|
raymiel02
|
 |
« ตอบ #90 เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 06:49:30 PM » |
|
Choice (ฮันนิบาล เฟโอ) A – หนี-ไปทางอื่น(พาไบลน์ไป)
"ถ้าลำพังตัวคนเดียวการตีฝ่าก็พอเป็นไปได้ แต่ว่าถ้าต้องพาคนเจ็บไปด้วยโอกาสรอดทั้งหมดจะยิ่งน้อยลงดีไม่ดีอาจตายกันหมด.... ต้องไปทางอื่นแล้วล่ะ"
ฮัลนิบาลกล่าวพลางกวาดสายตามองหาช่องทางหนีน่าจะอยู่ใกล้ ๆ นี้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot

กระทู้: 1554
Test Type
|
 |
« ตอบ #91 เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 07:38:12 PM » |
|
Choice (ไอริณ แก้วประทาน -Bustewolf) A –พูดความจริง
ไอริณบอกความจริงกับสิ่งที่เธอเห็นเมื่อครุ่กับทุกคน ถึงทุกคนอาจจะลังเลก็ตาม แต่ยังไงเธอก็ค้านแบบหัวชนฝา ส่วนเรื่องที่เธอเห๊นเหตุการณ์ในอนาคตได้นั้น คงต้องไว้อธิบายหลังจากผ่านเรื่องครั้งนี้ไปก่อน เพราะถึงจะโกหกไปซักวันคงต้องเปิดเผยอยู่ดี สู้บอกไปเลยดีกว่า สรุปไม่ว่ายังไงไอริณก็ไม่ยอมให้เปิดประตูนั้นเด็ดขาด
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Kuruni
|
 |
« ตอบ #92 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 01:46:41 AM » |
|
Choice (อิจิโกะ เลเยอร์ - Kuruni) C- เช็คดูว่าใช้ทำอะไร
จริงๆแล้วตามปกติเธอคงกดไปแล้วด้วยความมือบอน แต่เพราะท่อน้ำที่ดูไม่น่าวางใจพวกนั้นทำให้อิจิโกะตัดสินใจดูให้ละเอียดก่อน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
|
|
|
|
PurpleHaze
|
 |
« ตอบ #93 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 06:53:54 PM » |
|
Choice (วารินทร์ ชัยกังวาน - Purplehaze) B – อยู่รั้งจนถึงที่สุด ไม่ไหวค่อยหนี
อยู่ดีๆ วารินทร์ก็สงบนิ่งลง...
"พวกนายไปก่อนเลย ไม่ต้องอยู่รอ หรือระวังหลัง ขอฉันอยู่คนเดียว..." น้ำเสียงเปลี่ยนจากตื่นตระหนกเป็นเย็นชาตึงเรียบ
รอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ค่อยๆ กว้างขึ้นผสมกับหนวดเครา และโครงหน้ามหาโจรนั่น ในสายตาคนทั่วไปละก็ต้องบอกว่าหมอนี่บ้าไปแล้วแหงๆ ศัตรูก็ไม่ใช่น้อยๆ ก่อนจะร้องเพลงเก่าๆ ของวงดังในอดีตด้วยเสียงแผ่วเบา
"I am not a pattern to be followed. The pill that i'm on ..."
ใช่ไม่ต้องรอ... ฉันชอบแบบนี้ ถ้าพวกนายอยู่ด้วยแล้วฉันลงมือโหดๆ ไม่ได้ ที่วารินทร์คิดแบบนี้เพราะไม่อยากถูกเพื่อนเกลียดอีก ไม่ว่ายูคอสจะมีความรู้สึกกลัวหรือไม่ก็ตาม เขาจะลงมือสู้ประชิดแบบเดือดเลือดสาดกระชากไส้เหมือนที่เคยทำกับมนุษย์แล้ว!!!
"ไม่ต้องสนใจฉันไม่ยอมตายเด็ดขาด ขนาดยานระเบิดยังรอดมาแล้ว ไปซะฉันจะร้องเพลงต่อ"
ในหัวตอนนี้มีแต่วิธีฆ่าหลากหลายผุดขึ้นมา กับคิดคำนวณเวลาหนีที่เหมาะสม เอาล่ะพวกแกกับฉันใครจะน่ากลัวกว่ากัน
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 19, 2011, 06:59:18 PM โดย PurpleHaze »
|
บันทึกการเข้า
|
ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
|
|
|
|
quest
|
 |
« ตอบ #94 เมื่อ: มีนาคม 19, 2011, 10:55:49 PM » |
|
A - "ขอให้หยุดด้วยครับคุณเวโรนิก้า เราไม่ได้ถูกมอบหมายมาให้กวาดล้างนะครับ ช่วยให้ความสำคัญกับทีมด้วยครับ...คุณเวโรนิก้า....." ราเชลนั้นนิ่งเงียบและทำสีหน้าปานหมาน้อยถูกทิ้ง เค้านั้นรับความรู้สึกรอบๆถึงบางสิ่ง เค้าไม่คิดว่าเธอจะพลาดและมันน่าจะมีอะไรสักอย่างซึ่งเธอเห็นแน่นอน เธอเป็นเป้าหมายหรือนี้คือการล่อเสือกันแน่ แผนง่ายๆแบบนี้เจ้าพวกนั้นคิดได้แน่ๆ ทางที่ดีที่สุดสำหรับเค้าคือเอาทุกคนมารวมกันในจุดที่เค้าเอื้อมถึง ยังไงปืนหลายกระบอกมันต้องดีกว่าอยู่แล้วละนะ ถึงจะไม่อยากที่จะเหนี่ยวไกเลยก็ตาม เป็นไปได้ ไม่อยากเจออะไรที่ต้องใช้ปืนเลย "คุณซิด คุณอิจิโกะ ช่วยป้องกันตัวเองถ้าเกิดเรื่องสักครู่นะครับ ผมจะไปตามตัวคุณเวโรนิก้าเสียก่อน" ราเชลตอบในขณะที่วิ่งตามไปซึ่งมีเป้าหมายคือพาเธอกลับโดยไวนั้นเอง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
C-RO
Beginner Pilot
กระทู้: 17
I CAN FLYYYYYYY!!!!!!!!!!!
|
 |
« ตอบ #95 เมื่อ: มีนาคม 20, 2011, 08:18:56 PM » |
|
A-โอนตามคำสั่ง
"เข้าใจแล้วครับ จะโอนเดี๋ยวนี้แหละ" 'ลองดูละกัน ถึงจะเสี่ยงหน่อยก็เถอะ แต่ข้อมูลในนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนบนยานทีหลังก็ได้'
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot

กระทู้: 1590
|
 |
« ตอบ #96 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 09:08:32 AM » |
|
Choice (D.D. – Black overman XAN) A –หาจากเล่มสันแดง
"ขออ่านเล่มนี้ก่อนแล้วกัน เผอิญว่าผมชอบอะไรที่มันสีแดงหรือสีดำน่ะ หึๆ" D.D. เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว 
|
|
|
|
Replikia
|
 |
« ตอบ #97 เมื่อ: มีนาคม 24, 2011, 08:55:16 PM » |
|
Stage 2 Part 4
"เข้าใจแล้วครับ จะโอนเดี๋ยวนี้แหละ" ช่างหน้าใหม่ทริสตันตอบพลางคิดในใจ 'ลองดูละกัน ถึงจะเสี่ยงหน่อยก็เถอะ แต่ข้อมูลในนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนบนยานทีหลังก็ได้'
ส่วนซิลอยู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบก่อนจะหันไปเห็นรองกัปตันทำท่าแปลกๆ ทำไมเธอรู้สึกเหมือนเห็นคนโรคจิตชอบกลเลยนะเนี่ย.....
"ขออ่านเล่มนี้ก่อนแล้วกัน เผอิญว่าผมชอบอะไรที่มันสีแดงหรือสีดำน่ะ หึๆ" D.D. เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ ส่วนเซซิลที่ยืนหัวเสียอยู่น่ะหรือ.. ดันอู้ไม่ยอมช่วยหารหัสซะงั้น จะเอาเล่มอื่นมาเปิดหาก็ได้แท้ๆ... ดีนะทางนี้ไม่เจอยูคอสซักตัว ไม่งั้นทุกคนในกลุ่มคงอยากเห็นตาแว่นนี่โดนงับไปคนแรกอย่างช่วยไม่ได้.... . . . กลับมาทางด้านไอริณที่กำลังบอกความจริงกับสิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่กับทุกคน ถึงทุกคนอาจจะลังเลก็ตาม แต่ยังไงเธอก็ค้านแบบหัวชนฝา ส่วนเรื่องที่เธอเห็นเหตุการณ์ในอนาคตได้นั้น คงต้องไว้อธิบายหลังจากผ่านเรื่องครั้งนี้ไปก่อน เพราะถึงจะโกหกไปซักวันคงต้องเปิดเผยอยู่ดี สู้บอกไปเลยดีกว่า สรุปไม่ว่ายังไงไอริณก็ไม่ยอมให้เปิดประตูนั้นเด็ดขาด
เมื่อฟังเธอเล่าจบ แต่ละคนก็มีปฏิกิริยาต่างกันไป แต่แน่นอนว่าจะให้ใครเชื่อเธอทันทีคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แต่สำหรับเธอ ขอแค่ไม่เข้าไปในห้องจะให้ทำอะไรก็ได้
“คือ... ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อนะ แต่มันออกจะ...” หัวหน้าช่างหนุ่มพูดพลางหันไปมองที่ประตูนั่น ถึงแม้ว่าจะรู้สึกไม่ดีหลังจากได้ฟัง แต่งานก็คืองานวันยังค่ำ ทว่าเขาก็ยังไม่ทันจะได้ลงมือต่อเพราะดราเค่นขัดขึ้นมาเสียก่อน
“งั้นก็เข้าไปเช็คให้มันหายคิดมากไปเลยสิ ถ้ามัวแต่กลัวก็ไม่ได้อะไรหรอก”
“คุณเดรค ถึงห้องนี้มันจะน่าสงสัยมากก็เถอะ แต่ว่าการที่คุณไอริณเขายืนยันถึงขนาดนี้จะบอกว่าเขาโกหกก็ยากอยู่นะ ถ้ายังไงเปลี่ยนเป็นเตรียมตัวให้พร้อมไม่ก็เรียงกองเสริมก่อนแล้วค่อยเข้าไป...”
“ใช่ค่ะ! ที่ฉันเห็น ขนาดปืนกลสองกระบอกรุมยิงยังทำอะไรไม่ได้เลย” ไอริณรีบเสริมวรวุฒิทันที่ที่เขาพูดจบ
“ไม่มีเวลาขนาดนั้นนะ เอฟ” โจชัวร์พูดพลางเดินวนเป็นวงกลมระหว่างใช้ความคิด ท่าทีร้อนรนของเขาบอกว่าต้องการทำงานนี้ให้เสร็จโดยไว หรือเพราะกังวลเรื่องไบลน์ทางนั้นก็ไม่รู้
“ถ้าเป็นเรื่องไบลน์ตอนนี้ก็ก็ช่วยได้แล้วนะคะคุณโจชัวร์ ใจเย็นๆก่อนเถอะค่ะ” ไอริณพูดแนะนำให้เชาใจเย็นลงบ้างเผื่อจะได้ผล จนตอนนี้เสียงแบ่งสองฟากคือโจชัวร์และเดรค กับไอริณและวรวุฒิ แล้วคนที่ยังไม่แสดงความคิดเห็นอย่างยุนล่ะ...
“ยุน เฮ้ ยุน! อย่ามัวเงียบสิ” เดรคเรียกแพทย์สาวหน้าตายให้ช่วยออกความคิดเห็นด้วยเสียงห่ามๆเพราะความใจร้อน ทั้งๆที่ไม่ได้มีเจตนาต่อว่าแต่อย่างใดแต่เขากลับเห็นยุนยืนตัวสั่นเหมือนกำลังกลัวอะไรอยู่ก็ไม่ปาน
“ยุน?...”
“ไม่..... ไม่เข้า ฉันไม่เข้า ให้ตายก็ไม่เข้า....” แพทย์สาวดูหวาดกลัวผิดปกติหลังจากที่ได้ฟังเรื่องโดยละเอียดจากไอริณ ขาสองข้างสั่นจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ถึงจะยังไม่ถึงกับที่ไอริณเห็นในนิมิต แต่มันก็ใกล้เคียงเอาเสียจนเธออดใจหายไม่ได้
“คุณยุน.... เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?” เอฟหันกลับมาถามยุนอีกคนหลังเห็นอาการของเธอ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงเขา ทุกคนในกลุ่มต่างหันมามองเธอเป็นสายตาเดียวกันทั้งสิ้น
“ไม่พูดพวกเราก็ไม่รู้นะ” เป็นทีของหัวหน้าช่างโจชัวร์ที่พูดด้วยเสียงออกจะดุๆ แต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อมันเป็นแบบนี้โดยธรรมชาติ ขนาดตอนล้อเล่นยังฟังดูแอบน่ากลัวนิดๆเลย
“ถ้าเข้า... ตายหมู่.....”
ในขณะเดียวกัน ทางด้านสะพานเดินเรือของพาราไดส์ก็มีการรายงานจากเจ้าหน้าที่ถึงสภาพการณ์โดยรวมให้ไอวี่เป็นระยะๆโดยเหล่าบุคคลที่เหลืออยู่ ยังดีที่ว่ายานรบยุคนี้สามารถทำงานได้ด้วยคนจำนวนน้อยสำหรับยานไซส์นี้ หากเป็นแต่ก่อนต่อให้ใช้ลูกเรือทั้งหมดรวมนักบินก็ไม่อาจใช้งานพาราไดส์ได้เต็มประสิทธิภาพแน่...
“กัปตัน! ตรวจเจอกลุ่มก้อนพลังงานระดับสูงกะทันหัน.....อ๊ะ.... อยู่ใกล้ๆทีมAด้วย!!” เสียงเจ้าหน้าที่นายนั้นเต็มไปด้วยความตกใจ ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังไม่มีอะไรเลยแท้ๆ ไม่มีแม้แต่วี่แววว่าจะเกิดเหตุด้วยซ้ำ แล้วอยู่ๆเรดาร์ก็ร้องเตือนซะดังลั่นขนาดนี้ นี่มันเรื่องอะไรกัน
ไอวี่ดูภาพรายงานบนจอก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าแล้วตระโกนในทันใด
“บอกให้พวกโจชัวร์ถอยออกมาเร็วเข้า!!!” . . . “นี่เธอรู้จักยูคอสสีแดงด้วยหรือ?” เดรคถามยุนที่ยังยืนตัวสั่นอยู่ จากที่เคยเรียนมา ถึงเขาจะไม่ได้เรียนสายที่เกี่ยวข้องโดยละเอียด แต่ก็แน่ใจว่าไม่เคยได้ยินเรื่องยูคอสสีแดงมาก่อนเลย
“เอ..ก็คุณยุนเรียนทางนี้มาโดยเฉพาะ จะรู้จักก็ไม่.....” ยังไม่ท่านที่เอฟจะพูดสัญญาณติดต่อจากพาราไดส์ก็เข้ามาทั่วถึงทุกคน แต่ทว่าใจความที่พวกเขาได้ยินมีเพียงคำเดียว... คือ “ถอย...”
ตูม!!!
ระเบิดย่อมๆซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งกลุ่มไม่ได้ฟังจนจบดังขึ้น แม้จะไม่รุนแรงมาก ทว่ามันก็พัดทั้งสี่ปลิวไปกันคนละทางได้
“อะไรวะน่ะ!!” ดราเค่นโวยวายขึ้นมาเป็นคนแรกตามนิสัยของเขา เอฟเองก็กำลังตกอกตกใจพอควร โจชัวร์ยังคงเงียบอยู่ ส่วนยุนเอง ก็เงียบทว่าในคนละสาเหตุกัน เพราะสิ่งที่เธอเห็นหลังการระเบิด และสิ่งที่อยู่ข้างหลังสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้
ดวงตาแพทย์สาวเบิกโพลง ภาพเหตุการณ์หนึ่งๆปรากฏขึ้นซ้อนทับกับภาพตรงหน้ายุน คู่นักท่องเที่ยวชายหญิงผู้มีผมสีเขียวปรากฏซ้อนทับบนกำแพงข้างหลัง และหญิงสาวผมเขียวที่ดูอายุราวเด็กมัธยมต้นซ้อนกับยูคอสสีแดง...
“มะ...ไม่นะ..... ไม่เอานะ.....” หัวใจไอริณตกลงไปถึงตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคนี้ จะบอกว่าสิ่งที่เธอเห็นยังไงก็จะเกิดขึ้นงั้นหรือ ไม่สิ เธอต้องเปลี่ยนมันให้ได้ จะให้มันเกิดขึ้นไม่ได้.... ที่เธอทำได้คือตระโกนให้ทุกคนหนีให้เร็วที่สุด
“วิ่ง!!!”
เหมือนเสียงปืนเริ่มการแข่งขัน หากแต่ว่านี่เป็นการเอาชีวิตรอด เสียงของไอริณเปรียบได้ดั่งกับสวิตช์ที่กดให้ทุกคนตื่นตัวเต็มที่ โดยโจชัวร์ที่เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ยุนที่สุดก็คว้าข้อมือเธอแล้วตระโกนดังลั่น
“เดรค!! เอฟ!! วิ่ง!!” แม้ไม่ต้องบอกทั้งคู่ก็วิ่งตามมาทันแล้ว คำพูดของไอริณที่ว่าพวกเขาทุกคนจะตายกันหมดเพราะยูคอสสีแดงต่างดังด้องอยู่ในหัวพวกเขาให้วิ่งกันอย่างไม่คิดชีวิต ในเมื่อปืนกลทำอะไรมันไม่ได้แบบนี้ อย่างอื่นที่มีก็คือระเบิด แต่มันจะเสี่ยงไปไหมนะ แล้วจะได้ผลไหมนี่สิที่น่าห่วง ถ้าเกิดไม่ได้ผลล่ะก็เอาเวลาไปวิ่งดีกว่า ซึ่งตอนนี้ พวกเขาทั้งกลุ่มก็วิ่งกันแบบสุดชีวิตโดยไม่เหลียวมองเลยแม้แต่น้อยว่ามันจะตามมาไหม เรียกให้ถูกคือไม่มีเวลาเสียมากกว่า นอกจากมองแวบๆผ่านอุปกรณ์มองหลัง ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเอาซะเลย . . . “ทุกหน่วยเข้าประจำที่! ทันทีที่พวกนั้นหนีออกมาได้ยิงเลย สเลเยอร์ 5 อุปกรณ์พร้อมใช้งานไหม!!” นัตสึเมะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างและซีเรียสจริงจังราวกับเป็นคนละคน ดวงตาของเธอจ้องไปยังเรดาร์ของการูด้า ถ้าเป็นไปได้.... เธออยากพุ่งเข้าไปขยี้ยูคอสสีแดงนั่นตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
“เรียบร้อย แต่ยิงได้นัดเดียวนะคะหัวหน้า” สเลเยอร์ 5 อาโอ ซิลเวียร์ ที่นั่งเงียบอยู่ในคอกพิตการูด้าของตนพูดขึ้นเป็นประโยคแรกหลังจากที่เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ตรงส่วนหลังของการูด้สีเทาเครื่องของเธอติดตั้งถังพลังงานขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อกับปืนลำกล้องยาวในมือ ขนาดของปืนนั้นเรียกได้ว่ายาวกว่าการูด้าในโหมดยานรบเสียอีก
ปืนกระบอกนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในผลงานของโครงการเทอมินัส ด้วยการย่อขนาดเทคโนโลยีของยานแม่มาไว้กับหุ่นรบ ทว่าก็แลกกับพลังทำลายที่ลดลงมาพอควร ยังไม่รวมถึงปัญหาเรื่องความร้อนที่ทำให้ยิงได้นัดเดียว ก่อนที่จะต้องปล่อยให้ระบบหล่อเย็นทำงาน ยังไม่รวมถึงการชาร์จพลังงานก่อนยิงอีก ซึ่งทำให้ปืนกระบอกนี้ไม่เหมาะใช้ในศึกยืดเยื้อเป็นที่สุด
“ตอนยิงห้ามโดนพวกเดียวกันล่ะ ฉันเชื่อใจฝีมือเธอนะ” นัตสึเมะต่อสายส่วนตัวเข้าหาอาโอเพื่อให้กำลังใจ หรือจะเรียกว่ากดดันดีนะ เพราะแปลว่าถ้าเธอยิงพลาดก็มีโอกาสที่มันจะกลายเป็นการสังหารหมู่ได้
“รับทราบ...” หญิงสาวผู้เคร่งขรึมรับคำสั้นๆ หัวหน้าทีมจึงไม่ว่าอะไรก่อนพูดขึ้นต่อ
“สเลเยอร์2 3 เป็นไงบ้าง?”
“ตอนนี้อยู่ประจำที่รอรับพวกทีมAออกมาแล้ว” แคลร์ตอบกลับ โดยข้างๆเธอคือการูด้าของไอริณ และการูด้าที่ไม่มีนักบินอีกเครื่องหนึ่ง รองหัวหน้าสาวจ้องไปยังทางออกตรงนั้น ตามแผนที่วางไว้คือ ถ้ารับพวกที่กำลังวิ่งหนีมาได้เมื่อไหร่ก็รีบถอยออกมาแล้วให้อาโอยิงทำลายทั้งสถานีไปเลย เนื่องด้วยไม่รู้ว่าศัตรูหน้าใหม่จะร้ายกาจได้แค่ไหน เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ ในความคิดของไอวี่น่ะนะ
“เรียบร้อยครับหัวหน้า” เบลเซฟเองก็เข้าประจำที่ของตนแล้วเช่นกัน ตอนนี้สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือรอกลุ่มสำรวจทุกกลุ่มที่ยังรอดอยู่หนีออกมาเท่านั้น . . . แน่นอนว่าการระเบิดนั่นไม่ได้ส่งผลแค่กลุ่มทางนั้นอย่างเดียว แน่นอนว่าทีมสำรวจอื่นๆเองก็ได้รับผลด้วย
"ขอให้หยุดด้วยครับคุณเวโรนิก้า เราไม่ได้ถูกมอบหมายมาให้กวาดล้างนะครับ ช่วยให้ความสำคัญกับทีมด้วยครับ...คุณเวโรนิก้า....." ราเชลนั้นนิ่งเงียบและทำสีหน้าปานหมาน้อยถูกทิ้ง เค้านั้นรับความรู้สึกรอบๆถึงบางสิ่ง เค้าไม่คิดว่าเธอจะพลาดและมันน่าจะมีอะไรสักอย่างซึ่งเธอเห็นแน่นอน เธอเป็นเป้าหมายหรือนี้คือการล่อเสือกันแน่ แผนง่ายๆแบบนี้เจ้าพวกนั้นคิดได้แน่ๆ ทางที่ดีที่สุดสำหรับเค้าคือเอาทุกคนมารวมกันในจุดที่เค้าเอื้อมถึง ยังไงปืนหลายกระบอกมันต้องดีกว่าอยู่แล้วละนะ ถึงจะไม่อยากที่จะเหนี่ยวไกเลยก็ตาม เป็นไปได้ ไม่อยากเจออะไรที่ต้องใช้ปืนเลย
"คุณซิด คุณอิจิโกะ ช่วยป้องกันตัวเองถ้าเกิดเรื่องสักครู่นะครับ ผมจะไปตามตัวคุณเวโรนิก้าเสียก่อน" ราเชลตอบในขณะที่วิ่งตามไปซึ่งมีเป้าหมายคือพาเธอกลับโดยไวนั้นเอง
“พวกนายน่ะรีบกลับยานไปเลย ฉันขอแปปเดียว!!” เวโรนิก้าตวาดแววิ่งสุดฝีเท้าเพื่อตามเจ้าเงาที่เธอเห็นอยู่แวบๆ มันเป็นอะไรที่คาใจแม่มดคนนี้พอควร ไม่สิ เธอคาใจเอามากๆเลยล่ะ
“เดี๋ยวสิครับ ถ้าจะกลับก็กลับกันหมด...” ไม่ทันจะพูดจบดีก็มีระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง ถึงจะไม่ได้อยู่ในระยะแต่แรงสั่นสะเทือนก็มากกว่าคราวแรกจนรู้สึกกันไปทั้งฐานเลยทีเดียว
“ฝั่งคำสั่งคนยศสูงกว่าหน่อยสิจ๊ะ! ฉันไม่เป็นไรหรอก” เวโรนิก้าสวนพ่อหนุ่มหน้าสวยทันควันโดยไม่มีทีท่าว่าเธอจะสนใจแรงระเบิดนั่นเลย เหมือนกับว่ามันไม่สำคัญยังไงยังงั้น เรียกว่าถ้าเธอตั้งใจจะทำอะไรขึ้นมานี่คงห้ามไม่ได้สินะ ซึ่งนิสัยเสียนี่เองที่ทำให้หมอผู้หนึ่งที่ฟังผ่านวิทยุถึงกับโมโหแล้วตระโกนจนหูแทบแตกกันยกทีม
“ราเชล! ใช้กำลังซัดให้คว่ำแล้วลากกลับมาเลย! เดี๋ยวฉันกับอิจิโกะไปรอตรงทางแยกที่พวกนายแล้วไป!” ซิดพูดขึ้นในระหว่างที่อิจิโกะยังคงตรวจสอบเจ้าท่อนั่น ซึ่งจริงๆแล้วตามปกติเธอคงกดไปแล้วด้วยความมือบอน แต่เพราะท่อน้ำที่ดูไม่น่าวางใจพวกนั้นทำให้อิจิโกะตัดสินใจดูให้ละเอียดก่อน แม้ตอนนี้สถานการณ์จะคับขันเอาเรื่องก็เถอะ
“อิจิโกะ! เร็วเข้า”
“อีกแปปเดียว” หญิงร่างเล็กพูดก่อนที่ผลการตรวจสารเคมีจะแสดงขึ้นในหน้าจออุปกรณ์ของเธอ ข้อมูลนั่นทำให้เกิดแต่ความสงสัย เพราะมันไม่ใช่สารเคมีทว่าเป็นเหมือนกับสารทางชีวภาพมากกว่า โดยเฉพาะกับรังสีตกค้างคล้ายๆของยูคอส แต่ก็แค่คล้ายๆน่ะนะ....
“ไอ้ฐานนี่มันฐานอะไรกันแน่น่ะ” อิจิโกะเก็บเครื่องมือด้วยความรวดเร็วก่อนจะออกวิ่งไปพร้อมกับซิด ส่วนเรื่องที่เธอบ่นน่ะหรือ ไม่ใช่เวลาควรแก่การใส่ใจ อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะนะ
“ค่อยว่ากันทีหลังน่า ราเชล คิดว่าลากแม่มดกลับมาทันไหม!” คุณหมอถามราเชลทั้งยังคงวิ่งอยู่เรื่อยๆไม่พักขา ถ้าทันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ถ้าคิดว่าไม่ทันล่ะก็.... ถึงจะฟังดูไม่ดีและโหดร้ายไปหน่อยก็เถอะ แต่รอดเท่าที่ได้ก็ดีกว่าตายกันหมดเพราะรอคนๆเดียว ความจริงมันก็แบบนี้ล่ะ
“ผมจะทำให้ทันครับ!” สมาชิกใหม่ตอบ
“คุณเวโรนิก้า กลับมาก่อนเถอะครับ แค่ยูคอสตัวเดียวไม่ใช่อะไรที่คุ้มค่าให้เสี่ยงนะ!” ราเชลตระโกนใส่เวโรนิก้าผ่านทางเครื่องมือสื่อสารในหมวก หญิงสาวเดาะลิ้นเบาๆโดยไม่หยุดไล่ตามเจ้าเค้าเงาปริศนานั่น เพราะเธอต้องการพิสูจน์สิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่ให้ได้ เพราะเค้าเงานั่นมันเป็นยูคอสก็จริง... แต่มันไม่เหมือนกับยูคอสซะทีเดียว เพราะมันเหมือนกับสิ่งมีชีวิตบนโลกที่เธอรู้จักดีมากกว่าจะเหมือนยูคอส ไม่ใช่ว่าจะไม่มียูคอสที่คล้ายสิ่งมีชีวิตบนโลกหรอก คล้ายๆกระเบนหรือแมลงก็มีไปแล้ว แต่ที่เธอเห็นนั่น.... มันเหมือนมนุษย์มากกว่า..... แต่คิดในแง่ดีอาจจะเหมือนลิงก็ได้
“ก็บอกว่ากลับไปก่อนเลย ถ้าภายใน2นาทีฉันยังไม่กลับไปล่ะก็ไม่ต้องรอ!” แม่มดสาวลั่นวาจาด้วยเสียงจริงจัง ราวกับเธอมั่นใจเอาเสียมากๆว่าเธอจะกลับไปทันแน่นอน แต่ว่าจะทันแน่หรือ หากเธอไม่กลับไปล่ะ - - - - - - - - - - - - - - - Choice (ราเชล เซลการ์ด - Quest) A –พูดให้เวโรนิก้ากลับมาให้ได้ B- ใช้กำลังพากลับ C – ตามเวโรนิก้าไปด้วย D – เชื่อใจแล้วกลับไปรอ - - - - - - - - - - - - - - -
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Replikia
|
 |
« ตอบ #98 เมื่อ: มีนาคม 24, 2011, 08:55:55 PM » |
|
"ถ้าลำพังตัวคนเดียวการตีฝ่าก็พอเป็นไปได้ แต่ว่าถ้าต้องพาคนเจ็บไปด้วยโอกาสรอดทั้งหมดจะยิ่งน้อยลงดีไม่ดีอาจตายกัน หมด.... ต้องไปทางอื่นแล้วล่ะ" ฮัลนิบาลกล่าวพลางกวาดสายตามองหาช่องทางหนีน่าจะอยู่ใกล้ ๆ นี้ ทว่าเพื่อนร่วมทีมของเขานั้นกลับคิดต่างออกไป
อยู่ดีๆ วารินทร์ก็สงบนิ่งลง... "พวกนายไปก่อนเลย ไม่ต้องอยู่รอ หรือระวังหลัง ขอฉันอยู่คนเดียว..." น้ำเสียงเปลี่ยนจากตื่นตระหนกเป็นเย็นชาตึงเรียบ รอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ค่อยๆ กว้างขึ้นผสมกับหนวดเครา และโครงหน้ามหาโจรนั่น ในสายตาคนทั่วไปละก็ต้องบอกว่าหมอนี่บ้าไปแล้วแหงๆ ศัตรูก็ไม่ใช่น้อยๆ ก่อนจะร้องเพลงเก่าๆ ของวงดังในอดีตด้วยเสียงแผ่วเบา
"I am not a pattern to be followed. The pill that i'm on ..." ใช่ ไม่ต้องรอ... ฉันชอบแบบนี้ ถ้าพวกนายอยู่ด้วยแล้วฉันลงมือโหดๆ ไม่ได้ ที่วารินทร์คิดแบบนี้เพราะไม่อยากถูกเพื่อนเกลียดอีก ไม่ว่ายูคอสจะมีความรู้สึกกลัวหรือไม่ก็ตาม เขาจะลงมือสู้ประชิดแบบเดือดเลือดสาดกระชากไส้เหมือนที่เคยทำกับมนุษย์ แล้ว!!!
"ไม่ต้องสนใจฉันไม่ยอมตายเด็ดขาด ขนาดยานระเบิดยังรอดมาแล้ว ไปซะฉันจะร้องเพลงต่อ" ในหัววารินทร์ตอนนี้มีแต่วิธีฆ่าหลากหลายผุดขึ้นมา กับคิดคำนวณเวลาหนีที่เหมาะสม เอาล่ะพวกแกกับฉันใครจะน่ากลัวกว่ากัน
“นี่นายจะบ้ารึไง ยูคอสไม่ใช่ทหารปกตินะ!” ฮันนิบาลต่อว่าผู้ร่วมกลุ่มของเขา แต่ทว่ากลับมีอีกคนซึ่งไม่ยอมให้วารินท์ได้เปิดโอกาสแก้ตัว มือเล็กๆยกขึ้นบังหน้าฮันนิบาลก่อนเจ้าของมือจะพูดด้วยเสียงเย็นจนขนลุก
“แบกคนเจ็บแล้วก็หนีไปเลยค่ะ ใครอยากตายก็เรื่องของเขา... โดยเฉพาะพวกอยากทำเท่ห์....” สาวแว่นมองฮันนิบาลด้วยสายตาเย็นชา
“ถ้าไม่อยากตายกันหมดหรือให้ยัยแว่นที่พวกคุณอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยมาตาย ก็รีบๆตามมาเถอะค่ะ...” ไม่มีช่องว่างให้ชายหนุ่มเถียงเมื่อเธอยกเรื่องไบลน์มาเสริมถึงเหตุผลที่ควรจะทิ้งวารินทร์ไว้ตรงนี้ งแม้ฮันนิบาลจะห่วงเพื่อนแค่ไหน แต่ยังไงพวกเขาก็พึ่งรู้จักกันไม่นาน แถมตอนนี้เขายังมีไบลน์อยู่ด้วย จะฝากให้พวกคนอื่นงพาเธอไปแล้วอยู่กับวารินทร์ก็ออกจะ....
“ตามยัยแว่นเตี้ยนั่นพูดน่ะล่ะ นายพาแม่หน้าตกกระนี่ไปเลย ถ้าไม่ไหวฉันค่อยถอย”
ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง....
“อย่าพึ่งตายนา...”
“เออ.....”
ทันทีที่วารินทร์รับคำฮันนิบาลก็ยกไบลน์ขึ้นในท่าอุ้มเจ้าหญิง ซึ่งมันสะดวกกว่าการพยุงไปเยอะมาก แต่จะติดตรงเขาคุ้มกันตัวเองไม่ได้ แต่มันไม่ใช่ปัญหาเมื่อมีคนอื่นอยู่แถวนี้ด้วย
“คริษฐานำหน้า เดี๋ยวพวกฉันคุ้มหลังเอง” สาวแว่นคนเดิมพูดก่อนจะเข้าประจำตำแหน่งแล้วยกปืนลูกซฮงขึ้นในท่าพร้อมยิงแล้วออกวิ่งไป เบื้องหน้าฮันนิบาลคือแม่สาวที่ช่วยไบลน์ออกมาจากยูคอสหม้อข้าวหม้อแกงลิงนั่น เบื้องหลังคือสาวแว่นใจทมิฬ และเจ้าหน้าที่ของยานออร์เฟอุสอีกหนึ่งนาย
“ขอบคุณมากที่ช่วยกรุณาเข้าใจ.....”
“ก็ไม่อยากนักหรอก” ฮันนิบาลกัดฟันพูดแล้วออกวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ . . . “เอาล่ะ...... จะเริ่มด้วยอะไรดี...” วารินทร์ที่เหลืออยู่ตัวคนเดียวยิ้มกริ่มพลางมองฝูงยูคอสตรงหน้า ตอนนี้เพื่อนหนึ่งเดียวที่เค้าเหลืออยู่คือร่างไร้หัวของทหารที่นอนตายอยู่ข้างๆเท่านั้น
ทว่ายูคอสคงไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาพูด พวกมันกระโดดเข้าหาวารินทร์ที่อยู่ตรงกลางวงล้อมเหมือนสัตว์ร้ายเข้าตระครุบเหยื่อ ก่อนที่เลือดจะสาดไปทั่วบริเวณ หากแต่เป็นเลือดของยูคอสแทนชายหน้าโฉด
“ไอ้ระบบโคลสคอมแบทของชุดนี้มันเจ๋งจริงๆให้ตายสิ.....” อดีตทหารผ่านศึกแสยะยิ้ม ตรงส่วนแขนของชุดสูทเสริมกำลังนั่นปรากฏใบมีดคมกริบยื่นออกมาตรงส่วนข้อมือ เลือดกระเด็นเปรอะกระจกใสที่หมวกของเขา ซึ่งว่ากันแล้ว ถ้าเขาไม่ใส่หมวกอยู่ล่ะก็ ตอนนี้เขาคงได้อารมณ์สะใจไม่น้อย.... ดีไม่ดีอาจจะเลียเลือดที่กระเด็นมาเปรอะด้วยไปแล้วก็ได้
เลือดในกายวารินทร์สูบฉีดยิ่งขึ้นไปอีก ปืนกลเบาถูกถือด้วยมือเดียวแล้วกราดยิงแบบไม่ต้องเล็ง เพราะยังไงศัตรูก็มีรอบด้านอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้โง่หรือเสียสติเอามากๆยังไงๆก็ยิงโดนแน่นอน แค่หันปากกระบอกเฉียงลงล่างพอควรก็เหลือเฟือที่จะเพิ่มจำนวนศพได้ นับว่าดีนะที่เจอแต่ยูคอสขนาดเล็ก
“เข้ามา... เข้ามาเซ่!!!” วารินทร์ตระโกนลั่นก่อนจะใช้ปืนฟาดยูคอสตัวหนึ่งกระเด็นลงพื้นแล้วขยี้เท้าลงไปบนร่างมันจนบี้ รอยยิ้มบนหน้านั่นเหมือนดั่งฆาตรกรโหดแทนที่จะเป็นมหาโจรมากขึ้นเรื่อยๆ
ถึงไม่ท้ามันก็กรูกันเข้ามาอยู่แล้ว ทว่าในมุมอับสายตากลับมียูคอสที่เข้าถึงตัวก่อนจะฝังเขี้ยวลงร่างวารินทร์จนได้ เขี้ยวคมนั่นทะลุชุดของเขาเข้าไปจนถึงร่างกาย กดลงอย่างแรงจนเจ็บไปถึงกระดูก ชายโฉดกัดฟันกรอด มือขวาโยนปืนทิ้งแล้วจับเข้าที่หัวยูคอสตัวนั้น ก่อนจะบีบเต็มแรงแล้วกระชากมันออกมา พร้อมชุดส่วนที่เป็วัสดุอ่อนจะเชื่อมเข้าหากันป้องกันอากาศรั่ว แต่ก็ทิ้งรอยแผลลึกไว้ด้านในให้ชายหนุ่มได้ลิ้มรสของมันอย่างเต็มที่ แต่กลับทำให้เขาฉีกยิ้มมากว่าเดิมอีก เป็นมาโซคิสม์รึไงนะ
“แบบนี้สิวะถึงจะสนุก!!!” . . . “ปัดโธ่เว้ย.... จะไม่ไหวแล้วนะ!” ฮันนิบาลวิ่งพลางหันมามองเป็นระยะๆ ถึงจะฝ่าออกมาได้ก็จริงแต่มันก็พายูคอสตามมาด้วยกลุ่มหนึ่ง แต่ว่าเขาก็ยังไม่ยอมเข้าถึงสภาวะที่ต้องการเสียที ต้องตื่นเต้นกว่านี้ ต้องกดดันกว่านี้ ในเมื่อสภาพภายนอกไม่ได้ผลก็ต้องใช้จินตนาการเข้าเสริมล่ะนะ
ในหัวของฮันนิบาลนั้นจินตนาการอะไรอยู่ไม่ขออธิบาย ทว่ามันก็ยังไม่ได้ผลมากเท่าที่ต้องการสวนกลับสถานการณ์ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ เสียงปืนกับเสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่องมาจากข้างหลัง ส่วนทางข้างหน้ายังคงโล่งสะดวก ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสดีของพวกเขาเลย
ทว่าความคิดนั่นพลันทะลายสิ้นเมื่อปรากฏยูคอสอีกกลุ่มตรงหน้า แต่มันกลับเปรียบเหมือนดั่งไม้ขีดไฟที่จุดลงบนกองฟืนชุ่มน้ำมันที่ชื่อว่าฮันนิบาล เฟโอ เพราะการที่ได้เห็นศัตรูมาเพิ่มนั้น ได้ทำให้ความกดดันปนตื่นเต้นในการเอาตัวรอดของเขาพุ่งถึงขีดสุด สภาพที่เขาต้องการ ซึ่งแม้บุคลิคออกจะแย่ไปหน่อย แต่ความสามาถทางด้านร่างกายของสิ่งนี้นี่ล่ะ ที่จะช่วยให้พวกเขารอดไปได้
“ไปกันโลดเลยสาวๆ..... อ๊ะ.... แม่คุณตรงหน้าก็งามดีนี่.... ขนาดมองแค่ด้านหลังนะ” อยู่ฮันนิบาลๆก็เหมือนกลายเป็นคนละคน ทั้งคำพูดคำจา ทั้งกริยาท่าทาง หรือแม้แต่สีหน้า คำพูดที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้ยินในเวลานี้ดังออกมาจากปากชายหนุ่ม แต่ที่ทำให้ตกตะลึงได้มากกว่านิสัยที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าคือการที่เขาวิ่งขึ้นมาเทียบกับหญิงสาวที่นำหน้าอยู่ได้ในเวลาอันสั้น พร้อมกับรอยยิ้ม แถมเริ่มทำท่าเหมือนจะแซงแล้วด้วยนี่สิ
“ไม่ใช่เวลาพูด....” คริษฐาหรือก็คือแม่สาวงามที่โดนฮันนิบาลเรียกพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก ทว่าความไม่พอใจและตกตะลึงเล็กๆกลับเป็นตัวจุดชนวนให้เธอได้เช่นเดียวกันกับที่ฮันนิบาลกำลังเป็นอยู่ตอนนี้
“ตามมาให้ทันละกัน....”
“ถ้าทันล่ะ.....” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ค่อยคิดละกัน.....” คริษฐาเหล่ตามามองฮันนิบาลครู่หนึ่ง พลันเท้าของเธอก็กระแทกลงบนพื้นอย่างแรงพร้อมดีดตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยมีฮันนิบาลตามมาติดๆ ทำเอาซะสองคนที่ต้องระวังหลังนั่นถูกทิ้งห่าง จนสาวแว่นต้องโวยวายขึ้นมา
“พวกคุณจะไปเป็นนักวิ่งทีมชาติหรือไงคะ!!!!” สาวแว่นคนเดิมตระโกนประชดประชันใส่สองคนข้างหน้าก่อนจะมองเห็นทางรอด เบื้องหน้าคือทางเชื่อมกับส่วนลานจอดยาน ถึงจะไม่ได้ออกมาเจอหุ่นเลย แต่ก็อยู่ในระยะทางที่เชื่อมกันได้
“โย่.... เซเททัส มารับหน่อย...” ฮันนิบาลในสภาพนี้ยังคงพูดได้เหมือนเรื่องปกติ แถมด้วยน้ำเสียงและท่าที่ที่แปลกไปนั้นก็ทำเอาชายหนุ่มชื่อยาวถึงกับงงไปเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่เวลามาสงสัยจุกจิกแบบนั้น เมื่อเขาเห็นฝูงยูคอสตามพวกฮันนิบาลทั้งกลุ่มมาเป็นขบวน
เซเททัสไม่รอช้าหันหน้าการูด้าไปทางขบวนพาเหรดยูคอสนั่นแล้วยิงวัลคันที่หัวเข้าใส่จนทางเดินถล่มเป็นทาง นับว่ายังดีที่พวกมันทิ้งห่างกับเหล่าผู้หลบหนีช่วงหนึ่ง แต่ว่าภาพที่เกิดก็หวาดเสียวพอดูเลยทีเดียว
“ถ้าฉันตายไปคุณจะรับผิดชอบยังไงคะ!!!!...... ไอ้ชื่อยาวชิงถ้วยพระราชทาน!!! ไอ้บ้าไม่รู้จักคิด!!!! ไอ้คนรุนแรงไร้สมอง!!!!! ไอ้หอกหัก!!!!!!!!!!! ไอ้.....!!!!!!!!!!!!!!!!!” สาวแว่นท้ายขบวนซึ่งอยู่ใกล้กับจุดตกกระสุนปืนมากที่สุดด่ากราดใส่เซเททัสดังลั่นอย่างไม่มีการลิมิตและห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองแถมยังยกนิ้วกลางใส่ซะเต็มจอภาพจนคนทั้งกลุ่มอดอึ้งไม่ได้ ที่เห็นเธอสุภาพแถมยังสงบนิ่งมาตั้งนานนี่มันภาพลวงตาหรือไงนะ แถมเธอยังทำเซเททัสโมโหได้ดีนักเชียว
“คนอุตส่าห์ช่วยยังทำตัวแบบนี้อีกเรอะยัยแว่นเตี้ย...........พ่อแม่ไม่สั่งสอนมาเรอะไงห๊า......” ดูท่าว่าเขาจะไม่พอใจตั้งแต่ตอนวางแผนแล้ว ซึ่งคนที่เขียนผังการจัดกลุ่มมาให้ก็ไม่ใช่ใครนอกจากเธอคนนี้ เขาเองก็ยังจำได้ขึ้นหัวเลยล่ะ มาเรียกว่า “เซเททัสอะไรซักอย่างขี้เกียจจำ” แบบนี้.......
สงครามน้ำลายระหว่างสาวแว่นฟิวส์ขาดกับหนุ่มชื่อยาวที่กำลังหัวเสียไม่มีเวลาให้ยืดเยื้อมากนัก ทันทีที่ฮันนิบาลมาถึงจุดที่จอดการูด้าไว้เขาก็รีบกระโดดเข้าไปในคอกพิตโดยไม่ลืมจะวางร่างของไบลน์ไว้ที่เบาะหลังก่อนเดินเครื่อง หน้าจอของการูด้าแสดงข้อมูลการทำงานของเครื่องว่าไม่มีอะไรผิดพลาด แสงส่องสว่างออกจากตาของครุฑเหล็กก่อนมันจะเริ่มเคลื่อนไหว
“พาคนเจ็บกลับยานไปเลย ตรงนี้ฉันเอง” เซเททัสพูดขึ้นพลางมองดูฮันนิบาลถอนตัวออกจากบริเวณฐานทัพ ทีนี้เขาจะเอายังไงล่ะ ในเมื่อวารินทร์ยังไม่กลับมาแบบนี้ - - - - -- - - - - - -- - - Choice (เซเนทัสฯ - blackgetter) A –ปล่อยวารินทร์สดไปแล้วคุ้มกันกลุ่มสาวแว่นไปส่งที่หุ่นแล้วทิ้งหุ่นไว้ให้วารินทร์ตัวนึง B –อยู่รอวารินทร์ C –ถอนตัวแล้วไม่ทิ้งหุ่นไว้ป้องกันการเสียงบประมาณ D- ลงไปลุยแล้วหาทางลากวารินทร์กลับมา - - - - -- - - - - - -- - -
“สรุปก็ไม่ได้เรื่องสินะ โธ่โว้ย!!!” หนุ่มแว่นสบถก่นด่าพลางวิ่งหน้าตั้งพร้อมตู้เซฟในอ้อมกอดเหมือนคนหอบสมบัติหนียามบ้านไฟไหม้ ซึ่งสาเหตุที่เขาต้องเป็นคนหอบตู้เซฟน่ะหรือ.....
“ก็คุณไม่ทำงานเองนี่ครับ งานที่ให้ไปก็ใช้ไม่ได้...” D.D.พูดด้วยเสียงไร้อารมณ์ ถึงจะไม่เห็นหน้าแต่ภายใต้หน้ากากนั่นเซซิลกลับรู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนยิ้มเยาะใส่อย่างบอกไม่ถูก
“ผมก็แบกเครื่องมือช่างอยู่นะครับ” ทริสตันตอบพลางชี้นิ้วมายังกล่องเครื่องมือขนาดใหญ่ ถึงจะอยู่ในสภาพเร่งรีบพอดู แต่ว่าการโอนข้อมูลก็เสร็จไปแล้วเรียบร้อย
“ฉันก็แบกหนังสือนะ!” ซิล ลิเบอเรต้า พูดพลางวิ่งพลางโดยหนีบหนังสือสองสีไว้ข้างตัว ส่วนเล่มสีแดงอยู่ที่รองกัปตันหน้ากาก
“แทนที่จะช่วยกันอ่าน สุดท้ายเลยยังไม่เจอรหัส คุณก็ช่วยแบกมันหน่อยละกันนะ” น้ำเสียงเชิงเยาะเย้ยแทบจะทำเอาเซซิลปาตู้เซฟใส่ให้หน้ากากนั่นกระจุยให้รู้แล้วรู้รอด หากไม่ติดแรงระเบิดที่ยังมีอยู่เรื่อยๆ รอให้กลับถึงยานก่อนเถอะ เป็นรองกัปตันหรือคนใหญ่คนโตมาจากไหนเขาก็ไม่ยอม... ทั้งที่ตัวเองผิดแท้ๆ.....
ทั้งสี่ยังคงวิ่งกันสุดชีวิต ถึงจะไม่มีตัวประหลาดมาวิ่งไล่หลัง แต่ว่าก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ไม่เร่งรีบได้ ทว่าดุจดั่งพระเจ้ากลั่นแกล้ง เมื่อมียูคอสโผล่มาขวางทางซะได้
“พวกนี้ฉลาดกว่าที่คิดอยู่นะเนี่ย.....” รองกัปตันยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ก่อนจะยกปืนในมือยิ่งไปข้างหน้า ส่วนอีกมือยังหอบหนังสืออยู่ จะบอกว่าในทีมนี้สภาพแต่ละคนไม่เอื้ออำนวยให้ต่อสู้ซักเท่าไหร่..... ก็แหงล่ะ เล่นหิ้วสัมภาระมากันคนละอย่างสองอย่าง แถมตอนระเบิดครั้งแรกก็รีบกวาดซะจนไม่มีเวลารวมใส่กระเป๋าให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายๆซะอีก
“ยังจะมากันอีกไหมนะเจ้าพวกนี้!!” ซิลกับเซซิลโวยขึ้นมาพร้อมกัน ในเมื่อไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะแก่การปะทะ ทั้งคู่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากวิ่งหนี ก็แฟ้มเอกสารในมือซิลก็ดูสำคัญพอตัว ส่วนตู้เซฟนั่น ถ้าใช้คอมม่อนเซนส์หน่อยก็น่าจะรู้ล่ะนะว่าสำคัญขนาดไหน
“ขะ ข้างหน้า!!” ทริสตันร้องเตือนทุกคนหลังจากเห็นยูคอสขนาดใหญ่ ไซส์ของมันใหญ่กว่ามนุษย์ราวครึ่งนึ่ง แถมยังอยู่กันประมาณ5-6ตัวแบบนี้มัน....
“ทุกคนอย่าขยับนะครับ!!” เสียงติดต่อดังขึ้นในอุปกรณ์สื่อสารภายในหมวกชุดอวกาศ กำปั้นเหล็กไหลของการูด้าทะลวงกำแพงหนาเข้าขยี้กำแพงที่หมายเอาชีวิตทั้งสี่ซะย่อยยับ สองมือกวาดฉีกกำแพงออกเป็นทางเผยให้เห็นการูด้าที่ยืนเด่นเป็นสง่ากำลังก้มตัวลงพร้อมเปิดประตูคอกพิตออก
“มาได้เวลามากแซมมวล....” D.D.พูดขึ้นก่อนจะกระโจนขึ้นการูด้า โดยแบ่งเป็นสามเครื่องคือแซมมวลกับเซซิล D.D.กับทริสตัน และซิลที่นั่งเครื่องเดี่ยว ซึ่งก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่ขามาอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากอยากให้สมาชิกใหม่เก่าปนกันจะได้เข้ากันไวๆ แต่จะเอาเซซิลไปนั่งกับซิล....มีหวังตีกันตาย ไปนั่งกับทริสตันก็คงด่าเขาเอาเรื่อยๆ เพราะงั้น.... เลยได้นั่งกับหนุ่มจืดอย่างแซมมวลและให้ซิลนั่งคนเดียวแทนซะ...
“รองกัปตัน คุณลิเบอเรต้า จะเอาไงต่อครับ” แซมมวลถามหลังจากที่เข้าประจำที่เรียบร้อย ตอนนี้เป้าหมายรกสุดคือการกลับยานให้ครบทุกคน แล้วทั้งคู่จะเอายังไงล่ะ - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - Choice (D.D. – Black overman XAN) A –กลับยานไปทำหน้าที่รองกัปตัน B –ไปดักรอดูยูคอสสีแดง C –ออกไปคุ้มกันด้านอก - - - - - - - - - - - - - - - Choice (ซิล ลิเบอเรต้า – Shin) A –ไปดักรอดูยูคอสแดง B –ออกไปคุ้มกันด้านนอก C – รองกัปตันเอาไงก็เอาตามนั้น - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - -
“ไม่พ้นซะที บ้าเอ้ย!” เดรคตระโกนขึ้นอย่างหัวเสีย นี่พวกเขาวิ่งหนียูคอสสีแดงตัวนี้มานานแล้วยังนะ คงเพราะสำรวจเข้าไปลึกด้วยเลยยังไม่ถึงทางออกเสียที
“นี่ข้างนอกเป็นยังไงบ้างน่ะครับ!” วรวุฒิถามสถานการณ์โดยรวม ซึ่งตอนนี้ข้างนอกเองก็เริ่มจะวุ่นวายพอดูเมื่อเริ่มมียูคอสหลุดออกมาจากฐานทัพ ซึ่งได้ความว่าตอนนี้ก็กำลังปะทะกับทีมสเลเยอร์ของนัตสึเมะอยู่ ส่วนทางเขาเองแต่ละคนก็เริ่มจะหมดแรงเรื่อยๆ โดยเฉพาะโจชัวร์ที่วิ่งแบกยุนที่มีสภาพไม่ต่างจากคนที่กำลังเพ้อหลังเสพย์ยาไปก็ไม่ปาน ซึ่งขีดจำกัดของเขาก็ไม่ได้มากแบบนักบินซะด้วยสิ เห็นได้จากการที่เขาล้มลงไปนี่ล่ะ
“โจชัวร์!” เดรคหันมาหานายช่างใหญ่ประจำยานแล้วทำท่าจะวิ่งเข้าไปช่วย หากแต่ว่าเขาคนเดียวคงไม่อาจช่วยได้ทั้งสองคน หรือถึงจะได้ก็คงกลายเป็นการตายหมู่กันหมดเพราะระยะห่างที่เริ่มจะถอยมาแล้วเรื่อยๆ
“โธ่เว้ย เอาไงเอากัน!!!” ในเมื่อถ้าจะรอดก็อยากให้รอดกันทุกคน แถมเขาเองไม่ใช่คนที่จะทิ้งเพื่อนได้จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสู้ตาย เอฟวิ่งกลับมาจนถึงจุดที่ทั้งสามคนอยู่ โดยระยะห่างระหว่างพวกเขากับยูคอสแดงนั่นก็ยังคงลดลงเรื่อยๆ เขาและเดรคพลันจับแขนแพทย์สาวพาดไหล่ไว้ทั้งคู่ไว้คนละข้างแล้วออกวิ่งก่อนเอฟจะปิ๊งไอเดียบางอย่าง... แต่ถึงจะเคยเห็นในหลายๆเรื่องก็ไม่รู้ว่าคุ้มค่าจะเสี่ยงในชีวิตจริงหรือไม่ แต่แน่นอนว่ามันก็ดีกว่าโดนยูคอสเชือดล่ะน่ะ
“เดรค ผลักยุนเต็มแรงเลย!” ดราเค่นหรือเดรคไม่ทันจะได้คิดถึงเหตุผลที่ควรทำแบบนี้ก็ขยับร่างกายไปโดยอัตโนมัติ ทั้งคู่ออกแรงไปยังแขนเสียสุดแล้วผลักยุนจนลอยไปตามทางอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งตาม แต่นี่ยังไม่ใช่ไอเดียทั้งหมดของเขา
“เข้าท่า! แต่มันยังไม่พ้นอยู่ดีนะ!” ชายหนุ่มยังคงวิ่งสุดแรงเกิดโดยไม่สนใจจะกลับไปยิงเลยเพราะคำพูดของไอริณนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว แต่ว่ากลับมีอีกประโยคที่แย้งขึ้นมา ซึ่งมันก็วนเวียนอยู่ในหัวเขาและดังก้องดุจเสียงระฆังยักษ์ “ไม่ลองไม่รู้”
สิ้นห้วงคิดนั้นเดรคหันกลับแล้วใช้บูสเตอร์ถอยหลังของชุดออสพาร่างตัวเองลอยไปตามทางพร้อมเล็งปืนกลไปยังยูคอสสีแดง สาเหตุที่ไม่ยอมใช้ตั้งแต่แรกเป็นเพราะมันมีระยะเวลาที่สั้นแถมยังคุมยากไม่เหมาะกับที่แคบ ซึ่งยังเป็นหนึ่งในข้อเสียของชุดที่กำลังทำการแก้ไขอยู่ ทำให้ที่พวกเขาใช้ๆไปนั่นเป็นแค่เพียงการช่วยเร่งสปีดตอนวิ่งเท่านั้นไม่ได้อาศัยเป็นหลักแต่อย่างใด ดีไม่ดีหากใช้เป็นหลัก..... อาจได้ชนกำแพงตายไปซักที่หัวมุมแล้ว
“ยะ...อย่า อย่านะ!!!” ยุนที่ยังลอยไปตามทางเพราะแรงเหวี่ยงแบบเต็มพิกัดจากชุดออสตระโกนดังลั่นหลังจากเห็นเดรคเล็งปืนไปทางยูคอส และเห็นเอฟถือระเบิดขึ้นมาในมือลูกหนึ่ง นี่มันเรื่องอะไรกันนะ แล้วเขาควรจะยิงดีไหมเนี่ย ส่วนเอฟเองก็น่าจะได้เวลาตัดสินใจแล้วล่ะ ว่าเขาควรทำตามไอเดียในหัวหรือไม่ แล้วจะทำตามไอเดียไหนดี - - - - - - - - - - - - - - Choice (ดราเค่น ฟินเนอทิส – Alasthor) A –ยิงโดยไม่สนใจว่ายุนจะพูดอะไร B- ไม่ยิง - - - - - - - - - - - - - - - Choice (วรวุฒิ ฟาน ฟอลเกน – HaganeF) A –ปาระเบิดใส่ให้กำแพงถล่มลงมาปิดทางยูคอส B- ปาระเบิดใส่ยูคอสตรงๆ C-ปาระเบิดลงพื้นใกล้ๆพร้อมเปิดบูสที่ชุดแล้วอาศัยแรงระเบิดพาหนี จะชนอะไรไหมว่ากันทีหลัง D-ไม่ปาเพราะอาการยุน - - - - - - - - - - - - - - -
“ทุกคนระวังตัวด้วย ถึงจะไม่ใช่ตัวเต็มวัยก็เถอะ!” สาวผมสั้นตระโกนใส่วิทยุก่อนบังคับการูด้าคัสตอมสีเขียวให้ชักดาบคาตานะออกจากปลอกแล้วฟันยูคอสตายไปตัวโดยมีอาโอยิงคุ้มกันอยู่ ส่วนแคลร์นั้นตรงไปตรงจุดที่พวกยูคอสกรูกันออกมาแล้ว ทำไมก่อนหน้านี้เรดาร์ถึงจับสัญญานพวกนี้ไม่ได้เลยแม่แต่นิดเดียวนะ แถมพวกมันมีแต่ตัวเล็กๆ หรือว่าพึ่งเกิดกันตอนนี้พอดี....
“เกะกะ!” แคลร์คำรามแล้ววาดดาบออกจากร่างยูคอสที่เธอพึ่งจะเสียบทะลุไปเมื่อครู่ จำนวนแม้ไม่มากเหมือนศึกก่อนหน้านี้แต่ก็น่ารำคาญไม่น้อย แถมเธอคนเดียวตรงนี้คงจัดการทั้งฝูงไม่ได้แน่
“อาโอ! ไอ้ปืนนั่นเอามายิงตรงนี้แทนที!” หญิงสาวเรียกหาอาโอก่อนกระชากคันโยกหักการูด้าหลบการโจมตีได้เส้นยาแดงผ่าแปด
“กวาดเป็นฝูงดีกว่าเก็บไว้ตัวเดียวนะ!”
ทว่าเธอยังคงนิ่งเงียบ ไม่ใช่ไร้การตอบสนองหากแต่เป็นการใช้ความคิด เธอควรจะเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่างเก็บมันไว้ใช้กับยูคอสที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ซึ่งมันอาจจะน่ากลัวเอามากๆ หรือจะใช้กับยูคอสเป็นฝูงเพื่อเน้นลดจำนวนดีนะ - - - - - - - - - - - Choice (อาโอ ซิลเวียร์ – Dradongenesis) A –ยิงใส่ฝูงยูคอส B –เก็บไว้ยิงยูคอสสีแดง - - - - - - - - - - - สรุปคนที่เจอคำถามรอบนี้คือ ราเชล เซลการ์ด(Quest),เซเททัสฯ(Blackgetter),D.D. (BlackovermanXAN), ซิล ลิเบเรต้า(Shin),ดราเค่น ฟินเนอทิส(Alasthor),วรวุฒิ ฟาน ฟอลเกน(HaganeF),อาโอ ซิลเวียร์(Dradongenesis)
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2011, 09:15:04 PM โดย Replikia »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
dradongenesis
Global Moderator
Legendary Pilot

กระทู้: 1835
G-dradongenesis
|
 |
« ตอบ #99 เมื่อ: มีนาคม 24, 2011, 09:43:52 PM » |
|
Choice (อาโอ ซิลเวียร์ – Dradongenesis) A –ยิงใส่ฝูงยูคอส
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
hagane.f
|
 |
« ตอบ #100 เมื่อ: มีนาคม 24, 2011, 11:12:54 PM » |
|
Choice (วรวุฒิ ฟาน ฟอลเกน – HaganeF) A –ปาระเบิดใส่ให้กำแพงถล่มลงมาปิดทางยูคอส
"เชอะ...จะปืนกลหรือระเบิดมือก็ไม่ชินเลยแฮะ แต่แค่ถ่วงเวลาได้หน่อยก็ยังดี...
ตอนนี้มีอะไรทำได้ก็ต้องทำ ผลหลังจากนี้จะออกมาเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน แต่ยังไงก็ไม่ยอมตายหมดหรอกนะ"
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 25, 2011, 01:06:49 AM โดย hagane.f »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Alasthor
|
 |
« ตอบ #101 เมื่อ: มีนาคม 25, 2011, 08:33:25 AM » |
|
“ยะ...อย่า อย่านะ!!!” เสียงตะโกนจากยุนทำให้เดรคชะงักการเหนี่ยวไกทันที "บ้าเอ๊ยย จังหวะไม่ดีซะแล้ว" แน่ล่ะการลังเลแม้แต่นิดเดียวในสถานการณ์แบบนี้ย่อมส่งผลร้ายแรง กลับกันให้คนอย่างเขามาจับปืนยิงมันอาจจะทำให้เกิดอะไรร้ายแรงกว่า แต่ดูจากท่าทางของเอฟ คงกะระเบิดผนังลงมาขวางทางของยูคอสสีแดงนั้น ต้องหวังกับอันนี้อย่างเดียวซะแล้ว
"ยัยนี่แปลกไปตั้งแต่เจอยูคอสตัวนี้แล้ว เป็นอะไรกันแน่นะ" ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะตะโกนใส่ยุน "ยัยบ้า ถ้าชั้นตายเพราะไม่ได้เหนี่ยวไกยิงเมื่อกี้ สาบานเลยว่าจะเป็นผีมาหลอกเธอคนแรก" ------------------------------------ Choice (ดราเค่น ฟินเนอทิส – Alasthor) B- ไม่ยิง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
quest
|
 |
« ตอบ #102 เมื่อ: มีนาคม 25, 2011, 08:57:40 AM » |
|
"..............."ราเชลนั้นเงียบในขณะที่ยิงกระสุนถากเวโรนิก้าไป1นัดเค้านั้นคิดจะหยุดเธอด้วยการยิงหรือไงนะ แต่มันช่างผิดคาดที่เค้ายิงออกไปเป็นปืนสลิงและเค้ายิงมันยึดกับกำแพง กรงเล็บเท้าซึ่งเอาไว้ยึดเกาะสถานที่ถูกกางออก ก่อนที่ราเชลจะกระชากตัวพร้อมวิ่งแซงเวโรนิก้าไปด้วยความเร็วสูง เค้าวิ่งไต่กำแพงปานเป็นพื้นและใช้สลิงนั้นช่วยการเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง "คุณเวโรนิก้ากลับไปก่อนเถอะครับ ผมจะจับมันกลับมาให้คุณใน1นาที ช่วยปกป้องคุณอิจิโกะกับคุณซีดด้วยครับ ถึงยูคอสตัวนั้นจะไม่คุ้มกับแม่มด แต่กับนกน้อยอย่างผม คงคุ้มค่า" ราเชลนั้นตัดสินใจไล่ล่าด้วยตนเองแทนและให้เธอกลับไป ตอนนี้ฐานจะโดนทำลาย และสิ่งที่เธอตามอาจเกินรับมือเค้าจึงตัดสินใจที่จะตามล่าเอง และบอกให้เธอกลับ "ดูเหมือนจะรอดยาก....แต่ผมก็ไม่ยอมตายหรอกครับ"รอยยิ้มบางๆที่แสนเศร้าออกมาพร้อมกับร่างเล็กๆที่มุ่งไปสู่ความมืดนั้น
A –พูดให้เวโรนิก้ากลับมาให้ได้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot

กระทู้: 1590
|
 |
« ตอบ #103 เมื่อ: มีนาคม 25, 2011, 09:29:37 AM » |
|
D.D. รู้สึกแปลกๆบางอย่าง หลังจากขึ้นมาบนการูด้าแล้ว "ความรู้สึกแบบนี้มัน..." จากนั้นก็ติดต่อไปหาคนอื่นๆ "พวกคุณกลับไปที่ยานก่อนก็ได้ครับ ผมยังมีบางอย่างที่อยากเห็นกับตาอยู่" Choice "ไปดักรอดูยูคอสแดง" (ถ้าเจ้านั่นไม่ใช่ยูคอสธรรมดาอย่างที่คิด หมายความว่าตัวเราเองก็เริ่มที่จะ...) D.D. คิดในใจ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว 
|
|
|
|
blackgetter
|
 |
« ตอบ #104 เมื่อ: มีนาคม 25, 2011, 04:02:42 PM » |
|
Choice (เซเนทัสฯ - blackgetter) A –ปล่อยวารินทร์สดไปแล้วคุ้มกันกลุ่มสาวแว่นไปส่งที่หุ่นแล้วทิ้งหุ่นไว้ให้วารินทร์ตัวนึง
-------------------------------------------------------------------------
"วะ มีไอ้บ้าปัญญาอ่อนสดไปลุยคนเดียวด้วยแฮะ(เหมือนพี่ไม่ค่อยชอบสดเลยเนอะ)ชั้นก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรขนาดนั้น ทิ้งหุ่นไว้ให้ตัวนึงละกัน เผื่อจะรอดกลับมาได้ ไม่รอดก็ค่อยมาเก็บกลับ"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
สาวก JAM Project!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 
|
|
|
|