Introduction -ลำนำจดหมายเหตุแห่งดวงดาว-สงคราม ความสูญเสีย และการต่อสู้... ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยมนุษย์เองก็ไม่อาจจะหลุดพ้นจากวังวนเหล่านี้ได้ แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นยุคที่ผู้คนต่างออกเดินทางขึ้นไปอาศัยอยู่บนอวกาศแล้วก็ตาม..
บันทึกที่คุณได้อ่านอยู่นี้ได้จดบันทึกเรื่องราวของเหล่านักรบแห่งดวงดาวเอาไว้ พวกคนเหล่านั่นมาจากต่างที่ ต่างเชื้อชาติหรือแม้กระทั่งเผ่าพันธ์แต่ทั้งหมดก็ร่วมแรงกันต่อสู้เพื่อปกป้องจักรวาลและเอกภพแห่งนี้เอาไว้..
การต่อสู้ที่แฝงไปด้วยความหมายนับล้าน บางคนต่อสู้เพื่อค้นหาสถานที่ที่ตัวเองควรอยู่ เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ เพื่อไม่อยากให้เกิดการสูญเสียและเพื่อระงับซึ่งสงคราม...
คุณล่ะพร้อมที่จะเปิดบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาแล้วรึยัง? ถ้าพร้อมแล้วล่ะก็...
ยินดีต้อนรับสู่ -Super Robot Wars The Star Chronicle---------------------------------
เกือบหนึ่งศตวรรษที่มนุษย์ชาติได้ออกไปตั้งถิ่นฐานบนอวกาศแม้ว่ามนุษย์ จะพัฒนาไปมากเพียงใดแต่ความต้องการของมนุษย์ยังไม่เคยหมดสิ้นเพราะฉะนั่น สงครามจึงยังมีขึ้นอยู่เสมอ...
ความพยามที่จะแยกตัวเองออกเป็นอิสระ จากสมาพันธ์โลกของกลุ่มอาณานิคมเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็พัฒนาไป สู่การก่อการร้ายและสงครามในที่สุดด้วยกองกำลังที่มากกว่าของสมาพันธ์โลกทำ ให้ฝ่ายอาณานิคมได้รับความปราชัยไปอย่างรวดเร็วในเวลาหกเดือนสงครามครั้งนี้ จึงมีชื่อเรียกเล่นๆว่า“สงครามหกเดือน”
ภายหลังสงครามหกเดือนสมาพันธ์โลกคุมเข้มชาวอวกาศมากขึ้นกว่าเดิมโดยการตั้งกองกำลัง“บอนล์”ขึ้นมาทำ หน้าที่ดูแลและสอดส่องเหล่าอาณานิคมโดยไม่ขึ้นกับกองทัพของสมาพันธ์โลก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปการกระทำที่รุนแรงของบอนล์ต่อชาวอาณานิคมทำให้ความไม่พอใจของชาวอาณานิคมเพิ่มสูงขึ้น ชาวอาณานิคมกลุ่มนึงได้ทำการตัดสินใจก่อวินาศกรรม ทำลายงานประชุมของเหล่าผู้นำในสมาพันธ์โลกการก่อการร้ายครั้งนี้ทำให้ผู้นำ ระดับสูงของสมาพันธ์เสียชีวิตไปหลายสิบคน ผู้นำของกองกำลังบอนล์“เรย์นาร์ด ลาวิอัส”จึงได้ออกมาประณามการกระทำครั้งนี้และทำการจับกุ่มกลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุภายในเวลาอันรวดเร็วทำให้เรย์นาร์ดและกองกำลังบอลน์ได้แรงสนับสนุน จากประชาชนมากขึ้น
สมาพันธ์โลกที่เริ่มขาดอำนาจเริ่มจะถูกบอลน์กลืนกินเข้าไปทุกที สภาพความเป็นอยู่ของคนในอาณานิคมแหละการปกครองก็เริ่มเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ สมาชิกสมาพันธ์โลกบางคนเริ่มไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของบอลน์จึงได้ทำการตั้งกองกำลัง“เอลฮังค์”ขึ้นเป็นกองกำลังรวมที่เกิดจากสมาพันธ์โลกและอุตสาหกรรม มาต่อต้านบอนล์และทวงสิทธ์การปกครองที่ชอบธรรมคืนให้กับกลุ่มอาณานิคม สงครามครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นในปีคริสต์ศักราช2217
--------------------------------
วงกลมสีแดงผสมดำขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นในเขตอวกาศใกล้ๆกับกลุ่มเศษอุกบาตขนาดใหญ่ น่านฟ้าของแถบนี้ไม่ใช่สีดำแบบที่ควรจะเป็นแต่เป็นสีแดงก่ำราวกับเลือดซึ่งวงกลมปริศนานั่นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะระเบิดเต็มทีอยู่ตลอดเวลา...
ภายในวงกลมปริศนากำลังมีการต่อสู้ของหุ่นสองตัวเกิดขึ้นอยู่ ตัวหนึ่งมีสีแดงสลับกับสีฟ้า อีกตัวทาสีดำตลอดทั้งตัว
แคร้ง! แคร้ง! แคร้ง!
เสียงประดาบของหุ่นทั้งสองดังก้องอยู่ภายในวงกลมปริศนาที่คนภายนอกไม่อาจมองเห็นสภาพภายในได้ น่าแปลกที่แม้มองภายนอกวงกลมนี้มีขนาดไม่ถึงร้อยเมตร แต่ภายในนี้กลับก้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อราวกับเป็นอีกห้วงมิตินึง หุ่นทั้งสองกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากจนสายตาคนธรรมดาไม่สามารถมองการเคลื่อนไหวได้ทัน พร้อมกับเสียงพูดคุยของนักบินที่ขับหุ่นทั้งสองก็ดังขึ้นอีกเช่นกัน
" นายน่ะ คิดจะทำลายมันให้หมดทุกอย่างเลยหรือไง ทำลายเซอร์นาสไปโลกนึงแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ" นักบินของหุ่นสีแดงสลับฟ้าเป็นผู้หญิงสาว อายุอานามน่าจะราวๆ19-20เอ่ยขึ้น
"เรื่อง ของเซอร์นาสมันเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าเธอยอมมาเข้าร่วมกับชั้นตั้งแต่แรก แล้วเจ้าอาเดลนั่นไม่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นชั้นก็คงไม่ทำหรอก" ชายที่เป็นนักบินของหุ่นสีดำกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
"แน่นอนว่า ชั้นไม่คิดจะร่วมมือกับนาย ยังไงๆก็ยอมรับวิธีการของนายไม่ได้ นายบอกว่าจะยอมเสียสละโลกส่วนน้อย เพื่อปกป้องโลกส่วนใหญ่ไว้ใช่มั้ย แต่ถ้าเป็นชั้น ชั้นอยากจะปกป้องมันให้หมด" เสียงสาวน้อยดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการควบคุมหุ่นหลบคมดาบของหุ่นสีดำได้ อย่างฉิวเฉียด
"คิดแบบนั้น คือวิธีคิดของคนไม่รู้จักความจริง" หุ่นสีดำฟาดดาบลงไปอีกครั้ง แต่หุ่นอีกตัวก็เอาดาบของตนขึ้นมาป้องกันไว้ได้ ทั้งคู่เอาดาบเข้าประชิดกันเพื่อวัดกำลังชั่วครู่แล้วค่อยแยกออกจากกัน
"ชั้นคิดแบบนั้น แล้วก็เชื่อแบบนั้นด้วย และตอนนี้ชั้นก็เชื่อว่าสิ่งที่นายคิดจะทำมันผิด เพราะงั้นชั้นจะหยุดนายเอง" หุ่นสีแดงสลับฟ้าโยนดาบในมือทิ้งไปแล้วชูกำปั้นขึ้นแทน มีแสงสีแดงเปล่งออกมาจากมือที่กำลังกำอยู่นั้นราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน
"ก็ลองดู ถ้าคิดว่าเธอสามารถขัดขืนต่อโชคชะตาได้ล่ะก็" หุ่นสีดำยกดาบขึ้นเหนือหัว มีไอพลังความมืดห้อมล้อมดาบไว้
"God Destroyer Punch!!!!!!"
"Maken Dichikiri"
ตูมมมมมมมมมม
หมัดและดาบพุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว เกิดระเบิดอย่างรุนแรงจนวงกลมปริศนาที่ปกคลุมทั้งคู่ก็เกิดระเบิดออกตามไปด้วย
--------------------------------
ขณะเดียวกันในห้วงอวกาศอีกจุดนึงก็ได้เกิดวงกลมปริศนาขึ้นมาเหมือนกันแต่ทว่า วงกลมอันนี้นั่นเป็นวงกลมขนาดใหญ่สีดำเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า1กิโล แต่รูปร่างของมันนั้นแบนราบราวกับกระดาษ
ทหารของกองกำลังบอนล์ที่ขับหุ่น“จาโบน่า”ซึ่งเป็นหุ่นรุ่นผลิตจำนวณมากของบอนล์และกำลังทำการลาดตระเวร อยู่แถวนั้นต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิด ขึ้นเพราะอยู่ดีๆมันก็ปรากฏขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พวกเขาไม่เคยพบเห็นสิ่งที่ใหญ่แบบนี้มาก่อนเลยในอวกาศแถมสิ่งนี้ ไม่น่าจะมีทางจะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำ
“หะ....หัวหน้าครับ” ทหารนายหนึ่งเอ่ยกับผู้บังคับบัญชาของเขาอย่างตกใจและตื่นกลัวเพราะเขาเพิ่งจะเคยเห็นของแบบนี้เป็นครั้งแรก
“อย่าตกใจสิ...ควบคุมสติของตัวเองเอาไว้สิผู้หมวด”
หัวหน้าที่มากประสบการณ์เตือนขึ้นหลังจากเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาตื่นตระหนกกับ สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าตกใจอยู่บ้างเหมือนกัน
“ อ่ะ...ครับ!!”
“ถ้า โอเคแล้วเรามาดูกันสิว่าไอ้เจ้านี้มันคืออะไร...หมวดส่งภาพทางนี้ไปให้ที่ ฐานด้วยนะ” หัวหน้าของนายทหารคนนั้นพูดเพื่อจะดูว่าลูกน้องของตัวเองยังมีสติดีอยู่รึ ไม่ ซึ่งเสียงตอบอันหนักแน่นนั้นทำให้หัวหน้าของเขาโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
แต่...ยังไม่ทันที่เหล่าทหารของกองกำลังบอนล์จะเข้าไปใกล้วงกลมปริศนา บางอย่างก็เกิดขึ้นกับวงกลมนั้นอย่างฉับพลัน
ตึ้ง!!!
ตึ้ง!!!!!
ตึ้ง!!!!!!!!
เสียง ดังกังวานออกมาจากวงกลมสีดำนั้นติดต่อกันราวกับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน ก่อนที่จะเงียบหายไป.....แต่แล้ว…สิ่งที่ปรากฏออกมาพร้อมกับรอยแตกของห้วงมิติ คือ มือขนาดยักษ์ของหุ่นยักษ์ตัวหนึ่งทะลุออกมาจากวงกลมสีดำนั่นมือทั้ง 2 ข้างของหุ่นตัวนั้นฉีกตรงส่วนกลางของวงกลมเหมือนการแหวกช่องมิติอะไรสักอย่างออกมา
“อา.... ที่นี้....คือที่ๆมีสิ่งนั้นอยู่รึ....ท่าทางจะเป็นโลกคู่ขนานแฮะ...แต่ว่า ระบบสุริยะไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่.....ดาวพฤหัสยังเหลืออยู่เลย” เสียงของชายผู้ขับหุ่นตัวนั้นเอ่ยออกมาอย่างเรียบๆและดูประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นอยู่เนื่องจากสภาพของที่นี้ไม่ค่อยจะต่างจากโลกที่เขามาสักเท่าไหร่
หุ่นขนาดยักษ์ที่ได้แหวกประตูมิติออกมานั้นขนาดสูงราวๆร้อยเมตรซึ่งรูปร่างของมันดูไม่เหมือนหุ่นจากวิทยาการใดๆบนโลกนี้เลยแม้แต่น้อย
“ย.....ยิง!!”หัวหน้าของนายทหารคนดังกล่าวที่ได้สั่งให้ลูกน้อง ครองสติให้อยู่นั้นบัดนี้สติของเขาได้หลุดกระเจิงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะยิงไปเท่าไหร่ก็ตามแต่ทว่าบีมธรรมดาของจาโบน่านั้นไม่สามารถทำอะไรหุ่นตัวนั้นได้เลยแม้แต่น้อย
“นี่ๆ...ฉันนะไม่มีเวลาจะมายุ่งกับพวกเธอหรอกนะ” ชายคนขับหุ่นตัวนั้นเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
“เอาเป็นว่า...ฉันจะทำให้พวกเธอ...หายไปอย่างเร็วที่สุดไม่ให้เหลือซากเลยแล้วกันนะ....”
สิ้นเสียงของผู้มาเยือน หุ่นตัวนั้นก็ได้ยกกำปั้นทั้ง 2 ข้างขึ้นประกบกัน
“เดินพลังงาน 10% จากเตาพลังงานไปที่แขนทั้ง 2 ข้าง ทำการจ่ายพลังงานในรูปแบบการระเบิดวงกว้าง ทำงาน!!”
ตูม!!!!!
ตูม!!!!!
ตูม!!!!!
เหล่าหุ่นลาดตระเวรบอนล์ทั้งหมด7ตัว สลายกลายเป็นฝุ่นไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียวขอหุ่นยักษ์ตัวนั้น
“เอา ละ....ที่นี้ก็ได้เวลาลงไปที่โลกซะทีสินะ….”หลังพูดจบตัวหุ่นก็ได้เดินทางไป ยังโลกด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าหุ่นขนาดยักษ์อย่างนี้จะเดินทางด้วย ความเร็วสูงขนาดนี้ได้
“เดินเครื่องระบบพลังงาน 20% ทำการเปิดสนามพลังเต็มที่” จากจุดที่หุ่นยักษ์ปริศนาได้ปรากฏตัวออกมาเพียง 10 นาที มันก็เคลื่อนที่มาถึงโลกแล้ว และกำลังผ่าชั้นบรรยากาศโลกลงมา ซึ่งชั้นบรรยากาศที่ร้อนระอุแทบจะไม่มีความหมายของผู้มาเยือนผู้นี้เลย
ผู้คนที่เห็นภาพการฝ่าชั้นบรรยากาศลงมาของหุ่นตัวนี้นั้นต่างตกใจ เหมือนผึ้งแตกรัง จะด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมันและแรงสั่นสะเทือนอันมหาศาลที่เกิดจากการลงจอดของมัน ผู้คนต่าง ตื่นกลัว และสับสนว่ามันคืออะไร และมีจุดประสงค์อะไรกันแน่
“ฉันมาแล้วดวงตาจอมมาร!!” ชายผู้มากับหุ่นยักษ์ปริศนากล่าวเจตจำนงถึงสาเหตุที่เขาต้องถ่อมาถึงระบบ สุริยะแห่งนี้ก่อนที่หุ่นของเขาจะเกิดแสงห่อหุ้มร่างและหายไปต่อหน้าต่อตา ของคนที่เห็นเหตุการณ์อย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความตื่นตระหนกและสับสนแก่ผู้คนเบื้องล่าง
--------------------------------
ขณะเดียวกันก็มีผู้มาเยือนระบบสุริยะของเราอีกหนึ่ง...
ท่ามกลางท้องทะเลแห่งดาราจักรวาลอันไกลแสนไกล การเดินทางที่ไม่รู้ว่าจุดหมายนั้นอยู่ที่ไหน แม้นรู้ว่าตัวเองต้องการสิ่งใดแต่จะทำให้สำเร็จได้อย่างไร? มันช่างเป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยากเหลือเกิน เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน่ำเงินอมม่วงนั่งคิดเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ท่าม กลางห้วงอวกาศอันแสนเวิ้งว้าง ขณะที่กำลังควบคุมหุ่นยนต์คู่ใจมุ่งหน้าไปอย่างไม่มีจุดหมาย เบื้องหลังของเขามีเด็กสาวผู้มีเรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้น เรือนผมสีเงินยาวเยียดตรงเลยสะโพกนั่งอยู่ ที่นั่งของเธอนั้นเหมือนเครื่องจักรตัวใหญ่และที่สำคัญดูเหมือนร่างกายของ เธอจะเชื่อมต่อกับมันด้วยเส้นเรืองแสงที่ทองพวกนั้น
"ยืนยันพิกัดได้ไหม ราเซล?" เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ ที่ไม่แฝงซึ่งอารมณ์ใด ๆ แต่เด็กสาวไม่ตอบอะไรเธอได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อยแทนคำพูด
"แกอยู่ที่ ไหนของแก กิลฟอร์ซ" ไม่มีใครตอบคำถามของเขาได้ ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นทำได้แต่เพียงมองดูภาพเบื้องหน้า ภาพของเศษซากจักรกลสงครามรูปแบบต่าง ๆ ที่บัดนี้เป็นเพียงแค่ขยะอวกาศเท่านั้น
"กิลฟอร์ซคงใช้ Chrno Drive เดินทางออกไปนอกระยะค้นหาของเกียร์ฟรีกแล้ว" ราเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบพลางก้มมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ต่ำกว่าที่นั่ง ของเธอเล็กน้อย เธอจ้องมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยชื่อของเขาออกมาอย่างแผ่วเบา
"อัลเซโด้..."
อัลเซโด้ โดมินิก บาโรฮีล คือนามของเขา เด็กหนุ่มผู้ซึ่งถูกเธอช่วยไว้เมื่อ 2 ปีก่อน และเธอก็ได้เขาช่วยไว้เช่นกัน ราเซล เด็กสาวที่มาช่วยชีวิตเขาเอาไว้และเขาก็ได้ช่วยเธอไว้เช่นกันการพบกันดั่งโชคชะตาทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นในวันนั้น วันที่มันปรากฏตัวขึ้นมาวันที่เขาต้องสูญเสียพรรคพวก วันที่เขาได้พบกับเธอ และวันที่เขาได้พวกับ "มัน" เด็กหนุ่มหลับตาลงพลันนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อนที่ยังคงติดตาอย่างชัดเจนราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!! เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องกัมปนาท เศษซากของหุ่นรบที่แตกกระจาย ชีวิตของเพื่อนร่วมทีมมลายไปต่อหน้าต่อตาเขา
"รีส!!!!!!!!!!"
อัล เซโด้ตะโกนเรียกชื่อเพื่อนร่วมทีมสุดเสียงเท่าที่มีเมื่อเห็นหุ่นยนต์ลึกลับ ใช้ดาบแสงสีแดงฉานฟาดฟันผ่าหุ่นของเธอเป็นเสี่ยงก่อนจะระเบิดไม่เหลือชิ้นดี หุ่นยนต์สีดำทมึนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นราวกับวิญญาณเข้าจู่โจมพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว คมดาบของมันคร่าชีวิตของเธออย่างฉับไว ก่อนมันจะหันมามองดูพวกที่เหลืออยู่อีก 3 เครื่อง ด้วยดวงตาสีแดงฉานนั้นท่าทีของมันดูราวกับกำลังสนุกสนานกับการฆ่าฟัน
"แก!!!!!!!"
ลูกทีมคนหนึ่งของอัลเซโด้ล็อกเป้าและกระหน่ำบีมไรเฟิ้ลใส่มันด้วยความโกรธแค้น ที่เพื่อนถูกฆ่าแต่ไร้ผล ลำแสงสีเหลืองจากบีมไรเฟิ้ลทุกนัดที่กระหน่ำใส่มันถูกปัดออกไปด้วยสนามพลัง ที่มองไม่เห็น และวินาทีต่อมาเขาก็ถูกสังหารอย่างโหดร้าย ปลายโล่ห์ของหุ่นยนต์สีดำปริศนาถูกกางออกมาราวกับคีมหนีบขนาดใหญ่มันพุ่งตัว เข้ามาจับเหยื่อได้อย่างรวดเร็วราวงูฉก แท่งเหล็กแหลมที่ซ่อนอยู่กระแทกเข้ากลางตัวหุ่นอย่างจังหลายครั้ง ค็อทพิทถูกกระทุ้งจนเหล็กแหลมทะลุหลังพร้อม ๆ กับคีมยักษ์ก็เริ่มบดขยี้อย่างไร้ปรานี เจ้าหุ่นสีดำยกเหยื่อของมันชูขึ้นเหนือหัวก่อนที่คีมนั่นจะบีมจะหุ่นยนต์ตัว นั้นขาดเป็น 2 ท่อน
บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
หุ่นยนต์ตัวที่สองแหลกเละไปพร้อมกับแรงระเบิด เด็กหนุ่มได้แต่ตกตะลึงในภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีนั้นเขา ไม่สามารถจะสั่งการอะไรได้อย่างที่เคยเป็น ในหัวของเขามีแต่สีขาวโพลนไปหมดนั่นคือวินาทีแรกที่เขาได้พบกับสิ่งที่ตนคิด ว่าไม่เคยมี "ความกลัว" หุ่นยนต์สีดำสังหารเพื่อนคนที่สามของเขาไปอย่างง่ายดาย ดาบลำแสงสีแดงฉานเสียบทะลวงค๊อทพิทอย่างแม่นยำและเพียงไม่ถึงอึดใจแขนขวาของ หุ่นรบที่อัลเซโด้บังคับอยู่ก็ขาดกระเด็น
หุ่นปริศนาตวัดดาบออกจาก เหยื่อที่มันเพิ่งจะสังหารไป แต่การสะบัดดาบนั้นก็ฟาดฟันแขนหุ่นรบที่อยู่ใกล้ ๆ ไปด้วย ถึงอัลเซโด้จะตกใจแต่ด้วยสัญชาติญาณการเอาตัวรอด เขารีบบังคับหุ่นให้ถอยห่างออกมาพร้อมกับดึงบีมเซเบอร์ที่ติดอยู่เอวออกมา เตรียมพร้อมรับมือ เสี้ยววินาที่แห่งการตัดสิน บีมเซเบอร์สีแดงฉานฟาดฟันลงพร้อม ๆ กับบีมเซเบอร์สีเหลืองได้ถูกยกขึ้นมาป้องกันแต่ทว่าไร้ผล พลังงานสีแดงฉานฟาดผ่านเส้นพลังงานสีเหลืองไปได้ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ แสงไฟฉาย หุ่นของอัลเซโด้ถูกผ่าซีกขวาขาดกระจาย เด็กหนุ่มหมดหนทางจะดิ้นรนเขาได้เฝ้าความตายที่มันจะหยิบยื่นให้เท่านั้น
"อัลเซโด้.." เสียงของเด็กสาวที่ฟังดูไร้ความอารมณ์ปลุกเด็กหนุ่มขึ้นจากห้วงแห่งความทรงจำเขาลืมตาขึ้นก่อนจะหันไปมองดูเธอ
"ระบุพิกัดที่กิลฟอร์ซมุ่งหน้าไปได้แล้วล่ะ"
"อ่า.........."
อัลเซโด้ตอบรับเพียงสั้นก่อนจะเริ่มเดินเครื่องยนต์ Chrno Drive หุ่นยนต์สีขาวที่มีรูปร่างเหมือนหุ่นสีดำที่เขาตามล่าตัวทุกประการบินทะยาน หายไปห้วงมิติที่สร้าง เขาบินมุ่งหน้าต่อไปแม้นไม่รู้ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหน แต่ที่นั่นจะต้องมี "มัน" อยู่แน่นอนที่สุดเด็กหนุ่มเชื่อเช่นนั้น
--------------------------------
ในเวลาเดียวกันเป้าหมายของอัลเซโด้ก็ปรากฎตัวขึ้นบนโลก....
"ปะ......ปะ.....ปีศาจ!!!!!"
นายทหารผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความหวาดกลัวท่ามกลางฐานทัพของกองกำลังบอนล์ในแอฟฟริกากำลังตกอยู่ในทะเลเพลิง ท่ามกลางกองไฟนั้นมีหุ่นยนต์สีดำสูงประมาณยี่สิบกว่าเมตรยื่นตระหง่านอยู่ มันกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาสีแดงฉานก่อนจะมองมายังผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้มันที่สุด แต่มันก็ไม่ใยดีอะไรชายผู้นั้น มันค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะพับร่างเป็นอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกับยานบินจากไป อย่างรวดเร็ว
--------------------------------
สารบัญ [ในวงเล็บหมายถึงหน้าที่ลงตอนนั่น]
Introduction [หัวกระทู้]
Earth RouteEpisode 1 : –Tribute From Lighting-[1]
Episode 2 : –Rebellion Of Darkness- [1]
Episode 3 : -The Last Knightdian Appearance!-[1,2]
Episode 4 : -Rainbow Sky!-[2]
Space RouteEpisode 1 : -The Blue Eagle-[1]
Episode 2 : -A Revealed Secret-[1]
Episode 3 : -Gold Savior-[2]
Episode 4 : -Trigger Start-Up !!!-[2]
All RouteEpisode 5 : -Begin The Star Chronicle-[2,3]
Episode 6 : -Black&White In Atmosphere-[3]
Earth RouteEpisode 7 : –Another Myself And Forbidden Power-[4,5]
Episode 8 : -Fragrance Of Her-[5,6]
Episode 9 : -Hopeless Night-[6,7]
Space RouteEpisode 7 : -Destiny And Girl-[3,4]
Episode 8 : -Tear,Anger And Invasion-[4,5,6]
Episode 9 : -Connected Feelings-[6,7]
Moon RouteEpisode 7 : -Warrior Of Phantasm-[4]
Episode 8 : -Crimson Moon-[4,5]
Episode 9 : -Grean Vs Gui-[5]
-------------------------------------
แบบอ่านเรียงเป็นตอนๆแบบไฟล์Wordครับ, สำหรับไฟล์ .doc 97-2003จะเป็นอันทางขวานะครับ อันซ้ายของ2007
TSC (
Earth Routh) Episode 01 - Tribute From Lighting -
http://www.mediafire.com/?jnzwmmgdkqd http://www.mediafire.com/?ucn1yufwmznTSC (
Earth Routh) Episode 02 - Rebellion of Darkness -
http://www.mediafire.com/?5mytgmyjmzl http://www.mediafire.com/?vjnevmznhdkTSC (
Earth Routh) Episode 03 - The Last Knightdian Appearance! -
http://www.mediafire.com/?2nyzm3iqqzd http://www.mediafire.com/?zmzdwmn2zkiTSC (
Earth Routh) Episode 04 - Rainbow Sky! -
http://www.mediafire.com/?h5gl1utmcnb http://www.mediafire.com/?0tzxzxyoyimTSC (
Space Route) Episode 01 - The Blue Eagle -
http://www.mediafire.com/?z9858edt3hnze62TSC (
Space Route) Episode 02 - A Revealed Secret -
http://www.mediafire.com/?idn28574o4cizemTSC (
Space Route) Episode 03 - Gold Savior -
http://www.mediafire.com/?vva7roy7v6ovs7g