดก็มีสินะ.. คนอื่นนอกจากพี่ที่แคร์เขาน่ะ แต่เจ้าตัวกลับไม่พูดคำนี้ออกมา แต่กลับพูดอีกอย่างแทน “ผมยังถอยไม่ได้.... ผมไม่ถอยกลับไปเด็ดขาด”

บรรดาสมาชิกที่เหลือต่างได้แต่เงียบไปเพราะเข้าใจดี โดยเฉพาะอุชิโอะที่ไปเห็นเรื่องคืนนั้น ก่อนที่จะมีคนเอ่ยทำลายความเงียบนั่นขึ้นมา

“เข้าใจล่ะ... แล้วแต่เธอจะตัดสินใจนะ ลู...” หม่าฟานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใย ถึงแม้จะไม่เห็นลูคัสร้องไห้ แต่เธอก็รู้ดีว่าน้องชายของเธอทำแบบนั้นอยู่แล้ว ทั้งคู่มองหน้ากันผ่านระบบสื่อสารนั่นก่อนที่จะปิดมันลงโดยไม่ได้นัดหมาย

“จะดีหรือคะคุณหม่าฟาน...” เอเล่ถามขึ้นมา ส่วนหม่าฟานก็ได้แต่พยักหน้าให้แทนคำตอบ
_______________________________________________________

“นั่นมันตัวอะไร!!” เสียงทหารบอล์นหลายนายดังขึ้นมา รวมถึงเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในยาน เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าจักรกลสีทองที่ออกมาช่วยเหลือจังค์กิลด์นั่นเป็นประเภทเดียวกันกับที่ถล่มฐานทัพบอล์นในเขตโลก ถึงแม้จะต่างไปหน่อย แต่ก็เป็นรูปแบบเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย “ทำลายมันให้ได้!!! เจ้ารุ่นใหม่ของเอลฮังค์นั่น”

“นี่น่ะหรือ รุ่นใหม่ของเอลฮังค์น่ะ... ทำไมถึงเข้ามาช่วยพวกเรานะ” นักบินของจังค์กิลด์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาพลางมองไปที่จอมอนิเตอร์ของตน ผู้ที่ช่วยเหลือตนจากการโจมตีของศัตรูเมื่อครู่ ร่างจักรกลสีทองอร่ามที่มีปีกขนาดใหญ่อยู่คู่หนึ่งและปืนที่ติดตั้งไว้บริเวณเอวสองกระบอก ร่างนั้นทองคำนั่นสะท้อนแสงเด่นเป็นสง่า

“คาริส ระบบคอร์ยังเสียหายอยู่ พลังจะไม่เท่าปกตินะ” เสียงริโค่ดังขึ้นมา โดยเธอนั้นนั่งอยู่ในห้องบังคับของหุ่นตัวนั้นกับคาริส

“อืม ถึงจะไม่เต็มร้อย แต่ถ้าคู่มือแค่พวกนี้ล่ะก็ ไม่ปัญหาสำหรับโกลด์ซาเวียหรอก” คาริสตอบกลับไปก่อนบังคับให้โกลด์ซาเวียจับปืนสองกระบอกที่เอวนั่นหันไปทางฝูงศัตรูตรงหน้าก่อนตระโกนก้อง “สติงเกอร์ สไนเปอร์!!!”

กระสุนลำแสงพุ่งออกไปสองเส้น จาโปรน่าเครื่องหนึ่งหักตัวหลบออกมาได้แต่ทว่ากระสุนนั่นกลับเลี้ยวตามเป้าหมายนั่นจนพินาศ เมื่อเครื่องหนึ่งถูกยิงเข้าไปแล้ว กระสุนนั่นกลับยังพุ่งไล่เลี้ยวใส่เป้าหมายอื่นๆต่อดุจนาคา จนกระทั่งมันสลายหายไป

“อะไรวะนั่น กระสุนเลี้ยวได้!” ทหารบอล์นเอ่ยอย่างตื่นตระหนกก่อนพยายามโจมตีรุกไล่เข้าใส่โกลด์ซาเวียแต่ไร้ผล ร่างสีทองนั่นหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย หากครั้งไหนหลุดรอดมาก็จะชนเข้ากับม่านพลังบางอย่าง ทำให้ตอนนี้ไม่มีศัตรูเครื่องใดจะสร้างความเสียหายให้โกลด์ซาเวียได้เลยไม่แต่น้อย ก่อนที่จะยิงสติงเกอร์สไนเปอร์เข้าใส่เป้าหมายที่เหลือ จนกระทั่งกองกำลังบอล์นส่วนที่อยู่บริเวณตัวเมืองจังค์กิลด์ทั้งหมดถูกทำลายจนสิ้น

“ขอบคุณมากครับที่มาช่วยพวกเรา แต่ช่วยกรุณา.. ช่วยพวกเราที่เหลือด้วยครับคุณเอลฮังค์ พวกที่เหลือกำลังโดนล้อมอยู่ข้างนอก... ช่วยพวกเขาด้วยเถอะครับ” เสียงติดต่อดังมาจากนักบินของจังค์กิลด์

“ได้ค่ะ เดี๋ยวทางนั้นพวกเราไปช่วยเอง ไม่ต้องห่วงค่ะ” ริโค่ตอบตกลงก่อนที่คาริสจะบังคับให้โกลด์ซาเวียแปลงร่างเป็นรูปแบบยานบินแล้วพุ่งออกไป

“ขนาดทางนี้ยังนึกว่าเราเป็นเอลฮังค์อะไรนั่น..... รู้สึกผิดต่อพวกเขาเหมือนกันนะที่ต้องโดนโจมตีเพราะเข้าใจผิดว่าเราเป็นพวกเอลฮังค์ด้วยน่ะ” คาริสพูดด้วยความกังวล เขารู้ข่าวเรื่องที่โคโลนี่ผู้ลี้ภัยของเอลฮังค์โดนโจมตีเพราะเข้าใจว่าเป็นโรงงานผลิตอาวุธอยู่แล้ว แถมเรื่องรุ่นใหม่ของเอลฮังค์ที่คนเข้าใจกันก็คือพวกแพนเซอร์แบบเขาเสียอีก...

“เรื่องนี้ก็จริงนะคาริส... แต่ถ้าจะให้ฉันปล่อยให้คนตายโดยไม่ช่วยเหลือนี่ทำไม่ได้หรอกนะ” ริโคริสตอบกลับด้วยเสียงที่แฝงความรู้สึกผิดเอาไว้ เพราะถือว่าพวกตนเป็นต้นเหตุทางอ้อมเช่นกัน แล้วยังแสดงตัวออกมาแบบนี้อีก

“ก็สมเป็นเธอแล้วนี่ ริโค่” คาริสตอบกลับไปเพื่อให้อีกฝ่ายหายรู้สึกผิดขึ้นบ้าง แต่กลับถูกริโค่ตัดบทเอาดื้อๆเมื่อเธอมองเห็นการรบตรงหน้าที่หนักกว่ารอบเมืองจังค์กิลด์อยู่มาก

“คาริส ฉันจะใช้แองเจิ้ลเครเดิล นายช่วยควบคุมโกลด์คนเดียวซักระยะนะ” ริโคริสเอ่ยปากบอกคาริสที่กำลังบังคับโกลด์ซาเวียให้แปลงร่างเป็นแบบเดิมก่อนเข้าปะทะกับบอล์นอีกครั้ง คาริสพยักหน้าตกลง ทันใดนั่นริโคริสกลับทำท่าสวดภาวนาอยู่ในห้องบังคับ

“ข้าแด่พระแม่แห่งสุริยันต์และพระแม่แห่งจันทรา โปรดประทานบทเพลงศักดิ์สิทธิ์เพื่อกล่อมเกลาจิตใจของเหล่าผู้กล้าที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ด้วยเถิด” สิ้นเสียงภาวนานี้ แสงสีทองอร่ามพลันสาดส่องไปทั่วทั้งสนามรบพร้อมความตกใจของทั้งบอล์นและจังค์กิลด์ แสงนั่นสว่างไปทั่วจนเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล

“นี่มัน...หายเหนื่อยงั้นหรือ”

“แสงนี่มันอะไรน่ะ”

“ความรู้สึกแบบนี้มัน เหมือนมีพลังเปี่ยมล้นขึ้นมา”

“...โลกนี้มีของแบบนี้ด้วยรึ... ชักอยากเจอวิศวกรของเอลฮังค์ซะแล้วแฮะ” ลูคัสพูดขึ้นก่อนได้ยินคำสั่งรุกเต็มกำลังดังมาจากหัวหน้ากองรบของจังค์กิลด์ ดูท่านอกจากเขาคนอื่นก็รู้สึกแบบเดียวกัน ความอ่อนล้าหายไปและถูกแทนที่ด้วยอะไรบางอย่าง กลับกันกับทหารของบอล์นที่เสียขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นเขาก็บังคับออร์เฟอุสพุ่งเข้าสู่สนามรบอีกครั้งหนึ่ง

“เอลฮังค์มาทำอะไรแถวนี้งั้นหรือครับ” ลูคัสติดต่อเข้าหาโกลด์ซาเวียทว่าใบหน้าที่เห็นกลับสร้างความตกใจให้กับชายหนุ่ม

“นี่คุณ....พ่อครัวที่ร้านนั่นเรอะ!” ลูคัสตะลึงไปชั่วครู่ก่อนหันไปยิงใส่ศัตรูที่พุ่งเข้ามาจากฟากหนึ่ง ส่วนอีกฟากนั้นเป็นโกลด์ซาเวียที่หันไปจัดการ พลันปรากฏศัตรูพุ่งเข้ามาเพิ่มอีกจากด้านหลังทั้งคู่ แต่ทว่าออร์คเกนที่มาด้านหลังออร์เฟอุสกลับถูกโกลด์ซาเวียยิง ส่วนจาโปรน่าที่เข้ามาด้านหลังโกลด์ซาเวียก็ถูกออร์เฟอุสยิงเช่นกัน

“แม่นเอาเรื่องนะครับ... เมื่อครู่ถ้าเล็งพลาดนี่ผมคงตายไปด้วยเลย” ลูคัสเอ่ยขึ้นด้วยความพอใจ

“ขอโทษครับ” คาริสตอบกลับไป ส่วนริโคริสยังคงอยู่ในท่าสวดภาวนาอยู่เช่นเดิม

ทั้งคู่เริ่มทำการโจมตีใส่ฝูงศัตรูรอบๆนั่นโดยมีเหล่าจังค์กิลด์คอยช่วยเหลือ เกิดลำแสงหลายเส้นออกมารอบบริเวณ ศัตรูที่คิดจะเข้าใกล้ทั้งคู่ต้องถูกยิงร่วงจนไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลยแม่แต่น้อย ก่อนที่ออร์เฟอุสจะหยุดยิงลงแล้วชักดาบลำแสงขึ้นมาแทน “ชิ... กระสุนหมดจนได้”

“งั้นที่เหลือผมจัดการเองละกันครับ” ไม่ทันที่ลูคัสจะทำอะไรต่อ คาริสบังคับให้โกลด์ซาเวียใช้สติงเกอร์สไนเปอร์ยิงเข้าใส่เป้าหมาย ก่อนจะยิงซ้ำอีกหลายครั้ง ลำแสงมากมายที่คดเลี้ยวตามเป้าหมายได้เลื้อยไปทั่วทั้งสนามรบท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งสองฝ่ายยกเว้นคาริสเอง กระสุนแสงนั่นเลี้ยวเข้าหาเป้าหมายดุจมิสไซล์นำวิถีชั้นเยี่ยม ไม่ว่าจะหลบอย่างไรก็ไม่พ้นจนกระทั่งเหลือศัตรูจำนวนหนึ่งกับยานแม่เท่านั้น

“ถะ...ถอยทัพ ถอยเดี๋ยวนี้!!!!” กัปตันยานนั่นตระโกนสั่งการดังลั่นก่อนที่เหล่าหุ่นของบอล์นทั้งหมดจะเริ่มร่นถอยกลับไป แต่ทว่า...

แครก แครก

เกิดเสียงเหมือนวัตถุร้าวขึ้นในอวกาศก่อนที่จะปรากฏรอยร้าวขึ้นบนความว่างเปล่าตรงหน้า รอบร้าวนั่นแยกออกด้วยสิ่งที่ดูเหมือนขาหน้าของอะไรซักอย่าง ก่อนที่มันจะออกมาจากรอยแยกนั้น สิ่งมีชิวิตหน้าตาคล้ายกิ้งก่าที่มีขนาดประมาณสามสิบเมตรจำนวนหนึ่งปีนออกมาจากรอยแตกนั้นก่อนที่รอยนั่นจะรวมเข้าด้วยกันแล้วเลือนหายไป ผู้คนทั้งหมดในสนามรบต่างจับจ้องกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าพวกตน ไม่ว่าด้วยความตกใจ ความสงสัย แต่กลับมีเพียงคนเดียวที่เอ่ยขึ้นมา

“ในที่สุดมาทางนี้จนได้สินะ....” ลูคัสกล่าวอย่างราบเรียบไร้อารมณ์เหมือนคนไม่มีสติ ดวงตาซ้ายสีฟ้าของเขากลับส่องแสงจางๆออกมา ทว่าไม่มีใครได้ยินสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่คนเดียว ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง

“ดาเรน....” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับตัวเองดังขึ้นในสถานที่ที่ไม่มีใครรับรู้ เธอมีผมสีดำยาว... และดวงตาขวาสีฟ้าที่กำลังส่องแสงอยู่หลังกรอบแว่น....แสงแบบเดียวกับลูคัส
___________________________________________________________________

“อะ...อ้าก!!!” เสียงโหยหวนของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายดังขึ้นมา กิ่งกายักษ์นั่นตะปบขาหน้าเข้าที่ร่างของเหยื่อจนระเบิดออก พวกมันโจมตีอย่างสะเปะสะปะ ไร้รูปแบบ และแน่นอน ไม่แยกแยะผู้ใด

“นี่มันตัวอะไรกันแน่!!!” คาริสตะโกนขึ้นมาพลางยิงปืนพลาสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ที่เอวเข้าใส่เหล่ากิ้งก่ายักษ์นั่นจนไม่ได้สนใจพวกบอล์นเลยแม้แต่น้อย “โลกทางนั้นไม่มีตัวพรรค์นี้นี่นา”

“เรื่องนั้นว่ากันทีหลังดีกว่าไหม ตอนนี้พวกเราต้องจัดการพวกมันให้หมดก่อนนะ” ริโคริสซึ่งตอนนี้เลิกสวดภาวนาแล้วกำลังช่วยคาริสบังคับโกลด์ซาเวียอีกแรงหนึ่ง ทำให้เครื่องมีความสามารถในการรบสูงกว่าเมื่อครั้งขับคนเดียวมากนัก

“ไอ้พวกนี้มันออกมาจากรอยแตกเมื่อกี๊ได้ไงครับ” ลูคัสบ่นขึ้นมาก่อนฟาดบีมเซเบอร์ลงบนร่างของกิ้งก่าที่รุกเข้าใส่เขา ทว่ามันกลับพลาดไปแถมยังโดนกระแทกกลับมาอีก ชายหนุ่มกัดฟันก่อนตวัดเข้าซ้ำอีกที ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่พลาดเป้า... หากสังเกตจะพบว่าตาซ้ายที่เรืองแสงเมื่อครู่กลับเป็นปกติ... การรบดำเนินต่อไปจนกระทั่ง

ตูม!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นกระทบหูเหล่าผู้ที่อยู่แถวนั้น ยานอวกาศของบอล์นโดนพวกสัตว์ประหลาดนี้โจมตีจนจมไปแล้ว ตอนนี้พวกมันที่ไม่โจมตีกันเองจึงเห็นพวกเขาเป็นเหยื่อรายถัดไป

“ยันมันไว้ อย่าปล่อยให้มันลงไปที่เมืองได้!!!” หัวหน้ากองกำลังปกป้องตนเองของจังค์กิลด์ตะโกนขึ้นมาจนได้ยินกันทั่วถึงก่อนบังคับอาคาน่าแมสโปรดักต์สีน้ำตาลพุ่งเข้าใส่ก่อนใช้สนับมือชกเข้าที่ร่างของเป้าหมายจนระเบิดออก ทันใดนั้นกระสุนปืนจากอาคาน่าเครื่องสีส้มก็ยิงเข้าที่ร่างของพวกมันอีกอีกตัวหนึ่งจนพรุน

“ระวังครับ!” คาริสร้องออกมาก่อนยิงปืนเข้าใส่กิ้งกายักษ์อีกตัวที่กำลังจะใช้ลิ้นตวัดร่างของเคลจาโปรรุ่นจังค์กิลด์ กระสุนของโกลด์ซาเวียมีพลังทำลายมากพอที่จะเจาะทะลวงพวกมันได้ในครั้งเดียว ก่อนที่กระสุนนั่นจะเริ่มเลี้ยวหาเป้าหมายต่อไป

“แกฆ่าเพื่อนฉัน!!!” นักบินนายหนึ่งตระโกนขึ้นมาก่อนบังคับหุ่นของตนให้จามขวานเข้าที่ร่างของศัตรู ทว่ากลับโดนหางของมันฟาดจนกระเด็นออกมาพร้อมกับบ่นอะไรบางอย่างเข้าใส่ สารคล้ายของเหลวนั่นกัดกร่อนผิวของหุ่นตัวนั้นอย่างแรงจนนักบินต้องดีดตัวฉุกเฉินออกมา ทว่ากลับถูกกิ้งก่านั้นกัดเอาถึงแก่ความตาย

“เกะกะน่า” ลูคัสตระโกนออกมาก่อนตวัดบีมเซเบอร์ตัดหางที่กำลังจะโจมตีตนออกจนขาดทว่ากลับพลาดท่าโดนขาของมันกระแทกเอาจนกระเด็นออกมา ก่อนที่จะบังคับให้แขนอีกข้างชกเข้าที่กิ้งก่านั่นพลางลั่นกระสุนจากปืนที่แขนใส่ ทว่าจำนวนศัตรูก็ยังคงมีมากอยู่ดี
 
“คาริส จัดการมันรวดเดียวเลยนะ” ริโคริสถามขึ้นมา เนื่องด้วยหากยิ่งสู้ติดพันเท่าไรก็ยิ่งเกิดการสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็มีความเสี่ยงคือหากมีกำลงเสริมของศัตรูมาอีกจะลำบากเอา

“gเสี่ยงไปหน่อยก็จริง... แต่ก็ได้... ช่วยทีนะ ริโค่” คาริสตอบกลับไปก่อนติดต่อคนอื่นๆ “ช่วยสู้ทิ้งระยะกับพวกมันหน่อยครับ ผมจะจัดการพวกมันเอง”

“ถึงจะเป็นรุ่นใหม่เอลฮังค์แต่กับสัตว์ประหลาดน่ะ...” นักบินผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นแต่ก็ไม่ทันมีเวลาพูดจบก็ต้องกลับไปรับมือศัตรูของตนต่อ

“เชื่อใจผมครับ” คาริสพูดจบก่อนที่รวบรวมสมาธิพร้อมกับโกลด์ซาเวียที่ส่องแสงออกมาก่อนตะโกนลั่น “สตริงเกอร์ ชู๊ต!!!”

กระสุนแสงจำนวนมากพุ่งออกมาจากปากกระบอกพลาสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ก่อนวิ่งคดเคี้ยวหลากหลายทิศทาง พวกมันพุ่งเข้าหาเหล่ากิ้งก่ายักษ์นั่นจนตายไปทีละตัวด้วยความรวดเร็ว คาริสยังคงระดมยิงออกมาเรื่อยๆเพื่อชดเชยกระสุนที่สลายไป เมื่อมองจากภายนอกแล้ว แสงนั่นดูดั่งภูติพรายที่บินเข้าหาศัตรูก่อนที่จะสังหารศัตรูซะ รวมกับแสงสีทองที่เปล่งออกมา ดูแล้วช่างเหมือนพระผู้ช่วยยิ่งนัก จนกระทั่งแสงสว่างทั้งหมดจางลง สิ่งที่เห็นคือซากศพกิ้งก่าจำนวนมาก ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนหันไปเห็นตัวที่เหลือใกล้ๆออร์เฟอุส

“คุณ ข้างหลัง!!” คาริสตะโกนเตือน ทันใดนั้นตาซ้ายของลูคัสพลันสว่างวาบ ออร์เฟอุสกระชากดาบคู่ออกมาแทงใส่มันก่อนตวัดจนตัวมันขาดเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว ศัตรูตัวสุดท้ายถูกกำจัดลงแล้ว รวมถึงแสงจากตาซ้ายที่ดับลง

“ลูน่ะ... อ่อนหัดเรื่องระยะประชิดตัวนี่นา...” หม่าฟานที่มองการสู้รบจากจอมอนิเตอร์เอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่สุดท้ายกลับไม่ใส่ใจ (คงพัฒนาแล้วมั้ง.... เห็นบ่นว่าจะซ้อมอยู่บ่อยๆ แต่แอบซ้อมจนได้ขนาดนี้เลยรึ...น้องเราเก่งนะเนี่ย)

เหล่าเครื่องที่ยังใช้การได้ต่างบินวนเวียนตรวจสอบดูว่ายังมีศัตรูหลงเหลืออยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นบอล์นหรือกิ้งก่านั่น แต่สุดท้ายก็ไม่พบอะไรนอกจากซากแห่งการสู้รบเท่านั้น จนกระทั่งหัวหน้ากิลด์สั่งให้ถอนกำลังกลับไป ส่วนลูคัสกลับวันทยหัตถ์ให้สมรภูมินั้น เพื่อทุกคนที่เสียชีวิตลง โดยทิ้งไว้แต่โกลด์ซาเวียเท่านั้น

“จากนี้จะเอายังไงต่อไปดีล่ะ ริโค่...” คาริสเอ่ยถามคู่หูของตนด้วยน้ำเสียงลังเล ถ้าบอล์นมันเอาไปคิดว่าต้นเหตุอาวุธใหม่ของเอลฮังค์คือจังค์กิลด์ละก็.. มันก็คงมาอีกแน่นอน

“กลับไปคุยกับคนอื่นก่อนละกันนะ คาริส... แล้วเราค่อยว่ากันใหม่ เรื่องที่ผ่านไปแล้วมันช่วยไม่ได้ อย่างน้อยตอนนี้เราก็ช่วยได้หลายคน จริงมั้ยล่ะ” ริโคริสตอบกลับพลางปลอบใจ “กลับไปก็ทำขนมเลี้ยงคนอื่นๆหน่อยละกันนะ”


...................................    Space Route Episode 3: Gold Savior  End .......................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2009, 07:24:27 PM โดย Replikia » บันทึกการเข้า
Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 121


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 01, 2009, 10:51:48 PM »

======================== Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
=========================       Episode 4  : Trigger Start-Up !!! ===========================


อุชิโอะไดอารี่  ( วันที่ 1 ก.ย. ปี2xxx )

" ในที่สุดก็ได้มีเวลาเขียนไดอารี่ซักที พอดีช่วงนี้มีแต่เรื่องยุ่ง ๆ จนไม่มีเวลาเขียนเลย...หลังจากเกิดเหตุการณ์โคโลนี่ถูกทำลาย , ต่อสู้กับพวกบอล์นที่จังค์กิลด์ และการปรากฏตัวของกิ้งก่าขนาดยักษ์    ยานฮาเซล เซน่อนก็ได้พรรคพวกที่เข้มแข็งเพิ่มขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นคุณลูคัสและคุณหม่าฟานพร้อมกับหุ่นรบติดอาวุธหนักที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลอย่างออร์เฟอุส  รวมถึงคาริสคุงและริโคริสจังที่มีหุ่นยนต์ยักษ์สีทองอย่างโกลด์ซาเวียร์มาร่วมเดินทางอีก  ซึ่งริโคริสจังบอกว่ายกโทษให้กับการกระทำของพวกบอล์นไม่ได้ อีกทั้งเธอเองก็อยากตามหาพรรคพวกของเธอด้วย ส่วนคาริสคุงก็ได้แต่ถอนหายใจและว่าตามริโคลิสจัง  ( ท่าทางคาริสคุงจะเป็นคนกลัวแฟนนะเนี่ย ? ฮิ ๆ ) ซึ่งเอเล่ซังก็อนุญาตให้ทั้งคู่ร่วมเดินทางมาด้วย เพราะภายภาคหน้าพวกเธออาจจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามอย่างไม่มีทางเลี่ยงแน่นอนเพราะฉะนั้นก็ควรมีพันธมิตรที่เข็มแข็งเพิ่มเอาไว้น่าจะดีกว่า  จะว่าไปโกลด์ซาเวียร์ก็มีรูปร่างคล้าย ๆ หุ่นยนต์สีน้ำเงินของผู้พันเคนตั๊กกี้ที่เคยช่วยเหลือเราเอาไว้ถึง 2 ครั้ง หรือว่าพวกเขาจะรู้จักกันนะ ?  พรรคพวกที่ริโคริสจังพูดถึงจะใช่ผู้พันเคนตั๊กกี้หรือเปล่า ?  งั้นพวกคาริสคุงก็เป็นคนของเอลฮังค์น่ะสิ ! แต่ว่าวิทยาการของเอลฮังค์ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะล้ำหน้าขนาดสร้างหุ่นที่มีพลังทำลายสูงและสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อีก ( สมเป็นซูเปอร์โรบอทจริง ๆ !!! )  หลังจากยานฮาเซล เซน่อน และหุ่นต่าง ๆ ทำการซ่อมแซมที่จังค์กิลด์เสร็จแล้ว ( คุณลูคัสอึ้งมากเพราะไม่คิดว่าชิ้นส่วนและพาร์ทเสริมทุกอย่างของออร์เฟอุสจะมีที่จังค์กิลด์หมดเลย สมกับที่เป็นตลาดมืดและแหล่งผลิตอาวุธรายใหญ่จริง ๆ ขนาดชิ้นส่วนของอาร์คสไตรค์เกอร์ที่เป็นหุ่นของคุณปู่ยังมีอะไหล่ซ่อมแซมครบ... )  ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่เห็นคุณเอเล่เปิดสมุดบัญชีของตัวเองแล้วหน้าซีด... ท่าทางการเดินทางของพวกเราคงจะพบกับความลำบากอีกมาก  แต่อย่างน้อยก็ขอเวลาพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าให้กับทุก ๆ คนบ้างเถอะค่ะพระเจ้า..  เอ๊ะ ! ค่ะเหรอ ? ต้องครับสิ ! ให้ตายเถอะเราเนี่ย... -*- "


บนยานฮาเซล เซน่อน

" ไอ๋หย๋าส์ !!?!??!  แพ้อีกแล้ว..... "  หม่าฟานโยนไพ่ในมือจนกระจัดกระจายไปทั่ว  หลังจากเล่นอีแก่กินน้ำแพ้คาริส 10 ตารวด  ขนาดอุชิโอะที่แอบนั่งเชียร์ให้หม่าฟานชนะซักครั้งยังเหนื่อยใจแทน ส่วนคาริสผู้ชนะหม่าฟานก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ  ท่าทางเขาจะเล่นพนันเก่งสินะเนี่ย...

" ทำไมเอาชนะคาริสคุงไม่ได้ซักทีน้อ.... " หม่าฟานนอนเอาคางเกยโต๊ะแบบเซ็ง ๆ  พลางเหล่มามองอุชิโอะ...  " นี่อุชิโอะจัง....ไม่คิดจะแก้แค้นให้เจ๊หน่อยเหรอ.... "

" มะ...ไม่ล่ะค่ะ  หนูเล่นไม่เป็นเลยนะคะ " อุชิโอะรีบปฏิเสธ  เนื่องจากเธอไม่สันทัดการเล่นเกมกระดานหรือเล่นไพ่ทุกชนิด 

" งือ........ คาริสคุง...ครั้งหน้าเจ๊ขอแก้มืออีกทีนะ "

" คะ...ครับ "

" พี่ล่ะก็....ชวนเด็กเล่นไพ่ตลอดแบบนี้มันไม่ดีนะครับ " ลูคัสกล่าวเสียงเรียบ  ซึ่งหม่าฟานเห็นดังนั้นก็แอบยิ้ม

" อะไรกันจ๊ะ...หรือว่าลูหึง ? " 

" หะ...หึงอะไรกันครับ !?!?! " 

" แหม ๆ  หึงก็ไม่ยอมบอกนะจ๊ะน้องรัก  งั้นคราวหน้าเราไปเล่นอะไรอย่างอื่นกัน 2 คนก็ได้นะจ๊ะ ฮิ ๆ "

" ผะ...ผมบอกแล้วว่าไม่ได้หึง !?!?!? " ลูคัสรีบบ่ายเบียงทันที  ทำเอาอุชิโอะและคาริสได้แต่ยิ้มอย่างเหนื่อยใจในความรักของสองพี่น้องคู่นี้


ณ ห้องพยาบาล

" ......... " ลูน่าทดลองขยับร่างกายดู เพื่อตรวจสอบว่ายังมีส่วนไหนบาดเจ็บบ้าง แต่ก็ไม่มีอาการระบมเลยแม้แต่น้อย

" กลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิมแล้วสินะ....งั้นขอดูสิว่า วันนี้ใส่กางเกงในสีอะไร  "  ฟิลเลเน่ยิ้มพลางพุ่งเข้าด้านหลังลูน่าเตรียมถกกระโปรง แต่คราวนี้ลูน่าไหวตัวทันกระโดดตีลังกาหลบออกมาได้

" อย่าดีกว่าฟิลเลเน่  สภาพชั้นตอนนี้ต่อให้ตีลังกาซัมเมอร์ซอลต์ 3 รอบกลางอากาศก็ยังไหวเลยนะ เพราะฉะนั้นเธอไม่มีทางจับชั้นได้หรอก "

" ชิ.... " ฟิลเลเน่เดาะลิ้นอย่างเสียดาย  แต่ใจจริงเธอก็ดีใจที่ลูน่าหายดีแล้ว

" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณริโคริสจังมากเลยนะจ๊ะ ที่ทำให้ร่างกายชั้นหายดีดังเดิม "  ลูน่ายิ้มให้กับริโคริสที่นั่งอยู่ข้างเตียง  เธอเองก็แทบไม่อยากเชื่อว่าเวทย์มนต์จะมีอยู่จริง ๆ ในตอนที่ริโคริสใช้เวทย์รักษาอาการบาดเจ็บให้เธอ

" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  ถ้าช่วยได้ชั้นก็ยินดีจะช่วย... " 

" จ๊ะ ! เอ้อ ! แล้วก็อาจจะพูดช้าไปหน่อย  แต่ก็ยินดีต้อนรับเข้ายานฮาเซล เซน่อนอีกทีนะ  เรามาพยายามด้วยกันนะจ๊ะ ! ริโคริสจัง "  ลูน่ายิ้มให้กับริโคริส

" ค่ะ ! ทางชั้นเองก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เรียกริโค่เฉย ๆ ก็ได้ค่ะ " ริโคริสยิ้มตอบ

" เอาล่ะ ! พอร่างกายหายดีแล้วก็ชักหิวขึ้นมาเลยแหะ  งั้นฟิลเลเน่ทำให้อาหารฉลองให้คนไข้ที่พึ่งฟื้นตัวให้หน่อยสิ ! "

" จ้า ๆ  ถึงเธอจะหายดีแล้วก็เถอะ ยังไงก็อย่าพึ่งทำอะไรมากละกันนะ  แม่คนตะกละ " ฟิลเลเน่ยิ้ม   

" ริโค่จังก็มาทานด้วยกันสิ ! "

" ค่า~~~ "


ตัดกลับมายังสะพานเดินเรือ


" อืม.......ทำไงดี.... " เอเล่ทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก  หลังจากที่มองเงินในบัญชีที่ร่อยหรอลงไปอย่างหนักเพราะค่าซ่อมยาน , ซ่อมหุ่น และค่าอื่น ๆ อีกจิปาถะ จะไปขอเงินพ่อก็กลัวจะโดนพ่อกักบริเวณ แต่เงินในบัญชีก็ใกล้หมดเพราะสมาชิกในยานก็เพิ่มขึ้นกว่าที่คิดในตอนแรก  ยังไม่รวมถึงเสบียงที่เริ่มร่อยหรอ สรุปง่าย ๆ ยานฮาเซล เซน่อนในขณะนี้ใกล้สภาวะถังแตกเต็มที

" อาอู  เอเล่เป็นอะไรง่า... " มาเรียถามด้วยความเป็นห่วง  เอเล่ที่เห็นมาเรียที่เป็น 1 ในคนที่สวาปามจัดก็คิดได้ว่า ยังไงก็ควรบอกเรื่องเงินที่กำลังร่อยหรอลงไปแต่เนิ่น ๆ ก่อนดีกว่าเพื่อที่จะได้ให้เธอไม่กินจุมากเกินไปนัก  แต่ทว่า....

" อะไรน๊า !!!!!!!!!!!!  เงินเราใกล้จะหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ !?!?!??!?!? "  จู่ ๆ มาเรียก็ตะโกนดังลั่น ทำให้คนอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินกันทั่ว  แม้ว่าเอเล่จะรีบปิดปากมาเรียแต่ก็ไม่ทันการซะแล้ว....

" จะ....จริงเหรอค่ะ !?!?! คุณเอเล่ !?!?! "  อุชิโอะกระวีกระวาดเข้ามาถามก่อนเลย

" มะ....ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ  อย่างน้อยเรื่องเสบียงเราก็ยังพอมี.... "  เอเล่พยายามอธิบายแต่ทว่า...

" เอเล่ !!!!!!!!!!!!!!!!  ของในตู้เย็นไม่มีแล้วน้า~~~~~ "  ลูน่าเดินพร้อมตะโกนออกมาอย่างหัวเสียเล็กน้อย

" โธ่........ "  เอเล่กุมขมับ  อุตส่าห์พยายามปิดไว้เพื่อไม่ให้คนในยานตื่นตระหนกแท้ ๆ แต่เพราะมาเรียคนเดียวเลย จริง ๆ ถ้าเอเล่ฉุกใจคิดซักหน่อย น่าจะรู้ว่ามาเรียน่าจะเป็น 1 ในคนที่ไม่สมควรบอกเรื่องนี้มากที่สุด

" คะ...คุณเอเล่คะ...ถ้าไม่รังเกียจก็ใช้นี่ก็ได้นะคะ... "  อุชิโอะยื่นการ์ดสีทองใบหนึ่งมาให้เอเล่

" อุชิโอะซัง....นี่มัน.... "  เอเล่ชะงักไปชั่วครู่  เพราะว่าโกลด์การ์ดของอุชิโอะนั้น เป็นบัตรเครดิตอิอ้อน ที่จะต้องฝากวงเงินไว้เกิน ร้อยล้านเท่านั้น ถึงจะทำบัตรนี้ได้  ซึ่งคนที่มีบัตรนี้ได้นั้นจะต้องเป็นคนที่รวยมาก ๆ อย่างแน่นอน

" ค่ะ ! โกลด์การ์ดของหนูเอง หนูอยากจะตอบแทนบุญคุณของคุณเอเล่บ้างน่ะค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าไม่รังเกียจก็เอาบัตรนี่ไปใช้ก่อนก็ได้ค่ะ "

" มะ.....ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ! เก็บบัตรนี่เอาไว้เถอะค่ะ อุชิโอะซัง !  ชั้นยังไม่ขัดสนจริง ๆ ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ "  เอเล่ยังคงถือทิฐิตามประสาลูกคุณหนูผู้สูงศักดิ์  แต่เอาจริง ๆ คือเธอยังหาทางออกไม่ได้เลย

" เอางี้ไหมจ๊ะเอเล่ ! "  หม่าฟานออกความเห็น   " ที่ดวงจันทร์น่ะ มีคาสิโนแห่งหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็เข้าไปเล่นได้ด้วย  ยังไงถ้าจะหาเงินเราก็น่าจะลองไปที่นั่นดูนะ "

" เอ๋ ??? คาสิโนเหรอคะ ? "  เอเล่แปลกใจเล็กน้อย    " แต่ว่า....ชั้นเล่นพนันไม่เก่งเท่าไหร่หรอกนะคะ "

" อ๋อ ไม่ต้องห่วงหรอกจ้า  ถ้าจะหาคนทำเงินให้เราเยอะ ๆ น่ะ มีอยู่ที่นี่แล้ว "  พูดจบหม่าฟานก็เอามือไปโอบไหล่คาริสทันที

" อะ...เอ๋ !?!??! ผมเหรอ ???? "  คาริสอึ้ง

" ใช่แล้วจ้า~~~~~ คาริสคุงเล่นไพ่เก่งทุกชนิด แถมดวงดีอย่างไม่น่าเชื่อ น่าจะใช้ดวงนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมรบหน่อยนะจ้า~~~ "

" ตะ...แต่...ผะ...ผม....ตกลงครับ... "  จริง ๆ คาริสอยากปฏิเสธแต่เห็นสายตาออดอ้อนของหม่าฟานและคนอื่น ๆ แล้วก็....ต้องเลยตามเลย

" ตกลงจ้า~~~ งั้นเอเล่ !!!! ไปดวงจันทร์กันเล้ย!!!! "  หม่าฟานท่าทางจะดีใจออกนอกหน้า  ส่วนเอเล่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางคิดว่าหากไปดวงจันทร์อาจจะได้ข่าวสารอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอลฮังค์ด้วย  ถือซะว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัว

" งั้นฮาเซล เซน่อน เปลี่ยนพิกัดมุ่งหน้าไปยังดวงจันทร์กันเลยค่ะ ! "  แล้วยานฮาเซลเซน่อนก็ทำการมุ่งหน้าไปยังดวงจันทร์ทันที
 


ณ คาสิโนบนดวงจันทร์


" ว้าว.....สุดยอดไปเลยนะคะเนี่ย.... "  อุชิโอะทึ่งเป็นอย่างมาก เมื่อได้ก้าวเท้าเข้ามายังสถานที่แห่งนี้  พรมสีแดงสดที่ถูกปูไปทั่วพื้น  ผู้คนระดับเศรษฐีจำนวนมากที่กำลังเล่นเกมส์การพนันกันอย่างเมามันไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า รูเล็ต ไฮโล กำถั่ว บิงโก  สล๊อตแมชชีนจำนวนหลายสิบเครื่องที่ถูกตั้งวางเรียงราย

" จริง ๆ ก็ไม่อยากพาเด็ก ๆ มาสถานที่แบบนี้เท่าไหร่หรอกนะ  แต่ตอนนี้มันก็ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ แล้วนี่สิ.... "  เอเล่ถอนหายใจจนนับครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ 

" เอาล่ะ ! งั้นชั้นกับฟิลเลเน่จะไปหาข่าวสารของเอลฮังค์นะ ถ้ายังไงคุณหม่าฟานก็ขอฝากคนอื่น ๆ ด้วยนะคะ "   แล้วเอเล่กับฟิลเลเน่ก็เดินออกจากคาสิโนไป

" เอาล่ะจ้า คาริสคุง  ได้เวลาแสดงฝีมือแล้วน้า~~~ "  ว่าแล้วหม่าฟานก็ทำการผลักคาริสไปร่วมโต๊ะที่มีคนกำลังจะเล่นโป๊กเกอร์ กันอยู่พอดี

" ตะ....แต่....ให้ผมเล่นคนเดียวเลยเหรอครับ !?!?!? "  คาริสเหงื่อตก

" ใช้แล้วจ้า ! ฝีมือแบบคาริสคุงน่ะ รับรองแป๊ปเดียวก็คว้าเงินมาได้เป็นจำนวนมากแน่นอนเลย  ส่วนเรื่องเงินเดิมพันในรอบแรกนี้ ฝากอุชิโอะจังหน่อยนะจ้า~~~ "

" คะ...ค่ะ !!! "  แล้วอุชิโอะก็ยื่นเงินที่พึ่งถอนมาจากโกลด์การ์ดของเธอให้คาริส

" คาริสคุงคนเดียวท่าจะแย่ งั้นผมเล่นด้วยละกัน "  แต่ทว่าลูคัสก็โดนหม่าฟานจับคอเสื้อเอาไว้ซะก่อน

" เล่นกับพี่เธอยังแพ้  แล้วลูจะไปช่วยอะไรคาริสคุงได้ล่ะจ๊ะ.... "  หม่าฟานยิ้ม

" อะ.....อึก.... "  ลูคัสเถียงไม่ออก

" หึ ๆ นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะได้พ่อหนุ่มน้อยน่ารักมาเล่นด้วย..." สตรีท่าทางมีอายุที่นั่งฝั่งตรงข้ามคาริสยิ้ม

" หึ ๆ เจ้าหนูยังเร็วไปที่จะเข้าบ่อนมั้ง ? "  ชายแก่ 2 คนพูดดูถูกคาริสเล็กน้อย

" แหะ ๆ ขอความกรุณาด้วยนะครับ ! "  คาริสโค้งให้ผู้เล่นในวงก่อนที่จะเริ่มทำการแจกไพ่  แล้วเวลาก็ผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แต่ละคนจะทำการเปิดไพ่

" สเตรทจ๊ะ ! "

" หึ ๆ  ฟลัช...... "

" อะ...เอ่อ...ผมได้  ฟูลเฮาส์ ครับ "  ทันทีที่คาริสวางไพ่  ผู้คนในวงก็แตกตื่น

" หุ ๆ สมเป็นคาริสคุงจริง ๆ  "  หม่าฟานยิ้มอย่างพอใจ

" หึ ๆ หนูน้อย ประมาทไม่ได้แล้วสินะเนี่ย.... งั้นคราวนี้คงต้องเพิ่มเดิมพันกันเยอะหน่อยล่ะนะจ๊ะ ! "  สตรีมีอายุที่นั่งตรงข้ามคาริสเหงื่อตกเล็กน้อย

" ขะ...ครับ ขอความกรุณาด้วยนะครับ ! "  คาริสยิ้มเจื่อน ๆ


เวลาผ่านไป 10 นาที

" ฟลัช ! "

" เสียใจย่ะ ! ชั้นได้ โฟร์การ์ด... "

" หึ  ๆ แต่ชั้นได้ สเตรทฟลัช !  หึ ๆ  เจ้าหนูวางไพ่สิ ! "  ชายสูงอายุยิ้มอย่างผู้มีชัย  แต่เมื่อคาริสวางไพ่ของตนลงนั้น  ทั้งวงก็หน้าถอดสีรวมทั้งเจ้ามือด้วย....

" ระ....รอยัล เสตรทฟลัชครับ.... "  เอาเป็นว่าทั้งวงรวมถึงเจ้ามือโดนคาริสกินติดต่อกันเป็นครั้งที่ 12......

" คะ....คาริสคุงยอดไปเลยค่ะ.... "  ลูน่าที่นั่งเป็นกำลังใจให้ยังอึ้งกับฝีมือในการเล่นโป๊กเกอร์ของคาริส

" แหะ ๆ ไม่หรอกครับ  พอดีผมแค่จับได้ไพ่ดีน่ะครับ.... "  คาริสยิ้มพลางเกาหัวตัวเองอย่างเขิน ๆ

" ดีมากจ้า เท่านี้เราก็เริ่มมีเงินทุนแล้ว  ได้เวลาไปเล่นเกมต่อไปกันเล้ย~~~~ "  หม่าฟานเริงร่าอย่างเห็นได้ชัด

" อะ...เอ๋ !?!?!?  จะเล่นอีกเหรอครับ !?!??! "

" ใช่แล้วจ้า   คาริสคุงกำลังมือขึ้น งั้นต่อไปก็......นั่นเลยจ้า~~~~ "  ว่าแล้วหม่าฟานก็ล๊อคคอคาริสลากพาไปเล่นเกมส์อื่น ๆ ทันที


สล๊อตแมชชีน

" อ๊ะ..... ดึงคันโยกแล้วได้ 7 เรียงกัน 3 ตัวนี่มันคืออะไรเหรอครับ ? "  คาริสงงหลังจากที่ดึงคันโยกสล๊อต

" แจ๊คพอตแตกไงจ๊า~~~~  หุ ๆ  สุดยอดไปเลยคาริสคุง~~~ "  ว่าแล้วหม่าฟานก็รีบเก็บเหรียญทองไปแลกชิพมาทันที

" พะ...พี่ครับ  ระงับอารมณ์หน่อยก็ดีนะครับ " ลูคัสได้แต่เหนื่อยใจ


รูเล็ต

" ชะ....ช่องสีดำ  ต่ำครับ !  "  แล้วลูกเหล็กก็ลงช่องสีดำต่ำอย่างที่คาลิสพูดจริง ๆ  แล้วเขาก็ได้ชิพเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก

" คาริสคุงนี่ดวงดีจริง ๆ นะคะ.... "  อุชิโอะนั่งอึ้งหลังจากที่เห็นลูกเหล็กลอยเข้าทุกช่องที่คาริสบอกมาราวกับว่าเขามีวาจาสิทธ์อย่างไรอย่างนั้น


แล้วคาริสก็ยังคงชนะเกมมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงกระดานไฮโล.....

" สะ...สูงครับ ! "  แล้วลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกก็ออกเลข  17  ออกมาทันที และเป็นแต้มที่สูงที่สุดอีกด้วย  สรุปคาริสกินอีกแล้ว

" เฮ้ย !!!! อะไรว้า~~~~~~~~~~ " เสียงตะโกนอย่างหัวเสียดังขึ้นกลางวง พบว่าคนที่ตะโกนเป็นเด็กชายอายุอานามน่าจะราว ๆ  13 ปี  ผมเกรียน ใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ เสื้อยืด หมวกแก๊ปเป๋ๆ สะพายเป้  ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนที่อยู่ในบ่อนคาสิโนแห่งนี้ได้เลย

" เฮ้ย ! แกน่ะ ! "  เด็กผมเกรียนคนนั้นชี้หน้าคาริสทันที   " โกงป่าววะ !  เล่นมา 10 กว่าตาทำไมแกได้กินอยู่คนเดียวเลยล่ะเนี่ย หา ? " 

" ผะ....ผมเปล่าโกงนะครับ "  คาริสเลิกลั่ก  แต่ดูท่าเด็กคนนั้นจะไม่ฟังเขาเลยซักนิด

" ม่ายเชื่อ !  แกต้องทำอะไรกับลูกเต๋าแหง ๆ เลย   ใช่ม๊า~~~  โด่  ไอ้ขี้โกง.... "  เด็กคนนั้นเดินเข้ามาหาคาริสแล้วพูดด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่องสุด ๆ   คนอื่น ๆ เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี เลยเริ่มเข้ามาห้าม

" นี่น้องคะ ! เรามาเล่นเกมส์กันเพื่อความบันเทิงนะคะ  ท่าจะให้ดียังไงก็อย่าทะเลาะกันเลยดีกว่านะคะ "  หม่าฟานออกมาห้าม แต่ก็โดนสวนไปเต็ม ๆ

" ผู้หญิงก้อนไขมันบวมไม่ต้องมาห้ามเลย  อีกอย่างเราไม่ได้ชื่อน้อง  ชื่อเทพวีต่างหาก.... "  เด็กคนนั้นหาเรื่องหม่าฟานต่อ  ส่วนหม่าฟานที่โดนด่าว่าผู้หญิงก้อนไขมันบวมก็เริ่มเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา

" ขอโทษนะครับน้อง  น้องหาเรื่องเขาแบบนี้มันก็ไม่ถูก อีกอย่างทางเราก็ไม่ได้เล่นโกงอะไรเลย "  ลูคัสรีบเข้ามาห้ามหม่าฟานไม่ให้กระโดดเตะก้านคอวีไปซะก่อน แล้วพยายามอธิบายด้วยเหตุผล แต่วีกลับหาได้ฟังเขาไม่

" โหย......ไอ้สี่ตาสุดแต๋วอย่างพี่น่ะ ถอยไปเลย  นี่เป็นเรื่องที่ต้องเคลียร์กันตัว ๆ ระหว่างลูกผู้ชาย  ว่าไง ไปหลังห้องน้ำกันป่าวหา "  ด่าลูคัสเสร็จวีก็ไปหาเรื่องคาริสต่อ

" สะ....สี่ตาสุดแต๋ว.....  "  ลูคัสทวนคำ...ขนาดคนใจเย็นอย่างเขายังเริ่มหมดความอดทน

" ผมเองก็ไม่อยากยุ่งกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแบบน้องมากหรอกนะครับ  แต่คำพูดของน้องนั่นผมคงปล่อยไปเฉย ๆ ไม่ได้หรอกนะ... "  ลูคัสใช้นิ้วกลางดันแว่นขึ้นขณะที่พูดกับวี

" โด่.....บอกแล้วว่าสี่ตาสุดแต๋วอย่างพี่น่ะเงียบไปเลย  ไม่ก็ให้ผมเคลียร์กับไอ้นี่ก่อน  แล้วรับรองพี่โดนผมต่อยปากแตกแน่ " 

" ดะ....เดี๋ยวก่อนสิครับ ! ผมไม่อยากมีเรื่องนะครับ ! "  คาริสพยายามถอยหนีขณะที่วีย่างสามขุมเข้ามาหาเขา

" ไม่ต้องเลย..... เตรียมเจ็บตัวเอาไว้เหอะ ไอ้หน้าสาว ! "  ว่าแล้ววีก็เงื้อหมัดเข้าใส่คาริสทันที

" หวา !?!?!?!? "  คาริสตกใจจนเผลอก้าวพลาดสะดุดขาตัวเองล้มซะก่อน  หมัดของวีก็เลยพุ่งผ่านเขาไปหาคนที่ยืนด้านหลังคาริสทันที

ผัวะ !!!!!!!!!!!!   เพล๊งงงง !!!!!!!!!!!  จึ๊กกก !!!

ลูคัส...จูบหมัดวีเต็ม ๆ จนแว่นแตกทันที ที่สำคัญเขาอยู่ในท่าที่กำลังใช้นิ้วกลางดันแว่นอยู่ด้วย   นิ้วกลางของลูคัสก็โดนแรงกระแทกของหมัดวี จิ้มเข้าเบ้าตาตัวเองเต็ม ๆ

" อ๊ากกกกก !!!!!!!   ตาโผ๊มมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!! " ลูคัสร้องโหยหวน ลงไปกลิ้งกับพื้นทันที

" โด่....อะไรเนี่ย !?!?!?  ผมบอกแล้วว่าพี่สี่ตาสุดแต๋วน่ะไว้ทีหลัง... "  วีบอกอย่างหัวเสีย แต่หลังจากนั้นเขาก็โดนหม่าฟานกระโดดถีบขาคู่จนกระเด็นไปชนวงไพ่ทันที

" ทำอะไรลูห่ะ ! เจ้าเด็กสเปรโต !!! "  หม่าฟานที่อารมณ์ขึ้นได้ที่หลังจากที่โดนวีด่าเข้าไปเมื่อกี้ เปิดฉากอัดวีทันที

" หนอย.....อัดทีเผลอแบบนี้ ป๊อดนี่หว่า เจ๊ก้อนไขมันบวม !!! "  แล้ววีก็ลุกขึ้นมาเตรียมจะกระโจนเข้าใส่หม่าฟาน  แต่วีก็โดนคนในวงไพ่ที่ตัวเองกระเด็นไปชนจับบ่าเอาไว้ซะก่อน

" ทำอะไรวะ ไอ้เด็กเวร !!! ตรูยิ่งเล่นเสีย ๆ อยู่นะเว้ย ! "

" โหย....ถอยไปเลยตาแก่ ! อย่าหาว่าเทพวีไม่เตือน !!! "

" เทพเรอะ ?... เทพพ่อเมิงเสะ !!! "  ผู้ชายในวงเหวี่ยงหมัดเข้าใส่วีทันที แต่เขาหลบได้ แล้วหมัดก็ลอยเข้ากรามคนเสิร์ฟแชมเปญที่บังเอิญเดินผ่านมาจนกระเด็น แก้วแชมเปญหกเลอะเทอะโต๊ะที่กำลังเล่นรูเล็ตทันที

"  เฮ้ย ! ไรวะ !  หาเรื่องเหรอ !!!! "  คนในโต๊ะรูเล็ตไม่พูดพล่ามทำเพลงยกไม้เท้าปาใส่โต๊ะไพ่ทันที แต่มันดันกระเด็นไปโดนหัวหม่าฟานที่กำลังของขึ้นได้ที่ทันที

" โอ๊ย !!!!!!  หนอย...พวกแก !!!!!!! "  หม่าฟานคำรามพลางกระโดดถีบใส่คนที่ปาไม้เท้าใส่เธอทันที  ท่าทางเธอจะเริ่มบ้าเลือดจนแยกแยะอะไรไม่ออกไปแล้ว...

" แย่ล่ะสิ ! เริ่มวุ่นวายกันใหญ่แล้ว "  ลูน่ากุมขมับแต่เธอก็โดนวีที่โดนโต๊ะอื่นต่อยกระเด็นมากระแทกเธอล้มทั้งยืนทันที  แถมวีเผลอจับหน้าอกเธอด้วย

" โอย.....ถอยไปพี่สาวหางม้านมแฟ่บ ! " แล้ววีก็ลุกขึ้นไปตีกับคนอื่นต่อ... ขณะที่ลูน่าที่ยังอึ้งไม่หายที่โดนจับหน้าอกแถมโดนด่าเข้าไปเต็ม ๆ อีก

" กรอด.....นี่เค้าเรียกโพนี่เทลย่ะ ไอ้เด็กงี่เง่า !!!!  อย่าหนีนะ !!!!  มาให้ชั้นละเลงเลือดหัวแกซะดี ๆ !!!! "  ลูน่าฟิวส์ขาดวิ่งไล่ตามไปอัดวีทันที  ซึ่งมาเรียก็เชียร์ลูน่าตามหลัง

" ลูน่าสู้เค้าน้า~~~~ "

" ไม่ใช่เวลามาเชียร์นะคะ มาเรียซัง ! ยังไงเราก็ต้องรีบห้าม....... "  อุชิโอะได้แต่อ้าปากค้าง  คาสิโนสุดหรูเมื่อครู่ตอนนี้ราวกับเวทีมวยราชดำเนินก็ไม่ปาน  เก้าอี้หนังอย่างดีตอนนี้ก็มีสภาพเละเทะไม่ต่างอะไรกับเก้าอี้ในกองขยะ  แถมถูกใช้ไม่ต่างจากอาวุธเลย  พวกเศรษฐีมาดผู้ดีที่เข้ามาเล่นเกมส์เมื่อซักครู่ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกนักเรียนช่างกลยกพวกตีกัน

" คิดว่าคงห้ามไม่ทันกันแล้วค่ะ อุชิโอะซัง.... คิดว่าทำยังไงเราจะไม่โดนลูกหลงดีกว่านะคะ.... "  ซารีน่าเข้ามาดึงตัวมาเรียให้หลบแก้วแชมเปญที่ปาข้ามหัวพวกเธอไป

" นะ....นั่นสินะคะ.... "  แต่พูดไม่ทันขาดคำ  อุชิโอะก็โดนลูคัสที่แว่นแตกแถมโดนใครต่อยเข้ามาก็ไม่รู้ชนเธอจนกระเด็นไปกระแทกตู้สล๊อตแมชชีนทันที

" อะ...โอย....คุณลูคัสเป็นอะไร.... "  อุชิโอะอ้าปากค้างเมื่อเห็นตู๊สล๊อตแมชชีนค่อย ๆ เอนลงมา....

" วะ......ว๊ายยยยยย !?!??!?!?!!?!?!  "

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!

" โอย.....เจ็บจังเลย "  อุชิโอะโดนตู้สล๊อตแมชชีนทับไปครึ่งตัวจนได้...


อีกฟากหนึ่ง

" เฮ้อ.....เจ้าวีก่อเรื่องอีกแล้วสิเนี่ย.... " ป้อง ชายหนุ่มผมรองทรงแสกข้างย้อมทอง ใส่สูทและแว่นสายตา  พึมพำอย่างเหนื่อยใจ  ที่คาสิโนเละขนาดนี้คงแทบไม่ต้องทายเลยว่าใครเป็นคนก่อเรื่อง

" ทะ....ทำยังไงดีล่ะคะ คุณป้อง.... "  หญิง สาวผมบ๊อบสีดำในชุดสาวออฟฟิศ พูดเสียงสั่น

" เอาน่า ยังไงซะ....เดี๋ยวก็ให้เจ้าวีมันรับผิดชอ...... แอ๊ฟฟฟฟฟ !?!??!?! "   ไม้คิวสำหรับแทงสนุ๊กเกอร์ที่ลอยมาจากไหนกระแทกเข้าที่หัวป้องเต็ม ๆ จนโน๊ตบุ๊คที่เขาถืออยู่กระเด็นหลุดมือไปบนพื้นทันที

" โอ๊ย.....นะ...โน๊ตบุ๊ค ๆ ๆ  "  เมื่อป้องหายตาลายเขารีบควานหาโน๊ตบุ๊คเป็นการใหญ่    " อะ...เจอแล้วโน๊ตบุ๊คชั้น... "  ป้องรีบคลานเข้าไปหาโน๊ตบุ๊คทันที แต่.....

" หนอย.....กินไอ้นี่ซะ เจ้าเด็กงี่เง่า !!!!! "  ลูน่าหยิบโน๊ตบุ๊คที่อยู่บนพื้นฟาดใส่หัววีเต็ม ๆ  จนเครื่องเละไม่มีชิ้นดี


" นะ....โน๊ตบุ๊คช้านนนนนนนนนนนนน !!!!!!!!!!!!!  ไฟล์ข้อมูลของช้านนนนนนนนนนนนนนนนนนน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "   ป้องร้องเสียงหลงแต่อนิจจาไม่มีใครสนใจเค้าเลย


ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงนกหวีดดังยาว จนทำให้ผู้คนที่กำลังต่อยตีกันหันไปดูเป็นทางเดียว

" เฮ้ย !!!!!  พ่อเมิงมา !!!!  เผ่นโว๊ยยยย !!!!!!!!!!!! "  แล้วผู้คนในคาสิโนก็พากันหนีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอยภัยกันอย่างจ้าละหวั่นราวฝูงมดแตกรัง โดยมิได้นัดหมายทันที

" อะ.....เอ๋ !?!?!? ตะ....ตำรวจมาเหรอค่ะ !?!?!? "  อุชิโอะเองก็ตกใจจนเผลอลืมตัวแบกตู้สล๊อตแมชชีนวิ่งขึ้นหลังไปด้วย

" มะ.....ไม่ได้การแล้ว !!!   คุณคาริส  คุณริโคริส  คุณลูคัส คุณหม่าฟาน  เดี๋ยวเราแยกย้ายกันหนีก่อนนะคะ !!! แล้วค่อยไปเจอกันทียานนะคะ "  ว่าแล้วซารีน่าก็รีบจูงมือลูน่ากับมาเรียพาหนีออกนอกคาสิโนทันที  โดยมีอุชิโอะวิ่งแบกตู๊สล๊อตแมชชีนวิ่งตามหลังไปด้วย (?)  โดยระหว่างทางลูน่าโวยวายตลอดเพราะยังอัดวีไม่หายแค้น

" ทราบแล้วครับคุณซารีน่า !  ไปกันเถอะริโค่ !! "  แล้วคาริสก็จูงมือริโค่หนีไปทันที

" ระ....เราเองก็รีบหนีกันเถอะครับพี่ ! "  ลูคัสเอามือซ้ายกุมเบ้าตาของตัวเอง และมือขวาล๊อคตัวหม่าฟานพาหนีไปด้วยกันทันที

" ปล่อยพี่นะ ลู !!! ไอ้เด็กสเปรโตนั่นมันหายไปไหนแล้ว !!!!  ฮึ่มมมม !!!!!!!! "  หม่าฟานโวยวายเสียงดังแต่สุดท้ายเธอก็โดนลูคัสลากไปจนได้.....

----------------------------------------------------------------
รอต่อช่วง 2 นะคร้าบ
----------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2009, 09:38:36 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 526


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 02, 2009, 12:26:23 AM »

Episode 4 Earth Routh -Rainbow Sky! (ต่อ)

ขณะนั้นเองหุ่นที่ออกมาจากต่างมิติพวกนั้นก็เริ่มทำการโจมตี ใส่พวกรัตน์

“มาแล้วสินะ อาคาน่า ซาก้า พุ่งเข้าหาราล เซเบอร์ ที่ออกมาจากต่างมิติทันที ในขณะที่ พวกที่เหลืออย่างโมโมะเองก็พุ่งเข้าหากลุ่มราล เซเบอร์ด้วย
เคร้ง!!!!!!!!!! แซดๆ!!! ฟลาชิอ้อนของอาคาน่า ซาก้า ที่ฟันไปติดบีมเซเบอร์เบลดของราล เซเบอร์เครื่องนั้น ระหว่างนี้รัตน์ก็เริ่มวิเคราะห์สถานการณ์และศัตรูทั้งหมดทันที

"ศัตรูมีทั้งหมด 48เครื่องสินะ" รัตน์กล่าวขึ้นขณะที่วิเคราะห์ข้อมูลเรียบร้อย "งั้นแบบนี้ก็ต้อง....."รัตน์บังคับให้อาคาน่า ซาก้า ใช้ฟลาชิอ้อนดันราล เซเบอร์ เครื่องนั้นออกไป ซึ่งก็ดูเหมือนว่ากำลังขับของซาก้าจะเหนือกว่าเยอะเลยทีเดียว

"เสร็จ ชั้นล่ะ!"รัตน์พูดพลางให้ซาก้าพุ่งเข้าฟัน ราลเซเบอร์ที่เสียหลักเครื่องนั้น
ตูม!!!!!!!!!!!! ระเบิดหายไปทันที
"ไม่เท่าไหร่นี่ งั้นก็..."รัตน์มองระเบิดนั้นพร้อมกับใช้สกีไดร์ฟ พุ่งเข้าหาศัตรูตัวต่อไปทันที
...
"สตีมแคนน่อน ชู้ต!!! ไปเลยค่า"อาคาน่าโรมานซ์ของโมโมะ สาดลำแสงพาดผ่านท้องผ้า พร้อมกับกลืนราล เซเบอร์ไปอีกสองเครื่องทันที
ตูม!!!!!!!!!!!!

"อะไรก๊านนนนนนนนนนคะ!!! ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่คะ แบบนี้สบายเลยสิคะเนี่ย!" โมโมะพูดแบบพร้อมกับยิ้มแบบสบายๆ เพราะเธอว่าศัตรูที่มาใหม่นี่อ่อนกว่าจาโปรน่าของบอล์นซะอีก

"บา---บู่ว!!!! สไนป์ ยิงล่ะเจ้าค่ะ!!!" ฟาลินพูดพร้อมกับส่อง ราลเซเบอร์ ร่วงไปอีกสองเครื่อง
"เย้---วู้วๆๆ!!! เต็มหัวเลยเจ้าค่ะ___"ฟาลินยิ้มอย่างดี พร้อมเสียงตะโกนในแบบของเธอ

"Code eins "Lighting Magnum"”.... "ไฮเปอร์ บาสเตอร์" ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!
 ทั้งอิกชิอ้อน และไนท์พาราดินเองก็สามารถล้มราล เซเบอร์ที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
.
.
.
ไม่ห่างออกไปนักที่บริเวณท้องฟ้าใกล้ๆนั้น

"ผู้กองครับ ราลเซเบอร์ที่เป็นAIถูกเล่นงานจะหมดแล้วครับ" ผู้หมวดหนุ่มผมสั้น อายุราว17-18ปี ผมสีขาว รายงานชายผู้เป็นหัวหน้าของเขาผู้นั่งสงบนิ่งอยู่ในค็อกพิท ของราลเลริอ้อน คัสต้อมสีเหลืองทอง ซึ่งเขากำลังนั่งมองไปที่สนามรบอย่างสงบนิ่ง สายตาของเขานั้นมองกวาดไปถึงหุ่นรบทุกตัวในสนามรบ และมาหยุดอยู่ตรง อาคาน่าซาก้าสีแดงของรัตน์ ซึ่งกำลังยิง อาคาน่าบลาส ใส่ราลเซเบอร์ตัวสุดท้าย ที่พุ่งเข้าหาพวกเขา ซึ่งหลังจากเจ้าตัวนั้นระเบิดไป เขาก็ออกคำสั่งทันที

"ภายใต้นามของกองทัพเฟท ผู้ป็นศัตรูจะต้องพินาศ เชียร์ เร็กแนนซ์ ขอออกคำสั่ง จงบดขยี้พวกมันให้หมดแล้ว ยึดยานลำนั้นมาให้ได้ แผนการทั้งหมดได้ถูกส่งให้แล้วทหารทั้งหมดอ่านแผนการรบที่แจ้งนี้ให้เรียบร้อยแล้วเข้าโจมตีทันที!"เชียร์ ออกคำสังทันที

สิ้นคำสั่งนี้ กองทัพที่ใช้คนเป็นนักบินทั้งหมดก็พุ่งเข้าหาพวกรัตน์อีกระลอกทันที

"ผู้หมวดเครเมนต์ คุณก็เข้าไปด้วยเถอะ ผมเองก็จะไปด้วยเหมือนกัน คุณคงเข้าใจแล้วตามแผนแล้วนะ" เชียร์ออกคำสังอีกครั้งให้เครเมนต์
เมื่อได้ยินคำสั่งเครเมนต์เองก็บังคับราล เลริอ้อนของเขาเข้าไปด้วย....

กองทัพเฟท ที่เข้ามาระลอกสองนั้นได้แยกกันเป็นทีมเช่นดิมในการโจมตีเข้าใส่ รัตน์ ฟาลิน โรจิส โมโมะ และลูชิเฟอร์

ด้านรัตน์
"มาอีกระลอกเลยรึ แต่คราวนี้มันก็เหมือนเดิม ถึงรูปร่างจะต่างไปก็เถอะ"รัตน์พูดพลางให้ ซาก้าขี่สกีไดร์ฟพุ่งเข้าหา ศัตรูที่พุ่งเข้ามาอีกระลอก

"ย่าห์!!!!!!!!" เสียงตะโกนของรัตน์พร้อม อาคาน่าซาก้าที่โต้คลื่นขึ้นไปบนฟ้าพร้อมสกีไดร์ฟ แล้วกระชับฟลาชิอ้อนพุ่งเข้าหา ราลเรลิอ้อนที่พุ่งเข้าหาเขา....แต่มันกลับหยุดกลางคัน แล้ว พุ่งถอยหลัง เพื่อหลบดาบของซาก้า

"อะไรกัน"รัตน์อุทาน เมื่อเห็นมันถอยหลังหลบดาบได้ เป็นครั้งแรกที่ฟลาชิอ้อนจั่วลม....
ตูม!!!!!!!
เสียงสกีไดร์ฟของซาก้าถูกราลเลริอ้อนทำลายทิ้งไป
รัตน์ที่เห็นดังนั้นสบถออกมาว่า"ชิ!" ขณะที่เขายังไม่ทันตั้งตัว เครเมนต์ก็บังคับ ราลเลริอ้อนคัสต้อม เข้าโจมตีด้วยลูกถีบที่เข้าที่ท้องของอาคาน่า ซาก้าทันที...ทำเอาซาก้า เสียหลักตกลงสู่ทะเล
"หนอย!!!!"แต่รัตน์ยังไม่เสียท่าง่ายๆ เขายังคงบังคับให้อาคาน่าซาก้า ทรงตัวลงสู่ทะเลได้อยู่ แต่การขาดสกีไดร์ฟไปก็ทำให้รัตน์สู้ได้ยากขึ้น

"เฮ่อๆ!! ที่นี้จะทำไงต่อดีล่ะ" รัตน์เริ่มใช้ความคิด แต่ยังไม่ทันจะคิดออก ห่ากระสุนของหุ่นบนฟ้าที่กำลังเข้าสู้กับเขา4เครื่อง ก็สาดเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วเต็มทุกทิศทางไปหมด ทำเอารัตน์ได้แต่ต้องหลบหลีกและป้องกันอย่างเดียว "โธ่เว้ย!!!"รัตน์สบถออกมา ขณะที่กำลังพยายามหลบหลีกและใช้ฟลาชิอ้อนป้องกันทั้งบีมและกระสุนที่สาดลงมา....

เครเมนต์มองรัตน์ที่ได้แต่หนี แล้วก็พูดขึ้นว่า"เป็นไปตามแผนสินะครับ เจ้าตัวนี้หากเสียอุปกรณ์สนับสนุน ก็จะเสียระยะการต่อสู้ไปด้วย และหากต่อสู้โดยเว้นระยะห่าง เท่านี้เจ้านี่ก็คง..." เครเมนต์รู้แล้วว่ารัตน์คงไม่มีทางหลบไปไหนได้ เพราะทางที่รัตน์หลบหลีกนั้น มีเกทเปิดอยู่ แต่รัตน์ไม่ได้สังเกตเห็นมัน...
...และเมื่ออาคาน่า ซาก้าเข้าใกล้...
"เสร็จ ชั้นล่ะ!"เสียงของเชียร์ ดังขึ้น พร้อมกัน ราลเลริอ้อนสีเหลืองทอง ปรากฎออกมาข้างหลัง อาคาน่า ซาก้าที่ถอยมาถึงเกท พร้อมกันนั้นมันก็เงื้อกำปั้นที่อัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นขึ้น

"แย่ล่ะ!!!!" รัตน์ที่หันมาเห็นป้องกันตัวเองไม่ทัน...หมัดนั้นกระแทกเข้าบริเวณค็อกพิททันทีอย่างเต็มแรง
ตูม!!!!!!!!!! อ๊าก!!!!!!!!!!!! กึง!!
เพียงกำปั้นเดียวอาคาน่า ซาก้าของรัตน์ก็แน่นิ่งไปทันที พร้อมกับรัตน์ที่สลบไปทันทีเช่นกัน
ทุกคนที่ได้เห็นภาพนั้นตกตะลึงทันที

ลูชิเฟอร์"รัตน์!!!"

โรจิส"รัตน์!!!"

ฟาลิน"อ่า!!!!!!!! รัตน์คุงงงง"

ไลล่า"รัตน์คุง!!!!"

โมโมะ"กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!!! ร...ร..รัตน์คุง" โมโมะตกใจมาก เมื่อเห็นดังนั้น เธอจึงบังคับโรมานซ์พุ่งเข้าหาราลเลลิอ้อนคัสต้อมของเชียร์ทันที

"ชั้น.....ไม่ค่อยอยากสู้กับผู้หญิงเท่าไร ฝากจัดการด้วยนะ เครเมนต์" เชียร์ที่เห็นโมโมะพุ่งเข้าหาเขาออกคำสั่งกับเครเมนต์ทันที

"รับทราบครับผู้กอง" เครเมนต์รับคำสั่ง

"ไม่ยอมให้หนีหรอก คืนรัตน์คุงมานะ!!!!" โมโมะแสดงสีหน้าโกรธเชียร์เต็มที่ พร้อมกับล็อคสตรีมแคนน่อนไปที่เชียร์ทันทีในขณะที่บินเข้าใกล้ด้วยความเร็วสูง แต่เชียร์...

"อยากได้คืนงั้นเหรอ.....ก็เอาไปสิ" เชียร์ตอบด้วยสายหน้าเรียบเฉยและเย็นชา ก่อนจะเหวี่ยง อาคาน่า ซาก้าคืนให้กับโมโมะ แล้วเขาก็หายเข้าไปในเกทอีกครั้ง
ทำให้โมโมะต้องทิ้งสตีมแคนน่อน เพื่อรับอาคาน่า ซาก้า ซึ่งเธอก็สามารถรับเอาไว้ได้....

"รัตน์คุง ไม่เป็นไรนะคะ"โมโมะติดต่อไปหารัตน์ด้วยสีหน้าเป็นห่วงพร้อมน้ำตาอาบแก้มราวกับนางเอกที่เห็นพระเอกกำลังจะตาย แต่แน่นอนว่ารัตน์ยังคงสลบอยู่
แต่เพราะโมโมะทิ้งสตีมแคนน่อนไป และด้วยความเป็นห่วงรัตน์ จึงเปิดช่องว่างให้เครเมนต์

"ใช้ไดเมนชั่นเชนจ์ยิงใส่เจ้าตัวสีน้ำเงินซะ"เครเมนต์ออกคำสั่ง ซึ่งราลเลริอ้อนทั้งหมดก็ทำตามอย่างรวดเร็ว โซ่ถูกยึงออกจากแขนของหุ่นทั้งสี่ทันที
กึง!!!!!!!!! เคร้ง!!!!!!!!!!

"อ๊ะ!!!!!! แย่แล้วซิ!!!!!!! ว้าย!!!!!!!!"โมโมะร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะโรมานซ์ของเธอ โดนไดเมนชั่นเชนจ์มัดไว้ทั้งตัวในพริบตา ส่วน อาคาน่าซาก้าก็ตกทะเลไป

"สาวน้อย เธออยู่ที่นี่ไปซักพักนะ เดี๋ยวชั้นจะกลับมาเล่นด้วย ผู้หญิงแบบนี้แหละที่น่ารัก" เครเมนต์พูดหยอกล้อโมโมะก่อนที่ราลเลริอ้อนคัสต้อมของเขาจะบินมุ่งหน้าต่อไป

"แหวะ!! ใครเค้าจะอยากเล่นกับนายกันยะ ปล่อยโมโมะเดี๋ยวนี้นะคะ ไอ้คนบ้า!!!!"โมโมะสวนไล่หลังเครเมนต์ไป แต่มันก็ไม่ทำให้เธอหลุดไปได้อยู่ดี...

"โมโมะจัง!!! ชั้นจะไปช่วยเดี๋ยวนี้แหละ ลูชิเฟอร์พยายามไปช่วยโมโมะ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะอิกชิอ้อนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วในน้ำ ประกอบกับถูกพวกราลเลริอ้อนขวางเอาไว้

"แฮ่กๆๆ!!! ทำไมเราเหนื่อยอย่างนี้นะ!!!! เพราะเราสู้กับยัยนั่นมารึไงนะ เราเสียกำลังไปมากขนาดนี้เลยรึ" ลูชิเฟอร์รู้สึกว่าเขาเหนื่อยมากนั่นเป็นเพราะว่า เขาสูญพลังในการต่อสู้กับเซเรนไปมาก โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยนั่นเอง ซึ่งก็ทำให้อิกซิอ้อนไม่สามารถจะฝ่าห่ากระสุน บีม มิซไซล์เพื่อไปช่วยโมโมะและรัตน์ได้เลย แถมการยิงยังเป็นการต้อนให้ลูชิเฟอร์ต้องถอยหลังไปเรื่อยๆด้วย

"ยู่ว!!! โมโมะจังเจ้าค่า ฟาลินจะช่วยเองเจ้าค่ะ " ฟาลินพูดพลางเล็งลำกล้องของไรเฟิลไปทางโมโมะเพื่อช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะกดยิง เธอก็รู้สึกว่ามีอะไรโผล่มาด้านหลัง เธอจึงกลับตัวมายิงทันที ตูมๆๆ!!! สามนัด

"โว้วๆๆๆ!!!เย้!! ทริปเปิล ช็อตเลย!!! สำเร็จเจ้าค่า"กระสุนของLonglance เข้าเป้าทุกนัด.....
แต่ภายหลังที่ควันจางร่างสีเหลืองทองของราลเลริอ้อนของเชียร์ไม่มีแม้แต่รอยแผลเลย มันเป็นผลมาจากไดเมนชั่น บาเรียที่เบี่ยงกระสุนออกทั้งหมด

"ชั้นไม่อยากทำร้ายผู้หญิง ดังนั้นถอยไปซะ!!!!!!!" สิ้นเสียงคำรามนี้
Longlance ก็ถูกราลเลริอ้อนคัสต้อมของเชียร์กระแทกจนตกลงทะเลไป

"ว้ายยยยย!!!!!!!! ช่วยด้วยเจ้าค่า!!!!!!!!!!" ฟาลินตกใจแต่เหมือนเธอเล่นมากกว่า....
โครม!!!!!!!!

"ไม่เป็นไรนะ ฟาลินจัง" ลูชิเฟอร์เอาอิกชิอ้อนมารับไว้ได้ทัน

"ว้าว!!!วู้ ขอบคุณมากเจ้าค่ะ คุณลูชิเฟอร์"ฟาลินขอบคุณลูชิเฟอร์

"เรื่องนั้นน่ะเอาไว้ เราสองคนหลบไปได้ก่อน...ดีกว่ามั้ง.."ลูชิเฟอร์พูดยังไม่ทันจบก็...
ตูมๆๆๆ!!!!! เสียงกระสุนสาดเข้าหาทั้งสองอีกครั้ง....ซึ่งฟาลินตอนนี้ไม่มีเบเฮมอทอยู่ในมือจึงทำอะไรไม่ค่อยได้ ลูชิเฟอร์จึงต้องพาเธอหลบหลีกไปเรื่อย....จนในที่สุดทั้งสองก็ต้องแยกกันเพราะการเข้าชนของราลเลริอ้อนหนึ่งเครื่องนั่นเอง....

ในยานบลูกาแลคเซีย
"กัปตันคะฝ่ายเราพลาดท่ากันหมดเลยค่ะ ศัตรูพวกใหม่นี้แข็งแกร่งจริงๆค่ะ เราจะทำยังไงดีคะกัปตัน....กัปตัน"โอเปอร์เรเตอร์สาวกล่าวรายงานไลล่าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลและไม่สู้ดีนัก
แต่ที่เธอมองไป ทางไลล่าไม่ได้สนใจในคำรายงานของเธอเลย เพราะสายตาของไลล่า จับจ้องไปที่ภาพที่รายงานภายนอก ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเครียดและเป็นกังวลยิ่งนัก
นั่นก็เป็นเพราะว่าทั้งเธอและMIก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ จะโจมตีสนับสนุนก็ไม่ได้เพราะอาจจะไปถูกพวกรัตน์...เธอจึงทำได้แค่ภาวนา
"รัตน์คุง ทุกคน ขอให้ปลอดภัยทีเถอะนะจ้ะ หากมีปาฏิหาริย์จริง ขอให้ช่วยเหลือทุกคนด้วยเถอะค่ะ"

ตัดมาทางด้านนอก
"เหลือแต่นายคนเดียวแล้วล่ะนะ!"เชียร์พูดพร้อมกับมองไปทางไนท์พาราดินที่ยืนอยู่

"นายเป็นคนเก่งจริงๆ นายใช้กำลังของนายเอาชนะพวกเราได้จนหมด โดยที่นายไม่เสียกองทัพเลย ที่เสียไปตอนแรกคงเป็นแค่AIสินะ"โรจิสกล่าวชมศัตรู

"แต่นายกลับใช้ความสามารถนั้นไปในทางไม่ถูก และยังทำร้ายพรรคพวกของฉัน ดังนั้นฉันจะต้องหยุดนายให้ได้"โรจิส กล่าวด้วยเสียงจริงจัง พร้อมกับไนท์พาราดินชี้ดาบเข้าหาราลเลริอ้อน คัสต้อมของเชียร์

"ช่างเป็นคำพูดที่มีเหตุและผลจริงๆนะ แต่ชั้นว่าเก็บเอามันไปบอกกับคนอื่นที่ไม่ใช่ชั้นจะดีกว่า!!!!"เชียร์คำรามก่อนจะบังคับราล เลริอ้อนพุ่งเข้าหาไนท์พาราดิน

"เคร้ง!!!!!!!!!! เปรี๊ยะๆๆๆ!!! พาราดินซอร์ดประสานเข้ากับบีมเบลดทิ้งจังหวะให้ทั้งสองดันกันอยู่กลางอากาศ ซึ่งตรงนี้ เชียร์ก็สบโอกาสใช้บูสเตอร์ดันไนท์พาราดินลงทะเลทันที
แต่โรจิสเองก็ไม่ยอมง่ายๆ

"รับนี่ไป"ไฮเปอร์ บาสเตอร์""โรจิสตะโกน พร้อมกับยิงลำแสงจากลูแก้วพุ่งเข้าเชียร์ เบี่ยงตัวหลบแต่ยังไม่พ้น โดนช่วงไหล่เฉียดไปเล็กน้อย

"ยังมีลูกเล่นอีกนะ"เชียร์ สบถออกมาเล็กน้อยหลังจากที่หลบได้

"มาเลยโรจิส"ลูชิเฟอร์ตะโกน พร้อมกับใช้มือของอิกซิอ้อนที่โผล่มารองรับโรจิสเป็นฐาน ให้เหยียบเพื่อพุ่งขึ้นไปอีกครั้ง

"ขอบคุณมากลูชิเฟอร์"โรจิสกล่าวคำขอบคุณพร้อมอาศัยแรงบูสเตอร์พุ่งขึ้นไปอีกครั้ง
ขณะที่ไนท์พาราดินพุ่งขึ้นไป อิกซิอ้อนก็โดนโจมตีต่อ อย่างหนัก จนลูชิเฟอร์เองก็ย่ำแย่"โธ่เว้ย!!!"ลูชิเฟอร์ สบถออกมา

"เอาไปอีกทีพาราดิน!!!!!!สแลช!!!!"โรจิสตะโกน พร้อมง้างพาราดินซอร์ดพุ่งฟัน ราลเลริอ้อนของเชียร์อีกครั้ง....ครั้งนี้เธอมั่นใจว่าต้องสำเร็จแน่

"ไร้สาระ"เชียร์กล่าวอย่างราบเรียบและเย็นชา พร้อมกับหลับตาเป็นการส่งสัญญาณ ฉับพลัน!!!!!
ราลเลลิอ้อนที่ซ่อนอยู่ก็พุ่งออกจากเกทมิติ ก็พุ่งเข้าชาร์จล็อกตัวไนท์พาราดินแล้วลากลงสู่ทะเลทันที

"หนอย!!! เจ้าคนขี้ขลาด เจ้าเล่ห์นัก!!!" โรจิสตะโกนก่อนจะตกลงสู่ทะเล
ตูม!!!!!!!!!!

"ขี้ขลาดงั้นเหรอ?อาจจะใช่ ฮึ!แต่ว่าขี้ขลาดมันก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของสงครามนี่นะ!!"เชียร์พูดอย่างเย็นชาไล่หลังโรจิสไป

"ช่างสุดยอดไปเลยผู้กอง" เครเมนต์มองเชียร์ด้วยใบหน้าชื่นชมสุดๆ

โมโมะที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ร้องตะโกนว่า"ทุกคน!!!!"ด้วยใบหน้าน้ำตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม...

แต่การที่โรจิสซึ่งเป็นคนสุดท้ายติดกับดักตกสู่ทะเล เท่ากับว่าเชียร์เอาชนะทุกคนได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อของฝ่ายตัวเองเลย และก็เป็นอันว่าในตอนนี้ยานบลูกาแลคเซียในตอนนี้เท่ากับว่าเข้าตาจนแล้วจริงๆ และเชียร์เองก็อยู่หน้าสะพานเดินเรือแล้วด้วยหากเกิดอะไรตุกติกหรือใครสู้อีกทุกคนบนยานมีหวังตายกันหมดแน่ นี่หมายความว่าคำภาวนาของไล่ไม่มีวันเป็นจริงงั้นหรือ.....

"เอาล่ะครับ สวัสดีทุกๆท่านบนยานรบบลูกาแลคเซียแองเจิ้ล"เชียร์ติดต่อไปหาไลล่าเพื่อกล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"พวกคุณเป็นใครกันน่ะ ไม่ใช่พวกบอล์น แต่ทำไมถึงโจมตีพวกเราคะ"ไลล่าถามกลับก่อนทันที เพราะเธอไม่ต้องการทักทายกับคนที่เป็นศัตรูแบบนี้

"นั่นสินะ ผมควรจะแนะนำตัวก่อนสินะ ผมคือร้อยเอก เชียร์ เร็กแนนซ์ หัวหน้าหน่วยโจมตีที่พิเศษ แห่งกองทัพเฟทเกท ยินดีที่ได้รู้จักครับ กัปตันไลล่า เรย์อิลูชั่น"

"คุณ!! ทำไมถึงรู้จักชื่อชั้นได้ล่ะคะ กองทัพเฟทเกท? รึว่าพวกคุณคือกองทัพปริศนาที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงที่บุกยึดฐานทัพสำคัญๆของกองทัพโลก ได้หลายๆแห่งสินะ"

"แหมเดาเก่งจังเลยครับ งั้นผมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังสินะครับ ส่วนเรื่องของคุณก็ได้ข้อมูลมาจากหลายๆแห่งล่ะครับ"เชียร์รับคำตอบนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน

"พวกคุณต้องการอะไร"ไลล่าถามต่อด้วยใบหน้านิ่งๆเรียบๆ แต่ในใจเธอก็พอจะรู้อยู่แล้ว

"ถามตรงดีจังเลยนะครับ งั้นผมจะบอกตรงๆเลย ท่านผู้นั้นต้องการยานลำนี้น่ะสิครับ"เชียร์ตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มตามเคย

"จะเอายานลำนี้เหรอ"ทุกคนในยานได้แต่ตกใจกับคำตอบของเชียร์ มีแต่ไลล่าเท่านั้นที่รู้อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เข้ามาโจมตีพวกนี้ไม่ทำอันตรายยานลำนี้เลย

"ถ้าชั้นตอบว่าไม่อาจยกให้ได้ล่ะ"ไลล่าลองเชิง

"นั่นสินะ ผมว่าแล้วมันคงยาก...แต่ช่วยไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ของผมนี่นะ งั้นผมคงต้อง"เชียร์ตอบแบบยิ้มๆพร้อมกับส่งสัญญาณ แน่นอนว่าเป้าหมาของเชียร์ตอนนี้คือรัตน์ที่นอนอยู่...ยังไม่ตื่นอีก...กับโมโมะที่ถูกจับมัดอยู่ รวมไปถึงลูชิเฟอร์และฟาลินที่ถูกล้อมอยู่ในน้ำและโรจิสที่ถูกลากลงก้นทะเลไปด้วย

"นี่คุณ!"ไลล่าทำหน้าเครียดขึ้นทันที

"มันก็เป็นการต่อรองล่ะครับ ถ้ายกยานลำนี้ให้ผมก็จะปล่อยพวกนี้ไปแต่ถ้าไม่ก็.... เครเมนต์คุณเลือกได้เลยว่าอยากจะจัดการใครก่อน"เชียร์สั่งการทันที

"รับทราบครับผู้กอง งั้นผมขอเลือกสาวน้อยคนนี้เลยนะครับ"เครเมนต์เลือกที่โมโมะก่อนเลย พร้อมกับส่งสายตาเลือดเย็นให้กับเธอทันที
ทำเอาโมโมะถึงกับสะอึกแล้วหน้าซีดไปเลย กับใบหน้าเลือดเย็นของเครเมนต์

"!!!รัตน์คุง ช่วยเค้าด้วยสิ!!" โมโมะยังคงร้องไห้เหมือนนางเอกที่อ่อนแอรอพระเอกมาช่วย....แต่พระเอกหลับอยู่

"ผมไม่ใช่คนใจดำหรอกนะผมให้เวลาคุณตัดสินใจหนึ่งนาทีก็แล้วกัน ผมจะรอ"เชียร์พูดด้วยใบหน้าที่ดูถือไพ่เหนือกว่าไลล่ามากนัก

ไลล่าเองก็ได้แต่กัดฟัน มันเป็นการเลือกที่ยากมากระหว่างลูกเรือที่เป็นคนสำคัญทุกคน และยานรบที่สำคัญ ระหว่างที่ไลล่ากดดันอยู่นี้เอง เวลาก็หดหายไปไปเรื่อยๆ...จนสุดท้ายไลล่าเองก็เลือกที่จะรักษาชีวิตลูกเรือไว้แทน....

ส่วนโรจิสและลูชิเฟอร์เองก็ได้แต่โกรธที่พวกเขาทำอะไรไม่ได้เพราะหากเขาคิดสู้ต่อเชียร์คงทำลายสะพานเดินเรือของยานบลูกาแลคเซียแน่

"ชั้นขอเลือกที่จะยอมแพ้และมอบยานลำนี้ให้"ไลล่าให้คำตอบกับเชียร์ก่อนจะหมดเวลาเล็กน้อย

"เป็นทางเลือกที่ใจดีจริงๆเลยนะครับ ...แต่ก็นั่นแหละครับ ผมเปลี่ยนใจแล้ว" เชียร์ยิ้มรับคำตอบของไลล่า

"เพราะอย่างไรพวกคุณก็ต้องตายอยู่แล้ว และเวลานี้ผมเองก็ได้เปรียบมาก เพราะงั้นผมเปลี่ยนใจแล้ว เครเมนต์จัดการผู้หญิงคนนั้นซะ ให้คนที่นี้รู้ซะว่าความเจ็บปวดมันเป็นอย่างไร"เชียร์กล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชาและน้ำเสียงที่แข็งกร้าว หากแต่ตอนพูดประโยคสุดท้ายนั้น น้ำเสียงช่างฟังดูเศร้าจริงๆ
สิ้นคำสั่งของเชียร์ เครเมนต์ก็ตัดสินใจจะลงมือทัน

"ขอโทษด้วยนะสาวน้อย ไม่คิดเลยว่าต้องมายิงเธอเร็วขนาดนี้น่าเสียดายจริงๆ"เครเมนกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าแต่สีหน้ากลับสะใจยิ่งนัก เขาบังคับให้ราลเลริอ้อนคัสต้อมของเขาตั้งไดเมนชั่นลันเชอร์ ไปทางอาคาน่าโรมานซ์ที่ไม่สามารถขยับได้ทันที...

"ลาก่อนล่ะนะสาวน้อย!!! ฮ่าๆๆ!!"เครเมนต์ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วยิงไดเมนชั่นลันเชอร์ทันที
เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!! ซู่ม!!!!!!!! พลังงานแสงสีม่วงพุ่งเข้าหาโมโมะทัน

สาวน้อยอย่างโมโมะได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม พร้อมกับคิดในใจว่า"น่าเสียดาย รัตน์คุงยังไม่รับรักเธอเลย ก็ต้องมาตายแล้วจากไปอย่างนางเอกละครน้ำเน่า ช่างน่าเศร้าใจนัก"มันช่วยไม่ได้จริงๆ
ตูม!!!!!!!!!!!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่น!!!!

"โมโมะจัง!!!" ทุกคนพูดพร้อมกัน!!!

ภายหลังจากที่ควันจางลง .........
....
..
.
ทุกคนก็ยังยิ้มได้อยู่เพราะโมโมะไม่เป็นอะไร กระสุนที่ยิงมาติดฟลาชิอ้อนของรัตน์ที่เขากว้างไปเต็มๆ

"เอ้า!!! ทำไมเราไม่เป็นอะไร กรี๊ดโมโมะเป็นอมตะค่ะ!! โมโมะตะโกนออกมาด้วยความดีใจ

"เลิกละเมอซะทีเถอะ เธอไม่ได้เป็นอมตะหรอกน่ะ"เสียงของคนที่โมโมะคุ้นเคยที่สุด ใช่แล้วรัตน์นั่นเอง.....โอเระ...ซันโจว!!!

"รัตน์คุง ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ โมโมะดีใจที่สุดเลยค่ะ.."โมโมะตะโกนเสียงดังลั่นค็อกพิท เล่นเอารัตน์หูชาไปเลย

"เยชชชชช! วู้ว!! รัตน์คุงไม่เป็นไรจริงๆด้วยเจ้าค่ะ ลูชิเฟอร์"ฟาลินคุยกับลูชิเฟอร์ด้วยใบหน้าดีใจ

"ตื่นได้จังหวะพอดีแฮะ"ลูชิเฟอร์โล่งใจที่รัตน์ตื่นขึ้นมาสู้ต่อซะที
โรจิสเองก็ยิ้มอย่างโล่งอก แน่นอนไลล่าด้วยเช่นกัน รวมไปถึงคุณเฟเดอริก้าด้วย"ตายยากดีแฮะเจ้านี่"

"ฮัดชิ้ว!"รัตน์จาม เขารู้สึกว่ามีคนนินทาเขานะนี่

"เอาล่ะ มาต่อยกสองกันดีกว่ามั้ง"รัตน์พูดพลางมองไปที่เชียร์

"อึดจริงๆนะ โดนเข้าไปตรงๆยังลุกขึ้นมาได้อีก ก็ขอชมล่ะ แต่เรื่องยกสองคงจะไม่ได้หรอก เพราะอีกเดี๋ยวแกก็จะขยับไม่ได้แล้ว"เชียร์มองกลับมาหาพร้อมกับทิ้งคำพูดปริศนาไว้ด้วย

"ว่าไงนะ!!!รัตน์ตอบกลับ แต่ว่าขณะนั้นเอง....
ครึ่กๆๆ!!!! ครืน!!!!!!!!!
อาคาน่า ซาก้า ล้มลงทันทีบนซากสกีไดร์ฟนั้นเอง

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ เป็นอะไรไปน่ะซาก้า" รัตน์งงทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเมื่อกี้เขายังขยับมันได้อยู่

"ไดเมนชั่น นัคเคิ่ลที่ชกไปน่ะ จะส่งผลให้เตาพลังงานดาวน์ลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง อย่างน้อยก็10นาทีล่ะนะ แต่ว่าเสียใจด้วยนะคราวนี้แกคงช่วยสาวน้อยคนนั้นไม่ได้แล้ว"เชียร์กล่าวกลับอย่างเลือดเย็น

"มีแบบนี้ด้วยรึ...หนอย!!!"รัตน์ได้แต่สบถกับตัวเอง

"เอาล่ะเครเมนต์ผมไม่อนุญาตให้คุณพลาดอีกแล้วนะ"เชียร์ออกคำสั่งแบบเย็นชาอีกครั้ง

"ครับ!!!ผู้กอง"เครเมนต์รับคำสั่งด้วยความเครียดเล็กน้อย เขารู้ว่าถ้าคราวนี้เขาพลาดเขาก็คงไม่รอด และเขาก็เริ่มตั้งปืนอีกครั้งนึง"คราวนี้คงต้องบอกว่าไม่มีใครช่วยเธอได้แล้วนะ สาวน้อย คงต้งลากันจริงล่ะนะ"

"รัตน์คุง~~โมโมะคงไม่รอดแล้วล่ะ ~~หลังจากนี้คงไม่ได้ทำกับข้าวให้รัตน์คุงกินอีกแล้วล่ะ...โมโมะน่ะ~~~ชอบรัตน์คุงมากเลยนะคะ ลาก่อนนะคะ!!"โมโมะสั่งเสียกับรัตน์ครั้งสุดท้ายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่ก็ยังมีคราบน้ำตาปนๆมาด้วยสุดท้ายก็ยิ้มทั้งน้ำตา ราวกับนางเอกจะตายแล้วไม่อยากให้พระเอกไปมีชู้

ถึงรัตน์จะดูเป็นพระอิฐพระปูนยังไงครั้งนี้เขาก็แสดงความรู้สึกออกมาด้วย อาจจะเพราะบรรยากาศพาไป "ยัยบ้า!!! อย่ามาพูดแบบนี้ยังไงชั้นก็จะต้อง...สัญญาณขาดหายไป

โมโมะพยายามทำใจแล้ว เพราะเธอรู้ตัวว่าคงจะไม่รอดแล้ว....."เราจะตายแล้วเหรอ...ยังอายุน้อยอยู่แท้ๆ ยังไม่ได้เป็นเจ้าสาวของรัตน์คุงเลยT-T น่าเศร้าใจจริงค่ะ"โมโมะยังคงทำหน้าเศร้าต่อไป

"ท้องฟ้าวันนี้สวยจังเลย ขนาดเราจะตาย ท้องฟ้าก็ยังมอบสายรุ้งให้กับเราด้วย เป็นสายรุ้งที่ใหญ่มากเลยแถมอยู่ใกล้ด้วยรู้สึกว่ายื่นมือไปจับได้เลย โมโมะดีใจจังเลยค่ะ"โมโมะยิ้มเมื่อเห็นสายรุ้ง และเธอเองก็ยื่นมือไปพยายามไปแตะมัน ทั้งๆที่เธอยู่ในค็อกพิท.......
ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!
บรึ้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

"โมโมะ...ยัยบ้า!!!!!!!!!!!!!!"เสียงตะโกนของรัตน์
"โมโมะจัง"เสียงตะโกนของทุกคน

"โธ่เว้ย!!!!!!!!!!! รัตน์ได้แต่โทษตัวเอง ที่เขาทำอะไรไม่ได้ เขากำหมัดทุบลงไปบนแผงควบคุมของอาคาน่าอย่างแรง!!!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 23, 2009, 02:50:55 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 526


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 02, 2009, 09:23:36 PM »

Episode 4 Earth Routh -Rainbow Sky! (ต่อ)

ควันค่อยๆจางลง.....
.....
....
...
..
.
โมโมะลืมตาขึ้นมาเธอยังคงมองเห็นทัศนียภาพนี้ชัดเจน แสดงว่า"อ๊ะ!! เรายังไม่ตายโมโมะจังรอดแล้วค่ะ!!โมโมะตะโกนออกมาอย่างดีใจดังทั่วค็อกพิท และที่ทำให้เธอแปลกใจคือเบื้องหน้าของอาคาน่า โรมานซ์ของเธอ
มีหุ่นยนต์เครื่องหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนสีของมันคือสีขาวสลับแดง และที่ด้านข้างๆยังมีอีกเครื่องที่รูปร่างต่างกันไม่มากมีสีขาวสลับกับน้ำเงินเข้ม ที่น่าแปลกใจก็คือสายรุ้งที่เธอเห็นเมื่อกี้ ตอนนี้มันกระจายอยู่เต็มท้องฟ้าบริเวณนี้แล้ว และสายรุ้งนี้ก็เกิดจากหุ่นรบสองเครื่องนี้เอง....
.
.
ก่อนที่ลำแสงไดเมนชั่นจะพุ่งทะลวงอาคาน่า โรมานซ์ของโมโมะ โซลน่อลเซเวียร์ก็แหวกมิติออกมาป้องกันไว้ก่อน และเจ้านี่ก็ทำลายราลเรลิอ้อนที่ใช้ไดเมนจ์เชน มัดโรมานซ์จนหมดในพริบตา ตูม!!!!!!!!!!!!!

เครเมนต์ถึงกับอึ้งที่ได้เห็นเจ้าหุ่นเครื่องนี้และศักยภาพของมัน แต่เชียร์นั้นกับฉายแววตาเหี้ยมพร้อมกับกัดฟันด้วยความเเค้น

"ฟู่!!! ทันเวลาพอดี! ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ"เด็กหนุ่มอายุราว17-18ปี ผมสีดำชี้เหมือนขนเม่น ติดต่อมาเพื่อคุยกับโมโมะ

"อ...เอ่อ!! คือขอบคุณค่ะ แต่ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังแย่!!  อยากให้ช่วยทุกคนด้วยได้รึเปล่าคะ!"โมโมะกล่าวขอบคุณเด็กหนุ่มคนนี้พร้อมขอร้องให้เขาไปช่วยเพื่อนๆของเธอด้วย

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ดูเอาก็แล้วกันครับ"ไกด์ตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วเขาก็หันไปมองที่หุ่นสีน้ำเงิน เพราะเขารู้ว่าเธอลงมือไปแล้ว หุ่นสีน้ำเงินปลดอาวุธที่เป็นลักษณะปีกฟินสีฟ้าเข้าโจมตีราลเลริอ้อนของเชียร์

"หนอย!!!"เชียร์สบถออกมาเมื่อเขาต้องหลบหลีก ฟินพลังงานสีฟ้าจนต้องละออกจากยานบลูกาแลคเซียไปตั้งหลักซะไกล ซึ่งหุ่นสีฟ้าก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปด้านหน้ายาน พร้อมกับกางสนามพลังงานบางอย่างคลุมยานไว้ทั้งหมด

รัตน์เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็รีบเปิดช่องสัญญาณติดต่อเพื่อติดต่อคุยกับหุ่นทั้งสองตัว ซึ่งในยานบลูกาแลคเซียเองไลล่าเองก็ออกคำสั่งแบบเดียวกัน

"รีบเชื่อมสัญญาณ ติดต่อหุ่นลึกลับทั้งสองเครื่องให้ได้เลยค่ะ"ไลล่าดูมีสีหน้าที่ผ่อนคลายลง ถึงจะยังไม่พ้นวิกฤต แต่อย่างน้อยตอนนี้ปาฎิหาริย์ก็เกิดขึ้นแล้วตามคำภาวนาของเธอ ปาฎิหาริย์ที่เกิดจากสายรุ้ง ที่มอบหุ่นลึกลับ2เครื่องมาช่วยพวกเรา

ปิ๊บๆ!!! สัญญาณเสียงของหุ่นตัวที่มากางสนามพลังงานปกคลุมยาน ติดต่อมาหาไลล่าและทุกเครื่องก่อนในขณะที่ทุกเครื่องพยายามติดต่อไปหาเธอ

"เอ่อ! สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษที่เข้าแทรกแซงนะคะ เพียงแต่พวกเราเห็นว่าพวกคุณกำลังเพลี่ยงพล้ำจากการโจมตีของเฟทเกท พวกเราที่รู้จักพวกนี้อยู่บ้าง ผ่านทางมาก็เลยเข้าช่วยเหลือค่ะ! ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ต้องขอโทษด้วยค่ะ"เสียงนักบินสาวน้อย ชี้แจงเหตุผลให้พวกรัตน์ฟัง

"ทางเราจำเป็นต้องกล่าวคำขอบคุณพวกคุณต่างหากที่เข้าช่วยเหลือนักบินของเรา คุณ...."ไลล่ากำลังจะกล่าวขอบคุณแต่ลูชิเฟอร์ตะโกนห้ามก่อน

"ช้าก่อนครับ! กัปตันไลล่า!!!จะให้เชื่อใจ พวกที่ให้ได้ยินแต่เสียงแต่ไม่เห็นหน้าตาได้ยังไง" ลูชิเฟอร์ขัดขึ้น

ซึ่งนักบินคนนั้นก็ได้ยินเธอจึงตอบว่า"อ๊ะ!!ต้องขอโทษด้วยค่ะ ชั้นลืมไปเองจะปรับให้เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"เธอกล่าวขอโทษพร้อมกับปรับมอนิเตอร์ใหม่ทันที

ซึ่งคราวนี้ก็แสดงรูปของสาวน้อยอายุราวๆ17-18ปี ผมยาวสยายสีน้ำตาล ซึ่งถูกรวบไว้ด้วยโบว์สีขาว หน้าตาสะสวย น่ารัก ราวกับนางฟ้าในชุดเครื่องแบบมินิสเกิร์ตสีขาวคลิปชมพู เธอยิ้มให้กับทุกคน
ทำเอาลูชิเฟอร์ถึงกับอึ้งรับประทานไปเลย"สุดยอดบนโลกนี้มีคนสวย และดูอ่อนโยนและอบอุ่นได้ขนาดนี้เลยรึไงเนี่ย"ลูชิเฟอร์คิดใจขณะที่เห็นสาวน้อยที่เขาว่าจะไม่น่าเชื่อใจ
ซึ่งการเปิดเผยใบหน้านี้เองก็ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งไปด้วยกันหมด....สุดยอด

"ชั้นฟิริน่า เวลรากัสค่ะยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แล้วนี่ก็คือ ฟาเรน ชูไวส์ของชั้นค่ะ พวกเราข้ามมามิตินี้เพราะมีเรื่องบางอย่างน่ะค่ะ!!!และพวกเฟทเกทเองก็มาจากมิติของพวกเราค่ะ!และพวกนั้นเองก็เป็นศัตรูของพวกเราด้วยค่ะ" ฟิริน่ากล่าวแนะนำตัวเองและแจงเหตุผลที่มาที่นี่และเข้าช่วยเหลือ

"วู้ว!!!!!!!!!!!น่ารักจังเลยเจ้าค่า!!"ฟาลินกล่าวชมทันทีที่ได้เห็นหน้าตาของฟิริน่า ซึ่งฟิริน่าก็ยิ้มรับเป็นคำขอบคุณแบบเขินๆ

"ส่วนหุ่นรบสีแดงนั่นคือโซลน่อนเซเวียร์ค่ะ นักบินเป็นเพื่อนของชั้นค่ะ เขาคือเรไกส์ ฟอนการ์ดค่ะ"ฟิริน่าแนะนำหุ่นอีกตัวพร้อมไกด์ต่อเลย

"ชั้น-ไล่ล่า เรยอิลูชั่นค่ะ.....ถึงเธอจะบอกว่าเธอต้องสู้กับเฟทเกทอยู่แล้ว แต่การเข้ามาช่วยเหลือพวกเราก็เท่ากับว่าเป็นบุญคุณ ซึ่งเราจะตอบแทนอะไรได้บ้าง"ไล่ล่ากล่าวขึ้น เพราะเธอคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องตอบแทนกันบ้าง

"ถ้าคุณไลล่าคิดแบบนั้น พวกเราเองก็ขอแค่ข้อมูลของโลกนี้บางส่วนเป็นของตอบแทนก็แล้วกันค่ะ"ฟิริน่าที่รู้ว่าไลล่าอยากตอบแทน ทั้งที่การมาช่วยครั้งนี้เธอยังไม่ได้ทำอะไรมาก เธอก็เลยขอของตอบแทนเพียงแค่นี้ก็พอ

"งั้นก็เป็นอันตกลง ว่าแต่เธอจะทำยังไงต่อไปล่ะคะ ฟิริน่าจัง"ไลล่าถามต่อ

"ชั้นหมดหน้าที่แล้วค่ะ คุณไลล่า หน้าที่ของชั้นแค่ปกป้องทุกคนที่อยู่ในรัศมีนี้ค่ะ"ฟิริน่ายิ้มตอบ

"เอ๊~~~~~พวกเธอ!แต่ศัตรูยังไม่ได้ถอนกำลังไปซะหน่อย"ไลล่าทำหน้าตกใจที่ได้ยินฟิริน่าพูดแบบนั้น

"ที่เหลือเป็นหน้าที่ของเขาค่ะ"ฟิริน่ายิ้มให้ไลล่า พร้อมกับมองไปทางโซลน่อนเซเวียร์และส่งสัญญาณให้....ซึ่งทุกคนก็มองตามไป...

ทางด้านโซลน่อนเซเวียร์

"เป็นผู้หญิงที่น่ารักจังเลยนะคะฟิริน่าจัง เพื่อนของไกด์คุงน่ะค่ะ"โมโมะพูดกับไกด์พร้อมกับยิ้มให้ แน่นอนว่าเธอได้ยินการแนะนำจากฟิริน่ามาแล้ว

"อะครับ!"ไกด์ตอบรับ

"โมโมะจัง รีบไปพาคนขับเครื่องสีแดงนั่น กลับไปที่ยานของพวกเธอก่อนดีกว่านะครับ ชั้นจะคุ้มกันให้เอง"ไกด์บอกโมโมะเพื่อให้เธอไปช่วยรัตน์

"รับทราบค่ะ โมโมะจะขอเชื่อใจไกด์คุงนะค่ะ"โมโมะยิ้มให้ไกด์ พร้อมกับบังคับโรมานซ์ไปช่วยซาก้าของรัตน์ที่ล้มอยู่บนซากสกีไดร์ฟ

"กลับกันเถอะค่ะ รัตน์คุง"โมโมะมองรัตน์ด้วยแววตาหวานซึ้งราวกับนางเอกกำลังจะยอมตกเป็นของพระเอก

"อืม!"รัตน์รับคำ พร้อมกับมองไปที่ไกด์

"ถึงจะไม่รู้ว่านายเป็นศัตรูหรือมิตร ก็คงต้องขอบคุณล่ะนะ ที่ช่วยยัยนี่เอาไว้น่ะ"รัตน์ขอบคุณไกด์ในใจ

"คิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆรึไง พวกแกน่ะ ชั้นไม่ยอมหรอกเว้ย!! ทุกเครื่องเข้าโจมตีฆ่าเจ้าสองตัวนั่นให้ได้"เครเมนต์ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง นั่นก็เพราะเขาไม่เคยรู้สึกเสียหน้ามากขนาดนี้มาก่อน

ทั้งราลเลริอ้อน และราลเซเบอร์ทั้ง4เครื่องที่อยู่ใกล้พุ่งเข้าหา รัตน์และโมโมะทันที แต่พวกมันกลับต้องหยุดกึกทันทีเมื่อเห็นโซลน่อนเซเวียร์โผล่มาขวางเอาไว้

"DIMENSION SPHERE IGNITION!! ARC CALIBUR SAFETY RELEASED!!!"

"ถึงชั้นจะไม่ชอบทำร้ายใครก็ตาม ถ้าพวกนายก้าวข้ามเส้นนี้มา ไม่ว่าจะด้วยอาวุธหรือวิธีการอะไรก็ตาม ชั้นก็จะจัดการพวกนายทั้งหมด!!"ไกด์ประกาศทันทีและโซลน่อนก็วาดอาร์คคาลิเบอร์เป็นเส้นแบ่งเขต พร้อมๆกันด้วย

หากแต่การประกาศเตือนนั้นไร้ผล เพราะสำหรับกองทัพเฟทเกทนั้น หากเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาก็ต้องปฏิบัติตามแม้ต้องตายก็ตาม นั่นเป็นสิ่งที่ทหารได้รับการปลูกฝังมานานแล้ว....."ทุกเครื่องที่เป็นคำสั่งศักสิทธิ์ของผู้ปกครองจงทำลายผู้ขวางทางให้สิ้น!!!
ราลเซเบอร์ และราลเลริอ้อนทั้งหมดจึงพุ่งเข้าหาโซลน่อนเซเวียร์ทันที!!!

"ศัตรูทั้งหมด32เครื่อง จากด้านหน้า 14เครื่อง ด้านซ้าย 9 เครื่อง ด้านขวา 9 เครื่อง ความมุ่งร้าย100%ค่ะ มาสเตอร์"โซลรายงานข้อมูลการวิเคราะห์ให้ไกด์ฟังอย่างรวดเร็ว

"เฮ้อ!!ช่วยไม่ได้แล้วแฮะ พร้อมรึยังโซล"ไกด์หลับตาแล้วถอนหายใจเล็กน้อย นั่นก็เพราะจริงๆแล้วเขาไม่อยากจะทำร้ายใครนั่นแหละ

"พร้อม แล้วค่า!!!!!มาสเตอร์"โซลตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"งั้นก็ไปล่ะนะ"ไกด์ลืมตาขึ้น พร้อมกับโซลน่อนที่กระชับ อาร์คคาลิเบอร์ในมือ ก่อนพุ่งเข้าหาศัตรูทั้งหมดที่พุ่งเข้ามา!!!
ย่าห์!!!!!!!!!!! เสียงตะโกนของไกด์ พร้อมกับอาร์คาลิเบอร์ที่ฟันผ่านกองทัพราลเลลิอ้อนที่พุ่งเข้ามาขาดสะบั้น ราวกับร่ายรำอยู่เลย...

ตูมๆๆๆๆๆ!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่นไม่ขาดสาย

"ลูชิเฟอร์คุง หุ่นตัวนั้น สุดยอดไปเลยเจ้าค่า ว้าวววววว!!! วู้!"ฟาลินดูจะสนุกเมื่อเห็นโซลน่อนทำลายศัครูได้อย่างรวดเร็วเธอไม่เคยเห็นการต่อสู้แบบสุดยอดขนาดนี้ ผู้ชายคนนี้เป็นเอซอย่างไม่ต้องสงสัย

"ส....สุดยอดไปเลย เจ้านั่น ทั้งที่เราสู้เจ้าพวกนี้ตั้งนาน"ลูชิเฟอร์อึ้งๆกับความเร็วและความสามารถของไกด์ที่จัดการได้อย่างง่ายๆทั้งที่เขาลำบากลำบนแทบตาย

"ไกด์คุง สุดยอดไปเลยค่ะ"โมโมะมองกลับไปเห็นไกด์ที่โชว์ความสามารถของเขาในการจัดการศัตรูและเขาก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้ด้วยว่าจะคุ้มกันให้ได้จริงๆ

"ตูม!!!!...28..29...30...31!!! ตัวสุดท้ายล่ะนะ32.........ตูม!!!!!!!"สิ้นเสียงนับของไกด์ราลเลริอ้อน เครื่องสุดท้ายก็ระเบิดหายไปโดยที่โซลน่อลเซเวียร์ไม่ได้ความเสียหายเลยแม้แต่น้อย

"พวกนายแพ้แล้ว ถอยกลับไปซะเถอะ"ไกด์พูดขึ้นพลางชี้อาร์คคาลิเบอร์ไปทางเครเมนต์

"อย่ามาดูถูกกันนะ" เครเมนต์ตอบโต้ พร้อมกับมองไปที่หัวหน้าของตน แต่เขานั้นกลับยังนิ่งเฉยอยู่ ซึ่งเครเมนต์เองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

"ไอ้เด็กน้อย ไกด์พวกแกทั้งครอบครัวเป็นผู้ทรยศแท้ๆ แต่ก็ยังกล้าเอาของที่ขโมยออกมาใช้ต่อสู้กับพวกเราอีกรึไง" เครเมนต์ด่าสวนต่อ เพราะเขารู้ว่านักบินของโซลน่อลเซเวียร์คือลูกชายคนโตของตระกูลฟอนด์การ์ด

"นั่นสินะ ในสายตาของพวกนายก็คงมองว่าพวกชั้นเป็นคนทรยศสินะ ช่วยไม่ได้! "แต่ถึงจะว่ายังไงก็ตาม ชั้นเองก็ไม่อยากทำร้ายใคร!"ไกด์ยังคงยืนยันเจตจำนงค์เดิม เขาไม่ต้องการที่จะต่อสู้จึงพยายามบอกให้เครเมนต์และอีกคนถอยไป

"ยังใจดีไม่ปลี่ยนเลยนะ!นายน่ะ แต่มันก็เป็นแค่ความใจดีที่เห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละ ไกด์" เชียร์ตะโกนว่าไกด์ทันที
เครเมนต์ถึงกับผงะว่าอยู่ๆทำไมหัวหน้าของตนก็พูดออกมา
"ไกด์ตะลึงทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ เพราะเขารู้ว่านี่คือเสียงของหมอนั่นเสียงของเพื่อนรักของเขานั่นเอง "เชียร์นายสินะ"ไกด์พุดออกมา

"ถอนตัวไปก่อนเครเมนต์ ชั้นจะอยู่ที่นี่เพื่อพบปะเพื่อนเก่าสักพัก แล้วจะตามไป"เชียร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เครเมนต์ รับคำสั่งแล้วถอนตัวไปก่อนทันทีเพระเขารับรู้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงของเชียร์ที่แผ่ออกมา

"ไม่เคยรู้สึกเลยว่า เวลาผู้กองโกรธจะมีจิตรุนแรงขนาดนี้ น่ากลัวจริงๆ" เครเมนต์ตัวสั่นด้วยความกลัวขณะที่ถอนตัวหนีไป

"ครั้งนี้ชั้นแพ้แล้ว ไม่คิดจะแก้ตัวหรอกนะ แต่สำหรับชั้นดีใจตรงที่การได้พบกับแกซะทีที่โลกนี้ แน่นอน!!! ชั้นจะต้องฆ่าแกให้ได้!"เชียร์ตะโกนออกมาให้ไกด์ได้ยิน

"เชียร์เรื่องที่นายเข้าใจน่ะมันผิดนะ ชั้นไม่ได้...."ไกด์พยายามจะอธิบาย แต่เชียร์ก็ขัดก่อนว่า

"หุบปากซะ!!! แกแย่งสิ่งสำคัญสิ่งสำคัญที่สุดของชั้นไป ถ้าพบกันครั้งหน้า ชั้นเองก็จะแย่งสิ่งสำคัญของนายไปเช่นกัน รวมถึงชีวิตของแกเพื่อชดใช้ด้วย!!!! เชียร์พูดอย่างหนักแน่น ก่อนจะถอนตัวไป

ไกด์ได้แต่มองตามการถอนตัวไปครั้งนี้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่เขาไม่อาจเข้าใจกับเพื่อนรักของเขาได้....เรื่องมันก็ตั้งแต่วันนั้นเรื่องของ"เธอ"คนนั้น
ระหว่างนี้ฟิริน่าก็บินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับบอกว่า"ไม่เป็นไรใช่มั้ยไกด์คุง"ด้วยสีหน้าเป็นห่วง
"อืม!ไม่เป็นไรนี่"ไกด์ตอบกลับมาพร้อมกับยิ้ม

"อ๊ะ!!ทางโน้นเขาชวนเราขึ้นยานด้วยน่ะ เห็นว่าจะตอบแทนพวกเราน่ะ ไปกันเถอะ!"ฟิริน่าพูดพร้อมกับนำฟาเรนบินนำกลับไปก่อน
ไกด์ที่หันไปมองตามหลังฟาเรนแล้วก็พูดขึ้นว่า"โซล สิ่งสำคัญของชั้นตอนนี้น่ะ...ไม่ว่ายังไงชั้นก็จะต้องปกป้องมันไว้ให้ได้"ไกด์พูดกับโซล ซึ่งโซลก็จับมือไกด์แล้วพูดรับว่า"โซลก็จะเป็นกำลังให้มาสเตอร์เองค่ะ"แล้วโซลน่อนเซเวียร์ก็บินตามหลังฟาเรน ชูไวส์ ไปที่บลูกาแลคเซีย แองเจิ้ล

---------------------------------------------------------------ยังมีต่อนะ------------------------------------------------


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2010, 01:22:06 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1755


dirty blue

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 03:10:27 PM »

Episode 4 Earth Routh -Rainbow Sky!- (ต่อ)

ที่สะพานเดินเรือพวกไกด์ได้เข้าพบกับกัปตันไลล่า...

"ยังไงก็ต้องขอขอบคุณจริงๆนะค่ะที่ได้ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้"ไลล่าก้มหัวขอบคุณพวกไกด์อีกรอบ

"แล้วก็เรื่องข้อมูลที่พวกคุณขอไปไม่ทราบว่าอยากได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับโลกของพวกเรารึค่ะ"ไลล่าเอ่ยถามอย่างสุภาพทั้งๆที่บทสนทนาแบบนี้ออกจะเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการสักหน่อย...

"แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะค่ะเนี่ยว่าทั้งสองคนจะมาจากต่างมิตินะ"โมโมะเอ่ยขึ้นแต่ดูเหมือนรัตน์จะดูเฉยๆอยู่พอสมควร...แน่ล่ะคนจากใต้พิภพก็มีแล้ว สัตว์ประหลาดต่างมิติก็เจอมาแล้วแค่เพิ่มกองทัพจากต่างมิติเข้าไปโลกก็ไม่ปั่นป่วนมากขึ้นไปกว่านี้หรอก

"แล้วคุณเฟอเดอริก้าล่ะค่ะคุณรัตน์?"โรจิสเอ่ยถามรัตน์ก็ส่ายหัวแล้วเอ่ยออกมาว่า"ก็เหมือนตอนที่คุณขึ้นยานแหละคุณโรจิสไปสำรวจหุ่นพวกของคุณไกด์นะ....อะผมกำชับคุณเอ็ดเวิร์ดเอาไว้แล้วว่าอย่าทำอะไรอย่างการชำแหละเป็นอันขาด"

พอได้ยินคำว่าชำแหละดูเหมือนไกด์กับฟีรีน่าจะคิดขึ้นมาแวบนึงว่าพวกเขาคิดถูกมั้ยที่มาขึ้นยานลำนี้.....

"ครับตอนนี้พวกเรากำลังอยากได้ข้อมูลของกองกำลังสังกัดใหญ่ๆบนโลกในมิตินี้นะครับ"ไกด์เปิดประเด็นขึ้นมา

"อืม....งั้นเอาเป็นว่าฉันจะอธิบายสภาพของโลกใบนี้ให้พวกคุณฟังก่อนนะค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้โลกใบนี้ต้องอยู่ในสภาพสงครามของกลุ่มใหญ่สองฝ่ายได้แก่บอนล์และเอลฮังค์พวกเราก็อยู่ฝ่ายเอลฮังค์แหละค่ะ แต่ว่ามันไม่ปกติตรงที่ว่าเร็วๆนี้มีการแจ้งว่าตรวจพบ

สัตว์ประหลาดจากต่างมิติที่มีชื่อว่าดาเรน...อะจริงสิพวกคุณพอรู้เรื่องเกี่ยวกับดาเรนรึเปล่าค่ะ?"

ฟีรีน่าส่ายหัวแล้วเอ่ยออกมาอย่างสุภาพว่า"ขอโทษด้วยค่ะทางเราก็พึ่งจะเคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรกเหมือนกัน..."

"งั้นรึค่ะ...อืม จะว่าไปแล้วเรื่องที่กองกำลังเมื้อกี้...รู้สึกจะชื่อเฟทเกตใช่มั้ยค่ะข้ามมิติเข้ามาจู่โจมฐานทัพทางทหารบนโลกใบนี้พอจะรู้อะไรบ้างมั้ยค่ะ?"ไลล่าเริ่มเอ่ยถามหัวข้อต่อไปดูเหมือนไลล่าจะเป็นฝ่ายสอบถามข้อมูลจากพวกไกด์แทนการให้ข้อมูลซะแล้ว

"ครับ....ดูเหมือนพวกนั่นคิดจะต้องการมาแย่งชิงเตาพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ที่อยู่ในโซลน่อนเซเวียร์กับฟาเรน ชูไวส์นะครับ..."ไกด์อธิบาย...รัตน์รู้สึกสงสัยขึ้นมาจึงได้เอ่ยถามขึ้นมาว่า"เดี้ยวนะ มันไม่แปลกไปหน่อยหรือตามข้อมูลพวกเฟทเกทนะบุกเข้ามาจู่

โจมฐานทัพของสมาพันธ์เหมือนพวกนั่นต้องการเข้ามาสะสมกองกำลังแต่พวกคุณบอกว่าเป้าหมายของพวกเขาก็คือตามมาชิงเตาพลังงานในหุ่นของคุณ...แบบนี้มันไม่แปลกไปหน่อยรึครับ"

"ครับเรื่องนี้เองพวกเราก็กำลังสงสัยกันอยู่แต่ก็เป็นไปได้ว่าพวกเฟทเกตคิดจะทำการจู่โจมโลกนี้ไปพร้อมๆกันด้วย ประสิทธิภาพหุ่นของกองทัพเฟทเกตกับโลกฝั่งนี้เท่าที่ผมได้เจอมาก็แตกต่างกันพอสมควรเป็นไปได้ว่าพวกนั่นบุกโจมตีเพื่อที่ต้องการเทคโนโลยี

ของโลกนี้ด้วยก็เป็นได้"ไกด์ตอบคำถามรัตน์ รัตน์จึงกอดอกและเคาะนิ้วกับข้อศอกไปเรื่อยๆ...นี้เป็นท่าเวลาที่รัตน์ใช้ความคิด

"เฟทเกท...กองกำลังปริศนา...เหตุการณ์เร็วๆนี้ที่เกี่ยวข้องกับเฟทเกท....อะ Logic Clear!"รัตน์โพลงขึ้นมาทำเอาโมโมะกับลูซิเฟอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆตกใจ

"คิดอะไรได้ขึ้นมาหรือรัตน์?"ลูซิเฟอร์ถามขึ้นรัตน์ก็พยักหน้าแล้วกล่าวกับกัปตันไลล่าว่า"กัปตันครับ...เก็บภาพตอนบอนล์โจมตีอาณานิคมผู้ลี้ภัยที่ไซด์7ไว้ใช่ไหมครับ?"

"อืมก็มีอยู่หรอกทำไมรึ?"ไลล่าถามกลับ

"ภาพที่ผมเห็นจากกล้องของอาคาน่าแวนการ์ดที่เฝ้าระวังที่นั่น....กล้องบางตัวส่งภาพกลับมาได้บางส่วนก่อนจะถูกทำลายไป"รัตน์เริ่มต้นการอธิบายทฤษฎีของเขาขึ้นมา

ไกด์กับฟิรีน่าที่ฟังอยู่นั่นอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องที่รัตน์อธิบายเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกเธอพูดยังไง

"แล้วก็ภาพในกลุ่มนั่นผมเห็นอะไรแปลกๆอยู่อย่างนึง..."

ไลล่าทำตามสิ่งที่รัตน์ต้องการอย่างว่าง่ายเธอโชว์ภาพเหล่านั่นขึ้นมาในโฮโลแกรมฉายภาพของสะพานเดินเรือ....

"หะ โหดร้าย!"โมโมะที่พึ่งจะเห็นอุทานออกมาเพราะภาพบางรูปนั่นแทบไม่ต่างจากการสังหารหมู่โดยใช้เหล่าทหารเลย

รัตน์ไม่มีปฎิกริยาอึงทึ้งกับภาพเหล่านี้นั่นก็เพราะเขาเห็นมาแล้วไงล่ะ รัตน์ชี้ไปที่รูปภาพรูปนึงที่ดูเหมือนเป็นการต่อสู้กันของหุ่นสามตัวแล้วเอ่ยบอกกัปตันไลล่าว่า"กัปตันครับ....ขยายภาพนี้ทีสิครับ"

ไลล่าก็ทำตาม....เมื่อขยายภาพแล้วไกด์กับฟีรีน่าก็อ้าปากค้าง...

"นั่นมันหุ่นของกู๊ด...ซูวาสเซอร์บาราท รีอัสนี้น่า!"ไกด์เอ่ยออกมา

"แล้วนั่นก็ฟาร์เวน ลิทคราฟของเอน่า"ฟีรีน่าเอ่ยออกมาเหมือนกันส่วนรัตน์ก็ได้แต่ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาว่า"Schachmatt!"

"กัปตันไลล่าค่ะฉันอยากรู้ว่าเหตุการณ์ในภาพนี้เกิดอะไรขึ้นค่ะ"ฟีรีน่าเอ่ยถามขึ้นมาทันที ไลล่าถอนหายใจก่อนจะย่อภาพดั้งเดิมแล้วตอบว่า"ก็อย่างที่เห็นในรูปอื่นๆนั่นแหละค่ะ กองทัพบอนล์ทำการถล่มโคโลนี่ลี้ภัยของผู้อพยพที่เอลฮังค์รับดูแล..."

"ถล่ม...โดยใช้กองทหารหรือค่ะ?"ฟีรีน่าทวนคำไลล่าก็ส่ายหน้าแต่คนที่ตอบคำถามนี้แทนคนในสะพานเดินเรือก็คือ...

"ไม่ใช้จรวดนิวเครียล์หลายสิบลูกตั้งหาก..."เฟอเดอร์ริก้า อัลคาบาโน่นั่นเองเธอพึ่งกลับมาจากสำรวจหุ่นของพวกไกด์

ตึง! เสียงลูซิเฟอร์ทุบกำแพงขึ้นมาทันที เจ้าตัวตะโกนออกมาอย่างเกี้ยวกราดว่า"พวกบอนล์! นี้ถึงขนาดทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้เลยรึไง!"

"ก็นี้แหละวิธีการของพวกมันแหละ..."เฟอเดอริก้าตอบก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกมา......เอ่อ...ในสะพานเดินเรือเขาห้ามสูบบุหรี่นะคุณเฟอเดอร์ริก้า....

"โหดเหี้ยม..."ไกด์เอ่ยออกมาพร้อมกับกลืนน้ำลาย ด้านโมโมะก็ดูเหมือนจะปล่อยโฮออกมาแล้ว

"บอนล์....ไม่ยกโทษให้แน่ๆ!"โรจิสคำรามออกมาสองมือกำดาบของตัวเองไว้แน่น....

"ทำไม...พวกกู๊ดกับเอน่าถึงไปอยู่กับกองทัพแบบนี้ได้นะ"ฟีรีน่าพึมพำ รัตน์ที่เงียบมานานจึงเอ่ยถามว่า "แล้ว....จะทำยังไงต่อล่ะครับ?"

"ผมก็คงต้องไปเกลี้ยกล่อมน้องกลับมาให้ได้ล่ะครับ อีกอย่างถ้าพวกเราอยู่ไปยานลำนี้จะตกเป็นเป้าเล่นงานของเฟทเกทอีก"ไกด์เอ่ยออกมาขณะที่เขากับฟีรีน่าทำท่าจะเดินออกจากสะพานเดินเรือโมโมะก็รั้งทั้งคู่เอาไว้ก่อนด้วยประโยคว่า"เดี้ยวค่ะ!"

"ครับ?"ไกด์เอ่ยถามอย่างสงสัยขณะหันหลับมา....

"รัตน์คุงมีอะไรจะพูดน่ะค่ะ!"เอ่ยจบก็ชี้ไปที่รัตน์...ซึ่งรัตน์ก็ทำหน้าตาเหว่อได้ใจแต่ยังคงสภาพหน้านิ่งอยู่....เขาหันไปรอบสะพานเดินเรือก็มีแต่สายตาที่ส่งมาหาเขา...รัตน์เข้าใจโดยแทบจะทันทีเลยว่าสายตาแปลกๆเหล่านี้หมายถึง"ทำยังไงก็ได้รั้งตัวสองคนนี้เอา

ไว้ก่อนสิ..."

สมองที่ไม่ค่อยได้ใช้ของรัตน์ทำงานอย่างรวดเร็วทันที....รัตน์กระเอมทีนึงก่อนจะเริ่มการแถตามน้ำไปว่า"คือว่า...ถ้าไม่ลำบากอะไรอยู่กับพวกเราบนยานลำนี้ก็ได้นะครับ...."

"เดิมทีที่พวกเราโดนเฟทเกตจู่โจมเพราะพวกมันหมายจะเอายานลำนี้อยู่แล้วครับ เพราะงั้นการที่พวกคุณอยู่ที่นี้ต่อไปไม่ทำให้ยานลำนี้เดือดร้อนอะไรหรอกครับ ส่วนเรื่องของน้องของคุณเนื่องจากบอนล์เป็นศัตรูกับเราสักวันนึงต้องได้ปะทะกับพวกเราแน่ๆครับไม่

ช้าก็เร็ว...อีกอย่างบอนล์เองก็เป็นกองกำลังที่มีกำลังทหารมากผมคิดว่าไม่เสร็จกองทัพเฟทเกตในตอนนี้อย่างแน่นอนเพราะงั้นสวัดดิภาพของน้องชายของคุณนะเรียกได้ว่าหายห่วงเลย...."

หลังเสร็จจากการแถรั้งตัวของรัตน์ไกด์ก็ทำท่าลำบากใจที่รัตน์พูดมาทั้งหมดมันก็มีส่วนถูก...เขาหันไปหาฟีรีน่าเพื่อขอความเห็น......

"เอ...ไกด์ฉันคิดว่ารบกวนเขาเปล่าๆนะ"ฟีรีน่าที่เอ่ยออกมาเช่นนั่นก็ต้องเปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนสุดโอเวอร์ของโมโมะที่จ้องมาทางพวกตน...ทำให้ไกด์ต้องถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยว่า"โอเคครับพวกผมจะอยู่บนยานลำนี้อีกสักพักนึง"

หลังสิ้นเสียงก็ตามมาด้วยเฮไชโยของบรรดาลูกเรือทั้งหลายบนยาน

แต่ในระหว่างที่ทั้งหมดกำลังเฮอยู่นั่นเอง.....สัญญาณเตือนก็แจ้งขึ้นเมื่อบลูกาแลคเซียแองเจิลพ้นเขตทะเลเข้าสู่พื้นดิน...หุ่นยนต์ลึกลับตัวสีม่งก็ปรากฎกายขึ้นมา

"ศัตรูรึ!"ลูซิเฟอร์ที่กำลังคันไม้คันมือได้ที่เตรีบมตัววิ่งไปที่โรงเก็บเอาอิกซิออนก่อนแต่ก็ถูกไลล่าหยุดไว้ด้วยประโยคที่ว่า"ทางโน่นเขาติดต่อมานะจ๊ะ..."

"ยานบลูกาแลคเซียแองเจิลใช่ไหม? ผมเอลฮาวล์ เวล เซเวอร์รัสผมได้รับการจ้างวานให้มาเข้าร่วมกับหน่วยของพวกคุณน่ะ"เอลกล่าวทักทายรัตน์พูดขึ้นมาทันทีในตอนที่เห็นหน้าเอลว่า"หมอนั่น..รึว่าคนที่มาขโมยข้อมูลของอาคาน่า..."

"หา~ยังงี้ก็เป็นคนร้ายสิค่ะ..."โมโมะเอ่ยออกมาเมื่อได้ยินรัตน์พูดแบบนั่น...แต่การกระทำของไลล่ายิ่งทำให้ทั้งสะพานเดินเรือฮือฮายิ่งขึ้นเข้าไปใหญ่...

"ให้เขาเข้ามา...."ไลล่ากล่าวเรียบๆแม้แต่เอลเองก็ยังดูแปลกใจในการกระทำของไลล่า....ซึ่งไลล่าก็อธิบายง่ายๆว่า"MIแจ้งมาแล้วนะว่าวันนี้เขาจะเข้ามาประจำ....."

ที่โรงเก็บนักบินทุกๆคนต่างทยอยกันไปดูหุ่นรบปริศนาที่มาพร้อมกับเอลฮาวล์....

"ขอบคุณที่อุตสาห์มาหาพวกเราเองนะค่ะ"ไลล่าเอ่ยทักทายเอลฮาวล์เขาก็พยักหน้าแล้วตอบว่า"ไม่เป็นไรครับ จริงๆผมเองก็เฝ้าดูพวกคุณต่อสู้โดยไม่ได้เข้าไปช่วยเหมือนกัน..."

"อะ อ้าทำไมไม่เข้าไปช่วยล่ะค่ะ?"โมโมะยิงคำถามเอลฮาวล์ก็กล่าวขึ้นมาว่า"ผมอยากจะลองทดสอบดูหน่อยนะ ว่าพวกคุณมีฝีมือพอที่ผมจะทำงานด้วยรึเปล่า...แต่สุดท้ายคราวนี้ก็เป็นดวงสินะ..."

"เป็นทหารรับจ้างที่เรื่องมากจังแฮะ...."ลูซิเฟอร์บ่นขึ้นมาเอลฮาวล์ก็หัวเราะออกมาแล้วบอกว่า"ดวงก็เป็นสิ่งสำคัญในสนามรบนะ"

"ว่าแต่ว่าพวกคุณสองคนสินะที่แหวกออกมาจากท้องฟ้าสีรุ้งช่วยเหลือยานลำนี้ไว้นะ..."เอลหันไปถามทางด้านฟีรีน่ากับไกด์...

"ครับ ผมเรไกส์  ฟอนด์การ์ดส่วน..."ขณะที่ไกด์กำลังจะแนะนำตัวของฟีรีน่าเอลฮาวล์ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า"แล้วแม่สาวที่เหมือนนางฟ้าคนนี้ชื่ออะไรหรือครับ?"

"มะ โมโมะค่า~ มีคนชมโมโมะว่าเหมือนนางฟ้าด้วยแหละรัตน์คุง ไม่หึงเขานะค่ะ~"แน่นอนโมโมะทำท่าเอียงอายบิดตัวเป็นกุ้งโดนน้ำร้อนลวก....อันที่จริงโมโมะยืนอยู่ใกล้ๆกับฟีรีน่าและเอลทักฟีรีน่าไม่ใช้โมโมะ...ดูเหมือนโมโมะจะเข้าใจผิดไปเอง...รัตน์รู้สึกว่า

มันป่วยกายที่จะไปอธิบายให้เธอฟังว่า"เขาไม่ได้ชมเธอซะหน่อย..."เพราะงั้นรัตน์จึงเงียบไว้ดีกว่า...

แต่เสียงที่ทำลายความเงียบก็ดังขึ้น....

"มาสเตอร์ค่ะ ออกอาการนิสัยนี้อีกแล้วนะค่ะ...."

"คะ..ใครพูดค่ะ...."ไลล่าเหงื่อตกพร้อมกับเอ่ยถามที่มาน้ำเสียงนี้เธอไม่คุ้นมาก่อน.......ไลล่ากวาดสายตาไปรอบตัวดูเหมือนแต่ละคนก็อึ้งกับเสียงที่จู่ๆก็เอ่ยขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย...

"ทางนี้ค่ะ....ฉันเนวาน่าค่ะ"แน่นอน...ไลล่าสรุปที่มาของเสียงได้อย่างรวดเร็ว...มาจากหุ่นของเอลนั่นเอง...

"อืม....หุ่นพูดได้สินะค่ะ ยอดไปเลย..."ไลล่าพึมพำพร้อมกับทุบมือตัวเอง....

"เฮ็ย! กัปตันไลล่าหุ่นพูดได้แบบนี้ไม่แปลกไปเหรอ!"ลูซิเฟอร์ตะโกนขึ้นมา.....ส่วนรัตน์ก็ส่งสายตาไปหาลูซิเฟอร์เหมือนกำลังจะพยามบอกว่า"แกเองก็เป็นคนจากโลกใต้ดินไม่ใช้รึ...."

"ผะ ผีหลอกแน่ๆเลยค่า!"โมโมะโวยวายก่อนจะเนียนไปเกาะแขนรัตน์ ซึ่งเจ้าตัวก็ถอนหายใจออกมาตามฟอร์ม

"อูว~ สุดยอดหุ่นพูดได้ด้วยล่ะ!"สำหรับฟาลินรายนี้เหมือนรู้สึกจะได้ของเล่นชิ้นใหม่ละมั้ง...

แต่แน่นอนคนที่อาการหนักที่สุด.....ย่อมเป็น....เฟอร์เดอริก้า....แต่ไม่ใช้อาการหนักด้านรับไม่ได้หรอกนะ.....

"ทนไม่ไหวแล้วขอแงะเจ้านี้เถอะ!!!!"เฟอร์เดอริก้าคำรามก่อนจะคว้าไขควงกระโจนขึ้นไปบนไหล่ของเนวาน่าทั้งๆที่ระดับความสูงจากชั้นลอยที่ยืนอยู่ห่างกันพอสมควร.....

"นี้..แรคคูนเนวาน่าไม่มีข้อต่อให้แงะหรอกนะ"เอลรีบปรามเฟอเดอริก้า...แน่นอนแรคคูนก็หมายถึงเฟอร์เดอริก้านั่นแหละ...

"งั้น...."เฟอร์เดอริก้านิ่งไปสักพักก่อนจะขยับแว่นแบบผู้เชี่ยวชาญแล้วเอ่ยออกมาว่า"รัตน์คุงเอาบีมเบลดผ่าโลด!"

"เอาจริงหรือครับ..."รัตน์เริ่มเหงื่อตก...

"คะ..คุณแรคคูนค่ะอย่าผ่าดิฉันเลยนะค่ะถ้าอยากรู้เรื่องระบบเดี้ยวดิฉันเล่าให้ฟังแทนก็ได้ค่ะ..."เนวาน่ารีบพูดขึ้นมาเพื่อหยุดการกระทำของเฟอเดอริก้าที่เธอเรียกเฟอเดอริก้าว่าแรคคูนเพราะเธอยังไม่รู้จักชื่อของเฟอเดอริก้านั่นเอง......ดูเหมือนเธอจะลังเลเล็กน้อยก่อนตอบว่า..."นั่นสินะ..."

เอ่อสรุปคุณเฟอเดอริก้ายอมรับชื่อเล่นแรคคูนแล้วรึ.........

"ถ้าเอาบีมเบลดผ่าก็เอามาต่อคืนไม่ได้นะสิ~"แน่นอนว่าช็อตนี้เธอทำท่าเขกหัวตัวเองแบบเล่นๆหรือถ้าให้พูดตรงๆก็คือแอ็บแบ้วนั่นแหละ...แต่ผลตอบรับมัน...

"แรคคูนจริงๆด้วย...."รัตน์เอ่ยออกมา.....พร้อมกับสายลมจากไหนไม่รู้ในใรงเก็บที่พัดเอาใบไม้สีเขียวปลิวผ่านหน้าเขาไป....

"ถ้ายังงั้น...เราก็เคลื่อนยานไปที่ฐานปล่อยของเอลฮังค์ใกล้ๆนี้กันดีกว่าค่ะ เพื่อเริ่มต้นภารกิจ"ไลล่าเปลี่ยนโหมดเล่นกลับมาโหมดสั่งงานภายในพริบตา

"ภารกิจเหรอค่ะ?"ฟีรีน่าทวนคำ ไลล่าก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า"ค่ะ...ขึ้นไปบนดวงจันทร์เพื่อเจรจาเรื่องการก่อตั้งกองกำลังรวมต่อต้านดาเรนยังไงล่ะค่ะ!"

Episode 4 Earth Routh -Rainbow Sky!- End
บันทึกการเข้า

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 121


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 09:42:29 PM »

======================== Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
======================     Episode 4  : Trigger Start-Up !!! (ช่วงที่ 2 )   =======================

หลังจากเกิดเรื่องวุ่น ๆ ในคาสิโน่สมาชิกของยานฮาเซลเซน่อนก็กระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทางโดยมิต้องนัดหมายแต่อย่างใด คาริสรีบพาริโค่ริสเผ่นหนี

ออกมาก่อน โดยมีลูคัสกับเจ๊หม่าฟานวิ่งตามมาติด ๆ แต่เพราะความวุ่นวายตอนหนีทำให้เจ๊พลัดหลงไป เวลานี้เหลือเพียงแค่ คาริส ริโค่ริส และ ลูคัสเท่านั้นที่

พยายามหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย

แฮ่ก ๆ ๆ ๆ

เสียงหอบหายใจดังขึ้นเป็นจังหวะรับกับเสียงฝีเท้าของหมาต๋าจำนวนหลายคนที่วิ่งไล่หลังมา แต่ว่าคนที่หอบดูท่าจะมีลูคัสเท่านั้น เพราะคาริสที่อุ้มริโคริสที่สวม

ชุดกระโปรงยาวเกินกว่าจะวิ่งได้ถนัดอยู่นั้นไม่มีสีหน้าเหนื่อยหอบเลยซักนิด แถมจังหวะก้าวก็ไกลมากจนเริ่มจะทิ้งห่าง

"คาริส คุณวิ่งเร็วเกินไปแล้วนะคะ คุณลูคัสจะตามไม่ทันพวกเราแล้วนะ"  ริโคริสร้องเตือน

"อะ โทษที" คาริสลดสปืดลงมาเพื่อให้ลูคัสวิ่งตามมาทันพวกเขา

"ตะ ต้องขอโทษด้วยนะครับพอดีมันเผลอน่ะครับ" คาริสขอโทษลูคัสทั้ง ๆ ที่ยังรักษาฝีเท้าในการวิ่งอยู่ในระดับความเร็วเดียวกับลูคัส

"แฮ่ก ๆ ๆ พวกคุณไม่ต้องห่วงผมหรอก รีบหนีไปเถอะผมเอาตัวรอดได้ครับ" ลูคัสเอ่ยปากให้สองคนหนีไปก่อนเพราะเขาวางแผนจะล่อให้พวกตำรวจแยกออก

จากกัน

"ไม่คะ!!! พวกฉันไม่ทิ้งพวกพ้องเด็ดขาดคะ!!!" แต่ความดื้อดึงของริโคริสก็ทำเอาแผนของลูคัสต้องเป็นหมั่นในทันตา

"Holy Bless" ริโค่ริสเอ่ยออกมาเบา ๆ ในเสี้ยววินาทีนั้นประกายแสงสีทองที่ดูละเอียดอ่อนรายเกล็ดหิมะก็โปรยปรายลงมาใส่ลูคัสและพริบตานั้นลูคัสก็รู้สึกว่า

ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายเบาหวิวแถมยังรู้สึกระปรี๋กระเปร่าราวกับว่ามีพลังบางอย่างเอ่อล้นออกมา

"อะไรกันเนี้ย!!? สุดยอดไปเลย!! หรือว่านี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า พลังฉุกเฉินยามไฟไหม้" แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าโดนร่ายมนต์ใส่แหะ

 เมื่อพลังฝีเท้าเพิ่มขึ้นลูคัสกับคาริสก็สปีดหนีกันเต็มพิกัดความเร็วในการวิ่งตอนนั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับจักรยานยนต์บิด 120 km/h ด้วยความเร็วขนาดนี้

บรรดาตำรวจที่ตามมาก็ไม่อาจจะไล่ได้ทันแต่ทว่า พวกเขาก็มีไม้เด็ดสุดยอดเก็บเอาไว้เหมือนกัน

"เรียกกำลังเสริมตั้งจุดสกัดจับเร็วเข้า!!!"

ตำรวจนายหนึ่งตะโกนขึ้นหลังจากรู้ว่าไม่มีปัญญาจะวิ่งตามทันจึงได้ใช้ไม้ตายก้นหีบ เรียกพรรคพวกมาช่วยสกัดจับ ในเวลานี้ตำรวจเผ่นพ่านในเมืองเต็มไป

หมดเสียแล้ว ทำให้ทางหนีของทั้งสามเหมือนโดนสกัดกั้น อันที่จริงถ้าจะฝ่าไปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทั้งสามคนเลย แต่ลูคัสลืมเรื่องที่ทั้งสองคนไม่ใช่คน

ธรรมดาไปเสียสนิท ส่วนริโคริสก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายใครอยู่แล้วจึงแอบขอร้องคาริสเอาไว้ไม่เขาใช้เวทย์โจมตี แต่ระหว่างที่ทั้งสามกำลังวิ่งหนีอย่างไม่ลืมหู

ลืมตานั้น ก็ไม่สังเกตเลยว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองและแอบตามพวกเขามาอย่างเงียบเชียบ

 "ยะ แย่แล้วทางตัน!!" คาริสอุทานออกมาเมื่อได้เห็นหนทางข้างหน้าคือกำแพงสูงกว่า 40 เมตรขวางกั้นทางในตรอกที่พวกเขาหลบหนีเข้ามาอยู่ และแน่นอน

ว่าในขณะที่วิ่งหลบเข้ามาที่นี่ พวกตำรวจก็ไล่หลังมาแล้วทำให้พวกเขากลับทางเก่าไม่ได้แล้ว

"ทางที่นี่ค่อนข้างวกวน แถมพวกเราก็ไม่รู้เส้นทางที่นี่ดีด้วย ดวงซวยสุด ๆ เลยแหะวันนี้" ลูคัสบ่นอุบกับเรื่องที่กำลังเจอขณะที่เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังใกล้

เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว

"เอาไงดีล่ะ? พวกเราจะมาโดนจับที่นี่ไม่ได้ซะด้วย" ลูคัสหันมามองคาริสที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจ ระหว่างนั้นเขาก็ค่อยปล่อยร่างสาวน้อยอุ้มไว้ลงมายืนกับพื้น

อย่างนุ่มนวล

"ช่วยไม่ได้สินะครับ" คาริสเอ่ยด้วยความรู้สึกลำบากใจขณะที่มือทั้งสองล้วงหยิบเอาอาวุธคู่กายลูน่ากับอัลเทมิสออกมาจากใต้เสื้อสูททีใส่อยู่ พร้อมกับลูคัสที่ชัก

เอาปืนพกทื่ซ่อนไว้ที่เอวออกมาเหมือนกัน ริโค่ริสที่เห็นดังนั้นจึงได้แต่ทำสีหน้าลำบากใจ

"คุณคะ" แต่เธอก็เอ่ยได้สั้น ๆ แค่นั้นเพราะในหัวเธอก็เข้าใจดีกว่าสภาพการณ์ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่น

"ขอโทษนะริโค่ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็จะคุ้มครองเธอให้ได้" ทั้งสองคนให้ริโค่ริสถอยห่างออกพร้อมทั้งท่าเตรียมพร้อมลุยทุกเมื่อแต่ระหว่างนั้นก็มีเสียงของคนผู้

หนึ่งดังขึ้นในความมืดใกล้ ๆ ตัวพวกเขา

"เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงขั้นให้ฝ่าบาทต้องลงมือหรอกเพคะ ให้พวกหม่อนฉันจัดการเถอะเพคะ" มันเป็นเสียงของหญิงสาวที่มีทั้งความนุ่มนวลและหนักแน่นและ

ช่วงเวลานั้นเองพวกตำรวจก็เดินเข้ามาถึงในตรอกที่พวกคาริสยืนอยู่แต่ทว่า....


"ซอยตันนี่หว่า!!! เห็นพวกมันหายเข้ามาในนี้แล้วพวกมันไปไหนกันหมดล่ะเนี้ย!!!?" นายตำรวจผู้หนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วไม่พบผู้ในอยู่ในนี้

"ไม่ใช่ว่าพวกมันโดดข้ามกำแพงหนีไปหรอกนะ"

"บ้าหรือเปล่าถ้าพวกมันมีปีกก็ว่าไปอย่าง"

แล้วพวกตำรวจก็ต้องรามือไปเพราะไม่เห็นวี่แววผู้คนในตรอกนี้ แถมมันก็เป็นตรอกโล่ง ๆ ไม่มีถังขยะหรือลังจะใช้เป็นที่ซ่อนได้ซักนิดแต่ในความจริงแล้ว

พวกคาริสไม่ได้ไปหลบหรือซ่อนที่ไหนเลย พวกเขายังคงยืนอยู่ที่เดิมในท่าเดิมทุกประการเพียงแต่ว่า มีผู้หญิงในชุดคลุมเก่า ๆ มายืนขวางหน้าพวกเขาเอาไว้

เท่านั้น และเมื่อตำรวจเดินกลับออกไปจนลับตาแล้วผู้หญิงคนนั้นก็สะบัดมือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าเล็กน้อยเพื่อสลายคาถาล่องหนที่เธอเป็นผู้ร่ายขึ้นมาเมื่อครู่ก่อนจะ

ค่อยหันหลังกลับมามองดูพวกคาริสอย่างช้า ๆ  ขณะเดียวกันนั้นก็มีเสียงฝีเท้าหนึ่งดังก้องขึ้น เสียงนั้นกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ลูคัสทำท่าจะยกปืนขึ้นแต่ว่า

"ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ คุณลูคัสเขามาช่วยพวกเราน่ะ"

ริโคริสเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เปี่ยมความดีใจครู่หนึ่งเจ้าของเสียงฝีเท้าก็ปรากฏตัวพร้อมในสภาพผ้าคลุมแบบเดียวกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อทั้งสองมายืน

อยู่พร้อมกันเบื้องหน้าคาริสและริโค่ริสแล้วพวกเขาก็ค่อย ๆ เอาฮู้ดที่ปกปิดศีรษะของพวกเขาออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ก่อนจะคุกเข่าลงพร้อม ๆ กัน

"ขอประทานอภัยที่กระหม่อมมาคุ้มครองพระองค์ล่าช้าเกินไป องค์ราชา องค์ราชินี" ชายหนุ่มหน้าตอายุประมาณยี่สิบเศษ ๆ ผู้มีเรือนผมสีดำเข้ม นัยน์ตาสี

น้ำตาลดูสุขุมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสำนึกผิด

"ขอประทานอภัยจริง ๆ เพคะฝ่าบาท"

สาวน้อยหน้าตาอายุประมาณ18 - 19 ปีผู้มีเรือนผมสีแดงยาวสลวยถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีแดงเป็นประกายดั่งอัญมณีกาเน็ตกล่าวพร้อม ๆ กับก้มศีรษะลงเล็ก

น้อยเพื่อแสดงถึงความนอบน้อมและยำเกรงต่อเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา คำพูดเหล่านั้นชัดเจนเต็มสองหูเล่นเอาลูคัสที่ยืนฟังอยู้ตรงนั้น

ถึงกับอึ้งรับประทาน

"นี่เธอสองคน......."

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ คุณลูคัส ท่านทั้งสองปลอดภัยเราก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ หัวหน้าองค์รักษ์แร็คน่า โซล่าริส แล้วก็ หัวหน้าองค์รักษ์หญิงลีลี่ย์ โซล่าริส ไม่

เหตุผลอะไรที่พวกท่านต้องขออภัยจากฉันหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นยืนขึ้นเถอะค่ะ"

"ขอบพระทัยองค์ราชินี" ทั้งสองกล่าวพร้อมกันก่อนจะยืนขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้คุยอะไรต่อจู่ ๆ เสียงไซเรนก็ดังก้องขึ้น

"คราวนี้อะไรกันอีกล่ะเนี้ย?" ลูคัสแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าหลังจากได้ยินเสียงไซเรนดังขึ้นไม่นาน ๆ วัตถุบินขนาดความสูงประมาณ 18 เมตรเศษก็บินผ่านไป

อย่างชัดเจน

"แพนเซอร์?" คาริสเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นหุ่นยนต์จำนวนหนึ่งบินผ่านไป

"ไม่ใช่หรอกคาริสเจ้าพวกนั้นมัน AT ตะหาก "ไนท์คลาวด์" แต่ทำมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้นี่สิ?"

ลูคัสตอบคำถามของคาริสแต่การตอบในลักษณะนี้ดูเหมือนจะทำให้ลีลี่ย์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ แสดงสายตาไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกันนั้นมือขวาก็เอื้อม

จะไปจับดาบที่พกไว้ข้างเอว แต่ทว่าริโคริสได้ใช้สายตาปรามเอาไว้ก่อนลีลีย์จึงหยุดการกระทำไป

"หรือว่าเป้าหมายของพวกมันก็คือพวกเรากันคะ" ริโคริสเอ่ยขึ้นตามที่เธอคิด แม้ลูคัสจะไม่แน่ใจว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่น่าไว้ใจ

เสียแล้วระหว่างนั้นลีลีย์เดินเข้ามาใกล้ริโคริสพร้อมกับโค้งตัวลงเล็กน้อ

"ฝ่าบาทรีบไปยังที่ปลอดภัยก่อนเถิด"

"ไม่ค่ะ เราจะต้องกลับไปช่วยสหายของเราในโลกนี้ก่อน หัวหน้าองค์รักษ์ แร็คน่า โซล่าริส"

"พะยะคะ"

ริโคริสสะบัดมืเล็กน้อยพริบตานั้นคทาทองแองเจิ้ลฮาร์ดก็ปรากฏขึ้นมาอยู่บนมือเธอพร้อมกับชุดที่สวมใส่อยู่ก็พลังเปลี่ยนเป็นชุดออกศึกของราชินีในบัดดล
สายตาที่หนักแน่นจ้องมองไปยังองค์รักษ์หนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยบารมี

"จงสกัดกั้นแพนเซอร์พวกนั้นเอาไว้ระหว่างที่เราพาสหายท่านนี้ไปส่งยังจุดหมาย"

"น้อมรับบัญชาขององค์ราชินี" แร็คน่ายกมือขึ้นทาบอกและก้มหัวลงรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

"ราชินีเพคะ แต่ว่าหน้าที่คุ้มกันพระองค์นั้น......." ลีลี่ย์แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้นแต่ทว่า

"หัวหน้าองค์รักษ์หญิงลีลีย์ นี่คือคำสั่งค่ะ อีกอย่างเรายังมีโกลซาเวียและองค์ราชาอยู่เคียงข้าง" ท่าทีอันหนักแน่นของริโคริสทำเอาลีลีย์ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากคัด

ค้านต่อไป เธอจึงได้แต่ยอมรับและทำตามแต่โดยดี

"รับด้วยเกล้าเพคะ กระหม่อมจะรีบจัดการทางนี้ให้เร็วที่สุดและจะรีบไปคุ้มครองพระองค์โดยเร็วแน่นอนเพคะ"

"ระวังตัวด้วยนะค่ะ คุณลีลีย์"

ริโคริสกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ เล่นเอาลูคัสที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รู้สึกอึ้งเล็กน้อยกับท่าทีของริโคริสที่เหมือนจะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือได้

ในเวลาอันสั้น

"ไปกันเถอะคะ คุณคะ"

"อ่า"

คาริสสะบัดมือเล็กน้อยเสี้ยววินาทีนั้นชุดทักซิโด้ที่เขาใส่อยู่กลายเป็นชุดเกราะอัศวินทองคำที่มีผ้าคลุมยาวสีขาวติดอยู่บนบ่า และในเสี้ยววินาทีนั้นใบหน้าที่เคย

ดูสบาย ๆ ของคาริสก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ขึงขังขึ้นมาทันที เสี้ยววินาทีนั้นวงไสย์เวทย์หกแฉกสีทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนพื้นที่ทั้งสองยืนอยุ่

"จงส่องแสงแห่งความรุ่งเรืองสู่แดนเถื่อนอันมืดมิด จงปรากฏกาย อัศวินทองคำโกลซาเวีย!!!"

สิ้นเสียงอันหนักแน่นของคาริสแสงสีทองก็ส่องสว่างไปทั่วพร้อมกับการปรากฏตัวของหุ่นยนต์สีทองขนาดใหญ่ โกลซาเวียปรากฏตัวขึ้นมาจากพื้นดินพร้อม ๆ

กับคว้าเอาตัวลูคัสขึ้นไปบนมือของมันส่วนคาริสกับริโคริสก็ขึ้นไปนั่งประจำที่ของตนเองบนของโกลซาเวียเป็นที่เรียบร้อย

"ไม่ต้องกลัวนะครับคุณลูคัสผมจะจับคุณไว้แน่น ๆ เลยเพราะงั้นไม่ต้องกลัวตกนะครับ" เสียงของคาริสดังออกมาจากส่วนแถว ๆ ส่วนหัวโกลซาเวียในระดับที่

ดังมากชนิดเล่นเอาหูดับไปเลยทีเดียว

"ถ้าบีบแน่นผมก็ตายน่ะเซ่!!!!" แต่น่าเสียดายคำบอกเล่าของลูคัสไม่อาจส่งไปถึงคาริสเพราะโกลซาเวียทะยานขึ้นท้องฟ้าไปแล้ว และเมื่อโกลซาเวียบินจากไป

แร็คน่าก็เอ่ยปากถามลีลีย์ด้วยน้ำเสียเอื่อย ๆ เล็กน้อย

"จะเอาไง?"

"รู้อยู่แล้วยังจะมาถามอีกตาบ้า!!"

ลีลีย์ชักสีหน้าไม่พอใจก่อนเบี่ยงหน้าหลบสายตาของชายหนุ่ม แร็คน่ารู้ดีว่าลีลีย์ไม่พอใจกับคำสั่งของริโคริสแต่ไม่ใช่เพราะเธอเป็นเด็ก หรือว่าไม่ชอบอยู่ใต้

อำนาจของเธอหากแต่ว่าไม่พอใจที่ถูกสั่งให้สู้อยู่ที่นี่แทนที่จะให้คุ้มกันอย่างใกล้ชิด แต่ถึงอย่างนั้นลีลี่ย์ก็เป็นพวกรับผิดชอบในหน้าที่และคำสั่งที่ได้รับอย่างยิ่ง

ดังนั้นก็ต้องเลือกทำตามคำสั่งอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงเวลานั้นพวกไนท์คลาวด์ที่มองเห็นโกลซาเวียที่ออกไปบินเมื่อกี้เข้าแล้วมันก็เริ่มที่จะบินตามไปหมายจะ

จัดการหุ่นยนต์สีทองตัวนั้นในทันควัน แต่แร็คน่าก็รอจังหวะนั้นอยู่แล้ว

"จงโบยบินสู่ท้องนภา อัศวินแห่งฟากฟ้า ไวท์แอสคอร์ท!!!"

วงเวทย์หกแสงส่องแสงเจิดจากจากพื้นดินพร้อม ๆ กับอัตสุนีบาตย์ได้แพดพุ่งขึ้นไปสูงเสียดฟ้าไนท์คลาวด์ผู้โชคดีบินมาถึงตรงนั้นก็ถึงคราวดับดิ้นไปถึง 3

เครื่องในครั้งเดียว ไวท์แอสคอร์ททะยานขึ้นไปสู้ท้องฟ้าพร้อม ๆ กับแสงสายฟ้าพวกนั้นก่อนจะสะบัดสายฟ้าให้แตกกระจายออกไปรอบตัวก่อนจะลอยตัวขวาง

หน้าไนท์คลาวด์อีก 8 เครื่องที่เหลืออยู่

"จัดการให้จบไว ๆ เลยนะ จะได้ไปคุ้มครององค์ราชินี" ลีลี่ย์ทำสีหน้าขึงขังขณะที่มือทั้งสองกำลูกแก้วสีแดงเอาไว้แน่น

"ใจเย็น ๆ หน่อยน่า อย่าลืมเรื่องคอร์สิ" แร็คน่าพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่สายตาก็จ้องมองไปยังศัตรูทั้ง 8 อย่างไม่เผลอเรอ

"รู้แล้วน่า!! พร้อมนะ"

"อ่า!!"

ฝ่ายพวกนักบินไนท์คลาวด์ก็งงกันเป็นไก่ตาแตกเมื่อได้เห็นหุ่นลึกลับสีขาวตัวนี้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนั้นเพราะว่า

"ไม่ต้องสนใจ!!! จัดการมันฟอร์เมชั่น B!!!!"

นักบินที่เป็นผู้นำฝูงออกคำสั่งให้ลูกน้องกระจายกำลังกันตามแบบแผนเพื่อเล่นงานหุ่นยนต์สีขาวที่อยู่ตรงหน้า ไนท์คลาวด์ทั้ง 8 เครื่องแยกย้ายกันโอบล้อมไวท์

แอสคอร์ท แม้จะดูเหมือนแตกกลุ่มแต่จริง ๆ แล้วแต่ละตัวอยู่ในระยะยิงของอาวุธที่แตกต่างชนิดกัน เมื่อเริ่มกระจายกำลังกันห่าลำแสงจากบีมไรเฟิ้ลก็พุ่งเข้า

ใส่จากทุกทิศทุกทางแต่ทว่า..

"กระจอกน่า"

แร็คน่าเอ่ยขึ้นพลางเบี่ยงหลบได้อย่างสบายพร้อม ๆ กับปล่อยคัทเตอร์เฟมิล่าที่ซ่อนไว้ที่เกราะกระโปรงข้างออกไปสิบอัน ก่อนจะทะยานบินขึ้นสูงกว่าเดิมแต่ก็

เป็นจังหวะเดียวกับที่ไนท์คลาวด์สองเครื่องที่อยู่ข้างล่างสาดห่ามิซายส์ไล่ตามมา

ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!!

มิซายส์ทั้งหมดระเบิดกลางทางก่อนจะเข้าถึงตัวไวท์แอสคอร์ทเสียอีก คัทเตอร์เฟมิล่าที่ปล่อยไปเมื่อกี้บินออกไปทำลายมิซายส์ด้วยความเร็วเท่าแสงก่อนสะ

บั้นไนท์คลาวด์เจ้าของมิซายส์เป็นชิ้น ๆ ในเวลาไล่ ๆ กัน

"เสร็จไปสอง!!"

ลีลี่ย์เอ่ยขึ้นหลังจากที่ควบคุมคัทเตอร์ทั้งสิบนั่นทำลายเป้าหมายลงได้อย่างฉับไวแต่ไม่มีเวลาให้ดีใจนักเพราะ ลำแสงบีมจากอินคอมของไนท์คลาวด์อีกสอง

ตัวกำลังไล่ตามถลุงพวกเขาอยู่ ไวท์แอสคอร์สตวัดดาบไดโฟซันอัลเทม่าที่ฉาบพลังแสงเอาไว้จนมองเห็นดาบแสงขึ้นมาป้องกันลำแสงที่พุ่งเข้าใส่จากด้านหน้า

เอาไว้ได้อย่างว่องไวพร้อมก้มหลบลำแสงที่มาจากด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหมุนตัวฟันไนท์คลาวด์ที่พุ่งเข้ามาหาพร้อมกับยกบีมเซเบอร์หมายจะฟัน

ใส่พวกเขาขาดสะบั้นเป็นสองท่อน

"ตัวที่สามแล้วนะ" แร็คน่าเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเย็นใจ

"รู้แล้วล่ะน่า"

แต่ลีลีย์ดูท่าจะไม่เย็นด้วยซักเท่าไหร่ เมื่อไนท์คลาวด์ตัวที่สามถูกทำลาย ตัวที่สี่กับห้าก็ระเบิดตามมาติด ๆ ด้วยพลาสติน่าแคนน่อนที่พับขึ้นมายิงอย่างว่องไว

แม้จะไม่ใช่พลังงานเต็มที่แต่ก็สามารถทะลวงเกราะของไนท์คลาวด์ที่ใช้อินคอมทั้งสองเครื่องได้อย่างง่ายดาย ไนท์คลาวด์อีกสามเครื่องเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงเริ่ม

เข้ารวมตัวกันเพื่อวางแผนใหม่แต่คัทเตอร์เฟมิล่าทั้งสิบก็หั่นสองเครื่องที่เหลือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

"ไอ้นี่มันตัวบ้าอะไรกันวะ!!"

หัวหน้าฝูงไนท์คลาวด์ที่เสียพรรคพวกไปในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีถึงกับขวัญเสียแต่ในเสี้ยววินาทีที่เขาละความคิดออกไปจากการสู้รบเพียงแว่บเดียวเท่านั้น คม

เคียวของมัจจุราชก็ได้มาจ่อคอเขาแล้ว

"Judgment"

แร็คน่ากล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะแทงดาบไดโฟซันอัลเทม่าทะลวงค็อทพิทของไนท์คลาวด์อย่างฉับไวและปิดท้ายด้วยการปาดคมดาบผ่าสีข้างของ

ไนท์คลาวด์ออกมาอย่างรวดเร็ว

บรึ๊ม!!!!!!

ไนท์คลาวด์ทั้งหมดถูกทำลายอย่างง่ายดายในเวลาไม่กี่วินาที
----------------------------------------------------------------
รอต่อช่วง 3 นะคร้าบ
----------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2009, 11:05:17 PM โดย Hoiji » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 121


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 10:41:08 PM »

======================== Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
======================     Episode 4  : Trigger Start-Up !!! (ช่วงที่ 3 )   =======================


ตัดกลับมาทางด้านพวกลูน่า...

" ฮึ่ย.....เจ้าเด็กนั่นอย่าให้เจอนะ แม่จะเตะไม่เลี้ยง !!!! "  ลูน่ายังคงกระฟัดกระเฟียดไม่หาย  หลังจากที่เธอโดนซารีน่าพาวิ่งหนีตำรวจมาพร้อมกับมาเรีย โดยที่มีอุชิโอะวิ่งตามหลังมา

" แฮ่ก ๆ ๆ  นั่นสินะคะ..... เป็นการวิ่งหนีที่เหนื่อยแทบสายตัวขาดจริง ๆ ค่ะ "  อุชิโอะหอบหายใจเป็นการใหญ่

" เอ่อ....อุชิโอะซังคะ.... แบกอะไรมาค่ะนั่น " ซารีน่าเหงื่อตกเมื่อเห็นสิ่งของที่อยู่บนหลังของอุชิโอะ

" เอ๋....แบกอะไรเหรอคะ......ก็ตู๊สล๊อต..... เอ๋ !?!?  ตู้สล๊อ...... "  พูดไม่ทันขาดคำ อุชิโอะก็.....

โครมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!

" ว้ายยยย !?!??!  อุชิโอะซัง !?!?!  ถูกตู๊ทับไปแล้ว !!?!?! "  พวกลูน่ารีบกุลีกุจอมาช่วยพยุงอุชิโอะที่โดนตู๊สล๊อตทับเป็นการใหญ่

" พวกเธอทำอะไรอยู่น่ะ !?!?!?  " เอเล่กับฟิลเลเน่วิ่งเข้ามาหาพวกลูน่าที่พึ่งลากอุชิโอะขึ้นมา ด้วยอาการกระหืบกระหอบ

" อ้าว ?  เอเล่  คือว่า....... "  

" พวกสลัดอวกาศมันบุกมายังดวงจันทร์แห่งนี้แล้วนะ รู้ไหม !?!?!? รีบกลับยานเร็วเข้า !!! "  เอเล่ตะโกนร้องบอก

" ว่าอะไรนะ !?!?!?!? "  ลูน่าตกใจเป็นอย่างมาก  เธอและคนอื่น ๆ รีบพยุงอุชิโอะพาเข้ายานฮาเซล เซน่อนทันที



ณ  ยานฮาเซล  เซน่อน

" อือ....ยังปวดหัวอยู่เลย... "  อุชิโอะกุมศีรษะตัวเองเบา ๆ ขณะที่อยู่ในค๊อกพิทของอาร์คสไตรค์เกอร์

" อุชิโอะซัง ! ออกรบไหวไหมคะ ? "  เอเล่ที่อยู่ด้านล่างโรงเก็บหุ่นเงยหน้าขึ้นถามอุชิโอะด้วยความเป็นห่วง

" ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ !  อ่ะ...นั่นมัน...... "  อุชิโอะสังเกตุเห็นโกลด์ซาเวียร์ที่ถือลูคัสอยู่ในมือบินเข้ามายังประตูแฮงเกอร์ของยานพอดี

" ลูคัสซัง...ปลอดภัยดีสินะคะ !  "  เอเล่รีบถามด้วยความเป็นห่วง

" ครับ ! ผมปลอดภัยดี  แล้วพี่ล่ะครับ ? "

" คุณหม่าฟานเหรอคะ ?  ไม่ได้อยู่กับพวกคุณลูคัสเหรอคะ ? "  อุชิโอะชะเง้อหน้านอกคอกพิทออกมาถาม

" เราพลัดหลงกันกลางทางน่ะครับ....แต่คิดอีกที... ผมว่าพี่เค้าเอาตัวรอดได้อยู่แล้วล่ะครับ !  ไม่น่าจะต้องเป็นกังวลอะไรนัก " ลูคัสสรุปเองเสร็จสรรพ แล้ววิ่งเข้าค๊อกพิท
ของออร์เฟอุสทันที

" ที่สำคัญกว่า  AT ไนท์คลาวด์กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ  เราควรพะวงเรื่องนี้ก่อนดีกว่า "  แล้วลูคัสก็ทำการสแกนม่านตาของตัวเองเพื่อเริ่มระบบการทำงานของออร์เฟอุสทันที

" เฮ้อ....ต่อจากบอล์น...กิ้งก่าพวกนั้น...แล้วก็มาสลัดอวกาศอีกเหรอเนี่ย... "  ลูน่าแอบถอนหายใจพลางเดินเครื่อง L-AS

" เอาล่ะค่ะ ! คนอื่น ๆ ไปประจำที่  ลูน่า...อุชิโอะซัง...ลูคัสซัง...คาริสคุงและริโคริสจัง  ฝากด้วยนะคะ... " เอเล่สั่งการ

" ค่ะ/ครับ !  "  ทั้งหมดตอบรับและทะยานหุ่นประจำตัวของแต่ละคนออกสู่สนามรบทันที


ณ น่านฟ้าเหนือยานฮาเซล  เซน่อน

" ยานลำนี้น่ะรึ ? ที่ได้รับรายงานมาว่ามี ATE-002 อยู่ "  เสียงของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้นมาจาก AT สีเขียว   ไนท์คลาวด์รุ่นจ่าฝูง

" ร้อยตรีเซ็นกะ....ร้อยโทคุสุโนกิ... อย่าลืมทำตามแผนการล่ะ ! "

" ทราบแล้วค่ะ..... "  เสียงของหญิงสาว 2 คนดังมาจาก AT รูปร่างประหลาด 2 เครื่องที่มีสีดำและสีแดงดูแตกต่างไปจาก AT รุ่นอื่น ๆ มาก พอสมควร

วิ้งงงงง !!!!!!!!!!!!!  

เมื่อเหล่าหุ่นรบของยานฮาเซล เซน่อน เริ่มออกตัวออกมาต่อสู้กับทัพหน้าของสลัดอวกาศ  หุ่นรบสีแดงและสีดำก็พุ่งเข้ามาอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที

" ร้อยเอกโคเรนค่ะ !  ชั้นพบเป้าหมายแล้ว จะทำตามภารกิจเดี๋ยวนี้ล่ะคะ " เสียงของหญิงสาวดังขึ้นมาจาก AT เครื่องสีดำดังขึ้นมาในช่องสัญญาณของ ไนท์คลาวด์ของโคเรน

" รับทราบ ! พวกเราที่เหลือจะทำการถ่วงเวลาเอาไว้ให้  จนกว่าพวกเธอจะทำภารกิจสำเร็จ  เลิกการติดต่อ !!! "


ทางด้านอุชิโอะ

" อ่ะ......นั่นมัน !?!??! "  มี AT รูปร่างหน้าตาประหลาด 2 เครื่องกำลังพุ่งเข้ามาหาอุชิโอะที่กำลังยิงต่อสู้กับ AT รุ่นผลิตจำนวนมาก..  ซึ่งดูจากรูปร่างมันแล้วคล้ายพญามาร 2 ตัวก็ไม่ปาน

" เจอแล้ว.....ATE-001 อีกเครื่อง....ไม่สิต้อง 02 สินะ "  สาวน้อยผมสีทอง ในชุดโลลิต้าแสยะยิ้ม  นัยน์ตาสีแทงทับทิมของเธอเป็นประกายทันที ราวกับราชสีห์เจอเหยื่อ เธอรีบบังคับหุ่นสีดำพุ่งเข้าหาอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที


วู้ม.......... ลำแสงบีมสีเขียวถูกปล่อยออกมาจากปลายอาวุธแท่งยาวที่ร่างสีดำถืออยู่จนดูเหมือนเคียวมัจจุราช และเคียวเล่มนั้นก็ตวัดเข้าใส่อาร์คสไตรค์เกอร์ทันที

" ดะ...เดี๋ยวสิ !?!??!?! " อุชิโอะรีบบังคับอาร์คสไตรค์เกอร์เบี่ยงหลบเป็นพัลวัน  นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต่อสู้กับผู้ใช้อาวุธเป็นบีมไซด์ซึ่งเป็นอาวุธยาวและกะระยะลำบากกว่าบีม
เซเบอร์หลายเท่า ทำให้อุชิโอะแทบไม่มีโอกาสโต้คืนเลย

" อย่ามัวสนใจแต่อีฟจังสิจ๊า~~~~ "  หญิงสาวผู้มีเรือนผมสีดำยิ้มกริ่ม...แล้วลำแสงบีมขนาดใหญ่ก็ถูกปล่อยออกมาจากปืนยาวของหุ่นสีแดงที่เธอเป็นผู้ควบคุมทันที...

เปรี้ยงงงงงงงง !!!!!!!!!   อาร์คสไตรค์เกอร์รีบยกโล่ห์กันลำแสงบีมได้ทันท่วงที  แต่จังหวะที่เธอมัวแต่สนใจกันบีมของร่างสีแดง  ร่างสีดำก็พุ่งเข้ามาหาอย่างไม่ทันตั้งตัว...

" เสร็จชั้นล่ะ !!!!!!  "  บีมไซด์ตวัดฟันเข้าใส่อาร์คสไตรค์เกอร์อย่างรุนแรง  จนทำให้ชิ้นส่วนหัวไหล่ซ้ายของอาร์คถูกฟันขาดทันที

" อ๊า~~~~~~~ " อุชิโอะร้องเสียงหลง  แรงกระแทกจากการโจมตีเมื่อกี้ส่งผลให้เธอเสียหลัก  แต่ถึงกระนั้นร่างสีดำของวาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ก็ไม่ปล่อยโอกาสทองแม้แต่น้อย

เปรี้ยง !!!!!!!!    วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์พุ่งเข้ามากระแทกอาร์คสไตรค์เกอร์จนกระเด็นไปหลายเมตร  แล้วปลายเคียวบีมไซด์ของมันก็พุ่งข้ามายังค๊อกพิททันที

" ยะ....ยังหรอก !!!! " อาร์คสไตรค์เกอร์รีบชักบีมเซเบอร์เข้ามากันบีมไซด์ได้ทันเวลา  พลางยิงปืนวัลแคนใส่วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ทันที

" ชิ.....ดื้อด้านกว่าที่คิดซะอีก "  อีฟสบถอย่างไม่พอใจพลางหลบกระสุนวัลแคนอย่างคล่องแคล่ว  แล้วถอยห่างออกจากอาร์คสไตรค์เกอร์ขณะเดียวกันกับที่ร่างสีแดงของ
วาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์ก็บินมาจอดเทียบข้าง ๆ อีฟ

" ไม่ได้น้าอีฟจัง  ภารกิจของเราคือจับนักบินพร้อมเครื่อง ATE-002 กลับไปนะจ๊ะ " มิโอะ  คุซุโนกิ ผู้บังคับวาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์ร้องเตือน

" ที่เราต้องการจริง ๆ คือ ATE-002 นักบินไม่จำเป็นหรอก.... " อีฟร้องบอก  " อีกอย่างดูท่าว่านักบินของ ATE-002  ฝีมืออ่อนกว่าที่คิดค่ะ ! ชั้นคิดว่าน่าจะเป็นการดีกว่าถ้ากำจัดนักบินลงที่นี่เลยแล้วชิงเครื่องกลับไปอย่างเดียวน่าจะดีกว่า "

" แต่กว่าจะกำจัดนักบินได้นี่  ATE-002  ไม่เละไปซะก่อนเหรอ.... "  มิโอะบ่นไปพลางขณะที่มองส่วนหัวไหล่ซ้ายของอาร์คสไตรค์เกอร์ที่ถูกทำลายเพราะอีฟไป

" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ....คราวนี้ชั้นไม่พลาดแล้ว...ไว้ใจชั้นเถอะค่ะรุ่นพี่คุซุโนกิ ! "  พูดจบอีฟก็บูสต์เครื่องของวาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์พุ่งเข้าใส่อาร์คสไตรค์เกอร์ทันที..

" เฮ่อ.....ใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ อีฟจังเนี่ย.... "  มิโอะถอนหายใจ  เธอกำลังจะบินตามหลังอีฟไปแต่ทว่า...

แช้ดดดดดดดด    มิโอะเบี่ยงหลบลำแสงจากบีมกันของ L-AS ได้อย่างสบาย  แล้ว L-AS ก็พุ่งเข้ามาขวางเธอไว้

" ชั้นไม่ให้ไปรุมอุชิโอะซังหรอกค่ะ..... เธอต้องเจอกับชั้น ! "  เมื่อลูน่าพูดจบ  L-AS ก็ชัก Assault Katar ออกมาทันที

" อ่า...รา...ร๊า~~~  ไม่เห็นเคย AT รูปแบบผู้หญิงมาก่อนเลยนะเนี่ย... น่าเสียดายที่คงต้องกำจัดทิ้ง " มิโอะยิ้มอย่างสบายอารมณ์ พลางเปลี่ยนเซนทอร์ อาวุธยาวที่เธอถืออยู่จากรูปแบบบีมแคนน่อน เป็นบีมไซด์ทันที

" ย้ากกกก !!!!!! "  L-AS พุ่งเข้าใส่  วาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์ อย่างรวดเร็วแล้วใช้คาตาร์ตวัดฟันใส่อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าจะโจมตีไปเท่าไหร่ก็ไม่โดนตัวเลย

" วิ้ว~~~~~ " มิโอะผิวปากพลางบังคับให้เอโกนิกซ์หลบคาตาร์ของ L-AS อย่างไม่รีบร้อน  " ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดไม่เลวเลยนะจ๊ะ  แต่ว่า..... "

โครมมม !!!!

" อึ๊กกก !!?!?!  "  L-AS โดนด้ามบีมไซด์กระแทกเข้าใส่บริเวณหน้าอกเต็ม ๆ   " รีบร้อนเอาชนะมากไป.... แต่ก็นะ หยวนให้เพราะตรงนี้อีฟจังก็เป็นเหมือนกัน อีกข้อก็คือ..."  มิโอะยิ้มพลางไล่โจมตีลูน่าต่อ

เปรี้ยงงงง !!!

" โอ๊ยยยย !?!?!?! "  L-AS พลาด โดน วาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์ ที่บูสต์เครื่องหลบการโจมตีเตะเข้าใส่ทางด้านหลังทันที  

" เปิดช่องว่างด้านหลังมากไป  แต่ก็นะเจ้าหนูจอมพยศเครื่องนี้กำลังเครื่องก็ไม่ธรรมดาซะด้วยสิ "  มิโอะบอก พลางหมุนควงบีมไซด์พุ่งเข้าฟันใส่ L-AS

เปรี้ยงงงงงงงงง !!!!!!!!

" อื้ม..... " มิโอะแปลกใจเล็กน้อย    " แต่ไหวพริบและจังหวะในการโต้กลับไม่เลวนี่จ๊ะ ข้อนี้ต้องขอชม "   L-AS ใช้คาตาร์มือซ้ายกันบีมไซด์เอาไว้ได้ ขณะที่มือขวาก็พุ่ง
โจมตีส่วนหัวของเอโกนิกซ์ทันที  แต่มิโอะก็ยังเบี่ยงหลบทันอยู่...

" อย่ามาดูถูกกันให้มากนักนะยะ ! "  ลูน่ากัดฟันกรอด... คู่ต่อสู้ตรงหน้านี้ต่างจากพวกอื่นที่เธอเคยต่อสู้มามาก  หากประมาทแม้เพียงเล็กน้อยเธอก็คงถูกเล่นงานจนถึงตายได้

" แหม ๆ ๆ "  มิโอะถอนหายใจ  " อย่าพึ่งโกรธสิจ๊ะ...ชั้นเองก็ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดเท่าอีฟจังหรอก  ยังไงก็ช่วยออมมือให้หน่อยน๊า~~~~ "  มิโอะเลียปาก พลางชัก
บีมแคนน่อนที่ติดอยู่ที่ขาจ่อยิงใส่ช่วงลำตัวของ L-AS ทันที  โชคดีที่ลูน่าไหวตัวทัน รีบบูสต์เครื่องหลบบีมได้ซะก่อน

" แฮ่ก ๆ  ผู้หญิงคนนี้ประมาทไม่ได้เลย.... "  น้ำเสียงของลูน่าเต็มไปด้วยความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด...



ตัดมาทางด้านลูคัส ที่กำลังคุ้มกันยานฮาเซล เซน่อน


" แย่ล่ะสิ.....ศัตรูพวกนี้ร้ายกาจกว่าที่คิด... "  ลูคัสกล่าว เพราะ AT ของสลัดอวกาศในหน่วยโจมตีพิเศษนี้ร้ายกาจกว่าจาโปรน่าของบอล์นที่เขาเคยสู้ด้วย  แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนว่าพวกมันก็ไม่ตั้งใจเข้ามาบุกโจมตียานฮาเซล เซน่อนหรือโจมตีเมืองเท่าไหร่

" คุณลูคัสครับ ! ผมว่าท่าทางของศัตรูมันแปลก ๆ นะครับ "  คาริสที่กำลังติดพันในการคุ้มกันยานฮาเซล เซน่อนอีด้าน ติดต่อเข้ามาหาลูคัสทันที

" นั่นสิครับ....เหมือนพวกมัน...ตั้งใจถ่วงเวลาพวกเราเอาไว้มากกว่า.. "  ลูคัสวิเคราะห์  และเป็นจริงดังคาด  AT ของเหล่าสลัดอวกาศเหมือนจะต่อสู้เพื่อตรึงกำลังไม่ให้ทั้งออร์เฟอุส , โกลด์ซาเวียร์ หรือแม้แต่ยานฮาเซลเซน่อนทำการเทคออฟได้....เพราะว่าเป้าหมายหลักในคราวนี้คือการชิงอาร์คสไตรค์เกอร์ของอุชิโอะไปนั่นเอง  เพราะฉะนั้นพวกที่อยู่ที่นี่ก็มีหน้าที่แยกกองกำลังของยานฮาเซล เซน่อนเป็น 2 ส่วนไม่ให้ไปรวมกันได้นี่เอง

" ฮึ่ม.....ถ้าศัตรูสู้ถ่วงเวลาไว้แบบนี้ล่ะก็ฝั่งเราก็มีแต่จะสิ้นเปลืองกระสุนไปเท่านั้นเอง  ทำยังไงดีนะ..... " ลูคัสพยายามใช้ความคิด  แต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจนทำให้ความคิดของเขากระเจิงไปหมด

ตูมมมมมม !!!!!  

" อ๊ากกกก !!?!?! "  จู่ ๆ  AT ไนท์ คลาวด์ของสลัดอวกาศก็โดนมิตซายด์ปริศนาโจมตีจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว  ซึ่งเมื่อหันไปดูทิศทางที่มิตซายด์ถูกยิงมาก็พบยานรบขนาดเล็ก 2 ลำและรถถังขนาดใหญ่ 1 คันที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางยานฮาเซล เซน่อน

" โห่............  พี่สี่ตาหน้าแต๋วไม่ได้เรื่องเลยนะ  มา  เดี๋ยวเทพวีคนนี้จัดการกับพวกสลัดผักพวกนี้เอง !! พวกนู๊บ ๆ น่ะ ถอยไปเลย  "   เจ้าของเสียงสุดกวนโอ๊ย ดังมาจากยานบินที่ติดปืนใหญ่ที่กำลังบินข้ามหัวออร์เฟอุสขณะนี้  แน่นอน เสียงนั้นลูคัสลืมไม่ลงหรอก

" คุณมัน.....เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมในคาสิโนนี่นา !?!? "  ลูคัสแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่จู่ ๆ เด็กเกรียนคนนั้นก็ปรากฏตัวพร้อมกับยานรบติดอาวุธ

" เอ๋ !?!?!? " คาริสที่เปิดสัญญาณติดต่อกับลูคัสอยู่ก็ได้ยินเข้าเต็ม ๆ  ทำให้โกลด์ซาเวียร์ที่ตั้งป้อมยิงไนท์คลาวด์อยู่ชะงักไปเล็กน้อย

" เอาล่ะ ! เจ้าพวกสลัดผัก ! บังอาจมารบกวนเวลาพักผ่อนของเทพวีผู้นี้ได้นะ   เดี๋ยวเทพวีผู้นี้จะสั่งสอนเอ๊ง !!!!! "  GunWinger ของวีใช้ปืนใหญ่ High Energy Cannon ยิงกวาดใส่ไนท์คลาวด์ของสลัดอวกาศทันที  แต่พวกไนท์คลาวด์ก็สามารถหลบหลีกลำแสงปืนใหญ่ได้อย่างว่องไว  ทำให้ High Energy Cannon ของวีจั่วลมไปโดนตึกรามบ้านช่องพังเป็นแถบ ๆ

" เฮ้ย ! ไรวะ !!!  แน่จริงอย่าหลบสิเฟ้ย !!!!! "  วีเกรียนแตกทันที  พลางยิง  High Energy Cannon  ใส่พวกไนท์คลาวด์อีกระลอก  แต่แน่นอนว่าพวกมันก็ยังสามารถหลบได้  พลางใช้บีมไรเฟิลยิงสวนใส่ GunWinger เข้าไปเต็ม ๆ

" โอ๊วววว !?!?!?!  ไอ้พวก *ตี๊ด*  บังอาจทำร้ายเทพวีผู้นี้เรอะ !?!?! " วียิ่งเกรียนหนักเข้าไปใหญ่  เคราะห์ดีว่าตัวยานของ GunWinger แข็งแรงทนทาน ทำให้บีมไรเฟิลของไนท์คลาวด์ทำความเสียหายให้ไม่มากนัก  แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้วีเกรียนแตกประมาณเข้าสู่โหมดเมล็ดถั่ว High Energy Cannon  ก็เลยยิงสาดมั่วไปทั่ว แม้ว่าส่วนใหญ่จะยิงไม่โดนไนท์คลาวด์แต่ก็พอที่จะทำให้พวกมันแตกกลุ่มไปได้เหมือนกัน  แต่คนที่รับความซวยจริง ๆ ก็คือตึกรามบ้านช่องที่ถล่มใส่ชาวบ้านเพราะโดนปืนใหญ่ของวียิงไปนั่นแล....

" คุณเด็กเกรียนคนนั้นเค้าคิดทำอะไรกันแน่.....จะมาช่วยพวกเราหรือทำให้มันวุ่นกว่าเดิม... "  ออร์เฟอุสที่ตั้งป้อมยิงอยู่ด้านล่างเหงื่อตก   " ผม...ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ "  โกลด์ซาเวียร์ก็เหงื่อตกพอกัน...

" คุณวีค่ะ ! พอเถอะค่ะ....เราใช้วิธีอื่นโจมตีพวกนั้นดีกว่านะคะ ! " หญิงที่ขับ ShieldWinger ติดต่อเข้ามาเตือนวี  จริง ๆ ก็คือบ้านเมืองจะเละเทะหมดอยู่แล้วเพราะวียิงมั่วนี่แหละ

" ใช่แล้ว วี ใช้วิธีอื่นเถอะ ! ( ตรูไม่อยากควักเนื้อจ่ายค่าซ่อมเมืองเพราะความเกรียนของเอ็งนะโว๊ย !!! ) "  ป้องที่ขับรถถัง TankLander เตือนเข้ามาเช่นกัน  

" ชิ ! ก็ได้...งั้นจัดการพวกมันในทีเดียวเลย ! " วีสบถก่อนที่จะติดต่อไปยังป้อมและหญิง     " ป้อง ! หญิง !  รวมร่าง !!!! "

" หา !?!?  เอาจริงเหรอฟระ !?!? "

" จะ...จะรวมร่างเลยเหรอคะ.... "  

" แน่นอน ! เทพวีผู้นี้พูดแล้วไม่มีคืนคำ  รวมร่างแล้วจัดการไอ้พวกสลัดผักไปซร้า~~~~  "  

" เฮ้อ....เอาก็เอา ชั้นไม่รู้ด้วยนะเฟ้ย ! "  ป้องถอนหายใจอย่างเอือมระอา

" โอเช !  งั้น  Trigger Start-Up !!!  "

วิ้ง !!!!!!!!!!!!!!!!!  

GunWinger, ShieldWinger และ  TankLander ลอยขึ้นไปอยู่ในระนาบเดียวกัน เพื่อทำการรวมร่าง โดยที่  GunWinger  ยกส่วนแขนขึ้นแล้วยืดแขนออกมา ยืดมือออกพร้อมกับหดส่วนกระบอกปืนเข้าไป  ส่วนหัวยานก็ไป 90 องศา แล้วแยกส่วนปีก ไปเป็นแบ็กแพ็ก   ส่วน  ShieldWinger ยกส่วนแขนขึ้น ยืดแขนออกแล้วยืดมือออกมาพร้อมกับหมุนส่วนหัวยานไป 90 องศา  เช่นเดียวกับ  GunWinger  ก่อนที่จะแยกส่วนใต้ยานและปีก ไปเป็นชิ้นส่วนที่แปะที่อกพร้อมกับหุบปีกซ่อนใต้ชิ้นส่วนแปะที่อก  และ TankLanderยกส่วนหน้ายานขึ้น  หุบตีนตะขาบส่วนหน้าเข้าไป หมุนส่วนหน้ามา 180 องศา ประกอบกับสวนหลังพร้อมกับลุกขึ้นยืน

ครืนนน.....

GunWinger, ShieldWinger  บินปักลงส่วนหัวของ  TankLander ที่ยืนรออยู่แล้ว  ค๊อกพิทของแต่ละคนก็จะเปลี่ยนที่มาลงที่ส่วนท้องของหุ่น  โดยที่ Cockpit ของป้องจะแทรกระหว่าง Cockpit ของวีที่อยู่ทางขวา และของหญิงที่อยู่ทางซ้าย  ชิ้นส่วนปีกของ GunWinger ติดที่หลัง  ส่วนเกราะไหล่ขยับยืดออก  ส่วนหัวขยับขึ้น มีการเลื่อน
เมคคานิคปิดส่วนปาก

ฟู่.........

ชิ้นส่วนสุดท้ายประกอบปิดส่วนอก ตาของ Gun Trigger สว่างขึ้น ลวดลาย GTG ที่ส่วนอกวิ่งเป็นลายเส้นแล้วสว่างขึ้น



" Combine Finish " Change overgear! ไปเลย  กีกันติกกันเกลเกอร์กีก้ากันเบลเซอร์โกกันเนอร์เอ็กซ์กันทริกเกอร์ !!!!!!!!!!!!


" ปะ...ประกอบร่างได้อย่างนั้นเหรอครับเนี่ย !?!?!?  "  ลูคัสอึ้ง...

" อะ...อะไรกัน ไม่เคยเห็นแพนเซอร์แบบนั้นมาก่อนเลย.... "  คาริสและริโคริสก็แปลกใจไม่แพ้กัน

" หุ่นยนต์ตัวนั้นมันอะไรกัน....... "  เอเล่ที่อยู่ในยานฮาเซล เซน่อนก็ตกใจไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ในยานมากนัก  เพราะเธอเองก็พึ่งเคยหุ่นหุ่นยนต์ที่มาจากยานรบ 3 ลำประกอบร่างกันแถมตัวสูงกว่า AT ที่อยู่แถวนี้จนเทียบไม่ติด

" หัวหน้าครับ ! นั่นมันอะไรกัน !?!??!?!  " นักบินของไนท์คลาวด์เครื่องหนึ่งถึงกับอุทาน

" มะ.....ไม่รู้เหมือนกัน....ไม่เคยเห็นอาวุธแบบนี้อยู่ในข้อมูลมาก่อนเลย "  ร้อยเอกโคเรนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อกับส่งที่อยู่ตรงหน้า

" แต่ที่สำคัญกว่านั้น...... "

...........................................
...............................
.....................
...........
.....
..
.


" ชื่อยาวโคตรรรร !!!!!!!! "  ตรงนี้เหล่าลูกเรือยานฮาเซล เซน่อน , ออร์เฟอุสและโกลด์ซาเวียร์ รวมถึงหน่วยไนท์คลาวด์ของร้อยเอกโคเรน กล่าวโดยมิได้นัดหมาย....


" ฮ่า ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ  ตกใจล่ะสิ ! เจ้าพวกหลังเขาทั้งหลาย ! "  วีหัวเราะอย่างสะใจเมื่อเห็นผู้คนรอบ ๆ ข้างประหลาดใจกับกันทริกเกอร์ของเขา ซึ่งเป็นที่ถูกใจเกรียน เอ๊ย ! วีเป็นอย่างมาก

----------------------------------------------------------------
รอต่อช่วง 4 นะคร้าบ
----------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2009, 01:35:34 PM โดย Hoiji » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 121


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:01:28 AM »

======================== Super Robot War TSC   (  Space Route   )========================
======================     Episode 4  : Trigger Start-Up !!! (ช่วงที่ 4 )   =======================



" หนอย... จะอะไรก็ช่าง !  เล่นงานเจ้าตัวใหญ่นั่นไว้ก่อน ! " สิ้นคำสั่งพันตรีโคเรน  เหล่าไนท์คลาวด์ก็เริ่มทำการระดมยิงใส่กันทริกเกอร์ของวีทันที

" แอ๊ฟฟ !?!?  โอ๊ววว !?!??  อั่คคค !?!??  อ๊ากกกก !?!??!  ซะที่ไหนล่ะ.....ไม่สะเทือนหรอก กิ๊ว ๆ  "  วีเยาะเย้ยพวกสลัดอวกาศด้วยท่าทีน่าเหยียบ  เพราะบีมไรเฟิลหลายสิบสายที่ยิงมานั้น ไม่ระคายผิวของกันทริกเกอร์แม้แต่น้อย...

" เอาล่ะ ! ป้อง ! หญิง ! ได้เวลาโชว์พลังสุดเทพของ กีกันติกโอเมก้าเกลเกอร์กัซไซเดอร์กันเบลเซอร์ไกอาครัชเชอร์เอ็กซ์กันทริกเกอร์  ให้พวกมันเห็น ! "  วีออกคำสั่งทันที

" จะทำอะไรก็ทำเหอะ...แต่ขอร้อง  เรียกชื่อย่อได้ไหม ?  ( แล้วรู้สึกว่าชื่อมันจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่เรียกตอนแรกด้วยนี่หว่า.... ) " ป้องบ่นแบบรำคาญเต็มทน

" คุณวีค่ะ !  คุณป้องค่ะ ! ศัตรูบุกเข้ามาแล้วค่ะ ! "  หญิงรีบร้องเตือน  แต่เมื่อความเกรียนของวีจุติ  มีหรือที่เขาจะกลัว...

" ได้เลย !!!! เจอท่านี้หน่อยเซ่ !!!  "  ปืนใหญ่มหาประลัยไกลสุดหล้า  ฆ่าให้ตายห่านในนัดเดียว  !!!! "  ว่าแล้วกันทริกเกอร์ก็ทำการยืดปืนในมือขวาออก ใช้เล็บที่ปลายเท้าและส้นเท้าตรึงพื้นให้แน่น รวมรวมพลังงานแล้วยิงเป็นคลื่นลำแสงขนาดใหญ่ออกไป !!! 

ตูมมมมมมม !!!!!!!!!!!   อ๊ากกกกกกก !!!!!!!    ไนท์คลาวด์จำนวน 8 เครื่องที่บุกเข้ามาโจมตีกันทริกเกอร์ถูกคลื่นลำแสงของปืนใหญ่มหาประลัยไกลสุดหล้า  ฆ่าให้ตายห่านในนัดเดียวของกันทริกเกอร์ เป่าหายไปในทีเดียว   ว่าแต่มันชื่อท่านี้จริงเหรอ (?)

" มันชื่อ Absolute Cannon  เฟร้ย !!!  อะไรฟระเจ้าวี ! ไอ้ชื่อท่าห่วยแตกไร้เซนต์ในการตั้งชื่อนั่นน่ะ !!!! "  แต่แน่นอนคำพูดของป้องก็หาได้เข้าหูของเกรียนเทพวีไม่... 

" เฮ้ย ! เมินตรูเรอะ !!!!  ตรูเป็นคนตั้งเป้าให้เอ็งยิงนะเฟ้ย !!! "   แต่วีก็ไม่ได้ฟังป้องอยู่ดี

" ฮ่า ๆ ๆ ๆ   สะใจจริง ๆ วุ้ย !!!!  "  วีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง และเตรียมตัวจะทำการโจมตีต่อไป

" ไม่ได้ค่ะ คุณวี  พลังงานของกันทริกเกอร์เหลือน้อยแล้วค่ะ !  "   หญิงรีบร้องเตือน

" หา !?!?!?!?  "  วีร้องเสียงหลง    " อะไรฟระ ! พึ่งประกอบร่างเมื่อกี้นี้แล้วทำไมพลังมันหมดเร็วจังฟระ !?!?! "

" ก็คุณวีใช้ GunWinger ยิง Energy Cannon  โจมตีใส่บ้านเมือง....มะ...หมายถึงใส่ศัตรูไปตั้งเยอะนี่ค่ะ ! แถมพึ่งใช้ Absolute Cannon  ซึ่งเป็นท่าที่กินพลังงานมหาศาลเข้าไปอีก พลังงานจะหมดพรวดพราดก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ! "  หญิงอธิบายแบบใส่อารมณ์

" โด่....ไรว้า....วัยรุ่นเซ็งเลย  "  วีบ่นเป็นหมีกินผึ้ง  ก่อนที่จะบังคับบูสต์ให้กันทริกเกอร์ลอยบนท้องฟ้า  ก่อนที่จะหันมามองออร์เฟอุสที่ยังยืน งง ๆ อยู่ที่พื้นล่าง...

" ไงล่ะ พี่ตี๋สี่ตาหน้าแต๋ว ! นี่เป็นแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ของความมหาเทพของผมเท่านั้นนะ  ที่เหลือพี่จัดการเองแล้วกัน ถ้ามหาเทพอย่างผมมาโปรดแล้วพี่ยังแพ้อีกผมว่าพี่คงกากสุด ๆ 5555 "  วีหัวเราะแบบเกรียนอีกครั้งส่งท้าย ก่อนที่จะขับกันทริกเกอร์บินหายไปท่ามกลางความงุนงง ของหุ่นตัวอื่น ๆ

" เอ่อ....มันไปแล้วครับ หัวหน้า ! เอายังไงต่อดี "  นักบินของไนท์คลาวด์ถามร้อยเอกโคเรน

" เอ่อ.....เอาเป็นว่าปฏิบัติตามภารกิจเดิมก่อนแล้วกัน  ถ่วงเวลาพวกยานฮาเซล เซน่อนเอาไว้... " 

" เอ่อ.....แล้วพวกเอาจะทำยังไงต่อดีครับ ลูคัสซัง.... "  คาริสติดต่อมาถามลูคัสบ้าง

" เอ่อ.... เอาเป็นว่าคุ้มกันยานแล้วก็พยายามตีฝ่าสลัดอวกาศไปเหมือนเดิมก็แล้วกันครับ... "   ลูคัสบอก   หลังจากการปรากฏตัวและจากไปราวกับลมพัดของเทพวีและ
กันทริกเกอร์  เหตุการณ์ก็กลับเข้าสู่ความสงบ..............มั้ง ?


วกกลับไปฝั่งอุชิโอะ

เปรี้ยงงงงงงงง !!!!!!!!!!   โครมมมมมมมม !!!!!

" อ๊า !!!!?!?!  "  อาร์คสไตรค์เกอร์โดนวาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ของอีฟถีบกระเด็นจนไปชนตึกข้างล่างถล่มทันที  เธอค่อย ๆ บังคับอาร์คสไตรค์เกอร์ยืนขึ้นอย่างยากลำบาก

" หึ ๆ  จบกันแค่นี้แหละ...ไพลอทของ ATE-002.... "  อีฟแสยะยิ้มเหี้ยม  ก่อนที่วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ จะพุ่งเข้ามาหาอาร์คสไตรค์เกอร์ที่อยู่ด้านล่างด้วยความเร็วสูง

" อะ....อึก....มะ...ไม่ไหวแล้ว...เราสู้ไม่ได้เลย.... "  อุชิโอะเริ่มใจเสีย....แต่ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่นั้น....

A.L.I.C.E.  System   Active

จู่ ๆ ก็มีเสียงนี้ดังขึ้นมาจากภายในค๊อกพิทของอาร์คสไตรค์เกอร์   หน้าจอต่าง ๆ กลายเป็นสีแดง แล้วขึ้นคำว่า A.L.I.C.E. เต็มไปหมด..

วิ้ง~~~~~~~

ตาของอาร์คสไตรค์เกอร์จากสีเหลืองกลายเป็นสีแดง  พลันยิงปืนวัลแคนที่ส่วนหัวเข้าใส่อีฟทันทีจนอีฟชะงักไปเล็กน้อย...  แต่เพราะเธอมัวแต่ไปสนใจกระสุนวัลแคน..

เปรี้ยงงงง !!!!!!!~

" อะ.....อะไร !?!?!  "  วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ ถูกโล่ห์ที่ซัดเข้ามาโดยอาร์คฯ เข้าไปเต็ม ๆ แบบไม่ทันตั้งตัวจนอีฟเสียศูนย์... ขณะที่อาร์คที่มีตาสีแดงนั้นพุ่งขึ้นมาจากด้านล่างยิงบีมไรเฟิลเข้าใส่พร้อมกับชักบีมเซเบอร์เข้าฟัน วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์  เป็นจังหวะต่อเนื่องทันที

" อั่ค !?!?!  อะไรกัน !!?!  "  อีฟที่โดนอาร์คฯหมุนตัวถีบกระเด็นถึงกับตะลึง  ที่จู่ ๆ การต่อสู้ที่เธอเคยได้เปรียบมาตลอดก็พลันเปลี่ยนเป็นเสียเปรียบทันที

" อะไรกัน.....จู่ ๆ ก็ไม่สามารถบังคับเครื่องได้อีกแล้ว... " ฝั่งอุชิโอะเองก็ตกใจไม่แพ้อีฟ  เพราะว่านี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอไม่สามารถคุมเครื่องได้


Engage System Active

ฉับพลันหน้าจอที่เป็นสีแดงของอาร์คก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม  มีม่านสีฟ้าล้อมรอบตัวอาร์คสไตรค์เกอร์เอาไว้  ซึ่งนอกจากอุชิโอะและอีฟแล้ว   ลูน่ากับมิโอะที่ต่อสู้กันอยู่ด้านนอกก็ตกใจไม่แพ้กันเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของอาร์คสไตรค์เกอร์

" นะ.....นั่นมันอะไรกัน !?!!? " มิโอะถึงกับเสียงสั่นอย่างรักษาภาพลักษณ์ไม่ได้ เพราะเธอรู้สึกไม่ดีกับม่านสีฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวของอาร์คสไตรค์เกอร์เป็นอย่างมาก

" กะ...เกิดอะไรขึ้น....อุชิโอะซัง.... " ลูน่าพยายามติดต่อไปยังอาร์คสไตรค์เกอร์แต่ดูเหมือนว่าช่องสัญญาณจะไม่ติด


ฟึ่บ.......

" อ่ะ.....หายไปไหนแล้ว.... " อีฟตกใจเป็นอย่างมากที่จู่ ๆ อาร์คสไตรค์เกอร์ก็หายตัวไปจากเบื้องหน้าของเธอ



เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


" กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !?!??!!??!?!?!? " อีฟถูกอาร์คสไตรค์เกอร์ที่ใช้ม่านสีฟ้าพุ่งเข้าชนอย่างจัง ถึงขนาดทำให้ชิ้นส่วนหน้าอกและชิ้นส่วนหัวไหล่ของวาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์  แตกกระจายไปในทันที...  ทางด้านอีฟเองก็หัวกระแทกเข้ากับคอนโซลเต็ม ๆ จนหน้าผากแตกสลบไป

" อีฟจัง !?!?!?  "  มิโอะหน้าซีดเผือด  พลางรีบทะยาน วาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์  เข้าไปช่วยเหลืออีฟที่โดนอาร์คฯพุ่งเข้ากระแทกซ้ำ ๆ อย่างนั้นไปเรื่อย ๆ   แต่ทว่าเมื่อมิโอะเข้าใกล้นั้น อาร์คสไตรค์เกอร์ก็ทำการเปลียนเป้าหมายพุ่งเข้ามาโจมตีเธอแทน

" อะ....อะไร !!?!??! "  มิโอะรีบดึงคันโยกเบี่ยงหลบไปได้อย่างเฉียดฉิว แต่ทว่าหลบการโจมตีครั้งที่ 2 ไม่พ้น  อาร์คฯพุ่งเข้าชนด้านหลังของ วาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์ เต็ม ๆ

" อ๊า !?!?!??!?!?!  " มิโอะร้องอย่างเจ็บปวด เธอรีบบังคับให้หุ่นใช้บีมไซด์เข้าฟันแต่ทว่า...ก็ได้แต่จั่วลมเท่านั้น


ซู่มมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  เปรี้ยงงงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!

" อะ....อึก.... "  มิโอะรีบต่อสัญญาณไปยังร้อยเอกโคเรนทันที  เพราะเธอเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้เกินกว่าจะรับมือได้แล้ว....

" ผู้กองคะ !  เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นค่ะ ! ร้อยตรีเซ็นกะได้รับบาดเจ็บสาหัส  ทางเราต้องขอถอนตัวเดี๋ยวนี้เลยค่ะ !! "

" ระ....รับทราบ ! ทางเราก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเช่นกัน !!!  ทุกหน่วยถอนตัว !!! "  เมื่อสิ้นคำสั่งของร้อยเอกโคเรน  มิโอะก็รีบพุ่งเข้าไปพยุง วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ ขึ้นมาและบินหนีไปทันที

" อ่ะ....ฝั่งศัตรูถอนกำลังแล้วเหรอ !?!?! "  คาริสที่คุ้มกันยานอยู่แปลกใจเล็กน้อย

" ไม่รู้เหมือนกันว่ามันถอนกำลังเพราะอะไรนะครับ.....แต่ก็ดีแล้วเพราะขืนสู้ต่อไปฝ่ายเราก็ยิ่งเสียเปรียบ....  "  ลูคัสถอนหายใจอย่างโล่งอก

" นั่นสินะคะ....จะว่าไปพวกลูน่าล่ะ  ??? "  ทันทีที่เอเล่ติดต่อไปหาลูน่าก็เกิดเรื่องตื่นตระหนกขึ้น...

" แย่แล้วค่ะ !?!?  ตอนนี้อุชิโอะซัง...... !?!??  "  ลูน่ารีบต่อสัญญาณกลับมาบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับอาร์คสไตรค์เกอร์ตอนนี้ทันที

" ว่ายังไงนะคะ !?!??!  " 


ตัดกลับมาทางด้านลูน่าและอุชิโอะ...

" ลูน่าซัง !!!!!!!!!!!   รีบหนีไปค่ะ !!!!  นะ....หนูควบคุมหุ่นไม่ได้ !?!??!?!?  "  อุชิโอะพยายามติดต่อไปยังลูน่าด้วยความยากลำบาก  ใบหน้าตอนนี้ของเธอก็ดูซีดเซียวเมื่อต้องเจอกับแรง G เข้าอย่างหนัก

" อะ...อุชิโอะซัง !!!!  จะให้ชั้นทิ้งคุณไปได้ยังไงกันล่ะค่ะ !?!?!? "   ลูน่าร้องบอก แต่ตัวเธอในตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้นอกเหนือไปจากพยายามหลบการพุ่งโจมตีของอาร์คฯอย่างสุดตัว

" ชะ....ชั้น...อะ....อึก..... อุ๊บส์ !?!?!? "  อุชิโอะคลื่นไส้เป็นอย่างมาก  แล้วจู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างซึ่งเป็นเสียงผู้หญิงดังมาจากคอนโซลหุ่น


ตี๊ด....วิเคราะห์สภาพความปลอดภัยของนักบิน....นักบินอยู่ในอาการย่ำแย่......ทำการปิดระบบ  Engage โดยอัตโนมัติ.......

ฟู่.....................................

จู่ ๆ ม่านสีฟ้าที่คลุมร่างของอาร์คสไตรค์เกอร์ก็หายไป  สีตาก็กลับมาเป็นสีเหลืองเช่นเดิม....  แต่ก็มีควันจำนวนมากพุ่งขึ้นออกมาจากตามข้อต่อของอาร์คสไตรค์เกอร์ทันที  บูสเตอร์ก็หยุดทำงาน...ส่งผลให้อาร์คสไตรค์เกอร์ค่อย ๆ ร่วงลงช้า ๆ

" อุชิโอะซัง !!!!!!  "  L-AS รีบพุ่งเข้าไปหิ้วปีกของอาร์คฯขึ้นมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ยานฮาเซล เซน่อนและคนอื่น ๆ เดินทางมาถึงทันที

" เอเล่ ! เห็นพวกลูน่าแล้วล่ะ ! "  มาเรียร้องบอกอย่างดีใจ

" ลูน่า...อุชิโอะซัง !  ปลอดภัยดีไหม !!! "  เอเล่ร้องถามอย่างเป็นห่วง

" อะ....อือ.....ชั้นปลอดภัย.... แต่ อุชิโอะซัง.... "  ลูน่ายังไม่แน่ใจในสภาพของอุชิโอะเท่าไหร่นัก  เธอรีบพาอาร์คฯ กลับเข้ามาในแฮงค์เกอร์ยานทันที  ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ ไวท์แอสคอร์ท พุ่งเข้ามาในยานพอดี

" อะ....เอ๋ !?!??!  "  เอเล่และคนอื่น ๆ ตกใจที่จู่ ๆ ก็มีหุ่นปริศนาพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันรู้ตัว  แต่ดีที่คาริสและริโคริสช่วยอธิบายเอาไว้ก่อน

" ไม่ต้องห่วงครับเอเล่ซัง.....  แพนเซอร์เครื่องนั้นเป็นพวกของเราเองครับ " 

" พะ....พวกงั้นเหรอคะ ? "  เอเล่ทวนคำ พอดีกับที่แร็กน่าและลีลี่ย์กระโดดลงมาจากหุ่นทันที

" ฝ่าบาท...ปลอดภัยสินะเพคะ !! "  ลีลีย์วิ่งเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าคาริสและริโคริสทันที  ทำให้คนอื่น ๆ นอกจากลูคัสถึงกับเหวอ  แต่ว่า...ตอนนี้มีเรื่องอื่นที่ต้องสนใจมากกว่านั้น

" รีบเปิดฝาค๊อกพิทออกมาเร็ว ๆ เข้า !!! "  เอเล่สั่งให้ลูน่ารีบปลดระบบรักษาความปลอดภัยของอาร์คฯเพื่อเปิดประตูค๊อกพิทออกมา ทันที

" อะ......อึ๊ก.....หะ....ห้องน้ำ....... "  อุชิโอะรีบกระโดดออกจากค๊อกพิท วิ่งหาห้องน้ำทันที  ท่ามกลางความงุนงง ของทุกคน

" ทะ.....ท่าทางคงจะไม่เป็นอะไรมากหรอกนะ ? "  เอเล่ไล่มองตามหลังอุชิโอะไป.....  ระหว่างที่ทุกคนยัง งง กันอยู่นั้น

" ทุก ๆ คนค่ะ !!!  รีบมาดูอะไรนี่สิคะ !!!  "  ซารีน่าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาทุกคนที่อยู่ในโรงเก็บหุ่นทันที  เพื่อไปดูบางสิ่งบางอย่างที่จอมอนิเตอร์ที่สะพานเดินเรือ

" กะ...เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ซารีน่า !!! "  เมื่อเอเล่และคนอื่น ๆ  ( รวมถึงแร็กน่าและลีลี่ย์ที่วิ่งตามคาริสและริโคริสไปติด ๆ ) ไปถึงสะพานเดินเรือก็เห็นจอมอนิเตอร์ที่กลายเป็นสีฟ้าตัวหนังสือสีแดงขึ้นมาว่า"ประกาศคำสั่งด่วนจากรัฐบาลสหพันธ์โลก..."

"สวัสดีชาวโลกทุกท่าน กระผมวอเรฟ กามาลอฟ นักวิทยาศาสตร์ในสังกัดกองทัพสหพันธ์โลก....ผมอยากให้ทุกท่านได้ดูสิ่งนี้ซะก่อน...."หลังจากนั่นมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ก็ฉายให้เห็นถึงภาพของยานรบขนาดลำใหญ่ยักษ์มหึมาที่น่าจะมีขนาดหลายกิโลเมตรได้ปรากฎขึ้นบดบังน่านฟ้าเมืองใหญ่แห่งนึงที่อยู่ในการควบคุมของกองทัพสหพันธ์

" นะ....นั่นมันอะไรกัน..... !?!?! "  พวกลูน่าตกตะลึงกับขนาดของยานลำยักษ์นั่น...

"ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ผมได้แอบสร้างยานลำนี้ขึ้นมาโดยไม่ได้รายงานให้ผู้ใด รู้ แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆสำหรับการที่มนุษย์จะอยู่ต่อไปได้ ผมอยากให้ทุกท่านได้ชมภาพนี้กันก่อน"เอ่ยจบภาพที่อยู่บนมอนิเตอร์ก็แปลกไปเผยให้เห็นภาพของจังกิลด์ในอวกาศ

ที่กำลังถูกโจมตีจากจากสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกับกิ้งก่ายักษ์ขนาดความสูงที่กะคร่าวๆจากตาน่าจะประมาณ20-30เมตร....

" นะ....นั่นมันพวกผมนี่นา !?!?!?! "  ลูคัสร้องบอก

"ตอนนี้โลกของเรา ไม่สิ จักรวาลของเรา กำลังตกเป็นเป้าของผู้รุกรานจากจักรวาลอื่น"วอเรฟหยุดพูดสักเล็กน้อยก่อนจะอธิบายต่อไปว่า...

"ภาพที่ทุกท่านเห็นคือดาวเคราะห์น้อยอิสระที่เป็นที่ตั้งของจังค์กิลด์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา จู่ๆก็เกิดการบิดเบี้ยวของห้วงอวกาศจนทำให้สิ่งที่ไม่น่าจะมีตัวตนในจักรวาล นี้โผล่ออกมา สิ่งมีชีวิตที่ทุกท่านเห็นนี้เรียกว่า "ดาเรน" มันเป็นรูปแบบชีวิตทรงภูมิปัญญาพิเศษที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางชีววิทยาของ จักรวาลนี้อย่างสิ้นเชิง พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหลากหลาย ตั้งแต่ตัวเล็กๆที่มีสภาพเป็นปรสิตในชีวิตอื่นไปจนถึงพวกที่มีรูปร่างขนาด ยักษ์หรือแม้กระทั่งพวกที่มีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ เทคโนโลยีของพวกมันสูงจนสามารถเดินทางข้ามห้วงกาลอวกาศมาโผล่ในอาณาเขตของ เราได้ ตามจำนวนที่พวกท่านเห็นนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆเท่านั้น จำนวนที่แท้จริงของมันมีมากมายพอๆกับดวงดาวบนฟากฟ้า และผมเกรงว่าอีกไม่นานพวกมันก็คงเริ่มเปิดการโจมตีระบบสุริยะอย่างเต็มที่ เป้าหมายเพื่ออะไรนั้นทางตัวผมเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ถ้าสงครามเริ่มขึ้นเมื่อใดคงไม่พ้นโศกนาฏกรรมเป็นแน่ พวกที่เข้าทำการโจมตีจังกิลด์นั้นเท่าที่ผมลองวิเคราะห์ดูเหมือน ว่าจะเป็นแค่ระดับปลายแถวที่รู้จักแต่การทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น แต่เพียงแค่นั้นก็นับว่าสร้างความหวาดกลัวได้มากแล้ว หากว่าพวกดาเรนระดับสูงที่ทรงภูมิปัญญารวมกำลังพลทั้งหมดบุกเข้าโจมตีโลก ด้วยกำลังรบของสหพันธ์ในตอนนี้นั้นขอกล่าวตามตรงว่าไม่มีทางที่จะต้านทานพวก มันได้เลย"คำประกาศของวอเรฟทำให้เหล่าลูกเรือของยานฮาเซล เซน่อนตกใจเป็นอย่างมาก .....และแน่นอนว่าทั่วโลกไม่สิทั่วระบบสุริยะตอนนี้ก็คงวุ่นวายกันเป็นแน่แท้เพราะคำประกาศของวอเรฟ

 ดังนั้น ผมจึงได้ทำการสร้างยานลำนี้ขึ้นมาในฐานะอาวูธลับสำหรับการต่อต้านพวกดาเรน และผมมีคำร้องขอถึงกองกำลังติดอาวุธบอนล์และกองกำลังปลดเอกอาณานิคมเอลฮังค์ให้เปิดการเจรจาเพื่อร่วมมือกันและผมอยากได้ความช่วยเหลือจากทุกๆฝ่ายที่พอจะมีกำลังรบอาทิเช่นคนของจังค์กิลด์ที่เคยสู้กับเหล่าดาเร็น บริษัทร่ำรวยมหาศาลของตระกูลมหาทรัพย์บริษัทผลิตอาวุธหรือสถาบันวิจัยแม้แต่ประเทศอิสระเองก็ให้ความช่วยเหลือผมได้เนื่องจากกำลังของผมคนเดียวไม่เพียงพอแน่นอน ดังนั้นผมขอให้ทุกฝ่ายที่อยากให้ความช่วยเหลือและอยากจะเจรจากับผมนั่นยื่นเรื่องเข้ามาภายในสามชั่วโมง"  พอวอเรฟพูดจบการประกาศก็หยุดไป...

" ดาเรนอย่างนั้นเหรอ..... "  เอเล่ทวนคำ

" เอายังไงดีคะ ? เอเล่ซัง.... " ซารีน่าถามความเห็นเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่กำลังมองเอเล่กันเป็นสายตาเดียว

" จะให้ร่วมมือกับบอล์นเหรอคะ......ชั้นยอมรับไม่ค่อยได้หรอกนะ..... "  จู่ ๆ หม่าฟานก็ปรากฏตัวขึ้นจากเบื้องหลังของพวกเอเล่

" พะ....พี่....หายไปไหนมาครับ ? "  ลูคัสถามเมื่อเห็นหม่าฟานแบกถุงอะไรมาเป็นจำนวนมาก

" อ๋อ....ก็ไปเอารางวัลที่พวกเราสมควรจะได้มาจากคาสิโนน่ะสิจ๊ะ   แถมต้องชาร์จค่าที่ทำให้พวกเราต้องเจ็บตัวเพิ่มไปอีกด้วยนะ  หุ ๆ "  หม่าฟานยิ้ม

" เอ่อ.....แบบนั้นมันไม่เข้าข่ายลักทรัพย์เหรอครับพี่..... " ลูคัสเหงื่อตก

" เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ  ว่าแต่ เอเล่...จะเอายังไงล่ะคะ ? "  จู่ๆ หม่าฟานก็หันมาถามเสียงเครียดแทน

" อืม.....ในฐานะที่พวกเราเคยสู้กับพวกกิ้งก่าดาเรนมาแล้ว  ยังไงเราก็ลองยื่นเจตจำนงค์ขอร่วมการเจรจาไปก่อนละกันค่ะ ! เพราะถ้าเป็นอย่างที่ประกาศนั้นว่าจริง ๆ  พวกดาเรนก็คงเป็นศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่าบอล์นมากนัก "  เอเล่ออกความเห็น  แม้ว่าหม่าฟานและลูคัสจะไม่เห็นด้วยหน่อย ๆ  ตรงที่ต้องไปร่วมมือกับบอล์น  แต่พวกเขาก็เคารพการตัดสินใจของเอเล่อยู่ดี

" คุณหม่าฟาน...คุณลูคัส....ขอโทษนะคะ " เอเล่รู้สึกผิดกับทั้งคู่อยู่เหมือนกัน

" ไม่ต้องซีเรียสหรอกจ้า.... ยังไงเธอก็เป็นกัปตันยานอยู่แล้วนี่นะ "  หม่าฟานหันกลับมายิ้มให้เอเล่อีกครั้ง ก่อนที่สอดสายตามองไปทั่ว ๆ  จนสะดุดกับแร็กน่าและลีลี่ย์ที่ตามมาคุ้มกันคาริสและริโคริส

" พวกเธอเป็นใครน่ะ ?  แล้ว.....อุชิโอะจังไปไหนแล้วล่ะ ? "



ในห้องน้ำหญิงใกล้ ๆ โรงอาหารของยาน

" อ่ะ......แค่กกก ๆ ๆ ๆ    "   อุชิโอะเอานิ้วล้วงคอ เพื่อที่จะได้อาเจียนออกมาให้โล่งคอขึ้น  ใบหน้าของเธอในตอนนี้ดูซีดเซียวเป็นอันมาก นัยน์ตาแดงก่ำและมีน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นทาง เหงื่อไหลเป็นน้ำพุ  เธอในตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะทรงตัวยืน ได้แต่นั่งล้วงคอตัวเองเพื่อที่จะได้อาเจียนออกมาให้หมดอยู่ที่หน้าคอห่านเท่านั้น.....


" อะ...อึก...อ๊อค...แฮ่ก ๆ   "  หลังจากอุชิโอะใช้แรงเฮือกสุดท้ายกดชักโครกลงไป  เธอก็หน้ามืดเป็นลมล้มพับอยู่ในห้องน้ำนั้นทันที  เธอพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะสลบไปว่า...


"  อะ....อือ..... คะ....ใครก็ได้.....ฮึก...ฮึก....ช่วยด้วย....ฮึก....ฮึก.....คุณปู่ครับ........



...................................    Space Route Episode 4  : Trigger Start-Up !!! End .......................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2009, 05:26:07 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1755


dirty blue

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 10, 2009, 11:32:05 PM »

Episode 5 -Begin The Star Chronicle-

"อีกไม่นานก็จะถึงยานราชินโยว์แล้วครับ"นายทหารระดับสูงคนนึงกล่าวรายงานกับหัวหน้าของเขา "เรยนาร์ด ลาวิอัส"

"อืมขอบใจมากนะ ไปพักได้แล้ว"เรย์นาร์ด ลาวิอัสเอ่ยกับลูกน้องก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบ...

กองยานหลายลำของบอนล์ได้เดินทางมาที่ยานราชินโยว์เพื่อเข้าเจรจากับวอเรฟ กามาลอฟเรื่องการก่อตั้งกองกำลังรวมต่อต้านดาเรน

"แล้วคิดจะทำยังไงล่ะ?"มาร์กโววาร์ด ที่หลบอยู่มุมห้องทำงานของเรยนาร์ดเอ่ยถามเจ้าของห้อง...

"ไม่อะไรยังไงหรอก ก็ทำตามแผนที่วางไว้นั่นแหละ"เรยนาร์ดตอบออกมาเรียบๆก่อนจะวางถ้วยชาลงบนจานรอง

"หึ ไอ้พวกพิศมัยชามันนิสัยแบบแกหมดทุกคนเลยรึเปล่าน่า~"โววาร์ดเอ่ยประชดประชันเรย์นาร์ดก็หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยว่า"แล้วคนที่พิศมัยกาแฟแบบแกมีสิทธ์มาว่าฉันด้วยรึไง"

"เรยนาร์ด วอเรฟ กามาลอฟมันร้ายกาจกว่าที่แกคิดฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันคิดจะทำอะไร..."โววาร์ดเอ่ยเตือนเรย์นาร์ดก็ยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"รู้สิ แต่ว่าควีนเองก็ยังถูกเบี้ยฆ่าได้เลยนิน่า..."

"หึมีคนบ้าที่ไหนจะเดินควีนไปให้เบี้ยกินกัน"โววาร์ดประชดต่อ เรยนาร์ดก็มองดูของเหลวในถ้วยชาก่อนจะยิ้มออกมาและกล่าวว่า"เบี้ยเองบางทีก็กลายเป็นควีนได้ไม่ใช้รึไง"

------------------------

ในหลุมดวงจันทร์ขนาดใหญ่ เดิมทีสิ่งที่อยู่ภายในหลุมนี้มีแต่ความว่างเปล่าแต่ตอนนี้ได้มียานรบขนาดใหญ่ขนาดหลายกิโลเมตรจอดลอยอยู่ในบริเวณนั่น...ชื่อของมันก็คือราชินโยว์...ยานรบขนาดใหญ่ที่ด.ร วอเรฟ กามาลอฟสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านการรุกรานของ

สิ่งมีชีวิตจากต่างมิติ"ดาเรน"

วันนี้เป็นวันสำคัญเนื่องจากเป็นวันนัดผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดที่ตอบรับข้อเสนอของวอเรฟได้เข้ามาประชุมหารือกันเกี่ยวกับการก่อตั้งกองกำลังร่วมที่จะต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตต่างมิติ"ดาเรน"

ภายในหอบังคับการวอเรฟกำลังสั่งงานลูกเรือหลายสิบคนที่ได้มาจากกองทัพของสมาพันธ์...ชายหญิงคู่นึงก็เดินเข้ามาหาเขา

"ด.รวอเรฟ ตัวแทนของเอลฮังค์แล้วก็ยานฮาเซล เซน่อนที่เคยปะทะกับดาเร็นมาแล้วนะครับ"ชายหนุ่มเป็นคนกล่าวรายงานวอเรฟก็ยกมือขึ้นแล้วเอ่ยออกมาว่า"ขอบคุณมากคุณฮิคารุแล้วก็คุณมายะ"

"มายาต่างหากค่ะ!"เด็กสาวขัดขึ้นในทันทีทั้งสองคนนี้ก็คือทีมทหารรับจ้างแบล็คเซอเบอรัสซึ่งในตอนนี้เขาถูกด.รวอเรฟ กามาลอฟจ้างวานให้มาเข้าร่วมกับกองกำลังที่เขากำลังจะจัดตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับดาเรน

"ว่าแต่ว่าคุณวอเรฟ ผมไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องงานมากหรอกนะครับแต่ว่า...บอกตามตรงยานลำนี้นะมันดูแล้วไม่น่าใช่วิทยาการของมนุษย์แน่ๆ...คุณมีเรื่องอะไรที่ปกปิดพวกเราไว้สินะครับ"ฮิคารุหยุดพูดไปแต่ดูเหมือนวอเรฟยังคงมีสีหน้าสบายๆเขากล่าว

อธิบายกับฮิคารุว่า"ครับผมสร้างยานนี้ขึ้นมาจากวิทยาการจากต่างดาวที่ผมรวบรวมได้ น่าเสียดายถ้าแบล็กบ็อกซ์ที่สมาพันธ์ค้นพบไม่สลายไปยานลำนี้ก็คงจะเสร็จเร็วกว่านี้"

"บอกไว้ก่อนนะครับที่พวกเรารับงานมานะแค่เรื่องต่อสู้เท่านั่นไม่ใช้เรื่องให้เป็นลูกเรือ"ฮิคารุเอ่ยต่อวอเรฟก็ยิ้มแล้วบอกว่า"ครับ...ผมไม่ลืมหรอก..."

เอ่ยจบวอเรฟก็พูดขึ้นมาว่า"สมาพันธ์ส่วนนึงให้การสนับสนุนผมแล้วเพราะงั้นที่เหลือก็คือกองกำลังอื่นๆสินะ...เอาล่ะไปกันเถอะคุณฮิคารุคุณมายะไปรับแขกของเรากันดีกว่า"เอ่ยจบวอเรฟก็เดินนำออกจากสะพานเดินเรือไปโดยมีเสียงบ่นของมายาตามมาตลอดว่า"

ฉันชื่อมายาไม่ใช้มายะนะค่ะ!"

------------------------

โรงเก็บของยานราชินโยว์มีขนาดใหญ่โตมากใหญ่ถึงขนาดที่ว่าสามารถนำเอายานแม่หลายลำเข้ามาจอดภายในนี้ได้อย่างสบายๆ...บลูกาแลคเซียแองเจิลเข้าเทียบท่าโรงจอดยานโดยที่ข้างๆยานบลูกาแลคเซียนั่นมียานรูปร่างคล้ายคลึงกันจอดอยู่ข้างๆจะต่างก็แค่

สีน้ำเงินเป็นสีแดงและบริเวณกราบเรือเท่านั่น....

ยานสองลำนี้เป็นของเอลฮังค์ทั้งคู่แน่นอนเมื่อลูกเรือทั้งสองลำเจอหน้ากันก็ต้องกล่าวทักทายกันเป็นธรรมดา....

"เตี้ยไม่เปลี่ยนเลยนะไลล่า~"แบตเทิล โน๊ตแลนด์สาวผมสีม่วงอ่อนผู้เป็นกัปตันของเรดกาแลคเซียแองเจิลเอ่ยทักทายไลล่า...ดูเหมือนไลล่าจะชินกับคำพูดแบบนี้เธอยิ้มแล้วเอ่ยตอบกลับว่า"แบตจังเองก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย"

แบตเทิลกางพัดขึ้นมาที่มุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"แน่อยู่แล้วฉันนะเป็นยังไงก็เป็นยังงั้นโดยเฉพาะความยุติธรรมในใจของฉันนะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปหรอก!"

"พอทีเถอะ....แบตเทิลคำพูดชวนอ้วกแบบนั่นนะ...."มินาโมโต้ ซากุระเอ่ยขึ้นมาขณะที่เดินมาสมทบกับกลุ่มของแบตและไลล่า...เธอคือหนึ่งในแกนนำเอลฮังค์และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าทีมของเอลฮังค์เลยก็ได้

"คุณซากุระสวัสดีครับ/ค่ะ"รัตน์กับโมโมะทำความเคารพโดยอัตโนมัติพวกลูซิเฟอร์และไกด์ที่ตามมาจึงต้องก้มหัวทำความเคารพโดยอัตโนมัติเช่นกัน...

"ไม่ต้องพิธีรีตรองหรอกน่า....พวกเธอใช่มั้ยกำลังเสริมสุดเก่งกาจที่ไลล่าพูดถึงนะช่วยพวกเราได้มากจริงๆนะ"ซากุระจุดประเด็นกำลังเสริมสุดเก่งกาจหมายถึงพวกของลูซิเฟอร์ ไกด์ ฟีรีน่า ฟาลินและโรจิสนั่นเอง

"บู่~ ฟาลินเก่งกาจ!!"ฟาลินตอบรับตามสไตล์ของตัวเอง

"ฉันก็แค่ช่วยตามที่ขอร้องมาเท่านั่นเอง"ลูซิเฟอร์ตอบพร้อมกับกอดอก...แต่จริงๆแล้วลูซิเฟอร์คงแอบเขินอยู่นิดๆละน่ะ

"บอนล์เป็นศัตรูของฉันค่ะ"โรจิสก็ตอบเรียบๆนิ่งๆตามไสตล์ของตัวเองเช่นกัน

"พวกผมเองต้องขอบคุณพวกคุณมากกว่าครับ"ไกด์เอ่ยพร้อมโค้งให้ฟีรีน่าก็เช่นกัน

ระหว่างที่ทั้งหมดกำลังตอบคำถามซากุระอยู่นั่นชายหนุ่มท่าทางมีอายุคนนึงก็เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยว่า"พวกเธอไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอกยังไงพวกเราเอลฮังค์ก็ต้องขอขอบใจพวกเธอจริงๆ"

"อะ นี้คือคุณอาซาอิ อาไซค่ะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเอลฮังค์ขึ้นมา"ซากุระเอ่ยแนะนำซึ่งทั้งหมดก็ทำความเคารพอย่างรวดเร็ว

"รุ่นพี่~"เสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้า พอรัตน์หันไปก็พบเด็กหนุ่มสาวสองคนกำลังวิ่งเข้ามาหาเข้า

"อ้าวโคกิกับชิเอลจังนิน่า"เฟอเดอร์ริก้าเอ่ยออกมาทั้งสองคนก็คือนักบินของอาคาน่าเซคัลซี่รีย์อีกสองตัวอาคาน่าเลเจนด์และอาคาน่าเทล

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"โคกิกล่าวทักทายรัตน์และโมโมะ

"พี่ชายสบายดีสินะค่ะ"ชิเอลถามรัตน์ก็พยักหน้าตอบรับชิเอลเลยหันไปสะกิดโมโมะแล้วเอ่ยถามว่า"ว่าแต่รุ่นพี่โมโมะไปถึงขั้นไหนกับพี่รัตน์แล้วล่ะค่ะ?"

โมโมะยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วเอ่ยว่า"ตอนพี่เกือบตายรัตน์คุงเขาแสดงอาการเป็นห่วงพี่มาด้วยล่ะ~"

"เอ่อ....ถ้าถึงขนาดนั่นมันก็เป็นเรื่องปกติค่ะ....รุ่นพี่โมโมะไม่คืบหน้าเลยสินะ"ชิเอลพูดความจริงที่ไม่ต้องใช้สีแดงกระแทกใจโมโมะอย่างแรง.....

"ชิเอลจังใจร้าย!"โมโมะตะโกนออกมา แต่ดูเหมือนทุกคนจะชาชินกันซะแล้วกับรีแอคชั่นนี้ของโมโมะ

"เฮ่อ เธอสองคนก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เหยาะแหยะเหมือนเดิม"เสียงปริศนาดังขึ้นอีกแล้ว หญิงสาวสองคนปราฏตัวขึ้นพวกเธอเดินปิดท้ายขบวนของซากุระคนนึงเป็นหญิงสาวผมสีเขียวท่าทางเฮี้ยบจัดอีกคนคือโมโมะ...ไม่สิหญิงสาวหน้าละม้ายคล้ายโม

โมะแต่แตกต่างที่สีผมและสีตาแล้วก็สีเสื้อยูนิฟอร์มที่ใส่...

"มะ โมโมะสองคน!"ลูซิเฟอร์อุทานออกมาทันทีส่วนพวดไกด์และโรจิสเองก็ดูเหมือนจะตกใจไม่แพ้กัน

"อูว~ พี่โมโมะมีตัวโคลน!"ฟาลินร้องออกมา...

"ปฎิกริยาตอบสนองแบบนั่น.....เบื่อซะแล้วล่ะ..."หญิงสาวที่หน้าตาละม้ายคล้ายโมโมะเอ่ยออกมาเมื่อได้ยิน

"พี่จ๋า~"โมโมะกระโดดเข้าไปกอดหญิงสาวที่ละม้ายหน้าตาคล้ายตนในทันที...

"โมโมะ...อึดอัดนะ"เธอเอ่ยออกมาอย่างเซ็งๆ เฟดริกที่พึ่งเดินตามมาก็เลยถือโอกาศอธิบายให้กับพวกลูซิเฟอร์,ฟาลิน,เอล,โรจิส,ฟีรีน่าและไกด์ที่งงอยู่ฟังว่า

"สองคนนั่นคือนักบินประจำอาคาน่าเซคัลซี่รีย์เบอร์5กับเบอร์6 ฟาเฟล ฟีเวอร์คอสแล้วก็คนที่หน้าเหมือนโมโมะชื่อ เมเดอร์ลีน ฟารองฟรองเซ็ตเป็นพี่สาวฝาแฝดของโมโมะนะ"

"แล้วทำไมนามสกุลไม่เหมือนกันล่ะค่ะ?"ฟีรีน่าเอ่ยถามเฟอร์เดอริก้าก็พ่นควันบุหรี่ออกมาหนึ่งที(ทั้งๆที่เข้าไม่ให้สูบบนทางเดินแท้ๆ)ก่อนจะเอ่ยว่า"รู้สึกว่าพ่อแม่ของทั้งคู่จะหย่ากันนะโมโมะใช้นามสุกลพ่อเมเดอร์ลีนใช้นามสกุลแม่"

"เมเดอร์ลีน...."รัตน์เอ่ยออกมาเมื่อเห็นเธอ....เมเดอร์ลีนชำเลืองมองเขาแวบนึงก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงไม่พอใจสุดๆว่า"มี....อะ....ไร..."

"เรื่องนั่น ยังโกรธอยู่อีกเหรอ...ฉันบอกแล้ว-"รัตน์เอ่ยไม่ทันจบก็ต้องหยุดพูดไปเมื่อเมเดอร์ลีนหวดแส้?ฟาดใส่รัตน์!

"คำแก้ตัวแบบนั่น.....เบื่อซะแล้วล่ะ..."เมเดอร์ลีนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มอำมหิตมุมปาก...รัตน์รู้ตัวได้ในทันทีว่าต้องทำอะไรต่อไป...

"อย่าหนีนะ รัตน์ พรมอนันต์!!!!!"เมเดอร์ลีนคำรามก่อนจะไล่ฟาดแส้ใส่รัตน์ไม่ยั้ง ซึ่งรัตน์ก็โยกตัวหลบแส้เหล่านั่นได้เหมือนกับเขาเคยถูกจ้องฟาดแบบนี้มาเป็นล้านๆรอบ...

"อย่าให้โดนคนอื่นนะ...."ไลล่าปรามขึ้นมา...เอ่อมันควรจะบอกว่าให้หยุดไล่ฟาดไม่ใช้รึ

"ชิ...หวดเร็วขึ้นอีกแล้วนะเธอนะ!"รัตน์บ่นอย่างหัวเสียก่อนจะกระโดดตีลังกาหลบแส้ของเมเดอร์ลีนแต่ทว่าแส้ของเมเดอร์ลีนนั่นรวดเร็วกว่า มันม้วนตัวเข้าไปพันกับขาของรัตน์พร้อมๆกับแรงเหวี่ยงของเมเดอร์ลีนร่างของรัตน์พุ่งออกไปทางด้านข้าง เป้าหมายของอี

สาวแส้ผู้นี้ก็คือซัดรัตน์ให้ติดกำแพงนั่นเอง!

"ไม่เท่าไร ไม่เท่าไร!"รัตน์ตะโกนก่อนจะใช้สองมือยันตัวไม่ให้ชนกำแพง ร่างของรัตน์ค้างอยู่กลางอากาศโดยสองมือดันกำแพง ขาอีกข้างก็ถูกแส้รัด แต่ถึงกระนั่นรัตน์ก็ยังคงทรงตัวอยู่ได้...

"คำพูดแบบนั่น.....เบื่อซะแล้วล่ะ..."เมเดอร์ลีนพึมพำก่อนจะตวัดแส้ออก ร่างของรัตน์ก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น.... เมเดอร์ลีนหยิบเทียน?ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเดินเข้าไปหารัตน์พร้อมกับจุดเทียนไปด้วยในตัว...

"เมเดอร์ลีน ฉันขอคัดค้านการกระทำแบบนั่น!"รัตน์รีบเอ่ยออกมา แต่เมเดอร์ลีนยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยออกมาเลือดเย็นว่า...."คำคัดค้านแบบนั่น เบื่อซะแล้วล่ะ~"

หลังจากนั่นเกิดอะไรขึ้นคงไม่จำเป็นต้องบรรยายซึ่งเฟอร์เดอริก้ากับไลล่าและซากุระต่างพากันลากตัวคนอื่นๆให้หลบไปจากการกระทำSMของเจ้าแม่เมเดอร์ลีนด้วยเหตุผลที่ว่า"อย่าไปขัดใจหล่อนเด็ดขาด...ไม่งั้นอายุไม่ยืนแน่ๆ..."

"บู่~ แต่ฟาลินอยากเล่นด้วยนิ"ฟาลินเอ่ยออกมา....สมเป็นฟาลินซะจริงๆ

"อย่าขัดใจงั้นเหรอ ยิ่งพูดแบบนี้ยิ่งน่าไปขัดใจซะแล้วสิ"เอลฮาวด์เอ่ยพร้อมกับยิ้มนิดๆ ตอนนี้เข้ายังเกรงใจคนในยานอยู่จึงไม่ได้ออกลายอะไรมากนัก..... เอลเริ่มคิดว่าประสาทฉับไวของรัตน์ที่เขาเคยเผชิญหน้าในห้องเก็บข้อมูลนั่นได้รับการขัดเกลามาจากอีสาว

แส้ผู้นี้นิเอง

"รัตน์คุงจะเป็นอะไรมั้ยน่า..."ฟีรีน่าพึมพำไกด์ก็ตอบกลับมาทันทีว่า"ถ้าคุณเฟอร์เดอริก้ากับกัปตันบอกว่าไม่ต้องห่วงก็คงไม่ต้องห่วงหรอกครับ"

"ไปที่ชอบที่ชอบนะรัตน์...."ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นมาก่อนจะพนมมือ...

เอวัง...

------------------------

"ยัยเมเดอร์ลีนนี้ก็จริงๆเลย..."รัตน์พึมพำขณะแปะพลาสเตอร์รอบคอ....เอ่อ คุณทั้งสองคนทำอะไรมาเนี่ย?

"เมเดอร์ลีนเขาไม่ได้เจอเธอมานานก็คงอยากสานความสัมพันธ์แบบสมัยก่อนละมั่ง"ไลล่ากล่าว...แต่รัตน์รู้ว่าไม่ใช้หรอกยัยนั่นก็แค่อยากแกล้งเขาเท่านั่นแหละ...

"มายืนคุยอะไรตรงนี้! เทพวีจะเดินผ่านไม่รู้รึไง..."เสียงเจือยแจ้วดังขึ้นด้านหลังรัตน์เขาเห็นเด็กหนุ่มอายุราวๆ13ผมเกรียนแบบทรงนักเรียนไทย ใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ เสื้อยืด หมวกแก๊ปเป๋ๆ สะพายเป้...

"อะ ขอโทษที่บังทางครับ"รัตน์ถอยให้อย่างสุภาพแน่นอนว่าเด็กหนุ่มคนนั่นหรือวีเดินผ่านรัตน์ไปอย่างสบายอารมณ์แต่ข้างหน้าวีก็ติดขัดจารจลอีกรอบเมื่อโมโมะยืนขวางทางเขาอยู่

"พี่สาวนมแฝ่บหลบไปหน่อยดิ"วีพูดขึ้นมาห้วนๆโมโมะถึงกับฉุนขาดเอ่ยออกมาว่า"โมโมะไม่ได้นมแฝ่บนะค่ะโมโมะนะDคัพเชียวนะแต่แค่ชุดยูนิฟอร์มมันรัดเท่านั่นเอง!"

ว่าแล้วก็เกิดเสียงหมับเข้าให้ วีเอามือของเขาจับไปที่หน้าอกของโมโมะอย่างรวดเร็วและเอ่ยออกมาว่า"อะ จริงแอะไม่แฝ่บนิน่างี้ต้องเรียกว่าพี่สาวก้อนนมสินะ"

"นี้นายทำอะไรรุ่นพี่โมโมะย่ะ!"ชิเอลของขึ้นทันทีแน่นอนว่า...ก็เกิดเสียงหมับขึ้นอีกรอบ....

"คนนี้แฝ่บของแท้....."วีเอ่ยออกมาอย่างเซ็งๆ โมโมะกับชิเอลเดือดขึ้นถึงขีดสุด

"ถ้ากล้าจับหน้าอกน้องสาวกับรุ่นน้องฉันแบบนี้ก็คงไม่กลัวแส้สินะ"เมเดอร์ลีนเอ่ยพร้อมกับเลียริมฟีปากแล้วหยิบอาวุธคู่ใจขึ้นมาแต่ก็โดนฟาเฟลเบรกไว้ทันทีเลยว่า"อย่าเป็นอันขาดเชียวนะ เด็กเสปกโตนั่นไม่ใช้รัตน์ เกิดลงแส้ใส่เรื่องอาจจะจบไม่สวยแน่ๆ...."

"แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ....อย่าบอกนะว่าเจรจาดีๆ เพราะคำพูดนั่น...เบื่อซะแล้วล่ะ..."เมเดอร์ลีนเอ่ยถามฟาเฟลอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไร

"หึ แบล็กเมล์แทนไง....ตอนนี้จ้าหนูนั่นหมับหน้าอกเข้าให้ ฉันก็คว้ากล้องมาถ่ายไว้แล้วล่ะ..."เอ่ยจบฟาเฟลก็หัวเราะเหมือนกับพญามาร...

"แบบนั่นมันจะเป็นการแบล็กเมล์โมโมะกับชิเอลแทนสิฟาเฟลจังเพราะว่ามีแค่มือกับภาพตอนถูกจับหน้าอกไม่ใช้รึไม่ได้โชว์นิว่าใครเป็นคนจับ..."ซากุระเอ่ยปราม....สลดกันไปทั้งคู่

"รัตน์คุงค่ะ~ เด็กสเปกโตนั่นจับหน้าอกโมโมะล่ะค่า~~~"โมโมะพยามทำตัวเหมือนนางเอกที่ถูกตัวร้ายปู้ยี้ปูยำไม่ก็ปานแน่นอนคำตอบของรัตน์ก็คือ...

"ก็เรื่องของเธอสิ..."

โมโมะปล่อยโฮออกมายิ่งกว่าเดิมซะส่วนชิเอลก็เข้าไปหาเรื่องวีโดยมีโคกิที่เลือดขึ้นหน้าเพราะแฟนสาว(เหรอ?)สุดที่รักโดนลวนลาม

"ยัยผมจุกนมแฝ่บกับไอ้ติ๋มหน้าเต้าหู้นี้อยากมีเรื่องเหรอ!"ดูเหมือนวีจะเกรียนใส่ซะแล้วแต่ก่อนที่การปะทะกันจะเริ่มขึ้นรัตน์ก็เดินไปยกวีขึ้นมานิ่มๆแล้วพาเดินออกไปจากบริเวณนั่น...?

"ของพวกคุณสินะครับ..."รัตน์เอ่ยถามป้องกับหญิงที่พึ่งวิ่งตามวีมา...

"คะ ค่ะ"หญิงรับคำแม้จะรู้สึกงงๆอยู่บ้างกับสิ่งที่รัตน์ทำ...ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆก็คือเหมือนรัตน์ยกลูกหมาที่ไปเล่นซุกซนในสวนบ้านคนอื่นมาคืนเจ้าของ...

"ดูแลให้ดีนะครับ ดื้อใช้ได้เลยล่ะ...."รัตน์พึมพำป้องกับหญิงก็พยักหน้าอย่างงงๆก่อนที่รัตน์จะเดินจากไปพร้อมเสียงตะโกนของวีว่า"เดี้ยวเด้พี่หน้าจืดกลับมาเครียล์กันก่อน!!"

ป้องรู้ตัวทันทีว่าต้องทำอะไรต่อไป...รั้งวีเอาไว้นั่นเอง...

"ขอร้องล่ะอย่ามาก่อเรื่องที่นี้เลยน่า ถ้าเกิดไปทำตัวเกรียนใส่เอลฮังค์หรือบอนล์จนเป็นชนวนหาเรื่องให้บริษัทล่ะก็กี่พันล้านก็ใช้คืนไม่ได้หรอกน่า"ป้องเอ่ยออกมาอย่างหน่ายๆ

"โด่ วัยรุ่นเซ็งเลย ป้องที่อยู่ในนี้มีแต่พวกลุงทหารแก่ๆทั้งนั่นพวกเรามาทำอะไรกันที่นี้เนี่ย?"วีถามขึ้นมาป้องก็ขยับแว่นกันแดดของตนแล้วเอ่ยอธิบายว่า"หึ ในฐานะว่าที่ประธานบริษัทคนต่อไปอย่างคุณก็น่าจะรู้เอาไว้หน่อยนะครับ ถ้าบ.ร่ำรวยของเราเข้าร่วมกับ

กองกำลังต่อต้านดาเรนของด.ร วอเรฟ กามาลอฟแล้วล่ะก็จะได้รับแรงสนับสนุนจากสมาพันธ์รวมถึงประชาชนยอดสั่งจองออเดอร์ของบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นยังไงล่ะครับออแน่นอน หุ้นขึ้นด้วย"

"แค่พามาเจรจา กันทริกเกอร์ของเราก็ได้เป็นตัวโฆษนาบริษัทเราแล้วนะครับ ดูสิยอดหุ้นเพิ่มขึ้นจากเดิมตั้ง7%"ป้องอธิบายขณะโชว์ยอดหุ้นในมือถือให้วีดู...แน่นอนวีปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี...มือถือราคาแพงของป้องตกลงกับพื้น...หน้าจอแตกร้าว....

"มือถือฉัน! ไฟล์ข้อมูลฉัน!!!!"ป้องโหยหวยอีกแล้ว....ส่วนวีนะเหรอ...

วีเลิกฟังป้องไปตั้งแต่ที่เขาเอ่ยออกมาว่า"หึ"แล้ว....เรียกได้ว่าคำพูดไม่เข้าหูเกรียนเลย...

กลับมาทางด้านของเอลฮังค์ที่กำลังพักผ่อนอยู่ในล็อบบี้ขนาดใหญ่ของยานราชินโยว์...ดูเหมือนโรจิสจะดูหงุดหงิดอะไรบางอย่าง รัตน์ที่นั่งอย่ใกล้ๆจึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า"คุณโรจิส เป็นอะไรรึครับ"

"ไม่มีอะไรหรอกรัตน์ ฉันก็แค่รู้สึกไม่ค่อยชินนะที่เห็นทหารของบอนล์กับเอลฮังค์เดินอยู่ในสถานที่เดียวกันโดยไม่เกิดการต่อสู้...."โรจิสอธิบาย..รัตน์ก็ยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยออกมาว่า"นั่นแหละครับ สิ่งที่เรียกว่าความสงบสุข"

"ก็แค่สิ่งจอมปลอมในตอนนี้นะสิ"โรจิสเอ่ยออกมา รัตน์ก็หัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยว่า"ก็จริงนะครับ แต่ว่ามีคนมากมายเลยล่ะครับที่ยอมสละทุกอย่างเพื่อความสงบสุขจอมปลอมเพียงชั่วขณะนึง..."

"ฉันคิดว่า ถ้าเกิดไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องหายไปแล้วความสงบสุขแท้จริงก็ยังไม่บังเกิดหรอกนะ"โรจิสเอ่ยด้วยสายตาแน่วแน่...รัตน์เปิดกาแฟกระป๋องแล้วยกขึ้นมาดื่มอึกหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า"ครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะพยามเข้าหากันหยุดความขัดแย้ง

หรือทำลายให้พินาศเหลือแต่เพียงหนึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างกันหรอกครับ...."

"พูดอะไรเข้าใจยากจริงนะรัตน์"โรจิสเอ่ยรัตน์ก็หัวเราะออกมาในลำคอ

"รัตน์คุงค่ะ นอกจากกัปตันไลล่าแล้วยังมาอี้อ๋อกับคุณโรจิสอีกเหรอค่ะ"โมโมะโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ยืนปล่อยออร่าน่ากลัวอยู่ด้านหลังรัตน์ รัตน์ชำเลืองไปมองโมโมะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"จะว่าไปแล้วฉันคิดว่าหมู่นี้เธอผอมลงนะ..."

"จะ จริงเหรอค่า~"โมโมะเปลี่ยนท่าทีในทันใดดูเหมือนเธอจะยินดีแฮปปี้มากเมื่อรัตน์เอ่ยชมเธอ....โรจิสสังเกตุได้ถึงตาหมากรุกฆาตเหนือชั้นของรัตน์

"จริงสิ"รัตน์ตอบห้วนๆเพียงแค่นั่นโมโมะก็แทบจะตัวลอยกระโดดเดินออกไปด้วยความอิ่มเอมแทบจะในทันใด

"รัตน์คุงนี้ รู้ใจโมโมะจังมากกว่าที่คิดนะเนี่ย"โรจิสเอ่นชมรัตน์ก็ตอบมาเรียบๆว่า"คนอย่างโมโมะนะครับ รู้จักแค่สองสามวันก็แทบจะรู้หมดไส้หมดพุงแล้วล่ะ"

"รัตน์คุงนี้ใจร้ายกับโมโมะจังจริงๆ"โรจิสพึมพำก่อนจะสังเกตุเห็นว่ารัตน์กำลังจ้องไปที่อะไรบางอย่างอยู่อย่างไม่วางตา...เมื่อโรจิสหันไปก็พบกับ...

"เรย์นาร์ด ลาวิอัส!"เธอคำรามขึ้นมาทันทีพร้อมทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องระงับอารมณ์ตัวเองไว้ก่อน

เรย์นาร์ดเดินนำขบวนทหารบอนล์จำนวณมากเข้ามาในห้องโถงเขามีสีหน้ายิ้มแย้มดูไม่เหมือนมาดของผู้นำกองกำลัง70กว่า%บนโลกเลยสักนิด ข้างตัวเขาก็มีชายหนุ่มสวมหน้ากากหัวกระโหลกเดินคู่มาด้วย เขาคือมาร์กโววาร์ด

"คุณคงเป็นคนของเอลฮังค์สินะครับไม่ทราบว่ามินามาโต้ ซากุระอยู่ที่ไหนรึครับ"เรย์นาร์ดเอ่ยถามอย่างสุภาพกับทหารเอลฮังค์คนนึง....ไม่ใช้ใครอื่นรัตน์นั่นเอง...

รัตน์ที่กำลังซดกาแฟอยู่ไม่ตอบแต่ชี้ไปที่ซากุระที่อยู่อีกด้านนึงของห้องแทน

"เฮ็ย ไอ้พวกกบฎเอลฮังค์ ท่านเรย์นาร์ดอุตสาห์ถามแล้ว แกไม่คิดจะเอ่ยตอบเลยรึไงฟร่ะ"พันตรีคนนึงกล่าวขึ้นมาด่ารัตน์ที่แก้มซ้ายของเขามีผ้าปิดแผลขนาดใหญ่แปะเอาไว้อยู่ด้วย

"ไม่ ผมไม่อยากเสวนากับพวกบอนล์สักเท่าไร"รัตน์ตอบห้วนๆนายพลคนนั่นก็เดินเข้ามาหมายจะเข้าทำร้ายรัตน์แต่ก็ถูกเรย์นาร์ดปรามไว้ก่อนว่า"ไม่เอานะครับ พันตรีโจนาธาน จอรต์เราไม่ได้มาหาเรื่องกันนะครับ"

"คะ ครับท่านเรย์นาร์ด"จอรต์ผงกหัวรับคำแต่โดยดีแต่ก็ยังแยกเขี้ยวใส่รัตน์อยู่.......แต่จอรต์ก็ต้องหยุดทำเมื่อเห็นเอลฮาวด์ยืนอยู่ข้างหลังรัตน์พร้อมกับยิ้มให้เขา...

"กะ แก...."จอรต์หน้าถอดสีในทันทีก่อนจะวิ่งหลบไปจากบริเวณนั่นโดยเร็วที่สุด

"คุณเอลไปมีเรื่องอะไรกับเขามารึเปล่าครับ"ไกด์เอ่ยถามหลังจากพึ่งไปกดกระป๋องโคล่ามาเมื่อเขาเห็นเหตุการณ์เอลก็ยิ้มๆให้ก่อนจะเอ่ยตอบไปว่า"เพื่อนเก่านะ~"

ทหารของบอนล์กลุ่มใหญ่ตามติดเรย์นาร์ดไปหาซากุระอีกกลุ่มนึงก็แยกย่อยออกมาเดินไปทั่วล็อบบี้แต่มาร์กโววาร์ดนั่นเขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารัตน์...

"รัตน์ ฉันขอไปดูทางซากุระนะอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอก็ได้!"โรจิสบอกก่อนจะลากเอลกับไกด์ไปด้วย....เหลือแค่รัตน์ที่นั่งอยู่กับโววาร์ดที่ยืนอยู่หน้ารัตน์เท่านั่น

"ฉันก็ชอบกินยี่ห้อนั่นแต่เป็นแบบร้อนนะ...."โววาร์ดเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ

"อืม"รัตน์รับคำแบบสบายๆก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"นายไม่เหมือนกับทหารของบอนล์คนอื่นๆที่ฉันเคยเจอเลยแฮะ"

"หึ ตรงไหนล่ะหน้ากากนี้งั้นรึ?"โววาร์ดเอ่ยถาม

"เฉิ่มจะตายเจ้าหน้ากากนั่น"รัตน์ตอบก่อนจะกระดกกาแฟไปอีกอึก

"หน้ากากนี้ดีนะ สามารถปกปิดสิ่งที่อยู่บนใบหน้าได้...ไม่คิดแบบนั่นบางรึ?"โววาร์ดกล่าวก่อนจะเอามือซ้ายจับหน้ากากของตัวเองไว้

"หึ มีอะไรที่ต้องปกปิดเยอะสินะ?"รัตน์ถามกลับ

"ทุกอย่างเลย...."โววาร์ดตอบก่อนจะยื่นมือออกมาแล้วกล่าวว่า"มาร์กโววาร์ด.......นายล่ะ"

"จะดีเหรอ....มือฉันมันร้อนกว่าที่แกคิดซะอีก"รัตน์บอก....เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากโววาร์ดพร้อมด้วยคำพูดที่ว่า"มือของฉันมันก็เย็นกว่าที่แกคิดนั่นแหละ..."

และทั้งคู่ก็จับมือกันสะบัดสองทีแล้วก็ปล่อยในพริบตา...

"รัตน์ พรมอนันต์"รัตน์เอ่ยแนะนำตัวเองหลังปล่อยมือโววาร์ดก็หันหลังให้เขาแล้วก็เอ่ยว่า"หึ เราคงได้เจอกันอีก"

พูดจบไม่รอรัตน์พูดสวนโววาร์ดเดินออกจากล็อบบี้ของราชินโยว์ไป...

"มาร์กโววาร์ด คนอะไรก็ไม่รู้น่ารังเกียจชะมัด"รัตน์พึมพำก่อนจะโยนกระป๋องกาแฟทิ้งลงถัง

"เอะ แต่ฉันว่าหมอนั่นคล้ายเธอนะรัตน์..."เฟอร์เดอริก้าเดินเข้ามาทักทายหลังจากโววาร์ดจากไปแล้ว

"หึ อย่าเอาผมไปเปรียบกับเจ้านั่นเลยน่า"รัตน์บอกปัดดูเหมือนรัตน์จะแสดงอาการไม่ชอบใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"เพราะคล้ายๆนายใช่ไหมล่ะ..."เฟอเดอริก้ายังแซวต่อแต่รัตน์ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรเธอไป

"หึ งั้นฉันขอตัวไปหาคุณอาไซก่อนนะ"เฟอเดอริก้ากล่าวลาก่อนจะเดินจากไป...เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เฟอเดอริก้ารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง

"(มาร์กโววาร์ด...ทำไมเรารู้สึกคุ้นเคยกับคนคนนี้เหลือเกินนะ....)"นี้คือสิ่งที่เธอคิด....

เสร็จจากเฟอเดอริก้า....ไลล่าก็เข้ามาหาเขาต่อทันที

"รัตน์คุงเห็น แบตเทิลไหม?"ไลล่าเอ่ยถามรัตน์ก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ

"เธอไม่ไปก่อเรื่องที่ไหนก็ดีหรอก ยัยนั่นยิ่งไม่ถูกกับพวกบอนล์อยู่ด้วย....ถ้าเกิดไปหาเรื่องใครที่นี้เข้าซากุระต้องเจองานหนักแน่ๆ"ไล่าล่าพึมพำและตัดเพ้อ ออกมารัตน์รู้ได้ทันทีเลยว่าไลล่าต้องการสื่อสารอะไรกับเขา...

"ผมจะไปช่วยหาตัวครับ"รัตน์บอกก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปจากล็อบบี้

-------------------

ตอนที่5ยังไม่จบนะครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: