หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Galatea : Day of 7  (อ่าน 207 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kuruni
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1074


俺の彼女はロリ!

kuruni_chan@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 12:16:12 PM »

ต่อจาก ตอนที่แล้ว

ยาวกว่าเดิมพอสมควร ตอนนี้อยากให้เป็นดราม่ามากกว่าตอนแรก แต่ก็รู้สึกจะยังไม่เข้าเป้าเท่าไหร่

===========================

   นานะรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรงี่เง่าอยู่ แต่ก็พูดแนะนำตัวเองจนได้

   "ฉันชื่อนานะ กาลาเทีย ต่อไปนี้จะมาเรียนที่ห้องนี้กับพวกเธอ ยินดีที่ได้รู้จัก"

   รู้สึกว่าตามมารยาท เธอควรยิ้มตอนทักทายให้คนอื่นรู้สึกเป็นมิตร แต่ไม่เอาล่ะ เธอไม่ได้อยากเป็นมิตรกับพวกเด็กๆชั้นมัธยมต้นเลยสักนิด

   "ครูเตรียมที่นั่งให้แล้วนะ นานะไปนั่งริมหน้าต่างแถวหน้าสุดเลยนะจ๊ะ"

   อาจารย์ประจำชั้นบอก ดูแล้วก็เป็นมุมที่เป็นเอกเทศดีแฮะ ได้ดูวิวข้างนอกแบบนี้ห้องเรียนที่น่าเบื่อก็คงจะ...ไม่สิ ดูวิวเดิมๆเดี๋ยวก็เบื่ออยู่ดีนั่นล่ะ หูที่ไวกว่าปกติของเธอได้ยินเสียงนักเรียนกระซิบกัน ที่จับใจความได้ก็ประมาณว่า

   "นั่นแอนดรอยด์เหรอ? เหมือนคนจริงๆเลยนะ"

   "แถวบ้านเรามีแต่แบบผิวเป็นไฟเบอร์ล่ะ ตาก็ไม่ใช่แบบนี้ด้วย"

   รุ้สึกฉุนกึ้กนิดหน่อย อย่าเอาโปรเจ็คท์กาลาเทียหมายเลข7อย่างเธอไปเทียบกับพวกแอนดรอยด์ที่มีขายตามตลาดแบบนั้นสิ! ไม่ต้องคิดถึงวงจรสำนึกหรือสมองกลที่คิดแบบไม่ใช้ตรรกะเลย ฟังจากที่ว่าผิวเป็นไฟเบอร์น่าจะเป็นรุ่นขายตามบ้านทั่วๆไป รุ่นที่ใช้ผิวหนังเทียมแบบนานะนั่นบนดาวดวงนี้คงมีไม่ถึงโหล

   นานะนั่งลงก่อนดึงผมหางม้าที่มัดไว้ให้แน่นขึ้น เธอเห็นว่าเด็กผู้หญิงสวมแว่นที่นั่งติดกันมองเธออย่างสนใจเป็นพิเศษ เอาเถอะ...เธอก็คิดไว้แล้วว่าคงจะถูกเห็นเป็นตัวประหลาดแหงๆ

   "เอ่อ...เราชื่อสายฝน พรหมวงศ์ นะ เรียกแค่ฝนก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เสียงเบาปานกระซิบ จังหวะการพูดช้ากว่าปกติแต่ก็ไม่ถึงกับยืดยาด ท่าทางขี้อายสมกับที่เป็นสาวแว่น

   "อื้ม ขอฝากตัวด้วยก็แล้วกัน" เธอพูดตามมารยาท ไหนๆก็คงต้องนั่งติดกันไปอีกนานนี่

   สายฝนมองเธอด้วยความสนใจอยู่นาน

   "ขอโทษนะ"

   จู่ๆก็ยื่นมือมาจิ้มแก้มของนานะ ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง

   "นิ่มจัง...ผิวอ่อนกว่าฉันอีกนะเนี่ย"

   "เห็นฉันเป็นอะไรเนี่ยฮะ?" นานะเผลอยกกำปั้น

   "โกรธเหรอ? ขอโทษนะ..."

   "เปล่า ก็แค่ตกใจนิดหน่อย"

   "สองคนนั่นหยุดคุยก่อนได้มั้ย จะเริ่มคาบแรกแล้ว"



   อาณานิคมวาซิลลา ถึงจะเป็นดาวที่มีทรัพยากรมากมาย แต่เพราะสภาพแวดล้อมที่เกินกว่าจะทำการปรับสภาพเต็มขั้นได้ จึงมีจำนวนประชากรเพียงเท่าที่ไบโอโดมจะรองรับได้เท่านั้น ภูมิศาสตร์ของดาวนี้ยังทำให้การขยายไบโอโดมเป็นไปอย่างยากลำบาก ถึงทุกวันนี้ วาซิลลาก็ยังมีประชากรน้อยกว่าอาณานิคมอื่นในกลุ่มซิกมาดราโกนิสกว่าครึ่ง ความจำเป็นนั้นทำให้เทคโนโลยีเกี่ยวกับหุ่นยนต์และแอนดรอยด์ของวาซิลลาพัฒนาไปเร็วเป็นพิเศษ

   ร่างกายของมนุษย์นั้นไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของอวกาศ เพียงเวลาไม่กี่เดือนที่อยู่ในอวกาศ สภาพไร้แรงโน้มถ่วงก็จะทำให้กระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแอโดยไม่มีทางป้องกัน แม้จะเป็นดวงดาวอื่น มนุษย์ก็จำเป็นต้องทำการปรับสภาพแวดล้อมและใช้ชีวิตในไบโอโดม เหล่านั้นเป็นหลักฐานสนับสนุนความคิดนี้ แต่จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีหยุดก็เป็นปัจจัยผลักดันให้มนุษย์จำต้องออกมายังเขตแดนต้องห้ามที่เรียกว่าอวกาศมานานนับทศวรรษแล้ว

   นั่นคือต้นกำเนิดของโปรเจคท์กาลาเทีย...แอนดรอยด์ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของมนุษย์ ผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์จนกว่าการวิวัฒนาการจะทำหน้าที่ของมัน นั่นเป็นสาเหตุที่แอนดรอยด์ในกลุ่มกาลาเทียมีคุณสมบัติของมนุษย์ สมองกลที่สามารถคิดแบบไม่ใช้ตรรกะ วงจรอารมณ์ เพราะมีแต่สิ่งที่เหมือนมนุษย์จะเข้าใจมนุษย์ได้



   "เราเอาข้าวกล่องมานะ นานะกินอะไรเหรอ?"

   สายฝนมองเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ด้วยท่าทางสนใจอย่างยิ่ง ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงแล้ว ซึ่งนานะยอมรับว่าตอนเช้านั้นเธอไม่ได้สนใจฟังที่อาจารย์สอนเลยสักนิด (แต่มั่นใจว่าจำเรื่องที่ต้องรู้ได้หมดแน่)

   "ไม่ล่ะ ระบบของฉันเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานได้ก็จริง แต่ใช้แสงอาทิตย์จะยุ่งยากน้อยกว่า"

   "ดีจังเลยนะ ไม่ต้องวุ่นวายด้วย"

   นานะนั่งห้อยแขนออกไปนอกห้องเรียนอย่างสบายอารมณ์ แดดตอนนี้ก็กำลังดีเลย...จริงๆแล้วมันก็ดีทุกเที่ยงนั่นล่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องสภาพอากาศ ในไบโอโดมนี้ทุกอย่างถูกควบคุมไว้เป็นเวลาแน่นอนแล้ว และตามตารางก็ไม่มีเที่ยงไหนที่ฝนจะตกด้วย (ถึงแม้ว่าพอบ่ายโมงวันนี้จะมีฝนซาๆพอให้ชุ่มชื้น)

   "ว่าแต่เธอเถอะ ปกติกินข้าวคนเดียวเรอะ?"

   "อื้อ โรงอาหารเสียงดังไปน่ะ แล้วเอามากินเองก็ถูกกว่าด้วย"

   "ใช่...เสียงคุยกันจ๊อกแจ๊กแบบนั้นน่ารำคาญจะตาย" นานะพยักหน้าเห็นด้วย

   "เอ่อ...ถ้าไม่ว่าอะไรก็ขอถามหน่อยนะ นานะมาโรงเรียนทำไมเหรอ?"

   "คำถามที่ดี!" นานะตบมือเสียงดังจนสายฝนสะดุ้ง

   "ความรู้ที่สอนอยู่เนี่ย มันเป็นความรู้แบบข้อเท็จจริง! จริงๆแล้วของแบบนั้นจะบันทึกลงระบบความจำของฉันที่ศูนย์ก็ได้! ที่มานั่นที่นี่ครึ่งวันนับว่าเสียเวลาเปล่า!"

   "งะ...งั้นเหรอ? ขอโทษนะ..."

   "อะไรของเธอ? ปัญหามันอยู่ที่คะแนนการเข้าสังคมของฉันมัน...ต่ำกว่าเกณฑ์" เสียงตอนท้ายเบาลงแทบเป็นกระซิบ

   "หา?"

   "ช่างเถอะ! เอาเป็นว่าเพราะเรื่องจิ๊บจ๊อยนั่นทำให้เขาคิดว่าการให้ฉันมาอยู่ในสังคมกับเด็กคนอื่นๆเป็นเรื่องดี! เสียเวลาชะมัด..."
  
   "รู้สึกว่าน้องสาวฉันจะบอกว่ามีแอนดรอยด์แบบเธอไปช่วยสอนหนังสือเหมือนกันนะ" สายฝนตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อเมื่อเห็นนานะออกท่าทาง ด้านนานะพอได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าแหย

   "คงเป็นพี่สาว-หมายถึงรุ่นก่อนหน้าฉันน่ะ รายนั้นนิสัยเรียบร้อย จริงจัง แต่อ่อนไหวไปหน่อย"
  
   "ฟังดูเป็นคนดีนะ"

   "น่ารำคาญต่างหาก"

   "ตายจริง นี่ไม่มีใครคบขนาดต้องนั่งคุยกับหุ่นยนต์เลยเหรอ?"

   นานนะหันควับไปทางต้นเสียง เป็นเพื่อนร่วมชั้นอีกกลุ่ม

   "ยายจืดไม่มีตัวตนแบบนั้นก็ได้แต่คุยกับตุ๊กตาเลียนแบบคนอย่างนั้นล่ะเธอ"

   นานะหันไปดูสายฝนก่อนส่ายหัวเบาๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายก้มหน้ากัดริมฝีปากนิ่งๆ เธอเลยลุกขึ้นด้วยท่าทางไม่พอใจ

   "หมายความว่าไงที่เรียกฉันแบบนั้นน่ะ?"

   "อะ อะไรน่ะแก!? แค่ทำตามโปรแกรมอย่ามาหาเรื่องมนุษย์นะ!"

   "แย่หน่อยนะ ฉันแยกไม่ออกด้วยสิว่าที่โมโหอยู่นี่มันเพราะโปรแกรมหรือว่าอะไร ที่แน่ๆคืออยากใช้กำลังชะมัด"

   "แก! เป็นหุ่นยนต์ทำร้ายมนุษย์ได้เรอะ?!"

   "เรื่องนั้นฉันทำใจโดนผู้ดูแลสวดแล้วล่ะ"
  
   ว้าย!!!!
  
   หมัดของนานะหยุดห่างหน้าของอีกฝ่ายประมาณสองนิ้ว

   "คิดอีกที เกิดชุดเปื้อนเลือดก็ลำบากแย่"

   "อย่ามาทำอวดดีนะ โอ๊ย!!"

   นักเรียนคนนั้นฟาดนานะด้วยความโมโห แต่เด็กหญิงเพียงแต่ยืนรับไว้เฉยๆก็ทำให้อีกฝ่ายกุมมือด้วยความเจ็บปวด

   "ต๊ายตาย คิดว่าถึงฉันจะเป็นรุ่นลดขนาดเฟรมลงมาจนดูเป็นเด็ก กระดูกโลหะผสมไททาเนียมของฉันก็ยังแข็งกว่ากระดูกคาร์บอนของคุณนะ"

   นานะจงใจดัดเสียงล้อเลียนก่อนกลับมานั่งที่ตัวเอง
  
   "ไม่เป็นไรเหรอนานะ?" สายฝนมองตามพวกนักเรียนกลุ่มนั้นออกจากห้องไป สงสัยจะไปห้องพยาบาล

   "แรงแค่นั้นกระดูกไม่หักหรอก แล้วฉันก็ไม่ได้ลงมือด้วย ถ้าไปฟ้องใครฉันก็จะเถียงล่ะ ว่าแต่เธอเถอะ..."

   นานะหยิกแก้มสายฝนแล้วดึงเบาๆ

   "โดนพวกนั้นว่าแบบนั้นไหงไม่ตอบโต้สักคำหา!?"

   "อะ เอ่อ ขอโทษนะ"

   "มาขอโทษอะไรฉัน!? ฟังนะ ถ้าคิดว่าตัวเองทำผิดก็ยอมรับมันอย่างองอาจแล้วแก้ไข! แต่ถ้าไม่ผิดก็เถียงมันซะ!"

   "ฮือ...ขอโทษนะ...ขอโทษจริงๆ"

   ร้องไห้ซะแล้ว นานะรู้สึกเหนื่อยใจ ยายแว่นนี่เป็นพวกเหลวเป้วไม่สู้ใครนี่เอง น่าหงุดหงิดชะมัด

   "ช่างเถอะ รีบๆกินข้าวซะ แล้วก็หยุดร้องไห้ซะด้วย เดี๋ยวน้ำตาหยดลงไปข้าวจะขมเปล่าๆ"



   เลิกเรียน

   "หมดวันแล้วล่ะ ช่วงบ่ายนี้นานะเขียนตลอดเลยนะ ขยันจัง" สายฝนตัดสินใจชวนคุยอีกทีหลังเงียบอยู่นาน

   "ใช่เลย เอ้า! คิดว่าเซฟเก็บไว้ดีมั้ย?"

   นานะหันด้านหน้าของสมุดอิเล็กทรอนิกให้ดู มีภาพการ์ตูนเป็นลูกสุนัขตัวหนึ่งนอนหงายท้องเหมือนจะเล่นกับเจ้านาย

   "...ที่เขียนๆนั่น?"

   "ข้อมูลสำคัญน่ะแค่ฟังก็จำได้หมดล่ะ ผู้ดูแลก็ไม่รู้จะให้สมุดนี่มาทำไม ว่าแต่เขียนๆลบๆไปหลายรูป มีอันนี้ล่ะที่น่ารักใช้ได้ นับว่าวันนี้มือขึ้น"

   "วันนี้? ไม่ใช่ว่าวาดรูปเก่งอยู่แล้วเหรอ?"

   "ถ้าวาดให้เหมือนหรือวาดเลียนแบบน่ะฉันทำได้สบาย แต่งานสร้างสรรค์น่ะมีแต่ต้องฝึกฝน ไม่มีโปรแกรมที่ไหนจะทำให้เก่งได้หรอก"

   "ไหน...รายละเอียดตรงขนนี่เอาออกไปหน่อยก็ได้นะ ตรงหางนี่วาดแบบนี้...ใส่เส้นการเคลื่อนไหวไปหน่อยก็จะดูเหมือนกระดิกหางอยู่ อ๋า! ขอโทษน่ะเผลอไปน่ะ" สายฝนเผลอวาดแก้ไขตอนติชม

   "ไม่เป็นไร ก็ดูดีขึ้นนี่นะ วาดการ์ตูนเก่งนี่นาเธอน่ะ" นานะกดเซฟรูป

   "เราน่ะเรียนแค่พอใช้ กีฬาก็ไม่เอาไหน มีดีแค่เรื่องนี้ล่ะ ขอโทษนะ"

   "นี่เธอ..." นานะเก็บสมุดลงกระเป๋า

   "เลิกขอโทษขอโพยชาวบ้านทุกสามสี่ประโยคได้แล้ว! จะมีปมด้อยหรืออะไรฉันไม่สนหรอกนะ แต่มันน่ารำคาญ!"

   "ขอ-เข้าใจแล้วจ้ะ" นานะจ้องเขม็งจนเด็กหญิงชะงัก

   "แล้วเธอจะมองว่ามันเป็นความสามารถจิ๊บจ๊อยหรืออะไรก็เถอะ ฉันว่าวาดการ์ตูนเก่งนี่เจ๋งดีออก"

   "จริงเหรอ?"

   "จะโกหกไปทำไมล่ะ? จงเชิดหน้าภูมิใจเรื่องนี้ไว้เถอะ ฉันไม่เห็นว่ามันจะแย่กว่าเรียนหรือกีฬาตรงไหน"

   "ถึงพูดแบบนั้น..." สายฝนก้มหน้าอีก

   "ความสามารถแบบนี้น่ะ ช่วยหาเงินได้ไม่มากหรอก ถ้าเรียนเก่งหรือเล่นกีฬาเก่งๆอย่างน้อยๆก็ขอทุนได้"

   นานะอึ้งไปพักหนึ่ง ความรู้สึกต่ำต้อยของสายฝนมาจากเรื่องนี้สินะ

   "จริงสิ ถ้าไม่รังเกียจอะไร นานะจะไปบ้านฉันหน่อยมั้ย?"



   "ใช่ๆ จะกลับช้าหน่อย ไม่เอาน่า คนที่เสนอให้ฉันมาโรงเรียนก็นายไม่ใช่รึไง? น่าจะคิดเรื่องที่ฉันอาจปิ๊งหนุ่มที่ไหนแล้วไปหาประสพการณ์วัยรุ่นบ้างสิ เอาเป็นว่าเสร็จเรื่องแล้วจะติดต่อกลับมาก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วงน่า ถ้าฉันถูกพวกค้าหุ่นยนต์เถื่อนจับแยกชิ้นส่วนได้ฉันก็ไม่ควรเป็นกาลาเทียแล้วล่ะ แค่นี้นะ"

   นานะยกนิ้วมือจากติ่งหู ก่อนบ่นเบาๆ่ว่าผู้ดูแลงี่เง่า

   "บอกไปตรงๆก็ได้นี่นา" สายฝนนึกเป็นห่วง

   "ให้ได้วิ่งพล่านกันบ้างน่ะดีแล้ว อย่างมากก็โดนตัดคะแนนกับว่าสักหน่อย ไอ้เรื่องเอาฉันไปหลอมคงไม่ทำ ถ้าสร้างพรีซิสฮาร์ทเพิ่มได้ก็ว่าไปอย่าง"

   "เอ๋?"

   "ความลับของทางการน่ะ" นานะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากว่าพูดมากกว่านั้นไม่ได้ ก่อนกวาดสายตามองรอบๆตัว เห็นภูเขาเศษเหล็กเป็นทิวทัศน์ที่โดดเด่นกว่าอะไร

   "ว่าแต่บ้านเธออยู่ติดเขตทิ้งขยะเลยนี่นะ..."

   "เงินที่พ่อแม่เอามาให้เดือนละครั้งน่ะ จะหาที่ที่ค่าเช่าถูกพอให้มีเก็บก็มีแต่แถวนี้ล่ะ เอ่อ...ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันพูดอะไรก็ช่วยเออออให้ทีนะ ไหว้ล่ะ"

   "หา?"



   เวลาผ่านไป

   "ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกตรงๆ แบบว่าน้องสาวฉันชอบพวกเธอมากเลยน่ะ" สายฝนประกบมือขอโทษ เมื่อครู่นี้นานะถูกแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนแอนดรอยด์ที่เพิ่งเข้าเรียนของสายฝน ซึ่งทำเอาเด็กประถมที่อยู่ในบ้านตะลึงไปเลยทีเดียว เท่าที่ฟังดูรู้สึกจะประทับใจพี่ของเธอที่ไปช่วยสอนหนังสือบ่อยๆ เพียงแต่ระยะนี้ลดความถี่ลงทำให้เด็กๆเป็นห่วง

   "มันก็นะ...เอาฉันมาโชว์เหมือนอวดของเล่นก็น่าโมโหอยู่ แต่เห็นเด็กคนนั้นดีใจขนาดนั้นแล้วโกรธไม่ลง อีกอย่างนึง...พี่สาวน่ะ ให้น้องรู้สึกว่าเป็นคนที่น่านับถือน่ะดีแล้ว ถึงฉันจะเรียกคนที่รู้จักกันแค่วันเดียวว่าเป็นเพื่อนกันได้ไม่เต็มปากก็เถอะ ยังไงเธอก็เป็นคนที่คุยกับฉันมากกว่าใครนี่"

   "ขอบคุณนะ นานะเป็นคนดีจริงๆ"

   "ไม่ต้องชมหรอก แค่สำนึกบุญคุญไว้ก็พอ หือ?"

   เซนเซอร์จับสัญญาณบางอย่างได้ในเขตทิ้งขยะ

   "จะไปไหนน่ะ นานะ?" สายฝนร้องถามเมื่อนานะเริ่มปีนขึ้นไปบนภูเขาขยะ
  
   "จับสัญญาณแปลกๆได้...ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็เก็บของหนีไปเลยนะ"



   ถึงจะมีจำนวนประชากรที่น้อยกว่าอาณานิคมอื่นๆ แต่กองขยะของเมืองนั้นก็กินพื้นที่เป็นตารางกิโลเมตรอยู่ดี ถึงจะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแล้ว แต่การบริโภคของมนุษย์นั้นไร้ประสิทธิภาพจริงๆ ทั้งในแง่นามธรรมและรูปธรรมเลย

   แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เธอคิดในตอนนี้ แต่เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เห็นอยู่ไกลลิบต่างหาก

   "เครื่องจักรสำหรับทำงานรุ่นเก่า ลองอาร์ม งั้นเหรอ?" นานะวิเคราะห์เครื่องจักรที่มีแขนกลยาว แค่ดูคร่าวๆก็รู้ว่ามันได้รับการดัดแปลงจนเรียกได้ว่าเป็นเหมือนอาวุธสงคราม ระบบขับเคลื่อนแบบตีนตะขาบถูกเปลี่ยนเป็นขาขนาดใหญ่สองข้าง ส่วนเท้าเป็นเหมือนกงเล็บที่เหมาะกับการเดินบนพื้นต่างระดับ ส่วนลำตัวกับขานั้นหุ้มเกราะมาเสียหนา นานะนึกโมโหที่ผู้ดูแลไม่ให้พกอาวุธมาโรงเรียนสักชิ้น นี่เป็นของที่พวกค้าหุ่นยนต์เถื่อนดัดแปลงมาสินะ ปัญหาคือพฤติกรรมของมัน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันถูกสร้างไว้ทำอะไร แต่ดูอาการที่มันรื้อและทำลายภูเขาขยะแบบไร้ทิศทางก็น่าจะแปลว่าสมองกลคงเพี้ยนไปแล้ว

   "เฮ้! แกที่อยู่นั่นน่ะ!" นานะตัดสินใจออกจากที่ซ่อนถึงจะเสี่ยงแต่เธอมั่นใจว่าตัวเองไวพอจะหลบการโจมตีได้แน่ แต่เธอไม่คิดว่ามือกลนั้นจะเปิดออกแล้วยิงเป็นเครื่องพ่นไฟได้น่ะสิ!

   นานะหลบเข้าที่กำบัง ผิวหนังเทียมได้รับความเสียหายจากการเผาไหม้เล็กน้อย อาการบาดเจ็บถูกส่งเป็นข้อมูลยังสมองกลโดยตรงแทนที่จะเป็น"ความรู้สึกเจ็บ"ตามปกติ ดูเหมือนว่าพอสถานการคับขัน โหมดต่อสู้ที่ถูกผู้ดูแลล็อกไว้ก็ทำงานได้เองอยู่

   ปัญหาอยู่ที่ไม่มีอาวุธ การจะโค่นตู่ต่อสู้ขนาดนี้ก็ทำไม่ได้น่ะสิ...นานะคิดขณะที่หลบเปลวไฟไปตามภูเขาขยะ

   "นานะจัง ปลอดภัยอยู่รึเปล่า?"

   สัญญาณติดต่อจากฐานหลักดังขึ้นในหัว

   "ยังไม่เป็นไร แต่ฉันติดต่อไปตั้งนานแล้วส่งกำลังมาหรือยัง?"
  
   "หน่วยปฏิบัติการที่6กับ7เข้าไปถึงพื้นที่แล้วล่ะ ว่าแต่เป้าหมายเป็นอะไรล่ะ?"

   นานะถ่ายข้อมูลภาพที่เธอเห็นให้แทนคำตอบ

   "...เข้าใจล่ะ ขืนปล่อยให้ไปถึงเขตชุมชนคงแย่แน่ จะให้ตั้งแนวรับไว้ก็แล้วกัน ส่วนเจ้ายักษ์นั่นก็ต้องฝากเธอล่ะนะ"

   "เดี๋ยว กาลาเทียคนอื่นๆล่ะ?"

   "ไอนส์ยังไม่กลับจากที่ไปตรวจสอบอาณานิคมกรีนเบลน่ะ พาเบญจกับอัลเทียร์ไปด้วย"

   "แล้วจะให้ฉันจัดการมันยังไงล่ะ? ฉันไม่มีอาวุธนะ!"

   "ส่งไปตั้งนานแล้ว ป่านนี้น่าจะถึงแล้วนะ"

   หมายถึงอะไรล่ะนั่น? ก่อนจะถาม เธอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่บินเข้ามาใกล้เสียก่อน

   ฟลายเออร์แบ็คแพ็ค? สิ่งนั้นดูคล้ายกับเครื่องบินขนาดเล็กที่มีปีกหกปีก การติดต่อที่มันส่งมาแสดงว่าลงเสลฟโปรแกรมให้ขึ้นกับเธอแล้วสินะ

   "ตัวเบาแบบนานะจังคงบินได้คล่องแน่ นั่นก็คือมันเป็นพาร์ทเฉพาะของเธอเลยนะ"

   นานะถอดชุดออกเหลือแต่บอดี้สูทรัดรูปแล้วสั่งเชื่อมระบบ สครีมมิงไซเรน...ชื่อไร้รสนิยมชะมัด ว่าแต่เป็นแพ็คอุปกรณ์แบบครบชุดในชิ้นเดียวเลยสินะ ท่อขับดันเสริมที่ถอดมาต่อกับสล็อตที่ขากับไหล่ได้พอดี ส่วนหัวที่ใช้เป็นหมวกลดแรงต้านลมได้

   "ได้เวลาโต้กลับล่ะ!"

   นานะดึงปืนไรเฟิลจู่โจมออกจากล็อกที่ปีก ก่อนที่สครีมมิงไซเรนจะเร่งเครื่องพาเธอลอยขึ้นไปกลางอากาศ แรงยกจากปีกทั้งหกทำให้เธอรู้สึกว่าลอยตัวได้ง่ายกว่าที่คิด

   "ก่อนอื่นก็ตรงนั้นก่อน..." ภาพที่นานะเห็นมีภาพที่เห็นผ่านกล้องเล็งของปืนไรเฟิลซ้อนขึ้นมา ก่อนที่ภาพนั้นจะซูมเข้าไปจนเธอเห็นเป้าหมายได้ถนัด เด็กหญิงเหนี่ยวไกอย่างเบามือ กระสุนที่ยิงออกไปนั้นเจาะทะลวงใส่เซนเซอร์ของมือกลอย่างแม่นยำ ลองอาร์มทะลึ่งขึ้นเหมือนกับสัตว์เจ็บ ซึ่งนานะเดาเอาว่านั่นคงเป็นระดับสติปัญญาของAIที่ใช้ควบคุม ไม่ว่ายังไง ความแม่นยำของแขนกลนั้นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

   "ถึงจะติดเกราะไว้ขนาดไหนก็คงมีจุดอ่อนบ้างล่ะน่า!" นานะบินฉวัดเฉวียนเข้าไปใกล้ ซึ่งแผ่นเกราะตามตัวของลองอาร์มก็เปิดช่องก่อนยิงอาวุธตอบโต้ ปืน? ไม่ใช่สิ ดูเหมือนจะเป็นเครื่องยิงตะปูโลหะที่ดัดแปลงมามากกว่า ไม่ว่ายังไง นั่นก็เป็นช่องที่ใช้โจมตีได้ นานะใช้เกรเน็ดที่ติดกับปืนยิงใส่ช่องปืน เพียงแต่ความเสียหายนั้นน้อยกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก

   "เกราะหนาชะมัด งั้นนี่ล่ะ!" นานะดึงดาบที่ติดกับล็อกที่สองก่อนเข้าประชิดแล้วฟันผ่าที่จุดระเบิดเมื่อครู่ ใบมีดที่สั่นสะเทือนแบบความถี่สูงผ่าแผ่นเกราะได้โดยง่าย แต่นานะก็ต้องถอยออกมาเมื่อเห็นอะไรบางอย่างถูกยิงออกมากลางอากาศ ก่อนเศษโลหะเล็กน้อยจะระเบิดออกมา

   "ระเบิดแบบกระจายสำหรับป้องกันตัวเหรอ...ว่าแต่ถึงบินคล่องแบบนี้ ไม่มีอาวุธหนักจะจัดการเจ้านี่ได้ไงเนี่ย?"

   เดาจากโครงสร้างพื้นฐานของลองอาร์ม ถ้าไม่ใช้เรลกันหรือเลเซอร์แรงสูงก็มีแต่ต้องใช้ระเบิดที่รุนแรงกว่าเกรเน็ดซ้ำลงไปที่แผลเดิมนั่น แต่อาวุธทั้งสามอย่างน่ะเธอมีที่ไหน

   ...ไม่สิ มีนี่นา

   นานะบินถอยออกไปไกลลิบขณะที่สั่งให้สครีมมิงไซเรนถ่ายข้อมูลการทำงานทั้งหมดมาที่เธอ ก่อนบินตีวงกลับพร้อมเร่งความเร็วเต็มที่

   "นายเป็นคู่หูที่ดีมากเลยล่ะ ไว้เจอกันคราวหน้าจะถนอมกว่านี้ก็แล้วกัน"

   เด็กหญิงปลดตัวเองออกจากแบ็คแพ็คโดยใช้ยูนิตขับเคลื่อนที่ขากับไหล่ชะลอความเร็วตอนตกลงมา ถึงอย่างนั้นก็มั่นใจได้ว่าถ้าเธอเป็นมนุษย์คงมีอะไรหักไปบ้างแล้วแน่ แต่เรื่องนั้นช่างมัน ที่สำคัญก็คือสครีมมิงไซเรนที่พุ่งชนใส่จุดที่เธอฟันเปิดไว้อย่างจัง ก่อนเซลเชื้อเพลิงที่ตั้งระเบิดไว้จะส่งเสียงกึกก้อง ร่างใหญ่โตของลองอาร์มเสียสมดุลย์จนล้มไปกับพื้น

   ยังไงก็คงยืนขึ้นเองไม่ได้ล่ะนะ นานะเข้าไปสำรวจความเสียหาย ท่าทางมันจะหมดสภาพไปแล้วจริงๆ ร่างใหญ่โตนั้นนอนนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

   ว่าแต่ว่า...เด็กหญิงเห็นสิ่งผิดปกติเข้าแล้ว ส่วนที่น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หลักของลองอาร์มนั้นเป็นสิ่งที่เธอรู้จักดี

   "...ไซเบอริสท์?"



   "คราวนี้ที่เขตชุมชนไม่ได้รับความเสียหายก็เพราะนานะจังนะ ทำได้ดีมากเลยจ้ะ"

   หญิงสาวผมสั้นคุยกับนานะขณะเดินออกจากศูนย์บัญชาการ

   "ช่างมันเถอะ แต่ว่านะทำไมถึงมีไซเบอริสท์ไปอยู่ในที่แบบนั้นได้ล่ะ?"

   "ลองอาร์มตัวนั้นคงเป็นหุ่นยามของพวกค้าหุ่นยนต์เถื่อนน่ะ แต่ดูเหมือนว่าคอนโทรลคอร์ของไซเบอริสท์จะติดเข้าไปทีหลัง พวกผู้ดูแลว่างั้นน่ะนะ"

   "จะบอกว่าพวกนั้นเอาสมองกลของไซเบอริสท์ไปใช้โดยไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ? แล้วพวกนั้นเอาสมองกลนั่นมาจากไหนล่ะ? ถ้าไม่มีพรีซิสฮาร์ท คอมพิวเตอร์ทั่วๆไปถ้าเจอไซเบอริสท์ก็ถูกควบคุมได้อยู่แล้ว"

   "ไม่รู้สิ อาจเก็บไซเบอริสท์ที่ประสพอุบัติเหตุได้โดยบังเอิญก็ได้ โอกาสเกิดมันต่ำแต่ก็ใช่ว่าไม่มีน่ะนะ"

   "ฟังดูไม่มีเหตุผลยังไงก็ไม่รู้ แต่ช่างมันเถอะ เรื่องการสืบสวนไม่ใช่หน้าที่ฉันนี่" นานะแบะมือ

   "คิดได้อย่างนั้นก็ดีนะ ว่าแต่โรงเรียนเป็นไงบ้าง?"

   "พูดตรงๆนะ ไม่รู้ว่าเขาส่งฉันไปทำไมไม่ทราบ ข้อมูลแบบนั้นบันทึกลงหน่วยความจำเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ"

   "งั้นเหรอ..."

   "แต่ว่านะ ฉันไม่ชอบให้อะไรมันค้างคา ฉะนั้นจนกว่าจะรู้ว่าพวกนั้นส่งฉันไปโรงเรียนทำไม ฉันก็จะไปอีก ถ้าไม่เบื่อซะก่อน"

   "ฮึๆ นั้นเป็นก้าวแรกจ้ะ พวกเรา กาลาเทียน่ะ ถูกสร้างขึ้นเพื่อคอยช่วยเหลือมนุษย์ แม้แต่จิตใจนี่..."

   เธอยกมือขึ้นประทับที่หน้าอกแล้วหลับตา

   "ก็เป็นสิ่งที่มีไว้ให้พวกเราเข้าใจมนุษย์มากขึ้น เพราะมนุษย์น่ะไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะรักได้ด้วยเหตุผลหรอกนะ"

   "นานะ!"

   บทสนทนาของทั้งคู่ถูกแทรกทันทีที่ทั้งสองคนออกจากศูนย์ นานะจำเด็กหญิงสวมแว่นได้ทันที

   "เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?"

   "ก็...ได้ยินเสียงดังมากจากทางที่นานะไปนี่นา แถมมีทหารเข้ามาคุมพื้นที่เต็มไปหมดเลยด้วย ฉันเลยสงสัยว่านานะเป็นอะไรหรือเปล่า?"

   "แสดงว่าพอจัดการเป้าหมายให้หน่วยหลักเข้าเก็บกวาดเสร็จ นานะก็มาที่นี่สินะ"

   "แหงล่ะ...ทำอุปกรณ์รุ่นทดลองพังไปนี่นา...ว่าแต่เธอเห็นว่าฉันกระจอกขนาดนั้นเลยเรอะ?"

   "เปล่าจ้ะ ขอโทษนะ..."

   "เธอนี่นะ!"

   "เพื่อนเขาอุตส่าเป็นห่วงอย่าไปพูดแบบนั้นสิ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะจ้ะ แต่นานะปลอดภัยดีจ้า"

   "เพื่อนที่ไหน แค่คนรู้จัก..."

   "อย่าถือสานานะเลยนะ เห็นอย่างนี้จริงๆแล้วขี้อายออก ส่วนฉันชื่อเบญจ เป็นพี่สาวของนานะจ้า"

   "เค้าหมายถึงรุ่นก่อนหน้าน่ะ"

   "เห็นมั้ยๆ? ต่อหน้าคนอื่นก็ทำตัวเย็นชา แต่อยู่ด้วยกันนานะก็เรียกฉันว่าพี่น่ะนะ"

   "เอ่อ งั้นก็ขอโทษที่มารบกวนนะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ นานะ"

   สายฝนบอกลาเมื่อเห็นว่าสถานการชักบานปลาย

   "อื้อ" เด็กหญิงโบกมือลา ก่อนจะพูดต่อเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหายลับสายตาไปแล้ว

   "แปลกดีแฮะ...ยายนั่นน่ะ ในชั้นเรียนก็เห็นแหยขนาดนั้น...ทำไมต้องมาเป็นห่วงฉันด้วยล่ะ?"

   "อืม...มันก็มีหลายสาเหตุนะ แต่ให้พี่เดาล่ะก็ เค้าเห็นนานะเป็นเพื่อนน่ะสิ"

   "อืม...ก็ฟังเหมือนไม่มีเหตุผลอยู่ดี"

   "คิดว่าต่อไปนานะก็เข้าใจเองล่ะจ้ะ ว่าแต่พี่ไอนส์ช้าอีกแล้วแฮะ"

   "จริงสิ ภารกิจคราวนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ?"

   "อืม...ถ้าจะเล่าจริงๆมันก็ยาวน่ะนะ..."
==============================

อภิธานศัพท์

กาลาเทีย - Galatea

แอนดรอยด์ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นเหมือนตัวแทนของมนุษย์ มาจากความคิดที่ว่าร่างกายของมนุษย์นั้นไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของอวกาศ กาลาเทียนั้นมีหน้าที่ช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ปัญหาประชากรทำให้ต้องขยายถิ่นอาศัยไปยังอวกาศ จนกว่าการวิวัฒนาการจะทำหน้าที่ให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายในปัจจุบันได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ กาลาเทียก็จะเป็นเหมือนทายาทของมนุษย์ที่จะดำรงอยู่ต่อไป

เพื่อให้กาลาเทียเข้าใจมนุษย์ได้ จึงมีวงจร"พรีซิสฮาร์ท"ซึ่งเป็นเหมือนวงจรที่เป็นตัวตนและสำนึกของมนุษย์ไว้ กาลาเทียสามารถคิดแบบไม่ใช้เหตุผลและมีอารมณ์เหมือนมนุษย์ ข้อมูลของพรีซิสฮาร์ทนั้นพัฒนาตัวเองจากการเรียนรู้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโดยตรงจากภายนอกได้ การควบคุมจากภายนอกจึงไม่สามารถทำได้

เนื่องจากกาลาเทียนั้นสร้างแบบทีละคน จึงมีคุณสมบัติพื้นฐานต่างกัน ที่เหมือนกันก็คือแบทเทิลโหมดซึ่งจะปรับลิมิเตอร์ให้ใช้ความสามารถได้มากขึ้น ในสภาพนี้ ประสาทสัมผัสทั้งหมดจะเปลี่ยนการรับรู้จาก"ความรู้สึก"มาเป็น"ข้อมูล" (จากที่"รู้สึกเจ็บ" ก็จะเป็นรู้ว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บเฉยๆ) ตามร่างกายจะมีสล็อทซึ่งสามารถเปิดออกเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว กาลาเทียสามารถบังคับการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมดได้ผ่านความคิดจึงใช้งานได้คล่องกว่ามาก

โครงกระดูกจำลองเป็นไททาเนียมผสมเซรามิค ส่วนหัวและลำตัวจะมีผิวหนังเทียมชั้นที่สองเป็นสสารกึ่งของเหลวคล้ายกับ Non-Newtonian Fluid ( ) ที่ใช้ป้องกันวัตถุที่มีความเร็วสูงไม่ให้ทะลุ รวมทั้งทนความร้อนและรับน้ำหนักได้มาก จึงใช้ป้องกันโครงสร้างภายในได้ดี ส่วนแขนกับขาจะเป็นของเหลวแบบแข็งตัวเร็วแทน ส่วนสมองกลนั้นมีระบบป้องกันคลื่นแม่เหล็ก

เมื่อสร้างเสร็จแล้ว กาลาเทียแต่ละคนต้องใช้เวลาเรียนรู้เรื่องต่างๆไม่ต่างจากเด็กๆประมาณ5-6ปี และเนื่องจากพรีซิสฮาร์ทแต่ละอันนั้นไม่สามารถสร้างซ้ำได้ ถึงตอนนี้ก็มีกาลาเทียเพียงสามคนเท่านั้น

(ชื่อมาจากตำนานกรีก เป็นรูปปั้นหญิงสาวที่ปฏิมากรณ์พิกมาเลียนหลงรัก จนอโฟรไดท์เห็นใจเสกเป็นมนุษย์ให้ได้อยู่ด้วยกันสมใจอยาก)


อัลเทียร์ - Altear

ยานต้นแบบสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติการของกาลาเทีย เนื่องจากไม่ได้ออกแบบให้มนุษย์โดยสารจึงมีระบบไลฟ์ซัพพอร์ท เสบียง และ ห้องพักเพียงพอสำหรับใช้ในยามจำเป็นแค่สามคนเป็นอย่างมาก ระบบของอัลเทียร์นั้นติดตั้งพรีซิสฮาร์ทจึงมีบุคลิกเหมือนกาลาเทียและจะสร้างโฮโลแกรมเพื่อสื่อสารกับคนอื่นๆบนยาน บนยานนี้มีร่างแอนดรอยด์สำรองอยู่ ซึ่งเวลาเลิกปฏิบัติการอัลเทียร์ก็จะย้ายพรีซิสฮาร์ทไปไว้ในร่างแอนดรอยด์แล้วกลับบ้าน ซึ่งร่างแอนดรอยด์นี้จะเหมือนมนุษย์พอๆกับกาลาเทีย แต่ไม่มีระบบที่ใช้ต่อสู้ได้


สเลฟโปรแกรม - Slave Program

ระบบAIแบบจำกัด สเลฟโปรแกรมนั้นใช้กับอุปกรณ์ต่างๆของกาลาเทีย หลังการเชื่อมต่อโปรแกรมแล้วกาลาเทียจะควบคุมอุปกรณ์ได้แม้จะเป็นระยะห่าง สเลฟโปรแกรมแต่ละชุดนั้นเขียนไว้สำหรับกาลาเทียเพียงคนเดียวเพื่อป้องกันการควบคุมจากภายนอก และมีแต่การควบคุมจากพรีซิสฮาร์ทที่จะปิดสเลฟโปรแกรมที่ทำงานอยู่ได้


ไซเบอริสท์ - Cyberrist ("Cyber"natic terro"rist")

กลุ่มเครื่องจักรที่มีพฤติกรรมคล้ายสิ่งมีชีวิต มีความสามารถในการยึดครองระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องจักรอื่นๆได้อย่างง่ายดาย ไซเบอริสท์จะทำลายมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงจนหมดก่อน จากนั้นจึงแยกชิ้นส่วนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มจำนวนตัวเองเหมือนทำรัง ไซเบอริสท์มีความคิดของตัวเอง แต่ก็เหมือนจะทำงานตามระบบบางอย่าง ไซเบอริสท์ที่พบได้มากที่สุดเป็นยานอวกาศทรงปลากระเบนขนาดเล็กมีขา แต่ก็มีรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย

ขณะนี้ยืนยันได้แล้วว่าไซเบอริสท์นั้นมีที่มาจากโลก แต่เนื่องจากขาดการติดต่อกับอาณานิคมรอบนอกไปนานจึงไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริง


วาซิลลา - Vasilla

ดาวเคราะห์ในกลุ่มซิกมาดราโกนิส มีทรัพยากรมากมายแต่สภาพแวดล้อมเลวร้ายจนไม่อาจปรับสภาพเต็มขั้นได้ จึงมีจำนวนประชากรเพียงเท่าที่ไบโอโดมจะรองรับได้เท่านั้น ความจำเป็นข้อนี้ทำให้เทคโนโลยีเกี่ยวกับหุ่นยนต์และแอนดรอยด์ของวาซิลลาพัฒนาไปเร็วเป็นพิเศษ และเป็นที่ที่โครงการกาลาเทียเติบโตเป็นรูปร่าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2011, 12:19:37 PM โดย Kuruni » บันทึกการเข้า


เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
Replikia
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 576



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 07:00:35 PM »

ชอบตรงที่เปลี่ยนความรู้สึกเป็นข้อมูลแฮะ.... แต่อ่านแล้วแอบนึกว่าจะมีแล้ว7ตัวซะอีก(ฮา) สเฟลโปรแกรม อ่านแล้วนึกถึงคอนเน็คท์สเลฟของVF-25เลยครับ 
บันทึกการเข้า

บล็อคของคนบ้าหาเรื่องใส่ตัว... แปลมันไปได้ไง(ฟระ....) http://replikia.exteen.com/
PurpleHaze
Ace Pilot
****
กระทู้: 292


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 07:55:31 PM »

ข้อมูลแน่นแจ่มเลยครับ
บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
Kuruni
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1074


俺の彼女はロリ!

kuruni_chan@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 12:14:40 PM »

อ้างถึง
แต่อ่านแล้วแอบนึกว่าจะมีแล้ว7ตัวซะอีก(ฮา)

ไม่ได้เขียนถึงเพราะคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่น่ะครับ (จริงๆคือกั๊กไว้เผื่อตอนต่อๆไปด้วย ฮา) แต่ที่คิดไว้คือชื่อนั้นตั้งตามหมายเลขของบอดี้ที่ใช้ครั้งแรกน่ะครับ

ไอนส์ (1) นั้นเป็นรุ่นแรกสุด แต่เปลี่ยนบอดี้มาแล้วสองครั้ง (2กับ3)

ส่วนหมายเลข4เป็นบอดี้ต้นแบบของเบญจ (5)

หมายเลข6ควรจะเป็นอัลเทียร์ แต่เพราะไม่มีคุณสมบัติด้านการต่อสู้ก็เลยไม่ได้เรียกตามเลข

ส่วนานะก็7นั่นแล
บันทึกการเข้า


เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: