หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Armored Core Over Frontier Line  (อ่าน 622 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 204



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 17, 2011, 10:56:11 PM »

Armored Core Over Frontier Line  

Chapter 00

คุณเคยเกลียดวันฝนตกบ้างหรือเปล่า? สำหรับตัวผมแล้วคำถามนี้ไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรอก จะวันไหน ๆ ก็ไม่ได้ต่างกันมากนักในความคิดของตัวผม แต่ว่าความรู้สึกแย่ ๆ ในวันฝนตกของผมก็เริ่มต้นขึ้นในวันนี้เมื่อ 5 ปีก่อน ใช่...วันนั้นก็เป็นวันฝนตกเหมือนวันนี้นั่นแหละ

ปิ๊บ!!! ปิ๊บ!!! ปิ๊บ!!! ปิ๊บ!!! ปิ๊บ!!! ปิ๊บ!!!

เสียงเรียกเข้าสุดแสนจะโบราณไม่เหมือนใครของโทรศัพท์บ้านดังขึ้นท่ามกลางเสียงหยาดฝนที่กำลังตกกระทบหลังคาบ้านอย่างหนัก วันนี้จู่ ๆ ก็มีฝนตกลงมาได้ทั้ง ๆ ที่ตอนเช้าก็ไม่มีเค้าลางมาก่อนว่าจะมีฝน ผมเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ติดอยู่ตรงผนังขึ้นมาแนบหูหลายจากที่มันดังอยู่นานพอสมควร..

“ครับ!!”  

ด้วยนิสัยส่วนตัวเวลารับโทรศัพท์ผมจำพูดสั้น ๆ เพียงแค่นั้นเพราะโดยส่วนมากแล้วคนที่โทรมาก็มักจะไม่มีธุระอะไรกับผมอยู่แล้ว ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ผมก็คงโทรเข้ามือถืออยู่แล้วไม่มีทางโทรเข้าเบอร์บ้านเด็ดขาด เมื่อผมเอ่ยคำพูดไปแล้วเสียงที่ตอบกลับมาก็เป็นเสียงที่แสนจะคุ้นหูผมมาก

“พ่อคงกลับบ้านไม่ได้ซักพักดูแลตัวเองให้ดีล่ะ”  

คำพูดหยุดลงเพียงเท่านั้น..สัญญาณการติดต่อถูกตัดขาดลงนับแต่วินาทีนั้น พ่อของผมไม่เปิดโอกาสให้พูดอะไรแม้เพียงซักคำ ไม่สิต้องบอกว่าเหตุการณ์มันกระทันหันมากขนาดเสียงอุทานด้วยความแปลกใจของผมยังช้าไปเสียด้วยซ้ำ หลังจากตั้งสติได้ผมก็พยายามทุกวิถีทางที่จะติดต่อกลับไปหาพ่อ แต่ก็ไม่ได้ผลเลยพ่อหายตัวไปพร้อมกับปริศนาอย่างหนึ่งที่ผมเพิ่งจะค้นพบเมื่อไม่นานนี้เกี่ยวกับงานที่พ่อทำและสิ่งที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้เขาหายตัวไปและชีวิตผมต้องเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากสิ่งที่เรียกว่า ‘Over Frontier Project’.....

AT 0045 (After Terraforming 0045) ใจกลางที่ราบอันห่างไกลเขตอยู่อาศัยของผู้คนเป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมย่อยที่ 48 ถูกสร้างขึ้นที่นี่โดยรัฐบาลกลางจับมือกับกลุ่มกองทุนขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ‘คอร์ปเปอร์เรชั่น’ โดยมีหน้าที่หลักในการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีอื่นใดก็ตามที่จะมีประโยชน์กับการทำให้โลกนี้สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยแห่งนี้ถูกสร้างเอาไว้ใต้ดิน โดยส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นมีเพียงทางเข้า โกดังและโรงเก็บเท่านั้น และดูเหมือนว่าหลายเดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการวิจัยบางสิ่งบางอย่างขึ้นที่นี่และเวลานี้เหล่านักวิจับก็กำลังเปิดแชมเปญฉลองให้กับความสำเร็จของการทดลอง

“ทุกคนดื่มแด่ความสำเร็จของพวกเรา!!”  

นักวิจัยสูงอายุผู้มีหนวดเครารุงและผมเผ้ายุ่งเหยิงราวก็เป็นภาพอวตารของนักฟิสิกส์ผู้โด่งดังก้องโลกเมื่อครั้งบรรพกาลชูแก้วที่มีแชมเปญใส่อยู่เล็กน้อยขึ้นเหนือหัวก่อนจะยกขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ราวกับจะทำเป็นตัวอย่างให้กับเหล่านักวิจัยทั้งหญิงชายหัวขาวหัวดำที่ยืนอยู่ข้างล่างได้ทำตาม สถานที่ ๆ นักวิจัยเหล่านี้กำลังเฮฮาปาร์ตี้กันอยู่นั้นคือส่วนที่ลึกที่สุดของสถาบันแห่งวิจัยนี้ภายในห้องสังเกตการณ์ ที่มีระบบนิรภัยต่าง ๆ ดีเยี่ยมหากมองผ่านกระจกที่อยู่เบื้องหลังนักวิจัยอาวุโสที่ยืนอยู่สูงกว่าใคร ๆ ในตอนนี้แล้วจะเห็นพื้นที่ขนาดใหญ่พอจะนำเครื่องบินโดยสารระดับโบอิ้ง 747 สามารถจอดเรียงกันได้ถึงสามลำโดยยังมีพื้นทีเหลือให้จอดเครื่องบินเล็กได้อีกซักลำสองลำสบาย ๆ ไม่แออัด ภายในนั้นมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สูงราว ๆ สิบเมตรเศษ ๆ มีลักษณเป็นแท่งหกเหลี่ยมสูงขึ้นไปล้อมรอบด้วยฐานที่มีรูปทรงเรขาคณิตอย่างพวกทรงกระบอกและสี่เหลี่ยมประกอบกันอยู่หลายแท่ง จะเรียกว่าศิลปะในแนวคิดของนักคณิตศาสตร์ก็คงไม่ผิดมากนัก สิ่งนี้กำลังส่องแสงสีเขียวอ่อน ๆ เป็นลวดลายของแผงวงจรอิเล็กโทรนิคที่อยู่บนนั้น แล้วใจกลางของแท่งผลึกหกเหลี่ยมมีแค็ปซูลติดอยู่ตรงกลาง และพร้อมกันนั้นที่ฐานล่างของเจ้าสิ่งปลูกสร้างชิ้นนี้มี AC เครื่องหนึ่งยื่นอยู่

AC สีขาวปรอทตัวนี้ยังคงมีสายไฟและสายเคเบิ้ลระโยงระยางอยู่เต็มไปหมดรวมไปถึงยังไม่ได้รับการติดตั้งอาวุธเป็นพิเศษ มันจึงไม่มีอาวุธติดตั้งอยู่ที่หลังจะมีก็เพียงปืนยาวกระบอกหนึ่งที่ถืออยู่ในมือข้างขวาเท่านั้น หลังจากกระดกแชมเปญในแก้วลงคอจนหมด หัวหน้าทีมวิจัยของที่นี่ก็เริ่มเอ่ยสุนทรพจน์ต่อทันที

“ หลังประสบความสำเร็จในเฟสแรกและตอนนี้การทดลองในเฟสที่สองที่ทดสอบการควบคุม AC ผ่านระบบเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ตัวนี้ก็ได้ประสบความสำเร็จลงอย่างงดงามเช่นกันทั้งนี้ก็เพราะความพยายามและความร่วมมือร่วมใจกันของทุกคน นับจากนี้.....”  

ขณะที่ถ้อยคำสุนทรพจน์ที่น่าจะปลื้มใจกันได้ในวงของพวกนักวิจัยกำลังดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายนั้น สูงขึ้นไปบนพื้นผิวดินเหนือท้องฟ้ายามราตรีมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้สถาบันวิจัยแห่งนี้

“ยืนยันความสูง 2000 ฟิตเรากำลังจะลดระดับเพดานบินและจะปล่อยคุณลงที่ความสูง 1200 ฟิต กรุณาทบทวนภาระกิจด้วยค่ะ”

เสียงหญิงสาวดังผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ติดอยู่ภายในหมวกนักบินที่มีกระจกหนาทึบเสียจนมองไม่เห็นใบหน้าที่อยู่ใต้หมวกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

“นำแคปซูลที่เป็นเป้าหมายกลับออกมาและทำลายที่นี่ซะอย่าให้หลงเหลือหลักฐาน”  

เสียงที่ดังลอดผ่านหมวกใบนั้นเป็นเสียงของผู้ชายที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะมีอายุต่ำกว่า 18 ลงไปได้ ชายคนนี้สวมชุดนักบินที่แตกต่างไปจากชุดนักบินของ AC ในปัจจุบันมองดูแล้วเหมือนชุดเกราะเสียมากกว่า เขานั่งอยู่บนห้องบังคับที่ไม่คุ้นตาสำหรับคนในยุคนี้ ชุดนักบินที่มีแถบสีลายเหมือนแผงวงจรอิเล็กโทรนิกพาดอยู่บนแขน ขา และหมวกที่ต้องเสียบสายเคเบิ้ลติดเอาไว้ที่ด้านหลังตัวหมวก คันบังคับและกระเดืองเท้าก็ล็อกตัวเขาติดเอาไว้ หากมองดูภาพรวมแล้วไม่ต่างกับกำลังสวมอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมพาวเวอร์สูท ขณะที่ใต้ดินยังคงสังสรรค์กันโดนไม่รู้ถึงภัยที่กำลังมาเยือนห่างจากศูนย์วิจัยแห่งนั้นชนิดเรียกได้ว่าข้ามทวีป บนตึกสูงแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างเป็นที่พักอันหรูหราที่บ่งบอกถึงความมั่งมีของผู้อยู่อาศัยได้ทันทีเมื่อมองเห็นในห้องนอนที่หรูหราแต่มืดสนิทเพราะไม่ได้เปิดไฟมีชายคนหนึ่งกำลังนั่งสนทนากับคนราว ๆ ห้าคนผ่านระบบเน็ตเวิร์ก แสงสะท้อนจากจอมอนิเตอร์ตรงหน้าเขานั้น ไม่สว่างพอจะทำให้มองเห็นใบหน้าของเขาได้ถนัดนัก

“นำของที่ยังไม่ผ่านการทดสอบรบจริงไปใช้แบบนั้น มันจะไม่เป็นปัญหาภายหลังแน่หรือ Mr.J?”

เสียงแปล่ง ๆ ที่มาจากเครื่องแปลงเสียงเอ่ยคำถามต่อชายที่นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่า Mr.J จะเป็นชื่อแทนตัวเขาในขณะนี้

“ก็เป็นโอกาสที่ดีแล้วไม่ใช่หรือครับทุกท่าน? ในเมื่อมันไม่เคยลงสนามรบจริงมาก่อนนี่ก็เป็นโอกาสที่จะได้ทดสอบแล้วนี่ครับ”  
Mr.J ตอบคำถามอย่างไร้ซึ่งความกดดันใด ๆ แต่ว่า

“Mr.J งานนี้เราพลาดไม่ได้อย่าลืมสิ ถ้าความแตกขึ้นมาจะทำยังไงกัน!!?”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก Mr.M เรเวนที่ผมจ้างมาน่ะเรียกได้ว่าระดับท็อป แต่ถ้าหากว่ามันพลาดจริง ๆ เราก็โบ้ยความผิดให้มันไปเลยก็สิ้นเรื่อง และถึงมันจะทำงานสำเร็จผมก็ไม่คิดจะปล่อยมันไว้หรอกนะครับทุกท่าน”

เมื่อได้รับคำตอบดังนั้นทั้งหมดก็พากันเงียบก่อนจะมีคนหนึ่งเป็นตัวแทนพูดขึ้น

“..อย่าให้ความมั่นใจนั่นเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองก็แล้วกัน Mr.J”

พูดจบทุกสายก็ตัดการเชื่อมต่อไป ขณะที่การสนทนาอันเป็นความลับได้จบลงแล้วแต่อีกด้านหนึ่งปฏิบัติการตามใบสั่งของเรเวนที่ถูกว่าจ้างมาในราคาแพงลิ่วผู้นี้ก็กำลังจะเริ่มขึ้น เมื่อเหนือท้องฟ้าของศูนย์วิจัยย่อยที่ 48 ได้ปรากฏเครื่องบินรูปร่างคล้ายปลากระเบนขนาดใหญ่ ไม่มีใครเห็นว่ามันบินมาจากทิศทางใด เพราะจู่ ๆ มันปรากฏขึ้นมาราวกับเคลื่อนย้ายผ่านมิติมาก็ไม่ปาน ขณะที่ใต้ท้องของตัวเครื่องค่อย ๆ แง้มเปิดออก

“ยกเลิกระบบ ECS (Electronic Conceal System) เราจะปล่อยคุณลงไปเดี๋ยวนี้ ขอให้โชคดีนะคะ”

สิ้นเสียงการติดต่อแขนกลที่ทำหน้าที่ล็อกตัว AC ที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้นก็ถูกปลดออก AC เครื่องหนึ่งถูกปล่อยลงมาจากความสูง 1200 ฟิต ค่อย ๆ ถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเข้าหาพื้นดินในขณะที่ระยะห่างระหว่างพื้นดินกับตัว AC สีดำสนิทเครื่องนั้นค่อย ๆ เหลือน้อยลงทุกที อานุภาคสีเหลืองอ่อน ๆ ค่อย ๆ มารวมตัวกันที่บริเวณด้านหลังของ AC สีดำในพริบตาก่อนที่มันจะถึงพื้นในอีกไม่กี่สิบเมตร

เสี้ยววินาทีนั้นเองการจุดระเบิดที่รุนแรงของบูสเตอร์ที่มีทั้งหมดบนในตัวมันก็เริ่มทำงานแรงส่งมหาศาลจากอัตรเร่งที่เกิดขึ้นทำเอาผู้ควบคุมที่อยู่ภายในรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่นี้ภายในค็อทพิทมีแรงสั่นเกิดขึ้นเล็กน้อยจนทำให้มืออยู่เฉย ๆ ไม่ได้เลยทีเดียว AC สีดำเคลื่อนเข้าใกล้ศูนย์วิจัยในเวลาไม่กี่วินาที ขณะเดียวกันทางด้านของศูนย์วิจัยก็เริ่มรับรู้ถึงการมาของแขกที่ไม่ได้รับเชิญแล้ว นับตั้งแต่เครื่องบินลำนั้นปรากฏขึ้น เสียงไซเรนเตือนภัยดังก้องไปทั่วสถาบันวิจัยแห่งนี้ พร้อมทั้งหน่วยป้องกันตนเองของที่นี่ก็เริ่มเตรียมพร้อมออกปฏิบัติการ และเสียงไซเรนนี้ก็ดังมาถึงส่วนที่เหล่านักวิจัยกำลังสังสรรค์กันอยู่ เมื่อได้ยินเสียงไซเร็นทุกคนก็มองหน้ากันเลิกลั่ก ความสนุกเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา และในตอนนั้นเอง

“ แย่แล้วครับศาสตราจารย์!! มีผู้บุกรุกครับ!!!”  

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยคนหนึ่งวิ่งกระหืบกระหอบเข้ามารายงานสถานการณ์ให้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งนี้ทราบถึงเหตุร้ายที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราถึงกับตื่นตกใจจนทำแก้วแชมเปญในมือร่วงลงกับพื้น

เพล้ง!!!!

แก้วแชมเปญแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ พร้อมกับสีหน้าวิตกกังวลเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าขอทุกคนในที่แห่งนี้

“ผู้บุกรุกเหรอ!!? มีจำนวนเท่าไหร่!!? แล้วระบบป้องกันตัวเองของเราล่ะ!!!?” ชายชราตั้งคำถามเป็นชุดชนิดที่ว่าผู้รับฟังแทบจะตอบไม่ทัน แต่ชายที่เข้ามารายงานยังคงมีสติดีพอที่จะตอบคำถามเหล่านั้น

“ผู้บุกรุกเป็น AC เพียงตัวเดียวครับ ตอนนี้กำลังปะทะกับกำลังป้องกันตัวเองของเราอยู่ แล้วตอนนี้กำลังส่งเรเวนที่จ้างมาคุ้มกันที่นี่ออกไปรับมือแล้วครับ”

ถึงจะได้ฟังดังนั้นผู้อำนวยการคนนี้ก็ยังไม่วางใจกับสถานการณ์เขาจึงรีบสั่งการอย่างรีบด่วน

“รีบเตรียมรับมือหากมีการบุกเข้ามา ส่งกำลังไปประจำตามชั้นต่าง ๆ ปิดประตูนิรภัยทุกบาน และเตรียมพร้อมการอพยพฉุกเฉินเอาไว้ด้วย!! รีบลบข้อมูลโครงแบบในคอมพิวเตอร์ให้หมด ทำการแบ็คอัพไฟล์สำคัญเอาไว้ และเตรียมเคลื่อนย้ายส่วนควบคุมเร็วเข้า!!! ไม่ว่าจะยังไงอย่าให้แกนกลางของเมนเฟรมตกไปอยู่ในมือคนอื่น”

ทุกคนจะทำได้ ขณะที่เหตุการณ์บนพื้นดินกำลังเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเมื่อ AC สีดำสนิทเครื่องนั้นเหยียบย่างลงสู่พื้นบริเวณทางเข้าของสถาบันวิจัย มันมีความสูงราว ๆ สิบแปดเมตรโครงสร้างโดยรวมเป็น AC ขนาดกลางติดตั้งอาวุธที่ไหล่ขวาเป็นแกรนด์เน็ตลันเชอร์ขนาดกลาง ไหล่ซ้ายติดตั้งพลัสกันขนาดเล็ก ถือปืนออโต้ไรเฟิ้ลที่มือข้างขวาส่วนแขนซ้ายติดตั้งดาบพลังงานเอาไว้ และที่ไหล่ด้านซ้ายของ AC ตัวนี้มีสัญลักษณ์มังกรไวเวิร์นสีดำ กำลังสยายปีกขึ้นไปเป็นรูปตัว V ที่ปลายเท้าของมังกรภาพกำลังเหยียบอยู่บนลูกแก้วสีฟ้า

“ยืนยันเป้าหมาย.....”  

ผู้ควบคุม AC สีดำกล่าวอย่างไร้อารมณ์หรือความรู้สึกใดเมื่อจอภาพตรงหน้าเขาแสดงกลุ่มศัตรูจำนวน
หนึ่งกำลังประเคลื่อนเข้ามาหา MT รูปแบบมนุษย์ และรถถังที่มีขาเหมือนแมงมุมกำลังสาดกระสุนนานาชนิดเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ แต่ AC สีดำเครื่องนี้ได้เปิดเวอร์เนียที่ขาและไหล่อย่างเต็มกำลังทำให้สามารถหนีออกจากแนวยิงได้ไม่ยากนัก ก่อนจะเล็งปืนออโต้ไรเฟิ้ลในมือไปยังกลุ่มเป้าหมายและเปิดฉากตอบโต้

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

ประกายไฟที่สว่างวาบจากปืนออโต้ไรเฟิ้ล มันได้ทำการส่งกระสุนสังหารเข้าใส่กลุ่มเป้าอย่างไร้ความเมตตาปราณี กระสุนทั้งหมดอัดทะลุโลหะที่ทำแผ่นเกราะของพวก MT ได้อย่างง่ายดายราวกับ
ยิงใส่แผ่นกระดาษ MT สามเครื่องถูกยิงพังในหมดในเวลาไม่ถึงสามวินาที ขณะที่มันเคลื่อนตัวไปข้าง ๆ เพื่อหลบกระสุน ก่อนจะกระโดดเร่งเครื่องบินขึ้นสูงจากพื้นเพื่อมาอยู่เหนือรถถังขาแมงมุม

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

เสียงปืนออโต้ไรเฟิ้ลดังขึ้นหนึ่งชุดเป็นสัญญาณตอกตะปูปิดฝาโลงเป็นที่เรียบร้อย เมื่อรถถังคันแรกสิ้นฤทธิ์ลงไม่นานนัก คันที่สองก็ลงไปกองกับพื้นเพราะถูกพลัสกันยิงอัดเข้าที่ปากกระบอกปืนและขาที่ใช้ทรงตัว

แต่ไม่ทันไรศัตรูชุดใหม่ก็อ้อมเข้าด้านหลังของ AC สีดำพร้อมกับเริ่มเปิดฉากยิง แต่ผู้ถูกโจมตีกลับ
ทำเพียงแค่เร่งเวอร์เนียร์เพื่อหมุนตัวหันกลับมาตอบโต้ได้ เท่านั้นกระสุนบาซูก้าที่ยิงมาบินเฉียดไหล่ของ AC สีดำไปเพียงเล็กน้อยจากนั้นไม่นานเจ้าของกระสุนบาซูก้านั้นก็ลงถูกยิงเป็นรูใหญ่พร้อมกับพรรคพวกที่อยู่ด้านหลังได้กระจายกลายเป็นเศษเหล็กเพราะ แกรนเน็ตลันเชอร์ที่ผู้บุกรุกยิงตอบโต้กลับมา เพียงไม่ถึงห้านาที MT ที่ทำหน้าที่ป้องกันพื้นผิวก็พังย่อยยับ โรงเก็บกับหอรับสัญญาณถูกยิงพังไปตาม ๆ กัน เวลานี้ทั้งการสื่อสารและพาหนะหลบหนีที่มีอยู่บนพื้นถูกทำลายลงสิ้นแล้ว

“ยืนยัน เป้าหมายบนพื้นดินถูกทำลายหมดแล้ว สแกนพื้นที่เตรียมบุกเข้าด้านในได้แล้วค่ะ”

เมื่อได้ฟังโอเปอร์เตอร์รายงานสถานการณ์เข้ามา AC สีดำก็เคลื่อนตัวไปบริเวณทางเข้าอย่าง
ระมัดระวังโดยการเดินไปอย่างไม่รีบเร่งแทนที่จะใช้การบูสเพื่อสไลด์ตัวเข้าไปยังประตูทางเข้าที่ระบุไว้ในข้อมูลว่าเป็นทางที่สั้นที่สุดที่จะไปถึงเป้าหมายได้ซึ่งคือประตูทางเข้าหมายเลข 3 ขณะที่กำลังจะเดินไปถึงประตูนั้นเขาได้ทำการเปิดระบบสแกนของ AC เพื่อความแน่ใจและทันใดนั้นบนจอภาพของเขาได้ปรากฏแหล่งความร้อนขึ้นมาอย่างชัดเจนที่ด้านหลังประตูเหล็กหนาบานนั้นเขารีบบังคับ AC ของตนไถลออกด้านข้างในทันควันก่อนที่ลำแสงจากปืนเลเซอร์แคนน่อนจะทะลวงผ่านประตูออกมาในเวลาไม่ถึงอึดใจ ประตูเหล็กหลอมละลายกลายเป็นโลหะเหลวสีแดงพร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของ AC ขนาดกลางตัวหนึ่งค่อย ๆ เดินออกมาจากประตูบานนั้น

“ ตรวจพบสัญญาณศัตรูชุดใหม่ ยืนยัน AC จำนวนสี่เครื่องกำลังถูกส่งขึ้นมาค่ะ!!!”  

แม้จะช้ากว่าที่เขารู้ตัวไปนิดหน่อยแต่โอเปอร์เรเตอร์ผู้ช่วยก็รายงานสถาการณ์ให้ทราบ ตอนนี้เซ็นเซอร์แสดงตำแหน่งศัตรูแสดงขึ้นมา 4 จุดแต่ตอนนี้จุดเหล่านั้นอยู่ห่างจากตัวเขามากนัก
ทว่าแหล่งความร้อนที่จับได้นั้นมีอยู่ถึง 5 แหล่ง จึงไม่แปลกว่าทำไมโอเปอร์เรเตอร์ของเขาถึงไม่รู้ถึงการมีอยู่ของ AC อีกเครื่องหนึ่งที่กำลังประจัญหน้ากับเขา

“โฮ่!!...... ดูเหมือนว่าวันนี้ฉันจะได้เหยื่อตัวโตซะแล้วสิ”

ชายหนุ่มได้ฟังเสียงของอีกฝ่ายผ่านช่องสัญญาณสื่อสารกลางที่เปิดเอาไว้ โดยปกติพวกเรเวนจะเปิดช่องนี้ไว้เสมอเพื่อติดต่อระหว่างเรเวนที่ประสบพบเจอกันระหว่างทำภาระกิจ เสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของผู้ชาย แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นจะเป็นของเจ้าตัวจริง ๆ เพราะพวกเรเวนไม่เปิดเผย ชื่อ อายุและเพศ ดังนั้นเสียงผู้ชายที่ได้ยินอาจมาจากเครื่องแปลงเสียงก็เป็นไปได้
“แบล็คดราก้อน....ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับแกที่นี่โชคดีอะไรแบบนี้ ได้เงินค่าจ้างมาแล้วยังจะได้เงินค่าหัวแกอีกด้วย ลาภก้อนใหญ่แท้ ๆ เลยเชียว”

เรเวนผู้เป็นเจ้าของ AC ไทป์หนักสีน้ำตาลเข้มกล่าวขึ้นขณะเดินเข้ามาทางด้านซ้ายแบล็คดราก้อน เสียงของคนผู้นี้แหลมสูงแปลก ๆ อาจเพราะระบบแปลงเสียงห่วยแตกไปซักหน่อยแต่ก็อาจเป็นเสียงเจ้าตัวจริง ๆ ก็ได้ AC สีดำเปิดแผ่นเกราะที่ปิดส่วนตาของตัวหุ่นออกเพื่อเปิดระบบกล้องจับภาพเสริมพร้อมกับพับเขาที่ชี้อยู่ด้านหน้าให้พับลู่ลงไปด้านหลัง  ขณะที่ AC รูปแบบขารถถังกับรูปแบบสี่ขาจะเข้ามาปิดล้อมจากทางด้านหลัง

“หึ...ใครบอกค่าหัวของมันต้องเป็นของพวกเราตะหาก”  

หนึ่งในสองเรเวนที่ปรากฏตัวมาใหม่เอ่ยขึ้นพลางเริ่มเล็งอาวุธมายัง AC สีดำที่กำลังอยู่กลางวงล้อม
สัญญาณแสดงการถูกล็อกเป้าดังกระหึ่มอยู่ภายในค็อกพิทของ AC สีดำไม่นานนักก็ปรากฏร่างของ AC สีเหลืองทองตัวหนึ่งที่เป็นแบบเบามีขาเป็นแบบข้อต่อกลับด้านแขนทั้งสองข้างเป็นปืนแกตลิ่งที่ทรงพลานุภาพบนไหล่ มีเครื่องยิงจรวดและแพ็คมิซายส์อยู่ข้างละอัน ในหมู่ของเรเวนแล้วการล่าค่าหัวซึ่งกันและกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากนัก เปรียบเหมือนกับการพิสูจน์ฝีมือของตัวให้เป็นที่ประจักษ์ และหากเรเวนได้ตัดสินใจที่จะสู้แล้วก็น้อยครั้งนักที่จะจบลงโดยไม่มีคำว่า ‘ตาย’

“เรื่องนั้นใครดีใครได้!!!”  

สิ้นเสียงของเรเวนผู้ควบคุม AC สีน้ำตาลเข้ม การเปิดฉากโจมตีก็เริ่มต้นขึ้น กระสุนปืนกลแกตลิ่งจากแขนทั้งสอง AC สีเหลืองทองก็กระหน่ำยิงอย่างไม่ยั้งโดนไม่สนใจว่าจะโดนพวกข้าง ๆ หรือไม่ AC สีดำทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยกำลังขับของบูสเตอร์ แต่ AC สีเหลืองทองก็ใช้ข้อดีของขาแบบ
รีเวิร์สกระโดดตามขึ้นมาไล่ยิงอย่างไม่ลดละ พร้อมกันนั้น AC ที่มีขารถถังกับขาแบบสี่ขาก็ระดมยิง
เลเซอร์แคนน่อนและมิซายส์แบบหลายหัวรบเข้ามาสมทบอีกด้วย

บรึ้ม!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังขึ้นเกิดจากแรงระเบิดของมิซายส์ที่ถูกปืนกลเล็กที่อยู่ใต้ลำตัวของ AC สีดำยิง
สกัดเอาไว้ได้ขณะที่ลูกอื่นนั้นพลาดเป้าเพราะความเร็วในการกลับตัวและเร่งบูสให้เคลื่อนตัวเข้าหา AC สีเหลืองทอง แต่ว่าเป้าหมายรู้ทันการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจึงรีบฉีกตัวหลบจากแนวยิงและบินเข้าด้านข้างของอีกฝ่ายอย่างว่องไวที่สุดพร้อมกับอัดกระสุนปืนแกตลิ่งเข้าใส่อย่างแม่นยำ แต่ทว่ากระสุนพวกนั้นได้กระทบเข้ากับอะไรบางอย่างก่อนจะถึงตัวของ AC สีดำ มันคือสนามพลังป้องกัน
ที่แผ่อยู่รอบตัวทำให้การโจมตีมุมอับสร้างความเสียหายได้น้อยกว่าที่คิด ขณะเดียวกันทางด้านของแบล็คดราก้อนที่มองดูตัวเลขที่แสดงถึงอัตราความเข้มข้นของสนามพลังที่ลดฮวบลงไปถึง 70% เลยทีเดียว เขากระเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ก่อนจะเร่งเครื่องด้วยโหมดโอเวอร์บูสเพื่อหนีออกจากวงล้อม

“คิดจะหนีเหรอ? ไม่มีทางหรอกน่า!!!”

เรเวนผู้ควบคุม AC ไทป์กลางสีน้ำเงินแซมขาวหรือซึ่งก็คือผู้ที่เคยยิงปืนเลเซอร์แคนน่อนถากแบล็ค ดราก้อนในตอนแรกทำการโอเวอร์บูสเพื่อหมายจะไล่ตามขยี้เป้าหมาย ระหว่างที่ไล่ตามเขาก็ใช้มิซายส์ที่ติดอยู่ที่แขนซ้ายกระหน่ำยิงใส่เป้าหมายอย่างไม่รั้งรอ เมื่อจับสัญญาณมิซายส์ได้ แบล็คดราก้อนก็รีบเปิดการทำงานของอุปกรณ์เสริมที่อยู่บริเวณไหล่ทันที และผลของมันทำให้มิซายส์ทั้งหมดเฉไฉไปทางอื่นและตกกระทบพื้นไปทั้งหมด

“มิซายส์แจมเมอร์เหรอ?... แต่เปิดของแบบนั้นระหว่างโอเวอร์บูสก็มีแต่จะทำให้เครื่องยนต์ร้อนเร็วขึ้นเท่านั้นแหละน่า!!!”

เรเว่นคนนั้นยังคงไล่ตามต่อไปโดยไม่ทันสังเกตว่าเขาบินออกมาห่างจากกลุ่มพรรคพวกมากเกินไปแล้ว และด้วยความมั่นใจในกำลังเครื่องยนต์ของเขาจึงทำให้ลืมดูค่าความร้อนของเครื่องยนต์ที่กำลังขึ้นสูงเพราะการโอเวอร์บูส เมื่อความเร็วของแบล็คดราก้อนอ่อนกำลังลงเพราะสภาพเหมือนโอเวอร์บูสได้หมดเวลาการทำงานลงแล้ว

“จบเกมไล่จับกันแค่นี้แหละ!!!”  

ลำแสงของเลเซอร์แคนน่อนที่ถืออยู่ในมือถูกยิงออกไปเมื่อเขาล็อกเป้าเอาไว้ในศูนย์เล็งได้แล้ว แต่เสี้ยวนาทีที่แสงยังไปไม่ถึงเป้าหมาย AC สีดำก็เปิดโอเวอร์บูสอีกครั้งทำให้หลบลำแสงไปได้อย่างฉิว
เฉียด
“บ้าน่า!!! โอเวอร์บูสต่อโดยไม่พักเครื่องงั้นเหรอ!!!!?”  

อาจจะเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสำหรับหลาย ๆ คนกับการกระทำเช่นนี้แต่ในระหว่างที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้นเครื่องยนต์ของเขาก็ถึงขีดจำกัดและทำการปิดบูสอัตโนมัติและเริ่มทำการหล่อเย็นตัวเองเพื่อป้องกันการระเบิดของเครื่องยนต์ ทำให้ระดับความสูงลดลงอย่างรวดเร็ว

“.......บ้าฉิบ!!!!”  

เขาสบถออกมาพลางบังคับให้ AC ของเขาลงพื้นเพื่อที่จะไม่ให้ล้มลงแต่การร่อนลงอย่างเร็วทำให้ลื่นไถลไปพอสมควร และเมื่อลงพื้นได้อย่างปลอดภัยเขาก็รับดันคันโยกเพื่อให้พร้อมเดินหน้าต่อไปแต่ทว่า

ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!! ปิ๊บ!!!!

เสียงเตือนว่าถูกล็อกเป้าดังขึ้นถี่มากและเมื่อแหงนมองบนท้องฟ้าก็พบกับ AC สีดำกำลังลอยอยู่เหนือหัวและเล็งแกรนด์เน็ตลันเชอร์มาทางเขาเรียบร้อยแล้ว

“ล้อเล่นน่า.......”

เขาเอ่ยประโยคนั้นเป็นประโยคสุดท้ายของชีวิตเมื่อลูกระเบิดทะลวงเขากลางลำตัว AC ของเขาแรง
ระเบิดฉีกกระฉากทุกอย่างออกเป็นชิ้น ๆ อย่างเหี้ยมโหด แขน และหัวของ AC ที่พ่ายแพ้กระเด็นเป็นคนละทิศละทาง

“เสร็จมันไปหนึ่งแล้ว!!!”

“หนอยแน่!!! แน่นักเหรอแก!!!”

เมื่อเห็นพรรคพวกกลายเป็นเศษเหล็กไปต่อหน้าต่อตา AC สีเหลืองทองและ AC ที่แบบสี่ขาที่ไล่ตามมาจนทันก็เริ่มเปิดฉากโจมตีใส่ทันที ห่ากระสุนและมิซายส์เริ่มถาโถมเข้าใส่อีกครั้งแต่ ด้วยระบบมิซายส์แจมเมอร์ พวกมิซายส์ทั้งหมดจึงไม่เข้าเป้าแต่ถึงกระนั้นห่ากระสุนปืนกลก็ยังคงตามราวีไม่มีลดละ AC สีดำบินโยกหลบไปมาบินท้องฟ้าได้อย่างอิสระก่อนจะโฉบลงมาเลียดพื้นโดยมี AC สีเหลืองทองตามไล่ยิงประกบหลังมาติด ๆ ขณะที่ AC แบบรถถังเพิ่งตามมาถึงมันก็จัดแจงพับปืนเลเซอร์แคนน่อนขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นมาประทับเพื่อทำการเล็งเป้าและชาร์จพลังงาน

“ไล่ต้อนมันมาทางนี้เลย!!! ฉันจะเป่ามันเอง!!”

เรเวนผู้เป็นเจ้าของ AC แบบรถถังให้สัญญาณกับพรรคพวกผ่านช่องสื่อสารเฉพาะเมื่อได้ฟังแบบนั้นอีกสองคนก็ทำตามแต่โดยดี แม้อาจจะรู้สึกขัดใจบ้างแต่สภาพตอนนี้ถ้าไม่ร่วมมือกันผู้ล่าก็อาจถูกล่าซะเองก็ได้เหมือนกับที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ห่ากระสุนปืนกลจากทางด้านหลังและจากภาคพื้นบังคับให้ AC สีดำต้องบินหลบไปเข้าแนวยิงของศัตรูเท่านั้น เซนเซอร์จับความร้อนแสดงจุดที่มีความร้อนสูงจากการชาร์จพลังงานได้แต่แรกแล้วและเมื่อชาร์จพลังงานเสร็จแล้วพร้อมที่จะยิง

“เอาล่ะ บ๊ายบาย กลายเป็นมังกรย่างไปซะเถอะ!!!”  

เขาเอ่ยก่อนจะค่อย ๆ ขยับนิ้วอย่างย่ามใจ แต่แล้วในตอนนั้นเอง แบล็คดราก้อนเร่งบูสพร้อมกับเปิดเวอร์เนียเต็มที่เพื่อลดเพดานบินลงอย่างกระทันหันพร้อมกับยิงแกรนด์เน๊ตลันเชอร์สวนไปในทันที ลำแสงของปืนเลเซอร์แคนน่อนถูกปล่อยออกมาพร้อม ๆ กับการเจาะทะลวงเข้ากลางอกของกระสุนแกรนด์เน็ตก่อนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ส่วนลำแสงที่พุ่งออกมาก็นั้นก็ไม่ได้เฉียดเป้าหมายแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้ AC สีเหลืองทองโดนลูกหลงเข้าเต็มเปา แม้จะพยายามหักหลบสุดความสามารถแต่ส่วนขาก็ถูกลำแสงกลืนกินหายไปจนไม่สามารถจะทรงตัวได้ก่อนจะตกลงไปไถลกับพื้นเป็นทางยาว

“มันอะไรกันแน่เจ้านะเจ้านี่!!!!”  

เรเวนเจ้าของ AC แบบสี่ขาเริ่มเกิดความหวั่นวิตกเมื่อเห็นคู่หูของตนโดนจัดการไปแล้ว หนำซ้ำอีกหนึ่งเครื่องก็ยังไม่รู้ชะตากรรม เขาเริ่มกระหน่ำยิงเป้าหมายที่เพิ่งหมุนตัวกลับมายิงเขาด้วยแกรนเน็ตลันเชอร์ โชคดีเขาหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะตอบโต้กลับไปด้วยอาวุธชนิดเดียวกันนี้

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้องแต่ AC สีดำสามารถหลบได้อย่างสบายมากมันสไลด์ตัวมากับพื้นด้วยความเร็วใกล้เคียงกับขาสี่ขาที่ออกแบบมาเป็นโฮเวอร์คราฟ

ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!!

กระสุนออโต้ไรเฟิ้ลจาก AC สีดำยิงกระหน่ำมาติด ๆ จนต้องโยกหลบเป็นพัลวัล ออฟชั่นเสริมที่เป็นปืนพลังงานสองอันถูกปล่อยขึ้นมาเพื่อช่วยยิงสนับสนุน แต่ว่า

“กระสุนหมด!!!”

พริบตาที่รู้ตัวว่ากระสุนปืนกลที่ถืออยู่หมดเกลี้ยงแล้วเพราะยิงกราดแบบเสียเปล่าไปไม่รู้เท่าไหร่และเสี้ยววินาทีที่กำลังจะทิ้งปืนกลที่ถือไปอยู่นั้นเอง ลำแสงสีฟ้าที่เจิดจรัสก็พุ่งตรงเข้ามาหาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เขารีบโยกหุ่นหลบอย่างเร็วที่สุดแต่ถึงกระนั้นก็ต้องเสียแขนซ้ายไปอยู่ดีเมื่อโยกหลบมาได้แล้ว เขารีบพับเลเซอร์แคนน่อนลงมาเพื่อจะยิงตอบโต้ แต่มันก็ช้าเกินไปเสียแล้ว

ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!!

AC สีดำที่โฉบไปด้านหลังแล้วกระหน่ำยิงลงมาจนอีกฝ่ายพรุนเป็นรังผึ้ง ก่อนจะพุ่งเข้ามาเสียบด้วยดาบแสงสีฟ้าเข้าจากด้านหลังทะลุออกด้านหน้าอย่างเลือดเย็น เมื่อมั่นใจว่าศัตรูหมดพิษสงแน่แล้ว แบล็คดราก้อนก็หันหน้าเพื่อจะกลับไปที่ศูนย์วิจัยทำภาระกิจต่อ ทว่า.....

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!

AC สีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งตามมาถึงเปิดฉากโจมตีด้วยอาวุธหนักมีมีทั้งหมด ทั้งบาซูก้า แกรนเน็ตลันเชอร์ และมิซายส์ขนาดใหญ่แต่จุดที่ระเบิดนั้นเป็นเพียงแต่ความว่างเปล่า เพราะเป้าหมายที่เล็งไว้เมื่อครู่ได้สไลด์ตัวออกมาจากจุดนั้นและเข้าประชิดทางด้านข้างเป็นที่เรียบร้อย ดาบแสงสีฟ้าที่เจิดจ้าเสียบเข้าบริเวณสีข้างของตัวหุ่นก่อนจะกรีดแหวกหน้าอกของคู่ต่อสู้ออกมา AC สีน้ำตาลเข้มหยุดการทำงาน
ลงทั้งที่ยังยืนค้างอยู่ในท่าประทับปืนบาซูก้าไว้กับไหล่แบบนั้น เมื่อไร้ผู้ควบคุม AC ก็มีค่าเพียงแค่
ตุ๊กตาไม้แกะสลัก แบล็คดราก้อนจึงไม่สนใจมันอีกต่อไป

บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่กึกก้องพร้อมกับเศษเหล็กที่กระจัดกระจาย แกรนด์เน็ตลันเชอร์นัดสุดท้ายถูกยิงออกไปทำลายล้างกลุ่ม MT ที่เข้ามาขวางทางก่อนจะปลดทิ้งไปเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว การรุกคืบของแบล็คดราก้อนค่อย ๆ ลงลึกมาเรื่อยจนแทบจะถึงชั้นล่างสุดโดยไม่มีอะไรจะขัดขวางไว้ได้อีก

“ศาสตราจารย์รีบหนีเถอะครับ มันบุกเข้ามาจะถึงที่นี่แล้วนะครับ”

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพยายามเร่งเร้าให้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งนี้รีบออกไปจากที่นี่ แต่ชายชรากลับทำเป็นไม่สนใจ สมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับ แป้นควบคุมขนาดใหญ่ดูเหมือนว่าเขากำลังโอนถ่ายข้อมูลบางอย่างอยู่แล้วมันก็ใกล้จะเสร็จแล้วด้วย

“อีกนิดเดียว ขอแค่อีกนิดเดียวเท่านั้น!!”

ชายชราบ่นพึมพำขณะที่ประตูนิรภัยที่เป็นทางเข้าสู่เมนเฟรมกำลังถูกแสงสีฟ้าค่อย ๆ กรีดจนละลายไปทีล่ะน้อยไม่นานนักประตูเหล็กก็พังลง AC สีดำย่างก้าวเข้ามาภายในห้องพลางเปิดระบบสแกนเต็มพิกัด แม้จะเห็น AC สีขาวปรอทอยู่ตรงหน้าแต่เมื่อไม่มีปฏิกิริยาการทำงานของเครื่องยนต์แบล็คดราก้อนจึงเลือกที่จะไม่สนใจมัน

“แคปซูลที่อยู่บนนั้นแหละค่ะ คือเป้าหมายรีบนำมันออกมาแล้วทำลายเครื่องนั่นซะ เรามีเวลาอีกไม่มากแล้วนะคะ”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวนั้น AC สีดำก็ทิ้งปืนออโต้ไรเฟิ้ลที่กระสุนหมดไปแล้วลงพื้นพร้อมกับบินขึ้นไปนำ
เอาแค็ปซูลที่อยู่ใจกลางออกมา

“เป้าหมายของมันคือแค็ปซูลจริง ๆ หรือนี่ ไม่ยอมให้เอาไปหรอก!!!”  ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นเขาเริ่มคีย์อะไรบางอย่างลงไปบนแป้นควบคุมที่อยู่ตรงหน้า แต่เสี้ยววินาทีนั้นเอง

ปิ๊บ!!!!! ปิ๊บ!!!!! ปิ๊บ!!!!! ปิ๊บ!!!!! ปิ๊บ!!!!! ปิ๊บ!!!!!
สัญญาณเตือนเมื่อถูกล็อกเป้าดังขี้นถี่ ๆ AC ที่จอดนิ่งเมื่อครู่ได้ทำการเล็งปืนไปยัง AC สีดำที่กำลังอยู่ในสภาวะไร้อาวุธถือในมือ เมื่อเห็นภาพนั้นแบล็คดราก้อนรีบบังคับเครื่องของตัวเองให้หนีห่างวิถีกระสุนโดยเร็วที่สุดทว่าดูเหมือนจะช้าไปครึ่งก้าว

เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!

แม้จะพยายามหลบสุดขีดและมันสนามพลังคอยช่วยแต่กระสุนที่ยิงออกมาจากปืนกระบอกนั้นกลับทะลวงผ่านม่านบาเรียมาได้ราวกับมันไม่มีอยู่หนำซ้ำยังถากบริเวณรอยต่อข้อมือขวาอีกด้วย จอภาพแสดงสภาพความเสียหายถึงกับขึ้นสีแดงแสดงถึงความขัดข้องของชิ้นส่วนในทันที แต่ในจังหวะที่กำลังจะมีนัดที่สองตามมา AC สีดำก็พับปืนพลัสกันที่ไหล่ซ้ายยิงตอบโต้ไปในทันควัน

บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!

ปืนยาวจะถูกทำลายลงแต่ลำพังแค่นั้นไม่อาจจะหยุดยั้งมันเอาไว้ได้ AC สีขาวปรอทพุ่งเข้ามาหาอย่างว่องไว มันคว้าจับแขนขวาของคู่ต่อสู้ที่ถือแคปซูลเอาไว้อย่างรวดเร็ว AC สีดำรีบเปิดดาบที่แขนซ้ายหมายตอบโต้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2011, 10:57:52 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 204



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 17, 2011, 10:58:47 PM »

แต่ทว่ามันก็รีบใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ดันแขนที่มีดาบแสงสีฟ้าเปล่งประกายอยู่พร้อมกับดันไม่ให้ดาบเข้ามาใกล้ตัวเอง เมื่อกำลังเครื่องสูสีกันแบล็คดราก้อนที่มีเวลาเหลือไม่มากนักรีบตัดสินใจที่จะจัดการอีกฝ่ายให้เร็วที่สุดจึงตัดสินใจเร่งบูสเตอร์เต็มกำลังก่อนจะทำการโอเวอร์บูสเพื่อดันอีกฝ่ายให้ถอยร่นไป

โครมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ด้วยกำลังขับอันมหาศาลจากบูสเตอร์ที่เร่งเต็มพิกัด AC สีขาวปรอทถูกกัดก็อปปี้เข้ากับเมนเฟรมที่อยู่ด้านหลังอย่างจัง เมื่อส่วนความคุมได้รับความเสียหายมันจึงหยุดทำงาน AC สีดำจึงเป็นอิสระ มันไม่รอช้าให้เสียโอกาส แบล็คดราก้อนพาเครื่องของตัวเองถอยห่างออกมาพร้อมกับชาร์จพลังงานให้กับดาบที่แขนซ้ายจนมันมีขนาดใหญ่มากว่าเดิมก่อนจะหวดคลื่นดาบที่เป็นพลังงานแสงสีฟ้ารูปจันทร์เสี้ยวพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่โดนอัดติดก็อปปี้อยู่

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ทุกอย่างถูกกลืนหายไปในแสงสีฟ้าก่อนระเบิดเป็นจุล เมื่อเป้าหมายของภาระกิจลุล่วงแล้วเขาก็เตรียมจะกลับออกไปแต่ก่อนหน้านั้น

“เหวออออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

บรึ้มมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

AC สีดำใช้พลัสกันทำลายห้องสังเกตการณ์ที่อยู่ตรงนั้นจนพังพินาศและแสกนดูจนแน่ใจว่าไม่มีใคร
รอดชีวิตแล้วจึงได้กลับออกมา และเมื่อแบล็คดราก้อนออกห่างจากสถาบันวิจัยไปแค่นาทีเดียวเท่านั้นที่นี่ก็ระเบิดจนใม่เหลือซากอะไรไว้ให้เป็นหลักฐานอีกเลย

“ภาระกิจเสร็จสิ้นแล้วนะคะ  ทำได้ดีมากค่ะ ไปรอที่จุดนัดพบเราจะไปรับคุณในอีก 5 นาทีค่ะ”

โอเปอร์เรเตอร์ติดต่อมาหาเขาก่อนจะเลิกสัญญาณการติดต่อไปอย่างง่าย ๆ AC สีดำมาถึงจุดนัดพบก่อนเวลาหลายนาที ระหว่างนี้เขาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นพร้อมกับเริ่มคิดถึงค่าเสียหายและรายได้จากงานนี้

“ให้ตายสิระบบควบคุมนิ้วเสียหายหนักเลยหรือนี่ จะโดนหักเท่าไหร่กันหว่า?”

ระหว่างที่บ่นกับตัวเองอยู่นั้นเขาก็สังเกตเห็นรอยแตกที่เกิดขึ้นบนแค็ปซูลที่ถืออยู่

“เวรแล้ว!!!” 

ชายผู้ใช้โค้ทเนมแบล็คดราก้อนอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นรอยแตกนั้น เพราะสำหรับเรเวนแล้วถึงทำภาระกิจช่วงชิงสิ่งของแบบนี้แม้จะเสร็จสิ้นลงด้วยดีก็อาจได้ค่าจ้างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ก็อดค่าจ้างหากว่าของนั้นเกิดแตกหักเสียหายระหว่างทางซะก่อน เขารีบบังคับให้ AC นั่งคุกเข่าลงพร้อมกับเปิดค็อทพิทและรีบแจ้นลงมาดูแคปซูลนั้น แต่ระหว่างกำลังทำการสำรวจมือของเขาก็ไปโดนปุ่มอะไรเข้าก็ไม่ทราบ และแค็ปซูลนั้นก็ถูกเปิดออก

“....นะ....นี่มัน....อะไรกัน!!?”
เมื่อสิ่งที่อยู่ข้างในเผยโฉมออกมาให้เห็น แบล็คดราก้อนก็ถึงกับตะลึงงานจนพูดไม่ออก สิ่งที่อยู่ภายในแค็ปซูลนั้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองดูเขา......

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร?.........”

ไม่มีคำพูดใดที่ดีกว่านี้แล้วสำหรับเขาในตอนนี้และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ก็คือต้นตอของความวุ่นวายและสับสนในอีก 5 ปีต่อมา

Chapter 00 END
บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 204



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 05:43:02 PM »

Armored Core Over Frontier Line

Chapter 01
AT 0050 แสงแรกแห่งอรุณมากลับมาเยือนผืนโลกอีกครั้งในยามรุ่งสาง หากลองจ้องมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างภายในห้องนอนแล้วล่ะก็คุณก็มีโอกาสมองเห็นแสงสีของธรรมชาติอันแสนงดงามที่เกิดจากการรังสรรค์ของต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า ท้องฟ้าและผืนน้ำที่กว้างใหญ่ของท้องทะเล ที่นี่คือ ‘ไอโอเนีย’ เมืองท่าชายฝั่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามโครงการพัฒนาแหล่งที่อยู่อาศัยหลังจากฟื้นฟูโลกให้กลับมาอยู่อาศัยได้ดังเดิมหลังจากโลกต้องกลายเป็นดวงดาวมรณะมาถึงสองร้อยปี ภาพที่เห็นตรงหน้าในเวลานี้แทบจะบอกได้ว่าเรื่องเคยเป็นดาวมรณะอะไรนั่นเป็นแค่ความฝันหรือเรื่องโกหกก็ไม่ปาน

ยามเช้าที่แสนจะปรกติสุขที่ทุกคนต่างต้องเริ่มทำกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ไม่ว่าจะทำงานหรือไปเรียนหนังสือ หรือจะหลับต่อไปด้วยความอาลัยต่อที่นอน หมอนและผ้าห่มก็ตามแต่สำหรับคนที่นั่งโต้รุ่งมาทั้งคืนแบบใครบางคนที่กำลังหมกมุ่นกับการอ่านเอกสารกองท่วมหัวจนขอบตากลายเป็นหมีแพนด้าอยู่ในตอนนี้แล้วล่ะก็ ยามเช้าอาจเป็นเวลาเข้านอนก็ได้

“หน้าดำคร่ำเครียดเลยนะคูจัง!! เอ้า!! กาแฟ ดื่มซะจะได้สดชื่น”

หญิงสาวในชุดเครื่องแบบตำรวจสังกัดต่อต้านการก่อการร้ายผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลัง เส้นผมที่ดูนุ่มสลวยถูกมัดแยกออกจากกันด้วยโบว์สีเขียวอ่อน ๆ หากมองดูดี ๆ ทรงผมของหล่อนละม้ายคล้ายกับหางนกนางแอ่นเสียนี่กระไรได้นำกาแฟมาเสิร์ฟให้กับชายคนหนึ่งที่กำลังคร่ำเคร่งกับการหาข้อมูลทั้งจากบันทึกเก่า ๆ ที่ปริ๊นมาอ่านรวมทั้งเซิร์จหาจาก อินเตอร์เน็ตและข้อมูลจากธนาคารข้อมูลของรัฐบาลกลาง

“บอกกี่ทีแล้วอย่าเรียกแบบนี้น่ะ”

ชายหนุ่มตอบพลางยกกาแฟขึ้นดื่มแต่พริบตาที่รสชาติของกาแฟแผ่ซ่านสู่ต่อมรับรสบนลิ้นเขาก็รีบถอนริมฝีปากออกจากแก้วทันที

“นี่!!!!..กาแฟอะไรของเธอเนี้ย!!?...อเมเรีย!!!”

“อ้อ!!!...ดีเคฟไงจ๊ะ เป็นไงรสชาติดีถึงขั้นตาสว่างเลยไหมล่ะคูจัง?”

เจ้าหน้าที่หญิงตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจกับกาแฟที่นำเสนอพลางขยับแว่นตากรอบกลมบนใบหน้าของเธอพลางยิ้มอย่างภูมิใจราวกับว่าแผนการสำเร็จแล้ว ขณะที่ชายหนุ่มได้แต่ทำหน้าเบ้

“..ไม่มีคาเฟอีนมันจะเรียกกาแฟได้ไงกันเล่า!!...วันหลังถ้าจะชงมาให้ก็ช่วยเอาเป็นกาแฟดำเข้ม ๆ จะได้ไหม?..”

“ได้ค่า!!!”

หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใจพลางยกมือขึ้นทำท่าตะเบ๊ะขณะที่ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจด้วยอาการเหนื่อยหน่ายก่อนจะกลับไปสนใจกับตัวอักษรและภาพที่ฉายเป็นโฮโลแกรมอยู่ตรงหน้าครู่หนึ่งแล้วจึงละสายตาจากตรงหน้าไปมองดูข้อมูลและภาพถ่ายสภาพหลังเกิดเหตุจากคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่ถืออยู่ในมือ

“แล้วที่อุตสาห์อดหลับอดนอนมาสองวันสองคืนนี่ ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมบ้างไหมคะคุณสารวัตร?”

อเมเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกเย้าพลางก้มตัวลงมาเหนือจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าของผู้นำทีมที่ถ้ามองดูกันภายนอกแล้วถึงหน้าตาเขาจะดูเด็กกว่าเธอไปหน่อยแต่จริง ๆ แล้วเขาอายุมากกว่าเธอถึงสามปีเขาผู้นี้คือ คุโจ โอกามิ หัวหน้าแผนกต่อต้านการก่อการร้ายที่ถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่เมืองนี้เมื่อราว ๆ สี่เดือนก่อน และคดีที่เขากำลังคร่ำเคร่งอยู่ตอนนี้ก็คือคดีสถานีขนส่งลอยฟ้าถูกกลุ่มติดอาวุธนาม ‘อิกดราซิล’ (Igdrasil) เข้าจู่โจมเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้หลายร้อยคนแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใด ๆ ที่จะช่วยให้สาวไปถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เลยแม้แต่นิดเดียว  

“ไม่คืบหน้าเลยซักนิด ขนาดในธนาคารข้อมูลของรัฐบาลกลางก็ยังไม่มีข้อมูลที่พอจะเป็นเบาะแสอะไรซักได้กะอย่าง”

คุโจกล่าวโดยตาทั้งสองยังคงให้ความสนใจกับข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาในขณะที่อเมเรียเองก็ก้มตัวต่ำลงมาเรื่อย ๆ เพื่อจะดูข้อมูลที่หัวหน้าทีมของเธอกำลังให้ความสนใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเมื่อสายตาของชายหนุ่มหันกลับมาที่จอภาพตรงหน้าเขาก็พบกับสิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะหน้าอกของสาวแว่นผู้นี้เข้ามาอยู่แทนที่จอภาพโฮโลแกรม

ในตอนนี้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของชายหนุ่มกับหน้าอกของหญิงสาวนั้นห่างกันไม่กี่เซนติเมตร หากขยับไปข้างหน้าอีกนิดคงได้สัมผัสความนุ่มเนียนความหน้าอกคู่นั้นแล้วแต่ คุโจเลือกที่จะถอยหลังกลับแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นแทน

“..ละ..แล้วทางเธอล่ะมีอะไรคืบหน้ามารายงานบ้าง! ไม่เอาเรื่องไร้สาระนะ”  

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงความดุดันเล็กน้อยแต่ถ้าฟังดูดี ๆ แล้วมันดูละล่ำละลักกว่าที่เคยเป็นหนำซ้ำใบหน้าบริเวณแก้มยังมีสีแดงเรื่อไปถึงใบหู ขณะที่พูดเขาเหล่สายตากลับมามองดูที่บริเวณจอโฮโลแกรมตรงหน้าแว่บหนึ่งก่อนจะหลบสายตาไปอีกครั้ง แม้ท่าทีของหัวหน้าหนุ่มจะดูเหมือนเดิมเกือบทุกประการก็ตามแต่ อเมเรียนั้นรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นรอยยิ้มดุจปิศาจน้อยจอมซนผลิขึ้นมาบนใบหน้าของหล่อนแว่บหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาหาคุโจมากกว่าเดิม จนกระทั่งริมฝีปากของเธอแทบจะแนบติดใบหูของเขาเลยทีเดียว

“คูจังนี่ล่ะก็ทำเป็นเขินไปได้....ถ้าเป็นคูจังล่ะก็...อยากจะจับหรือทำอะไรฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ......เรื่องในห้องนี้รับร้องไม่มีใครรู้หรอก.....”

เสียงกระซิบอย่างแผ่วเบาข้างหูบวกกับกลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอทำเอาชายหนุ่มแทบจะล้มหงายหลังจากเก้าอี้ไปซะเดียวนี้เลย อเมเรีย ไฟรด์ซไวด์ ถึงเธอจะดูขี้เล่น ร่าเริงและเป็นกันเองกับคุโจอย่างสุด ๆ แต่บางครั้งเธอก็ทำอะไรจริงจังมาก ๆ ได้เหมือนกัน ดังนั้นแล้วเวลานี้ชายหนุ่มที่เริ่มสูญเสียความเยือกเย็นไม่อาจจะคาดพฤติกรรมของแม่สาวแว่นคนนี้ได้เลยว่าเธอพูดจริง ๆ หรือกำลังแกล้งเขาอยู่กันแน่ และแน่นอนว่าหากปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้เนิ่นนานไปเขานี้แหละที่จะเสียเปรียบดังนั้นแล้ว..

“..ถึงเวลาพักผ่อนของฉันแล้ว อเมเรียจัดการแยกรายละเอียดข้อมูลพวกนี้แล้วทำรายงานสรุปมาด้วย!!”

คุโจรีบใช้มือทั้งสองข้างดันไหล่ของเธอให้ถอยห่างออกไปก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างไวที่สุดพร้อมออกคำสั่งรวดเร็วจบแล้วเดินจ้ำออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมาอีก เมื่อคุโจออกไปจากห้องนี้ได้พอสมควรแล้ว อเมเรียก็พ่นเสียงหัวเราะที่พยายามกลั้นไว้ออกมาแบบไม่มีเบรก

“ฮะฮะฮะฮะ โอ้ย!! คนอะไรก็ไม่รู้น่ารักเป็นบ้า แค่พูดแค่นี้ก็หน้าแดงแปร๊ดซะแล้ว ฮะฮะฮะฮะ”

ดูเหมือนเธอจะสะใจที่ปฏิบัติการณ์แกล้งหัวหน้าทีมประสบความสำเร็จงดงาม และเมื่อหัวเราะจนพอใจแล้วหล่อนก็หยิบคอมพิวเตอร์แบบพกพาของเธอขึ้นมาจากกระเป๋ากระโปรงพร้อมกับเปิดหน้าจอขึ้นมา บนหน้าจอนั้นมีภาพถ่ายเหตุการณ์ขณะที่สถานีขนส่งลอยฟ้าถูกโจมตีซึ่งถูกบันทีกโดยช่างภาพมือสมัครเล่นที่บังเอิญไปอยู่ในที่เกิดเหตุขณะนั้นได้ ภาพนั้นเบลอจนดูไม่ชัดแต่อเมเรียมั่นใจว่านี่คือเบาะแสชิ้นสำคัญที่จะคลี่คลายคดีนี้อย่างแน่นอนที่สุด

“ไหน ๆ ก็โดนสั่งมาแล้วนี่นะ”

พูดจบสาวแว่นผู้ร่าเริงก็เริ่มลงมือทำงานในทันที ทุกวันนี้ระบอบการปกครองของโลกอยู่ภายใต้การบริหารงานของ CTC (Council of Trinity Central) หรือที่รู้จักกันในนามของ ‘รัฐบาลกลาง’ ซึ่งเกิดมาจากความร่วมมือกันของรัฐบาลสามฝ่ายอันได้แก่ สกายเครย์ดอล เอิร์ทเครย์ดอล และ เซอร์เฟส แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่บริหารรัฐบาลของเซอร์เฟสก็ล้วนเป็นคนที่มาจากสกายเครย์ดอลกับเอิร์ทเครย์ดอลเป็นหลักผู้บริหารที่มาจากเซอร์เฟสจริง ๆ มีอยู่น้อยมากในสภาแห่งนี้จนแทบจะเรียกว่าเป็น ‘รัฐบาลเพียงเปลือก’ เสียด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้เองเมื่อครึ่งปีก่อนชาวเซอร์เฟสส่วนหนึ่งจึงเริ่มมีความคิดที่จะก่อตั้งรัฐบาลของตนเองอย่างแท้จริงขึ้นและนั่นคือจุดเริ่มต้นของกลุ่ม ‘อิกดราซิล’ นั่นเอง

ขณะเดียวกันช่างภาพมือสมัครเล่นผู้นั้นก็กำลังนั่งคร่ำเคร่งกับการหาข่าวในระบบไซเบอร์เน็ตเวิร์กอย่างคร่ำเคร่งภายในห้องเรียนของมหาวิทยาลัย ‘เนบิวล่า’ ที่ตั้งอยู่ในเอิร์ทเครย์ดอลห่างจากไอโอเนียราวสามกิโลเมตร โดยไม่ได้สนใจการสอนของอาจารย์สาวสวยที่ยืนพร่ำสอนอยู่หน้าห้องแม้แต่นิดเดียว

“และผลพวงจากความขัดแย้งในครั้งนั้นก็ชักนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สาม ซึ่งในตอนนั้นเองก็ได้มีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างศูนย์หลบภัยขนาดใหญ่ใต้ดินขึ้นและมันก็คือต้นกำเนิดของเอิร์ทเครย์ดอลที่พวกเธอทั้งหมดอยู่อาศัยกันอยู่ในตอนนี้ แต่ว่าในตอนนี้กลับมีคนไม่สนใจฟังการบรรยายของฉันนับว่ากล้ามากเลยนะ....”

สาวสวยผมแดงยาวสลวยเลยสะโพกในชุดกระโปรงสั้นสีดำรัดรูปสุดเซ็กซี่ เสื้อแขนกุดสีขาวที่ดูจะตัวเล็กเกินไปสำหรับทรวงอกคู่นั้นของเธอ ดวงตาสีฟ้าที่ดูคมเรียวจดจ้องไปยังนักเรียนหนุ่มชะตาขาดที่นั่งอยู่สูงขึ้นไปภายในห้องเรียนที่ถูกจัดแบบลำดับขั้นบันได ดูท่าแล้วคงยังไม่รู้ตัวว่าเคียวมัจจุราชกำลังจะมาเด็ดหัวในไม่ช้านี้แล้ว ลูกปัดเล็ก ๆ ที่เป็นอุปกรณ์ประกอบการสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถูกเตรียมมาวันนี้ได้ถูกปลายนิ้วเรียวงามที่ถูกปกปิดไว้ด้วยถุงมือสีดำค่อย ๆ บรรจงหยิบขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะดีดมันออกไปยังเป้าหมาย

โครมม!!!!!!!!!!!!

เสียงที่ดังสนั่นอันเกิดจากการล้มหงายหลังของนักเรียนชายผู้นั้นทำให้สายตาของนักเรียนทุกคนที่อยู่ในห้องต่างพุ่งไปรวมกันอยู่ที่จุดเดียว ลูกปัดที่ถูกดีดด้วยพลังดรรชนีของอาจารย์สาวกระแทกเข้ากลางหน้าผากของเขาพอดี ด้วยความแรงของลูกปัดบวกกับความตกใจทำให้เด็กหนุ่มหล่นจากเก้าอี้ไปอย่างโอเวอร์แอคติ้ง เสียงรองเท้าส้นสูงที่เหยียบย่ำขึ้นเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ และเมื่อเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นสิ่งที่ได้พบต่อมาหลังความเจ็บปวดก็คือ แรงฉุดมหาศาลจากกำลังแขนของคุณครูของเขานั่นเอง

“...กล้ามากนี่พ่อหนุ่มน้อย วิชาของฉันมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยหรือ?”

ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อแต่มือของเธอกลับกำเน็กไทของนักเรียนเอาไว้ซะแน่น  ฝ่ายนักเรียนหนุ่มที่ตกอยู่ในสภาพกึ่งขึ้นสวรรค์กึ่งลงนรก อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็ได้แต่ยิ้มแห้งและตอบไปว่า

“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นนะครับอาจารย์ไรกะ..ผะ...ผมแค่....ตามข่าวเรื่องหนึ่งมากไปหน่อย...มะ...มะ..ไม่เคยคิดว่าวิชาของอาจารย์น่าเบื่อเลยนะครับ...ผะ..ผมขอโทษคร้าบ!!!!!”
เด็กหนุ่มค่อนข้างพูดติดขัดไม่ทราบว่าเพราะหายใจลำบากเพราะถูกดึงเน็กไทหรือว่ากำลังหวาดกลัวสิ่งอื่นสิ่งใดอยู่ก็ไม่อาจทราบได้

[แต่ถ้าจะพูดไปแล้วอาจารย์ ไรกะ ริวซากิ ก็จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือรูปร่างสุดไดนาไมค์เซ็กซี่นั้นถ้าชายใดได้เห็นเข้าแล้วบอกว่าไม่มีเสน่ห์ล่ะก็คงต้องพิจารณารสนิยมทางเพศของคนผู้นั้นโดยด่วนเลยก็เป็นได้ ชุดที่เธอสวมใส่ค่อนข้างเผยเนื้อหนังมังสาค่อนข้างมากไม่ว่าจะกระโปรงผ่าสูงหรือเสื้อที่เน้นทรวดทรงแต่ที่ยังโสดอยู่จนถึงป่านนี้ ก็คงเพราะนิสัยนี่แหละมั้ง]

เด็กหนุ่มคิดในใจระหว่างที่จ้องมองดวงตาสีฟ้าคู่นั้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาเตะจมูกทำเอาเด็กหนุ่มเกือบจะเผลอเคลิบเคลิ้มแต่แล้วเขาก็ยินคำพูดที่แทบจะกระชากวิญญาณเขาออกจากร่างก็เลยทีเดียว

“นินทาคนอื่นในใจน่ะอย่าคิดว่าไม่ได้ยินนะ.....เอาล่ะพ่อหนูโยชัวร์..อยากจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก....เลือกเอา!!”

สิ้นคำพูดนั้นเด็กหนุ่มก็แทบจะช็อคสิ้นสติ ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของหนุ่มน้อยโยชัวร์ว่าเป็นเช่นไรต่อไปหลังจากที่เขาถูกลากออกไปจากห้องเรียนหลังเสียงออดบอกเวลาหมดชั่วโมงการสอน

ในระหว่างที่หลาย ๆ คนเลือกที่จะใช้ชีวิตไปตามกฏเกณฑ์แต่ก็มีอีกหลายคนที่เลือกจะใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี ท่ามกลางสายลมแสงแดดและเสียงเครื่องยนต์ ชายหนุ่มผู้รักในการขับขี่พาหนะคู่ใจคนนี้กำลังพามอเตอร์ไซค์เก่า ๆ ล้าสมัยของเขามุ่งหน้าไปยังที่หมายตามใบสั่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมอนิเตอร์ GPS ของเขา

“เอาล่ะ ที่สุดท้ายแล้วพยามยามหน่อยล่ะคู่หู”

ชายหนุ่มในชุดนักซิ่งที่มีอุปกรณ์นิรภัยครบเซ็ตกล่าวกับมอเตอร์ไซด์สุดรักของเขาขณะกำลังแล่นไปถามถนนสายหลักที่ตรงเข้าสู่ไอโอเนีย ไม่นานนักเขามาถึงที่หมายที่นั่นร้านขายเครื่องดื่มที่ชื่อว่า ‘Far Away’ ชายหนุ่มจอดรถ เมื่อถอดหมวกกันน็อคใบใหญ่ที่สวมอยู่ออกใบหน้าที่ซ่อนอยู่ก็ปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ดูจากใบหน้าเขามีอายุราว ๆ ยี่สิบปีเศษ ๆ ผมสีเทายาวประมาณต้นคอ

“บริการส่งของมาแล้วครับ!!!”  

สิ้นเสียงนั้นไม่นานนักก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากทางประตูหน้าร้านเพื่อมารับห่อพัสดุที่ถูกนำมาส่ง

“ขอบคุณมากครับคุณโซลาส พักนี้ไม่เห็นค่อยแวะมาที่ร้านเลยนะครับ”  เด็กชายกล่าวทักบุรุษส่งของพลางเอ่ยชื่อของเขาอย่างสนิทสนม

“ประทับตราตรงนี้ด้วยนะ อ่อ..แบบว่าคู่หูฉันพักนี้มันค่อนข้างมีปัญหาน่ะเลยเอาไปซ่อมซะนานเลย”

ชายหนุ่มกล่าวพลางยืนเครื่องบันทึกรายแบบดิจิตอลให้เด็กชายทำการประทับรอยนิ้วมือลงไปบนนั้นก่อนจะยื่นห่อพัสดุห่อเล็ก ๆ ให้กับเขา

“มอเตอร์ของคุณมันก็เก่ามากแล้วนะครับแล้วทำไม ถึงไม่เปลี่ยนคันใหม่ล่ะครับ?”

“หลาย ๆ คนก็พูดแบบนะโล แต่ว่าเจ้านี่น่ะเป็นสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้นที่พ่อฉันเหลือเอาให้น่ะ สำหรับฉันแล้วมันเป็นมากกว่าแค่มอเตอร์ไซค์ธรรมดา ๆ น่ะ”

“งั้นหรือครับ....ขอโทษที่ผมพูดอะไรไม่เข้าท่านะครับ”

เด็กชายโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความรู้สึกผิดแต่โซลาสก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มเล็ก ๆ พลางยื่นมือไปสัมผัสศีรษะของโลเบา ๆ พลางเดินตรงไปที่มอเตอร์ไซด์

“ยังไงก็ฝากสวัสดีคริสด้วยนะ...”

โครมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

โซลาสกล่าวพลางจะกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แต่ทันใดนั้นเองก็มีอะไรบางอย่างลอยออกมาจากประตุหน้าร้าน ชายในชุดสูทสีดำถูกอะไรบางอย่างซัดจนปลิวออกมาราวกับกระดาษ ก่อนจะลงไปนอนขดตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นด้วยอาการจุกเสียด ไม่นานนักก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งวิ่งออกมาทางประตูหน้าร้าน เธอมีเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงยาวถึงสะโพก ปอยผมตรงหน้าผากตัดเรียบเสมอเท่ากัน สวมกางเกงยีนส์กับเสื้อแจ็คเก๊ตหนังสุดทะมัดทะแมง และในระหว่างที่กำลังประมวลผลกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม่สาวผมหน้าม้าก็วิ่งตรงรี่มายังหนุ่มมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งสตาร์ทเครื่องค้างไว้พร้อมกับใช้ของที่ถืออยู่ในมือจ่อไปที่หน้าผากของเขา

“ลงมา!!!”  

น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความดุดันและเย็นยะเยียบถูกส่งออกมาจากริมฝีปากที่เรียวได้รูปสีชมพูระเรื่อขณะที่มือขวาก็ได้เล็งปืนไปยังเจ้าของรถมอเตอร์ไซด์ดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องมองมาเปี่ยมไปด้วยรังสีคุกคามแต่โซลาสกับไม่มีกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังพุ่งเป้ามาทางเขาแม้แต่นิดเดียว

“ขอปฏิเสธครับคุณผู้หญิง” เขาตอบอย่างไม่ลังเลฝ่ายหญิงสาวจึงเพิ่มท่าทีคุกความมากขึ้นเธอปลดเซฟตี้ของตัวปืนออกพร้อมกำชับปืนในมือให้แน่นขึ้น

“ฉันยิงจริง ๆ นะ ลงมา”

“มันคือคู่หูคนสำคัญของผม..ถ้าคุณผู้หญิงจะเอาไปก็ต้องยิงผมให้ตายเท่านั้น”  

เมื่ออีกฝ่ายยืนกรานที่จะไม่ถอยไปจากรถหญิงสาวก็ได้แต่กระเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ประจวบเหมาะกับมีเหล่าชายสูทดำอีกหลายคนกำลังตรงมาที่ทางออก เธอจึงวิ่งตรงมาที่โซลาสพลางกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซคพร้อมกับเอาปืนจี้ไปที่ศีรษะของเขา

“ไป!!!”  

หญิงสาวออกคำสั่งพลางส่งสายตาเป็นสัญญาณว่าถ้าไม่ไปหัวแกเป็นรูแน่ โซลาสที่พอจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมานิดหน่อยแล้วก็รีบจับคันเร่งอย่างฉับไว

“งั้นเกาะแน่น ๆ เลยครับ!!!”

สิ้นคำพูดนั้นพ่อนักส่งของก็สวมวิญญาณนักบิดในทันใน คันเร่งและถูกบิดไปจนสุดพร้อมกับการกลับรถแบบเทคนิคชั้นเซียนทำเอาหญิงสาวแทบจะหล่นลงมาจากรถเลยทีเดียว เคราะห์ดีที่เธอคว้าช่วงเอวของโซลาสเอาไว้ได้ทัน มอเตอร์ไซด์คู่ใจของพ่อหนุ่มผมเทาก็พุ่งทะยานเป็นจรวดพร้อมกับยกล้อหน้าวิ่งผ่านกลุ่มชายสูทดำไปอย่างง่ายดาย เขามุ่งหน้าไปยังถนนสายหลักด้วยความเร็วสุดกำลังเครื่อง

“นี่คุณผู้หญิง มาจากสกายเครย์ดอลสินะ ตะกี้ผมสังเกตที่หูคุณน่ะ แล้วนี่ไปทำอะไรมาล่ะถึงได้โดนพวกนี้ไล่ล่าเอา อ๊ะ!! อย่าบอกนะว่าคุณเป็นสายลับ”

“หุบปากแล้วขับไป”

การชวนสนทนาเพื่อลดความตึงเครียดของพ่อหนุ่มมอเตอร์ไซด์ไร้ผลทันตาเมื่อสาวปริศนาไม่ยอมเปิดการเจรจาใด ๆ เธอยังคงเอาปืนจี้เขาเอาไว้พลางระแวดระวังด้านหลัง สิ่งที่โซลาสสังเกตเห็นนั้นคือ อุปกรณ์ที่คล้ายกับเฮดเซ็ตที่ติดอยู่เหนือใบหูของเธอชาวสกายเครย์ดอลมีลักษณะเฉพาะตรงที่สมองได้รับการดัดแปลงให้ติดตั้ง CPU เอาไว้กับสมองของตนเองดังนั้นที่เหนือใบหูทั้งสองข้างของชาวสกายเครย์ดอลจึงมีรูคล้ายกับที่เสียบแจ็คเล็ก ๆ อยู่เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์หรือพูดง่าย ๆ ว่าชาวสกายเครย์ดอลก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์มีชีวิตนั่นเอง ระหว่างที่มอเตอร์ไซด์แล่นไปตามทาง เสาเล็ก ๆ ที่อยู่บนเฮดเซ็ตของหญิงสาวก็ยืดออกเล็กน้อย เธอเริ่มทำการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์กและดาวน์โหลดแผนที่เข้ามาในสมองของเธอ

“เลี้ยวซ้าย!!”

เธออกคำสั่งสั้น ๆ เพื่อใหโซลาสเลี้ยวรถออกนอกถนนใหญ่ ขณะที่รถยนต์ของพวกชุดหลายคันกำลังไล่มา ทางแคบ ๆ ตรงทางเลี้ยวด้านหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ทว่าก็ยังไม่อาจสลัดการไลล่าของพวกนั้นไปได้

“นี่!! ขับให้มันเร็วกว่านี้หน่อยสิ!!”

“คุณผู้หญิงครับ จะมาเอาอะไรกับไอ้มอเตอร์ไซด์ฮ้างคันนี้กันล่ะครับ แค่ความเร็ว 120 km/h โดยที่มันไม่หลุดเป็นชิ้นระหว่างทางก็ดีเท่าไหร่แล้วครับ!!” โซลาสกล่าวพลางขับคับรถหลบสิ่งกีดขวาง

“ไร้ประโยชน์ซะจริง!” หญิงสาวเริ่มบ่นด้วยความไม่พอใจพลางเล็งปืนไปที่ด้านหลังหมายจะจัดการกับรถที่ไล่ตามมา

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

“อย่ามาดูถูกคู่หูคนสำคัญของผมนะครับคุณผู้หญิง!!! ถึงมันจะเก่าแต่ก็เป็นสมบัติที่เงินทั้งโลกเอามากองผมก็ไม่ยอมขายนะครับ!!”

ชายหนุ่มพยายามโต้แย้งแต่สาวปริศนากลับไม่สนใจที่จะฟังเพราะกำลังตั้งสมาธิกับการยิงปืน หญิงสาวยิงปืนแม่นเอาเรื่องไม่กี่นัดก็จัดการล้อรถของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก เมื่อจัดการกับรถที่ไล่ตามมาถึงสองคันได้แล้วพวกเขาก็ทะลุผ่านถนนแคบ ๆ มาถึงเขตก่อสร้างแห่งหนึ่งแต่ที่นั่นกลับมีรถของพวกนั้นไล่ตามมาอีก แล้วความยุ่งยากก็มาถึงจนได้เมื่อฝ่ายตรงข้ามเริ่มยิงตอบโต้ และไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญหรือความแม่นของฝั่งโน้นก็ไม่ทราบ ล้อรถมอเตอร์ไซด์ของโซลาสก็ระเบิดออกรถจึงเสียการควบคุม

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เมื่อมอเตอร์ไซด์เสียการควบคุมและสมดุลในการทรงตัวไปจึงล้มความไม่เป็นท่า ทั้งสองกระเด็นออกมาขณะที่คู่หูสุดรักของโซลาส ลื่นไถลเข้าไปชนกองทราย ชายหนุ่มกับหญิงสาวก็หล่นปุลงไปที่กองขยะที่ตรงนั้นมีฝูกเก่า ๆ หลายผืนถูกกองทับถมกันเอาไว้มันจึงทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับร่างของพวกเขาทั้งสองเอาไว้ ส่วนมอเตอร์ไซด์แทบไม่ต้องนึกสภาพ พวกชายสูทดำที่ไล่ตามมาลงรีบจอดรถและวิ่งแจ้นลงมาทันที

“ไอ้บ้าเอ๊ย!! บอกแล้วไงว่าอย่าใช้ปืน!! นี่ถ้าคุณหนูเป็นอะไรขึ้นมาแค่หัวแกคนเดียวไม่พอชดใช้หรอกนะโว้ย ไอ้สมองกลวง!!!!!”

ชายร่างใหญ่คนหนึ่งตะคอกใส่ชายผู้ถือปืนยาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะตบกระบาลเขาอย่างแรงหนึ่งครั้งก่อนจะวิ่งนำหน้าไปดูสภาพของทั้งสองที่อยู่บนฝูก
“ตะ..แต่เมื่อกี้ผมยังไม่ได้เหนียวไกเลยนะครับลูกพี่!!!!!”  

ผู้โดนตบเสียจนสมองแทบลั่นเปรี๊ยะรีบโต้แย้งพลางโยนปืนทิ้งและวิ่งไล่หลังชายร่างใหญ่ไปพร้อม ๆ กับพรรคพวกรวมร่วมสิบคน แต่ทันในนั้นร่างอันใหญ่โตของลูกพี่ก็โดนซัดปลิวกลับมานอนแผ่หราสิ้นสติน้ำลายฟูมฟาก

“ละ..ลูกพี่!!!!!!”

เหล่าคนชุดดำทั้งหลายต่างพากันแตกตื่นเมื่อเห็นผู้นำทีมที่ตัวใหญ่โตถูกอัดปลิวอย่างกับเป็นปุยนุ่นด้วยกำปั้นของผู้ชายที่ลูกขึ้นมาจากฝูกและกำลังเดินโซเซพร้อมบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง

“...พวกแก.....บังอาจ..ทำร้ายคู่หูของฉัน......ทำตัวไม่ว่า.แต่ทำรถมอเตอร์ไซด์ข้า....พวกแกอย่าอยู่เลย!!!!!!!!!”

สิ้นเสียงคำรามด้วยความพิโรธของโซลาสไม่กี่นาทีทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบงัน ยี่สิบนาทีหลังจากนั้นเสียงไซเรนจากรถตำรวจและรถพยาบาลก็ดังกระหึ่มขึ้นแทน

“.....กล้ากันซะจริง...”

หญิงสาวผมแดงในชุดกระโปรงสั้นกับเสื้อเอวลอยผู้หนึ่งกล่าวขึ้นขณะมองดูเหล่าหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินเร่งทยอยนำคนเจ็บขึ้นเปลและนำส่งโรงพยาบาลแต่ละคนมาสภาพเยินยับราวกับโดนกอลิล่าหรือไม่ก็หมีกริซลีย์ขี้โมโหทำร้ายเอา ตำรวจท้องที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังมีการแจ้งไปได้ไม่นาน

“มีเบาะแสอะไรไหม?”

สาวผมแดงที่แต่งตัวราวกับนางแบบหนังสือแฟชั่นกล่าวถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจหาหลักฐานที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

“ผู้กองฟอลคอล...เอ่อนอกจากร่องรอยการต่อสู้แล้วก็ไม่มีอย่างอื่นเลยครับ อาจจะเป็นแค่การทะเลาะวิวาทกันก็ได้นะครับ”
เจ้าหน้าที่จากหน่วยพิสูจน์หลักฐานหันกลับมารายงานและในระหว่างนั้นเองนายตำรวจคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามา

“ผู้กองครับมีพนักงานก่อสร้างจำนวนนึงเห็นเหตุการณ์ครับ”

“พวกนั้นอยู่ที่ไหน?”

“ทางนั้นครับผู้กอง”

ผู้กองไชน์นิ่ง ฟอลคอล มองตามทิศที่มือของนายตำรวจผู้นั้นชี้ไปใกล้ ๆ กับกองขยะที่เต็มไปด้วยฟูกที่กระจัดกระจายพนักงานก่อสร้างจำนวนหนึ่งกำลังยืนให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ แต่ดูเหมือนจะยกเว้นอยู่คนหนึ่ง

“นี่พ่อหนุ่มออกเวรแล้วไปเดทกับเจ๊ไหม? เจ๊รู้จักร้านดี ๆ เยอะนะ ว่าไงจ๊ะพ่อรูปหล่อสนใจไหมหือ?”

 หนึ่งในจำนวนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนัวเนียกับนายตำรวจหน้าละอ่อนอยู่ชนิดไม่อายฟ้าดินหรือสายตาคนรอบข้าง เมื่อได้เห็นภาพนั้นไชน์นิ่งก็ได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียเรียบ

“เชิญตัวพวกเขาไปให้ปากคำที่สถานี”

พูดจบเธอก็เดินตรงไปที่กองทรายที่อยู่แถวนั้นแต่ก็ไม่มีวี่แววของสิ่งใดที่น่าจะเกี่ยวข้องอยู่เลย นอกจากรอยเท้าจำนวนมากที่ประทับบนกองทรายที่กระจุยกระจาย ไม่มีวี่แววของหนุ่มมอเตอร์ไซด์กับสาวปริศนาจากสกายเครย์ดอล หรืแม้แต่รถมอเตอร์ไซด์เก่า ๆ คันนั้นเลยซักนิดเดียว ในระหว่างที่ตำรวจพยายามหาหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างเอาเป็นเอาตาย หนึ่งในสองผู้ก่อเหตุก็มานั่งให้หมอสาวรักษาบาดถลอกและฟกช้ำตามร่างกาย

“คราวนี้แม่เสือสาวเอมิเรียไปทำอะไรมาอีกล่ะถึงได้แผลมาแบบนี้ หือ? ยังดีนะเนี้ยที่ชุดปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมพิเศษ(ดัดแปลงโดยฉันเอง) ที่เธอใส่อยู่มันช่วยลดแรงกระแทกไปได้ส่วนหนึ่งไม่งั้นคงไม่จบแค่รอยแผลฟกช้ำหรอกนะ”  

หญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์สีขาวเอ่ยถามขณะพ่นยารักษาแบบสเปรย์ให้กับบาดแผลเล็ก ๆ ที่อยู่บนหลังมือของคนไข้ขาประจำที่มักจะแวะเวียนมายังคลินิคเถื่อนที่เปิดเป็นอู่รับซ่อมเครื่องจักรทุกอย่างบังหน้าแห่งนี้ แต่ว่าคนไข้ของเธอกลับไม่ยอมตอบอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
 
“....เอาเถอะ..ยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่นะแต่ก็พอจะเดาได้อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอน่ะ..คิดว่าจะหลบหนีจากทางบ้านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ได้งั้นหรือ?”  

เมื่อได้ยินคำถามนั้นเอมิเรียก็แสดงความไม่พอใจออกมาทางแววตาพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ในทันที

“นั่นมันเรื่องของฉัน..”  

พูดจบเธอก็คว้าเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกที่วางอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาและรีบเดินออกจากห้องไปในทันทีในแต่ทว่าหมอสาวกลับไม่ได้ใส่ใจท่าทีของเธอมากนัก

“ค่ารักษาเหมือนเดิม อย่าลืมจ่ายด้วยล่ะ”

หมอสาวบ่นกับตัวเองโดยที่ไม่ใส่ใจว่าคนที่เดินออกไปเมื่อกี้จะได้ยินหรือไม่ ถัดจากห้องรักษาพยาบาลที่แสนจะซ่อนเร้นและมิดชิดเป็นอู่ซ่อมขนาดใหญ่ที่สูงพอจะนำเอาเครื่องจักรสูงกว่า 20 เมตรเข้ามาจอดได้สบาย ๆ ถึงสามเครื่องแบบไม่แออัด ที่นั่นมอเตอร์ไซด์สุดรักของโซลาสกำลังถูกแยกชิ้นส่วนเพื่อทำการซ่อมบำรุงอยู่โดยมีโซลาสคอยนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ ไม่ยอมห่าง

“หน้ากากที่ กับไซด์การ์ดที่แตกไปเราเปลี่ยนให้แล้ว ส่วนเครื่องยนต์ไม่มีอะไรผิดปกติยางที่โดนตะปูทิ่มเราก็เปลี่ยนเส้นใหม่ให้แล้วนะ”

เด็กหนุ่มที่ดูเค้าหน้าอายุประมาณสิบเจ็ดปีกล่าวพลางตรวจเช็คสภาพมอเตอร์ไซด์ที่บัดนี้ดูใหม่เอี่ยมอ่องราวกับเพิ่งถอยจากโชว์รูมก็ไม่ปาน

“โอ้!!! คู่หูฉันกลับมาปิ้งอย่างเดิมแล้ว ขอบใจมากอเลน ถ้าไม่ได้นายช่วยนี่สงสัยคงแย่แน่เลย”
โซลาสกล่าวพลางเดินไปตรวจดูสภาพรถมอเตอร์ไซด์ของตัวเองอย่างละเอียดยิบ ขณะนั้นเองก็มีสาวน้อยเดินเข้ามาหาพลางยื่นหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบพกพาของเธอให้เขาดูราคาค่าบริการในคราวนี้

“ขอบคุณที่มาใช้บริการค่ะ ว่าแต่คุณจะไม่ให้คุณเซเลนทำแผลให้หน่อยหรือคะ?”

เด็กสาวผู้มีเรือนผมสีทองหยักโศกเล็กน้อยยาวถึงกลางหลังเอ่ยถามพลางสังเกตรอยแผลฟกช้ำที่อยู่บนร่างกายของโซลาส

“แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกน่า แค่ฟกช้ำแค่นี้พรุ่งนี้ชาวก็หายแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวพลางก้มมองตัวเลขที่อยู่บนหน้าจอ และทันทีที่ได้เห็นตัวเลขเรียงกันยาวพรืดกว่าหกหลักหนุ่มมอเตอร์ไซด์ถึงกับหน้าถอดสีทันที

“เอ่อ.....อเลน...ราคานี้มันไม่แพงไปหน่อยหรือ?....เราเป็นเพื่อนร่วมรุ่นจบโรงเรียนเดียวกันมาไม่ใช่เหรอ? ลดหน่อยไม่ได้เหรอ!!? ”

โซลาสหันไปถามเด็กหนุ่มผมดำผู้เป็นช่างซ่อมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้า

“ก็อยากลดให้หรอกนะ แต่ที่เห็นเนี้ยมันแค่ราคาอะไหล่เท่านั้นเองนา โซลาสนายรู้ใช่ไหมว่ามอเตอร์ไซด์ของนายมันเป็นโมเดลเมื่อ 20 ปีที่แล้ว Jenova Hydro 0030 เนี้ย อะไหล่ส่วนใหญ่เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี 35 ไฮโดรเอนจิ้นก็ไม่นิยมใช้แล้วหลังจากเริ่มมีการใช้อานุภาคโคจิม่ามาเป็นพลังงานขับเคลื่อน ถึงจะมีชิ้นส่วนของพวก Jenova Kojima บางรุ่นจะใช้ด้วยกันได้ก็ต้องมาดัดแปลงอยู่ดี ไหนจะค่ากัดสนิม ทำสีใหม่ แล้วก็ขัดเงา .......”

“อ่า!! เข้าใจแล้วพวก!! สรุปคือลดไม่ได้สินะ เฮ้อ.....ถังแตกอีกแล้วสินะเดือนนี้.......”

“น่า...เราก็ไม่ได้บอกให้จ่ายเดี๋ยวนี้ซะหน่อยนี่ คราวหน้าก็ขับระวังหน่อยก็แล้วกันนะเพื่อน ว่าแต่นายไปรู้จักกับเอมิเรียตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ?”

อเลนกล่าวถามพลางชำเลืองสายตาไปยังห้องพยาบาล แต่โซลาสกลับส่ายหัวพลางขึ้นคร่อมบนรถของตน
“ไม่ได้รู้จักอะไรเลย ชื่อหล่อนก็เพิ่งได้ยินจากนายนี่แหละ แต่ไม่คิดเลยนะว่ายัยนั่นจะเป็นขาประจำร้านนี้กับเขาด้วย เอาล่ะฉันขอตัวกลับก่อนล่ะขืนกลับช้าลุงเจ้าของร้านโวยฉันจนหูชาแน่”

พูดจบโซลาสก็สวมหมวกกันน็อคพลางสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายอเลนก็หันหลังเดินกลับเข้าอู่ซ่อมไปเมื่อมองส่งสหายจนลับตาไปและในขณะที่เขากำลังจะเช็คตารางงานของเขาอยู่นั้นเอง

“หัวหน้า!!! มาทางนี้หน่อย”

เด็กสาวผู้มีเรือนผมสีดำยาวเลยบ่าสวมชุดช่างเครื่องแบบเดียวกับเขาได้เดินมาโบกมือเรียก ทำให้อเลนต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และเดินไปหาเธอคนนั้น เวลาค่อย ๆ เดินไปตามรอบของมันจนกระทั่งตกเย็น หญิงสาวผู้มีเรือนผมสีทองหยักโศกซึ่งคอยทำหน้าที่เป็นเหมือนพนักงานต้อนรับและพนักงานบัญชีของ ‘อเลนแฟกทอรี่’ อู่รับซ่อมเครื่องจักรกลทุกชนิดเริ่มทำการคำนวณรายรับรายจ่ายของร้าน เสาอากาศบนหัวเธอเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กเพื่อหาข้อมูลต่าง ๆ ในขณะที่เจ้าของร้าน และลูกจ้างอีกสองคน รวมถึงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อายุราว 12-13 ขวบกำลังยืนดู MT สำหรับ
การเกษตรเครื่องหนึ่งที่ถูกส่งมาซ่อม และในระหว่างนั้นเอง...

“อเลน!!”

สาวน้อยผู้กำลังคิดคำนวณตัวเลขอยู่ส่งเสียงเรียกชื่อเจ้าของอู่พลางถือคอมพิวเตอร์พกพาเดินตรงเข้ามาหาเขา

“มีอะไรหรือ? เรียล่า..”
บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 204



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 05:53:24 PM »

สาวน้อยไม่ตอบพลางยื่นสิ่งที่อยู่ในมือมาให้เขาดูด้วยตนเอง และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอภาพในมือของเธอนั้นก็คือข้อความที่ถูกส่งมาถึงพนักงานในอเลนแฟกเทอรี่และยังรวมไปยังผู้คนกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มมอเตอร์ไซด์ เสือสาวจอมโหด สารวัตรหนุ่มผู้กำลังคร่ำเคร่งกับงาน ตำรวจสาวที่กำลังสอบปากคำพยาน คุณครูจอมเฮี้ยบที่กำลังลงโทษนักเรียนจอมอู้ คุณผู้หญิงที่กำลังมีความสุขกับการหยอกเย้าตำรวจหนุ่ม ๆ ในสถานีตำรวจ หรือแม้แต่เด็กหนุ่มผู้สีน้ำตาลอมแดงที่กำลังจดสูตรอาหารที่เพิ่งจะทดลองทำได้สำเร็จอยู่ภายในครัวของร้าน Far Away ก็ได้รับข้อความเดียวกันนี้ข้อความนั้นเป็นก็คือ

You have New Mail Form Raven Nest

และเมื่อข้อความนี้ถูกส่งมาถึงก็หมายถึงเวลาที่เหล่าอีกาทั้งหลายจะสยายปีกโบยบินไปสู่สนามรบ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Mission: ยึดสนามบินคืนจากผู้ก่อการร้าย
Mission Type: ปฏิบัติการช่วยเหลือ
Mission Area: สนามบินไอโอเนีย
Client: CTC
Reward: 500000 C.
Raven requirement: ครบจำนวนแล้ว Mission Ready
Detail: เรเวนพวกเรากำลังเผชิญปัญหาใหญ่ กลุ่มอิคดราซิลได้เข้ายึดสนานบินและจับผู้โดยสารทั้งหมดเป็นตัวประกัน พวกมันเรียกร้องให้ CTC มอบอำนาจการปกครองให้กับพวกมันใน 24 ชั่วโมงมิฉะนั้นจะทำการระเบิดสนามบินไปพร้อม ๆ กับตัวประกัน ฝ่ายศัตรูมี MT ประมาณ 15 เครื่องล้อมรอบสนามบินทำให้เราไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ของพวกเราเข้าไปได้ เราต้องการให้พวกคุณกำจัด MT เพื่อเปิดทางให้กับหน่วยปฏิบัติการของพวกเรา ภาระกิจนี้มีความสำคัญและเสี่ยงต่อเวลา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของผู้บริสุทธิ์หวังว่าคงจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกคุณ

Mission: ทำลายโรงงานผลิต MT
Mission Type: ทำลายล้าง
Mission Area: นิคมอุตสหกรรมโดมิเนี่ยม
Client: Igdrasil
Reward: 700000 C.
Raven requirement: ครบจำนวนแล้ว Mission Ready
Detail: เรเวนพวกเราต้องการกำลังจากท่าน พวกเราได้รับข่าวมาว่ารัฐบาลกลางมีแผนการผลิตอาวุธรูปแบบใหม่เพื่อนำมาใช้ในการกวาดล้างพวกเรา เราต้องการให้ท่านไปทำลายเจ้าอาวุธที่ว่านั่นเสีย แต่น่าเสียดายที่เรามีข้อมูลเกี่ยวกับมันน้อยมากจึงไม่อาจระบุได้ว่าอาวุธใหม่นั้นคืออะไร เรารู้เพียงว่ามันอยู่ที่นิคมอุตสหกรรมโดมิเนี่ยม ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นฐานการผลิต MT ให้กับกองกำลังป้องกันตัวเองของเอิร์ทเครย์ดอล จากการแสกนพื้นที่ของพวกเราพบว่า ที่นั่นมีการปลูกสร้างแบบเป็นชั้น ๆ ลึกลงไปจากผิวดินทั้งหมด 4 ชั้น พวกคุณต้องลงไปตามชั้นต่าง ๆ แล้วทำการติดตั้งระเบิดเวลาเข้าที่เตาไปจากผิวดินทั้งหมด 4 ชั้น พวกคุณต้องลงไปตามชั้นต่าง ๆ แล้วทำการติดตั้งระเบิดเวลาเข้าที่เตาพลังงานของที่นั่นจำนวน 3 เตาที่อยู่ชั้นที่ 4 หลังติดตั้งระเบิดคุณมีเวลา 5 นาทีที่จะหนีออกมาจากที่นั่น ขอให้คุณโชคดี

Mission: สำรวจจุดตก
Mission Type: สำรวจ สืบค้น เก็บกู้
Mission Area: ทะเลทรายมิดเดิ้ลเวย์
Client: Nebula organization
Reward: AC Part
Raven requirement: ครบจำนวนแล้ว Mission Ready
Detail: เรเวนพวกเรามีเรื่องด่วนที่ต้องการความช่วยเหลือเดี๋ยวนี้ เครื่องบินสำรวจพื้นที่รุ่นใหม่ของเราหายไประหว่ทดสอบการบินเหนือทะเลทรายมิดเดิ้ลเวย์ พวกเราส่งหน่วยกู้ภัยออกไปค้นหาแต่หน่วยกู้ภัยก็ขาดการติดต่อไปเมื่อราว ๆ สองชั่วโมงที่ผ่านมา จากการคาดการของพวกเรานี่คงไม่ใช่สถานการณ์ปกติเป็นแน่ ภาระกิจของคุณคือเข้าไปที่จุดตก ทำการค้นหาซากเครื่องบินเพื่อเก็บกู้กล่องดำและทำลายชิ้นส่วนของมันเสียเพื่อป้องกันคนที่จะนำเทคโนโลยีนั้นไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดแม้มีโอกาสน้อยนิดแต่เราก็อยากให้ท่านค้นหาผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทำความเข้าใจเล็กน้อยนะครับ ท่านผู้สมัครเป็น เรเวนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เลือกภาระกิจได้โดยขอให้ไปโพสตอบที่หน้าพูดคุย ส่วนนี้ขออธิบายไว้เผื่อไม่เข้าใจนะครับ

Client ก็คือผู้ว่าจ้าง ซึ่งการรับงานฝ่ายไหนก็จะมีผลตามเนื้อหาภายหลังนะครับ

Reward ค่าจ้างโดยรับเป็นแต้มเอาไว้ใช้หลังจบแต่ละ Chapter หรือไม่ก็เป็น พาร์ทพิเศษที่จะได้รับโดยถ้าใครเลือกเล่นในมิชชั่นที่ได้พาร์ท ท่านก็จะมีโอกาสได้รับการติดตั้งพาร์ทนั้นในบทต่อไปได้โดยไม่ต้องใช้แต้มซื้อครับ

Raven requirement คือจำนวนที่อนุญาตให้ผู้สมัครลงไปเลือกเล่น โดยเลขจำนวนนี้จะไม่นับเรเวนที่เป็น NPC กับ ตัวเอกของเรื่องนะครับ

ปล.หากท่านใดไม่ตอบรับมิชชั่นก็ให้ตอบว่าไม่รับงานหรือไม่โพสตอบก็ได้นะครับจะถือว่าไม่รับงานและไม่มีบทที่จะลงในฉากนั้นไปโดยอัตโนมัติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 17, 2011, 08:04:39 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 204



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 08:16:02 PM »

Armored Core Over Frontier Line
Chapter 01 mission 1 Savior In The Dark

เวลาบ่ายเศษ ๆ ในวันที่ปกติสุขเช่นนี้ สนามบินไอโอเนียยามนี้เป็นเวลาที่ผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกต่างเดินทางมาใช้บริการสนามบินกันตามปกติ แต่แล้วจู่ ๆ เหตุไม่คาดฝันครั้งนี้เปิดฉากขึ้นเมื่อเครื่องบินพานิชย์ลำหนึ่งได้ลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินแห่งนี้

ปัง!!!! ปัง!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!!

เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดพร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังติดอาวุธ ที่สวมใส่ชุดเกราะเบาคล้ายกับชุดปฏิบัติการของทหารหน่วยนาวิกโยธินจำนวนมาก ที่คอย ๆ ทยอยกันออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้า พวกเขายิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเป็นการข่มขู่

“ข้อให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ขณะนี้พวกเราอิกดราซิลได้เข้าควบคุมสนามบินแห่งนี้เอาไว้หมดแล้ว อย่าคิดหนีหรือขัดขืนโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะไม่มีใครรับประกันชีวิตของทุกคน”

สิ้นเสียงประกาศของชายผู้ซ่อนใบหน้าเอาไว้ภายใต้หน้ากากกันแก๊สพิษ เขาก็รัวปืนขึ้นไปบนเพดานอีกครั้งจนหลอดนีออนแตกกระจายลงมาเกลื่อนพื้นพร้อมกับเสียงฝีเท้ามากมาย ที่ต่างพากันวิ่งแตกกระเจิง เสียงกรีดร้องของผู้คนต่างพากันโหวกเหวกฟังไม่ได้ศัพท์ ขณะที่ภายในอาคารพักผู้โดยสารกำลังโกลาหลรอบนอกสนามบิน MT จำนวนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากภายในโกดังเก็บสินค้า และภายในโรงเก็บเครื่องบินราวกับว่าซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว และไม่นานนักการประกาศการเข้ายึดสนามบินนี้ก็ถูกแพร่ภาพไปทั่วโลก

หลังจากรับแจ้งเหตุร้ายในครั้งนี้เมื่อเวลาราว ๆ สิบสี่นาฬิกากองกำลังทหาร ตำรวจ หน่วยปราบปรามการก่อการร้าย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่างพยายามที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ แต่ความพยายามนั้นสูญเปล่าเนื่องจากฝ่ายผู้ก่อการร้ายได้นำ MT เข้ามายึดพื้นที่รอบสนามบินเอาไว้ ทำให้การส่งกำลังเข้าภายในเขตสนามบินทำได้ยากยิ่งนักและที่สำคัญกลุ่มคนร้ายได้ประกาศกร้าวเอาไว้ว่าได้ทำการติดตั้งระเบิดที่มีพลังทำลายล้างสูงเอาไว้ภายในสนามบินเป็นที่เรียบร้อบแล้ว แม้ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าอีกฝ่ายพูดจริงหรือไม่แต่ก็ไม่ควรกระทำการใด ๆ ที่เป็นการเสี่ยงหากกระทำการโดยพลการแล้วชีวิตตัวประกันเกือบหมื่นคนที่อยู่ที่นั่นต้องได้รับอันตรายอย่างแน่นอน และตามคำประกาศของผู้ก่อการร้ายห้ามมิให้มีใครเข้าใกล้เขตสนามบินในรัศมี 500 เมตรมิฉะนั้นพวกเขาจะเริ่มทำการสังหาร
ตัวประกันไปเรื่อย ๆ จึงทำให้กองกำลังของรัฐบาลต้องอยู่ห่างจากเขตพื้นที่เป้าหมายอย่างจำใจ ขณะเดียวกันก็ได้มีการกันกองทัพสื่อมวลชนที่มาทำข่าวให้อยู่ห่างจากเขตที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตหวงห้ามชั่วคราวไปมากว่านั้นอีกเกือบเป็นกิโลเมตร ทำให้พวกเขาต้องพากันกระจุกอยู่รอบนอกสนามบินห่างไปเป็นกิโล

หลังทราบเรื่องกันทาง CTC เองกำลังต้องรีบเปิดการประชุมออนไลน์สายด่วนกันทันที ซึ่งการประชุมวาระเร่งด่วนครั้งนี้ประกอบด้วย ประธานธิบดีทั้งสามจาก สกายเครย์ดอล เอิร์ทเครย์ดอล และ เซอร์เฟส และรัฐมนตรีจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างประชุมเครียดเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่กำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้

“ข้อเสนอแบบนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว รัฐบาลเราไม่มีนโยบายต่อรองกับผู้ก่อการร้าย!! พวกท่านทุกคนในที่นี้ก็ทราบกันดีอยู่แล้วมิใช่หรือ!!!?”  

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งประกาศกร้าวในต่อหน้าประธานาธิบดีของเซอร์เฟสที่กำลังทำสีหน้าแสดงความลำบากใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ในระหว่างนั้นก็มีเสียงพูดแทรกขึ้น

“ท่านรัฐมนตรีกลาโหมจะบอกว่าเพื่อเสถียรภาพของ CTC ชีวิตคนเกือบหมื่นนั่นไม่ได้สำคัญอย่างนั้นเหรอครับ?”

ชายหนุ่มผู้มีเค้าหน้าดูอายุราว ๆ สามสิบต้น ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันพร้อมกับแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

“หามิได้ครับ พณฯท่าน แต่หากเราปล่อยให้อำนาจบริหารเซอร์เฟสตกไปอยู่ในมือของพวกกลุ่มหัวรุนแรงแล้วล่ะก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะครับ”  

“เขาพูดมีเหตุผลอยู่นะ พณฯท่านดาวิด แต่การทำอะไรผลีผลามก็ไม่เกิดผลดีนักเราไม่รู้ว่าพวกอิกดราซิลจะมีน้ำอดน้ำทนกับสัจจะมากซักแค่ไหน? ผมไม่อยากให้วันนี้ในอีก 1 ปีข้างหน้าเป็นวันที่เราต้องยืนไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงผู้ล่วงลับหรอกนะ”    

สิ้นคำพูดของชายชราผู้ครองตำแหน่งประธานธิบดีแห่งเอิร์ทเครดอล ทุกคนในที่ประชุมก็เงียบกันไปหมดเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ แต่แล้วเสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดนี้

“ในเวลาแบบนี้...อาจต้องพึ่งคนกลุ่มนั้นแล้วจริง ๆ ก็เป็นไปได้นะครับพณฯท่านทั้งหลาย”

ชายวัยกลางคนผู้มีศีรษะโล้นเป็นประกายมันวาวกล่าวขึ้นพลางจ้องมองไปยังประธานาธิบดีแห่งเซอร์เฟส ทุกคนในที่นี้รู้ถึงความหมายที่รัฐมนตรีความมั่นคงได้เอ่ยขึ้น แม้นความรู้สึกเบื้องลึกจะไม่อยากทำแต่ก็จำใจเพราะนี่อาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่จริง ๆ แล้วก็เป็นได้ และเสี้ยววินาทีนั้น ประธานาธิบดีแห่งเซอร์เฟสก็เอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอมที่วางอยู่ตรงหน้า

“....ต่อสายให้ที......ไปที่ Raven Nest.....”

และเมื่อไม่มีผู้ใดกล้าที่จะลุกขึ้นคัดค้านคำร้องขอนั้นก็ได้ถูกส่งไปยังเรเวนเนสก่อนจะกระจายมันไปยังกลุ่มเรเวนที่อยู่ทั่วโลกอีกทีทอดหนึ่งและเมื่อข้อความนั้นถึงจุดหมายปลายทาง

ปึ้ง!!!!!

เสียงทุบโต๊ะเพื่อระบายความโกรธแค้นอย่างสุดจะหาถ้อยคำใดมาบรรยายดังขึ้นกลางห้องทำงานของ CTU (Counter Terrorisms Unit) ทันทีที่ได้รับข่าวร้ายนี้

“ไอ้พวกนี้มันเอาอีกแล้วสินะ.... จะถล่มให้เละเลย..... ไอ้พวกไม่เลือกวิธีการ”  

คุโจกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพลางจ้องมองตัวอักษรและภาพรายงานสถานการณ์สด ๆ ที่ถูกส่งเข้ามาจากเครือข่ายความเร็วสูง ชายหนุ่มรับรู้เรื่องราวทั้งหมดก่อนที่สาสน์จากเรเวนจะส่งมาถึงเสียอีก และเมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมดจากเมลล์แล้ว เขาก็ไม่ลังเลใจที่จะเลือกภาระกิจช่วยเหลือนี้อย่างไม่ต้องคิดทบทวนให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วพลางกวาดสายตาไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ภายในห้องทำงาน

“ทุกคนออกปฏิบัติการได้!!!”

“Sir!!! Yes Sir!!!”

สิ้นเสียงคำสั่งนั้น เจ้าหน้าทุกคนในห้องก็พากันยืนตัวตรงอย่างฉับไวพลางส่งเสียงตอบรับดังลั่นอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องทำงานนี้อย่างเร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ และเมื่อเสียงฝีเท้าของพวกเขาค่อย ๆ ดังห่างออกไป ภายในห้องทำงานนี้ก็เหลือบุคคลากรประจำหน่วยนี้เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คนหนึ่งก็คือคุโจที่ยังไม่ได้เคลื่อนตัวออกจากโต๊ะทำงาน ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นก็คือสาวแว่นสุดป่วนอเมเรียทว่าในยามนี้เธอกลับแสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเอาจริงเอาจังมากกว่าปกติ ดวงตาสีเขียวเข้มที่อยู่เบื้องหลังเลนส์แว่นตาจับจ้องไปยังหัวหน้าหน่วยของเธอ

“ ....เตรียมบริแกนดีนไว้ให้พร้อม....คืนนี้เราจะเริ่มงานกัน”

ไม่มีคำตอบใด ๆ กลับมา อเมเรียพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้องนี้แล้วคุโจก็เปิดลิ้นชักโต๊ะของตัวเองเพื่อหยิบเอาเฮดเซ็ตสำหรับปฏิบัติงานภาคสนามขึ้นมาสวมพร้อมทำการเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์กไปยังเรเวนเนสเพื่อยืนยันการเข้าร่วมภาระกิจก่อนจะออกจากห้องไป

ขณะเดียวกันนั้นภายในห้องพักครูของมหาวิทยาลัยเนบิวล่า ณ ที่แห่งนี้ก็กำลังมีบางอย่างเกิดขึ้น

“..อะ...อาจารย์ครับ...ผะ..ผมไม่ไหวแล้วนะครับ....ขืนให้ทำมากกว่านี้ล่ะก็....ผมคง.....”

เด็กหนุ่มกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง สีหน้าของเขาดูอิดโรยสุดขีดราวกับเพิ่งผ่านอะไรบางอย่างที่แสนสาหัสมาหมาด ๆ แต่ท่าทีเหล่านั้นกลับไม่สามารถขอความเมตตาจากอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย

“อะไรกัน...ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆ แค่นี้ก็จอดแล้วเหรอ?...ไม่ไหวเลย นี่มันแค่วอร์มอัพเท่านั้นเองนะ ของจริงน่ะมันหลังจากนี้ตะหาก”

อาจารย์สาวไรกะผู้ที่กำลังมอบบทลงโทษอันแสนสาหัสแก่หนุ่มน้อยโยชัวร์เผยรอยยิ้มอันแสนหวานที่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว ระหว่างนั้นเธอเอนกายลงบนพำนีกพิงของเก้าอี้ในท่านั่งไขว่ห้าง ยิ่งทำให้รัศมีของราชินีผู้ยิ่งใหญ่แผดพุ่งออกมามากขึ้นซึ่งมันก็ยิ่งทำให้โยชัวร์รู้สึกเย็นวาบไปถึงไขสันหลังในพริบตา

“หา!! อาจารย์ครับ!! แค่หนังสือสำนึกผิดร้อยหน้าผมก็มือหงิกแล้วนะครับ ยังจะมีอะไรอีกเหรอครับ!!?”

เด็กหนุ่มรีบประท้วงพลางยกมือขวาที่สั่นระริกจนจับปากกาไว้ไม่อยู่ขึ้นมาโชว์ แต่ไรกะก็ดูท่าจะไม่ได้ใส่ใจ เธอยังหลับตาพลางใช้นิ้วชี้ข้างขวาของเธอแตะไปที่ขมับของตัวเองอยู่ดูเหมือนว่าคงกำลังคิดบทลงโทษบทต่อไปอยู่เป็นแน่ แต่แล้วในตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือของเธอก็มีเสียงดนตรีดังขึ้นมาทำให้ไรกะต้องเลิกสนใจสิ่งที่กำลังทำอยู่ไปครู่หนึ่ง เพราะเธอรู้ดีว่าเสียงเพลงที่ดังขึ้นนี้หมายถึงสิ่งใด เธอหยิบโทรศัพท์ที่บางเฉียบราวกับนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับเปิดดูข้อความที่ถูกส่งมา

“..ชาวบ้านเขาเดือดร้อนนะ ยึดสนามบินเนี่ย...”

ครูสาวเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ หลังจากเธอได้อ่านข้อความทั้งหมดก่อนจะสอดมือถือกลับลงไปในกระเป๋าตามเดิมพร้อมกับรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางจ้องมองไปยังลูกศิษย์ที่กำลังแสดงท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ตรงหน้า

“รอดตัวไปนะเจ้าหนู พอดีฉันมีธุระด่วน”

เมื่อได้ฟังถ้อยคำนั้นสีหน้าที่ซีดเซียวของโยชัวร์ก็พลันกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาดีใจจนแทบจะลุกออกมากระโดดโลดเต้นเสียเดี๋ยวนี้แต่ ความดีใจเหล่านั้นก็พลันมลายหายสิ้นเมื่อไรกะที่กำลังจะก้าวออกไปพ้นประตูห้องได้หันกลับมา

“ไปทำรายงานวิชาฉันมาอย่างน้อย 300 หน้าส่งพรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรงห้ามช้าแม้แต่นาทีเดียว ถ้านายไม่ทำมาส่งหรือส่งช้าล่ะก็ คงรู้นะว่าผลจะเป็นยังไง”

พูดจบอาจารย์สาวสุดเซ็กซีก็เดินออกจากห้องไป ประตูห้องปิดลงอย่างรวดเร็วพอ ๆ กับร่างของโยชัวร์ที่กลายเป็นสีขาวซีดไปในทันทีเมื่อได้ฟังคำประกาศิตนั้นแว่บหนึ่งที่เราอาจจะได้เห็นบางสิ่งที่ดูหน้าตาคล้าย ๆ กับโยชัวร์ได้ลอยละล่องออกจากร่างของเขาไปไม่นานนักร่างนั้นก็ล้มฟุบไปกับโต๊ะ

“.........ตายแน่...ตรู......”

เสียงครวญครางเบา ๆ ถูกส่งออกมาจากร่างที่ยังคงฟุบอยู่ตรงนั้นชะตากรรมของโยชัวร์ช่างมืดมนเสียนี่กระไร ในขณะที่ไรกะตกลงเลือกภาระกิจอีกฝากหนึ่งของเมืองไอโอเนีย ที่นั่นมีท่าเรือเก่าที่ถูกปิดไปแล้วเนื่องจากเจ้าของกิจการล้มละลายไป ที่นี่มีโกดังสินค้าเก่า ๆ หลังหนึ่งที่ถูกดัดแปลงให้เป็นที่พักอาศัยแบบง่าย ๆ ภายในโกดังแห่งนี้มีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเอนกายพักผ่อนอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ที่ปรับเอนได้พลางดื่มด่ำกับเสียงเพลงอันแสนเพราะพริ๊งที่กำลังบรรเลงอยู่ในขณะนี้ สายตาของเธอจับจ้องไปบนสกรีนโฮโลแกรมที่กำลังรายล้อมตัวเธอบนสกรีนเหล่านั้นมีข้อมูลต่าง ๆ มากมายส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร และหนึ่งในนั้นก็คือเมลล์จากเรเวนเนส

“นานๆจะมีภารกิจแบบนี้ให้ทำก็น่าสนเหมือนกัน จะได้ไม่เบื่อ....”

เอมิเรียนั่งเอนหลังพลางฟังเพลงบรรเลงของบีโธเฟ่นพร้อมเปิดดูงานไปด้วย การพักผ่อนอริยาบทที่ทำอยู่ในตอนนี้ดูจะขัดกับนิสัยบู้ระห่ำของเธอเหลือเกิน หลังจากคัดเลือกอย่างใจเย็นแล้วว่าจะทำงานไหนดีเธอก็ตกลงใจที่จะรับงานที่แสนจะท้าท้ายอย่างมากในคราวนี้

“เอาล่ะ...ได้เวลาทำงานกันแล้วล่ะนะ...”

เอมิเรียกล่าวพลางจ้องมองไปยัง AC ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเธอดุจข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ก่อนจะเดินตรงไปที่มันอย่างช้า ๆ พร้อมกับถอดและโยนเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกที่สวมอยู่ลอยไปตกอยู่เก้าอี้ที่อยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับเริ่มสวมใส่ชุดนักบิน AC และเมื่อการเตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพภาระกิจช่วยเหลือตัวที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนานับประการในครั้งนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดนั้นผ่านมาได้เกือบเจ็ดชั่วโมง ขณะนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มตรงฝ่ายผู้ก่อการร้ายยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพิ่มเติมในขณะที่กำลังของเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถจะรุกคืบเข้าไปได้มากกว่าเดิมแม้จึงได้แต่ทำการตรึงกำลังอยู่ที่จุดเดิมเพื่อคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายทั้งยังได้มีการขอกำลัง AW จำนวน 20 เครื่องจากกองทัพเพื่อนำเข้ามาเพื่อปฏิบัติภาระกิจในครั้งนี้แต่ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายไหวตัวทัน พวกเขาได้ทำการติดต่อเข้ามาพร้อมกับยื่นคำขู่เอาไว้ว่าหากมีการใช้กำลัง AW เข้าโจมตีเขาจะกดระเบิดสังหารตัวประกันทั้งหมดในทันทีทำให้จนถึงเวลานี้ปฏิบัติการทางทหารจึงต้องถูกระงับไว้ชั่วคราว AW ทั้ง 20 เครื่องที่ถูกส่งมาต่างพากันจอดนิ่งอยู่ภายในรถเทลเลอร์ขนาดยักษ์จำนวน 4 คันที่จอดอยู่ที่ด้านหลังของกองบัญชาการชั่วคราวเพื่อรอคำสั่งต่อไป

ขณะเดียวกันนั้นหน่วยปฏิบัติการ CTU ซึ่งนำทีมโดย คุโจ โอกามิ ก็กำลังประชุมแผนปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเครียดอยู่ภายในรถคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่กว่าสี่สิบนายที่จะเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้นั่งฟังกันอย่างตั้งใจด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เอาล่ะทุกคนฟังให้ดี จากรายงานล่าสุดที่พวกเราได้รับมา ผู้ก่อการร้ายมีจำนวนเท่าไหร่เราไม่อาจจะระบุจำนวนแน่ชัดได้แต่ที่แน่ ๆ พวกมันเล่นใช้เครื่องบินโดยสารขนาด 350 ที่นั่งเข้ามาก่อเหตุขนาดนี้แล้วล่ะก็แสดงว่ามันต้องมืออาชีพที่วางแผนมาเป็นอย่างดีและจำนวนคงจะไม่น้อยแน่ ๆ แต่ที่แย่ที่สุดคือพวกมันได้ทำการติดตั้งระเบิดเอาไว้ที่ไหนซักแห่งภายในสนามบินแห่งนี้ ระเบิดที่ถูกนำมาก่อเหตุในคราวนี้มีรายงานจากทางกองทัพว่า เป็นระเบิดที่ถูกปล้นไปจากสถาบันวิจัยและพัฒนาของกองทัพเมื่อสองสัปดาห์ก่อน”

“มันเป็นระเบิดแบบไหนครับ”

“น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพราะทางกองทัพมันบอกว่าเป็นความลับสุดยอดทางการทหาร แต่ได้ยินว่าถ้ามันเกิดระเบิดขึ้นล่ะก็รับรองได้ว่าสนามบินทั้งหมดได้หายวับไปกับตาแน่ และนี่คือแผนการของเรา”

“นี่คือพิมพ์เขียวของอาคารเป้าหมาย อาคารพักผู้โดยสารมีทั้งหมด 7 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ตัวประกันถูกควบคุมไว้ทั้งหมดสามจุดอยู่ที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นอาคารพักของผู้โดยสารขาเข้า ห้องโถงใหญ่ที่ชั้น 4 แล้วก็ชั้นบนสุดซึ่งเป็นจุดชมวิวค่ะ”

“ภาระกิจคราวนี้เราจะ แบ่งเป็น 8 ทีมใหญ่ ซึ่งทั้งหมดจะต้องแยกกันไปโดยใช้ทางระบายน้ำใต้ดินในการเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย เมื่อเข้าถึงภายในตัวอาคารให้ ทีม 1 และ 2 ปล่อยหุ่นสอดแนมออกไปค้นหาและจัดการกับเจ้าระเบิดเจ้าปัญหานั่นให้เร็วที่สุด ส่วนที่เหลือให้เร่งเข้าประจำที่ เตรียมความพร้อมไว้ ทีม 3 4 จะเข้าช่วยเหลือตัวประกันส่วนหนึ่งที่ถูกจับไว้ที่ชั้นสองทีม 5 6 ไปที่ชั้น 4 และ ทีม 7 กับ 8 ตรงขึ้นไปที่ชั้นบนสุดและทันทีที่เก็บระเบิดได้เราจะลุยปิดงานกัน จำเอาไว้ถ้าหากระเบิดยังไม่ถูกจัดการหรือไม่มีคำสั่งของฉันห้ามทำอะไรโดยพละการเด็ดขาด ส่วนที่จุดอื่น ๆ ปล่อยให้พวกทหารจัดการกันไป จำไว้หน้าที่ของพวกนายคือช่วยเหลือชีวิตตัวประกันให้รอดปลอดภัย”  

“แล้วจะเอายังไงกับ MT ที่เฝ้าข้างนอกครับ?”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ทันทีที่จัดการระเบิดได้ก็จะมีคนมาจัดการงานส่วนนั้นเอง พวกนายสนใจแต่ภารกิจของตัวเองเถอะ ที่จริงฉันขออนุมัติอุปกรณ์ปฏิบัติการ A Set ไปแล้วแต่น่าเสียดายที่ทางกลาโหมกระโหลกหนาไม่อนุมัติ เขาบอกว่ารุนแรงเกินไป เพราะงั้นพวกนายจำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์ C Set จัดการกันไปอันที่จริงก็ฉันอยากไปแนวหน้าพร้อมพวกนายแต่เบื้องมีคำสั่งให้ฉันคอยสั่งการพวกนายอยู่ที่นี่เพราะฉะนั้นขอทุกคนโชคดี”


“และที่สำคัญที่สุด ถ้าฉันไม่สั่งทุกคน...ไม่ว่าใคร....ก็ห้ามตายเด็ดขาด เข้าใจไหม!!!”  

“Sir Yes Sir!!!!”

หลังรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่แสนหนักแน่นห้าวหาญ เจ้าหน้าที่ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทันที พวกเขาทั้งหมดตรงไปยังรถอีกคันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกลนักเพื่อติดตั้งอุปกรณ์สำหรับภาระกิจในครั้งนี้ ซึ่งมันก็คือชุดเกราะ SAA (Special Assault Armored) รุ่นพิเศษของ CTU นั่นเอง เจ้าหน้าที่แต่ละคนทำการสวมเกราะและเริ่มทำการติดตั้งอาวุธและอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ กันอย่างเร่งด่วนตรงกันข้ามกับ คุโจที่ยังคงนั่งใจเย็นอยู่ที่เดิม ในขณะที่อเมเรียที่ยืนห่างออกไปเริ่มเดินเข้ามาใกล้ ๆ พลางยื่นริมฝีปากของเธอไปใกล้ ๆ ใบหูของเขา

“เห็นรายชื่อผู้ร่วมงานคราวนี้แล้วสินะคะ Colonel เวลาปฏิบัติการจะเริ่มในอีก 5 นาทีค่ะ”

หญิงสาวกระซิบเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไป

“....รับทราบ...”

คุโจตอบรับด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนักในขณะที่สารวัตรหนุ่มยังคงมองภาพข้อมูลเน็ตเวิร์กที่ส่งเขามายังสมองของเขาโดยตรง ภาพที่คนอื่นไม่มีทางจะมองเห็นแต่เขาเห็นอยู่นั้นคือภาพตัวหนังสือจำนวนมากที่ลอยอยู่ตรงเบื้องหน้าซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็คือ รายชื่อของ เรเวนที่เข้าร่วมงานในคราวนี้นั่นเองรายชื่อเหล่านั้นประกอบไปด้วย Lightning 28,Panther และที่ดูจะน่าประหลาดใจเล็กน้อยสำหรับเรเวนผู้นี้ก็คือ Red Dragon

“ถึงขนาดรายนี้ออกมาเคลื่อนไหว แสดงว่า CTC ร้อนใจกับเรื่องนี้มากสินะ”

คุโจกล่าวพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางวางของสิ่งหนึ่งเอาไว้บนนั้นแทน ก่อนจะออกไปจากห้องอย่างเงียบเฉียบและระแวดระวังมากเป็นพิเศษ เมื่อสารวัตรหนุ่มออกพ้นห้องไปแล้วสิ่งที่วางทิ้งไว้ก็เริ่มทำงานทันที อุปกรณ์ฉายภาพสามมิติขนาดจิ๋วฉายภาพของคุโจที่กำลังแสดงสีหน้าท่าทางขึงขังกำลังนั่งจ้องไปยังหน้าจอนาวิเกเตอร์ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อขึ้นมาในทันที ด้วยความคมชัดระดับสูงของภาพที่ออกมานี้แน่นอนว่าหากมองไกล ๆ ก็ยากจะแยกได้ว่าเป็นตัวจริงหรือภาพฉายเพราะมันมีการแสดงอาการขยับไปมาอยู่เป็นระยะนั่นเอง แต่ในระหว่างที่เขาแอบย่องออกไปนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบ่นของคนในหน่วยดังแว่วมา
“ให้ไปลุยกับไอ้พวกนั้นโดยอุปกรณ์ C Set งั้นหรือ? บ้าชัด ๆ ไม่ติด A Set แล้วไปลุยกลางดงผู้ก่อการร้ายแล้วมันจะไหวเหรอ!!?”  

“เอาน่า...ได้อย่างก็เสียอย่างล่ะน่า” เสียงผู้ชายที่ฟังดูทุ้มต่ำกล่าวขึ้นตัดบท

“หึ!! พวกนายอยู่รอบนอกก็พูดได้สิ แต่ฉันต้องไปอยู่กลางดงกระสุนนะเฟร้ย!! เสี่ยงกว่ากันเยอะ แค่ SAA น่ะมันไม่ได้ช่วยให้อมตะหรอกนะโว้ย!!”

เสียงบ่นนั่นค่อยเบาลงเรื่อย ๆ เมื่อเขาค่อย ๆ เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ได้ยินมันก็ยังคงดังก้องอยู่ในหัว เพราะสิ่งที่ลูกน้องของเขาพูดเมื่อครู่มันก็เป็นเรื่องจริง เพราะอุปกรณ์ C Set นอกจากเครื่องยิงลวดไฟฟ้าแล้วก็ไม่มีอาวุธโจมตีอื่นใดอีก จะมีก็เพียงโล่ห์และกระบองไฟฟ้าที่เอาไว้เข้าสู้ระยะประชิดเพียงเท่านั้น ก็มีอุปกรณ์เสริมที่ใช้ทำให้ตาพร่า หูอื้อ ชั่วขณะ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นชุดปฏิบัติการสำหรับควบคุมฝูงชนไม่เหมาะสมกับงานในคราวนี้อย่างที่สุด แม้จะถือปืนกลมือ หรือปืนยิงแก๊สติดไปด้วยได้ก็ตามแต่หากเทียบกับ A Set ที่เน้นอาวุธจู่โจมเป็นหลักแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับไฟฉายไปสู้กับปืน

ขณะที่ปฏิบัติการครั้งสำคัญกำลังใกล้จะเริ่มขึ้นทุกขณะ AC สีขาวแถบแดงประดับตราตราสัญลักษณ์งูที่มีปลายหางเป็นสายฟ้าและขดตัวเป็นสัญลักษณ์เลข 28 ก็มาค่อยลุกขึ้นมาจากรถบรรทุก AC ที่ทาสีเดียวกับตัวมันมันค่อย ๆ ก้าวเท้าอันแสนหนักอึ้งลงเหยียบพื้นถนนคอนกรีตห่างจากสนามบินทางด้านทิศเหนือราว ๆ 1 กิโลเมตรกว่า ๆ

“ที่นี่คือจุดนัดพบตามที่ระบุสินะ แต่ไม่เห็นจะมีใครมาเลย”

ไรกะในชุดนักบิน AC ที่สุดแสนจะรัดรูปชนิดทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างอันสุดแสนจะไดนาไมด์เซ็กซี่ได้อย่างชัดเจน เธอกล่าวกวาดสายตาไปรอบ ๆ เมื่อให้หัวของหุ่นทำการแสกนพื้นที่แต่ก็ไม่พบสัญญาณของ AC เครื่องอื่น ๆ ในแถบแม้แต่น้อย ในช่วงเวลาเดียวกันห่างจากสนามบินไปทางตะวันตกในระยะทางใกล้เคียงกัน AC เครื่องหนึ่งก็กำลังตรวจสอบสภาพความพร้อมของอาวุธทุกชิ้นบนตัวเครื่องในขณะที่เร้นกายอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทในสภาพนั่งคุกเข่าขวาลงแตะพื้น ส่วนเท้าซ้ายยังคงประทับอย่างมั่นคงอยู่กับพื้น ปืนแกตลิ่งในมือขวาถูกทำให้อยู่ในสภาพพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ ผ้าคลุมชนิดพิเศษที่คลุมปิดตั้งแต่หัวจรดเท้าทำหน้าที่อำพรางมันให้รอดพ้นจากการตรวจจับของเรดาร์และกล้องมองกลางคืน ท่าทีของมันในยามนี้ราวกับพยัคร้ายที่กำลังเฝ้ารอจังหวะเหมาะก่อนกระโจนเข้าขย้ำเหยื่อ

ฝ่ายอเมเรียที่แยกตัวมาจากคุโจเมื่อครู่บัดนี้เธอเข้ามานั่งอยู่เพียงลำพังในห้องแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องอิเล็กโทรนิกส์จำนวนมาก หน้าจอโฮโลแกรมจำนวนหลายหน้าถูกเปิดขึ้นมารายล้อมรอบตัวเธอพร้อมกับการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดผ่านเข้าสู่สมองของเธอโดยตรง ฝ่ายคุโจที่พยายามหลบเลี่ยงสายตาผู้คนออกมาอย่างระมัดระวังที่สุดก็ได้หลบออกมาพ้นกองบัญชาการเข้าไปในสวนสาธารณะที่ห่างออกไปจากบริเวณนั้นไม่มากนัก นักตำรวจหนุ่มผู้นี้เดินตรงไปยังพุ่มไม้เล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้าและหายเข้าไปในนั้น ทันที่เขาเดินผ่านภาพทัศนียภาพ ณ จุดนั้นก็สั่นกระเพื่อมราวกับผืนน้ำที่ถูกอะไรบางอย่างตกกระทบ เมื่อเดินผ่านเข้ามาคุโจก็รีบถอดเสื้อโค้ทยาวที่คลุมอยู่ออกพร้อมชุดที่ใส่อยู่ทั้งหมด ภายใต้ชุดเจ้าหน้าที่หน่วย CTU ได้ซ่อนชุดอีกชุดหนึ่งเอาไว้ มันคือชุดสีดำคล้ายกับชุดดำน้ำของหน่วยปฏิบัติการพิเศษซึ่งในก็คือชุดที่นักบิน AC จะสวมเอาไว้เป็นชั้นแรก ชายหนุ่มไม่รอช้าตรงรี่ไปเปิดกระเป๋าใหญ่ที่วางอยู่ เพื่อหยิบชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เหลือขึ้นมาสวมใส่อย่างคล่องแคล่วว่องไว ถุงมือ รองเท้าและแผ่นเกราะส่วนอกถูกติดตั้งด้วยความชำนิชำนาญ หลังสวมใส่อุปกรณ์สำคัญครบถ้วนคุโจก็กระโดดขึ้นไปบน AC คู่ใจของเขาที่รออยู่เบื้องหน้าทันที

ขณะที่คุโจขึ้นไปนั่งบนค็อทพิทบริแกนดีนพร้อมกับเริ่มสตาร์ทการทำงานของระบบต่าง ๆ ทางด้านของหน่วย CTU ก็สนธิกำลังกับกองทัพก็ทำการเปิดฝาท่อระบายน้ำและเริ่มปฏิบัติตามแผนการไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่นานนักอเมเรียก็ติดต่อเข้ามาทางช่องสัญญาณส่วนบุคคล

“การเตรียมการเสร็จสิ้น AC ทุกเครื่องเข้าประจำตำแหน่งที่กำหนด ตอนนี้ฉันได้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ยืนยันตำแหน่งของเครื่องศัตรูมาแล้ว แถมยังได้ข้อมูลหน้าสนใจมาด้วยนะ อยากฟังไหม?”

“ว่ามา...”  

ชายหนุ่มกล่าวอย่างขึงขังขณะทำการสวมหมวกนักบิน ที่ค่อนข้างจะสวมยากซักเล็กน้อย เพราะหมวกนักบินของเขานั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน เขาจึงต้องทำการสวมส่วนหน้าเข้าไปก่อนจะประกอบส่วนหลังตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะชาวสกายเครดอลมีอุปกรณ์ที่เหมือนเสาอากาศติดอยู่ที่ด้านข้างศีรษะนั่นเอง

“ดูเหมือนเราจะเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วล่ะ ฉันชักจะเข้าใจที่กลาโหมไม่ยอมบอกเราเรื่องระเบิดก็เพราะถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปพวก ผู้ใหญ่ในกระทรวงได้ร้อนก้นกันแน่ ๆ เลย”

“นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะจริงจังหน่อย เอาแต่ใจความสำคัญได้ไหม?”  

คุโจบ่นพลางประกบหมวกให้เข้าที่ก่อนจะกดปุ่มล็อกให้หมวกยึดติดกันแน่นสนิทกับเฮดเซ็ต

“..ก็ได้ ๆ ระเบิดที่ถูกนำมาใช้คราวนี้ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนก่อน ที่ฐานทัพของย่อยที่ 22 ถูกโจมตีได้ไหม? ที่นั่นมีของอย่างหนึ่งที่ถูกขโมยมันคือระเบิดอานุภาคโคจิม่า ที่กองทัพทำการทดลองอย่างลับ ๆ อยู่ยังไงล่ะ?”

“ว่าไงนะ!! ถ้างั้นก็หมายความว่า....”

อเมเรียนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย แสงสว่างจากจอมอนิเตอร์รอบตัวเธอต่างพากันสะท้อนบนเลนส์แว่นทำให้มองไม่เห็นแววตาของเธอในขณะนั้น

“อืม...ถ้าระเบิดขึ้นล่ะก็.....รัศมี 10 กิโลเมตรนี้จะกลายเป็นดินแดนแห่งความตาย...”

น้ำเสียงของอเมเรียฟังดูเย็นเฉียบ คุโจกัดฟันด้วยความเจ็บแค้นหลังจากได้ฟังคำพูดนั้น แต่ครู่หนึ่งเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้เขาก็เอ่ยถามออกไป

“...เดี๋ยวซิ....เรื่องนี้กลาโหมปิดข่าวแล้วเธอไปรู้มาได้ยังไง? ...อย่าบอกนะว่า.....”

“อือ!! ถูกต้อง!! แล้วฉันแฮ็คเข้าไปในฐานข้อมูลของกลาโหมล่ะ”

หญิงสาวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใสผิดกับเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นคนละคน แม้ว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นหลาย ๆ คนได้ฟังแล้วแทบอยากจะหงายหลังก็ตาม

“ทำแบบนี้อยากนอนคุกหรือไงห๊า!!”

“น่า ๆ ก็ข้อมูลมันมีไม่พอนี่นา ที่สำคัญฉันใช้ IRIS สแกนหาที่ตั้งของระเบิดดูแล้วมันตัวอยู่ที่ชั้นใต้ดินของอาคารพักผู้โดยสารนั่นแหละ เรื่องการจุดฉนวนสามารถควบคุมจากระยะไกลหรือไม่ก็ต้องไปกดปุ่มบนตัวระเบิด”

“ถึงขนาดแฮค IRIS (Investigate Range finder Intelligent Satellite) ถ้าโดนจับได้คงไม่จบแค่ปลดแหง...."

“ถือตอนนั้นก็อย่าลืมเลี้ยงดูเค้าด้วยน้า ~~~~~~~~~~”

อเมเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนราวกับลูกแมวที่ต้องการคนเอาใจ ถึงจะรู้สึกเหนื่อยใจกับการกระทำของหล่อนไปบ้างแต่สิ่งที่ได้บินมาทั้งหมดก็ถือเป็นข้อมูลสำคัญ และในจุดนี้เองที่ทำให้คุโจเริ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล

“...แต่มันก็แปลกเกินไปนะ.......ทำไมกลาโหมถึงไม่บอกเรื่องนี้กับเราล่ะ?.............”

หลังจากนั้นคุโจก็นิ่งไปครู่หนึ่งราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง

“.....เริ่มปฏิบัติการสีดำ......”  
 
สิ้นคำสั่งนั้น...ดวงตาของอเมเรียก็เบิงโพล่งด้วยความตกใจแกมประหลาดใจ มันเป็นสั่งลับที่จะรู้กันเฉพาะในทีมคุโจเท่านั้นโดยเฉพาะเวลาที่จะเคลื่อนไหวนอกเหนือคำสั่ง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าหัวหน้าของเธอคิดอะไรอยู่ก็ตาม แต่อเมเรียก็ทำตามโดยไม่ถามเธอติดต่อกับทีมของตนโดยใช้ช่องสัญญาณลับเพื่อถ่ายทอดคำสั่งนี้ไปยังพรรคพวก

ทางด้านของไรกะที่ประจำตำแหน่งรอเวลาบุกมาพักใหญ่ ๆ ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ ๆ กับการรอคอยขึ้นมานิด ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะต้องถามคำถามนี้ขึ้นมา

“นี่พวกเขาจะให้เรารออีกนานแค่ไหนกัน?”

สิ้นคำถามนั้นเสียงของชายหนุ่มก็ดังผ่านมาทางช่องสื่อสารส่วนบุคคลผู้ตอบข้อสงสัยของไรกะก็คือโอเปอร์เรเตอร์ของเธอนั่นเอง

“ใจเย็นหน่อย Lightning 28 งานคราวนี้สำคัญมาก จะสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้หรอก อีกอย่างงานคราวนี้เราต้องอาศัยข้อมูลจากแหล่งอื่นด้วย ตอนนี้รอให้ Miss A ส่งข้อมูลมาก่อน”

เมื่อได้ฟังคำตอบเช่นนั้นไรกะก็ไม่คิดจะพูดอะไรต่อไปอีกเธอเอนกายไปเล็กน้อยเพื่อพักผ่อนอิริยาบทอยู่ภายในค็อทพิทของไซส์ไวเดอร์มาร์คทู ในขณะที่ทางด้านของเอมิเรียยังคงสงบนิ่งฟังเพลงบรรเลงของบีโทเฟ่นไปพลาง ๆ ขณะเฝ้ารอสัญญาณเข้าจู่โจม และไม่นานนักเวลาที่รอคอยก็มาถึง Miss A ได้ติดต่อเข้าภายในระบบสื่อสารกลางของเรเวนทุกคน

“ขณะนี้กองกำลังของรัฐบาลกลางกำลังบุกเข้าไปภายในแล้ว จากนี้ไปจะเป็นการแจ้งรายละเอียดของแผนการในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ ฉันจะส่งแผนผังของสนามบินแห่งนี้พร้อมกับรายละเอียดของศัตรูไปให้ทุกคนนะคะ”

สิ้นคำพูดนั้นภาพสนามบินที่ถูกถ่ายจากมุมสูงโดยใช้กล้องจากดาวเทียมก็ แสดงขึ้นมาภายในค็อทพิทของ AC ทุกตัวที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ภาพ MT ของศัตรูรวมไปถึงข้อมูลเฉพาะ และตำแหน่งของพวกมันก็ถูกฉายขึ้นบนอีกหน้าจอหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กัน

 “เป้าหมายของเราคือ MT 15 เครื่องที่ล้อมรอบที่นี่อยู่  ซึ่งประกอบไปด้วยเซอเบรัส 3 เครื่องที่วนเวียนลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ เฮฟวี่โบลด์ 5 เครื่อง กระจายกำลังล้อมอยู่แถว ๆ รันเวย์ จาเวลิน 5 เครื่องคุ้มกันอยู่รอบ ๆ อาคารพักผู้โดยสารแล้วก็ คาออสอีกสองเครื่อง ที่คุ้มเชิงอยู่ใกล้ ๆ กับอาคารพักผู้โดยสารที่มีตัวประกันอยู่ ขณะนี้หน่วยปฏิบัติการพิเศษของรัฐบาลกลางได้เข้าลอบเข้าไปข้างในได้สำเร็จแล้วเราจะทำการก่อกวนระบบการส่งสัญญาณทั้งหมดภายในบริเวณนี้ซึ่งมันจะทำให้พวกเราติดต่อสื่อสารกันไม่ได้ในช่วงที่เราทำภาระกิจ...ทั้งหมดมีแค่นี้อีก 10 วินาทีเราจะเริ่มปฏิบัติการ ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ”

พูดจบสัญญาณการสื่อสารจาก Miss A ก็หายไปในทันทีพร้อม ๆ กับการนับถอยหลังได้ปรากฏขึ้นมาแทนที่
“จะเริ่มแล้วนะคะ...”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 15, 2011, 08:38:42 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 204



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 08:16:21 PM »

อเมเรียกล่าวขึ้นเบา ๆ พลางหลับตาลงเพื่อทำสมาธิเธอเริ่มเชื่อมต่อกับบางสิ่งที่ลอยอยู่ในวงโคจรของโลก ดาวเทียมดวงหนึ่งที่มีสกรีนโลโก้ว่า IRIS กำลังหันจานส่งสัญญาณขนาดใหญ่ลงมายังพื้นโลก พร้อมกับค้นหาพิกัดตามคำสั่งที่ได้รับมาและพริบตานั้นเองความโกลาหลก็เริ่มขึ้นเมื่อระบบสื่อสารและการส่งสัญญาณคลื่นทุกชนิดเริ่มขัดข้อง AC ทุกเครื่องที่เฝ้ารอเวลาอยู่เริ่มเดินเครื่องยนต์หลักทัน
ทีเมื่อสัญญาณบอกเวลานับลงมาเรื่อยจาก 5 เป็น 4 เป็น 3 เป็น 2 เป็น 1

Cancel Normal Mode Change to Combat Mode

ระบบกล้องและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่อยู่บนส่นหัวของ AC แต่ละเครื่องเริ่มทำงานในการค้นหาเป้าหมายทำให้มันส่องแสงสว่างออกมา ราวกับว่าดวงตาของมันกำลังส่องประกายพร้อมกับการเปิดระบบ Over Boot  และเมื่อเลขนับเวลาแสดงค่าเป็น 0 AC ทั้งหมดก็พุ่งตัวเข้าสู่สนามรบในทันที

ในเวลาเดียวกันนั้นนักบิน MT ของฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว เซ็นเซอร์ของเซอเบรัสที่กำลังลาดตระเวนอยู่รอบนอกจับการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามาได้

“..แย่แล้ว..มีวัตถุบินความเร็วสูงกำลังใกล้เข้ามาจากทาง 12 นาฬิกา...”

เขารีบแจ้งข่าวนี้ให้กับเพื่อน ๆ ของเขาในทันทีแต่ก็เงียบ ไม่มีการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด สิ่งที่เขาได้ยินมีเพียงเสียงซ่า ๆ เท่านั้น แม้จะพยายามเรียกไปกี่ครั้งก็ไม่ได้ผลราวกับว่ามีคลื่นอะไรบางอย่างรบกวนสัญญาณการสื่อสารอยู่และเสี้ยววินาทีนั้นเอง AC ผู้เร้นกายอยู่ใต้ผ้าคลุมพุ่งทะยานตรงเข้าสู่เป้าหมายระหว่างนั้นผ้าคลุมที่สวมอยู่ถูกปลดออกทำให้รูปลักษณ์แท้จริงของมันได้ถูกเผยออกมา AC สีขาวแถบดำประดับตรารูปเสือดำกำลังแยกเขี้ยวคำรามไว้บนไหล่ขวา มันบินตรงเข้ามาพร้อมกับเล็งปืนแกตลิ่งที่ถืออยู่ในมือขวาไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า

ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!

ห่ากระสุนปืนจากวัตถุลึกลับที่เขาเห็นเมื่อครู่ก็กระหน่ำเข้าใส่อย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัวไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เซอเบรัสผู้น่าสงสารก็ระเบิดกลายเป็นเศษเหล็กที่มีไฟลุกท่วมพร้อม ๆ กับการร่อนลงกระแทกพื้นอย่างแรง

บรึ๊มมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องพร้อมกับเปลวไฟที่สว่างวาบ ถือว่าเป็นการโหมโรงที่รุนแรงยิ่งนัก การระเบิดนั้นส่งผลให้พวกผู้ก่อการร้ายที่อยู่ภายในเริ่มรู้ตัวถึงภัยที่กำลังมาเยือน แต่น่าเสียดายก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไรมากกว่านั้น กองกำลังติดเกราะ SAA ที่บุกเข้าไปก่อนหน้านี้ก็พังช่องระบายอากาศลงมาและเริ่มเปิดฉากโจมตีเช่นกัน ประกายไฟจากการยิงปะทะ และเสียงกรีดร้องของผู้คนสร้างความโกลาหลให้กับพวกที่อยู่ภายในอาคารพักผู้โดยสารเป็นอย่างมาก ในขณะที่บริเวณรันเวย์เองก็เช่นกัน

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!!”  

นักบิน MT เฮฟวี่โบลด์เครื่องหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจหลังจากได้ยินเห็นประกายเสียงระเบิดและประกายไฟสว่างวาบเป็นระยะ ๆ จากภายในอาคารพักผู้โดยสาร

“ศัตรู!!!!”

นักบินของเฮฟวี่โบลด์เครื่องหนึ่งตะโกนลั่นเมื่อเห็นอะไรบางอย่างกำลังตรงเข้ามา เขาตะโกนบอกเพื่อนพลางหันปืนปากกระบอกปืนกลเข้ากระหน่ำยิงเป้าหมายที่กำลังใกล้เข้ามา

ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!

ห่ากระสุนพุ่งเข้าใส่ AC สีขาวแดงที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ไร้ประโยชน์เพราะ ไซส์ไวเดอร์มาร์คทูเคลื่อนไหวแบบสลับฟันปลาในระยะเวลาอันรวดเร็วจึงหลบการโจมตีไปได้ทั้งหมดพร้อมกับเข้าประชิดอย่างว่องไว

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

นักบินเฮฟวีโบลด์เครื่องนั้นร้องเสียงหลงเมื่อภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นนั้นก็คือหมุดเหล็กแหลมกำลังพุ่งตรงมาที่เขา

เปรี๊ยงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เฮฟวี่โบลด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงของแผ่นเกราะ ถูกเหล็กแหลมอัดกระแทกเข้าบริเวณกลางลำตัวอย่างจัง ก่อนจะถูกกระทุ้งซ้ำ ๆ จนเหล็กแหลมโผล่ทะลุด้านหลังจนแน่นิ่งไป เสียววินาทีนั้นเฮฟวี่โบลด์อีกเครื่องที่อยู่ใกล้ในบริเวณนั้นก็เริ่มเปิดฉากโจมตีใส่ ไซส์ไวเดอร์มาร์คทู  พร้อมกับเคลื่อนที่เข้ามาใกล้

“ยังอ่อนหัดนักนะเด็กน้อย”

ไรกะเอ่ยเบา ๆ พลางเหวี่ยงซากของเฮฟวี่โบลด์ที่คาอยู่กับหมุดเหล็กที่แขนขวาให้กระเด็นไปทาง MT พวกนั้นก่อนจะเปิดฉากยิงปืนกลเข้าใส่ซาก MT ที่ตนเพิ่งโยนไป

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ซากเฮฟวี่โบลด์ระเบิดขึ้นทันทีห่างจากเฮฟวีโบลด์อีก 2 ตัวที่กำลังเดินเข้ามาเพียงไม่กี่เมตร แรงระเบิดและประกายไฟทำให้พวกที่เหลือต้องรีบยกโล่ห์ขึ้นตั้งรับ และเสี้ยววินาทีนั้นเอง...

เปรี๊ยงงงงงงง!!!!!!!!!!!

ไซส์ไวเดอร์มาร์คทูที่สไลด์ตัวหนีออกมาก็ลอบเข้ามาทางด้านข้างของ เฮฟวี่โบลด์ที่กำลังยกโล่ห์อยู่ก่อนจะอัดปลายเหล็กแหลมเข้าข้างลำตัวของมันอย่างจังและกระทุ้งใส่อย่างไร้ปราณี พร้อม ๆ กันนั้นก็กระหน่ำปืนกลที่มือซ้ายเข้าใส่อีกเครื่องที่อยู่ใกล้ ๆ กันอีกหลายนัดจนมันพรุนไปทั้งตัวเครื่อง ก่อนจะล้มหงายหลังไปและระเบิดเป็นเศษเหล็ก

ขณะเดียวกันทางด้านของแพนท่อมแพนเตอร์ของเอมิเรียก็พุ่งทะยานเข้าสู่เป้าหมายราวกับลูกธนู พร้อมกับเปิดดาบเลเซอร์ที่แขนซ้ายออกมาพร้อมฟันตัดลำตัวของเฮฟวีโบลด์ที่อยู่ตรงหน้าเธอจนแขนขวาของมันขาดกระเด็นไป ก่อนจะเร่งบูสโยกหลบลำแสงเลเซอร์จากปืนของเซอเบรัสที่ยิงเข้ามาจากด้านหลัง และโชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับเฮฟวี่โบลด์ที่เพิ่งจะเสียแขนไป ลำแสงเลเซอร์ที่ยิงมาเมื่อครู่ทะลวงเข้ากลางลำตัวของมันพอดิบพอดี และไม่นานนักเซอเบรัสผู้ที่เพิ่งจะยิงสังหารพรรคพวกตัวเองเมื่อครู่ก็โดนกระสุนบาซูก้าของแพนท่อมแพนเตอร์เข้าอย่างจังเบอร์

บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

MT ทั้งสองเครื่องระเบิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน เอมิเรียกวาดสายตาไปบนจอเรดาร์ และระบบตรวจจับต่าง ๆ ที่แสดงอยู่บนหน้าจอของเธออย่างฉับไวเพื่อค้นหาเป้าหมายต่อไป ในตอนนั้นเองก็ได้มี AC เครื่องหนึ่งผ่านเธอไปจากทางด้านข้าง มันเป็น AC สีแดงสดตีตราสัญลักษณ์รูปมังกรแดงกำลังพ่นไฟออกจากปากเอาไว้บนบ่า ซึ่งทิศทางที่มันกำลังตรงไปนั้นก็คืออาคารพักผู้โดยสาร

ขณะเดียวกันนั้นทางด้านของบริแกนดีนที่บินเข้ามาจากทางด้านทิศตะวันออกของสนามบินก็เปิดฉากปลิดชีพเซอเบรัสที่อยู่บริเวณนั้นอย่างรวดเร็วทันทีที่ร่อนลงเท้าแตะพื้น กล้องหลังที่เป็นดวงตาของมันเริ่มทำการซูมภาพอย่างว่องเพื่อตรวจจับเป้าหมายที่อยู่ใกล้ ๆ กับอาคารพักผู้โดยสาร  

“กระจายกันอยู่รอบ ๆ สินะ”

คุโจพูดกับตัวเองพลางระบุตำแหน่งเป้าหมายพลางเล็งปากกระบอกปืนเลเซอร์ไรเฟิ้ลพลังทำลายสูงของเขาไปยังด้านข้างก่อนจะลั่นไกเป่าเฮฟวี่โบลด์ ที่กำลังเล็งปืนมาที่เขาโดยที่ไม่ต้องหันไปมอง เฮฟวี่โบลด์ชะตาขาดถูกลำแสงทะลวงโล่ห์และลำตัวหายไปพร้อม ๆ กันก่อนจะระเบิดกลายเป็นเศษซากอย่างรวดเร็ว

“กำลังเข้าประชิดตัวอาคารงั้นเหรอ?”

คุโจกล่าวขึ้นขณะตรวจสอบตำแหน่งของศัตรูและพรรคพวกที่อยู่ใกล้เขาที่สุด แต่ในตอนนั้นเองเซ็นเซอร์ของบริแกนดีนก็ตรวจจับปฏิกิริยาพลังงานที่พุ่งตรงเข้ามาหาเขาได้

“ชิ!!”

ชายหนุ่มกระเดาะลิ้นอย่างไม่ค่อยพอใจพลางเร่งบูสพาเครื่องถอยหลบให้พ้นระยะลำแสงนั้น พลางหันมองดูผู้ที่เข้ามาโจมตีเขา มันคือ MT สีขาวปลอดมีแขนสองข้างที่ยาวจนถึงพื้น

“คาออส...”

คุโจเอ่ยพลางเล็งปืนเลเซอร์ไปยังเป้าหมายพร้อมลั่นไกอย่างไม่ลังเล ทว่าคาออสก็กระโดดหลบออกไปเสียก่อนทำให้กระสุนนัดนั้นพลาดเป้าไปโดนโรงเก็บเครื่องบินที่อยู่ถัดไปเสียหายยับเยิน

“โถ่เว้ย!! ไม่ชอบภาระกิจช่วยเหลือก็เพระแบบนี้แหละ!!”

หลังสร้างความเสียหายโดยไม่ตั้งใจ บริแกนดีนก็ลดปืนเลเซอร์ลงพร้อมกับเล็งปืนลูกซองในมือซ้ายไปยังเป้าหมายแทน แต่ทว่าในตอนนั้นคาออสก็ได้เปิดฉากยิงเชนกัน เข้าใส่ทำให้คุโจต้องบังคับเครื่องหลบฉากออกมาเล็กน้อย ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง MT สีขาวกพุ่งเข้าประชิดพร้อมกับเปิดดาบพลังงานที่อยู่ที่ปลายแขนซ้ายออกมาพร้อมกับเงื้อมันขึ้นหมายจะฟันใส่เพื่อปิดเกม

เปี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงกระทบกันอย่างรุนแรงดังก้องขึ้น แขนซ้ายของคาออสถูกฟาดจนโค้งงอด้วยปากกระบอกปืนเลเซอร์ของบริแกนดีน และในเสี้ยววินาทีนั้นปากกระบอกปืนลูกซองก็จ่อเข้าแนบชิดบริเวณกลางลำตัวของฝ่ายตรงข้าม

“ไม่มีเวลาเล่นกับแกนักหรอกนะ.......”

สิ้นคำพูดนั้นเขาก็เหนี่ยวไกในทันที ร่างของคาออสถูกแรงอัดจากลูกกระสุนปืนจนกระเด็นถอยห่างออกไปก่อนจะล้มลงนอนแผ่ ดูแต่ดูเหมือนระบบบางอย่างจะยังทำงานอยู่ทำให้สภาพของมันดูเหมือนคนชักกระตุก ในตอนนั้นบริแกนดีนก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะจ่อปืนลูกซองเข้าไปและลั่นไกอีก 1 นัดเป็นการปิดฉาก คาออสแน่นิ่งไปก่อนจะเกิดประกายไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น และระเบิดเป็นชิ้น ๆ ขณะที่คุโจพุ่งพา AC คู่ใจเคลื่อนออกห่างไปแล้ว

ในเวลาเดียวกันไรกะกับเอมิเรีย ก็ได้รุกเข้าถึงตัวอาคารพักผู้โดยสารจากคนละด้านพร้อมกับเปิดฉากโจมตี กลุ่มจาเวลินที่เฝ้าอยู่รอบ ๆ ในทันที หมุดเหล็กของไซส์ไวเดอร์มาร์คทูยังคงเฉียบคมเช่นเดิมเสี้ยววินาที ที่ฉีกตัวหลบวิถีกระสุนจากปืนกลของจาเวลีนได้มันก็ทะลวงเข้าใส่อย่างไร้ปราณีแต่ในตอนนั้นเองกระสุนนัดสุดท้ายที่บรรจุเอาไว้ในเครื่องตอกหมุดก็หมดลงพอดี จึงเป็นโอกาสให้จาเวลีนอีกเครื่องหนึ่งเล็งแกรนเนตลันเชอร์เข้าใส่

“...ท่าทางสถานการณ์จะไม่ดีนะเนี้ย....”

อาจารย์สาวกล่าวออกไปเช่นนั้นแต่สีหน้าของเธอกลับไม่มีความตึงเครียดแม้ซักนิด ตรงกันข้ามเธอกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย พริบตานั้นไรกะก็เร่งกำลังบูสเตอร์ทั้งหมดที่มีบนตัวเครื่องทำการ Over Boots พร้อมกับเข็นเจ้าจาเวลีนที่เธอเพิ่งจะเชือดไปเมื่อครู่พุ่งไปด้วย เธอใช้ซาก MT ตัวนั้นเป็นโล่ห์กำบังและอาวุธไปพร้อม ๆ กัน

โครมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงปะทะกันของโลหะดังขึ้นอย่างรุนแรง แรงอัดกระแทกที่เกิดจากการชนทำเอาตัวเธอที่อยู่ในค็อทพิทของไซส์ไวเดอร์มาร์คทูยังรู้สึกได้ แรงสะเทือนนั้นทำเอาหน้าอกหน้าใจของเธอถึงกับสั่นไหวแต่โชคดีที่ระบบนิรภัยของ AC GEN II ออกแบบมาให้รับแรงกระแทกหนัก ๆ ได้ดีอยู่แล้วเธอจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากการกระทำครั้งนี้ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามถึงกับหงายหลังลงไปสภาพที่ส่วนหน้ายุบบุบบี้ราวกับโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าเต็ม ๆ

อีกฝากหนึ่งแฟนท่อมแพนเตอร์ของเอมิเรียก็สาดกระสุนปืนแกตลิ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงหน้าจนระเบิดเป็นชิ้น ๆ ส่วนอีกเครื่องหนึ่งที่กำลังจะเล่นงานเธออยู่ ก็ถูกกระสุนจากปืนแอสซอลไรเฟิ้ลในมือของ AC สีแดงยิงอัดเข้าเต็ม ๆ ระเบิดเป็นชิ้นไปอย่างง่ายดาย

“เหลืออีกสอง”  

นักบินของ AC สีแดงสดกล่าวพลางมองดูตำแหน่งของศัตรูที่อยู่ในบริเวณนี้ ก่อนจะเล็งปืนไปยัง MTสีขาวที่อยู่ห่างออกไป

บรึ๊มมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้อง AC สีแดงถูกแกรตเน็ตลันเชอร์ยิงอัดเข้าจากทางด้านข้างขณะที่เขาให้ความสนใจกับคาออสก็ถูกจาเวลีนที่อยู่ด้านข้างยิงขัดขวางเสียก่อนแม้ตัวเครื่องจะไม่ได้รับความเสียหายมากเพราะมีบาเรียช่วยป้องกันไว้แต่มันก็ทำให้เขาพลาดโอกาสเล่นงานเจ้าคาออส ที่กำลังจะเล็งปืนไปยังอาคารพักผู้โดยสาร

“...หนอยแน่!!! อย่างน้อย ๆ ฉันก็ขอเอาเจ้าพวกนั้นไปเป็นเพื่อนทางในนรกก็แล้วกัน!!!”

นักบินของคาออสกล่าวพลางจะกดลั่นไก แต่เสี้ยววินาทีนั้นลำแสงเลเซอร์ก็พุ่งตรงมาจากด้านข้างและพุ่งทะลวงลำตัวไปอย่างฉับไว คาออสยืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะล้มลงและเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

คาออสระเบิดเป็นชิ้นพร้อม ๆ กับจาเวลินตัวสุดท้ายที่เพิ่งล้มลงไปด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยรูพรุนเต็มไปหมด เพราะหลังจากมันโจมตีใส่ AC สีแดง มันก็โดนห่ากระสุนของแฟนท่อมแพนเตอร์ส่งไปลงกองกับพื้นในทันที และเมื่อ MT เครื่องสุดท้ายถูกทำลายลงทุกอย่างก็กลับไปสู่ความสงบ ประกายไฟและเสียงปืนจากภายในอาคารพักผู้โดยสารก็สงบลงแล้วเช่นกัน ไม่นานนักระบบสื่อสารก็กลับคืนสู่สภาพปกติพร้อมกับการติดต่อเข้ามาของ Miss A

“ยืนยัน เป้าหมายทั้งหมดถูกทำลายลงแล้วค่ะ AW ของกองทัพกำลังตรงเข้าไปที่นั่น ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนถอนตัวออกจากพื้นที่ได้แล้วค่ะ”

พูดจบสัญญาณการสื่อสารของ Miss A ก็ขาดไป AC แต่ละเครื่องเริ่มเตรียมตัวที่จะออกจากพื้นที่ ในตอนนั้นเองอเมเรียติดต่อเข้ามาทางช่องทางสื่อสารส่วนบุคคล ในขณะที่คุโจกำลังทำการสแกนพื้นที่และกำลังจะติดต่อกับหน่วยของตนที่อยู่ภายในอาคารพักผู้โดยสาร

“1 นาที 35 วินาที ทำเวลาได้ไม่เลวเลยนะคะ Colonel ”

“ข้างในเป็นยังไงบ้าง?”

“ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะ ตัวประกันส่วนใหญ่ปลอดภัย แต่ว่ามี......”

ขณะที่ยังฟังรายงานอยู่นั้น ระบบตรวจจับของบริแกนดีนก็ตรวจพบอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่ บริแกนดีนเท่านั้น AC ทั้งหมดตรวจจับมันได้อย่างชัดเจน วัตถุบินจำนวนมากกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง

“มิซายส์!!!”

เอมิเรียอุทานออกมาพร้อมกับหันปากกระบอกปืนเล็งขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับพ็อตมิซายส์ที่อยู่บนไหล่ซ้ายก็ถูกพับขึ้นมาเล็งไปยังฝูงมิซายส์พวกนั้นพร้อมลั่นไก ในขณะเดียวกันนั้น AC สีแดงสดก็รีบเล็งปืนกลที่มือซ้ายไปยังกลุ่มมิซายส์พร้อมกับเปิดฉากยิงใส่ทันที

บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!!

เสียงระเบิดและแสงไฟสว่างวาบเต็มท้องฟ้า แต่มิซายส์มีจำนวนมากเกินกว่าที่ AC แค่สองเครื่อง
จะสกัดได้ทัน ไรกะที่กำลังจะพา AC ของตัวเองออกไปจากพื้นที่ก็รีบหันกลับมาช่วยใช้ปืนกลยิงสกัดกั้นมิซายส์อีกแรงหนึ่ง

“ไอ้พวกน่ารำคาญยังไงมันก็ชอบทำน่ารำคาญอยู่วันยังค่ำสิน่า!!”

คุโจกล่าวด้วยความน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้ว ยความขุ่นเคืองก่อนจะกดปล่อยแฟร์ สำหรับล่อมิซายส์ที่มีอยู่ทั้งหมดออกไป ในทันทีพร้อมกับใช้ปืนพลังงานที่อยู่ตรงอกช่วยยิงสกัดกั้นอีกแรง

บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!!

บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!! บรึ๊ม!!!!!!

แรงระเบิดจากมิซายส์ส่งเสียงดังกึกก้องและแสงสว่างวาบทั่วสนามบินจนแทบจะเหมือนกับแสงอาทิตย์ในยามกลางวัน มิซายส์ลูกสุดท้ายถูกทำลายก่อนจะถึงเป้าหมายอย่างฉิวเฉียด ทำให้อาคารพักผู้โดยสารยังคงปลอดภัยดีอยู่ แต่บางส่วนที่สกัดกั้นไม่ทันก็ตกกระทบกับรันเวย์ทำให้ได้รับเสียหายไปบ้างส่วน เมื่อมิซายส์ถูกทำลายหมดแล้วก็มีการติดต่อจาก Miss A เข้ามาอีกครั้ง

“เรเวน เมื่อครู่นี้เราได้รับข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมทำให้เราสามารถจับสัญญาณของผู้ที่ยิงมิซายส์มาได้แล้วมันอยู่ห่างจากพวกคุณไปทิศใต้ของสนามบินห่างไปราว ๆ 30 กิโลเมตร แต่เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการว่าจ้าง ที่สำคัญตอนนี้พวก AW ของกองทัพกำลังเข้าไปใกล้พวกคุณเข้าไปมากแล้ว ทางที่ดีขอให้ถอนตัวออกจากพื้นที่โดยด่วน แล้วจากนี้ไปจะทำอะไรก็แล้วแต่พวกคุณ ขอให้โชคดี เลิกการติดต่อ”

พูดจบการสื่อสารก็ถูกตัดไป ขณะนี้ในทุกคนที่อยู่ที่นี่มีทางเลือกอยู่เพียงไม่กี่ทางกับเวลาในการตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ตัวเลือก (คุโจ/Replikia , ไรกะ/Hagane.f , เอมิเรีย/Busterwolf)

1. ภาระกิจเสร็จสิ้นแล้วถอนตัวกลับ
2. ไล่ตามไปจัดการผู้ที่ยิงมิซายส์
3. จัดการ AW ที่เข้ามาซะให้หมดแล้วค่อยถอย

Mission 1 Continue to Sub Mission


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อธิบายเกี่ยวกับ Sub Mission นะครับ Sub Mission เป็นตัวเลือกที่ผู้เล่นจะเข้าไปทำหรือไม่ก็ได้ ซึ่งการเข้าสู่ Sub Mission จะคล้ายกับการทำอีเวนท์ย่อยที่จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดใน Sub Mission จะไม่ถูกเขียนหากไม่มีผู้เข้าร่วม ซึ่งจำนวนผู้เข้าร่วมก็จะมีผลกับการดำเนินเรื่องในส่วนนั้น ๆ ซึ่งมันจะส่งผลกับเนื้อหาช่วงต่อไป

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

MT ที่ปรากฏตัวในตอนนี้

Cerberus


Heavy Bold


Javelin


Chaos


ท่านสามารถอ่านข้อมูลเฉพาะของมันได้ที่นี่นะครับ

http://armoredcore.wikia.com/wiki/Category:MT
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 15, 2011, 09:49:58 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: