SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 10, 2009, 11:33:32 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
ขณะเดียวกันทางด้านของยานฮาเซล เซน่อนเหล่าลูกเรือที่กำลังเดินไปตามโถงทางเดินของยานราชินโยว์เนื่องจากพวกเขาพึ่งเคยพบยานระดับหรูหราแบบนี้เป็นครั้งแรกจึงอดที่จะทึ้งกับสภาพรอบตัวไม่ได้
"ว้าว ดูโคมไฟพวกนี้สิลูน่าท่าทางจะแพงเอาเรื่องเลยนะ"มาเรียเอ่ยออกมาพร้อมกับพยามดึงลูน่าซึ่งชี้ดูโน่นดูนี้ไปตลอดทาง
"นั่นสินะ ที่นี้มันยานรบแท้ๆแต่ภายในตกแต่งยังกับโรงแรมห้าดาวเลย"ลูน่าตั้งข้อสังเกตุ ส่วนอุชิโอะกับคาลิสและริโคริสที่เดินตามมานั่น คาลิสสังเกตุเห็นได้ถึงสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของอุชิโอะสักเท่าไร
"คุณอุชิโอะไม่เป็นไรแน่นะครับ ดูคุณหน้าซีดไปนะครับ"คาลิสเอ่ยถาม
"มะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณคาลิส"อุชิโอะบอกปัดแต่อาการของเธอก็ยังแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด ผลกระทบจากการใช้Engage Systemยังคงไม่หายไปง่ายๆ
"คุณอุชิโอะถ้ายังไงให้ฉันใช้เวทรักษาให้ดีไหมค่ะ?"ริโคริสเอ่นถาม แต่อุชิโอะก็ส่ายหน้าพร้อมบอกว่า"ไม่เป็นไรจ๊ะ ริโค่จะ..."
แต่อุชิโอะก็ต้องหยุดประโยคไปเมื่อเห็นแร็กน่ากับลิลี่ย์ส่งสายตาถมึงทึงมาหาเธอเหมือนกับพยามจะบอกว่าอย่าเรียกชื่อองค์หญิงห้วนๆนะอุชิโอเลยต้องรีบแก้คำพูดเป็น"ไม่เป็นไรจ๊ะ คุณริโคริส"
"เรียกริโค่ก็ได้ค่ะ"ริโคริสกล่าวพร้อมกับยิ้มให้อุชิโอะ
"แต่ว่าไม่เป็นไรแน่เหรอค่ะ คุณอุชิโอะถ้าเมื่อวานถ้าฟีเลเน่ไม่ไปเจอคุณเข้าป่านนี้อาการของคุณจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"ซารีน่าที่เดินอยู่ใกล้ๆเริ่มพูดออกมาบ้าง
"ไม่เป็นไรจ๊ะ ฉันสบายดี"อุชิโอะบอกพร้อมกับฝืนยิ้มให้
ที่ท้ายขบวนกลุ่มของฮาเซลนั่น ลูคัส,หม่าฟานแล้วก็เอเล่กำลังคุยเรื่องน่าปวดหัวกันอยู่
"เอเล่ไม่เป็นไรแน่เหรอพวกที่เข้าประชุมมีแต่พวกคนใหญ่คนโตทั้งนั่น แถมพวกเรายังเคยประมือกับพวกดาเรนมาแล้วรับรองว่าต้องโดนยิงคำถามใส่เป็นชุดแน่ๆ"หม่าฟานเอ่ยถามเอเล่ดูเหมือนเจ้าตัวเองก็ยังกังวลเรื่องนี้อยู่
"ฉันนะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณลูคัสกับหม่าฟานต่างหากที่น่าห่วงเพราะที่นี้ทหารบอนล์ก็ยกโขยงกันมาเยอะคนที่ปลีกตัวออกมาจากบอนล์ซ้ำยังโดนกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศอย่างพวกคุณสองคนต่างหากล่ะที่น่าเป็นห่วงกว่า"เอเล่ตอบ...ลูคัสก็หน้านิ่งไปเล็กน้อยก่อน
จะเอ่ยว่า
"จริงๆที่ผมกังวลไม่ใช้บอนล์หรอกครับ แต่ว่าเป็นเอลฮังค์ต่างหาก"
"หือ ทำไมล่ะ?"เอเล่ถามลูคัสก็ดันแว่นขึ้นทีนึงก่อนจะเริ่มอธิบายว่า"ผมนะเป็นกุนซือของฝ่ายบอนล์ ถูกรู้จักในฐานะของ"มังกรตื่น"แผนการรบของผมนะสร้างความเสียหายให้กับกองกำลังเอลฮังค์ไปมากมาย...ในตอนนั่นผมคิดเสมอว่าเอลฮังค์เป็นแค่พวกกบฎที่
ต้องจัดการ... แต่พอผมได้รู้ความจริงของบอนล์ ผมเองก็รู้สึกกลัว...กลัวที่จะสู้หน้าคนของเอลฮังค์นะครับ"
"ลู....ไม่เป็นไรหรอกน่า ลูเองก็ออกมาจากบอนล์แล้วนิน่า ในตอนนั่นลูเองก็ทำไปตามหน้าที่นิน่าไม่ต้องคิดมากหรอกจ้า"หม่าฟานพยามปลอบใจลูคัส
"อืมใช่แล้ว คุณลูคัสเองหลังจากนี้ไปก็ใช้ความสามารถให้สมกับฉายา"มังกรตื่น"ของตัวเองไปสู้กับพวกบอนล์สิค่ะ"เอเล่ให้คำแนะนำคำพูดของทั้งสองคนทำให้ลูคัสยิ้มออกมาได้นิดๆ
"นั่นสินะครับ...."ลูคัสเอ่ยออกมาพร้อมความรู้สึกอิบเอมในหัวใจ...
แต่คนจะดวงซวยมันก็ซวยวันยังค่ำนั่นแหละ......
"มังกร....ตื่น...เหรอ..."เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาข้างๆกลุ่มของลูคัส ทั้งสามหันขวับก็เห็นเด็กสาวผมสีม่วงอ่อนในชุดเครื่องแบบเอลฮังค์สีดำเอวทั้งสองข้างของเธอนั่นเหน็บพัดขนาดเล็กเอาไว้ด้วย.......เธอก็คือกัปตันของยานเรดกาแลคเซียแองเจิล แบตเทิล โน๊ตแลนด์นั่นเอง...
"คะ..ครับ..."ลูคัสตอบรับคำพูดขึ้นมา....แน่ล่ะเมื่อมีคนเอ่ยชื่อฉายาตัวเองจะตอบรับมันก็ไม่แปลก...
พรึ่บ!
แบตเทิลหยิบพัดตัวเองขึ้นมากางปิดปากในทันที....พร้อมปล่อยละอองออร่าน่ากลัวออกมารอบทิศทางจนกลุ่มฮาเซลที่เดินนำอยู่ยังรู้สึกตัวหันควับกลับมากันทั้งลำพร้อมคิดขึ้นมาพร้อมกันว่า"งานเข้า!"
"นายนี้เอง...นายนี้เองสินะ....ที่เป็นคนวางแผนโจมตีฉัน ที่โคโลนี่L3เมื่อ1ปีก่อน...."แบตเทิลพึมพำออร่าน่ากลัวยิ่งทวีความน่ากลัวเพิ่มขึ้น...
"คนรู้จักเหรอ ลู...."หม่าฟานเอ่ยถามลูคัสส่ายหัวพร้อมบอกว่า"เอ่อ...จะว่ารู้จักก็รู้จักนะครับพี่ฟาน จะว่าไม่รู้จักก็ได้เหมือนกัน..."
"แล้วสรุป คุณลูคัสรู้จักหรือไม่ลูจักกันแน่ค่ะ"ลูน่าถามขึ้นมาบ้างพร้อมกับเครื่องหมายคำถามเต็มหัว
ลูคัสไม่เคยลืมเหตุการณ์นั่นเลย...เมื่อหนึ่งปีก่อนเขาเป็นคนวางแผนโจมตีกองยานของเอลฮังค์ที่ลาดตระเวนอยู่ในบริเวณโคโลนี่L3....สาเหตุที่ลูคัสไม่เคยลืมเหตุการณ์นี้เพราะว่า...
"กัปตันฝ่ายโน่นนี้มันบ้ารึเปล่าเนี่ย..."นั่นคือสิ่งที่ลูคัสคิดเมื่อได้เห็นการวางแผนของกัปตันของเอลฮังค์ นอกจากจะไร้ซึ่งเทคนิคแล้วยังถูกเขาหลอกล่อต้อนเข้ามุมจุดอับและถูกระดมยิงอย่างใส่อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าตั้งแต่เขาวางแผนมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ง่ายที่สุด
เท่าที่เขาเคยเจอ แต่ถึงแม้ลูคัสจะได้รับชัยชนะอย่างงดงามแต่กองยานนั่นก็อาศัยความบ้าบิ่นฝ่าวงล้อมออกไปได้นี้แหละที่ทำให้ลูคัสคิดว่า"บ้ารึเปล่า?"
"หา ยัยนี่เนี่ยนะกัปตันยานในตอนนั่น...."ลูคัสโพล่งขึ้นมาแน่นอนว่าประโยคนี้ทำให้ออร่าถมึงทึงก่อตัวยิ่งขึ้นไปใหญ่ยังกับพายุไซโคลน...
"ฉันเป็นกัปตันแล้วมันผิดตรงไหนย่ะ!"แบตเทิลประกาศกร้าวขึ้นมาทันที...ก่อนจะสะบัดพัดแล้วเอ่ยออกมาว่า"หึ คุณมังกรตื่นคราวนี้คิดจะมาวางแผนอะไรอีกล่ะถล่มงานประชุมให้ราบเป็นหน้ากองรึไง?"
"ตอนนี้ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบอนล์แล้วนะครับ!"ลูคัสชี้แจ้ง แบตเทิลยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"หึ คำพูดของพวกบอนล์นะเชื่อได้ซะที่ไหนกันล่ะย่ะ ว่าแต่ที่มาด้วยกันนี้ก็ทหารที่ปลอมตัวเป็นพลเรือนสินะ งั้นคิดจะก่อวินาศกรรมที่นี้ใช่ไหม!"
"ไม่ใช้นะค่ะ พวกเราไม่ใช้พวกบอนล์!"เอเล่กำลังพยามชี้แจ้งอีกคนแต่ดูเหมือนแบตเทิลจะไม่สนใจฟัง...
"งั้นก็พิสูจน์สิ!"แบตเทิลท้าทายทุกคนสะดุ้งขึ้นมาทันทีก่อนที่ลูน่าจะแย้งขึ้นมาว่า"พวกเราคือลูกเรือของยานฮาเซล เซน่อนค่ะยานที่เข้าร่วมกับจังกิลด์ในการต่อสู้กับพวกดาเรนและบอนล์ไงค่ะ!"
"คำพูดปากเปล่านะพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกนะ"แบตเทิลปัดคำค้านนั่นทิ้งไป
"งั้น เรื่องที่คุณลูคัสถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศของบอนล์ล่ะค่ะ! แค่นี้ก็น่าจะพิสูจน์ได้ว่าพวกเราไม่ใช้พวกบอนล์"อุชิโอะลองคัดค้านบ้างแต่แบตเทิลก็ตอบมาว่า"เรื่องแบบนั่นอาจจะเมคขึ้นมาก็ได้นิ อีกอย่างฉันก็บอกแล้วไงว่าถ้าพวกเธอเป็นพวกบอนล์จริงคำพูด
ของพวกเธอก็ถือว่าเชื่อถือไม่ได้"
แบตเทิลปล่อยรังสีมาคุออกมาทุกๆขณะ ลูคัสที่นิ่งไปอยู่นานจึงเถียงกลับไปทันทีว่า"ให้น้อยๆหน่อยนะครับ พวกเราก็บอกไปแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับบอนล์ตัวผมเองก็ออกมาจากบอนล์แล้วด้วย!"
"หึ บอนล์นะเชื่อถือไม่ได้!"แบตเทิลประกาศลูคัสก็โต้กลับด้วยว่า"คุณเองก็ไม่ฟังใครเหมือนกันนั่นแหละ!"
"มะ...ไม่น่าเชื่อลูกล้าเถียงผู้หญิงด้วย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั่นอุชิโอะยังไม่กล้า เอเล่ก็ยังไม่กล้า"หม่าฟานตะลึงในท่าทีของลูคัส
"ถ้างั้นก็พิสูจน์มาสิว่าพวกนายไม่ใช้พวกบอนล์และคุณมังกรตื่นก็ออกจากบอนล์แล้ว! หลักฐานน่ะ หลักฐาน! ถ้าไม่มีล่ะก็ฉันจะถือว่าพวกนายนะเป็นพวกบอนล์ต่อไปเนี่ยแหละ!"แบตเทิลบประกาศกร้าวแร็กน่ากับลิลี่ย์เตรียมจะชักดาบแต่ก็โดนริโคลิสปรามขึ้นมา
เพราะถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นมาที่นี้แล้วจะไม่เป็นผลดีต่อพวกเอเล่และพวกเธอ.....อึ้งกันทั้งหมด...จนกระทั่ง
"Objection!(ขอคัดค้าน)"
ทุกคนหันควับไปตามเสียงรัตน์เดินถือกาแฟกระป๋องเข้ามาทางกลุ่มฮาเซล....
"คุณแบตเทิล....อย่างที่กัปตันคิดจริงๆด้วยอยู่ห่างสายตาเมื่อไรต้องไปก่อเรื่องทุกที...เฮ่อ"รัตน์เกาหัวพร้อมกับถอนหายใจ
"คนของเอลฮังค์เหรอ?"อุชิโอะพึมพำเมื่อเห็นรัตน์...
"มีพวกเพิ่มแบบนี้เราก็เสียเปรียบนะสิลูน่า"มาเรียหันไปกระซิบกระซาบกับลูน่า
"มันก็จริงนะมาเรีย แต่เมื่อกี้เห็นเขาพูดขอคัดค้านด้วยล่ะ...."ลูน่าเอ่ย...
"ประโยคแบบนั่นมีคนใช้พูดจริงๆนอกจากในชั้นศาลด้วยเหรอเนี่ย"เอเล่พึมพำ...
"ระ รัตน์! เจ้าพวกนี้นะมันเป็นพวกบอนล์ที่แอบอ้างเป็นพลเรือนล่ะต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆเลย!"แบตเทิลฟ้องรัตน์โดยทันทีแต่เขาก็ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ไม่ใช้หรอกครับคุณแบตเทิลคุณกำลังหาเรื่องกับพลเรือนอยู่จริงๆ"
"หะ หา!"แบตเทิลถึงกับตกใจเมื่อรัตน์ที่เธอคิดว่าจะมาช่วยเธอกับกลายเป็นมาแย้งเธอซะงั้น
"รีบขอโทษเขาซะเถอะครับ น่าขายหน้าพวกเราเอลฮังค์ซะปล่าวๆ"รัตน์เอ่ยหน้าตายแบตเทิลก็ยั่วะขึ้นมาก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"รัตน์ พวกนี้นะเป็นพวกบอนล์ที่ปลอมตัวเป็นพลเรือนจริงๆนะ!"
"Present Evidence?"รัตน์เอ่ยภาษาอังกฤษออกมาทำเอาแบตเทิลทำหน้างงในทันใด
"แสดงหลักฐานด้วยครับ หลักฐานที่บอกว่าคนกลุ่มนั่นเป็นพวกบอนล์ไม่ใช้พลเรือน?"รัตน์ยิงคำถามย้อนกลับแบตเทิลก็เท้าเอวแล้วก็เอ่ยออกมาว่า"กะ ก็คนในกลุ่มนั่นก็คือมังกรตื่น! กุนซือเลื่องชื่อของฝ่ายบอนล์ไง!"
รัตน์ยิ้มมุมปากก่อนจะยักไหล่แล้วเอ่ยออกมาว่า"ถ้างั้นคุณแบตเทิลก็พิสูจน์สิครับว่าคนนั่นคือมังกรตื่นจริงๆ..."
แบตเทิลเจอย้อนเข้าไปแบบนี้ถึงกับผงะ
"สะ สุดยอด..."ลูน่าพึมพำส่วนฟิเลเน่ก็เอ่ยออกมาว่า"ใช้การถามย้อนกลับพิสูจน์คำกล่าวหาสินะ"
แต่ปฎิกริยาชะงักของแบตเทิลก็เกิดขึ้นแค่ชั่วครู่เธอกางพัดขึ้นมาปิดปากก่อนจะเอ่ยว่า"หึ พิสูจน์ได้สิ....ก็ทางนั่นยอมรับเองนิน่า ถ้าไม่ใช้มังกรตื่นจริงๆแล้วล่ะก็น่าจะพูดว่าจำผิดคนหรือคุณทักผิดแล้ว....."
"แล้วนายล่ะ พิสูจน์ได้รึเปล่าล่ะว่าพวกเขาไม่ใช้คนของบอนล์น่ะ!"แบตเทิลคำรามก่อนจะชี้พัดไปที่รัตน์...
"ระ ร้ายกาจ!"มาเรียและลูน่าอุทานขึ้นมาพร้อมกันส่วนคาลิสก็เหงื่อตกก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"เอ่อ...ผมไม่เห็นรู้สึกเลย..."
ทางด้านรัตน์ไม่มีท่าทีตกใจกับการกระทำของแบตเทิลเลยสักนิด ดูเหมือนเขาจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องถูกโต้กลับมาแบบนี้
"ถ้าผมจะบอกว่า....ผมพิสูจน์ได้ล่ะครับ?"รัตน์พูดขึ้นมาก่อนจะหยิบมือถือออกมา
"หะ หา! ไม่มีทางหรอกน่า!!!!"แบตเทิลถึงกับตกใจ...
"แสดงว่าผู้ชายคนนั่นรู้วิธีที่จะพิสูจน์พวกเรางั้นเหรอค่ะ"ริโคลิสเอ่ยถามแร็กน่าเขาก็พยักหน้าพร้อมกับบอกว่า"กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั่น..."
"ยะ อย่างกับอยู่ในศาลเลยค่ะ...."อุชิโอะพูดขึ้นมา...
"พิสูจน์สิ!"แบตเทิลท้า รัตน์ก็ถอนหายใจพร้อมกับโชว์ภาพถ่ายในโทรศัพท์ผ่านโฮโลแกรมออกมา
"Take That!"รัตน์ประกาศ.....มันเป็นภาพเดียวกับที่รัตน์ใช้แสดงให้พวกไกด์ดู...ภาพออร์เฟอุสของลูคัสกำลังปะทะกับพวกกู๊ดนั่นเอง
"ผะ ผมนิน่า!"ลูคัสถึงกับตกใจรัตน์ยิ้มออกมาแล้วก็อธิบายมาว่า
"กล้องนี้นะได้มาจากอาคาน่าที่ป้องกันโคโลนี่นั่นอยู่ซึ่งส่งมาก่อนที่ตัวหุ่นจะถูกทำลายเป็นการปะทะกันเองของหุ่นของบอนล์..."รัตน์อธิบาย
"หึ ไม่เห็นจะบอก อะไรได้เลยนิ หนึ่งในนั่นเป็นหุ่นของมังกรตื่นก็จริงอยู่แต่ว่าอีกตัวฉันไม่เคยเห็นมาก่อนยืนยันได้ไหมว่าเป็นหุ่นของบอนล์!"แบตเทิลยังคงไม่ยอมแพ้รัตน์ก็เปลี่ยนภาพ เป็นภาพที่ซูวาสเซอร์บาราท รีอัสของกู๊ดทำการโจมตีอาคาน่าแวนการ์ดที่ป้อง
กันโคโลนี่อยู่โดยมีพวกจาโปรน่าตามหนุนหลังมาด้วย
แบตเทิลถึงกับเถียงไม่ออก...
"แล้วก็..."รัตน์กดปุ่มเปลี่ยนภาพเป็นการประกาศของวอเรฟที่ฉายภาพของจังค์กิลด์รัตน์ซูมขยายเข้าไปจนเห็นหุ่นออร์เฟอุสของลูคัสที่กำลังต่อสู้ป้องกันจังค์กิลด์อยู่...
"ขอโทษเขาซะ คุณแบตเทิล...."รัตน์บอก แต่แบตเทิลก็หัวเราะออกมาพร้อมกับบอกว่า"ภาพพวกนั่นนายอาจจะตัดต่อใส่มาก็ได้นิน่า!"
"ก็จริงแต่เขาไม่มีเหตุผลที่จะตัดต่อภาพพวกนี้เลยนะครับ"คาลิสพยามบอกแต่ดูเหมือนจะถูกแบตเทิลเมิน
"เฮ่อ.....ถ้าไม่ใช่หลักฐานแบบชัดเจนจนแย้งไม่ได้ล่ะก็จะไม่ยอมหยุดแถสินะ....."รัตน์ถอนหายใจขณะเกาหัวแล้วบอกว่า"งั้นหลักฐานสุดท้ายก็อยู่ตรงนั่นแหละ!"
พูดจบก็ชี้.............ไปที่เอเล่........ดูเหมือนเธอจะตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆก็ชี้เธอ
"หมายความว่าไง....."แบตเทิลไม่เข้าใจที่รัตน์พยามจะสื่อ
"เธอจำไม่ได้เหรอว่า ผู้หญิงคนนั่นคือใครนะแบตเทิล....."รัตน์ถาม
"ไม่........ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนจนกระทั่งวันนี้แหละ...."แบตเทิลตอบ
"เอะ แต่ว่าคุ้นๆหน้าเหมือนเคยเห็นอยู่นะ...."แบตเทิลเริ่มทำท่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้
"ขอโทษนะครับ คุณชื่ออะไรรึครับ....."รัตน์เอ่ยถามเอเล่ซึ่งเอเล่ก็ตอบออกมาด้วยท่าทางงงๆว่า"เอเล่ ราคอสซิก้าค่ะ...."
"ราคอสซิก้า......อะ...อา!!!!!!!!"แบตเทิลตกใจในทันใดดูเหมือนเธอจะนึกอะไรได้ขึ้นมา
"ละ ลูกสาวของคุณอัลเบิร์ดแห่งสมาพันธ์ที่คอยให้ความช่วยเหลือเอลฮังค์มาตลอดนะเหรอ!!!!!!!!"ไม่ใช้แค่แบตเทิลที่ตกใจทุกคนก็ตกใจขึ้นมาด้วยเพราะพึ่งรู้เรื่องของพ่อเอเล่ขึ้นมาเป็นครั้งแรกๆคนที่เห็นจะไม่มีปฎิกริยาเห็นจะมีแต่ก้วนลูกเรือฮาเซล,สององค์
รักษ์ของคาลิสและริโคลิสแล้วก็รัตนเท่านั่นล่ะมั้ง
"ใช่ ไม่สมเหตุสมผลสุดๆที่ลูกสาวของคุณอัลเบิร์ดจะมาอยู่ในบอนล์....ผมจำเธอได้จากตอนที่ติดต่อกับคุณอัลเบิร์ดเมื่อคราวก่อนตอนนั่นเธอก็อยู่ด้วยนิน่าแบตเทิล ถึงจะโตกว่าในรูปถ่ายที่เขาเอามาโชว์ให้ดูแต่ก็น่าจะใช่แน่ๆ"รัตน์อธิบายเพิ่ม
"งะ งั้นก็....คนพวกนี้ก็ไม่ใช้คนของบอนล์ที่ปลอมมาเป็นพลเรือนนะสิแบตเทิลหน้าถอดสีเหงื่อตก....
"แน่อยู่แล้วครับ จู่ๆมากล่าวหาพวกเราแบบนี้โดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน ขนาดคนที่ตัวเองเคยเห็นหน้าก็ยังจำไม่ได้แบบนี้คนผิดนะมันทางคุณชัดๆ"ลูคัสที่ยังคงแค้นอยู่ละมั้งเลยถือโอกาศต่อว่าแบตเทิลซะเลย.....
ในหัวของลูคัสเตรียมคำพูดเอาไว้เถียงกลับอยู่แล้วแต่ว่า.......ปฎิกริยาของแบตเทิลกลับเป็น....
"ขะ...ขอโทษค่า!~~~~~~~~~~~"สาวเจ้าน้ำตาไหลพรากก็จะร้องไห้แล้ววิ่งหนีไป...
"คะ....อะ...อือ...."ลูคัสถึงกับพูดไม่ออกส่วนหม่าฟานถึงกับสติเปิดเปิงไปแล้วที่ลูคัสที่ไม่กล้าแม้แต่จะเถียงผู้หญิงถึงกับทำผู้หญิงร้องไห้ได้......
"(ตามอนิเมทหรือมังงะแล้วเขาว่าคนที่ทะเลาะกันมักจะได้มาเป็นแฟนกันทีหลังนิค่ะ....)"อุชิโอะนึกขึ้นมาลูน่าก็ตบไหล่ลูคัสแล้วเอ่ยว่า"คุณลูคัสค่ะ ทำให้ผู้หญิงร้องไห้ต้องตามไปง้อนะค่ะ!"
"อะ เอ้?"ลูคัสถึงกับงงกับคำพูดของลูน่า....ง้อผู้หญิงงั้นเหรอ...
"ใช่แล้วครับคุณลูคัส!"คาลิสเอ่ยออกมา หลังจากนั่นทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยแม้แต่รัตน์ทำให้ลูคัสถึงกับใบ้กิน...
"ลู.....ไปสิจ๊ะ...."หม่าฟานเอ่ยเสียงเย็นๆก่อนที่ลูคัสจะได้สติแล้ววิ่งตามแบตไป......
"เฮ่อ ขอโทษนะครับ ที่ทำให้เกิดเรื่องยุ่งๆนะ"รัตน์เอ่ยพร้อมกับก้มหัวขอโทษคนในยานฮาเซล
"มะ...ไม่หรอกค่ะถ้าไม่ได้คุณช่วยป่านนี้ไม่รู้ว่าพวกเราจะเป็นยังไงบ้าง"เอเล่กล่าวขอบคุณรัตน์
"แล้วก็ต้องขอบคุณเรื่องโคโลนี่L7มากนะครับ"รัตน์เอ่ยคำขอบคุณกับลูกเรือยานฮาเซล...
"อะ เอ้แต่ว่าพวกเราช่วยเหลือที่นั่นไม่ได้นิค่ะ"อุชิโอะเอ่ย...หน้าเธอดูซีดลงกว่าเดิมเมื่อนึกถึงความโหดร้ายในตอนนั่น...
"ครับ แต่ว่าเพราะว่าพวกคุณเลยทำให้มีทหารเอลฮังค์บางคนที่หลบหนีออกไปได้นะครับ..."รัตน์บอก
"จะ จริงเหรอค่ะ!"ลูน่าเอ่ยถามรัตน์ก็พยักหน้า....แม้จะสูญเสียไปมากมายถึงแม้ว่าแทบจะช่วยใครไม่ได้แต่พอรู้ว่าพอมีคนที่รอดอยู่บ้างก็ทำให้ทั้งสองคนมีกำลังใจขึ้นมา
"นั่นนะเหรอ...เอลฮังค์"คาลิสพึมพำตอนที่เขาทำงานอยู่ที่จังค์กิลด์ก็ได้ยินคนในร้านพูดถึงบ่อยๆเกี่ยวกับกองกำลังเอลฮังค์แม้แต่ตอนต่อสู้ที่จังค์กิลด์โกลด์ซาเวียเองก็ถูกเหมาไปด้วยว่าเป็นพวกของเอลฮังค์ ตอนแรกคาลิสอยากรู้ว่ากองกำลังที่ชื่อเอลฮังค์นั่นเป็น
แบบไหนตอนนี้เขาได้ตระหนักแล้ว....
"ได้เรื่องไหมรัตน์?"ไลล่าเดินเข้ามาเอ่ยถามรัตน์ รัตน์ก็เล่าเรื่องแบตเทิลให้ฟัง....ไลล่าหันมาทางยานฮาเซลก่อนจะก้มหัวแล้วเอ่ยว่า"ขอประธานโทษจริงๆนะค่ะ ที่คนของเราทำเสียมารยาท..."
"มะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ!"เอเล่บอกปัดตอนนี้เธอรู้สึกลำบากใจสุดๆที่มีคนมาก้มหัวขอโทษถึงสองคนแบบนี้
"ฉัน ไลล่า เรย์ อิลูชั่นกัปตันของยานรบบลูกาแลคเซียแองเจิลค่ะ แล้วก็เป็นหนึ่งในแกนนำของเอลฮังค์ พวกคุณคือกองยานที่ปะทะกับดาเรนสินะค่ะ"ไลล่าเอ่ยแนะนำตัว...
"เอเล่ ราคอสซิก้าค่ะ กัปตันของฮาเซล เซน่อน"เอเล่แนะนำตัวกลับไลล่าก็เอามือป้องปากพร้อมเอ่ยว่า"ราคอสซิก้า.....หรือว่าคุณจะเป็นลูกสาวของคุณอัลเบิร์ดสินะค่ะ~"
"คะ..ค่ะ..."เอเล่รับคำอย่างเกร็งๆไลล่าเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาแล้วก็บอกว่า"ไม่ต้องเกร็งไปหรอกค่ะ เอลฮังค์นะไม่ค่อยจะทางการอย่างที่คุณคิดหรอก อย่างฉันยังโดนรัตน์คุงหาว่าเตี้ยบ่อยๆเลย..."
"(ระ..ร้ายกาจ!)"อุชิโอะกับมาเรียนึกขึ้นมาพร้อมกัน...
"อะ ใช่แล้วค่ะ ส่วนสองคนนี้ก็คือว่าที่ราชาและองค์หญิงอันดับที่สองของราชอาณาจักรวาเลนเดียบนดาวโอเรนทัล คาริส วาเลนเดียแล้วก็ริโคริส วาเลนเดียค่ะ"เอเล่เอ่ยแนะนำคาลิสกับริโคลิส....พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนที่แร็กน่ากับลิลี่ย์ขึ้นยานเธอถึงกับ
ปวดหัวไปพักหนึ่งเพราะพึ่งจะรู้สถานะที่แท้จริงของสองคนนี้แต่ก็นะขนาดกิ้งก่าดาเรนยังมีมาแล้วเลยราชาและราชีนีจะต่างดาวจะมีบ้างก็คงไม่แปลกหรอก....มั้งนะ?
สาเหตุที่ต้องแนะนำสองคนนี้แบบนี้เพราะแร็กน่ากับลิลี่ย์จ้องถมึงทึงมาทางเธออยู่...
"(โดนหาว่าบ้าแน่ๆเลย....)"เอเล่คิดขึ้นมาในใจแต่ปฎิกริยาของไลล่ากลับเป็น
"อะ ขออภัยที่เสียมารยาทเพค่ะ หม่อมฉัน ไลล่า เรย์ อิลูชั่นค่ะ"กัปตันไลล่าคุกเข่าลงในทันใด...แน่นอนรัตน์ก็บ้าจี้ทำตามด้วย
"ขอประธานอภัยที่เสียมารยาทครับ องค์ราชา องค์ราชีนี"รัตน์เอ่ยออกมาหน้าตาย....
"(เอลฮังค์....แปลกเกินไปแล้ว....)"อุชิโอะคิดขึ้นมาคาลิสที่เหงื่อตกเมื่อเห็นการกระทำเลยเอ่ยออกมาว่า"ไม่เป็นไรครับ ลุกขึ้นเถอะครับที่นี้ยศหรือตำแหน่งของพวกผมไม่ใช้ของสำคัญหรอก..."
"ว่าแต่ พวกคุณไม่ตกใจเลยเหรอค่ะ"ริโคลิสเอ่ยถามบ้างไลล่าก็ยิ้มแล้วเอ่ยตอบกลับมาว่า"ไม่หรอกเพค่ะ เพราะว่ายานของหม่อมฉันเองก็มีคนที่ไม่น่าเชื่ออยู่เหมือนกัน"
"ดูเหมือนจะมากันแล้วนะครับกัปตัน"รัตน์บอกพร้อมกับยิ้มมุมปาก ลูกเรือบลูกาแลคเซียและผู้ร่วมทางเดินมาถึงพอดี....
"นั่นนะเหรอเอลฮังค์?"อุชิโอะกลืนน้ำลาย...
"คนพวกนั่นมัน...."ไกด์พึมพำออกมา ดูเหมือนลูซิเฟอร์เองก็รู้สึกแปลกๆกับกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วย....
ว่ากันว่าสิ่งที่แตกต่างกันมักจะดึงดูดเข้ามาหากันและกลายมาเป็นซึ่งพลังที่มอบให้กันและกัน....กงล้อแห่งชะตากรรมเริ่มหมุนแล้ว แต่หากคุณไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาล่ะก็ อาจจะอธิบายเหตุการณ์ตอนนี้ได้ว่าทุกๆคนได้ถูกเชื่อมเข้าหากัน...เหมือนหมู่ดาวน้อยใหญ่
บนฟากฟ้าในอวกาศอันแสนกว้างใหญ่และในเอกภพที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด....
Begin The Star Chronicle............
------------------------
ตอนที่ห้ายังไม่จบนะครับตอนนี้ยังอีกยาวไกล(ฮา)~
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 11, 2009, 02:00:28 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 13, 2009, 10:25:38 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ของยานราชินโยว์ ตัวแทนของฝ่ายต่างๆได้ทยอยเดินเข้าไปในห้องกันแล้วเพราะในอีกไม่กี่สิบนาทีการประชุมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ดูเหมือนเอเล่จะเกร็งอยู่หน่อยที่ต้องเข้าร่วมประชุม แต่เมื่อไลล่ายิ้มให้ความกังวลของเธอก็มลายหายไป
"แล้วทางด้านเอลฮังค์จะเข้าประชุมแค่นี้เหรอค่ะ?"ฟีเลเน่เอ่ยถามเมื่อเห็นตัวแทนของเอลฮังค์ซึ่งมีกันแค่สามคนได้แก่ไลล่า,ซากุระแล้วก็คุณอาไซ
"จริงๆต้องเป็น5จ๊ะ แต่แบตเทิลคนที่พวกเธอเจอนั่นแหละไม่เข้าไปอยู่แล้วแน่นอน ส่วนอีกคนก็..."ซากุระเงียบไปเพราะสังเกตุบรรยกาศมาคุได้จากไลล่า....
"ช้า.....มาก...."เธอพึมพำ เอเล่เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ดูเหมือนว่าคนที่ยังไม่มาน่าจะมีความเกี่ยวพันอะไรกับไลล่าสักอย่างแน่ๆ
"ขอโทษที่ทำให้รอครับ..."เสียงลึกลับดังขึ้นมาด้านหลังเอเล่กับฟีเรน่า เมื่อพวกเธอหันหลับงกลับไปก็พบชายหนุ่มชุดสูทดำพร้อมกับหมวกปีกกว้างเหมือนหมวกของพวกแม่มดในเทพนิยาย....แต่คนใส่ดันเป็นชายหนุ่มอายุ20ต้นๆหน้าตาดีแทนนะสิ
"อะ ดูเหมือนผมจะจำคนผิดซะแล้วสินะ ว่าแต่ว่าพวกคุณมีเวลาว่างพอไปทานชากับผมรึเปล่าล่ะครับ คนสวยทั้งสอง~"ชายหนุ่มลึกลับคนนั่นเอ่ยถามพร้อมกับโคงให้เอเล่และฟีเลน่าอย่างสุภาพ
ทั้งสองคนเจอคนหูดำใส่ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะเพราะไม่รู้จะรับมือยังไงดี แต่พอชายหนุ่มคนนั่นเห็นกลุ่มของไลล่าที่ยืนอยู่หลังเอเล่เท่านั่นแหละ
"อา...ซวยซะแล้วสิ~"ชายหนุ่มพูดขึ้นแต่หน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
รังสีอาฆาตจากไหนไม่รู้พุ่งขึ้นมา มันรุนแรงมากถึงขนาดเอเล่และฟีเลเน่สามารถจับสัมผัสได้แทบจะทันทีต้นตอของรังสีนี้ก็ไม่ใช้ใครที่ไหนหรอก กัปตัน ไลล่า เรย์ อิลูชั่นนั่นเอง......
"ช้า....นะค่ะ"เธอเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม...แต่ใครๆก็รู้ว่าเธอกำลังปล่อยรังสีน่ากลัวอยู่ต่างหาก
"รถมันติดนะ"ชายหนุ่มตอบ อย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปหาไลล่าแล้วเอาสองมือจับแก้มเธอเอาไว้
"วันนี้คุณก็ยังดูดีนะ....ขอดูดวงตาคู่งามของเธอใกล้ๆหน่อยได้ไหม?"ชายหนุ่มโปรยเสน่ห์แต่ทว่า......
ปึก! ไลล่าแตะผ่าหมากชายหนุ่มคนนี้ในทันใด เขาทรุดลงไปนอนกับพื้นท่าทางเจ็บปวด แต่สีหน้ายังคงเดิมเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแม้จะมีเหงื่อออกบ้างเล็กน้อย...
"อย่ารุนแรงอย่างนั่นสิจ๊ะ ที่รัก~"เขากล่าวเอเล่กับฟีเลเน่นึกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่าหมอนี้มันหูดำจนวินาทีสุดท้ายเลยแฮะ
ซากุระกระเอมมาหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยว่า"เอ่อ ผู้ชายคนนี้คือคุณ มามิยะ อิลูชั่นค่ะ เป็นมันสมองของเอลฮังค์มีชื่อโค๊ทในกองกำลังว่า"MI"อย่างที่เห็นป็นคนเจ้าชู้แบบนี้แหละค่ะ..."
"อะ อิลูชั่นรึว่า...."เอเล่ตกใจเพราะนามสกุลนี้เขาพึ่งได้ยินมาไม่นานแล้วมันเป็นนามสกุลของ.....
"สามีฉันเอง...."ไลล่าตอบเรียบๆ เอเล่ก็ถามกลับแทบจะพริบตาเลยว่า"คุณไลล่าค่ะ คุณอายุเท่าไรกันเนี่ย?"
"20....."เอเล่ถึงกับช็อคเมื่อรู้ว่าไลล่าแก่กว่าต้น....ไลล่านี้ประเมินอายุจากหน้าตาและส่วนสูงไม่ได้เลยสินะเนี่ย
"ลุกขึ้น.....หัวสมองของคุณยังมีความจำเป็นต่อเอลฮังค์อยู่...."ไลล่าบอกพร้อมกับเอาเท้าเขี่ยร่างของมามิยะ.....
"จะ..จ๊ะ~"มามิยะรับคำพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนเดิมแล้วค่อยๆลุกขึ้นยืน...
"เอลฮังค์นี้มีแต่คนไม่ปกติจริงๆด้วยสินะ...."เอเล่พูดขึ้นมาเบาๆส่วนฟีเลเน่ก็พยักหน้าตาม....ก่อนจะพากันทยอยเดินเข้าห้องประชุมไป
ในห้องประชุมนั่นคาลิสกับริโคลิสรออยู่ก่อนแล้ว แน่นอนแร็กน่ากับลิลี่ย์ก็คอยประกบทั้งคู่อยู่ไม่ห่าง...
"คุณคาลิสค่ะ แน่ใจเหรอว่าจะรวมประชุมด้วยจริงๆนะค่ะ?"เอเล่เอ่ยถามย้ำความแน่ใจเนื่องจากพวกเขาเองเป็นคนของดาวโอเรนทัลและคาลิสกับริโคลิสยังเป็นถึงว่าที่ราชาและราชีนีแห่งวาเลนเดียอีก ถ้าเรื่องของพวกเขาเปิดเผยออกไปล่ะก็หลายฝ่ายคงต้องเพ่งเล็งมาที่พวกเขาและพยามครอบครองหุ่นแพนเซอร์ของพวกเขาแน่ๆ
"ครับ พวกเราอยากจะร่วมต่อสู้เพื่อช่วยเหลือทุกคนบนโลกด้วยนะครับ"คาลิสตอบด้วยความมุ่งมั่นเอเล่ก็อมยิ้มเล็กๆแล้วอดจะถอดถอนใจไม่ได้ว่า...."(ขนาดคนจากดาวอื่นยังมีจิตสำนึกที่จะช่วยโลกแต่คนบนโลกเองก็ยังคิดที่จะทำสงครามกันเองอยู่เลย....)"
"โอะ แม่หนูคนนี้ช่างงามหยดย้อยจนผมละสายตาไม่ได้จริงๆ~"มามิยะเริ่มหูดำใส่ริโคลิส แต่เพียงชั่วเวลากระพริบตาดาบสองเล่มของแร็กน่ากับลิลี่ย์ก็พุ่งเข้ามาจ่อคอของมามิยะ
"อา สมเป็นองค์หญิงผู้งดงามมีองค์รักษ์ซะด้วย ว่าแต่แม่สาวองค์รักษ์ก็งดงามไม่แพ้กันเลยนะครับ~"แม้อยู่ในสถาณการณ์แบบนี้มามิยะก็ยิ้มได้แถมหูดำต่ออีก
"แก..."ขนาดที่แร็กน่ากำลังจะลงดาบ มามิยะก็ล้มฝาดหน้าลงไปกับโต๊ะประชุมซะก่อน คนอื่นๆที่อยู่บริเวณนั่นอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมจู่ๆถึงล้มฟลุบลงไปเอง...แต่คนที่อยู่ใกล้ๆจะรู้สึกได้ทันทีเลยว่า...
"แรงอาฆาตของคุณไลล่า กดหัวคุณมามิยะลงกับโต๊ะ!"เอเล่ถึงกับตกใจ ไลล่าไม่ได้ขยับร่างกายอะไรเลยทั้งสิ้นเพียงแค่ยิ้มน้อยๆเท่านั่น....
แน่นอนว่าคนจากดาวโอเรนทัลทั้งสี่สามารถจับสัมผัสแรงอาฆาตนี้ได้.....
"ลุกขึ้นค่ะ หัวสมองของคุณยังมีความจำเป็นต่อเอลฮังค์อยู่....."ไลล่าเอ่ยมามิยะก็ยิ้มเจื้อนๆก่อนจะทรงตัวขึ้น.... วอเรฟ กามาลอฟก็เดินเข้ามาพอดี....
-------------------------------------------------------------
ในโถงทางเดินของราชินโยว์ ลูคัสกำลังวิ่งไปทั่วโดยไม่แคร์สายตาจากผู้อื่นทั้งบอล์นและเอลฮังค์เนื่องจากอยู่ในชุดลำลองแทนเครื่องแบบ อีกทั้งคนของบอล์นที่เคยเห็นหน้าเขาก็ไม่ได้เยอะมากนัก จึงหลบสายตาได้ง่ายๆ
“เฮ้อ... ทำไมต้องให้ผมง้อด้วยล่ะ ไอ้เรามันเคยง้อผู้หญิงซะที่ไหนกันเล่า” ชายหนุ่มบ่นเบาๆพลางถอนหายใจระหว่างที่วิ่งตามหาเป้าหมายอยู่ ถึงจะโดดเด่นขนาดนั้น แต่ราชินโยว์ก็ไม่ใช่เล็กๆ แถมไม่คุ้นทางซะด้วย อีกทั้งตอนนี้ดูเหมือนความซวยจะมาเยือนลูคัสเป็นที่เรียบร้อย...เขาหลงทางแล้วนั่นเอง
“วันนี้ซวยสองเรื่องแล้วนะครับ.... แย่ชะมัด” บ่นพลางมองไปรอบๆ ชายหนุ่มได้ยินเสียงสะอื้นจึงเหลือบสายตาไปเห็นร่างเล็กในชุดสีดำอยู่ที่ริมกำแพง ผมสีม่วงอ่อนของเธอตัดกับชุดนั่นจนดูโดดเด่น จะเรียกว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดีแฝงอยู่สินะ(รึงานเข้ากว่าเดิมหว่า.....)
“เอ่อ... คุณแบตเทิลครับ...คือ...” ไม่ทันที่ลูคัสจะพูดจบหญิงสาวตรงหน้ากลับหันหน้ามาจ้องเขาก่อนกางพัดขึ้นที่มุมปากเช่นเดิม ลูคัสที่เห็นว่ายังมีคราบน้ำตาอยู่ถึงกับอึ้งไปชั่วครู่
“นี่นายเองก็จะตามมาซ้ำเติมฉันใช่ไหมยะ!” แบตเทิลตระโกนออกมา ยังดีที่แถวนั้นไม่มีคนจึงไม่มีใครมาสนใจยกเว้นลูคัสที่ยืนอยู่ “จะ...ใจร้าย.... ทั้งๆที่ขอโทษแล้วยังไม่ยกโทษให้อีก... ฮะ ฮึก”
(วะ....หวา.... นี่ผมยังไม่ทันพูดอะไรเลยนะ.... แล้วอย่างนี้จะเอาไงดีเนี่ย) ลูคัสคิดในใจอย่างตื่นตระหนก...นี่คือสถานการณ์เรื่องผู้หญิงที่....ย่ำแย่มากสำหรับเขา ชายหนุ่มคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา “คุณเองก็ชอบพัดหรือครับ”
............. มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่เกิดขึ้น ลูคัสถึงกับเหงื่อตก แบตเทิลเองก็ทำหน้างงเช่นกัน (อ้ากกก นี่ตูพูดอะไรออกไป มันเอาไปง้อได้ที่ไหนกันเล่า!!! เอาใหม่ๆ งั้นคราวนี้)
“อ่า..... คืองี้นะครับ... พวกนั้นเขาบอกให้ว่าถ้าทำผู้หญิงร้องแล้วต้องตามมาง้อน่ะครับ...” ลูคัสเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้แบตเทิลที่เมื่อครู่ยังพอสะอื้นอยู่ถึงกับนิ่งสนิท... ลูคัสจึงได้แต่กุมขมับก่นด่าตัวเองในใจ (เวรแล้ววววววว แล้วบอกไปทำไมวะเนี่ยว่าเรามาง้อออ เรามันบ้าชะมัดๆๆๆๆ)
“มะ...มีผู้ชายที่ไหนง้อสาวด้วยการบอกว่าตัวเองมาง้อด้วยล่ะ ตาแว่น!!!” แบตเทิลตวาดออกมาใส่ชายหนุ่ม ลูคัสเองก็ได้แต่ทนรับมันโดยไม่โต้แย้งก่อนเอ่ยขึ้นต่อ
“เอาเป็นว่าเรื่องเมื่อครู่ผมขอโทษครับ!!! มันไม่ผิดหรอกที่คุณจะระแวงผมน่ะ.... ไม่ผิดหรอกครับ...” ลูคัสพูดด้วยเสียงที่เศร้าลง “ในเมื่อผมเคยเป็นทหารของบอล์น... จะระแวงหรือเกลียดขี้หน้าก็ไม่ผิดหรอกครับ... ยิ่งคนที่คอยวางแผนให้พวกนั้นโจมตีเอลฮังค์ก็คือผมนี่ครับ.....”
“มังกร....” แบตเทิลกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นลูคัสมีหน้าเศร้าไปถนัดตา เธอเองก็เริ่มเย็นขึ้นแล้วจึงพอพูดจากันได้
“จะว่าอะไรผมก็เชิญครับ ถ้าทำให้คุณสบายใจได้” ลูคัสเอ่ยต่อ แบตเทิลมองชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยถามขึ้น “นายรู้สึกผิดจริงๆรึเปล่า.... มังกร”
“แน่อยู่แล้วครับ...” ลูคัสเอ่ยตอบพลางมองหน้าแบตเทิล หญิงสาวมองลงไปพบว่าแววตาไม่มีความเคลือบแคลงใจแม้แต่น้อย
“งะ... งั้น ฉันยกโทษให้ก็ได้” แบตเทิลพูดขึ้นพลางหน้าแดงจนเอาพัดปิดขึ้นมาเหลือแต่ดวงตาเพื่อกลบความเขินอายเอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้าเห็น
“จริงหรือครับ ขอบคุณมากครับ คุณแบตเทิล” ลูคัสตอบด้วยน้ำเสียงยินดีอยู่แวบหนึ่งก่อนที่จะรักษาอารมณ์เอาไว้ ก่อนที่จะรู้สึกถึงออร่าบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวแบตเทิล ออร่าที่แฝงด้วยความอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันยกโทษเรื่องที่นายเป็นคนของบอล์น ไม่ได้หมายความว่ายกโทษเรื่องที่นายดูถูกฉันในฐานะกัปตันนะ!” แบตเทิลลั่นเสียงดังออกมาก่อนชี้พัดไปที่หน้าของลูคัสที่ยืนตะลึงอยู่ “เอาล่ะ!!! จงก้มกราบเท้าขอโทษฉันซะ มังกรหาว!!!”
“...... ทำไมผมต้องก้มกราบเท้าขอโทษคนอย่างคุณด้วยล่ะครับ” ลูคัสถามขึ้นด้วยสีหน้าแสดงความสงสัยเต็มไปหมดก่อนดันแว่นที่แทบหลุดจากดั้งขึ้นมา “ผมบอกว่าให้ต่อว่าได้ไม่ใช่แบบนี้นะครับ”
“ไม่รู้ล่ะ นี่คือคำสั่งของฉัน นายต้องทำตาม เข้าใจไหมยะ!!!” แบตเทิลวีนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุก่อนจะชี้พัดไปที่เท้าของตน “เอ้า ก้มกราบฉันซะ.... แล้วจงสาบาน ว่าต่อไปนี้จะไม่ดูถูกฉันอีก!!!”
“เฮ้อ คนอย่างคุณนี่น่า..... ก็ได้ครับก็ได้ กระผม ลูคัส เจเนเซีย ขอสาบานต่อหน้าแบตเทิล โน้ตแลนด์.... จะบ้ารึไงครับ!!! ใครจะไปทำแบบนั้นเล่า!!!” ลูคัสตวาดกลับไปเสียงดังลั่น ฝ่ายแบตเทิลเกิดโมโหฟาดพัดลงมาที่ชายหนุ่ม แต่ลูคัสกลับยกพัดกระดาษสีขาวขึ้นมาป้องไว้ “ทำอะไรของคุณน่ะครับ!!!”
“ก็นายนั่นล่ะ คนที่ไม่ยอมฟังฉันต้องโดนลงโทษสถานเดียวเท่านั้น เข้าใจไหมยะ!!!” แบตเทิลเอ่ยขึ้นก่อนฟาดลงมาอีกรอบ แต่ลูคัสก็ยกพัดกันไว้ได้อีกครั้งก่อนถอยหลังหนี “จะหนีไปไหนยะ ตามังกรแว่น มาให้ฉันฟาดซะดีๆ”
“ใครมันจะยอมล่ะครับ!!!!!!!!”
“นายนั่นล่ะที่ต้องยอม”
“ยอมโดนกัปตันบ้าๆฟาดเนี่ยนะ!!!”
“นายว่าใครบ้ายะ!!!”
-------------------------------------------------------------
“แฮ่กๆ คุณนี่เป็นผู้หญิงที่เผด็จการณ์จริงๆนะครับ ไม่ทำตามแล้วฟาดเอาๆ สุดท้ายเลยลงเอยแบบนี้ซะได้....” ลูคัสเอ่ยขึ้นโดยมีเหงื่อโทรมไปทั่ว ลมหายใจของเขารดลงบนหน้าแบตเทิลอย่างจัง
“หึ นายเองก็ด้วยไอ้คนหัวแข็ง อึดกว่าที่คิดนี่นา... เป็นคนอื่นตายไปนานแล้ว” แบตเทิลเอ่ยด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน แถมยังหน้าแดงก่ำด้วย ร่างทั้งคู่แนบชิดกันหายใจรดต้นคอ “ไม่เบานี่นา... สมแล้วที่เป็นมังกรตื่น”
“เพราะคุณตัวเล็กนั่นล่ะ.... แล้วก็ ช่วยออกไปจากตัวผมได้แล้วครับ...” ลูคัสเอ่ยขึ้นมา ร่างของพวกเขาสองคนนอนอยู่ที่ขั้นบันไดของราชินโยว์ ลูคัสมีรอยปูดขึ้นที่หัว.... สาเหตุเพราะวิ่งหนีแบตเทิลพลางหันกลับมาเถียงสวนไปเรื่อยจนกลิ้งตกบันไดลงมาทั้งคู่นั่นเอง........
"มะไม่ได้นะค่ะ มาทำทะลึ่งในที่สาธารณะแบบนี้นะ!"
"หา!"แบทเทิลกับลูคัสตกใจขึ้นมาพร้อมกันจนรีบพละออกจากกันอย่างรวดเร็ว สาวน้อยคนที่ทักทั้งคู่ก็ไม่ใช้ใครอื่น มายา วงศ์คณาหนึ่งในทีมแบล็กเซอเบรัสนั่นเอง...
"ฉะ ฉันไม่อยากก้าวก่ายความสัมพันธ์ของทั้งสองคนหรอกนะค่ะแต่ว่าตรงนี้มันตรงบันไดนะค่ะ มาทำเรื่องแบบนั่นตรงนี้มันไม่งามนะค่ะ!"มายาต่อว่าทั้งคู่ทำให้ทั้งสองคนหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่ถูกเข้าใจผิดในทางแบบนั่น
"ขะ เข้าใจผิดแล้วนะย่ะ!ฉันกับตามังกรแว่น นะไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั่น!ไแบทเทิลตอบปฎิเศษแต่แน่นอนว่าสีแดงบนใบหน้ายังคงอยู่...
"คิดว่าผมจะพิศวาสกัปตันบ้าๆแบบนี้รึไงครับ!"ลูคัสแย้งออกมาพร้อมกับดันแว่น แบทเทิลได้ยินคำว่าบ้าก็คว้าเอาพัดมาตีใส่ลูคัสหนึ่งทีพร้อมกับเอ่ยว่า"นายหาว่าใครบ้าย่ะ!"
"อะ เอะ...ทั้งสองคนไมได้ทำทะลึ่งกันหรอกเหรอค่ะ?"มายาพึ่งจะรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไป........
"ใช่นะสิครับ/ย่ะ!"ลูคัสกับแบตเทิลตอบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย....
หลังจากเล่าเรื่องทั้งหมดให้มายาฟังแล้ว.....
"งั้นแสดงว่าพวกคุณก็เป็นคนของฮาเซล เซน่อนกับคนของเอลฮังค์สินะค่ะ ฉันชื่อมายา วงศ์คณาค่ะกำลังได้รับมอบหมายมาให้ดูแลของของเอลฮังค์และฮาเซลเซน่อนอยู่พอดีเลย"มายากล่าวแนะนำตัวเอง ลูคัสได้ยินดังนั่นจึงทำท่าโล่งใจแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า
"ดีเลยครับ คุณมายะ ผมเองก็จำทางที่เดินผ่านมาไม่ค่อยได้เหมือนกัน ยานลำนี้ใหญ่จริงๆเลยนะครับ...."ลูคัสเอ่ยขึ้น
"หึ แว่น แค่นี้ก็จำทางไม่ได้เป็นกุนซือภาษาอะไรย่ะ จริงไหมคุณมายะ?"แบตเทิลแขวะ....
"หึ ที่ผมจำไม่ได้เพราะมัวแต่วิ่งตามหากัปตันบ้าๆอย่างคุณอยู่เนี่ยแหละ คุณมายะคุณคิดเหมือนผมไหมครับ ผมล่ะสงสัยจริงๆเลยว่าทำไมทางเอลฮังค์ถึงให้คนบ้าๆอย่างคุณมาเป็นกัปตันได้นะ"ลูคัสตอบโต้กลับไป ทั้งสองคนเริ่มส่งประกายสายฟ้าฟาดเปรี้ยงๆอีกแล้ว
"ฉะ...ฉัน..."มายาทำท่าจะพูดอะไรแต่ทั้งสองคนก็...
"คุณมายะครับ/คะ จะเลือกข้างไหนกันครับ/คะ!"ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายอีกแล้วส่วนมายา......
"ฉันชื่อมายาค่ะ ไม่ได้ชื่อมายะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"มายาตะโกนออกมา.......น่าเห็นใจจริงๆเน่อหนูมายะเอ็ย มายา...
-------------------------------------------------------------
ขณะเดียวกันในห้องรับรองลูกเรือของทั้งสองลำอันได้แก่ฮาเซล เซน่อนและบลูกาแลคเซียก็กำลังพูดคุยกันอยู่ออกรส...
"ดื่ม!!!!"เฟอเดอริก้ากับหม่าฟาน ชนแก้วกันอย่างคึกครืน....เรียกได้ว่าซี้กันด้วยเหล้าสินะเนี่ย...
"ของหวานของโมโมะเองค่า~~~"โมโมะหยิบเอาปิ่นโตขึ้นมาแล้วก็เปิดโชว์อาหารของตัวเองให้ฟาลิน,ลูน่าแล้วก็มาเรีย...
"หวา คุณโมโมะ มันกินได้เหรอค่ะเนี่ย!"มาเรียถึงกับตะลึงเมื่อเห็นอาหารของโมโมะ.......สีเขียวอี้....
"ได้สิ ถ้าไม่เชื่อจะให้ทดสอบให้ดูก็ได้~ แต่แย่จังลูซิเฟอร์,คุณไกด์กับคุณฟีรีน่าไม่อยู่"โมโมะเอ่ยพร้อมกับมองหาเหยื่อเอ็ย ผู้อาสากินอาหารของเธอ....และโชคร้ายก็ตกเป็นของ....ฮารุซานะ โคกิ.....
อาหารสีเขียวของโมโมะน็อกเอาส์โคกิได้ภายในช้อนเดียว....
"โคกิ! เจ้าบ้าไม่เป็นอะไรนะ?"ชิเอลรีบวิ่งเข้ามาดูอาการประคองในทันที...
"ชะ ชิเอลจังผมคงไม่รอดแล้ว..."โคกิพึมพำเลือดไหลออกมาทางจมูก.....
"เจ้าบ้าอย่าพูดแบบนั่นสิ นายนะ...นาย...!ชิเอลทำท่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่างเอลกฮาวด์ที่อยู่ตรงนั่นพอดีเลยเอ่ยออกมาว่า...."มันจะไม่รอดเพราะเธอนั่นแหละ ประคองแบบนั่นเห็นเสื้อซับในชัดๆมันจะไม่เลือดกำเดาออกได้ยังไง....."
โคกิหัวเราะเจื่อนๆเมื่อได้ยิน.......ก่อนจะโดนชิเอลแตะทะลุกำแพงผนังห้องเข้าโกลด์อย่างสวยงาม.......
"เอลฮังค์....มีแต่คนไม่ปกติจริงๆด้วย..."ลูน่าพึมพำขึ้นมา...
"อะ แล้วอุชิโอะจังล่ะ?"หม่าฟานเอ่ยถามขึ้นมาขณะกำลังรินสาเกใหกับเฟอร์เดอริก้า
"ถ้าเด็กผู้หญิงที่ท่าทางเคะๆคนนั่นล่ะก็เห็นบอกว่าจะไปห้องน้ำนะ"เอลตอบคำถามของหม่าฟานลูน่าได้ยินดังนั่นจึงเอ่ยออกมาว่า"งั้นฉันขอตัวไปดูหน่อยดีกว่าค่ะ ไม่งั้นถ้าสลบในห้องน้ำในนี้ขึ้นมาแล้วจะยุ่ง"
เอ่ยจบลูน่าก็วิ่งออกไปจากห้อง....เฟอเดอริก้าจึงเอ่ยถามหม่าฟานว่า"สลลบในห้องน้ำเหรอ เป็นอะไรรึเปล่า?"
"เอ....รู้สึกว่าจะอ้วกหลังจากที่ลงมาจากหุ่นนะค่ะหลังจากนั่นก็มีอาการหน้ามืดอยู่ตลอดจนถึงตอนนี้แหละ"หม่าฟานอธิบาย
"ลงจากหุ่น หรือว่าเด็กคนนั่นก็เป็นนักบินด้วยงั้นรึ?"โรจิสตกใจขึ้นมาทันที
"ค่ะดูเหมือนจะเป็นนักบินของหุ่นที่ได้รับมาจากคุณปู่ของเขา...รู้สึกจะชื่ออาร์คไสตคร์เกอร์อะไรนี้แหละ...."หม่าฟานกล่าวเมื่อได้ยินชื่อเฟอเดอริก้าก็พ่นสาเกออกมาทันทีแล้วกล่าวอย่างตื่นตระหนกว่า"อาร์คไสตคร์เกอร์ผลงานของดร.มิซึรุกินะเหรอ!"
"อะ มิซึรุกิ....นามสกุลของอุชิโอะจังนิน่า งั้นก็คงจะใช่นั่นแหละ..."หม่าฟานตอบ
"เสร็จสมบูรณ์แล้วงั้นรึ...ได้ข่าวมาว่าดร.แกตายตอนการโจมตีของพวกสลัดอวกาศ นึกว่าจะไม่ได้เห็นซะแล้วสิ...."เฟอเดอริก้าพึมพำก่อนจะยกถ้วยสาเกขึ้นมาจิบอีกครั้ง...
"แต่ว่าหุ่นตัวนั่นได้ยินมาจากอุชิโอะว่าเป็นหุ่นที่ปู่เธอสร้างให้อย่างลับๆนิค่ะ คุณเฟอเดอริก้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงกันค่ะ..."ซารีน่าที่เงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง...
"หึ ฉันเคยเป็นลูกศิษท์เขามาก่อนนะ เขาเคยเมลล์มาบอกว่าอยากจะสร้างหุ่นให้กับหลานสาวเลยมาขอให้ฉันช่วยออกแบบดีไซน์ให้"เฟอเดอริก้าตอบอย่างยืดอกทำเอาซารีน่าถึงกับเอ่ยออกมาว่า"ยังงี้อาร์คไสตคร์เกอร์คุณเฟอเดอริก้าก็ออกแบบสิค่ะ?"
"ปล่าวหรอก ด.รแกบอกว่าดีไซน์ของฉันมันเอามาสร้างจริงไม่ได้นะ หลังจากนั่นก็ไม่ได้ยินข่าวเรื่องหุ่นตัวนี้อีกเลย..."ประโยคของเฟอเดอริก้าทำเอาคนที่มองด้วยสายตาชื่นชมหายหน้าหายตาไปได้หลายคนเลยทีเดียว...
"มองด้วยสายตาแบบนั่นหมายความว่าไงฟร่ะ...."เฟอเดอริก้าเริ่มยัวะแต่ก็โดนหม่าฟานเบรกไว้ด้วยประโยคที่ว่า"น่าๆ อย่าพึ่งขึ้นเลยนะจ๊ะมาดื่มเป็นกันก่อนเถอะ~"
-------------------------------------------------------------
ทางด้านลูน่าที่มาตามหาอุชิโอะก็ดันบังเอิญมาเจอกับลูคัส,แบตเทิลและมายาเข้า แน่นอนว่าแบตเทิลและลูคัสเถียงกันไปมาตลอดทาง
"คะ คุณลูคัสค่ะ พอดีเลยเห็นอุชิโอะจังไหมค่ะ? ฉันกลัวว่าจะซ้ำรอยกับวันนั่นอีก"ลูน่าเอ่ยถาม
"ไม่เห็นเลยนะครับ ไปห้องน้ำสินะครับ?"ลูคัสถามลูน่าก็พยักหน้ามายาได้ยินดังนั่นเลยเอ่ยออกมาว่าไอะแถวนี้มีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆนะค่ะจะลองไปดูไหมค่ะ?"
"ครับรบกวนด้วยนะครับคุณมายะ"ลูคัสเอ่ยขอบคุณแต่ว่า....
"ฉันชื่อมายาค่ะ!"มายะเอ็ยมายาเอ่ยแก้ความเข้าใจผิด.....แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
"นี้แว่น....อุชิโอะอะไรนั่น เขาเป็นอะไรรึ..."แบตเทิลถามลูคัสโดนการเอาพัดจิ้มๆ ลูคัสก็ตอบออกมาว่า"รู้สึกว่าจะทนความเร็วของหุ่นที่ขับอยู่ไม่ได้นะครับ ลงมาแล้วก็เลยเกิดอาการอ้วกแตกอ้วกแตน.."
"เห....นักบินยังไม่ชินแบบนั่นแต่ยังรอดมาได้ถึงนี้นับว่าพวกนายอึดไม่เบาเลยนิน่า"แบตเทิลเอ่ยชม หลังจากนั่นทั้งหมดก็เข้าไปหาอุชิโอะในห้องน้ำที่ว่าแต่ไม่มีวี่แววเธออยู่เลย
"ระ หรือว่าจะหลงทาง?"ลูคัสตั้งข้อสันนิฐานขึ้นมาแต่ก่อนจะได้ทำอะไรพวกเขาก็ได้ยินเสียงกรี้ดของอุชิโอะดังขึ้นมา....
"สะ เสียงอุชิโอะจังนิ!"ลูน่าเอ่ยก่อนจะวิ่งไปตามทิศที่ได้ยินเสียงนั่น พวกเขาเห็นห้องพักห้องนึงมีประตูเปิดแง้มไว้อยู่ ซึ่งเสียงของอุชิโอะดังมาจากในนั่น...
ทั้งหมดเปิดประตูเข้าไป....ภาพที่เห็นก็คือร่างของชายหนุ่มคนนึงในเครื่องแบบบอนล์....นอนตายจมกองเลือดโดยมีแผนถูกยิงที่อกซ้าย....ที่แก้มมีรอยแผลเป็นที่เหมือนจะมีลักษณะคล้ายข้อความอยู่ด้วย...และที่สำคัญก็คืออุชิโอะยืนตะลึงอยู่หน้าศพนั่นโดยที่ทั้งสองมือกำปืนเอาไว้อยู่....
"คะ คุณอุชิโอะนี้คุณ...."ลูคัสไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น...
"ฉะ ฉันไม่ได้ทำนค่ะ!"อุชิโอะค้านออกมาพร้อมหันมาทางลูคัสน้ำตาท่วมเจิงนองใบหน้าของเธอ.... โววาร์ดปรากฎตัวออกมาหลังกลุ่มของลูคัส ชี้นิ้วไปทางอุชิโอะแล้วเอ่ยว่า.....
"ฆาตกร!!"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot

กระทู้: 1536
|
 |
« ตอบ #32 เมื่อ: กันยายน 15, 2009, 03:19:47 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
------------------ ที่หอบังคับการเรือ วอเรฟกำลังไล่ดูรายชื่อของผู้เข้าร่วมการประชุมที่ทหารบอล์นนายหนึ่งเป็นตัวแทนนำมามอบให้ เขารู้สึกสะดุดและทำสีหน้าแปลกๆเล็กน้อยเมื่อได้เห็นว่ามีชื่อของคนที่เขาเคยได้ยินแต่ไม่เคยพบและไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฏตัวออกมาในยานลำนี้ด้วย แถมยังมาในฐานะของสมาชิกของบอล์นเสียอีก ชื่อนั้นคือ "นาซัส วาลเคริม" ซึ่งเขารู้ดีว่าชายคนนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกของบอล์นแน่ๆ แต่อาจจะเป็นเพราะมีข้อตกลงอะไรบางอย่างกับเรนาร์ดจึงได้เข้ามามีรายชื่อในนี้ได้ เขาพลิกอ่านรายชื่อดูโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาชื่อของคนที่เขาคาดว่าจะเจอ แต่ว่าก็ไม่เจอ
"ขอโทษนะครับ ระหว่างที่คุณเดินทางมาที่นี่ มีเห็นผู้หญิงสาวผมสีฟ้าวัยราวๆ 19-20 ปีอยู่บนยานลำนี้บ้างมั้ยครับ" เขาหันไปหาทหารบอล์นที่ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร
"ผมสีฟ้าหรือครับ ก็มีเห็นหลายคนอยู่ ทำไมหรือครับ หรือว่าคุณกำลังตามหาใครอยู่" ทหารบอล์นคนนั้นมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย
"ถ้าเป็นไปได้ช่วยตามผู้หญิงผมสีฟ้าทั้งหมดบนยานลำนี้มาพบผมทีได้มั้ยครับ มีคนนึงที่ผมต้องการพบให้ได้ ผมเชื่อว่าเธอน่าจะมาอยู่บนยานลำนี้แล้วแน่นอน จะว่ายังไงดีละ คือผมคิดว่าเธอคนนั้นน่าจะเป็นกำลังสำคัญให้กับพวกเราได้ในการต่อต้านพวกดาเรนน่ะครับ" วอเรฟมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
"แล้วคนที่คุณตามหาอยู่ชื่ออะไร หน้าตาเป็นยังไงหรือครับ"
"หน้าตานี่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะว่ายังไม่เคยพบ แต่ถ้าเรื่องชื่อนี่...ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อไลๆอะไรซักอย่างนี่แหล่ะครับ คือผมอยากให้เรียกผู้หญิงผมฟ้าทั้งหมดมาให้ผมเจอเลยครับ เพราะถ้าได้คุยกันโดยตรงแล้วผมมั่นใจว่าจะสามารถแยกออกได้ว่าเป็นใคร และถ้าให้ดีผมอยากให้เสร็จเรื่องนี้ก่อนที่การประชุมจะเริ่มนะครับ เพราะผมอยากจะให้เธอคนนั้นได้เข้าร่วมในการประชุมด้วย"
"เดี๋ยวผมจะไปฝากเรื่องให้ครับ" จากนั้นทหารบอล์นคนนั้นก็เดินออกไป วอเรฟหันกลับมานั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว
(การที่เราประกาศเรื่องดาเรนออกไปสาเหตุหนึ่งก็เพื่อล่อให้ไลมุออกมาปรากฏตัว แต่ที่นึกไม่ถึงคือเจ้านาซัสดันปรากฏตัวออกมาด้วย หวังว่าเจ้านั่นคงจะไม่คิดทำอะไรบ้าๆแบบที่เคยได้ยินมาหรอกนะ) -------------------------------------------------------
ขณะนั้น ไกด์และฟิริน่าที่แยกตัวออกมาเดินชมยานก็กำลังเดินอยู่ในทางส่วนที่เปลี่ยวลับตาคน ตลอดทางทั้งคู่ได้แต่ทึ่งในเทคโนโลยีที่พวกตนไม่รู้จัก จนในที่สุดทั้งคู่ก็ตัดสินใจลองตรวจสอบมันดูจึงใช้การเดินชมยานเป็นข้ออ้าง ตลอดสิบกว่านาทีที่ผ่านมานี้ทั้งคู่ได้พยายามหามุมอับสายตาเพื่อทำการตรวจสอบตามจุดที่น่าสงสัยต่างๆ
"ที่นี่เป็นยังไงบ้างฟิริน่า" ไกด์ถามฟิริน่าที่กำลังตรวจสอบสภาพกำแพงยานในทางเดินเปลี่ยวๆ
"ขึ้นประโยคเดิมอีกแล้วค่ะ Can't be identify เป็นเทคโนโลยีที่ไม่รู้จัก ไม่สามารถตรวจสอบได้" ฟิริน่ามองผลที่ออกมาจากเครื่องมือบางอย่างในมือแล้วก็อดส่ายหัวไม่ได้ ที่นี่ก็เช่นเดียวกับที่อื่นที่พวกเธอตรวจสอบมาตลอดทาง มีโปรแกรมป้องกันอย่างแน่นหนาจนไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย
"แบบนี้ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ผิดปกติแล้วล่ะค่ะ ทั้งๆที่พวกเราใช้เครื่องตรวจสอบที่สร้างขึ้นด้วยวิทยาการล่าสุดของ DI.S.E. แท้ๆแต่ก็ยังไม่สามารถเจาะผ่านระบบป้องกันของยานลำนี้ได้ ไหนจะเรื่องที่ว่าน่าจะมีระบบในการเดินทางข้ามมิติอยุ่อีก ไม่ว่าจะคิดยังไงด้วยเทคโนโลยีของโลกทางนี้ก็ไม่มีทางสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้แน่นอน โดยเฉพาะยิ่งเป็นการแอบสร้างคนเดียวโดยไม่ให้ผู้บังคับบัญชารู้แถมยังปิดบังมาได้จนถึงป่านนี้อีก เรื่องแบบนี้ต่อให้เป็นศาสตราจารย์อารันก็ไม่มีทางทำได้แน่ ผู้ชายที่ชื่อดร.วอเรฟนั่นเป็นใครกันนะ ไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะธรรมดาๆแน่นอน" ฟิริน่าเริ่มมีสีหน้าตึงเครียด
"คิดว่าเรื่องนี้เราควรบอกพวกรัตน์มั้ย" ไกด์เองก็เริ่มมีสีหน้าวิตกเช่นกัน
"อย่าเพิ่งดีกว่าค่ะ เรายังไม่มีข้อพิสูจน์อะไรเป็นแค่ความรู้สึกว่าน่าสงสัยเท่านั้น แล้วอีกอย่างถ้าเราพูดเรื่องนี้ออกไปเราอาจจะต้องอธิบายอะไรๆกันอีกยาวเลยทีเดียว"
บัดนี้ใกล้จะได้เวลาการประชุมแล้ว ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังห้องประชุม ทางเดินเส้นนี้นับว่าเป็นเส้นที่เปลี่ยวมากนอกจากพวกเขาแล้วก็มีคนเดินสวนไปมาอีกแค่ 2-3 คนเท่านั้นเอง แล้วทั้งคู่ก็ได้เดินสวนกับชายในชุดคลุมสีดำคนหนึ่ง
อารัน ฟอนการ์ด
ทั้งคู่สะดุ้งโหยงทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่ชายลึกลับคนนั้นกระซิบข้างหูขณะที่กำลังเดินสวนกัน ศาสตราจารย์อารัน ฟอนการ์ดคือพ่อของไกที่เป็นผู้รับผิดชอบ DI.S.E.project ซึ่งชื่อนี้นอกจากพวกเขาสองคนที่มาจากโลกนั้นแล้วคนที่อยู่ในโลกทางนี้ไม่น่าที่จะรู้จักได้ ทั้งคู่ตัดสินใจหันหลังกลับไปหาชายชุดดำนั่นทันที แต่สิ่งที่เห็นคือทางเดินเปล่าๆเท่านั้น
"หมอนั่นมันหายไปไหนแล้ว" ไกด์มองซ้ายมองขวาหาชายคนนั้น ทั้งๆที่ทางเดินนี้เป็นทางตรงไม่มีที่ซ่อน แถมเพิ่งจะสวนกันเมื่อครู่ไม่น่าจะไปไหนได้ไกลแท้ๆ แต่บัดนี้เบื้องหน้ากลบไม่มีร่องรอยของชายลึกลับคนนั้นอยู่เลย
"กำลังมองหาผมอยู่รึเปล่าครับ" จู่ๆเสียงเรียบๆเย็นๆก็ดังขึ้นจากข้างหลังของทั้งคู่ ทั้งคู่สะดุ้งรีบหันกลับไปทันที ภาพที่เห็นคือชายในชุดคลุมสีดำ ผมสีดำและนัยน์ตาสีแดงราวกับเลือด กำลังยิ้มแสยะอยู่
"นายเป็นใครกัน ทำไมรู้จักชื่ออารัน ฟอนการ์ด" ไกด์ถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงง ทั้งๆที่เมื่อครู่เขาพึ่งเดินสวนกับชายคนนี้ไปแท้ๆ แต่ทำไมกลับมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของเขาได้
"คุณรู้จักศาสตราจารย์อารันด้วยหรือคะ หรือว่าคุณเองก็..." ฟิริน่าก็งุนงงไม่แพ้กัน
"เย็นใจได้ ผมไม่ได้มาจากโลกเดียวกับพวกคุณ และแน่นอนว่าไม่ใช่ศัตรูที่ตามล่าพวกคุณอยู่ด้วย ไม่สิ...ต้องบอกว่าผมเองที่เป็นฝ่ายถูกตามล่าอยู่ต่างหาก แต่ก็อย่างที่พวกคุณคิดครับ ผมไม่ใช่คนของโลกนี้หรอกครับ" ชายชุดดำเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆแฝงความเจ้าเล่ห์
"แล้วทำไมนายถึงรู้จักพวกเรา" ไกด์ถามต่ออีก
"เรื่องพวกนี้เอาไว้ทีหลังเถอะครับ เอาเป็นว่าผมมาที่นี่ก็เพื่อจะเตือนให้พวกคุณรู้ว่าระบบข้ามมิติด้วยการใช้ไดเมนชั่นสเฟียร์นั้นไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดซักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะโซลน่อนเซเวียร์ซึ่งมีปัญหาในเรื่องความเสถียรของพลังงานนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ไม่แน่ว่าซักวันหนึ่งพวกคุณอาจจะต้องพบกับโศกนาฏกรรมแบบเดียวกับที่เคยเกิดกับแม่ของคุณไกด์มาแล้วก็ได้นะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมไม่ค่อยอยากให้เอามันมาใช้ หรืออย่างน้อยก็จนกว่าที่มันจะสมบูรณ์กว่านี้"
"น....นายเป็นใครกันแน่!! ทำไมถึงรู้เรื่องพวกนั้นได้" ไกด์เริ่มระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้ว ส่วนฟิริน่าก็จ้องมองในตัวชายแปลกหน้าคนนี้อย่างไม่อยากเชื่อ เรื่องพวกนี้ถือเป็นความลับขั้นสุดยอดที่แม้แต่ไกด์ยังเพิ่งได้รู้เมื่อไม่นานมานี้
"จริงสิผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมชื่อนาซัส วาลเคริม ผมเป็นคนที่กำลังถูกตามล่าตัวอยู่ครับ จากหลายๆฝ่ายเลย และหนึ่งในนั้นก็น่าจะมาอยู่บนยานลำนี้แล้ว" นาซัสเริ่มเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง แต่เมื่อเขาลองมองดูสภาพรอบๆแล้ว รอยยิ้มก็หายไปเล็กน้อย
"ดูเหมือนจะมีเรื่องเกิดขึ้นซะแล้ว ถ้างั้นผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ สุดท้ายนี้ ผมขอฝากคำแนะนำไว้กับพวกคุณหน่อยนะครับ ไปตามหาผู้หญิงที่ชื่ออาซาคิ ไลมุ เธอจะช่วยพวกคุณได้ในการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป ผมเชื่อว่าเธอน่าจะอยู่บนยานลำนี้แล้วหลังจากได้ยินข่าวแระกาศเรื่องดาเรน อ๋อ แล้วก็อย่าไปบอกนะครับว่าได้เจอผมบนยานลำนี้ ไม่งั้นอาจจะมีเรื่องยุ่งยากอีก" พูดจบนาซัสก็กลายเป็นเงาดำๆแล้วก็หายไปต่อหน้าต่อตาพวกไกด์
"เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน!!!" ไกด์ยืนตะโกนอย่างหัวเสีย ----------------------------------------------------
อีกด้านหนึ่ง ลูซิเฟอร์ที่แยกตัวออกมาเดินเล่นฆ่าเวลาแก้เบื่อก็ได้อาศัยช่วงนี้เดินส่องสาวๆไปพร้อมกับเดินดูภายในยานไปด้วย แล้วเขาก็ได้ไปเห็นเหตุการณ์หนึ่งเข้า
"เฮ้ย เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลย เหยียบเท้าข้าแบบนี้หมายความว่ายังไงฟะ" ทหารบอล์นร่างใหญคนหนึ่งกำลังกระชากคอเสื้อชายคนหนึ่งที่ดูจากกล้องในมือแล้วน่าจะเป็นพวกนักข่าวที่เข้ามาทำข่าวการประชุมครั้งนี้ ที่พื้นมีข้าวของกระจายอยู่ทั้งไมโครโฟนและกล้อง และก็มีนักข่าวคนอื่นๆทั้งชายและหญิงยืนมุงอยู่รอบ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย
"ผมก็ขอโทษแล้วนี่ครับ" นักข่าวคนที่ถูกกระชากคอเสื้ออยู่มีสีหน้าซีดเซียวเหมือนได้รับอากาศไม่พอ
"ถ้าขอโทษแล้วหายก็ไม่ต้องมีกฎหมายกันแล้วเฟ้ย" จากนั้นทหารบอล์นคนนั้นก็ซัดนักข่าวเต็มๆหนึ่งหมัด สภาพที่เห็นคือใบหน้าฟกช้ำออกแนวเละ ลูซิเฟอร์เห็นดังนั้นก็เริ่มทนไม่ไหว
(ไอ้พวกบอล์นนี่มัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็รังแกคนอื่นได้ตลอดเลยเรอะ) แต่ขณะที่เขากำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยนักข่าวคนนั้นก็มีขาใครไม่รู้ยื่นออกมาขวางไว้เสียก่อนจนเขาหน้าทิ่มคะมำไหลไปล้มทับทหารบอล์นพอดี โดยที่นักข่าวชายรอดจากการโดนทับมาได้หวุดหวิด
แช๊ะๆ
"ภาพเด็ดเลย!!" ผู้พูดเป็นผู้หญิงสาววัยราว 19-20 ปี มีผมยาวสีฟ้าถึงบริเวณกลางหลัง กำลังกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปสีดำถ่ายหน้าที่มีเลือดกำเดาแซมนิดๆของลูซิเฟอร์อย่างออกหน้าออกตา ท่ามกลางสายตาตะลึงของคนที่อยู่รอบๆ
"ใครฟะ!!!!" ลูซิเฟอร์ลุกขึ้นด้วยสีหน้ายัวะจัด เขาเดินมาหาผู้หญิงคนนั้นทันทีแล้วเริ่มแสดงอาการไม่พอใจออกมา "ทำแบบนี้ได้ยังไง ถ้าชั้นฟันหักไปใครจะรับผิดชอบ"
"อ้าว แต่นายก็ช่วยนักข่าวคนนั้นได้ไม่ใช่เหรอ" ผู้หญิงคนนั้นชี้ให้ดูสภาพทหารบอล์นที่สลบไสลเนื่องจากโดนลูซิเฟอร์ล้มทับ "ชั้นก็แค่ช่วยให้นายลงมือได้เร็วขึ้นและไม่เปลืองแรงเท่านั้นเอง"
"ปัญหามันไม่ใช่ตรงนั้นเฟ้ย อย่านึกว่าเป็นผู้หญิงแล้วชั้นจะไม่ทำอะไรนะ"
"เดี๋ยวก่อน ชั้นว่านายไปหาเรื่องกับทางนั้นก่อนที่จะมาหากับชั้นดีกว่านะ" สาวผมฟ้าชี้ไปทางข้างหลังลูซิเฟอร์ซึ่งตอนนี้เริ่มมีทหารบอล์นอีกสามนายวิ่งเข้ามาเพราะได้ยินเสียงเอะอะ เมื่อเห็นสภาพเพื่อนตัวเองแล้วพวกนั้นก็เริ่มเดือด
"ใครเป็นคนทำ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นอย่าหาว่าเราใจร้าย"
"ชั้นเอง มีอะไรมั้ย" ลูซิเฟอร์เดินเข้าไปหาทันที ทหารบอล์นวิ่งเข้ามาปล่อยหมัดตรงใส่ แต่ลูซิเฟอร์หลบทันและปล่อยหมัดฮุคเข้าไป ทหารบอล์นรายแรกก็ลงไปนอนตามเพื่อนของมัน
จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปดร็อปคิกใส่ทหารบอล์นคนที่สองทันที แต่พอคนที่สองล้มลงคนที่สามก็ฉวยโอกาสที่ลูซิเฟอร์กำลังตั้งตัวจากการลงพื้นเข้ามาโจมตีจากด้านหลังทันที แต่มันก็ล้มลงไปก่อนจะถึงตัวลูซิเฟอร์ ด้วยลูกเตะผ่าหมากของสาวตากล้องคนนั้น
"ฝีมือไม่เลวเลยนะนายเนี่ย"
ฟุ่บ
ลูซิเฟอร์มองเห็นภาพที่เกิดขึ้น จึงลองทดสอบโดยการปล่อยหมัดตรงใส่สาวผมฟ้า แต่เธอก็หลบได้ไม่ยากนัก
"ทำอะไรเนี่ย คนอุตส่าห์ชมทั้งที"
"เอาคืนที่เธอขัดขาชั้นไงล่ะ และที่สำคัญ...เธอเป็นใคร การเคลื่อนไหวแบบนั้นไม่ใช่แค่นักข่าวธรรมดาๆแน่ ชั้นชื่อลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์ บอกชื่อของเธอมา" ลูซิเฟอร์เริ่มมีแววตาเปลี่ยนไป
"ก็ไม่ใช่น่ะสิ ชั้นชื่อ อาซาคิ ไลมุ เป็นแค่ตากล้องที่บังเอิญผ่านมาก็เท่านั้น"
"ตากล้องธรรมดาเรอะ คิดว่าจะตบตาชั้นได้เรอะไง" ลูซิเฟอร์ยังคงมีสีหน้าไม่ไว้วางใจในตัวไลมุ แต่ก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นเสียก่อน
"ฆาตกร!!!!!!" -------------------------------------------------
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 15, 2009, 03:32:30 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว 
|
|
|
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #33 เมื่อ: กันยายน 15, 2009, 11:46:08 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
"นะ..นี้หล่อนรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไปนะฆ่าคนกลางงานประชุมแบบนี้นะ!"แบทเทิลที่เริ่มคุมสติได้ต่อว่าอุชิโอะแต่ลูคัสก็ค้านขึ้นมาว่า"เดี้ยวสิ แบตเทิลคุณอุชิโอะไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าคนของบอนล์เลยนะ!"
"ปืนอยู่ในมือนั่นก็เป็นหลักฐานอย่างดีได้แล้วไม่ใช้รึไงแว่น!"แบทเทิลค้านกลับมาบ้าง ลูคัสพยามรวบรวมความคิดในหัวพิจารณาสภาพตรงหน้า...
"ฉัน บอกแล้วไงค่ะว่าฉันไม่ได้ทำ!"อุชิโอะเอ่ยออกมา...แต่ปืนยังอยู่ในมือของเธอ....โววาร์ดที่โผล่มาปุบแล้วก็ชี้หน้าอุชิโอะเอ่ยถามขึ้นมาเลยว่า"งั้น ปืนที่อยู่ในมือเธอหมายความว่ายังไงล่ะ?"
"ฉะ ฉันหลังจากกลับมาจากการเข้าห้องน้ำแล้ว...และกำลังเดินผ่านห้องนี้เห็น มีปืนตกอยู่หน้าห้องและประตูแง้มเปิดอยู่นะค่ะ...ก็เลยหยิบปืนขึ้นมาดูและเปิดประตูเข้าไป....แล้วก็มาเจอภาพแบบนี้..."อุชิโอะอธิบาย...
"อืม....นั่นสินะ ฉันอาจจะด่วนสรุปเร็วไป ขอโทษด้วย"โววาร์ดเงียบไปเมื่อได้ฟัง...ลูคัสเองก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงเนื่องจากอุชิโอะไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องโกหก...
"ที่สำคัญ...คุณอุชิโอะไม่รู้จักคนที่ตายด้วยสินะครับ"ลูคัสเอ่ยถามและชี้ไปที่พันตรีของบอนล์ที่นอนตายอยู่ซึ่งอุชิโอะก็พยักหน้า...
"เขาคนนี้ชื่อโจนาธาน จอรต์เป็นหน่วยจัดหาอาวุธของบอนล์นะ....."โววาร์ดอธิบายก่อนที่ทหารบอนล์จะวิ่งเข้ามาในห้องอีกสามสี่คน...
"คะ คุณจอรต์!"หนึ่งในนั่นเอ่ยขึ้นมาก่อนจะวิ่งไปดูร่างของจอร์ตแต่ในขณะที่กำลงจะประคองร่างขึ้นมาก็ได้ยินเสียงโววาร์ดห้ามไว้ว่า"อย่าขยับอะไรนะ!"
"วะ แว่นทำไงดีล่ะ?"แบตเทิลที่เริ่มวิตกเอ่ยถามลูคัสก็ดันแว่นขึ้นแล้วเอ่ยว่า"คงต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ทุกคนรับรู้ก่อนล่ะครับแล้วก็..."ระหว่างที่ลูคัสกำลังจะพูดต่อโววาร์ดก็เอ่ยขึ้นมาขัดว่า"ไม่ได้ถ้าทำแบบนั่นล่ะก็ งานประชุมคงจะล่มแล้วก็ต้องแตกตื่นไปทั่วแน่ๆ"
"กะ....แก แกฆ่าคุณจอร์ตเหรอ!"ทหารอีกคนชี้นิ้วมาที่อุชิโอะ
"ไม่ใช้นะค่ะ!"อุชิโอะปฎิเศษอีกรอบแต่ทว่า...
"แล้วปืนที่อยู่ในมือนั่นหมายความว่ายังไง!"นายทหารอีกคนถามขึ้นมาบ้าง อุชิโอะเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่ต้องมาอธิบายอะไรซ้ำๆกันสองรอบ
"ยังไงก็แล้วแต่ ตอนนี้ตามพวกยามหรืออะไรที่เกี่ยวข้องมาก่อนแล้วปิดข่าวที่ว่ามีคนตายก่อนเถอะ"โววาร์ดสั่งการอย่างรวดเร็วทหารทั้งสามรับคำด้วยท่าทางฮึดฮัดก่อนจะวิ่งออกจากห้องไป...
"คุณ...เอ่อ คุนของบอนล์สินะค่ะ พอรู้รึเปล่าค่ะว่าทำไมคนๆนี้ถึงถูกฆ่าตาย..."ลูน่าถามโววาร์ด เขาก็เอามือจับหน้ากากของเขาแล้วก็ขยับไปมาหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"โจนาธาน จอรต์ล่าสุดดูเหมือนจะขโมยผลงานทหารรับจ้างไปเป็นงานของตัวเองนะทำให้ลูกน้องหลายคนที่เคยนับถือเกิดความไม่พอใจขึ้นมานะ เรียกได้ว่ามีศัตรูเยอะอยู่..."
"งั้นก็มีสิทธ์ที่เขาจะถูกใครฆ่าก็ได้สินะค่ะ"ลูน่าถามบ้างโววาร์ดก็พยักหน้าแล้วเอ่ยออกมาว่า"แต่ว่ามันก็แปลกอยู่..."
"แปลก?"แบตเทิลงงกับคพูดของโววาร์ด โววาร์ดหยิบถุงมือสีขาวออกมาแล้วขอปืนที่อุชิโอะถืออยู่ในมือมาตรวจสอบ...
"นี้เป็นปืนแรงดันแก๊สขนาดเล็ก ปืนที่ใช้การจุดระเบิดด้วยแก๊สทำให้กระสุนเคลื่อนที่ไป รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทหารระดับพันตรีขึ้นไปของบอนล์จะพกไว้"โววาร์ดอธิบาย...
"แล้วก็....รวมถึงโจนาธาน จอร์ตด้วย"พูดจบก็เดินเข้าไปสำรวจที่ร่างของโจนาธานจอร์ตดึงเสื้อคลุมออกมาเผยให้เห็นถึงซองปืนของเขา...แน่นอนว่าปืนในนั่นไม่อยู่...
"หรือว่าปืนอันนั่นเป็นของคุณโจนาธาน?"ลูน่าตั้งข้อสงสัยขึ้นโววาร์ดก็พยักหน้าและอธิบายต่อว่า"ใช่ดูเหมือนนั่นจะเป็นของโจนาธาน...แล้วก็ดูนี้สิ"โววาร์ดเอาปืนแรงดันแก๊สที่ถูกต้องสงสัยว่าเป็นอาวุธสังหารขึ้นมาแล้วตรวจสอบรังเพลิง.....กระสุนในนั่นแทนที่จะมีเจ็ดนัดดันมีแค่หกนัด...
"ดูเหมือนเซฟตี้ของปืนก็ไม่ได้ตั้งเอาไว้ด้วยแสดงว่าปืนนี้เป็นอาวุธสังหารจริงๆสินะครับ"ลูคัสถามพร้อมชี้ไปที่เซฟ้าตรงตำแหน่งด้านซ้ายของลำกล้ัองปืนโววาร์ดก็ตอบว่า"น่าจะใกล้เคียง.....ไม่สิอาจจะใช่ก็ได้"
"อะ..เอ่อ...ขอแทรกอะไรหน่อยได้ไหมค่ะ?"มายาที่นิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นทั้งหมดพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าให้พูดได้...
"ถ้าอย่างนั่นแสดงว่าคนร้ายต้องแย่งปืนจากคุณโจนาธานไปสิค่ะ....."มายาเอ่ย
"แต่ว่าโจนาธานจะยอมให้แย่งปืนได้ง่ายๆงั้นเหรอ....น่าแปลกนะ?"โววาร์ดตั้งข้อสันนิฐาน...
"อา หรือว่าจะเป็นแบบในคดีฆาตกรรม.....แบบในห้องปิดตายไงทั้งสองคนมีปากเสียงกัน คนร้ายตัวจริงแย่งปืนมาจากจอร์ตแล้วยิงเขาซะ!"แบตเทิลลองตั้งขอคาดการณ์
".....แบตเทิล....คุณลืมไปแล้วเหรอว่าตอนที่อุชิโอะเข้ามาในห้องนี้ประตูมันไม่ได้ล็อคไว้นะครับแถมยังจงใจทิ้งปืนหน้าห้องอีก....."ลูคัสแย้ง แบตเทิลก็ทำหน้างอนแล้วใช้พัดฝาดลูคัสไปหนึ่งที...
"แสดงว่าจงใจให้มีคนมาเจอสินะเพื่อที่จะให้เกิดความวุ่นวาย...."โววาร์ดสันนิฐานในตอนนั่น ทหารบอนล์สามคนนั่นก็กลับมาพร้อมกับคนของเอลฮังค์และลูกเรือยานฮาเซลเซน่อน....
หลังจากฟังเรื่องราวไปแล้ว....
"เหอะ คุณจอรต์นะไม่มีคนเกลียดหรอก! เธอนั่นแหละที่ฆ่าเขา!"นายทหารคนเดิมที่เคยด่าอุชิโอะ.....ด่าเธอซ้ำอีกรอบ ลูน่าเริ่มไม่พอใจเดินเข้าไปขวางหน้าทหารคนนั่นกับคุณอุชิโอะ
"ใช้สมองคิดหน่อยสิ! ไม่ว่าจะดูมุมไหนอุชิโอะจังก็โดนใส่ร้ายทั้งนั่น!"ลูน่าแย้ง
"ชิ ไอ้พวกกองกำลังอิสระกับพวกเอลฮังค์มันเชื่อไม่ได้หรอกน่า!"นายทหารคนนั่นตวาดลูน่ากลับจนโววาร์ดต้องว่าเบรกทั้งคู่....
"ใจเย็นๆก่อนสิ....ว่าแต่เครื่องมือตรวจสอบที่ขอไปล่ะ"โววาร์ดหันไปหาเฟอเดอริก้าที่นั่งดูดบุหรี่อยู่มุมห้อง....
"เอ....เด็กที่ชื่อมายะนั่นไปเอามาให้แล้วล่ะ"เฟอเดอริก้าบอกแต่แน่นอนเมื่อมีใครเรียกผิดจากมายาเป็นมายะมันก็ต้องได้ยินว่า "ฉันชื่อมายาค่ะ!!!"
มายาเดินเข้ามาด้วยท่าทางบูดๆก่อนจะส่งอุปกรณ์ตรวจสอบให้กับโววาร์ด...
"อืม..คุณหนูพอจะใช้ของพวกนี้เป็นไหม?"โววาร์ดหันมาถามซารีน่าเธอก็รับอุปกรณ์ไปอย่างงงๆก่อนจะตอบออกมาว่า"อะก็พอเป็นอยู่หรอกค่ะ..."
"งั้นช่วยฉันหาลายนิ้วมือบริเวณรอบๆนี้ที่นะ"โววาร์ดเอ่ยซารีน่าก็พยักหน้าก่อนจะเริ่มลงมือตรวจสอบ...ส่วนทางด้านคนอื่นๆก็กำลังพยามสันนิฐานกันอย่างสนุกสนาน...
"บางทีคนร้ายอาจจะจงใจทำเป็นห้องปิดตายแต่ก็เกิดผลาดขึ้นมาก็ได้นะค่ะ"โมโมะลองสันนิฐานดู
"ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกจ๊ะโมโมะจังถ้าจงใจทำแล้วทำไมต้องทิ้งปืนไว้หน้าห้องด้วยล่ะ"หม่าฟานแย้ง
"เอะ แต่ว่าถ้าแบบกำลังลงมืออยู่แล้วเห็นว่ามีคนเดินมาอยู่ใกล้ๆนี้ล่ะครับอย่างเช่นเห็นคุณอุชิโอะมาพอดีก็เลยรีบจนทำให้ทำพลาด"โคกิเสนอความเห็นออกมาบ้าง
"อูว~ หรือว่าพอเห็นพี่อุชิโอะเดินมาก็เลยป้ายความผิดให้พี่อุชิโอะซะ!"ฟาลินลองสันนิฐานกับเขาบ้าง...
"แต่คนร้ายแน่ใจได้ยังไงล่ะค่ะว่าอุชิโอะจะมาหยิบปืนนั่นแล้วเข้าไปดูในห้อง"โรจิสพยามค้านสมมุติฐานนี้...
"การคาดการณ์แบบนี้...เบื่อซะแล้วล่ะ..."ดูเหมือนจะมีเมเดอร์ลีนคนเดียวที่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมไปกับคนอื่นๆเลย
"ตรวจสอบเสร็จแล้วค่ะ ทั่วห้องพบรอยนิ้วมืออยู่สามที่ค่ะ"ซารีน่ารายงาน....พร้อมกับเริ่มตรวจเช็คว่าเป็นรอยนิ้วมือของใคร...
"มีตรงโทรศัพท์ในห้อง บริเวณหูโทรศัพท์เป็นของผู้ตายโจนาธาน จอรต์ค่ะแล้วก็รอยนิ้วมือที่ประตูหน้าห้องเป็นของอุชิโอะจัง อีกส่วนที่พบก็รอยนิ้วมือที่ด้ามจับซึ่งก็เป็นของอุชิโอะจังอีกนั่นแหละ...."ซารีน่ารายงาน...
"หือ...ไม่พบรอยนิ้วมือของคนอื่นบนปืนเลยเหรอ....."โววาร์ดเอ่ยถามซารีน่าก็พยักหน้า...
"แปลก...."โววาร์ดพูดขึ้นมา ลูคัสเลยถือโอกาศถามว่า"แปลกยังไงรึครับ..."
"ถ้าเกิดการต่อสู้แล้วคนร้ายแย่งปืนมาได้จริงล่ะก็ มันสมควรจะมีรอยนิ้วมือของจอรต์นะสิ.....ที่ซองปืนก็ไม่พบรอยนิ้วมือ..."โววาร์ดตอบลูคัส
"แล้วถ้าเกิดคนร้ายใส่พวกถุงมือล่ะค่ะ? แค่นี้รอยนิ้วมือก็ไม่น่าจะมีติดแล้วนิน่า....."มายาลองเสนอความเห็นบ้าง...
"จริงแต่ก็ยังแปลกอยู่ ประการแรก ปืนถูกเก็บอยู่ในซองปืน และการไม่มีรอยนิ้วมือจอรต์ติดแสดงว่าจอรต์ไม่ได้จับซองปืนนั่นเลย เพราะงั้นถ้าอธิบายแบบนี้จะได้ความง่ายๆว่า คนร้ายดึงปืนออกมาจากซองปืนของจอรต์แล้วก็ยิงจอรต์..."โววาร์ดลองสรุปข้อสมมุติฐานดู...
"แปลกไปแล้วนะครับ! หมายความว่าโจนาธาน จอรต์ยอมให้แย่งปืนไปยิงง่ายๆแบบนี้นะเหรอครับ!"ลูคัสแย้งขึ้นมา...ทุกคนรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...แต่เพราะอะไรล่ะเหตุการณ์แบบนี้มันแปลกเกินไปแล้ว....แต่แล้วนายทหารที่เคยต่อว่าอุชิโอะก็หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยว่า"อย่างงี้นิเอง ผมเข้าใจแล้วล่ะครับ! ผมจะอธิบายทริครวมถึงเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เอง...."
"คุณแน่ใจเหรอค่ะ?"มายาเอ่ยถาม ทหารหนุ่มคนนั่นก็พยักหน้าแล้วบอกว่า"ใช่แล้ว! ขอเอาชื่อกองกำลังของบอนล์เป็นเดิมพัน คนร้ายก็คือผู้หญิงที่ชื่ออุชิโอะนั่นแหละ!"
"พูดอะไรของคุณนะ หรือจะเอาเรื่องรอยนิ้วมือบนปืนนั่นขึ้นมาพูดอีก!"ลูคัสแย้งขึ้นมาแต่ก็ถูกนายทหารคนนั่นตอกกลับว่า"ไอ้แว่นมังกรหาวที่ทรยศบอนล์ไปอย่างแกนะ! อย่าพูดเลยดีกว่า!~"
"อย่ามาว่าตาแว่นนะย่ะ! อย่างน้อยๆเขาก็ยังดีกว่าแกตรงรู้อะไรผิดอะไรถูกไม่ทนหลงภูมิใจกับบอนล์เหมือนพวกนายหรอก!"แบตเทิลช่วยลูคัสเถียง....แน่นอนว่าประโยคแรงๆแบบนี้ทหารบอนล์ที่เหลืออีกสองคนก็เลย"เฮ็ย! พวกเอลฮังค์อย่ามาปากดีหน่อยเลยน่า!"
"หยุด!"โววาร์ดตวาดออกมาบรรยกาศถึงกับมาสงบลงอีกครั้ง...
"นาย.....เข้าใจแล้วงั้นรึ ไหนลองอธิบายมาให้ทุกคนในนี้ฟังที่สิ"โววาร์ดเอ่ยถาม....โมโมะกับเมเดอร์ลีนที่ซุ่มดูอยู่พึมพำออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า"หมอนี้คล้ายรัตน์จริงๆแฮะ...."
"ครับท่านโววาร์ด ผมคิดแบบนี้ เริ่มต้นผู้หญิงคนนี้อาจจะเรียกพันตรีจอรต์หรือเคาะประตูห้องเพื่อให้พันตรีจอรต์เปิดรับตัวเองเข้ามาข้างใน....แล้วก็แกล้งทำทีเป็นขอดูปืนของท่านหลังจากนั่นก็สบโอกาศยิงซะยังไงเล่า!"ชายหนุ่มคนนั่นอธิบายด้วยท่าทีจริงจัง...ทั้งหมดเงียบไปก่อนจะปล่อยกร้ากออกมา...
"หัวเราะอะไรกันฟร่ะ!"ชายหนุ่มคนนั่นเอ่ยถามแบตเทิลก็เอาพัดป้องปากก่อนจะอธิบายออกมาว่า"ก็...เรื่องที่นายพูดนะไม่มีทางจริงได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น อย่างแรกทำไมอุชิโอะถึงรู้ว่าห้องไหนเป็นห้องของพันตรีล่ะ? อย่างที่สองก็คือทำไมพันตรีถึงเปิดรับให้เขาไปง่ายๆอย่างที่สามก็คือ ทำไมถึงให้อุชิโอะเอาปืนไปดูง่ายๆแบบนั่นและอย่างสุดท้าย ถ้าสิ่งที่นายพูดเป็นจริงล่ะก็อุชิโอะจังก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมายืนดูศพแล้วถือปืนในมือไว้แบบนี้แล้ว.."
"หึ ยัยพัด ข้อแรกนะถ้าถามล็อบบี้ของยานรู้เรื่องแล้ว ข้อที่สองกับข้อที่สามเพราะว่าพันตรี โจนาธาน จอรต์บ้ายอยังไงเล่าเจอสาวๆเข้าใส่หน่อยก็ตามใจไปหมดทุกอย่างแล้ว อย่างที่สี่ก็คือทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ต้องสงสัยและทำสภาพเกิดเหตุให้ดูยังไงเธอก็ไม่มีทางลงมือได้เพื่อให้เธอได้พ้นข้อสงสัยแล้วยังไงล่ะ?"นายทหารคนนั่นโต้แบทเทิลกลับดูเหมือนจะมีเหตุผลขึ้นมากว่าเดิมอีกนิดนึง แต่ลูคัสก็แย้งขึ้นมาว่า...
"ข้อแรก....ล็อบบี้ของราชินโยว์จะยอมบอกข้อมูลเรื่องนี้ให้ง่ายๆเลยเหรอครับ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้แถมไม่ใช้คนของบอนล์อีก....ข้อที่สองและสามถึงจะหน้าม่อเจ้าชู้ประตูดินยังไงก็น่าจะรู้ตัวนะครับว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ให้คนแปลกหน้าเข้าห้องแถมให้จับปืนอีก ส่วนข้อสุดท้านถ้าสันนิฐานนี้เป็นจริงล่ะก็มันต้องมีรอยนิ้วมืออยู่ที่ซองปืนสิครับ!"ลูคัสเริ่มเดือดขึ้นมาหลังเห็นทหารคนนั่นเถียงแบทเทิลกลับ.....
"หนอยว่าไงนะแกคิดว่าการสันนิฐานของฉันนะมัน!"แต่นายทหารคนนั่นก็ต้องหยุดมือไว้ก่อนเนื่องจากโววาร์ดห้ามเอาไว้....โววาร์ดเอ่ยคำถามสั้นๆขึ้นมาประโยคเดียวว่า"ถ้าสันนิฐานของนายเป็นจริง รอยนิ้วมือมันน่าจะมีอยู่อีกจุดนึง...."
"อีกจุดนึง?...."ทหารคนนั่นทวนคำโววาร์ดก็อธิบายต่อว่า"ที่ไกปืนไง....มันน่าจะมีรอยนิ้วมือของอุชิโอะด้วยไม่ใช้หรือ...."
ทหารคนนั่นถึงกับพูดไม่ออก....ลูคัสได้ทีก็เลยตอกกลับไปว่า"ผมว่าตอนนี้พวกเราควรมาช่วยหาตัวคนร้ายกันก่อนดีกว่าครับ! พวกเราอยากได้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย..."
"ฉันเห็นด้วย...."โววาร์ดเอ่ยก่อนจะหันไปสั่งงานพวกลูกน้องว่า"ยังไงก็แล้วแต่ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อนอย่าให้ในที่ประชุมรู้เด็ดขาดนะ! พวกแกจงให้ความร่วมมือ เอลฮังค์กับฮาเซลเซน่อนในการสืบสวนด้วย!"
"ระ รับทราบครับ!"เมื่อโววาร์ดสั่งมาแบบนั่นพวกเขาก็จำเป็นต้องรับฟัง.......ลูน่าที่เงียบอยู่นานเลยเอ่ยถามโววาร์ดว่า"คุณ...ทั้งๆที่เป็นพวกบอนล์แท้ๆทำไมถึงช่วยพวกเราล่ะค่ะ...."
"หึ พวกเธอคิดว่าถ้าเป็นบอนล์แล้วจะรีบยัดข้อหาให้ รึไง... งานนี้ที่แน่ๆก็คือคนของเรามีคนตายสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำไม่ใช้การปรักปรำคนอื่นไม่ใช้รึแต่เป็นการค้นหาความจริงต่างหาก"โววาร์ดอธิบายทั้งหมดก็นิ่งเงียบไป...
"หึ ดูถ้านี้จะเป็นเค้าลางดีสินะ บอนล์จับมือกับเอลฮังค์และฝ่ายอื่นๆช่วยหาตัวคนร้ายเนี่ย...."โววาร์ดเอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะเล็กๆแล้วเดินเข้ามาหาเฟอเดอริก้าที่สูบบุหรี่...
"ดูเหมือนว่าคุณคงจะเป็นตัวแทนของเอลฮังค์สินะ ให้เกียรติจับมือกับผมหน่อยได้ไหม?"โววาร์ดเอ่ยถาม
"จะดีเหรอ....มือฉันมันไม่ได้ร้อนเหมือนมือของรัตน์นะ"เฟอเดอริก้าตอบกวนๆไปโววาร์ดก็ตอบกลับมาว่า"ไม่เป็นไรหรอกครับ...........ถ้าเป็นมือคุณนะไม่เป็นไรหรอก......"
เฟอเดอริก้าไม่เข้าใจความหมายที่โววาร์ดต้องการจะสื่อแต่ก็ยอมจับมือไปแต่โดยดีเธอรู้สึกได้ว่าสัมผัสมือแบบนี้เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อน.....
"อู่ งั้นฟาลินจะช่วยสืบสวนด้วยอีกแรง!"ฟาลินตอบรับในไสตล์ของเธอ
"หึ ถ้าเรื่องจับโกหกคนล่ะก็ให้ฉันช่วยล่ะกัน"เอลฮาวด์เสนอตัวเอง
"โมโมะกับพี่สาวก็จะช่วยด้วยนะค่า~"โมโมะเอ่ยพร้อมกับยกแขนของเมเดอร์ลีนชูขึ้นซึ่งเจ้าตัวก็เอาแต่พึมพำว่า"เบื่อซะแล้วล่ะ..."
"หึฆาตกรรมไร้เกรดแบบนี้เห็นทีต้องปิดคดีให้เรียบร้อยสินะค่ะ"ฟาเฟลเอ่ยพร้อมกับกอดอก
"พวกผมจะช่วยด้วยอีกแรงนะครับ"โคกิเอ่ยออกมาชิเอลที่ยืนอยู่ข้างๆก็พยักหน้า
"ถ้าเรื่องช่วยตรวจสอบหลักฐานล่ะก็ฉันก็พอช่วยได้ค่ะ"ซารีน่าเอ่ยขึ้น
"ลู ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยล่ะก็บอกได้เสมอเลยจ๊ะ"หม่าฟานกล่าวกับลูคัส
"ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยล่ะก็บอกมาได้เหมือนกันนะค่ะ"โรจิสเอ่ย
"ฉันจะช่วยซัดคนร้ายให้ค่ะ ฉันจะไม่ยอมให้คุณอุชิโอะต้องตกเป็นแพะหรอก!"ลูน่าเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"หุ เครื่องร้อนกันหมดสินะ งั้นแยกย้ายกันหาพยานและหลักฐานเพิ่มเถอะ!"แบทเทิลประกาศดูเหมือนเธอนี้แหละเครื่องร้อนที่สุด...
หลังจากแยกย้ายกันไปได้สักพักมายาเอ่ยถามโววาร์ดที่ดูเหมือนจะติดใจอะไรกับอาวุธสังหารอยู่ว่า"คุณโววาร์ด ปืนแรงดันแก๊สพกพานี้มันมีอะไรติดใจอยู่รึค่ะ"
"หือ...ไม่รู้สิฉันนึกไม่ออก..."โววาร์ดตอบแต่ดูเหมือนเขายังคงติดใจกับปืนนั่นอยู่...
"ดูยังไงมันก็ปืนธรรมดาไม่ใช้รึไงย่ะ"แบทเทิลแขวะแต่ดูเหมือนโววาร์ดจะไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไร.....
"อืม...แต่ปืนแก๊สแบบนี้ก็มีข้อดีนะที่มันยิงได้เงียบมากจนแทบจะไร้เสียง"โววาร์ดอธิบาย
"ว่าแค่คุณโววาร์ด รอยนิ้วมือนี้ผมว่ามันน่าจะมีมากกว่านี้นิครับ ซารีน่าเธอตรวจถูกรึเปล่า?"ลูคัสเอ่ยถามซารีน่าที่กำลังง่วนกับการหาหลักฐานอื่นๆในห้องอยู่
"คะ ค่ะฉันตรวจสอบดูทุกที่ที่น่าจะมีแล้วก็เจอแค่สามที่นั่นแหละ อุปกรณ์ในห้องนี้ค่อนข้างจะมันพอสมควรทำให้รอยนิ้วมือติดได้ง่ายนะค่ะรวมถึงประตูห้องด้วย แค่เอามือแตะๆก็จะเกิดรอยจางๆแล้ว แต่ที่ยกมาให้ดูสามจุดคือจุดที่มีรอยนิ้วมือเด่นชัดที่สุด"ซารีน่าอธิบาย
"งั้น โทรศัพท์นั่นล่ะค่ะ มีรอยนิ้วมือของคุณโจนาธาน จอรต์นิ!"มายาเอ่ยพร้อมชี้ไปที่โทรศัพท์ ลูคัสกับโววาร์ดก็เลยเริ่มต้นตั้งข้อสงสัยกัน
"โทรศัพท์นั่นเป็นไปได้ไหมว่าเจ้าตัวจะโทรไปที่ไหนก่อนตาย...."ลูคัสเอ่ยแต่โววาร์ดก็ปัดด้วยคำพูดที่ว่า"งั้นน่าจะมีรอยนิ้วมืออยู่บนแป้นที่ปุ่ม.....แต่นี้มีแค่ที่หูโทรศัพท์เป็นไปได้ว่าอาจจะแค่รับอย่างเดียว"
"งั้นจะลองติดต่อทีมที่ไปถามล็อบบี้ราชินโยว์ให้นะ เพราะถ้าเกิดมีการโทรเข้ามาจริงๆก็น่าจะมีการบันทึกเอาไว้"แบทเทิลบอกพร้อมกับกดมือถือติดต่อไปที่พวกหม่าฟานที่ไปตรวจสอบที่ล็อบบี้
"แต่ว่าถ้าไม่ใช้โทรศัพท์ในห้องแต่เป็นมือถือล่ะครับก็น่าจะโทรเข้าได้นิน่า"ลูคัสเอ่ยออกมาแต่โววาร์ดก็ปัดไปว่า"ถ้าเป็นโทรศัพท์มือถือต้องผ่านล็อบบี้ของราชินโยว์ก่อนแล้วเขาจะต่อสายไปห้องต่างๆให้นะเพราะงั้นถ้าถามเอาที่ล็อบบี้น่าจะได้เรื่องเหมือนกัน"
"อะ ค่ะคุณหม่าฟาน แล้วจะรีบบอกกลุ่มพวกโมโมะนะค่ะ"แบทเทิลพูดคุยกับหม่าฟานผ่านโทรศัพท์ก่อนจะวางสายไปแบบรวดเร็วแล้วกดติดต่อเบอร์อีกกลุ่มทันที
"โมโมะจังเหรอ ได้เบาะแสแล้วล่ะห้อง171จ๊ะ อืมตรวจสอบให้ด้วยนะ"แบทเทิลเอ่ยจบก็วางหูแล้วหันมาบอกพวกลูคัสว่า"รู้สึกว่าโทรศัพท์ในห้อง171จะเป็นคนโทรเข้ามา ตอนนี้กำลังให้พวกโมโมะไปตรวจสอบอยู่"
"ตรวจสอบได้ไหมค่ะว่าใครเป็นเจ้าของห้อง"มายาเอ่ยถามแบตเทิลก็บอกว่า"เดี้ยวจะลองไปถามที่ล็อบบี้ดู เอะแต่ถ้าพวกโมโมะไปที่นั่นแล้วก็น่าจะเจอเจ้าของห้องเหมือนกันนะ"
"น่าจะเป็นคนของบอนล์...."โววาร์ดเอ่ยออกมาอย่างเรียบๆ ลูน่าก็ถามกลับเลยว่า"รู้ได้ยังไงค่ะคุณโววาร์ด"
"บอนล์นะได้ห้องตั้งแต่เบอร์130-210"โววาร์ดอธิบาย
"เป็นไปได้ไหมค่ะที่ว่าคนในห้องนั่นจะเป็นฆาตกร?"อุชิโอะถามขึ้นมาบ้างแบทเทิลก็รายงานข้อมูลที่รู้มาว่า"ตามที่ได้ยินมาห้อง171โทรเข้ามาที่นี้เมื่อ15นาทีก่อนแต่ระยะทางจาก171นะกว่าจะมาถึงที่นี้ก็ปาไปกว่า20นาทีแล้วเพราะงั้นคิดว่าไม่น่าใช้ฆาตกรหรอก"
"แต่ถ้าวิ่งล่ะค่ะอาจจะช่วยเพิ่มความเร็วก็ได้นะค่ะ"ลูน่าลองสมมุติฐาน
"ถ้าวิ่งแล้วอาจะเร็วขึ้นก็จริงแต่น่าจะไม่ทันอยู่ดีนั่นแหละ...."อุชิโอะค้านขึ้นมาบ้าง
"ถ้าอย่างนั่นแสดงว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดสินะค่ะ!"มายาบอก
"สรุปแบบนั่นเร็วไปละมั่งครับคุณมายะ"ลูคัสกล่าวแน่นอนเมื่อได้ยินแบบนี้มายาเลยตะโกนค้านกลับมาทันทีว่า"ฉันชื่อมายาค่ะ!"
"อะแล้วอัดเสียงใส่เครื่องอัดแล้วตั้งเวลาโทรไปก็น่าจะได้นิค่ะ"ซารีน่าเสนอความเห็นออกมาบ้าง
"จะ จริงด้วยแบบนี้หมอนั่นก็มีพยานยืนยันที่อยู่ตนเองนะสิ!"แบทเทิลเอ่ยออกมาบ้าง
"แต่ถ้าเป็นแบบนั่นก็ต้องซ่อนเครื่องอัดเสียงเอาไว้สินะ...อืม"โววาร์ดกำลังใช้หัวคิดในตอนนั่นเองพวกของเอลฟาลินก็เดินเข้ามาพร้อมกับบอกว่า"เจอคนที่บอกว่าเห็นตอนที่อุชิโอะทำการฆาตกรรมด้วยล่ะ!"
"หา!!!!"อุชิโอะเอ่ยตกใจขึ้นมาทันทีลูคัสก็หันไปถามโววาร์ดแล้วเอ่ยบอกว่า"คุณ...ไม่ได้จัดฉากแน่นะครับ!"
"หึ น่ากลัวว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนของบอนล์ที่ต้องการจะป้ายสีเต็มที่สินะ"โววาร์ดพึมพำ
"งั้นแบบนี้จะเชื่อใจนายได้รึเปล่าเนี่ยมาร์กโววาร์ด...."แบทเทิลถามโววาร์ดก็ขยับหน้ากากหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"หึ สำหรับฉันคนที่ยิงพวกเดียวกันได้ลงคอฉันไม่ยากนับมันเป็นพรรคพวกหรอก!"
"กลับมาแล้วค่ะ พาตัวคนในห้อง171พร้อมกับกำลังเสริมสุดแกร่งมาด้วย!"โมโมะรายงานพร้อมกับนำเอาสองคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง เขาคือเอ็ก วอน ไฮร์มแห่งอาณาจักรดัลลิอาต้านั่นเอง
"อูว! คุณลุงที่กลัวไก่นิ!"ฟาลินทักเอ็กส์...แน่นอนเจ้าตัวไม่ค่อยขำ
"พอดีพวกเรามาคุ้มกันองค์ราชาที่เข้ามาเจรจานะครับผมให้มิเกลกับอัลบาไปคุ้มกันในห้องประชุม ส่วนพวกผมก็เจอโมโมะจังเข้านะ"เอ็กซ์อธิบายส่วนโดโรธีก็หันไปทักทายกับโรจิส"ไนท์เดี้ยน โรจิสไม่ได้เจอกันนานเลยนะค่ะ ขอบคุณมากที่ตอนนั่นเข้ามาช่วยเหลือ"
"ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ของฉันเท่านั่นแหละค่ะ"โรจิสเอ่ยตอบปัดๆอย่างอายๆ
"พักเรื่องแนะนำตัวไว้ก่อนดีกว่า...ตอนนี้ผมอยากเห็นตัวพยานทั้งหมดนะครับ"โววาร์ดเอ่ยออกมา ก่อนที่ทหารบอนล์จะนำตัวพยานทั้งสามคนเข้ามาโดยมีสองคนอ้างว่าเห็นเหตุการณ์อีกหนึ่งคนคือคนที่อยู่ในห้อง171
"ชะ ใช่เธอนั่นแหละ! เธอนั่นแหละที่เป็นคนฆ่าผู้ชายคนนั่น"หนึ่งในพยานที่แต่งตัวเหมือนพนักงานรับรองของราชินโยว์เอ่ยออกมาพร้อมชี้ไปที่กลุ่มของอุชิโอะที่มีลูน่าและซารีน่ายืนอยู่ข้างๆ
"อย่ามาพูดมั่วๆนะค่ะ!"ลูน่าเอ่ยคัดค้านออกมา
"ฆาตกร!!"ชายคนนั่นเอ่ยซ้ำออกมาลูน่าเริ่มไม่พอใจแต่ก็โดนอุชิโอะเบรกเอาไว้ก่อนว่า"เดี้ยวสิ อย่าพึ่งใจร้อนหมอนั่นไม่มีหลักฐานซะหน่อย..."
"หึ แต่ผมเป็นพยานนะครับ!"ชายหนุ่มบริกรคนนั่นเอ่ยออกมา แต่ก่อนจะได้ซักถามอะไรมากกว่านี้เสียงชัตเตอร์ก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงแฟลช
"ภาพเด็ดเลย!!"ไลมุเอ่ยก่อนจะยกกล้องลง ท่ามกลางความงุนงงของคนในห้องซึ่งลูซิเฟอร์ก็ตามเธอมาติดๆ
"ฆาตกรอะไร! เกิดอะไรขึ้น!"ลูซิเฟอร์โวยวายขณะวิ่งตามไลมุมา...
"อะ ลูซิเฟอร์มาพอดีเลย!"โมโมะเดินเข้าไปอธิบายให้ลูซิเฟอร์ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูซิเฟอร์ก็ตกใจแล้วบอกว่า"อะ อุชิโอะนี้เธอฆ่าคนรึ!"
"ใช่ซะที่ไหนล่ะลูซิเฟอร์!"ลูน่าออกตัวแย้งแทนอุชิโอะ
"หือ แล้วที่หน้าศพคนตายนี้มีอะไรเขียนอยู่ด้วยนิ fool...หรือจะเป็นไดอิ้งเมจเซทจากคนตาย"ไลมุเริ่มเดินเข้าไปสำรวจร่างของจอรต์ที่นอนอยู่
"นะนี้เธอเป็นใครกันนะ จู่ๆก็เข้ามายุ่งในที่เกิดเหตุ!"ไลมุก็ยิ้มมุมปากก่อนจะอธิบายว่า"ก็แค่ตากล้องที่บังเอิญผ่านมานะ"
"แผลนั่นคงไม่เกี่ยวหรอกเพราะจอรต์ได้มาก่อนจะมาที่นี้แล้ว"โววาร์ดเอ่ยก่อนจะหันไปมองเอลที่ยิ้มอย่างสบายๆ ดูเหมือนเขาจะชอบใจในแผลนี้พอสมควร
"ถ้างั้นขออนุญาติเริ่มสอบพยานล่ะ...เอ้าเห็นอะไรมาพูดมาสิ!"โววาร์ดบอกพร้อมชี้ไปทางบริกรคนนั่น
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2009, 07:28:43 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #34 เมื่อ: กันยายน 15, 2009, 11:46:38 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
ขณะเดียวกันในห้องประชุมของราชินโยว์ ขณะที่วอเรฟกำลังจะเดินเข้าไปนั่นลูกน้องของเขาก็ทักเขาขึ้นมาก่อนว่า"ท่านวอเรฟครับ ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นบนยานราชินโยว์ครับ!"
"อะไรนะ...คนตายเป็นใครล่ะ"วอเรฟเอ่ยถามลูกน้องซึ่งก็ได้รับคำตอบในทันทีว่า"พันตรีโจนาธาน จอรต์ของบอนล์ครับ...."
"ถ้าคนในห้องประชุมรู้เรื่อง ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ..."วอเรฟพึมพำก่อนจะตัดสินใจสั่งงานลูกน้องว่า"ช่วยเข้าไปดำเนินงานแทนฉันหน่อย ฉันจะไปดูสถานที่เกิดเหตุแล้วอย่าพึ่งให้ใครในห้องประชุมรู้ล่ะ!"
"รับทราบครับ!"ฝ่ายลูกน้องรับคำอย่างแข็งขัน
ตัดกลับมาในที่เกิดเหตุบริกรหนุ่มเริ่มเล่าในสิ่งที่ตัวเองเห็น...
"ครับ คือผมได้รับออเดอร์ให้มาส่งอาหารห้องใกล้ๆนี้ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นแล้วเห็นผู้หญิงที่ชื่ออุชิโอะยิงผู้ตายล้มลงครับ...."บริกรให้การอย่างเรียบง่ายแน่นอนว่าลูคัสเป็นฝ่ายยิงคำถามออกมาเป็นคนแรก"ออเดอร์นั่นยืนยันได้จริงๆรึเปล่าว่ามาส่งนะ!"
"ครับเช็คกับล็อบบี้โรงแรมก็ได้"บริกรหนุ่มตอบเอลฮาวด์กระซิบกับลูคัสเบาๆว่า"นี้ไอ้หนู ฉันรู้สึกได้ว่ามันกำลังโกหกอยู่นะ..."
"พี่ครับช่วยไปเช็คเรื่องออเดอร์ที่สั่งที่ล็อบบี้โรงแรมด้วยครับ"ลูคัสบอกหม่าฟานซึ่งเจ๊แกก็พยักหน้าและเดินออกจากห้องไป
"เสียงปืน....อุชิโอะ....อืม..."โววาร์ดเริ่มสงสัยอะไรบางอย่างแต่ไลมุก็ยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยออกมาว่า"ยังงี้นี้เอง ได้ฟังเรื่องจากพวกที่พบศพกลุ่มแรกแล้ว....."
"นายนะกำลังโกหกอยู่สินะ!"ไลมุบอกพร้อมชี้ไปที่บริกรคนนั่นเขาก็หน้าซีดแล้วบอกออกมาว่า"มีหลักฐานรึเปล่า!"
"หึ คุณโววาร์ดคุณเป็นกลุ่มแรกๆที่มาพบศพสินะค่ะ"ไลมุถามโววาร์ดเขาก็พยักหน้าแล้วก็บอกว่า"อืม"
"แล้วรู้ได้ยังไงห้องนี้มีเรื่องขึ้น"ไลมุยิงคำถามโววาร์ดก็อธิบายว่า"ก็ได้ยินเสียงร้องนะ..."
"อะ ใช่แล้วพี่อุชิโอะร้องออกมาทุกคนถึงรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้น"มายาทบทวนเหตุการณ์...
"เสียงร้อง...ออยังงี้นี้เอง คุณให้การว่าเสียงปืนสินะ!"ลูคัสเอ่ยพร้อมชี้ไปที่บริกรคนนั่นที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม
"โกหกไม่เนียน...เลยนะ"เอลกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม...
"หึ เสียงปืนนะมันจะไปมีได้ยังไง..."โววาร์ดบอกพร้อมชักปืนแรงดันแก๊สของตัวเองออกมาแล้วยิงขึ้นฟ้า.......กระสุนเขาเป้าบนเพดานอย่างแม่นยำ....แต่ไร้ซึ่งเสียง
"อา..จำได้แล้วโววาร์ดเคยบอกว่าปืนแรงดันแก๊สแบบนี้มันไร้เสียงนิน่า!"แบทเทิลเอ่ยเมื่อนึกขึ้นมาได้
"เพราะงั้นไอ้ที่คุณบอกว่ามาเพราะได้ยินเสียงปืนนะโกหกทั้งเพ!"ไลมุบอกบริกรคนนั่นก็ทำท่าวิตกพักนึงก่อนจะบอกว่า"เอ่อ ขอโทษครับผมจำผิดนะคือได้ยินเสียงร้องจากผู้หญิงที่ชื่ออุชิโอะนะครับ"
"ผะ ผมเห็นเธอยิงผู้ตายจากช่องประตูนะครับ ตอนนั่นประตูเปิดง้างไว้อยู่นิดๆ"บริกรคนนั่นให้การเพิ่มเติม
"จริงด้วยสิ ตอนพวกเราวิ่งมามันก็ง้างนิดๆจริงด้วย"แบตเทิลย้อนนึกภาพ
"เอะ แต่น่าแปลกนะค่ะถ้าคุณเห็นแล้วพวกลูคัสที่มาเห็นศพคนแรกก็น่าจะเห็นคุณสิค่ะ"ฟาเฟลที่เงียบอยู่นานเอ่ยข้อสงสัยออกมา
"คือผมกลัวนะครับ เลยหนีไปก่อน...แต่ก็รู้ได้ว่าตัวเองเป็นพยานปากสำคัญเลยกลับมาให้การครับผมไม่อยากให้คนผิดลอยนวล!"บริกรคนนั่นยืดอกแล้วชี้มาที่กลุ่มพวกอุชิโอะขณะที่ลูน่าทำการจะโวยอีกรอบ...ไลมุก็นึกอะไรขึ้นมาได้ปิดปากลูน่าก่อนแล้วเอ่ยถามบริกรคนนั่นว่า
"จริงสิค่ะ ถ้าคุณเห็นเหตุการณ์ขอถามคุณง่ายๆสักคำถามได้ไหมค่ะ?"ไลมุยิ้มก่อนจะยิงคำถามไปว่า"คนไหนคือคุณอุชิโอะค่ะ..."
"ถะ ถามแบบนั่นไปทำไมล่ะค่ะ? ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนิน่า..."โมโมะเอ่ยค้านบริกรคนนั่นยิ้มแล้วตอบออกมาแบบสบายๆว่า"แน่อยู่แล้วครับ ก็คนที่"ไว้ผมหางม้า"ไง"
อึ้งกันเป็นแถบ...ไลมุก็เอามือเท้าเอวแล้วก็บอกว่า..."ไม่เนียนเลยนะ..."
"เอะ?"บริกรคนนั่นสงสัย..ก่อนที่จะเห็นสภาพรอบห้องที่เงียบผิดปกติ....
"อะ...เอ่อ...อุชิโอะมันฉันนะค่ะ!"อุชิโอะเปิดปากคนแรกบริกรคนนั่นก็เหงื่อแตกทันทีพร้อมอธิบายว่า"ไม่ใช้ผมหางม้ารึเนี่ย!!!!!!!"
"ฉะ...ฉันชื่อลูน่าค่ะ..."ลูน่าบอกดูเหมือนความโกรธของเธอจะหายไปเมื่อพบว่าบริกรคนนั่นจำเธอผิด
"ว่าแต่ ถ้าเขาเห็นจริงๆทำไมเขาถึงเข้าใจผิดล่ะครับชุดที่สวมก็ไม่ได้เหมือนกันด้วยสักหน่อย"โคกิเอ่ยถามชิเอลก็เป็นคนอธิบายว่า"เรื่องง่ายๆก็หมอนั่นไม่ได้เห็นจริงๆไงล่ะ!"
"แล้วก็ที่จะเข้าใจผิดไม่แปลกเลยเพราะว่าผู้หญิงที่ชื่อลูน่าออกตัวโวยวายเป็นคนแรกนิน่า"เอ็กส์ตอบ
"สรุปว่า นายให้การเท็จสินะ!"แบตเทิลบอกก่อนจะเอาพัดชี้หน้าบริกรคนนั่น...
"เอาล่ะบอกความจริงมาดีกว่านายรู้อะไรบ้าง?"โววาร์ดเอ่ยถามแต่พยานอีกคนที่ใส่ชุดนายทหารบอนล์ก็เอ่ยออกมาว่า"ผมพันตรีเกลแมน มนเดอร์ขอรับผิดชอบเองครับ"
"หือ..."โววาร์ดสงสัยเกลแมนก็อธิบายต่อว่า"ผมเป็นคนจ้างบริกรคนนั่นให้การเท็จเองครับ!"
ตะลึงกันทั้งห้อง......เกลแมนก็อธิบายต่อว่า"เพราะว่าจริงๆแล้วมีผมคนเดียวที่เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ผมเลยจ้างเขามาเป็นพยานเท็จเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือนะครับ ข้อมูลก็บอกแค่ว่าชื่ออุชิโอะเป็นผู้หญิงแล้วก็เหตุการณ์ที่ผมเห็นไป"
"กะ โกหกถ้าอุตสาห์จ้างมาให้การเท็จแล้วใครจะเชื่อคนอย่างคุณล่ะ!"ลูน่าแย้งออกมา
"ผมไม่ได้โกหกครับ ผมเห็นกับตาตัวเองจริงๆ! ถ้าไม่เชื่อผมจะให้การให้ฟังก็ได้!"เกลแมนอธิบายแต่ก็ถูกขัดด้วยพยานคนที่สามว่า"ถ้าจะยาวงั้นขอผมให้การก่อนได้ไหม?"
"หือ...นาย ลาร์ค ฟูอันนิ"โววาร์ดเอ่ย ลาร์ค ฟูอันชายหนุ่มผมยาวสวมแว่นก็บอกว่า"ครับหัวหน้าโววาร์ดผมนี้แหละที่อยู่ในห้อง171"
"ใช่แล้วค่ะเราไปเจอเขาที่ห้อง171เลยพามาด้วย"โมโมะบอก พวกเธอคือคณะที่ไปตรวจสอบห้อง171นี้เองในตอนนั่นหม่าฟานก็กลับมาแล้วชี้หน้าไปที่บริกรคนนั่นและบอกว่า"บริกรคนนี้ได้รับออเดอร์จริงๆ...แต่ว่าห้องที่ให้ไปส่งก็คือห้องที่171เวลาเดินมาจากที่นั่นถึงที่นี้ใช้เวลาเกือบ20นาที...แถมไม่มีความจำเป็นต้องมาเดินแถวนี้ด้วยเพราะงั้นบริกรคนนี้ต้องโกหกอะไรแน่ๆ!"
"เอ่อ...เขาจับเท็จได้ตั้งนานแล้วครับพี่..."ลูคัสเอ่ยออกมาหม่าฟานแทบอยากจะเอาหัวลงไปเขกพื้นในทันใด...
"ครับผมเป็นคนสั่งอาหารมาเองแหละ"ลาร์คบอก
"งั้นคุณโทรมาที่ห้องนี้ทำไมค่ะ?"เมเดอร์ลีนยิงคำามบ้างลาร์คก็เริ่มคำให้การ
"ครับผมได้รับมอบหมายจากหัวหน้าโววาร์ดให้ตามหัวหน้าระดับพันตรีขึ้นไปทั้งหมดที่ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมนะครับหนึ่งในนั่นก็มีพันตรีโจนาธาน จอรต์ก็เลยโทรไปที่ห้องซึ่งเขาก็รับสาย..."
"อืมอันนี้ฉันยืนยัน..."โววาร์ดตอบ
"เขาพูดอะไรบ้างรึค่ะ?ตอนที่โทรไปนะ?"โดโรธีช่วยยิงคำถาม
"ครับ เขาบอกว่ากำลังจะไปเข้าประชุมแแล้วต่มีนัดกับพันตรีเกลแมนที่ห้องนะครับ"คำพูดของลาร์คทำให้ทั้งห้องตื่นตะลึงอีกครั้ง
"ครับเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเขานัดผมมาที่ห้องเองนั่นแหละทำให้ผมได้เห็นเหตุการณ์เข้า"เกลแมนอธิบาย
"พูดจริงแน่นะ?"โรจิสถามลาร์คก็ตอบกลับมาแบบกวนๆว่า"ผมจะโกหกไปทำไมล่ะครับ?"
"อืม....ไม่มีใครค้านสินะต่อไปให้เกลแมนออกมาให้การบ้าง"โววาร์ดเอ่ยสรุป เกลแมนก็กระเอมหนึ่งทีพร้อมกับให้การว่า
"ครับก็เหมือนกับที่บริกรคนนั่นบอกนั่นแหละคำให้การของเขาจริงๆแล้วเป็นของผม ผมเดินมาหาจอรต์ตามนัดแต่ระหว่างที่เดินเข้าไปก็เห็นผ่านช่องประตูผู้หญิงที่ชื่ออุชิโอะยิงปืนแรงดันแก๊สใส่จอรต์ ผมเห็นดั้งนั่นก็เลยหลบออกมาเพราะกลัวเธอเห็นนะครับ"
"พอมีเหตุผลอยู่แต่ว่าคุณเองก็มีปืนไม่ใช้เหรอน่าจะจ่อยิงหรือจ่อขู่เธอมากกว่าสิ"เอ็กส์ถามเกลแมนก็ยิ้มพร้อมกับให้การว่า"ครับผมก็จงใจจะทำแบบนั่นอยู่แต่ดันมานึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้นะ"
"เรื่องสำคัญ?"เมเดอร์ลีนทวนคำเกลแมนก็บอกว่า"จอรต์เคยบอกผมไว้ว่าเขากับคนรักของเขาอาจจะถูกปองร้ายนะครับถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขาใหช่วยดูแลคนรักของเขาให้ด้วย"
"คนรัก?"ลูน่าตกใจเพราะไม่นึกว่าหน้าอย่างจอรต์จะมีคนรักกับเขาด้วย ส่วนโววาร์ดเมื่อได้ยินคำว่าปองร้ายก็หันไปทางเอลซึ่งเจ้าตัวก็ผิวปากทำเหมือนไม่รู้เรื่อง
"ครับเธอชื่อร้อยตรีลินดา มนเดอร์เป็นน้องสาวของผมเองครับ"เกลแมนอธิบายทั้งหมดก็อึ้งกันอีก....
"ถ้างั้นขอเชิญตัวน้องสาวของคุณมาให้ปากคำได้ไหมครับ?"ลูคัสเอ่ยถามเกลแมนก็พยักหน้าและบอกว่า"ได้ครับเธออยู่ที่ห้อง 199นะครับ"
"เฮ่อ...ดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆซะแล้ว"แบตเทิลถอนหายใจอย่างหมดแรง
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2009, 12:17:52 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #35 เมื่อ: กันยายน 16, 2009, 12:32:16 AM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
"ขอโทษนะค่ะที่ต้องให้มาช่วยดูแลวีด้วย"หญิงกล่าวขอบคุณฮิคารุที่กำลังเดินตามหามายะแน่นอนว่าเบื้องหน้าทั้งคู่วีกำลังเดินนำสำรวจยานอย่างเมามันส์
"ไม่เป็นไรครับผมเองก็กำลังตามหาคู่หูอยู่"ฮิคารุตอบไปในตอนนั่นวีเดินผ่านห้องน้ำพอดีเลยนึกอะไรขึ้นมาได้ถามหญิงว่า"จริงดิ หญิงได้ยินว่าห้องน้ำหญิงไม่มีที่ยืนฉี่เหรอ..."
มันใช้เรื่องจะมาถามไหม....ฮิคารุคิดอยู่ในใจหญิงก็ตอบว่า"จ๊ะไม่มีอยู่หรอกจ๊ะ..."
"โอ้ว เชื่อได้เหรอแบบนี้เทพวีต้องเข้าไปพิสูจน์!"วีบอกไม่รู้ว่าวีอยากรู้อยากเห็นหรืออ้างเรื่องเข้าไปในห้องน้ำหญิงหน้าด้านๆกันแน่แต่ว่าวีก็พบกับไกด์ที่เดินออกมาจากห้องน้ำหญิงพอดี...
"เฮ็ย! พี่ชายหน้าหล่อนี้เป็นเกย์เหรอ!เข้าห้องน้ำหญิงด้วย!"วีตะลึง....ส่วนไกด์ก็รีบแก้ต่างว่า"มะไม่ใช้นะครับ! ผมแค่!"
"คะ คนลามก!"หญิงตะโกนออกมา
"นี้พวกนายหยุดเลยนะผู้ชายเข้าไปในห้องน้ำหญิงแบบนี้นะมันเสียมารยาท"ฮิคารุโวยวายแต่ตอนนั่นเองฟีรีน่าก็เดินออกมาข้างๆไกด์พร้อมกับบอกว่า"อะขอโทษค่ะที่ทำให้เข้าใจผิด คือพวกเรากำลังหาหลักฐานอยู่นะค่ะ"
"หาหลักฐาน?"หญิงทำหน้างงไกด์ก็บอกว่า"ครับเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นนะ"
"โอ้ว คดีฆาตกรรมเดี้ยวเทพวีจะโชว์การคลี่คลายคดีเอง!ว่าแต่พี่ทั้งสองคนเข้าไปหาอะไรในห้องน้ำอ่ะ"วีเอ่ยถาม ไกด์ก็โชว์ปืนแรงดันแก๊สพกพาออกมามันมีเซฟตี้อยู่ที่ด้านขวาของปืน....มันถูกบรรจุอยู่ในถุงที่ใช้เก็บหลักฐานในถุงมีถุงมือสีขาวอยู่คู่นึงด้วย
"พอเราได้รับแจ้งว่ามีคดีเกิดขึ้น ฟีรีน่าก็ออกความเห็นว่าน่าจะมาตรวจสอบรอบๆที่เกิดเหตุก่อนนะครับเพื่อนจะได้อะไรเพิ่มเติมซึ่งก็ใช่จริงๆด้วย!"ไกด์บอก...
"โอ้ว อาวุธสังหารแบบนี้สินะ! เดี้ยวเทพวีจะปิดคดีแบบเทพๆให้ดูเองนำทางไปที่เกิดเหตุดิ"วีบอกไกด์ก็ฟีรีน่าก็เดินนำไปยังที่เกิดเหตุซึ่งแน่นอนว่า...
"อะ ไอ้เด็กสเปกโตนั่นนิน่า!"หม่าฟานตกใจเมื่อเห็นวีซึ่งวีเมื่อเห็นหม่าฟานและลูคัสเลยเอ่ยออกมาว่า"พี่สาวก้อนไขมัน กับสี่ตาสุดติ๋มนิน่า!"
"อุ สี่ตาสุดติ๋ม"เอลหัวเราะลับหลังลูคัสเบาๆ
"น้อง คนอย่างน้อยมาทำอะไรที่นี้เนี่ย! ไม่ใช้ที่เด็กเล่นนะ"ลูคัสแย้งวีก็เอานิ้วดันจมูกแล้วบอกว่า"แน่อยู่แล้วดิพี่ ขาดเทพๆอย่างผมใครมันจะมาปิดคดีล่ะ!"
"กะ เกรียนอย่างเธอเนี่ยนะ!"ชิเอลแย้งออกมาวีก็เถียงกลับว่า"อีสาวอกแฝ่บแบบเธอนะถอยไปเลย!"
หลังจากนั่นก็เกิดการวางมวยขึ้นเอวัง...ส่วนไกด์ก็เอาหลักฐานเพิ่มเติมที่พึ่งพบมาให้โววาร์ดดู
"หือ ปืนแรงดันแก๊สรึ...."โววาร์ดพึมพำแต่เมื่อเกลแมนเห็นปืนในถุงนั่นก็ร้องออออกมาทันทีแล้วเอ่ยออกมาว่า"นั่นมันปืนของผมนิน่า!"
"ปืนของนาย!"ลูน่าเอ่ยถามเกลแมนก็บอกว่า"ครับ ปืนของผมมันหายไปนะ ตอนที่ผมกำลังจะหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวอุชิโอะผมก็นึกถึงเรื่องที่ว่าน้องสาวผมจะโดนปองร้ายขึ้นมาได้ก็เลยรีบวิ่งไปที่น้องสาวอยู่ รู้ตัวอีกทีน่าจะหายไปแล้วน่าจะทำปืนหล่นตอนนั่นแหละ"
"อย่ามาปรักปรำฉันนะค่ะ!"อุชิโอะค้านแต่เกลแมนก็บอกว่า"คุณนั่นแหละที่กำลังโกหก!"
"ใช่อย่ามาว่าพี่ฉันนะ!"เสียงลึกลับดังขึ้นเด็กสาวอีกคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาอุชิโอะพร้อมเอ่ยว่า"ฉันนี้แหละ ลินดา เกลแมนและขอยืนยันว่าพี่ไปหาฉันจริงๆ"
"เอะ...."ลูคัสถึงกับตกใจเลิกทะเลาะกับวีหันมาดูเหตุการณ์
"มีพยานยืนยันไหมครับ?"ลูคัสถามลินดาก็เอามือปัดผมทีนึงพร้อมบอกว่า"ทหารหญิงบอนล์อีกสามสี่คนที่อยู่ในห้องฉัน บริกรอีกสองคนที่เอาของเข้ามาเสิร์ฟพอดี"
"บอนล์เชื่อไม่ได้หรอกน่า!"แบตเทิลค้านลินดาก็ตอกกลับมาว่า"เอลฮังค์ก็เชื่อไม่ได้เหมือนกัน..."
"เฮ่อถ้าจะยุ่งยากซะแล้ว ทั้งสองกลุ่มเลย..."ไลมุเอ่ยพร้อมดูกลุ่มที่เถียงกันด้วยหลักฐานและกลุ่มที่กำลังเถียงกับเกรียนวี....ดูเหมือนลูซิเฟอร์จะไปร่วมวงเถียงเกรียนวีด้วยแล้ว...
"คะ คุณโววาร์ดพอนึกอะไรออกบ้างมั้ยค่ะ?"ลูน่าถาม โววาร์ดก็ขยับหน้ากากทีสองทีก่อนจะบอกว่า.."ที่นึกออกมีแต่สันนิฐานที่ว่าอุชิโอะเป็นคนฆ่าทั้งนั่น"
"อะ เอ้..."อุชิโอะตกใจที่ได้ยินโววาร์ดพูดเช่นนั่น...
"อุชิโอะฉันไม่รู้ว่าเธอหาห้องจอรต์เจอยังไงหรือมีวิธีเรียกเข้าออกมายังไงก็จริงรวมถึงแรงจูงใจด้วยแต่ถ้าบอกว่าเธอแย่งปืนจอร์ตมาได้แล้วยิงเขา หลังจากนั่นก็อาศัยช่วงเวลานั่นเอาถุงมือที่ใช้ไปทิ้งพร้อมกับปืนของเกลแมนที่ตกอยู่ มันก็พอจะเป็นไปได้เพราะห้องน้ำที่เจอมันก็ไม่ได้อยู่ห่างกันแบบนั่นและสามารถกลับมาร้องกรี้ดในห้องได้เหมือนเดิมโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"โววาร์ดอธิบายลูคัสก็ตะโกนออกมาทันทีเลยว่า"บ้าไปแล้วนะครับ! ทำไมต้องเอาปืนของเกลแมนไปทิ้งด้วยล่ะ..."
"ไม่นะ ถ้าเจอปืนสองกระบอกในที่เกิดเหตุทำให้ต้องมีการพิสูจน์ว่ากระบอกไหนเป็นอาวุธสังหาร ถ้าอุชิโอะเป็นคนร้ายจริงคงวางแผนให้ตัวเองเป็นผู้รับเคราะห์เพราะงั้นคงอยากให้คนเข้าใจตัวเองผิดไวๆมากกว่าหลังจากนั่นก็อาศัยหลักฐานที่แน่นหนาเกินไปใช้เป็นจุดอ่อนให้รอด"ไลมุก็ลองสันนิฐานออกมาดูบ้างเหมือนกัน
"ตะ แต่ว่าเรื่องหาห้องหรือแรงจูงใจฉันก็ไม่รู้และก็ไม่มีนะค่ะ"อุชิโอะเถียงทั้งสองคนน้ำตาเริ่มเจิงนองหน้า
"ถ้าใช้Devil's Proofล่ะก็....ของแบบนั่นก็ไม่จำเป็นหรอก"โววาร์ดอธิบาย...
"Devil's Proof?"อุชิโอะสงสัยกับคำแปลกๆนี้ซารีน่าเลยอธิบายให้ฟังว่า"เป็นหลักการคิดที่บอกว่าการพิสูจน์ว่ามีง่ายกว่าการพิสูจน์ว่าไม่มีนะค่ะสมมุติว่าคุณอุชิโอะอยากจะรู้ว่าโลกนี้มีผีไหมถ้าจะตอบว่าไม่มีนั่นหมายความว่าต้องค้นหาทุกซอกทุกมุมบนโลกก่อนว่าไม่มีผีถึงจะสรุปได้แต่กลับกันถ้าเอาผีมาวางให้ดูก็จะสามารถสรุปได้ว่าผีมีจริงแล้วล่ะค่ะ"
"ชิ...ถ้าอธิบายจากหลักการนี้ก็เหมือนกับว่าไม่ต้องสนใจเหตุจูงใจหรือวิธีการหรอกครับแค่มีหลักฐานหรือพยานที่แสดงให้เห็นว่าคุณอุชิโอะเป็นคนฆ่าจริงๆก็พอแล้ว...."ลูคัสเอ่ยออกมาด้วยความเจ็บใจ
"อะ...อะไรกันแต่สิ่งที่คุณเกลแมนกับลินดาพูดอาจจะโกหกก็ได้นิ!"อุชิโอะพยามแย้งบ้างแต่เฟอเดอริก้าที่ยินดูอยู่ก็พ่นควันบุหรี่ออกมาพร้อมกับบอกว่า"ในกรณีนี้เราไม่อาจรู้ได้ว่าใครโกหกหรือไม่โกหก แต่ตอนนี้เราไม่อาจหาข้อคัดค้านมาแย้งคำพูดของพวกเขาได้พวกเขามีพยานยืนยันที่อยู่จริงซึ่งสมเหตุสมผลกว่าของเธอ อุชิโอะ..."
"ไม่จริงน่าฉันไม่ได้ทำนะค่ะ!"อุชิโอะทรุดลงกับพื้นกลุ่มที่ทะเลาะกับเกรียนวีเริ่มหันมามุ่งดูเหตุการณ์นี้กันแทนลูน่าร้องไห้ออกมาและสะบัดหน้าหนีเธอเชื่อว่านี้ไม่ใช้ความจริงแต่ก็ปฎิเศษมันไม่ได้...
"ผมไม่เชื่อว่าคุณทำหรอกครับคุณอุชิโอะ.....แต่ว่าหลักฐานมัน"ลูคัสกัดฟันด้วยความเจ็บปวดโววาร์ดหันหลังและทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
"ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกแกพูดหลักการอะไรอยู่แต่ลองมองก็รู้แล้วนิว่าพี่สาวสุดเคะแบบนี้จะไปฆ่าใครได้..."วีพยามแย้งออกมาแต่ไม่มีน้ำหนักพอ...อุชิโอะถอนหายใจพลางเช็ดน้ำตาและบอกว่า"ขอบคุณทุกคนมากนะค่ะ...ที่ยอมเชื่อฉัน"
"หึ ยังมามัวตีหน้าสำอ่อยอีกเหรอเจ้าฆาตกร!"ลินดากล่าวพร้อมกับชี้ไปที่อุชิโอะ...
"คะ คุณอุชิโอะไม่ได้ทำแน่ๆค่ะ!"โมโมะประกาสออกมา
"ฉันก็ไม่เชื่อ!"หม่าฟานแย้ง ลูกเรือฮาเซลเซน่อนและบลูกาแลคเซียพร้อมใจกันตะโกนคำว่าไม่เชื่อออกมา
"งั้นพวกแกก็พิสูจน์สิ พิสูจน์ให้เห็นว่านังนี้ไม่ใช่ฆาตกร!!!"เกลแมนประกาศทั้งหมดเงียบไปไกด์หันไปเอ่ยถามฟีรีน่าว่า"พอมีวิธีอะไรช่วยอุชิโอะจังไหม..."
"ฉะ ฉันคิดไม่ออกแต่ติดใจอะไรบางอย่างอยู่..."ฟีรีน่าตอบเอลฮาวด์ก็เกาหัวพร้อมกับบอกว่า"ฉันก็หงิดๆใจแต่บอกไม่ถูกเฟ็ย!"
"เทพบอกว่าไม่ได้ทำก็เชื่อเทพหน่อยสิเฟ็ย!!!"วีตะโกนออกมารู้สึกนี้จะเป็นการเกรียนของวีที่มีแต่คนสนับสนุนแฮะ
"หืม....วิธีพิสูจน์.....ป่านนี้เจ้าบ้านั่นอยู่ไหนนะ!"เฟอเดอริก้าคำรามพร้อมจะพังห้องในตอนนี้อยู่ทุกเมื่อ...
ขณะที่ทหารบอนล์กำลังจะนำเอากุญแจมมือมาใส่อุชิโอะ ลูซิเฟอร์กับโรจิสก็มาแย่งไปก่อนพร้อมกับตะโกนว่า"ฉันไม่เชื่อหรอกน่าขอเวลาพิสูจน์หน่อยสิ!"
"ไอ้พวกดื้อด้านทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีกเหรอ!"เกลแมนคำรามส่วนโววาร์ดก็ยืนนิ่งเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่...
"ถ้าพวกแกขัดขืนถือว่าเป็นศัตรูกับบอนล์นะ!"ลินดาเอ่ยออกมาบ้างแต่ทั้งหมดพร้อมใจกันมายืนข้างอุชิโอะและบอกว่า"ยินดีขยี้พวกแกให้จมดินอยู่แล้วเฟ็ย!"
"พอแล้วค่ะทุกคน!"อุชิโอะตะโกนออกมาทั้งหมดจึงกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง.....
"ฉันดีใจจริงๆค่ะที่ทุกคนยอมเชื่อฉันแบบนี้แต่ว่าพอแล้วล่ะค่ะ ถ้าฉันเป็นคนผิดอย่างน้อยๆเรื่องก็จะไม่บานปลายไปกว่านี้กองกำลังรวมต่อต้านดาเรนก็จะเกิดขึ้นได้ทุกคนก็จะยอมร่วมมือสู้กับศัตรูกลุ่มอื่นๆเอลฮังค์กับบอนล์จะได้หยุดการขัดแย้งกัน...ถ้าฉันยอม...ถ้าฉันยอมเสียสละสักคนล่ะก็..."อุชิโอะพูดไปร้องไห้ไป..ทั้งหมดจำเป็นต้องจำยอมด้วยเหตุผล...
ขณะที่ทหารบอนล์กำลังจะเข้ามาล็อคกุญแจมือนั่นเอง...
"นี้ หลักพื้นฐานของทนายก็คือถ้าลูกความเราไม่ใช้คนผิดแสดงว่าพยานก็ต้องโกหก"
"สะ เสียงนี้มัน!"เฟอเดอริก้าตกใจแล้วหันไปยังที่มาของเสียง...
ลาเต้กระป๋องถูกขว้างมาใส่หัวทหารบอนล์ที่กำลังจะใส่กุญแจอุชิโอะทำให้เธอยังไม่ถูกสวม
"ทนายนะสมควรจะร้องไห้ต่อเมื่อเวลาพิจารณาคดีจบสิ้นแล้ว!"
"สะ เสียงนี้!"ไกด์หันไปมองต้นเสียง
"จนกว่าจะถึงที่สุดฉันจะยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ!"
"อา!!!!!!!!!!!!"โมโมะร้องตะโกนออกมา
"เพราะงั้นลุกขึ้นสิตราบใดที่ความจริงยังไม่ปรากฎฉันก็จะบดขยี้เมฆหมอกที่บังความจริงเหล่านั่นเอง"
"..คะ..คุณ...."อุชิโอะพึมพำ
"กะ แกเป็นใครกัน!"เกลแมนคำราม!
"ฉันนะเหรอ....ได้สิ....ฉันคือ!"
"นะ....นาย...."โววาร์ดพึมพำก่อนที่บุคคลปริศนาจะแสดงตัวออกมาเขาไม่ใช้ใครอื่นนอกจาก...
"รัตน์ พรมอนันต์ จำชื่อฉันเอาไว้ซะ!"รัตน์คำรามพร้อมกับการปรากฎตัวของเขา....ดูเหมือนรัตน์จะดูไม่สะทกสะท้านกับความสิ้นหวังที่อยู่ตรงหน้าเลยรัตน์ชี้นิ้วใส่กลุ่มของเกลแมนแล้วตะโกนออกมาว่า
"Objection!(ขอคัดค้าน)"
"ฉันขอคัดค้านคำให้การของพวกแก!!!!!!!!"รัตน์ประกาศก้อง!
"พี่หน้าจืดเต้าหู้ทอดนิน่า!"วีเอ่ยออกมา
"รัตน์!"ลูซิเฟอร์ตะโกน
"คุณ รัตน์..."โรจิสพึมพำ
"อูว!!!"ฟาลินร้องออกมา
"หึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า นึกว่าตัวเองเป็นพระเอกรึไงย่ะ น้ำหน้าอย่างนายจะมีปัญญามาพิสูจน์อะไรได้ ที่สำคัญนายรู้เรื่องรึเปล่าเนี่ยว่าเกิดอะไรขึ้น?"ลินดาถามรัตน์แบบเยอะเย้ยรัตน์ก็ยิ้มให้พร้อมกับบอกว่า"หึ ฉันนะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วล่ะ ต้องขอบคุณคนที่ชื่อนาซัสอะไรนั่นที่มาเล่าให้ฟัง"
"นะ นาซัส!"ไลมุตื่นตกใจในทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้....
"ถึงรู้แล้วแกจะพิสูจน์อะไรล่ะ อ้างหลักการห้องปิดตายอะไรแบบนี้นะเหรอ? พ่อยอดนักสืบ"เกลแมนย้อนถามพร้อมกับหัวเราะเยาะรัตน์ก็ยังคงเงียบดูเหมือนเขาจะใช้ความคิดในหัวประมวลข้อมูลอยู่
"ว่าไงทำไมเงียบล่ะ เท่ดีนักไม่ใช้เหรอนายหรือแค่ทำเท่อวดตัวเองแต่ไม่มีปัญญาทำอะไรได้?"ลินดาช่วยเย้ยบางแต่รัตน์ยังคงไม่ขยับเขายิ้มมุมปากแล้วเอ่ยออกมาเบาๆว่า"ผมไม่ใช้นักสืบก็แค่เทสไพล็อตของอาคาน่าเท่านั่นเอง"
"หึ จะบอกให้ว่าแกจะอ้างเรื่องอะไรก็ช่างแต่อย่าลืมนะว่าพวกฉันมีDevil's Proofอยู่"เกลแมนบอกรัตน์ก็เอานิ้วชี้ป้องปากก่อนจะเอ่ยว่า"หึ อ้างDevil's Proofแล้วใช้เป็นกันรึเปล่าเถอะ...ถ้าพิจรณาดูดีๆแล้วคำให้การของพวกแกนะมีช่องโหว่เยอะเลยล่ะ ถ้าคิดจะใช้หลักการนี้นะสำหรับพวกแกมันเร็วไปร้อยปี"
"ว่าไงนะ!"ลินดาตกใจรัตน์ก็ชี้ไปที่ปืนและถุงมือสีขาวที่อยู่ในซอง....แล้วบอกว่า"นั่นแหละ สิงที่พิสูจน์ความบริสุทธ์ของอุชิโอะได้ล่ะ"
"ปืนของฉันงั้นรึ พูดอะไรนะจะบอกว่าไอ้นี้เป็นอาวุธสังหารของจริงมีรอยนิ้วมือของอุชิโอะอยู่งั้นรึ...แบบนั่นฟังไม่ขึ้นหรอกนะ"เกลแมนเถียงกลับรัตน์ก็บอกว่า"ปืนนั่นนะไม่น่าจะมีรอยนิ้วมือของใครหรือไม่ก็คงมีแค่รอยนิ้วมือของนายแต่ว่า...กระสุนในรังเพลิงน่าจะมีแค่หกนัด"
ดูเหมือนเกลแมนจะสะดุ้งเล็กน้อยลูคัสเลยขอให้ซารีน่าช่วยไปตรวจสอบปืนกระบอกนี้ทันที....ซึ่งผลก็คือ...
"มะ...มีหกนัดจริงๆด้วยค่ะ!"ซารีน่าประกาศทำให้เกิดเสียงฮือฮากันไปทั่วห้อง......
"งั้นนี้ก็เป็นอาวุธสังหารของจริงสินะ..."ไลมุพึมพำแต่ดูเหมือนเกลแมนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า"อย่าเดาส่งเดชได้ไหมครับ"
"ปืนผมมีอยู่หกนัดก็จริงเพราะว่าผมเหลือกระสุนอยู่แค่นี้ยังไม่ได้สั่งมาเพิ่ม...แค่จำนวณกระสุนจะไปพิสูจน์อะไรได้ล่ะครับ"เกลแมนเถียงกลับลูซิเฟอร์ก็ตะโกนออกมาทันทีว่า"นี้แกยังจะแถต่ออีกรึไง!"
"หึ แถอะไรกันครับแค่นี้ยังบอกไม่ได้สักหน่อยว่าปืนนี้เป็นอาวุธสังหารของจริงนะ"เกลแมนยิ้มอย่างมีชัยแต่ก็ต้องเปลี่ยนท่าทีที่รัตน์ดูไม่ได้ตื่นตกใจอะไรสักเล็กน้อย...
"ปืนของคุณนะมันเป็นแบบสั่งทำพิเศษใช้ไหมครับ..."คำพูดนี้ทำเอาเกลแมนเหงื่อตกไป...เสียงฮือฮาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
"หมายความว่ายังไง?"ฮิคารุเอ่ยถามรัตน์ก็อธิบายว่า"งั้นลองดูที่ปืนของโจนาธาน จอรต์กับปืนของเกลแมนดูดีๆสิครับ"
"อะ อา...เซฟตี้ของปืนอยู่คนละด้าน!"มายาเอ่ยออกมาโววาร์ดก็เอามือทุบกำแพงดังปังแล้วตะโกนว่า"แบบนี้นิเอง เข้าใจล่ะ!"
"มะ หมายความว่ายังไงค่ะ?"ลูน่าดูยังงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่รัตน์เลยอธิบายว่า"ปืนเแรงดันแก๊สแบบพกพานะจะมีเซฟตี้ตรงข้ามกับด้านมือที่ถนัด...ซึ่งก็แปลว่าปืนของเกลแมนมีเซฟตี้อยู่ด้านขวาซึ่งแปลว่าเขาถนัดซ้าย...ปืนสำหรับคนถนัดซ้ายน่าจะต้องสั่งทำแบบพิเศษ"
เกลแมนก็ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาว่า"แล้วไงล่ะ ฉันถนัดซ้ายแล้วมันพิสูจน์อะไรได้รึไง!"
"ไม่ได้...แต่ว่า...."รัตน์รับคำซื่อๆก่อนจะพูดต่อไปว่า
"ฉันอาจจะไม่มีหลักฐานว่าปืนนี้ยิงจริงๆรึเปล่าแต่ฉันมีหลักฐานว่าปืนที่อุชิโอะถืออยู่ไม่ได้ยิงจริงๆ...."รัตน์บอกทั้งห้องก็อึ้งกันอีกครั้ง
"บอกมาสิ!"เกลแมนคำรามรัตน์ก็ยิ้มออกมาจากมุมปากแล้วก็เอ่ยออกมาว่า"ปริมาณแก๊สในปืนไง.....ถ้ายิงจริงๆปริมาณแก๊สน่าจะลดลง"
"ก่อนจะมาที่นี้ฉันสั่งให้เติมแก๊สเข้าปืนให้เต็มหมดแล้ว....แล้วจอรต์ก็อยู่ใกล้ๆฉันตลอดก่อนจะแยกเข้าห้องไป...เพราะงั้นถ้าปริมารแก๊สลดลงแสดงว่าปืนนั่นยิงจริงๆ"โววาร์ดอธิบายก่อนจะเดินเข้าไปตรวจสอบ....สักครู่เขาก็เอ่ยขึ้นมาว่า...."แก๊สยังเต็มอยู่...."
เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง...
"ถะ ถึงปืนนั่นจะไม่ได้ยิงจริงๆแล้วไงล่ะ มันบอกได้รึเปล่าว่าใครเป็นคนฆ่า...แล้วอาวุธสังหารของจริงอยู่ที่ไหน!"เกลแมนท้าแต่รัตน์ก็ยิ้มมุมปากแล้วบอกว่า"ก็แกไงล่ะ...อาวุธสังหารก็เป็นปืนของแก..."
"พิสูจน์สิ!"เกลแมนท้าทายแต่รัตน์ก็ตอบกลับมาแบบสบายๆว่า"Devil's Proof"
"เอ้...."ลินดากับเกลแมนไม่เข้าใจที่รัตน์พูด รัตน์จึงอธิบายต่อว่า
"มันไม่สำคัญหรอกว่านายจะฆ่าจอรต์ยังไงหรือมีแรงจูงใจอะไร....แต่ถ้าเกิดปืนของนายเป็นปืนที่สังหารจริงๆล่ะก็มันก็จะขัดกับคำให้การของนาย เพราะนายให้การว่าอุชิโอะยิงก่อนแล้วนายค่อยทำปืนหล่นสินะ เพราะงั้นคำให้การของนายจะเป็นเท็จเมื่อเป็นแบบนั่นสันนิฐานที่อุชิโอะจะเป็นฆาตกรก็จะหายไป ตรงกันข้ามสันนิฐานว่านายเป็นฆาตกรตัวจริงก็จะเกิดขึ้นมาแทน เพราะถ้าเรื่องที่นายพูดเป็นเท็จหมายความว่าอุชิโอะไม่ได้ยิงจอรต์จริง งั้นใครจะยิง....ผู้ต้องสงสัยไม่มีใครอื่นอีกนอกจากนาย....."
"เหตุการณ์เป็นแบบนี้ เริ่มแรกนายมีนัดกับจอรต์อยู่แล้วใช่ไหมเพราะงั้นก็สามารถเรียกให้เขาเปิดประตูได้โดยที่เขาไม่สงสัย เข้าไปแล้วก็จัดการฆ่าเขาซะ แน่นอนว่าสวมถุงมือที่เจอในถุงด้วยนะ หลังจากนั่นใช้ถุงมือจัดฉากหยิบปืนมาวางไว้นอกห้องถอดกระสุนในปืนทิ้งไปอันนึงแล้วก็นำปืนไปวางข้างนอก หลังจากนั่นเปิดประตูแง้มๆทิ้งไว้หลังจากนั่นก็เอาหลักฐานทั้งหมดไปทิ้งในห้องน้ำหญิงใกล้ๆนี้แล้วก็ค่อยไปหาลินดาน้องสาวนายเพื่อสร้างที่อยู่ปลอม...แค่นี้แหละ"รัตน์อธิบายออกมาง่ายๆ
"แล้วมีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าฉันทำแบบนี้จริงๆรึเปล่าล่ะ!"เกลแมนเถียงกลับรัตน์ก็ยิ้มแล้วบอกว่า"ก็บอกแล้วไงว่าDevil's Proofนะ....ในกรณีนี้สันนิฐานของฉันสอดคล้องกับปริมาณแก๊สในปืนของจอรต์...เพราะงั้นมันก็เลยถือว่าป็นจริงจนกว่านายจะหาอะไรมาแย้ง..."
"แย้งได้ไหมล่ะครับทั้งสองคน..."ลูคัสเอ่ยก่อนเอานิ้วกลางขึ้นมาดันแว่นลินดาก็เถียงว่า"พี่เกลแมนอาจจะจำผิดทำปืนตกก่อนเห็นเหตุการณ์ก็ได้นิน่าแล้วคนร้ายก็เอาปืนของพี่ไปใช้ยิง!"
"อะ..อ้าวแล้วอุชิโอะล่ะ?ไหนบอกว่าเห็นเหตุการณ์ไม่ใช้รึ......"แบตเทิลแย้ง
"นอกจากนั่นการที่นายนัดพบกับจอรต์ตอนนี้ก็ถูกยืนยันโดยคำพูดของลาร์ค ฟูอันทำให้สามารถยืนยันได้ว่านายเข้ามาในห้องนี้จริงๆ"ไลมุเอ่ยออกมาบ้าง
"การที่ไม่มีรอยนิ้วมืออยู่บนปืนของจอรต์ก็เพราะคุณสวมถุงมือยังไงค่ะเลยไม่มีรอยนิ้วมือติดนอกจากของอุชิโอะที่เข้ามาเก็บคนเดียว"ลูน่าช่วยแย้งว่า
"หนอย...แต่ว่า!"ลินดาพยามจะแย้งแต่เกลแมนก็หยุดเธอไว้แล้วบอกว่า...."พอแล้วล่ะ"
หลังจากนั่นเกลแมนก็หยิบกระสุนในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาแล้วทิ้งลงพื้น...."นี้คือกระสุนจากปืนของจอรต์ที่ฉันเอาออก..."
"พะ...พี่ ทำไมล่ะ!"ลินดาตกใจออกมาแทบจะร้องไห้...
"หึ...ก็พี่ยอมไม่ได้นะสิ ยกเธอให้กับคนอย่างมัน....รู้ไหมมันทำอะไรกับผู้หญิงคนล่าสุดที่มันคบด้วย....พอเอลฮาวด์ เซเวอร์รัสไปล้างแค้นที่มันขโมยผลงานแล้วบอกว่าจะขอยืมตัวผู้หญิงของมันไปด้วย...มันก็ยอมยกให้แต่โดยดี....พี่...พี่ไม่อยากให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนั่น...."เกลแมนบอก.....ส่วนคนอื่นๆก็เพ่งสายตามาที่เอลโดยมิได้นัดหมายเหมือนจะบอกว่าจริงๆแล้วต้นเหตุอยู่นี้เองสินะ...
โววาร์ดจัดการใส่กุญแจมือกับเกลแมน...และเรื่องราวทุกอย่างก็จบ...
"เฮ่อ... Schachmatt~"รัตน์พึมพำโววาร์ดก็หันมาหันรัตน์พร้อมกับบอกว่า"นี้ขอแท็กมือหน่อยได้ไหม?"
"เห มือฉันมันร้อนกว่าที่คิดนะ~"รัตน์บอกพร้อมยิ้มให้โววาร์ดก่อนที่ทั้งคู่จะแท็กมือกันหนึ่งทีซึ่งโววาร์ดก็ตอบกลับมาว่า"มือฉันก็เย็นกว่าที่คิดนั่นแหละ!"
ในที่สุดทุกอย่างก็จบลงด้วยดี.......ละมั้ง?
ในห้องประชุมเสียงดัง ปัง! เกิดขึ้น...
"เอาล่ะ...ได้เวลาสนุกแล้วสินะ"เรย์นาร์ดบอกโดยที่ในมือของเขามีปืนอยู่ด้วย....เขาพึ่งจะยิงเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์คนนึงล้มลงไปคาโต๊ะ ต่อหน้าต่อตาผู้รวมประชุมคนอื่นๆ...
"จัดการ..."เรย์นาร์ดเอ่ยก่อนที่ทหารบอนล์ทั้งหมดในห้องประชุมจะลุกขึ้นยืนแล้วชักอาวุธออกมา......
------------------------------------------- ทริคอาจะไม่ดีรัตน์อาจจะขโมยซีนแต่ก็พยามเข็นมาจนจบแล้วครับ (ตอนห้ายังไม่จบเน่อ)
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2009, 08:11:33 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #36 เมื่อ: กันยายน 16, 2009, 08:09:30 AM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
"เฮ่อ โชคดีจังเลยนะอุชิโอะจัง"ลูน่าบอกก่อนจะยกถ้วยชามาให้อุชิโอะที่นั่งพักอยู่ในห้องรับรอง
"จ๊ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่เผลอหยิบปืน....เรื่องมันจะบานปลายมาถึงขนาดนี้..."อุชิโอะถอนหายใจ ในห้องพักนอกจากพวกเขาทั้งสองคนแล้วโววาร์ดก็อยู่ในนั่นด้วย เขาทำหน้าที่มาดูแลอุชิโอะที่พึ่งพ้นจากการเป็นผู้ต้องหา...
"ว่าแต่ไม่น่าเชื่อเลยนะค่ะนี้ ฉันคิดว่าพวกบอนล์จะมีแต่คนเลวๆซะอีก"อุชิโอะกล่าวก่อนจะหันไปทางโววาร์ด เจ้าตัวก็ตอบกลับมาสั้นๆว่า"หึ ฉันไม่ใช้คนดีหรอกนะ..."
"ถึงคุณจะเป็นพวกบอนล์คุณก็ช่วยคุณอุชิโอะเอาไว้นะค่ะ"ลูน่าบอกก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบ
"หึ...."โววาร์ดเปล่งเสียงไม่พอใจออกมาทั้งสองสาวก็หัวเราะดูเหมือนว่าพวกเธอจะสนุกกับการที่ได้แกล้งโววาร์ด
"ว่าแต่คุณโววาร์ดชงชาเก่งจังเลยนะค่ะ..."อุชิโอะเอ่ยชมโววาร์ดก็ตอบกลับมาว่า"แก้วสุดท้ายของพวกเธอทั้งทีก็ต้องให้กินของอร่อยๆหน่อยสิ..."
"แก้ว...สุดท้าย?"ลูน่าพึมพำอย่างงงๆก่อนที่เธอจะรู้สึกชาด้านไปทั้งร่าง ชั่วพริบตา....
"อะ...อะไรกันนะ?"อุชิโอะพึมพำออกมาด้วยความสงสัยร่างกายของเธอก็เริ่มชาด้านขยับไม่ได้ขึ้นมาเหมือนกัน
"หือ...นั่นเป็นยาชาแขนงใหม่ของฉันเองแหละ นอกจากจะชาแล้วยังมีฤทธิ์กดประสาทด้วยนะ...."โววาร์ดอธิบายก่อนจะเดินเข้ามาหาลูน่าและอุชิโอะ
"คะ คุณโววาร์ด....คุณทำแบบนี้ทำไม?"อุชิโอะเอ่ยถามโววาร์ดก็ตอบมาเรียบๆว่า"ไม่ต้องใส่ใจหรอก เอ้า!"
ว่าแล้วก็ยัดปืนพกแรงดันแก๊สของตัวเองเข้าที่มือขวาของอุชิโอะ....
"คิด จะทำอะไร นะ!"ลูน่าเอ่ยออกมาโววาร์ดก็ขยับหน้ากากหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยว่า"อยากจะทดสอบยาชนิดนี้ดูหน่อยนะ....และ..ทำให้อุชิโอะสมควรเป็นคนร้าย...."
"คะ คุณ!"อุชิโอะพยามตะโกนแต่เสียงของเธอเริ่มแหบแห้ง...โววาร์ดก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบๆว่า"มิซึรุกิ อุชิโอะ ยิงลูน่า วาเลนทิสทิ้งซะ..."
"หะ หา!"อุชิโอะตกใจร่างของเธอยังไม่ขยับเขยือนอะไร...โววาร์ดเอามือจับคางทีสองทีก่อนจะเดินไปกระซิบหูอุชิโอะแล้วเอ่ยว่า"งั้น....ฮิเซกิ คาโอรุ...ยิงลูน่า วาเลนทิสทิ้งซะ!"
"คะ คุณ รู้ได้ยังไง!"อุชิโอะหรือถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่าร่างอุชิโอะแต่จิตของคาโอรุตื่นตกใจแต่ในตอนนั่นเองมือขวาของอุชิโอะก็ยกขึ้นมา....ปืนเล็งไปที่ลูน่า..
"อะ อุชิโอะเธอจะทำอะไรนะ!"ลูน่าร้องตะโกนออกมา โววาร์ดก็อธิบายว่า"ยาที่พวกเธอดื่มลงไปนะเป็นยาชายากดประสาทแล้วก็มีฤทธิ์สะกดจิตหน่อยนึงด้วย...."
"มะ ไม่! ฉันทำไม่ได้! ฉันยิงคุณลูน่าไม่ได้!"อุชิโอะร้องคำรามออกมา...
แต่ดูเหมือนร่างกายของเธอจะไม่รับฟัง...เธอพยามดันแขนขวาลงแต่ก็ไม่ได้เป็นผลน้ำตาไหลออกมาเจิงนองใบหน้าของอุชิโอะอีกครั้ง....
"ทำไม คุณโววาร์ด....ฉันคิดว่าคุณไม่เหมือนคนในบอนล์คนอื่นๆ ฉันคิดว่าคุณกำลังพยามทำให้เกิดสันติภาพและความปรองดองขึ้นระหว่างเอลฮังค์กับบอนล์ซะอีก!"ลูน่าเอ่ยถามโววาร์ดด้วยน้ำเสียงโววาร์ดซึ่งโววาร์ดก็ตอบเธอมาอย่างเรียบง่ายว่า
"ฉันไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนั่น....บอกแล้วไงว่าพวกเธอเข้าใจฉันผิดไปแล้ว ฉันก็แค่คนที่อยากจะทำอะไรตามใจตัวเองเท่านั่น...หึ ลูน่า วาเลนทิสไม่คิดรึว่าเหตุการณ์ที่โคโลนี่ไซด์2ที่ทำให้เธอต้องเสียครอบครัวไปนะ....ใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง....
"หะ..หา...คะ คุณรู้ได้ยังไง!"ลูน่าเอ่ยถาม โววาร์ดก็ไม่ตอบแต่เอ่ยต่อไปว่า"มิซึรุกิ อุชิโอะ คิดว่าการที่พวกสลัดอวกาศโจมตีเพื่อชิงAMแล้วทำให้ปู่เธอตายนะ ใครเป็นคนจ้างกัน...."
"ระ..หรือว่า..."อุชิโอะพึมพำ พริบตานั่นทั้งคู่รู้สึกได้แม้จะไม่เห็นว่า...มาร์กโววาร์ด กำลังยิ้มเยาะพวกเธออยู่....
"ก็ฉันไงล่ะ....หึหึหึหึ.....ฉันนี้แหละ มาร์กโววาร์ด!"อุชิโอะกับลูน่าพึ่งจะได้ยินโววาร์ดคำรามแบบบ้าคลั่งแบบนี้เป็นครั้งแรก พวกเธอตระหนักได้ว่ามาร์กโววาร์ดตัวจริงนั่นเป็นเช่นไร...
"เอาละยิงซะ ยิงซะสิ!"โววาร์ดชูมือขึ้นมาอุชิโอะไม่อาจทนฝืนร่างกายตัวเองได้อีกแล้วและ....
ปัง!...เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับร่างของลูน่าที่ล้มลง....แต่ว่า...
"กะ แก....รัตน์ พรมอนันต์!"โววาร์ดคำราม รัตน์ผลักประตูห้องเข้ามาและกระโจนผลักลูน่าออกไปให้พ้นกระสุนปืน.....
"โอ้ว.....จำชื่อฉันได้ด้วยรึ..."รัตน์พึมพำโววาร์ดก็แย่งปืนจากอุชิโอะมาแล้วก็ชูไปที่รัตน์แต่ทว่า...
รัตน์พุ่งตัวมาใกล้โววาร์ดตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้แล้วปาดมีดพกใส่ร่างของโววาร์ด โววาร์ดไหวตัวหลบทัน แต่รัตน์ก็ใช้มืออีกข้างหยิบมีดออกมาปาใส่หัวของโววาร์ด...
ฉึก! เป้าหมายเข้าเป้าอย่างจัง...มีดพกปักที่หน้าโววาร์ดแต่ทว่า...
"หึหึหึหึฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยมมาก รัตน์ พรมอนันต์ถ้าฉันไม่มีหน้ากากคงตายไปแล้ว!"โววาร์ดเอ่ยพร้อมกับเล็งปืนมาทางรัตน์ ซึ่งรัตน์ก็เตรียมพร้อมจะหลบเต็มที่แต่ทว่า...
"เฮอะ เห็นแก่แกฉันจะละเว้นสักวันล่ะกัน....ไม่สิแกตายเร็วไปมันไม่สนุก......"โววาร์ดบอกก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงมีดที่ปักหน้ากากออกแล้วปาลงบนพื้นพร้อมเอื้อมมือไปหยิบอะไรสักอย่างที่เข็มขัด
"ไม่มีทางหรอกน่า!"รัตน์คำรามพร้อมพุ่งเข้าหา แต่โววาร์ดก็ปาสิ่งที่หยิบมาลงพื้น.......ควันสีขาวฝุ่งกระจายไปทั่ว...มันคือระเบิดควันนั่นเอง...
"ชิ หนีไปได้รึ..."รัตน์บ่นอย่างหัวเสียเมื่อควันจางลงพร้อมรีบเข้าไปดูอาการของลูน่ากับอุชิโอะ
"กะ...เกิดอะไรขึ้นค่ะ?"ลูน่าเอ่ยถามดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะเริ่มควบคุมร่างกายได้บ้างแล้วรัตน์ก็อธิบายทันทีว่า...."ไอ้เจ้าเรย์นาร์ดมันเกิดบ้าอะไรของมันก็ไม่รู้นะสิ อยู่ดีๆก็ชักปืนมายิงเจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์โลกเฉยหลังจากนั่นพวกบอนล์ก็เริ่มชักอาวุธไล่ฆ่าคน
อื่นๆบนยานดูเหมือนว่าพวกมันไม่กะจะมาเจรจาแล้ว กะมายึดยานลำนี้เต็มที่..."
"ถะ...โถ่แบบนี้ความสงบสุขก็ไม่เกิดนะสิ..."อุชิโอะบอกรัตน์ก็พึมพำออกมาว่า"ดีซะอีกตอนนี้จะได้มีข้ออ้างขยี้พวกมันแบบไม่ต้องกลัวคัดค้านแล้ว..."
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังคุยกันอยู่...ทหารของบอนล์สองคนที่ถือปืนกลก็เข้ามาเจอพวกเขาเข้า และเล็งปืนมาทางพวกรัตน์แต่เพียงชั่วพริบตา
"อย่าแตะต้องผู้หญิงของฉันนะเฟ็ย!"เอลฮาวด์กระโจนมาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้าไปหักคอนายทหารคนนึง...ก่อนจะหมุนตัวใช้มือขวาพุ่งเสียบเข้าไปในท้องของนายทหารอีกคนและกระชากเครื่องในออกมา
"อี้!"อุชิโอะถึงกับทนไม่ได้ ส่วนรัตน์ก็อึ้งอยู่เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามว่า"คุณเอลครับ คนอื่นๆล่ะ?"
"ฉันเจอแค่ฟาลิน....ถ้าโชคดีก็ยังคงมีชีวิตอยู่ล่ะนะ..."เอลบอก รัตน์ก็เหงื่อตก...ถ้าโชคดีนะรึ...
"อูว! มีอีกคนกำลังมาด้วยล่ะ!"ฟาลินชี้ไปที่ทหารอีกคนที่พุ่งเข้ามาแต่ก่อนที่เอลจะได้เข้าไปซัดลูน่าก็พุ่งเข้าไปใช้ศอกกระแทกใส่ท้องทหารคนนั่นก่อนจะส่งหมัดซ้ายกระแทกหน้าทหารผู้โชคร้ายคนนั่นเต็มๆจนกระเด็นออกไป
"ฮึบ! ร่างกายฟื้นตัวแล้ว"ลูน่ากล่าวออกมาอย่างร่าเริง...ขณะที่อุชิโอะยังคงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน(ฮา)
"เฮ่อ...มานี้ฉันช่วย"เอลบอกก่อนจะเดินไปแบกอุชิโอะแล้วหนีบเธอไว้ที่รักแร้เหมือนกับเป็นของชิ้นนึง...แล้วก็เดินไปหนีบฟาลินด้วยแขนอีกข้างที่เหลืออยู่...
"อูว! เดินหน้าเย้~"ฟาลินร้องออกมาอย่างร่าเริงส่วนอุชิโอะก็โวยวายอยากจะร้องไห้ โดยมีลูน่าที่วิ่งไปยิ้มไปเมื่อเห็นพฤติกรรมนี้กับรัตน์ที่ถอนหายใจ
-------------------------------------------------------------
บริเวณใกล้ๆห้องประชุม พวกของไลล่าเองก็กำลังหาทางหนีจากกองทหารของบอนล์ที่รุมล้อมอยู่....
"ดาบที่เจ็ด....บงกชราตรี..."ซากุระเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นดายคาตานะของเธอฝาดฟันร่างของทหารบอนล์ที่เข้ามาตายอย่างง่ายดาย โดยมีแร็กน่ากับลิลี่ย์ช่วยต่อสู้อยู่ด้วย...
"หนอยแน่!"ทหารบอนล์คนนึงคำรามออกมาก่อนจะรั่วกระสุนปืนใส่ลิลี่ย์แต่เพียงพริบตาร่างของเธอก็หายไป
"หะ...หายไปไหนนะ!"นายทหารบอนล์คนนั่นตกใจลิลี่ย์สลายเวทล่องหนเธอปรากฎกายอยู่ด้านหลังทหารคนนั่นแล้วลงดาบสังหารอย่างรวดเร็ว......ส่วนทางด้านคาลิสกับริโคลิส...
"คะ คุณอาไซแข็งใจไว้นะค่ะ"ไลล่าเอ่ยพลางให้กำลังใจอาซาอิ อาไซที่ถูกยิงและหลบอยู่ในที่กำบังโดยมีริโคลิสใช้เวทรักษาช่วยเหลืออยู่....
"ชิ....เอาไงดีล่ะเนี่ย รู้สึกพวกนั่นจะล้อมหน้าล้อมหลังเราไว้หมดแล้วนะเฮ่อ..."มามิยะบ่น แต่ถึงจะบ่นใบหน้าของเขาก็ยังคงมีซึ่งรอยยิ้มอยู่...
"พะ...พอเถอะ...ฉันคงไม่รอดแล้วล่ะ..."อาไซเอ่ยออกมาแต่ริโคลิสก็เอ่ยค้านหัวชนฝาออกมาเลยว่า"ไม่ได้ค่ะ! อย่าคิดจะทิ้งชีวิตง่ายๆแบบนี้สิค่ะ!"
"หึ....จะว่าไปก่อนฉันจะตายนี้ขอความกรุณาฝากให้ช่วยทำอะไรอย่างได้ไหม..."อาไซเอ่ยไปทางคาลิสที่เฝ้าดูเขาอยู่
"คุณจะไม่ตายแน่ครับเพราะงั้นเก็บชีวิตไว้ทำสิ่งนั่นเถอะครับ!"คาลิสเอ่ยอาไซก็ยิ้มให้แล้วเอ่ยมาว่า"ฉันรู้ว่าเวลาของตัวเองเหลืออยู่อีกไม่นานแล้ว....ฉันอยากฝากคำขอโทษไปให้เขา....รัตน์...พรมอนันต์...."
"เอะ..."ไลล่าดูเหมือนจะแปลกใจที่ได้ยินชื่อรัตน์....ออกมาจากปากของอาไซ...
"เมื่อสองปีที่แล้ว...ฉันเสียลูกสาวไปในเหตุการณ์ที่ดาวเทียมฝึกซ้อม....พวกสลัดอวกาศมันเข้ามาจู่โจมตอนที่นักเรียนฝึกซ้อมกันอยู่...เด็กนักเรียนทั้งหมดถูกจับไปเป็นตัวประกัน....เว้นแค่สองคนคือลูกสาวฉันกับรัตน์คุง....ลูกสาวฉันพยามเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นๆ
ส่วนรัตน์ก็บังคับหุ่นฝึกซ้อมที่บรรจุกระสุนจริงต่อสู้กับพวกสลัดอวกาศที่ด้านนอก..."อาไซเริ่มเล่าเรื่อง หนังตาของเขาเริ่มจะปิดลงไปทำให้ริโคลิสเร่งพลังรักษาขึ้นกว่าเดิมอีกเพื่อยื้อชีวิตอาไซเอาไว้
"ในตอนนั่น...ถึงลูกสาวฉันจะช่วยเหลือคนอื่นๆได้สำเร็จแต่ว่าตัวเองกลับติดอยู่ในส่วนคอนเทนเนอร์ของพวกสลัดอวกาศ....พวกมันวางระเบิดแรงสูงเอาไว้ในนั่นและกำลังจะระเบิดภายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...รัตน์คุง...เขาไม่มีทางเลือก เขาเลยจำเป็นต้องยิง
ทำลายตัวยึดสถานีกับคอนเทนเนอร์เอาไว้....คอนเทนเนอร์ค่อยๆลอยออกจากดาวเทียมไป...และระเบิดไปในที่สุด...."อาไซกล่าว....
"นี้หรือว่า...คือความจริงของเหตุการณ์ครั้งนั่น...."ไลล่าพึมพำ...อาไซก็กล่าวต่อไปโดยไม่ยอมหยุดพักว่า"ฉัน...เฝ้าโทษว่าเป็นความผิดของเขามาตลอด...เหมือนกับที่อังเรย์คุงกล่าวโทษเขา...ฉัน..พึ่งจะได้ยินความจริงจากปากของเมเดอร์ลีนคุงไม่นานนี้เองฉันก็
เลยอยากจะขอโทษเขา....ขอโทษรัตน์คุง...แต่ก็ไม่มีโอกาศ..."เอ่ยจบอาไซก็คว้าแขนของคาลิสเอาไว้แล้วเอ่ยว่า"เพราะงั้น ขอร้องล่ะ...ช่วยไปบอก...รัตน์ พรมอนันต์ที่ได้ไหมว่าฉันขอโทษ..."
"คะ...ครับ!"คาลิสรับคำอาไซก็ยิ้มอย่างเป็นสุขก่อนจะสิ้นใจลงไป.....
"ละ ลุง!"มามิยะตะโกนขึ้น....แต่ในตอนนั่นเองทหารบอนล์ก็พุ่งเข้ามาจากอีกทางพวกมันตั้งปืนขึ้นแล้วเตรียมจะยิงใส่กลุ่มไลล่า..
"ชิ!"ไลล่าเดาะลิ้น...แต่เพียงพริบตานั่นทหารเหล่านี้ก็กระเด็นเพราะถูกคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ยิงใส่อย่างรุนแรง...
คาลิสเป็นคนจัดการ....เขาชักลูน่าและอัลเทมิสออกมาและยิงใส่ทหารกลุ่มนั่นอย่างรวดเร็ว...
โดยไม่ทำให้เสียเวลาคาลิสลุกขึ้นแล้วสะบัดแขนออกเกราะสีทองก็ปรากฎขึ้นมาสวมร่างของเขาไว้....
"คุณคะ!"ริโคลิสลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องเรียกคาลิสเขาก็พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า"ไปกันเถอะ......ริโค่...เราจะต้องไม่ทำให้ความต้องการของเขาเสียเปล่า...."
เมื่อคาลิสเงยหน้าขึ้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเขาเดินไปสมทบกับกลุ่มของแร็กน่าและลิลี่ย์แล้วยิงลูกพลังงานขนาดใหญ่ออกมาใส่ทหารบอนล์ชุดใหม่ที่มุ่งหน้าเข้ามา...
"ไปกันเถอะ!"คาลิสประกาศแร็กน่ากับลิลี่ย์ก็รับคำทันทีเลยว่า"พะยะคะ!"
"ไม่เลวเลยเจ้าหนุ่มนั่น..."มามิยะเอ่ยชมก่อนจะถอดหมวกของตัวเองแล้วเอาสวมที่หัวร่างที่ไร้วิญญาณของอาไซ.....
"ลุง ผมให้...หมวกใบโปรดผมเลยนะ....งั้นผมไปก่อนล่ะ..."มามิยะเอ่ยก่อนจะก้มหัวแสดงความเคารพอาศัยแล้วเดินจากไป....รอยยิ้มหายไปเหลือแต่ความอาฆาตแค้นต่อพวกบอนล์ที่อยู่บนใบหน้า...
-------------------------------------------------------------
"เธอเนี่ยไม่เบาเหมือนกันแฮะ!~"ลูซิเฟอร์เอ่ยชมเมื่อเห็นไลมุซัดถล่มพวกทหารบอนล์ที่ดาหน้าเข้ามาใส่แบบสบายๆ
"ฉันเป็นแค่ตากล้องธรรมดาๆนะอย่างใส่ใจเลย~"ไลมุตอบออกมาแบบสบายๆ ส่วนโรจิสที่อยู่ในกลุ่มนั่นก็แสดงฝีมือการใช้ดาบเล่นงานทหารบอนล์ตายหลายสิบนาย...
"ว่าแต่ว่าพวกบอนล์เยอะผิดปกตินะค่ะเนี่ย..."โรจิสเอ่ยออกมาทั้งหมดก็พยักหน้า...เห็นด้วย ในตอนนั่นเองก็มีกลุ่มคนกลุ่มนึงวิ่งเข้ามาหาพวกไลมุ...
"พวกเธอช่วยหน่อยสิทหารของบอนล์นะกำลังจะบุกเข้าไปที่ห้องควบคุมยานราชินโยว์แล้ว! ถ้ามันยึดยานไปได้หุ้นต้องตกแน่นอน....."ประโยคแบบนี้ไม่ใช้ใครอื่นป้องนั่นเอง...เวลาแบบนี้ยังมีหน้ามาห่วงเรื่องหุ้น
"หือ...เธอ...อาซาคิ ไลมุ..."วอเรฟ กามาลอฟที่ตามมาด้วยเอ่ยขึ้นมา
"วอเรฟ...กามาลอฟรึ..."ไลมุพึมพำกแต่ก่อนที่จะได้คุยอะไรมากกว่านั่นนอกจากทหารบอนล์แล้ว เครื่องจักรสังหารรุ่นใหม่"สไปเดอร์คิลเลอร์"ของพวกบอนล์ก็ปรากฎออกมาด้วยแล้วเริ่มสาดกระสุนใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่เว้นแม้แต่พวกเดียว...
"ชิ นั่นตัวบ้าอะไรฟร่ะเนี่ย!~"ลูซิเฟอร์สบถก่อนจะหาที่หลบกระสุน ป้องที่หลบอยู่ใกล้ๆก็อธิบายว่า"น่าจะเป็นสไปเดอร์คิลเลอร์ของอุตสหกรรมกิรินครับ หุ้นของโรงงานที่ผลิตเจ้านี้พึ่งจะตกลงไปในอาทิตย์ที่แล้วนี้นะที่ผมชิงขายทิ้งไปตอนมันยังขึ้น"
"ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องหุ้นเฟ็ย! จุดอ่อนอะไรแบบนี้มีรึเปล่า!"ลูซิเฟอร์เอ่ยถามป้องก็ส่ายหัวเป็นการให้สัญญาณว่าเขาก็ไม่รู้...
"งั้นโจมตีพร้อมกันนะ คุณโรจิส ลูซิเฟอร์นับถึงสามแล้วพุ่งเข้าไปซัดใส่มันพร้อมกัน"ไลมุเสนอทั้งสามคนก็พยักหน้าและ...
"สาม!"ไลมุเอ่ยออกมาโดยข้ามหนึ่งและสองไป....แต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะกะไว้อยู่แล้วเลยพุ่งออกไปในจังหวะเดียวกับที่ไลมุพุ่งเข้าไปด้วย...
โรจิสควงดาบปัดกระสุนปืนกลของสไปเดอร์คิลเลอร์ส่วนไลมุก็กระโดดแตะใส่เมนคาเมร่าบนหัวของสไปเดอร์คิลเลอร์ปิดท้ายด้วยลูซิเฟอร์ที่ชกใส่เหล็กลุ้นๆบนตัวของมันปลิวไปกระแทกผนังพังแล้วระเบิดซ้ำ...
"ยอดไปแล้วนะ...."ป้องพึมพำแบบไม่ค่อยจะเชื่อสายตาตัวเอง
"รีบไปที่ห้องควบคุมก่อนเถอะ!"วอเรฟบอกก่อนที่ทั้งหมดจะมุ่งหน้าไปหยุดพวกบอนล์ที่มุ่งไปที่ห้องควบคุม
-------------------------------------------------------------
ที่ห้องอาหารในยาน........มีคนดวงซวยอยู่คน...ทำให้เจอสไปเดอร์คิลเลอร์ถึงสามตัว....
"แว่น!ทำไงดีล่ะย่ะ!"แบตเทิลเอ่ยถามตอนนี้เธอกำลังหลบอยู่หลังโต๊ะกับลูคัส...
"กระสุนปืนคงยิงมันไม่เข้า...อย่างดีก็พังกล้องพวกมันแล้วฉวยจังหวะหลบหนีไป..."ลูคัสลองวิเคราะห์...
"ถ้างั้นแว่นนายลองวิ่งไปล่อพวกมันดูดีไหม?"แบตเทิลเสนอควาเห็นลูคัสก็เถียงกลับมาทันทีว่า"คุณนั่นแหละครับที่ต้องออกไปวิ่งล่อให้ผมยิงกล้องมันได้สะดวกๆ"
"ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ!"
"กัปตันบ้าๆแบบคุณโดนกระสุนไปก็ไม่ตายง่ายๆหรอกครับ"ลูคัสตอบออกมาตรงๆ....ทำให้คู่นี้เริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว...
"ยะ อย่าทะเลาะกันดีกว่าค่ะ!"หญิงเอ่ยขึ้นตอนนี้เธอกับมายากำลังพยามห้ามลูคัสกับแบตทะเลาะกันเพราะถ้าเกิดเสียงดังขึ้นมาสไปเดอร์คิลเลอร์จะจับตำแหน่งได้...
"ว่าแต่ไอ้เด็กสเปกโตนั่นล่ะ?"ลูคัสเกิดสงสัย....ที่วีที่อยู่ด้วยกันเมื้อกี้หายตัวไปซะงั้น...
"เทพวีมาแล้ว!"วีปรากฎกายขึ้นมาเมื่อมีคนเรียกหา.....แน่นอนว่าเทพวีกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะเหนือหัวพวกลูคัส.....ทำให้ตกเป็นเป้าสนใจของเหล่าสไปเดอร์คิลเลอร์โดยปริยาย.....
"นี่แกทำอะไรของแกฟร่ะ!"ลูคัสแทบอยากจะตะโกนด่าแต่เสียงของเขาก็ถูกเสียงปืนกลของสไปเดอร์คิลเลอร์ที่ระดมยิงใส่วีกลบซะมิด...
วีอาศัยสเต็ปลิงกระโดดข้ามไปข้ามมาบนโต๊ะอาหารหลบกระสุนได้เหมือนผู้เชี่ยวชาญ
"โด่ บอทนูปๆอย่างพวกแกคิดเหรอว่าจะยิงเทพวีโดน~"วีเกรียนออกมาก่อนจะหยิบจาน?ขึ้นมาแล้วร่อนไปทั่วๆห้อง....
สไปเดอร์คิลเลอร์จับสัญญาณเสียงได้ดีว่าสัญญาณภาพจึงหันลำกล้องไปยิงทำลายใส่จานทิ้งก่อนในทันที.....ดูๆไปเหมือนวีร่อนจานราคาแพงไปให้หุ่นพังเล่น....
"ตอนนี้แหละพี่แสง เล่นมันเลยอย่าทำให้เสต็ปเทพผมเสียนะ!"วีสั่งการฮิคารุก็กระโดดออกมาจากมุมห้องแล้วใช้ที่ช็อตไฟฟ้าพกพาช็อตใส่สไปเดอร์คิลเลอร์ตัวนึงในตำแหน่งวงจรจุดอับในระยะประชิดให้มันหยุดการทำงานไป....
"เฮ็ยพี่เสง มีอีกตัวนะ!~"วีชี้ไปที่หุ่นสไปเดอร์คิลเลอร์อีกตัวที่เล็งปืนมาทางฮิคารุ...แต่ว่า....
"ลูกแตะพลังพี่สาว!"หม่าฟานโผล่เข้ามาดรอปคิกใส่สไปเดอร์คิลเลอร์ตัวนั่นจนกระเด็นพุ่งติดกำแพงพังไปในพริบตา...
"พี่!"ลูคัสเรียก แต่สไปเดอร์คิลเลอร์ที่เหลืออยู่ตัวสุดท้ายก็หันปืนมาทางชายหนุ่มดวงซวยของเราจนได้....
"ละ ลูระวัง!"หม่าฟานเตือนลูคัสรู้ว่าเขาหลับไม่ทันแน่แต่ทว่า...
"ส้อมเสียบหงฆ์พิฆาต!!!"วีตะโกนก่อนจะปาส้อม? พุ่งเข้าใส่ลำกล้องปืนของสไปเดอร์คิลเลอร์ส่งผลให้กระสุนมันโดนดีดกลับไปโดนกลไกที่ยิงออกมา....ผลสุดท้ายก็คือสไปเดอร์คิลเลอร์.....ระเบิด.....
"มะ....เมพขิงๆ!"ทั้งหมดพูดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย...
"เฮอะ นี้และความเมพ เท่ของมหาเทพวีล่ะ!"วีอวดตัวเองอย่างภูมิใจ....
"ฟลุ๊คละหว่า......"ลูคัสพยามเถียงแต่เมื่อวีเอ่ยออกมาว่า...."พี่สี่ตาสุดติ๋มเป็นหนี้ชีวิตมหาเทพวีแล้วนะ....."
ลูคัสพึ่งจะรู้ตัวว่าสิ่งที่ซวยกว่าโดนสไปเดอร์คิลเลอร์ยิงตายก็คือเป็นหนี้ชีวิตเกรียน.....วี........เอวัง.....
-------------------------------------------------------------
"หว่า!"เอเล่ร้องออกมาขณะที่เธอกับฟีเลเน่วิ่งหลบกระสุนจากพวกทหารบอนล์....
"อะ เอเล่ ฟีเลเน่"ซารีน่าที่วิ่งมากับกลุ่มพวกไกด์เขอพวกเอเล่เข้าพอดี...
"ซารีน่าไม่เป็นไรสินะ แล้วคนอื่นล่ะ?"ฟิเลเน่เอ่ยถามซารีน่าส่ายหัวเป็นการตอบคำถามว่าไม่รู้...
"ทหารบอนล์ขนาดนี้มัน..."ไกด์พึมพำกับจำนวณทหารที่พุ่งเข้ามา...แต่เขาก็ต้องแปลกใจที่จู่ๆอยู่ดีทหารพวกบอนล์เหล่านี้ก็วิ่งหลบไปอีกทางซะเฉยๆ....
"กะ ไกด์ นั่น!"ฟีรีน่าชี้ให้เห็นถึงสไปเดอร์คิลเลอร์นับสิบตัวที่พุ่งเข้ามาตามทาง...มิน่าพวกทหารถึงหนีหมด...
"มะ...มากขนาดนั่นทำยังไงดีเนี่ย!"ไกด์เริ่มจนมุมแต่ในตอนนั่นมาเรียก็โผล่ออกมาพร้อมกับลูกระเบิดน้อยหน่า?จำนวณมหาศาลที่แบกมาด้วย
"มาเรียไปไหนมาเนี่ย!"ซารีน่าเอ่ยถาม...จะว่าไปตอนสืบคดีมาเรียก็ไม่อยู่...
"มาเรียไปหาของพวกนี้มาล่ะ!"มาเรียบอกพร้อมชี้ไปที่กองระเบิดน้อยหน่าจำนวณมาก......
"นี้เธอไปเอาของอันตรายแบบนี้มาได้ไงเนี่ย"เอเล่ดุแต่ฟีรีน่าก็รีบคว่ามาลูกถอดสลักระเบิดแล้วโนใส่พวกสไปเดอร์คิลเลอร์....
"ทุกคนช่วยกันเร็ว....ระเบิดไอ้พวกหุ่นสังหารพวกนี้ให้หมด! โชว์ให้พวกนั่นเห็นถึงพลังของลูกผู้หญิงซะบ้าง!"ฟีรีน่าสั่งการซึ่งแน่นอนว่าทุกคนก็...
"รับทราบค่า!!!"สาวๆรับคำสั่งอย่างพร้อมเพียงพร้อมไล่โยนระเบิดใส่พวกสไปเดอร์คิลเลอร์...ไกด์อดนึกขึ้นมาไม่ได้ว่าผู้หญิงนี้ช่างน่ากลัว......
-------------------------------------------------------------
อีกกลุ่มนึงได้แก่กลุ่มของทีมอาคาน่าและทีมของเอ็กซ์ก็วิ่งมาถึงห้องล็อบบี้...
"อีกไม่นานก็น่าจะถึงโรงเก็บ...แล้วก็สะพานเดินเรือแล้วค่ะ!"โมโมะบอก แต่ก่อนที่จะได้วิ่งไปต่อนั่นเอง ทหารบอนล์ก็โผล่ขึ้นมาจากอีกมุม
"หว่าแย่แล้ว..."โดโรธีพึมพำแต่ทหารบอนล์กลุ่มนั่นก็ถูกยิงทิ้งไปเนื่องจากมิเกลและอัลบาเข้ามาช่วยได้ทัน
"เดี้ยวยังมีอีกนะ!"เฟอเดอริก้ากล่าว....สไปเดอร์คิลลเอร์ก็โผล่มาล้อมหน้าล้อมหลังพวกเอ็กซ์
"ชิ แบบนี้ก็...ไม่มีทางหนีนะสิ..."เอ็กซ์พึมพำโดยหันหลังชนกับมิเกลและอัลบา...
"หวา ผมยังไม่อยากตายตอนนี้นะครับ อนิเมทก็ยังไม่ได้ดู...."โคกิโวยวาย.....ส่วนเมเดอร์ลีนก็เอ่ยออกมาอย่างเซ็งๆว่า"สถาณการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบนี้...เบื่อซะแล้วล่ะ...."
"ทุกคนปลอดภัยดีไหม!"หม่าฟานโผล่เข้ามากระโดดแตะใส่สไปเดอร์คิลเลอร์ตัวนึงก่อนจะตามมาด้วยกลุ่มของลูคัส...
"แสดงให้มันเห็นถึงพลังของลูกผู้หญิง!"ฟีรีน่าปลุกม็อบเอ็ยปลุกพลังเหล่าสาวๆฮาเซลช่วยกันขว้างระเบิดใส่พวกสไปเดอร์คิลเลอร์โดยมีไกด์เหงื่อตกวิ่งตามมาด้วย...
"ทุกคนปลอดภัยดีสินะค่ะ?"กัปตันไลล่ากับพวกคาลิสก็โผล่มาเช่นกัน....ด้านคาลิสใช้อาวุธพลาติน่าของตัวเองยิงถล่มพวกสไปเดอร์คิลเลอร์ซะราบคาบ...
"มากันเกือบครบแล้วสินะ..."เฟอเดอริก้าเริ่มนับจำนวณ..แต่ทันใดนั่นสไปเดอร์คิลเลอร์อีกตัวก็ตกลงมาจากเพดานโดยไม่ทันให้ใครตั้งตัวแต่เป็นโชคดีในคราวเคราะห์เพราะว่า...
"แม่จะแตะไม่เลี้ยงเลย!"ลูน่ากระโจนกระโดดแตะสไปเดอร์คิลเลอร์กระแทกฝาผนังระเบิดไปในที่สุดโดยมีเอลที่อุ้มอุชิโอะและฟาลินรวมถึงรัตน์เดินตามเข้ามาอย่างเนืองๆ
"น่าจะหมดยานแล้วละมั่ง...พวกตัวเบ้งๆรู้สึกจะเอายานหนีออกมาแล้วล่ะ"รัตน์ลองวิเคราะห์คาลิสก็เดินเข้ามาหารัตน์แล้วเอ่ยว่า..."คุณรัตน์ พรมอนันต์ครับ....คุณอาไซฝากคำพูดสุดท้ายมาถึงคุณว่า....ขอโทษนะครับ"
"งั้นเหรอ...ลุงแกตายแล้วเหรอ...."รัตน์ก้มหน้านิ่งไป...รวมถึงทุกๆคนด้วย....สันติสุขและการร่วมมือที่น่าจะเกิดแท้ๆ...โดนทำลายลงหมดแล้วด้วยฝีมือของพวกบอนล์...
"มันน่าแค้นใจนัก!"ลูคัสคำรามพร้อมเอามือทุบโต๊ะ......ทุกคนเริ่มนิ่งเงียบไม่พูดอะไรจนกระทั่งมอนิเตอร์ในล็อบบี้ปรากฎหน้าของวอเรฟออกมา
"ทุกคน กองกำลังยานฮาเซลเซน่อน เอลฮังค์ บ.ร่ำรวยคนจากดาวโอเรนทัลรวมถึงทุกๆคนที่ยังอยู่ที่นี้ผมขอประกาศสถาณการณ์ฉุกเฉิน...ถึงพวกเราจะสามารถขับไล่ทหารบอนล์ออกไปได้แล้วก็ตามแต่ได้รับรายงานมาว่าพวกบอนล์ส่งกองกำลังอีกกลุ่มรวมกับ
สลัดอวกาศเข้ามาโจมตีที่นี้ซ้ำ!"คำประกาศของวอเรอฟทำเอาทุกคนอึ้งไปกันอีกรอบ
"หนอยพวกบอนล์มันกะจะไม่ให้คนเหลืออยู่เลยสินะ!"โคกิคำรามออกมาบ้าง วอเรฟก็พูดต่อว่า"ตอนนี้ผมอยากได้ความร่วมมือ....กองกำลังร่วมอาจจะประสบความล้มเหลวในการจัดตั้งแต่ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในนี้สามารถทำให้เกิดขึ้นมาได้...อย่างน้อยๆอยาก
ได้กำลังของพวกคุณช่วยขับไล่พวกบอนล์ออกไป..."
"ทางนี้พร้อมลุยเต็มที่แล้ว!"ลูซิเฟอร์ที่ปรากฎอยู่หฟในกล้องเครื่องร้อนเต็มที่
"ค่ะ พวกเรายินดีร่วมมือกันเพื่อต่อต้านบอนล์ไม่สิ...ช่วยโลก"ไลล่าเอ่ยออกมา
"ค่ะ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง"เอเล่สนับสนุน
"พวกผมก็เหมือนกันครับ"คาลิสบอก
"เทพๆอย่าฉันก็ต้องร่วมด้วยเซ่"วีกล่าว
"ครับขอบคุณทุกคนมากนับแต่นี้ต่อไปผมขอตั้งชื่อกองกำลังรวมนี้ว่าThe Star Combatant ย่อว่า กองกำลัง TSC ครับ.....ภารกิจแรกของกองกำลังTSCทุกคน....จงปกป้องราชินโยว์นี้จากพวกบอนล์ซะ"วอเรฟสั่งการทุกๆคนก็ตอบรับโดยพร้อมเพียงกันว่า
"รับทราบ!!!"
---------------------------- ปั้นโต้รุ่ง เย้ ตอนห้ายังไม่จบนะครับ~
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2009, 07:52:38 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Replikia
|
 |
« ตอบ #37 เมื่อ: กันยายน 20, 2009, 02:13:14 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
----------------------------------
ที่ด้านนอกของยานราชินโยว์ ยานธงของเรย์นาร์ดกำลังเคลื่อนที่ถอยหนีห่างออกไปจากยานราชินโยว์ทุกที ทุกที
"เฮ่อ... งานเลี้ยงเริ่มแล้วสินะ..." เรย์นาร์ดพึมพำพร้อมกับชูแก้วไวน์ขึ้นเหนือหัวใน ห้องทำงานของเรย์นาร์ดคราวนี้นอกจากโววาร์ดแล้วก็มีบุคคลเพิ่มเข้ามาด้วยอีก ห้าคน...
"ใช่แล้วค่าท่านเรย์นาร์ด~ ราชินโยว์จะต้องเป็นของบรรณาการให้ท่านเรย์นาร์ดเพื่อเฉลิมฉลองการครองโลก !" ลินดานั่นเองที่อยู่ในห้องดูเหมือนเธอจะใส่ยูนิฟอร์มชุดที่แตกต่างจากตอน ที่เถียงกับรัตน์ ซ้ำเธอยังดูมีท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อยอีกด้วย...
"ยานแบบนั่นฉันไม่ได้อยากได้หรอก..." เรย์นาร์ดบอกก่อนจะยกไหว้ขึ้นมาจิบ...
"เอ้... คุณเรย์นาร์ดไม่อยากได้หรอกเหรอครับแล้วสั่งกองทัพไปโจมตีทำไมล่ะ?"หนึ่งใน กลุ่มชายหนุ่มสามคนที่แต่งชุดคล้ายๆกันเอ่ยขึ้น...หนึ่งในนั่นก็คือลาร์ค ฟูอันที่ออกมาให้การแต่ผู้พูดเป็นเด็กหนุ่มผมแดงหน้าตายียวนเล็กน้อย
"ใช่ แล้วล่ะอันฟาร์ค" เรย์นารด์ตอบไป ชายหนุ่มในทีมอีกคนก็เอามือทุบกำแพงห้องอย่างเกรี้ยวกราดทั้งๆที่ก่อนหน้า นี้ยังมีท่าทีสงบนิ่งอยู่เลย...เขาตะโกนออกมาว่า "ท่านเรย์นาร์ด ขอผมไปร่วมโจมตีด้วยได้ไหมครับผมอยากจะขยี้ยานลำนั่นทิ้งอยู่แล้ว!"
"บะ คาเทอร์เนี่ยล่ะก็....ใจร้อนไม่เปลี่ยนเลย..."ลินดามุ่ยหน้าเรย์นาร์ดก็ หัวเราะพร้อมกับลูบหัวลินดาที่เข้ามาออดอ้อนแล้วเอ่ยถามว่า"แล้วพี่ชายของ เธอเกลแมนล่ะ...หนีมาขึ้นยานทันไหม?"
"ไอ้หมอนั่นช่างหัวมันเถอะค่า~ พี่ชายสุดเท่ของฉันก็ต้องท่านเรย์นาร์ดคนเดียวเท่านั่น!"ลินดาบอกพร้อมกับพุ่งเข้าไปกอดเรย์นาร์ด
"เฮ่อ เธอเนี่ยเอารางวัลตุ๊กตาทองไปเลยดีไหมลินดา....บนยานอีกเรื่องในนี้อีก เรื่อง..."โววาร์ดบ่นขึ้นมาหลังจากเงียบมานาน...เขากำลังชงกาแฟอยู่
"ใคร มันจะไปเหมือนคุณโววาร์ดล่ะค่ะ เนียนซะจนพวกนั่นหลงเชื่อกันหมดเลยนิน่า..."ลินดาเอ่ยชมโววาร์ดแต่ดูเหมือน เจ้าตัวจะไม่ได้สนใจเท่าไร
"แต่ว่าแผนก็เกือบจะสำเร็จอยู่แล้วนะครับ...แต่ผมไม่คิดเลยว่าพวกเอลฮังค์นั่นจะไขคดีได้จริงๆ"ลาร์คเสนอควาเห็น...
"นั่น สิมันเป็นใครกันหรือ...เดิมทีนายต้องได้รับบทฮีโร่สุดเท่เข้าไปช่วยแก้ต่าง คนที่ถูกใส่ร้ายนิน่า ด้วยหลักฐานเทียมที่เราเตรียมขึ้นมา..."เรย์นาร์ดเอ่ยถาม..เขารูสึกได้ว่าโววาร์ดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า"มันก็แค่ คนที่คล้ายๆฉันเท่านั่นแหละน่า..."
"เห.....ขนาดทำให้คนอย่างนายสนใจได้แสดงว่าต้องไม่ธรรมดา.......อยากรู้จักแล้วสิ...."เรย์นาร์ดเอ่ยพร้อมกับเลียริมฟีปาก.....
"ว่า แต่คุณโทโมโกะ...ไม่ได้มาเจอน้องสาวเลยสินะครับ"ลาร์คเอ่ยถามผู้หญิงสาวผม ม่วงอ่อนในชุดเครื่องแบบบอนล์เต็มยศที่ยืนเงียบอยู่มุมห้อง
"จ๊ะ....ว่าไงดีล่ะฉันไม่ค่อยกล้าสู้หน้าน้องสาวนะ"หญิงสาวที่ชื่อโทโมโกะตอบขึ้นมาอย่างอายๆ
"เห คุณโทโมโกะที่เป็นกัปตันยานลำนี้ยังเกรงใจน้องสาวเลยรึเนี่ยแสดงว่าน้องต้อง เป็นคนที่ไม่ธรรมดาๆแน่ๆ"อันฟาร์คเอ่ยความสนใจขึ้นมาแต่ลินดาก็บอกปัดไป ว่า"ชิ ก็แค่ยัยพูดมากที่น่ารำคาญเท่านั่นแหละน่า"
"เห...เธอมีน้อง ด้วยเหรอโทโมโกะ ไม่เห็นเคยบอกเลย..."เรย์นาร์ดทำท่าฉงนสงสัย โทโมโกะก็ยิ้มอย่างอายๆแล้วตอบว่า"ไม่ใช้เรื่องที่น่าอวดอะไรหรอกค่ะเพราะ เธออยู่เอลฮังค์แต่ฉันอยู่บอนล์...."
"อยากรู้แล้วแฮะ ว่าน้องสาวของ "โทโมโกะ โน๊ตแลนด์"จะเป็นยังไง"เรย์นาร์ดเลียริมฝีปากอีกครั้ง....
------------------------------------------------------------- ทาง ด้านกองกำลังTSCทุกคนได้เตรียมตัวเข้าประจำที่เครื่องของตัวเองเรียบร้อย แล้ว...บลูกาแลคเซียแองเจิล,เรดกาแลคเซียแองเจิล,ฮาเซลเซน่อนและแครอลของแบล็กเซเบรัสเตรียมพร้อมจะออกไปรับมือกับศัตรูแล้ว...
"นี้...หุ่นของ พวกเธอนะไม่มีสัญญาณติดต่อสินะเอานี้ไปใช้ชั่วคราวก่อน!" เฟอเดอริก้า ตะโกนบอกพวกคาลิสและแร็กน่าพร้อมกับโยนของบางอย่างไปให้
"นะ นี้คือ..." คาลิสส่งสัยเฟอเดอริก้าก็อธิบายว่า "วิทยุมือถือนะกดปุ่มสีแดงนี้ ถ้าอยากจะคุยกับคนอื่นๆหรือติดต่อยานแม่ ฉันตั้งช่องสัญญาณอิสระเอาไว้แล้ว" เฟอเดอริก้าอธิบายทั้งหมดก็พยักหน้ารับ เป็นอันว่าเข้าใจ
"อุชิโอะจังไหวไหม?" ลูน่าเอ่ยถามอุชิโอะที่กำลังเข้าไปในค็อกพิตของอาร์คสไตคร์เกอร์...
"อะ... อืม..."อุชิโอะรับคำแต่สีหน้ายังดูไม่ค่อยดีอยู่ เฟอเดอริก้าก็ปรากฎตัวขึ้นมาแล้วโยนของอย่างนึงให้กับอุชิโอะ "เธอนะมีปัญหาเรื่องแรงGที่ได้รับสินะ พยามอย่าใช้ไอ้ระบบนั่นบ่อยๆ แล้วก็เอายาที่ให้ไปกินซะ"
"ยะ..ยานี้มัน..."อุชิโอะสงสัยขณะที่หยิบ เม็ดยาออกมาดูเฟอเดอร์ริก้าก็อธิบายว่า"ยาเม็ดสำหรับปรับสภาพร่างกายให้ทน แรงGนะแต่อย่าไปหวังพึ่งมันมากหรอก แค่ทำให้ไม่รู้สึกอ้วกเท่านั่นแหละ"
“ขะ ขอบคุณค่ะ” อุชิโอะตอบรับเฟอเดอริก้าก่อนจะส่งยาเม็ดนั่นเข้าปาก “ทีนี้เราคงไม่เป็นแบบตอนนั้นแล้วสินะ ไปกันเถอะค่ะ ลูน่าซัง”
--------------------------- “อ่อนแอจังเลยนะครับ...” เสียงชายลึกลับนามนาซัสพูดขึ้นกับตนเองในห้องบังคับของหุ่นยนต์สีดำที่มีปีกมารขนาดใหญ่คู่หนึ่งอยู่กลางหลังพลางมีไอความมืดแผ่ออกมาจากรอบตัว ซึ่งมันทำให้เหล่าหุ่นยนต์ในบริเวณนั้นถูกรบกวนเซนเซอร์เสียด้วย
“นี่มันตัวบ้าอะไร....” เกลแมนเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธแค้น ตัวเขาที่พอจบแผนนั่นแล้วมาบังคับหุ่นเพื่อทำลายราชินโยว์กลับไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้ ออร์คเกนของเขานั่นไม่สามารถควบคุมได้เลยเพราะระบบรวนไปหมด รวมถึงเครื่องอื่นๆที่มากับเขาเองก็เป็นเช่นเดียวกัน
“งั้นขอแนะนำให้รู้จักเลยละกันครับ นี่คือ เดสโทรเพีย....” นาซัสเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยันก่อนที่จะปรากฏดาบสีแดงดุจเลือดขึ้นมาในมือของเดสโทรเพียในทันที แถมไม่ใช้ดาบพลังงานด้วย “มาจินเคน...”
“ผมให้โอกาสพวกคุณหน่อยละกันนะครับ...” นาซัสเอ่ยขึ้นต่อก่อนที่ไอความมืดที่แผ่ออกมารอบตัวเดสโทรเพียจะจางหายไป ทำให้ความผิดปกติของระบบควบคุมที่เกิดกับหุ่นพวกนั้นหายไปเป็นปลิดทิ้ง “เข้ามา”
สิ้นเสียงชายหนุ่ม ดีฟอร์ลจาโปรน่าที่เป็นลูกทีมของเกลแมนยิงปืนใหญ่อนุภาคเข้าใส่เดสโทรเพียในทันที นาซัสหักเครื่องหลบก่อนที่หุ่นสีดำนั่นจะไปโผล่ข้างหลังผู้ยิงแล้วฟัดดาบเข้าใส่จนจาโปรน่าเครื่องนั้นขาดออกเป็นสองส่วนในดาบเดียว “ช้าไป”
“แก!!” เกลแมนตวาดลั่นก่อนที่จะบังคับออร์คเกนของเขาให้พุ่งเขาไปพร้อมกับลูกหน่วยก่อนยิงลำแสงออกไปจากหน้าอกของมัน พร้อมด้วยเหล่าทหารบอล์นที่ยิงสนับสนุน แต่นาซัสกลับสามารถหลบการโจมตทั้งหมดนั่นได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งแค่เอี้ยวตัวหลบด้วยซ้ำ เดสโทรเพียตวัดดาบในมือเข้าใส่หุ่นรบของบอล์นทีละเครื่องๆจนจำนวนลดลงเรื่อยและเหลือเพียงออร์คเกนของเกลแมนเครื่องเดียว โดยที่เดสโทรเพียไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!
“มีปัญญาทำได้เท่านี้เองสินะ...” นาซัสกล่าวดูถูกเกลแมน ก่อนที่เกลแมนจะเร่งเครื่องออร์คเกนหนีออกมา ทว่ากลับปรากฏร่างสีดำทมิฬของเดสโทรเพียมาขวางหน้าในทันที
“อะ..อา” เกลแมนร้องออกมาด้วยความกลัว นาซัสบังคับเดสโทรเพียให้ปล่อยไอความมืดออกมาอีกครั้งหนึ่งจนออร์คเกนขยับไม่ได้ ก่อนที่จะวาดดาบสีโลหิตในมือเข้าใส่มัน ดาบนั่นตัดชิ้นส่วนของออร์คเกนออกไปทีละชิ้นๆ จนกระทั่งเหลือแต่ลำตัว ก่อนที่เดสโทรเพียจะเงื้อดาบขึ้นอีกครั้ง แรงกดดันมหาศาลจากเดสโทรเพียทำให้เกลแมนรู้สึกหวาดผวา
"คุณรู้อะไรมั้ยครับ ที่จริงแล้วผมไม่สนใจว่าพวกคุณหรือเรนาร์ดจะทำอะไร แต่การที่ไม่มีใครยอมบอกผมถึงแผนการฆาตกรรมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพวกคุณแค่ต้องการใช้ผมเป็นตัวประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น ผมน่ะชื่นชอบการหลอกคนอื่น แต่เกลียดที่สุดเวลาที่มีใครคนอื่นมาหลอกผม" แววตาของนาซัสในยามนี้มีแต่ความโกรธเกรี้ยว
“ลินดา...” เกลแมนเรียกชื่อน้องสาวของตนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ดาบนั่นจะเสียบทะลุร่างของออร์คเกนและเขาไปพร้อมๆกัน พร้อมกับระเบิดออกมา นาซัสตวัดดาบนั่นออกมาก่อนที่จะหันไปรับดาบเปลวเพลิงที่พึ่งเข้ามาปะทะ “เจอตัวจนได้ นาซัส!!!!!”
หุ่นยนต์อีกเครื่องที่มีสีแดงสลับฟ้าและมีขนาดใก้ลเคียงกับเดสโทรเพียฟาดดาบเปลวเพลิงเข้าใส่อย่างแรงก่อนที่จะถูกดาบสีเลือดป้องปัดเอาไว้ หุ่นเครื่องนั้นถอยดาบออกมาก่อนใช้หมัดอีกข้างที่ว่างอยู่ชกเข้าใส่ทันที “ก็อด เดสทรอยเยอร์ พันช์!!!”
“เธออีกแล้ว ไลมุ...” นาซัสเรียกชื่อของเธอก่อนจะเอาดาบเข้ารับหมัดของหุ่นเครื่องนั้นจนเกิดแรงระเบิดขึ้นมาท่ามกลางความงุนงงของคนอื่นๆ ว่าหุ่นที่มีพลังระดับนี้มาจากไหนถึงสองเครื่องในเวลาเดียวกัน “ยาชาโอที่ใช้พลังได้แค่นี้น่ะ เอาชนะฉันไม่ได้หรอก!!”
----------------------- “มายะ ฉันจะใช้เฮมเมอร์ไลท์ ขออิซานากิกับซุซาโนโอะด้วย!!” ฮิคารุตระโกนบอกพาร์ทเนอร์ของตนก่อนจะบังคับเฟทเบรกเกอร์เข้าไปประกอบกับแครอนเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วบินออกมาอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏร่างเพรียวบางแต่มีช่วงขาขนาดใหญ่ ในมือถือปืนแกตลิ่งนามอิซานากิ ส่วนอีกข้างเป็นบีมแคนน่อนซุซาโนโอะที่ติดอยู่กับโล่ที่มีคีมติดตั้งอยู่พร้อมเสียงของหญิงสาวที่แว่วขึ้นมา “ฉันชื่อมายาค่ะ!!!”
ฮิคารุบังคับเฮมเมอร์ไลท์หลบหมัดของออร์คเกนที่ถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับพุ่งเข้าหาเป้าหมายตรงหน้า ก่อนใช้ซุซาโนโอะที่ติดอยู่กับชิลด์คลอว์ฟันเข้าใส่แทนดาบคลื่นความถี่สูงจนแขนของออร์คเกนตัวนั้นขาดไปหนึ่งข้างแล้วตวัดอิซานากิในอีกมือเข้าที่คอกพิตของมันแล้วระดมยิงใส่จนออร์คเกนนั่นพรุนพร้อมกับที่เฮมเมอร์ไลท์พุ่งทะยานออกมาจากแรงระเบิดพร้อมเสียงเอ่ยราบเรียบของฮิคารุ “ช้า...”
จาโปรน่าสองเครื่องบุกเข้าใส่เฮมเมอร์ไลท์โดยเครื่องหนึ่งคือดีฟอร์ลจาโปรน่ายิงปืนใหญ่อนุภาคมาจากระยะไกล ส่วนอีกเครื่องที่เป็นเครื่องปกติใช้บีมไรเฟิลยิงจู่โจมพร้อมรุกเข้ามา
“ง่ายไป” ทหารรับจ้างหนุ่มแห่งแบล็คเซอเบอรัสบังคับให้เครื่องคู่ชีพของตนหักหลบลำแสงอนุภาคก่อนยิงมิสไซล์ออกไปจากมิสไซล์พ็อดที่ไหล่ แล้วเว้นช่วงก่อนยิงยิงบีมแคนน่อนซุซาโนโอะใส่ดีฟอร์ลจาโปรน่าพร้อมยิงคีมติดโล่ออกไปที่จาโปรน่าอีกเครื่องแล้วกระชากเข้ามากระซวกด้วยซุซาโนโอะ ส่วนดีฟอร์ลจาโปรน่านั้นเคลื่อนตัวหลบมิสไซล์ได้ก่อนโดนลำแสงจากบีมแคนน่อนเข้าอย่างจัง ทันใดนั้นเรดาร์ของเฮมเมอร์ไลท์พลันจับสัญญาณศัตรูได้อีกกลุ่ม “มายะ ซัพพอร์ตด้วย อย่าให้นายจ้างของเราผิดหวังล่ะ คุ้มกันราชินโยว์เอาไว้ให้ได้”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันชื่อมายา!!!” มายะ..... มายาตระโกนบอกฮิคารุแต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์..... แครอนเคลื่อนตัวเข้ามาระยะหนึ่งก่อนยิงซับบีมกันเข้าเพื่อจู่โจมศัตรู โดยมีราชินโยว์ลอยลำอยู่ด้านหลัง
----------------------- อีกฟากหนึ่งของรินโยว์.....
“ยานี่ได้ผลจริงๆแฮะ...” อุชิโอะพูดขึ้นระหว่างที่ควบคุมให้อาร์คสไตรค์เกอร์ของตนยิงบีมไรเฟิลเข้าใส่ไนท์คลาวด์ซึ่งเป็นหุ่นของกลุ่มสลัดอวกาศ “ว่าแต่ ทำไมพวกนี้ถึงมากับบอล์นล่ะคะ”
“บางทีพวกมันคงมีผลประโยชน์ร่วมกันน่ะค่ะ พวกบอล์นนี่มันแย่จริงๆ” ลูน่าพูดพลางบังคับL-ASชกเข้าใส่ไนท์คลาวด์พร้อมกับแอสซอลท์จาโปรน่าที่พุ่งเข้ามาพร้อมบีมเบลดในมือ หมัดของL-ASพุ่งตรงเข้าที่ลำตัวของมันก่อนจะดีดส่วนที่เป็นมีดคาตาร์ขึ้นมาแล้วฟันซ้ำลงไป ส่วนด้านหลังของเธอมีอิกเชี่ยนกำลังกระหน่ำหมัดใส่ศัตรูอีกฟากอยู่ “เธอน่ะ ไม่เลวนี่นา”
“ฟาลินก็เก่งเหมือนกันน๊า เอาล่ะค่า~ ฟาลิน บีมมมมมมมม(มุ)!?” ฟาลินร้องออกมาก่อนจะเล็งไปที่ศัตรูเครื่องหนึ่งที่หันปืนเข้าใส่อุชิโอะจากด้านหลังแล้วลั่นไกสังหารออกไปอย่างแม่นยำราวจับวาง กระสุนแสงจากปืนของลองแลนซ์พุ่งเข้าทะลวงไนท์คลาวด์เครื่องนั้นที่ยังไม่ทันแม้แต่จะลั่นไกจนทะลุออกทางด้านหลังไปโดนอีกสองเครื่องจนตายตกตามไปกัน “เย้ ทริปเปิ้ล คิล!!!”
ลูซิเฟอร์บังคับเจ้าแห่งสายฟ้าให้พุ่งเข้าจู่โจมศัตรูอย่างรุนแรง หมัดและเท้าของมันประเคนเข้าใส่เหล่าหุ่นรบของทั้งบอล์นและสลัดอวกาศด้วยความว่องไวก่อนจะเกิดสายฟ้าออกมาเป็นกรงขังพวกมันแล้วช๊อตศัตรูที่อยู่ข้างในอย่างแรง “โค๊ดซไวร์ พาราไดส์ ลอสต์!!!!!!!!”
สิ้นเสียงคำรามก้อง เหล่าศัตรูในกรงขังพลันระเบิดออกจนสิ้นก่อนที่จะปรากฏร่างของออร์คเกนที่พุ่งเข้าใส่จากอีกฟาก ทว่ามันกลับถูกซัดกระเด็นออกไปด้วยวูล์ฟแฟงค์ของL-AS “ศัตรูมากันเรื่อยๆ อย่าเปิดช่องว่างนะคะ!”
ไม่ทันสิ้นคำ ไนท์คลาวด์เครื่องหนึ่งพลันพุ่งเข้าหาลูน่าทว่ากลับถูกชกจนกระเด็นออกไปเช่นกัน ทว่าด้วยหมัดของอิกเชี่ยน “เธอเองก็ด้วย”
ลูน่าและลูซิเฟอร์บังคับจักรกลคู่ใจจู่โจมเข้าใส่ศัตรูที่รุกเข้ามาด้วยหมัดและเท้า ส่วนพวกที่คอยยิงจากวงนอกถูกอุชิโอะและฟาลินคอยยิงสกัดให้ ส่วนจากข้างหลังนั่นมีฮาเซลเซน่อนที่อยู่เคียงข้างราชินโยว์คอยสนับสนุนอีกต่อ ทำให้เหล่าศัตรูที่มุ่งหวังจะโจมตีพวกเขาทั้งสามไม่สามารถทำอะไรได้เลย ก่อนที่ลูซิเฟอร์จะหันไปเห็นหุ่นเครื่องหนึ่ง.... หุ่นรบที่มีหญิงสาวที่เขายอมรับในฝีมือบังคับอยู่ เลกิวออส พอดีกับที่อุชิโอะเองก็เห็นเครื่องของสลัดอวกาศ วาลชูเคอร์ทั้งสองเครื่องเช่นกัน ก่อนที่หน้าจอของอาร์คสไตรเกอร์พลันปรากฏข้อความขึ้นมา
A.L.I.C.E. System Active.......
------------------------------- “เกะกะ เกะกะ ตรงนี้เทพวีจะจัดการเอง!!” วีตะโกนลั่นออกมาก่อนที่ป้องจะบังคับกันทริกเกอร์ให้พุ่งเข้าฮุคหมัดซ้ายใส่ออร์คเกนก่อนที่จะซ้ำด้วยอัปเปอร์คัตขวาแล้ววีก็ทำการกดปุ่มลงบนคันบังคับหน้าตาเหมือนจอยสติ๊กของตนก่อนตระโกนชื่อท่า “หมัดอรหันต์ ปืนใหญ่สะท้านฟ้า!!!”
กระสุนแสงพุ่งออกจากปืนที่มือขวาอัดเข้าใส่ร่างของศัตรูจนกระจุยพร้อมๆกับเสียงแย้งของป้อง “มันชื่อซีโร่เรนจ์ บัสเตอร์ เอ็น ช็อตโว้ยยย”
เอลฮาวล์ไม่สนใจคำพูดของเกรียนวีแต่อย่างใด... เขาบังคับให้เนวาน่าวิ่งกึ่งคลานหลบการโจมตีได้อย่างหมดจดก่อนกระโจนขึ้นไปหาศัตรูที่ลอยอยู่พลางยื่นมือคว้ากระสุนปืนของมันแล้วโยนทิ้งออกไปอย่างง่ายดายพร้อมๆกับที่เนวาน่าเข้าถึงร่างของเคลจาโปรแล้วใช้มือทั้งสองจับร่างของมันไว้พร้อมกับฉีกกระชากออกเป็นสองส่วนแล้วโยนทิ้งลงมา ซากของมันหล่นไประเบิดข้างๆกันทริกเกอร์จนวีต้องแหกปากออกมา “ทำบ้าอะไรของเอ็งฟระ โยนซากลงมาหวังลอบโจมตีมหาเมพผู้นี้ทางอ้อมเรอะ ทำอะไรไม่ได้หรอก”
“เกิดโดนแค่แรงระเบิดแล้วเป็นอะไรไปขึ้นมาความน่าเชื่อถือในตัวบริษัทก็ลดลง... หุ้นก็ตกน่ะสิ....” ป้องบ่นอุบโดยมีหญิงคอยเบรกให้ทั้งคู่ตั้งใจกับการรบให้มากกว่านี้อยู่เรื่อยๆ ทันใดนั้นกันทริกเกอร์พลันยิงโล่ในมือซ้ายออไป แต่พลาดเป้าไปซะลิบ...... “โด่....แน่จริงอย่าหลบดิวะ!!!”
“ก็ยิงให้โดนเซ่ไอ้หนู...” เอลฮาวล์บ่นชึ้นมาพร้มบังคับให้เนวาน่าเตะโล่ของกันทริกเกอร์กลับไปโดนศัตรูจนกระเด็น จากนั้นวีก็ใช้ปืนที่มือขวาของกันทริกเกอร์ยิงเข้าใส่ศัตรูที่เสียจังหวะอยู่จนระเบิด “ไม่ใช่เรื่องที่ตูต้องยิงให้โดน แต่มันห้ามหลบเฟ้ยย”
ไม่ทันที่กันทริกเกอร์จะทำอะไรต่อ ลำแสงขนาดใหญ่สองเส้นพุ่งผ่านร่างของมันไปโดยมีกันทริกเกอร์ยืนอยู่ตรงกลางลำแสงสองสายนั่น ลำแสงนั่นถากผิวของกันทริกเกอร์ไป พร้อมกับเหล่าจาโปรน่าที่ระเบิดออกไปอีกกลุ่ม แล้ววีก็ตะโกนออกมา “อะไรวะนั่นนน”
“หมดหนี้แล้วนะครับ...” ลูคัสพูดเบาๆโดยที่ออร์เฟอุสหันปืนใหญ่ติดโล่มาทางกันทริกเกอร์ ปากกระบอกปืนมีร่องรอยการยิงใหม่ๆอยู่ “นี่จะทำอะไรของแกฟระ ไอ้สี่ตาหน้าแต๋ว!!! แล้วก็ไอ้พวกนั้นเทพๆอย่างนี้จัดการเองได้อยู่แล้วโว้ยย”
ไนท์คลาวด์ของสลัดอวกาศเครื่องหนึ่งรุกเข้ามา ลูคัสเล็งปากกระบอกปืนใหญ่ไปทางมัน ทว่ากลับยิงไม่ได้เมื่อกันทริกเกอร์ของวีบังมุมยิงอยู่ วีที่หาเรื่องลูคัสอยู่กำลังจะบอกให้ป้องบังคับหุ่นหันกลับไปโจมตี แต่ทว่าศัตรูที่เข้ามากลับถูกเนวาน่าปักมีดเข้าที่หน้าอกก่อนวาดมีดลงมาจนถึงขาแล้วระเบิดออก “ตัวนี้ฉันขอละกันนะ...”
“อย่ามาแย่งเหยื่อเทพวีนะเว้ยยยย ไอ้นูบที่มีแต่มีดเล่มเดียวเอ้ยยย”
--------------------------------------- เสียงดาบโลหะฟาดฟันโลหะดังขึ้นเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ไวท์เอสคอร์ต ไนท์พาลาดิน และเอ็กซ์เชวาเลียร์กำลังไล่ฟาดฟันดาบเข้าใส่เหล่าศัตรู พวกที่หวังจะหลบออกไปจู่โจมจากระยะไกลกลับถูกโกลด์ซาเวียร์ของคาลิสยิงกระสุนติดสติงเกอร์ชู๊ตเลี้ยวไล่ติดตามจนไม่สามารถโจมตีได้ ส่วนที่เหลือนั้นถูกมิเกล อัลบา และโดโรธีคอยกำจัดไปเรื่อยๆ
“ทำไมพวกมันเยอะจังวะ!!!” มิเกลตระโกนออกมาพลางบังคับเชวาเลียร์ไฮโมบิลิตี้คัสตอมบินโฉบเฉี่ยวเหล่าศัตรูตรงหน้าจนเสียจังหวะก่อนจะให้อัลบายิงโจมตีซ้ำเข้าไปเพื่อปลิชีพ
“พวกที่คิดร้ายต่อฝ่าบาท ตายเสียเถอะ!!” ลีลีย์ตระโกนออกมาก่อนที่แรคน่าจะสั่งให้คัตเตอร์เฟมิล่าทั้งหมดออกไปจากตัวไวท์เอสคอร์ต พวกมันพุ่งเข้าเชือดเฉือนเหล่าศัตรู ทันใดนั้นพลาสติน่าแคนน่อนที่แพนปีกของไวท์เอสคอร์ตพลันหันไปข้างหน้าพร้อมเสียงของแรคน่า “ไลท์นิ่ง สตรอม”
ลำแสงจำนวนมากถูกสาดออกไปเบื้องหน้าของไวท์เอสคอร์ต ลำแสงเหล่านี้พุ่งอย่างไม่มีทิศทาง ทว่าเครื่องที่โดนก็ระเบิดออกในทันที เหล่าศัตรูจำนวนมากถูกทั้งคัตเตอร์เฟมิล่า สติงเกอร์ชู้ต รวมถึงไลท์นิ่งสตรอมทำลายในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนพวกที่รอดมาได้นั้น.....
“พาลาดิน สแลช!!!” โรจิสตะโกนขึ้นมาก่อนที่ไนท์พาลาดินจะพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนแล้วฟาดดาบลงมาอย่างแรงจนออร์คเกนตัวหนึ่งขาดครึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่ง..
“พลาสม่า เรเดียส!!!!” เอ็กซ์กู่ร้องออกมา ทันใดนั้นบีมที่มาบีบอัดอยู่ที่ตัวดาบจนกลายเป็นดาบยาวก่อนจะฟันเป็นแนวนอนโดยไม่ต้องพุ่งเข้าหา ดาบยาวนั่นกวาดจาโปรน่ากับไนท์คลาวด์ไปได้จำนวนหนึ่ง
“นี่ถ้าไม่ได้อุปกรณ์สื่อสารนี่มาคงประสานงานกันไม่ดีขนาดนี้สินะครับ” คาริสเอ่ยออกมาเบาๆโดยมีอุปกรณ์สื่อสารที่เฟเดอริก้าให้เอาไว้อยู่ในมือ
---------------------- ทางด้านของพวกไกด์ ชายหนุ่มบังคับโซลน่อนเซเวียร์เข้าปะทะกับยานบินสีดำอยู่โดยมีฟิริน่าบังคับฟาเรนชูไวส์คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง
“พวกเธอก็เป็นคนของบอล์นรึไงกัน!” ไกด์ร้องออกมาก่อนบังคับโซลน่อนเซเวียร์ให้หลบมิสไซล์ของยานรบสีดำนั่นก่อนจะประกอบอาร์คคาลิเบอร์ในมือทั้งสองให้เป็นดาบใหญ่นามแกรนด์คาลิเบอร์แล้วฟันเข้าใส่ยานลำนั้น ทว่าเมื่อฟันลงไปยานลำนั้นกลับหายไปแล้ว
“วาร์ปงั้นรึ!” ไกด์เอ่ยขึ้นก่อนชักดาบกลับมา ยานสีดำนั่นพุ่งออกมาจากประตูมิติอีกทางแล้วปล่อยบิทรูปแบบพลังงานออกมาโจมตีใส่เขา แต่โซลน่อนเซเวียร์ก็เปิดไดเมนชั่นบาเรียมาป้องกันเอาไว้ได้ ส่วนฟิริน่าพยายามยิงทำลายบิทนั่นแต่ก็ไม่สามารถทำลายได้ทั้งหมด ก่อนที่ยานลำนั้นจะติดต่อเข้ามา “ยังมุทะลุเหมือนเดิมนะคะ ครั้งนี้ถ้าชนะพวกเราได้จะบอกเรื่องพ่อแม่ของพวกเธอละกัน แต่ต้องชนะให้ได้นะ”
“พวกคุณเป็นใครกันแน่คะ” ฟิริน่าเอ่ยขึ้นก่อนที่ฟาเรนชูไวส์จะปล่อยอเล็กซ์นิฟินออกไปเพื่อจัดการกับบิทที่เหลือส่วนตัวฟาเรนชูไวส์เองนั้นรับไดเมนชั่นไรเฟิลจากยานสนับสนุนซุพิเรียแล้วยิงจู่โจมยานลำนั้น โดยคราวนี้ผู้ที่ติดต่อกลับมากลับเป็นเสียงของหญิงสาวอีกคน “ที่แน่ๆ พวกเราไม่ใช่บอล์น แต่ก็ไม่ใช่พวกของคุณค่ะ”
บิทของทั้งสองบินไล่กวดยิงกันอย่างรวดเร็ว โซลน่อนเซเวียร์แยกแกรนด์คาลิเบอร์เป็นอาร์คคาลิเบอร์อีกครั้ง โดยในมือขวาในรูปแบบดาบ ส่วนมือซ้ายเป็นรูปแบบปืน พร้อมกับเร่งเครื่องเข้ายานดีไวน์วิงค์ลำนั้นควบคู่กับการยิงจู่โจมใส่และเงื้อดาบเตรียมโจมตีซ้ำ ทั้งคู่วาร์ปผ่านประตูมิติปะทะกันไปมาพร้อมแสงสีรุ้งที่กระจายออกไปทั่วทั้งบริเวณ
---------------------------- “รัตน์!!!”
“อังเรย์!!!”
อาคาน่าซาก้าและฟอจาน่าพุ่งเข้าประชิดกันก่อนแยกจากกันแล้วพุ่งเข้าปะทะกันอีกรอบ อาคาน่าฟัลชิอ้อนและบีมเบลดปะทะกันหลายต่อหลายครั้ง อาคาน่าฟัลชิอ้อนของอาคาน่าถูกบีมเบลดป้องเอาไว้ก่อนปัดออกมา อังเรย์บังคับให้ฟอจาน่าตวัดบีมเบลดอีกด้านเข้าใส่อาคาน่าซาก้าแต่ถูกฝ่ามือของซาก้าที่ใช้อาคาน่าฟิงเกอร์รับเอาไว้ได้ก่อนผละออกจากกัน อาคาน่าซาก้ารัวปืนแกตลิ่งหกลำกล้องที่แขนของตนเข้าใส่แต่ถูกฟอจาน่าที่ใช้บีมเบลดสองปลายมาควงสกัดไว้ได้แล้วใช้บีมไรเฟิลในอีกมือยิงสวนออกไปแต่รัตน์ก็บังคับหลบได้หมด
“รุ่นพี่!” โคกิตระโกนเรียกรัตน์พร้อมบังคับอาคาน่าเลเจนด์ให้ใช้บีมไรเฟิลที่ปลายหอกอาคาน่าสเปียร์ช่วยยิงเข้าใส่ฟอจาน่าของอังเรย์แต่ทว่าฟอจาน่าเครื่องนั้นสามารถหักหลบได้ทั้งหมดก่อนที่มืออีกข้างจะใช้บีมไรเฟิลยิงสวนไปถูกขาของอาคาน่าเลเจนด์ข้างหนึ่งจนระเบิดออก ส่วนอาคาน่าเครื่องอื่นๆนั้นกำลังคุ้มกันบลูกาแลคเซียแองเจลและเรดกาแลคเซียแองเจลอยู่
“โคกิ!!” ชิเอลร้องขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงทว่าไม่สามารถช่วยอะไรได้เมื่อต้องหันกลับไปรับมือกับศัตรูที่มากันเรื่อยๆเพื่อคุ้มกันเรดกาแลคเซีย อาคาน่าเทลทำการปล่อยไซคิกบิททั้งหกออกไปจากแบ็คแพ็คที่หลังแล้วใช้เกรเนดลันเชอร์ที่ส่วนปลายกระบอกของบีมไรเฟิลออกไปใส่ศัตรูของตน
“ฉันจะฆ่าพวกแก!!!! รัตน์!! โคกิ!!” อังเรย์ตะโกนออกมาก่อนบังคับให้ฟอจาน่าของตนพุ่งเข้ากวาดบีมเบลดใส่อาคาน่าเลเจนด์ที่พึ่งโดนยิงไปทว่ากลับถูกอาคาน่าซาก้าออกมาสกัดเอาไว้จนต้องผละออกมาก่อนที่รัตน์จะใช้อาคาน่าบลาสยิงกลับมาถูกแขนของฟอจาน่าหายไปข้างหนึ่ง
“อังเรย์... คุณอาไซตายแล้ว... เพราะพวกบอล์นนั่นล่ะ!” รัตน์คำรามออกมา ทันใดนั้นซาก้าพลันเร่งเครื่องเข้าใส่ฟอจาน่าก่อนจะปะทะกันอีกครั้งหนึ่ง “เขาเองเข้าใจทุกอย่างแล้ว นายน่ะเลิกบ้าซักที!”
“ใครมันจะไปเชื่อคนอย่างนายรัตน์! อย่ามาโกหกกันหน้าด้านๆ อย่างคุณอาไซไม่มีวันยกโทษให้แกหรอก!!” อังเรย์ตะโกนด้วยความโกรธแค้นก่อนบังคับให้ฟอจาน่าแขนเดียวของตนพุ่งเข้าใส่อาคาน่าซาก้าอีกครั้ง
“ตายซะ รัตน์!!”
---------------------
ยังไม่หมดครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2009, 02:09:05 PM โดย Black Overman XAN »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Replikia
|
 |
« ตอบ #38 เมื่อ: กันยายน 20, 2009, 02:20:38 PM » |
|
Episode 5 -Begin The Star Chronicle- (ต่อ)
---------------------------------- “ชื่อของฉันคืออลิซ เป็นระบบปกป้องไพล็อตของอาร์คสไตรเกอร์ค่ะ” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาหลังจากมีสัญญาณแจ้งการทำงานของอลิซซิสเต็มของอาร์คสไตรเกอร์ไปแล้ว “ฉันจะทำการช่วยเหลือการควบคุมของอาร์คได้ในกรณีที่นักบินไม่สามารถต่อสู้ได้เอง รวมถึงรักษาความปลอดภัยของคุณค่ะ”
“จะอะไรก็ช่างมันก่อน ตอนนี้ขอร้องล่ะ ช่วยหนูสู้กับพวกนี้ด้วย!” อุชิโอะพูดขึ้นมาพร้อมกับแสงสีแดงที่ฉายออกมาจากดวงตาของอาร์คสไตรเกอร์พร้อมกับหน้าจอมอนิเตอร์ที่กลายเป็นสีแดง แล้วขึ้นคำว่า A.L.I.C.E. เต็มไปหมด อาร์คสไตรเกอร์ทำการหักหลบลำแสงจากบีมแคนน่อนของเซนทอร์ที่อยู่ในมือของวาลชูเคอร์ เอโกนิกซ์อย่างรวดเร็วก่อนยิงบีมไรเฟิลสวนกลับไป โดยที่มีลูคัสที่แยกตัวออกมาจากฟากของเอลฮาวล์คอยช่วยเหลือ
“นี่มัน แบบเมื่อวันนั้นงั้นหรือ” มิโอะพูดขึ้นมาก่อนที่จะเห็นอีฟพุ่งเข้าใส่อาร์คสไตรเกอร์ในทันทีพร้อมง้างเคียวบีมขนาดใหญ่ในมือเตรียมจู่โจมซ้ำสอง เซนทอร์ของวาลชูเคอร์ ไอออนิกซ์พุ่งผ่านร่างของอาร์คสไตรเกอร์ไป ทว่าอาร์คกลับฉากหลบเคลื่อนตัวออกมาอยู่ทางด้านหลังของมันพร้อมจ่อบีมไรเฟิลเข้าที่กลางหลังของวาลชูเคอร์ ไอออนิกซ์ แต่ยังไม่ทันจะลั่นไกก็ต้องพุ่งตัวหลบกระสุนของวาลชูเคอร์อีกเครื่องเสียก่อน “อีฟ!!”
“คู่ต่อสู้ของคุณคือฉัน.. สไนเปอร์คนนั้น ช่วยยิงหนุนด้วยค่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นก่อนบังคับL-ASรุกเข้าใส่วาลชูเคอร์เอโกนิกซ์ของมิโอะก่อนชะพุ่งหมัดขวาออกไป วาลชูเคอร์เครื่องนั้นหักหลบออกมาก่อนจะยิงสวนกลับไปทว่ากลับโดนอีกหมัดเข้าอย่างจังตามด้วยลูกเตะอีกครั้ง “หมัดหลอกงั้นรึ!”
เครื่องของมิโอะที่กระเด็นออกมานั้นพลันถูกยิงเข้าอีกรอบโดยฝีมือของฟาลินแต่ไม่เป็นไรมากเนื่องจากไหวตัวทัน เธอมองหากลับไม่พบผู้ที่ทำการยิงเมื่อครู่นี้ “ซุ่มอยู่ตรงไหนกันนะ”
--------------------------------------------- กลับมาที่อีกฟาก อิกเชี่ยนของลูซิเฟอกำลังชกแลกหมัดกับเลกิวออสของเรย์กิวอยู่อย่างดูเดือดโดยที่คนอื่นไม่สามารถแทรกเข้าไปได้เลยแม้แต่น้อย “ฉันขอถามอีกครั้ง ทำไมคนอย่างเธอถึงไปอยู่กับบอล์นล่ะ! แล้วเรื่องจิตใจที่เธอบอกว่าลืมไปหมดแล้วนั่นมันอะไรกัน!”
“มันไม่ใช่เรื่องของนาย...” เรย์กิวเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นก่อนที่เรย์กิวออสจะใช้กระบวนท่าบาคุเน็ตสุเคนโดยการโจมตีต่อเนื่องใส่อิกเชี่ยนก่อนซ้ำด้วยหมัดคู่จนกระเด็นออกไป ลูซิเฟอร์กัดฟันกรอดก่อนจะพุ่งกลับเข้าไปแล้วใช้มือกดส่วนอกของเลกิวออสลงกับพื้นดวงจันทร์แล้วไถไปพร้อมกับสายฟ้าฟาดที่กระหน่ำลงมา “ไกอา ฟอร์ซ!!!”
เรย์กิวควบคุมให้เลกิวออสใช้ขาเตะเข้าใส่ลำตัวของอิกเชี่ยนจนกระบวนท่านั้นถูกขัดจังหวะ ทั้งคู่ผละออกจากกันก่อนยืนประจันหน้าพร้อมตั้งท่าเตรียมโจมตีชุดต่อไป “ดูท่าจะพูดกันไม่รู้เรื่องสินะ!”
การสู้รบดำเนินต่อไปเรื่อยๆอย่างรุนแรง ถึงแม้เหล่ากองกำลังร่วมจะมีฝีมือต่อคนสูงกว่า แต่ทว่าฝีมืออย่างเดียวกลับไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินทุกอย่างได้ ในเมื่อศัตรูนั้นมีทั้งบอล์นและสลัดอวกาศจำนวนมาก การต่อสู้นี้จึงมีความกดดันเพิ่มมากขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่ง.... -----------------------
ตี้ด ตี้ด
“ฮึ... มากันเร็วจริงนะ งั้นวันนี้พอแค่นี้ละกัน เราคงได้เจอกันอีก....ไลมุ” อยู่เฉยๆนาซัสที่เห็นสัญญาณแจ้งเตือนถึงอะไรบางอย่างในห้องบังคับของตนดังขึ้นมาก็เอ่ยด้วยเสียงเยือกเย็นพร้อมกับบังคับให้เดสโทรเพียผละออกมาจากยาชาโอก่อนพูดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง “เอ้านี่ ของขวัญก่อนลา.... กราวิตี้ บลาสเตอร์.....”
คลื่นแรงโน้มถ่วงขนาดใหญ่กระจายไปทั่วสนามรบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะบอล์นหรือกองกำลังร่วมต่างโดนการโจมตีนั่นเข้าไปจนสิ้น รวมถึงราชินโยว์ที่เกิดการระเบิดอย่างแรงที่บริเวณกราบเรือด้วย
“ราชินโยว์!!!” ฮิคารุตระโกนขึ้นมาทันทีที่เห็นการระเบิดนั่น ในฐานะทหารรับจ้างที่ถูกจ้างให้มาทำหน้าที่คุ้มกันนั้น การปล่อยให้สิ่งที่ต้องคุ้มกันเป็นอไรไปถือว่าให้อภัยไม่ได้
“อั่ค อ้ากก” วีร้องออกมาพร้อมกับกันทริกเกอร์ที่โดนแรงกระแทกนั่นจนกระเด็นก่อนจะตามด้วยเสียงตะโกนของป้องกับหญิง “วี/คุณวี!!”
“อุ้บ....” ลูคัสส่งเสียงออกมาพร้อมกับร่างของออร์เฟอุสที่ทรุดลงไปอย่างแรงเพราะน้ำหนักตัวพร้อมเสียงเรียกของลูน่าและอุชิโอะ “คุณลูคัส/ลูคัสซัง!!!”
“อุ... พลังนี่มัน” คาริสเอ่ยขึ้นมาเบาๆ โกลด์ซาเวียร์ที่โดนคลื่นนี้เข้าไปถึงกับขยับเครื่องแทบไม่ได้ “ฝ่าบาทเพคะ!!!/คุณคะ!!!”
“ว้ายยย” อาคาน่าโรมานซ์ของโมโมะที่โดนเข้าไปล้มลงบนกราบเรือของบลูกาแลคเซียแองเจล ส่วนตัวยานเองก็สกระเทือนอย่างแรงไม่แพ้กัน คนที่เหลือถึงกับตะโกนเรียกเธออย่างพร้อมเพรียง “โมโมะ/รุ่นพี่!!”
“แกร่ง...” ลูซิเฟอร์ที่กำลังปะทะกับเรย์กิวอยู่เอ่ยขึ้นมา ทั้งคู่ในตอนนี้ล้มลงกับพื้นดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อย
“ว่าแล้วทำไมสังหรณ์ใจแปลกๆ..” เอลฮาวล์พูดขึ้นมาเบาๆกับตัวเอง “ลางสังหรณ์ฉันนี่ตรงจริงๆ”
“อะไรกัน...” เอ็กซ์พูดขึ้นก่อนที่ร่างของเอ็กซ์เชวาเลียร์จะหยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมเสียงเรียกอย่างพร้อมเพรียงของเหล่าลูกหน่วย “หัวหน้า!!!”
“นาซัส!!” ไลมุตะโกนอย่างโกรธแค้นใส่ชายที่อยู่เบื้องหน้า ร่างของเดสโทรเพียที่ลอยอยู่เหนือยาชาโอไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่นิดเดียว ไลมุพยายามบังคับให้ยาชาโอลุกขึ้นมาทว่า นาซัสเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนบังคับให้เดสโทรเพียบินหนีจากไป รวมถึงคลื่นแรงโน้มถ่วงจากการจู่โจมครั้งนั้นก็ค่อยๆเบาลง ไลมุที่กลับมาบังคับยาชาโอได้ดังเดิมกลับพลาดจากนาซัสไปเสียแล้ว... ส่วนสถานการณ์ที่ปั่นป่วนเมื่อครู่พลันกลับเป็นปกติ และแล้วกองกำลังร่วมทำการรบกับบอล์นต่อไป...
----------------------- “คุณฮิคารุคะ เรดาร์ของแครอน ตรวจจับสัญญาณประหลาดได้ค่ะ” มายะ...เอ้ย มายาแจ้งฮิคารุที่กำลังรบกับศัตรูอยู่ด้านนอกพลางคุ้มกันราชินโยว์อยู่ “มายะ ทางนี้ก็จับได้เหมือนกัน... คงเป็นเพราะนาวิเกเตอร์ที่ติดตั้งเข้าไป... ไอ้การโจมตีเมื่อกี๊ก็ทีนึงแล้ว ยังมีจะอะไรอีกรึไงนะ... จับสัญญาณได้จากความว่างเปล่าแบบนี้น่ะ”
“มากันตอนนี้เลยรึ ดาเรน...” วอเรฟมองหน้าจอมอนิเตอร์ต่างๆของราชินโยว์อยู่ครู่หนึ่ง มีตัวหนังสือแสดงข้อความ “สัญญาณข้ามมิติ ประเภทของศัตรู ดาเรนระดับต่ำ” แสดงอยู่ ศาสตราจารย์เปิดช่อสัญญาณสื่อสารทั้งหมด “ทุกคน รวมถึงบอล์นด้วย ตอนนี้เราขอความร่วมมือก่อน ดาเรนกำลังจะมาแล้ว!!”
“ว่าไงนะ!” รัตน์ตระโกนออกมา ตอนนี้เขากลับมาบังคับอาคาน่าซาก้าสู้กับอังเรย์ต่อได้แล้ว ชายหนุ่มตัดสินใจคุยกับฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง “อังเรย์ นี่ไม่ใช่เวลามาทำแบบนี้แล้วนะ!!”
“ใครมันจะไปยอมร่วมมือกับแกกันเล่า!!” อังเรย์ตะโกนก่อนใช้ขาของฟอจาน่าเตะใส่อาคาน่าซาก้าจนกระเด็นออกไปพร้อมกับสัญญาณแจ้งเตือนที่ดังขึ้นมา “ฮึ ถอยทัพงั้นรึ”
สิ้นคำพูด ฟอจาน่าของอังเรย์ก็พุ่งถอยหลงออกไปพร้อมกับกองทัพบอล์นที่เหลือ ส่วนสลัดอวกาศเองก็ถอยทัพกลับไปด้วยเช่นเดียวกัน รัตน์ไม่บังคับเครื่องไล่ตามไป รวมถึงปรามโคกิที่ทำท่าจะตามเอาไว้ด้วยเช่นกัน
"ช่างอ่อนแอ ห่างไกลกับโซลในตอนนั้นจริง" นักบินของยานลำนั้นติดต่อขึ้นมาเมื่อเห็นโซลน่อนเซเวียร์ของไกด์ไม่สามารถเอาชนะดีไว์วิงค์ของตนได้แถมดูเหมือนจะเป็นฝ่ายแพ้ด้วยซ้ำ ไกด์กับฟิริน่าได้แต่สงสัยจนต้องเอ่ยถามขึ้น “หมายความว่าไง โซลเองก็พึ่งสร้างเสร็จไม่ใช่รึไงกัน”
“เรื่องนั้นพวกฉันคงยังไม่บอกหรอกค่ะ” หญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นแทนก่อนที่ดีไวน์วิงค์จะเปิดเกทออกแล้วบินเข้าไป ไกด์บังคับให้โซลตามไปแต่ไม่ทันการ เกทกลับถูกปิดลงเสียก่อน “หยุดนะ!”
“บ้าเอ้ยย” ไกด์นิ่งมองการจากไปของยานรบปริศนาอยู่ชั่วครู่ก่อนทุบลงบนแผงคอนโซลของโซลน่อนเซเวียร์อย่างแรง แม้แต่คราวนี้เขาเองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอาชนะยานรบลำนั้นได้แม้แต่น้อย “อุตส่าห์ได้เจออีกรอบแท้ๆ.... แต่เรากลับไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย...”
“ไกด์......”
“พวกนี้นี่ไม่คิดจะช่วยกันบ้างรึไงนะ” อุชิโอะบ่นอุบออกมา ดวงตาของอาร์คสไตรเกอร์กลับเป็นสีเหลืองดังเดิมโดยมีL-ASยืนอยู่ข้างๆ “อย่าไปหวังอะไรกับพวกบอล์นเลยค่ะ.....”
“ไอ้เมื่อกี๊มันอะไรกัน....” ลูคัสเอ่ยขึ้นระหว่างที่ดึงคีย์บอร์ดออกมาตรวจสอบข้อมูลบางอย่าง ดูเหมือนการโจมตีเมื่อครู่จะเป็นคลื่นแรงโน้มถ่วงจริงๆ แต่หุ่นยนต์ในโลกนี้ทำแบบนั้นได้ด้วยรึไง.
“ใครบังอาญตุ๋ยเทพวีวะ!” วีเกรียนออกมาโดยไม่สนใจสภาพรอบข้าง... กันทริกเกอร์เองก็เคลื่อนที่กลับมาอยู่ข้างราชินโยว์พร้อมกับเนวาน่าของเอลฮาวล์ ตามด้วยคนอื่นๆที่แยกกันออกไปรบ
“คุณที่ขับหุ่นสีแดงฟ้าคนนั้น ช่วยแจ้งสังกัดมาด้วยค่ะ” ไลล่าเปิดสัญญาณติดต่อเข้าหายาชาโอที่ลอยตัวอยู่โดยมีมามิยะคอยยืนสังเกตการอยู่เคียงข้าง “แล้วนักบินหุ่นสีดำนั่นเป็นใคร ทำไมถึงโจมตีทั้งสองฝ่ายแบบนี้...”
“ฉันไม่ใช่ศัตรูของพวกคุณละกัน” ไลมุเอ่ยปากตอบกลับไปก่อนพูดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง “ส่วนหุ่นสีดำนั่นเป็นศัตรูของฉัน...”
“หมายความว่าไง” มามิยะเอ่ยถามขึ้นมาทันที่ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะโดยไลมุและรอยแตกในอวกาศแบบเดียวกับเมื่อเหตุการณ์ที่จังค์กิลด์ การจู่โจมของดาเรน “มันมาแล้ว จัดการพวกมันให้หมดก่อน ค่อยคุยทีหลัง”
“ทุกคนที่ยังเหลือในที่นี้ ขอความร่วมมือในการกำจัดดาเรนด้วยครับ เราจะไม่ยอมให้มันรุกรานโลกของเราได้เด็ดขาด” วอเรฟประกาศออกมาด้วยเสียงดังจากราชินโยว์ท่ามกลางเหล่ากองกำลังร่วม ตามด้วยเสียงตอบเป็นหนึ่งเดียวกัน
“รับทราบ!!!”
----------------------- "Over-Limit! Liberate!" เสียงตะโกนของเหล่านักบินประจำอาคาน่าทีมดังขึ้นมาก่อนที่อาคาน่าทั้งหกเครื่องจะทำการเปิดส่วนเกราะออกมาเผยให้เห็นเฟรมภายใน ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นสีทองทั้งหมดจนเกิดแสงสีทองสว่างไปทั่วก่อนโจมตีประสานกันอย่างคล่องแคล่ว อาคาน่าโครนิเคิลใช้ปืนบีมสาดกระจายที่หน้าท้องยิงเข้าใส่ฝูงดาเรนก่อนตามด้วย อาคาน่าเทลที่ปล่อยไซคิกบิทออกไปไล่ต้อนให้ดาเรนเข้ามารวมตัวกันเป็นกลุ่ม ก่อนที่อาคาน่าโรมานซ์ของโมโมะยิงอาคาน่าสตรีมแคนน่อนในโหมดมหาอนุภาคเข้ากวาดฝูงดาเรนคู่กับอาคาน่าเลเจนด์ที่ยิงลูกพลังขนาดใหญ่จากปลายอาคาน่าสเปียร์เข้าใส่ ส่วนที่หลุดรอดออกมาได้นั้นมีอาคาน่าฮิสเทรี่ของฟาเฟลคอยพุ่งชนด้วยกราวิตี้มิลเลอร์ที่ถูกแปรเป็นลิ่มด้านหน้าจนหมด
Engage System Active
ข้อความแสดงการทำงานของระบบแบบเดียวกับที่ทำอุชิโอะเมาเครื่องมาแล้วทำงานขึ้นมาอีกครั้งพร้อมเกิดแสงสว่างสีทองขึ้นมาปกคลุมร่างของอาร์คสไตรเกอร์เอาไว้ก่อนพุ่งเข้าชนร่างของดาเรนจำนวนหนึ่งแล้วเลี้ยวไปหาอาคาน่าซาก้าของรัตน์ “คุณทนายคะ!!”
“ฟัลชิอ้อน เบลดเวิร์ค โหมด” รัตน์ตระโกนออกมาก่อนที่อาคาน่าฟัลชิอ้อนจะเปิดส่วนคมดาบออกเผยเฟรมสีทองภายในก่อนเกิดพลังงานสีทองขึ้นมาครอบคลุมดาบเอาไว้จนทั่วแล้วทำการฟันผ่าเหล่าศัตรูที่อุชิโอะลากมาด้วยจนพินาศสิ้น
“โค๊ดซไวร์ พาราไดส์ ลอสต์” ลูซิเฟอร์กู่ร้องออกมาพร้อมกันกับที่อิกเชี่ยนกักศัตรูไว้ในกรงสายฟ้าของตนแล้วเหวี่ยงขึ้นไปพร้อมกับกันทริกเกอร์ที่ใช้เท้ายึดกับพื้นดวงจันทร์เอาไว้แล้วยืดปืนในมือขวาออกชูขึ้นสูงแล้วยิงใส่ศัตรูที่อยู่ในกรงสายฟ้านั่น “ปืนใหญ่มหาเทพสะเทือนฟ้าสะท้านภพ!!!!!!!! ยิงแม่....เลยยยยย”
ชื่อเสียงตะโกนชื่อท่าของวี(คุ้นๆว่ามันคนละชื่อกับคราวที่แล้วนะ......)ก็มีเสียงบ่นของป้องขึ้นมาเหมือนอย่างปกติ กระสุนของแอบโซลูทแคนน่อนพุ่งเข้าหากรงสายฟ้านั่นแล้วระเบิดทั้งศัตรูและกรงนั่นไปพร้อมๆกันจนสิ้น “วะฮ่าๆๆๆ กากเอ้ย!!!”
“ฮ่าๆ เข้ามา เข้ามาเลยเจ้าพวกกิ้งก่า!!” เอลตระโกนออกมาพลางบังคับเนวาน่าให้ใช้กรงเล็บที่มือทั้งสองข้างฉีกเหล่าดาเรนออกเป็นชิ้นๆก่อนจิกพื้นคลานเข้าไปหาเหยื่อรายใหม่แล้วฉีกเช่นเดิม ดูเหมือนว่าความดิบเถื่อนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อช่วงที่ออกมารบใหม่ๆยิ่งนัก
“เป็นทหารรับจ้างที่ป่าเถื่อนชะมัด...” ฮิคารุบ่นก่อนใช้ซุซาโนโอะแทงเข้าใส่ดาเรนตรงหน้าแล้วตวัดออกมาส่วนอีกมือรัวอิซานากิใส่ดาเรนตัวอื่นๆอย่างแม่นยำ
“ไอ้พวกกิ้งก่านี้นี่! แม่จะซัดให้เละเลย!” ลูน่าตระโกนออกมาก่อนพุ่งเข้าไปจู่โจมใส่เหล่าดาเรน ไม่ว่าจะทั้งเตะหรือต่อยหรือฟันด้วยคาตาร์ รวมถึงจับทุ่มอัดพื้นดวงจันทร์จนกระเด็นขึ้นไปแล้วถูกกระสุนเจาะทะลุลำตัวเข้าอีกด้วยฝีมือของฟาลินที่คอยหนุนอยู่
“อูว~ กิ้งก่ายักษ์ล่ะ กิ้งก่า~” ฟาลินร้องออกมาก่อนลั่นไกเข้าใส่กลางหัวของดาเรนอีกตัวหนึ่งจนทะลุ “เย้ เฮดช็อตค่า!!”
“อย่ายอมแพ้พวกเด็กๆล่ะ พวกเรา แสดงพลังของเชวาเลียร์ให้ทุกคนดูเป็นขวัญตากันเถอะ เรจไวเวิร์น ฟอเมชั่นเอส!!” เอ็กว์ตระโกนออกมาพร้อมเสียงขานรับของลูกทีมที่ดังขึ้น เอ็กซ์เชวาเลียร์และเชวาเลียร์ไฮโมบิลิตี้พุ่งเข้าจู่โจมศัตรูด้วยความรวดเร็ว เอ็กซ์เชวาเลียร์ฉาบดาบด้วยลูกพลังสีดำที่ลอยออกมารอบตัวก่อนที่จะกะเทาะออกให้เห็นดาบสีส้มแดงที่อยู่ภายใน “โนว่า แสลช!!”
ดาบของเอ็กซ์เชวาเลียฟันเข้าที่ร่างของดาเรนหลายตัวที่บินผ่านไป ตามด้วยวิงค์ไวเดอร์ของเชวาเลียร์เครื่องมิกลที่คอยโฉบศัตรูที่หลุดพ้นมาจากดาบของหัวหน้าเอ็กซ์ ส่วนโดโรธีนั้นทำการยิ่งสกัดศัตรูที่หมายจะเข้าจู่โจมเอ็กซ์อย่างแม่นยำ ก่อนที่อัลบาจะยิงศัตรูด้วยโอเพ่นทูดิเอนด์จนเละ และแล้วดาเรนตัวสุดท้ายในกลุ่มที่ปะทะกับพวกเขาก็ถูกแทงด้วยดาบเข้ากลางลำตัว
“โนว่า เอ็กซีคิวชั่น!!!” เอ็กซ์กู่ร้องออกมาก่อนที่จะอัดพลังงานผ่านตัวดาบเข้าใส่ร่างของดาเรนตัวนั้นจนกระจุย
“อัศวินพวกนั้นใช้ได้นี่นา พวกเราเองก็แสดงพลังของพวกเราบ้างล่ะ!” ลีลีย์เอ่ยบอกแรคน่าที่บังคับไวท์เอสคอร์ตฟันดาบไดโฟซัน อัลเทม่าเชือดเฉือนร่างของดาเรนอยู่ ไวท์เอสคอร์ตแปลงร่างเป็นยายบินก่อนพุ่งขึ้นเหนือกลุ่มดาเรนแล้วแปลงร่างกลับเป็นรูปแบบหุ่นอีกครั้งก่อนจะทำการปล่อยคัตเตอร์เฟมิล่าที่ข้างเอวออกไปจนหมดแล้วเอ่ยขึ้นมาเบาๆว่า “เฟมิล่า แดนซิ่ง”
คมมีดบินทั้งยี่สิบพุ่งออกไปรอบทิศอย่างรวดเร็วพลางเข้าเฉือดเฉือนเหล่าดาเรนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างง่ายดายก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเหยื่อรายต่อไปโดยไม่เว้นช่วงให้เสียเวลา ส่วนคาริสใช้วิธีเดียวกับเมื่อครั้งที่จังค์กิลด์คือการยิงสตริงเกอร์ชู๊ตออกไล่ล่าเป้าหมาย กระสุนแสงสีทองคดเคี้ยวเข้าใส่ดาเรนตัวแล้วตัวเล่า...
“ย้าก!” ไกด์ร้องขึ้นก่อนที่จะใช้อาร์คคาลิเบอร์ในมือโซลน่อนเซเวียร์ผ่าร่างศัตรูตัวแล้วตัวเล่า ก่อนทำการปล่อยอาวุธรูปแบบบิท “อดามอนด์ไรเซอร์” เข้ารุกไล่จู่โจมศัตรูทั้งพุ่งชนและยิงหนุ่นโดยมีอเล็กซ์นีฟินของฟาเรนชูไวส์คอยยิงซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังอย่างไม่ขาดช่วง ถึงแม้บิทบางส่วนถูกทำลายไปในการต่อสู้กับดีไวน์วิงค์ก็ตาม แต่ก็เพียงพอให้ไม่มีดาเรนตัวไหนสามารถเข้าทำร้ายโซลน่อนเซเวียร์ได้เลย... “โซล คอยซัพพอร์ตด้วย!”
“ค่ะ!” เอไอสาวตอบรับพร้อมกับโซลน่อนเซเวียร์ที่เร่งเครื่องฟาดฟันฝูงดาเรนจนเสียจังหวะลอยค้างอยู่กลางสุญญากาศ พร้อมกับฟิริน่าที่แปลงสภาพยานสนับสนุนซุพีเรียเป็นปืนใหญ่แล้วทำการยิงกวาดพวกมัน
“ไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนจี้ เดินเครื่องเต็มกำลัง...อเล็กซ์ดีไซเดอร์ ฟูลเบิร์สต์!” ฟิริน่าพูดขึ้นพร้อมกับฟาเรนชูไวส์ที่ยิงปืนใหญ่อัดประตูมิติออกไปก่อนโผล่ไปอัดศัตรูแล้วตามไปซ้ำอีกครั้ง
“เพลงหมัดต่อเนื่อง!” โรจิสพูดขึ้นก่อนที่ไนท์พาลาดินจะปลดโล่ที่ไหล่ทั้งสองข้างออกก่อนเร่งบูสเตอร์เข้าหาเป้าหมายแล้วรัวหมัดใส่บรรดาดาเรนก่อนเสยศัตรูขึ้นไปชนกับดาเรนตัวอื่นที่อยู่ข้างบนจนเสียจังหวะ
“ออล เวพ่อน สแตนด์บาย....” ลูคัสพึมพำขึ้นมาก่อนประกอบปืนยาวในมือทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วมาประทับไว้ตรงอกพร้อมกับหันปืนใหญ่ที่โล่ไปข้างหน้า พับลิเนียร์กันที่หลังขึ้นมาประทับบ่า พับเรลกันที่เอวไปด้านหน้า เปิดบีมแคนน่อนกับมิสไซล์ที่ซ่อนไว้ในขาออกมาก่อนหันทุกกระบอกเข้าหาฝูงดาเรนเบื้องบน “พินาศไปซะ!!”
ห่ากระสุนพุ่งเข้าใส่ฝูงดาเรนจำนวนมากเป็นเส้นตรง ดาเรนหลายตัวต่างถูกกลืนเข้าไปในแสงนั่นสิ้น ก่อนที่ออร์เฟอุสจะทำการปลดเกราะทั้งตัวทิ้งพร้อมระบายความร้อนส่วนเกินก่อนที่โรจิสจะติดต่อเข้ามา “ไม่คิดว่าจะได้รบร่วมกับอดีตทหารบอล์นนะ…”
“กราวิตี้แคนน่อน/บีมแคนน่อน ยิงได้!!!” กัปตันไลล่าและกัปตันแบตเทิ้ลตระโกนสั่งการขึ้นพร้อมกันจากยานรบคนละลำ ปืนใหญ่ที่กราบเรือทั้งคู่ของบลูกาแลคเซียแองเจลและเรดกาแลคเซียแองเจลถูกยิงออไปเป็นเส้นตรงเข้าใส่ฝูงดาเรนตรงหน้า คลื่นแรงโน้มถ่วงและลำแสงขนาดใหญ่พุ่งกวาดศัตรูได้เป็นจำนวนมากมาย ส่วนฮาเซลเซน่อนกับแครอนที่ไม่ใช่ยานรบระดับสูงเช่นทั้งคู่ก็ยิงคุ้มกันให้ราชินโยว์อยู่
“เยอะเป็นบ้า!” เอเล่บ่นอุบอยู่ในสะพานเดินเรือของฮาเซลเซน่อนที่อาศัยป้อมปืนกลรอบตัวยานยิงสาดใส่กิ้งก่ายักษ์ทั้งหลายที่หลุดเข้ามาในระยะ เพราะส่วนใหญ่ถูกทำลายไปซะมาก
“ฉันจะช่วยเหลืองานคุณฮิคารุให้ได้มากที่สุดค่ะ!” มายาเอ่ยขึ้นก่อนบังคับแครอนยิงเมนบีมแคนน่อนเข้าสมทบกับทางฮาเซลอย่างเข้าขา อีกทั้งเนื่องจากแครอนเองไม่ได้ใหญ่โตเหมือนยานรบลำอื่นๆจึงมีความคล่องตัวกว่ามาก
“เอาล่ะ กลุ่มสุดท้าย!” ไลมุตระโกนขึ้นก่อนบังคับให้ยาชาโอปล่อยคลื่นความเย็นออกจากมือซ้ายเพื่อแช่แข็งฝูงดาเรนตรงหน้า ก่อนจะรวมพลังความร้อนไว้ที่หมัดขวาแล้วพุ่งเข้าไปชกเหล่าดาเรนที่ถูกแช่แข็งนิ่งอยู่กับที่โดยหมัดนั่นทะลวงเข้าไปในร่างของดาเรนตัวหนึ่งจนเกิดการระเบิดขึ้น อีกทั้งแรงระเบิดนั่นยังทำลายศัตรูตัวอื่นๆไปด้วย ทันใดนั้นยาชาโอก็ผละออกมาจากฝูงดาเรนช่วงหนึ่ง
“อินฟินิตี้ เวฟ ครัชเชอร์!!!” เสียงคำรามก้องดังขึ้นก่อนที่ยาชาโอจะทำการผสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ก่อนจะปล่อยพายุเพลิงน้ำแข็งขนาดใหญ่ไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ดาเรนที่โดนเข้าไปถูกอิทธิพลของอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากอัดจนเละเทะ และแล้วดาเรนทั้งหมดก็ถูกจัดการลงด้วยฝีมือของกองกำลังร่วม.. กองกำลังTSC…
“ทีนี้ช่วยให้คำตอบพวกเราด้วยนะคะ คุณคนลึกลับ” ไลล่าเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่แน่ใจว่าดาเรนทั้งหมดถูกกำจัดแล้ว รวมถึงวอเรฟที่ยืนยันมาว่าไม่มีสัญญาณการข้ามมิติเกิดขึ้นอีก ก่อนที่กัปตันร่างเล็กจะพูดขึ้นอีกครั้ง “หวังว่าเราจะได้คำตอบนะคะ....”
“..........ฉันชื่ออาซาคิ ไลมุ” ไลมุตอบไลล่ากลับไปตรงๆพร้อมกับลูซิเฟอร์ที่พูดขึ้นมาในทันที “นักข่าวเมื่อตอนนั้น ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆด้วยสินะ.....”
ภารกิจแรกของกองกำลงTSCสำเร็จลงแล้ว สิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญต่อไปคืออะไรมีแต่อนาคตเท่านั้นที่จะตอบได้....
-------------------------------------------
Episode 5 -Begin The Star Chronicle - END
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2009, 02:25:29 PM โดย Replikia »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot

กระทู้: 1755
dirty blue
|
 |
« ตอบ #39 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 12:15:53 AM » |
|
Episode 6 -Black&White In Atmosphere-
จากการก่อตั้งกองกำลังรวมTSC หรือ The Star Combatant กองกำลังรวมที่มีหน้าที่ต่อต้านดาเรน โลกและอวกาศก็เข้าสู่ภาวะความสับสนเนื่องจากบอนล์กองกำลังที่กุมอำนาจของโลกกว่า70%ไม่ได้เข้าร่วมกับTSCซ้ำยังทำการโจมตียานราชินโยว์ฐานที่มั่นของTSCอีกด้วย บอนล์ให้เหตุผลว่าTSCรวมกลุ่มกันก่อกบฎเพื่อล้มล้างอำนาจของสมาพันธ์โดยเอาเหตุผลเรื่องการต่อสู้กับดาเรนบังหน้า...ประชาชนบางส่วนยังเชื่อในตัวบอนล์แต่อีกส่วนก็เริ่มจะสงสัยในการกระทำของบอนล์ผลก็คืออำนาจบนโลกของบอนล์นั่นลดหายไปเกือบ10%และสงครามก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากวันก่อตั้งได้สี่วัน เอลฮังค์และฮาเซลเซน่อนรวมถึงพันธมิตรอื่นๆในกองกำลังTSCได้ประจำอยู่ที่ยานราชินโยว์เพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของบอนล์อยู่...
"สรุปว่าเครื่องข้ามมิติเสียงั้นรึ...."มามิยะเอ่ยถามวอเรฟ ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในห้องควบคุมของยานราชินโยว์
"ครับ น่าจะโดนโจมตีจากคลื่นแรงโน้มถ่วงจากหุ่นของนาซัส..."วอเรฟบอก หลังจากการปะทะกับบอนล์พวกเขาก็ได้ตรวจสอบเรื่องราวของอาซาคิ ไลมุรวมถึงที่มาที่ไปของเธอถึงเรื่องที่เธอมาจากต่างมิติจะไม่ใช้เรื่องน่าตกใจเพราะพอมีตัวอย่างให้เห็นบ้างแต่การที่เธอครอบครองหุ่นยักษ์ที่มีพลังทำลายล้างสูงอย่าง"ยาชาโอ"นี้แหละที่น่าป็นห่วงมากกว่า
"แต่..แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ระหว่างที่รอซ่อมแซมเราก็เอาเวลานี้ไปกำจัดเสี้ยนหนามที่อาจจะเป็นภัยต่อTSCได้..."มามิยะเสนอความเห็นวอเรฟก็ถามขึ้นมาว่า"กำจัดพวกบอนล์สินะครับ..ผมเองก็กำลังจะเสนอเรื่องนี้อยู่พอดีแต่ว่าบอนล์นั่นมีกองกำลังอยู่เยอะพอสมควรเลยนะครับเพราะงั้นพวกเราน่าจะเคลื่อนไหวอย่างระวังกันสักหน่อย"
"อืม...ถูกของคุณครับคุณวอเรฟ แต่กำลังที่พวกเรามีเองถึงจะน้อยแต่ก็เปี่ยมประสิทธิภาพ...."มามิยะยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยต่ออกมาว่า"เพราะงั้นต้องบริหารให้ถูก..."
------------------------------------------------------------
ในโรงเก็บหุ่นของราชินโยว์หุ่นยนต์ของแต่ล่ะคนถูกนำมาซ่อมแซมและปรับปรุงสำหรับเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น
"เฮ่อ...น่าจะใช้ได้แล้วละมั่ง...."เฟอเดอริก้าพึมพำขนาดตรวจเช็คภายในห้องบังคับของอาร์คสไตคร์เกอร์โดยมีอุชิโอะในชุดราตรีสีม่วงกับลูน่าที่แต่งชุดช่างอยู่ด้วย
"ขอบคุณทุกๆคนมากนะค่ะ เท่านี้จะได้ใช้Engage SystemกับAlice Systemได้แบบไม่มีปัญหาแล้ว"อุชิโอะเอ่ยคำขอบคุณลูน่ากับเฟอเดอริก้าแต่เฟอเดอริก้าก็บอกปัดไปว่า"ฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลยจะขอบคุณขอบคุณข้อมูลในแผ่นดิกส์ของปู่เธอแล้วก็ลูน่าจังจะดีกว่า"
"ไม่เป็นไรหรอกอุชิโอะจังฉันยินดีช่วย"ลูน่าบอก
"ว่าแต่ลูน่าจังไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าไหมงานเลี้ยงจะเริ่มแล้วนะ..."อุชิโอะเอ่ยถามลูน่าที่ดูมอมแมมในชุดช่าง....เพราะพึ่งปรับปรุงอาร์คสไตคร์เกอร์ให้เธอ
"อะจริงสิ พวกมาเรียรออยู่ด้วย งั้นไปก่อนนะค่ะคุณเฟอเดอริก้า"ลูน่าบอกก่อนจะขอตัวลาจากเฟอเดอริก้า...
"เฮ่อ...สาวๆนี้ดีจังนะ....ว่าแต่เดี้ยวต้องเข้าไปกรึ้บในงานสักหน่อยแล้วละมั่ง...."เฟอเดอริก้าบ่นพึมพำพร้อมเดินออกจากอาร์คสไตคร์เกอร์ ไคแต่ระหว่างที่จะขึ้นไปด้านบนนั่นเอง...
"เห รัตน์ทำอะไรอยู่นะ..."เฟอเดอริก้าเอ่ยถามรัตน์ที่กำลังรั่วแป้นคียบอร์ดในอาคาน่าซาก้า
"ปรับปรุงการเคลื่อนไหวของซาก้านิดหน่อยนะครับ ผมรู้สึกว่าซาก้ามันตอบสนองช้าไปนิด"รัตน์บอกเฟอร์เดอริก้าก็จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแล้วบอกว่า"นี้มันเวลางานเลี้ยงไม่ใช้เหรอ...แค่นี้ฉันทำให้ก็ได้ไปแต่งตัวซะ!"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่คิดจะเข้าไปในงานหรอก....เบื่อหน้าโมโมะนะ"รัตน์ตอบห้วนๆแน่นอนว่า...
"รัตน์คุงใจร้าย!"โมโมะมาจากไหนไม่รู้ในชุดราตรีสีน้ำเงินกระโดดเข้ามาในค้อกพิตหมายจะเอาเนินอกของเธอประทับกับใบหน้าของรัตน์แต่เจ้าตัวรู้ตัวก่อนอยู่แล้วเลยโดดออกจากค้อกพิตได้ทันเวลา...
"งุ เจ็บอา~"โมโมะร้องออกมาเมื่อหน้าอกกระแทกผนักพิงเต็มๆ...
"เล่นบ้าอะไรของเธอ...."รัตน์ถามพร้อมกับทำสีหน้าหน่ายแต่พริบตาเขาก็รู้สึกอะไรขึ้นมาได้....
"เมเดอร์ลีน...สินะ..."รัตน์พึมพำเมื่อหันหน้ากลับไปเจอแมเดอร์ลีนที่ใส่ชุดแบบเดียวกับโมโมะเพียงแต่เป็นสีส้ม ยืนถือแส้เตรียมจะประหารเขาเต็มที่...ด้านหลังก็มีฟาเฟลที่ใส่สูทสีเขียวและแต่งตัวเหมือนผู้ชายเดะๆโคกิในสูทดำและชิเอลในชุดงานเลี้ยงสีเหลือง
"กล้าแกล้งน้องฉันรึ......"เมเดอร์ลีนถามขึ้นมาเย็นๆรัตน์ก็บอกว่า"น้องเธอทำแบบนั่นอยู่เป็นประจำอยู่แล้วนิ......"
"คำพูดนั่น...เบื่อซะแล้วล่ะ..."เมเดอร์ลีนตอบในขณะที่กำลังจะลงแส้ใส่รัตน์ก็มีเสียงทักทายดังขึ้น
"รัตน์! Osที่ขอให้ช่วยหานะอยู่นี้นะ"เด็กสาวผมแดงในชุดช่างเดินเข้ามาหารัตน์
"ขอบใจนะ รูบี้"รัตน์บอก โมโมะก็โดดออกมาจากค็อกพิตเข้าไปทักทายเด็กสาวชุดแดงทันที"อา รูบี้จังยังไม่ไปแต่งตัวอีกรึ! งานจะเริ่มแล้วนะค่ะ"
"อะ เอะ ไม่ดีหรอกมั้งค่ะคุณโมโมะฉันเป็นแค่ช่างเท่านั่นเอง...."รูบี้บอกปัดแต่หลังจากนั่นก็โดนบรรดาสาวๆทีมอาคาน่าลากตัวไปแต่งชุดโดยปริยาย
"ผู้หญิงคนนั่นเป็นใครรึค่ะ?"ฟีรีน่าในชุดออกงานสีขาวกับไกด์ในชุดสูทเดินพร้อมเพรียงเข้ามาถามเฟอเดอริก้า...ไกด์กับฟีรีน่าที่ปกติก็ดูดีอยู่แล้วแต่งตัวที่ดูเป็นทางการแบบนี้ยิ่งทำให้ดูดีขึ้นไปอีก
"หือ...ออ รูบี้ ออนแซฟไฟร์นะช่างเครื่องประจำยานเรดกาแลคเซีย...อายุพอๆกับพวกโมโมะนั่นแหละ..."เฟอร์เดอริก้าอธิบาย เมื่อเห็นรัตน์เตรียมกำลังจะกลับไปทำงานต่อเฟอร์เดอริก้าก็ดุขึ้นมาว่า"นี้ เขาอุตสาห์มาตามใจคอยังคิดที่จะทำต่ออีกเหรอ..."
"ก็มันยังไม่เสร็จนิครับ...."รัตน์ตอบซื่อๆทำเอาเฟอร์เดอริก้าเกาหัวอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก่อนจะได้ด่าอะไรมากไปกว่านั่นเอง....
"ไม่ได้นะคุณรัตน์ ทุกคนอุตสาห์มาตามแบบนี้เสียมรยาทนะค่ะ..."ผู้พูดเป็นหญิงสาวผมสีชมพูยาวในชุดออกงานสีฟ้า...รัตน์มองหน้าเธออย่างเซ็งๆแล้วเอ่ยว่า"....เฮ่อ....ไม่อยากเถียงเธอชะมัด..."
"ใช่มั้ยค่ะ เพราะงั้น ไปงานกับทุกคนโดยดีซะเถอะ!"หญิงสาวคนนั่นพูดต่อ ไกด์กับฟีรีน่าที่ยืนอยู่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก....คนที่รัตน์ไม่กล้าเถียงโลกนี้มีด้วยรึเนี่ย...
"เธอชื่อ คาตาคุระ ซาโยะหรือซาโยะจังน่ะ...เป็นโอเปอร์เรเตอร์ประจำยานเรดกาแลคเซีย....นิสัยดี จิตใจดีเรียกได้ว่าเป็นไอดอลของคนบนยานเลยละมั่ง เท่าที่รู้มาเป็นคนเดียวที่รัตน์ไม่กล้าเถียง...."เฟอร์เดอริก้าแนะนำ...
"อย่างน้อยๆแคร์โมโมะจังบ้างเถอะ รัตน์คุง..."ซาโยะบอกขณะที่รัตน์มุดออกมาจากค็อกพิต"ฉันไม่ได้ชอบโมโมะซะหน่อย..."
"งั้นถ้าไม่ได้ชอบโมโมะจังล่ะก็ รัตน์คุงชอบใครหรือปลื้มใครอยู่รึเปล่า?"ซาโยะถามรัตน์ก็ชำเลืองมองมาที่ซาโยะเล็กน้อยแล้วบอกว่า"ฉันไม่ได้ชอบหรือปลื้มใครทั้งนั่นนะแหละ!"
"โกหก! ตามสถิติแล้วคนโกหกมักจะเน้นย้ำในคำถามเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ทำมากกว่าตอบปฎิเศษออกมาปล่าวๆ ถ้ารัตน์ตอบว่าไม่มีเฉยๆ มันก็ไม่น่าสงสัยแต่นี้การเน้นย้ำคำพูดมีโอกาศสูงถึง60%ที่จะพูดโกหกค่ะ..."ซาโยะประกาศพร้อมกับชี้หน้ารัตน์...
"สะ...สุดยอด.....ต้อนรัตน์ได้ด้วย....."ไกด์ถึงกับตื่นตะลึง รัตน์ก็เดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับเอ่ยว่า"เฮ่อ ช่างฉันเถอะน่า อย่ามาแอบเอาหนังสือในห้องฉันไปเองเล่นโดยไม่ได้ข้ออนุญาติสิ..."รัตน์เตือนซาโยะก็ยิ้มแล้วบอกว่า"ไม่มีข้อพิสูจน์นะค่ะว่าฉันไปเอาหนังสือมาจากห้องรัตน์คุงนะ..."
"ให้ตายสิ..."รัตน์บ่นออกมาก่อนจะเดินลากเท้าออกจากโรงเก็บไปพร้อมกับซาโยะโดยมีไกด์และฟีรีน่าเดินตามไปอย่าอึ้งๆ...
---------------------------------------------------------
ที่ห้องอาหารของราชินโยว์งานเลี้ยงจัดตั้งกองกำลังTSCได้มีขึ้น ซึ่งแขกในงานทั้งหมดกำลังทำความรู้จักกันบ้าง รับประทานอาหารบ้างซึ่งนอกจากหน่วยงานในราชินโยว์แล้วเหล่านักบินต่างๆก็ได้รับเชิญให้มางานนี้ด้วย...
"เทพมาแล้ว!"วีปรากฎออกมาในชุดสูทสีเด็กๆ แน่นอนว่าชื่อของทวีสิทธิ์ มหาทรัพย์ขจรไปทั่วกองกำลังอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วันเนื่องด้วยเป็นลูกของประธานบ.ร่ำรวยและนิสัยของเจ้าตัวนั่นเอง เมื่อวีมาถึงเสียงกระซิบกระซาบก็ดังไปทั่วงาน...
"เสียงกระซิบชื่นชมไปทั่วแบบนี้แสดงว่าเทพอย่างเราดังพอตัวสินะเนี่ย!"วีคิดเองเอ่อเองไปคนเดียวหมด....สมเป็นเกรียนจริงๆส่วนหญิงที่ตามมาดูแลอย่างเงียบๆในชุดออกงานสบายๆของเธอนั่นก็อดที่จะเหนื่อยใจไม่ได้...
ส่วนป้องนั่นล่วงหน้ามาก่อนพวกวีแล้วและกำลังสนทนาเรื่องหุ้นอย่างออกรสกับบรรดาตัวแทนของฝ่ายต่างๆที่มาร่วมงาน...
"ว่าไง พี่สาวสุดเคะ!"วีเอ่ยทักทายกับอุชิโอะที่กำลังกินอาหารตามโต๊ะบุฟเฟ่ห์อยู่...เธอถึงกับตกใจจนอาหารเกือบติดคอ...
"อะ..เอ่อ วีใช่ไหมจ๊ะ?"อุชิโอะเอ่ยถามด้วยท่าทางเป็นมิตรแม้จะรู้สึกไม่ดีกับวีมาบ้างแต่จากการที่วีพยามเถียงช่วยเธอในตอนที่เธอถูกปรักปรัมทำให้เธอรู้ว่าถึงวีจะนิสัยไม่ค่อยดีแต่ก็เป็นคนดี เอะยังไง?
"เรียกเทพวีต่างหาก...."วีเอ่ย...อุชิโอะถึงกับเหงื่อตก....
"ก้นงามดีนิ~"อุชิโอะหันไปตามเสียงแต่ไม่ทันแล้วเอลฮาวด์แปะมือไปที่ก้นของอุชิโอะแทบจะในพริบตา.....อุชิโอะรีบหลบไปอยู่หลังลูคัสที่อยู่ข้างๆทันที
"นะ..นี้คุณทำอะไรของคุณนะ!"อุชิโอะเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าสีแดงเอียงอาย
"คุณครับ...ทำแบบนี้ไม่งามต่อผู้หญิงนะ...คุณ...เอ่อ..."ลูคัสลืมชื่อไปกระทันหันเอลเลยแนะนำตัวขึ้นมาว่า"เอลฮาวล์ เวล เซเวอร์รัส"
"อูว~ ปะป๋า ฟาลินอึดอัดชุดอะ!"ฟาลินที่จู่ๆโผล่มาจากไหนไม่รู้กระโดดเจ้าเกาะหลังเอลในทันที ชุดราตรีกระโปรงยาวของฟาลินนั่นดูเหมาะกับตัวเธอก็จริงแต่เนื่องจากนิสัยเด็กๆของเธอเลยทำให้การแสดงออกของฟาลินนั่นดูไม่เหมาะกับชุดไปโดยปริยาย
"ปะ...ปะป๋า...."ลูคัสถึงกับตกใจ....ดูๆไปชายคนนี้ดูถ้าจะอายุราวๆ25-26ถ้ามีลูกโตขนาดนี้ได้แปลว่า....
"หึหึหึ ลูคัสสินะถ้าอยากรู้วิธีล่ะก็เดี้ยวฉันสอนให้ก็ได้นะ..."เอลยิ้มพร้อมกับหยอกลูคัสทำเอาเขาทำหน้าแดงแล้วบอกว่า"ผมไม่สนใจหรอกครับเรื่องลามกแบบนั่นนะ!"
"น่าๆซิงไปใช่ว่าจะดีนะ อย่างน้อยๆเรียรู้ท่าทางบ้างแม่หนูคนนั่นจะได้ติดใจไง~"พูดจบก็ชี้ไปที่แบตเทิลในชุดราตรีสีม่วงอ่อนเหมือนกับสีผมที่เดินอยู่แถวๆนั่น...ลูคัสพูดขัดขึ้นมาเลยว่า"ผมไม่สนใจกัปตันบ้าๆแบบนั่นหรอกครับ!"
"วะ ว่าใครบ้าย่ะ!"แบตเทิลนั่นปฎิกริยาไปต่อคำว่าบ้ามาก...เธอหันควับมาทางลูคัสแล้วหยิบพัดขึ้นมาฝาดทันที...แน่นอนว่าลูคัสก็หยิบพัดกระดาษของเขาขึ้นมากันไว้เช่นกัน
"ใครจะยอมให้ถูกกัปตันบ้าๆแบบคุณตีกันล่ะครับ!"ลูคัสเอ่ย...หลังจากนั่นทั้งคู่ก็ดวลเอาพัดฝาดกันอีกหลายสิบยก...........เอวัง
"เฮ่อ...วุ่นวายกันจริงๆนะ...."เอลบอกก่อนจะใช้สองมือแตะอังค์อุชิโอะโดยจับที่เอวของเธอ...ดูเหมือนอุชิโอะจะยังไม่รู้สึกจนกระทั่งหันมาเจอเอล...."อะ..เอะ ทำอะไรของคุณนะค่ะ!"
"น่าๆอุชิโอะจัง ไม่ได้ยัดอะไรแปลกๆเข้าไปสักหน่อย"เอลบอกแต่ทว่า....หมัดของลูน่าก็พุ่งเข้ามาหาเอลโดยทันทีเอลรับหมัดของเธอได้อย่างง่ายดายแล้วเอ่ยขึ่นมาพร้อมกับรอยยิ้มว่า"สาวน้อย....มือนุ่มนิ่มแบบนั่นไม่เหมาะกับการชกต่อยหรอกนะ"
"วะ..ว่าไงนะ!"ลูน่าฉุนก่อนจะหมุนตัวแตะเอล...และคู่ที่สองนอกจากแบตเทิลกับลูคัสก็เปิดฉากขึ้น....
อีกด้านนึงโต๊ะของเหล่าสาวๆหม่าฟานในชุดกีเผ้าที่เน้นสัดส่วนกำลังรินสาเกให้กับเฟอร์เดอริก้าด้วยชุดประจำตัว.....เสื้อเชิ้ตกับชุดกราวท์....
"เฮ่อ....ต่อให้แต่งสวยไปก็ไม่มีผู้ชายแลหรอก...."เฟอร์เดอริก้าตัดพ้อโดยที่หม่าฟานก็บอกว่า"น่าๆ สวยไปบางทีก็ใช้ว่าจะมีคนแลนะ..."
"แต่คุณเฟอร์เดอริก้าเคยห่วงเรื่องนี้ด้วยรึค่ะ...ไอ้เรื่องที่จะไม่มีคนแลเนี่ย..."ไลล่าถามเธออยู่ในชุดกัปตันเต็มยศ....เฟอร์เดอริก้าก็เอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า"สนสิย่ะ เธอแต่งงานแล้วนิถึงพูดได้....ลองเจ้ามามิยะไม่ใช้โลลิค่อนชาตินี้ก็หาแฟนไม่ได้เหมือนกันแหละน่า!"
"มามิยะเขาไม่ใช้โลลิค่อนสักหน่อยค่ะ...."ไลล่าเถียงกลับ...ระหว่างที่บรรยาศมาคุแผ่ออกมาจากเฟอร์เดอริก้านั่นเอง...
"โอ้ว! โต๊ะนี้มีของน่ากินด้วยนิขอเทพสักชิ้นนะ..."วีโผล่มาจากไหนไม่ทราบพุ่งเข้ามาจะแย่งแฮมเบิร์กชิ้นสุดท้ายที่ลูซิเฟอร์กำลังเล็งพอดี....
"นะ นี้เดียวก่อนสิ โต๊ะนายก็มีไม่ใช้รึ"ลูซิเฟอร์พยามถามดีๆแต่ว่า...."ไม่สนว่ะ ใครไวใครได้นิ"
"หนอย...เจ้าเด็กนี้!"ลูซิเฟอร์ขึ้นทันทีโรจิสที่นั่งอยู่ด้วยพยามปรามทั้งสองคน"เดี้ยวสิทั้งคู่ ลูซิเฟอร์ หมอนี้ยังเป็นเด็กอยู่นะ!"
แต่อนิจา...."โอะพี่คนนี้ก็ตูมดีเหมือนกันนิ...."วีเอ่ยขณะประทับมือบนหน้าอกของโรจิสและมวยคู่ที่สามก็เกิดขึ้น...
"อะ ไอ้เด็กเสปกโตนี้มาก่อเรื่องอะไรอีกแล้วย่ะ!"หม่าฟานกระโดดเข้าไปแจมด้วย...ทั้งโต๊ะก็เลยเหลือแค่ไลล่าที่เปลี่ยนมาเป็นคนรินสาเกให้กับเฟอร์เดอริก้าแทน...
"วุ่นวายกันจังเลยนะครับ ...แบบนี้จะทำภารกิจรอดไหมเนี่ย"เอ็กส์เอ่ยออกมาในโต๊ะของเหล่าคาวาเลียร์แห่งดัลลิอาต้านั่นมิเกลเดินไปหลีสาวอัลบานั่งนิ่วส่วนดอลลี่ก็แอบไปเชียร์ลูคัสกับแบตทะเลาะกันก็เลยเหลือแค่มินาโมโต้ ซากุระ กับเอ็กส์เท่านั่น
"ดีซะอีกนะค่ะ จะได้สนิทกันไวๆ..."ซากุระบอกเอ็กส์อดคิดไม่ได้ว่ามันจะสนิทกันได้ยังไง
"ว้าว คุณคาลิสทำขนมอร่อยจังเลยค่า~"โมโมะเอ่ยชมเมื่อทานขนมอบของคาลิส...ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นพ่อครัวขนมหวานที่มีฝีมือ
"ครับ ขอบคุณที่ชมผมยังมีอีกเยอเลยครับถ้าสนใจ..."บรรดานักบินอาคาน่าทั้งห้า(เว้นรัตน์)พร้อมใจกันยกมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
"ถ้างั้น..ให้คุณคาลิสลองอาหารของโมโมะบ้างนะค่ะ~"โมโะกล่าวพร้อมกับยกถาดขึ้นมา.....ของบนถาดมีก้อนสีเขียวๆตรงกลางมีลูกแก้วสีทองๆ.....ที่สำคัญมันหมุนไปหมนุมารวมถึงขยับเขยือนได้ด้วย...
"คะ..คุณโมโมะนี้...อะไรค่ะ?"ริโคริสเอ่ยถามโมโมะก็ตอบออกมาอย่างมั่นใจว่า...."พุดดิ้งค่า~"
"รู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึกไหม...."ลิลี่ย์เอ่ยถาม...แร็กน่าก็ตอบว่า"ฉันก็รู้สึก......"
เพียงพริบตาไอ้สิ่งที่โมโมะเรียกว่าพุดดิ้งก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีขนาดใหญ่ราวๆ 4-5เมตรในชั่วพริบตาซ้ำยังมีหนวดสีเขียวงอกเงยออกมาจากส่วนต่างๆของร่างกายอีกด้วย.....
"เฮ็ย! นี้มันอะไรเนี่ย!"ไกด์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับฟีรีน่าถึงกับตกใจเมื่อเห็น...
"ว้าว นี้ไม่ใช้ของที่อยู่ในมิตินี้แน่ๆเลย"ไลมุยิ้มพร้อมกับคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่าย....
"โมโมะ! เธอทำอะไรของเธอนะ นั่นเรียกว่าของกินเหรอย่ะ!"แรคคูนเอ็ยเฟอร์เดอริก้าเข้ามาบ่นโมโมะแต่เพียงพริบตา....เธอก็ถูกหนวดสีเขียวของมันตวัดมัดร่างของเธอ...แล้วลากตัวเธอเข้าไปในเยลลี่สีเขียวๆในตัวมัน...
"กรี้ด! คุณเฟอร์เดอริก้าโดนกินแล้วค่า!"โมโมะโวยวายเมื่ออาหาร?ของเธอแทนที่จะถูกกินมันดันกินคนอื่นเข้าไปแทน....
[R.I.P เฟอร์เดอริก้า อัลคาบาโน่...]
แต่ทว่า....ร่างของเฟอร์เดอริก้าดันถูกดีดออกมาจากเจ้าตัวสัตว์ประหลาดนั่นแทบจะในพริบตา.......มันหันลูกแก้วสีทองๆในตัวมันมาทางเฟอร์เดอริก้าแล้วเปล่งเสียงออกมาว่า"ไม่เอาแรคคูน...."
"ขะ...ขนาดสัตว์ประหลาดยังไม่เอาชีวิตนี้คงจะหาดีไม่ได้แล้วละมั่ง..."มิเกลพึมพำ เฟอร์เดอร์ริก้าที่แม้แต่อาหาร?ยังเรียกว่าแรคคูนถึงกับฉุนขาดตะโกนออกมาทันทีเลยว่า"แล้วมัวทำอะไรอยู่เล่า! ไอ้ตัวนั่นมันฆ่าคนได้เชียวนะ!"
[กองกำลังTSC VS สัตว์ประหลาดพุดดิ้ง.....]
ร่างของสัตว์ประหลาพุดดิ้งพุ่งเข้าไปใช้หนวดสีเขียวของมันรัดร่างของเอเล่,มาเรียและซารีน่าแล้วยกขึ้นกลางอากาศ...
"ทะ ทุกคน!"ฟีเลเน่ถึงกับอึ้งส่วนลูน่าเมื่อเห็นเจ้าตัวนี้ก็ได้แต่ช็อกค้าง สติไม่อยู่กับเหนือกับตัวซะแล้ว...
"ระ แร็กน่า!"คาลิสสั่งการโดยทันที แร็กน่าก็พยักหน้ารับแล้วปล่อยเวทThuder Stromใส่สัตว์ประหลาดพุดดิ้งในทันทีแต่อนิจา....
ร่างกายของมันดูดซึมสายฟ้าพวกนั่นเอาไว้แถมยังมีหนวดระยางโผล่ออกมาเพียบแล้วเริ่มใช้หนวดพวกนั่นไล่จับสาวๆ
"ยะ...ยอดเลย มีสัตว์ประหลาดอินจูที่เหมือนหลุดมาจาก H Game โผล่มาด้วย...แถม....กันเวทและยังเป็นพุดดิ้งแบบทั้งการโจมตีด้วยกายภาพและเวทมนต์ก็ไม่มีผลนะสิ...".อุชิโอะพึมพำเหมือนพูดอธิบายลักษณะบอสตามเกมอาร์พีจีด้วยสายตาที่เป็นประกาย....เหล่าคนที่ยังไม่ถูกจับรีบคว่ำโต๊ะหาทางป้องกันโดยด่วน...
"มะ มันตัวอะไรกันค่ะเนี่ย?"ฟีรีน่าเอ่ยถามโมโมะ เธอก็ส่ายหน้าพร้อมบอกว่า"เอ่อ...มันน่าจะเป็นพุดดิ้งนะค่ะ...."
"น่าจะ......ละ แล้วทำอีท่าไหน ถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะครับ!"ไกด์เอ่ยถาม เมเดอร์ลีนก็ทำหน้าเซ็งๆพร้อมกับตอบออกมาว่า"ปกติอาหารของโมโมะนะ แม้จะดูวิธีทำหรือดูแลอย่างใกล้ชิดมันก็จะออกมาเป็นแบบนี้เสมอเรียกได้ว่าฝีมือทำอาหารของน้องฉันตัดขาดจากสามัญสำนึกของจักรวาลไปแล้ว....เฮ่อ....เป็นแบบนี้ทุกทีแต่ครั้งนี้ร้ายกว่าหน่อย เบื่อซะแล้วล่ะ"...
ไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อไกด์ก็โดนหนวดอินจูของมันจับยกขึ้นไปบนฟ้า
"กะ ไกด์!"ฟีรีน่าตกใจเมื่อเห็นไกด์โดนสัตว์ประหลาดพุดดิ้งจับตัวไป
เอลกระโดดไปตามขอบโต๊ะหลบหลีกหนวดอินจูของมันแล้วเข้าช่วยสาวๆทั้งหมดที่ถูกจับตัวมาอย่างงดงาม....ส่วนไกด์...
"คะ คุณ เอลฮาวด์!"ไกด์ตะโกนร้องเรียกเอล...แต่คำตอบของเขาก็คือ...."ฉันไม่สนใจผู้ชาย...."
จบเห่ เอวัง....ร่างของไกด์โดนลากเข้าไปในตัวของสัตว์ประหลาดพุดดิ้ง ส่วนเอลเมื่อส่งสาวๆลงสู่พื้นก็มุ่งหน้าเข้าไปสู้กับสัตว์ประหลาดพุดดิ้งแต่อนิจา...
"อะ อึก อะ....พลังมันร่างกายมากๆ!"อยู่ดีๆเอลก็ทำท่าทุรนทุรายขึ้นมา.......
"มะ ไม่ไว้แล้วหนีไปฉันจะโดนมันควบคุมแล้ว!"เอลตะโกนออกมา
"โกหก..."ซากุระที่ยินเห็นอยู่พึมพำ
"อะ ไม่! อึก....หึหึหึหึ...ตอนนี้ข้าควบคุมร่างของเอลฮาวด์แล้ว....ฮ่าฮ่าฮ่า"
"จะ จงใจชัดๆ...."ดอลลี่พึมพำออกมาบ้าง
"สาวๆทั้งหมดต้องเป็นของข้า!"เอลที่ถูกควบคุม(ละมั้ง)ร่วมวงหื่นไล่จับสาวๆด้วยอีกคน....แม้แต่เด็กอนุบาลก็อาจจะดูออกว่าไอ้นี้มันจงใจชัดๆ....
"อูวๆ สัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาด!"มีแต่ฟาลินคนเดียวที่ดูเหมือนจะสนุกสนานไปกับเหตุการณ์นี้
"ละ ลูน่าช่วยด้วย!"มาเรียร้องเรียกลูน่าแต่ลูน่ากลับ....
"อินจู....อินจู....อินจู.........."ดูเหมือนลูน่าจะสติกระเจิงไปเสียแล้ว...ส่วนลูคัสกับแบตที่หลบอยู่หลังโต๊ะจีนที่ใช้จัดงาน..."วะ แว่นทำอะไรสักอย่างสิ!"
"สะ..เสปเชียลเอฟเฟ็ค สะ เสปเชียลเอฟเฟ็ค...."ดูเหมือนลูคัสจะสติกระเจิงไปอีกคนเมื่อเจอกับสิ่งที่อธิบายไม่ได้แบบนี้...
เหล่าคนที่พอจะจัดการได้อันได้แก่ซากุระ เอ็กส์ อัลบา ลูซิเฟอร์ โรจิส แร็กน่า ลิลี่ย์ ไลมุ คาลิสและริโคลิสกำลังประชุมวางแผนการกับไลล่ากันอยู่
"มันต้องมีจุดอ่อนตรงไหนสิน่า...."ไลล่าพึมพำขณะที่กำลังนึกเกรียนเอ็ยวีก็โผล่ออกมาไปกลางวงพร้อมกับมีดที่ใช้หั่นอาหารแล้วประกาศว่า"ไอ้พุดดิ้งนรก เทพวีมาแล้ว!"
ว่าแล้วก็คว้ามีดฟันฉับหนวดอินจูของปีศาจพุดดิ้งขาดกระเด็น......
"มะ..มันฟันขาดได้ง่ายๆ....ไม่ได้กันกายภาพหรอกรึ!"อุชิโอะที่ลุ้นอยู่ถึงกับตกใจ....แต่ทว่า...
ส่วนที่โดนตัดขาดของมันกลับงอกใหม่เป็นอีกตัวนึง....ปีศาจพุดดิ้งขนาดเล็กพุ่งเข้าใช้อินจูอันเล็กๆรัดใส่หม่าฟานและ....
---------------------------------------------------ปี้ด---------------------------------------------------
ภาพที่ท่านจะรับชมต่อไปนี้ไม่เหมาะกับเด็ก เยาวชนและสตรีมีครรถ์เพราะงั้นทางเราจึงขอเซ็นเซอร์เอาไว้
ด้วยความเคารพอย่างสูง SrwKung......
---------------------------------------------------ปี้ด---------------------------------------------------
เมื่อสัญญาณตัดกลับมา ปีศาจพุดดิ้งตัวเล็กก็กลายเป็นเศษซากบนเท้าของหม่าฟานที่กำลังโกรธจัดซะแล้ว....
"แปลกแฮะไม่ยักกะแตกตัวเป็นตัวเล็กๆ..."ไลล่าเริ่มวิเคราะห์....ก็จะเอ่ยออกมาว่า"รู้แล้วล่ะ มันจะงอกตัวใหม่ได้แค่ครั้งเดียว....จุดอ่อนของพวกมันน่าจะเป็นตรงนั่น!"เอ่ยจบไลล่าก็ชี้ไปที่ลูกแก้วสีทองๆในตัวมัน....อุชิโอะก็ร้องออออกมาทันทีเลยว่า"เหมือนบอสไสลม์ของร็อก(ปี้ด)สินะค่ะ!"
"แล้วมีวิธีจะจู่โจมลูกแก้วสีทองๆนี้ยังไง...."ไลมุถามคาลิสก็บอกว่า"ผมมีวิธีครับเวทไร้ธาตุของผมอาจจะผลักลูกแก้วนั่นให้กระเด็นออกมาได้!"
ว่าแล้วคาลิสก็ยิงเวทใส่ไสลม์เอ็ยพุดดิ้งแรงกระแทกของมันทำให้ไกด์ที่ติดอยู่ข้างในกับลูกแก้วกลมสีทองๆกระเด็นออกมา
"น่าแปลกแต่ทำไมพวกเรายิงเวทครั้งแรกมันถึงดูดได้ล่ะ"ลิลี่ยร์ตั้งข้อสงสัยแต่อุชิโอะก็ตอบออกมาอย่างง่ายๆว่า"ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะมีบอทในการ์ตูนหลายเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเหมือนคนเขียนอยากจะแถอะไรก็แถ!"
"กะ ไกด์!"ฟีรีน่ารีบวิ่งเข้าไปดูอาหารของไกด์ทันทีส่วนร่างของพุดดิ้งนั่นเมื่อขาดลูกแก้วสีทองมันก็เป็นแค่ของเหลวสีเขียวๆธรรมดาและไหลเจิงหนองพื้น....
ลูกแก้วสีทองลอยขึ้นหมายจะรวบรวมน้ำสีเขียวนั่นสร้างร่างใหม่อีกคนั้งแต่พลพรรคTSCไม่ยอมให้ทำกันง่ายๆ
"เอาล่ะนะครับทุกคน!"คาลิสให้สัญญาณทั้งหมดก็ปล่อยท่าโจมตีใส่ลูกแก้วสีทองนั่นออกมาพร้อมกัน!
"Thuder Strom!"
"Stringer Shoot!"
"เมพวีนัคเคิล!"
"ลูกแตะพลังพี่สาว!"
"ไลมุพันซ์!
"ลูซิเฟอร์คิก!"
"โรจิสแสลช!"
และอีกมากมายหลายท่าที่บรรดาน้องๆหนูๆห้ามทำตามที่บ้าน.......ลูกแก้วสีทองนั่นแตะกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะสลายหายไป
"สุดยอดค่า! ท่าประสานเจ๊งสุดๆ!"อุชิโอะถึงกับตื่นตะลึงเฮโลดีใจในท่าไม้ตายประสานของTSC
[กองกำลัง TSCได้รับชัยชนะได้รับ EXP 7000แต้ม เงิน-5000G(เพราะเสียค่าซ่อม)]
"กะ ไกด์!"ฟีรีน่าเป็นห่วงไกด์ที่ยังไม่ลืมตาแต่เมื่อเขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาฟีรีน่าก็โล่งอก คำพูดแล้วที่ฟีรีน่าได้ยินจากปากไกด์ก็คือ...."สัตว์ประหลาดนั่น....อร่อยดีนะ...."
"นะ นี้กินมันเข้าไปเหรอ!!!!!!!!"
ทางด้านของลูน่าที่หายอึ้งแล้ว...ก็ถูก....
"หึหึหึหึ เธอจะต้องเป็นของฉัน!"เอลที่กำลังเนียนถูกควบคุมอยู่กระโดดเข้ากอดหลังลูน่า
"ทำอะไรยะ!"ลูน่าอาบม้วนหน้าแดงก็จะวิ่งตามไล่กระทืบเอล...
"เดี้ยวสิ สาวน้อยมาทำร้ายฉันทำไม? ฉันถูกควบคุมอยู่นะ!"เอลพยามแถเอ็ยให้เหตุผล
"ไม่ต้องมาแถเลยนะย่ะ!"ว่าแล้วก็กระโดดถีบใส่เอลซึ่งเขาก็หมุนตัวพร้อมกับส่ายสะโพกหลบลูกแตะของลูน่า...
จบเห่...เอวัง....
ที่ด้านนอกห้องอาหาร รัตน์กำลังกินลาเต้อยู่อย่างสบายอารมณ์....โดยมีซาโยะติดเป็นตังเมอยู่ข้างๆด้วย
"ฉะ...ฉันอึดอัดน่า...."รัตน์บอกซาโยะก็หัวเราะพร้อมกับบอกว่า"หน้าตาไม่เห็นแสดงออกว่าอึดอัดซะหน่อย..."
"เธอเนี่ย รับมือยากกว่ายัยโมโมะเยอะเลย..."รัตน์บ่นซาโยะก็ยื่นหน้าเข้ามาหารัตน์ทำเอาเขาถึงกับสะดุ้ง....
"แล้วฉันกับโมโมะจังเนี่ยชอบใครมากกว่ากัน?"ซาโยะถามซื่อๆรัตน์ก็ถึงกับสำลักลาเต้
"พูดอะไรของเธอนะ!"รัตน์เอ่ยอกมาพร้อมกับลุกขึ้นยืน...ซาโยะเอ่ยต่อว่า"ถ้าไม่ชอบฉันล่ะก็เห็นแก่โมโมะจังบางเถอะโมโมะจังน่ะพยามเพื่อเธอมาหลายครั้งแล้วนะ..."
"แต่ว่าถ้าเกิดชอบฉันล่ะก็...."ซาโยะเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้รัตน์แล้วเอ่ยว่า"....จูบฉันทีสิ...."
"พูดบ้าอะไรของเธอ!"รัตน์ตวาดหลังจากนั่นก็ผลักซาโยะออกไปแล้วเดินหนี....แต่ก็ต้องหยุดขาไว้ก่อนเมื่อซาโยะเอ่ยว่า"งั้นสัญญากับฉันได้ไหม?"
"ว่า...."รัตน์เอ่ยถามขึ้นมาห้วนๆซาโยะก็เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มว่า"สัญญาว่าจะปกป้องฉัน....ได้ไหมล่ะ...."
"หึ ได้สิถ้าแค่นั่นล่ะก็มันหน้าที่ของฉันนิน่า..."รัตน์ตอบพร้อมกับยิ้มให้.......น่าแปลกที่คนอย่างรัตน์จะยิ้มให้กับคนอื่นเป็นครั้งแรก...
เพล็ง....เสียงแก้วแตกดังขึ้นรัตน์รีบหันไปดู...โมโมะนั่นเอง...ดูเหมือนเธอจะผ่านเข้ามาเห็นรัตน์กับซาโยะเข้าพอดีและได้ยินบทสนทนาเลยเผลอปล่อยแก้วที่ถือหลุดจากมือ...
"ระ...รัตน์คุง...ยิ้ม...."โมโมะเอ่ยออกมาอย่างติดๆขัดๆรัตน์ก็ถามว่า"ทำไมรึ?"
"ปะ...เปล่า....รัตน์คุงนะไม่เคยยิ้มให้ฉันเลย....แต่ว่า....ทำไมถึงยิ้มให้กับซาโยะจังได้ง่ายดายแบบนี้ล่ะ...."โมโมะเอ่ยถามน้ำตาปริมๆ...
"ไม่นะ โมโมะจังคือฉัน!"ซาโยะวิ่งเข้าไปหาโมโมะ เธอพึ่งรู้ตัวว่าทำอะไรไม่ดีลงไปแล้ว...โมโมะมองหน้าเธอแวบนึงก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า"ทำไมล่ะ...ซาโยะจัง...เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช้เหรอทั้งๆที่รู้ว่าฉันชอบรัตน์คุง..แต่เธอก็ยัง..."
"ฉะ ฉันขอโทษแต่ว่าฉันเองน่ะ....ก็ชอบรัตน์คุงนิน่า! ความรู้สึกของคนเรามันห้ามกันไม่ได้ไม่ใช้รึไง!"ซาโยะตะโกนขึ้นมา....ดูเหมือนเธอจะเริ่มร้องไห้ขึ้นมาอีกคนแล้ว
"ฉันไม่อยากให้โมโมะจังเสียใจ....ฉันไม่อยากให้โมโมะรู้ว่าฉันชอบรัตน์คุง แต่ว่า...แต่ว่า....."ซาโยะหยุดพูดไปแต่เมื่อโมโมะสะบัดหน้านี้เธอก็ถึงกับสะอึก...โมโมะตอบกลับมาอย่างไร้เยื่อใย"ถ้าเธอห่วงความรู้สึกของฉันจริง....ทำไมไม่มาบอกฉันล่ะ..."
"ฉัน..คิดว่า...คิดว่า..."ไม่ทันที่ซาโยะจะทันได้พูดอะไรโมโมะก็ตะโกนกลับมาว่า"เธอนะไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของฉันเลย! ฉันนะ...พยามแค่ไหนรัตน์คุงก็ไม่เคยหันมามองฉันเลย...แต่ว่ารัตน์คุงกลับยิ้มให้เธออย่างง่ายๆแบบนั่น....ฉัน...ฉัน..."
แล้วโมโมะก็วิ่งหนีไป....ส่วนซาโยะก็ทรุดลงกับพื้น....
รัตน์ถึงกับงงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเอลก็เขามาใกล้ๆเขาแล้วเอ่ยว่า"โอ้ว พ่อยอดทนายมีปัญหานหนักอกแบบนี้ด้วยแฮะดูเหมือนจะเหมาสองไม่ได้แล้วสิ..."
"ถ้าเป็นเกมล่ะก็เรียกได้ว่ารัตน์คุงตอบคำถามผิดสินะค่ะ"อุชิโอะแซวขึ้นมาบ้าง...
"ทำผู้หญิงร้องไห้ต้องไปง้อนะครับ....."ลูคัสเอ่ยพร้อมกับดันแว่นดูเหมือนจะเอาคืนจากตอนที่แล้ว...
"รัตน์ รีบไปง้อทั้งสองคนเดี้ยวนี้เลยนะ...."เฟอร์เดอริก้าเอ่ยขึ้นมารัตน์ก็ก้มหัวพร้อมกับเอ่ยว่า"ทำไมต้องไปด้วยล่ะครับ..."
"เอะ..."ทั้งหมดถึงกับงงในคำตอบของรัตน์...
"ผมนะ ไม่ได้ชอบพวกเธอซะหน่อย พวกเธอก็แค่มาชอบผมเองไม่ใช้รึ...แล้วทำไมผมถึงต้องไปง้อพวกเธอด้วยล่ะ!"รัตน์เริ่มใส่อารมณ์เฟอร์เดอริก้าพึ่งเคยเห็นรัตน์เป็นแบบนี้ครั้งแรก....
"กะ เกินไปแล้วนะค่ะคุณรัตน์แล้วความรู้สึกของสองคนนั่นล่ะค่ะ!"อุชิโอะแย้งขึ้นมาแต่รัตน์ก็บอกว่า"แล้วความรู้สึกของผมล่ะ! ผมไม่ได้ชอบทั้งสองคนนั่นสักหน่อยนิ!"
"แล้วทำไมนายไม่ไปบอกพวกเธอตรงๆล่ะ!"เฟอร์เดอริก้าแย้งขึ้นมารัตน์ก็เงียบไปก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ผมกลัว....ไม่สิผมทำไม่ได้โมโมะพยามเพื่อผมขนาดนั่น ซาโยะจังเองก็บอกความรู้สึกกับผมตรงๆ...ผมนะ...ผม..."
"ถ้าอย่างนั่นก็รับรักใครสักคนไปเลยสิ ปล่อยไว้แบบนี้ยิ่งจะมีแต่คนเสียใจเพิ่มนะค่ะ!"อุชิโอะช่วยพูดบ้าง...รัตน์นิ่งเงียบไปก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"พี่สาวของผมเคยบอกไว้ว่า.....ความรักนะมันเกิดจากความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย...ไม่ใช้เกิดจากความสงสาร...ผมไม่ใช้คนดีอะไรขนาดนั่นหรอกครับ...ผมนะ...ผมนะ..."
"ฉะ ฉันไม่เคยพูดแบบนั่นเลยนะ?"เฟอเดอร์ริก้าทำหน้างงเมื่อได้ยินคำว่าพี่สาวเคยบอกรัตน์ก็ตะคอกกลับมาว่า"คุณไม่ใช้พี่สาวของผม!"
เฟอร์เดอร์ริก้าตะลึงในทันใด ส่วนรัตน์ก็วิ่งหนีหายไป......
"เด็กบ้า!"เฟอร์เดอร์ริก้าคำรามออกมาบ้างก่อนจะเอามือทุบพนัง....
"เป็นเรื่องแล้วสิ...."เอลเอ่ยออกมาเบาๆ
"ระ หรือว่าที่รัตน์คุงพูดไม่ดีกับโมโมะมาตลอด...เพื่อจะให้คุณโมโมะเกลียดตัวเองอย่างนั่นนะเหรอ...."อุชิโอะเอ่ยขึ้นมาซึ่งเธอเองก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่า....เธอเข้าใจถูกต้องรึเปล่า
ขณะเดียวที่ห้องควบคุมของยานราชินโยว์
"จัดแผนได้แล้วสินะครับคุณมามิยะ?"วอเรฟเอ่ยถามมามิยะก็พยักหน้าพร้อมกับโชว์แผนให้ดูพร้อมกับเอ่ยว่า"เราจะแบ่งกองกำลังออกเป็นสามส่วนครับ!"
---------------------------- ตอนที่ 6 ยังไม่จบนะครับ~
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2009, 07:54:14 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
raymiel02
|
 |
« ตอบ #40 เมื่อ: กันยายน 23, 2009, 03:25:17 PM » |
|
Episode 6 -Black&White In Atmosphere- (ต่อ)
7ปีก่อน...
"พี่สาวครับ....ทำไมไม่รับรักของพี่ทาคุยะล่ะครับ?"รัตน์ในวัยสิบขวบเอ่ยถามพี่สาวของตนที่อายุน่าจะราวๆ18ปี
"หา...จะให้รับได้ยังไงล่ะ พี่ไม่ได้ชอบเขาซะหน่อย"พี่สาวของรัตน์เอ่ยออกมารัตน์ก็ถอนหายใจพร้อมกับบอกว่า"ไม่จริงหรอกครับ วันก่อนยังเห็นคุยกันสนุก
สนานเลยนิน่า..."
"อืมมันก็จริงหรอกนะ แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบถึงเขาจะมีเงินเยอะพอเลี้ยงเราสองคนได้สบายกันได้ทั้งชาติก็เถอะ...."พี่สาวของรัตน์เอ่ยออกมาขณะครุ่นคิด.....
"แต่พี่ว่านะ ความรักน่ะมันเกิดจากความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย...ไม่ใช่เกิดจากความสงสาร....หรือว่าผลประโยชน์หรอก ถ้าเกิดตัดสินใจเลือกใครซักคนเพราะ
เรื่องพวกนั้นล่ะก็ชีวิตรักก็คงไม่มีความสุขหรอกนะ" พี่สาวเอ่ยพร้อมกับยิ้มออกมารัตน์ทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
"อืม...ความสงสารรึ...ถ้าเกิดมีผู้หญิงมาชอบผมแล้วผมไม่ชอบเธอผมควรตอบยังไงดีครับ..."รัตน์เอ่ยถาม ฝ่ายพี่สาวของเขาก็ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบว่า"
ง่ายสุดคือต้องรีบปฎิเสธไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ถึงมันจะดูเป็นการทำร้ายจิตใจไปบ้างแต่เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาทรมานภายหลังน่ะนะ"
"แล้วถ้าผมปล่อยให้มันคาราคาซังไปเรื่อย ๆ ล่ะครับ" รัตน์ถามต่อ พี่สาวเขาก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ยพร้อมกับตอบกลับมาว่า
"ถามมากจังนะเราเอาไว้ถึงเวลานั้นแล้วก็ลองถามหัวในตัวเองดูก็แล้วกัน" เมื่อได้ฟังคำตอบของพี่รัตน์ก็ได้แค่ทำหน้างง ๆ เแบบเดิมท่านั้นแต่พี่สาวของเขาก็
ยิ้มพร้อมกับบอกว่า
"พี่ว่าตอบมันอยู่ในตัวเราเสมอ ถ้าเรากล้าที่จะค้นหาซักวันเราต้องได้พบกับคำตอบ"
ปัจจุบัน...
รัตน์รู้สึกตัวขึ้นมาในค็อทพิทของอาคาน่าซาก้า...พวกเขากำลังอยู่ในบริเวณจุดลงโลกและกำลังเตรียมตัวดำเนินภารกิจแรกของกองกำลังTSC...
ย้อนกลับไปราว ๆ 5ชั่วโมงก่อน
"อย่างที่เห็นการที่กองกำลังTSCจะสามารถตอบโต้กับดาเรนได้อย่างแรกที่จะต้องกระทำให้เร็วที่สุดก็คือการจัดการเสี้ยนหนามสำคัญซะก่อน...ซึ่งนั่นก็คือ
บอนล์..." มามิยะเริ่มต้นอธิบายแผนการซึ่งนักบินทั้งหมดของกองกำลังTSCก็ตั้งใจฟังบ้างไม่ฟังบ้าง...
"ทำไมเทพอย่างเราต้องมาฟังอะไรแบบนี้ด้วยนิ...."วีเอ่ยขึ้นมาอย่างเซ็ง ๆ
"เพื่อการนั้นแล้ว ผมคิดว่ากองกำลัง TSC ของเราน่าจะทำการแบ่งกำลังออกเป็นสามส่วนเพื่อโจมตีโต้กลับบอนล์อย่างเร็วที่สุดครับ" มามิยะบอก ก่อนที่
มอนิเตอร์บนหน้าจอจะขึ้นภาพของลูกโลกขนาดใหญ่ยักษ์ มามิยะชี้ไปที่จุดจุดนึงแล้วอธิบายว่า
"ประเทศไทย...จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งของสมาพันธ์โลกแต่ตอนนี้ถูกพวกบอนล์ยึดเอาไว้ เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่มีการป้องกันในระดับสูงนอก
จากนั่นยังมีปืนใหญ่สำหรับสอยยานรบขนาดยักษ์ "อัศนีแดง" ที่คอยทำลายยานรบที่มุ่งหน้าไปใกล้"
"เป้าหมายของพวกเราคือการไปทำลายฐานที่มั่นนี้สินะค่ะ?" เอเล่ถามขึ้นมามามิยะก็ยิ้มก่อนตอบว่า
"ใช่ครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด..เป้าหมายของเราจริง ๆ คือ เจ้าปืนใหญ่เจ้าปัญหานี่ตะหากส่วนตัวฐานทัพถ้าเป็นไปได้ก็ควรยึดส่วนสำคัญ ๆ เอาไว้เป็นฐานกำลัง
ของพวกเราจะดีกว่า สำหรับการบุกโจมตีฐานที่มั่นนี้พวกเราก็จะไม่ใช้กองกำลังทั้งหมด แต่จะใช้แค่หน่วยย่อย ๆ ทีประกอบด้วยดัลลิอาต้า,เอลกับเนวาน่า,ฟาลิ
นกับลองเรจน์แล้วก็แพนเซอร์ทั้งสองเครื่อง"
"คะ แค่นั่นเองเหรอคะ!!? ทำแบบนั้นไม่เท่ากับส่งพวกนั้นไปตายเปล่าหรือไงกันค่ะ!!" เอเล่กล่าวด้วยความตกใจแต่มามิยะยิ้มเล็กน้อยก่อนอธิบายต่อว่า
"ไม่หรอกครับ เพราะจากที่ผมเห็นเนี้ยพลังของแพนเซอร์แค่ตัวเดียวก็ถล่มฐานทัพได้สบาย ๆ ในเวลาพริบตาเดียวเองมิใช่หรือครับ? เพราะงั้นแค่นี้ก็น่าจะ
เพียงพอแล้วล่ะ....."
"เอ่อ...ขอขัดจังหวะซักนิดนึงจะได้ไหมครับ" คาริสยกมือขึ้นเพื่อขอแสดงความคิดเห็น ฝ่ายมามิยะพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำอนุญาต
"ตอนนี้แพนเซอร์ของพวกผมมีปัญหาในเรื่องของคอร์พลังงานที่ไม่คงที่ พลังงานที่ใช้ได้ตอนนี้แค่ราว ๆ 10% เท่านั้นเอง ผมไม่มั่นใจว่ามันจะสามารถปลด
ปล่อยพลังทำลายได้เท่ากับที่คุณหวังเอาไว้หรอกนะครับ" คำอธิบายของคาริสทำเอาทุกคนในห้องประชุมถึงกับเงียบกริบ แต่ไม่นานก็มีเสียงของคน ๆ นึงดัง
แทรกขึ้นมา
"เรื่องนั้นไม่ต้องถึงมือฝ่าบาทหรอกเพคะ!! ถ้าแค่ทำลายปืนใหญ่อะไรนั่น ลำพังแค่ไวท์แอสคอร์ทก็พอแล้วเพคะ!!" ลีลี่ย์ลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวอย่างหนักแน่นโดย
เวลานั้นถ้ามีคนสังเกตก็จะเห็นการส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายของแร็คน่า
"ถ้างั้นแผนการก็คงไม่มีปัญหาอะไรสินะครับ เพราะเราต้องการทำลายปืนใหญ่นั่นส่วนใครจะเป็นผู้ทำลายนั้นก็แล้วพวกที่ลงภาคสนามตัดสินใจเองได้ตาม
สะดวกครับ เอาล่ะถ้าไม่มีใครมีคำถามแล้วผมขออธิบายต่อล่ะนะครับ แผนเป็นแบบนี้เราจะให้ยานเรดกาแลคเซียฝ่าชั้นบรรยากาศเข้าไปเหนือฐานทัพนี้...แล้ว
ให้ไวท์แอสคอร์ทเข้าทำลายปืนใหญ่อัศนีแดงเป็นอันดับแรกโดยเร็วที่สุด เมื่อปืนใหญ่ถูกทำลายลงแล้วเราจะส่งสัญญาณให้กองกำลังของเอลฮังค์ภาคพื้นโลกที่
เตรียมพร้อมอยู่บริเวณนั้นเข้ามาช่วยโจมตีและยึดฐานทัพนี้โดยเร็วที่สุด"
"อืมงี้นี่เอง....." เอเล่พึมพำก่อนที่มามิยะจะเปลี่ยนลูกโลกให้ขนาดเล็กลงและฉายภาพอวกาศบริเวณโดยรอบแล้วบอกว่า
"ต่อไปคือโคโลนี่...L1 ฐานทัพหลักของบอนล์บนอวกาศ....จากการยกพวกมาโจมตีราชินโยว์เมื่อสามสี่วันที่ผ่านมา คาดว่ากองกำลังบนอวกาศของบอนล์ที่คุ้ม
กันที่นี่อยู่น่าจะลดจำนวนลงไปมากพอสมควร เพราะงั้นเราฉวยโอกาสเข้าโจมตีที่นี่ก่อนที่จะมีการส่งกำลังเสริมเข้ามาล่ะก็โอกาสชนะก็พอมี ถ้ายึดที่นี่ได้ฐาน
กำลังบนอวกาศของบอนล์ก็จะลดลงไปอย่างมาก การบุกเข้าตีที่นี่เราจะใช้ยานบลูกาแลคเซียแองเจิลที่ประกอบด้วยทีมอาคาน่ายกเว้นโคกิกับชิเอล,อิกซีออน,
ไนท์พาลาดิน,ยาชาโอ,ทีมแบล็กเซเบอรัสแล้วก็ทีมDISE Projectเข้าโจมตี โดยการไปสมทบกับกองกำลังสนับสนุนและเติมซับพลายที่ฐานของเอลฮังค์
บริเวณนี้ก่อน..."
"ละ แล้วพวกฉันล่ะค่ะ?" อุชิโอะถามขึ้นมามิยะก็ยิ้มพร้อมกับบอกว่า
"อยู่ประจำกับยานฮาเซล เซน่อนเฝ้ายานราชินโยว์!"
"ให้เทพเฝ้ายานเนี่ยนะ ตลกแล้ว!" วีเกรียนขึ้นมาแต่มามิยะก็รับมือด้วยคำพูดง่ายๆว่า
"เทพวีครับ คุณไม่รู้สินะครับว่าหน้าเฝ้าบ้านนะสำคัญขนาดไหน การที่พวกเราคิดจะโจมตีฐานที่มั่นศัตรูแบบนี้ไม่คิดบ้างหรือครับว่าศัตรูก็อาจจะตลบหลังเรา
ด้วยการบุกตีฐานที่มั่นของเราด้วยเหมือนกัน แล้วถ้ายานนี้ถูกทำลายก็แปลว่าพวกเราเสียฐานกำลังหลัก หรือพูดให้เหมาะกับระดับสมองคนระดับเทพอย่างคุณ
ก็คือ แพ้ย่อยยับน่ะครับ เพราะงั้นไม่แปลกเลยใช่ไหมครับที่ศัตรูจะส่งศัตรูระดับเทพเข้ามาโจมตีที่นี่!!"
"นั่นสินะ มีเหตุผล หึ ที่เทพวีต้องอยู่เฝ้ายานเพราะศัตรูที่จะบุกมาขั้นเทพนะรึ น่าสนุกแฮะ...." ด้วยเทคนิคส่วนบุคคลนี้วีก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเล่นเอาหลาย
คนอดทึ่งกับฝีปากปราบเกรียนของมามิยะไม่ได้เลยทีเดียว
"ถ้ามีข้อขัดแย้งแล้วแผนการทั้งหมดก็จะเป็นไปตามนี้ครับ แต่ก่อนอื่นคงต้องขอให้ยานทั้งสามลำไปช่วยคุ้มกัน เรดกาแลคเซียในช่วงเตรียมพร้อมสำหรับการ
ฝ่าชั้นบรรยากาศลงไปโลกก่อนนะครับ ทีมที่จะบุกทำลายป้อมภาคพื้นขอให้เตรียมความพร้อมอยู่ในเรดกาแลคเซียทั้งหมด ส่วนที่เหลือแบ่งออกเป็นคุ้มกัน
ด้านซ้ายและขวา คอยต้านศัตรูที่อาจจะมาขัดขวาง" มามิยะอธิบายแผนการ ลูคัสก็ยกมือขึ้นแล้วพูดขึ้นว่า
"ถ้างั้นน่าจะแบ่งบางส่วนมาคุ้มกันรอบๆเรดฯด้วยนะครับ..."
"อืมนั่นสินะ...."มามิยะพึมพำก่อนจะหันไปถามลูคัสว่า"มังกรตื่นอย่างคุณมีความคิดอะไรบ้างไหมครับ?...."
"ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจในฝีมือของพวกเราทุกคน แต่เพื่อความไม่ประมาทศัตรูที่มีกำลังมากกว่าเราอาจจะเล็ดลอดแนวป้องกันเข้ามาได้ ผมขออาสาคุ้มกันยาน
เรดฯเอง อย่างน้อยออร์เฟอุสของผมก็ติดตั้งอาวุธโจมตีระยะไกลแถมด้วยเกราะหนาพอจะทนความร้อนและแรงเสียดสีในตอนลงชั้นบรรยกาศได้บ้าง แต่ผม
ต้องการอุปกรณ์เสริมเป็นบูสเตอร์ขับดันเพิ่มอุปกรณ์สำหรับฝ่าขั้นบรรยากาศสำหรับหุ่นยนต์กับผู้ช่วยอีกซักคนที่ช่วยคุ้มกันผมจากศัครูทึ่จะเข้ามาเล่นงานผม
จากระยะประชิด..." ลูคัสสรุป สายตามามิยะจับจ้องไปทางรัตน์ที่นั่งเหม่ออยู่...เป็นอันว่าได้ตัวหมากครบสำหรับแผนการรบครั้งนี้...
กลับมาปัจจุบัน
รัตน์กำลังนั่งอยู่ในค็อทพิทของอาคาน่าซาก้าแบบติดตั้งบูสเตอร์เสริมที่กำลังยืนอยู่บนแท่นส่งตัวของยานบลูกาแลคเซีย เตรียมพร้อมจะออกสู่สนามรบ...ดูเหมือ
นพวกบอนล์จะส่งกองกำลังมาขัดขวางตามคาด....
"นี่ รัตน์คุง? ได้ยินมาว่ามีเรื่องกับโมโมะจัง ซาโยะจังแล้วคุณเฟอร์เดอริก้ารึ..."ไลล่าส่งสัญญาณเข้ามาถามรัตน์ก็ตอบแบบผ่านๆว่า
"ไม่มีอะไรหรอกครับ....ไม่มี..."
"โกหก....เธอเนี่ยน่าจับพิรุธชาวบ้านเก่งแต่ตัวเองกลับโกหกไม่เก่ง....แปลกจริงๆ"ไลล่าบ่นพึมพำรัตน์ก็สวนไปว่า
"มันไม่เกี่ยวกันซักหน่อยนี่ครับจับโกหกเก่งใช่ว่าตัวเองจะต้องโกหกเก่งด้วยน่ะ..."
"ไม่เกี่ยวหรอก...แต่ถ้าคิดตามแบบคนทั่วไปมันก็น่าจะรู้สึกแบบนั่นล่ะนะ...." ไลล่าเอ่ยใบ้อะไรนิด ๆ ก่อนจะตัดสัญญาณไป
"คิดแบบ...ทั่วไปงั้นรึ....."รัตน์พึมพำขณะที่อาคาน่าซาก้ากำลังจะถูกปล่อยตัวให้ทะยานสู่เข้าสู่สนามรบ...
"อาคาน่าซาก้า รัตน์ พรมอนันต์ จะไปล่ะนะ!!"
อาคาน่าซาก้าพุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิด้วยชุดบูสเตอร์ที่ติดอยู่ด้านหลังช่วยส่งให้ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น ด้วยกำลังบูสเตอร์ที่เอาไว้สำหรับหนีแรงดึงดูด
ของโลกนี้มันแรงเอาการมันจึงทำให้รัตน์รู้ถึงแรง G มากกว่าปกติอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเท่าไหร่ กองทัพของบอนล์ที่ประกอบด้วยจาโปรน่าส่วน
มากพุ่งเข้าหายานทั้งสามลำ ฮาเซลเซน่อนแยกไปรับมือศัตรูทางขวาส่วนบลูกาแลคเซียไปทางด้านซ้าย... ทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดฉากทักทายกันเบาะ ๆ ด้วยปืนบี
มและจะจรวดมิซายส์ในทันทีที่เจอหน้ากัน แต่ในการบครั้งนี้กลับมีบางสิ่งที่ก่อกวนจิตใจของใครหลาย ๆ คนมากกว่าศัตรูที่กำลังถาโถมเข้ามา
"เป็นอะไรรึเปล่าโมโมะ ดูท่าทางไม่ค่อยดีนะ..."เมเดอร์ลีนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงขณะประเคนบีมซับแมนชีนกันใส่จาโปรน่า
"ปกติ...ค่ะ...พี่..."โมโมะรับคำมาแบบเซ็ง ๆ ก่อนจะเล็งอาคาน่าสตีมแคนน่อลใส่กลุ่มจาโปรน่า...
"ฉันปกติดี....ปกติ..ปกติ.........รัตน์คุงกับซาโยะจังบ้าที่สุด!!!!" โมโมะตะโกนพร้อมกับโอเวอร์ลิมิตอาคาน่าสตีมแคนน่อลกวาดศัตรูตรงหน้าซะเรียบวุธ....
"ไม่ปกติค่ะ...."มายาที่อยู่ในแครอลเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยออกมา เธออยู่แต่ในห้องควบคุมราชินโยว์เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง...แต่ที่แน่ๆโมโมะไม่
ปกติ
"ไม่ปกติ..."ไลมุเอ่ยออกมา...ขณะใช้Heat Saberไล่ฟันใส่จาโปรน่าศัตรู...
"โมโมะจังไม่ปกตินะค่ะ..."ฟีรีน่าบอกขณะประเคนไดแมนชั่นไรเฟิลใส่กลุ่มจาโปรน่าของศัตรู
ที่เรดกาแลคเซียซาโยะกำลังนั่งเหม่อ...จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้สังเกตุเลยว่าจาโปรน่าตัวนึงหลุดจากฝั่งขวาพุ่งเข้ามาที่เรดกาแลคเซีย
"อ๊ะ!!!....ศะ ศัตรูพุ่งเข้ามาทางกราบขวาค่ะ!!!" ซาโยะรายงานขึ้นมาแต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วจาโปรน่าตัวนั่นพุ่งเข้ามาที่สะพานเดินเรือและ...
เปรี้ยง!!!! บรึ๊ม!!! จาโปรน่าตัวนั้นถูกยิงกระเด็นออกไปเพราะเรลกันของออร์เฟอุส...
"คุณแบตเทิล....ทำอะไรของคุณน่ะ!! ปล่อยให้ศัตรูมาเข้าใกล้ได้แบบนี้..." ลูคัสส่งสัญญาณติดต่อมาบ่นแน่นอนว่าแบตเทิลก็สวนกลับทันควัน
"ไม่ใช้ความผิดของฉันสักหน่อย นายที่เป็นคนคุ้มกันต่างหากทำไมปล่อยให้เข้ามาใกล้ได้ถึงขนาดนี้ล่ะ!!!"
"ผมมีแค่สองมือสองเท้าสองตากับหนึ่งหัวสมองนะครับ จะให้สู้กับศัตรูทุกทิศทุกทางได้ยังไงกัน คุณนั่นแหละทำไมไม่สั่งการมาเล่า"
ลูคัสถามแบตเทิลพร้อมกับควบคุมออร์เฟอุสยิงปืน Linear gun สกัดกั้นศัตรูที่เหลืออยู่ แน่นอนคำตอบก็กลับมาไม่ก็ไม่สวยหรูอย่างเคย
"นายมีสี่ตาตะหากล่ะยะ!! อีกอย่างหน้าที่มองหาศัตรูน่ะมันหน้าที่โอเปอร์เรเตอร์ตะหากล่ะย่ะ..."
"แต่คุณเป็นกัปตันมีหน้าที่สั่งการทั้งหมดนี่ครับ การทำให้ผู้ใตับังคับบัญชาตื่นตัวตลอดเวลาก็เป็นงานของคุณนะ หัดเช็คซะด้วยสิ!!" ลูคัสบ่นต่อพร้อมกดลั่นไก
ยิงบีมแคนน่อนอัดจาโปรน่าสองเครื่องที่กำลังพุ่งเข้ามาตกไป ก่อนจะโยกหลบการบีมไรเฟิลที่ถูกยิงมาจากด้านข้าง
"ว่าไงนะย่ะตาแว่น!!!"
"ก็มันเรื่องจริงนี่ครับ กัปตันบ้า ๆ แบบคุณเนื้ยมีแต่จะ..." การโต้คารมระหว่างที่ทั้งสองคนเริ่มทำท่าจะลุกลามเป็นการทะเลาะกันใหญ่โตอีกแล้วแต่ขณะนั้นซา
โยะก็รายงานมาว่า
"ทางด้านกลุ่มอุชิโอะกันแอทซอลท์จาโปรน่าหกเครื่องไม่ได้ค่ะ...ทั้งหมดกำลังกำลังมุ่งมาทางนี้!"
"หะ หกเครื่อง!" ลูคัสตื่นตกใจก่อนจะหันไปทางกลุ่มแอทซอลท์จาโปรน่า มันพุ่งเข้ามาประชิดออร์เฟอุสเร็วกว่าที่เขาคิด....
"คุณรัตน์ศัตรูเข้าประชิดแล้ว ฝากคุณต้านด้วยผมจะสนับสนุนคุณเอง คุณรัตน์!! คุณรัตน์!! คุณรัตน์!!เป็นอะไรไปตอบด้วยสิครับ" ลูคัสร้องเรียกรัตน์ที่เหม่ออยู่ก็
ได้สติชักอาคาน่าฟลาชิอ้อนพุ่งเข้าฟันใส่แอทซอลท์จาโปรน่า แต่วืด...
"ชิ!" รัตน์เดาะลิ้นอย่างไม่พอใจก็จะกดปุ่มยิงมิสซายส์แจกใส่กลุ่มแอทซอลท์จาโปรน่า จรวดพุ่งเข้าไปหาเป้าหมายแต่หล่าแอทซอลท์จาโปรน่าก็สกัดกั้นเอาไว้
ได้อย่างง่ายดาย
"หนอย!!" ลูคัสไม่สบอารมณ์เขาล็อกเป้าหมาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะกดยิง split missile ช่วยซ้ำแต่ก็ทำลายแอทซอลท์จาโปรน่าไปได้แค่สองตัว
เท่านั่น
"ตัวไปช่วยทางเรดนะเอเล่!" ลูน่าที่เห็นเหตุการณ์กล่าวรายงานแต่ขณะกำลังจะพุ่งไปออร์คเกนย์ตัวนึงก็โผล่เข้ามาขวางเธอเอาไว้
"ออร์คเกนย์? ลูน่าจัง!"อุชิโอะพยามเข้าไปช่วยโดยการยิงบีมออโตเมติกไรเฟิลใส่...แต่ดูเหมือนจะไม่ระคายผิวออร์คเกนย์เลยแม้แต่น้อย...
"พี่สาวสุดเคะหลบปาย!!!~" เสียงคุ้นๆดังขึ้น วีนั่นเองเขาบังคับกันทริกเกอร์เข้ามาสู้แทนลูน่าและอุชิโอะ
"พวกนี้พี่รับมือไม่ไหวหรอกน่ามันต้องเทพๆแบบผม!" วีกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความมั่นใจสมกับเป็นผู้มีปริญญาเกรียนติบัตรชั้นสูงจริงๆ
แต่ในตอนนั่นออร์คเกนย์อีกตัวก็พุ่งเข้ามาเล่นงานกันทริคเกอร์จากด้านหลัง
บรึ๊ม!!!! บรึ๊ม!!!! บรึ๊ม!!!! บรึ๊ม!!!! บรึ๊ม!!!!
"ฮุก!!! เฮ็ย! แน่จริง-อย่ารุมดิว่ะหนึ่งหนึ่งเซ่โว้ย!!"
วีบ่นออกมาหลังจากเพิ่งแงะหน้าตัวเองออกมาจากคอนโซล เพราะการโจมตีเมื่อกี้เล่นเอาวีได้เล่นบทรักสุดดูดดื่มกับคอนโซลควบคุมของกันทริคเกอร์เอาให้
เต็มรัก แต่ดูเหมือนพวกศัตรูจะไม่ฟังไล่กระหน่ำวีกันยกใหญ่สงสัยบางทีวันนี้อาจจะเป็นวันที่เราจะได้จดจำเทพวีเกี่ยวกับวีรเกรียนของเขาไว้ในใจตลอดกาล
เสียแล้ว
ระหว่างที่กันทริคเกอร์กำลังโดนรุมกินโต๊ะอยู่นั้น อุชิโอะกับลูน่าไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้เพราะแค่ทางฝั่งตัวเองก็ตึงมืออยู่แล้วนั้น ไม่รู้ว่ามันเป็น
บัญชาจากสวรรค์ ลิขิตจากนรก พระเจ้าเมตตาหรือเจ้าไม่ปลื้มที่จะรับเทพเดินดินคนนี้กลับสวรรค์ก็ไม่อาจทราบได้
ลำแสงสีฟ้าสองเส้นพุ่งตรงมาจากระยะไกลเกินระยะสายตามนุษย์จะมองเห็น แสงสองเส้นเข้าปะทะออร์คเกนย์อย่างจังแต่ไม่ได้มาแค่เฉพาะลำแสงยังมีสายน้ำ
วิ่งตามลำแสงมาอีกด้วย เมื่อมันพุ่งเข้ากระทบกับออร์คเกนย์สายน้ำก็แตกตัวออกมาเป็นสายเล็กๆพุ่งเข้าทำลายจาโปรน่าที่อยู่รอบ ๆ จนพินาศไปหมด
ลูน่ากับอุชิโอะรีบหันไปทางที่ทิศทางที่ลำแสงนั่นพุ่งมาและสิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือวัตถุบินความเร็วสูงกำลังพุ่งตรงมาทางนี้ มันคือยานบินสีน้ำเงินรูปร่างคล้าย
กับนกอินทรีย์ ยานบินลำนั้นพุ่งทะยานมาใกล้พวกเธอก่อนจะดีดส่วนหัวยานออกไปและพับตัวเป็นหุ่นยนต์สีน้ำเงินก่อนจะคว้าจับหัวยานที่ยิงออกไปเมื่อครู่มาถือ
เป็นโล่ห์พร้อมดึงสามง่ามออกมาควงพร้อมโพสท่าอย่างเท่ห์ ลูน่าและอุชิโอะรู้จักหน้าของหุ่นตัวนี้ดีเพราะมันก็คือ หุ่นยนต์ที่เคยเคยปรากฎตัวออกมาช่วยพวก
เธอนั่นเอง...
"พะ....พันตรีเคนตั๊กกี้!" ลูน่ากับอุชิโอะเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน....เอ่อว่าแต่ชื่อเคนตั๊กกี้ดูคุ้น ๆ ยังไงก็ไม่รู้
"หะ หุ่นตัวนั่นรุ่นใหม่ของเอลฮังค์นิน่า!" ซารีน่าจำได้จากการใช้สัญญาณไฟคุยกันในการพบกันล่าสุดเธอรีบติดต่อทางบลูกาแลคเซียแองเจิลทันที
"ขอบคุณนะคะเอลฮังค์ที่ส่งกำลังเสริมสุดแกร่งแบบนี้มาช่วย..."ซารีน่ารีบขอบคุณ...มามิยะกับไลล่าก็ทำหน้างงขึ้นมาพร้อมกับบอกว่า....
"พูดอะไรของเธอน่ะ ทางเราไม่ได้ส่งใครไปช่วยเลยนะ"
"อะ...เอ้....." แว่นของซารีน่าเลื่อนลงเล็กน้อยพร้อมกับพึมพำว่า....
"ไม่ใช้เหรอ...ถ้างั้นที่มานี่ใครกันอะ?..."
ขณะเดียวกันภายในยานเรดกาแลคเซียแองเจิล....
"คุณคะ! รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังพลาติน่านั่นไหมคะ" ริโค่รีบถามคาลิสในทันที
"อ่า!! รู้สึกได้สิคลื่นพลังพลาสติน่าที่รุนแรงดุจสายลมและสงบนิ่งดุจสายน้ำนี่ไม่ผิดแน่!!"
คาริสเอ่ยขึ้นพลางเร่งพลังพลาสสติน่าของตัวเองให้สูงขึ้นเพื่อบอกตำแหน่งของตนเองให้คนผู้นั้นรู้ที่อยู่ของตัวเองขณะเดียวกันแร็คน่าก็เร่งพลังขึ้นมาเช่นกัน
โดยไม่พูดอะไร ในขณะเดียวกันนั้นทางด้านผู้ที่อยู่ภายในหุ่นยนต์สีน้ำเงินก็สัมผัสได้ถึงพลังพลาสสติน่าเหล่านั้นแล้ว
"ดาร์ลิ้ง!! รู้สึกถึงคลื่นพลังนั้นไหม!!?" หญิงสาวผู้นั่งอยู่ภายในเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่สูงกว่าเธอเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความปิติยินดี
"รู้สึกสิมายฮันนี่ ชัดเจนขนาดนี้แสดงว่าฝ่าบาทอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แน่" ในขณะนั้นเองคาริสก็ส่งเทเลพาธีมาถึงเขา
"ใช่ท่านจริง ๆ ด้วย ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งทักษิน เซริออส แลนติส"
"ฝ่าบาททรงปลอดภัยสินะพะยะค่ะ ไม่ต้องกังวลพระทัยกระหม่อมจะไปจะที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละพะยะค่ะ"
พูดจบเซริออสก็ควบคุมแพนเซอรคู่ใจพุ่งตรงไปตัวยานเรดฯในทันที แน่นอนว่าการสนทนานี้คนอื่น ๆ นอกจากแพนเซอร์แล้วไม่มีใครได้ยินภาพที่ปรากฏต่อ
สายตาของ ลูน่า อุชิโอะ และวีจึงกลายเป็นเพียงแค่ หุ่นยนต์สีน้ำเงินเครื่องนี้แปลงร่างแอ็คเท่ห์แล้วพุ่งจากไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น ระหว่างมุ่งหน้าไปนั้นก็ต้อง
เผชิญหน้ากับพวกแอทซอลท์จาโปรน่าที่พุ่งเข้ามาขัดขวาง
"เจ้าพวกมดปลวกทั้งหลายคิดจะมาขวางทางข้าไม่ให้ไปช่วยเหลือฝ่าบาทเช่นนั้นเหรอ? ช่างไม่เจียมตนเสียจริง มายฮันนี่~ แสดงพลังรักของพวกเราให้ผ่านบ
ลูไรเซอร์นี้ให้พวกมันได้ประจักษ์กันเถอะ!"
"ค่าดาร์ลิ่ง~"
จบประโยคสุดหวานเลี่ยนเซริออสผู้ยังไม่รู้ว่าตัวเองโดนใครบางคนตั้งชื่อแปลก ๆ ให้เสียแล้วก็ควบคุมแพนเซอร์สีน้ำเงินบลูไรเซอร์อัดพลังพลาสสติน่าลงสู่ไทร
เดนท์พร้อมหมุนควงอย่างคล่องแคล่วก่อนจะตวัดคลื่นพลังออกไปทำลายแอทซอลท์จาโปรน่าที่มาขวางทางอยู่ทั้งหมดพินาศไปอย่างง่ายดายก่อนขึ้นไปยืนอยู่
บนยานเรดกาแลคเซียแองเจิลโดยทันที
"รูปร่างกับการโจมตีแบบนั้น แพนเซอร์อีกตัวงั้นรึ ตกลงมันมีกี่เครื่องกันแน่นะ?....." ลูคัสพึมพำเมื่อเห็นพลังของบลูไรเซอร์ด้านมามิยะที่อยู่บนยานบลูกาแล
คเซียก็ยิ้มแบบสะใจพลางเอ่ยขึ้น
"ได้แพนเซอร์มาเพิ่มอีกตัว...แผนนี้น่าจะสำเร็จได้ง่ายขึ้น...หึหึหึ"
"โด่....ไอ้สามง่ามสีน้ำเงินนั่นมันอะไรฟร่ะ แย่งบทเทพหมดเลย!" วีเกรียนออกมาอุชิโอะก็แนะนำตัวว่า"เขาคือพันตรีเคนตั๊กกี้ล่ะ!"
มะ ไม่ใช้แล้วล่ะอุชิโอะ......แต่ก็นะเธอก็ยังไม่รู้นิน่า......
"ทางนั่นไม่ต้องห่วงแล้วสินะ...ถ้างั้น!" ฮิคารุพึมพำก่อนจะบังคับเฟทเบรกเกอร์บินฉวัดเฉวียงหลบการโจมตีของจาโปรน่าแล้วประเคนเก็ตลิ่งมือถืออิซานากิใส่
ศัตรูส่วนอีกมือก็ยิงบีมแคนน่อลสุซาโนโอะไปด้วย
"ถ้างั้นจัดการให้จบๆไปเลยก็แล้วกัน!"ไลมุประกาศก่อนจะปล่อยคลื่นความเย็นแช่แข็งศัตรูจากมือซ้ายและปล่อยคลื่นความร้อนจากมือขวาของยาชาโอใส่ซ้ำ
และปิดด้วย...
"Infinity Wave Crusher!" ไลมุประกาศก่อนเกิดพายุเพลิงน้ำแข็งพุ่งออกมาจากมือมือทั้งสองข้างที่เอามาประสานกัน พลังทำลายของมันกวาดล้างกลุ่มจา
โปรน่าทั้งหมดตรงหน้าในพริบตา....
"แหลกไปซะ!"ไกด์ตะโกนก่อนจะใช้อาร์คคาลิเบอร์ไล่ฟันใส่กลุ่มจาโปรน่าศัตรูและประกบดาบทั้งสองเล่มเข้าด้วยกันเป็นดาบขนาดใหญ่และพุ่งฟันทำลายจาโป
รน่าทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า
"ศัตรูล่าถอยไปหมดแล้วค่ะ..." ซาโยะรายงานแบตเทิลก็ถอนหายใจพร้อมกับเอ่ยว่า
" โอเคเริ่มต้นการฝ่าชั้นบรรยกาศได้ ว่าคุณคาลิสแพนเซอร์ของพวกคุณฝ่าชั้นบรรยากาศได้ไหมค่ะ..."
"เอผมเองก็ไม่รู้สิครับเพราะที่ดาวของผมไม่เคยมีการทำอะไรในลักษณะนี้ แต่ถ้าตามปกติเรย์เบลดจะมีบาเรียป้องกันอยู่ก็คิดว่าน่าจะพอได้มั้งครับ"คาลิสตอบ
กลับมาทางวิทยุมือถือ
"ค่ะ เพราะว่าตอนนี้เราเปิดประตูโรงเก็บยานไม่ได้ค่ะ..."ก่อนที่แบตเทิลจะทันได้พูดต่อซาโยะก็แจ้งสัญญาณเข้ามาว่า
"ตรวจจับสัญญาณปริศนาได้ทางเก้านาฬิกาค่ะ!" สายตาของทุกคนรีบมองไปยังจุดที่ถูกระบุว่ามีสิ่งลึกลับปรากฏขึ้น
"นะ..นั่นมัน..." ลูคัสถึงกับตื่นตะลึง...เขาจำร่างมฤตยูสีดำนี้ได้ดี.....มันคือหุ่นยนต์ลึกลับที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยที่โคโลนี่L7ที่สำคัญพลังและความสามารถ
ของมันยังแข็งแกร่งกว่าหุ่นไหนๆที่เขาเคยเจอ...
"ละ หลบเร็วเข้า!"ลูคัสแจ้งเตือนไปที่เรดกาแลคเซีย....แต่ช้าไปแล้ว...
Enemy Detected....
ตัวอักษรปรากฎขึ้นบนหน้าจอของหุ่นสีดำทมิฬก่อนมันจะตั้งปืนที่ถือขึ้นมาเล็งแล้วยิงไปทางเรดกาแลคเซีย!
เพราะคำเตือนของลูคัสเรดกาแลคเซียเลยหักหลบออกมาจากวิถียิงเดิมได้แต่ทว่าก็ช้าไปนิดหน่อยลำแสงสีดำพุ่งถากกราบเรือของเรดกาแลคเซียไป...แต่แรง
สะเทือนที่เกิดขึ้นก็ทำเอากัปตันของยานตกเก้าอี้ไปเลยเหมือนกัน
"ซาโยะ รายงานความเสียหายมาสิ!"แบตเทิลที่ตกจากเก้าอี้เพราะการโจมตีเมื่อครู่ลุกขึ้นพร้อมกับเอามือกุมศีรษะที่มีเลือดไหลออกมาเป็นทางเอ่ยถามซาโยะ
เธอก็รายงานมาโดยทันที
"กราบซ้ายเสียหายไป 40% ค่ะ ตำแหน่งลงคลาดเคลื่อนไปแล้วเอาไงดีค่ะ!"
"ลงมันตรงนี้เลย!!" แบตเทิลบอกพร้อมกับชูพัดขึ้นมา
"เอะ!!....แต่ว่าแบบนั่นแผนการก็จะ..." ซาโยะอ้ำอึ้งลูคัสก็ส่งสัญญาณมาบอกว่า
"ถ้าตอนนี่เราอยู่กำลังโดนแรงดึงดูดของโลกดึงเข้าไปแล้วถ้าเรามัวแต่เคลื่อนตัวมีแต่จะเป็นเป้านิ่ง ผมจะเบนความสนใจมันไว้เองระหว่างนี้ก็รีบฝ่าลงไปเลย
เอ๊ะ!! หัวของคุณ!!" ลูคัสอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดที่ศีรษะและใบหน้าของแบ็ตเทิ้ล
"ช่างฉันเถอะย่ะ แค่นี้ไกลหัวใจตั้งเยอะ คุณมังกรตื่น. แต่ไอ้ที่พูดน่ะแน่ใจนะว่าทำได้จริง " แบตเทิลยิ้มเล็ก ๆ โดยพยามฝืนอดกลั้นความเจ็บปวดไว้ ฝ่ายลูคัสก็
ดันแว่นพร้อมกับตอบว่า
"คิดว่าผมเป็นใครกันล่ะคุณแบตเทิล"
"ว่าไงนะย่ะ จะหาเรื่องกันรึไง อุ๊บ!!"เค้าลางสองคนนี้จะทะเลาะกันเริ่มปรากฎขึ้นมาอีกแล้ว....แต่เพราะอาการบาดเจ็บทำให้แบ็ตเทิ้ลรู้สึกมึนศีรษะเพราะ
แรงกระแทกจังเสียหลักไปนิดหน่อยแต่เธอยังจับเก้าอี้ไว้ได้ทันจึงยังไม่ล้มฟุบไป ฝ่ายลูคัสที่เห็นอีกฝ่ายอาการแย่ก็คิดจะเอ่ยเรียกแต่ไม่ทันจะได้ทำแบบนั้น หุ่น
สีดำก็พุ่งเข้ามาจะใช้ดาบลำแสงของมันหมายจะแทงใส่ออร์เฟอุส เคราะห์ดีลูคัสไหวตัวทันรีบบูสเครื่องถอยหลบดาบลำแสงนั่นได้เฉียดฉิว ออร์เฟอุสโต้กลับโดย
ใช้ดูเอลเรลกันยิงสวนแต่หุ่นมฤตยูสีดำก็บินหลบได้อย่างง่ายได้ พร้อมพุ่งเข้ามาหาอีกรอบลูคัสหยิบเอาทวินลันเชอร์ขึ้นมาแล้วประเคนกระสุนโหมดกระจายใส่
หน้าหุ่นสีดำตรง ๆ แต่ถึงกระสุนจะเข้าเป้าจัง ๆ แต่หุ่นตัวนั่นไร้ซึ่งร่องรอยความเสียหายแม้แต่น้อยระหว่างที่บีมเบลดของมันกำลังจะเสียบอกของออร์เฟอุส
"มะ มังกร!"แบตเทิลร้องเสียงหลงทั้งที่เธอก็กำลังรู้สึกมึนหัวหนักขึ้น แต่ระหว่างนั้นก็มีบางสิ่งพุ่งตรงมากระแทกใส่หุ่นลึกลับนั่นอย่างจังเบอร์
บรึ๊ม!!!!
ไทรเดนของบลูไรเซอร์ถูกพุ่งมาเป็นลำแสงสีฟ้าแต่เจ้าหุ่นลึกลับนี่ก็ไวทายาทมันยกโล่ห์ขึ้นมาปัดไทรเดนที่พุ่งเข้ามาออกไปได้ก่อน แต่กระนั้นโล่ห์ของมันก็มี
น้ำแข็งมาเกาะติดเต็มไปหมด บลูไรเซอร์ปรากฏตัวขึ้นจากทางด้านข้างของออร์เฟอุสเรียกว่าเป็นโชคดีที่นาน ๆ ทีจะมีซักครั้งของลูคัสก็ว่าได้ เพราะคาริสได้
ออกคำสั่งให้เซริออสและเซเลน่ามานำบลูไรเซอร์มาช่วยสนับสนุนลูคัสได้ทันการณ์
"หวิดมาไม่ทันแล้วไหมล่ะ? เป็นไงบ้างล่ะ? แต่พูดไปก็คงไม่ได้ยินสินะ" เซริออสเอ่ยขึ้นในห้องควบคุมของบลูไรเซอร์ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่าลูคัสไม่ได้ยินหรอกแต่ตอน
น้นคาริสก็ติดต่อไปหาลูคัส
"ไม่เป็นไรนะครับคุณลูคัส?"
"ก็หวิดไปเหมือนกันครับ ว่าแต่ว่าแพนเซอร์เครื่องนี้"
"บลูไรเซอร์ครับ หนึ่งใน 4 เทพสงครามของอาณาจักรวาเลนเดีย ผู้ควบคุมคือท่านแม่ทัพใหญ่แห่งทักษิน เซริออส แลนติส กับ รองแม่ทัพเซเลน่าครับ"
ระหว่างที่คาริสกำลังแนะนำสมาชิกใหม่ให้รู้จักนั้น ฝ่ายบลูไรเซอร์ก็ไปประจัญหน้ากับมฤตยูสีดำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองฝ่ายรุกรับกันอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยัง
ไม่มีใครจู่โจมโดนกันเลย
"ระวังด้วยนะคะดาร์ลิ่ง เจ้านี่ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว" เซเลน่ากล่าวเตือน
"เข้าใจแล้วล่ะฮันนี่ คุมบาเรียไว้ให้ดี ๆ แล้วกันนะจ๊ะที่รัก"
เซริออสกล่าวพลางควบคุมบลูไรเซอร์พุ่งเข้าหาศัตรูในทันทีหุ่นสีดำรีบถอยออกมาจากบลูไรเซอร์แล้วเปิดส่วนหน้าอกออกพร้อมกับยิงลำแสงสีดำออกมาหน้า
อก...บลูไรเซอร์รีบหลบการโจมตีในทันที..ลำแสงนั่นพลาดเป้าแต่ว่าแท่งโลหะหกอันถูกปล่อยออกมาจากด้านหลังของหุ่นสีดำแล้วพุ่งเข้ามาหาบลูไรเซอร์ทันที
บางอันยิงเลเซอร์ใส่แต่บางอันก็พุ่งเข้ามากระแทก บลูไรเซอร์พริ้วตัวหลบลำแสงพลางให้ไทรเด็นปัดแท่งโลหะพวกนั้นให้ออกไปนอกทิศทางการโจมตี แต่
ระหว่างที่ติดพันอยู่นั้น เจ้าหุ่นสีดำก็พุ่งอ้อมมาด้านหลังด้วยความเร็วระดับที่เห็นการเคลื่อนไหวของมันเป็นภาพติดตาเลยทีเดียว
ตูม!!!!!!!
หุ่นปริศนาโจมตีบลูไรเซอร์ด้วยปืนถือของมันความรุนแรงนี้เล่นเอาบาเรียของบลูไรเซอร์ถึงกับสลายไปเลยทีเดียว แต่โชคดีทียังหมุนกลับมายกโล่ห์รับได้ทันจึง
ไม่ได้รับความเสียหายมากแต่แรงกระแทกก็ผลักบลูไรเซอร์ให้ถอยกรูดออกไป และที่แย่กว่านั้นคือบลูไรเซอร์เริ่มเสียดสีกับชั้นบรรยากาศแล้ว
"ถ้ามีพลังงานคอร์ซัก 30% ล่ะก็....." เซริออสบ่นอุบในขณะที่ภายนห้องควบคุมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะ
"จะให้ปลดพลังคอร์ไหมคะดาร์ลิ่ง?" เซเลน่าเอ่ยถาม
"ไม่ได้พลังคอร์ที่ไม่เสถียรแบบนั้นไม่ควรเสี่ยงอีกอย่างฝ่าบาทก็อยู่ใกล้ ๆ ด้วยมันอันตรายเกินไป"
"แต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเราก็คงยากที่จะชนะนะคะ"
"ไม่ต้องกลัวไปมายฮันนี่ตราบเท่าที่มีเจ้าอยู่เคียงข้างข้าคนนี้ไม่มีวันพ่ายแพ้อยู่แล้ว เดี๋ยวจะแสดงให้มันเห็นถึงพลานุภาพแห่งความรักของเราเลย" เซริออสก
ล่าวอย่างไม่หวาดหวั่นกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเลยซักนิดยังคงยิงออร่าเลิฟ ๆ ได้อย่างไม่ครั่นคร้าม
"ค่า!! ดาร์ลิ่ง"
เซเลน่าก็ไม่แพ้กันเข้ากับเซริออสได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ในขณะเดียวกันยานเรดกาแลคเซียพวกของคาลิสที่มองดูสถานการณ์ผ่านทางคริสตัลในเรย์เบลด เริ่มรู้สึก
ร้อนรนขึ้นมา คาลิสรีบสั่งการไปที่แร็กน่าทันที "ไปสมทบกับท่านแม่ทัพเร็วเข้า"
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2009, 03:27:01 PM โดย raymiel02 »
|
บันทึกการเข้า
|
To Aru Kagaku no Unicorn  จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค
|
|
|
|
raymiel02
|
 |
« ตอบ #41 เมื่อ: กันยายน 23, 2009, 03:29:06 PM » |
|
Episode 6 -Black&White In Atmosphere- (ต่อ)
"น้อมรับบัญชาฝ่าบาท" แร็กน่ารับคำสั่งอย่างนอบน้อมพร้อมกับส่งสายตาไปยังผู้ที่นั่งอยู่บนที่นั่งของพาร์ทเนอร์โดยไม่พูดอะไร ลีลี่ย์พยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยขึ้น
"Warp Gate!!"
ไวท์แอสคอร์ทผายฝ่ามือไปเบื้องหน้าพริบตานั้นวงแสงขนาดใหญ่พอให้หุ่นยนต์ขนาดยี่สิบกว่าเมตรลอดผ่านได้สบายก็ปรากฏขึ้น ไวท์แอสคอร์ทพุ่งทะยานเข้า
ไปในวงแสงนั้นไปออกวงแสงอีกวงที่อยู่ไม่ไกลตัวยานเรดฯมากนัก ในระหว่างนั้นคาริสที่อยู่ในโกลด์ซาเวียก็จ้องมองลงไปยังริโคริส แววตาของเธอแฝงไว้บาง
สิ่งที่อยากจะพูดออกมาแต่ยังไม่ได้เปล่งเสียง เมื่อได้มองดวงตาของเธอแล้วคาริสก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับเธอ
"รู้แล้วล่ะ ไปกันเถอะ"
"ค่ะ!!" ริโคริสรับคำ แล้วโกลด์ซาเวียก็ทะยานตามไวท์แอสคอร์ทไปติด ๆ ประตูมิติเชื่อมต่อออกมาหน้าประตูโรงเก็บด้านนอกยานทั้งสองเครื่องพุ่งเข้าช่วย
บลูไรเซอร์ที่กำลังดูเหมือนจะตกที่นั่งลำบากในการต่อสู้กับหุ่นมฤตยูสีดำ ไวท์แอสคอร์ทได้กลายสภาพเป็นแสงแล้วหายตัวไปทันทีที่ออกมาจากวาร์ปเกทฝ่าย
เมื่อเซริออสจับสัญญาณของโกลด์ซาเวียได้ก็รีบติดต่อไปหาคาริสทันที
"ฝ่าบาท!! เสด็จออกมาทำไมพะยะค่ะ!!" เซริออสตกใจเมื่อเห็นโกลด์ซาเวียตามหลังไวท์แอสคอร์ทมาติด
"แน่นอนก็มาช่วยท่านแม่ทัพไงล่ะครับ!!" คาริสตอบพลางพับพลาสสติน่าแคนน่อนและพลาสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ขึ้นมากระหน่ำยิงพลังงานเข้าใส่หุ่นยนต์สีดำ
ราวกับห่าฝนปืนกลทันทีแม้จะสร้างความเสียหายให้กับศัตรูลึกลับนี้ไม่ได้แต่มันผงะไปพอสมควร
Barrier Power Down 30% Analyse Enemy No Data Counter Function Active มฤตยูสีดำปล่อยแท่งเหล็กที่หลังของมันออกมาอีกครั้งพร้อมยิงลำแสงขาวออกมาจากใต้โล่ห์ของมันเป็นการตอบโต้ โกลด์ซาเวียเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
และในเวลานั้นไวท์แอสคอร์ทที่หายตัวตั้งแต่เมื่อครู่ก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหลังของศัตรูลึกลัยตัวนี้
"ไม่ให้แตะต้องฝ่าบาทได้หรอก!!! Aura Blade!!!" ลีลี่ย์คำรามลั่นพร้อมส่งพลังของใช้สกิลออร่าเบลดในทันทีดาบของไวท์แอสคอตถูกฉาบด้วยพลังแสงเริ่ม
ยาวออกถูกหวดใส่หุ่นสีดำอย่างรวดเร็วแต่ทว่า.......
วู้ม!!!!!!!!!!!
มันได้หายไปจากตรงนั้นราวกับใช้วิธีกับไวท์แอสคอร์ทเมื่อครู่ แต่ไม่มีใครสัมผัสถึงพลังพลาสสติน่าจากตัวมันได้แม้แต่น้อยนิด แต่มันหายตัวไปได้อย่างไรนั้น
ไม่สำคัญเพราะตอนนี้มันไปปรากฏตัวอยู่ตำแหน่งที่สูงกว่าไวท์ แอสคอร์ทและกำลังเล็งปืนมา
"หึ!!" แร็กน่ายิ้มมุมปากเล็กน้อยเพราะตอนนี้แผนการของเขาสำเร็จแล้ว คัตเตอร์เฟมิล่าทั้ง 20 อันที่แอบปล่อยไว้ตั้งแต่แรกได้ล้อมกรอบศัตรูปริศนาเอาไว้
เป็นทีเรียบร้อยแล้วมันก็เริ่มพุ่งชนด้วยความรวดเร็ว
Barrier Power Down 60% Analyse Enemy Weapons No Data
มฤตยูสีดำถูกคัทเตอร์เฟมิล่าจู่โจมอย่างต่อเนื่องหลายต่อหลายครั้งจนมันวาร์ปหนีไปอีกครั้ง เสี้ยววินาทีต่อมันก็ปรากฏตัวใกล้ ๆ กับออร์เฟอุสพร้อมกับตั้งท่า
ดาบเตรียมพร้อมจะสับเป้าหมายให้เต็มดอกแต่ทว่า.....
"Striger Sniper" โกลด์ซาเวียยิงกระสุนลำแสงออกมาสองเส้นตรงเข้าใส่มฤตยูสีดำ มันรีบผละตัวออกห่างออร์เฟอุสและตีวงกลับหมาจะตอบโต้แต่กระสุน
เหล่านั่นแต่กระสุนก็พุ่งติดตามมาเหมือนจรวดนำวิถีจนเข้าปะทะกับร่างของมฤตยูสีดำในที่สุด....แต่ผลก็เหมือนเดิมร่างสีดำไร้สิ้นซึ่งร่องรอยความเสียหาย มัน
หันกลับไปเล็งโกลด์ซาเวียอีกครั้ง แต่เสี้ยววินาทีนั้นบลูไรเซอร์ก็แปลงร่างเป็นยานบินรูปนกทะยานขึ้นมาจากแรงดึงดูดของชั้นบรรยากาศพร้อมกับยิงบอลพลัง
งานพลาสติน่าสไตร์ระดับสองอัดเข้าเต็มรัก
"ตอนนี้แหละ!!! All Weapon Standby ยิง!!!!" ออร์เฟอุสในโหมด AWS เปิดไพ่ตายประเคนอาวุธทุกอย่างใส่มฤตยูสีดำมันโดนเข้าไปเต็มๆจนเกิดการ
ระเบิดขึ้น.....
บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!!บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!! บรึ๊ม!!!บรึ๊ม!!!
เมื่อสาดกระสุนไปจนหมดเกลี้ยงออร์เฟอุสก็โอเวอร์ฮีทตามระเบียบ เกราะหุ้มถูกปลดออกทั้งหมดโดยอัตโนมัติแต่ทว่า....
เมื่อกลุ่มควันจางหายมฤตยูสีดำก็ยังคงอยู่ที่ตรงนั้นโดยไร้ร่องรอยความเสียหายใด ๆ เช่นเดิมแต่ภายในของมันเริ่มแสดงข้อความขึ้นมามากมาย
Barrier Power Down 98% Barrier Turn Off Auto Cooling Active Generator Cooling Boson Jumper Off Line Chrno Drive Off Line GR-System Off Line
"มะ...ไม่เป็นอะไรเลยงั้นรึ...." ลูคัสถึงกับตะลึง...ร่างมฤตยูสีดำค่อยๆชักเลเซอร์เบลดออกมาแล้วพุ่งมาทางลูคัส...
----------------------------------------------------------------------------
กองกำลังTSCคนอื่น ๆ เฝ้ามองเหตุการณ์นี้ด้วยความกังวลครั้งจะเข้าไปช่วยก็เป็นเรื่องยากเพราะตำแหน่งของยานนั่นถ้าเกิดเข้าไปเรียกว่าต้องโดนดูดลงไป
บนโลกแน่ๆเลย
"ละ ลู! มีวิธีทำอะไรสักอย่างไหม!!!?" หม่าฟานในยานฮาเซลโวยวายมามิยะเหงื่อตกศัตรูเหนือความคาดหมายดันโผล่มาซะได้...มีแต่ต้องภาวนาให้รอด...แต่
เขาไม่ชอบทำแบบนั่น...แต่ก่อนจะได้ทันตัดสินใจอะไรอาคาน่าซาก้าก็พุ่งไปทางเรดกาแลคเซียอย่างรวดเร็ว
"ระ รัตน์เดี๋ยวก่อนสิ!!! เข้าไปตอนนี้โดดแรงดึงดูดลากลงโลกด้วยแน่ ๆ อาคาน่าฝ่าชั้นบรรยากาศโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยได้ก็จริงแต่ระบบนั้นยังไม่รองรับความ
ปลอดภัยของนักบินนะ ถ้าลงมีแต่จะโดนอบเป็นไก่งวงวันคริสต์มาสเอานะ!" ฟาเฟลร้องเตือนแต่รัตน์ก็ยังคงไม่สนใจ...บังคับซาก้ามุ่งหน้าไปต่อ
"รัตน์คุง...เธอเลือกซาโยะจังสินะ...." โมโมะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาด้วยจนไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเธอ น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดจนไม่อาจ
บรรยายเป็นคนพูดออกมาได้ แต่ถึงเสียงนั้นจะเบาจนไม่มีคนได้ยินแต่รัตน์ก็หยุดการเคลื่อนไหวของซาก้าลงเสียดื้อ ๆ
"ไปสิ....เธอกำลังรอนายอยู่นะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอกก็ความรู้สึกของคนเรามันบังคับกันไม่ได้นี่นา....." โมโมะเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้กับรัตน์ ....ทั้งคู่เปิดช่อง
สัญญาณสาธารณะไว้ทำให้การสนทนาของทั้งสองคนนี้ได้ยินกันไปถึงในกองกำลัง TCS ยกเว้นคนที่ไม่มีวิทยุสื่อเหมือนชาวบ้านเขา
"แต่ว่านะ ถึงเธอจะไม่ชอบฉันแต่ฉันก็ยังรักเธออยู่เสมอนะรัตน์คุง...ฉัน....จะไม่ลืมว่าเธอคือคนที่ฉันรักไม่ว่าจะผ่านไปนานซักแค่ไหน" โมโมะกล่าวทั้ง ๆ ที่
น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ยังคงยิ้ม ไม่สิพูดให้ถูกคือยังคงฝืนยิ้มทั้ง ๆ ที่ภายในใจของเธอเจ็บปวดราวกับมีอะไรบางอย่างทิ่ม
แทงเข้าไป
"..........ยัยบ้า....." รัตน์เอ่ยออกมาห้วน ๆ ทำเอาทั้งหมดที่ฟังอยู่สะดุ้ง...บางคนถึงเริ่มมีอารมณ์ฆาตรกรขึ้นมานิด ๆ เลยก็มี
"ที่ฉันไปก็แค่ฉันต้องการสัญญากับซาโยะไว้เท่านั้น....สัญญาว่าจะปกป้องเธอแต่ว่า........โมโมะ....เธอน่ะรอฉันกลับมาก็แล้วกัน...."รัตน์พูดขึ้นมาประโยค หลังทำเอาเกือบทุกๆคนสะดุ้งเฮือก...เว้นคนที่กำลังเจอเรื่องหวาดเสียวชนิดชนิดจะเป็นจะตายอยู่
"คำตอบมันอยู่ในตัวเราเสมอ ถ้าเรากล้าที่จะค้นหาซักวันเราต้องได้พบกับคำตอบ"
รัตน์นึกถึงคำพูดของพี่สาวในวันนั้นขึ้นมาได้เขาเริ่มหลับตาแล้วจมดิ่งลงไปสู่ห้วงแห่งความคิดของตนเอง ซาโยะ กับ โมโมะ สำหรับเขาแล้วสองคนนี้เป็นใคร?
สองคนนี้เป็นอะไรสำหรับเขา? สองคนนี้มีความหมายอย่างไรสำหรับเขา? แล้วเขาคิดยังไงกับเธอทั้งสอง?
ตอบไม่ได้ ตอนนี้เราตอบไม่ได้ไม่ว่าจะซาโยะ หรือ โมโมะ ก็มีความสำคัญกับเราทั้งนั้น แม้จะไม่รู้ว่าเราคิดยังไงแต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจก็คือ เราไม่ต้องการสูญเสีย
ทั้งสองคนไปในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่อยากเห็นสองคนนี่บาดเจ็บ หรือ ตายจากไป ไม่อยากเห็นน้ำที่หลั่งออกมาด้วยความโศกเศร้าของพวกเธอเลย ใช่ที่เราทำได้
ตอนนี้ก็คงมีแค่..........
"พี่ของฉันเคยบอกไว้ว่า...ถ้าเกิดมีผู้หญิงมาชอบแล้วเราไม่ได้ชอบเธอ....ไม่อยากให้เธอเสียใจก็ให้ตอบแบบนี้ไป......." ถ้างั้นก็ทำให้ฉันรักเธอให้ได้สิ...."แค่
นั้นแหละ....เพราะงั้นรอฉันกลับมานะ....แล้วก็มาทำให้ฉันรักเธอให้ได้ล่ะ!" พูดจบรัตน์ก็ยิ้มให้โมโมะ.....
"มะ...เหมือนในอนิเมทเลยค่า..." อุชิโอะที่ฟังบทสนทนานี้อยู่ก็บ่นพึมพำอยู่คนเดียวในอาร์คสไตร์เกอร์ส่วนคนอื่น ๆ ก็อึ้งกิ่มกี่ไปตามฟอร์ม
"..คะ..ค่า!!! โมโมะจะรอรัตน์คุงตลอดไปค่า!"โมโมะตะโกนออกมาทั้งน้ำตา...หน้าของเธอมีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ด้วย...
"งั้นฝากดูแลพี่สาวด้วยล่ะ.....พี่เฟอร์เดอริก้าน่ะ" รัตน์บอกก่อนจะเหยียบความเร็วเต็มพิกัดพุ่งไปทางเรดกาแลคเซีย เฟอร์เดอร์ริก้าที่ได้ยินถึงกับทำบุหรี่ตกแล้ว
เกาหัวอย่างไม่สบอารมณ์ว่
"เจ้าเด็กบ้านี้... ขอให้ปลอดภัยนะ....."เฟอร์เดอริก้าพึมพำพร้อมกับอมยิ้ม...
"Over-Limit! Liberate"รั ตน์ตะโกนอาคาน่าซาก้าปลดบูสเตอร์เสริมออกพร้อมทำการโอเวอร์ลิมิตพุ่งเข้าหามฤตยูสีดำทันที...
มฤตยูสีดำตอบโต้ด้วยเลเซอร์เบลด รัตน์รับรู้ได้ ใช่ดูเหมือนเขาจะเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าของการโจมตีของมฤตยูสีดำในหัวสักเล็กน้อยก่อน 1-2 วิ เลยทำให้
สามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียด...
"ชิ!! ช้าไป ตอบสนองไม่ทันเหรอ!!!" รัตน์พึมพำก่อนจะหักลบแต่เลเซอร์เบลดของศัตรูก็ฟันโดนเข้าที่ไหล่ซ้ายของซาก้า...
"ระ รัตน์คุง!" โมโมะกับซาโยะร้องขึ้นมาพร้อมกัน...รัตน์ไม่มีท่าทีตื่นตกใจเหมือนเขารู้อยู่ก่อนแล้วเพียงชั่วพริบตามือขวาของซาก้าก็ตั้งขึ้นมามีกระแสไฟฟ้า
แล่บออกมาจากมือข้างนั่น....
"เสร็จฉันล่ะ....เสร็จฉันล่ะ....เสร็จฉันล่ะ!!!" รัตน์คำรามก่อนประทับมือข้างนั่นใส่หัวของกิลฟอร์ด......เกิดเสียงกระแสไฟฟ้าดังระงมเหมือนนกนับพันที่ร้องระงม
รัตน์อาศัยพลังของซาก้าในการดันฝ่ามือไปข้างหน้าดันมฤตยูสีดำลงไปเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก...
"Schachmatt!"
รัตน์คำรามก็เกิดการระเบิดขึ้น แขนขวาของอาคาน่าระเบิดออก พร้อม ๆ กับระเบิดโอเวอร์ลิมิตที่ปิดตัวลงและสภาพของเกราะด้านนอกบางชิ้นที่ถูกชั้น
บรรยกาศเผาไหม้จนระเบิดออกไป......ส่วนมฤตยูสีดำนั่น....มีเพียงรอยไหม้จาง ๆ เท่านั่นที่หัวของมันเท่านั้นแต่ทว่าตอนนี้อาคาน่าซาก้าของรัตน์ถูกปลายโล่ห์
ที่แยกออกเป็นคีมหนีบอันใหญ่หนีบลำตัวบริเวณใกล้ ๆ ค็อทพิทเอาไว้อย่างแน่นหนาจนแผ่นเกราะของอาคาน่าซาก้าบุบเข้ามา เหล็กแหลมที่ซ่อนไว้ตรงปลาย
โล่ห์เล็งตรงไปยังค็อทพิทของอาคาน่าพร้อมจะพุ่งแทงเข้าหาทุกเมื่อ "ชิ....ซวยเป็นบ้า!!" รัตน์เดาะลิ้นด้วยความเจ็บใจเพราะสถานการณ์ตอนนี้ถึงเขาไม่โดนหมุดแทงก็ต้องโดนเผาตายด้วยความร้อนของการฝ่าชั้นบรรยากาศนี่แน่
ไม่ว่าแบบไหนเขาคงโดนจารึกชื่อไว้บนแผ่นหินสวย ๆ ในสุสานชัวร์นอกจากจะมีปาฏิหารย์จากพระเจ้ามาช่วยให้เขารอดพ้น แต่พระเจ้ามันไม่มีในโลกซักหน่อย
ที่สำคัญตอนนี้เจ้ามฤตยูดำมันหันเอาอาคาน่าซาก้ามาทำเวฟไรเดอร์ให้มันฝ่าชั้นบรรยากาศเสียแล้ว ความร้อนภายในค็อทพิทเริ่มขึ้นสูงจนไพล็อทสูทก็แทบจะ
ทนไม่ไหว วงจรภายในเริ่มช็อตและระเบิด
"โทษทีนะโมโมะ สงสัยว่าคงทำตามที่สัญญาไม่ได้แล้ว" รัตน์กล่าวประโยคนี้ออกมาแต่น่าเสียดายเครื่องสื่อสารของเขาพังไปแล้ว
"ไม่นะ!!!!!!! รัตน์!!!!!!!!" โมโมะตะโกนสุดเสียงเมื่อได้คิดถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอส่งเสียงภวนาจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอไม่ต้องการสูญเสียเขาไป ไม่
อยากเสียคนที่เธอรักที่สุดไปแม้นเขาจะไม่ได้รักเธอ แต่ถ้าหากเขาตายไปตรงนี้ความปราถนาของเธอจะจบสิ้นลงที่ตรงนี้ ใครก็ได้ จะเป็นใครก็ช่าง จะเป็นพระ
เจ้า ซาตาน หรือ อะไรก็แล้วแต่ได้โปรดช่วยเขาด้วย ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามเธอยินยอมทั้งนั้น......
ไม่รู้ว่าคำอธิฐานนั้นส่งไปถึงพระเจ้าหรือไม่ ทว่าในตอนนั้นเองที่หน้าจอของหุ่นมฤตยูสีดำก็มีตัวอักษรเขียนขึ้นมาว่า....
Gearfried Detected
หุ่นยนต์สีขาวรูปร่างเหมือนกับหุ่นยนต์สีดำปรากฎตัวออกมา........พร้อมกับเสียงคำรามของนักบินผู้บังคับ
"เจอตัวแล้วกิลฟอร์ด!!!!!!!!...."
หุ่นยนต์สีขาวกางม่านพลังก่อนจะเสียดสีเข้าไปกับชั้นบรรยากาศพร้อมชักเลเซอร์เบลดออกมาโจมตีใส่หุ่นสีดำ กิลฟอร์ดผละตัวออกจากอาคาน่าซาก้าพร้อมยก
เลเซอร์เบลดรับการโจมตีเอาไว้
Generator Cooling Completed Barrier Turn On Boson Jumper On Line Chrno Drive On Line GR-System On Line
มันฟาดฟันดาบไปสักครู่ มันก็เร่งความเร็วดิ่งลงโลกไปก่อนโดยมีหุ่นสีขาวก็ตามไปติด ๆ ช่วงเวลานั้นโกลด์ซาเวียก็พุ่งลงมาคว้าอาคาน่าซาก้าเอาไว้พร้อมกับ
กางสนามพลังหุ้มเอาไว้ก่อนจนกระทั้งและทั้งหมดก็ฝ่าความร้อนของชั้นบรรยกาศลงมาสู่โลก ออร์เฟออุสดีดอุปกรณ์ที่ดูเหมือนร่มสำหรับร่อนลงโลกออกก่อนจะ ค่อยร่อนลงยืนบนยานเรดกาแล็คเซีย
"รอด.......แล้ว!........"แบตเทิลกล่าวออกมาอย่างยินดีก่อนจะล้มฟุบหมดสติไป เมื่อเรดกาแลคเซียเข้ามาสู่ชั้นบรรยกาศโลก...ทางด้านกองกำลังTSCบนอวกาศ
เมื่อรู้ว่าทั้งหมดปลอดภัยก็พากันเฮโลดีใจตามไปด้วย...
"อินโดนีเซียรึ..." ลูคัสพึมพำก่อนจะเริ่มรู้สึกว่าปัญหาของพวกเขากำลังจะเริ่มขึ้น... ------------------------------------------------------------ Episode 6 -Black&White In Atmosphere- End ------------------------------------------------------------
เอาล่ะเรื่องราวตอนนี้ก็แยกกันเป็นสายอีกครั้งดังนี้ล่ะหน่อ
สายโลก Loop Of Arcana (เรดกาแลคเซีย,อาคาน่าซาก้า) Panzer Warfare The Lord of Destruction Imbeclie Grim-Rippa Dalliata of Sacre Blaze Indoles:Synchronicity Midnight Beasts
สายอวกาศ Loop Of Arcana (บลูกาแลคเซีย อาคาน่าโรมานส์,ฮิสเทรี่,โครนิเคิล) PROJECT DIMENSION~The Endless Enigma~ Knight Paladin! The Lord Of Elementals - Azure Lighting Great Creation Legend ~The Begining and the End~ Advance Combat Unit: Black Cerberus
สายดวงจันทร์ Loop Of Arcana (อาคาน่าเลเจนด์,เทล) Moonlight of the Hazel Xenon Armor Troopers Ark-Strikers จักรกลลุยแหลก ! Guntrigger !!!!
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 24, 2009, 11:38:05 PM โดย SrwKung »
|
บันทึกการเข้า
|
To Aru Kagaku no Unicorn  จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค
|
|
|
|
LINKS
|
 |
« ตอบ #42 เมื่อ: กันยายน 24, 2009, 10:48:57 PM » |
|
Episode 7 –DESTINY AND GIRL (SPACE ROUTE)
...ภารกิจของพวกเรา ในตอนนี้คือการโจมตีฐานโคโลนี่L1ของบอนล์ และตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในระหว่างการเติมเสบียง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในครั้งนี้ นี่เป็นการตอบโต้บอล์นที่คุณมามิยะวางแผนเอาไว้ ซึ่งสำหรับทุกคนมันก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้สำเร็จนี่ล่ะนะ ชั้นเองถึงแม้จะไม่อยากหันปืนใส่ใครแต่ในตอนนี้ชั้นเองจำไม่ได้แล้วว่า ชั้นยิงคนไปเท่าไรแล้ว แต่เพราะชั้นใช้ข้ออ้างว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง มันจึงทำให้ชั้นไม่มีตราบาปในใจเลย...ไม่สิ มันเป็นตราบาปของชั้นที่มีความจำเป็นต้องทำต่างหาก เราต้องต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้อง... ฟิริน่า เวลรากัส จดบันทึก ในส่วนของโรงเก็บของยานรบบลูกาแลคเซีย แองเจิ้ลนั้นค่อนข้างจะวุ่นวายมากมายในช่วงนี้ เพราะมีการขนเสบียง พร้อมทั้งยุทโธปกรณ์ต่างๆเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะกระสุนต่างๆหรือุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซม...เพื่อเตรียมการสำหรับการโจมตีโคโลนี่L1ของบอนล์
“เอ้าทางโน้นน่ะเร็วๆหน่อยสิ อะไรกันมัวแต่ชักช้าอยู่ได้น่ะ เป็นคนหนุ่มประสาอะไรทำอะไรเชื่องช้าซะจริง!!” เสียงนายช่างใหญ่ประจำงานออกคำสั่งเสียงดัง
“คุณเอ็ดเวิร์ดมีอะไรให้หนูช่วยรึเปล่าคะ”เสียงใสๆของฟิริน่าดังขึ้นข้างๆเอ็ดเวิร์ดที่กำลังง่วนกับการสั่งงานอยู่
“เป็นนักบินก็ไปพักผ่อนซะบ้างเถอะ ยัยหนูนี่น่ะงานของช่างเครื่องนะ พักเอาแรงไว้สำหรับสงครามต่อจากนี้ดีกว่า”เอ็ดเวิร์ดหันมาสอนแบบใจดีกับฟิริน่า แต่การว่าแบบนี้ก็ทำเอาฟิริน่าหน้ามุ่ยนิดนึง
“แต่ว่าหนูอยาก….” ฟิริน่ากำลังจะพูดต่อให้จบแต่นายช่างใหญ่ก็ค้านขึ้นมาซะก่อน
“ไม่มีแต่ล่ะ..เธอน่ะชอบมาแย่งงานชั้นทำซะเรื่อยเลย!!! ถ้าอยากช่วยล่ะก็หัดเอาอย่างเจ้าลูชิเฟอร์ พวกนักบินอาคาน่า อย่างยัยหนูโมโมะนั่นก็ได้ เวลาบอกให้พักก็พักซะให้เต็มที่ อย่ามาขัดคำสั่งของชั้น”เอ็ดดุเสียงเข้ม แต่ฟิริน่าก็อดยิ้มไม่ได้นี่ล่ะ เพราะเธอรู้ว่าเอ็ดก็เป็นห่วงทุกคนและอยากให้นักบินมีสภาพพร้อมที่สุด ก่อนออกรบ เพื่อความปลอดภัยนั่นล่ะ
“ที่สำคัญ ตอนนี้ช่วยบอกเจ้าหัวเม่นคู่หูของเธอด้วยว่า อย่าทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยอาหารจะได้มั้ย ที่นี่ไม่ใช่คลังเสบียงนะ”เอ็ดพูดพร้อมชี้นิ้วไปทางโซลน่อลเซเวียร์ แน่นอนเพราะไกด์เอาอาหารมาให้โซลกินอยู่ทุกวัน
“ค่ะ จะไปบอกให้นะค่ะ”ฟิริน่ารับปากพร้อมกับยิ้มให้เอ็ด แล้วเธอก็จะโดดขึ้นไปบนค็อกพิทของโซลน่อลที่ไกด์นั่งอยู่ (กระโดดไปถึงอยู่แล้วเพราะสภาพไร้น้ำหนัก)
“ขยันจังเลยนะไกด์คุง มาที่ค็อกพิทอีกแล้ว”ฟิริน่าทักทายไกด์ที่กำลังง่วนกับการจัดการข้อมูลในค็อกพิทอยู่ กุกกักๆๆ!!(ไกด์ขยับไปมือไปมาบนแผงคอนโทรลและจัดไฟล์ข้อมูลต่างๆ “ถ้าว่างล่ะก็มาช่วยกันบ้างก็จะดีนะ”ไกด์บ่นขึ้นเล็กน้อย
“แหม! แล้วไม่ให้โซลจังช่วยล่ะ”ฟิริน่าถามต่อ ไกด์ไม่ตอบอะไรเพียงแต่ชี้นิ้วไปทางโซลที่นั่งกินเค้กอยู่ด้านหลังที่นั่งของเขา
“อ๋อ!!ไม่ว่างสินะจ๊ะ”ฟิริน่าที่เห็นก็ยิ้มต่ออีกที
“ซา-อับ อี อ่ะ อิริน่า อัง”(สวัสดีค่ะฟิริน่าจัง)โซลทักทายฟิริน่าขณะที่กินเค้กเต็มปาก
“สวัสดีจ๊ะโซลจัง”ฟิริน่าทักทายโซลตอบ เมื่อเห็นโซลไม่ว่างฟิริน่าจึงคิดอะไรบางอย่างก่อนจะพูดว่า
“ไวส์จังมาช่วยกันหน่อยจ้ะ”ฟิริน่าเรียกไวส์ออกมาจากฟาเรน พร้อมกันนั้นเธอก็กระโดดเข้าไปในค็อกพิทของโซลน่อลไปนั่งข้างไกด์ทันที ค็อกพิทของโซลน่อลนั้นมีขนาดปานกลางที่สามารถนั่งกันได้สองสามคนแบบไม่เบียดมากนักแต่การที่ฟิริน่าเข้าไปอีกคนก็เลยไปอยู่ใกล้ๆชิดกับไกด์เลยทีเดียว ซึ่งฟิริน่าดูจะอายๆอยู่ แต่ไกด์นั้นเฉยๆเพราะสำหรับเขาฟิริน่าก็คือเพื่อนเลยไม่ได้คิดอะไร ในระหว่างนั้นก็มีเอไออีกคนมาปรากฏตัวต่อหน้าไกด์ด้วย ทำเอาไกด์ตกใจผงะไปนิดนึง และเธอก็แนะนำตัวเอง
“สวัสดีค่ะไกด์คุง นี่เป็นการพบกันครั้งแรกสินะคะ ชั้นคือเอไอของฟาเรน.. ไวส์ค่ะ” ไวส์ทักทายและแนะนำตัวเอง
“เอ่อ สวัสดีครับ”ไกด์ทักทายกลับไป เขาไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเอไอของฟาเรน ดูนิ่งเรียบร้อยผิดกับโซลลิบลับเลย ไกด์แอบมองเปรียบเทียบเล็กน้อยกับโซลที่ถนัดในเรื่องกิน ที่สำคัญสวยซะด้วยสิแต่สวยกว่าโซลมั้ยนี่ตอบยากแฮะ เมื่อโซลมองเห็นไวส์ เธอก็น้ำตาปริ่มๆ พร้อมกับพุ่งเข้าหาไวส์อย่างรวดเร็ว
“พี่จ๋า!!!!! คิดถึงจังเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยคะ”โซลพุ่งเข้ากอดไวส์ซะเต็มรักเลย
“ให้มันน้อยๆหน่อยแค่ไม่ถึงปีนี่ จ๊ะ”ไวส์ดุน้องนิดหน่อยพอเป็นพิธีจริงๆเธอก็คิดถึงโซลอยู่เหมือนกันนะ แต่เธอเป็นประเภทเคร่งครัด ถ้าฟิริน่าไม่สั่งก็จะไม่ออกมา
“ฟิริน่าที่เห็นแบบนี้เลยบอกว่า “ไวส์จังคราวหลังถ้าจะออกมาก็ได้นะ ตามใจไวส์งแหละจ้ะ”
“ขอบคุณค่ะ มาสเตอร์”ไวส์ตอบรับ
“นี่ๆ” ไกด์สะกิดฟิริน่า เมื่อเธอหันมาเขาก็ถามต่อพร้อมกับชี้ไปที่ไวส์กับโซล “โซลกับไวส์ เป็นพี่น้องกันด้วยรึ”
“เป็นสิ ทำไมเหรอก็อย่างที่ไกด์คุงเห็นไง”ฟิริน่าหันมาตอบแบบย้อนๆ ไกด์ยังคงอึ้งๆเพราะเขารู้สึกว่ามันขัดกันอยู่นะ แล้วเขาก็ถามไปว่า “นี่เดี๋ยวสิ ตามธรรมดาแล้วไวส์ต้องเป็นน้องสิ เพราะฟาเรนชูไวส์เสร็จที่หลังโซลน่อลเซเวียร์นี่ ไม่ใช่รึไง”
“อุ ฮิๆฮ่าๆ”โซลเห็นหน้าไกด์ตอนถามแล้วอดขำไม่ได้ เพราะไกด์ถามด้วยหน้าตาจริงจังมากๆ และดูเหวอๆเมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น
“งั้นชั้นจะเป็นคนอธิบายเองค่ะ”ไวส์พูดขึ้นก่อนที่จะหันไปทางฟิริน่าเป็นการถามว่าได้หรือไม่ ซึ่งฟิริน่าก็พยักหน้ารับว่าได้เลย
“พวกเราเอไอทั้งสี่เกิดขึ้นมาไม่พร้อมกันค่ะ คนที่เกิดเป็นคนแรกคือ พี่รีอัส ตามด้วยชั้น คราฟ แล้วก็โซลค่ะ ที่ไกด์คุงถามว่าทำไมโซลถึงไม่เป็นพี่ชั้นนั่นเพราะว่า พวกเราเรียงตามลำดับการเกิดปกติค่ะ ส่วนเรื่องที่โซลได้อยู่บนโซลน่อลเซเวียร์ก็เป็นเพราะว่า โซลมีความเข้ากันได้กับโซลน่อลเซเวียร์สูงที่สุด ในพวกเราทั้งหมด ในขณะที่พี่รีอัสนั้นแม้จะเกิดก่อนแต่ไม่สามารถเข้ากับโซลน่อลเซเวียร์ได้นั่นล่ะค่ะ”ไวส์อธิบายอย่างละเอียด
“อืมเข้าใจล่ะ แต่ว่าแบบนี้แสดงว่าพวกเธอก็ต้องต่อสู้กับพี่น้องด้วยสินะ แบบนี้พวกเธอก็แย่สิ”ไกด์เข้าใจแล้วก็สรุปด้วยสีหน้าเศร้าๆนิดๆ
“ค่ะ พี่รีอัสและคราฟเองก็อยู่กับคุณกัลฟาลูทและคุณเอน่า แต่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราหรอกค่ะ ขอเพียงเป็นความต้องการของมาสเตอร์พวกเราก็สามารถต่อสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกับใครก็ตาม”ไวส์ตอบด้วยใบหน้าเฉยชา ส่วนโซลก็พยักหน้ารับ
ตึง!!! ไกด์ทุบผนังค็อกพิทอย่างแรง ทำเอาทั้งสามสาวสะดุ้งเลยทีเดียว พร้อมกับพูดออกมาว่า “ห้ามพูดแบบนั้นนะ พวกนั้นเป็นครอบครัวของเธอนะ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องหาทางออกที่ไม่ต้องเจ็บปวดให้ได้ เข้าใจนะทั้งสองคน”ไกด์พูดจบก็มองไปทางเอไอสาวทั้งคู่ด้วยสายตามุ่งมั่น....
“เข้าใจแล้วค่ะ” ทั้งไวส์และโซลก้มหน้ารับคำสั่งนี้ ฟิริน่าเองก็มองไกด์ด้วยแววตาชื่นชมไม่น้อยทีเดียว พร้อมกับคิดในใจว่า “ไกด์คุงก็ยังคงเป็นไกด์คุง ยังเป็นคนเดิมที่คิดแต่จะช่วยคนอื่นให้ได้สินะ” แล้วเธอก็ยิ้มนิดๆ
“ว่าแต่โซล ทำไมเธอถึงไม่ช่วยงานไกด์คุง”ไวส์เริ่มดุน้องสาวตัวเองอีกครั้ง
“ขอโทษค่า!!!พอดีกำลังกินอยู่เลยน่ะค่ะ นี่ค่ะพี่เอามั้ยคะ”โซลก้มหน้าสำนึกผิดแต่ยังไม่วายยื่นเค้กในมือให้พี่สาว
“ไม่ไหวเลยเธอเนี่ย กินเก่งไม่เคยปลี่ยนเลยนะ”ไวส์ได้แต่ถอนหายใจแบบปลงๆกับน้องสาวคนนี้
“แฮะๆ ค่า!!!” โซลยิ้มให้พี่สาวของเธอ ไกด์และฟิริน่าที่เห็นพี่กับน้องทะเลาะกันก็อดยิ้มไปด้วยกับกิริยาของเอไอทั้งคู่ไม่ได้ จนเผลอเอาหน้ามาใกล้กันจนเกือบชิดกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ม่รู้
“อ๊ะ!!..ขอโทษทีนะ” ฟิริน่า หน้าแดงแล้วรีบหันหน้าออกห่างทันที เพราะเธอรู้สึกอยอย่างบอกไม่ถูก…ส่วนไกด์ก็งงๆกับท่าทีของฟิริน่า แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ก่อนเขาจะเรียกเธอให้ช่วยดูสิ่งที่เขาคิดขึ้น
“เอาล่ะดูนี่หน่อยสิ แพทเทิร์นโจมตีแบบพิเศษของชั้นน่ะ เป็นไง”ไกด์ชี้ให้ฟิริน่าที่หันหน้าหนีไปมาดู ซึ่งเธอก็ต้องก้มกลับมาดูด้วยความสนใจ
“Dimension Daybreak เหรอ? น่าสนใจดีนี่ แต่ว่าการจะทำความเร็วสูงขนาดนี้แล้วใช้โจมตีปิดท้ายแบบทีเดียวเลยน่ะมันยากนะ ถึงจะดูสมบูรณ์แบบแต่ก็มีจุดอ่อนมากเลยล่ะ ตรงที่กว่าจะทำความเร็วสูงขนาดนั้นต้องใช้พลังงานจากคอร์พลังงานมากซึ่งเวลาที่ใช้สะสมพลังงานก็มากตามไปด้วย แบบนี้ใช้จริงท่าจะยากนะ”ฟิริน่าวิเคราะห์ท่าไม้ตายของไกด์ออกมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ถูกทั้งจุดเด่นและจุดด้อยเลย
“แต่ว่าถ้าใช้การปลดลิมิตเตอร์เป็นBURST MODE OVER DRIVE น่าจะไหวนะ”ไกด์แย้งขึ้นเล็กน้อย
“เรื่องนั้นน่ะห้ามเด็ดขาดเลยนะไม่ว่ายังไงก็ตาม มันอันตรายเกินไป Burst over driveน่ะหากผิดพลาดอาจถูกสูญเสียหัวใจของตัวเองไปนะ”ฟิริน่าตีเสียงดุทันที ซึ่งก็แน่นอนไกด์เข้าใจดีเลยล่ะว่าต้องถูกดุแน่ๆถ้าพูดเรื่องนี้....โดนจริงๆด้วย!!!
“เอาเถอะ ยังไงก็ขอเก็บไว้ละกันไกด์พูดพร้อมกับบันทึกข้อมูลไว้” ไกด์ก็กดบันทึกข้อมูลไว้
“เอาล่ะเสร็จแล้ว ขอบใจนะที่มาช่วยให้กำลังใจกันน่ะ”ไกด์พูดขึ้น เพราะที่ทุกคนมาเพื่อช่วยแต่ไปๆมาๆเขาก็ทำอยู่คนเดียวอยู่ดี
“เอาล่ะ ไปหาโคล่ากินดีกว่า เฮ้อเหนื่อยๆๆ!!!”ไกด์ลุกออกจากค็อกพิทพร้อมกับยื่นมือมารับฟิริน่าที่จะลุกออกมา... “ไปด้วยกันมั้ย”ไกด์ถามต่อ
“อื้ม!!ไปสิไป”ฟิริน่ายื่นมือมาแตะที่มือไกด์ แล้วไกด์ก็ออกแรงดึงเธอขึ้นมาแต่เธอดันไปสะดุดอะไรบางอย่าง "ว้าย!!. ฟิริน่าเลยลอยมาชนกับไกด์แล้วก็ลอยต่อไปอีกนิดแล้วเธอก็เลยเผลอกอดไกด์ไปด้วย โซลทำหน้าตกตะลึงทันทีพร้อมกับร้องว่า “เอ๊!!!!!”(ด้วยความอิจฉา)
“ขะ..ขอโทษนะ ชั้นซุ่มซ่ามเองล่ะ”ฟิริน่าผละออกจากตัวไกด์ พร้อมกับหน้าแดงๆของเธอแล้วก็หันหน้าหนีไป(ทำไมเรา...ใจเต้นแบบนี้)
“ไม่เป็นไรน่า...เป็นอะไรรึเปล่า”ไกด์ตอบรับเมื่อเห็นฟิริน่า หันหน้าหนีเขา
“ไม่เป็นไรหรอก”ฟิริน่าตอบคำถามแต่เธอ็ยังคงอายอยู่เล็กน้อย
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ”ไกด์ตอบรับและพูดต่อว่า “ไปกันได้แล้ว”
“โซลจัง ไวส์จัง งั้นชั้นไปก่อนนะ”ไกด์บอกลาก่อนจะเดินออกไป
“ค่ะ มาสเตอร์”ทั้งสองคนตอบรับพร้อมรอยยิ้ม
..หลังจากที่ไกด์กับฟิริน่าเดินออกไป ไวส์ก็ขอตัวกลับไปบนค็อกพิท
“พี่ขอตัวกลับบนค็อกพิทก่อนก็แล้วกัน ส่วนเธอจะทำอะไรก็ตามใจแต่อย่าให้วุ่นวายนะ”ไวส์บอกลาน้องเช่นกันพร้อมกับตักเตือนไว้ด้วย
“ค่ะ! พี่"โซลรับคำ หลังจากที่ไวส์เข้าไปในค็อกพิท.. “คราวหน้าต้องเป็นทีของโซลบ้างค่ะ ฟิริน่าจัง!!!”โซลไฟลุกท่วมตัวด้วยแรงอิจฉา....แต่มันดูตลกมากกว่า...
ยังไม่จบนะมีต่ออีก
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2009, 03:59:50 PM โดย LINKS »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
LINKS
|
 |
« ตอบ #43 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 04:02:47 PM » |
|
Episode 7 –DESTINY AND GIRL (SPACE ROUTE) ต่อ อีกด้านหนึ่งของอวกาศ ยานหลบหนีลำหนึ่งกับ ราลเซเบอร์รุ่นธรรมดาแต่ทาสีอีกแบบหนึ่ง อีก6เครื่อง กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ราวกับว่ากำลังหนีอะไรบางอย่าง...บนยานลำนั้นมีผู้หญิงสองคนกำลังนั่งอยู่บนนั้น คนหนึ่งอายุราว30กว่าปีดูมีอายุ อีกคนเป็นเด็กสาวแรกรุ่นที่ดูโตเกินวัยอายุราว14-15ปี ส่วนราลเซเบอร์ที่อยู่รอบๆตัวยานก็เหมือนกับจัดฟอร์เมชั่นเพื่อป้องกันยานลำนี้อยู่ แต่ทหารแต่ละคนดูอ่อนล้าเหลือเกิน รวมถึงกำลังใจก็แทบไม่เหลือแล้ว
“เราหนีพ้นรึยังคะ คุณคาล”สาววัยกลางคนกล่าวถามหัวหน้านักบินของราลเซเบอร์ ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนอายุราว40ปี ไว้หนวดเครา
“คิดว่ายังครับนายหญิง...ตอนนี้เรามีแต่ต้องภาวนาอย่าให้พวกมันแกะรอยตามเรามาได้อย่างรวดเร็ว และก็ภาวนาให้สัญญาณขอความช่วยเหลือที่เราส่งไป ไปถึงใครก็ได้ที่จะมาช่วยเราได้” คาลตอบคำถามของผู้เป็นนาย
“เครโอ้ เชื่อค่ะ เชื่อว่าต้องมีคนมาช่วยเราแน่ๆค่ะ เพราะอย่างนั้นแล้วเราต้องมีความหวังนะคะ”เด็กสาวลุกขึ้นพร้อมกับปลุกกำลังใจของทุกคนขึ้นมา
“ได้ยินใช่มั้ยทุกคน นายหญิงน้อยของพวกเรายังคงมีความหวัง พวกเราก็ต้องเชื่อมั่น!!”คาลปลุกระดมขวัญทหารทุกคนขึ้นมาอีกครั้ง เฮๆๆๆ!!!!!!!!!!!
“แม่คะ พวกเราต้องรอดไปได้ค่ะ แม่!! เครโอ้ก้มลงกอดกับแม่ของตน แววตาของเธอที่มองไปยังอวกาศอันมืดมิดยังคงมีประกายแห่งความหวังอยู่ในดวงตาทั้งคู่ของเธอ.......
กลับมาทางยานบลูกาแลคเซีย ห้องเสบียงของยาน ใช่แล้วลูชิเฟอร์อยู่ที่นี่นั่นเอง
“ไม่มี....ไม่มี.....ไม่มี ย้าก!!ทำไมไม่มีอาหารเหลือให้เราบ้างล่ะ ไม่น่าเลยรู้งี้ตื่นมาให้ทันข้าวเย็นก็คงจะดีหรอก ไม่นาซ้อมยาวกับคุณโรจิสจนเหนื่อยเลยเรา”ลูชิเฟอร์บ่นกับตัวเองก่อนจะปลงตก....ซักพักนึงดูเหมอนว่าเขาจะคิดได้แล้ว
“โธ่เอ้ย!! เรานี่ทำไมลืมไปได้นะ มีคนที่รับฟังคำขอร้องของเราอยู่ด้วยเสมอนี่นาเรื่องนี้ เอาล่ะต้องไปตามหาตัวเธอคนนั้นกันล่ะ”เมื่อคิดได้ลูชิเฟอร์ก็ลุกขึ้นไปทันที เขาเริ่มออกตามหาเธอคนนั้น.......
ระหว่างที่ลูชิเฟอร์เดินตามหาเธอคนนั้น โมโมะก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกับกับข้าวที่ชวนสยองขวัญอีกครั้ง เมื่อพบลูชิเฟอร์เธอจึง... “ลูชิจัง ลองทานดูมั้ย โมโมะลองทำผัดสาหร่ายคั่วกับหมูแล้วก็แครอทแล้วก็ใส่งา แถมมีกะหล่ำกับหัวหอมด้วยนะคะ”โมโมะยิ้มอย่างร่าเริง พร้อมกับยื่นจานที่ดูยังไงก็ไม่ออกว่ามันเป็นอะไรให้ลูชิเฟอร์
“ไว้ก่อนแล้วกันนะโมโมะจัง ชั้นกำลังรีบน่ะ”ลูชิเฟอร์ตอบปฏิเสธพร้อมกับรีบวิ่งต่อไป ทิ้งให้โมโมะต้องยืนเอ๋ออยู่พร้อมกับสายลมแห่งความเปลี่ยว..วิ้ว !!! ไม่อยากเชื่อว่าลูชิเฟอร์ที่กินเก่งขนาดนั้นจะปฎิเสธอาหาร....ของเธอ แต่โมโมะก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอเดินออกหาเหยื่อรายต่อไป....เพื่อมาชิมอาหารที่เธอทำขึ้นมา
ลูชิเฟอร์ที่ยังคงตามหาเธอคนนั้นอยู่ก็ไปเจอกับฮิคารุและมายาที่กำลังเดินสวนมา ลูชิเฟอร์จึงร้องถาม “คุณฮิคารุ มายะ เห็นฟิริน่าจังบ้างรึเปล่าครับ”
“ไม่เห็นเลยล่ะ ว่าแต่นายวิ่งตามหาเอาแบบนี้น่ะนะ”ฮิคารุตอบแล้วก็ถามกลับด้วย
“มันไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่ ก็ไปดูที่ห้องแล้วฟิริน่าจังก็ไม่อยู่”ลูชิเฟอร์ตอบแบบบ่นๆนิดๆ
เมื่อเห็นลูชิเฟอร์บ่นแบบนั้นฮิคารุก็ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะบอกว่า “วิธีหาคนในยานน่ะก็ให้ใช้งานส่วนประชาสัมพันธ์เอาสิ ไม่ต้องมาตามหาแบบนี้” ฮิคารุให้คำแนะนำต่อ
“ส่วนประชาสัมพันธ์ งั้นรึ ดีล่ะ!! ขอบคุณมากนะคุณฮิคารุ” แล้วส่วนประชาสัมพันธ์มันอยู่ตรงไหนล่ะ” ลูชิเฟอร์ถามต่อ
“ออกจากตรงนี้ แล้วเลี้ยวขวาที่แยกข้างหน้า ตรงไปอีกหน่อยเลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้วค่ะ”มายาบอกให้
“โอ้!! ขอบคุณมากมายะจังงั้น ผมไปล่ะ”ลูชิเฟอร์กล่าวคำขอบคุณก่อนจะรีบวิ่งต่อไป
“ชั้นชื่อมายาค่ะ ไม่ใช่มายะซะหน่อย”มายา ตอบค้อนๆตามหลังลูชิเฟอร์ไป หลังจากลูชิเฟอร์ วิ่งออกไปซักพักมายาก็เหมือนจะพึ่งนึกขึ้นได้
“อุ๊ย!!”มายาอุทานออกมา
“มีอะไรรึ มายะ”ฮิคารุถามเมื่อเห็นเธอเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“คือว่า เมื่อกี้ก่อนจะเดินมาเจอคุณฮิคารุ ชั้นเจอฟิริน่าจังกับไกด์คุง น่ะค่ะ”มายาเอ่ยขึ้น
“เธอเนี่ยน้า!! นึกถึงเรื่องแบบนี้ได้ช้าไปแล้วมั้งมายะ”ฮิคารุพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าที่มายาพูดขึ้นช้าไปแล้วล่ะ ลูชิเฟอร์วิ่งหายไปซะแล้ว “แต่ว่าก็ช่างมันเถอะ”ฮิคารุพูดลอยๆแล้วก็เริ่มเดินไปต่อ
“ขอโทษด้วยค่ะ”มายาทำหน้าสำนึกผิดเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินตามฮิคารุไป...พร้อมกับคำพูดสุดฮิต”ชั้นชื่อมายาค่ะ ไม่ใช่มายะซะหน่อยนะ......” ตามหลังฮิคารุไป
ทางด้านไกด์กับฟิริน่า ที่กำลังเดินกลับห้องกันอยู่
“ไกด์คุงยังไม่ได้ทานข้าวเย็นใช่รึเปล่า”ฟิริน่าเอ่ยถามขณะที่เดินไปด้วยกัน
“อ้อ!นั่นสิ ยังเลยล่ะเพราะมัวแต่ยุ่งๆอยู่กับข้อมูลนั้นนั่นล่ะก็เลยลืมไปเลยแฮะว่ายังไม่ได้กิน”ไกด์หันมาตอบ
“งั้นอยากทานอะไรล่ะ เอาเป็นข้าวผัดธรรมดา หรือว่าจะเป็น ข้าวสวยร้อนๆกับซุปร้อนๆ หรือว่าจะเป็น....”ฟิริน่า เริ่มนำเสนอเมนูอาหารเย็นพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้นขัดจังหวะซะก่อน ปิ๊งป่อง!!! คุณฟิริน่า เวลรากัส ขณะนี้มีผู้ต้องการพบด่วน กรุณาแจ้งตำแหน่งที่อยู่ด้วยค่ะ....
“เอ๋! พบชั้นเหรอ ใครกันน้า~~?”ฟิริน่าออกจะงงๆหน่อยๆ แต่เธอก็เดินไปแสดงตำแหน่งคอมพิวเตอร์ด้านข้าง
“ฟิริน่า ค่ะ ตอนนี้กำลังอยู่ที่ส่วนของบล็อกA-2 ค่ะ ถ้ายังไงจะให้ไปพบที่ส่วนประชาสัมพันธ์หรือว่าจะให้รออยู่ที่นี่คะ”
“รออยู่ที่จุดนั้นแหละค่ะ”ปิ๊บ!สัญญาณตัดไป
“รู้สึกว่าจะอยู่ที่บล็อกA-2ค่ะ”โอเปอเรเตอร์ สาวรายงานให้ลูชิเฟอร์ฟัง
“ขอบคุณนะ”ลูชิเฟอร์กล่าวขอบคุณแล้ววิ่งไปที่บล็อกทันที
“ขอบคุณที่ใช้บริการค่า แล้วมาใช้ บริการใหม่นะค้า~~~”เสียงโอเปอร์เรเตอร์สาวๆกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มดังตามหลังลูชิเฟอร์ไปด้วย
“หลีกๆ!!!”ลูชิเฟอร์รีบวิ่งมาถึงบล็อกนี้อย่างรวดเร็ว และได้พบกับคนที่เขาหาอยู่แล้วล่ะ!!!! เจอแล้วๆ ในที่สุดก็เจอ!!!(ลูชิฟอร์คิดในใจ)
“สวัสดีค่ะ ลูชิเฟอร์คุง”ฟิริน่ากล่าวทักทายเมื่อเห็นลูชิเฟอร์วิ่งมาหยุดตรงหน้าเธอ
“ไงลู ฟิตน่าดูนะเนี่ย วิ่งซะเหงื่อท่วมเชียว”ไกด์เองก็ทักทายเช่นกัน แต่ดูเหมือนลูชิเฟอร์จะไม่สนใจเขาเท่าไร ลูชิเฟอร์น้ำตาไหลพราก!!! เมื่อได้พบกับฟิริน่าที่เขาตามหาอยู่ ยืนยิ้มให้เขาอยู่ตรงนี้เอง......
“ลูชิเฟอร์คุง ร้องไห้ทำไมคะ เป็นอะไรรึเปล่า”ฟิริน่าถามอย่างงๆ ที่เห็นลูร้องไห้
“ปะ-เปล่า..ฟิริน่าจัง” ลูชิเฟอร์ตะโกนเสียงดังเอื้อมมือไปจับมือขวาฟิริน่าขึ้นมา แล้วก็ใช้มือของเขาประกบไว้ ราวกับจะสารภาพรัก
“ค่ะ~~คะ”ตอบรับเสียงนั้นด้วยความตกใจเล็กน้อย เธอก็ยังอึ้งๆอยู่ว่าลูชิเฟอร์ทำอะไรเนี่ย(เหงื่อตก) ไกด์เองก็อึ้งเช่นกัน . . ลูชิฟอร์สูดหายใจพร้อมกับตะโกนบอกว่า “ช่วยทำข้าวเย็นให้หน่อยเถอะ ฟิริน่าจัง ชั้นหิวจนจะทนไม่ไหวแล้ว” เสียงดังสนั่น เมื่อได้ยินคำพูดนี้ฟิริน่าก็โล่งอก เธอนึกว่ามีเรื่องอะไรซะอีก “คะ..ค่ะ ได้สิคะ”ฟิริน่า ยิ้มแล้วก็รับปาก
“ว่าแต่ ที่ตามหาชั้นก็เพราะเรื่องนี้เหรอคะ”ฟิริน่าถามต่อ
“อ่า~~ ใช่แล้ว ก็เพราะไม่รู้จะไปขอร้องใครดี แล้วอาหารฝีมือฟิริน่าจังก็เป็นอาหารที่อร่อยเป็นที่หนึ่งเลยล่ะ คิดว่าคงไม่มีใครเทียบได้น่ะ ชั้นชอบมากเลยด้วย ถึงฟิริน่าจังจะเป็นคนใจดีแต่ว่าบางทีชั้นก็เกรงใจน่ะก็เลย....ขอโทษด้วยนะ”ลูชิเฟอร์ยอมรับผิดนิดนึง ฟิริน่าอมยิ้มนิดๆ “ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ชอบ”
“ไกด์ เพราะงั้นขอยืมตัวฟิริน่าจังไปล่ะนะ”ลูชิเฟอร์พูดกับไกด์
“เอาสิ ชั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย ”ไกด์ตอบรับแบบเรียบๆ
ลูชิเฟอร์เห็นไกด์รับปากก็พาฟิริน่าไปทันที... “ไปกันเถอะฟิริน่าจัง ชั้นหิวแล้วล่ะ”ลูชิเฟอร์พูดพลางเดินไปทันที
“ไกด์คุง แบบนี้.....”ฟิริน่าหน้าเสียนิดๆ เพราะคิดว่าแบบนี้ไกด์คงไม่ได้กินแน่ เพราะว่าลูชิเฟอร์ทานได้อย่างรวดเร็วผิดกับไกด์
“ไม่เป็นไรน่า เด๋วชั้นไปกดโคล่าแปปนึง แล้วจะตามไปนะ คิดว่าน่าจะทันอยู่ล่ะ”ไกด์ตอบรับพร้อมกับยิ้มให้ แล้วโบกมือให้สัญญาณว่าไม่เป็นไรๆ แต่จริงๆเขาก็รู้ล่ะว่าไปกินไม่ทันลูแน่ วันนี้ต้องกินบะหมี่สำเร็จรูปแน่ๆ ...แต่ไม่เป็นไร แค่นี้เอง...
ฟิริน่าจะกลับไปที่ห้องก่อน ส่วนลูชิเฟอร์จะไปเอาของที่ต้องใช้ทำกับข้าวแล้วไปหาฟิริน่าที่ห้อง
ส่วนไกด์ก็เดินไปที่ตู้โคล่าที่อยู่ตรงหัวมุมแล้วก็กดมันออกมา พร้อมกับเปิดดื่ม แต่อนิจจาไกด์ยังมีดวงไม่อดข้าว เพราะว่าโมโมะเห็นเป้าหมายต่อไปเป็นเขาซะแล้ว
“ไกด์คุงคะ~~”เสียงของโมโมะดังมาแต่ไกล ทำให้ไกด์ที่กระดกโคล่าอยู่หันไปตามเสียง เห็นโมโมะกำลังถืออะไรซักอย่างที่จะว่าเหมือนของกินรึเปล่า....เดินมาหาเขา
“อ้าว...สวัสดีโมโมะจัง” ไกด์กล่าวทักทาย เมื่อเห็นเธอเดินมาถึง โมโมะไม่ตอบอะไรแต่ยื่นไอ้ที่ถือมานั่นให้ไกด์ก่อน พร้อมประโยดเดิมพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม แบบนางเอก“โมโมะลองทำผัดสาหร่ายคั่วกับหมูแล้วก็แครอทแล้วก็ใส่งา แถมมีกะหล่ำกับหัวหอมด้วยนะคะ ไกด์คุงลองชิมดูหน่อยมั้ยคะ”
“ว่าแต่จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ล่ะ โมโมะจัง”ไกด์ถามกลับไปหน่อยขณะที่เห็นสภาพของของในจาน..เพราะเขามองไม่ออกจริงๆ
“เป็นสูตรใหม่ของโมโมะเองค่า”โมโมะยิ้มอย่างร่าเริง เมื่อเห็นรอยยิ้มแบบนี้ไกด์ก็คิดหนักว่าจะปฏิเสธยังไงดี เพราะว่าเขาไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน ขืนกินของประหลาดที่เคยแปลงร่างได้ไป เขาจะทนได้รึเปล่านะ... ในขณะที่ไกด์กำลังคิดหนักว่าจะกินดีมั้ย เขาก็เห็นโมโมะเอามือเช็ดหน้าแล้วเห็นเป็นน้ำตา..เขาก็นึกว่าโมโมะร้องไห้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ..
ในขณะนั้นเอง เมเดอร์ลีนกับฟาเฟลที่ผ่านเห็นเหตุการณ์ก็เข้าใจผิดไปด้วย
ฟาเฟลคว้ากล้องขึ้นมาทันทีพร้อมกับถ่ายรูปเอาไว้ เป็นรูปที่ไกด์ทำให้โมโมะร้องไห้...
“นี่ล่ะน้า ผู้ชาย สุดท้ายก็เหมือนกันทุกราย เหลาะแหละ ชอบทำให้ผู้หญิงร้องไห้ ที่นี้ล่ะนายเสร็จแน่ เรไกส์คุง”ฟาเฟลตีสีหน้าเฮี๊ยบเล็กน้อย(เธอไม่ชอบไกด์ตรงไหนกันเนี่ย) แน่นอนไอ้คนที่ทำตัวสมบูรณ์แค่ภายนอกน่ะดูดี แต่จริงๆก็แค่พวกที่ชอบทำให้ผู้หญิงร้องไห้เท่านั้นล่ะ “ที่นี้ก็แบล็กเมล์หมอนี่ได้ล่ะ”เอ่ยจบเธอก็เหันไปหาเมเดอร์ลีน แต่ว่าเมเดอร์ลีนเดินตรงเข้าไปแล้วล่ะ...
“นายกล้ามากนะ ที่ทำให้น้องสาวชั้นร้องไห้...คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะไกด์คุง”
“ผมยังไม่ทันทำอะไรเลยนะครับ คุณเมเดอร์ลีน..” ไกด์งงแต่ด้วยหลักฐานคราบน้ำตาบนหน้าโมโมะ ไกด์ก็เลยปฏิเสธไม่ได้
“คำปฏิเสธแบบนั้น....เบื่อซะแล้วล่ะ...”เมเดอร์ลีนคว้าอาวุธของเธอออกมา พร้อมกับกระชับมันเอาไว้
“ใจเย็นนะครับคุณเมเดอร์ลีน ผมว่าเราค่อยๆ...”ไกด์พยายามเกลี้ยกล่อมเพราะว่าเขาไม่ได้อยากต่อสู้กับเมเดอร์ลีน แต่ช้าไปแล้วล่ะ
“ใจเย็นของแบบนั่นน่ะ เบื่อซะแล้วล่ะ”เพี๊ยะๆๆ!!! เมเดอร์ลีนฟาดแส้ไปมาอย่างรวดเร็วทำเอาไกด์ต้องหลบหลีกเป็นพัลวัลและยากลำบากเพราะในมือเขามีอาหารของโมโมะอยู่ด้วย ขืนทำตกอีกเรื่องคงไม่จบง่าย...
“ให้ตายเถอะ!นี่มันวันอะไรกัน”ไกด์คิดในใจพลางหลบหลีกแส้แล้วก็หนีไปเรื่อยๆ
“พี่จ๋า ค่อยๆคุยกันนะคะ ไกด์คุงเค้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ” โมโมะร้องห้าม แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ไปซะแล้ว...เพราะว่าเมเดอร์ลีนไม่ได้สนใจสักนิด
“ไม่ได้ทำอะไรยังไง ดูนี่ซะ รูปนี้เห็น เค้าทำให้เธอร้องไห้เห็นๆกันอยู่ นี่!!”ฟาเฟลเอารูปมาให้โมโมะดู
“เอ๋!! ถ่ายไว้ด้วยเหรอคะ”โมโมที่เห็นรูปก็ตกใจนิดนึง
“แน่นอน มือระดับนี้แล้ว”ฟาเฟลทำหน้าภูมิใจอย่างยิ่ง
“แต่ จริงๆแล้วโมโมะแค่เช็ดหน้าเฉยๆนะคะ”โมโมะพูดขึ้น
“เช็ดหน้าอะไร เธอร้องไห้ชัดๆดูสิ นี่ไงน้ำตา เธอไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อช่วยเค้าหรอกนะ”ฟาเฟลเอ่ยค้าน
“จริงๆนะคะ โมโมะแค่ยื่นจานให้ไกด์คุงลองชิมเฉย ส่วนน้ำตานี่ก็อาจจะติดมาตอนหั่นหัวหอมน่ะค่ะ โมโมะน่ะไม่ได้ร้องไห้ซะหน่อยค่ะ”โมโมะอธิบายให้ฟาเฟลฟัง
“หา!!! จริงรึ แบบนี้ตานั่นก็ซวยสิ”ฟาเฟลหน้าเสียทันที
“แบบนี้ต้องรีบไปห้ามพี่แล้วค่ะ”โมโมะเอ่ยขึ้น ก่อนจะลากฟาเฟลที่พยักหน้าเห็นด้วยไปด้วยกัน . . . .
“จนมุมแล้วสินะ....ไกด์คุง นายนี่หนีเก่งจริงๆ”เมเดอร์ลีนไล่ต้อนไกด์มาจนถึงห้อง เก็บของของยาน และมันเป็นทางตันซะแล้ว
“แฮ่ก!อยากจะบอกว่าผมชินซะแล้วมากกว่าน่ะครับ แต่ว่าผมยังยืนยันคำเดิมครับว่า คุยกันดีๆก่อนได้มั้ยครับ แล้วจะให้ทำยังไงก็บอกผมมาสิครับ”ไกด์ยังปักหลักยืนยันคำเดิม
“ทำยังไง? คำนี้น่ะ....เบื่อซะแล้วล่ะ”สิ้นประโยคนี้ เมเอร์ลีนก็ฟาดแส้ของเธอเข้าหาไกด์อีกครั้ง....คราวนี้ไม่มีทางหลบแล้วไกด์จึงตัดสินใจใช้ข้อมือซ้ายรับแล้วพันเอาไว้อย่างนั้น เพื่อจะได้คุยกับเมเดอร์ลีนต่อได้
“ใช้กำลัง รั้งเอาไว้รึ ฉลาดไม่เบานะ”เมเดอร์ลีนเอ่ยชม แน่ล่ะการรั้งไว้ก็จะหยุดการโจมตีได้
“เห็นนายหยุดไว้ได้แบบนี้ ชั้นก็คงต้องยอมรับล่ะนะ...ก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ทำผิดก็ไปขอโทษซะแล้วก็ทานไอ้นั่นเข้าไปซะด้วยเพื่อเป็นการปลอบใจน้องสาวชั้น”เมเดอร์ลีนพูดเพราะยอมรับที่ไกด์หยุดอาวุธของเธอไว้ได้ เพราะเธอเห็นว่าหมอนี่ดูจะไม่รู้จริงๆว่าต้องทำยังไง
“แค่นั้นใช่มั้ยครับ”ไกด์เมื่อได้ยินดังนั้นก็โล่งอก ประกอบกับโมโมะและฟาเฟลมาถึงพอดีกับการไล่ล่าครั้งนี้ก็จบพอดี
ไกด์จึงเดินไปหาโมโมะ “เรื่องเมื่อกี้ต้องขอโทษโมโมะจังด้วยครับ ผมผิดเองที่ทำให้โมโมะจังต้องร้องไห้ ส่วนนี่ผมขอรับเอาไว้ทานเป็นข้าวเย็นนะครับ” ไกด์กล่าวขอโทษอย่างจริงใจ เพราะเขาเข้าใจว่าตัวเองเป็นคนทำให้เธอร้องไห้ แล้วไกด์ก็ตักไอ้ที่เธอทำไว้กินเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วไกด์ก็ยิ้มแล้วบอกว่า “ถึงจะดูแปลกๆ แต่ก็อร่อยดีครับ ไว้คราวหน้าลองทำอีกนะครับ”
โมโมะได้แต่อึ้งๆแล้วก็หน้าแดงจนพูดไม่ออก เพราะว่าจริงๆแล้วว่ากันตามเรื่องไกด์คุงไม่ได้ผิดซักนิด นี่ผิดน่ะเธอเองต่างหาก แถมไกด์คุงยังมาชมอาหารที่เธอทำด้วย กรี๊ด!!! ดีใจสุดๆ “ไม่เป็นไรค่ะ โมโมะดีใจที่สุดเลยค่า” ไกด์ที่เห็นโมโมะยิ้มได้ก็สบายใจ
“งั้นผมขอตัวล่ะนะครับ”ไกด์พูดขึ้นพร้อมเดินออกจากห้องไป.... สามสาวที่ยืนอยู่ก็ยังคุยกันอยู่
“เป็นคนดีอย่างที่เธอว่านะโมโมะ หมอนี่น่ะ เห็นดูเรื่อยๆ แต่มีฝีมือจริงๆ”เมเดอร์ลีนเอ่ยให้น้องสาวฟัง
“ใช่เลยล่ะ เห็นเป็นคนที่ดี แถมดูเฉื่อยชา นึกว่าจะไม่ได้เรื่องซะอีก มีฝีมือมากกว่าที่คิดแฮะตานั่น”ฟาเฟลเสริม
“ถ้าไม่ได้ไกด์คุง วันนั้นตอนนี้โมโมะคงได้ไปอยู่บนสวรรค์จริงๆล่ะค่ะ”โมโมะพูดพลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น….ไกด์คุงเป็นคนดีจริงๆโมโมะคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นแล้วเธอก็ยังรู้สึกขอบคุณเขาอยู่ล่ะนะ ...... ......
ด้านฟิริน่าที่ทำกับข้าวเสร็จ ลูชิเฟอร์ก็กินไปจนเรียบวุธแล้วก็กำลังจะขอตัวกลับพอดี
“ขอบคุณมากเลยนะ ฟิริน่าจัง” ลูชิเฟอร์กล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็นไรค่ะ ลูชิเฟอร์คุงทานแล้วอร่อยและมีความสุขชั้นก็ดีใจค่ะ”ฟิริน่ายิ้มรับ
“งั้นชั้นขอตัวล่ะนะ จะถึงเวลาปิดไฟแล้วด้วยสิ”ลูชิเฟอร์พูดขึ้น
“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะลูชิเฟอร์คุง”
“เช่นกัน ฟิริน่าจัง” แล้วลูชิเฟอร์ก็ออกจากห้องไป
“เฮ้อ! มาไม่ทันจริงๆด้วยสิไกด์คุง ไม่รู้ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกันนะ แบบนี้พรุ่งนี้ต้องไปดุซะหน่อยแล้ว”ฟิริน่าพูดกับตัวเอง แล้วเธอก็ลงมือเก็บจานชามทั้งหมดที่วางอยู่ทั้งหมดไปที่เครื่องล้าง....
“อาบน้ำซะหน่อยดีกว่าแฮะ ใกล้จะถึงเวลาปิดไฟ จะได้แช่นานๆแบบที่ไม่มีใครมากวน”ฟิริน่าพูดแล้วก็ยิ้มกับตัวเอง ทำให้รู้ว่าเธอรักการอาบน้ำแค่ไหน.... . . . ไกด์ที่ปลีกตัวออกมาได้ก็เริ่มทำอะไรบางอย่างเหมือนกับการพูดคนเดียว ไปพร้อมกับการกินอาหารของโมโมะ
“ว่าไงโซล เห็นเรียกตั้งแต่ตะกี้นี้แล้ว มีอะไรรึเปล่า พอดีตะกี้มีธุระนิดหน่อยน่ะ” ไกด์พูดขึ้น
“พอดีมีสัญญาณขอความช่วยเหลือมาน่ะค่ะ มาสเตอร์”โซลตอบ
“ขอความช่วยเหลือ?..จากไหนล่ะ? แล้วทำไมถึงไม่มีคำสั่งล่ะ”ไกด์สงสัย
“คือ สัญญาณมันอ่อนมากค่ะ แล้วลักษณะมันก็ไม่ใช่ของมิตินี้ด้วยค่ะ เป็นสัญญาณของหุ่นที่ใช้พลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ค่ะ เป็นโค้ดแบบพิเศษค่ะ”
“เธอแปลโค้ดนั้นว่ายังไงบ้าง”
“ตอนนี้เวลา 21.54น.มีมาสองครั้งแล้วค่ะ ตอนเวลา 19.45น. กับ 21.36น. สัญญาณครั้งแรกแปลได้ว่า “ช่วยเราด้วย” รับได้แค่นี้ค่ะ แล้วสัญญาณก็ขาดหายไป ส่วนครั้งที่สองแปลได้ว่า “โปรดช่วยเราด้วยPOINT X-4705 จากกองกำลัง....” แค่นี้ค่ะ มาสเตอร์จะให้แจ้งไปถึงบริดจ์มั้ยคะ” โซลถามต่อ
“POINT X-4705 ไกลเหมือนกันนะนี่ เพราะงั้นไม่ต้องแจ้งดีกว่า อาจเป็นกับดักก็ได้ ชั้นคิดว่าจะลองไปดูเองดีกว่า อีกอย่างให้ทุกคนได้พักผ่อนกันไว้ดีกว่า แถมการเติมอาวุธต่างๆก็จะเสร็จสิ้นพรุ่งนี้ซะด้วยน่ะ แล้วก็นะถ้าเป็นโซลน่อลเซเวียร์ไปที่พ้อยต์นั้นจะใช้เวลาเร็วกว่าให้บลูกาแลคเซียแองเจิ้ลเดินทางไปน่ะ โซลคำนวนระยะเวลาเดินทางให้ด้วยล่ะ”ไกด์ออกคำสั่งทันที
“รับทราบค่ะ มาสเตอร์”โซลรับคำสั่งทันที
“งั้นตามนี้นะ เราจะไปแค่สองคน เจอกันตอน22.30น.โซล เพราะตอนนั้นเป็นเวลาพักผ่อนจะมีการดับไฟตามทางเดินน่ะ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไว้เลยนะ แค่นี้ล่ะนะ”ไกด์บอกโซล “ค่ะ มาสเตอร์” โซลรับคำ แล้วทั้งสองก็ตัดการติดต่อทันที
“อุ๊!!! นะ-นี่มันถั่วงอก โมโมะจังใส่ไอ้นี่ด้วยรึแหวะ!!! ไม่ไหวแล้ว”ไกด์ที่กินจนจะหมดจานอยู่แล้วเผลอกินถั่วงอกเข้าไปทำให้ต้องรีบวิ่งเข้าไปสำรอกในห้องน้ำเป็นการใหญ่.....
เฮ้อ....น่าสงสารแท้...แพ้แค่ถั่วงอก........
ยังไม่จบน่อ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2009, 04:18:24 PM โดย LINKS »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
LINKS
|
 |
« ตอบ #44 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 03:49:37 PM » |
|
Episode 7 –DESTINY AND GIRL (SPACE ROUTE) ต่อ เวลา 22.30น.เวลาดับไฟของสะพานเดินเรือและตามทางเดินทั้งหมด ทุกคนเองก็กลับเข้าห้องกันหมดแล้ว ยกเว้นไกด์แค่คนเดียว ที่แอบหลบอยู่บนค็อกพิทของโซลน่อล เซเวียร์ แต่มันก็ไม่พ้นสายตาของเอ็ดเวิร์ดอยู่ดี
"ถ้าแกอยากจะออกไปทำอะไรก็ตามใจนะ เจ้าหัวเม่น....แต่อย่าให้เป็นอันตรายกับตัวเองล่ะ แล้วชั้นให้เวลาแค่2ชั่วโมงนะ...ชั้นจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้ว"เอ็ดเวิร์ดพูดลอยๆ ไกด์ที่อยู่ในค็อกพิทก็โผล่หน้าออกมาแล้วก็รับปาก "ครับ" เอ็ดหันมามองแล้วก็เดินออกจากโรงเก็บไป...
“เอาล่ะจวนได้เวลาแล้ว ที่เหลือก็แค่...”ไกด์พูดขึ้นพร้อมปรับที่นั่งจากแบบนอนเป็นแบบนั่งพร้อมกับหยิบดาต้าบุ๊คออกมา
ห้องของฟิริน่า... มีข้อความส่งมาถึงดาต้าบุ๊คของเธอ...ว่า “จะออกไปตรวจสอบสัญญาณช่วยเหลือสักหน่อยนะ คิดว่าไม่มีอะไรต้องห่วง จะไปราว2ชั่วโมงน่ะ อ้อ!แล้วก็ขอโทษที่ไม่ได้ไปทานข้าวด้วยนะ...ไกด์”..แต่เจ้าของกลับไม่อยู่นี่สิ เพราะว่าเจ้าของกำลัง มองไปตามทางแล้วฟิริน่าเองก็ถอดเสื้อผ้ารองเท้าไว้เป็นระเบียบมาก ก็เธออาบน้ำอยู่นี่!
“เฮ้อ! สบายจังเลย ไม่ได้แช่น้ำสบายๆแบบนี้ตั้งนานแล้วแฮะ”ฟิริน่าพูดขึ้นขณะที่ตัวเองแช่น้ำอย่างมีความสุข ดูๆไปแล้วฟิริน่าเองปกติแทบไม่มีใครเคยเห็นรูปร่างที่สุดจะงดงามและผิวพรรณที่สุดจะขาว ใส อมชมพูนิดๆ ของเธอแบบนี้เลยล่ะ เพราะว่าเธอจะใส่ชุดยูนิฟอร์มอยู่เสมอซึ่งมันก็มิดชิดมาก จนไม่มีใครรู้ว่าสัดส่วนของเธอนั้นงดงามขนาดไหน...(แต่จริงแล้วเธอไม่ชอบให้ใครมองเพราะอายนี่ล่ะ) ฟิริน่าในตอนนี้เรียกได้ว่าได้พักผ่อนแบบจริงๆจังๆเลยทีเดียวกับการอาบน้ำนี่ล่ะ ทำเอาเธอมีความสุขมากๆทีเดียว..
กลับมาที่ค็อกพิทของโซลน่อล เซเวียร์
“มาสเตอร์คะ ส่งข้อความไปแบบนี้ ฟิริน่าจัง ไม่ตามไปเหรอคะ”โซลถาม
“ไม่หรอก!! ถ้าเป็นตอนนี้ยัยนั่นก็คงจะอาบน้ำอยู่น่ะแหละ แล้วเวลายัยนั่นอาบน้ำก็เกินหนึ่งชั่วโมงทุกทีล่ะนะ ว่าแต่ไวส์ล่ะ”ไกด์ตอบ
“พี่กำลังหลับอยู่ค่ะ นิสัยส่วนตัวของพี่นอกจากเวลาทำงาน ศึกษาข้อมูลพี่ไวส์จะหลับตลอดแหละค่ะ”โซลตอบ
“งั้นของเธอก็เป็นการกินสินะ”ไกด์ล้อเลียนโซล
“มาสเตอร์อ่ะ..ฮึ!!งอนแล้วค่ะ”โซลค้อนไกด์เล็กน้อย
“ฮ่ะๆ อย่าโกรธน่า ได้เวลาแล้วเอาล่ะ ไปกันเถอะ...ได้เวลาแล้วทุกคนคงหลับหมดแล้วล่ะ แล้วคุณเอ็ดเวิร์ดเองก็คงไม่ไปบอกใครเรื่องนี้หรอก เวลามีแค่2ชั่วโมง”ไกด์พูดขึ้น ประตูของโรงเก็บถูกเปิดออก เพราะโซลทำการแฮกกิ้งเข้าระบบภายในเพื่อเปิดประตู
“โซลน่อล เซเวียร์ ออกตัว”ไกด์บังคับโซลออกประตูโรงเก็บไปแบบเงียบๆ....
“โซล กำหนดระยะทำการเปิดเกทไดเมนชั่นไปยังจุดหมาย”ไกด์ออกคำสั่ง
“รับทราบค่ะ”
“โซลน่อล เซเวียร์ชักอาร์คคาลิเบอร์ออกจากเอวพร้อมกับ ถ่ายพลังงานไปที่ดาบแล้วฟันอวกาศที่ว่างเปล่าเกิดเป็นประตูวงกลมขนาดใหญ่แล้วพุ่งเข้าไปในประตูนั้น แล้วประตูวงกลมนั้นก็ปิดลง... เวลา 22.57น. โซลน่อล เซเวียร์เดินทางไปยังจุด POINT X-4705… . . POINT X-4705 เวลา22.30น.
“พวกมันตามมาทันแล้วรึ.... หน่วยคุ้มกัน โซมะ ฟาชิ นารี่ ทั้งสามเครื่อง ป้องกันนายหญิงและนายหญิงน้อยหนีไปให้ได้”คาลสั่งลูกทีมทั้งสาม
“รับทราบ ครับ/ค่ะ คุณพ่อ” ทั้งสามปฎิบัติตามคำสั่งทันที โดยทำการคุ้มกันยานลำเล็กหนีไปทันที
“ส่วนโรว์ วีโอ้ ตามพ่อมา”คาลสั่ง อีกสองเครื่องที่เหลือรีบเข้ามาใกล้คาลทันที
“โรว์ ลูกไปอยู่จัดการด้านหลังคอยสนับสนุนนะ เพราะเครื่องของลูกเป็นเครื่องติดตั้งปืนใหญ่”
“ครับคุณพ่อ”โรว์รับคำ
“กระสุนพลังงานเหลืออีกเท่าไร”
“คิดว่าคงพอต้านได้ สักพักครับ ถ้าเป็นราลเซเบอร์ด้วยกัน แต่ถ้าเป็นรุ่นเลริอ้อน คิดว่าคงยากครับ”โรว์อธิบาย
“ถึงจะยากก็ต้องพยายาม นี่เป็นหน้าที่ของตระกูลเรานะ”คาลออกคำสั่งอีกครั้ง โรว์ก็พยักหน้ารับ
“ส่วนวีโอ้ ลูกจะต้องบุกไปพร้อมกับพ่อ เข้าทะลวงจากตรงกลาง ต้องถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุดจนกว่านายหญิงและนายหญิงน้อยจะไปถึงที่ปลอดภัย”
“ค่ะ” วีโอ้รับปาก
“เหล่าองค์รักษ์ แห่งตระกูลไบน์จงฟัง นี่อาจเป็นการศึกครั้งสุดท้ายของพวกเราลูกหลานแห่งตระกูลรามิวซ์ จงดำเนินภาระหน้าที่ให้สมบูรณ์ จงปกป้องนายหญิงและนายหญิงน้อยให้ปลอดภัย เพื่อศักดิ์ศรีและเกียรติยศแห่งตระกูล!!!”คาลประกาศก้องเพื่อความฮึกเหิม พร้อมกับควบราลเซเบอร์ของเขาเข้าหากองทัพเฟทเกทที่มากมายเหลือเกินที่ออกมาจากประตูมิติ
ธงของกองทัพนี้คือกองพันที่9 เวอร์โก้ ของกองทัพเฟทเกทที่ว่ากันว่ามีกำลังทัพมากเป็นอันดับ5แห่งทั้ง12กองพัน ตูมๆๆๆ!!!!! เสียงระเบิดดังไม่ขาดสาย เมื่อการศึกขององครักษ์กับกองพันที่9เริ่มขึ้น
“พี่ทั้งสองคน ผมฝากนายหญิงกับนายหญิงน้อยด้วยนะครับ ผมทนไม่ไหวแล้วครับ ผมจะกลับไปช่วยพวกคุณพ่อนะ”โซมะบอกกับพี่ทั้งสองที่รับหน้าที่คุ้มกันยานเล็กของนายท่านทั้งสองหนีมา
“โซมะ นายไม่เข้าใจรึไงว่าภารกิจนี้สำคัญมากนะ คุณพ่อถึงได้มอบให้พวกเรา”นารี่ขัดขึ้น เมื่อเห็นโซมะน้องชายดูร้อนรน
“พี่นารี่ ผมก็เข้าใจอยู่หรอกครับ แต่ว่า งานแบบนี้น่ะ ไม่ใช่ของถนัด....”โซมะยังพูดไม่จบ ฟาชิก็ขัดขึ้น
“มันเป็นหน้าที่ที่คุณพ่อมอบให้ ไม่เกี่ยวกับคำว่าถนัดหรือไม่ แต่ที่เราทำคือการดูแลนายท่านที่สำคัญที่สุด เราต้องทำให้ดีที่สุด”ฟาชิพูดให้น้องทั้งสองหยุดทะเลาะกัน ซึ่งทั้งสองก็หยุดเพราะว่าฟาชิพูดถูกและทั้งสองคนก็เคารพพี่ชายคนนี้มาก
“ไม่ต้องเถียงกันหรอกค่ะ”เครโอ้พูดขึ้น
“ครับ/ค่ะ ท่านเครโอ้” ทั้งสามตอบรับ
“รู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้สิที่ทั้งสามคนมาเรียกเราแบบนี้ เรียกเครโอ้เฉยๆแบบเมื่อก่อนก็ได้นี่”เครโอ้ยิ้มๆเพราะเธอไม่ชินที่ถูกเรียกแบบนี้
“ไม่ได้หรอกครับ มันเป็นการเสียมารยาท”ฟาชิเอ่ยขึ้น ทำเอาเครโอ้ต้องก้มหน้านิ่ง
“เราไม่เคยอยากได้สมบัติของคุณพ่อเลย แม้แต่การได้ใช้นามแห่งตระกูลก็ด้วย เราแค่อยากมีชีวิตแบบเมื่อก่อนที่ทุกคนอยู่กับเราอย่างมีความสุข ทั้งคุณแม่ ลุงคาล พี่วีโอ้ พี่โรว์และทุกๆคน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ”เครโอ้พูดขณะเธอก้มหน้า ซึ่งทุกคนก็เข้าใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ว่าอย่างไรก็หนีความจริงนี้ไม่พ้น จึงจำเป็นต้องเก็บมันเอาไว้ในใจและฟันฝ่าไปให้ได้
“ทุกคนไปเถอะ ลุงคาล พี่วีโอ้ พี่โรว์เองก็เป็นครอบครัวของเรา ไปช่วยพวกเค้าเถอะนะ เครโอ้รู้ว่าทุกคนอยากกลับไปช่วย”เครโอ้ พูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้า
“แต่ว่าถ้าพวกเราไปก็จะไม่มีใครคุ้มกัน ท่านนะคะ”นารี่พูดขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ เครโอ้ก็สู้ได้นะ ทุกคน...ถ้าไม่ยอมไปล่ะก็ขอออกคำสั่งล่ะ ในนามแห่งผู้นำตระกูลไบน์ เหล่าองครักษ์จงรับบัญชา จงกลับไปจัดการศัตรูให้สิ้นแล้วจงช่วยเหลือหัวหน้าอัศวิน คาลและพวกพ้องกลับมา” เครโอ้แสดงความรู้สึกของเธอออกมาด้วยคำสั่งนี้ แน่นอนมันเป็นคำสั่งและอำนาจที่เธอไม่เคยต้องการ
“รับคำสั่งครับ/ค่ะ”ทั้งสามรับคำสั่งด้วยความเจ็บปวดเพราะรู้ว่าคำสั่งนี้คือคำขอร้องให้ไปสู้เพื่อให้ทุกคนกลับมา เมื่อได้รับคำสั่งแล้วจึงมุ่งหน้ากลับไปทันที
“ทุกคนขอให้ปลอดภัยนะ”เครโอ้พึมพำกับตัวเองขณะมองตามทั้งสามบินกลับไปสู่ดวงไฟแห่งสงคราม ก่อนจะหันไปหาคุณแม่ของเธอ..แล้วกล่าวว่า “หนูทำถูกแล้วใช่มั้ยคะคุณแม่” ซึ่งคุณแม่ของเธอก็พยักหน้ารับ ก่อนเธอจะวิ่งไปกอดแม่ของเธอ . . . ขณะที่ทั้งสามบินกลับมาได้สักพัก ทีมของคาลก็ถูกต้อนมาถึงตรงนี้ด้วยเหมือนกัน เมื่อคาลเห็นลูกทั้งสามบินกลับมาก็ตะโกนว่าทัน “ ฟาชิ นารี่ คาล พวกลูกกลับมาทำไม!! อย่ากให้ที่พวกพ่อกับพี่ทั้งสองคนทำสูญเปล่ารึไง!!”
“ขอโทษด้วยครับคุณพ่อ แต่-แต่ว่าพวกเราน่ะ ได้รับคำสั่งมาครับ คำสั่งของนายหญิงน้อย ให้พวกเรากลับมาช่วยพวกคุณพ่อครับ”ฟาชิ ให้เหตุผลเมื่อถูกว่า
“พวกโง่!!!”คาลสบถขึ้น ทำให้ฟาชิกับนารี่สลดไปเล็กน้อย แต่โซมะตอบโต้ว่า “เพราะเป็นคำสั่งนี่ครับ พวกเราถึงต้องปฏิตามไม่ใช่รึไงครับ!! ผมน่ะอยากจะสู้ครับ ไม่ว่ายังไงผมถ้าต้องตายก็อยากจะตายพร้อมทุกคนๆครับ” ทำเอาคาลถึงกับอึ้งในความกล้าของลูกชายคนเล็กคนนี้ และคำพูดนี้ก็ไปปลุกกำลังใจทุกคนซะด้วยสิ
“พูดได้ดีนี่ ไอ้น้องชาย งั้นก็มาลุยพร้อมกันเลย”โรว์กล่าวชม
“คุณพ่อคะ ขอแผนการด้วยค่ะ ตอนนี้เราแทบไม่เหลืออะไรแล้วเหลือแต่กำลังใจแล้วค่ะ”วีโอ้พูดขึ้น
“แผนสุดท้าย เราจะใช้อีเล็คน่าไนท์ ฟอร์เมชั่น ทุกเครื่องเตรียมพร้อม” คาลออกคำสั่งพร้อมกับใบหน้ามุ่งมั่น
“รับทราบครับ/ค่ะ คุณพ่อ”ทุกคนตอบรับ อีเล็คน่าไนท์ฟอร์เมชั่นคือการให้เครื่องของคาล ฟาชิ โซมะ วีโอ้ เข้าโจมตีในระยะประชิด ส่วนนารี่กับโรว์จะคอยสนับสนุนด้วยปืนลำแสงและอาวุธยิงจากระยะไกล แน่นอนว่าดูรรมดาแต่หากเป็นองครักษ์ทั้งทีมนี้ จะทำให้อำนาจการทำลายกว้างขึ้นอีกมากเพราะมีความเข้าขากันได้และการประสานงานที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง...
“ย่าห์!!! ราลเซเบอร์ของโซมะใช้ดาบขนาดใหญ่เกรทบีมเซเบอร์ พุ่งเข้าฟาดฟันศัตรูที่เป็นราลเซเบอร์แบบธรรมดาเครื่องแล้วเครื่องเล่า ตูมๆๆๆ!!!!! เพื่อเปิดทางไปจมยานธงแต่เขาสามารถโจมตีได้แต่ข้างหน้าเท่านั้น ดังนั้นช่วงหลังจึงเปิดโล่ง และก็มีราลเซเบอร์มาลอบโจมตีเขา....
“แย่ล่ะสิ โซมะ”บ่นออกมาขณะที่ตัวเองโดนล็อคเป้า ด้วยความเร็วขนาดนี้หลบไม่ทันแน่ ตูมๆ!!!!! แต่ว่าวีโอ้ก็ใช้บีมเซเบอร์ เบลดที่มือทั้งสองข้างของเครื่องของเธอช่วยซัพพอร์ตโซมะ
“พุ่งไปข้างหน้าเลยไม่ต้องสนใจข้างหลัง พี่จะคุ้มกันให้เอง” วีโอ้จะโกนบอกน้องชาย
“ครับพี่”โซมะรับคำแล้วก็พุ่งขึ้นไปต่อ การประสานของคู่นี้ถือเป็นการเริ่มตีโต้ได้ดีทีเดียว อีกด้านหนึ่งโรว์กับนารี่ที่เห็นโซมะกับวีโอ้ประสานกันได้ดีก็เริ่มมีไฟขึ้นไปอีก
“คู่นั้นเข้ากันได้ดีขนาดนี้เลยรึ แบบนี้จะยอมได้ไง”โรว์บ่นขึ้น
“ALL TARGET LOCK ลองเรนจ์ทวินแคนน่อน บัสเตอร์บีมลันเชอร์ ไมโครมิซไซล์ ยิงได้!!!”โรว์ตะโกนออกมา ตูมๆๆๆๆ!!!! บรึ้มๆๆๆๆ!!!!! เสียงระเบิดของราลเซเบอร์ของกองพันที่9ดังไม่ขาดสาย
“พี่โรว์สุดยอดไปเลย แบบนี้ชั้นจะยอมได้ไง.”นารี่เอ่ยขึ้น พร้อมกับใช้วิธีเดียวกันกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเธอเช่นกัน ตูม!!!!! บรึ้ม!!!!
“ใช้ได้เลยนี่ นารี่”โรว์มองน้องสาวอย่างชื่นชมเช่นกัน
ส่วนคาล และฟาชิเองก็พุ่งตามเส้นทางที่เปิดโดยโซมะและวีโอ้ขึ้นไป โดยหันหลังชนกันไว้ แน่นอนเป้าหมายคือยานธงนั่นเอง..
ด้านเครโอ้และมากาเร็ต แม่ของเธอ เมื่อได้เห็นว่าพวกคาลได้เปรียบก็ดีใจ
“ดูสิคะคุณแม่ ทุกคนเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้วค่ะ แบบนี้เราคงหนีได้แน่ค่ะ”เครโอ้ดูร่าเริงขึ้น หลังจากที่ดูเครียดมานาน แต่มากาเร็ตไม่คิดแบบนั้น เธอรู้ว่าสงครามยังไม่จบแค่นี้แน่....
ยานธงของกองพันที่9 เรกเรส
“ผู้พันครับ เชสครับ พวกมันฝ่าขึ้นมาใกล้ยานของเราแล้วครับ”ทหารนายหนึ่งรายงาน
“สมแล้วที่เป็นองครักษ์ ทำได้ดีทีเดียวเลยนะ เฮ้อ! แต่น่าเสียดายการชื่นชมคงจบแค่นี้ล่ะนะ เขาคนนั้นออกไปรึยัง” เชสดูไม่ตกใจเลยกับการบุกเข้ามาครั้งนี้ เขากลับถามย้อนไปอย่างเรียบๆ
“ร้อยเอกออกไปแล้วครับ”ทหารหนุ่มตอบรายงาน
“เฮ้อ ถึงหน่วยองครักษ์จะเก่งมากมายแค่ไหนก็ตามถ้าเจอผู้ชายคนนั้นก็เหมือนกับแมงเม่าบินเข้ากองไฟนั่นล่ะ”เชสพูพลางรินไวน์สีเลือดนกดื่ม..... . . ฟาชิและคาลมาถึงส่วนหน้าของยานธงเรกเรสแล้ว แน่นอนทุกคนก็คิดว่าคงจะจบแค่นี้ล่ะ
“ถึงระยะแล้วจัดการเลย ฟาชิ”คาลสั่ง
“ได้เลยครับคุณพ่อ ย่าห์!!! จบกันแค่นี้ล่ะ”ราลเซเบอร์ของฟาชิพลิกตัวออกจากราลเซเบอร์ของคาล พร้อมกับ ชักบีมแลนซ์ออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าหาส่วนสะพานเดินเรือทันที. พร้อมเสียงตะโกนของฟาชิ.... ...แต่เชสกลับแสยะยิ้ม......ตูม!!! ส่วนแขนของราลเซเบอร์ของฟาชิ ถูกฟันขาดทันที พร้อมกับอาการงุนงงของเขา แต่ก็งงได้ไม่นานเพราะพริบตานั้น ร่างของราลเซเบอร์ของฟาชิก็ขาดเป็นสองเสี่ยงทันทีพร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น ตูม!!!! ในกลุ่มควันนั้นก็ร่างของราลเลริอ้อนสีดำสนิทเครื่องหนึ่งที่สวมผ้าคลุมสีดำไว้ปรากฏออกมา พร้อมกับบีมไซท์ที่ใช้เล่นงานฟาชิ
“พี่ฟาชิ!!!”โซมะตะโกนด้วยอาการตกใจสุดขีด โรว์และวีโอ้เองก็ตกใจเช่นกัน
“พี่ฟาชิ ฮึก!!” นารี่ตะโกนออกมาพร้อมน้ำตา เพราะฟาชิกับเธอเป็นคู่พี่น้องที่สนิทกันมาก
“แก!!!!” โซมะคำรามด้วยความโกรธ พร้อมกับกระชับเกรทบีมเบลดในมือ พุ่งเข้าหาราลเลริอ้อนเครื่องนั้นทันที.... ..แต่คาลกลับนำราลเซเบอร์มาขวางไว้พร้อมกับออกคำสั่งเสียงเข้มว่า“ถอนกำลังให้หมด นี่เป็นคำสั่ง!!! กลับไปคุ้มกันนายหญิงและนายหญิงน้อยเดี๋ยวนี้!!!”
“แต่ว่า พ่อมันฆ่าพี่…”โซมะกำลังจะค้าน “ไม่มีแต่!! ถอนกำลังไปเดี๋ยวนี้ โซมะนี่เป็นคำสั่ง!!!” ด้วยเสียงเด็ดขาดและจริงจังขนาดนี้ ทำเอาโซมะต้องเชื่อฟังและยอมถอยกลับไป...
“มองอะไรอยู่เล่า วีโอ้ โรว์ นารี่ พวกลูกเองก็ไปด้วยซะ ไปเดี๋ยวนี้!!!!”คาลออกคำสั่งอีกครั้ง ลูกอีกสามคนยังไม่ถอยไป
“ไปซะ วีโอ้พานารี่ไปด้วย พี่จะอยู่ช่วยคุณพ่อที่นี่เอง พวกเธอไปซะ!”โรว์
“แต่ว่า...หนู”นารี่กำลังจะพูดต่อ แต่วีโอ้ปรามไว้ เพราะเธอเห็นแววตาของโรว์ เธอจึงเข้าใจว่าถ้าไม่หนีไปตอนนี้คงไม่มีโอกาสรอดเหลือ พร้อมกับพานารี่หนีไปทันที
“โอ้หัวหน้าองครักษ์เองก็รักลูกเหมือนกันสินะครับ ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ หัวหน้าคาล” เสียงทักทายมาจากราลเลริอ้อนสีดำตัวนั้น
“อืม สองปีแล้วสินะ ลูกศิษย์ของชั้นดาบทมิฬ ซาส”คาลตอบรับคำทักทายนั้น
“ไงโรว์คุง ฝีมือดีขึ้นเยอะเลยนี่”ซาสกล่าวชม
“ผมไม่ดีใจหรอกครับที่คนอย่างคุณมาชมน่ะ”โรว์สวนทันที ส่วนซาสก็ยิ้มแล้วก็พูดว่า “นั่นสินะ อืม!!ผมเองก็ไม่อยากเสียเวลาซะด้วย เอาเป็นว่าผมมีหน้าที่ต้องฆ่าสาวน้อยที่ชื่อเครโอ้นั่น ถึงจะไม่ชอบก็ตามที่ให้มาฆ่าเด็ก แต่มันเป็นงานก็ช่วยไม่ได้”ซาสพูดพลางบังคับให้ราลเลริอ้อนของเขาถอดผ้าคลุมสีดำออก
“ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์ จะยอมหลีกทางให้ได้รึเปล่า?”ซาสพูดแล้วกระชับบีมไซท์ในมือ
“คำตอบของชั้นมีเพียงสิ่งเดียว”คาลตอบบังคับราลเซเบอร์พุ่งเข้าหาซาสทันที ส่วนโรว์ก็ตั้งปืนทั้งหมดพร้อมยิงเข้าใส่ทันที แล้วการต่อสู้ก็เริ่มอีกครั้ง........
ทางด้านนารี่และวีโอ้ที่หนีมาก็กำลังไปสมทบกับกับโซมะที่ล่วงหน้ามาก่อนแล้วทุกคนก็มาพร้อมกันที่หน้ายานเล็กของเครโอ้
“ทุกคนเกิดอะไรขึ้น แล้วลุงคาล พี่ฟาชิ พี่โรว์ ล่ะ”เครโอ้ถามเมื่อเห็นทั้งสามกลับมา
“พี่ฟาชิน่ะ พี่ฟาชิน่ะ.....ฮึก!!..!!!”เมื่อเครโอ้ถามขึ้น นารี่เองก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ส่วนโซมะเองก็ก้มหน้านิ่ง
“พี่ฟาชิน่ะ เสียชีวิตในการต่อสู้แล้วค่ะ ส่วนคุณพ่อกับพี่โรว์กำลังต้านศัตรูไว้ค่ะ นายหญิง นายหญิงน้อยตอนนี้เราต้องหนีแล้วค่ะ!!!”วีโอ้รายงาน เมื่อเครโอ้ได้ยินดังนั้น เธอก็ก้มหน้านิ่งและพยายามกลั้นน้ำตา ด้วยความเศร้าแต่เธอก็พูดออกมาว่า “อืม”เป็นการตอบรับวีโอ้ แล้วทั้งหมดก็เตรียมการหนีแต่ทว่า........
“จะรีบไปไหนกันเหรอครับ”เสียงของซาสดังขึ้น องครักษ์ทั้งสามหันไปตามเสียงทันที ราลเลริอ้อนของซาสปรากฏตัวใกล้ๆกับพวกเธอนั้นเอง นั้นก็หมายความว่า
“แก!!!คุณพ่อกับกับพี่โรว์ล่ะ”โซมะ ถามทันทีที่เห็น ตัวเขาในตอนนี้รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย
“คิดถึงเหรอ? ชั้นมันคนใจดีซะด้วย เอ้านี่...”ซาสพูดพลางขว้างของที่อยู่ในมือทั้งสองของเขาออกไป
“นะ..นี่มัน”โซมะที่เห็นก็รู้ได้ทันที มันคือส่วนหัวของราลเซเบอร์ของคาลและของโรว์นั่นเอง เครโอ้ที่เห็นของสิ่งนี้ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมกับพูดออกมาว่า “ลุงคาล...พี่โรว์!!!” รวมไปถึงนารี่และวีโอ้เองก็ตะลึงและตกใจและเสียใจมากโดยเฉพาะนารี่เธอถึงกับร้องไห้อีกครั้ง
“ฝีมือดี สมแล้วที่เป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าองครักษ์ แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ.....ฮ่าๆๆๆ!!! ตายไปอย่างไร้ค่า อย่างสุนัข ยังไงล่ะ”ซาสระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมคำพูดดูถูก
“โอ๊!!!! ไอ้บ้าเอ้ย!!!”โซมะที่ทนไม่ไหวกับคำดูถูกนี้ เขาพุ่งเข้าไปพร้อมเกรทบีมเซเบอร์ทันที แต่ว่ามีคนเร็วกว่า……
“เคร้ง!!!!!เปรี๊ยะ!! วีโอ้นั่นเองที่พุ่งเข้าไปก่อน”เครื่องของเธอเข้าล็อคราลเลริอ้อนคัสตอมของซาสเอาไว้
“พี่วีโอ้”โซมะตะโกน
“นารี่ เธอยังไหวไหม ตั้งอาวุธทั้งหมดมาที่พี่เลย พี่จะล็อคเจ้านี่เอาไว้ ส่วนโซมะ รีบไปสิ!!!วีโอ้ตะโกน นารี่เองก็เข้าใจจึงปาดน้ำตาแล้วตั้งอาวุธทั้งหมดไปที่พี่สาวของตน
“เป็นสาวน้อยที่ใจกล้าจริงๆนะ คิดจะตายพร้อมกับชั้นเพื่อน้องๆสินะ”ซาสกล่าวชมวีโอ้ แต่วีโอ้ไม่ตอบพร้อมกับร้องตะโกน”เอาเลย นารี่!!!”เธอหลับตาแล้วพึมพำว่า ขอให้นี่เป็นการเสียสละที่ปกป้องทุกคนได้ทีเถอะ
“พี่นารี่ อย่านะครับ”โซมะร้องห้าม แต่นารี่เองแม้จะไม่อยากยิงแต่หากไม่ยิงสิ่งที่วีโอ้ทำก็จะเป็นการเสียเปล่า.... ตูม!!!!! เสียงระเบิดดังขึ้น!!!! พร้อมกับรอยยิ้มของซาส เครื่องของนารี่เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง!!!! ด้วยอาวุธบางอย่าง....
“พี่นารี่!!!” โซมะตะโกนออกมา
ด้านในของยานเล็กของเครโอ้ เครโอ้ที่เห็นการตายครั้งนี้ใกล้ๆเองก็ด้วย เธอพึมพำออกมาด้วยความเศร้าขณะที่กอดกับมากาเร็ตอยู่ว่า”พอทีเถอะ!! ได้โปรดใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยทุกคนด้วย!!! มากาเร็ตเองก็รู้สึกได้เพราะเธอที่กอดเครโอ้อยู่ ได้สัมผัสถึงความสั่นเทาของร่างกายของลูกสาว เธอจึงปลอบว่า “ต้องมีคนมาช่วยแน่ แม่ก็เชื่อจ้ะ” พร้อมกับมองหน้าเครโอ้เป็นการปลอบโยน....แล้วเธอก็ผลักเครโอ้เข้าไปในพ็อดลี้ภัยของยาน....
“แม่คะ ทำอะไรน่ะ!!”เครโอ้ตะโกนทั้งน้ำตา มากาเร็ตยิ้มแล้วบอกว่า “ขอให้ปลอดภัยนะลูก และขอให้มีชีวิตอย่างเข้มแข็งต่อไป” แล้วเธอก็ปิดช่องที่ใช้เห็นหน้าทิ้งไป ไม่ให้เครโอ้ได้ทันพูดอะไร เครโอ้จึงทรุดตัวลงอยู่อย่างนั้น เพราะเธอรู้ว่าแม้แต่มากาเร็ตเองก็ทำเพื่อเธอ เธอไม่ต้องการให้ทุกคนยอมตายเพื่อเธอแบบนี้ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้
กลับมาที่ด้านนอกอีกครั้ง..
“ทำไม เครื่องของนารี่ถึงได้...”วีโอ้ตกใจ เพราะเธอไม่รู้ว่าทำไมเครื่องของนารี่ระเบิดได้..
“มิราจบิท ไงล่ะ”ซาสพูดขึ้น
“บิทแบบพิเศษที่สามารถ พรางตัวได้จากเรดาห์หรือพลังในการตรวจสอบทุกอย่าง”ซาสอธิบาย
“อาวุธแบบนี้มัน....”โซมะอึงไปหน่อยๆ
“เอาล่ะถึงชั้นจะชอบให้ผู้หญิงมากอดก็เถอะนะ แต่ที่เวลางานมันน่ารำคาญ!!!”ซาสคำรามพร้อมกับปล่อยพลังงานไดเมนชั่นผลักราลเซเบอร์ของวีโอ้ให้กระเด็นออกไป...
“เอาล่ะองครักษ์สาวน้อย ได้เวลาละเลงเลือดแล้ว ฮ่าๆ!!!”ซาสชักบีมไซท์ออกมาเข้าฟาดฟันใส่ราลเซเบอร์ของวีโอ้อย่างหนัก
“พี่วีโอ้!!!”โซมะทะยานจะเข้าไปช่วย แต่ไม่ทันเสียแล้ว.....บีมไซท์ฟันราลเซเบอร์ของวีโอ้เข้าไปในค็อกพิทซะแล้ว.... ตูม!!!!! ฮ่าๆ!!!!!! เสียงระเบิดดังสั่นพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของซาส โซมะไม่อาจสะกดความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป เขาบังคับราลเซเบอร์ของเขากระชับเกรทบีมเซเบอร์พุ่งเข้าหาซาสทันที...
“แก!!! ตาย!!!”โซมะคำรามอย่างบ้าคลั่ง เปรี้ยงๆๆๆ!!!! เคร้ง!!! ทั้งสองดาลดาบกับบีมไซท์ไปมาอย่างรวดเร็ว
“มีฝีมือเหมือนกันนี่ เจ้าหนู...”ซาสกล่าวชมเมื่อทั้งสองปะทะกัน
“หุบปาก!!!”โซมะคำราม ก่อนเขาจะเร่งทรัสเตอร์ บีบให้ซาสถอยไป... ทั้งสองเข้าสู่สภาพตั้งท่าพร้อมอีกครั้ง ก่อนซาสจะพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วพร้อมกับยิงบีมสปิริตบิท มาสนับสนุนการโจมตีด้วย ตูม!!!! โซมะต้องหลบหลีกเป็นพัลวัล เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารุ่นใหม่นั้นเหนือกว่าในทุกๆด้าน แม้แต่ตอนนี้ซาสก็ยังไม่เอาจริง.... ตูม!!! “ชิ”โซมะเดาะลิ้น เพราะราลเซเบอร์ของเขาถูกยิงที่ขาขวาส่วนเกราะระเบิดไป
“มันเร็วจริงๆ เราเสียทรัสเตอร์ไปเยอะแล้ว แล้วพลังงานก็ใกล้หมดแล้วด้วย คงต้องเสี่ยงล่ะนะ”โซมะตัดสินใจ
“ย่าห์”เขาบังคับราลเซเบอร์เข้าหาซาสตรงๆ
“โอ้!!! คิดจะตายแล้วรึ ซาสตั้งบีมไซท์ ออกมาตรงๆ รอการพุ่งเข้ามาของโซมะ.......
“จังหวะนี้ล่ะ....เอาไปกินซะ”โซมะที่บินด้วยความเร็วสูงขว้างเกรทบีมเซเบอร์เข้าใส่ทันที..... ส่วนซาสก็หลบได้ แต่จังหวะนั้นเอง ราลเซเบอร์ของโซมะก็ระเบิดเกราะเข้าใส่ซาส..
“ไอ้หนูนี่มีลูกเล่นแบบนี้ด้วยรึ”ซาสสบถ ขณะหลบหลีกเศษเกราะนั้น
“เอาไปเลย!!!!”โซมะตะโกนพร้อมกับพุ่งออกมาจากเศษเกราะนั้นพร้อมบีมเซเบอร์เบลดที่มือสองข้างเข้าฟันซาสทันที บีบให้ซาสต้องรับด้วยบีมไซท์ จนบีมไซท์นั้นหักสะบั้นไป..... แล้วโซมะกลับไปตั้งท่าเช่นเดิม
“ลูกเล่นแพรวพราวดีนี่ ไม่นึกว่าเครื่องของแกจะติดอาร์เมอร์ซิสเต็มแบบพาร์จ”ซาสยังคงกล่าวชมต่ออีกครั้ง โซมะก็นิ่งแล้วตอบว่า “แกฆ่าครอบครัวของชั้น ชั้นไม่มีวันยกโทษให้แกแน่!!!....”
“นั่นสินะ แต่แกลืมหน้าที่ตัวเองไปรึเปล่า?”ซาสกล่าวเป็นเชิงเตือน โซมะตัวทันทีเขาหันไปทางยานเล็ก ...มิราจบิทกำลังพุ่งเข้าเสียบยานจนเละเทะ ตูม!!!!
“ว้าก!!!!!!!!!”โซมะที่เห็นดังนั้นก็ร้องตะโกนออกมาอย่างเจ็บปวด พร้อมกับพุ่งไปทางยานเล็กทันที
“ฮ่าๆ!!!!เท่านี้ก็เรียบร้อย”ซาสหัวเราะออกมาอีกครั้ง ไล่หลังโซมะไป โซมะทะยานมาถึงจุดทียานระเบิด เขาควานหาจนทั่ว เพื่อหาทั้งนายหญิงและนายหญิงน้อย..... . . “อยู่ไหนครับ นายหญิง นายหญิงน้อย”โซมะตะโกนเรียกขณะที่เขาควานหาอย่างเอาเป็นเอาตาย ปิ๊บๆๆ!! “นี่สัญญาณชีวิตของพ็อดนี่ โซมะดีใจทันทีที่ได้สัญญาณ เขารีบเข้าไปที่จุดนั้นแล้วก็พบพ็อดของเครโอ้นั่นเอง เธอหนีออกมาได้ก่อนที่จะถูกเล่นงาน เพราะว่ามากาเร็ตปล่อยเธอออกมาก่อนที่ยานจะถูกเล่นงาน แต่ว่ามันก็ต้องแลกด้วยชีวิตของมากาเร็ต
“นายหญิงน้อย ปลอดภัยใช่มั้ยครับ”โซมะกล่าวถาม
“อืม ปลอดภัยดีค่ะ แล้วคุณแม่ล่ะคะ”เครโอ้ ตอบรับแล้วถามตอนนี้ โซมะกลบตาก่อนจะตอบว่า “ตอนนี้เหลือแค่นายหญิงน้อย กับผมแล้วครับ ท่านมากาเร็ต ท่าน....” เครโอ้ก้มหน้านิ่ง น้ำตาไหลพราก พร้อมกับพูดว่า “งั้นเหรอคะ คุณแม่ก็ยอมตายเพื่อชั้นงั้นเหรอคะ...”
“ฮึก...ทำไม ! ถึงกลายเป็นแบบนี้นะ ชั้นมีค่าถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ แค่เพียงเพื่อตระกูลก็ต้องให้ชั้น..”
“กรุณาอย่าพูดแบบนั้นครับ ท่านเครโอ้ สำหรับพวกเราแล้วการตายเพื่อท่านนั้นเป็นเรื่องที่เป็นเกียรติสูงสุด การมีท่านอยู่ จะทำให้เฟทเกทเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะอย่างนั้นแล้วพวกเราทุกคน...ไม่สิทุกคนต้องการท่านเครโอ้น่ะครับ....ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้แต่ว่านี่เป็นคำพูดของคุณพ่อน่ะครับ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลเรื่องของพวกเราหรอกครับ ทุกคนเต็มใจน่ะ!ที่จะต่อสู้เพื่อท่าน”โซมะพูดแบบหลบหน้าก่อนจะหันมายิ้มให้กับนายหญิงผู้อ่อนโยนของเขา....
“หมดเวลาขององครักษ์หนุ่ม กับเจ้าหญิงแล้วมั้ง”เสียงของยมทูตดังขึ้นขัดจังหวะ โซมะหันไปตามเสียง ก็พบกับซาสนั่นเอง
“ไม่คิดว่าเจ้าหญิงน้อย จะดวงเฮงแบบนี้เลยนะ ตายยากซะจริงๆ”ซาสมองด้วยแววตายิ้มแย้มแต่แฝงด้วยแววอาฆาต
“หนีกันเถอะครับ นายหญิงน้อย”โซมะตัดสินใจพาพ็อดของเครโอ้หนีทันที เพราะไม่มีทางเลือก ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า ถ้าสู้จะเป็นอันตรายต่อเครโอ้ แถมพลังงานก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว ซู่ม !! ราลเซเบอร์ของโซมะรีบหนีทันที
“เอ้าๆ!! หนีแล้วรึ....ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ไปสปิริตบิท!!”ซาสสั่งให้สปิริตบิทไล่ตามและตัวเขาก็ตามไปด้วย ..ตั้งแต่ซาสออกมากองพันที่9ก็ไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ผลสำเร็จของงานเท่านั้น
ตูม!!! เปรี้ยงๆๆๆ!!!
ราลเซเบอร์ของโซมะโดนเล่นงานอย่างหนัก แต่เขายังคงกอดพ็อดไว้แน่น ด้วยความรู้สึกว่าต้องปกป้องให้ได้.
“ไอ้หนู แกหนีไม่พ้นแล้วล่ะ”ซาสตะโกนพร้อมกับบินมาดักด้านหน้า ความเร็วของราลเลริอ้อนนั้นเหนือกว่ารุ่นเซเบอร์ อย่างเห็นได้ชัด
“หนอย!!!”โซมะขบกรามแน่น แต่ระหว่างที่เขาเครียดอยู่นั้นเขาก็สังเกตว่ามีสัญญาณประตูมิติอ่อนอยู่ใกล้ๆนั้น แต่ยังไม่ทันได้คิดต่อ...
ตูม!!!! มิราจบิทพุ่งเข้าแทงที่แขนซ้ายของโซมะจนระเบิดไป แถมยังทำให้เครื่องของโซะมาถึงขีดจำกัดแล้ว “ฮึ่ม!!!”โซมะสบถออกมา
“โปรดเชื่อผมเถอะนะท่านเครโอ้”โซมะบอกเครโอ้
“เราเชื่อใจพี่โซมะ” เครโอ้ตอบรับด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“ขอโทษด้วยครับ......ขอให้ปลอดภัย....ขอให้เกิดปาฎิหาริย์ทีเถอะ” โซมะใช้แขนขวาขว้างพ็อดของเครโอ้ไปในทิศทางที่มีสัญญาณประตูมิติ โดยหวังว่ามันจะเป็นทางรอดสุดท้ายของนายหญิงน้อยของเขา
...เมื่อขว้างออกไปเขาก็ถูกมิราจบิทเสียบที่แขน และขาจนน่วม.....อ๊าก!!! เครโอ้ที่เห็นภาพนั้นร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด “พี่โซมะ!!!!”
“ไอ้โง่เอ๊ย!!! แค่ขว้างพ็อดไปน่ะจะช่วยให้รอดได้ยังไง จะช่วยให้สบายเดี๋ยวนี้แหละแม่เจ้าหญิงน้อย”ซาสยกปืนขึ้นเล็งไปทางพ็อดที่ลอยเคว้งอยู่
“ได้โปรดเถอะครับพระเจ้า ถึงผมจะไม่ใช่คนดีอะไร ผมขอใช้ความดีที่ผมทำมาทั้งหมดขอร้องพระองค์ ขอได้โปรดช่วยสร้างปาฎิหาริย์ ขอได้โปรดช่วยให้นายหญิงน้อยเครโอ้ ปลอดภัยด้วยเถิดครับ” โซมะที่เลือดอาบหน้าพึมพำในใจเพราะเขาในตอนนี้ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือนายหญิงได้อีกแล้ว มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน...
“จบแค่นี้ล่ะนะ”ซาสเหนี่ยวไกไดเมนชั่นลันเชอร์เข้าใส่พ็อดทันที เปรี้ยง!!!! ซู่ม!!!
มีต่อนะยังไม่จบ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2009, 04:41:52 PM โดย LINKS »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|