หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: -:- The Same Sky -:-  (อ่าน 247 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ยาดมท่านเจ้าคุณ
The Heartless Blonde
Ace Pilot
****
กระทู้: 280


Yuri With World Of Pure \( ' w ' )


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 03:31:18 PM »

- ฟิคชั่นเรื่องแรกของผม สมาชิกใหม่ ที่เขียนออกมาจากหัวใจจริงๆซะที ปกติไม่ค่อยมีเวลาเขียนน่ะครับ วันนี้ขอฝากเรื่องนี้ไว้ซักเรื่องที่มาจากหัวใจครับ

- ถ้ามีจุดบกพร่องตรงไหนก็ขออภัยนะครับ

-:- The Same Sky -:-

Prologue = : = "เมื่อครั้งนั้น"

         วันนั้น เมื่อ ๑๓ ปีที่ผ่านมา ท้องฟ้าสดใส อากาศชวนนอนหลับ เด็กผู้หญิงวัยเพียง ๔ ขวบ นั่งอยู่บนรถเข็น ผมของเธอสีทองเหลืองอร่าม ดวงตาสีฟ้ากลมโต จ้องมองไป

ยังท้องฟ้าจากจุดสูงสุดของตึกใบหยก ในมือของเธอถือเครื่ิองลางเป็นรูปปีกขนนกสีขาวและสีดำไขว้กัน เธอก้มลงมองเครื่องลางที่ถืออยู่ในมือ ราวกับมันเป็นตัวแทนของใครซักคน

        "ปัง"

       "อยู่นี่เอง !!!"

        เสียงเปิดประตูออกมจากตัวตึกดาดฟ้า ผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าท่าทางรีบร้อน ผมของเธอสีชมพูยาวจนถึงเอว ผมด้านหน้าตรงบริเวณจอนยาวจนถึงหน้าอก

ดวงตาสีเขียวเข้มของเธอมองไปยังเด็กสาวตัวน้อย เธอสวมชุดสูทด้วยรูปร่างหน้าตาบ่งบอกถึงวัยรุ่นตอนปลาย

       "มาอยู่นี่เองเหรอ ลูเน็ต ยิ่งป่วยๆแอบหนีมาที่นี่อีกนะ"

       เธอพูดไปพลางกับหอบด้วยความเหนื่อย เด็กสาวผู้นั้นหันมายิ้มให้กับเธอ แก้มของเด็กผู้นั้นแดงปริ แสดงถึงอาการมีความสุข

      "ขอโทษนะ โรซ่า ชั้นอยากมาชมท้องฟ้าซะหน่อยน่ะ"

      "เฮ้อ ช่วยไม่ได้นะ .... ความสุขของลูเน็ตก็คือ ความสุขของชั้นเหมือนกัน"

      "คิคิ ขอบใจนะ โรซ่า"
     
      โรซ่ายิ้มพลางหลีตาเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างของเธอกอดอก เมื่อลูเน็ตหันกลับไปมองที่ท้องฟ้า เธอก็ได้หันไปมองยังทิศทางเดียวกัน แววตาของลูเน็ตแสดงถึงอ้างว้างอย่าง

เห็นได้ชัด แตกต่างกับเมื่อครู่ยังมีความสุข ทำให้โรซ่าซึ่งยืนสังเกตการ์ณอยู่รู้สึกแย่ตามไปด้วย

     "นี่ ทำไมเธอถึงชอบมาดูท้องฟ้าประจำเลยน่ะ ลูเน็ต ทั้งๆที่อยู่ข้างล่างก็ไม่เคยคุยกับใครนอกจากชั้น"

     "คิกๆ ก็มันเหมือนทำให้นึกถึงอะไรบางอย่าง"

     "ยังไงอ่ะ (งงวุ้ย)"

    "ไม่รู้สินะ เวลามองท้องฟ้าแล้ว มันเหมือนทำให้เราทั้งสองอยู่ข้างกันน่ะ"     

     "พูดอะไรของเธอน่ะ ลูเน็ต"

     สีหน้าของลูเน็ตอ่อนโยนจนบอกไม่ถูก ทำให้ใจของโรซ่าสั่นไหวไ่ม่เป็นจังหวะ คำพูดอันแสนอ่อนโยนเหมือนสายลมที่หอบเอากลิ่นของดอกไม้นานาชนิดพัดผ่านไป แม้เธอจะ

ไม่เข้าใจในสิ่งที่ ลูเน็ตสื่อออกมาก็ตาม แต่มันแสดงถึง "เจตจำนง" อันแรงกล้า

      "นี่ ... โีรซ่า ครอบครัวของเธออยู่ฝรั่งเศสใช่รึเปล่า"

     "อือ ... ทำไมเหรอ"

     "แล้วทำไมโรซ่า ถึงมาอยู่ที่ประเทศไทยนี่หล่ะ"

    โรซ่าทำหน้าฉงนเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามของลูเน็ตไป

    "ก็ชั้นเป็นตัวของทูตฝรั่งเศสนี่ ก็เลยต้องมาอยู่ที่นี่ ผู้ติดตามก็มีแต่ อลาน่าน่ะ แล้วก็..."

    "แล้ว .... ไม่เหงาบ้างเหรอ"

    "ก็เหงาบ้างนะ คิดถึงครอบครัว"

    สีหน้าของโรซ่าดูซีมลง เพราะชีวิตของเธอห่างจากครอบครัวมาตั้งแต่เล็กๆ จึงไม่เคยได้กลับไปพบเจอครอบครัว และน้องสาวที่รัก เป็นเวลาเกือบห้า เพราะหน้าที่ต้องประจำ

การ์ณอยู่ที่นี่ ความเหงาของเธอกลัดกล่อนหัวใจของเธอทุกวัน ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำแต่ภาระกิจ และเนื่องจากกฎระเบียบของการป้องกันความลับของรัฐผู้รับรั่วไหล จึงห้ามติดต่อ

กันกับครอบครัวทางนั้นเป็นการเด็ดขาด

    "นั่นสินะ แต่อย่างน้อยนะ โรซ่า อย่างน้อยน่ะนะ"

    "ฮึม .."

    สายตาของโรซ่าจับจ้องมองมายังที่ลูเน็ตทำเอามือขวาจับบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ใบหน้าของลูเน็ตนั้นแสดงถึงความมุ่งมั่นบางอย่างที่แรงกล้า

    "ถึงแม้ว่าจะห่างไกลกันเพียงใด แม้จะห่างกันสุดขอบฟ้า ขอแค่ใจของเรา ตัวของเรานั้นสื่อถึงกันก็ไม่เหงาแล้วหล่ะ"

    "ลูเน็ต.........."

    "เพราะว่า เราอยู่ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกันยังไงหล่ะ"

    คำพูดนั้นเหมือนไม่น่าจะออกมาจากปากของเด็กอายุเพียง ๔ ขวบ มันทำให้ใจของโรซ่าที่ว้าเหว่มานาน รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันใด เธอยิ้มอย่างมีความสุขอย่างแท้จริงออกมา

   "นานแล้วสินะ ไม่เห็นรอยยิ้มโรซ่า เพราะว่า...."

   "ฮึ.."

   "เห็นแต่เธอดื่มอย่างเดียวเลย อิอิ"

   "บ้าจริง นังเด็กต๊อง...."  (โรซ่าพูดไปพลางกำมือทั้งสองข้างขึ้นท้ามสะเอว ใบหน้าโกรธจนเส้นเลือดขึ้น)

   "คิกๆ ดูหน้าสิโรซ่า โกรธน่าดูเลยเนอะ"

   โรซ่าฉุกคิดได้แวบนึกถึงคำพูดของลูเน็ตทีุ่สุดแสนวิเศษเมื่อครู่นี้ และค่อยๆลดมือลง ครั้งนี้ เธอไม่สามารถจะเก็บรอยยิ้มที่ฝังลึกไว้ในใจของเธอเอาไว้ได้ เธอจึงปล่อยมันออกมา

ต่อหน้าลูเน็ต

      "ว่าแต่นะ ลูเน็ต"

      "คะ ...?" (ลูเน็ตมองหน้าโรซ่าด้วยแววตาน่ารัก และสงสัยอย่างสุดๆ)

      "คำพูด เมื่อกี้ เธอไปจำมาจากใครน่ะ"

      "ก็ ..... ไม่รู้เหมือนกันค่ะ"

     "คำพูดแก่แดดอย่างกับคนมีแฟนแหน่ะ"

     "เปล่านะคะ แค่มัน.."

      ลูเน็ตยิ้มเล็กๆ แล้วหันกลับไปมองท้องฟ้า อีกครั้งหนึ่ง ทำให้โรซ่าฉงนไม่น้อย

     "เวลามองท้องฟ้า .... มันก็ทำให้นึกถึงคำพูดเหล่านี้เองน่ะค่ะ"

     "เหรอ"

     โรซ่ายิ้มแล้วมองไปยังท้องฟ้าเช่นเดียวกันกับลูเน็ต ท้องฟ้าอันแสนสดใส ไม่มีเมฆคล้อยต่ำลงมาบดบัง ฝูงนกบินผ่านไปด้วยความสุข

     "นั่นสินะ ท้ิองฟ้าเดียวกันสินะ ขอแค่อยู่ในท้องฟ้าเดียวกันเท่านั้น"

    ลูเน็ตหันมามองที่โรซ่า ที่ใบหน้าแดงก่ำ มือของโรซ่าอยู่ปลายผมข้างใบหูของเธอ

    "ซักวันคงต้องได้เจอกันสินะ"

    ลูเน็ตตกใจกับคำพูดของโรซ่าเล็ก จากนั้นจึงตาปริ

    "ขอแค่เชื่อมั่น มันก็แน่นอนแหละค่ะ"

    ไม่นานท้องฟ้าที่เคยสดใสก็เริ่มมืดลง จนผิดประหลาด ฟ้าเริ่มผ่าไปทั่วบริเวณ ลมพัดแรงมากเสียจนทำรถเข็นของลูเน็ตเคลื่อนที่ไปเอง โรซ่าเห็นเช่นนั้นจึงวิ่งเข้ามาจับรถเข็นดัง

กล่าวเอาไว้

       "อะไรกันเนี่ย ทำไมมันถึงเปลี่ยนเร็วจังน่ะ"

       "ไม่รู้เหมือนกันค่ะ"

      "รีบลงไปข้างล่างกันเถอะ"

      "ค่ะ!!!"

      ไม่นานชายแต่งตัวใส่สูทหลายคนวิ่งขึ้นมาบนดาดฟ้า ผ่านประตูที่โรซ่าเปิดเอาไว้ พวกเขารีบมาจับรถเข็นของลูเน็ต จากนั้นจึงจะรีบเข็นลงไป

     "มาทันพอดีเลยนะ พวกนาย รีบเอาตัวคุณหนูลงไปเถอะ เกิดอะไรขึ้น ท่านประธานาธิบดีเอาชั้นตายแน่เลย"

     "ครับ !!!" (ตอบกันอย่างพร้อมเพรียง)

     เมื่อชายกลุ่มดังกล่าวพยามเข็นรถเข็นลงไป โรซ่าได้หันกลับไปมองยังทิศทางเดิม ไม่นานนัก เมฆดำที่คล้อยต่ำลงมาก็เริ่มคลายออก แสงสว่างบางอย่างส่องผ่านมาลงมา

     "หยุดนะะะะะะะะะะะะะะะ ..!!"

     เสียงตะโกนลั่นของลูเน็ตพูดออกมา ทำให้ทุกคนถึงกับตกใจปล่อยรถเข็นของเธอ ตัวเธอกระเด็นออกจากรถเข็นกระแทกลงกับพื้นแต่ไม่แรงมาก เพราะโรซ่ารับตัวเธอไว้ทัน สร้าง

ความฉงนให้คนรอบข้างยิ่งนัก เธอพยามจะเดินเข้าไปหาแสงดังกล่าว

     "ทำอะไรน่ะ ลูเน็ต"

     "มาจนได้สินะ ....... วิลล์ (Will) "

     เครื่องรางที่ลูเน็ตถือได้ส่องแสงออกมา อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไม่นานเสียงโทรศัพท์มือถือของโรซ่าดังขั้น เธอใช้อีกมือที่ไม่ได้พยุง ลูเน็ตรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็วเสียจนไม่

ได้ดูว่าใครโทรมา

     "ฮัลโหล นี่โรซ่า คีย์ พูดค่้ะ"
   
    "เกิดอะไรขึ้นน่ะโรซ่า"

    เสียงพูดที่เธอคุ้นเคย ท่านประธาธิบดีของฝรั่งเศสต่อสายตรงมาคุยกับเธอ เสียงของเขาขุ่นมัว เหมือนกับโกรธเคืองอะไรบางอย่าง

       "รีบพา ลูน่า ลงจากดาดฟ้านั่นเดี๋ยวนี้"

       "ท่านรู้ได้ยังไงคะ"

       "ช่างมันเถอะ เร็วเข้าละกัน"

       "รับทราบค่ะ"

      เมื่อเธอวางสายลง เธอจึงรีบจะคว้าลูเน็ตไปกอดไว้ แต่สายไปเสียแล้ว ลูเน็ตไปรอดผ่านตัวเธอไปราวกับสายลม และไปยืนอยู่ข้างขอบตึกที่เห็นแสงนั่นได้อย่างชัดเจน ถึงกับทำ

ให้โรซ่าตกใจไม่น้อย เพราะปกติร่างกายของลูเน็ตอ่อนแอมาก แม้จะยืนเองก็ยังไม่ไหว แต่นี่สามารถเดินได้เอง

     อีกด้านหนึ่งในฐานทัพสหรัฐอเมริกา ณ ฐานทัพลับแห่งหนึ่ง ณ ใต้ดิน เหล่ากลุ่มทหารมากมายกำลังนั่งประจำที่ ณ เครื่องควบคุม แผนควบคุมกำลังสั่นสะเทือนด้วยพลังงาน

บางอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน เป็นพลังงานมหาศาลที่เกินกว่าเทคโนโลยีมนุษย์จะเข้าใจได้ ดาวเทียมของพวกเขาจับจ้องไปยังประเทศไทย บริเวณดังกล่าว

     "ท่านนายพลครับ พลังงานแรงมาก"

     "เป็นพลังงานชนิดใด ทหาร"

     "ไม่ทราบครับ นายพลแมคไคร์"

     นายพลถอนหายใจ ซักพักหันไปมองยังชายผู้สวมชุดสูทสีดำ ใบหน้าของเขามีแผลเป็นด้านขวาที่ทำให้ตาของเขาบอด ผมสั้นสีดำขลับ พร้อมดวงตาสีแดงที่ข้างซ้าย ถุงมือของ

เขามีสัญลักษณ์วงกลมสีดพ พร้อมปีกนกสองข้างไขว้กันอยู่ เหมือนกับเครื่องรางที่ ลุเน็ตถือเอาไว้ นายพลถอนหายใจพักใหญ่ จากนั้นจึงพูดกับเขา

      "นี่เป็นพลังงานที่นายบอกสินะ"

      "หึหึ ใช่ครับ นั่นคือ อินฟินิต อนิม่า"

      "งั้นเรื่องที่นายพูด คงเป็นเรื่องจริงสินะ"

      "ผมไม่ได้พูดโกหกแน่นอนครับ"
     
      "ท่านนายพลแมคไคร์ครับ เราตรวจจับแหล่งพลังงานมหาศาลบางส่วนได้จากเด็กหญิงคนหนึ่งครับ"

      "ไหนซุมลงไปเลยสิ"
 
      เมื่อดาวเทียมซูมลงไป เห็นเด็กสาวคนหนึ่งผมสีทองนั่นก็คือ ลูเน็ต เครื่องของเธอส่องแสงประหลาดสร้างความฉงนให้กับกองทัพอเมริกันเป็นอย่างมาก ชายปริศนาถึงกับยิ้ม

ออกมา แล้วพูดขึ้นว่า

     "นั่นสินะ เธอก็คงรออยู่แน่นอนเลย เหมือนชั้นเลย"

     "พูดอะไรน่ะ บลูโน่"

     "หึหึ เปล่าครับ"

     กลับมาตรงบริเวณที่ไทย ทุกคนยืนด้วยความฉงน โรซ่าพยามจะเข้าไปหาลูเน็ตที่ยืนเกาะขอบดาดฟ้า เพราะกลัวลูเน็ตจะตกลงไป

     "ลูเน็ต กลับมาเถอะ เร็วเข้า"

     เสียงของโรซ่าแม้พยามจะพูดแีีรงและดังแค่ไหน เสียงตะโกนก็ไม่ถึงลูเน็ตแม้แต่น้อย และแรงลมที่แรงมากจนคนธรรมดาไม่อาจจะยืนต้านทานไหว แต่ลูเน็ตกลับเกาะอยู่อย่างกับ

ลมบริเวณนั้นเบาหวิว เธอสั่งให้คนของเธอพยามฝ่าลมเข้าไปนำตัวลูเน็ตลงมา แต่ไม่ได้ผล ลมแรงเกินไป

     "ไม่ไหวครับ คุณโรซ่า ลมแรงมากเลย"

     "ลูเน็ต ลงมาเถอะ"

     ไม่นานนัก แสงสว่างจากบนฟ้า ปรากฎหุ่นรบขนาดยักษ์ สีขาวขนาดใหญ่สูงราวๆ สิบเมตร มันมีปีกสีขาวที่หุบเอาไว้ทั้งสองข้าง ดวงตาของมันทั้งสองข้างส่องแสงสีฟ้าเหมือน

กับท้องฟ้า ในมือด้านขวาของมันถือดาบใหญ่เอาไำว้ มือด้านซ้ายติดปืนขนาดใหญ่พร้อมโล่เอาไว้ ตัวของมันบินอยู่เหนือท้องฟ้า เมื่อมันกระพือปีกหนึ่งครั้ง ทำให้เมฆและพายุนั้น

สลายไปจนหมด ไม่นานนัก ก็มียานหน้าตาแปลกประหลาดคล้ายกับยานอวกาศ ร่อนลงตามมา ยานนั้นมีลักษณะคล้ายเครื่องบินลำเล็กๆ มีผลึกสีม่วงเกาะอยู่ที่ปีกทั้งสองข้าง ไม่นาน

มีเสียงพูดดังออกมาจากยานลำดังกล่างสื่อสารกับคนขับหุ่นรบสีขาวนั่น

     "ฝากด้วยนะ ฮาร์ต"

     "...."

     ไม่มีเสียงตอบใดๆจากหุ่นรบดังกล่าว ไม่นานนัก ยานดังกล่าวหันหัวกลับและกำลังจะมุ่งหน้าออกไปทางตะวันตกเพื่อเตรียมตัวจะหลบหนีจากจุดดังกล่าว ชาย หญิงสองคน

สนทนาโต้ตอบกันบนยานบินคันดังกล่าว

     "เปิด Infinite Boost กับ ระบบ Mind Map รึยัง เอริ"

    "เปิดแล้วหล่ะ"

   "งั้นเราไปจากตรงนี้กันเถอะ"

   "อือ"

    หญิงสาวหันกลับไปมองยังหุ่นรบสีขาวพลางถอนหายใจ

     "แน่ใจนะ ว่า ฮาร์ต สู้ไหว"

    "อืม ถ้าหวังกับเค้าไม่ได้ ก็หวังกลับใครไม่ได้ละหล่ะ"

    "นั่นสินะ"

    ขณะที่กำลังจะออกตัว ชายผู้ขับยานมองเห็น ลูเน็ตที่กำลังยืนอยู่บนยอดดาดฟ้า ทำให้เขาถึงกับตกใจขึ้นมาพอดู

    "อะไรเหรอ จาิมิน"

    เอริสังเกตได้ชัดจากอาการตกใจของจามิน เขารีบตั้งสติแล้วเดินเครื่องออกไป

    "ไม่มีอะไรหรอก เอริ"

    ในใจของเขาคิดและรู้สึกกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก "(ต่อไปนี้ คงได้แต่เชื่อมั่นแหละนะ ฮาร์ตคุง)"

    หลังจากที่ยานดังกล่าวเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงและบินลับหายไปจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ทางด้านฐานทัพอเมริกาก็ตกใจไม่ใช่น้อยกับเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่อยู่เืบื้องหน้าพวก

เขา

    "นี่มันอะไรกันน่ะ"

    นายพลถึงกับสะอึกและเงียบลงด้วยความฉงนกับสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าสายตาพวกเขา เขาหันกลับไปมองหาชายปริศนา แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว

    ณ ที่เดิม หุ่นรบสีดำขนาดใหญ่พอกันได้ปรากฎตัวจากท้องฟ้าเช่นกัน มือของมันถือปืนขึ้นมาและเล็งยิงไปที่หุ่นรบสีขาวนั่น กระสุนได้กระจายรอบๆบริเวณ ทำให้ตึกรามบ้าน

ช่องพังลงมา แต่เจ้าหุ่นสีขาวนั่นกลับนำโล่มาป้องกันไว้ และไม่เป็นอะไร จากนั้นมันได้ถือดาบเลเซอร์สีทองขึ้นมาและพุ่งเข้าไปฟาดฟันหุ่นสีขาวนั่นอย่างไม่ลังเล ทั้งสองฟาดฟันกัน

อย่างเอาเป็นเอาตาย รอบๆบริเวณพังลงมา ไม่นานหุ่นรบสีขาวก็พลาดท่าถูกฟันทะลุโล่ลงไปจนเกือบตรงกลางของตัวหุ่น

     ณ ฐานทัพอเมริกาอีกด้านหนึ่ง ห้องขังที่ดูสุขแสนสบาย กับชายแก่ที่อยู่ข้างในนั่งฟังเพลง บรรเลงอย่างมีความสุข ไม่นานชายตาบอดได้เดินเข้ามาหาเขา แล้วพูดขึ้นว่า

      "เจ้านั่นกำลังจะแพ้แล้วนะ"

      ชายแก่ไม่ได้สนใจกับสิ่งเขาคนนั้นพูด แต่เขาก็หยุดนิ่งและนั่งลงโดยมิได้ตอบอะไร

     "ถ้าเจ้านั่นตาย ความหวังของพวกนายก็คงพังหมดสิท่า"

      "ฮ่าๆ"

      "หัวเราะอะไร เจ้าแก่เซอร์เบีย"

      "นั่นสินะ บลูโน่ ถ้าเจ้านั่นมันแพ้แค่ "วิลล์" ห่วยๆของพวกแก ก็ไม่สมควรจะมาเป็นความหวังของพวกชั้นหล่ะนะ"

      ชายแก่นั่งลงและหยิบสมุดขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง แล้วพูดขึ้นว่า

     "เจ้านั่น น่ะ มันไม่สมประกอบ แต่ก็ยิ่งกว่าสมบูรณ์แบบเลยหล่ะ"

     "อย่าแพ้นะ!!!!!"

    ตัดไปทางด้านประเทศไทย เสียงตะโกนออกมาดังลั่น จากลูเน็ต หุ่นทั้งสองถึงกับหยุดต่อสู้กันแล้วหันไปทางต้นเสียง

    "อย่าแพ้นะ ... วิลล์ อุตส่าห์ ... ได้มาอยู่ท้องฟ้าเดียวกันแล้วแท้ๆเลย"

    ลูเน็ตพูดพลางร้องไห้ออกมา น้ำตาของเธอไหลลงซับเครื่องรางที่เธออุ้มอยู่ในมือ ไม่นานเจ้าหุ่นสีขาวแปล่งประกายสีทองออกมา พลังออร่าบางอย่างดังกล่าว ได้ซัดหุ่นสีดำ

กระเด็นออกไป ปีกของมันกางออกเป็นปีกขนนกของนางฟ้า พลังงานมหาศาลอันอบอุ่นได้แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ รูปร่างของนักรบเหล็กสีขาวได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดาบของหุ่น

นั้นได้กลายเป็นหอกเล่มโต และโล่ได้กลายร่างปืนใหญ่ สิ่งที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอของห้องหุ่นคนขับ เขียนว่า "Will Of Brave"

    "พลังงานเพิ่มขึ้นสูงจนวัดไม่ได้แล้วหล่ะครับ ท่านนายพล"

    "นี่มันอะไรกันเนี่ย"

    เสียงพูดของเหล่าทหารดังอื้ออึงเหมือนกับพวกเขาเหล่านั้นกำลังตื่นตกใจ อีกมุมหนึ่งของห้องฐานทัพสหรัฐ  ชายแก่ผู้นั้นกลับรู้สึกได้ ถึงพลังงานดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น แม้จะห่าไกล

กันข้ามทวีป ไม่นานชายปริศนาผู้ตาบอดได้เดินมาหาเขา

    "รู้สึกได้รึเปล่า บลูโน่"

    "นั่นสินะ ถ้างั้น ค่อยน่าเดิมพันหน่อยละ"

    "ชั้นคิดว่านะ บลูโน่ เจ้านกน้อย....นั่นเติบโตแล้วสินะ"

    "นั่นสินะ งั้นก็ช่วยไม่ได้นะ ครั้งนี้ นายชนะพนันนี่นะ เซอร์เบีย"

    นักรบหุ่นสีขาวได้ควงหอกขนาดยักษ์ ตั้งขึ้นบนฟ้า ในห้องควบคุมหุ่นดังกล่าว คนขับนิรนามได้พูดขึ้นว่า

    "ด้วยเจตจำนง แห่ง ความกล้า ข้าสาบานต่อเจตจำนงนั้น ขอข้าทำลายศัตรูที่อยู่ตรงหน้าด้วยเถิด"

    จากนั้นหุ่นสีขาวได้พุ่งไปแทงที่ห้องคนขับกลางลำตัวของอีกฝ่ายหนึ่งทันที เกิดระเบิดอย่างรุนแรง ลมขนาดใหญ่จากแรงระเบิดพัดสิ่งก่อสร้างและซากปรักหักพังปลิวไปรอบๆ

เมื่อทุกอย่างสงบลง หุ่นรบสีขาวและสีดำได้หายไป ลูเน็ตได้สลบลงและไม่ได้ถูกพักไปที่ใด โรซ่าไปวิ่งเข้าไปคว้าตัวเธอแล้วรีบลงจากตึกใบหยกทันที ส่วนทางด้านฐานทัพอเมริกา

ถูกระเบิดครั้งใหญ่ บลูโน่ได้พาเซอร์เบียหลบหนีตามรางวัลที่เขาควรจะได้จากการพนันครั้งนี้

    "เฮ้อ เหนื่อยนะ บลูโน่"

     "อืม แต่ก็นะ..."

     "อะไรรึ"

     "อย่างน้อยก็ขอบคุณนะ ที่แสดงความหวังให้เห็น"

     "ฮ่าๆ .. ไม่ใช่ชั้นหรอก ต้องไปขอบคุณเจ้าฮาร์ทนู่น"

      ท่ามกลางซากถล่มลงมา มีชายสวมผ้าคลุมพร้อมหมวกปกปิดใบหน้า กำลังพุ่งเข้าไปบริเวณที่หุ่นรบสู้กัน แม้ขณะที่ทุกคนกำลังอพยพ แต่เขาหาได้สนใจคนเหล่านั้นไม่ ตำรวจ

นายหนึ่งได้เดินมาพูดกับเขา

      "คุณครับ บริเวณนั้นอันตราย อย่า.."

     "เอ่อ .. คือผมต้องรีบครับ "ลูก" ผมอยู่ในนั้น"

     ไม่นานชายสวมผ้าคลุมก็ได้วิ่งหายเข้าไปท่ามกลางความอลหม่านนั้น นายตำรวจอ้วนดังกล่าวไม่สามารถจะหยุดเขาไว้ได้ ตำรวจอีกคนหนึ่งที่ยืนข้างนายตำรวจดังกล่าวถึงกับ

ฉงน และพูดขึ้นว่า

     "อะไรมันจะบ้าดีเดือดขนาดนั้น"

    "ก็นะ เขามีลูก ส่วนแกน่ะไม่มีนี่นา"

    "นั่นสินะ"

    "ความรักลูกนะ มันทำให้พ่อแสดงถึง "ความต้องการ" อันแรงกล้าที่จะปกป้องลูกของตนเองยังไงหล่ะ"

    ชายใส่เสื้อคลุมเมื่อเดินฝ่าเข้ามาถึงบริเวณข้างซอกตึก ได้เห็นเด็กผู้ชายใบหน้างามราวกับหญิง ผมสีน้ำตาลออกแดงสั้น เขานอนกองอยู่กับพื้นโดยสภาพไร้ซึ่งรอยบาดแผลใดๆ

    "เจอแล้วสินะ ฮาร์ต"

    "เปรี้ยง"

    มีปืนลำแสงยืงออกมาเฉียดหัวเขาไป หญิงสาวผมสีม่วงออกดำยืนอยู่เบื้องหน้าเขา เธอสวมชุดประดับประดาไปด้วยยศของนายทหารชั้นสูง ผมตรงจอนของเธอยาวมาปิดบริเวณ

หน้าอกขนาดใหญ่แม้แต่ใส่ชุดมิดชิดก็ยังเห็นเป็นทรวดทรง ในมือขวาของเธอถือดาบเลเซอร์และในมือซ้ายถือปืนยาวน้ำหนักมากด้วยมือเพียงข้างเดียว

    "เธอเองสินะ ผู้ขับ วิลล์ ออฟ พาวเวอร์"

    "..."

    ไม่มีเสียงอันใดตอบกลับมาจากเธอผู้นั้น ชายผู้นั้นพยามจะเดินเข้าไปหาเด็กผู้ชายที่นอนกองอยู่กับพื้น ซึ่งมีเธอผู้นี้ยืนคุ้มกันอยู่ใกล้ๆ ไม่นานสาวผู้นั้นได้พุ่งเข้ามาจู่โจมเขาทั้งที่

ยังไม่ทันตั้งตัว รวดเร็วและรุนแรง ดาบของเธอฟันเสาไฟฟ้าขาดเป็นสองท่อน ชายผู้นั้นได้แต่หลบอย่างเดียว มิได้ตอบโต้แต่อย่างใด จนในที่สุดดาบก็จ่อคอของเขาอย่างง่ายเหมือน

กับเสือที่เอามือวางไว้บนคอของกระต่าย

    "ให้ชั้นพาเค้าไปเถอะนะ เบรนดี่"

    "ไม่ ... ยังไงชั้นก็ปล่อยคนทรยศนั้นไปไม่ได้"

    "นั่นสินะ แต่เค้าก็เป็นความหวังนะ แล้วก็.... เป็นคนที่เธอรักมากและเคารพที่สุดเลยไม่ใช่หรือไง"

    คำพูดจากชายคนดังกล่าว ทำให้เธอลดดาบลงจากคอของเค้า น้ำตาของเธอไหลรินลงมา เหมือนกับความรู้สึกกับการกระทำของเธอในตอนนี้จะรู้สึกขัดแย้งกันจุดสุดขั้วเลยที

เดียว ไม่นานชายคนนั้นก็ได้คว้าตัวเด็กผู้นอนอยู่ตรงนั้น ตอนที้ เบรนดี้ำไม่ทันระวังตัว ถึงแม้เธอแหงนขึ้นมา เขาก็ไปไกลแล้ว

    "ไปก่อนนะ เบรนดี้ อีกนานกว่าเราจะเจอกัน ถึงตอนนั้น ชั้นจะให้แสดงให้เธอดู ถึง "เจตจำนงค์" ที่เขาเชื่อมั่นนั้นไงหล่ะ

    หลังจากนั้นชายผู้นั้นก็หายลับไปกับตา เบรนดี้ได้เก็บอาวุธของเธอและเปิดวิทยุสื่อสารขึ้นมาติดต่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

     "หน่วยซวอร์ด ว่าไงคะหัวหน้า"

     "อืม ขอชั้นกลับละกันนะ"

     "อ้าว แล้วที่ว่าจะจับ....."

     "ล้มเหลวน่ะ ....."

     "เอ๋ .... ไม่น่าเชื่อ แต่ก็นะ"
   
     "ช่างมันเถอะ เดี๋ยวชั้นจะส่งพิกัดไป มารับชั้นไปหน่อยละกันนะ"

     "รับทราบค่ะ"

     หลังจากวางสายวิทยุไป เบรนดี้ได้มองขึ้นไปบนฟ้า แล้วพูดขึ้นในใจของตัวเองว่า

     "ถ้าเป็นไปได้ ชั้นก็อยาก ... ที่จะอยู่ร่วมท้องฟ้าเดียวกับเธอนะ ฮาร์ต...."

    เธอค่อยเดินไปที่ตรงซากของเด็กผู้ชายนั้นนอนอยู่ เธอเห็นสร้อยคอที่หล่นลงที่พื้น มีสัญลักษณะคล้ายกับเครื่องลางของลูเน็ต เธอพลิกมาด้านหลังของสร้อยคอ มันมีคำเขียนว่า

"Will Of Heart" เธออมยิ้มแล้วพูดขึ้นมาอีกครั้งกับตัวเอง

    "เจตจำนงของเธอนั้น มันพาชั้นหวั่นไหวเสียซะจน ... ลืมทุกสิ่งไปเลยสินะ"

     ..................................................

- จบ Prologue แล้วนะครับ ว่างๆจะรีบมาลงให้ต่อ อาจจะคลุมเคลือไปบ้าง สำหรับบทพูดและการบรรยายลักษณะตัวละคร ตอนหน้าจะพยามปรับปรุงนะครับ
   

   
     
บันทึกการเข้า

Ara Ara ปีใหม่แล้ว แก่ขึ้นอีกปีสิเนอะ (●ω●)
PurpleHaze
Ace Pilot
****
กระทู้: 292


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 06:23:09 PM »

มาลงต่อสิครับ มีคนตามอ่านนะ

เพิ่มบรรยายสีหน้าท่าทางตัวละครอีกนิดระหว่างบทสนทนาจะแจ่มขึ้นเยอะเลยครับ

บางคำพูดใส่ "?" ไปด้วยจะช่วยให้เห็นหน้าตัวละครขึ้นอีกนะครับ
บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: