หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: -Code Farfalla-  (อ่าน 956 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: เมษายน 16, 2011, 11:41:01 PM »

Prologue -Another Bad Days-

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตารึเปล่า? รักแรกพบล่ะ? พรมลิขิตล่ะ? ชะตากรรม? ผมไม่เชื่อไอ้เรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก ชีวิตมนุษย์เรามันก็ต้องเลือกด้วยตัวของเราเองสิ อะไรที่มันเกิดขึ้นคล้ายๆกันมันก็แค่เหตุบังเอิญเท่านั้น ใช่เป็นเหตุบังเอิญเท่านั้นแหละ

เพียงแต่มันก็มีบ้าง ที่พอบังเอิญแล้วมันจะบังเอิญซ้ำๆ และบังเอิญมากไปหน่อยทั้งๆที่เราไม่ได้ต้องการมันเลยแท้ๆ

-----------------------------------

"ซวยชะมัดเลย จนกรอบจนไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อแกลบกิน ทำงานวันแรกก็ทำจานแตกไปตั้งสองใบ เงินซื้ออาหารเที่ยงก็ไม่มีแต่ที่แย่ที่สุดก็คือ..."เด็กหนุ่มผมดำเอ่ยบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาแอบอยู่ในบริเวณชั้นล่างของตึกร้างที่เรียกได้ว่าเป็นเศษซากตึกถึงจะถูก ส่วนข้างนอกนั้นได้ยินแต่เสียงระเบิดตูมๆ

"ที่แย่ที่สุดก็คือ ทำไมไอ้พวกกองทัพกับพวกต่อต้าน มันต้องนัดกันมายิงวันนี้ ที่นี้และตอนนี้ด้วยฟร่ะ!!"น่าเสียดายที่เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มนามผมดำหรือ"ริกกะ ซีซิก"ต้องถูกเสียงกระสุนปืนและเสียงปืนใหญ่จากการต่อสู้ของเหล่าAAของทั้งสองฝ่ายในเมืองกลบจนมิดไป

แต่ถึงจะบ่นนั้นบ่นนี้เขาก็ยังตั้งใจฟังสถานการณ์ข้างนอก ถ้าเกิดเสียงกระสุนและเสียงระเบิดใกล้ๆนี้สงบลงเมื่อไรแล้วล่ะก็ เขาก็จะสามารถย่องและเผ่นออกจากบริเวณนี้และหลบหนีออกไปนอกเมืองได้นะสิ แต่มันไม่มีทีท่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย

"ให้ตายสิ หวังว่ามันจะพักกินข้าวเที่ยงกันบ้างนะ อะ นี้มันจะเย็นแล้วต้องข้าวเย็นนะสิ....ยิงกันมาได้สามชั่วโมงแล้วรึ?"เขาพึมพำขณะพึมพำอย่างเหนื่อยอ่อนและยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู สามชั่วโมงนับว่าเยอะอยู่สำหรับหนึ่งสมรภูมิแต่แบตเตอรี่ส่วนใหญ่ของAAใช้งานได้เกือบแปดชั่วโมงแต่ปกติ ยิงกันหนึ่งชั่วโมงก็แทบจะรู้ผลแล้วว่าฝ่ายไหนแพ้ฝ่ายไหนชนะ สัมภาระของเขามีเพียงย่ามเล็กๆที่ใส่ของสำคัญเอาไว้เท่านั้น จากย่ามบ่งบอกได้ว่าริกกะมีประสบการณ์ในการหลบหนีออกจากเมืองที่กลายเป็นสมรภูมิรบอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็ไม่แปลกสำหรับคนที่ท่องเที่ยวไปตามชานเมืองและชายแดนของจักรวรรดิอยู่เป็นประจำ และเพราะเหตุนี้เขาเลยสามารถคุมสติในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เอาไว้ได้

"ยะ ยอมแพ้!! อ้ากกกก!!!"

"หืม...ป๊อดแบบนี้แสดงว่าพวกกลุ่มต่อต้านสินะ แหง่ละเมื้อกี้ได้ยินเสียงจรวดยิงกันป่าวๆ AAของกลุ่มต่อต้านในเมืองนี้ไม่มีเครื่องไหนติดจรวดเอาไว้เลยถึงมีก็ต้องระดับหัวหน้า อืมได้โอกาสละ ขอร้องละนะรีบไปตายไกลๆหุ่นหน่อย"ริกกะวิเคราะห์พร้อมกับหยิบย่ามขึ้นมาแล้วค่อยๆเคลื่อนที่ไปบริเวณขอบประตูอาคารแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู นักบินของกลุ่มต่อต้านคนนึงเปิดค็อกพิตของAA รุ่นไลท์เกียร์ออกแล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต จริงๆถือเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดอยู่ในหุ่นยังจะปลอดภัยซะมากกว่า นั่นก็เพราะ...

สไนเซอร์ AAรุ่นใหม่ของกองทัพหลวงสามตัวเคลื่อนที่ตามนักบินโชคร้ายคนนั้นไปอย่างกระชั้นชิดทันที

"เล่นยิงถล่มกันไม่สนบ้านเมืองแบบนี้ ไอ้หน่วยที่มาบุกเนี่ย มันไม่ใช่ประเภทที่จะปล่อยนกปล่อยปลาเป็นประจำหรอกนะ"ริกกะพึมพำพร้อมค่อยๆย่องออกมา โดยเขามีเป้าหมายก็คือเคลื่อนที่ไปที่ไลท์นิ่งเกียร์สีดำที่นักบินกลุ่มต่อต้านผู้โชคร้ายคนนั้นทิ้งเอาไว้

ริกกะได้ยินเสียงปืนกล ซึ่งต้องเป็นของสไนเซอร์เมื่อครู่เครื่องใดก็เครื่องหนึ่งแน่ๆ ตามมาด้วยเสียงโหยหวนอย่าน่าอนาถ เกมโอเวอร์แล้วสินะคุณนักบินกลุ่มต่อต้าน

ริกกะไม่ได้สนใจอะไรมาก โชคดีที่ไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นเครื่องยังคงเปิดเอาไว้อยู่ หน้าจอและมอนิเตอร์รวมถึงแผงควบคุมย่อยๆจำนวนมากปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา เมื่อเขาปีนขึ้นไปบริเวณที่นั่งคนขับ เนื่องด้วยความสูง3เมตรกว่าๆของAAทำให้ไม่มีปัญหาในการขึ้นไปขับขี่แต่อย่างใด

ริกกะเข้าไปนั่งที่ค็อกพิตแล้วสวมแขนทั้งสองข้างเข้ากับสูทบังคับก่อนจะรัดเข็มขัด ท่อนล่างบังคับด้วยคันโยก ท่อนบนบังคับด้วยระบบจับการเคลื่อนไหว เพราะไอ้ระบบควบคุมที่ง่ายต่อการเรียนรู้พอๆกับการขับรถ ทำให้คนทั่วไปเรียนรู้ที่จะขับAAได้ในเวลาไม่นาน แต่ตัวริกกะนั้นต่างออกไป เขามีประสบการณ์ขับหุ่นมากกว่าห้าสิบครั้ง ไม่ว่าจะเป็นขับทำงาน ใช้ขนของหรือใช้มันต่อสู้ก็ตาม

"พลังงานยังเหลืออยู่อีกเยอะ จะรีบหนีไปทำไมกันน่า หืมติดตั้งปืนกลเบา แพ็คสำรองเหลือแพ็คเดียว ออแบบนี้นิเองกระสุนจะหมดแล้ว แต่ว่าตั้งเมนคาเมร่าได้แย่จริงๆ อยากจะขับสบายๆสิถ้า แต่ไอ้แบบนี้มันเล็งยิงแม้แต่หมาข้างถนนยังไม่โดนเลย มิน่าละยิงมั่วจนกระสุนหมดนิเอง"ริกกะตั้งระบบหุ่นใหม่ไป พร้อมกับบ่นไปพลาง ตัวเลขสีเขียวรันขึ้นมาบนหน้าจอสีฟ้าอ่อน คันโยกส่องแสง กล้องตาเดียวที่หัวของหุ่นหมุนขยับไปมาในทีุ่ดไลท์นิ่งเกียร์ตัวนี้ก็พร้อมใช้งานในเวลาไม่ถึงห้านาที ต้องขอบคุณที่กลุ่มสไนเซอร์เมื่อครู่ไม่ย้อนกลับมา

"ดีล่ะงั้นก็ เดิน.....เอ๊ะ....หู....หาง?"ริกกะชะงักไปขณะกำลังจะปิดค็อกพิต นั้นก็เพราะเขาถูกจ่อปืนใส่ หญิงสาวผมสีเหลืองอ่อนยาวไหลลงมาถึงหลังในเสื้อสีดำปนเทาสวมแจ้กเก็ตสีน้ำตาลสีตกจนสีดูจืดๆและกางเกงยีนส์สีจางๆกำลังจ่อปืนพกมาใส่เขา ดูสารรูปแล้วไม่น่าจะใช่คนของกลุ่มต่อต้านแน่ๆ แล้วก็ไม่น่าจะใช่คนธรรมดา เพราะบนหัวของเธอมีหูจิ้งจอกงอกออกมา กางเกงยีนส์ก็เจาะรูให้หางจิ้งจอกเล็กๆโผล่พ้นออกและสะบัดไปมาได้

เธอเป็นโมโนโนเคะ มนุษย์มีหูและหางสัตว์ ว่ากันว่าพวกเขาสืบสายเลือดมาจากสัตว์เทพในอดีต ปัจจุบันเหลืออยู่น้อยมากๆ ส่วนใหญ่จะเห็นได้จากเชื้อพระวงค์บางคนเท่านั้นที่เป็นโมโนโนเคะ นอกจากโมโนโนเคะจะมีจุดเด่นที่หูและหางแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของพวกเขาก็คือโมโนโนเคะที่เป็นผู้หญิง ไม่เคยมีคนใดเลยที่หน้าอกต่ำกว่าCคัพเพราะงั้นส่วนใหญ่เหล่าโมโนโนเคะสาวจะอึ๋มทะลุโลกกันหมด เธอคนนี้ก็ด้วย อกล้ำหน้าจนจะมาชนหัวของริกกะแล้ว กะจะขนาดก็ประมาณDคัพเห็นจะได้

"อย่ามาแย่งสิ หุ่นตัวนี้น่ะฉันเห็นก่อนนะ"หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมกับขึ้นนกปืนแล้วแสยะยิ้ม ดูก็รู้ว่ายัยนี้ยิงเขาทิ้งได้อย่างไม่ลังเล

"นี้ยัยจิ้งจอกเห็นก่อนหรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เลิกเอาของอันตรายนั้นจ่อหน้าฉันก่อนสิ แล้วฉันจะลุกออกให้"ริกกะตอกกลับมาอย่างเซ็งๆ ถึงเขาจะเสียเปรียบเขาต้องพยามต่อรองให้เขาได้เปรียบที่สุดให้ได้ ถึงแม้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็เถอะ

"ได้สิ จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้อยากขับAAที่ห้องนักบินเหม็นเลือดเท่าไรหรอก"ว่าแล้วเธอก็ลดปืนลงแล้วเขยิบให้ริกกะได้ออกมาจากค็อกพิต นับว่าเป็นแม่สาวที่ใจดีผิดคาดหรือเพราะรู้ว่าเขาต่อรองสู้เธอไม่ได้แน่นอนรึเปล่าก็ไม่รู้....

แต่ก่อนที่เขาจะได้ปลดเข็มขัดนิรภัย หน้าจอเรดาห์ก็แสดงตำแหน่งของสไนเซอร์สามเครื่องที่มันจับได้ ท่าทางไอ้สามเครื่องนั้นย้อนกลับมาทางเดิมแน่ๆแถมดูจากระยะแล้วน่าจะมาถึงจุดนี้ภายในสองสามนาทีเสียด้วย

สาวจิ้งจอกเองก็ดูเหมือนจะเห็นหน้าจอและเหมือนจะรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นเธอหมุนตัวมานั่งตักริกกะอย่างรวดเร็วแล้วกดปิดฝาค็อกพิตทันที

"ทะ ทำอะไรของเธอเนี่ย!!!"ริกกะโวยวาย มีสาวมานั่งตักแถมก้นยังไปแหมะหว่างขาของเขาพอดีแบบนี้ ชายหนุ่มที่ไหนก็อดตื่นเต้นไม่ได้ละนะ แต่เธอจ่อปืนใส่คางของริกกะทันทีในขณะที่เขายังตื่นตะลึงอยู่ก่อนจะเอ่ยว่า

"ไม่มีทางเลือกนิ ขับไปตามทางที่บอก หวังว่านายคงจะมีฝีมือนะ..."

"หา? เอาเถอะ!เป็นไงเป็นกัน!!!!"ริกกะที่จับต้นชนปลายไม่ถูกดังคันโยกและบังคับไลท์เกียร์เดินหน้าพุ่งไถลด้วยล้อติดเท้าไปทันที

แต่เขาไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหว่างขาของเขานั้น จะทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายขึ้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

Prologue -Another Bad Days- จบ

-----------------------------------
Index

Prologue -Another Bad Days- [Rep.0,P1]
Chapter 1 -Magnet Butterfly- [Rep.1,P1]
Chapter 2 -Rocket Punch- [Rep.2,P1]
Chapter 3 -Power Of Railrifle- [Rep.3-4,P1]
Chapter 4 -A Lonely Girl- [Rep.5,P1]
Chapter 5 -Town In Valley- [Rep.6,P1]
Chapter 6 -Lolita Loliluli- [Rep.7,P1]
Chapter 7 -Cat In The Mow- [Rep.8-9,P1]
Chapter 8 -Reason For A Fight- [Rep.10,P1]
Chapter 9 -Amazing Forest- [Rep.11,P1]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 21, 2011, 02:39:53 AM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 17, 2011, 03:32:41 AM »

Chapter 1 -Magnet Butterfly-

เมืองไอโอนิค เมือเก่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณปลายๆของจักรวรรดิ์ในเขตปกครองที่11 เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันในตอนเช้า และเงียบสงบนิ่งน่าหลงใหลในยามค่ำคืน ผู้คนที่นี้ใช้ชีวิตง่ายๆไม่หรูหรา แม้ว่าจะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูด แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักหรือเที่ยวชมที่นี้กันเยอะ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ไม่มีใครมาเลย เพราะเมืองนี้กลายเป็นสมรภูมิที่ทัพหลวงกับฝ่ายต่อต้า่นกำลังยิงกันอยู่นะสิ

-----------------------------------

"โดนเซ่!!!"ริกกะคำราม หลังจากเขาไสลด์ตัวหุ่นกลับมาข้างหลังอย่างรวดเร็วและเล็งปืนกลใส่กลุ่มของสไนเซอร์สามตัวที่ตามมา

กระสุนพุ่งผ่านอากาศออกไปปะทะกับเป้าหมายที่เป็นหุ่นสไนเซอร์ตัวหนึ่งอย่างจัง แต่ดูเหมือนจะยิงไม่เข้าเลยแฮะ...มันยังคงพุ่งตัวเข้ามาแบบไม่กลัวอะไรจนเขาต้องตัดสินใจหมุนเครื่องไลท์นิ่งเกียร์กลับแล้วพุ่งซิกแซกหลบกระสุนที่ยิงสวนใส่แทน

"ก็รู้อยู่หรอกรุ่นใหม่แต่ถึงขนาดกันกระสุนปืนได้นี้ มันจะโกงกันไปแล้วนะ! อย่าบอกนะว่าไอ้เจ้าเครื่องนั้นมันใช้พลังจิตโดนยิงแล้วลด10น่ะ?"ริกกะโวยวายออกมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไอ้พลังจิตโดนแล้วลด10นั้นมันมาจากเกมอะไร แต่ดูเหมือนสาวจิ้งจอกที่นั่งตักเขาอยู่จะอดขำไม่ได้ อันที่จริงคือ ตั้งแต่หลบหนีมาแล้วพวกสไนเซอร์ตามมาทัน เขาก็ต้องเริ่มยิงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัว ไม่ก็หลบหลีกกระสุนที่ยิงมาซึ่งแน่นอนว่าริกกะก็ต้องบ่นออกไปตามประสา ซึ่งยิ่งบ่นไปเรื่อยๆเหมือนว่าริกกะจะเริ่มเผยรสนิยมชื่นชอบอนิเมทหุ่นยนต์ไม่ก็เกมหุ่นออกมามากขึ้นทุกที แต่เธอชอบในความรั่วข้อนี้ เพราะมันทำลายบรรยากาศเครียดๆได้เป็นอย่างดี

"พวกนี้เป็นหน่วย"เอ็นสวาท"นะ หน่วยเดินหน้าฆ่าทำลายล้างลูกเดียวของกองทัพหลวง คงโมเกราะมันมาให้แข็งกว่าปกติ ปืนกลธรรมดายิงจากระยะไกลแบบนี้คงไม่เข้าหรอก"สาวจิ้งจอกเอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะคิกคักก็จะเหล่มองหน้าจอตรงหน้าแล้วเอ่ยว่า

"ข้างหน้านั้นเลี้ยวซ้ายนะแล้วก็เลี้ยวขวาอีกที"

"ทางนั้น อุโมงค์นิ? อะ ออ!!!"ริกกะหัวใสเกิดไอเดียปิ้งทันที เขาเร่งเครื่องเต็มกำลังแล้วไถลซอกแซกไปตามเส้นทางที่สาวจิ้งจอกบอก และพุ่งผ่านอุโมงค์ไปอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกสไนเซอร์จะมาถึงทางเข้าอุโมงค์ซะอีก เมื่อพ้นปุบเขาก็บังคับเครื่องให้ไถลไปหลบอยู่ที่มุมอับด้านข้างทางออกของอุโมงค์ และก็รอให้เป็นไปตามที่เขาคิด

ไลท์เกียร์นั้นสามารถซ่อนตรงมุมได้อย่างมิดชิดและเมื่อสไนเซอร์พวกนั้นพุ่งลอดผ่านอุโมงค์ไปก็ไม่มีเครื่องไหนสังเกตเห็นเขาเลย ซึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะหน้าจอของไลท์เกียร์ที่ริกกะบังคับ ขึ้นเป้าล็อกสำหรับยิงเตรียมเอาไว้แล้ว

"ตรงนั้นแหละ!!!"เขาตะโกนพร้่อมกับเหนี่ยวไก กระสุนปืนกลพุ่งไปตามตำแหน่งที่เขาเล็ง นั้นก็คือบริเวณล้อของสไนเซอร์สามเครื่องนั้น ถ้าเล่นงานตรงๆไม่ได้ก็ต้องใช้ทีเผลอกระสุนเข้าไปคัดลูกล้อทำให้หุ่นของพวกนั้นตัวหนึ่งพุ่งเป๋ไปและไปชนอีกตัวล้มลง สไนเซอร์พวกนี้เสริมเกราะเพิ่มจนทำให้สมดุลการทรงตัวแย่ลงกว่าเดิมเลยทำให้ล้มได้ง่ายๆด้วยประการฉะนี้

สไนเซอร์ตัวจ่าฝูงทำท่าจะหันกลับมายิง ริกกะก็ไสลด์ตัวกลับเข้าไปในอุโมงค์และดับไฟที่เมนคามาเมร่า ในสภาพยามเย็นและมีแสงอาทิตย์อัศดงแบบนี้ ประกอบกับสีAAของกลุ่มต่อต้านที่ทาเป็นสีออกโทนดำ ทำให้ไลท์เกียร์ที่ริกกะบังคับกลืนหายไปกับความมืดในอุโมงค์

สไนเซอร์ตัวเดิมประเคนกระสุนปืนเข้ามาซ้ำใส่แต่น่าเสียดายที่ริกกะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องซ้ำมาแน่ๆเขาเลยไสลด์หลบหลีกกระสุนในความมืด อีกฝ่ายมองเขาไม่เห็น แต่เขาเห็นอย่า่งชัดเจน นี้เป็นการนำเอาสภาพแวดล้อมมาใช้ให้เป็นประโยชน์สินะ

"อาบาโย~"ริกกะเอ่ยอย่างเริงร่า

"อาดิโอส~"แม่สาวจิ้งจอกก็เล่นไปกับเขาด้วยแฮะ เมื่อพ้นปลายอุโมงค์เขาก็รีบเร่งเครื่องหนีไปอีกทางและหายลับไปไม่เห็นซไนเซอร์ตัวนั้นได้เห็นและตามมาทัน พวกเขาหนีพ้นแล้ว

"เฮ้อ เหนื่อยชะมัดเลยว่าแต่ นี้เธอจะไปลงที่ไหนละ? นอกเมือง?"ริกกะเอ่ยถามพร้อมกับปาดเหงื่อ ทางด้านสาวจิ้งจอกไม่เอ่ยตอบอะไรนอกจากกดพิกัดในแผงคอนโซล มันคือตำแหน่งชุมชนโรงงานบริเวณชานเมือง

"ตรงนั้นเหรอ...คนละด้านกับทิศที่พวกกองทัพหลวงบุกเข้ามาในเมืองเลยนิน่า ดีละคงไม่เจอศัตรูแน่ๆ!"ริกกะเอ่ยพร้อมกับรีบเคลื่อนที่ไปยังพิกัดตามสั่งทันที ตลอดเส้นทางนั้นจิ้งจอกสาวไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาอีกแต่อย่างน้อยริกกะก็วางใจ เพราะเธอเลิกเอาปืนจ่อเข้าแล้วนั้นเอง

"ถึงแล้วละ!"ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงตามพิกัดที่กำหนดจนได้ มันเป็นโรงงานร้างขนาดใหญ่ แต่จะว่าไป ในตอนที่เกิดสงครามขึ้นแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็หนีออกไปนอกเมืองกันหมดแล้วละ

จิ้งจอกสาวเปิดฝาค็อกพิตออกก่อนจะค่อยๆก้าวลงจากค็อกพิตแล้วเอ่ยออกมาว่า"ขอบคุณมาก เป็นเกียรติที่ได้ร่วมเดินทางด้วยแม้จะสั้นๆ มีวาสนาอาจจะได้เจอกันอีกนะ"

"อะ เอ่อ...อืม..."ริกกะรับคำไปอย่างมึนงง ช่างเป็นผู้หญิงที่แปลกประหลาดจริงๆแต่ก่อนที่เขาจะจากไปเขาก็ได้ยิงเสียง

"ใครนะ!!!" เสียงของผู้ชายท่าทางจะเป็นวัยหนุ่มด้วย ริกกะรีบชะโงกหน้าออกมาจากค็อกพิตเพื่อมาดูทันที

ภาพที่เห็นก็คือเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลสั้นในชุดคลุมสีขาวลายฟ้า ซึ่งริกกะดูปุบรู้ปั้บว่าเป็นชุดของพวกนักบวช"ศาสนามารีอา"แน่ๆ ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดในจักรวรรดิกีรัล

แต่ที่น่า่แปลกก็คือนักบวชหนุ่มคนนั้นถือปืนกลอยู่แล้วเล็งไปที่แม่สาวจิ้งจอกนะสิแต่เมื่อแม่สาวจิ้งจอกคนนั้นเดินเข้าไปใกล้ๆจนเขาสังเกตเห็นได้ นักบวชคนนั้นก็ลดปืนลงแล้วรีบคุกเข่าทันทีพร้อมเอ่ยออกมาว่า

"ขะ ขออภัยที่เสียมารยาทครับองค์หญิง!"

"ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่ถือ ว่าแต่โซบิ"ผีเสื้อ"เป็นยังไงบ้าง?"แม่สาวจิ้งจอกเอ่ยถามพร้อมกับปัดผมก่อนที่หนุ่มนักบวชที่สาวจิ้งจอกเรียกว่าโซบิจะเอ่ยรายงานออกมาว่า"ครับ ทุกอย่างสมบูรณ์แล้วเหลือแต่ข้อมูลของเรลไรเฟิลเท่านั้นที่ต้องปรับแต่งอีกนิด ว่าแต่ หมอนั้นเป็นใครรึครับ?"

หมอนั้นที่พูดถึงก็ไม่พ้นริกกะนั้นแหละ เนื่องจากเขาแอบดูเหตุการณ์อยู่เลยไม่ได้เคลื่อนที่AAกลับออกไป แม่สาวจิ้งจอกนั้นหันหลับมาพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ย์ จนริกกะทีเ่ห็นต้องกลืนน้ำลายดังอึก ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงอันดังให้เขาได้ยินด้วยทันทีว่า

"เบ๊คนใหม่น่ะ"

-----------------------------------

ขณะเดียวกัน เมืองหลวงของจักรวรรดิกีรัล"วันติกา"หลังจากองค์หญิงวาเอลีนหายสาบสูญไปและองค์ชายอาร์ดิมุนก่อตั้งกองกำลังต่อต้านขึ้นมา วังหลวงก็ยุ่งไม่เว้นวัน ในตอนนี้นายพลหญิงเอเลน่าเป็นผู้รักษาการประเทศสูงสุดอยู่ ตามจริงแล้วต้องคัดคนในราชวงค์คนอื่นขึ้นมาปกครองแทนแต่เนื่องจากคนในราชวงค์ล้วนพร้อมใจเสนอให้นายพลหญิงเอเลน่าเป็นผู้รักษาการกันแทนทั้งหมด เธอจึงต้องยึดตามมตินี้อย่างเสียไม่ได้และวันนี้ก็เช่นเคย เธอกำลังนั่งจ้องเอกสารรายงานกองโตในห้องทำงานของตัวเองอยู่เหมือนกับทุกที

นายพลหญิงเอลน่าอายุ32ปี หน้าอกอีคัพ สถานภาพโสดสนิททั้งๆที่เป็นคนสวยถึงขนาดถูกเสนอชื่อเข้าประกวดนางงามของกองทัพ แต่เนื่องจากเธอไม่สนใจเรื่องไร้สาระแล้วแทบจะแต่งกับงานที่ทำก็เลยยังทำให้โสดสนิทถึงปัจจุบัน บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่เข้ามาจีบต่างก็ต้องยอมแพ้กับความบ้างานของเธอกันซะหมด เธอเป็นนายพลหญิงที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่ประวัติศาตร์เคยมีมาของกองทัพ เป็นหญิงสาวที่ฉลาดทั้งบู้และบุ๋นโดยเธอเริ่มงานจากการเป็นองค์รักษ์ประจำตัวให้กับเจ้าหญิงวาเอลีนตั้งแต่เจ้าหญิงเกิดออกมาจากท้องของมารดา โดยตอนนั้นเธอมีอายุเพียงแค่15ปี และก็ไต่เต้าตำแหน่งจากหน้าที่การงานมาเรื่อยๆแต่ยังคงเป็นองค์รักษ์ให้กับเจ้าหญิงวาเอลีนอยู่จนกระทั้งเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารขึ้นมา หลังจากเหตุการณ์นั้นเธอถูกถอดยศและถูกสั่งขังเป็นเวลาสามปีจากมติของกองทัพ แต่ก็ได้รับการอภัยโทษทันทีเมื่อเหล่าราชวงค์ต้องการให้เธอมาบริหารประเทศ

แต่ประวัติที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้มีอะไรสลักสำคัญเท่าไรหรอก สาระมันก็คือ...

"เข้ามาได้"เอเลน่าเอ่ยออกมาอย่างเรียบๆเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องเบาๆสามที เธอกำลังตรวจเช็คเอกสารอยู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะเธอก็วางเอกสารลงแล้วจัดผมยาวสีน้ำตาลไหม้ของเธอให้เข้ารูปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเชื้อเชิญ

ผู้ที่เดินเข้ามาในห้องเป็นชายแก่ผมขาวทั้งหัว เป็นหนึ่งในคณะทหารอาวุโสของสภาพกองทัพ วุฒิสมาชิก"กาซอน ไลท์แมน" เขาเอ่ยพร้อมหยิบเอาซองเอกสารที่พกมาด้วยขึ้นมาทันทีเมื่อเหยียบย่างเข้ามาในห้อง

"ท่านผู้รักษาการ เราพบเบาะแสเรื่องคนที่น่าจะเป็นองค์หญิงวาเอลีน"

"หืม? หวังว่าคงไม่ใช่ข่าวลวงนะค่ะคุณกาซอน?"เธอเลิกคิ้วอย่างสงสัยขณะยื่นมือรับซองเอกสารนั้นมาแล้วเปิดดู

"ดูด้วยตาคุณเองเถอะ ลองใช้เครื่องตรวจสอบก็ได้ ภาพถ่ายนี้ไม่มีการต่อเติมเลย ผมมั่นใจว่าต้องใช่องค์หญิงวาเอลีนแน่ๆ แต่ที่เอามาให้คุณดูเพราะผมคิดว่าไม่มีใครรู้จักองค์หญิงดีเท่าคุณอีกแล้ว"กาซอนเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มเศร้าๆ

"ถ่ายได้ทีไหนคะ?"เธอถามทันทีเมื่อเห็นรูปภาพในซองเอกสาร

"สะพานลินเบิร์คแถวเมืองไอโอนิค เขตปกครองที่11"

"ที่นั้นถูกกองกำลังต่อต้านยึดเอาไว้อยู่ ทัพของเราทำการเข้าไปบุกโจมตีวันนี้นิน่า"เอเลน่าเลิกคิ้วพร้อมหันไปมองกาซอนเขาก็พยักหน้าก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาว่า"ฉันจะไปที่ห้องวิทยุ คุณมากับฉันด้วยนะค่ะ เราจะติดต่อไปที่กองทัพในเมืองไอโอนิคกัน"

เอ่ยจบนายพลหญิงก็ลุกขึ้นพร้อมกับลากทหารชราออกจากห้องไปทันที โดยวางรูปที่กาซอนให้มาไว้บนโต๊ะทำงาน รูปที่ภายในเป็นภาพหญิงสาวผมสีเหลืองอ่อนยาว นัตย์ตาสีส้มฉายแววสดใส มีหูและหางจิ้งจองปรากฎเอาไว้อยู่อย่างชัดเจน...

-----------------------------------

"อมนักบวชทั้งศาสนามารีอามาพูดก็ไม่เชื่อ ไม่เห็นเหมือนเลย!!!"ริกกะตะโกนเถียงออกมาเสียงดัง ตอนนี้เขากำลังเถียงกับบักบวชหนุ่มโซบิ หลังจากโดนสาวจิ้งจอกเรียกว่าเบ๊ เขาก็กระโดดลงมาจากAAวิ่งเข้ามาเพื่อเคลียร์กับแม่สาวจิ้งจอกทันทีแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อนักบวชนามโซบิพุ่งออกมารับหน้าแทนแทบจะทันทีพร้อมเอ่ยว่า

"แกจะทำอะไรกับเจ้าหญิง"วาเอลีน"น่ะ!"

มันก็เลยกลายมาเป็นประเด็นยาวมาซะฉะนี้ องค์หญิงวาเอลีนที่ริกกะเห็นทางทีวี พอกหน้าขาวจั๊วะทาปากแดงแจ๊ดแล้วสวมผ้าคลุมหัวมิดจนไม่เห็นผมและแถมยังใส่ชุดคลุมเอาไว้ตลอดเวลา เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่เหมือนแม่จิ้งจอกคนนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เอ๊ะ เพราะแต่งตัวแบบนั้นทำให้เขาและประชาชนไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงขององค์หญิงวาเอลีนซะที

"จะเชื่อหรือไม่เชื่อไม่ใช่เรื่องสำคัญ...."จิ้งจอกสาวเอ่ยตัดบทการโต้เถียงก่อนจะชักปืนขึ้นมาจ่อหัวริกกะ แน่นอนว่ารอบนี้เขาก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยทำหน้าเหวอตกใจสุดๆ

"ตอนนี้ปัญหาของนายก็คือ นายรู้ตัวจริงของฉันแล้ว ถึงนายจะไม่เชื่อก็ไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้นายมีทางเลือกสองทาง หนึ่งคือยืนนิ่งให้ฉันเป่าสมองนายให้ดับ สองก็คือมาเป็นเบ๊ฉัน!"จิ้งจอกสาวที่เรียกตัวเองว่าเป็นองค์หญิงวาเอลีนเสนอทางออกมาให้สองวิธีพร้อมกับแสยะยิ้มชั่วร้าย และนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ริกกะไม่มีโอกาสต่อรองอะไรได้อีกแล้วตามเคย

"บังคับกันนิหว่า! ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิงจริงและยังไม่ตาย ทำไมถึงต้องมาทำหลบๆซ่อนๆแบบนี้ล่ะ? ถ้าแค่เธอกลับไปแสดงตัว เมืองหลวงเอย กองทัพเอยก็จะตกอยู่ใต้อำนาจของเธอแล้วไม่ใช่เหรอ?"ริกกะเอ่ยถาม ไหนๆถ้าจะต้องเลือกแล้วเขาอยากเลือกแบบไม่มีข้อข้องใจใดๆติดอยู่ซะก่อน และเขาก็หวังว่าสาวจิ้งจอกที่เรียกตัวเองว่าองค์หญิงวาเอลีนคนนี้จะเข้าใจความต้องการของเขา ยอมตอบคำถามมาแต่โดยดี

"มันมีหลายเรื่องนะ แต่ที่ไหนๆสำหรับฉันตอนนี้ก็ไม่ปลอดภัยยกเว้นที่โบสท์หลวงของมารีอา ฉันอยากให้นายเป็นลูกน้องฉัน คอยช่วยพาฉันเดินทางไปที่นั้นอย่างน้อยๆนายก็มีฝีมือขับAAพอตัวอยู่ ไม่ต้องห่วงแล้วจะจ่ายค่าตอบแทนให้แน่ๆ"เธอเ่อ่ยออกมาเป็นประโยคสรุปใจความที่เข้าใจง่ายดีแท้ สรุปคืออยากได้ริกกะมาเป็นบอดี้การ์ดให้สินะ แต่ไอ้โบสท์หลวงของมารีอา มันอยู่คนละเขตและคนละภาคกับเมืองไอโอนิกเรียกได้ว่าแทบจะเดินทางจากสุดตะวันออกไปสุดตะวันตกกันเลยทีเดียว

"ว่าไงจะตกลงไหม?"เธอเ่อ่ยถามย้ำพร้อมกับเลื่อนกระบอกปืนพกเข้ามากระแทกใส่หัวเขาเบาๆ ริกกะเหงื่อแตกพลั่ก จริงๆการตัดสินใจมันง่ายอยู่แล้วแต่พอนึกถึงเรื่องที่อาจต้องเจอในอนาคต บางทีเขาก็รู้สึกว่าโดนยิงตายไปแบบนี้อาจจะสบายกว่าก็ได้และแล้ว...

ปัง!

ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!

เสียงกระสุนปืนถูกยิง แต่ไม่ได้มา่จากกระบอกของวาเอลีน มันมาจากทางด้านนอก เมื่อริกกะหันควับไปดูเขาพบว่าAAของฝ่ายต่อต้านที่เขาขับมาแล้วจอดทิ้งไว้ข้างนอกนั้นถูกยิงพังจนล้มลงเสียแล้ว ใครกันที่ยิง? คำตอบปรากฎออกมาทันที หุ่นสไนเซอร์ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาที่ซากของไลท์เกียร์ที่มันพึ่งพังลงไป มือขวาของมันถือปืนกลเอาไว้หนึ่งกระบอกและมีควันลอยโชยออกมาจากปากกระบอกแสดงให้เห็นว่ากระบอกนี้พึ่งจะทำการลั่นไกออกไปเมื่อสักครู่ และดูจากลักษณะหุ่นรวมถึงอาวุธแล้ว นี้มันเป็นหุ่นตัวเดียวกับที่่เขาเจอเมื่อครู่ที่อุโมงค์นิน่า? เป็นตัวเดียวที่ยังไม่โดนชนล้มจนพังและหันกลับมาใช้ปืนยิงไล่กวดใส่เขา

สไนเซอร์ตัวนั้นหันควับไปมาก่อนที่กล้องที่หัวของมันจะถูกหมุนหันมาประชันหน้ากับพวกริกกะ โดนเห็นซะแล้ว...

"ดูเหมือนนายไม่มีทางเลือกแล้วละ มานี้!!!"วาเอลีนพูดพร้อมกับลดปืนลงและจับแขนริกกะและลากเขาวิ่งซิกแซกลึกเข้าไปในโรงงานโดยมีโซบิวิ่งตามมาติดๆ

"เอาหมอนี้ไปด้วยจะดีเหรอครับ?"โซบิตะโกนถามวาเอลีน

"เอามาเป็นหนูทดลอง"ผีเสื้อ"น่ะ โซบิล่วงหน้าไปเปิดระบบมันก่อนเลย!"วาเอลีนเอ่ยสั่ง เมื่อได้ยินประโยคนี้ทำเอาเขาหน้าถอดสีก่อนจะเถียงกลับทันทีว่า"องค์หญิง จะเอาไอ้พลเรือนคนนี้ไปขึ้นอาวุธลับของพวกเรางั้นเหรอครับ?"

"(เอ่อ โทษทีนะที่เป็นพลเรือน ไอ้นักบวชเอ้ย!)"ริกกะคิดขึ้นในใจ

"นี้เป็นคำสั่ง"วาเอลีนตอบออกมาเรียบๆแต่เด็ดขาดทำเอาโซบิคอตกไป เมื่อวิ่งเข้ามาได้สักพักเขาก็เห็นอะไรบางอย่างอยู่ท้ายโกดัง มันคือรถคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับขนส่งAA หรือว่าผีเสื้อที่พูดถึงจะเป็นAA?

เมื่อเคลื่อนที่ถึงคอนเทนเนอร์ โซบิก็เปิดประตูคอนเทนเนอร์นั้นแล้วเข้าไปข้างใน มันเป็นโรงเก็บขนาดเล็กที่แสนคับแคบในนั้นมีโครงหุ่นAAที่เหมือนจะสร้างไม่เสร็จอยู่ตัวหนึ่ง และอีกตัวเป็นAAตัวสีขาวมีลายสีน้ำเงินและมีรูปร่างแบบที่ริกกะไม่เคยเห็นมาก่อน

"เจ้านี้มัน?"ริกกะอดจะตะลึงกับรูปร่างAAปริศนาในคอนเทนเนอร์นี้ไม่ได้ เพราะว่าหน้าตาของมันไม่เหมือนกับAAส่วนใหญ่เลยแม้แต่น้อย เหมือนหน้าตาจะหลุดออกมาจากพวกกอนิเมทหุ่นยนต์ที่เขาชอบดูเสียมากกว่าที่เห็นได้ชัดก็คือส่วนหัว ส่วนหัวมันคล้ายมนุษย์มากกว่าAAแบบอื่นๆนอกจากขอบตาที่ดำสนิทเป็นแนวยาวแล้วก็เห็นจะมีปากติดเอาไว้ที่หัวอยู่ด้วย

"นายเข้าไปซะ!"วาเอลีนตะโกนเรียกริกกะที่ยังคงอึ้งอยู่ให้คืนสติ เธอเปิดฝาค็อกพิตออกเรีียบร้อย และเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นแผงควบคุมภายในตัวมันและที่นั่งบังคับ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากAAทั่วไป คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องAAพอเห็นปุบอาจจะตกใจกับจำนวนแผงควบคุมที่น้อยกว่าAAปกติและรูปร่างดีไซน์ที่แปลกตาของมันแต่สำหรับคนที่มีความรู้หน่อยจะสังเกตเห็นว่านี้มันเป็นแผงบังคับรูปแบบเฉพาะ ที่จะออกแบบมาใส่ให้กับAAที่ถูกปรับแต่งพิเศษเท่านั้นและรูปแบบของแผงก็จะแตกต่างกันไม่เหมือนกันสักตัวเลยด้วย

ริกกะเดินเข้าไปนั่งที่ค็อกพิตมันอย่างงงๆ คาดเข็มขัดและเซ็ตแขนเข้ากับระบบบังคับ ส่วนวาเอลีนนั้นเธอก้มคอลงแล้วสอดมือเข้าไปในอกของตัวเองแล้วล้วงเอาสร้อยคอเล็กๆออกมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสร้อยคอที่มีกุญแจเกี่ยวเอาไว้อยู่และกุญแจมีรูปร่างเหมือนกับสวิทช์เปิดเครื่องAAไม่ก็ปาน และก็ใช่จริงๆด้วย เธอเสียบกุญแจนั้นเข้าไปกับรูเปิดเครื่องบนแผงหน้าจอควบคุมแล้วบิดไปหนึ่งรอบ ไฟในค็อกพิตสว่างวาบ แสงสว่างเกิดขึ้นสองจุดตรงแถบตาสีดำบนหัว แสงสว่างสีเหลืองกลางขอบตาสีดำแนวยาวเปรียบเสมือนมันกลายเป็นลูกตาให้กับAAตัวนี้ไม่ก็ปาน ในแผงควบคุมขึ้นหน้าจอสีฟ้าอ่อนตัวหนังสือสีแดงวิ่งพล่านไปทั่วหน้าจอก่อนที่ตัวหนังสือที่วิ่งพล่านนั้นจะหายไปและขึ้นข้อความในจอข้างๆตัวว่า"Enter Name"

"ชื่อ! บอกชื่อนายมาสิ!"วาเอลีนตะโกนถามในขณะที่ริกกะยังคงอึ้งๆ เขารีบเอ่ยออกไปทัีนทีว่า"ริกกะ ซีซิก!"

"ชื่อยังกับผู้หญิงเลยนะนายเนี่ย"วาเอลีนแซวก่อนจะคีย์ชื่อลงไปในแป้นคียบอร์ดเรืองแสงข้างๆตัวริกกะ

"สะกดแบบนี้ถูกสินะ"

"อืม"ริกกะรับคำเมื่อเห็นชื่อของตัวเองในแบบภาษาอังกฤษบนหน้าจอ "RIKA ZEXIS"

"ยินดีด้วยนายเป็นนักบินของเจ้านี้แล้ว AAสนามแม่เหล็กตัวแรกของโลกที่กำลังอยู่ในขั้นทดสอบ ภารกิจแรกของนายคือกำจัดสไนเซอร์ตัวนั้นซะ!"วาเอลีนสั่งการ เนื่องจากจู่ๆมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องมากเสียจนเขาไม่ทันจะได้ตั้งตัว ริกกะทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าช้าๆเพื่อรวบรวมสมาธิปะติดปะต่อเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า"ชื่อล่ะ! ชื่อของเจ้านี้ละ!"

"ผีเสื้อ...คำว่าผีเสื้อของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือในจักรวรรดิ "Farfalla"น่ะ"วาเอลีนเอ่ยก่อนจะส่งยิ้มให้เขาแล้วพูดต่อว่า"เจ้านี้ยังไม่ได้ติดตั้งอาวุธเพราะงั้น พยามล้มศัตรูด้วยมือเปล่าให้ได้นะ!"

เอ่ยจบวาเอลีนก็กระโดดลงจากค็อกพิตแล้วเลื่อนปิดฝาค็อกพิตให้หน้าจอหลักหรือเมนมอนิเตอร์ปรากฎขึ้นที่ฝาด้านหน้าและฉายภาพจากกล้องส่วนหัวมาไว้ที่หน้าจอหลัก ส่วนโซบิก็ทำการเปิดประตูคอนเทนเนอร์ออก ริกกะลองบังคับให้มันเดินเบาๆซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล รูปแบบการบังคับไม่แตกต่างจากAAทั่วไปเท่าไร และเมื่อออกจากคอนเทนเนอร์ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ไปจ๊ะเอ๋กับสไนเซอร์ตัวนั้นที่พึ่งจะตามมาถึงแทบจะทันที

"เฮ่อ วันนี้ซวยชะมัดอะไรก็ไม่รู้ละ แต่ดูเหมือนต้องลุยอย่างเดียวซะแล้ว"ริกกะบ่นพร้อมกับเอามือเกาหัวแล้วกดสวิทช์เลื่อนล้อติดข้างลงกับพื้น ส่วนสไนเซอร์ตัวนั้นก็หันปากกระบอกปืนมาทางริกกะ ดูเหมือนมันกำลังตกใจที่เห็นAAที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและคงกำลังประเมินสถานการณ์อยู่แน่ๆ

"เอาละ ไหนๆก็ไหนๆแล้วไอ้เรื่องเมื่อครู่ฉันจะเอาคืนทบต้นทบดอกทั้งหมดเลย! ริกกะ ซีซิก ฟาร์ฟาล่า!(Farfalla) ไปละนะครับ!!!!"หลังจากได้ตะโกนเหมือนพระเอกอนิเมทสมใจ ฟาร์ฟาลาก็พุ่งแดชไถลเข้าไปหาสไนเซอร์ตัวนั้นทันที

สงครามของริกกะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...

Chapter 1 -Magnet Butterfly- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2011, 02:25:24 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 17, 2011, 06:31:27 PM »

Chapter 2 -Rocket Punch-

ริกกะ ซีซิก เด็กหนุ่มอายุ18 ที่สูญเสียครอบครัวไปจากสงครามเมื่อตอนอายุ10ขวบ หลังจากนั้นเขาก็เร่ร่อนออกเดินทางเรื่อยมาและรับทำงานตามสั่งเพื่อหาเงินมาประทังชีวิตเอาไว้เรื่อยๆ จากประสบการณ์การเดินทางทำให้เขามีความสามารถในการขับAAอยู่มากพอสมควร และเมื่อผสมผสานกับรสนิมยมชื่นชอบเกมและอนิเมทหุ่นยนต์ของเขาด้วยแล้ว ทำให้เขาตั้งใจฝึกฝนขับAAอย่างจริงจัง รอบนี้ก็เช่นกัน เขาเดินทางมาที่เมืองไอโอนิคและเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี้ได้ประมาณสองอาทิตย์แล้ว โดยมีจุดประสงค์คือการทำงานเก็บเงินเป็นค่าเดินทางต่อ แต่แล้วก็บังเอิญซวยซ้ำซวยซ้อน ทั้งๆที่หางานได้เป็นวันแรกแท้ๆแต่ดันเกิดสงครามขึ้นมาซะนี้ และยังไม่นับเรื่องที่ต้องจับผลัดจับพลูมาขับAAที่แสนจะแปลกพิศดารที่มีชื่อว่าฟาร์ฟาล่าซะอีก แต่ริกกะไม่รู้ตัวเลยว่านับตั้งแต่เขาขึ้นไปขับมัน ชีวิตของเขามีแต่จะซวยขึ้นเรื่อยๆ

-----------------------------------

สไนเซอร์เล็งปืนมาใส่ฟาร์ฟาล่าและเมื่อเห็นมันพุ่งเข้ามาใส่ มันจึงตัดสินใจประเคนกระสุนปืนกลใส่ทันที แต่ทว่าริกกะรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องยิงมาแน่นอนเลยสะบัดตัวไถลหลบกระสุนไปทางด้านข้างทันที

"ระ เร็ว! ตอบสนองไวมากๆ!!"ริกกะตื่นตะลึง ถ้าเป็นAAปกติละก็ แดชหลบแบบนี้จะกินเวลามากกว่าที่ฟาร์ฟาล่าทำได้ถึงสองเท่า แม้ว่าการที่มันรวดเร็วมากๆจะเป็นเรื่องดีแต่ก็ทำให้เขาบังคับมันลำบากนะสิ แต่อย่างน้อยๆ ดูเหมือนฝ่ายศัตรูเองก็คงตกตะลึงกับความเร็วของมันเหมือนกัน

"ย้าก!!"ริกกะคำรามพร้อมกับพุ่งเข้าไปประชิดสไนเซอร์แล้วง้างหมัดขึ้นมาพร้อมกับต่อยใส่สไนเซอร์ตัวนั้นเต็มแรง โดยเล็งไปที่ส่วนหัวของมัน แล้วดูเหมือนว่าจะได้ผลดีเสียด้วย ส่วนหัวของสไนเซอร์ตัวนั้นยุบลงไปพร้อมกับร่างของAAที่ถูกกระแทกจนไถลกระเด็นไป

"ไม่ต้องพึ่งลูกสูบแบบพวกสไนเซอร์ ก็ต่อยได้จนกระเด็นเหรอเนี่ย พลังนี้มันอะไรกัน?"ริกกะพึมพำ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่าเจ้าฟาร์ฟาล่านี้มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว ราวกับพวกหุ่นของพระเอกที่มักปรากฎออกมาในตอนแรกๆของอนิเมทหุ่นยนต์ไม่ก็ปาน

สไนเซอร์ตัวนั้นตั้งหลักขึ้นมาใหม่พร้อมกับยืนนิ่งไปชั่วครู่แต่ยังคงไม่ลดปืนกลที่ถืออยู่ลง เหมือนกับว่ากำลังประเมินสถานการณ์อยู่ว่าควรจะตัดสินใจทำอะไรดี และแล้วในที่สุดมันก็เลือกได้...

"คิดจะหนีเหรอ!!"ริกกะคำรามก่อนที่จะมีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆปรากฎขึ้นมาในหน้าจอตรงหน้า ในช่องสี่เหลี่ยมนั้นมีหน้าวาเอลีนปรากฎอยู่ แม่สาวจิ้งจอกติดต่อเข้ามาหาสินะ

"อย่าให้มันหนีไปได้! แถวนี้ฉันวางคลื่นก่อกวนสัญญาณเอาไว้ ถ้าไม่ใช่สัญญาณแบบพิเศษของฟาร์ฟาล่าละก็ จะไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้ แต่ถ้าออกนอกเขตนี้ไปแล้วปล่อยให้มันติดต่อกับหน่วยอื่นๆละก็ยุ่งแน่ๆ!"แม่สาวจิ้งจอกสั่งการพร้อมทำสีหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แน่นอนว่าถ้าเขาปล่อยสไนเซอร์ตัวนี้ออกนอกเขตไปเมื่อไร มันอาจจะติดต่อรายงานหน่วยอื่นๆให้มาช่วย หรือรายงานว่าพบกับหุ่นลึกลับไม่ทราบฝ่าย ซึ่งท่าทางวาเอลีนจะกลัวอย่างหลังเป็นที่สุดมากกว่า และถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น เมื่อกลับไปหาวาเอลีน เขาต้องโดนเธอเป่าสมองดับแน่ๆ

"ไม่มีอาวุธระยะไกลอะไรเลยรึไงน่ะ! หือ....นี้มัน ใช้ได้นิน่า!!!"ริกกะบ่นระงมพร้อมกับเปิดไฟล์คู่มือช่วยเหลือที่บันทึกไว้ในระบบของหุ่นขึ้นมาดูจากทางด้านจอ แล้วเขาก็ไปสะดุดกับข้อมูลอะไรบางอย่างเข้า

ริกกะและสไนเซอร์ตัวนั้นเคลื่อนที่หลุดออกมาจากโรงงานได้ในที่สุด มันเลี้ยวหลบไปทางทิศทางด้านขวาซึ่งเป็นทางตรงยาวที่จะมุ่งหน้าออกไปจากโซนโรงงานแห่งนี้ ริกกะที่ตามไปติดๆตัดสินใจหยุดล้อและบังคับฟาร์ฟาล่ายืนนิ่งพร้อมกับเหยียดแขนขวาของหุ่นออกไปในทางตรงและขนานไปกับพื้น

"มะ หมอนั้นจะทำอะไรน่ะ?"โซบิตกใจขณะมองหน้าจอที่ใช้ติดต่อกับฟาร์ฟาล่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆริกกะถึงหยุดล้อไม่ไล่ตามไป แต่ต่อมาไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบ เมื่อริกกะยกมืออีกข้างขึ้นมาจับบริเวณที่ต้นแขนขวาที่ยืดขนานกับพื้น

"อยากพูดแบบนี้ืมานานแล้วล่ะ เอาละนะ!! ไปเลยหมัดเหล็กแห่งคุณธรรม.....พิฆาต!!"

"ร็อกเก็ตโตะพันซ์จิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

เมื่อตะโกนจบฟาร์ฟาล่าก็ดีดหมัดออกไป ไม่สิจริงๆต้องเรียกว่าดีดแขนออกไปทั้งศอกมากกว่า... หมัดนั้นพุ่งผ่านอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว และพุ่งกระแทกทะลุร่างของสไนเซอร์ตัวนั้นบริเวณลำตัวจนเกิดรูโบ๋ขนาดใหญ่ขึ้นมา

"รีเวิร์ส!!"ริกกะตะโกนต่อพร้อมกับกดปุ่มและดึงคันโยกบางอย่าง แขนขวาที่เหลือแต่แกนเหล็กของฟาร์ฟาล่าก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาก่อนจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าลั่นเปรี้ยะๆ วินาทีต่อมาหมัดที่พึ่งยิงออกไปก็ถูกดูดพุ่งกลับมาที่เดิมและเสียบติดเข้าไปในแกนเหล็กนั้นอีกครั้งทันที ฟาร์ฟาล่าหันหลังกลับไปก่อนที่สไนเซอร์ที่ตัวเป็นรูซึ่งยืนข้างอยู่นานจะเกิดระเบิดเสียงดังตูมขึ้น และแรงระเบิดกลายเป็นภาพฉากหลังที่งดงามให้กับฟาร์ฟาล่าซึ่งหันหลังเก็กท่าอยู่พอดี

"มันทำบ้า่อะไรเนี่ย!!!"โซบิร้องเสียงหลงส่วนวาเอลีนนั้น... เธอลงไปฮากลิ้งกับพื้นซะจนหมดเสียมาดหมดแล้ว

"ฮะๆ อะไรละนั้น ร็อกเก็ตพันซ์ หมัดจรวดเหรอ? เข้าใจเอาระบบดีดชิ้นส่วนมาใช้นะเนี่ย..... ริกกะ ซีซิก เป็นผู้ชายที่น่าสนใจมากจริงๆ"เธอเอ่ยอมยิ้มในขณะที่ชันร่างให้ลุกขึ้นแต่ก็ยังคงขำไม่หาย

ที่ริกกะใช้ไปเมื่อครู่นั้นมันไม่ใช้ท่าโจมตีพิศดารอะไรหรอก แท้จริงแล้วมันก็คือระบบดีดชิ้นส่วนของฟาร์ฟาล่า โดยตัวของฟาร์ฟาล่านั้นมีความสามารถในการดีดชิ้นส่วนทิ้งออกไปเพื่อต่อเข้ากับพาร์ทแขนอุปกรณ์หรือพาร์ทขาที่ช่วยในการเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นระบบที่AAบางรุ่นก็มี แต่ความพิเศษของมันก็คือฟาร์ฟาล่านั้นใช้สนามแม่เหล็กในการดีดชิ้นส่วนออกไป ซึ่งมีข้อดีก็คือปลดได้รวดเร็วกว่าการปลดทิ้ง ริกกะทำการปรับสนามแม่เหล็กและเพิ่มแรงดีดให้สูงขึ้นและดีดศอกที่รวมหมัดออกไป เลยกลายเป็นท่าโจมตีที่ดีดหมัดพุ่งเข้าใส่ซะงั้น ความพิเศษอีกอย่างของฟาร์ฟาล่าก็คือ สามารถดูดชิ้นส่วนของตัวเองกลับเข้ามาติดในส่วนที่ปลดไปได้ โดยทำการสร้างสนามแม่เหล็กเฉพาะขึ้นมาซึ่งสามารถดูดได้เฉพาะพาร์ทของฟาร์ฟาล่าเท่านั้น ทำให้หมัดที่ยิงออกไปพุ่งกลับมาต่อที่เดิมได้นั้นเอง...

แต่ทั้งๆที่เป็นหมัดที่ยิงด้วยสนามแม่เหล็กแท้ๆแต่ดันเรียกว่าร็อกเก็ตพันซ์ เอากับเขาสิ...

-----------------------------------

"หืม...ผู้หญิงคนนี้เหรอครับ? ที่คิดว่าน่าจะรู้ที่อยู่ขององค์หญิงวาเอลีน?"เสียงอุ้ยอ้ายดังขึ้นมาในกระโจมทหารเล็กๆ นี้เป็นกระโจมของผู้นำหน่วยเอ็นสวาทพันตรี "เวิร์ค ฟอนซ่า" ชายร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยแต่มีฝีมือและความโหดเหี้ยมผิดกับรูปร่างหน้าตาจนทำให้เขาได้รับฉายาว่า"หมูป่าสังหาร" ตอนนี้เขากำลังสนทนากับนายพลหญิงเอเลน่าผ่านทางหน้าจอส่งสัญญาณที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา

"ใช่ เราอยากให้คุณจับเป็นเธอมาให้เรา ฉันรู้ว่ามันอาจจะขัดกับวิธีของคุณบ้างแต่ว่าขอให้คุณช่วยปฎิบัติตามที่เราสั่งไปด้วยค่ะ"เอเลน่าเอ่ยออกมาด้วยเสียงนิ่งๆ ธอไม่ชอบใจในตัวของพันตรีคนนี้เลย จริงอยู่เขามีฝีมือแต่เรื่องมารยาทและวินัยเข้าขั้นแย่มากๆ แย่ยังไงนะเหรอ แย่ขนาดคุยกับเธอที่เป็นถึงผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพแล้วยังหยิบเอาโดนัทขึ้นมาเคี้ยวตุ๋ยๆแบบไม่สนใจอะไรเลยเนี่ยสิ

"เป็นคำสั่งนิครับ ช่างเถอะ คุณสั่งมาผมจะแย้งได้ยังไงละ แต่ยังไงตอนผมกลับเมืองหลวงแล้วคุณไม่คิดจะมากินข้าวกับผมเป็นการ...."เวิร์คพูดไม่ทันจบเอเลน่าก็ตัดสายทิ้งไปเรียบร้อยเสียแล้ว

"ชิ นังนี้ คอยดูเถอะถ้าฉันได้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนเมื่อไร จะจับมาเป็นนางรำส่วนตัวให้ได้เลยคอยดู!"อ้วน หลงตัวเองแถมยังหื่นจัดนี้เป็นคำจำกัดความที่ต้องตัวที่สุดของเวิร์ค ฟอนซ่า

"แต่ท่านมีภรรยาแล้วไม่ใช่หรือครับ?"นายทหารหนุ่มคนหนึ่งที่คอยทำหน้าที่คุ้มกันเวิร์คเอ่ยถามออกมาหลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน ชื่อของเขาก็คือ"ฟีินิกส์ ไพร์ด"นายทหารจบใหม่จากโรงเรียนเตรียมทหารอายุ18ปี เนื่องด้วยมีระเบียบวินัยสูงและมีผลการเรียนดี เลยถูกส่งให้มาประจำกับหน่วยชั้นนำอย่างเอ็นสวาททันที แต่เจ้าตัวกลับไม่ชอบใจในตัวหัวหน้าหน่วยอย่างเวิร์คและวิธีการฆ่าล้างโหดของหน่วยเอามากๆ

"ใครเสนอหน้าให้แกพูด สิบโทฟีนิกส์!"เวิร์คดุออกมาทันทีพร้อมกับเขมือบโดนััทในมือจนหมดแถมยังเลียนิ้วทั้งห้าเสียอีก เรียกได้ว่ากินไม่ให้เหลือเลยสินะ

"เป้าหมายที่ให้จับก็น่ารักดีเหมือนกัน ได้จับเป็นมาสินะ แต่ขอเล่นสักสองสามรอบก่อนแล้วค่อยส่งตัวไป ฟีนิกส์! มีความเคลื่อนไหวอะไรบางไหม? ตอนนี้เรายึดไอโอนิคได้สำเร็จแล้ว คงทำการตรวจสอบไม่ยาก?"

"ครับ เมื่อครู่มีรายงานมาว่าสไนเซอร์หนึ่งเครื่องของหน่วย7สูญหายไปในเขตโรงงาน บางทีอาจจะเป็นพวกกบฎที่เหลืออยู่ก็ได้"ฟีนิกส์เอ่ยพร้อมกับหลับตาลงเบาๆ เวิร์คก็แสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยต่อว่า"มีพวกหนูให้ล่าด้วยรึเนี่ย...ฟีนิกส์เดี้ยวแกเอารูปที่ยัยเอเลน่าให้มาไปแจกให้กับหน่วยลาดตระเวนแล้วสั่งให้พวกนั้นเข้าไปตามหาในกลุ่มชาวเมืองที่เรากักตัวเอาไว้อยู่ซะ ส่วนแกพาเพื่อนมาสักคนแล้วตามฉันมา เราจะไปล่าหนูด้วยกัน!!!"เวิร์คเอ่ยออกมาพร้อมกับหัวเราะเสียงดังแล้วลุกขึ้นเดินออกจากกระโจมไปโดยฟีนิกส์ได้แต่บ่นเบาๆออกมาทันทีว่า

"เจ้าคนน่ารังเกียจ"

-----------------------------------

"เอาละ ฉันจะถามอะไรบ้างได้รึยัง?"ริกกะเอ่ยออกมาพร้อมกับขยับกระทะ ตอนนี้ตะวันตกดินไปเรียบร้อย โซบินำเอาฟาร์ฟาล่าเข้าไปเก็บในคอนเทนเนอร์แล้วเริ่มต้นเช็คเซ็ตระบบของมัน ส่วนวาเอลีนนำโต๊ะและเก้าอี้เล็กๆมาตั้งวางไว้ข้างนอกคอนเทนเนอร์ พร้อมกับต้มน้ำและชงชากินอย่างสบายอารมณ์ ส่วนริกกะนะเหรอ? หลังจากขับหุ่นแล้วเขาก็ต้องมารับหน้าที่ทอดไข่เป็นอาหารเย็นให้กับวาเอลีนและโซบินะสิ ในคอนเทนเนอร์ไม่มีห้องครัวอยู่แล้ว เพราะงั้นเขาเลยต้องยกถังแก๊สและกระทะซึ่งเก็บอยู่ในคอนเทนเนอร์ออกมาตั้งข้างนอก

ท่าทางคอนเทนเนอร์นี้จะถูกดัดแปลงให้ใช้เดินทางได้เพราะงั้นเลยมีุอุปกรณ์ดำรงชีพอยู่ครบไม่ว่าจะเป็นทั้งตู้เย็น เก้าอี้ ถังแก๊สรวมถึงถุงนอน แต่ริกกะก็คิดว่ามันยังเล็กไปอยู่ดี

"จะถามอะไรละ?"วาเอลีนเลิกคิ้วพร้อมกับจิบชา

"คือว่า....เอ่อ...เริ่มยังไงดี... อะ ใช่แล้วถ้าเธอเป็นเจ้าหญิงวาเอลีน เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทุกคนเข้าใจว่าเธอหายสาบสูญสินะแล้ว...ทำไมเธอถึงต้องหลบๆซ่อนๆ หุ่นตัวนี้คืออะไร? แล้วเธอจะไปที่โบสท์หลวงของมารีอาเพียงเพื่อจะหลบซ่อนตัวงั้นเหรอ?"แน่นอนว่าริกกะยิงคำถามออกมาเป็นชุด แต่ดูเหมือนวาเอลีนจะรู้ว่าเขาต้องถามออกมาแน่ๆเลยดูไม่มีทีท่าตกใจเท่าไรกับคำถามที่รัวมาแบบปืนกลของเขา

"งั้นฉันจะค่อยๆเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ฉันโดนลอบทำร้ายนะ รถโดนวางระเบิด นายก็รู้สินะจากข่าวตามทีวีและหนังสือพิมม์ ทุกคนคิดว่าฉันคงโดนระเบิดร่างแหลกหายไปแล้วแต่จริงๆไม่ใช่ ฉันหนีมาได้ ส่วนเหตุผลที่ฉันไม่เผยตัวก็เพราะว่า...จริงๆแล้วฉันตั้งใจจะหนีออกจากวังตั้งแต่ทีแรกน่ะ พอมีคนมาปองร้ายก็เลยสบโอกาสพอดี ก็เท่านั้นเอง"วาเอลีนเริ่มต้นเล่าเรื่องพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบ

"ไม่เข้าใจ? เธอไม่ได้อยากเป็นผู้นำของประเทศเหรอ?ริกกะเอ่ยถามพร้อมกับสะบัดกระทะกลับไข่

"เป็นแล้วดีตรงไหน? งานเอกสารน่าเบื่อจะตายชัก ริกกะ สามัญชนแบบนายคงไม่รู้หรอกว่าชีวิตในวังเขาเป็นยังไง ฉันน่ะโดนเหล่าขุนนางปลุกปั้นเตรียมมาให้เป็นผู้นำประเทศนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าฉันเป็นลูกสาวที่เกิดจากพระมเหสีขององค์ราชาคนก่อน"กษัตริย์ราออส"ยังไงละ ทุกวันก็ต้องเรียนรู้เรื่องการปกครองปลูกฝังแนวคิดรักชาติ เฮ่อ น่าเบื่อสิ้นดี...."นี้คือคำตอบของวาเอลีน ริกกะเริ่มรู้สึกว่าถ้าหล่อนใช่ตัวจริงละก็ภาพเจ้่าหญิงที่ดูเฉยเมยและสูงสง่าในหัวเขากำลังโดนทำลายลงไปเรื่อยๆซะแล้ว

"ก็เห็นเธอ ออกมาสนับสนุนแนวคิดดั้งเดิมของจักรวรรดิไม่ใช่เหรอไง?"ริกกะซักถามต่อ

"ใช่ นั้นก็เพราะต้องการจะออกมาค้านอำนาจของพี่อาร์ดิมุนยังไงล่ะ ถ้าพี่อาร์ดิมุนได้เป็นราชาของจักรวรรดินี้ละก็ สถานการณ์น่าจะแย่กว่าปัจจุบันซะอีก"วาเอลีนตอบออกมาช้าๆ พร้อมกับยกกาขึ้นรินชาเพื่อดื่มอีกแก้ว

"มะ หมายความว่าไง? จริงอยู่ที่ว่าแนวคิดขององค์ชายอาร์ดิมุนอาจจะไม่ถูกใจพวกคนหัวเก่าหรือพวกคนที่สนับสนุนในแนวทางของจักรวรรดิ แต่ฉันคิดว่าประเทศนี้เองก็สมควรที่จะเลิกทำสงครามได้แล้วนะ! แนวคิดขององค์ราชาอาร์ดิมุนนะน่าจะเป็นผลดีต่อประชาชนในจักรวรรดิมากกว่าไม่ใช่รึ?"ริกกะเถียงออกมา แต่เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นสีหน้าวาเอลีนเธอกำลังยิ้มเยาะเข้าอยู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"มันไม่ง่ายแบบที่นายคิดหรอกนะ ริกกะ จักรวรรดินี้นะเกิดขึ้นได้เพราะสงคราม จริงๆแล้วฉันเองก็ไม่อยากจะทำสงครามขยายดินแดนอะไรบ้าบออะไรนั้นเหมือนกัน และก็คิดว่าที่พี่อาร์ดิมุนพูดเป็นเรื่องดี อย่างน้อยๆก็ดีกว่าแนวทางของจักรวรรดิในปัจจุบันแต่ว่า..."เธอนิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ

"ประเทศเรานะ มีรายได้จากการผลิตAAออกขายไปเท่าไร รู้ไหม? จักรกลที่กลายมาเป็นอาวุธสำคัญของคนทั่วโลก ถ้าไม่มีสงครามของพวกนี้ก็ขายได้น้อยลง รายได้ประเทศก็จะหดหาย ที่สำคัญก็คือในวังน่ะมีพวกขุนนางกังฉินอยู่มากกว่าที่นายคิดนะ ริกกะ? นายไม่คิดว่ามันแปลกบ้างเหรอ ประเทศเราออกจะใหญ่โตแบบนี้แล้วแท้ๆแต่บางที่กลับมีปัญหาขาดแคลนอาหาร หรือของขาดตลาดอยู่น่ะ? กำลังผลิตของประเทศเราก็ไม่ใช่น้อยๆ พอประกาศรวบรวมเสบียงทีหนึ่งกว่าครึ่งก็ถูกแบ่งสรรปันส่วนให้พวกขุนนาง ค่าเงินภาษีที่จะเอาไปทำนุบำรุงสำหรับใช้ทำสงครามจริงๆแล้วก็ถูกหักมาให้พวกขุนนางในวังมากกว่าครึ่ง ถ้าเกิดลดสงครามลงจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าไปขัดแข้งขัดขาพวกนั้นละก็ไม่ถึงหนึ่งวันคงโดนเด็งลงจากตำแหน่งหรือไม่ก็โดนลอบวางระเบิดแบบที่ฉันเจอยังไงล่ะ..."

"อึก อย่าบอกนะว่าจริงๆแล้วเธอ...."ไม่ทันที่ริกกะจะพูดจบ วาเอลีนก็ต่อประโยคออกมาทันที "ใช่...จริงๆแล้วก็ไม่เห็นด้วยหรอก แต่ก็ต้องตอแหลออกสื่อไปนั้นแหละ เพราะถ้าเกิดดันพูดออกไปว่าฉันไม่สนับสนุนสงครามละก็ พวกตาแก่ขุนนางพวกนั้นคงไม่แฮปปี้แน่ๆ ยิ่งฉันเป็นเด็กปั้นพวกมานั้นอีกด้วย ท่าทางคงจะไม่โดนฆ่าแต่โดนกุเรื่องไปว่าหายสาบสูบกระทันหัน แล้วจริงๆคงโดนจับไปเป็นอีตัวของพวกตาแก่พวกนั้นแน่ๆ ยิ่งชอบมองฉันด้วยสายตาแปลกๆอยู่"

"(ละ ลำบากเหมือนกันแฮะ...)"ริกกะคิดขึ้นมาทันทีหลังจากเธอพูดจบ

"ต้องขอบคุณเอเลน่าละน่ะ ถ้าไม่มีเธอป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้แต่ว่า ตอนนี้เองเธอก็อยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกัน พวกราชวงค์คนอื่นก็เห็นแต่สบายกันทั้งนั้น ถ้าลองคิดดูดีๆก็จะรู้แล้วนะ ริกกะ ไม่มีพวกขุนนางคนไหนอยากจะมานั่งแท่นบริหารประเทศหรอก มีแต่อยากจะกินๆนอนๆเท่านั้นแหละ"วาเอลีนเล่าต่อพร้อมกับจิบชาจนหมดแก้ว

"ถ้างั้น ถ้าเธอไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแต่ขัดพวกขุนนางไม่ได้ตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอถึงไม่ไปเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านพร้อมกับพี่เธอซะเลยล่ะ?"ริกกะเสนอความเห็นออกไปพร้อมกับตักไข่ดาวใส่จานแล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะที่วาเอลีนนั่งอยู่

"ริกกะ...ขนาดฉัน นายยังเข้าใจเลยว่าฉันเป็นสาวโปะหน้าขาวทาปากแดงแต่งชุดยังกับแม่ชีและกริยามารยาทเรียบร้อย...นายนะโดนฉันหลอกและไม่ใช่แค่นายแต่เป็นคนทั้งจักรวรรดิ ฉันทำให้พวกเขาเห็นในสิ่งที่ฉันอยากจะให้เห็น มันไม่ใช่ตัวจริงของฉัน คนที่เคยเห็นตัวจริงของฉันมีแต่ทหารระดับบนๆ พวกขุนนางแล้วก็พวกเชื้อพระวงค์เท่านั้นแหละ...แล้วไม่คิดเหรอว่าพี่อาร์ดิมุนก็อาจจะเหมือนกัน?"ประโยคนี้ทำเอาริกกะถึงกับเครียดนี้อย่าบอกนะว่าที่วาเอลีนกำลังจะสื่อก็คือ...

"นายน่ะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่อาร์ดิมุนเลยสักนิด เชื่อแต่ในสิ่งที่เขาประกาศ ขนาดฉันอยู่มาเกือบ17ปี ฉันยังไม่เข้าใจพี่อาร์ดิมุนเลย แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้ก็คือ ฉันจะให้คนอย่างพี่อาร์ดิมุนเป็นผู้นำประเทศไม่ได้เด็ดขาด...เพราะงั้นฉันเลยต้องออกมาค้านอย่างออกนอกหน้า ถ้าฉันสนับสนุนพี่เขาจริงๆละก็ ฉันไม่จำเป็นต้องออกมาแสดงตัวต่อต้านเขามากมายแบบนี้เลย"วาเอลีนเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหาริกกะแล้วพูดต่อทันทีเลยว่า

"ริกกะ ประเทศเราถึงจะชอบก่อสงครามแต่เมื่อชนะแล้วได้พื้นที่มา ส่วนที่เคยเป็นชายแดนก็จะปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆนั่นก็เพราะว่าชายแดนและเขตการสู้รบ ขยายออกไปยังไงล่ะ ถึงจะมีคนบาดเจ็บ มีคนสูญเสียและมีคนล้มตาย แต่มันก็ถูกจำกัดอยู่ที่ขอบเท่านั้น แต่ว่า...ถ้ามีสงครามกลางเมือง เกิดการรบขึ้นในจักรวรรดิ ที่ไหนๆก็จะไม่ปลอดภัยทั้งนั้น"

"ริกกะ นายคิดเหรอว่าพี่อาร์ดิมุนเองเป็นคนที่ใส่ใจในประชาชน? ต้องการลดสงครามลงจริงๆน่ะ? สำหรับฉันแล้ว ฉันมองว่าถ้าเป็นคนที่ใส่ใจในประชาชนจริงๆละก็ เขาคงไม่ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านขึ้นมาแล้วเป็นคนก่อสงครามที่ำให้ประชาชนต้องล้มตายเองหรอกนะ"วาเอลีนเน้นย้ำพร้อมกับเอานิ้วจิ้มหน้าอกของริกกะ ริกกะเหงื่อแตกกลืนน้ำลายเหนียวๆลงไปในคอก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"อย่าบอกนะว่าคนที่พยามลอบสังหารเธอหรือว่าจริงๆแล้วจะเป็น...."

"อาจจะใช่ก็ได้... แต่ว่าตอนนี้เรื่องสงครามกลางเมืองไม่น่าห่วงเท่าไรหรอก ฉันหนีออกจากวังมาเพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่านะ ถ้าไม่รีบจัดการ โลกนี้อาจจะถึงขั้นเกิดหายนะขึ้นก็ได้"วาเอลีนถอนมือออกพร้อมกับแสยะยิ้มให้ริกกะ เจ้าตัวรีบลนลานถามขึ้นมาทันทีเลยว่า

"นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องไปโบสท์หลวงสินะ? แล้วมันคืออะไรละ?"

แต่คำตอบจากปากวาเอลีนดันเป็น

"ความลับจ๊ะ... เรื่องนี้ฉันก็ไม่บอกแม้แต่โซบิที่เป็นผู้ติดตามอันดับหนึ่ง แต่มันเกี่ยวกับพลังของฟาร์ฟาล่า...ใช่บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับนายที่ตอนนี้เป็นนักบินของมันด้วยก็ได้"แน่นอนได้ยินแบบนี้ริกกะก็ฉุนขึ้นมาทันทีแล้วเอ่ยออกมาเลยว่า

"หา! ให้ไปทั้งๆที่ฉันยังไม่รู้เจตนาของเธอเนี่ยนะ? แล้วฉันจะเชื่อเธอได้ยังไงละว่าไอ้เรื่องนั้นมันอันตรายถึงขั้นจะทำให้โลกนี้หายนะน่ะ?"

"เรื่องนั้นนายต้องตัดสินใจเอาเอง นายไม่จำเป็นต้องเชื่อฉันก็ได้แต่นายจำเป็นต้องมากับฉัน..."วาเอลีนเอ่ยพร้อมกับปัดผมตนเอง มันเป็นคำตอบที่ทำให้ริกกะหน้าเครียดยิ่งกว่าเดิมเสียอีกและเมื่อรวมกับกริยาหยิ่งๆแบบนั้นทำให้เขาเครียดยิ่งกว่าเดิมสองสามเท่า และแล้ว...

ริกกะล่วงมือเข้าไปในเสื้อของวาเอลีน ล้วงเข้าไปในบริเวณหน้าอก ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที ก่อนที่จะทันได้พูดอะไรริกกะก็หยิบเอาของสิ่งหนึ่งออกมาจากตรงนั้น มันคือสร้อยที่มีกุญแจที่มีสวิทช์เปิดเครื่องฟาร์ฟาล่า เขาดึงกุญแจออกมาจากสร้อยพร้อมกับเอ่ยว่า

"งั้นฉันจะขอเก็บเจ้านี้เอาไว้ ไหนๆฉันก็เป็นนักบินของมัน! ฉันรู้ว่าเธอมีสวิทช์สำรอง เพราะงั้นฉันขอเก็บไว้ที่ตัวเองสักดอกก็แล้วกัน อย่างน้อยๆมันก็เป็นสิ่งที่จะทำให้ฉันเชื่อในตัวเธอได้ตกลงไหม?"

แต่วาเอลีนไม่ได้สนที่เขาพูด เธอทำหน้าเขียวและมีทีท่าโกรธสุดขีดก่อนจะตะโกนออกมาว่า"นายกล้าดียังไงมาจับอกฉัน!!!"

"หา อก...เอ้...อะ...ออ....เฮ็ย!!!"อาจจะดูเหมือนเรื่องตลก แต่ริกกะพึ่งจะรู้ตัวว่าตอนเข้าล้วงมือออกมา มือเขาไปโดนอะไร...ริกกะหน้าแดง เจ้าตัวเริ่มเลิกลักหาทางออกจากสถานการณ์แบบนี้แต่ดูเหมือนจะไม่มี

"ไอ้คนลามก!!!!!!!!!!!"

"ฉันไม่ได้ตั้งใจ!!!!!!"

และเราเองก็ไม่รู้ว่าริกกะโดนอะไรไปบ้างแต่ที่แน่ๆได้ยินเสียงปืนดังลั่น...ท่าทางวาเอลีนจะชักปืนมาไล่ยิงใส่ริกกะ ส่วนชายหนุ่มก็ต้องรีบวิ่งหนีกระสุนปืน...

"องค์หญิงกับไอ้บ้านั้นทำอะไรกันนะ?"โซบิที่แสนจะจืดจางบ่นพึมพำ ในขณะที่เขากำลังเซ็ตเครื่องฟาร์ฟาล่าอยู่ในโรงเก็บแล้วได้ยินเสียงดังลอดเข้ามาภายในตู้คอนเทนเนอร์

Chapter 2 -Rocket Punch- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2011, 02:25:10 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 20, 2011, 12:22:22 AM »

Chapter 3 -Power Of Railrifle- Part 1

ฟาร์ฟาล่า อาวุธรูปแบบมนุษย์หรือที่เรียกกันว่าAA มันคือAAที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างลับๆโดยมีแนวคิดแตกต่างจากAAรุ่นปกติทั่วไปนั้นคือการนำเอาระบบสนามแม่เหล็กไฟฟ้ามาใช้งานในตัวเครื่องจักรเป็นครั้งแรก ทั้งระบบสนามพลังแม่เหล็กที่สามารถแผ่ออกมาจากตัวได้และทำหน้าที่เปรียบเสมือนกับบาเรียป้องกันอาวุธทางกายภาพต่างๆ สนามแม่เหล็กดูดและดีดชิ้นส่วนของจักรกล แต่จุดเด่นที่สุดของฟาร์ฟาล่าเห็นจะเป็นอาวุธชนิดใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกันและเป็นอาวุธพิเศษสำหรับฟาร์ฟาล่าเท่านั้น สุดยอดปืนสนามแม่เหล็ก"เรลไรเฟิล"

-----------------------------------

"ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะต้องวนกลับมาตรงนี้"ริกกะเอ่ยพึมพำขณะเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา หลังจากทานอาหารเสร็จวาเอลีนก็สั่งให้โซบิออกรถคอนเทนเนอร์มุ่งหน้ามาที่นี้ทันที ทีนี้ที่ว่าก็คือจุดที่เขาเจอกับวาเอลีนเมื่อตอนบ่ายๆเย็นๆนั้นเอง

"ตอนแรก ฉันมาตามหาของแถวนี้นะแล้วก็เจอซะด้วย ริกกะ โซบิมาด้วยกันหน่อยสิ"วาเอลีนเอ่ยพร้อมกับเดินนำไป ที่ที่เธอมุ่งหน้าไปนั่นก็คืออาคารขนาดใหญ่หรือดีตหอกลางของเมืองนั้นเอง ซึ่งมันอยู่ไม่ห่างเท่าไร จากตึกที่ริกกะมาหลบพวกAAเมื่อตอนบ่าย

"ของทีเ่ธอว่ามันคืออะไรละ วะ เหวอ!!"ริกกะถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นของที่ว่า....เขารีบหันไปถามวาเอลีนทันทีเลยว่า

"ดะ เดี้ยวสิ มีของที่ใหญ่ขนาดนี้อยู่พวกกองทัพหลวงก็น่าจะรู้นิน่า?"

"ไม่รู้หรอก เพราะมองจากข้างนอกไม่เห็น ต้องเดินลึกเข้ามาเท่านั้น อีกทั้งหอกลางเองก็เป็นที่แรกที่โดนยิงถล่มเพราะอยู่ในตำแหน่งใจกลางเมือง ปกติแล้วหน่วยเอ็นสวาทมักจะบุกเข้าไปที่กึ่งกลางและกระจายกำลังออกไปรอบๆนะ แถมภารกิจของพวกนั้นคือการกวาดล้าง ปกติจะต้อนชาวเมืองให้ไปที่ประตูสักทิศหนึ่งแล้วก็ส่งหุ่นไปไล่ตามเก็บพวกกองกำลังต่อต้าน ปกติแล้วพวกนั้นจะไม่ลงจากหุ่นเลยล่ะแล้วพอเสร็จปุบก็จะถอนกำลังออกไปนอกเมือง ทั้งเมืองเลยมีสภาพเป็นเมืองร้างแบบนี้ไงล่ะ ว่าแต่ เยี่ยมเลยใช่ไหมเจ้านี้น่ะ?"วาเอลีนยิ้ม พร้อมกับเดินไปจับเจ้านี้ที่เธอพูดถึง...

รถถังไม่สิน่าจะเรียกว่ารถเทรนเนอร์ขนาดใหญ่เห็นจะถูก แต่มันมีปืนใหญ่แล้วก็แผงจรวดติดตั้งเอาไว้ด้วยนะสิ กะด้วยสายตาแล้วคงมีความยาวไม่ต่ำกว่าประมาณ25เมตรและมีความสูงไม่เกิน7เมตร เรียกได้ว่าสูงประมาณสองเท่าของAAเลยก็ว่าได้ ตัวถังของมันมีสีขาวออกเทาทั้งคัน และส่วนที่ดูเหมือนจะเป็นห้องบังคับบริเวณปลายด้านหน้านั้นก็ประดับไปด้วยกระจกสีเหลืองที่มองไม่เห็นด้านในตัวรถ

"อย่าบอกนะว่า จะใช้ไอ้เจ้ารถถังยักษ์นี้ เดินทางไปที่โบสท์หลวงของมารีอาน่ะ?"ริกกะเดินเข้ามาถามวาเอลีนในขณะที่ เธอหยิบเอาอุปกรณ์คล้ายๆคีย์การ์ดขึ้นมาแล้วเอาไปรูดที่กลอนบนผนังที่เป็นตัวถังของรถ ประตูเล็กๆที่ติดกับรถถังนั้นก็ถูกเปิดออกมา ก่อนที่วาเอลีนจะเดินนำไปริกกะและโซบิเข้าไปข้างใน

"เจ้านี้นะไม่ใช่รถถังแต่เป็นแบตเทิลเทรนเนอร์ที่มีชื่อเรียกว่า"บิ้กคริซาลีเด้"ต่างหากหรือเรียกชื่อย่อๆว่า"BCD"จำไว้ด้วยละ!" คนตอบคำถามของริกกะไม่ใช่วาเอลีนแต่เป็นโซบิที่เดินตามหลังมา

"ห้องนอนประมาณ5ห้อง ห้องบังคับการ1ห้อง ห้องน้ำ1 ห้องนั่งเล่นรวม1 ห้องครัว1 ห้องซักรีด1 ห้องเก็บของอีก2 แล้วยังมีโรงเก็บAAที่บรรทุกAAได้ประมาณ10เครื่องและที่โรงเก็บสามารถใช้งานเป็นโรงซ่อมแซมได้ ที่ด้านบนของรถคันนี้ยังสามารถเปิดขึ้นไปได้และใช้ผนังทางด้านบนเป็นเหมือนดาดฟ้า"วาเอลีนเอ่ยไล่เสปคขณะเดินนำทั้งคู่ไปดูห้องหับในยานเกราะลำนี้

"นี้มัน...เหมือนเป็นฐา่นทัพย่อมๆเลยก็ได้เลยนะเนี่ย"ริกกะพึมพำออกมา แม้ว่าห้องต่างๆจะเล็กไปสักหน่อย แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเพียงพอสำหรับคนประมาณ10ถึง15คนอยู่ในนี้ได้อย่างสบายๆ

"เอาละถึงแล้ว นี้ละห้องบังคับการ ฉันจะเปิดเครื่องเจ้านี้แล้วคอยเช็คระบบ ริกกะกับโซบิกลับไปที่รถคอนเทนเนอร์แล้วขนอุปกรณ์ที่เหลือมาไว้ที่โรงเก็บนะ....หืม นั้นใครนะ?"วาเอลีนสั่งการไม่ทันจะเสร็จเธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง....เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อายุอานามดูแล้วน่าจะประมาณ17-18ปี กำลังวิ่งวนรอบBCDและถ่ายรูปเจ้ารถนี้อย่างเมามัน

"คงเป็นพลเรือนแหละครับ แต่ว่าให้เก็บดีไหม ไหนๆก็เห็นรถนี้แล้วนิ?"โซบิเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ วาเอลีนถอนหายใจก่อนจะตอบเขาไปว่า"เจ้านี้นะ พอเคลื่อนที่ออกไป ยังไงก็ต้องมีคนเห็นอยู่ดี ยังไงๆก็ปิดมันไม่มิดอยู่แล้ว หืม..."ว่าแล้วเธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างหลังจากเปิดเครื่องเจ้ายานเกราะคันยักษ์นี้ ระบบเรดาห์ของมันเริ่มต้นทำงานทันทีที่เปิดเครื่องเพราะงั้นถ้ามันตรวจจับสัญญาณอะไรได้มันจะทำการรายงานเข้ามาทันที และนี้ก็ดูเหมือนมันจะตรวจจับอะไรได้ซะแล้ว

"เป็นสัญญาณของAA....กลุ่มต่อต้านคงไม่ย้อนกลับมาที่นี้แน่ๆ น่าจะเป็นพวกจักรวรรดิ แต่ว่าดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังลาดตระเวนกันอยู่อีกเหรอ? ไม่ได้การ...ริกกะ โซบิ! รีบกลับไปที่รถเร็วๆเข้า!"วาเอลีนเร่งรัดกว่าเดิมทำให้ทั้งคู่ต้องรีบวิ่งลงบันไดจากห้องบังคับการกลับไปยังทางออก แต่เมื่อโผล่ผ่านพ้นประตูทางออกไปได้ไม่ทันไร โซบิก็ไปชนกับใครเขาซะนี้

"อะ โอ้ย!....อึก! เธอมันพลเรือนที่มาถ่ายรูปBCDนิน่า!!" โซบิโวยวายพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เด็กสาว ไม่สิน่าจะเรียกว่าเธอเป็นหญิงสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกริกกะและโซบิเห็นจะถูก

"ระวังหน่อยสินายน่ะ... อะ รถถังคันนี้เป็นของพวกนายสินะ? ขอเขาไปดูหน่อยได้ไหม?"เธอเอ่ยถามขณะชันตัวลุกขึ้นแล้วยื่นหน้าเข้ามาหาโซบิด้วยตาที่เป็นประกาย ริกกะรู้จักแววตาแบบนั้น มันเป็นแววตาที่เขาก็มี และมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆเวลาเขาเอาอนิเมทหุ่นยนต์ที่ชื่นชอบมาดู... ประกายแห่งความหลงใหล สนใจและคลั่งไคล้อะไรสักอย่างสุดๆนั้นเอง แต่สำหรับของเธอคงไม่ใช่พวกหุ่นยนต์แบบริกกะ แต่คงเป็นพวกเครื่องจักรมีล้อแบบพวกรถถังหรือยานเกราะแบบนี้ละมั้ง

"เจ้านี้ไม่ใช่รถถังซะหน่อย! มันถูกออกแบบโดยใช้รูปแบบของรถถังประมาณ70%ส่วนอีก30%เป็นดีไซน์ของพวกยานเกราะขนย้ายขนาดใหญ่! แ้ล้วนี้ก็ไม่ใช่ที่ที่เธอควรจะมาอยู่ด้วยเข้าใจไหม!? เฮ เดี้ยวสิจะไปไหนน่ะ!?"ระหว่างที่โซบิมัวแต่พล่ามอยู่เขาก็ไม่ได้สังเกตเลยว่า สาวเจ้าแกไม่สนใจวิ่งถลันเข้าไปในตัวรถซะแล้ว นี้คงเป็นความผิดพลาดของโซบิที่พออกมาแล้วไม่ได้กดปิดประตูไปในทันที แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะวิ่งกลับไปตามแม่สาวคลั่งรถถัง ริกกะก็กระชากปกเสื้อนักบวชที่ยืดยาวของเขามาเสียก่อน แล้วลากตัวเขาออกไปจากบริเวณหอกลางทันที

"นี้ไม่ใช่เวลามาสนใจแม่นั้นนะ เราต้องรีบไปเอาฟาร์ฟาล่าในคอนเทนเนอร์ไม่ใช่รึไง?"ริกกะเอ่ย ซึ่งโซบิก็ดิ้นไปดิ้นมาพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า"ถ้าเกิดแม่นั้นทำอะไรองค์หญิงขึ้นมาเล่า นายจะรับผิดชอบยังไงเจ้า่พลเรือน!"

"ถ้าอย่างยัยวาเอลีนยังเป็นอันตราย ฉันกับนายก็คงตายไปนานแล้วล่ะ"ริกกะเอ่ยออกมาอย่างเอือมๆ พึ่งเจอกันไม่ได้จะถึงวัน แต่เขาก็แน่ใจว่าเขารู้ฤทธิ์องค์หญิงจิ้งจอกคนนี้ดี นั้นก็เพราะเขาเคยวิ่งหนีลูกปืนจากเธอมาแล้วน่ะสิ

-----------------------------------

"นั่นไง! เฮ็ย! เจ้าพลเรือน นายไปขับฟาร์ฟาล่าออกมาคุ้มกันระหว่างที่ฉันขับรถนี้ไปที่หอกลางน่ะ!!"โซบิเอ่ยออกมาขณะกระโจนขึ้นไปในรถ ส่วนริกกะก็วิ่งไปที่คอนเทนเนอร์เข้าไปข้างในแล้วกระโดดขึ้นไปที่ค็อกพิตของฟาร์ฟาล่า

"คำก็พลเรือน สองคำก็พลเรือน....ตูเป็นพลเรือนแล้วมันหนักส่วนไหนของแก!!!"ริกกะโวยวายพร้อมกับเสียบกุญแจที่เขายึดมาจากวาเอลีนเข้าไปที่ช่องสตาร์ทแล้วบิด...หน้าจอสีฟ้าแสดงขึ้นมาทั่วจอมอนิเตอร์ซัพพอร์ตโดยรอบ เขาเลื่อนฝาค็อกพิตตรงหน้าปิดลง ภาพจากส่วนของเมนคาเมร่าก็เข้ามาฉายอยู่ในจอหลักซึ่งติดอยู่ที่ด้านในของฝาค็อกพิตที่ริกกะพึ่งจะเลื่อนมาลงมาปิด ริกกะสวมแขนเข้ากับอุปกรณ์ควบคุมแล้วรัดเข็มขัด เมื่อเสร็จสิ้นหน้าจอก็ขึ้นตัวอักษรสีแดงแสดงข้อความขึ้นมาว่า

"Welcome Rikka Zexis"

"ริกกะ ซีซิก ฟาร์ฟาล่า ไปละนะ!!!"เอ่ยจบก็เปิดประตูคอนเทนเนอร์ออกมาพร้อมบังคับฟาร์ฟาล่ากระโจนออกมาจากคอนเทนเนอร์แล้วปิดประตูตู้่ เมื่อประตูตู้คอนเทนเนอร์ถูกปิดสนิท โซบิที่เตรียมพร้อมก็เริ่มออกรถมุ่งหน้าไปที่หอกลางทันที

"ขอให้ไม่จ๊ะเอ๋กับพวกจักรวรรดิก็แล้วกัน....หืม เรดาห์จับสัญญาณได้ สไวเซอร์...เฮ็ย!!! พูดถึงก็มาเลยเหรอ!?"เหมือนเป็นเรื่องตลกอีกนั้นแหละ ริกกะรีบพิมม์สัญญาณฉุกเฉินไปที่คอนเทนเนอร์ทันที ส่วนตัวเองก็หยิบอาวุธออกมาจากช่องเก็บ มันคือปืนกลเบาที่ฟาร์ฟาล่าได้มาจากซากของสไนเซอร์ที่เขาสู้ด้วยเมื่อตอนเย็นนั้นเอง ในตอนนี้ฟาร์ฟาล่าติดตั้งอาวุธเอาไว้สามอย่าง ปืนกลเบา มีดต่อสู้ขนาดเล็ก และปืนไรเฟิลรูปร่างแปลกๆที่วาเอลีนบอกว่าเป็นอาวุธสุดยอดของฟาร์ฟาล่าที่ชื่อว่าเรลไรเฟิล ถึงจะเป็นสุดยอดอาวุธแต่ก็โดนกำชับว่าห้ามใช้ เพราะถึงจะเซ็ตองศาและข้อมูลปรับกล้องอัตโนมัติเวลาเล็งเป้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยทดสอบยิงจริงๆสักที แน่นอนว่าไอ้การตั้งตามตำราและแผ่นกระดาษมันคงพึ่งอะไรไม่ได้แน่ๆ

"ทางทิศตะวันออกงั้นเหรอ? มาถึงขั้นนี้แล้ว ท่าทางจะจับสัญญาณของคอนเทนเนอร์ได้แล้วแน่ๆ มีแต่ต้องลุยซึ่งๆหน้าแล้วสินะ"ริกกะประเมินก่อนจะตัดสินใจบังคับฟาร์ฟาล่าไถลไปหลบมุมตึกทางด้านขวาช้าๆ จากคู่มือที่เขาศึกษามา ฟาร์ฟาล่าใช้เทคโนโลยีสนามแม่เหล็กทั่วทั้งตัว เพราะงั้นเมื่อเดินเครื่องมันแล้วตามปกติจะมีการสร้างสนามแม่เหล็กแบบอ่อนๆออกมาเพื่อป้องกันสัญญาณตรวจจับของหุ่นศัตรู ถึงจะไม่ใช่การพรางตัวแบบสมบูรณ์ แต่ก็เป็นการก่อกวนเรดาห์แบบหนึ่งละน่า

"เฮอะ สายข่าวของแกนี้มันไม่ได้เรื่องจริงๆ วนหากันมาเกือบสองชั่วโมงแล้วยังไม่เจอหนูสักตัว!"เจ้าของเสียงดุด่าไม่พอใจนี้เป็นของพันตรีฉายาหมูป่าสังหาร ผู้นำหน่วยเอ็นสวาท เวิร์ค ฟอนซ่า เขาอยู่ในAAสไนเซอร์ซึ่งคัสต้อมพิเศษ มีการติดตั้งปืนกระสุนเจาะเกราะที่ไหล่ทั้งสองข้างและดาบขนาดใหญ่ที่ผ่าร่างAAได้ในการฟันครั้งเดียว ส่วนเครื่องลูกทีมของเวิร์คอีกสองเครื่องนั้นเป็นสไนเซอร์คัสต้อมเกราะหนาแบบปกติของหน่วยเอ็นสวาท หนึ่งในสองเครื่องนั้นมี ฟีินิกส์ ไพร์ดชายหนุ่มทีเ่ป็นผู้คุ้มกันของเวิร์คเป็นนักบินอยู่ด้วย

"หัวหน้าเวิร์ค ผมคิดว่าเราไม่ควรจะประมาทน่ะ แถวนี้คลื่นสัญญาณรบกวนรุนแรงมาก"ฟีนิกส์เอ่ยเตือนออกไปพร้อมกับสังเกตเห็นอะไรสักอย่างที่มุมตึกใกล้ๆ แสงสีเหลืองสองแสงสว่างอยู่หรือว่านั้นจะเป็น...

"ศัตรูรึ!!"เขาชักปืนกลออกมาแล้วยิงรัวไปที่มุมนั้นทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ริกกะพุ่งกระโจนออกมาจากมุมตึกตรงนั้นแล้วประเคนกระสุนใส่กลุ่มของเวิร์ค

"ชิ! เซ้นส์ดีเหมือนกันนิน่า"ริกกะเดาะลิ้นพร้อมกับไถลฟาร์ฟาล่าถอยหลังแล้วประเคนกระสุนปืนกลรัวๆใส่กลุ่มของเวิร์ค แน่นอนว่ายิงประเจิดประเจอแบบนี้กลุ่มอีกฝ่ายย่อมต้องรู้ตัวแล้วแน่นอน เวิร์คและสไนเซอร์อีกเครื่องหมุนตัวกลับมาแล้วพยามไสลด์ถอยหลังหลบพร้อมหยิบปืนกลมายิงสวนกลับไป

เมื่อเจอกับจำนวนที่มากกว่า ริกกะจึงจำเป็นต้องถอยหนีแต่พวกกลุ่มสไนเซอร์ก็ถลันไล่ตามเข้ามาอย่างไม่ลดละ และดูเหมือนเครื่องของเวิร์คจะทำการปรับแต่งล้อให้วิ่งไวเป็นพิเศษ ริกกะที่วิ่งเต็มสปีดหนึ่งทีก็หมุนกลับหลังมายิงสวนไปอีกหนึ่งทีเลยโดนประชิดจนเกือบจะทันในที่สุด

"หุ่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...ของพวกต่อต้านสินะ! วันนี้หนูตัวใหญ่แน่ๆ!!!"เวิร์คหัวเราะลั่นพร้อมจ่อปืนขึ้นมาเตรียมยิง แต่ริกกะไวกว่า เขาเหนี่ยวไกให้กระสุนพุ่งออกมาใส่เวิร์คทำให้ หมูป่าพิฆาตตัวนี้ต้องถอยฉากหลบ ในตอนนั้นเองที่ริกกะสบโอกาสเล็งปืนไปที่เศษซากตึกที่ใกล้พังข้างๆ ให้พังลงมา โดยมีเป้าหมายคือต้องการเสาพวกนั้นหล่นทับใส่สไนเซอร์

"เหวอ!!"เวิร์คตกใจพร้อมเบรกหุ่นทันที เขารอดจากซากนั้นไปได้ฉิวเฉียด แต่ที่ไม่รอดก็คือลูกน้องอีกคนในกลุ่มที่ตามมาติดๆ ร่างของสไนเซอร์ตัวนั้นโดนเศษตึกทับจนล้มแบน ส่วนฟีนิกส์เร่งเครื่องให้ไวที่สุดเลยพุ่งผ่านจุดตกมาก่อนที่เศษพวกนั้นจะลงมาได้อย่างฉิวเฉียด

"เสร็จฉันล่ะ!"ฟีนิกส์คำรามพร้อมกับเล็งปืนกลใส่ฟันฟาร์ล่าแล้วเหนี่ยวไกทันที ริกกะสะบัดหุ่นหลบแต่กระสุนก็เฉียวร่างฟันฟาร์ล่าไปนิดๆสองสามนัด ต้องขอบคุณเกราะที่แข็งแรงของมัน เลยทำให้ฟาร์ฟาล่าแทบจะไม่ไ่ด้รับความเสียหายเลย แต่ริกกะเองก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีโชคเท่าไรนักเพราะว่าการไสลด์หลบทำให้ฟีนิกส์ที่มีชั้นเชิงการบังคับหุ่นค่อนข้างดีเข้ามาประชิดเขาได้โดยง่ายและเร็ว มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือปืนกลง้างลูกสูบของหมัดเอาไว้แล้ว ริกกะเคยเห็นพลังของเจ้าหมัดเสริมแรงอัีดนี้ ต่อให้เป็นเกราะของฟาร์ฟาล่าก็ไม่แน่ว่าอาจจะโดนชกทะลุก็ได้แต่ทว่าในตอนนั้นเอง...

เปรี้ยง!

กระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้ามาใส่สไนเซอร์ของฟีนิกส์ เขาโยกตัวหลบกระสุนนั้นได้ทันมันเลยไปตกลงบนพื้นแทน...เศษซากพื้นปลิวกระจัดกระจายก่อให้เกิดหลุมลึกสีดำขึ้นในจุดใกล้ๆที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ พลังทำลายขนาดนี้มันต้องเป็นกระสุนปืนใหญ่ของรถถังไม่มีผิด...

"ริกกะ! รีบขึ้นมาซะจะเปิดคอนเทนเนอร์ไว้ กระโดดเข้ามาในตอนที่กำลังวิ่งอยู่นี้แหละ!"วาเอลีนติดต่อเข้ามาโดยแสดงเป็นภาพเล็กในหน้าจอมอนิเตอร์เมื่อริกกะหันไปก็เห็นยานเกราะยักษ์หรือBCDเล็งหมุนปืนใหญ่กระบอกหนึ่งมาทางนี้....หรือว่าเจ้านี้นะเหรอที่ช่วยเขาไว้เมื้อกี้...แต่ระยะห่างจากหอกลางและตรงบริเวณที่เขาอยู่นี้มันห่างกันมากเลยนิน่า เจ้ารถคันนี้วิ่งได้เร็วมากขนาดนั้นเลยเหรอแล้วที่สำคัญ ริกกะสังเกตเห็นสาวหน้าตาไม่คุ้นอยู่ในห้องบังคับด้วย เอะ จะว่าไป นั้นมันแม่สาวที่เข้ามาถ่ายรูปรถถังไม่ใช่เหรอนั้น?

-----------------------------------

กลับไปเมื่อสิบกว่านาทีก่อนนิดๆ

"เธอเป็นใครกันน่ะ?"วาเอลีนเหงื่อตกขณะเห็นสาวลึกลับบุกเข้ามาในห้องบังคับการของBCD แถมพอเข้ามาแล้วก็ดันเคลื่อนตะลอนรอบทั่วห้องและส่งสายตาเป็นประกายใส่พวกแผงควบคุมหรือพวงมาลัยบังคับ ไม่ก็ทำเสียงแปลกๆอย่าง"สุดยอดเลย!!"หรือ"นี้มันแผงบังคับของ.....แต่ใช้คันโยกของโรงงาน....นิน่า!"

แต่ดูเหมือนว่าเธอยังจะมีปฎิกริยาตอบรับอยู่บ้างเมื่อวาเอลีนเอ่ยถามขึ้นน่ะนะ เพราะเธอหันควับกลับมาพร้อมกับแนะนำตัวทันทีเลยว่า

"สวัสดีค่ะ! ฉันชื่อ บาเน็ต ซี วาเลนไทน์ คุณเป็นเจ้าของรถคันนี้เหรอค่ะ? ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยเหมืิอนมันจะถูกสร้างขึ้นมาโดยรวมรูปแบบจากรถถังและยานเกราะหลายๆแบบเอาไว้ แถมดัดแปลงให้เป็นเหมือนยานเดินทางของพวกกองคาราวานอีกด้วยแน่ะ?"แน่นอนว่าโดนยิงคำถามเป็นชุด...วาเอลีนพยามใช้สมาธิหาคำพูดที่จะติดต่อสื่อสารและตอบคำถามทั้งหมดให้เธอได้ง่ายๆ และในที่สุดเธอก็คิดออก...

"ค่ะ ฉันเป็นเจ้าของเองว่าแต่? คุณบาเน็ตมาทำอะไรที่นี้หรือค่ะ? เห็นชัดๆเลยว่าที่นี้นะกลายเป็นเมืองร้างแถมมีทหารป้วนเปี้ยนไปทั่ว คุณคงไม่ได้มาเพื่อจงใจมาถ่ายรูปเจ้ารถคันนี้หรอกสินะค่ะ? แถมคุณก็คงไม่รู้ด้วยว่ามีรถแบบนี้อยู่?"

วาเอลีนจ้า....การตอบคำถามด้วยคำถามเนี่ยนะที่จะทำให้การสื่อสารมันง่ายขึ้นน่ะ...แต่เหมือนบาเน็ตจะไม่มีปัญหาอะไรเธอเริ่มเล่าออกมาเลยว่า"ค่ะ พอดีฉันมาที่ไอโอนิคเพื่อเข้าร่วมงานพันธ์ดอกไม้นานาชาตินะค่ะ ฉันเปิดร้านขายดอกไม้อยู่ที่เมืองหลวง ก็เลยมาหาเมล็ดพันธ์ดอกไม้แปลกๆไปขายที่ร้าน แต่ดันมาเจอเรื่องแบบนี้เข้า่...ตอนแรกก็หลบอยู่ตามซากตึกนั้นแหละแล้วก็ค่อยๆหาทางหนีมาเรื่อยๆจนมาจ๊ะเอ๋เจอรถคันนี้เขาน่ะ"

"อืมแย่หน่อยนะ พวกเราเองก็กำลังจะหนีออกไปเหมือนกันแต่ว่าถ้าเคลื่อนที่ของใหญ่แบบนี้ออกไปต้องโดนกองทัพหลวงเล่นงานแน่ๆ ถ้าคุณไม่อยากโดนหาว่าเป็นพวกกลุ่มต่อต้านไม่ก็ผู้ก่อการร้ายฉันคิดว่้าคุณควรลงไปจากยานนี้น่าจะดีกว่านะค่ะ"วาเอลีนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้านิ่งๆแต่สาวเจ้าเป็นฝ่ายส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"ขอเสียมารยาทสักนิดนะค่ะ อืม... ท่าทางพวกคุณจะไม่ใช่พลเรือนธรรมดา ไม่งั้นมีไอ้ของแบบนี้ไม่ได้แน่ๆและฉันเดาๆว่าคุณคงต้องการความช่วยเหลือเสียด้วย ไอ้เจ้านี้นะมันใช้ระบบควบคุมแบบพวกรถถังของรัฐนอกจักรวรรดิ เป็นที่รู้กันว่าจักรวรรดิของเราน่ะพัฒนาแต่AAจนเทคโนโลยีรถถังตามหลังรัฐอื่นๆ เพราะงั้นคนที่จะขับพวกที่มีระบบควบคุมแบบนี้ได้คล่อง มันหาได้ไม่ง่ายหรอกนะค่ะ....ถ้ายังไง ฉันขอเสนอตัวเป็นคนขับเจ้านี้พาพวกคุณหลบหนีไปยังเมืองหรือหมู่บ้านใกล้ๆดีไหมค่ะ?"

วาเอลีนหางกระตุกแต่ยังตีสีหน้ายิ้มแย้ม....ก่อนจะนึกขึ้นมาทันทีเลยว่า เด็กผู้หญิงตรงหน้าที่เธอคิดว่าเป็นสาวร่าเริงไร้สมองไม่ค่อยคิดมาก กลับกลายเป็นคนละคนไปในพริบตา ขนาดสถานการณ์แบบนี้ยังรู้จักต่อรองให้ตัวเองได้ประโยชน์ที่สุด ซึ่งมันก็จริงอย่างที่เธอพูดออกมานั้นแหละ โซบิถึงพอจะขับเป็น แต่ไอ้เจ้ายานเกราะยาว20กว่าเมตรนี้มันไม่ใช่ของที่นึกอยากจะขับก็ขับได้เหมือนรถยนต์ กล้าเสนอตัวมาแบบนี้แสดงว่าต้องมั่นใจว่าตัวเองมีดีพอสมควร แม้ดูท่าทางจะไม่ใช่คนหลงตัวเอง แต่ดูจากรอยยิ้มที่เปี่ยมความมั่นใจนั้นแล้ว ก็ชวนให้เชื่อได้อยู่ในระดับหนึ่งละนะ

"หืม...ฉันชอบคนที่กล้าเสนอตัวและมีความกล้านะค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดล้มเหลวขึ้นมาละค่ะ? อะไรจะเป็นการรับประกันให้ฉันได้บ้าง?"วาเอลีนเอ่ยถามกลับ แต่บาเน็ตส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า"ไม่มีค่ะ ถ้าฉันหนีไม่พ้นก็คงต้องตายกันหมด แต่ถ้าขับไปแบบเก๊ๆกังๆก็คงต้องตายเหมือนกันอยู่ดี เลือกแบบไหนละค่ะ?"

".....ค่าตอบแทนถ้าจะจ้างเธอให้ขับให้ล่ะ เท่าไร?"วาเอลีนยอมจำนนต่อข้อเสนอของบาเน็ต เธอเดาะลิ้นเบาๆพร้อมกับแอบยิ้ม เอาเถอะถ้าขอเรียกร้องไม่โอเวอร์ขนาดขอรถคันนี้ล่ะก็ ก็คงพอคุยกันได้ละนะ

"เอ้...เอาเป็นขอพักที่รถคันนี้สักสองสามวันละกันค่ะ รอบเมืองไอโอนิคไม่ค่อยมีหมู่บ้านเท่าไร นอกจากพักแล้วก็ขออาหารสามมื้อแล้วเงินพ็อกเก็ตมันนี่ติดตัวสักเล็กน้อยตอนที่ฉันลงจากรถค่ะ"บาเน็ตไล่ข้อเสนออกมา วาเอลีนรู้ทันทีว่าไอ้สองข้อแรกไม่เท่าไร แต่ไอ้เงินพ็อกเก็ตมันนี่นะสิ ถ้าเรียกสักล้านหนึ่งขึ้นมาล่ะก็เธอคงตกลงไม่ได้แต่ว่า....

ถ้าเรียกร้องมากๆจนเธอไม่คุ้มละก็...วาเอลีนก็ยังมีทางเลือกที่สามอยู่...นั้นคือเก็บเธอทิ้งซะ และวาเอลีนก็รู้ด้วยว่าบาเน็ต ซี วาเลนไทน์คนนี้รู้ว่าเธอต้องปฎิเศษแน่ๆถ้าเธอเอ่ยจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูงออกไป เธอเลยเจาะใจใช้คำว่าพ็อกเก็ตมันนี่แล้วไม่ระบุจำนวนออกมา อย่างน้อยๆถ้าเธอยอมตกลง บาเน็ตก็ยังพอทำอะไรได้บ้างในสองสามวันนี้สินะ จะว่าไปแล้ววาเอลีนเองก็ถูกรูปลักษณ์ของเธอหลอกต้มซะสนิท แต่พอสังเกตดูดีๆแล้ว ยันนี้เองก็ปิดสีหน้าไม่มิดเหมือนกันเลยแฮะ หน้าบานแบบนี้ท่าทางจะต่อรองเอาให้ได้เปรียบที่สุดให้ได้เลยสินะ เป็นเด็กสาวหัวการค้าที่ดูและสังเกตได้ง่ายจริงๆ ถ้าไม่โดนรูปลักษณ์ร่าเริงนั้นหลอกเอาละนะ

"เธอเนี่ย อยากให้ฉันตกลงให้ได้เลยสินะ..."

"เปล่าสักหน่อยนิค่ะ!?"ตอบปัดหน้าซื่อๆแบบนี้ไม่เนียนเลยน่าบาเน็ตจัง

"เอาเถอะ ถ้ายืนกรานแบบนั้นละก็ ฉันจะจ้างเธอก็ได้ บาเน็ต เอาละไปประจำที่ได้แล้วล่ะ ดูเหมือนคอนเทนเนอร์ของฉันจะมาแล้ว เดี้ยวขนของมาใส่เสร็จเราจะเผ่นออกไปกัน"วาเอลีนถอนหายใจพร้อมยิ้มนิดๆแล้วแจงรายละเอียดให้กับแม่สาวคนนี้ฟัง อาจจะเป็นเรื่องแปลกที่วาเอลีนไว้ใจคนที่พึ่งจะเจอหน้าให้มารับหน้าที่สำคัญ แต่มันก็คงไม่ีต่างจากกรณีที่เจอริกกะเท่าไรหรอก สำหรับเธอแล้ว คนที่มีความสามารถและสามารถใช้งานได้ต้องใช้ให้ถึงที่สุดสิ

"ว่าแต่คุณชื่ออะไรรึค่ะ? ฉันจะได้เรียกถูก? หรือจะให้เรียกว่านายจ้างดีละค่ะ?"บาเน็ตเอ่ยถามขณะถลันเข้าไปที่พวงมาลัยและที่นั่งคนขับแล้วนั่งลงไปบนเบาะ พร้อมเริ่มสำรวจกดไกและคันโยกต่างๆนาๆ

"เรียกฉันว่า....."ไม่ทันที่วาเอลีนจะเอ่ย โซบิก็ถลันเข้ามาในห้องแล้วตระโกนออกมาว่า

"แย่แล้วครับองค์หญิง! เราเจอพวกจักรวรรดิ! ตอนนี้เจ้าพลเรือนนั้นกำลังเอาฟาร์ฟาล่าเข้าไปรับมืออยู่....แล้วยัยพลเรือนคนนี้ขึ้นมาได้ยังไงครับ!!!"แน่นอนว่าตอนท้าย โซบิพูดพร้อมชี้นิ้วไปที่บาเน็ตนั้นเอง ไม่ทันที่โซบิจะได้รับคำตอบ วาเอลีนก็เดินเข้ามาแล้วเขกหัวเขาจนเกิดเสียงดังป็อก

"พูดอะไรของนายน่ะ โซบิ? ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าเลิกเยินยอฉันแบบนั้นสักที ถ้าพวกราชวงค์มาได้ยินเขา เรามีสิทธิ์โดนโทษประหารเลยนะ"วาเอลีนพูด แน่นอนว่าคำพูดพวกนี้ยิ่งทำให้โซบิงงขึ้นเป็นเงาตามตัว ก่อนที่วาเอลีนจะหันกลับไปหาบาเน็ตแล้วเอ่ยว่า "ขอโทษนะค่ะที่คนรับใช้ฉันเสีัยมารยาท ฉันเป็นลูกสาวของตระกูลดิฮาร์ด ตระกูลพ่อค้าวานิชจากทางตะวันตกน่ะค่ะ พวกเรามีความสัมพันธ์กับพวกขุนนางนิดๆหน่อย ยานเกราะนี้ก็ใช้เงินทุนของตระกูลเราสร้างและวิจัยขึ้นมา ฉันเป็นทายาทคนที่14ของตระกูล มีชื่อว่า เกรเซีย เดอ ดิฮาร์ทค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จัก~"

หลังกล่าวแนะนำจบก็กระพริบตาให้กับบาเน็ต แต่แน่นอนว่าโซบิเองก็มองเห็นด้วยเช่นกัน เขาเริ่มจะปะติดปะต่อได้แล้ว...องค์หญิงวาเอลีน ต้องการจะปลอมตัวและปกปิดชื่อกับสถานะที่แท้จริงเอาไว้สินะ

-----------------------------------
Select Mode
Q:ตั้งแต่ตอนหน้าจะใช้ชื่อไหนในการเขียนฉากบรรยายบทพูดของวาเอลีน
True.วาเอลีน
If.เกรเซีย
-----------------------------------

>>>>>>>>>>>>>>>>>>> Part 2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2011, 02:24:16 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 20, 2011, 12:23:55 AM »

Chapter 3 -Power Of Railrifle- Part 2

กลับมาปัจจุบัน ริกกะเร่งสปีดฟันฟาร์ล่าไล่ตามยานเกราะขนาดยักษ์ของกลุ่มเขาหรือBCDไป ทั้งๆที่ขนาดของรถคันนี้มันไม่ใช่เล็กๆเลยแท้ๆ แต่ริกกะก็ยังคงอึ้งที่แม่สาวคนนั้นสามารถขับได้คล่องปานนี้ ยานเกราะใหญ่แบบนี้วิ่งไปในเมืองแน่นอนว่าต้องขูดขีดกับเส้นทางบนถนนหรือตึกรามบ้านช่องแน่ๆ แต่ฝีมือของแม่สาวบาเน็ตคนนี้ทำให้ยานเกราะลำนี้แค่เฉียด ไม่ก็ขูดขีดกับผนังเล็กน้อย ก่อนจะสปีดรถให้ไวขึ้นและเร่งความเร็วไปทางประตูทิศตะวันตก

แต่ปัญหายังมีอยู่อีกอย่าง....นั้นก็คือสไนเซอร์ของฟีนิกส์ที่วิ่งตามมันไม่ลดละแล้วพยามยิงใส่ยานเกราะไม่ก็ฟาร์ฟาล่าตลอดทาง

"เจ้านั้นพยามเล็งใส่ช่วงท่อปล่อยไอเสียตลอดเลยค่ะคุณเกรเซีย ถ้าโดนเขาละก็ถึงรถนี้จะวิ่งได้อยู่แต่ตัวเครื่องยนต์จะเกิดปัญหาเพราะระบายความร้อนได้ช้า ฉันก็จะเร่งสปีดไวๆไม่ได้ด้วยสิ"บาเน็ตบ่นออกมาพร้อมกับรายงานให้วาเอลีนที่ใช้ชื่อปลอมอยู่รับฟัง...เธอครุ่นคิดสถานการณ์แล้วติดต่อไปหาริกกะทันที

"ริกกะ! นายมัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงยิงเจ้านั้นไม่ตกซะที?"

"ทำได้ก็ทำไปนานแล้ว! ท่าทางเจ้านี้จะเป็นระดับบอส แถมกดพลังจิตแม่น+30หลบ+30ทุกเทิร์นด้วย! อีกอย่างกระสุนไรเฟิลฉันก็หมดแล้วทำได้แต่หลบเนี่ยแหละ!"ริกกะบ่นออกมาเป็นภาษาเกมเหมือนเดิม ตอนนี้ทางเลือกของริกกะมีแค่หนีไม่ก็เข้าไปสู้ในระยะประชิดเท่านั้น แต่อย่างหลังท่าทางจะไม่ดี เพราะดูจากทักษะการไล่ยิง การหลบหลีกที่ผ่านมาแล้ว หมอนี้เก่งกว่าเขามากๆและเข้าไปสู้ประชิดคงโดนซัดใส่จนล้ม ถ้าพวกนั้นจับตัวเขาหรือฟาร์ฟาล่าได้ล่ะก็ สิ่งที่วาเอลีนทำมาก็แทบจะสูญเปล่าไปทันที

"ไม่ได้การ...เอาเถอะฉันอนุญาติให้นายใช้เรลไรเฟิลได้! ถึงจะไม่เคยยิงจริงๆมาก่อนก็เถอะนะ"วาเอลีนเอ่ยตอบไปทำให้ริกกะกลืนน้ำลายดังเฮือก...ทดสอบครั้งแรกก็ต้องใช้งานในสถานการณ์แบบนี้เลยรึเนี่ย แถมบริเวณนี้เป็นทางคดเคี้ยว สไนเซอร์ที่ถึงจะช้ากว่าก็อาจจะตามมาได้ทันเพราะฟาร์ฟาล่าและBCDก็ต้องคดเลี้ยวไปตามเส้นทางด้วย ช่วงระยะในตอนโค้งจะทำให้ระยะห่างนั้นสั้นลง...แต่นั้นก็หมายความว่ามันเป็นโอกาสโจมตีใส่ด้วยนั้นเอง

ริกกะเลื่อนมือไปหยิบไรเฟิลที่เหน็บอยู่ที่ด้านหลังของฟาร์ฟาล่าขึ้นมา แล้วจ่อไปด้านหน้าตนเอง พร้อมกับไถลถอยหลังไปด้านหน้าพาร่างฟาร์ฟาล่าไปตามถนนที่คดเคี้ยว การเล็งขณะเคลื่อนไหวเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แถมเล็งในแบบเลื่อนถอยหลังแบบนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

"ชิ ตัวเลขพวกนี้มันอะไรเนี่ย...มันจะยิงจริงได้เหรอ...ศูนย์องศาเคลื่อนตั้งเยอะ...โว้ย!! ไม่ใช้ตัวช่วยแล้วล็อกมันเอาสดๆนี้แหละ!!!"ริกกะหมดความอดทนพร้อมกับเปลี่ยนเป็นระบบแมนนวลและล็อกเล็งด้วยตาเปล่าเอง...แต่เป้ามันก็ส่ายไปมาเหลือเกินซะนี้

ทางด้านฟีนิกส์เขาก็เห็นว่าตัวเองถูกเล็งอยู่แต่เขาก็ไม่ทุกข์ร้อนเท่าไร เพราะด้วยพิศัยของไรเฟิลอย่างมากถึงจะยิงได้ไกลแต่เพียงแค่เขาขยับเพียงนิดมันก็พลาดเป้าแล้ว...ฟีนิสก์เลยตัดสินใจเร่งเครื่องพุ่งขึ้นหน้าเรื่อยๆแทน เขามั่นใจในเกราะของสไนเซอร์ ถ้าไม่ถูกปืนยิงลูกระเบิดยิงใส่ละก็ แทบจะไม่มีกระสุนอะไรที่เจาะผ่านเกราะสไนเซอร์ของเขาได้

แต่ฟีนิกส์ไม่รู้จักเรลไรเฟิล แล้วนี้เป็นครั้งแรกที่เขาตัดสินใจผิดพลาด

"พลังงาน67% ถ่ายโอน24% ระยะห่าง-532เมตร บาลานเซอร์ปกติ กระสุนบรรจุใส่แค่สามนัด...เอาล่ะนะ..."ริกกะพึมพำขณะอ่านข้่อมูลบนหน้าจอและพยามตั้งปืนให้นิ่งที่สุดและรวบรวมสมาธิ...กระสุนน้อยแบบนี้เขาจะยิงพลาดไม่ได้ ถึงจะมีสำรองอีกสองนัดก็เถอะ แต่เขาคิดว่ากระสุนไรเฟิลคงทำอะไรเกราะของสไนเซอร์ไม่ได้เท่าไรหรอก แต่ริกกะก็คิดผิด เพราะเขาไม่รู้จักเรลไรเฟิลและไม่รู้จักพลังของมัน แต่เมื่อริกกะตัดสินใจกดเหนี่ยวไกออกไป เขาก็จะได้รู้จักมันแล้ว

เปรี้ยง!!!!

เสียงดุจสายฟ้าฟาดดังลั่นขึ้น แรงถีบของเรลไรเฟิลนั้นสูงมาก สูงในชนิดที่ว่าฟาร์ฟาล่าถึงกับกระเด็นถอยหลังเมื่อเหนี่ยวไก ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขั้นแทบจะพร้อมๆกันในเวลาไม่ถึงเพียงเสี้ยววินาทีเริ่มจากกระสุนเหล็กเกลียวสว่านสีฟ้าเงินถูกดีดพุ่งออกไปจากการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กออกจากปลายกระบอกปืน มันเคลื่อนที่เร็วกว่าลูกปืนทั่วๆไปที่ฟีนิกส์รู้จัก เพราะแบบนั้นยังไม่ทันที่ฟีนิกส์จะได้ขยับคอนโทนเลอร์กระสุนก็พุ่งเข้ามาใส่สไนเซอร์ของเขาเสียแล้ว...

กระสุนพุ่งกระแทกใส่หัวไหล่ขวาของสไนเซอร์ตรงกลางเป้า นอกจากกระสุนแล้วยังมีแรงมหาศาลที่ตามติดมาด้วย แรงนั้นได้อัดกระแทกแขนของสไนเซอร์ให้หลุดออกในพริบตา...เหมือนเรื่องน่าอัศจรรย์ที่กระสุนลูกเล็กๆจะมีพลังทำลายที่มากมายขนาดนี้...และเมื่อมันวิ่งตรงไปกระแทกกับฝากำแพงที่อยู่ห่างไปด้านหลังเกือบสุดถนนถ้านับจากตัวฟาร์ฟาล่า....กระสุนนั้นพุ่งทะลุเข้าไป และสร้างรอยร้าวขนาดใหญ่ไว้บนกำแพง....หลังจากนั้นไม่มีใครรู้ว่ากระสุนนี้จะพุ่งไปอีกไกลแค่ไหน...แต่ที่แน่ๆ มันมีพลังขนาดทำลายเกราะของAAเสริมพิเศษได้ในนัดเดียวและถึงจะยิงโดนใส่ศัตรูแล้ว กระสุนก็ยังมีแรงเหลือมากพอจะพุ่งไปไกลได้อีกเกือบๆ1กิโลเมตร...

นี้คือพลังที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตาของเรลไรเฟิล...พลังที่แท้จริงของไรเฟิลกระบอกเล็กๆ ที่ๆซึ่งแม้แต่วาเอลีนที่รู้จักพลังของมันมาก่อนใครจะไม่มีทางล่วงรู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นสิ่งที่ใช้พลิกโฉมหน้าการทำสงครามบนโลกนี้ตลอดไป

-----------------------------------

"ฮึบ!!!"บาเน็ตส่งเสียงพร้อมกับเหยียบเบรกแล้วหมุนพวงมาลัยสุดมือ...ยานเกราะBCDความยาว20กว่าเมตร ดริฟท์ไถลมาจอดที่พื้นดินบริเวณปลายสะพานทางออกของเมืองไอโอนิค จริงๆแค่ขับมาแล้วจอดเฉยๆก็ได้ แต่แม่นี้ดันดริฟท์จอดด้วยแฮะ ทั้งๆที่ยาวตั้งเกือบ20กว่าเมตร...ไม่น่าเชื่อ...

"บาเน็ต พังสะพานเลย..."วาเอลีนที่ตอนนี้ใช้ชื่อปลอมว่าเกรเซียเอ่ยออกมา บาเน็ตก็บังคับปืนใหญ่เล็งใส่บริเวณเสาค้ำสะพานอย่างฉับไวแล้วก็กดเหนี่ยวไกออกไปทันที กระสุนระเบิดถูกพุ่งผ่านออกจากปล่องและทำลายเสาค้ำสะพานตรงกลางจนแตกร้าว ก่อนที่สะพานจะค่อยๆจมทลายหายไปและเศษซากพังตกลงไปในน้ำ

"เท่าที่ก็ไม่มีใครตามเรามาได้แล้ว....สักพักละนะ..หืม โซบิ? ริกกะยังไม่ออกมาจากโรงเก็บอีกเหรอ?"วาเอลีนเลิกคิ้วพร้อมกับหันไปถามผู้ติดตามที่อยู่ข้างๆ

"ยังเลยครับ ถ้ายังไงให้ผมไปตามให้ไหม?"โซบิเอ่ยเสนอตัวแต่สาวจิ้งจอกส่ายหน้า

"ไม่ ฉันไปเองดีกว่า..."เอ่ยจบเธอก็เดินลงจากห้องบังคับการไปและมุ่งหน้าผ่านเส้นทางเดินแคบๆในตัวรถไปยังโรงเก็บขนาดใหญ่ที่อยู่ส่วนท้่ายในทันที

"ริกกะ? ทำอะไรอยู่น่ะ?"วาเอลีนเดินเข้ามาในโรงเก็บพร้อมกับตระโกนถาม เธอเห็นค็อกพิตฟาร์ฟาล่าเปิดอยู่และริกกะก็นั่งอยู่ข้างในนั้น

"วาเอลีนเองเหรอ? ไม่ได้ทำอะไรหรอกแค่นั่งนึกอะไรอยู่น่ะ"ริกกะเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจแล้วค่อยๆไต่ลงมาจากฟาร์ฟาล่า

"บอกตั้งแต่นายกระโดดมาขึ้นBCDเมื้อกี้แล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าตอนนี้ให้เรียกฉันว่าเกรเซียน่ะ"วาเอลีนเอ่ยพร้อมกับสะบัดผมเบาๆส่วนริกกะก็รับคำไปอย่างส่งๆว่า"อาๆ เข้าใจแล้วเกรเซีย..."

"นึกอะไรอยู่เหรอ?"

"อนาคตนน่ะ...นี้...วาเอลีน? ฟาร์ฟาล่ามันเป็นอะไรกันแน่? เทคโนโลยีล้ำยุคที่เกินหน้าAAในปัจจุบันมารวมตัวกันอยู่ในเจ้านี้กันหมด...มัน...ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรกันแน่?"ริกกะเอ่ยถามพร้อมทำสีหน้าสงสัย วาเอลีนนิ่งไปครู่ก่อนจะเอ่ยว่า

"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน นี้เรื่องจริงนะ! เพราะงั้นฉันเลยต้องไปที่โบสท์หลวงเพื่อหาความจริงให้กับเจ้านี้ด้วยไง...แต่ที่แน่ๆฉันรู้อยู่อย่างหนึ่ง..."

"รู้ว่า?"ริกกะทำหน้าสงสัยพร้อมกับทวนคำและถามซ้ำ

"ฟาร์ฟาล่าน่ะ คือจักรกลที่จะกลายเป็นได้ทั้งเทพแล้วก็ปีศาจ!"

Chapter 3 -Power Of Railrifle- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2011, 02:23:16 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 29, 2011, 01:25:07 AM »

Chapter 4 -A Lonely Girl-

จักรวรรดิกีรัล จักรวรรดิที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของโลก แต่ในปัจจุบันจักรวรรดิประสบกับปัญหาสงครามกลางเมืองอยู่... นั้นทำให้ดินแดนของจักรวรรดิถูกแบ่งแยกออกไปอย่างกระจัดกระจาย โดยเนื้อที่ทางทิศเหนือและตะวันออกทางกองทัพหลวงยังสามารถคงอำนาจในการควบคุมรัฐต่างๆเอาไว้ได้ ส่วนทางตอนใต้ของจักรวรรดินั้นตกเป็นของฝ่ายต่อต้านทั้งหมด ส่วนทางด้านตะวันตกยังคงสถานะเป็นกลางและยังไม่เกิดสงครามมากเท่าใดนัก สืบเนื่องจากเป็นทิศที่ตั้งของโบสท์หลวงมารีอา เหล่าประชาชนที่เดือดร้อนจา่กสงครามส่วนใหญ่ก็ต่างตัดสินใจที่ย้ายไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจักรวรรดิ์ แต่ว่าการเดินทางไปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งต้องผ่านแนวเขาที่สูงชัน และพื้นที่รอยต่อของกองกำลังทั้งสองฝ่าย นี้ยังไม่นับระยะทางที่ไกลและกินเวลานานอีกด้วยนะ

-----------------------------------

เวลาผ่านไปได้ประมาณสามวัน หลังจากที่BCDที่บรรทุกพวกริกกะหลบหนีออกจากเมืองไอโอนิคและมุ่งหน้าไปยังดินแดนทางทิศตะวันตก กองกำลังเอ็นสวาทที่เฝ้ารักษาเมืองไอโอนิคอยู่นั้น ก็ได้ตัดสินใจยกกองกำลังพลเดินทางมาทางทิศตะวันตกเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุผลง่ายๆก็คือเวิร์ค ฟอนซ่าผู้นำของหน่วยเอ็นสวาทต้องการที่จะไล่ตามฟาร์ฟาล่าและล้างแค้นมันกับนักบินที่ทำให้เขาเสียหน้านั้นเอง

หน่วยเอ็นสวาทที่รุกคืบไปเรื่อยๆก็ได้พานพบกับกองกำลังต่อต้านทั้งแบบที่เข้ากับกำลังต่อต้านเลยและแบบที่เป็นกองกำลังของชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน แต่ด้วยกองกำลังที่มากกว่าและมีเหล่าทหารที่เจนจัดในสนามรบจริงมากกว่ากลุ่มต่อต้าน ทำให้หน่วยเอ็นสวาทได้รับชัยชนะอย่างง่ายดายโดยไม่เสียไพร่กำลังพลและวันนี้เองก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับทุกวัน

ไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูเครื่องหนึ่งกำลังวิ่งผ่านทุ่งหญ้ารกร้างในคืนที่จันทร์กระจ่าง ด้านหลังของAAเครื่องนี้มีหุ่นสไนเซอร์สามเครื่อง เคลื่อนที่ตามติดมาอย่างไม่ลดละ ดูจากรอยต่างๆที่อยู่บนเครื่องของไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูแล้ว สันนิฐานได้ว่าถูกยิงมาจากกลุ่มสไนเซอร์ที่ไล่ตามติดมาแน่ๆ

"หนีไม่พ้นหรอกน่า!!!"นักบินของสไนเซอร์จ่าฝูงเอ่ยตระโกนขึ้นมาพร้อมกับตั้งบาซูก้าไว้กับหัวไหล่แล้วเล็งยิงมาใส่ไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นแต่ว่า...

ไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นหมุนตัวหลบจรวดที่พุ่งเข้ามา แต่เนื่องจากความเสียหายที่ได้รับมาก่อนหน้าทำให้เข่าของไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นเกิดอาการชำรุดขึ้นมากระทันหันและเข่าก็ดันงอลงไปพอดี ไลท์นิ่งเกียร์ตัวนี้เลยได้รับผลกระทบจากอาการชำรุดนั้นคือการล้มหน้าทิ่มลงไปกับพื้น

"มันจนมุมแล้ว!"นักบินของสไนเซอร์อีกเครื่องเอ่ยขึ้นพร้อมกับเล็งปืนมาทางซากของไลท์นิ่งเกียร์ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นว่าค็อกพิตของมันถูกเลื่อนเปิดออกและมีหญิงสาวคนหนึ่งไต่ตัวเองออกมาจากซากของเครื่องไลท์นิ่งเกียร์

"ผู้หญิงเหรอ!?"

"ต่อให้เป็นผู้หญิงก็ไม่ละเว้นหรอกน่า!!"หัวหน้ากองสไนเซอร์เอ่ยออกมาพร้อมกับตั้งปืนกล เขาเป็นสมาชิกของหน่วยเอ็นสวาทเพราะงั้นเรื่องการฆ่าเด็ก ผู้หญิง คนแก่หรืออะไรต่อมิอะไรถือว่าเป็นเรื่องปกติ สำหรับหน่วยที่มีจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนาอย่างหน่วยเอ็นสวาืท

"อึก..."หญิงสาวผู้มีสีดำยาวไว้ผมทรงฮิเมะคัตตัดเป็นรูปตัววีและมีผิวขาวและค่อนข้างซีด กลืนน้ำลายเมื่อเห็นสไนเซอร์เล็งปืนกลมาใส่เธอ แม้ว่าการเล็งยิงเป้าเล็กๆจะมีเปอร์เซ็นโดนต่ำ แต่ก็กินพื้นที่มาก จากมุมนี้เองทำให้เธอไม่สามารถที่จะหนีจากสายตาของพวกเขาได้พ้น...หรือว่านี้จะเป็นวาระสุดท้ายของเธอกันนะ?

เปรี้ยง!!!!

เสียงดุจสายฟ้าฟาดดังลั่นขึ้น ตัดผ่านความเงียบงันของบรรยากาศโดยรอบกระสุนเหล็กเกลียวสว่านสีฟ้าเงินพุ่งตัดผ่านอากาศเข้ามากระทบใส่ลำตัวของสไนเซอร์ที่จ่อปืนกลเตรียมจะยิงใส่หญิงสาว ร่างของAAตัวนั้นกระเด็นถอยหลังไปตามแรงกระแทกมหาศาลที่ได้รับจากกระสุนเหล็ก ก่อนที่ร่างของหุ่นตัวนั้นจะเกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณลำตัวที่ซึ่งกระสุนพุ่งผ่าน สไนเซอร์ตัวนั้นล้มแน่นิ่งลงไปกับพื้น ท่ามกลางความมึนงงสับสนของเพื่อนร่วมทีมอีกสองเครื่อง

"เกิดอะไรขึ้นฟร่ะ!?"หนึ่งในนั้นร้องตระโกนออกมาพร้อมกับหันไปรอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นสีขาวๆฟ้าๆสว่างตัดความมืดพุ่งมาแต่ไกลจากทางทิศด้านหน้าของตนเอง แต่ระยะแค่นั้นไม่น่าจะยิงได้ถึงจุดนี้นิน่า?

เปรี้ยง!!!!

กระสุนปริศนานั้นถูกยิงออกมาอีกครั้งและกระแทกใส่หัวของสไนเซอร์ตัวที่สองเต็มๆ แรงกระแทกของมันมากพอจะทำให้หุ่นล้มลงไปได้อย่างง่ายๆ นักบินเครื่องนั้นยังคงเคราะห์ดีอยู่ที่กระสุนนั้นเล็งทำลายหัวและบริเวณช่วงบนของสไนเซอร์ไป แต่ตรงส่วนที่นั่งบังคับและนักบินยังคงปลอดภัยอยู่...แต่แล้วนักบินคนนั้นกลับไม่สามารถขยับเขยือนร่างกายตนเองได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่และการโจมตีอย่างไม่คาดฝันได้ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาทื่อชาไปหมดเสียแล้ว นี้มันเกิดอะไรกันขึ้น?

ควันสีเทาดำโชยออกมาจากปากระบอกปืนของAAเครื่องหนึ่ง มันเป็นAAที่สุดแสนพิลึกพิลั่นเพราะหน้าตาไม่เหมือนกับAAรุ่นอื่นๆเลยแม้สักนิด ร่างของมันกำลังพุี่งไถลเคลื่อนที่มาข้างหน้าพร้อมกับเล็งปืนไปด้วย...AAปริศนานี้เองที่เป็นที่มาของกระสุนเกลียวสว่านนั้น AAที่ชื่อฟาร์ฟาล่า

"นัดเมื่อกี้ไม่โดนค็อกพิตเหรอ? แสดงว่าค่าที่ตั้งใหม่ยังไม่ตรงเท่าไีรสินะ... แต่ว่าไลท์นิ่งเกียร์ที่ล้มอยู่นั่น? ไม่ใช่สีของพวกกองกำลังต่อต้าน หรือว่าจะเป็นกองกำลังของหมู่บ้านแถวๆนี้กัน?"ริกกะ ซีซิกนักบินของฟาร์ฟาล่าเอ่ยวิเคราะห์ สาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ตรงนี้เนื่องจากBCDได้ตรวจจับสัญญาณของAAหลายเครื่องได้ในระยะไม่ไกลจากตัวรถ วาเอลีนเลยเข้ามาปลุกเขาแล้วลากไปขึ้นฟาร์ฟาล่าขับออกมาลาดตระเวณตรวจดู ซึ่งก็ได้กำชับไว้ว่าถ้าเป็นAAของกองทัพหลวงหรือกองกำลังต่อต้านให้ยิงจัดการทิ้งได้เลยถ้าเห็นสมควร

"พวกกองกำลังต่อต้านเหรอ?"นักบินของสไนเซอร์หนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ตั้งปืนบาซูก้าวางไว้บนหัวไหล่แล้วไถลตัวออกไปด้านหน้าทันที เขาคิดจะเข้าปะทะกับฟันฟาร์ล่าแน่ๆ ซึ่งดูจากระยะที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ต่อให้เป็นเรลไรเฟิลอาจจะมีโอกาศยิงวืดได้ ริกกะเลยตัดสินใจเก็บปืนแล้วหยิบเอาดาบเหล็กสีฟ้าที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นมาใช้แทน

ฟันฟาร์ล่าคาลิเบอร์คือชื่อของมัน แต่ริกกะเรียกมันว่าดาบผ่านภา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชื่อไหนก็ดูเสี่ยวไม่ก็สิ้นคิดทั้งนั้น มันเป็นดาบที่สร้างมาจากโลหะชนิดพิเศษ มีความสามารถในการกักเก็บกระแสไฟฟ้าในตัวโลหะได้เลยมีลักษณะเหมือนเป็นทั้งดาบและกระบอกไฟฟ้าไปในตัว

"ย้าก!!!"นักบินของสไนเซอร์เครื่องนั้นคำรามพร้อมกับเหนี่ยวไกยิงกระสุนจรวดเข้ามาใส่ริกกะ แต่เนื่องจากระยะที่ใกล้เกินไปทำให้นักบินคนนั้นยิงวืดไป และริกกะเองก็สบโอกาศเข้าไปประชิดกับสไนเซอร์ตัวนั้นและจับดาบผ่านภาหรือฟาร์ฟาล่าคาลิเบอร์ขึ้นมาตั้งในแนวขวางและฟันออกไปเต็มแรง

"ดาบผ่านภา ดาบเดียวพินาศสิ้น!!!"ริกกะคำรามออกมา ขณะที่ฟันฟาร์ล่าใช้ดาบผ่าลำตัวของสไนเซอร์เครื่องนั้นอย่างง่ายดาย ฟันฟาร์ล่าหมุนตัวไถลก่อนจะรวบดาบเก็บเข้าฝักกลายเป็นท่าเก็ก และพริบตาต่อมาสไนเซอร์ตัวนั้นก็เกิดระเบิดขึ้นมาเป็นฉากหลังประกอบให้กับท่าฟันของฟันฟาร์ล่า

"เฮ่อ...เกือบไปแล้วสิ ดีที่อีกฝ่ายดันทะลึ่งใช้ปืนจรวดยิงในระยะใกล้ๆแบบนี้ละนะ...หืม? ผู้หญิงเหรอ?"ริกกะพึมพำเมื่อสังเกตเห็นหญิงสาวที่เป็นนักบินของไลท์นิ่งเกียร์ เธอกำลังหลบอยู่ข้างๆซากAAของเธอที่พังพินาศลงจากการโจมตีของกองทัพหลวงเมื่อครู่ เธอเองก็จ้องมาทางฟาร์ฟาล่าเช่นกัน

"ไม่ใช่พวกกองกำลังต่อต้านซะด้วย อืม...เอาไงดีน่า?"ริกกะครุ่นคิด ทางที่ดีเขาควรจะปล่อยเธอไว้แบบนี้ แต่นึกในแง่การรักษาความลับ เขาควรจะจัดการเธอทิ้งซะตรงนี้แต่ไอ้สองทางเลือกที่ว่ามามันไม่โดนใจเขาเลยสักทาง ในที่สุดริกกะก็ตัดสินใจเปิดฝาค็อกพิตของฟาร์ฟาล่าออก ชะโงกหน้าออกไปพร้อมกับตระโกนว่า

"เธอนะ? รีบขึ้นมาตรงนี้เร็วเข้า!"

-----------------------------------

เมืองหลวงของจักรวรรดิกีรัล วันติกา แม้จะอยู่ในภาวะสงครามแต่ผู้คนที่นี้เองก็ยังใช้ชีวิตแบบปกติเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่าคนจากเมืองหลวงห่างไกลจากสงครามและเขตสู้รบมากก็เป็นได้ ภาพทิวทัศน์ในเมืองเลยเป็นบรรยากาศเดิมๆเหมือนกับทุกๆวัน โดยเฉพาะย่านการค้าที่จตุรัสกลางในตัวเมือง ช่วงเวลาแบบนี้คนจอแจและแน่นกันจดเบียดเสียดไปหมด

สาวน้อยคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบของกองทัพหลวงค่อยๆพยามดันตัวแหวกฝูงชนที่คับคั่งบริเวณใจกลางตลาดออกมายังบริเวณรอบๆจตุรัสกลาง แม้จะใช้เวลานานพอสมควรแต่แล้วในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ เมื่อคนเริ่มจะเบาบางลงเธอก็ถอนหายใจพร้อมกับทำท่าปาดเหงื่อ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า

"ทีนี่ก็รีบไปที่นั้นก่อนแล้วค่อยกลับไปที่หน่วย!"

ว่าแล้วเธอก็ออกวิ่งไปตามทาง ในมือของเธอนั้นมีถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่อยู่ด้วย ในถุงกระดาษนั้นมีของกินมากมายที่ซื้อมาจากตลาดจากย่านการค้า เธอวิ่งผ่านเส้นทางที่มีผู้คนหนาแน่น เข้าไปตามตรอก ตามซอกและตามซอยโดยซิกแซกไปเรื่อยๆเพื่อหลบหนีเส้นทางที่มีผู้คนแออัด และในที่สุดเธอก็มาหยุดอยู่บริเวณตรอกทางตันแห่งหนึ่ง

"ไม่มีใครอยู่สินะ เอาล่ะ!"ว่าแล้วเธอก็คว้านมือลงไปในถุงกระดาษเพื่อจะหยิบอะไรบางอย่างแต่ทว่า...มือใหญ่ๆมือหนึ่งโผล่เข้ามาจับที่ไหล่ของเธออย่างรวดเร็วทำให้เธอสะดุ้งเฮือกแล้วหันกลับไป

"ทำอะไรอยู่น่ะ "มิล ฮาร์วาร์ด""ชายหนุ่มอายุอานามราวๆ20ปลายๆมีผิวสีคล้ำนิดๆผมมีสีแดงอ่อนออกส้มนัตย์ตาเป็นสีเหลืองนวลเป็นคนเอ่ยทักเด็กสาวคนนี้ มือที่จับนั้นก็คือมือของเขานั้นเอง

"หะ หะ หัวหน้า อเล็กซ์!!"เธอร้องลั่นออกมาเหมือนกับเห็นผีไม่ก็ปาน ชายที่ทักมิล ฮาร์วาร์ด ก็คือหัวหน้าของเธอที่มีนามว่า"อเล็กซ์ รีเวน"ร้อยเอกประจำหน่วย"ไทรดัล"ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษหน่วยหนึ่งของกองทัพหลวง

ถึงแม้จะเป็นหน่วยรบพิเศษ แต่ก็ถูกขนานนามว่าหน่วยรบเจ้าปัญหาด้วยเช่นกัน นั้นก็เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกแปลกๆหรือไม่ก็เป็นคนที่มีลักษณะไสตล์เหมือนกับอัศวินยุคโบราณ นั้นก็คือ ซื่อสัตย์ ภัคดีและยึดมั่นในคุณธรรมเหนืออื่นใด ปกติจะเป็นหน่วยที่ไม่สังหารคนถ้าไม่มีเหตุผล และไม่ค่อยรับภารกิจกวาดล้างหรือถ้ารับก็มักจะเป็นแค่ค่ายพักของศัตรูมากกว่าที่จะเป็นเมืองหรือหมู่บ้าน

มิล ฮาร์วาร์ดคือทหารที่พึ่งจบใหม่และถูกบรรจุเข้าหน่วยไทรดัล เธอเป็นสาวจิตใจดีมีผลการเรียนปานกลางและออกจะซุ่มซ่ามอยู่บ่อยครั้ง และเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นมาอเล็กซ์ที่รับหน้าที่ดูแลลูกทีมทุกๆคนในหน่วยก็ต้องคอยมานั่งแก้ไขและช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้ง

จาการสังเกตมาได้สองสามวัน อเล็กซ์พบว่ามิลมักจะกลับมาที่หน่วยช้ากว่าปกติประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งสำหรับคนขยันขันแข็งแบบเธอแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาสาย แม้พอเอ่ยถามออกไปเธอจะตอบมาว่าคนเยอะเลยเคลื่อนที่ได้ช้าก็เถอะ

แต่เนื่องจากทักษะพิเศษส่วนตัวเล็กๆน้อยๆของอเล็กซ์อย่างการจับโกหก ผสมกับการที่มิลเป็นสาวที่โกหกไม่เก่งเอามากๆทำให้เขาดูออกได้อย่างง่ายดายว่าเธอโกหกในเรื่องที่เจอคนเยอะเลยกลับมาได้ช้า วันนี้เขาเลยตั้งใจสะกดรอยตามอย่างเงียบๆเพื่อที่จะได้ไขข้อสงสัยว่ามิลหายไปทำอะไรมา

"คะ คือว่า ฉัน ฉัน..."มิลเลิกลั่กพร้อมขยับตัวไปมาอย่างกระวนกระวายก่อนจะได้ยินเสียงร้องดัง "เมี้ยว~"ขึ้นมา ที่กล่องกระดาษในสุดตรอกตัน อเล็กซ์ไม่รอชาเดินเข้าไปเปิดเจ้ากล่องปริศนานี้ทันที

"แมวเหรอ? ยังงี้นิเอง"

"ขะ ขอโทษค่ะหัวหน้า! ที่หน่วยเขาห้ามเอาสัตว์มาเลี้ยง ก็เลยเอากลับไปไม่ได้ แต่ว่า แต่ว่ามันถูกทิ้งนะค่ะ แล้วฉันก็มาเจอ เอ่อคือ......"มิลลนลานเสียจนพูดอะไรไม่ถูก อเล็กซ์จึงต้องเดินเข้ามาแล้วเอามือจับหัวเธอเบาๆก่อนจะยิ้มแล้วบอกว่า

"เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องกลัวหรอกน่า บอกแต่แรกก็จบเรื่องแล้วนิน่า"

"ขะ ขอโทษค่ะ!"ว่าแล้วมิลก็ก้มหัวขอโทษอเล็กซ์ในทันที ทำเอาเขาต้องถอนหายใจออกมาเพราะความขี้เกรงอกเกรงใจของเธอ แต่ก็นับว่าเป็นนิสัยที่ดีล่ะนะ

"เธอเนี่ยน่า...เอาเถอะ แบบนี้ต้องรีบหาบ้านให้มันแล้วละสิ เพราะเดี้ยวถ้าไม่มีคนเอาอาหารมาให้จะแย่เอา"อเล็กซ์เอ่ยออกมาพร้อมกับอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมาบนตัก ส่วนมิลก็ทำหน้างงๆก่อนจะเอ่ยบอกอเล็กซ์ไปว่า

"มะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ! ฉันจะคอยดูแลมันเองค่ะหัวหน้า!! ไม่ต้องไปหาบ้านให้มันก็ได้ ขอแค่ย้ายๆไปไว้ที่ใกล้ๆหน่วยจะได้ไหมค่ะ?"

"เอ่อ เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ มิล ฮาร์วาร์ด คิดว่้าฉันจะกีดกันไม่ให้เธอมาดูแลมันอย่างนั้นเหรอ?"อเล็กส์เอ่ยถามแบบอึ้งๆกลับไป ส่วนเจ้าเหมียวร้องเมี้ยว~ขึ้นมาเป็นเอฟเฟ็คประกอบ

"อะ เอ๊ะ...งั้นหมายความว่ายังไงรึค่ะ หัวหน้า?"

"อ้าวไม่รู้เหรอ? ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปพวกเราต้องย้ายไปประจำที่เมืองไอโอนิคทางตะวันออกนะ?"อเล็กส์เอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงมิลกรี้ดร้องดังลั่นว่า

"อะไรนะค่า!?!?!?!?!?!?!?!?!?"

-----------------------------------

"หืม หมู่บ้านถูกกองทัพหลวงเข้าโจมตีทำลายงั้นเหรอ ท่าทางจะเป็นพวกเอ็นสวาทสินะ เพราะว่าถ้าเป็นหน่วยอื่นละก็ คงไม่ฆ่าล้างทำลายทั้งหมู่บ้านไปแบบนั้น"สาวจิ้งจอกหรือเจ้าหญิงวาเอลีนแห่งอาณาจักรดิกีรัล กำลังนั่งจิบชาพร้อมกับฟังเรื่องเล่าจากเด็กสาวหน้าใหม่บนยานBCD เธอคนนี้คือสาวน้อยที่ริกกะไปช่วยเหลือมาเมื่อครู่นี้เอง

"ค่ะ ต้องขอบคุณอีกครั้งนะค่ะที่ช่วยเหลือฉันเอาไว้"เด็กสาวผู้ไว้ทรงผมไสตล์ฮิเมะคัตปอยหน้าตัดเป็นทรงตัวมีและมีผิวสีขาวซีดกว่าคนทั่วไปเอ่ยขอบคุณวาเอลีนละทุกคนในยานที่ช่วยเหลือเธอไว้ ชื่อของเธอก็คือ "อาซากุระ อาริสะ"

"ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ คุณอลิส ถ้าปล่อยให้คุณต้องอยู่แบบนั้นต่อไปคนเดียวผมก็คงนึกเสียใจไปจนวันตายแน่ๆเลยล่ะ"ริกกะเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้ม ว่าแต่เธอชื่ออาริสะไม่ใช่เหรอ? น่าจะเป็นเพราะว่าออกเสียงใกล้เคียงกันแน่ๆเลย

"อะ เอ่อ ฉันชื่ออาริสะค่ะ ไม่ใช่อลิส..."เด็กสาวพยามแก้ ซึ่งวาเอลีนที่จิบชาอยู่ก็ขำออกมาเบาๆกับพฤติกรรมของเธอ เนื่องจากอาริสะเป็นคนตีหน้าขึงขังแถมเวลาพยามจะแก้ความเข้าใจผิดหรือพูดเรื่องบางอย่างออกไปที่ต้องมีอารมณ์เป็นตัวนำสีหน้าเธอก็ไม่เคยเปลี่ยน และเพราะแบบนั้นมันก็ชวนขำปนเอ็นดูไม่ได้ทุกครั้งเมื่อเห็นเธอทำอะไรขัดกับสีหน้าขอเธอเอง ท่าทางเธอจะเป็นคนที่แสดงอารมณ์ไม่เก่งแน่ๆ

"แล้วจะเอายังไงดีละค่ะ คุณเกรเซีย?"บาเน็ตที่อยู่ในห้องรับแขกด้วยนั้นเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่าของอาริสะจบ ตัวของอาริสะนั้นเป็นหนึ่งในนักบินของAAอาสาสมัครของหมู่บ้าน หมู่บ้านของอาริสะเป็นหมู่บ้านที่ลุกขึ้นมาต่อต้านกองทัพหลวงแต่ไม่เข้ากับกองกำลังต่อต้าน เรียกได้ว่าเป็นกองกำลังกบฎท้องถิ่นละนะ ซึ่งตามปกติก็สู้รบชนะกับกองทัพหลวงเรื่อยมา แต่พอมาเจอหน่วยเอ็นสวาทที่มากันเป็นกองพลและมีทัศนคติคือทำลายล้างทุกอย่างตรงหน้า หมู่บ้านเลยไม่สามารถต้านทานกำลังรบของหน่วยเอ็นสวาทได้ ครอบครัวของอาริสะที่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ปู่และย่าก็ต้องเสียชีวิตไปในการบุกจู่โจมครั้งนั้น อาริสะที่โชคดีหนีรอดมาได้ แต่ก็ไม่วายถูกหน่วยเอ็นสวาทตามไล่ล่ามาเพื่อจะสังหาร พอดีที่BCDอยู่แถวนั้นและจับสัญญาณAAได้ อาริสะเลยยังอยู่ตรงนี้และมีชีวิตอยู่

"อืม...อย่างแรกเลยนี้ก็ดึกแล้ว อลิสเธอเองพักที่นี้ไปก่อนก็แล้วกัน...ห้องนอนใช้ห้องเจ้าโซบินะ ส่วนโซบินายย้ายมานอนกับริกกะ ผู้ชายเหมือนกันไม่ต้องกลัวอะไรหรอกมั้ง"วาเอลีนพูดชี้แจง ซึ่งสำหรับริกกะแล้วนับว่าผิดคาดจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ดูใจดีและมีคุณธรรมมากกว่าที่เขาคิดมาก อย่างน้อยๆก็ดูนิสัยดีกับคนอื่นตอนเจอครั้งแรกละนะ ถ้าเทียบกับตัวเขาที่โดนปืนจ่อตอนเจอครั้งแรกน่ะ

โซบิพยักหน้าช้าๆก่อนจะเดินกลับห้องไปขนของและกองหนังสือมากมายไปไว้ที่ห้องของริกกะจริงๆแล้วเขาไม่อยากจะย้ายของสักเท่าไรหรอก แต่มันเป็นคำสั่งองค์หญิงนิน่าเลยไม่สามารถเลี่ยงได้

"ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณเกรเซีย ฉันจะตอบแทนคุณยังไงดี?"อาริสะลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามวาเอลีนที่ตอนนี้ใช้ชื่อปลอมว่าเกรเซียออกมาด้วยแววตาจริงจังและมุ่งมั่น วาเอลีนยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ ค่อยๆคิด ตอนนี้ไปพักผ่อนก่อน ริกกะไปส่งอลิสจังทีสิ~"

"รับทราบ ตามผมมาทางนี้เลย คุณอลิส!"

"ผมทำความสะอาดห้องให้เล็กน้อยแล้วนะครับ ไม่ต้องห่วงยานลำนี้เป็นของใหม่ ทุกอย่างสะอาดหมดแน่นอนครับ คุณอลิส"

"ถ้าไม่สบายใจย้ายมานอนกับฉันก็ได้นะค่ะคุณอลิส"

ประโยคแรกของริกกะ ประโยคสองของโซบิและประโยคสามของบาเน็ต สามประโยคนี้ทำเอาอาริสะล้มเลิกความคิดที่จะบอกให้ทั้งสามคนแก้ชื่อเธอให้ถูกซะแล้ว

เมื่อเข้ามาในห้องนอนที่สะอาดตามที่โซบิว่าเอาไว้ ริกกะก็แนะนำพวกตู้หรืออะไรต่อมิอะไรเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า

"ถ้างั้นไม่รบกวนแล้วนะครับ คุณอลิส ราตรีสวัสดิ์ครับผม~"ว่าแล้วริกกะก็หันหลังกลับไป แต่ก็โดนหยุดด้วยคำพูดของอาริสะที่ว่า

"อะ เอ่อคุณริกกะค่ะ...ยังไงก็ขอบคุณจริงๆนะค่ะที่ช่วยฉันไว้น่ะค่ะ"

"บอกแล้วไงไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมเองนะ ก็เสียครอบครัวไปจากสงครามเหมือนกัน เพราะงั้นผมถึงปล่อย คุณอาริสะทิ้งไว้ไม่ได้ยังไงละ"ริกกะเอ่ยตอบ อาริสะเมื่อได้ยินคำว่าเหมือนกันก็มีอาการสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"คะ คุณริกกะก็ด้วยรึค่ะ?"

"อืม แต่นานแล้วละ...จริงสิ ถ้าอาริสะมีอะไรทุกข์ร้อนละก็ บอกผมได้เลยนะ"ริกกะอาสาพร้อมกับหันหลังกลับ แต่ยังไม่ทันจะได้เดินออกจากห้องริกกะก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรสักอย่างมาแนบที่แผ่นหลังของเขาเจ้าตัวเลยรีบหันหลังกลับไปทันทีแล้วก็พบว่า อาริสะเดินเข้ามานำเอาหน้าผากของเธอแนบทาบกับแผ่นหลังของเขาไว้

"ขอเสียมารยาทนะค่ะ คุณริกกะ...ขอ...ยืมหลังสักครู่นะค่ะ"เธอเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาและสั่นเครื่อ ก่อนที่ริกกะจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงน้ำบนแผ่นหลัง...อาริสะกำลังร้องไห้อยู่

"คะ...คุณอลิส?"ริกกะพึมพำออกมาขณะที่ตัวเองก็กำลังสับสนไม่รู้จะวางตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้ดี เพราะเขาพึ่งจะเคยถูกผู้หญิงยืมหลังเพื่อใช้เป็นที่ร้องไห้เป็นครั้งแรกซะด้วย

"ฮึก...ฮื่อ...คุณพ่อค่ะ....คุณแม่ค่ะ......คุณปู่...คุณย่า.......ฮึก..."ถึงจะไม่ค่อยได้ยินเสียเท่าไรแต่ริกกะก็มั่นใจว่าหูตัวเองไม่ฝาดแน่นอน อาริสะกำลังร้องไห้และเศร้าเสียใจในการจากไปของคนสำคัญที่พึ่งผ่านมาหมาดๆอยู่ เมื่อรู้ดังนี้ริกกะก็ตัดสินใจยืนนิ่งพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ เพราะนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้แล้ว

-----------------------------------

"กำลังรบมีแค่1เครื่อง...แต่ว่า ถ้าถูกไล่ตามแบบนี้ต้องถูกพบได้แน่ๆ เพราะงั้นน่าจะไปใช้เส้นทางบนเขาเป็นการหลบเลี่ยง แต่แบบนั้นมันจะอันตรายกว่ารึเปล่าน่ะ?"วาเอลีนเอ่ยพึมพำในห้องนอนเล็กๆที่มืดสนิทมีเพียงแสงสลัวๆจากโคมไฟเท่านั้นที่ช่วยสร้างความสว่างให้กับห้องนอนของเธอ เธอกำลังนั่งร่างแผนการเดินทางอยู่บนโต๊ะแต่คิดไม่ตกนะสิ ว่าหลังจากนี้จะไปไหนหรือเคลื่อนไหวยังไงดี ตอนนี้ในหัวของเธอมีอยู่สองทางสองทิศ ทางแรกก็คือขับBCDย้อนกลับไปบริเวณใกล้ๆเมืองไอโอนิคและอาจจะเป็นบริเวณใกล้ๆกับหมู่บ้านของอาริสะที่ถูกหน่วยเอ็นสวาทยึดไปและใช้เส้นทางอีกเส้นทางด้านใต้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก ซึ่งจะเป็นทางที่สะดวกและปลอดภัย แต่ปัญหาก็คือตอนขับย้อนกลับไปเนี่ยนะสิ มันเป็นไม่ได้เลยที่จะหลบเลี่ยงการปะทะกับหน่วยเอ็นสวาท ส่วนทางที่สองก็คือใช้เส้นทางบนเขาเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก แต่เส้นทางไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับรถถังใหญ่มหึมาแบบBCDเพราะงั้นอาจจะต้องวิ่งเลาะเขาบ้างขึ้นเขาบ้างไปเรื่อยๆ มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องปะทะกับหน่วยเอ็นสวาท แต่มีข้อเสียก็คือเส้นทางค่อนข้างอันตราย มีสิทธ์เจอกลุ่มต่อต้านที่คุมเชิงอยู่และใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าเส้นทางแรก

วาเอลีนจะเลือกอะไรดีนะ?

-----------------------------------
Select Mode
Q:เส้นทางที่จะใช้เดินทางต่อไปคือ
True.เส้นทางที่สอง เดินทางเลาะภูเขาสูงชัน
If.เส้นทางแรก ขับย้อนกลับไปและไปใช้เส้นทางทิศใต้ไปทางตะวันตก
-----------------------------------

Chapter 4 -A Lonely Girl- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 10:40:20 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2011, 02:36:48 AM »

Chapter 5 -Town In Valley-

เดิมทีนั้น ภาคตะวันออกและตะวันตกของจักรวรรดิกีรัลถูกแบ่งแยกด้วยแนวภูเขาขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า"อีสแดน"แต่ถ้าคิดจะเดินทางข้ามเขานี้ละก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะสภาพภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนรวมถึงเส้นทางที่ชันเสียยิ่งกว่าชัน แนวภูเขาแห่งนี้นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นอารายธรรมหรือแม้แต่AAเองก็ถูกสร้างขึ้นมาเพราะต้องการจะเดินทัพตัดผ่านแนวภูเขานี้ เมืองต่างๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขานี้เองก็มีทั้งชนเผ่าโบราณหรือดินแดนบางส่วนที่ไม่มีการเข้าไปสำรวจอยู่ด้วย แม้ว่าแนวภูเขาปลายๆทางด้านตะวันออกจะไม่ลึกลับและเส้นทางไม่ชันมากเท่าทางด้านตะวันตก แต่ในปัจจุบันแนวภูเขาด้านนี้นั้นตกเป็นส่วนกันชนระหว่างกองทัพต่อต้านที่อยู่ทางตอนใต้ และกองทัพจักรวรรดิ์ที่อยู่ทางตอนเหนือภัยอันตรายเลยปรากฎออกมาในรูปแบบของสงครามแทน

-----------------------------------

"ถึงแล้วค่า!!!"บาเน็ตตระโกนออกมาพร้อมกับหักพ่วงมาลัยดริฟท์รถอย่างน่าหวาดเสียว... มันคงจะไม่เท่าไรถ้าเป็นรถในขนาดปกติ แต่นี้เป็นยานเกราะขนาดยักษ์นามBCD แถมเส้นทางวิ่งผ่านมาก็ทั้งคับแคบ ลาดชันและสุดแสนจะน่าหวาดเสียว เพราะมันเป็นเส้นทางรถบนภูเขานั้นเอง

หลังจากเลือกเส้นทางนี้แล้ววาเอลีนก็พบว่า...มันลำบากกว่าที่เธอคิดช่วงสองสามวันแห่งการเดินทาง BCDมีรอยถลอกขูดขีดตามตัวรถเต็มไปหมด แต่ยังไงก็แล้วแต่ ทั้งหมดก็รอดมาได้ด้วยฝีมือขับขี่ของบาเน็ตตอนนี้BCDจอดพักอยู่บริเวณหน้าผาเล็กๆภายในหุบเขาซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นวิวเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน โดยเบื้องล่างของหน้าผานี้นั้นที่เห็นตั้งเด่นเป็นสง่าเลยก็คือเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นเมืองเดียวในระแวกนี้เสียด้วย...

"บาเน็ต เดี้ยวช่วยถอยรถไปซ่อนตรงซอกตรงนั้นด้วยนะ ไว้ตรงนี้ถ้าเกิดมีพวกกลุ่มต่อต้านหรือกองทัพหลวงมาเห็นเข้าล่ะก็ เธอเตรียมหางานใหม่ได้เลย"วาเอลีนสั่งการอย่างเรียบง่าย เนื่องด้วยขนาดที่ใหญ่โตของBCDทำให้มันเป็นที่สะดุดตาได้ง่ายๆ แม้ว่าเส้นทางแถวนี้จะไม่ค่อยมีคนใช้แต่มันก็ไมไ่ด้หมายความว่ามันไม่มีคนผ่านมานิน่า

"ตอนนี้4.32ค่ะ...เรารอเช้าก่อนแล้วค่อยลงไปสำรวจเมืองนั้นดีไหม?"บาเน็ตเสนอพร้อมกับจ้องมองนาฬิกาบนแผงควบคุม มันเป็นความคิดของวาเอลีนที่ให้เดินทางตอนกลางคืน ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายมากขึ้นแต่อย่างน้อยๆก็หลีกเลี่ยงการถูกพบเห็นได้

"แต่ที่เมืองนั้นเปิดไฟสว่างกันพรึ่บ ท่าทางจะเป็นเหมือนเมืองจุดพักของกองคาราวานหรือไม่ก็จุดพักของนักเดินทางที่คึกคักตลอดทั้งวันสินะ...เอาไงล่ะ บาเน็ต? เธออยากจะนอนหรือว่าลงไปเดินสำรวจก่อนดีล่ะ?"วาเอลีนเอ่ยถามขณะหยิบกล่องส่องทางไกลมาส่องสังเกตเมืองที่อยู่เบื้องล่าง ถ้าเป็นเมืองทั่วๆไปก็คงต้องรอจนเช้าก่อนแต่ถ้าเป็นเมืองแบบนี้ล่ะก็ แม้แต่ตอนตี3ตี4ก็ยังคงมีคนพลุ่กพล่านแถมช่วงเวลานี้เองก็เป็นช่วงเวลาที่กองคาราวานทั้งหลายกำลังจะออกเดินทางเช่นกัน ทำให้ในเมืองมีคนเดินทางเข้าและออกมากมาย เรียกได้ว่าถ้าเข้าไปในช่วงนี้ล่ะก็ แทบจะไม่โดนสงสัยหรือเป็นเป้าสายตาแน่ๆ

"เห...แบบนั้นก็ดีค่ะคุณเกรเซีย จะได้ทานอาหารเช้าที่นั้นด้วยเลย~ หลังจากนั้นก็กลับมานอน"บาเน็ตออกความเห็น เมื่อทั้งสองคนเห็นตรงกันทั้งคู่ก็ออกจากห้องควบคุมไปตามคนอื่นๆมาทั้งที

"ไข่หมดซะแล้ว..."ริกกะพึมพำขณะเปิดหาเสบียงในตู้เย็น ซึ่งประจวบเหมาะกับที่วาเอลีนและบาเน็ตเดินเข้ามาในห้องโถงที่ควบห้องครัวและห้องทานอาหารไปด้วยในตัวพอดี

"ริกกะ เดี้ยวฉันว่าจะไปสำรวจเมืองด้านล่างหน่อยน่ะ รู้สึกจะเป็นเมืองจุดพักกองคาราวาน ไปเวลานี้น่าจะดีที่สุดจะไปด้วยไหม?"วาเอลีนเอ่ยชวน ริกกะที่รู้ว่าจะไปสำรวจเมืองจึงตอบรับขึ้นมาทันทีเลยว่า

"ก็ดีเลยครับ!ไข่หมดพอดีด้วย จะได้ซื้อมาตุนเอาไว้~"ริกกะเอ่ยตอบพร้อมกับวิ่งเข้าห้องนอนไปจัดเตรียมกระเป๋ากับย่ามที่เอาไว้ใส่ของจำเป็นต่างๆออกมาทันที

"อืม...ริกกะ ช่วยปลุกอาริสะกับโซบิด้วยน่ะ ฉันว่าจะพาอาริสะไปด้วยอย่างน้อยๆไปเดินเที่ยวเล่นอาจจะช่วยให้เธอคลายความเศร้าจากการสูญเสียครอบครัวลงได้บ้าง ส่วนโซบิ...."วาเอลีนเว้นช่วงไว้สักพัก จนบาเน็ตพูดต่อประโยคทันทีว่า"จะพาโซบิไปด้วยสินะค่ะ คุณเกรเซีย~"

"ปลุกโซบิมาเฝ้ายานที"หลังจากจบประโยค ริกกะกับบาเน็ตก็คิดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายว่า"หมอนี้มัน...จืดจางจริงๆ"

บาเน็ตนั้นแยกอาสาไปปลุกโซบิ ที่ตอนนี้น่าจะหมอบคาโต๊ะอยู่ในโรงเก็บ ส่วนริกกะนั้นเดินไปปลุกอาริสะ

"คุณอาริสะครับ ขอโทษที่รบกวนเวลานอนแต่ว่า คุณอาริสะอยากจะออกไปสำรวจเมืองรึเปล่าครับ?"ริกกะเอ่ยทักพร้อมกับเคาะประตูห้องไปสองสามที...เมื่อไม่มีเสียงตอบรับบวกกับประตูห้องไม่ได้ล็อคเอาไว้ริกกะเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องของอาริสะ

"คุณอา....."ไม่ทันที่จะเอ่ยจบริกกะก็ต้องตาค้าง... เนื่องจากอาริสะกำลังนอนหลับอยู่ คาดว่าเธอคงเหนื่อยจากการเดินทางแต่ประเด็นมันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ เนื่องจากว่าเสื้อของเธอนั้นถูกดันเปิดขึ้นไปด้านบน...คาดว่าคงจะมาจากการที่บาเน็ตเลี้ยวรถฉวัดเฉวียนแน่ๆทำให้สิ่งที่ปรากฎอยู่ต่อหน้าริกกะตอนนี้ก็คือ หน้าท้องอันขาวนวลได้รูปของอาริสะและส่วนที่เหนือขึ้นไปเล็กน้อยที่ยังมีเสื้อผ้าปกปิดมันไว้อยู่ครึ่ง ก็คือเนินอกที่ริกกะเห็นแต่เพียงครึ่งล่างเท่านั้น

ถึงจะแค่ครึ่งเดียวแต่มันก็มากเกินพอแล้วที่จะทำให้ชายหนุ่มวัยกำลังคึกคะนองอย่างริกกะฟุ้งซ่านไปด้วยความคิดลามกต่างๆ ยิ่งเมื่อจ้องนานขึ้น ความคิดในหัวของเขาก็ยิ่งสับสนมากขึ้น แม้ว่าอาริสะจะมีผิวที่ขาวซีดกว่าคนทั่วๆไปแต่เพราะความขาวนั้นแหละ ที่ทำให้สมองของริกกะว้าวุ่น เมื่อสีขาวที่แสนบริสุทธิ์กลายมาเป็นสีสรรที่แต่งแต้มเติมเสน่ห์ให้กับผิวพรรณของหญิงสาววัยแรกรุ่น ยิ่งเป็นส่วนสัดสัดส่วนที่ถูกปกปิดด้วยอาภรณ์ในช่วงเวลาปกติ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์หาและความดึงดูดเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ถ้าเปรียบดุจกับการปรุงแต่งอาหาร ส่วนลับที่อุดมสมบูรณ์ของอาริสะนั้น แม้ว่าริกกะจะไม่ได้เห็นมันหมดก็ตามแต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มจินตนาการรสชาติที่หอมหวานของมันได้แล้ว ดุจดังวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงง่ายๆและแพร่หลาย คนที่รอกินจะสามารถจินตนาการรสชาติที่หอมหวานของมัน ในยามที่พวกเขาเคี้ยวอาหารนั้นอยู่ในปากได้ ผสมผสานกับความขาวที่ดูเหมือนหิมะบริสุทธ์ทำให้ดูเหมือนว่าร่างกายของหญิงสาวคนนี้ดูงดงามขึ้นกว่าเดิมไม่รู้กี่สิบล้านเท่า ก็เหมือนกับการเติมแต่งจานด้วยวัตถุดิบพิเศษ เมื่อมันอยู่โดดๆก็ดูไม่สวยงาม แต่ถ้ามันอยู่ร่วมกับอย่างอื่น มันจะช่วยขับเน้นสีสรรของวัตถุดิบอื่นให้ดูน่ากินและน่าลิ้มลองมากยิ่งขึ้น

ระหว่างที่ริกกะกำลังใจลอยเมื่อถูกอาริสะใช้เซอร์วิสแอคแท็กใส่(แน่นอนว่าเธอไม่รู้ตัว) วาเอลีนที่เห็นว่าริกกะไปตามนานเกินไปเลยเดินเข้ามาดูพร้อมกับเอ่ยถามว่า

"ริกกะทำไมชะ....."และแล้วเธอก็พูดไม่ทันจบดุจแบบเดียวกับตอนที่ริกกะเข้ามาในห้อง แต่ความรู้สึกที่เห็นของวาเอลีนกับริกกะนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

อย่างแรก วาเอลีนเป็นผู้หญิงและอย่างที่สอง ตัวแปรในห้องไม่ได้มีเท่ากัน นั้นคือสำหรับวาเอลีนแล้ว มีริกกะเพิ่มเข้ามาอยู่ในห้องด้วย...

กริ้ก! เสียงเหมือนปืนพึ่งถูกขึ้นนก...หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อก็คงไม่ต้องเดาให้ยากหรอกนะเพราะว่า

"กล้ามากนะริกกะที่ทำลามกกับผู้หญิงเนี่ย!!!"

"ผมเข้ามาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ วาเอ....เอ็ย เกรเซีย!!!"

"ไม่เชื่อย่ะ!!!!"

จบเห่ เอวัง

-----------------------------------

"คึกคักจังเลยนะค่ะ"อาริสะเอ่ยออกมาเมื่อเห็นบรรดาผู้คนและกองคาราวานที่กำลังเดินทางเข้าและออกเมืองแห่งนี้ ดูจากป้ายชื่อเมืองที่ตั้งเด่นหราท่าทางว่าสถานที่แห่งนี้จะมีชื่อเรียกว่า"วอลลี่ ทาวส์"

"เหมือนกับที่เคยได้ยินมาเลย เมืองที่เป็นที่พักของคนเดินทางมักจะมีคนเดินทางเข้าออกเสมอและก็จะคึกคักตลอดทั้งวันและทั้งคืนด้วย"วาเอลีนพึมพำออกมาขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ว่าที่ไหนก็มีแต่ร้านรวงซื้อขายของหรือไม่ก็พวกตลาดตอนเช้าทั้งนั้น จะว่าไปแล้วตอนนี้ก็เวลาประมาณ5.12 พระอาทิตย์เริ่มที่จะโผล่ขึ้นมาให้เห็นรำไรและสาดแสงแดดอ่อนๆลงมาซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่

"คุณเกรเซีย ไปหาอะไรกินร้านนั้นกันดีกว่าค่ะ ท่าทางจะอร่อยน่าดู เพราะเห็นคนออกันในร้านอยู่เยอะเลยละค่ะ"บาเน็ตชี้นิ้วไปทางอาคารไม้หลังหนึ่งที่เขียนไว้ว่าโรงแรมวอลลี่ เป็นอาคารไม้หลังใหญ่ที่สุดในแถบนี้ซึ่งเมื่อดูขนาดและชื่อของโรงแรมก็ทำให้สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นโรงแรมประจำเมืองแน่นอน และโดยปกติโรงแรมก็มักจะมีบริการอาหารและเครื่องดื่มด้วย

"ก็ดีเหมือนกันนะครับ"ริกกะเอ่ยสนับสนุน หลังจากวิ่งหนีวาเอลีนทั่วBCDจนอาริสะตื่นขึ้นมาและต้องใช้เวลาอธิบายความกันยาวจนนานแสนนาน ริกกะเองก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

"งั้นตกลง สรุปเราไปหาอะไรกินกันในร้านนั้นกันเถอะ"วาเอลีนสรุปพร้อมกับเดินนำเข้าไปในร้าน

กลิ่นไม้และกลิ่นของอาหารลอยโชยมาแตะจมูกของริกกะทันทีที่เข้าเหยียบย่างเข้าไปในร้านจากสายตาของเขา คนในร้านแทบจะสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภท...หนึ่งคือกลุ่มที่มานั่งทานอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ดูๆแล้วเหมือนจะพวกพ่อค้าวานิชที่ต้องเร่งรีบออกเดินทาง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง...คือพวกที่เมาค้างและพากันสลบไสลไม่ได้สติ ท่าทางคงจะเป็นพวกที่มาดื่มตอนดึกๆแล้วเมาหลับไปแน่ๆ แต่ก็มีอยู่บางพวกเหมือนกันที่ยังคงดื่มกันต่อถึงแม้ว่าดูด้วยหางตาก็รู้แล้วว่าสีหน้าแบบนี้ มันเมาหนักจนไม่รู้จะเมายังไงแล้วนี้สิ

วาเอลีนพาทุกคนเดินไปนั่งที่โต๊ะเล็กๆตัวหนึ่งที่มีสี่เก้าอี้พอดิบพอดี ไม่นานนักบริกรก็เข้ามารับออเดอร์ ดูเหมือนวาเอลีนจะใช้เวลาเลือกเมนูอยู่นาน และถามบริกรจุกจิกไปมารวมแล้วสิบนาทีได้ เธอจึงตัดสินใจสั่งอาหารออกไป

"ทำไมเลือกนานแบบนั้นล่ะ เกรเซีย?"ริกกะเอ่ยถามออกไปพร้อมกับนั่งชันคางมองเธอแบบอยากรู้อยากเห็น

"หืม...ก็หาอันที่ถูกใจไม่ได้นิน่า"วาเอลีนตอบคำถามออกมาเรียบๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอชาววังก็เลยไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารคนสามัญชนทั่วๆไปก็เป็นได้

"เอาเหล้ามาอีก!!!!"เสียงตระโกนดังคั่นลั่นร้านจนทุกคนต้องหันไปดู ชายหนุ่มวัยกลางคนหน้าตาหยาบกร้านไว้หนวดดกเฟิ้มและมีสีหน้าที่แดงแจ๋เป็นลูกมะเขือเทศ กำลังยกแก้วเหล้าที่ว่างเปล่าขึ้นเหนือหัวและตระโกนโวยวายสั่งเหล้าเพิ่ม... พวกเมาได้ตลอด24ชั่วโมงสินะ

แต่สิ่งที่ทำให้วาเอลีนสนใจ ไม่ใช่กริยาท่าทางหรอกแต่เป็นชุดที่เขาสวมอยู่ต่างหากล่ะ...พวกกองกำลังต่อต้านนิน่า? และดูเหมือนว่าเพื่อนร่วมโต๊ะของเขาอีกสองคนก็แต่งชุดเหมือนกัน ท่าทางจะเป็นทหารของกองกำลังต่อต้านที่มาเมาหลับที่ร้านนี้แหง่มๆ

"ไม่ว่าที่ไหนก็มีพวกคนเมานะค่ะเนี่ย ท่าทางจะเป็นทหารของกองกำลังต่อต้านปลายแถวแน่ๆเลย"บาเน็ตเอ่ยพึมพำขณะจ้องมองพวกกองกำลังต่อต้าน ซึ่งที่เธอพูดมาก็มีส่วนถูกอยู่ แม้จะเป็นกองกำลังต่อต้านแต่ก็เป็นกองทัพ การมาเมาหลับแบบนี้แสดงว่าพวกนี้น่าจะเป็นทหารลาดตระเวนที่ละเลยหน้าที่ มานั่งกินเหล้าแน่ๆ

"ระวังไว้ดีกว่านะ เพราะกองกำลังต่อต้านแบบนี้ ท่าทางก็เป็นที่รังเกียจของชาวเมืองเหมือนกัน"วาเอลีนเอ่ยสันนิษฐาน จากการสังเกตสีหน้าของพนักงานในร้านตอนที่พวกเขาขอสั่งเหล้าเพิ่ม...แต่ละคนต่างส่ายหน้าเอือมระอากันทั้งนั้น

ริกกะจ้องสังเกตไปที่ทหารกลุ่มนั้น ในระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ เขาเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆที่อายุอานามคงไม่ถึง10ขวบ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนมอมๆ กำลังยกเหล้าหนึ่งขวดไปให้กับทหารขี้เมาพวกนั้น

"นะ นี้ค่ะ..."เธอเอ่ยออกมาพร้อมกับวางขวดเหล้าไว้บนโต๊ะ

"หา!!! แค่ขวดเดียว เอามาอีกขวดสิ!!!!!!!"นายทหารคนหนึ่งตะคอกต่อ ดูเหมือนว่าจากการเมาทำให้พวกเขาขาดสติไป ชายหนุ่มคนนี้เลยตะคอกใส่หน้าเด็กน้อยด้วยสีอันดังลั่นร้านและนั้นทำให้เธอมีน้ำตาเล็ดออกมาเพราะความกลัวทันที

"อะไร! แค่นี้ก็ร้องไห้!!!"ทหารคนเดิมยังคงตวาดต่อด้วยเสียงอังดังลั่น

"คุณลูกค้าพอเถอะครับ เหล้าเราหมดร้านแล้ว!"เจ้าของร้านซึ่งเป็นชายอ้วนรีบพุ่งเข้ามาช่วยสาวน้อยคนนั้นทันที แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลสำหรับคนเมาเขายังคงเอะอะต่อไปและหยิบเอาขวดเหล้าที่พึ่งได้มาฝาดใส่เจ้าของร้านเสียอีก

"อย่ามาหือนะเฟ็ย!! พวกเราคือกองกำลังต่อต้าน! กล้าแข็งข้อกับพวกเราล่ะก็เมืองเน่าๆนี้ได้หายไปจากแผนที่แน่!!!!!"พูดจบก็หัวเราะออกมาเสียงดัง เมาแล้วอาละวาดนิน่า

ถึงแม้ว่าชายคนนี้จะไม่น่ากลัวเท่าไร แต่เป็นความจริงที่ว่าเขาเป็นกองกำลังต่อต้าน สำหรับคนในเมืองนี้นั้นถ้าไปหาเรื่องกับกองกำลังต่อต้านไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เพราะรายได้หลักของชาวเมืองมาจากการที่มีผู้คนเดินทางเข้าออกเมืองถ้าเกิดทำให้กองกำลังต่อต้านไม่พอใจ พวกเขาอาจจะมาปิดเส้นทางทำให้รายได้ของเมืองหดหายไปก็เป็นได้ แค่อ้างว่าพวกกองทัพหลวงมาซ่องสุมกำลังแถวๆนี้ แค่นั้นก็เพียงพอต่อการยกกองกำลังมาปิดทางหรือเฝ้าระวังบริเวณนี้สักวันสองวันแล้ว

ลูกค้าและบริกรของร้านที่เข้าใจในความจริงของนี้ เลยได้แต่ก้มหน้ารับกรรมต่อไป ส่วนพวกพ่อค้าวานิชเองก็ไม่อยากจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะงั้นทั้งร้านก็เลยไม่มีใครไปช่วยเจ้าของร้านกับเด็กสาวคนนั้นเลยแม้แต่น้อย

"พวกเราเองก็อย่าไปยุ่งดีกว่า นอกจากเมืองนี้จะลำบากแล้วพวกเราเองก็จะลำบากขึ้นไปด้วยถ้าเกิดกองกำลังต่อต้านรู้ตัว"วาเอลีนเอ่ยตอบออกมาเหมือนกับเป็นเรื่องปกติในขณะที่ตักข้าวต้มปลาหอมชุ่ยเข้าปากรับประทานเป็นมื้อเช้า

"เอ่อ...คุณเกรเซียคะ?"บาเน็ตเรียกชื่อปลอมของวาเอลีนออกมาหลังจากเธอพูดจบ ตอนนี้บาเน็ตกำลังใช้มีดเล็กๆจุ่มลงไปในไหน้ำผึ้งแล้วนำมันมาทากินคู่กับขนมปังปิ้ง แต่ทั้งๆที่เธอน่าจะมีความสุขที่ได้ทานน้ำผึ้งของโปรดแท้ๆแต่ทำไม...เหงื่อถึงได้ผุดขึ้นมาเต็มหน้าเธอซะอย่างนั้นล่ะ?

"มีอะไรเหรอ บาเน็ต?"วาเอลีนไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆเธอถึงเรียก และเมื่อบาเน็ตยกมือชี้ไปอีกมุมหนึ่งของห้องวาเอลีนก็หันตามไปดูและก็พบว่า...

เธอกำลังงานเข้าสุดๆซะแล้ว...

"พวกแกน่ะ! อย่ามาเมาแล้วพาลได้ไหม?"ริกกะ ซีซิกออกโรงไปเสนอหน้าหยุดพวกนักเลงเหล้าทั้งสามคนนั้นด้วยตัวเอง ท่ามกลางความตื่นตกใจของคนทั้งร้านและโดยเฉพาะเจ้านายของเขาวาเอลีน

"ริกกะนี้นายทำ..."ไม่ทันจะพูดจบหนึ่งหนึ่งในนักเลงก็ประเคนหมััดใส่ริกกะทันที เด็กหนุ่มโดนต่อยล้มลงเต็มๆแต่ยังไม่จบแค่นั้น ทหารกองกำลังต่อต้านคนเดิมขึ้นคร่อมริกกะแล้วประเคนหมัดอัดใส่เขาไม่ยั้ง

"อยากมาหาเรื่องฉันเองน่ะเฟ้ย!!!"เขาคำรามขณะที่ต่อยใส่หน้าริกกะสองสามหมัดแต่ต่อมาเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ด้านหลังทันทีจนต้องหยุดชก

"ฉันเอง...ก็ไม่อยากใช้อุปกรณ์ทานอาหารมาทำแบบนี้หรอกนะ..."ริกกะบ่นพึมพำที่แท้ ในระหว่างที่เขาโดนซ้อมอยู่ริกกะรวบรวมสติหยิบส้อมที่อยู่แถวนั้นมาไว้ในมือแล้วแทงใส่หลังของนายทหารคนนี้เต็มแรงนั้นเอง ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลดีเสียด้วย แม้จะไม่ได้ทำอันตรายให้กับเขามากนักแต่ความเจ็บชั่ววูบก็ทำให้ริกกะสบโอกาศกลิ้งตัวหลุดจากการคร่อมล็อกของนายทหารคนนี้มาได้

"แก! บังอาจทำร้ายลูกพี่ฉันเหรอ!?"ดูเหมือนกลุ่มต่อต้านอีกสองคนที่เหลือจะเริ่มได้สติสร่างเมากันแล้ว แถมพุ่งเข้ามาหาเรื่องริกกะเสียด้วย

"คุณริกกะ หลบไปค่ะ!"เสียงของผู้หญิงดังขึ้นมาที่ด้านหลังของริกกะและเสียงนั้นก็ผ่านไปยังตรงหน้าเขา อาริสะที่จู่ๆก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าริกกะใช้แขนทั้งสองของเธอจับล็อคนายทหารกลุ่มต่อต้านหนึ่งคนแล้วทุ่มตะแคงลงพื้นทันทีจนเกิดเสียงลั่นทั่วร้านพร้อมเสียงแกร็กเบาๆแต่ได้ยินทั่วถึงกันหมด

ริกกะไม่แน่ใจในเรื่องศิลปะการต่อสู้เท่าไร แต่ที่อาริสะใช้น่าจะเป็นยิวยิตสุ ด้วยท่าทุ่มท่านั้นทำให้นายทหารผู้โชคร้ายล้มลงในท่าที่ไหล่กระแทกกับพื้น และมันก็เป็นท่าทุ่มที่รุนแรงพอที่จะทำให้ไหล่ของเขาหลุดออกจากตำแหน่งที่ควรจะเป็นได้ และแน่นอนว่าไหล่หลุดแบบนี้นายทหารคนนั้นก็ต้องร้องโหยหวนออกมาเป็นธรรมดา

"อีนี้นิ!!"นายทหารอีกคนแสดงความเป็นสุภาพบุรุษสุดๆด้วยการหยิบมีดที่ใช้ตัดอาหารขึ้นมาและนำมาใช้เป็นอาวุธ ถึงมันจะไม่ค่อยคมเท่าไรแต่มันก็พอจะมีคมอยู่บ้าง แต่ถึงขั้นใช้อาวุธกับผู้หญิงแบบนี้เป็นสุภาพบุรุษจริงๆให้ดิ้นตาย

แต่อาริสะหาได้เกรงกลัวไม่ เธอพุ่งเจ้าจับล็อคแขนข้างที่ทหารคนนั้นถือมีดเอาไว้อย่างรวดเร็วพร้อมกับบิดมันเต็มแรงจนเกิดเสียงกร็อบดังลั่นร้านเป็นเสียงที่สอง...

"อ้าก!!!!แขนฉัน!!!!"นายทหารคนนั้นโวยวายออกมาในขณะที่ถูกอาริสะใช้วิชายิวยิตสุหักแขนไปสดๆร้อนๆ

"ยอดไปเลยแฮะคุณอาริสะ"ริกกะที่ยืนดูเหตุการณ์อย่างอึ้งๆอดที่จะชื่นชมเธอไม่ได้แต่แล้วจู่ๆริกกะที่มัวแต่มองอาริสะเพลินก็ถูกชกจนเซหงายไปด้านหลัง นายทหารหัวโจกที่เขาพึ่งเอาส้อมทิ่มใส่ฟื้นตัวได้ทันและหันมาใส่เขาต่อแล้วนั้นเอง

"ฉันจะฆ่าแก!!!"ว่าแล้วเขาก็พุ่งมาหาริกกะทันที อาริสะที่สังเกตเห็นก็เตรียมจะเข้ามาช่วยแต่ก็ต้องหยุดกึกไปเพราะว่า...

"ถ้าเข้ามาล่ะก็! ไอ้นี้จิ้มทะลุกระเดือกเจ้ากุ้งแห้่งนี้แน่!!"นายทหารหัวโจกโวยวายพร้อมเอาส้อมที่ริกกะพึ่งใช้เสียบร่างตัวเองเมื่อครู่ออกมาจ่อคอริกกะเอาไว้

"ฉัน...ฉันไม่ได้ผอมขนาดนั้นสักหน่อยเว้ย!!!!"ริกกะคำรามพร้อมกับเตะผ่าหมากนายทหารคนนั้นอย่างแรงทันที เกิดเสียงดังแผละไปทั่วร้านเป็นเสียงที่สามจนผู้ชายทั้งหมดในร้านที่ได้ยินและได้เห็นต้องเผลอเอามือกุมเป้าของตัวเองทันทีัโดยมิได้นัดหมาย

"ฉันอาจจะไม่มีทักษะการต่อสู้... ผอมไปนิด ไม่มีกล้ามใหญ่โตอะไรหรือว่าหมัดไม่หนักก็ตาม...แต่ว่า..."ริกกะหอบแฮ่กขณะที่เริ่มร่ายยาวออกมา ทางด้านคู่กรณีก็กำลังทรุดเอามือกุมเป้าเพราะความเจ็บปวดแบบสายฟ้าแลบ

"แต่ว่า...ไอ้เรื่องวิวาทน่ะ......ฉันไม่แพ้ใครหรอกเฟ้ย!!!"ว่าแล้วริกกะก็ใช้สองมือจับเอาเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งที่อยู่ข้างๆแล้วยกมันขึ้นมาเหนือหัวพร้อมกับลดมือลงและฝาดใส่กระบาลของนายทหารคนนั้นเต็มแรง จนเก้าอี้หักเป็นหลายเสี่ยง เศษไม้แตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

"นอนนับดาวซะเถอะ"ริกกะพูดปิดก่อนจะปล่อยซากเก้าอี้ในมือลงกับพื้น ส่วนคู่กรณีของเขาก็นอนนับดาวอย่างที่เขาบอกจริงๆ

หลังจากการวิวาทจบลงทั้งร้านก็ตกอยู่ในสภาพอึ้งกิมกี่สักสิบวิก่อนที่วาเอลีนจะตระโกนออกมาทันทีว่า

"นี้ทำบ้าอะไรกันน่ะ!!!!!!!!!!!!!"

แต่ทั้งหมดไม่ได้รู้ตัวเลยว่า การกระทำทั้งหมดที่พวกริกกะทำเมื่อครู่ ได้กระตุ้นความสนใจของสาวน้อยหน้านิ่งผู้มีเรือนผมสีเงินยาวที่นั่งอยู่คนเดียวตรงโต๊ะในสุดของร้าน เธอสวมใส่ชุดไสตล์โกธิคโลลิต้าและมีกระเป๋าใบใหญ่ยักษ์อยู่ข้างกาย...

Chapter 5 -Town In Valley- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 10:41:05 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 05:56:37 AM »

Chapter 6 -Lolita Loliluli-

"โกเลม"มันเป็นชื่อที่ใช้เรียกขานเหล่ารูปปั้นหินสูงใหญ่ มีรูปร่างแบบมนุษย์แต่ไม่คล้ายคลึงกับมนุษย์ ว่ากันว่า รูปปั้นหินพวกนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาก่อนที่จะมีการบันทึกประวัติศาตร์เสียอีก และเจ้าโกเลมที่ว่านี้เอง มันก็มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วอาณาจักรดิกีรัลเต็มไปหมด ว่ากันว่าคนที่คิดสร้างAAขึ้นมานั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากเจ้ารูปปั้นโกเลมนี้แหละ

-----------------------------------

เละเทะ เละเป็นโจ๊ก เละซะจนไม่รู้จะเละยังไง นั้นคือสภาพภายในของร้านอาหารไม่สิโรงแรมวอลลี่ แต่ที่เจ้าของร้านสันอกสันขวัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดก็คือพวกของริกกะพึ่งจะซัดพวกทหารหน่วยลาดตระเวนของกองกำลังต่อต้านลงไปนอนกองกับพื้นน่ะสิ

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!!!!"คำพูดที่เหมือนกับตัวร้ายเกรดบี,เกรดซี หลุดออกมาจากปากของคนที่น่าจะเป็นหัวโจกกลุ่มลาดตระเวนก่อนที่เขาจะพาร่างอันบอบช้ำและลูกน้องที่มีสภาพพอๆกันหลบออกไปจากร้านอย่างทุลักทุเล

"เรื่องค่าเสียหายเดี้ยวฉันจะ..."ไม่ทันที่วาเอลีนจะเข้าไปเจรจาเจ้าของร้านก็ทรุดฮวบลงกับพื้นก่อนจะรำพึงรำพันว่า

"ตา่ยแน่...งานนี้ตายแน่ๆ ไม่น่าไปหาเรื่องกับกองทัพต่อต้านเลย........"

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พวกนั้นเป็นแค่ทหารลาดตระเวนของกองกำลังต่อต้านถ้าเกิดกองกำลังต่อต้านยกทัพมาจริงๆทางร้านก็สามารถยืนยันได้นะค่ะว่าทางนั้นก่อความเสียหาย ถึงจะต้องจบด้วยการที่หมู่บ้านนี้มีกองทัพลาดตระเวนเข้ามาควบคุมดูแลแต่อย่างน้อยๆจะต้องไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกแน่ เพราะกองกำลังต่อต้านที่เข้ามาควบคุมดูแลไม่ได้แหลกเลวแบบเจ้าพวกนี้แน่ๆค่ะ"บาเน็ตเอ่ยยืนยันพร้อมกับเข้ามาปลอบเจ้าของร้าน แต่เขาก็ยังคงส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยว่า

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ ฉันกลัวมันจะไปขนเฉพาะพวกมันมา แล้วมาทำลายที่นี้ทิ้งโดยจัดฉากว่าเป็นฝีมือกองทัพหลวงน่ะ"

"ถ้าทำแบบนั่นก็ต้องมีพยานรู้เห็นแน่ๆค่ะ โกหกไม่ได้แน่ๆ!"อาริสะปัดมือที่เปื้อนรอยต่างๆจากการต่อสู้ก่อนจะเดินเข้ามาสมทบวงสนทนาด้วยอีกคน

"ไม่มีใครสนใจเมืองเล็กๆที่อยู่กลางหุบเขาแบบนี้หรอก...เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดพักของนักเดินทาง แถมยังอยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่มีความสำคัญทางยุทธศาตร์พวกนั้นไม่คิดจะเอาไว้แน่ๆ"เจ้าของร้านเอ่ยออกมาอย่างหมดหนทางก่อนที่วาเอลีนจะสังเกตเห็นว่าริกกะยืนเงียบอยู่นานสองนาน

"เจ็บแผลเหรอ ริกกะ?"วาเอลีนเดินเข้ามาถาม แต่เขาก็ส่ายหน้าตอบก่อนจะเอ่ยถามเจ้าของร้านไปตามตรงว่า"พวกนั้นมีแค่สามคนAAก็แค่สามเครื่อง แต่ที่นี้ไม่มีกองกำลังป้องกันตนเองหรืออะไรแบบนั้นเลยเหรอ? จำพวกกองทัพรักษาความสงบหรือตำรวจก็ได้?"

"พวกเราเป็นพ่อค้า ไม่มีใครขับAAหรอก ถึงจะพยามหามา พวกกองทัพต่อต้านก็จะเข้ามายึุดไป...ที่เห็นจะมีอยู่ก็แค่ ไม่สิ นั่นมันไม่ใช่AAด้วยซ้ำ"เจ้าของร้านตัดพ้อแต่แน่นอนว่าท้ายประโยคนั้นกระตุ้นความสนใจของวาเอลีนได้เป็นอย่างดี

"เดี้ยวนะหรือว่าจะเป็น..."

"โกเลม!?"ประโยคนี้มีพูดที่พูดขึ้นมาพร้อมกันสองคน คนแรกก็คือวาเอลีนแต่อีกคนนั่นเป็นเด็กสาวผมสีเงินยาวใส่ชุดโกธิคโลลิต้าสีหน้าตาของเธอดูนิ่งและเรียบเฉย ด้านหลังของเธอมีกระเป๋าใบใหญ่อยู่ด้วย

"เธอ?"วาเอลีนหันไปมองเด็กสาวทันที เธอเองก็มองวาเอลีนตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ก่อนจะเอ่ยว่า"โลลิต้า โลลิรูริยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

โลลิต้า โลลิรูริ....นี้มันใช่ชื่อคนแน่เหรอ?

"ว่าแต่ว่าโกเลมตัวที่ว่านั่นอยู่ไหนเหรอค่ะ?"วาเอลีนหันมาถามเจ้าของร้านก่อนที่เขาจะชี้ไปที่เด็กหญิงตัวเล็กที่แต่งตัวมอมๆลูกจ้างของร้าน...ถ้าจำไม่ผิดนั่นเป็นเด็กที่พวกทหารลาดตระเวนหาเรื่องใส่นิน่า

"โกเลมตัวที่ว่านั้นอยู่ที่บ้านของหนู"มีน่า"รู้สึกมันจะเป็นของพ่อเธอที่เสียไปแล้วน่ะ..."เจ้าของร้านตอบกลับมา พวกริกกะทั้งหมดรวมถึงเด็กสาวที่ใช้ชื่อโลลิต้า โลลิรูริเบือนสายตาไปหาเธอทันที

"นี้หนูจ้า ขอพวกพี่ๆไปบ้านเธอหน่อยสิ?"วาเอลีนเดินเข้ามาจับไหล่แล้วยิ้มให้หนูน้อยคนนั้นทันที

"โกเลมนั้นมีอะไรสำคัญมากนักเหรอ? วาเอ เอ็ย เกรเซีย?"ริกกะเอ่ยถาม วาเอลีนก็พยักหน้าแต่คนที่ตอบคำถามของริกกะไม่ใช่วาเอลีนหรอกแต่เป็นเด็กสาวผู้ใช้ชื่อว่าโลลิต้า โลลิรูริ

"ปกติโกเลมจะมีขนาดใหญ่ แต่ว่าถ้าเป็นโกเลมขนาดเล็กบางทีนั้นอาจจะเป็น"โปรโต"ก็เป็นไปได้"

"โปรโต?"ริกกะทวนคำเด็กสาวที่ใช้นามว่าโลลิต้า โลลิรูริก็เอ่ยตอบกลับมาทันทีว่า

"prototype of armor attack"

"แต่บางทีก็เรียกกันว่า inspiration of armor attack"โลลิต้า โลลิรูริยิ้มนิดๆให้ริกกะแน่นอนว่าเขาเองก็เคยได้ยินชื่อพวกนี้มาก่อน...โกเลมที่มีขนาดเล็ก มีลักษณะคล้ายคลึงกับAAในปัจจุบัน ถูกค้นพบมาตั้งแต่มนุษย์เริ่มจำความได้ ถ้าเป็นขนาดเล็กบนโลกนี้แทบจะมีนับตัวได้ บางทีมันอาจจะเป็นวิทยาการของอารายธรรมโบราณก็เป็นได้ วิทยาการที่มนุษย์ปัจจุบันยังไม่รู้

"งั้นพวกเราไปบ้านของแม่หนูนี้กันเถอะ!"บาเน็ตตัดสินใจออกเดินนำพร้อมกับลากทุกๆคนซึ่งแน่นอนว่ามีโลลิต้า โลลิรูริอยู่ในกลุ่มด้วยออกจากร้านมุ่งหน้าไปที่บ้านของแม่หนูมีน่าทันที

"เฮ่อ"เจ้าของร้านถอนหายใจ พนักงานอีกคนที่เห็นเลยเดินเข้ามาถามว่า"ยังกลุ้่มใจอยู่เหรอครับ?"

"ใช่สิ ก็เจ้าพวกนั้นรวมถึงยัยเด็กผู้หญิงที่ชื่อโลลิต้า โลลิรูริอะไรนั้น ยังไม่ได้จ่ายตังค์ค่าอาหารเลยนิน่า!!!"

-----------------------------------

"จะดีเหรอครับ? เอาของที่หัวหน้าช่างสูงสุดคุณ"ประดั่น" บอกให้ส่งกลับฐานใหญ่มาใช้แบบนี้น่ะ?"นายทหารกองกำลังต่อต้านหน้าจืดคนหนึ่งเอ่ยถามหัวหน้าของเขา ที่แคมป์เล็กๆของหน่วยต่อต้านที่ทำหน้าที่คอยลาดตระเวนพื้นที่รอบๆหากเจอกับกองทัพหลวง ท่าทางนายทหารที่มีร่างกายหยาบกร้านและไว้เคราดกคนนี้จะเป็นผู้นำของกองลาดตระเวนแน่ๆ

"เอ่อสิ! ไอ้เจ้าเด็กนั้น กับไอ้เมืองนั้น! บังอาจมาหยามข้า"บลูด็อก โกลด์"คนนี้ได้!!!"หัวหน้าของหน่วยลาดตระเวนที่โดนริกกะเอาเก้าอี้ฝาดใส่เอ่ยตวาดใส่ลูกน้องจะว่าไปถ้าสังเกตจะพบว่า เขาพันผ้าพันแผลไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกายที่โดนริกกะเล่นงานซะด้วย

นายทหารหน้าจืดคนนั้นได้แต่ฟังที่หัวหน้าผู้ดื้อรั้นของตัวเองพูดก่อนจะต้องทำตามคำสั่งของเขาอย่างเลี่ยงเสียไม่ได้โดยการเอาอุปกรณ์พิเศษที่ว่าไปติดตั้งให้กับAAของบลูด็อก โกลด์

ไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูของบลูด็อกเป็นAAที่ปรับแต่งเป็นพิเศษด้วยการเสริมเกราะให้แน่นหนา่ขึ้นและทำการติดแผงมิซซายที่ไหล่ทั้งสองข้างและเก็ตลิ่งขนาดเล็กข้างลำตัวที่เอวทั้งสองด้าน ข้างละกระบอก แต่ส่วนเสริมพิเศษที่บลูด็อกบอกให้ลูกน้องติดเพิ่มไปนั้นมันก็คือ....

"เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ...แต่อย่าลืมนะครับว่ามันยิงได้แค่ครั้งเดียว"นายทหารหน้าจืดคนเดิมเอ่ยเตือนในขณะที่ยกรถติดอุปกรณ์ถอยห่างมาจากAAของบลูด็อก

"เอ่อรู้แล้วน่า...หึหึหึ ทีนี้ละเจ้าพวกชาวเมืองงี่เง่านั้นจะต้องเสร็จฉัน ด้วยแขนหมัดรุ่นพิเศษนี้แหละ!!!"ว่าแล้วบลูด็อกก็หัวเราะออกมา ของที่พึ่งจะถูกติดตั้งไปนั้น คือของที่นายช่างประดั่นหัวหน้าช่างแห่งกองกำลังต่อต้านพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษมันเป็นแขนลูกสูบที่เหมือนกับของสไนเซอร์ แต่พัฒนาให้มันมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมมาก แทนที่จะดันลูกสูบขึ้นแล้วดึงกลับสร้างแรงกระแทกที่มากขึ้น แขนข้างนี้กลับใช้ดินปืนในการผลักลูกสูบแทน ส่งผลให้เมื่อเทียบกับหมัดของสไนเซอร์แล้ว หมัดจากแขนพิเศษนี้จะรุนแรงมากกว่าเดิมถึง7-8เท่า แต่เพราะตัวจุดระเบิดนั้นมีใส่สำหรับทดสอบแค่อันเดียว พลังทำลายของหมัดที่ว่านั้นก็เลยสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวนั้นเอง

"เอาล่ะ ตามฉันมาห้าคน! เราจะไปสอนให้คนในเมืองนั้นรู้ว่าอย่ามาหือกับทหารของกองกำลังต่อต้า่น!!!!"บลูด็อกตระโกนพร้อมกับเร่งเครื่องAAของตัวเองพุ่งนำไปเป็นจ่าฝูงโดยมีพวกทหารลาดตระเวนคนอื่นๆที่นับถือบลูด็อกเป็นลูกพี่ บังคับไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูที่ติดอาวุธครบมือตามบลูด็อกไปกันเป็นขบวน

นายทหารหน้าจืดได้แต่มองไล่หลังหัวหน้าของเขาไปอย่างเซ็งๆ เขาชาชินเสียแล้วกับพฤติกรรมแบบนี้แต่เขาเองก็ไม่มีอำนาจพอที่จะเปลี่ยนแปลงหัวหน้าไปในทางที่ดีขึ้นได้ เพราะแบบนั้นสิ่งที่เขาทำได้ก็มีแค่ถอนหายใจเบาๆแล้วกลับไปเครียล์งานของตัวเองให้เสร็จก็เท่านั้นเอง

-----------------------------------

"นี้มัน ไม่ผิดแน่..."

"โกเลม...ไม่สิ โปรโต!"วาเอลีนพึมพำออกมาส่วนประโยคแรกนั้นเป็นของเด็กสาวที่ใช้ชื่อว่าโลลิต้า โลลิรูริ ตอนนี้ทั้งหมดมาอยู่ที่โรงนาร้างเก่าๆของมีน่าจัง ที่ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นทั้งบ้านและเป็นทั้งที่นอนของเธอด้วย คิดๆแล้วก็น่าสงสารไม่เบา สิ่งเดียวที่พ่อแม่เหลือไว้ให้ก็คือโรงนาที่ใช้แทนบ้าน กับ"โปรโตโกเลม"สีเขียวเข้มที่นอนแน่นิ่งพิงผนังด้านในสุดของโรงนาเท่านั้น

"ฉันดูยังไง มันก็เหมือนเป็นแค่เหล็กเก่าๆที่เอามาทำรูปหุ่นเท่านั้นเองน่า..."ริกกะพึมพำในขณะเดินเข้ามาดูใกล้ๆแล้วเคาะขามันเบาๆสามสี่ที

แกร็งๆ เสียงเหมือนกับเคาะโลหะดังขึ้นจากการทุบของริกกะ ถ้าเป็นAAในปัจจุบันจะไม่ได้ยินเสียงนี้แน่นอนเพราะข้างในจะเต็มไปด้วยกลไก ทำให้เวลาที่เคาะเสียงจะไม่ดังกังวาลแต่เสียงจะออกมาทึมๆทึบๆ

"แถมสนิมยังขึ้นทั้งตัวด้วยล่ะ"บาเน็ตเอ่ยในขณะที่ใช้สายตาต้องสำรวจเจ้าโปรโตโกเล็ม

"รูปร่างคล้า่ยกับพวกโปรโตโกเล็มมาก แต่ว่าคอร์ไม่มีแสงสว่างออกมาเลย"เด็กสาวที่ใช้ชื่อว่าโลลิต้า โลลิรูริพูดขึ้นมาในขณะสังเกตไปที่ลูกแก้่วสีฟ้าขุ่นๆที่หน้าอกของมัน วาเอลีนเองก็ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ถ้าไม่ใช่ของปลอม มันก็น่าจะหลับอยู่แน่ๆ"

"นี้ เธอชื่อโลลิต้า โลลิรูริสินะ?"วาเอลีนหันมาถามเด็กสาวที่มีชื่อว่าโลลิต้าและมีนามสกุลว่าโลลิรูริ เด็กสาวผมสีน้ำเงินยาวที่ชื่อโลลิต้า โลลิรูริมองเธอกลับช้าๆก่อนที่เธอจะนิ่งเงียบไปสักพักแล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งๆไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆว่า"ค่ะ โลลิต้า โลลิรูริคือชื่อของฉัน"

"ดูเหมือนเธอจะรู้เรื่องพวกโปรโตดีนิน่า? ปกติแล้วข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่คนทั่วๆไปจะรู้ได้น่ะ เธอไปรู้มันมาได้ยังไงละ?"วาเอลีนเอ่ยถามและแทบจะทันทีเด็กผู้หญิงที่มีอายุอานามประมาณ14ปีซึ่งใช้ชื่อว่าโลลิต้า โลลิรูริก็ตอบกลับมาว่า"แล้วคุณล่ะค่ะ? ถ้าจำไม่ผิดคุณชื่อ?"

"ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวกับเธอเลยนิน่า เกรเซีย เดอ ดิฮาร์ทจ๊ะ"ว่าแล้ววาเอลีนก็เข้ามาจับมือกับเด็กสาวที่มีชื่อว่าโลลิต้า โลลิรูริ

"เหมือนชื่อปลอมเลยนะค่ะ"โลลิต้่า โลลิรูริเอ่ยแทงใจดำวาเอลีนออกมาอย่างจัง ซึ่งเธอเองก็ไม่น้อยหน้าเอ่ยออกมาเช่นกันว่า

"โลลิต้า โลลิรูริเองก็ดูไม่เหมือนชื่อคนจนคิดว่าน่าจะเป็นชื่อปลอมเหมือนกันนะโลลิต้า โลลิรูริจัง"

"ดูเหมือนเราจะเป็นคนคล้ายๆกันนะค่ะคุณเกรเซีย เดอ ดิฮาร์ท"โลลิต้า่ โลลิรูริเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยิ้มด้วยมุมปากนิดๆโดยยังคงรักษาเอกลักษณ์บนใบหน้าไม่ทำให้สีหน้าที่เงียบและนิ่งๆของเธอนั้นเลือนหายไป

"ฉันก็ว่าแบบนั้นจ้า โลลิต้า โลลิรูริจัง"วาเอลีนตอบรับมาทันที แต่ถ้าหากใครมีฟิลเตอร์สามารถมองเห็นออร่าของคนได้ คงจะเห็นออร่ามาคุบังเกิดอยู่รอบๆตัวสองสาวสองคนนี้เป็นแน่แท้เลยล่ะ

"หาว~~~~~~"เสียงหาวของริกกะดังขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศมาคุของวาเอลีนและโลลิต้า โลลิรูริและดังขัดจังหวะการสำรวจโปรโตโกเลมของบาเน็ต และการสอบถามข้อมูลจากมีน่าของอาริสะด้วย

"จริงสินะ นายยังไม่ได้นอนเลยนิน่า บาเน็ตเธอง่วงรึเปล่า?"วาเอลีนหันไปถาม

"ก็ยังตาสว่างอยู่ค่ะคุณเกรเซีย แต่ก็ขับรถมาเกือบๆทั้งคืนใกล้จะไปแล้วเหมือนกัน"บาเน็ตหันมายิ้มตอบวาเอลีน

"ฉันเองก็พึ่งเดินทางมาถึงตอนรุ่งสางยังไม่ได้นอนเหมือนกันค่ะ"โลลิต้า โลลิรูริกล่าวพร้อมกระโดดเข้ามาร่วมหัวข้อสนทนาด้วย

"แต่อาริสะยังไหวอยู่สินะ?"วาเอลีนหันไปถามอาริสะ

"ค่ะ พอดีฉันต้องตื่นเวลาแบบนี้มาฝึกซ้อมตอนเช้าบ่อยๆ อีกอย่างก็ได้นอนเต็มอิ่มแล้วด้วยเพราะคุณริกกะช่วยมาทำงานเก็บล้างกับเตรียมของในครัวให้แทนค่ะ"อาริสะเอ่ยพร้อมยิ้มเล็กๆมาให้ริกกะ สำหรับริกกะเขาก็อิ่มในอีกความหมาย ซึ่งเราๆท่านๆก็ทราบดีอยู่แล้วจากตอนที่แล้ว ที่ริกกะอาสามาทำงานแทนให้ไม่ใช่เพราะว่าริกกะหน้าเป็นภาชนะหุงต้มหรืออะไรหรอก แต่เพราะว่าครั้งล่าสุดที่อาริสะเข้าครัวแล้วทำอาหารให้ทุกคนทาน บาเน็ตที่ชิมเข้าไปเพียงแค่คำเดียวก็เกือบจะลมจับดริฟท์รถตกเหวมาแล้วนะสิ แถมดูเหมือนคุณเธอยังไม่รู้ตัวอีกซะด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาริกกะเลยปฏิญาณไว้ว่า จะพยามให้อาริสะหลีกเลี่ยงจากครัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อืม ถ้างั้น...ฉันฝากเธออยู่ที่นี้กับมีน่าจังสักพักน่ะ ไม่นานหรอก ฉันขอพาโลลิต้า โลลิรูริจังไปคุยอะไรบ้างอย่้างกันเล็กน้อยที่ยาน แล้วจะพาริกกะกับบาเน็ตกลับไปนอนน่ะแล้วจะรีบกลับมารับ"วาเอลีนเอ่ยสั่งการขึ้นมาซึ่งเด็กสาวที่ใช้ชื่อว่าโลลิต้า โลลิรูริเองก็ทำสีหน้า่แปลกใจก่อนจะถามโต้งๆว่า

"จะพาฉันไปคุยอะไร? เกรเซีย เดอ ดิ ฮาร์ท?"

"เธอถามใช่ไหมละว่าฉันเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน บางทีฉันคิดว่าเธออาจจะสนใจหนังสือบางเล่มในห้องของฉันก็ได้นะ"วาเอลีนยิ้มมุมปาก ซึ่งเด็กสาวที่มีนามว่าโลลิต้า โลลิรูริเองก็ทำหน้าสีหน้าคิดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"Deal!"

Chapter 6 -Lolita Loliluli- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 11:20:30 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 12:39:42 PM »

Chapter 7 -Cat In The Mow- Part 1

ชีวิตของเด็กสาวที่ชื่อว่ามีน่านั้น ควรจะเป็นเหมือนกับเด็กสาวคนอื่นๆในวัย10ขวบที่มีพ่อแม่และครอบครัวที่อบอุ่น มีเพื่อนสาวสนิทวัยเดียวกับตัวเองและออกไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กทุกวัน แต่สิ่งที่เด็กสาวได้รับในความเป็นจริงนั้นแตกต่างจากสิ่งเหล่านั้นมากเธอกำพร้าพ่อและแม่เพราะสงครามตั้งแต่เริ่มจำความได้ สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีแต่โปรโตโกเลมที่พ่อเธอขุดเจอในสมัยหนุ่มๆในตอนที่เป็นคนงานเหมืองกับโรงนาเก่าๆที่เธอใช้เป็นที่นอน อายุเพียงแค่10ขวบแต่ก็ต้องออกไปหางานเล็กๆน้อยๆทำเพื่อหาเงินประทังชีวิต ถึงมีน่าจะเป็นเด็กขี้แยอยู่สักหน่อยแต่ก็นับว่าเธอเข้มแข็งมากสำหรับเด็กวัยเดียวกันที่เลือกจะเดินหน้าและมีชีวิตอยู่ต่อไปท่ามกลางยุคสมัยอันสับสนอันวุ่นวายนี้

-----------------------------------

"เธอศึกษามาจากพวกตำราเวทจริงๆด้วยสินะ"วาเอลีนยิ้มในขณะที่เธอพาเด็กสาวผมสีเงินยาวผู้สวมใส่ชุดโกธิคโลลิต้า เดินเข้าไปในห้องนอนของเธอบนยานBCD ความประทับใจแรกของเด็กสาวคนนี้ก็คือการที่เห็นยานเกราะที่มีขนาดใหญ่โตจนเป็นฐานทัพย่อมๆได้แบบBCDและความประทับใจอย่างที่สองเห็นจะเป็นหนังสือจำนวนมากมายที่ถมที่นอนอีกสองสา่มที่ในห้องไปเสียจนมิด แน่นอนว่ามันมีหนังสือที่เธอสรรหาอยู่ด้วย"ตำราเวทโบราณ"

"ฉันมองว่าของพวกนี้ไม่ต่างอะไรจากนิยายหรอกค่ะ เหมือนกับเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถมช่องว่างและอธิบายการมีตัวตนของสิ่งต่างๆที่แปลกประหลาดในอดีตกาลเท่านั้นเอง"เด็กสาวผมสีเงินเอ่ยตอบออกมาขณะหยิบตำราเวทมนต์จากมือของวาเอลีนขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วเปิดผลิกไปมาอย่างมันส์มือ

"ว่าแต่ ตื่น? ที่คุณพูดเมื่อตอนอยู่โรงนานั้นหมายความว่ายังไงรึค่ะ?"เด็กสาวหันมาถามวาเอลีน เธอยิ้มก่อนจะตอบเรียบๆว่า"ถ้าจะให้บอกถึงขั้นนั้นล่ะก็ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนน่ะ"

"ถ้าเกินไปฉันไม่ตกลงนะค่ะ"เด็กสาวโต้กลับมาอย่างทันควัน เหมือนวาเอลีนจะเดาได้ว่าเธอต้องพูดแบบนี้เธอจึงเสนอเงื่อนไขขึ้นมาทันทีเลยว่า"ฉันจะอนุญาติให้เธออ่านหนังสือทุกเล่มในห้องได้แล้วก็จะพาไปดู"โปรโตโกเลม"ที่ตื่นเรียบร้อยแล้วที่ฉันครอบครองอยู่ แต่สิ่งแลกเปลี่ยนความอยากรู้อยากเห็นก็คือ...เงิน ดูเหมือนเธอจะเป็นคุณหนูสักคนจากตระกูลสูงศักดิ์ใช่ไหม? ฉันเชื่อว่ากระเป๋าใบใหญ่นั้นน่าจะมีทรัพย์สมบัติอยู่มากพอสมควรเลยนะ ทุนการเดินทางของเราใกล้จะหมดแล้วช่วยเป็นสปอนเซอร์ออกเงินแล้วเดินทางไปกับพวกเราได้รึเปล่า?"

ถึงจะเริ่มเกริ่นด้วยเงิน แต่เด็กสาวรู้ว่าจริงๆวาเอลีนมีเป้าหมายอยู่ที่ตัวเธอนั่นคือความรู้ที่เธอมีส่วนทรัพย์สมบัตินั้นน่าจะเป็นผลประโยชน์เสริมที่ได้จากการชักชวนเธอเข้าร่วมมาเป็นพวก แต่สำหรับเด็กสาวผมสีเงินใส่ชุดโกธิคคนนี้ การตกลงการค้าทุกอย่างเธอไม่ยอมให้ขาดทุนแน่ๆ อย่างน้อยๆต้องได้กำไรกลับมาบ้าง

"เงินพวกนี้ฉันคิดจะเอาไปสนับสนุนกลุ่มต่อต้านค่ะ ฉันอยากให้สงครามภายในจักรวรรดิจบลงไปเร็วๆน่ะ น่าเสียดายที่ว่าต้องขอปฎิเศษข้อเสนอของคุณ"เด็กสาวตอบกลับมาแต่วาเอลีนก็ยังคะยั้นคะยอต่อไปอีกว่า"เธอไม่อยากรู้รึว่าฉันจะเอายานเกราะยักษ์นี้ไปใช้ทำอะไร? รวมถึงโปรโตโกเลมที่ตื่นแล้วด้วย? ฉันมองว่าเธอเป็นคนฉลาดหัวแหลมและที่สำคัญเธอรู้เรื่องเกี่ยวกับโปรโตมากพอที่จะไม่ต้องอธิบายอะไรยืดยาวให้ฟัง ถ้าฉันบอกว่าจักรวรรดิ ไม่สิโลกกำลังมีอันตรายมากกว่าสงครามระหว่างกองกำลังต่อต้านกับกองทัพหลวงนี้ล่ะ? เธอจะว่ายังไง?"

เด็กสาวชุดโกธิคนิ่งไปสักครู่เหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างก่อนจะพูดขึ้นมาว่า"ถ้างั้น...บอกชื่อจริงของคุณมาก่อนสิค่ะ คุณเกรเซีย เดอ ดิฮาร์ท"

"ว่าแล้วว่าต้องถาม...ชื่อจริงของฉันคือ"วาเอลีน-ไลอาเนีย-รีไฟน์-กีรัล"รัชทายาทอันดับ1 บุตรสาวคนที่4ของราชาองค์ก่อนราออสหรือที่ทุกๆคนเรียกกันว่าเจ้าหญิงวาเอลีนนั้นล่ะ"

เมื่อได้ยินวาเอลีนพูดออกมาจากปากเด็กสาวโกธิคก็คิ้วกระตุกขึ้นมาเบาๆก่อนที่วาเอลีนจะยิ้มแล้วหันไปหาเธอที่กำลังตะลึงกับสิ่งที่เธอพึ่งจะได้ยินก่อนจะถามออกไปว่า"แล้วเธอล่ะจ๊ะ?"

"...."เอลน่า ไครส์"ค่ะ"เด็กสาวโกธิคผมสีเงินตอบคำถามของวาเอลีนออกมาทันทีในชั่วอึดใจ

-----------------------------------

"ขอบคุณนะค่ะ ที่ช่วยมาทำความสะอาดมันน่ะค่ะ"เด็กสาวร่างเล็กอายุ10ขวบหรือมีน่าจังเอ่ยขอบคุณอาริสะ ที่ตอนนี้กำลังใช้ไม้ถูพื้นเช็ดขัดคราบสกปรกออกจากตัวโปรโตโกเลม น่าแปลกทั้งๆที่สนิมเกราะขนาดนั้นแต่พออาริสะเริ่มลงมือขัดล้างมันจริงๆ คราบสนิมพวกนี้ก็หลุดออกไปได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นไปได้แท้ๆ หรือว่านี้คือความพิเศษที่เป็นความแปลกประหลาดของโปรโตโกเลมกันนะ

"ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ"อาริสะเอ่ยออกมา น่าแปลกทั้งๆที่เธอเป็นคนแสดงสีหน้าไม่เก่งแท้ๆแต่ทำไมกับมีน่าจังแล้วเธอถึงยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าทุกทีกันน่า

"ถึงจะไม่มีประโยชน์แต่หนูก็อยากให้มันสะอาดไว้น่ะค่ะ เพราะไหนๆวันนี้ก็วันครบรอบวันตายของคุณพ่อคุณแม่หนูทั้งที"มีน่าจังเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มอาริสะที่ได้ยินแบบนั้นก็คอตกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า"เสียใจด้วยนะมีน่าจัง"

"พี่สาวไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะมันก็ผ่านมานานมากแล้วล่ะ"มีน่าเอ่ยตอบพร้อมกับเดินเข้ามาจับอาริสะเบาๆเพื่อปลอบโยน หญิงสาวผิวสีซีดเมื่อเห็นเด็กสาวทำกับตนแบบนี้จึงยิ้มให้เธอพร้อมกับเลื่อนมือของตนไปจับกับมือของมีน่าจังเบาๆก่อนจะเอ่ยว่า

"พี่เอง ก็พึ่งเสียครอบครัวไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเหมือนกัน"

"............พี่อาริสะ ทำใจได้รึยังค่ะ?"มีน่าถามขึ้นมาเบาๆอาริสะก็ยิ้มพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า"พี่ทำใจได้แล้วล่ะ มีน่าจัง"

"หนูน่ะ พี่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพราะพ่อแม่หนูตายไปนานแล้ว แต่ของพี่อาริสะนี้สิ...."

"ขอบใจที่ห่วงน่ะ"อาริสะยิ้มจางๆก่อนจะลูบหัวเธอ มีน่าก็พูดต่อขึ้นมาทันทีว่า"จริงๆแล้ว หนูแอบร้องไห้หลายต่อหลายครั้งเลยละค่ะ แต่ว่า หนูคิดว่าแบบนั่นพ่อและแม่ที่ต้องตายไปเพราะปกป้องหนูคงจะเสียใจแย่ พวกท่านคงไม่อยากเห็นหนูเป็นทุกข์...พวกเขาอยากให้หนูยิ้มแย้มมากกว่า ถึงหนูจะชอบร้องไห้แต่ว่าหนูเอง...ก็จะพยามเข้มแข็งขึ้นให้ได้เลยค่ะ! พ่อแม่ที่ตายไปแล้วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง"

ประโยคที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวนั้นหลุดออกมาจากปากของเด็กสาวอายุ10ขวบ มันไปกระตุ้นแรงฮึดอะไรบางอย่างในตัวของอาริสะขึ้นมาก่อนที่อาริสะจะพูดขอบคุณมีน่าออกมาว่า"ขอบใจมากน่ะ มีน่าจัง เพราะคำพูดของเธอทำให้พี่มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย"

"ค่ะ~"เด็กสาวยิ้มตอบ แต่ทว่าช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นก็จบลงเพราะเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในตัวเมือง

"มีน่าจัง! อย่าไปไหนน่ะ"อาริสะสั่งก่อนที่จะผละตัวจากเด็กน้อยรีบวิ่งออกจากโรงนาไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอกทันที

"เกิดอะไรกันขึ้น...อ่ะ?"เมื่ออาริสะวิ่งหลุดออกมาจากโรงนาได้สิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้เธอได้คำตอบทันที ไลท์นิ่งเกียร์ห้าเครื่องของกองกำลังต่อต้านบุกเข้ามาในเมืองและเริ่มโจมตีใส่บ้านเรือนและประชากรในเมือง

"พวกนั้น หรือว่าจะเป็นพวกเดียวกับที่เจอเมื่อตอนเช้า?"อาริสะพึมพำเนื่องจากเธอมัวแต่จ้องไปที่ตัวเมืองเลยไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าไลท์นิ่งเกียร์จ่าฝูงของบลูด็อก หลังจากใช้จรวดระเบิดโรงแรมวอลลี่ไปแล้วเขาก็สอดสายตาไปทั่วเพื่อหาตัวพวกของริกกะ แน่นอนว่ากล้องก็มาจับที่ตัวของอาริสะที่อยู่หน้าโรงนาพอดี

"ยัยนั้น! พวกเดียวกับเจ้าเด็กบ้านั้นนิน่า!!!! ดีเลย!!!"นายทหารหยาบกร้านหยาบช้าคนนี้คำรามออกมาก่อนจะบังคับไลท์นิ่งเกียร์พุ่งไปทางอาริสะทันที

อาริสะที่เหลือบไปเห็นว่ามีAAตัวหนึ่งกำลังพุ่งมาทางนี้ เลยกลับหลังหันวิ่งหนีเข้าไปในโรงนาทันที

"มีน่าจัง! หาที่ซ่อน!!!"

หลังจากอาริสะตระโกนออกไปเด็กสาวก็ทำหน้ามึนงงก่อนจะหันซ้ายหันขวา ไม่นานนักเธอก็ตระโกนมาบอกอาริสะว่า"พี่อาริสะ ในนี้เลยค่ะ!!"

ว่าแล้วเด็กสาวก็กระโดดขึ้นไปที่โปรโตโกเลมแล้วพยามใช้แขนเล็กๆของเธอดึงเอาแผ่นเหล็กตรงหน้าอกของมันออก เมื่ออาริสะวิ่งไปถึงเธอก็พบว่าบริเวณหน้าอกของเจ้าโปรโตโกเลมนี้สามารถเปิดออกได้ ราวกับเป็นค็อกพิตของAAไม่ก็ปานซึ่งแขนเล็กๆของมีน่าจังนั้นก็สามารถเปิดฝานั้นออกมาได้สำเร็จ

อาริสะและมีน่ากระโดดเข้าไปในช่องนั้นก่อนที่อาริสะจะช่วยมีน่ายกฝาลงมาปิด ภายในความมืดที่มีแสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดเข้ามาตามช่องรอยต่อบนตัวของโปรโตโกเลม อาริสะลองสังเกตสภาพรอบๆ ก็พบว่าสถานที่ที่เธออยู่มันเหมือนจะเป็นช่องกลมขนาดเล็กที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากสัญลักษณ์ประหลาดๆที่ประดับอยู่ทั่วฝาของช่องกลมนี้

ชั่วอึดใจอาริสะก็ได้ยินเสียงล้อวิ่ง ไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นตามเข้ามาในโรงงานนี้แล้วแน่ๆ

"หืม นั่นอะไรว่ะ? หุ่นกระป๋องหลอกเด็กเหรอ?"ดูเหมือนว่าบลูด็อก โกลด์พึ่งจะเคยเห็นโปรโตโกเลมเป็นครั้งแรก เขาขยับไลท์นิ่งเกียร์เข้ามาดูด้วยความสนอกสนใจก่อนจะเอ่ยว่า

"เฮอะ ก็แค่เศษเหล็กทำรูปร่างให้เหมือนAAนิหว่า... ของหลอกเด็กจริงๆด้วย"เอ่ยจบก็บังคับไลท์นิ่งเกียร์แล้วยกแขนข้างที่เป็นอุปกรณ์พิเศษขึ้นมาง้างและเตรียมจะชกใส่โปรโตโกเลมแน่นอนว่าอยู่ใกล้เสียจนจะชกใส่ได้ขนาดนี้อาริสะกับมีน่าก็ต้องสังเกตเห็นเป็นธรรมดา ซึ่งถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างละก็เธอกับมีน่าจังต้องตายแน่ๆ

และแล้วความคิดนึงที่แวบเข้ามาในหัวของอาริสะก็บังคับให้เธอผลักแผ่นเหล็กที่เป็นเสมือนฝาของช่องทรงกลมนี้ออกแล้วลุกขึ้นออกไปเผชิญหน้ากับบลูด็อกทันที

-----------------------------------

"แย่แล้วครับ เมืองถูกโจมตี!!!!!"โซบิแสนจืดจางที่พึ่งจะได้มีบทออกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบริเวณโรงเก็บที่ซึ่งวาเอลีนกำลังให้เอลน่าดูฟันฟาร์ล่าอย่างสนอกสนใจ

"เจ้าพวกกองกำลังต่อต้านนั้นสินะ โซบิไปปลุกริกกะทันทีเลย!"วาเอลีนสะบัดมือสั่งการ โซบิที่บทน้อยก็ต้องวิ่งออกจากโรงเก็บเข้าไปปลุกริกกะที่นอนหลับลืมโลกอยู่ในห้องของตัวเอง

"แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ เอลน่า?"วาเอลีนหันมาถาม เอลน่าหันมามองตอบวาเอลีนก่อนจะเอ่ยว่า"คุณเกรเซีย อะ ถ้าอยู่กันสองคนแบบนี้เรียกองค์หญิงก็ได้สินะค่ะ สำหรับฉันแล้วถ้าตั้งใจทำอะไรก็จะทำจนถึงที่สุด ในเมื่อรับข้อเสนอของคุณมาแล้วก็คงต้องออกไปช่วยคุ้มกันเมืองนั้นแหละค่ะ"

"อืม...ว่าแต่เธอมีAAงั้นเหรอ?"

"ค่ะ เป็นAAที่ฉันปรับแต่งพิเศษเองสำหรับใช้เดินทางเป็นไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูตอนผลิตครั้งแรกๆ ฉันเองก็พอมีฝีมือในการต่อสู้อยู่บ้าง ถ้าจะให้ออกไปช่วยสู้ก็บอกได้เลยน่ะค่ะ"เอลน่าตอบกลับมา วาเอลีนยิ้มพร้อมกับตบไหล่เธอเบาๆก่อนจะเอ่ยว่า"พึ่งได้อย่างที่หวังไว้ไม่มีผิด งั้นเดี้ยวฉันขับรถไปส่งตรงที่เธอเก็บAAเอาไว้ละกันน่ะ เดี้ยวจะไปบอกบาเน็ตให้ช่วยเฝ้าBCDไว้หน่อย"

"ค่ะ ว่าแต่..."ดูเหมือนเอลน่าจะมีคำถามวาเอลีนเลยหันควับกลับมาพร้อมถามกลับว่า"มีอะไรหรือ?"

"โปรโต...ไม่สิ เจ้าฟันฟาร์ล่านี้มันดูเหมือนAAในยุคนี้มากกว่าโปรโตนะค่ะ ถึงจะดูไม่น่าเชื่อแต่ก็มีบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน ว่าจริงๆลองถอดชิ้นส่วนต่างๆของเจ้าหุ่นตัวนี้มาดูมันก็ดูเป็นวิทยาการในยุคนี้ทั้งนั่นถึงจะดูล้ำยุคไปหน่อยก็เถอะ แล้วก็ไม่เห็นมี คอร์ของโปรโตเลย"เอลน่าซักถาม วาเอลีนเองก็ถอนหายใจเบาๆก่อนจะอธิบายว่า

"จริงๆแล้วโปรเจคฟันฟาร์ล่าเดิมทีไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก พวกเราพยามคิดค้นจักรกลที่อาศัยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นพื้นฐานของตัวหุ่นแล้วนำมาใช้งานได้น่ะ แต่พอดีว่ามีการค้นพบซากของโปรโตตัวหนึ่งขึ้นมาใกล้ๆระแวกนั้นพอดี ดร.ที่สร้างมันเลยสั่งให้เอามันมาที่ศูนย์พัฒนา เพราะตอนนั้นกำลังมีปัญหากับโครงสร้างแล้วก็ดีไซน์ของฟันฟาร์ล่าที่ต่อให้แก้แล้วแก้อีกก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง พอโปรโตตัวนั้นมาถึงดร.ก็เลยลองเอาชิ้นส่วนกำเนิดสนามแม่เหล็กต่างๆไปทาบประกบไว้กับตัวหุ่นดูแต่ปรากฎว่าตอนนั้น คอร์ก็เปล่งแสงสว่างออกมา แล้วฟันฟาร์ล่าก็เลยกลายมาเป็นสภาพแบบที่เธอเห็นนี้แหละ"

"ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย?"เอลน่าตีหน้านิ่งก่อนที่วาเอลีนจะพูดอธิบายเสริมไปว่า"ฉันก็เหมือนกัน แถมพอเปิดไปดูค็อกพิตก็พบว่ามันกลายที่นั่งบังคับแบบAAรุ่นปัจจุบันแถมพวกOSระบบต่างๆยังถูกติดตั้งเข้ามาให้เองอีก เหมือนกับใช้เวทมนต์เสกขึ้นมาเลยล่ะ... พวกเราพอเจอแบบนั้นก็เลยพยามแกะแงะฟาร์ฟาล่าออกมาศึกษาแทนที่จะพัฒนาให้มันเสร็จสิ้นไปเลย แต่น่าเสียดายที่ว่าหลังจากนั้นโครงการนี้กับสถานีวิจัยก็ถูกพวกกลุ่มก่อการร้านจู่โจมและทำลายไป ฉันคิดว่าคงเป็นฝีมือของคนในราชวงค์ที่ไม่อยากให้การพัฒนาAAรุ่นใหม่สำเร็จได้ เพราะว่าตอนนั้นยังอยู่ในช่วงที่ว่าวังหลวงแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอยู่ คือผู้สนับสนุนฉันและพี่อาร์ดิมุนด์ ถ้าเกิดโครงการนี้เสร็จขึ้นก่อนมันก็เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจจะทำให้ฉันได้รับเลือก ดร.ที่สร้างเจ้านี้ฝากฟันฟาร์ล่าที่ขนย้ายหนีมาได้ทันให้กับฉัน แล้วแบ่งดาต้าข้อมูลที่ศึกษาจากตัวฟันฟาร์ล่าได้ออกมาเป็นสองส่วน ส่วนแรกให้ฉันเก็บไว้ส่วนอีกส่วนดร.คนนั้นก็เก็บเอาไว้"วาเอลีนอธิบายร่ายยาวถึงชาติกำเนิดของผีเสื้อแม่เหล็กตัวนี้เอลน่าฟัง ก่อนที่เอลน่าจะถามต่อ เสียงประตูโรงเก็บก็เปิดดังกึง ริกกะกระโจนเข้ามาในโรงเก็บแล้วโดดขึ้นไปในค็อกพิตของฟันฟาร์ล่าทันที

"อาริสะกับมีน่ากำลังตกอยู่ในอันตราย! เปิดประตูโรงเก็บให้ฉันทีวาเอลีน!!"ริกกะตระโกนออกมาขณะปิดค็อกพิตแล้วสตาร์ทเครื่อง วาเอลีนได้แต่ยักไหล่แล้วถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นว่า"จริงสินะเอลน่า นี้ไม่ใช่เวลามามัวอธิบายนิน่า มาช่วยฉันเปิดประตูโรงเก็บแล้วเอารถออกกันเถอะ"

>>>>>>>>>>>>>>>>>>> Part 2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 11:20:39 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 12:40:26 PM »

Chapter 7 -Cat In The Mow- Part 2

อาริสะเดินออกไปนอกช่องกลมพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างออกมาก่อนจะตระโกนว่า"หยุดเถอะค่ะ ทำไมพวกคุณถึงต้องโจมตีชาวเมืองแบบนี้ด้วย!?"

"หา!? ก็แหง่ละสิ เพื่อความพอใจไงล่ะ? ปล้นเอาเสบียงจากพวกพ่อค้า ทำลายเมืองที่บังอาจทำให้ฉันขายหน้า โลกนี้น่ะคนมีอำนาจมากกว่าเป็นฝ่ายถูกนะยัยหนู!!!"บลูด็อกหัวเราะลั่นขณะเปิดลำโพงประจำAAคุยโต้ตอบกับอาริสะ

เด็กสาวเมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้แล้ว เธอก็ได้แต่ก้มหน้าหลับตานิ่ง เธอไม่เข้าใจ ทั้งๆที่โลกนี้กำลังวุ่นวายแท้ๆแต่ทำไมถึงมีแต่คนประเภทนี้อยู่มากมายกันนะ ทั้งพวกที่ทำลายหมู่บ้านของเธอก็ด้วย ในตอนนี้ อาริสะที่ไร้พลังไม่อาจจะทำอะไรได้เลยแม้แต่น้่อย

"(คราวก่อนก็พ่อกับแม่ คราวนี้ก็มีน่าจัง)"อาริสะคิดแวบขึ้นมาในใจ คิดถึงค่ำคืนที่เธอต้งสูญเสียครอบครัวไปและไม่สามารถปกป้องใครไว้ได้ บัดนี้สิ่งนั้นกำลังจะกลับมาซ้ำรอยเธออีกครั้งแล้วรึ?

"พี่ค่ะ!!!"มีน่ากระโจนออกมาจากช่องกลมในตัวโกเลมทันที เธอเห็นว่าอาริสะกำลังจะได้รับอันตรายละมั่ง เลยพุ่งออกมา แม้มีน่าจะเป็นเด็กตัวเล็กๆแต่เมื่อเธอพุ่ีงกระโจนออกมาแบบนี้แล้วชนใส่อาริสะเต็มๆนั้น ทำให้อาริสะกับมีน่าร่วงหล่นลงมาจากลำตัวของหุ่น ตกแหมะไปกองอยู่กับพื้นของโรงนา

แต่จะเรียกว่าการที่มีน่ากระโจนออกมานั้นเป็นโชคช่วยก็เห็นจะได้เพราะหลังจากอาริสะตกลงมาไม่ถึงอึดใจ แขนและหมัดที่บลูด็อกติดตั้งให้AAของตัวเองเป็นพาร์ทพิเศษนั้นก็พุ่งซัดใส่โปรโตโกเลมทันที...แต่แทนที่ร่างของโปรโตโกเลมจะบุบบิบบูบี้ยู่ยี่ก็ได้เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ขึ้นมาแทน

คอร์สีฟ้าที่อยู่ตรงอกของโปรโตโกเลมได้สว่างวาบในตอนที่แขนของไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นพุ่งเข้ามากระทบ ต่อมาเพียงชั่วอึดใจคอร์นั้นก็ดูดแขนเสริมพิเศษเข้ามาไว้ภายในคอร์ราวกับว่าแขนเหล็กที่หนักอึ้งนั้นเป็นแค่ผ้าหรือกระดาษบางๆไม่ก็ปานพร้อมกับแสงสว่างที่ส่องวาปขึ้นมามากกว่าเดิมเสียอีก รูปร่างของโปรโตโกเลมตัวนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากหุ่นโกเลมที่มีท่าทางเหมือนรูปปั้นขนาดยักษ์ บัดนี้มันได้กลายสภาพเปลี่ยนไปโดยมีโครงสร้างที่เล็กลงกว่าเดิม แขน ขาและลำตัวเปลี่ยนสภาพไปคล้ายเครื่องจักรกล อธิบายแบบง่ายที่สุด โครงสร้างของมันเริ่มเปลี่ยนแปลงให้คล้ายกับAAเข้าไปเรื่อยๆ

เมื่อแสงสว่างนั้นดับลง คอร์สีฟ้าก็หายไปแต่สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีแค่AAตัวสีเขียวเข้มและหน้าตาของมันที่แตกต่างจากAAทั่วๆไป แวบแรกที่อาริสะเห็นมันอาริสะนึกถึงฟันฟาร์ล่าขึ้นมาทันที แม้หน้าตาของทั้งสองเครื่องนี้จะไม่คล้ายกันก็ตามแต่มันชวนให้ความรู้สึกเดียวกันจริงๆ นั่นคือ"ดูแปลกประหลาดและผิดแปลกราวกับหลุดออกมาจากอนิเมทหุ่นยนต์ไม่ก็ปาน"

แม้อาริสะจะยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเธอก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอก็ตัดสินใจกระโดดทันที...อาริสะกระโดดขึ้นไปบนบนขาของมันก่อนจะไต่ตัวเองไปที่ค็อกพิตของAAปริิศนาตัวนี้และเคลื่อนที่เข้าไปข้างใน

"กัตโต้?(Gatto) สตาร์ท?"อาริสะพึมพำในขณะที่อ่านข้อความที่ขึ้นมาบนหน้าจอสีฟ้าในตัวหุ่น ตัวอักษรสีแดงวิ่งร่าก่อนที่หน้าจอและตัวอักษรจะเปลี่ยนไปและปรากฎคำว่า"Enter Name"

"นะ นี้มันอะไรกัน?"บลูด็อกดูจะตกใจมากกับเรื่องเหลือเชื่อนี้ แขนเสริมพิเศษอาวุธพิฆาตของเขาถูกทำลาย ไม่สิต้องเรียกว่าถูกดูดเข้าไปในตัวของหุ่นปริศนาตรงหน้านี้ตั้งหาก ดูเหมือนเขาจะตกใจมากเสียจนไม่ได้สังเกตว่าอาริสะกำลังทำอะไรอยู่ เธอกำลังรัวแป้นเรืองแสงพร้อมกับคีย์ข้อมูลอะไรบางอย่างเข้าไปในตัวหุ่น

"Asakura Arisa"

เมื่อคีย์จบเธอก็หันมายิ้มให้กับมีน่า เด็กสาวรู้ทันทีว่าอาริสะต้องการอะไร เด็กน้่อยจึงรีบวิ่งหนีออกจากบริเวณนั้นทันที พร้อมกับที่อาริสะสวมแขนทั้งสองข้างเข้ากับคันบังคับและปิดค็อกพิตกว่าบลูด็อกจะรู้ตัวว่าอาริสะกำลังจะทำอะไรก็โน่น... โน่นที่ว่าก็คือเมื่อมือของหุ่นสีเขียวเข้มที่อาริสะบังคับพุ่งเข้ามาบีบหัวไลท์นิ่งเกียร์ของบลูด็อกเต็มกำเต็มมือ

"หา!!! นี้มันอะไรกัน!?"บลูด็อกโวยวายพร้อมกับพยามแกะมือนั้นออกแต่มันก็แข็งเสียจนแงะได้ลำบาก

"แมว...ชื่อของเธอคือ"กัตโต้"สินะ เป็นคำที่ใช้เรียกแมวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจักรวรรดิ"อาริสะพึมพำก่อนจะเปลี่ยนสีหน้า่เป็นขึงขังจากนัตย์ตาของเธอที่ดูดุเป็นนิจอยู่แล้วยิ่งเมื่อเธอตั้งใจทำหน้าขึงขึงมันยิ่งดูดุขึ้นเป็นเท่าตัว เด็กสาวที่ชื่ออาซากุระ อาริสะกำลังจะเอาจริงแล้ว!

"ย้าก!!!!!!"อาริสะคำรามพร้อมกับขยับคันบังคับพุ่งไปด้านหน้าจนสุด กัตโต้ก็พุ่งออกไปยังด้านหน้าทั้งๆที่มือยังคงจับหัวของไลท์นิ่งเกียร์ค้างเอาไว้อยู่ ผลก็คือกัตโต้ที่พุ่งไถลทะลุโรงนาออกไปด้านนอกก็ลากเอาไลท์นิ่งเกียร์ของบลูด็อกไปด้วยนะสิ

"คนอย่างคุณน่ะ!"ประโยคนี้มาพร้อมกับหมัดขวา มือและแขนของกัตโต้นั้นเมื่อเทียบกับAAทั่วไปดูจะแข็งแกร่งและออกจะใหญ่กว่าอยู่มากแต่ที่ต่างจากหุ่นตัวอื่นแน่ๆก็คือมีการติดตั้งสนับมือมาให้ด้วยทั้งสองข้างโดยสนับมือนี้นั้นสามารถจะพับใช้งานหรือเก็บได้อย่างอิสระเสรี ท่าทางอาวุธหลักของแมวสีเขียวตัวนี้ก็คือหมัดสินะ

หมัดขวาเข้าเป้าที่ลำตัวของไลท์นิ่งเกียร์อย่างจังส่งผลให้ไลท์นิ่งเกียร์ของบลูด็อกเซไถลไปรวมนับยี่สิบกว่าเมตร

"บ้าน่า! พลังอะไรกัน?"ประโยคที่เหมือนตัวร้ายเกรดบี เกรดซีหลุดออกมาจากปากของบลูด็อก โกลด์อีกแล้ว แต่ตอนนั้นเองที่กัตโตของอาริสะจับสัญญาณหุ่นได้รอบตัว พรรคพวกของบลูด็อกตามมาช่วยลูกพี่แล้วสินะ

"6ต่อ1"อาริสะพึมพำ เธอพึ่งจะเคยมาบังคับเจ้านี้เป็นครั้งแรกทำให้ระบบหรืออาวุธต่างๆยังไม่ชินมือและก็ไม่มั่นใจด้วยว่าจะต่อกรกับจำนวนศัตรูที่เยอะมหาศาลขนาดนี้ยังไง แต่ทว่า...

เปรี้ยง!! กระสุนสีฟ้ากับเสียงที่แหวกผ่านอากาศดังขึ้น ไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูตัวนึงถูกยิงล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกระสุนนัดเดียว...พลังอำนาจทะลุทะลวงระดับนี้แน่นอนว่าต้องเป็นเรลไรเฟิล และผู้ที่ยิงมาก็ต้องเป็น...

"อะไรกันน่ะ หุ่นสีเขียวตัวนั้น?"ริกกะ ซีซิกกับฟันฟาร์ล่าพุ่งไถลเข้ามาในเมือง เขาปรับเรลไรเฟิลเป็นระดับที่ต่ำที่สุดสำหรับเอามาใช้ยิงในเมือง ถึงจะเป็นระดับต่ำที่สุดแต่พลังทำลายของมันก็ยังมากพอที่จะล่มAAได้ภายในนัดเดียวอยู่ดี

"หนอย!! ยังจะมีมาเพิ่มอีกเหรอ?"บลูด็อกที่หัวฟัดหัวเหวี่ยงพยามคุมAAของเขากลับมายืนตรงเหมือนเดิม เพราะหมัดของกัตโตทำให้ฝาครอบค็อกพิตถึงกับบุบลึกเข้ามา นี้ถ้าเกิดหมัดมันแรงกว่านั้นล่ะก็ตัวเขาคงเละกลายเป็นเนื้อบดซะแล้ว

"คุณริกกะ! นี้ฉันเองค่ะ อาริสะ!!!"อาริสะไม่รู้รหัสสำหรับการส่งสัญญาณติดต่อ เธอจึงตัดสินใจเปิดลำโพงแล้วส่งเสียงออกไปแทน ด้านริกกะที่ได้ยินก็ถึงกับตกใจ มันเป็นเสียงของอาริสะไม่ผิดแน่ๆ แต่ว่าทำไม เธอถึงไปขับAAได้ล่ะ แถมเอาAAตัวนั้นมาจากไหนอีกต่างหาก?

แต่ดูเหมือนเวลาสนทนาจะมีไม่มากเพราะไลท์นิ่งเกียร์อีก4ตัวพุ่งเข้ามาหาทั้งคู่โดยแยกเข้าหาอาริสะสองเครื่องและริกกะสองเครื่อง

"เยอะกว่านี้ฉันก็ปราบมาแล้วน่า!!"ว่าแล้วริกกะก็เล็งเรลไรเฟิลแล้วเหนี่ยวไกออกไป แต่รอบนี้ไม่ยักกะโดนแฮะ กระสุนเฉี่ยวไลท์นิ่งเกียร์ตัวนึงไป แต่เพราะความเร็วของกระสุนทำให้นักบินของมันถึงกับตะลึงซึ่งนั้นก็มากพอที่จะทำให้ริกกะเล็งยิงอีกนัดได้แบบสบายๆแล้วก็เข้าเป้าซะด้วย ไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูอีกตัวโดนกำจัดลงไปได้อย่างง่ายดาย

"เป็นไง..."พูดไม่ทันจบฟันฟาร์ล่าก็โดนผลักกระเด็นโดยไลท์นิ่งเกียร์อีกตัวพุ่งเข้าชาตร์เข้่าจากด้านข้าง แต่เนื่องจากสมดุลและเกราะของฟันฟาร์ล่าดีกว่ามาก ริกกะเลยไสลด์ทรงตัวAAได้ทันก่อนจะเก็บปืนแล้วชักฟันฟาร์ล่าคาลิเบอร์ออกมา่

"ระยะประชิดฉันก็ไม่แพ้หรอกนะ!!!"ว่าแล้วก็เหยียบคันเร่งแล้วบังคับฟันฟาร์ล่าพุ่งใส่ไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นทันทีริกกะกวาดดาบออกไปแต่ศัตรูของเขาก็หลบได้อย่างง่ายดายแต่ริกกะไม่ยอมเสียโอกาศหวดดาบซ้ำใส่มุมอับจนตัดแขนขวาของไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นได้ แต่มันก็ไสลด์ถอยหลบแล้วเล็งแผงจรวดติดบ่าใส่ฟาร์ฟาล่าแล้วกดเหนี่ยวไกทันที

จรวดสองลูกพุ่งเข้ามาหาริกกะ แทบจะเป็นปฎิกริยาตอบสนองในทันที ริกกะหวดฟันฟาล่าคาลิเบอร์ออกไปตรงหน้า ดาบของเขาตัดกระสุนจรวดทั้งสองลูกให้ขาดออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย ก่อนริกกะจะพุ่งเข้าประชิดไลท์นิ่งเกียร์ตัวนั้นและแทงดาบเข้าใส่บริเวณหน้าอกและเสียบดาบเข้าไปจนมิดด้าม

"สะ สุดยอด...เมื้อกี้เราทำได้ยังไงน่ะ?"ชายหนุ่มที่พึ่งตัดจรวดออกเป็นสองซีกรู้สึกตะขิดตะขวางใจในความสามารถของตัวเองเมื่อครู่นี้เสียเหลือเกิน

กลับมาทางด้านอาริสะ กัตโต้ของเธอถึงแข็งแกร่งแต่ก็มีปัญหาเรื่องระยะเนื่องจากไม่มีอาวุธอะไรเลยนอกจากหมัดและแขนทั้งสองข้าง

ปัง!!! เสียงดังกัมปนาทดังขึ้นมาพร้อมกับกระสุนปืนใหญ่ลูกหนึ่งตกใส่หัวของไลท์นิ่งเกียร์หนึ่งตัวที่กำลังล้อมหน้าล้อมหลังอาริสะอยู่ ซึ่งผลเป็นยังไงก็คงไม่ต้องบอก แต่โชคดีที่ว่ายังพอเหลือเศษซากหุ่นอยู่บ้างละ

"ตรงนี้ฉันรับมือเองค่ะ!"เสียงเด็กสาวดังออกมาจากด้านหลังของริกกะและอาริสะ ไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูคัสต้อมพิเศษมีสีแดงทั่วตัวมีขอบสีทองติดตามชิ้นเกราะและพ่วงด้วยเขาแหลมเล็กที่หัว ตัวAAมีปืนครกขนาดเล็กติดตั้งอยู่ที่ไหล่ขวาของAAตัวนี้ด้วย

"เสียงนี้หรือว่าจะเป็น โล..."ไม่ทันที่ริกกะจะทัก เอลน่า ไครส์ก็ตัดบททันทีเลยว่า"ชื่อจริงฉันชื่อ เอลน่า ไครส์ค่ะ ตัวหัวหน้ากำลังจะหนีไปแล้วนะค่ะ?"

อาริสะหันควับไปก็เห็นบลูด็อกที่หุ่นเสียแขนไปข้างกำลังถอยหนีไปจริงๆด้วย ถ้าปล่อยให้หนีไปได้เมืองนี้ต้องตกอยู่ในอันตรายอีกแน่ๆ อาริสะเลยตัดสินใจบึ่งกัตโตตามติดไปทันทีโดยปล่อยAAอีกเครื่องที่เหลืิออยู่ให้เอลน่ากับริกกะจัดการ

"คุณน่ะ! เห็นชีวิต...เห็นทรัพย์สินของคนอื่นเป็นเหมือนของเล่นงั้นเหรอค่ะ! คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ อยากทำลายอะไรก็ทำลาย พลังน่ะ...มันมีไว้ใช้เพื่อปกป้องไม่ใช่รึค่ะ!"อาริสะตระโกนเสียงออกจากลำโพงขณะไล่หลังบลูด็อกไปติดๆ

"ของแบบนั้นมันกินไม่ได้หรอกโว้ย ยัยหนู!!! ฉันเข้ามาเป็นกองกำลังต่อต้านก็เพราะอยากจะสบายต่างหาก! งานการไม่ต้องทำก็มีอาหารกินแล้วแค่ขู่ไปนิดๆหน่อยๆ ไม่คิดว่าชีวิตแบบนี้มันวิเศษบ้างเหรอ?"บลูด็อกพล่ามออกมาขณะหมุนตัวกลับมาหาอาริสะและระดมยิงจรวดติดบ่าใส่เธอทั้งหมดจนจรวดหมดแผง

"มันไม่ถูกค่ะ!"อาริสะประกาศก้องก่อนที่จรวดจำนวนมากจะพุ่งเข้าหาพื้นบริเวณเบื้องหน้ากัตโตและทุกอย่างก็เหลือแต่ฝุ่นควัน...

"ฮาๆๆๆๆ คนชนะเป็นฝ่ายถูกต่างหาก ยัย!?"ไม่ทันที่บลูด็อกจะได้หัวเราะร่ากับชัยชนะของตัวเองกัตโตก็พุ่งออกมาจากม่านควันในสภาพไร้รอยขีดข่วย อาริสะจงใจกลับเครื่องถอยหลังไปสักนิดเพื่อให้จรวดที่บลูด็อกเล็งใส่พื้นทั้งหมดพลาดเป้าก่อนจะพุ่งเข้ามาหาบลูด็อกแล้วชกหมัดขวาใส่บลูด็อกเต็มแรง

หมัดของอาริสะค้างอยู่ที่ท้องของไลท์นิ่งเกียร์ก่อนที่อาริสะจะพึมพำออกมาว่า"คนอย่างคุณน่ะ..."

กริ้ก! หนึ่งในลูกสูบจำนวนเจ็ดลูกที่ติดอยู่ที่มือขวาของกัตโตดันขึ้นจนสุด ลูกสูบที่ว่านี้ประกอบด้วยลูกสูบขนาดเล็กหกอันที่ติดอยู่รอบศอกของกัตโตเป็นวงกลมและมีลูกสูบขนา่ดใหญ่ที่ตำแหน่งติดตั้งของมันอยู่ที่ข้อศอก ไม่สิเรียกได้ว่าทั้งศอกขวาของกัตโตมีลูกสูบขนาดใหญ่ฝั่งอยู่เป็นกระดูกถึงจะถูกมากกว่า

กริ้กแรกที่ลูกสูบดันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อมาไม่กี่วิกริ้กที่สองก็ดังพร้อมกับลูกสูบลูกถัดมาด้านขวามือของลูกสูบแรกวนตามเข็มนาฬิกาก็ถูกดันขึ้นจนสุด

นี้คืออาวุธไม้ตา่ยของกัตโต...อาริสะที่ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ตั้งแต่เข้าสู้กับศัตรูจนถึงไล่ตามบลูด็อกเปิดหาไฟล์อาวุธติดตั้งในระบบและก็พบเข้า ซึ่งการใช้งานมันก็ง่ายมากๆแค่กดจอยสติ้กบังคับที่อยู่ในมือขวาของเธอแปดครั้งติดเท่านั้นเอง

กริ้ก!....กริ้ก!..กริ้ก!.กริ้ก!กริ้ก! ลูกสูบแต่ละอันเริ่มอาศัยเวลาที่สั้นลงเรื่้อยๆในการดันขึ้นจนสุดและในที่สุดก็ถึงคราวของลูกสูบใหญ่

กึก! ท่อลูกสูบยาวจากศอกถูกดันขึ้นจนสุดหากนับต่อความยาวจากศอกและลูกสูบจะพบว่าความยาวรวมทั้งหมดเกือบจะเท่ากับแขนขวาทั้งแขนของกัตโตเลยทีเดียว

ทางบลูด็อกเองถึงอยากจะหลบใจจะขาดแค่ไหนก็ไม่สามารถหลบได้ เพราะหมัดของกัตโตที่ประทับอัดอยู่บริเวณลำตัวนั้นมันมีตะขอเล็กๆนับสิบยึดหุ่นของเขาเอาไว้อยู่ อย่าว่าแต่หนีเลยแค่จะเปิดค็อกพิตหลบก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

"คนอย่างคุณ...คนอย่างคุณน่ะ!....ฉันไม่ให้อภัยเด็ดขาดค่ะ!!!"สิ้นเสียงอาริสะก็กดจอยสติ้กที่มือขวากำอยู่เป็นครั้งที่แปดซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายลูกสูบทั้งหมดก็ถูกดันกลับเข้าที่อย่างรวดเร็วและแทบจะทันที

ลูกสูบเหล่านั้นสร้างแรงกระแทกที่รุนแรงยิ่งกว่าแขนของสไนเซอร์แรงยิ่งกว่าแขนปรับแต่งพิเศษ อาจจะเพราะพลังอำนาจจากคอร์ที่เปลี่ยนสภาพตัวโกเลมไปจากเศษกระป๋องให้กลายเป็นหุ่นไร้เทียมทานก็เป็นได้

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!

แรงระเบิดมหาศาลก่อตัวขึ้นที่ปลายหมัดพร้อมๆกับตัวล็อกทั้งหมดถูกปลิดทิ้ง แรงกระแทกที่เกิดขึ้นมากและรุนแรงพอที่จะทำให้ไลท์นิ่งเกียร์ของบลูด็อกกระเด็นลอยขึ้นไปบนอากาศ ชิ้นส่วนของไลท์นิ่งเกียร์แทบทุกส่วนของตัวเครื่องเสมือนถูกอะไรสักอย่างที่ใหญ่มากๆชนใส่มันอย่างแรง แขนของAAโดนอัดปุบเสียจนกลายเป็นแผ่นบางๆ ซึ่งส่วนอื่นๆก็แทบจะไม่ต้องพูดถึงไม่ได้มีสภาพดีกว่ากันเท่าไรหรอก

ร่างของไลท์นิ่งเกียร์บลูด็อก ลอยละล่องไปบนอากาศและไปจบที่การกระแทกกับหน้าผาอย่างรุนแรงจนร่างของมันถูกฝังเสียบเข้าไปภายใน...สภาพของไลท์นิ่งเกียร์จากหุ่นตัวป้อมๆกลายสภาพไปเป็นเหมือนกล้วยตากแห้งในชั่วอึดใจ บี้แบนเละ ไม่ต้องบรรยายก็คงรู้ว่าสภาพนักบินข้างในจะกลายเป็นแบบไหน ในที่สุดการต่อสู้ก็จบลงพร้อมกับชัยชนะของอาริสะ

"จบแล้วสินะ"อาริสะพึมพำพร้อมกับบังคับกัตโตหันหลังให้กับซากของAAก่อนที่ซากนั้นมันจะ...

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!! ระเบิดกลายเป็นเอฟเฟ็คประกอบให้กับอาริสะอย่างสวยงาม

-----------------------------------

"จะดีเหรอ?"อาริสะถามมีน่าจังอย่างลำบากใจแต่เด็กสาวก็ยิ้มพร้อมกับตอบว่า

"หนูคิดว่าพ่อกับแม่คงดีใจมากกว่าที่มันอยู่กับพี่สาวน่ะค่ะ อย่างน้อยๆมันก็เป็นพลังให้กับพี่สาวได้~"

บรรดาชาวเมืองวอลลี่ทุกคนตอนนี้ก็กำลังพร้อมหน้าพร้อมตาที่ประตูทางทิศตะวันตกของเมือง ซึ่งทั้งหมดตัดสินใจที่จะมาขอบคุณพวกวาเอลีนที่ได้ช่วยเหลือเมืองเอาไว้และนับแต่นี้ต่อไป พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการเก็บซา่กพวกไลท์นิ่งเกียร์ของกองกำลังต่อต้านมาดัดแปลงใช้งาน

เรียกได้ว่ารอบนี้อาจจะคุ้มกว่าที่คิดเพราะได้ค่าตอบแทนเป็นเสบียงและเวชภัณฑ์บางส่วนแต่คนที่หน้าตาดูไม่มีความสุขที่สุดเห็นจะเป็นเอลน่า ไครส์สมาิชิกคนล่าสุดของยานBCD เพราะต้องเจียดเงินตัวเองไปจ่ายค่าอาหารที่ค้างและค่าซ่อมโรงแรมวอลลี่น่ะสิ ถึงพวกเขาจะไม่ได้ทำโรงแรมพังแต่ก็ก่อเรื่องไว้มากและเงินนี้ก้เป็นการช่วยเหลือมีน่าจังทางอ้อมด้วย

"คิดซะว่าเป็นเงินค่าซื้อโปรโตตัวนั้นละกันนะค่ะ"เอลน่าพึมพำส่วนวาเอลีนก็อมยิ้มพร้อมกับเอ่ยกับเอลน่าว่า"ไม่ต้องคิดมากก็ได้น่าเอลน่า งั้นตั้งแต่นี้ต่อไปขอฝากเรื่องเงินๆทองๆบนยานด้วยนะ"

หลังจากร่ำลากันเสร็จแล้วก็ถึงคราวที่พวกริกกะจะได้ออกเดินทางต่อเสียที

"พยามเข้านะค่ะ พี่สาว!~"มีน่าจังโบกมือร่ำลาอาริสะ เธอก็ยิ้มพร้อมยกมือโบกกลับมาก่อนจะเอ่ยว่า"อืม พี่สัญญาจ๊ะ!"

ไม่รู้ว่าริกกะรู้สึกไปเองรึเปล่า แต่เขาเห็นว่ารอยยิ้มจางๆของอาริสะตอนนี้นั้นงดงามจริงๆ

Chapter 7 -Cat In The Mow- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 11:20:47 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 04:56:17 PM »

Chapter 8 -Reason For A Fight-

"พี่อาร์ดิมุนทำอะไรอยู่รึค่ะ?"วาเอลีนในวัย9ขวบในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องแบบเด็กๆเดินเข้ามาหาพี่ชายของเธอในสวนหย่อมเล็กๆในวังหลวง

"ออ พี่กำลังเล่นไวโอลินอยู่น่ะ"อาร์ดิมุนเอ่ยตอบน้องสาวของตนอย่างเอ็นดู อาร์ดิมุนเป็นลูกชายคนที่3ของกษัตริย์ราออสแต่เกิดจากพระสนมคนหนึ่ง แม่ของอาร์ดิมุนด์เป็นแค่หญิงชาวบ้านที่เกิดไปต้องพระทัยราชาราออสเข้าเลยถูกรับมาเป็นสนมทันทีทั้งๆที่นางเองก็มีสามีอยู่ก่อนแล้ว เพราะเหตุนี้อาร์ดิมุนด์จึงถูกกีดกันจากบรรดาขุนนางในวังเป็นพิเศษ แต่เพราะความสามารถและอัจฉริยะภาพในตัวของอาร์ดิมุนด์ ทำให้เขาฉายแววและพรสวรรค์หลายๆอย่างที่เหมาะสมต่อการเป็นกษัตริย์ออกมา ขุนนางที่เป็นปรปักษ์กับเหล่ีาขุนนางใกล้ชิดกษัตริย์ราออส ได้ตัดสินใจที่จะทำการสนับสนุนอาร์ดิมุนด์อย่างลับๆเพื่อให้กลายเป็นรัชทายาทคนต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้กลุ่มที่เป็นขุนนางใกล้ชิดกับกษัตริย์ราออสจึงได้ออกหน้าเริ่มต้นสนับสนุนองค์หญิงวาเอลีนขึ้นมาค้านอำนาจกับอาร์ดิมุนด์โดยทันที

"ว่าแต่ มาหาพี่แบบนี้ไม่กลัวโดนดุเอาเหรอ?"อาร์ดิมุนเอ่ยถามพร้อมยิ้มเล็กๆ แม้เขาจะยังเด็กแต่เขาก็เข้าใจสถานภาพของตัวเองกับน้องสาวดี...แต่ตัวน้องสาวเขาเองต่างหากที่เขายังไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจในสถานภาพของตัวเองรึยัง...สองคนที่เป็นว่าที่ตำแหน่งรัชทายาทซึ่งต้องทำการขับเคี่ยวต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลังค์ซึ่งกันและกัน แต่กลับมาพูดคุยสนิทสนมแบบนี้มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกจริงๆ

"ทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ...เราเป็นเจ้าหญิงน่ะ ไม่มีใครกล้าดุเราหรอก!!!"วาเอลีนตัวจ๋อยกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าสะเอวพร้อมกับเชิดหน้าตั้ง

"นั่นสิน่ะ...พี่ลืมไปเลย"อาร์ดิมุนด์หัวเราะเบาๆพร้อมกับยิ้มตอบ พอเห็นไร้เดียงสาแบบนี้ก็อดเอ็นดูไม่ได้จริงๆเลยแฮะ

"นี้ๆ พี่อาร์ดิมุนด์ เล่นเพลงเมื้อกี้ให้ฟังอีกรอบสิ! เพลงอะไรเหรอ?"วาเอลีนเอ่ยถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาหาพี่ชายของเธอ หูกระดิกซะด้วยแฮะ

"เสียงกระดิ่งสู่อนาคตน่ะ เพลงโปรดของพี่เองล่ะ ถ้าอยากฟังล่ะก็พี่จะสีให้ฟังอีกรอบน่ะ!"

"อือ!"

และแล้วสองพี่น้องก็เล่นและชมไวโอลินไปพร้อมกัน ณ สวนหย่อมแห่งนั้นเอง...นับเป็นความงดงามอย่างหนึ่งที่วาเอลีนไม่สามารถแสวงหาหรือได้พบเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้วในปัจจุบัน...

-----------------------------------

"แบบนี้จะดีจริงๆเหรอค่ะ?"อาริสะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนความไม่แน่ใจ ในขณะที่ทั้งก๊วนของวาเอลีนกำลังเดินทอดน่องอยู่กลางตลาดสดซึ่งมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา จำนวนคนในตลาดไม่ได้เยอะมากแต่ก็เพราะพื้นที่และบริเวณของตลาดมีที่ให็เดินอยู่ไม่มาก คนก็เลยติดแน่นขนัดกันไปทั่วบริเวณ

"วิธีที่พวกเราใช้เป็นวิธีที่เสมอภาคที่สุดแล้วน่ะค่ะ ไม่ว่าที่ไหนก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นและค่ะ อาริสะ"บาเน็ตพลขับรถประจำทีมเอ่ยปลอบให้เธอรู้สึกดีขึ้นในขณะที่สมาชิกคนใหม่ล่าสุดเด็กสาวผมสีเงินอายุ14ปีหรือเอลน่าก็พูดเสริมขึ้นมาว่า"ฉันว่า...เราควรห่วงคนที่เราพามาด้วยมากกว่าคนที่เราทิ้งเอาไว้น่ะค่ะ"

"พูดได้ดีมากเลยเอลน่า!!!!"ริกะ ซีซิกโวยวายขึ้นมาในขณะพยามทรงตัวอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้นั้นแขนทั้งสองข้างของเขากำลังโอบถุงกระดาษจำนวนมากมายซึ่งในถุงกระดาษพวกนั้นถูกบรรจุเสบียงอาหารหรือไม่ก็ของใช้สามัญสำคัญเอาไว้ทั้งนั่น

"ช่วยไม่ได้นิน่า ก็นายอยากเป่ายิงฉุบชนะโซบิเองนิน่า...เป็นผู้ชายก็ต้องมาช่วยถือของนิ? หรือว่านายเป็นผู้หญิงกันล่ะ?"วาเอลีนแซวในขณะที่เลือกซื้ออาหารแห้งจากร้างแผงลอยร้านหนึ่งในตลาด

หลังจากผ่านพ้นเมืองในหุบเขาแห่งนั้นได้ เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปถึง4วัน ตอนนี้วาเอลีนกับสมาชิกร่วมเดินทางกำลังจะเดินทางลงจากหุบเขาไปยังถนนทางใต้ที่ซึ่งจะเชื่อมต่อกับถนนสายหลักที่จะไปทางทิศตะวันตกอีกที เพื่อการนั้นแล้วพวกเขาเลยต้องกักตุนเสบียงให้มากขึ้น และผู้โชคร้ายที่ต้องอยู่เฝ้าBCDก็คือโซบิผู้ไร้บทบาทและคนที่โชคร้ายยิ่งกว่าโซบินั้นก็คือริกกะ ซึ่งต้องมาทำหน้าที่เป็นเบ๊กลายๆให้กับสาวๆโดยการช่วยยกของที่ไปซื้อมานั้นเอง

"ว่าแต่ว่าซื้อเยอะไปแบบนี้ ไม่กลัวมันเสียรึไง?"ริกกะยิงคำถามใส่วาเอลีนก่อนที่เธอจะตอบกลับทันทีว่า"เรามีตู้เย็นน่า"

"แล้วใจคอคิดจะเอาใส่ตู้เย็นหมดเลยหรือไง?"ริกกะยิงคำถามซักต่อไป สำหรับเขาแล้วนอกเหนือจากการเป็นนักบินของฟาร์ฟาล่าหน้าที่ในยานของเขาก็คือการจัดเก็บของและทำอาหาร ซึ่งจริงๆแล้วการทำอาหารตอนแรกกะจะมีการเปลี่ยนเวรกันแต่พอเจอกับเสน่ห์ปลายจวักสุดแสนพิเศษของอาริสะเข้าไป ทำให้ทุกคนส่ายหัวไม่อยากให้เธอเข้าไปแตะครัวอีก แต่เนื่องจากเจ้าตัวไม่รู้รสของอาหารตัวเอง การกีดกันเธอไม่ให้เข้าครัวอาจจะทำให้เธอรู้สึกเสียน้ำใจขึ้นมาได้ หวยก็เลยมาตกที่ริกกะเหมือนเดิมที่ต้องรับหน้าที่ประจำในการทำอาหารไป

ด้านริกกะเองถึงจะพอทำเป็นจากการเป็นลูกจ้างตามร้านอาหารใหญ่ๆแต่ก็ไม่ถือว่าเก่งอะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อยๆอาหารของเขาก็เรียกได้ว่าพอกินได้นั้นแหละ แต่เพราะประสบการณ์จากการทำงานในครัวทำให้เขารู้ว่า....ตู้เย็นไม่ใช่สถานที่ที่จะเก็บของกินทุกอย่างเอาไว้ได้ อาทิเช่นพวกเครื่องเทศที่มีกลิ่น สมควรจะเก็บในที่เย็นก็จริงแต่ก็ต้องแห้งด้วยและไม่เหมาะจะเก็บรวมกับพวกวัตถุดิบที่ดูดกลิ่นได้ง่าย

การที่วาเอลีนตุนของเอาไว้มากมายแบบนี้มันทำให้เขาลำบากในการสรรหาที่เก็บสุดๆ โชคยังดีที่อย่างน้อยๆเธอก็ให้เขาเลือกของเองล่ะน่ะ อย่างน้อยๆเขาก็สามารถคำนวนได้ว่าจะใช้อะไรวันไหนยังไง

"เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของนายน่ะ เคฟคุง"วาเอลีนตอบคำถามพร้อมกับหันมายิ้มเยาะให้กับเขา...คำว่าเคฟก็คือคำว่าเชฟในภาษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจักรวรรดินั้นเอง

"เฮ่อ...ยัยองค์หญิงนิสัยเสีย...."ริกกะบ่นงึมงำ แต่น่าเสียดายที่ว่าเพราะเขามัวแต่จดจ่อกับการสาปแช่งวาเอลีนเลยไม่ทันได้มองว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบของกองทัพหลวงตรงรี่มาหาเขา...และเด็กสาวคนนั้นเองก็ไม่ได้สังเกตทางข้างหน้าเลยสักนิดว่ามีริกกะขวางอยู่ ผลก็เลยกลายเป็น....

ตึง!!! ริกกะล้มลงพร้อมกับเด็กสาวข้าวของที่ซื้อมาหกกระจัดกระจายระเนระนาดไปหมด

"ขะ ขอโทษค่า~~~"เด็กสาวในชุดทหารเอ่ยขอโทษขอโพยขึ้นมาทันทีแต่เนื่องจากความลนลาน ในระหว่างที่เธอกำลังจะลุกขึ้นขาของเธอก็บังเอิญไปเหยียบหัวหอมเข้าให้ ทำให้เธอลื่นล้มลงไปก้นจ้ำเบ้าอีกรอบ

"ไม่เป็นไรน่ะค่ะ?"อาริสะรีบเข้ามาช่วยดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นมาทันที ส่วนวาเอลีนกับบาเน็ตนั้นสังเกตุท่าทีอยู่อย่างห่างๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอสวมใส่เครื่องแบบของกองทัพหลวงอยู่ก็ได้ล่ะมั้ง

"ขอบคุณค่ะ...ละ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยน่ะค่ะ ค่าเสียหายทั้งหมดฉันจะจ่ายให้เองค่ะ!"เธอรีบพูดเสียจนคำพูดที่เปล่งออกมาผิดๆถูกๆไม่เป็นคำ ก่อนทีเ่ธอจะเลื่อนมือไปบริเวณเอวของตัวเองและล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ายามเพื่อที่จะล้วงกระเป๋าเงินออกมาแต่ทว่า...

"อะ...เอ้...กระเป๋าเงินไม่มี....หายไปไหนน่ะ!~"เธอตื่นตระหนกลนลานอีกรอบทันทีพร้อมหันซ้ายหันขวาไปรอบๆตัว...เมื่อเห็นพฤติกรรมที่ไม่ต่างอะไรจากกระต่ายตื่นตูมแบบนี้วาเอลีนก็ถอนหายใจออกมาส่วนบาเน็ตก็พูดเสริมว่า"คงไม่ต้องห่วงหรอกมั้งค่ะ คุณเกรเซีย"

"นั้นสิน่ะ..."วาเอลีนตอบออกมาและเมื่อเด็กสาวดูเหมือนจะรวบรวมสติสตางค์ได้เธอก็เอ่ยขึ้นมาทันทีว่า่"งือ...แบบนี้ต้องบอกหัวหน้าก่อน..อะ! หัวหน้าค่ัะ~"

ดูเหมือนเธอจะเจอกับคนที่ตามหาทันทีทันใด ชายหนุ่มอายุอานามราวๆ20ปลายๆมีผิวสีคล้ำนิดๆผมมีสีแดงอ่อนออกส้มนัตย์ตาเป็นสีเหลืองนวลเขาอยู่ในชุดเครื่องแบบของกองทัพหลวงเช่นกันและกำลังเดินตรงรี่มาทางเด็กสาวเมื่อเธอร้องเรียก

"มีอะไร มิล ฮาวาร์ด?" อเล็กซ์ รีเวนถามออกไปในขณะที่เดินตรงเข้ามาหา ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของมิลและรู้จักเธอมานานพอสมควร ท่าทางมิลจะซุ่มซ่ามไปก่อเรื่องอะไรต่อมิอะไรเข้าแล้วอีกล่ะเนี่ย

"(หืมเครื่องแบบนั้น....หรือว่าจะเป็นหน่วยไทรดัล?)"ถึงแม้ว่าวาเอลีนจะไม่ได้รู้จักหน่วยต่างๆในกองทัพหลวงเป็นอย่างดีแต่หน่วยที่มีชื่อเสียงและค่อนข้างแปลกมากๆอย่างหน่วยไทรดัลนั้นเธอเองก็ได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ หน่วยเจ้าปัญหาที่มีสมาชิกแปลกๆ ไม่ชอบการฆ่าฟัน เกลียดสงครามและมักจะปกป้องผู้อ่อนแอราวกับหน่วยอัศวินในยุคโบราณ

"(บางทีถ้าเป็นหน่วยแบบนี้อาจจะเจรจากันได้ง่ายหน่อย....หืม?)"ว่าแล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นทหารในกองทัพหลวงอีกสี่ห้าคนที่อยู่อีกมุมตลาดลิบๆ พวกเขาแต่งชุดที่แตกต่างจากมิลและอเล็กซ์เล็กน้อย แต่ที่แน่ๆแบบฟอร์มนั้นประกอบด้วยสีโทนดำเป็นหลัก วาเอลีันจำชุดของหน่วยนี้ได้อย่างขึ้นใจ มันคือชุดของหน่วยเอ็นสวาทนั้นเอง...

ไม่ใช่แค่วาเอลีนแต่ดูเหมือนว่าอาริสะเองก็ดูเหมือนจะมีปฎิกริยาเหมือนกัน...ทันทีที่เธอเห็นหน่วยเอ็นสวาทร่างเธอก็กระตุกนิดๆก่อนจะเดินมาหลบหลังพวกริกกะเพื่อให้รอดพ้นจากสายตาพวกนั้นให้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ทันที ท่าทางเรื่องที่หน่วยเอ็นสวาททำลายล้างหมู่บ้านของเธอนั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำไม่จางหาย

แต่ดูเหมือนว่าการหลบของอาริสะจะไม่เป็นผล เมื่อหนึ่งในกลุ่มของหน่วยเอ็นสวาทนั้นเดินตรงมายังกลุ่มของพวกเขา...ทหารที่เดินมาหานั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกเหนือจาก"ฟีินิกส์ ไพร์ด"นายทหารอายุ18จบใหม่และมีหน้าที่เป็นคนคุ้มกันหัวหน้าหน่วยเอ็นสวาท"เวิร์ค ฟอนซ่า"

"อยู่นี้เองเหรอครับ คุณอเล็กซ์ หน่วยไทรดัลของพวกคุณตอนนี้กำลังปฎิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยของผมอยู่ ผมอยากให้ทั้งสองหน่วยเกาะกลุ่มสำรวจกันเอาไว้น่ะครับ"มาถึงฟีนิกส์ก็เอ่ยแจกแจงรายละเอียดงานทันทีก่อนที่เขาจะเริ่มสังเกตุรอบๆตัวและเอ่ยถามว่า

"หืม นี้เกิดอะไรกันขึ้นเหรอครับ?"

"ขะ ขอโทษค่า!!! พอดีฉันเผลอไปชนพวกเขาทำให้ข้าวของพวกเขาเสียหายน่ะค่ะ~"มิลรีบออกหน้ารับแทนทันที แต่ในขณะที่เธอพูด น้ำตาเธอก็คลอเบ้าซะเต็มตาแถมกำลังร้องไห้แบบงุงิๆอยู่ด้วยพร้อมกับหันไปหลบหลังอเล็กซ์ พฤติกรรมแบบนี้เหมือนแมวไม่ก็พวกตัวละครสายซุ่มซ่ามในการ์ตูนไม่มีผิด

สาเหตุที่เธอต้องหลบหลังนั้น สามารถเดาได้อย่างง่ายๆก็คือฟีนิกส์นั้นเป็นหน่วยเอ็นสวาท หน่วยที่แม้แต่พรรคพวกกองทัพหลวงด้วยกันเองยังมีการแบ่งระดับชั้น แบ่งพรรคแบ่งฝ่ายแถมแต่ละคนนั้นมีนิสัยใจคอโหดร้ายอีกด้วยต่างหาก มิลก็คงจะกลัวในจุดนี้นั้นเองถึงได้หลบหลังอเล็กซ์ทันทีราวกับเป็นปฎิกริยาตอบสนองประมาณหนูแฮมเตอร์เจอกับพญางูหรืออะไรทำนองนั้น

"ต้องขอประธานโทษด้วยจริงๆน่ะครับที่พวกเรากองทัพหลวงทำอะไรที่เสียมารยาทเข้าให้"เมื่อพูดจบฟีนิกส์ก็โค้งตัวลงมา.....อะเด๊ะ....ปฎิกริยาต่างจากที่ทุกคนคิดไว้ลิบลับเลยแฮะ

"มะ...ไม่โกรธฉันเหรอค่ะ?"มิลถามเสียงอ่อยๆในขณะที่ยังหลบหลังอเล็กซ์

"ไม่ใช่เรื่องนิครับ อีกอย่างคนที่จะดุคุณคงเป็นคนที่คุณเกาะไว้อยู่มากกว่า"ฟีนิกส์เอ่ยพึมพำพร้อมกับชี้ไปที่อเล็กส์...เมื่อมิลรู้สึกตัวอเล็กส์กำลังทำหน้ายิ้มให้เธออยู่ก่อนจะถามเธออย่างอารมณ์ดีว่า

"เอาล่ะ การทำโทษเพื่อให้แก้นิสัยซุ่มซ่ามรอบนี้จะเอายังไงดี? ตัดเงินเดือนไปชดใช้เป็นค่าเสียหายดีไหม?"

"ตะ แต่ว่าเงินเดือนฉันช่วงนี้ต้องส่งกลับไปให้แม่กับน้องชายแล้วก็...แล้วก็..."ดูเหมือนเธอจะอึกอักน่าดูเมื่อพูดถึงเรื่องเงินเดือน

"แล้วก็?"อเล็กซ์ทวนเสียงถาม...ไอ้เหตุผลของเํธอที่ส่งกลับไปให้แม่แล้วก็น้องชายเขาน่ะเข้าใจแต่เขาไม่นึกว่าจะมีเหตุผลอื่นมาประกอบด้วยน่ะสิ

"ถ้าตัด....ฉันก็ไม่มีเงินซื้อคุณหมีหน้าบูดเวอร์ชั่นไซส์ใหญ่พิเศษมานอนกอดสิค่ะ!!!!!!!!!"แน่นอนว่าในขณะที่เธอพูดเธอตระโกนออกมา่สุดเสียงเสียด้วยราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายไม่ก็ปาน

"หมีหน้าบูด?....ไอ้ตัวละครที่มาจากอนิเมทตลกเบาสมองสำหรับครอบครัว"หมีแฟมมิลี่"นั้นน่ะเหรอ?"ริกกะโชว์ภูมิความรู้ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องออกมา...ส่วนวาเอลีนก็ยักคิ้วสงสัยก่อนจะหันไปถามบาเน็ตหว่า

"อะไรกันก็แค่ตุ๊กตาหมีไม่ใช่เหรอ?"

แต่คนที่ตอบแทนกลับเป็นสาวน้อยผมสีเงินนาม เอลน่า ไครส์

"ใช่ค่ะแค่ตุ๊กตาหมี....แต่ภาพยนต์อนิเมชั่นชุดนี้ได้รับความนิยมมากถึงขนาดที่ว่าตุ๊กตาขนาด1/1ของพวกหมีในเรื่องรุ่นที่ทำครั้งแรกๆราคาประมูลเริ่มต้นตอนนี้อยู่ในหลัก10ล้านเลยทีเดียว"

"สะ สิบล้าน!!!!!"วาเอลีนถึงกับผงะส่วนอาริสะก็เสริมขึ้นมาว่า

"อย่างฉันเองก็ชอบคุณหมีสาวใส่กางเกงยีนส์เหมือนกันค่ะ ตัวนี้น่ะได้รับความนิยมมากถีึงขนาดที่ว่าราคาประมูลตัวตุ๊กตาพุ่งทะลุไปถึง100ล้านเลยน่ะค่ะ"

"ถ้าคุณเกรเซียไม่เคยดูล่ะก็ ฉันมีแผ่นซี่รีย์แรกครบชุดเลยค่ะ ไว้กลับไปมาดูด้วยกันไหม?"บาเน็ตเอ่ยปิดท้าย....หลังจากฟังสาวๆรอบตัวเธอพูดจนหมดทำให้วาเอลีนนั้นตระหนักขึ้นมาได้ว่าตัวเองนั้น....

"ชะ...ช่างอ่อนด้อยยิ่งนัก...ท่าทางเราจะศึกษามาไม่พอจริงๆ!"พูดจบก็กำหมัดแน่นพร้อมกับเกิดเปลวไฟโหมลุกขึ้นมาเป็นฉากหลังให้กับวาเอลีน

"อาริสะ เอลน่า บาเน็ต! ที่เมืองนี้ต้องมีร้านขายของที่สินค้าพวกหมีพวกนั้นแน่ๆ! ไปตามหากันเถอะ ฉันต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้!!!"วาเอลีนประกาศก้อง...แน่นอนล่ะได้ยินอะไรแบบนี้แล้วริกกะก็เลยรีบพูดขึ้นว่า

"ดะ เดี้ยวสิ...แล้วเรื่องของ...."แต่เอ่ยไม่ทันจบสาวๆก็หายไปกันหมดเสียแล้ว...ทิ้งริกกะไว้อยู่กับทหารหลวงอีกสามคนที่เหลือซะงั้น

"ขะ ขอโทษจริงๆค่ะ! ทางนี้จะไปซื้อของชดใช้ให้ ต้องการอะไรบ้างค่ะ!?"มิลเมื่อเห็นริกกะกำลังลำบากก็รีบพุ่งเข้ามาช่วยทันทีแต่ไม่ทันไรก็โดนอเล็กซ์ลากตัวออกมาก่อนพร้อมกับเอ่ยว่า

"ให้เธอไปซื้อ...มีหวังทำของเขาเสียหมดร้านแน่ๆ"

"นี้พ่อหนุ่มเอ็นสวาทช่วยไปส่งยัยนี้ที่ค่ายที่น่ะ ส่วนฉันจะไปช่วยหมอนี้ซื้อของ ออรายงานให้หัวหน้าหน่วยฉันรู้ด้วยล่ะหัวหน้าน่ะไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว"ว่าแล้วอเล็กซ์ก็ลากตัวมิลมาให้ฟีนิกส์ ดูเหมือนว่ามิลจะยังดูกลัวๆฟีนิกส์อยู่บ้างส่วนริกกะนั้นเมื่อได้ยินคำว่าหน่วยเอ็นสวาทถึงกับคิ้วกระตุก....ทหารชุดดำคนนี้คือหน่วยเอ็นสวาทงั้นรึ? เนื่องจากตัวเขาเองไม่เคยเผชิญหน้ากับทหารของหน่วยนี้จังๆเลยนิน่ะ จะเจอก็แค่ตอนที่บังคับAAอยู่ก็เท่านั้น ความคิดชั่วแวบที่แล่นขึ้นมาในหัวของริกกะก็คือ...

"(บางที...เราเองอาจจะเคยสู้กับหมอนี้ก็ได้...)"

"เอ้าอย่ามัวชักช้า! ไม่ต้องเกร็งก็ได้ พวกเราทหารหลวงไม่กัดหรอกน่า"ว่าแล้วอเล็กซ์ก็ตบหลังริกกะเบาๆก่อนที่ริกกะจะเดินกลับไปซื้อของส่วนฟีนิกส์ก็ลากตัวมิลกลับไปที่ค่ายของหน่วยไทรดัล

-----------------------------------

ในค่ายเล็กๆของกลุ่มต่อต้านที่ไม่ห่างจากเมืองที่พวกริกกะอยู่มากนัก เหล่าทหารของกลุ่มต่อต้านนับร้อยคนกำลังตรวจตราเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณนี้อย่างแข่งขันแม้ว่าเมืองที่อยู่ถัดไปตรงหน้าจะเป็นพื้นที่ตรงกลางแต่บริเวณที่ค่ายนี้ตั้งอยู่นั้นไม่ใช่

"แย่จริงๆ ผลงานชิ้นเอกดันโดยพวกทหารเลวเอาไปทำพังซะได้....."เสียงคร่ำบ่นดังมาจากชายผมขาวสั้น ผิวคล้ำ ดวงตาไร้แวว หางตาเหยี่ยว ดังหุบ ที่กำลังซ่อมAAตัวหนึ่งที่ชำรุดอยู่ชื่อของเขาคือนายช่างใหญ่แห่งกองกำลังต่อต้านประดั่น ผันพิทักษ์

"ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? จะได้เบิกงบใหม่ได้นิ..."ข้างๆประดั่นมีหญิงสาวผมดำตัวเล็กไว้ผมยาวเป็นลอนๆและรกรุงรัง ทั้งหน้าตาและท่าทางดูผิดกับประดั่นยังกับอยู่คนละโลก เพราะภาพลักษณ์ของหญิงสาวไม่สมกับเป็นทหารเลยนี้สิแถมชุดที่เธอใส่อยู่ก็เหมาะจะเอาไปเดินตามคาสิโนหรูๆมากกว่ามาอยู่ในค่ายทหารแบบนี้

"ฉันไม่เหมือนเธอหรอกยัย"เซส"ถ้าว่างนักล่ะก็ทำไมไม่เข้าไปร่วมกับทีมสำรวจล่ะ?"ประดั่นสวนกลับมา ปกติเขาเป็นคนใจเย็นและไม่เคืองใครง่ายแท้ๆแต่ยัยนี้คงต้องเป็นข้อยกเว้น...ชื่อของหญิงคนนี้คือ"เซส"ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผยนามสกุล เป็นนักบินAAระดับเอสของกองทัพมียศเป็นถึงผู้นำกองกำลังย่อยหนึ่งกองของฝ่ายต่อต้าน

"ฉันดูเหมือนว่างนักเหรอ? นี้กำลังกินของว่างอยู่น่ะ"ว่าแล้วเธอก็ยกชาขึ้นจิบ...ใช่แล้วครับ ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรและกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นกลับมีหญิงสาวคนหนึ่งตั้งโต๊ะดื่มชาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"ก็นั้นแหละที่ว่าง! เฮ่อ...ให้ตายสิ พวกกองทัพหลวงมันไปทำอีท่าไหนกัน ทั้งอาทิตย์นี้ฝ่ายเรามีแต่โดนตีโต้ตลอดๆ ยังกับว่าพวกกองทัพหลวงเอาพวกกองรบหลักๆมาอยู่แถวนี้กันหมดงั้นแหละ..."ประดั่นเปลี่ยนเรื่อง จริงๆแล้วข้อเท็จจริงอีักอย่างหนึ่งที่เขายังไม่รู้ก็คือ กองทัพหลวงส่งกองกำลังแถวนี้กันเยอะขึ้นเพื่อไล่ล่าพวกริกกะต่างหากล่ะ

"หน่วยข่าวกรองบอกว่า...งานชิ้นเอกของนายที่พังไปคนทำไม่ใช่ทัพหลวงน่ะเหมือนจะเป็นกองกำลังอิสระส่วนแนวป่าใกล้ๆนี้....."เซสหยุดพูดไปสักครู่ขณะยกถ้วยขึ้นมาจิบแล้วเอ่ยว่า

"พวกกองทัพหลวงจ้างเจ้านั้นมาล่ะ...ใครน่ะ....ที่ใช้ฉายาว่า"Iceman"น่ะ..."

-----------------------------------

กลับมาที่เมือง...ในที่สุดริกกะเองก็ตามไปซื้อของที่มิลทำเสียกลับมาใหม่ได้หมดแล้ว

"ขอบคุณน่ะครับ นึกว่าเป็นกองทัพหลวงแล้วจะไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายซะอีก"ริกกะเอ่ยออกมาเรียบๆขณะกลับมาหิ้วของพะรุงพะรังเหมือนกับตอนก่อนที่มิลจะชนใส่

"ทำไมติดภาพแบบนั้นไปได้หว่า...เอาเถอะรถของพวกนายอยู่ไหนเดี้ยวจะช่วยถือของไปให้่?"อเล็กซ์เอ่ยถามพร้อมกับแย่งถุงใส่ผักสดมาจากมือของริกกะดื้อๆ

"อะ ไม่ต้องหรอกครับ ลำบากเปล่าๆ!"ริกกะรีบคว้าคืน...แน่สิถ้าปล่อยให้อเล็กซ์ไปเห็นBCDล่ะก็เรื่องไม่จบง่ายๆแน่

"หืมเอางั้นเหรอ....โอเคถ้างั้นล่ะก็ ต้องขอโทษด้วยอีกทีน่ะสำหรับความสะเพร่าของลูกน้องฉัน รับรองจะกลับไปส่งสอนให้ซุ่มซ่ามน้อยลงกว่านี้แน่ๆ"อเล็กซ์เอ่ยจนริกกะแทบอยากจะสวนว่า"(สอนให้หายซุ่มซ่ามไปเลยถ้าจะดีกว่านี้)"

ก่อนที่อเล็กซ์จะขอตัวเดินกลับไปริกกะก็เรียกเขาให้หยุดเท้าเอาไว้ก่อน

"เอ่อ....ทำไมพวกคุณถึงต่อสู้ล่ะครับ? ราชวงค์ก็ไม่มีคนขึ้นตำแหน่งแทน องค์ราชาอาร์ดิมุนด์ราชวงค์ที่เหลืออยู่ก็อยู่อีกฝั่ง...แต่ทำไมพวกคุณถึงต่อสู้ต่อล่ะ?"ริกะตีหน้าเครียดก่อนจะยิงคำถามใส่อเล็กซ์ ถ้าเป็นหน่วยเอ็นสวาทเขาคงไม่คิดจะถามแต่คนอย่างอเล็กซ์หรือมิลเองดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทหารของกองกำลังต่อต้านมากกว่ากองทัพหลวงเสียอีก เพราะงั้นริกกะจึงได้ตัดสินใจถามออกไป

"ถามทำไมน่ะ?.....เอาเถอะ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก ก็แค่มีคนที่ต้องปกป้องอยู่น่ะ..."อเล็กซ์ยิ้มก่อนจะตอบริกกะไป

"งั้นหรือครับ...ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ"ริกกะยิ้มตอบก่อนจะโบกมืออำลาอเล็กซ์แล้วเคลื่อนที่ไปยังประตูเมืองทิศที่เขาใช้เดินเข้ามาในเมือง เมื่อไปถึงก็พบพวกวาเอลีนอยู่กันพร้อมหน้า...แสดงว่ารอเขาอยู่สิน่ะ แต่ไอ้เจ้าหมียักษ์สองสามตัวที่วาเอลีนอุ้มมาด้วยนั้นอะไรล่ะนั้น?

"นี้ๆ อย่าบอกน่ะว่า....เอาเงินไปใช้......"เอ่ยถามไม่ทันจบเอลน่าก็พูดแทรกขึ้นมาทันที

"ไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงเงินเก็บของพวกเราจะหายเกลี้ยงไปกับการซื้อหมีพวกนี้แล้ว แต่ถ้าเราประหยัดเงินโดยการลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคุณริกกะกับคุณโซบิลงล่ะก็ ไม่กี่อาทิตย์ก็ได้เงินกลับมาแน่นอนค่ะ...."

"แล้วเรื่องอะไรฉันจะยอมให้พวกเธอหักเงินด้วยเล่า!!! หมีนี้ฉันก็ไม่ได้อยากได้!!"ริกกะโวยวายออกมา วาเอลีนเห็นปฎิกริยาแบบนี้แล้วเธอจึงยิ้มร่าก่อนจะพูดว่า"แต่ฉันอยากได้นิน่า...ริกกะนายเป็นอัศวินของฉันน่ะ! ต้องยอมฟังที่เจ้านายพูดสิ!?"

"(อัศวินเหรอ.....จริงง่ะ.....เอ่อจะว่าไปเราก็ต้องมาต่อสู้เพราะโดนยัยนี้บังคับนิน่ะ...)"ริกกะนึกขึ้นมาได้หลังจากที่ได้ยินวาเอลีนพูด...เหตุผลของการต่อสู้...สำหรับเขาแล้วเหตุผลของการต่อสู้คืออะไรกันน่ะ? เดิมทีเขาเองก็แค่ตกกะไดพลอยโจนแล้วโดนวาเอลีนบังคับไม่ใช่รึ....

"อะ เอ่อคุณริกกะค่ะ! เดี้ยวฉันจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ!"อาริสะเอ่ยพร้อมกับกำหมัดแน่นเมื่อเห็นว่าริกกะนั้นลำบากใจอยู่

"(เด็กสาวที่สูญเสียบ้านเพราะหน่วยเอ็นสวาท...นึกดูดีๆแล้วการที่อาริสะต้องเสียบ้านอาจจะเป็นเพราะพวกเราก็ได้....ถ้าแค่ฉันไม่ยอมขับฟาร์ฟาล่าปล่อยให้วาเอลีนโดนจับไม่ก็โดนฆ่า บางทีพวกเอ็นสวาทอาจจะไม่มาที่หมู่บ้านของอาริสะก็ได้)"ริกกะเหม่อนึกฟุ้งซ่านแน่นอนว่าท่าทีที่เครียดๆและโวยวายของเขานั้นหายไปในพริบตาแบบนี้ สาวๆย่อมรู้ได้ทันทีเลยว่าริกกะนั้นแปลกไป

"นี้ๆริกกะ? ไม่สบายรึเปล่า?"บาเน็ตรีบออกหน้าคนแรกถามทันที

"อะ...ออ...ไม่มีอะไรหรอก"ริกกะบอกปัดก่อนจะเอ่ยต่อว่า"รีบไปกันเถอะป่านนี้โซบิรอแย่แล้ว เดี้ยวฉันต้องไปเตรียมมื้อเย็นอีก!"

"(เหตุผลในการต่อสู้ของเราเหรอ....จริงสิ...บางที)"ว่าแล้วในขณะที่เดินริกกะก็หันหลังกลับมาหาวาเอลีนที่อุ้มหมีเดินตามหลังเขามาพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า

"นี้เกรเซีย...ขออะไรสักอย่างสิ?"

"ถ้าเป็นของแพงหรือให้เอาหมีไปคืนล่ะก็ไม่ให้น่ะ"วาเอลีนตอบโต้กลับมาทันที...

"ช่วยพูดว่า...."ปกป้องฉันทีสิ ริกกะ" ได้ไหม...."ริกกะเอ่ยออกไปหน้าตายแต่คนรอบข้างรวมทั้งวาเอลีนมีปฎิกริยาทันที

"วะ ว้าย~~~หรือว่าคุณริกกะคิดจะจู่โจมใส่คุณเกรเซียด้วยประโยคแบบนี้~"บาเน็ตเป็นคนที่มีปฎิกริยามาที่สุด โดยเฉพาะไอ้เรื่องแบบนี้

"จะ จู่ๆพูดอะไรของนายน่ะ!?"วาเอลีนเองก็ตกใจหน้าแดงเหมือนกัน

"ช่วยพูดได้ไหม...."ริกกะยังคงย้ำคำเดิมด้วยสีหน้าที่ไม่แปรเปลี่ยน ลองเป็นแบบนี้แล้ววาเอลีนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจเล็กๆที่แผ่ออกมาจากตัวของชายตรงหน้า

"ปะ.....ปกป้องฉันทีสิ ริกกะ....."วาเอลีนยอมพูดในที่สุด แต่ขณะที่เธอพูดเธอก็กอดหมีซะแน่นทำให้ริมฝีปากของเธอในตอนที่เอือนเอ่ยนั้นโดนหัวคุณหมีบดบังไปซะมิด....แถมบรรยากาศในตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแบบนี้ยิ่งทำให้สีหน้าแดงของเธอโดนแสงสนธยากลบเสียอีก...

แต่ริกกะนั้นเห็นสิ่งเหล่านั้นชัดเจนแม้จะไม่เห็นหมดก็ตาม.....

"(นั้นสิน่ะ....บางทีแล้วเหตุผลในการต่อสู้ของเราก็คงเป็น)"

"(ปกป้องสาวน้อยที่กำลังลำบากล่ะมั้ง....มันเป็นสิ่งที่ฮีโร่เขาทำกันนิน่า!)"ว่าแล้วริกกะก็อมยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"คุคุคุ ทำตัวแบบนี้ไม่สมกับเป็นเกรเซียเลยน่า~"

"ริกกะ! นี้นายแกล้งฉันเหรอ!?"

"ว้าย~~ สวีตกันจริงๆด้วยล่ะ"

"ทุกคนร่าเริงกันดีน่ะค่ะ"อาริสะยิ้มพร้อมกับเอ่ยออกมาแม้เธอจะเป็นคนแสดงสีหน้าไม่เก่งแต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเธอกำลังยิ้มอยู่

"เฮ่อ...."เอลน่าเองก็ยิ้มนิดๆพร้อมกับถอนหายใจออกมา

และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งวัน...

Chapter 8 -Reason For A Fight- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 11:20:57 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 28, 2011, 02:21:32 PM »

Chapter 9 -Amazing Forest-

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณตี4...ซึ่งเป็นเวลาเดินทางของก๊วนวาเอลีนและยา่นเกราะBCD แต่ทว่า...ยานBCDที่น่าจะขยับวิ่งออกเดินทาง บัดนี้กลับหยุดนิ่งกลายสภาพเหมือนเป็นก้อนเหล็กขนาดใหญ่ยักษ์ ตัวยานถูกจอดนิ่งสนิทอยู่กลางเส้นทางเล็กๆในป่ารกทึบ ป่าแห่งนี้ถูกขนานนามว่า"ป่าแบล็กวอเตอร์" เนื่องจากในป่ามีทะเลสาบขนาดใหญ่ตั้งอยู่และน้ำในทะเลสาบนั้นก็ขุ่นจนเป็นสีดำ หลายคนอาจจะหลงนึกว่าน้ำในทะเลสาบแห่งนี้สกปรก แต่จริงๆแล้วเป็นเพราะสินแร่ใต้ท้องทะเลสาบกับสภาพป่ารกทึบที่ทำให้แสงส่องเข้ามาได้ยากต่างหาก ที่เป็นตัวการทำให้น้ำในทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นสีดำ

แต่ไอ้น้ำสีดำนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับการที่ยานBCDหยุดวิ่งหรอก...สาเหตุจริงๆของมันก็คือ...

"เอ่อ คุณเกรเซียค่ะ....ตี4แล้วน่ะค่ะ ฉันว่าเราน่าจะออกเดินทางต่อได้แล้ว...ฉันจะพยามขับอย่างระวังๆค่ะ ไม่ให้กระเทือนเหมือนเมื่อชั่วโมงที่แล้วแน่นอน"บาเน็ตเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเซ็งสุดกู่ แน่นอนว่าความเซ็งบนใบหน้านั้นมันไม่ได้ปรากฎแค่เฉพาะบนหน้าของบาเน็ต แต่มันไปโผล่บนหน้าของริกกะที่เป็นคนก่อเหตุ หน้าของโซบิที่มาดูสถานการณ์และแม้แต่หน้าตาที่ไม่ค่อยจะแสดงออกอะไรอย่างหน้าของเอลน่า (ถึงจะดูไม่ต่างจากเดิมแต่ก็รู้สึกได้เลยล่ะน่ะว่าเธอหงุดหงิดอยู่)

เห็นจะมีเพียงสองคนเท่านั้นล่ะมั้งที่ไม่ได้รู้สึกเซ็งบนใบหน้า คนแรกคืออาริสะที่ดูเหมือนจะวิตกกังวลมากกว่า ส่วนอีกคนก็คือวาเอลีนหรือในชื่อปลอม เกรเซีย เดอ ดิฮาร์ท

"พอเถอะ....ฉันยอมก็ได้...."ริกกะบ่นออกมาด้วยท่าทีเซ็งสุดๆ

"ถ้าเป็นนักรบของฉันล่ะก็ ต้องห้ามถอยเด็ดขาด! ต่อให้เป็นเจ้านายของตัวเองนายก็ต้องสู้อย่างสุดความสามารถรู้ไหม ไม่งั้นจะถือว่านายหยามฉันทางอ้อมอยู่น่ะ!"วาเอลีนเอ่ยโต้แน่นอนว่าได้ยินแบบนั้นริกกะเลยพูดตอกไปทันทีว่า"ผมว่าการที่เจ้านายไม่รู้จักปล่อยวางหัดยอมรับความพ่ายแพ้ซะบ้างเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องหยามอีกน่ะ"

"ไม่ต้องพูดมากแล้ว! แค่นายเอาชนะฉันไปห้ารอบติดเท่านั้นเอง คราวนี้แหละจะแก้มือให้ได้!"วาเอลีนพึมพำอย่างหัวเสียก่อนจะเอามือซ้ายของเธอไปวางบนกองกระดาษที่ถูกตัดแบ่งมาให้เท่ากันและวางทับกันเอาไว้ ดูด้วยตาก็พอจะเดาได้ว่าในกองนั้นมีกระดาษอยู่ประมาณ30กว่าใบ

"เทิร์นของฉัน ดอร์ว!!"

"ลงการ์ดCOสีเหลือง1ใบ! รวมตอนนี้แล้วฉันมีCOการ์ดอยู่5ใบ เอาล่ะ! จ่ายคอสสีเหลือง3คอส เพื่อเรียกการ์ดยูนิต"สาวน้อยจอมเวท ฟร็อกซี่จัง"ออกมาในโซนแนวหน้า!!!"วาเอลีนประกาศดังก้องพร้อมกับวางกระดาษหรือที่ทุกท่านรู้จักกันดีในนาม"การ์ด"ลงบนแผ่นตารางที่เรียกว่าเพลย์เม็ตแต่ทุกคนอาจจะคุ้นชื่อกับมันดีในนามของ"สนาม"

ใช่แล้วล่ะ...วาเอลีนกับริกกะกำลังเล่นการ์ดแข่งกันอยู่...และชื่อของการ์ดนั้นก็คือTSC-C

"ฟ็อกซี่จังมีความสามารถพิเศษก็คือ ถ้าจ่ายคอสให้2คอส การ์ดใบนี้จะไม่ถูกทำลายในการต่อสู้1ครั้ง!หากการ์ดใบนี้Hpเป็น0มันจะถูกส่งลงกองทิ้งในตอนเอ็นเฟสแทน! ฉันจ่ายคอสให้2คอส เอาล่ะลุยกันเลยฟ็อกซี่จัง!"ว่าแล้ววาเอลีนก็เลื่อนมือไปหมุนการ์ดCOที่ยังหัวตั้งอยู่อีก2ใบเป็นแนวตะแคง เป็นสัญลักษณ์ว่าเธอทำการจ่ายคอสเพื่อสั่งใช้งานความสามารถ

"ฟ็อกซี่จัง! เล็งโจมตีใส่"นักรบหมาป่าคลั่ง ชูฮาว!"ว่าไงจะหลบไหม ริกกะ?"วาเอลีนเอ่ยถามพร้อมกับเอานิ้วจิ้มๆการ์ดบนสนามของฝั่งริกกะ

"ไม่หลบ"ริกกะเอ่ยตอบพร้อมกับหมุนการ์ดนักรบหมาป่าคลั่งชูฮาวกลับหัว เป็นสัญลักษณ์ว่าการ์ดของเขาถูกโจมตีจนตายหรือแพ้นั้นเอง

"หึหึหึ สมกับเป็นริกกะ ถึงแม้ว่านักรบหมาป่าของนายจะมีสกิล"หากฝ่ายตรงข้ามที่โจมตีมาพลังโจมตีน้อยกว่าจะได้ตีสวนใส่ก่อน"ก็ตาม และพลังโจมตีของชูฮาวก็มากพอจะทำลายฟ็อกซี่จังของฉันได้ แต่เพราะความสามารถพิเศษเมื่อครู่ที่ฉันใช้ ทำให้ฟ็อกซี่จังถึงจะโดนตีจนHpหมด แต่ก็ยังไม่ตาย ตรงกันข้ามยังสามารถโจมตีใส่ชูฮาวได้อยู่อีก ชูฮาวของนายHpน้อยกว่าพลังโจมตีของฟ็อกซี่เพราะงั้น การที่นายหมุนหัวกลับเป็นสัญลักษณ์ว่ารีเวิร์สไปแบบนั้นก็ถูกต้องแล้วล่ะ!~""ว่าแล้ววาเอลีนก็หัวเราะโฮะๆ แต่ก็โดนทุกคนที่อยู่รอบๆ(เว้นอาริสะ)เอ่ยออกมาทันทีเลยว่า

"รู้แล้ว รีบๆเล่นเถอะ!!"

"(เมื่อชั่วโมงที่แล้วยังเล่นไม่เป็นอยู่เลยแท้ๆ...แต่ว่า...)"บาเน็ตคิด ส่วนโชบิที่ยืนข้างๆก็คิดออกมาเมื่อกันว่า"(สมกับเป็นพลังขององค์หญิง เรียนรู้เร็วผิดคาด แม้กระทั้งเรื่องเล่นการ์ด....แต่ว่า...)"

"(แต่ก็เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรีของวงค์ตระกูลสิน่ะ...เลยทำให้ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆแต่ว่า...)"เอลน่าวิเคราะห์....

"(มันจะไร้สาระเกินไปหน่อยไหม...)"ทั้งสามคนนึกขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

"หึหึหึ ฉันยังเหลือ"จอมเวทกล้าม มัสเซิลคุง"อยู่อีกตัวน่ะ ให้การ์ดใบนี้เล็งโจมตีใส่"นักดาบสัตว์ เชลก้า"ของนายซะ! ว่าไงจะหลบไหม!?"ว่าแล้ววาเอลีนก็เอานิ้มจิ้มจึกๆที่การ์ด"นักดาบสัตว์ เชลก้า"ของริกกะ

"จะข้ามขั้นไปไหน...เมื่อกี้นักรบหมาป่าคลั่งชูฮาวมีความสามารถพิเศษอยู่น่ะ ถ้ามันถูกทำให้รีเวิร์ส ถ้ายอมจ่ายTP2แต้มสามารถหมุนคอสการ์ดทั้งหมดที่อยู่ในสภาพเรสกลับมาอยู่ในสภาพแสตนด์ได้...ฉันขอใช้ความสามารถนี้แต่ว่าไม่จ่ายTP...."ริกกะเอ่ยออกมาพร้อมกับหมุนคอสการ์ดทั้งหมดในแถวของตัวเองให้กลายเป็นหัวตั้งก่อนจะโชว์การ์ดสองใบบนมือให้วาเอลีนดูแล้วเอ่ยว่า"แต่ขอใช้ทริกเกอร์การ์ดจ่ายแทน"

"หืม......"ดูเหมือนวาเอลีนจะเริ่มคิดว่าริกกะจะทำอะไรต่อไป แต่แล้วเธอก็ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมายเมื่อริกกะวางการ์ดคว่ำไว้ในโซนช่องสำหรับใช้การ์ดEV

"นักดาบสัตว์เชลก้าเลือกตอบโต้ แล้วก็ใช้การ์ดEVด้วย....ส่วนเธอ....คงไม่ใช่การ์ดEVสิน่ะ"ริกกะเอ่ยเดาได้อย่างง่ายดายเมื่อเห็นว่าการ์ดในคอสโซนของเธออยู่ในสภาพตะแคงทุกใบ ถึงใช้EVมาก็ไม่มีคอสให้จ่ายอยู่ดี

"อืมใช่! เอาล่ะรีบเปิดการ์ดEVคิดผลซะน่ะ!"วาเอลีนเอ่ยออกมาแบบหงุดหงิด ลองใช้การ์ดEVแบบนี้แสดงว่าพลังของนักดาบสัตว์เชลก้าน่าจะเพิ่มมากขึ้นน่าดูจนเอาชนะการ์ดของเธอได้แถมพลังโจมตีของมัสเซิลคุงของเธอก็ไม่พอทำให้Hpของการ์ดนักดาบเชลก้าเหลือ0อีกต่างหาก

"ถ้าเธอไม่ใช่EVมันก็จบแล้ว..."ริกกะถอนหายใจพร้อมเริ่มเก็บการ์ดทำให้วาเอลีนน่าฉงนทันที

"เดี้ยวสิ ยังไม่จบไม่ใช่เหรอ!!"

"จบแล้วต่างหาก EVที่ฉันใช้เมื่อครู่นี้น่ะ ทำให้พลังโจมตีของนักดาบสัตว์เซลก้าเพิ่ม จนตีสวนมัสเซิลคุงรีเวิร์สไป หลังจากนั้นพอเข้าเช็คเฟส ฉันก็ได้TPเพิ่มอีก1 เพราะเงื่อนไขใช้การ์ดEV จากเดิมที่มีอยู่แล้ว5กลายเป็น6 ก็ถือว่าฉันชนะ"ริกกะเอ่ยอธิบายออกมาอย่างเรียบง่ายแน่นอนว่า วาเอลีนจะต้อง

"ดะ เดี้ยวสิ! อีกรอบสิ!!!"

"พอเถอะ!!!!"ทุกๆคน(เว้นอาริสะที่ยังงึกงัก)เอ่ยออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายอีกครา

ตูม!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่น นี้ไม่ใช่เสียงระเบิดจากอารมณ์ของวาเอลีน แต่เป็นเสียงระเบิดจริงๆที่มาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอย่างแรงของยานBCD พวกเขาถูกจู่โจมสิน่ะ

"เห็นไหมค่ะ เพราะช้าแบบนี้นิแหละ!"บาเน็ตโวยออกมาทันทีพร้อมรีบวิ่งกลับไปห้องควบคุม ส่วนริกกะ เอลน่า โซบิและอาริสะรีบวิ่งไปที่โรงเก็บในยานBCDทันที

"โถ่!! ทำไมต้องมาขัดจังหวะด้วยน่ะ~~"วาเอลีนงอแงพร้อมวิ่งไปที่ห้องบังคับการอย่างจำใจ

"ดูเหมือนจะยิงมาแค่นัดเดียว...แสดงว่าลองเชิง...แต่ถึงแบบนั้นก็ควรจะออกไปค่ะ ไม่งั้นมันอาจจะโจมตีเข้ามาอีกก็ได้"เอลน่าวิเคราะห์สถานการณ์ในขณะที่กระโจนขึ้นไปบนAAของตัวเองและทำการเปิดเครื่อง

"จะปล่อยให้BCDพังไม่ได้เด็ดขาด"อาริสะพึมพำในขณะที่กระโจนขึ้นไปที่AAของตัวเอง แมวหมัดเหล็กกัตโต้

"ทั้งสองคนระวังตัวด้วยน่ะ ป่านี้ทั้งมืดแล้วก็มีสัญญารบกวนมาก"ริกกะเอ่ยเตือนผ่านทางช่องส่งสัญญาณ ก่อนที่ประตูโณงเก็บด้านหลังBCDจะเปิดออก ริกกะเซ็ตเครื่องให้อยู่ในสภาพพร้อมออกตัวพร้อมกับเดินไปยังคาตาพัลท์ส่งตัวขนาดย่อม

"ระดับไฟฟ้าเช็ค! ชิ้นส่วนเช็ค! บาลานซ์เช็ค!"ริกกะเอ่ยออกมาขณะที่ตรวจวัดความพร้อมของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ

"ถ้าพร้อมทุกอย่างแล้วล่ะก็ ริกกะคุงเชิญออกตัวค่ะ! ตอนนี้BCDเริ่มเคลื่อนที่แล้วรักษาตำแหน่งตอนลงพื้นด้วยน่ะ"เสียงของบาเน็ตดังออกมาจากลำโพง ริกกะมองสภาพภายนอกยานที่เต็มไปด้วยความมืดก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ริกกะ ซีซิก ฟันฟาร์ล่า ไปล่ะครับ!!!"

ว่าแล้วหน้าจอกของฟันฟาร์ล่าก็ขึ้นคำว่า "Shoot" ก่อนที่ฟันฟาร์ล่าจะถูกดีดออกไปเป็นหุ่นตัวแรก แม้ว่าคาตาพัลท์ของยานจะมีขนาดเล็ก แต่การยิงออกไปทั้งๆที่รถวิ่งอยู่ช่วยสร้างแรงส่งได้มากแต่ก็สร้างปัญหาในการทรงตัวตอนที่เท้ากระทบพื้นมากเช่นกัน แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาของริกกะแต่อย่างใดเพราะดูเหมือนฟันฟาร์ล่าจะลงพื้นได้สวยงามล่ะน่ะ

"อาซากุระ อาริสะ กัตโต้ ไปล่ะค่ะ!"คนที่ถูกชู๊ตตามออกมาคืออาริสะกับหุ่นสีเขียวเข้ม ฉา่ยาของมันก็คือเจ้าเหมียวหมัดหนัก กัตโต้

"เอลน่า ไครส์ ออลเครียล์...ไลทนิ่งเกียร์มาร์คทู ไปล่ะค่ะ!"คนที่ตามออกมาก็คือสาวน้อยผมสีเงินหน้านิ่งนามว่าเอลน่ากับไลท์นิ่งเกียร์คัสต้อมพิเศษสีแดงขอบทองและมีเขา

เมื่อทั้งสามออกมาจากBCDก็พบกับการโจมตีทักทายทันที กระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้ามาหากลุ่มของพวกริกกะ ทำให้ทั้งหมดต้องกระจายแยกออกจากกัน

"จับสัญญาไม่ได้เลยค่ะ...จากกล้องก็มองไม่เห็น"เอลน่ารายงานทันที ซึ่งเธอก็ลองคำนวนตำแหน่งคร่าวๆจากทิศทางของกระสุนปืนแต่มันก็ยังลำบากที่จะคาดเดาตำแหน่งที่ถูกต้องอยู่ดีแฮะ

"จะลองใช้สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าตรวจจับดูน่ะ"ริกกะพึมพำพร้อมกับเร่งสัญญาณสนามแม่เหล็กของตัวเองทันที

"สองตำแหน่ง...แต่จางมากๆ คาดว่าคงมีระบบพรางตัวแบบพิเศษอยู่ด้วย ระวังตัวให้ดี! จะส่งตำแหน่งไปล่ะน่ะ"ริกกะเอ่ยเตือนทั้งสองคนก่อนจะส่งข้อมูลที่สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของฟันฟาร์ล่าตรวจจับเจอไปให้ คลื่นสัญญาณจางๆสองจุด น่าจะเป็นAAประมาณสองเครื่อง ไซส์ปกติสิน่ะ แต่ทำไมสัญญาณถึงได้จางแบบนี้ล่ะนั้น

"สู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น เล็งไม่ถูกแบบนี้มัน..."ริกกะเอ่ยบ่น แน่นอนว่ามันก็เหมือนกับการมืดแปดด้านไม่ก็ปาน แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นแสงไฟไกลๆที่ส่องสว่างวาบขึ้นมาแค่ชั่ววูบ และตำแหน่งนั้นมันก็สอดคล้องกับตำแหน่งที่จับได้พอดิบพอดี แต่ริกกะรู้ดีแสงนั้นคืออะไร

"หลบ!!"เขาตระโกนก่อนที่กระสุนปืนใหญ่อีกนัดจะถูกยิงตกใส่พื้นด้านหน้าของพวกริกกะ ตอนนี้เขาแน่ใจได้แล้วอย่างหนึ่งว่าศัตรูนั้นใช้รูปแบบการโจมตีแบบคนหนึ่งคอยก่อกวนระยะไกล และอีกคนคอยพุ่งเข้ามาโจมตีระยะใกล้ๆ ที่ริกกะสามารถแน่ใจได้แบบนั้นก็เพราะว่าสัญญาณไำฟฟ้าอ่อนๆอีกจุดกำลังพุ่งวกเข้ามาโจมตีใส่พวกเขาน่ะสิ

ริกกะหันควับไปยังทิศทางนั้นทันที แม้ว่าสายตาของเขาจะไม่เห็นอะไรเลยก็ตามแต่ว่าเรดาห์ของเขาแสดงถึงการตรวจจับศัตรูได้อย่างชัดเจน เขาหวดฟันฟาร์ล่าคาลิเบอร์ออกไปในเวิ้งอากาศตรงหน้าตัวเองทันที

กริ้ง!!

เสียงเหมือนโลหะปะทะกันดังลั่นขึ้นมา ฟาร์ฟาล่าเซไถลเล็กน้อยก่อนที่ปริศนาศัตรูดำมืดที่เขาโจมตีใส่พวกเขาจะปรากฎโฉมและรูปลักษ์ออกมา AAรุ่นไลท์นิ่งเกียร์มาร์คทูคัสต้อมสีดำสนิท ที่สองมือมีดาบหลังมือขนาดใหญ่ติดเอาไว้สำหรับใช้ในการฟันทำลายAAภายในครั้งเดียว...ศัตรูเป็นสายลอบกัดสิน่ะ

เพียงพริบตาที่มันเปิดเผยร่างให้พวกริกกะเห็นมันก็พุ่งแดชหลบหายไปในผืนป่าและเงามืดอีกครา แต่ริกกะยังคงจับสัญญาณของทั้งสองเครื่องนั้นได้อยู่และ...

"คุณอาริสะ! ทางสามนาฬิกา!"ริกกะร้องเตือน เมื่ออาริสะหันไปแขนของกัตโต้่ก็สามารถช่วยป้องกันร่างของตัวหุ่นได้จากคมดาบหลังมือของAAสีดำตัวนั้นที่โผล่พรวดออกมามาฟันใส่

"ตัวเดิมงั้นเหรอ?"เอลน่าพึมพำแต่ริกกะก็ตอบเธอว่า"ไม่ใช่หรอก! มีอยู่สองเครื่อง....ดูเหมือนจะพยามทำให้เราสับสนว่ามันมีตัวเดียวและโจมตีมาได้จากทุกทิศ...อีกตัวก็...."

ว่าแล้วริกกะก็หันควับฟาดฟันฟาล่าคาลิเบอร์ไปฟันใส่เวิ้งอากาศด้านหลังตัวทันที เกิดเสียงดังครืดออกมา ก่อนจะปรากฎร่างของAAสีดำตัวนั้นออกมา....แสดงว่าเป้าหมายมีอยู่สองตัวและหน้าตาเหมือนกันชนิดแยกไม่ออกด้วยสิน่ะเนี่ย

"อา! แย่แล้วล่ะสิ โดนเปิดเผยซะแล้ว"

"อา! หุ่นตัวนั้นสิน่ะที่จับพวกเราได้...."

"ต้องจัดการ!"เสียงใสๆที่เหมือนกันชนิดที่แยกไม่ออกดังสอดประสานกันอย่างเข้าจังหวะพอเหมาะพอเจาะ นี้เป็นเสียงของนักบินที่ควบคุมAAสีดำสนิทสองตัวนั้นน่ะเอง

ว่าแล้วหลังจากสิ้นประโยคAAสีดำทั้งคู่ก็พุ่งเข้ามาโดยมีเป้าหมายก็คือฟันฟาร์ล่าเพียงเครื่องเดียว ริกกะที่เหมือนจะรู้ตัวจึงบังคับฟันฟาร์ล่าพุ่งหลบทั้งสองคนทันที

"ริกกะคุงระวังค่ะ!"อาริสะตระโกนขึ้นมาก่อนจะพุ่งเข้ามาเตรียมชกใส่AAสีดำสองตัวนั้นหนึ่งเครื่อง แต่ก็วืดไปอย่างน่าเสียดายเมื่อหนึ่งในสองตัวนั้นเปิดระบบพรางตัวขึ้นมาทันที หมัดของกัตโต้เลยชกวืดไปทันที

"(เพราะมีฟันฟาร์ล่าตัวเดียวที่ตรวจจับสองตัวนั้นได้สิน่ะ เราเลยตกเป็นเป้าหมายที่จะโดนเล่นงาน...)"ริกกะวิเคราะห์พร้อมกับฟันฟันฟาร์ล่าคาลิเบอร์ไปมาด้านหน้าตัวเองในขณะพุ่งหลบเพื่อรักษาระยะ เขาทำแบบนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาชาร์ตใส่ได้ง่ายๆนั้นเอง

"อึก!"ริกกะชะงักเมื่อเห็นทั้งสองเครื่งนั้นพุ่งแยกออกจากกันและพุ่งเข้ามาใส่ฟันฟาร์ล่าจากทางด้านซ้ายและขวา เมื่อริกกะเหลือบมองด้วยตาเพื่อจะกะระยะหลบก็พบว่าทั้งสองเครื่งนั้นต่างเปิดระบบพรางตัวเอาไว้ทั้งคู่ และเรดาห์ก็ไม่ได้ละเอียดพอที่จะบอกรูปลักษณ์ของสองเครื่องนั้นได้ ที่เรดาห์บอกก็แค่สัญญาณที่เป็นจุดๆเท่านั้นเอง...

"บ้าเอ็ย!!!"ริกกะสบถก่อนจะตัดสินใจใช้วิธีแหกคอกมากที่สุดเท่าที่เขาคิดได้ นั้นก็คือการติดเครื่องเต็มแรงและพุ่งไปข้างหน้า แต่อนิจา...ดูเหมือนอีกฝ่ายจะดักทางถูก ก่อนที่ฟันฟาร์ล่าจะทันพุ่งริกกะก็รู้สึกถึงแรงสะเทือนและแรงกดจากทั้งสองด้านของฟันฟาร์ล่า

"จับได้แล้ว~"เสียงๆใสๆดังออกมาจากตัวหุ่นAAสองเครื่องนั้นก่อนที่ระบบพรางตัวจะถูกปิด เผยให้เห็นว่าAAสีดำสองเครื่องนั้นล็อกแขนของฟันฟาร์ล่าเอาไว้คนละข้างอยู่...

"ริกกะ!"เอลน่าตระโกนพร้อมกับเล็งปืนไปที่AAสีดำสองเครื่องนั้นทันที แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่เปิดระบบพรางตัวอีกครั้งแล้วเดินเครื่องฉุดลากตัวฟาร์ฟาล่าเข้าดงป่าใกล้ๆไปทันที

".....อึก..."เอลน่ารู้ตัวดีว่าถ้าไม่เห็นศัตรูเธอก็เล็งไม่ถูก ถ้าไม่ใช่เรดาห์ของฟันฟาร์ล่าแล้วล่ะก็คงไม่มีทางตรวจจ้ับสองเครื่องนั้นพบได้ง่ายๆแน่ อีกทั้งAAของเธอตอนนี้ใช้ล้อที่ออกแบบมาสำหรับวิ่งในพื้นที่ราบการเอาAAวิ่งเข้าป่าไปแบบนี้จึงถือว่าเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆแต่เธอก็ใช่ว่าจะไร้สิ้นแผนการซะทีเดียว

"คุณอาริสะ ตอนนี้ยังพอจับสัญญาณฟันฟาร์ล่าได้อยู่ ช่วยสะกดรอยตามไปด้วยค่ะ AAของฉันตามไปไม่ได้ ทางนี้จะกลับไปรายงานคุณเกรเซียเอง"เอลน่าเอ่ยสั่งก่อนจะหันAAตัวเองพุ่งกลับไปที่BCDทันที

"ทราบแล้วค่ะ!"ว่าแล้วอาริสะก็รีบพุ่งตามติดสัญญาณของฟันฟาร์ล่าไปทันที ตอนนี้ใกล้จะเช้าแล้วเสียด้วยสิ...

ประมาณ20นาทีต่อมา

ริกกะยังคงนั่งเซ็งอยู่ในค็อกพิตฟันฟาร์ล่า หลังจากถูกล็อกตัวมาแล้วต่อมาก็โดนปืนไฟฟ้ายิงช็อตรัวๆใส่บริเวณค็อกพิตของฟันฟาร์ล่า แม้ว่าหุ่นตัวนี้จะกันไฟฟ้าได้อย่างดีเพราะใช้ระบบแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วร่าง แต่โดนช็อตใส่รัวๆแบบนั้นาักพักระบบก็เลยเกิดการรวนขึ้น...เท่ากับว่าตอนนี้เขาถูกขังตายอยู่ในค็อกพิตนั้นเอง

"รู้สึได้ว่าหยุดขยับไปนานแล้ว...พวกนั้นคงมาถึงฐานไม่ก็ที่พักของพวกนั้นแล้วล่ะมั้ง ฟังจากเรียงครืดๆแสดงว่ากำลังพยามเจาะเปิดค็อกพิตนี้อยู่...."ริกกะวิเคราะห์ก่อนจะหยิบปืนที่เก็บในค็อกพิตอยู่ออกมาเตรียมให้พร้อมถ้าหากค็อกพิตนี้ถูกเปิดเข้ามาล่ะก็...

กริ้ก! ครืด!!!

เสียงค็อกพิตถูกดันเปิดออก ท่าทางพวกนั้นจะหาปุ่มเปิดสำรองเจอซะแล้วสิน่ะ แสงสลัวๆของยามเช้าส่องเข้ามาในค็อกพิต ริกกะจ่อปืนไปที่ตรงหน้าทันทีแต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรเขาก็ได้ยินเสียงใสๆพูดขึ้นมาว่า

"ฉันคือไอริส หรือ เอริส~"

"ส่วนฉันก็เอริส หรือ ไอริส~"

"หะ หา?"ริกกะทำหน้าฉงน ก่อนที่เขาจะเห็นว่ามีเงาสองเงาปรากฎขึ้นที่อีกด้านของฝาค็อกพิต พริบตานั้นเงาทั้งสองก่อนกระโจนเข้ามาในค็อกพิตทันที

"ไอริสอกจะนุ่มกว่าเอริส"

"ส่วนเอริสอกจะหนุบหนับกว่าไอริส"

"ภะ...ภูเขา4ลูก...เอ็ยไม่ช่าย!!!!!"ริกกะโวยวาย

"เอาล่ะ....พวกเรา ใครเป็นใครกันเอ่ย? ไอริสหรือเอรีส~"ว่าแล้วหลังจากจบจากคำถามชวนหัว ริกกะก็แทบจะหน้ามืด...นั่นก็เพราะว่าเด็กสาวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันยังกับแกะ นัตย์ตาสีเกาลัตและใส่บิกินี่ท็อป กำลังเอาหน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มนั้นดันใส่ตัวเขา่อยู่น่ะสิ...หรือว่าพวกเธอคือนักบินของAAสีดำเมื่อครู่นี้กันน่ะ

"ดะ เดี้ยวสิ!? พวกเธอเป็นใครล่ะนั้น แล้วที่นี้มัน?"ริกกะพยามโวยวายแต่หารู้ไม่ว่าเลือดกำเดาเขาไหลออกมาแล้วนิดนึงแฮะ

"ก็บอกแล้วว่าไอริส..."เด็กสาวคนหนึ่งพูด

"กับเอรีส..."เด็กสาวอีกคนตอบ ก่อนจะหยุดไปสักเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า"หรือไอริส"

"กับ เอรีส?"อีกคนพูดเสริม

"เอาล่ะ คนไหนคือไอริสกับเอรีส~~~~"ทั้งสองคนประสานเสียงออกมาพร้อมกัน...ซึ่งคำตอบนี้ไม่ได้ทำให้ริกกะรู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อยเลยแฮะ

Chapter 9 -Amazing Forest- จบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2011, 10:38:40 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: