ผมทำอะไรผิด ทำไมมีผมคนเดียว เพียงผมเท่านั้นที่ต้องเป็นแบบนี้...
Unreal -Feelin' the Light-
ครุธนี(Cruithne)...ยานอวกาศ, โคโลนี่, ศูนย์กลางการปกครอง, และอดีต 1 ในดวงจันทร์ของเทอร่า(Terra) ดาวแม่ของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเผ่าพันธุ์หนึ่งในเอกภพ...
ด้วยความทะเยอทะยานของชายคนหนึ่งทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนผัน ความฝันกลับกลายเป็นความจริง ทุกสิ่งที่มนุษย์จากดวงดาวแห่งน้ำสีฟ้าครามร่วมกันสร้างข้ามผ่านหลากยุคสมัยแหลกสลายไปภายในวันเดียว... แต่กระแสธารแห่งชีวิตนั้นเชี่ยวกราก แม้หากว่ามันกัดเซาะได้ทุกอย่างแต่ปลายทางของมันก็ยังคงไว้ซึ่งชีวิต...
.
.
.
นับจากวันนั้น เวลาได้ล่วงเลยมาแล้วกว่า 2,000 ปี ทุกวันนี้ชาวเทอร่ายังคงต้องอาศัยอยู่ภายในโคโลนี่อันคับแคบ แม้ขนาดของครุธนีจะถูกดัดแปลงให้กว้างใหญ่สักแค่ไหน ไม่ว่าจะสร้างเสริมเพิ่มเติมยานโคโลนี่ออกไปอีกมากมายก็ไม่อาจเติมเต็มหัวใจอันแห้งผากของผู้คนได้ ความทรมานจากการขาดไร้ซึ่งอิสระ... พวกเราจะต้องทนทรมานไปแบบนี้อีกนานแค่ไหน? เมื่อไรที่มนุษย์จะเข้าใจถึงความถ่องแท้ของคำว่าความสุข? ตอนไหนผู้คนถึงจะสัมผัสถึงความอิสระที่แท้จริง? ทั้งที่มีทุกสิ่งที่ต้องการแต่กลับทอดทิ้งมันไปไม่ยอมแม้แต่จะสัมผัส? ความหมายที่แท้จริงของคำว่าโลก? ฉันเฝ้าถามหาสาเหตุนั้นซ้ำซากอย่างนี้ทุกคืนวัน สิ่งที่คุณพ่อคาดหวังเอาไว้มันจะสามารถเป็นจริงได้แน่หรือ?
"เมื่อไหร่ทุกคนจะยอมรับซึ่งกันและกันได้นะ?"
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งรำพึงรำพันกับตนเองดังอย่างแผ่วเบาในห้องสีขาวสว่างสะอาดสะอ้านว่างโล่ง ไม่มีใครอยู่ในห้องขาวโปร่งนี้นอกจากเธอเพียงคนเดียว ผมดำยาวไสวของเธออ่อนไหวไปพร้อมกับใบหน้าที่ก้มลง พื้นสะอาดใสนั่นสะท้อนแววตาอันเศร้าสร้อยจากนัยน์ตาสีฟ้าครามบนพื้นหน้าเรียวสวยขาวผ่อง... ในทันใดก็มีเสียงทุ้มของชายหนุ่มดังกังวานอย่างสำราญใจไปทั่วห้อง...
"ไม่ต้องห่วงครับ 'โลก' ที่ผู้สร้างหวังไว้จะต้องเกิดขึ้นจริงแน่...ว่ากันตามตรงมันสำเร็จไปแล้วกว่า 50% ของแผนการทั้งหมด ดังนั.."
"พอเลยปัดโธ่! คนกำลังบิ้วอารมณ์อยู่แท้ๆ เสียหมด"
ไม่ทันที่จะพูดจบครบประโยคคำพูดตัดบทก็ดังขึ้นจากปากหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวมุกไหล่กว้างเปิดหน้าไร้บราเผยเนินสวรรค์ เธอหันหน้าจ้องไปยังต้นเสียงที่ตอนนี้เป็นภาพฉายโฮโลแกรมสีเขียวเป็นรูปตัวอักษรภาษาโบราณที่นอกจากตัวแรกแล้วจะมีหัวกลมๆ ถ้าคนในยุคนี้อ่านออกคงจะได้ว่า "ดิ๊งด่อง"
"มันรบกันจะตายห่าหมดแล้วยังจะว่าเป็นจริงได้อีกเหรอไอ้บ้า! ถ้าแกไม่ช่วยอะไรก็อย่ามาพูดเหมือนเรื่องมันจะจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งสิวะ! รำคาญโว้ย!"
หลังจากที่แหกปากลั่นห้องใบหน้ารูปไข่หดเกร็งจนย่น แล้วยังบ่นอุบอิบต่อไปอีกนิดพร้อมลั่นคำสั่งเปิดจอภาพขนาดใหญ่ขึ้นบนผนังฝั่งตรงหน้าของเธอ... ภาพพื้นอวกาศดำมืดไร้ดวงดาวทอดยาวไปราวกับจะไร้ที่สิ้นสุด แต่สายตาของเธอสะดุดอยู่แค่จุดที่มีแสงสว่างแวบวาบแปลบปลาบตรงกลางจอเท่านั้น มันคือภาพการรบพุ่งมุ่งฆ่าของกองยานสองกอง กองแรกติดสัญลักษณ์เป็นรูปดาบที่มีด้ามจับหรูหราบนพื้นวงกลมสีฟ้าตัดเขียว ส่วนอีกกองเป็นกลุ่มยานไร้สัญลักษณ์แจ้งสังกัด กำลังแลกหมัดกันอย่างดุเดือดด้วยอาวุธลำแสงและอุปกรณ์สารพัดประโยชน์รูปร่างคล้ายมนุษย์อันมีนามว่า Asura Gear หรือที่ผู้คนเรียกอย่างย่อว่า AG
หญิงสาวกัดฟันกรอดยกมือขยี้ผมจนยุ่งเหยิง ทั้งมาดและเชิงผู้ดีเมื่อกี้หายเรียบ...
"มันอะไรกันว้อย! มึงจะฆ่ากันเองทำไมวะ!? ไอ้ตำแหน่งผู้นำมันอร่อยนักรึไงถึงได้แย่งกันจังเลย หา? หรือว่ามันขาว สวย หมวย เอ็กซ์แบบซูฉี ลองมาเป็นดูมั่งเด้เฮ้ย! เข้าใจความรู้สึกของกูบ้างสิโว้ยยยยยย!!!" เธอแหกปากร้องไม่เป็นภาษาแต่ได้ใจความไปด้วยกันกับบิดตัวหมุนหัวมั่วซั่ว
"ตะโกนให้ตายมันก็ไม่ได้ยินหรอกครับ อีกอย่างด่าผมไปก็ไร้ประโยชน์ หน้าที่ผมมีแค่คอยอำนวยความสะดวกและป้องกันการสูญพันธุ์ ตราบเท่าที่ชาวเทอร่ายังไม่ลดลงเหลือน้อยกว่า 10,000 คน มันจะไปฆ่ากันตายที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องสนใจ... คุณเป็นถึงผู้นำก็โผล่หัวออกไปเองเลยสิครับ"
"ออกไปก็ตายสิวะ! แกก็รู้สถานะของฉันตอนนี้ ต้องหาทางทำอะไรซักอย่าง..."
พูดเสร็จก็หันหลังหน้าเดินผ่านประตูแสงสีขาวที่ผุดขึ้นพร้อมกับที่เธอสะบัดตัวออกจากห้อง ทิ้งให้ดิ๊งด่องมองตามหลังไป...
"โห...ทั้งที่โครงหน้าสีตาเหมือนแม่ แต่ดันเอาสีผมกับนิสัยของพ่อมา แล้วดันใจไม่น้ำแข็งเหมือนพ่อซะนี่ไม่ไหวเล้ย"
-----------------
ก็จบบทนำกันไปแล้ว นี่เป็นโครงการท้าทายความขี้เกียจของตัวเองครับ
ขอบอกกันโต้งๆ เลยว่า แรงบันดาลใจมาจาก Terminus ของคุณ Replikia และ Code Farfallah ของคุณ SrwKung ครับ! เพียงแค่เอามาดัดแปลงเป็นแบบตัวเองให้เรทมันสูงขึ้น ความหยาบกระด้างเป็นทวีคูณเท่านั้น NPC บางตัวชื่อ, หน้าตาและนิสัยอาจจะคุ้น อย่าว่ากันเลยนะ
พอดีนี่เป็นเนื้อเรื่องส่วนที่ไม่เคยคิดว่าจะแต่งเลย ตั้งใจว่าจบ -Truth under Lies- ก็จะขึ้น -Lights the Universe- ทันที แต่พอมาคิดดีๆ มันน่าจะเข้าท่าแฮะ!
ไอ้ครั้นจะเลียนแบบวิธีเขาทั้งดุ้นมันก็กระไรอยู่ นี่คือรูปแบบ...
1. ไม่มีตอนคั่น ไหลไปเรื่อยๆ สไตล์ UnReal
2. Choice มีให้เลือกหลากหลายสุดๆ แม้กระทั่งการกระทำของ NPC ที่ตั้งใจจะใช้นำก็จะให้ Vote เอา (ลอก Farfallah มาเลย)
3. การเลือกนอกจากจะส่งผลต่อการกระทำและความรู้สึกต่อกันของตัวละครแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงสภาวะทางจิตใจ (เลือกไม่ดีอาจเป็นบ้าไปเลยก็ได้)
4. เลือกไปแล้วตายผมไม่เกี่ยวนา... ถ้าอยากด่าให้ใช้วิธีส่งตัวละครอื่นเพิ่มเอา (ต้องตายก่อนนะ)
4.1 ตายโง่ๆ ก็มีนะ!
4.2 อยากตายเท่ขอให้ย้ำไว้ด้วยไม่งั้นจะเข้า 4.1
เรื่องย่อสปอยล์ -TuL- ไปในตัว ถึงจะเล็กน้อยสำคัญมากอ่านหน่อยนะ เรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ใน -TuL- กว่า 2,000 ปี... มนุษย์จากโลก(ดาวเทอร่า)ถูกผลักออกสู่อวกาศโดยไม่สามารถหันกลับไปได้อีก(สาเหตุค่อยว่ากันทีหลัง) โดยมีระบบการปกครองกึ่งคอมมิวนิสต์เพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ หลังจากระบบสุริยะไปแล้วก็เริ่มสร้างอารยธรรมกันไหม่ มีการสร้างโคโลนี่สำหรับการเกษตรหรือการอุตสาหกรรมตามกลุ่มดาวต่างๆ ซึ่งโคโลนี่หลักครุธนีก็ยังคงออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆ เพราะระบบปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่ไม่สามารถปิดได้ ทำให้เกิดการขนส่งเสบียงข้ามจักรวาลโดยมีอุปกรณ์สำคัญคือ ประตูย่นระยะ(Warp Gate)ซึ่งใช้พลังเวทมนต์เป็นแกนหลัก การสร้างวาร์ปเกตนั้นยุ่งยากมาก(เดี๋ยวว่ากันทีหลัง) และนั่นคือสาเหตุของเรื่องราว...
ราวๆ 200 ปีก่อน เหตุการณ์ใน -Feelin' the Light- ผู้นำสูงสุดเข้าสู่การนอนจำศีล(Cold Sleep)อีกครั้ง ทำให้คณะรัฐบาลใหม่เหิมเกริมเกิดบ้าอำนจ สั่งควบคุมวาร์ปเกตต่างๆ และเรียกส่วยมหาศาลบานตะไท ชนิดที่ว่าโคโลนี่การเกษตรปลูกข้าวไม่ได้กินเอง ส่วนพวกในโคโลนี่หลักกินดีอยู่สบาย...
179 ปีก่อน เกิดการต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดคณะปฏิวัติก็ถือกำเนิดขึ้นแต่ก็แตกพ่ายไปอย่างรวดเร็วเพราะความห่างชั้นทางเทคโนโลยี
150 ปีก่อน ถึงปัจจุบัน จอมเวทระดับสูง 5 คน เข้าควบคุมรัฐบาลนำความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง... แต่ผ่านไปแค่สิบปีทั้ง 5 ก็แตกแยก 2 คนหายสาบสูญ ที่เหลืออีก 3 คนกลับมาบ้าอำนาจเหมือนเดิม แต่คราวนี้คณะปฏิวัติเริ่มมีอาวุธสู้ได้บ้างแล้ว ทำให้การสู้รบยืดเยื้อเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน...
เมื่อกี๊นี้ผู้นำสูงสุดตื่นขึ้นมาก่อนกำหนดการเดิมกว่า 1,700 ปี ด้วยลำพังพลังของเธอไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้อีกแล้ว แต่ก็ยังได้เปรียบตรงที่มีความลับอีกมากที่คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับแผนการ...