|
Kuruni
|
 |
« เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 01:13:06 AM » |
|
เรื่องเปลี่ยนบรรยากาศนี้ จริงๆแล้วก็เขียนตอนต่ออยู่นะครับ แต่จะเสร็จหรือเปล่านั้นไม่ทราบ (ฮะๆ) ไม่ใช่แนวหุ่นยนต์ แต่ก็นับเป็นแนวเมกะโชโจะล่ะน่า
อนึ่ง ชื่อ Galatea (กาลาเทีย) มาจากตำนานกรีกครับ เป็นรูปสลักของพิกมาเลียนที่อโฟรไดท์เสกให้มีชีวิต ================== "สัญญาณ SOS?" ชายหนุ่มทวนสื่งที่เขาได้ยินจากจอภาพขนาดใหญ่ตรงหน้าที่ฉายภาพบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งอยู่ "ไหนๆการทดสอบอุปกรณ์ใหม่ก็ผ่านไปด้วยดีไม่ใช่รึ? เรื่องรายงานน่ะไม่ต้องรีบนักก็ได้" "รับทราบครับ จะไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้" ขาดคำของเขา ภาพบนหน้าจอก็หายไปเป็นภาพอวกาศ ทิวทัศน์ที่เขาเริ่มจะคุ้นชินกับมันแล้ว การเดินทางด้วยยานอวกาศระหว่างอาณานิคมนั้นก็ไม่ต่างจากการนั่งสายการบินในประเทศของมนุษย์โลกในสมัยศตวรรษที่ 20 มันไม่ใช่เรื่องสามัญสำหรับคนทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่อะไรแปลก "มีอะไรเหรอคะ?" เด็กสาวผมสั้นคนหนึ่งเข้ามาในห้อง "มีสัญญาณ SOSน่ะ เดี๋ยวพวกเราจะไปตรวจสอบดูหน่อย จากข้อมูลที่ศูนย์ส่งมา พวกเราจะไปถึงที่หมายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง" เด็กหญิงผมยาวตัวน้อยที่นั่งข้างๆชายหนุ่มบอก "เป้าหมายเป็นยานหนีภัยแบบอัลบาทรอสที่บรรทุกพลเรือนมาจากอาณานิคมคาทาฟอร์นา เท่าที่จับใจความจากข้อความที่ศูนย์ส่งมาได้มีแค่นี้น่ะนะ" เขาบอกต่อ "ถ้ามีผู้ประสพภัยมากไปก็ได้แต่พยายามนำทางไปสถานีเบลฟาสท์สินะ เธอไม่ได้รับการออกแบบให้มนุษย์โดยสารนี่นา อัลเทียร์" "ฉันได้รับการออกแบบให้สนับสนุนแอนดรอยด์โดยเฉพาะ แค่ผู้ดูแลของเธอก็ออกจะเกินไปแล้ว" ใช่...ถ้ามีคนมองเขาในตอนนี้ก็คงไม่รู้ แต่ทั้งยานมีเพียงชายหนุ่มที่เป็นมนุษย์เป็นๆ หายใจได้เพียงคนเดียว ถ้าเขายื่นมือไปสัมผัสเด็กหญิงที่อยู่ข้างๆ นิ้วของเขาก็ผ่านไปเฉยๆ เพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงโฮโลกราาฟิกที่ยานลำนี้ อัลเทียร์ ฉายออกมาเพื่อให้การสื่อสารราบรื่นขึ้นเท่านั้น ส่วนเด็กสาวคนนั้น เบญจ ถึงจะดูเหมือนมนุษย์แต่ใต้ผิวหนังเทียมนั้นเป็นโครงสร้างกล้ามเนื้อเทียมที่ซับซ้อนกับโครงกระดูกโลหะผสมไททาเนียม เห็นตัวเล็กๆแบบนั้นเธอแข็งแรงกว่าเขาหลายเท่านัก "ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง งั้นฉันขอพักก่อนนะคะ" เบญจพูดจบก็เอนหลังบนเก้าอี้นอนแล้วหลับตาลง ระบบของแอนดรอยด์รุ่นนี้ก็คล้ายกับมนุษย์ พอวงจรสำนึกพักการทำงาน ระบบก็จะเริ่มให้นาโนมาชีนในตัวซ่อมแซมส่วนต่างๆ นั่นก็เพราะวงจรสำนึก หรือที่ผู้พัฒนาเรียกว่า พรีซีสฮาร์ทนั้นเป็นส่วนที่ทำให้สมองกลทำงานหนักที่สุด...จะว่าไปก็ไม่ต่างจากมนุษย์อีกนั่นล่ะ "คุณเองก็น่าจะพักสักหน่อยนะคะ" อัลเทียร์บอกเขา ความคิดไม่เลว เขาปรับเบาะเก้าอี้ให้อยู่ในระดับพอเหมาะก่อนหลับตาลง ก่อนจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยให้สมองได้ผ่อนคลาย
อาณานิคมวาซิลลา ถึงจะเป็นดาวที่มีทรัพยากรมากมาย แต่เพราะสภาพแวดล้อมที่เกินกว่าจะทำการปรับสภาพเต็มขั้นได้ จึงมีจำนวนประชากรเพียงเท่าที่ไบโอโดมจะรองรับได้เท่านั้น ภูมิศาสตร์ของดาวนี้ยังทำให้การขยายไบโอโดมเป็นไปอย่างยากลำบาก ถึงทุกวันนี้ วาซิลลาก็ยังมีประชากรน้อยกว่าอาณานิคมอื่นในกลุ่มซิกมาดราโกนิสกว่าครึ่ง ความจำเป็นนั้นทำให้เทคโนโลยีเกี่ยวกับหุ่นยนต์และแอนดรอยด์ของวาซิลลาพัฒนาไปเร็วเป็นพิเศษ และเป็นที่ที่โครงการกาลาเทียเติบโตเป็นรูปร่าง ที่มาของโครงการนี้ก็คือความคิดที่ว่าร่างกายของมนุษย์นั้นไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของอวกาศ เพียงเวลาไม่กี่เดือนที่อยู่ในอวกาศ สภาพไร้แรงโน้มถ่วงก็จะทำให้กระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแอโดยไม่มีทางป้องกัน แม้จะเป็นดวงดาวอื่น มนุษย์ก็จำเป็นต้องทำการปรับสภาพแวดล้อมและใช้ชีวิตในไบโอโดม เหล่านั้นเป็นหลักฐานสนับสนุนความคิดนี้ แต่จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีหยุดก็เป็นปัจจัยผลักดันให้มนุษย์จำต้องออกมายังเขตแดนต้องห้ามที่เรียกว่าอวกาศมานานนับทศวรรษแล้ว โปรเจคท์กาลาเทีย...มีเป้าหมายที่จะสร้างแอนดรอยด์ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของมนุษย์ ผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์จนกว่าการวิวัฒนาการจะทำหน้าที่ของมัน นั่นเป็นสาเหตุที่แอนดรอยด์ในกลุ่มกาลาเทียมีคุณสมบัติของมนุษย์ สมองกลที่สามารถคิดแบบไม่ใช้ตรรกะ วงจรอารมณ์ เพราะมีแต่สิ่งที่เหมือนมนุษย์จะเข้าใจมนุษย์ได้ ...หรือไม่ หากเราไม่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายนี้ไปได้ กาลาเทียก็จะเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเคยมีมนุษย์อยู่
"ผู้ดูแลคะ เห็นเป้าหมายแล้วค่ะ" "หือ?" เขาขยี้ตาสองสามทีก่อนพยายามจ้องภาพบนมอนิเตอร์จนหายเบลอ "ภาพที่เห็นตรงกับยานอพยพรุ่นอัลบาทรอสในฐานข้อมูลค่ะ ปัญหามีอยู่ว่าพวกเราคงมาช้าไป" อัลเทียร์ขยายภาพของยานอัลบาทรอสให้เห็นวัตถุที่ติดอยู่บนตัวยานชัดเจนขึ้น "ไซเบอริสท์?" สิ่งนั้นดูเหมือนยานอวกาศทรงปลากระเบนขนาดเล็กที่ใช้ขาเกาะกับอัลบาทรอสเหมือนปรสิต เบญจมีสีหน้าสลดไปถนัดใจ ไซเบอริสท์...Cybernatic terrorist เป็นชื่อเรียกขานของเครื่องจักรไม่ปรากฏที่มาพวกนี้ พวกมันเป็นเครื่องจักร แต่พฤติกรรมของมันก็คล้ายสิ่งมีชีวิต สิ่งที่ทำให้มันเป็นภัยคุกคามกับชาวอาณานิคมอย่างแท้จริงก็คือความสามารถในการยึดครองระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องจักรอื่นๆอย่างง่ายดาย และสิ่งแรกที่พวกมันจะทำเสมอก็คือการปิดระบบที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของมนุษย์ "ฉันจะออกไปนะคะ อาจจะมีใครรอดอยู่บ้างก็ได้" เด็กสาวตรงไปทางแอร์ล็อกของยาน "ฝากด้วยนะ เบญจ อาวุธก็เอาแม็กซิมิเลียนไปใช้ได้เลย ถือว่าเป็นการทดสอบภาคพิเศษในสนามจริงก็แล้วกัน" ผู้ดูแลบอกผ่านเครื่องกระจายเสียง "รับทราบค่ะ - Initial battle mode" เบญจถอดชุดลำลองออกเหลือเพียงบอดี้สูทรัดรูป สมองกลปรับโหมดการรับรู้จากสัมผัสความรู้สึกเป็นข้อมูล ทำให้ไม่รู้สึกอะไรเมื่อผิวหนังเทียมบางจุดเปิดออกเป็นพอร์ทสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สนับสนุนการต่อสู้ "ยืนยันการเชื่อมต่อกับสเลฟอาเมอร์ อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน" "รับทราบ จะเปิดประตูแอร์ล็อกชั้นนอกเดี๋ยวนี้" ไอพ่นขับเคลื่อนขนาดเล็กที่อยู่ตามเกราะทำให้เบญจพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงที่ชายหนุ่มมั่นใจว่าต่อให้ฝึกเป็นนักบินอวกาศมาแล้วก็คงต้องหน้ามืดเป็นอย่างน้อย แต่เบญจน่ะยังบินผาดโผนได้สบาย โดยเฉพาะการเชื่อมอุปกรณ์กับระบบประสาทเทียมนั่นทำให้เธอควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีกว่ามนุษย์มาก "จะส่งแม็กซิมิเลียนไปล่ะนะ" อาวุธรูปร่างเหมือนปืนยาวถูกยิงออกมาจากยานอัลเทียร์ ไอพ่นขนาดเล็กที่อยู่บนปืนปรับทิศทางตัวเองจนกระทั่งเข้ามาใกล้กับเบญจซึ่งส่งสัญญาณอินฟราเรดเชื่อมต่อกับโปรแกรมสเลฟของปืน "จะให้ช่วยยิงสนับสนุนไหม?" "ไม่ต้อง รีบหาทางเชื่อมระบบกับยานลำนั้นก็แล้วกัน" เมื่อเธอเข้าไปใกล้ ไซเบอริสท์จำนวนหนึ่งผละออกจากยาน เบญจหลบลำแสงจากปืนอนุภาคก่อนเล็งแม็กซิมิเลียน ลำกล้องของปืนเปิดออกแล้วยิงกระสุนเรลกันสวนกลับไป ระบบยิงด้วยสนามแม่เหล็กทำให้แรงถีบของปืนไม่เป็นปัญหากับการเคลื่อนไหวในอวกาศแม้แต่น้อย ดวงตาเซนเซอร์ซูมเข้าเพื่อยืนยันความเสียหายของศัตรูขณะที่เธอยิ่งเร่งเครื่องเข้าใกล้ไซเบอริสท์เครื่องอื่นๆ สนามแม่เหล็กของปืนแผ่ออกมาหุ้มส่วนลำกล้องไว้ก่อนจะกลายเป็นดาบพลาสม่าที่เด็กสาวใช้ฟาดฟันไซเบอริสท์อย่างคล่องแคล่ว ถึงจะเกิดการระเบิดแต่เพราะไม่มีอากาศเป็นตัวกลาง เธอจึงได้ยินเพียงเสียงที่อัลเทียร์ติดต่อมาเท่านั้น "ติดต่อกับยานอพยพไม่ได้เลย คงต้องทำลายพวกที่เกาะอยู่ให้หมดก่อน" "วางใจได้ สามเครื่องนั่นสินะ" เบญจเล็งปืนไปยังเป้าหมายแล้วยิง สาเหตุที่เธอใช้อาวุธนั้นได้อย่างชำนาญเป็นเพราะโปรแกรมสเลฟที่เชื่อมระบบของทั้งคู่เข้าด้วยกันทำให้เธอบังคับการทำงานของแม็กซิมิเลียนได้ไม่ต่างจากอวัยวะของตัวเอง "ยืนยันเป้าหมายถูกทำลายสองเครื่อง...เครื่องที่สามกำลังพุ่งมาทางเธอแน่ะ!" "ฮึ่ย!!" เพราะฉุกละหุก เบญจก็เลยได้แต่ใช้มือยันไซเบอริสท์ที่ตรงเข้ามาไว้ แรงกระแทกในอวกาศทำให้ทั้งคู่ลอยไปไกล "ไม่ต้องห่วงฉัน รีบเปิดระบบของยานลำนั้นเถอะ!" เบญจใช้ระบบขับเคลื่อนของตัวเองต้านแรงเหวี่ยง เพียงแต่ศัตรูมีขนาดใหญ่กว่าจึงไม่ได้ผลนัก เวลาเดียวกันนั้นที่เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายพยายามส่งสัญญาณควบคุมระบบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องห่วงเลย พรีซิสฮาร์ท วงจรสำนึกที่ทำให้เธอรู้สึกถึง"ตัวเอง" การพยายามควบคุมก็ไม่ต่างจากการสะกดจิตมนุษย์ให้ทำสิ่งที่ตนไม่ต้องการ...ทำไม่ได้หรอก แม็กซิมิเลียนที่หลุดมือไปตอนถูกกระแทกบินกลับมาหาเจ้าของ เบญจส่งสัญญาณให้มันเล็งไซเบอริสท์จากด้านหลัง ภาพที่เธอเห็นเหมือนมีจอเล็กๆแทรกขึ้นมาเป็นภาพจากเซนเซอร์ของแม็กซิมิเลียน เธอคำนวนความเร็วกับตำแหน่งแล้วบังคับให้ยิงจากระยะห่าง กระสุนเรลกันเจาะทะลวงส่วนระบบขับเคลื่อนของไซเบอริสท์ พอกำลังของอีกฝ่ายลดลงแล้วเธอจึงใช้เท้าถีบผละออกมาพร้อมกับที่แม็กซิมิเลียนบินเข้ามาให้เธอใช้เป็นดาบตัดยานขนาดเล็กนั้น ดวงตาเซนเซอร์ไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวของศัตรูอีก "เชื่อมระบบเรียบร้อย ตอนนี้ระบบอากาศของยานกลับเป็นปกติแล้วนะ" อัลเทียร์รายงานความคืบหน้า "ฉันจะเข้าไปข้างในนะ เปิดแอร์ล็อกให้ที"
เบญจถอดเกราะทิ้งไว้ที่แอร์ล็อกเพื่อให้เดินในที่แคบๆได้สะดวกขึ้น เมื่อไปถึงห้องผู้โดยสาร ภาพที่เห็นนั้นก็ทำให้เธอยืนนิ่งไปพักใหญ่ ร่างไร้วิญญาณของผู้อพยพส่วนใหญ่นอนเรียงรายไปทั่ว จมูกที่เป็นเซนเซอร์ตรวจอากาศบอกว่าปริมาณคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในห้องนี้เข้มข้นผิดปกติ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะระบบอากาศถูกไซเบอริสท์ควบคุม "เป็นไงบ้าง? เจอผู้รอดชีวิตหรือเปล่า?" เสียงผู้ดูแลทำให้เธอตั้งสติได้ "ไม่ค่ะ...แต่อาจจะมีคนใช้ชุดอวกาศแอบอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอฉันตามหาต่อเถอะนะคะ" "คิดว่าถ้ามีเหลือก็น่าจะพยายามไปที่ห้องเก็บแคปซูลฉุกเฉินกันนะ เดี๋ยวจะให้อัลเทียร์ส่งข้อมูลแผนที่ไปให้" ภาพแผนผังของยานผุดขึ้นในหัวของเบญจ เด็กสาววิ่งไปตามเส้นทางที่ใกล้ที่สุด "แคปซูลยังอยู่ครบหรือเปล่า?" "ถูกยิงออกไปแล้วสาม คงไม่รอดพวกไซเบอริสท์หรอก" ถ้ามีคนรอดชีวิตก็คงรออยู่ที่นั่นสินะ ถึงจะจดจ่อกับเรื่องนั้น แต่ปฏิกิริยาของเธอก็ไวพอที่จะยกมือขึ้นบังหน้าตอนที่เห็นอะไรบางอย่างขณะเปิดประตูห้องเก็บแคปซูล "อย่าเข้ามานะ!" คนในชุดอวกาศคนหนึ่งหันปืนมาทางเธอ ข้างหลังนั้นมีเด็กๆอยู่ด้วย...ทั้งยานมีคนรอดมาได้ไม่ถึงยี่สิบคนเหรอ? "ใจเย็นๆนะคะ ฉันรู้ว่าพวกคุณกลัว แต่เรามาช่วยพวกคุณค่ะ" เบญจยกมือทั้งสองให้เห็นว่าไม่ถืออาวุธ ของเหลวที่ไหลจากแผลที่มือเหมือนเลือดนั้นแข็งตัวปิดแผลอย่างรวดเร็ว ส่วนประสาทความเจ็บปวดนั้นถูกปิดไว้ชั่วคราวแล้ว "ฉันเป็นแอนดรอยด์ของวาซิลลาค่ะ ตอนนี้เพื่อนร่วมทีมกู้ระบบของยานให้แล้ว อีกไม่นานยานลำนี้ก็จะไปถึงสถานีอวกาศแล้วพวกคุณก็จะปลอดภัยค่ะ ฉะนั้นสบายใจได้นะคะ" เธออธิบายต่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะลดอาวุธ "ที่พูดมานั่นจริงเหรอ?" "แน่นอนร้อยเปอเซ็นต์ค่ะ" เด็กสาวใช้รอยยิ้มหวังให้อีกฝ่ายสงบจิตใจลง คนๆนั้นนิ่งเหมือนชั่งใจอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วก็ลดปืนลง ถึงระบบอากาศจะกลับเป็นปกติแล้ว แต่เธอก็ขอให้ทุกคนรออยู่ที่ห้องเก็บแคปซูลต่อไป เพราะยังไงภาพคนตายที่ห้องผู้โดยสารก็คงไม่ดีกับคนที่กำลังตื่นกลัวพวกนี้แน่ ตัวเธอเองก็ยืนเฝ้าให้ทุกคนอุ่นใจขึ้นบ้าง ถึงแม้ว่าพวกผู้อพยพดูจะหวาดๆเธออยู่
"เลิกงานแล้วนะ เบญจ" ผู้ดูแลเข้าไปทักทายเด็กสาวที่ตอนนี้สวมชุดกระโปรงยาว เธอเหม่อมองทะเลสาบเทียมด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ตอนยานเข้าจอดที่ท่านั้นเธอได้เห็นปฏิกิริยาของมนุษย์ที่ได้เห็นคนที่ตนรักตายไปแล้ว นั่นเป็นภาพที่น่าหดหู่ที่สุดในความคิดของเธอ "เศร้า โกรธ ดีใจ...ฉันรู้สึกแบบนั้นได้ก็เพราะโปรแกรม มันเทียบกับความเศร้าจริงๆของคนพวกนั้นได้หรือเปล่าคะ?" "เอ่อ...เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้นะ" ผู้ดูแลเคาะนิ้วกับศีรษะตัวเอง "ความรู้สึกของมนุษย์มันก็เกิดจากปัจจัยอื่นเหมือนกัน ต่างกันก็แค่เป็นประสพการณ์ในอดีตแทนที่จะเป็นโปรแกรม...อืม คิดๆดูแล้วก็ไม่ต่างกันแฮะ" "ไซเบอริสท์กับฉัน ต่างก็เป็นเครื่องจักรที่สร้างเลียนแบบชีวิตเหมือนกัน...แค่คิดอย่างนั้นก็รู้สึกแย่แล้ว" ชายหนุ่มถอนใจเบาๆ ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ไซเบอริสท์นั้นถูกปกปิดไว้จากสาธาณชนในอาณานิคมเพื่อไม่ให้เกิดการแตกตื่น ข้อแรกก็คือพวกมันเป็นชีวิตจำลองที่มีความคิด หลังจากที่ไซเบอริสท์กำจัดมนุษย์ไปจากยานหรือสถานีอวกาศแล้ว พวกมันก็จะทำการแยกชิ้นส่วนยานเพื่อเพิ่มจำนวนตัวเองเหมือนทำรัง ส่วนข้อสอง ต้นกำเนิดของพวกมันก็คือดาวเคราะห์ดวงที่สามในระบบสุริยะ โลก ระยะทางอันไกลเป็นปีแสงทำให้ไม่มีใครแน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น แต่ที่แน่ๆก็คือพวกมันก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น "อยากรู้ความแตกต่างที่ชัดเจนของพวกมันกับเธอมั้ย?" "คะ?" "เธอรู้ว่าชีวิตคืออะไรไงล่ะ มันจะเป็นแค่โปรแกรมหรือความรู้สึกจริงๆ เธอก็เศร้าเมื่อเห็นคนตาย ดีใจเมื่อคนอื่นมีความสุข แล้วที่เธอกังวลอยู่ตอนนี้...ก็เพราะเธอโกรธไซเบอริสท์ที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตอื่น ตราบใดที่เธอยังเป็นแบบนั้น พวกเราก็ไว้ใจเธอได้นะ" เขาเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบาๆ จริงๆแล้วจำได้ว่าแค่กระต่ายที่เลี้ยงไว้ตาย เด็กคนนี้ก็เศร้าแล้ว "เอาล่ะ ร่าเริงหน่อย! พรุ่งนี้ก็เป็นคิวเสริมทักษะการเข้าสังคม พวกเด็กๆรอให้เธอไปสอนหนังสืออยู่นะ" สีหน้าเศร้าสร้อยนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง "นั่นสินะคะ งั้นฉันกลับไปเตรียมตัวที่บ้านก่อนล่ะค่ะ" "ฝากสวัสดีคนอื่นๆด้วยล่ะ" เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มที่เห็นอยู่นั้นเป็นแค่การกระทำตามโปรแกรม หรือเป็นการกระทำตามความรู้สึกกันแน่ ที่แน่ๆก็คือมันทำให้เขาสบายใจขึ้นเยอะเลย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
|
|
|
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot

กระทู้: 1873
Blue Star
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 07:02:00 PM » |
|
แนวเมกะโชโจว ผมพึ่งได้ยินเป็นครั้งแรกน่ะเนี่ย ท่านคุรุ แต่อ่านดูแล้วได้อารมณ์ไปทางMS Girl เลยพอนึกภาพออกบ้าง
แนะนำท่านคุรุนิดนึงครับผม บอร์ดนี้พื้นหลังสีดำ เพราะงั้นบางทีวางก้อนตัวหนังสือเป็นพรืดๆแบบนี้อาจทำให้คนอ่านตาลายได้ (ผมก็คนนึงล่ะ) ถ้าเว้นบรรทัดเยอะกว่านี้จะดีมากเลยครับผม
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Replikia
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 07:09:47 PM » |
|
เท่าที่อ่านแล้วไม่มีปัญหาครับ ปกติชอบแนวเมคาอยู่แล้ว จะมีก็ตรงอยากได้อธิบายศัพท์มากกว่านี้หน่อยน่ะครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
PurpleHaze
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2010, 04:03:58 PM » |
|
สนุกดีครับ  ตรงนี้ต้องขอขอบคุณจริงๆ ได้อะไรๆ ไปใช้เยอะเลย (เขาบรรยายรูปร่างเครื่องจักรกันยังงี้นี่เอง srw star chronicle มีรูปให้ดู แต่อันนี้ไม่มียังจินตนาการได้)
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
|
|
|
|
Kuruni
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2010, 11:29:48 PM » |
|
รับทราบครับ ตอนหน้าจะปรับปรุงครับผม
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
|
|
|
ミッギー
Shadow Admin
Invinsible Pilot

กระทู้: 2502
Ajax Amsterdam
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2010, 11:46:19 PM » |
|
เป็นกำลังใจให้สรรสร้างผลงานดีๆออกมาเรื่อยๆให้ชาวบอร์ดได้รับชมกันครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
fujimiya
Beginner Pilot
กระทู้: 6
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2010, 01:51:02 AM » |
|
สั้นไปนิดนึงนะครับ
ถ้าอยากให้คนอ่านติด ควรจะยาวสักหน่อย
อ่านๆแล้วศัพย์ เฉพาะเยอะมาก คนไม่เคยเล่นเกมส์ ไม่รู้จักอาจจะไม่รู้เรื่อง
แล้วก็เคาะ เว้น 1 บรรทัด หน่อยนะครับ ติดกันเป็นพืดแบบนี้ อ่านแล้วตาลาย - -
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Kuruni
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2010, 11:18:37 PM » |
|
มันเป็นฟิคออริจินัลเน่อ...ถึงจะรับอิทธิพลมาจากอะไรนิดหน่อย (ดูรูปตัวแทนได้) แต่แรงขับหลักตอนเขียนมาจากความอัดอั้นเวลาอ่านเรื่องสั้นที่เขียนถึงหุ่นยนต์แบบเสื่อมเสียบางเรื่องมากกว่า
เรื่องอภิธานศัพท์กับเว้นวรรคจะปรับปรุงในตอนที่สองครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 12, 2010, 11:20:25 PM โดย Kuruni »
|
บันทึกการเข้า
|
เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
|
|
|
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot

กระทู้: 1873
Blue Star
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2010, 11:35:09 PM » |
|
เรื่องสั้นอะไรรึครับท่านคุรุ เพื่อจะได้ไปลองอ่านดู เพราะผมไม่ค่อยเข้าใจว่าเขียนทางเสื่อมเสียแนวหุ่นนี้เป็นยังไงหว่า?
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Kuruni
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2010, 12:32:44 PM » |
|
เล็กๆน้อยๆน่ะครับ (เจอหลายเรื่องในรอบหลายปี) แค่ไม่ชอบใจเวลาคนเขียนเขียนถึงหุ่นทำงานในบ้านแบบโง่สิ้นดี ประมาณกอดเจ้านายจนเครื่องในทะลัก (ถ้าเอามาทำงานบ้านแล้ว เซนเซอร์จับแรงกดนี่ไม่มีเลยหรือไง?) แต่ที่สำคัญกว่าก็คือเรื่องจำพวกมีหุ่นยนต์มาอยู่ด้วย สอนให้ทำโน่นทำนี่ แล้วตอนจบก็ถีบหัวส่งไปซะเฉยๆเพราะคิดว่ายังไงมันก็เป็นของปลอม พอดีอันหลังนี่เจอหลายๆเรื่องเลยรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย คงเป็นเพราะเคยอ่าน Chobit (ฮะๆ) กับ Rider Spirits บทเปิดตัว V3 เลยมีความรู้สึกว่า "ถึงมันจะเป็นโปรแกรม แต่ถ้าหุ่นยนต์มีความคิดมีความรู้สึกแล้วนี่คิดว่าเค้าจะแยกออกหรือไง?" ถ้าคิดแบบนี้แล้ว การที่มนุษย์เราทิ้งหุ่นยนต์ก็นับเป็นเรื่องเศร้าน่ะนะ (แล้วก็อย่างที่เขียนในเรื่อง อารมณ์ความรู้สึกของของมนุษย์เองก็ไม่ใช่จะเป็นอะไรที่เป็นตัวเป็นตนมากกว่านักหรอกครับ)
ตรงนั้นเป็นแรงขับหลักๆตอนเขียนเรื่องนี้นะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
|
|
|
|