หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Goddess (ชื่อชั่วคราว)  (อ่าน 271 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kuruni
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1075


俺の彼女はロリ!

kuruni_chan@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 03, 2012, 05:14:53 PM »

   เรื่องที่ได้ไอเดียขณะพยายามแต่ง Sephira แล้วมันดันลื่นกว่า (อย่างน้อยๆก็บทแรกนี่) ความคิดบางส่วนมาจาก Don't Lose Your Mind ซึ่งเป็นหนังสือเสริมของ Don't Rest Your Head แล้วก็ความประทับใจจาก OP ของ Cthulhu ~Otome no Fureru, Tenshi no Yubisaki~ (ดูแต่OPแล้วได้ไอเดียครับ ตัวเกมนั้นเคยโหลดCGมา แต่กุโรเยอะไปหน่อยเลยลบจากความจำไปซะแล้ว ใครอยากดูบ้างก็เสิร์ชคำว่า Elder Things ใน YouTubeดูนะ)

   ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าฉากแอ็คชันยังเนิบนาบเหมือนเดิม(โฮ!) หวังว่าบทสองที่กำลังปั่นซึ่งมันจะสูสีหน่อยน่าจะดีขึ้น แต่ส่วนที่เหลือนับว่าถูกใจคนแต่งเลยล่ะ

-------------------------------------------------------
Part 1 Reunion

   ไม่ว่าใครก็ต้องเคยผ่านวัยเด็กกันมาทั้งนั้น

   แม้ว่าโตขึ้นมาจะเป็นหนุ่มเสเพล แต่ถ้ามีวัยเด็กเป็นปกติ เด็กผู้ชายทุกคนก็คงเคยผ่านช่วงที่คิดว่าเด็กผู้หญิงนั้นน่ารำคาญมาก่อน

   โดยเฉพาะถ้าใครสนิทสนมกับเด็กผู้หญิงหน่อยล่ะก็ จะถูกเพื่อนๆผู้ชายล้อเลียนว่าเป็นตุ๊ดบ้างล่ะ เป็นแแฟนกันบ้างล่ะ นำมาซึ่งความเขินอายอย่างยิ่ง

   แล้วเจ้าหนูฝ่ายชายก็จะเริ่มทำอะไรไม่เข้าท่าลงไปเพื่อให้เด็กหญิงอยู่ห่างๆเขาไว้ บ่อยครั้งที่มันกลายเป็นเรื่องน่าเสียใจในเวลาต่อมา

   แต่ในจำนวนนั้น จะมีสักกี่คนที่เรื่องเด็กๆนี้เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล?



   "บ้าเอ๊ย! สายอีกแล้วสิ!"

   อาวุธ เลิศวิจิตร สบถเบาๆหลังจากที่พลาดรถไฟฟ้าประจำทางแบบฉิวเฉียด เด็กหนุ่มสูดหายใจลึกๆเพื่อระงับความรู้สึกหงุดหงิดก่อนตรงไปทางห้องน้ำ คิดว่าไหนๆก็สายแล้ว ถือโอกาสที่รอรถเที่ยวต่อไปจัดการกับชุดนักเรียนที่ดูปุ๊บก็รู้ว่าผู้สวมใส่"รีบร้อน"สุดขีดเสียก่อนก็แล้วกัน

   "เอาล่ะ ค่อยพอดูเป็นคนหน่อย"

   อาวุธยิ้มให้ตัวเองในกระจก แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว พอสงบจากความรีบเร่งแล้ว ใจเขาก็คิดถึงสาเหตุที่ตนตื่นสายขึ้นมา

   ความฝัน...ฝันร้าย...ฝันแบบเดิมๆที่หลอกหลอนเขามาแต่เด็ก เสียงเบรคที่ดังบาดแก้วหู แล้วก็ร่างเล็กๆที่ถูกอัดกระเด็นด้วยแรงมหาศาล

   อาวุธสะบัดหัวอย่างแรง จริงอยู่ว่าเขาไม่อยากลืมความผิดพลาดในวัยเด็กนั้น แต่จะให้มันมารบกวนชีวิตปกติของเขาไม่ได้เช่นกัน

   "ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยนี่นา...รู้สึกผิดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วย"

   เด็กหนุ่มออกจากห้องน้ำ โทรทัศน์ที่มีไว้บริการประชาชนกำลังฉายภาพการต่อสู้ของหุ่นยนต์สองตัวพอดี ถ้าเป็นสักสิบปีก่อนนี่ย่อมเป็นรายการเด็กฉายตอนเช้า แต่ในตอนนี้ มันเป็นรายงายข่าวธรรมดาต่างหาก

   "ถึงตอนนี้ นี่ก็ยังเป็นวิดีโอที่เราถ่ายบลูธันเดอร์ได้ชัดที่สุดนะคะ"

   เสียงผู้ประกาศข่าวบรรยายขณะที่หุ่นยนต์ตัวแรกซึ่งมีรูปร่างคล้ายมนุษย์สีขาวน้ำเงินใช้ปืนกลยิงโจมตีคู่ต่อสู้พร้อมกระโดดอย่างคล่องแคล่วอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเครื่องจักร ขณะที่อีกฝ่ายนั้นดูเหมือนตั๊กแตนตำข้าวที่หุ้มเกราะโลหะมากกว่า ผิดกันแต่ส่วนลำตัวที่เหมือนกระดองของปู กระสุนปืนกลนั้นถูกขาคู่หน้าที่เป็นก้ามหนาป้องกันไว้ได้ แต่การเคลื่อนไหวที่งุ่มง่ามนั้นก็ทำให้หุ่นสีน้ำเงิน หรือที่สื่อเรียกว่าบลูธันเดอร์ เข้าประชิดก่อนใช้มีดที่ดึงมาจากขาอ่อนแทงเข้าที่ลูกกลมซึ่งดูเหมือนตาเข้าเต็มรัก

   ถ้าถามว่าเจ้าหุ่นยนต์พวกนี้มาจากไหน คำตอบก็คือไม่รู้

   เมื่อสองปีก่อน จู่ๆพวกมันก็ปรากฏตัวขึ้นและต่อสู้กัน สร้างความเสียหายกับบ้านเมืองพอดู แม้ตอนแรกจะสร้างความแตกตื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็เริ่มจะชินกีบพวกมัน ก็มีข่าวลืออยู่ว่าพวกหุ่นยนต์ที่ดูเหมือนมนุษย์นั่นเป็นอาวุธลับของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนว่าถูกปฏิเสธ แต่ก็สมเหตุผลดี เพราะนับตั้งแต่ที่พวกมันโผล่มา ก็มีแต่พวกนี้ที่ต่อสู้อยู่ทุกครั้ง ขณะที่คู่ต่อสู้นั้นดูเหมือนจะมีหลายกลุ่มตามรูปร่างที่ต่างกัน

   ถ้าคิดด้วยตรรกะของคนชอบดูการ์ตูน พวกบลูธันเดอร์ก็น่าจะเป็น"พระเอก"ที่คอยต่อสู้กับ"ผู้รุกราน"รูปร่างต่างๆกัน แต่ในเมื่อนี่เป็นชีวิตจริงจึงยังฟันธงไมได้

   ภาพวิดีโอจบลงที่บลูธันเดอร์โดดถอยออกมา ก่อนต่อลำกล้องที่สองเข้ากับปืนกล ก่อนยิงลูกระเบิดใส่อีกฝ่าย จะเป็นเพราะความเสียหายที่ถูกมีดแทงหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ แต่ปฏิกิริยาของเจ้าตั๊กแตนนั่นช้าลงจนลูกระเบิดปะทะกับลำตัวเต็มที่ ส่วนแขนของศัตรูขาดกระเด็นตามแรงระเบิด ก่อนที่มันจะล้มลงสงบนิ่ง ถ้านี่เป็นการ์ตูน ก็คงนับว่าจบไคลแม็กซ์ของตอนและทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี แต่ไม่ใช่หรอก ถึงจะบอกว่าเคยชินแล้ว แต่มันก็เหมือนกับคนที่บ้านอยู่ในเขตที่มีพายุบ่อยๆมากกว่า ถึงจะมีการอพยพผู้คนแล้ว ความเสียหายจากการต่อสู้ก็ยังอยู่

   เรื่องลึกลับอีกอย่างก็คือ ซากที่เหลืออยู่ของหุ่นยนต์นั้นจะสลายไปอย่างรวดเร็ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถวิเคราะห์อะไรเกี่ยวกับพวกมันได้ เช่นเดียวกับหุ่นผู้ชนะที่จะบินหายไปอย่างลึกลับเหมือนขามา แม้กองทัพจะเคยส่งเครื่องบินตามรอยดูแล้ว แต่อีกฝ่ายก็เหมือนมีเทคโนโลยีพรางตัวระดับสูงจนไม่อาจติดตามได้

   สรุปก็คือ สำหรับสามัญชนอย่างอาวุธแล้ว การที่อยู่ๆโลกนี้ก็มีหุ่นยนต์มาต่อสู้กันนั้นไร้ซึ่งที่มาที่ไปโดยสิ้นเชืง แต่นั่นแหละ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างในโลกนี้จะมีเหตุผลเสมอไป

   เหล่าผู้คนที่สนใจข่าวในโทรทัศน์วิพากษ์วิจารณ์กัน ส่วนใหญ่ก็พูดกันเรื่องทฤษฏีสมคบคิดอย่างมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ไม่ก็เรื่องบ้านคนรู้จักถูกทำลายในการต่อสู้ นั่นก็เป็นเรื่องปกติ

   "เอาล่ะ ไหนๆก็สายแล้ว ไปหาอะไรรองท้องจะดีกว่ามั้ง" อาวุธบอกตัวเองก่อนหันไปจากจอโทรทัศน์ และตอนนั้นเองที่เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งมองเขาอยู่

   อาวุธถูกสายตาคู่นั้นสะกดไว้ทันที นี่ไม่ใช่เรื่องโรแมนติกอย่างรักแรกพบหรอก จริงอยู่ว่าเธอเป็นคนสวยแน่นอน ผมสีทองยาวเป็นลอนกับตาสีฟ้าที่ทำให้นึกถึงตุ๊กตาฝรั่งเศส สายตานั้นถึงจะมองมาทางเขาแน่นอนแต่ก็ไม่มีอารมณ์ใดๆ



   "เธอน่ะเลิกตามชั้นต้อยๆได้มั้ย?!"

   "ไม่เอาอ่ะ ก็มานาชอบอาวุธนี่นา"

   "แต่ชั้นไม่ชอบเธอนี่!"

   "ใจร้ายจัง แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวพอหายโมโหแล้วอาวุธก็กลับเป็นคนใจดีเหมือนเดิมเองแหละ"

   "ไม่รู้เรื่องจริงๆเลยเธอนี่!"

   "หือ? อาวุธทำของตกแน่ะ อ้าว?"

   "เลิกตามชั้นมาได้แล้ว! ไอ้นั่นน่ะชั้นยกให้ก็ได้!"

   "อะ...อาวุธโกรธจริงๆเหรอ?"

   "ก็เออสิ!"

   "เดี๋ยวสิ...อย่าหนีมานาไปอย่างนี้สิ..."




    "หวา!"

   อาวุธหลุดปากออกมาพร้อมกับที่ล้มลงก้นกระแทกพื้น บทสนทนาที่เขาได้ยินในฝันกลับมาอีก ฝันกลางวันเหรอ? ไม่สิ ที่สำคัญกว่าคือผู้หญิงคนนั้น เธอเดินไปทางชานชาลาอีกแห่งซึ่งอยู่ทางตรงกันข้าม

   "เป็นอะไรไหมน่ะ เธอ?" ผู้ชายคนหนึ่งคงเป็นห่วงที่เห็นเขาจู่ๆก็ล้มลงเลยเข้ามาดู

   "เปล่าครับ พอดีตื่นสายเลยไม่ได้กินข้าวเช้าน่ะครับ แหะๆ" เด็กหนุ่มกลบเกลื่อน ตอนนี้เขาก็คลาดสายตากับเด็กคนนั้นเสียแล้ว

   เด็กคนนั้น...มานา?
บันทึกการเข้า


เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
Kuruni
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1075


俺の彼女はロリ!

kuruni_chan@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 03, 2012, 05:15:42 PM »

Part 1 Reunion (ต่อ)

   วันนี้ดูจะเป็นวันเฮงซวยอย่างแท้จริง เหตุการณ์ในตอนเช้าทำให้วันนั้นอาวุธเรียนไม่รู้เรื่องเลยสักนิด เหมือนได้เห็นสิ่งที่อาจเป็นคำตอบของปริศนาที่คาใจมานาน แล้วมันก็หลุดมือไปอย่างนั้น ความรู้สึกขุ่นมัวนั้นตามเขามาถึงมื้อเที่ยง อาวุธนั้นไม่ชอบบรรยากาศวุ่นวายในโรงอาหารก็เลยเลือกพึ่งพาอาหารกล่องจากร้านสะดวกซื้อมาหามุมสงบๆกินคนเดียวบนดาดฟ้าอาคารเรียน แต่ความสงบในวันนี้ก็ยังอุตส่าถูกรบกวนโดยมดที่ปกติไม่ค่อยมีให้เห็น ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไร แต่ที่แน่ๆก็คือมันกัดเจ็บชะมัด

   "ตลกน่า...เลือดไหลซิบๆเลยเรอะ?"

   เคยได้ยินเรื่องมดแอฟริกาตัวโตดุๆเหมือนกัน แต่แผลเขาก็แค่เลือดออกจางๆ แถมโดนกัดแค่ทีเดียวอีก คงจะไม่ใช่เรื่องมดหลุดจากห้องทดลองหรืออะไรทำนองนั้น

   ...ถึงอย่างนั้นมันก็รบกวนจิตใจอยู่ดี ทำเอาหมดความอยากอาหารไปอักโข ถึงอย่างนั้นก็ต้องกิน อย่างน้อยๆท้องอิ่มก็น่าจะสบายใจขึ้น

   "คุณ...อาวุธใช่ไหมคะ?"

   "ครับ?"

   คนที่เรียกเขาเป็นหญิงสาวสวมแว่นผมยาว ท่าทางเหนียมอาย ซึ่งนั่นทำให้ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปอีกว่าเธอมาหาเขาทำไม

   "พวกเราไม่รู้จักกันหรอกค่ะ ถึงจะเรียนปีเดียวกันแต่ฉันก็เพิ่งย้ายมา แถมอยู่คนละห้องด้วย"

   อืม...พอดีอาวุธก็ไม่ค่อยได้สังสรรค์กับคณะนักหลีในห้อง ไม่งั้นอาจจะเคยได้ข่าว ไม่สิ...ดูจากข้อมือที่มีผ้าพันแผลนั่น คณะข่าวลือทั่วไปก็น่าจะพูดถึงน่า

   "เอ่อ...งั้น...มีธุระอะไรกับผมเหรอ?" ท่าทีที่เว้นระยะของเธอทำให้อาวุธรู้สึกว่าพูดด้วยยากอย่างบอกไม่ถูก คงไม่ใช่จะส่งจดหมายรักน่ะนะ

   "ฉันน่ะไม่มีหรอกค่ะ มานาต่างหาก"

   พอได้ยินชื่อนั้น อาวุธก็ลืมตัวลุกขึ้นคว้าไหล่สองข้างของเธอทันที

   "มานาเหรอ?! ยายนั่น...ยังไม่ตายจริงๆใช่มั้ย?!"

   แทนที่จะตอบคำถาม หญิงสาวกลับยกมือข้างที่พันผ้าไว้ขึ้น ก่อนใช้มืออีกข้างจับปลายผ้าไว้

   "มันเจ็บนะคะ"



   ภาพลวงตา? แต่ความเจ็บปวดนี้เป็นของจริงแน่นอน

   พริบตาที่เธอแกะผ้าออก อะไรบางอย่างก็พุ่งมาที่หน้าอาวุธทำให้เขาผงะถอยไป เลือด?

   ไม่ใช่...สิ่งที่ติดมือเขาขณะปัดมันออกน่ะมัน...

   มด

   "ว้าก!!" ชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความตกใจก่อนปัดสิ่งที่ติดบนหน้าอย่างลุกลน

   "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แค่อยากให้คุณตกใจเท่านั้น" เธอพูดยิ้มๆพร้อมกับดึงผ้าพันแผลให้เข้าที่

   "เธอ...เธอเป็นใครกันแน่?"

   "ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องรู้จักกัน...และจริงๆแล้ว ฉันก็อยากให้วันนี้เป็นเหมือนฝันร้ายของคุณ ที่ยามตื่นก็ไม่เหลืออะไรไว้"

   "บ้าเอ๊ย! เธอต้องการอะไรกัน?!" อาวุธตะโกน ในใจนั้นรู้สึกอยากร้องไห้

   "เอาเป็นว่า ที่คุณถามมา มานายังสบายดีค่ะ"

   แปลกที่ชื่อนั้นทำให้เขาสงบลง

   "ไม่รู้หรอกนะคะว่าพวกคุณรูจักกันได้ยังไง แต่ถ้าคุณอยากเจอเธออีก ให้ไปที่ชิงช้าสนามเด็กเล่น ภายในห้าโมงเย็นวันนี้...เธอบอกฉันว่าคุณรู้ดีว่าเป็นที่ไหน"

   "ชิงช้าสนามเด็กเล่น..."

   "ขอเตือนก่อนนะคะ ถึงจะเป็นคนรู้จักของมานา แต่ถ้าวันนี้คุณไม่ไป คุณก็จะไม่พบเธออีกแล้ว...วันนี้จะเป็นเหมือนฝันร้ายของคุณ ที่ยามตื่นก็ไม่เหลืออะไรไว้"

   ตอนนั้นอาวุธยังไม่เข้าใจ ความหมายที่แท้จริงของคำเตือนนั้น



   ชิงช้าสนามเด็กเล่น...

   ก็นะ เมืองนี้ก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ถ้าคนบอกมาคือมานาล่ะก็มีที่เดียว สนามเด็กเล่นที่พวกเขาไปพบกันบ่อยๆตอนเป็นเด็ก ถึงตอนนี้มันจะเป็นอาคารร้างก็เถอะ

   อาวุธทบทวนดูแล้ว ตำแหน่งที่เคยเป็นชิงช้าน่าจะอยู่ลึกเข้าไปอีก เขาก็เลยเดินเข้าไปในอาคาร บรรยากาศของสำนักงานที่ถูกทิ้งนี้น่าขนลุกใช่ย่อย

   "ได้ยินว่าหลังจากวันนั้นไม่นาน เจ้าของที่ตรงนี้ก็ขายให้บริษัทแห่งหนึ่ง"

   จู่ๆเสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นมา จริงๆแล้วถ้าเป็นรายการขนหัวลุกเขาคงกลัวแทบตาย แต่อาวุธกลับรู้สึกดีใจและวิ่งไปทางเสียงนั้น

   "สนามเด็กเล่นถูกรื้อ และตึกหลังนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาแทน"

   ชั้นสองเหรอ? อาวุธขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว

   "แต่ไม่กี่ปีต่อมาก็เป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ และบริษัทนี้ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ล้มไปในช่วงนั้น"

   เสียงถอนใจเบาๆ

   "น่าเสียดายนะ ที่นี่เป็นสถานที่แห่งความทรงจำของอาวุธกับมานาแท้ๆ..."



   ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ผมสีทองยาวเป็นลอนกับตาสีฟ้าทำให้นึกถึงตุ๊กตาฝรั่งเศส ผู้หญิงที่พบตอนเช้า เมื่ออาวุธเห็นเธอนั้น เธอก็หันมามองช้าๆ ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุด

   "...จริงมั้ยล่ะ อาวุธ?"

   "มานา!"

   "ฮึๆ ไม่ได้เจอกันนาน อาวุธก็เป็นหนุ่มหล่อแล้วนะ"

   "พูดอะไรของเธอน่ะ ว่าแต่...เธอน่ะ..."

   อาวุธรู้สึกว่าตนเองจะพูดอะไรก็ไม่เข้าท่าทั้งนั้น ในเมื่อวันนั้น...

   "หือ? มานาสบายดีจ้า"

   เธอลงจากขอบหน้าต่างแล้วเดินเข้าใกล้อย่างคล่องแคล่ว

   "แข็งแรงครบสามสิบสองประการ ตอนนี้ต่อให้ถูกรถบรรทุกชนก็ไม่เป็นไรนะ"

   ! อาวุธรู้สึกว่าลมหายใจตัวเองขาดห้วง ก่อนหน้านี้ความอยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไรทำให้เขาลืมสนิท ตอนนี้ถึงนึกได้ว่า...เธอต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่นอน

   "...มานา ตอนนั้นเธอ..."

   "ตอนนั้น? อ๋อ! มันก็...เป็นประสพการณ์ที่หาได้ยากน่ะนะ"

   "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เธอ...ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าพูดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่ว่าฉัน...ขอโทษนะ"

   อาวุธเริ่มร้องไห้ ขณะที่มานามองเขาด้วยดวงตาราวกับสงสัย ก่อนที่เธอจะยิ้มอย่างเบิกบาน

   "เห็นมะ พอหายโมโหแล้วอาวุธก็กลับเป็นคนใจดีเหมือนเดิมจริงๆด้วย"

   "มานา..."

   "มานาเข้าใจจ้ะ เด็กผู้ชายในวัยนั้นไม่ค่อยชอบเด็กผู้หญิงหรอก พอโตขึ้นแล้วมานาก็เข้าใจนะ"

   "แต่ว่า-"

   "แม้แต่ที่มานาถูกรถชนตอนนั้น อาวุธก็ไม่คิดใช่มั้ยล่ะ? ฮะๆๆ มานาก็บ้าเองนะ...พอคิดว่าอาวุธจะโกรธมานาตลอดไป ก็เลยฝ่าสัญญาณไฟข้ามถนนไปได้"

   อาวุธจะพูดอะไร แต่นิ้วของเธอก็กดลงบนริมฝีปากซะก่อน

   "ดูท่าทางอาวุธตอนนี้ มานาคิดว่าอาวุธคงจะเข้าใจความรู้สึกของมานาตอนนั้นแล้วมั้ง"

   "อื้อ...ตลอดเวลาเลยล่ะ พอมานาออกจากห้องฉุกเฉิน แม่มานาก็ย้ายโรงพยาบาลเลยนี่นา"

   "งั้น...เรื่องนี้ยกโทษให้ก็ได้ ถ้าอาวุธทรมานมานานขนาดนั้นจริงล่ะก็นะ"

   "ไม่หรอก ถึงเธอจะไม่เป็นอะไร แต่ว่า..."

   "มานาชอบอาวุธนะ" จู่ๆเธอก็ขัด

   "หา?"

   "และตอนนี้ก็รู้แล้วว่า ลึกๆแล้วอาวุธก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ฉะนั้นมานาก็ยังชอบอาวุธเหมือนเดิม"

   เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา จนรู้สึกอึดอัด

   "เอ่อ...มานา"

   ขณะที่คิดว่าจะผลักเธอออกไปดีไหมนั้น ริมฝีปากของหญิงสาวก็ประกบกับเขาทันที



   แวบแรก อาวุธรู้สึกตกใจกับการจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว

   เสี้ยวหนึ่งในใจนั้น มีความกังวลว่าเธออาจจะแอบหยิบมีดมาแทงข้างหลัง หรือใช้วิธีอื่นๆฆ่าเขา ก่อนจะเยาะเย้ยถากถางที่เขาคิดว่าบาปนี้จะได้รับการอภัยง่ายๆ

   แต่ครู่ต่อมา เขารู้สึกว่าแบบนั้นอาจจะดีกว่า



   "อ๊าก!!!!" ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้เขาล้มลงไปกับพื้น รู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับว่าปอดทั้งสองข้างถูกฉีกจากภายในก็ไม่ปาน

   "ขอโทษนะ มานาไม่ได้โกรธอาวุธจริงๆ แต่ว่า...การเข้าใจความเจ็บปวดของคนที่เรารักน่ะเป็นสิ่งสำคัญนะ"

   อาวุธไม่มีลมหายใจพอจะส่งเสียง ได้แต่ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามไปทางมานาเท่านั้น

   "จริงอยู่ว่าตอนนี้มานาสบายดี แต่นั่นก็เพราะเป็นร่างนี้เท่านั้น"

   จะเป็นภาพหลอนหรืออะไรก็ตามแต่ อาวุธเห็นปีกสีขาวสยายออกมาจากด้านหลังของมานา ดูแวบแรกมันก็เหมือนปีกของนางฟ้า แต่อาจจะเพราะตาเริ่มมัว เขาจึงเห็นมันเป็นเหมือนพังผืดแผ่นใหญ่มากกว่า มานาก้มลงมาใกล้กับเขา

   "ไม่ต้องห่วงนะ มานารู้ว่าอาวุธไม่เป็นไรแน่ แต่ว่า นี่เป็นแค่กุญแจเท่านั้น ที่เหลือหลังจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับอาวุธเองแล้วนะ"

   หมายความว่าไงกัน? นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่อาวุธคิด

   ก่อนที่ตัวเองจะอาเจียนของเหลวสีแดงเข้มออกมา แล้วความมืดมนก็เข้าปกคลุมสติของเขา
บันทึกการเข้า


เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
ยาดมท่านเจ้าคุณ
The Heartless Blonde
Ace Pilot
****
กระทู้: 280


Yuri With World Of Pure \( ' w ' )


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 03, 2012, 11:03:49 PM »

ืท่าน Kuruni ก็ลงฟิคแล้วสินะคับ ปีใหม่ฟิคผุดขึ้นตรึม 
บันทึกการเข้า

Ara Ara ปีใหม่แล้ว แก่ขึ้นอีกปีสิเนอะ (●ω●)
Kuruni
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1075


俺の彼女はロリ!

kuruni_chan@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 17, 2012, 11:40:37 PM »

   ช้ากว่าที่คิดแต่ก็ยังไปได้แฮะ ชื่ออย่างเป็นทางการก็ยังไม่มี ถือว่าเข้าเรื่องจริงๆหลังจากที่ตอนที่แล้วเป็นแค่นำเรื่องน่ะครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
   Part 2: Unveil


   วันนี้จะเป็นเหมือนฝันร้ายของคุณ ที่ยามตื่นก็ไม่เหลืออะไรไว้



   พอนึกย้อนไปแล้ว อาวุธก็ยิ่งสงสัยว่าสาวแว่นคนนั้นหมายความว่าไงแน่?

   วันนั้น พออาวุธรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงพยาบาลแล้ว พี่ชายบอกว่าใครบางคนโทรศัพท์ไปเรียกรถพยาบาลให้ ซึ่งพวกนั้นก็พบเขานอนสลบกลางกองเลือดตัวเอง

   ที่พิลึกก็คือว่า พอจับเขาตรวจดูแล้วกลับไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ แม้แต่แผลในกระเพาะอาหารก็ไม่มี รวมทั้งไม่มีอาการขาดเลือดด้วย ท่าทางพวกหมอจะไม่อยากให้เขากลับบ้าน ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะขืนเขาไปตายที่บ้านในวันสองวันก็คงเสียชื่อโรงพยาบาลมากกว่าอะไร แต่ในเมื่อค่ารักษามันไม่ฟรี เขาจึงได้กลับมาที่บ้านหลังจากไปนอนเล่นแค่วันเดียว

   "เฮ้ย นายไม่ได้หัวกระแทกหรืออะไรแน่นะ?" ระหว่างที่นั่งรถกลับบ้าน พี่ชายผู้เป็นผู้ปกครองของอาวุธมีท่าทางประหลาดใจเมื่ออาวุธตอบว่าเขาไปที่นั่นทำไม แต่อาวุธไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักหรอก

   "มานา...เด็กคนนั้นน่ะ ถึงรอดมาได้ก็ไม่น่าจะมานัดคุยกับนายได้นี่นา"

   "ผมก็คิดแบบนั้น ถึงต้องไปหาดูไงครับ เธออยู่นั่นจริงๆนะ สบายดีด้วย"

   "แล้วเธอก็วางยาพิษนายเรอะไง? ยิ่งฟังดูพิลึกเข้าไปอีกนา"

   อาวุธยอมรับว่ามันไม่สมเหตุผลจริงๆ มานาคิดอะไรกันแน่?

   "คนเรา...ลองถูกรถบรรทุกชนกระเด็นก็คงเพี้ยนมั้งครับ"

   พูดออกไปแล้ว อาวุธก็รู้สึกผิดที่เอาเรื่องนี้มาพูดติดตลก แต่ความรู้สึกบางอย่างก็บอกเขาว่ามันไม่ใช่แน่ ดีที่พี่ของอาวุธมีนิสัยที่ไม่ชอบซ่อกแซ่กเรื่องคนอื่น เมื่ออาวุธยืนยันว่าไม่มีอะไร โดยเฉพาะไม่ได้เล่นยาหลอนประสาทอะไรแน่นอน เขาก็ไม่ถามอะไรอีก (มันก็ตัวนายเอง ดูแลให้ดีก็แล้วกัน พี่เขาว่างั้น)



   ไม่ว่ายังไง ตอนนี้เบาะแสสำคัญของเขาก็คือแม่สาวแว่นคนนั้น คราวก่อนยายนั่นบอกว่าอยู่ชั้นปีเดียวกันแต่คนละห้องสินะ ตอนแรกอาวุธว่าจะถามจากกลุ่มนักหลีหลังอาหารเที่ยงแล้ว แต่ผิดคาดเพราะเธอไปรอเขาอยู่ที่ดาดฟ้าพร้อมข้าวกล่องของตัวเอง

   "ที่นี่ก็ไม่เลวเลยนะคะ ลมพัดสบายดี สงบดีด้วย"

   "นี่เธอมารอฉันเรอะ?"

   "เปล่าค่ะ"

   หญิงสาวกระดกแว่น

   "วันก่อนฉันสงสัยว่าทำไมคุณถึงมานั่งที่นี่แทนโรงอาหารหรือห้องเรียน ก็เลยมาลองกินอะไรบ้าง แล้วก็ชักชอบใจขึ้นมา"

   "งั้นเหรอ..." อาวุธตัดสินใจนั่งลงโดยทิ้งระยะห่างจากเธอพอสมควร ที่ข้อมือของเธอยังมีผ้าพันไว้เหมือนเดิม

   "ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ถึงตอนนี้ คุณอยากจะลืมเรื่องทั้งหมดก็ทำไม่ได้แล้วล่ะ"

   ท่าทางเธอจะเดาความคิดเขาออก

   "ตอนนี้มานาอยู่ไหน?"

   "ฉันก็ไม่รู้ค่ะ แต่ต่อให้เป็นอวกาศก็ไม่น่าแปลกใจ"

   "หา?"

   "รายละเอียดต้องถามจากเจ้าตัวเองค่ะ ฉันก็แค่ผู้ได้รับกุญแจเหมือนคุณ"

   เธอเอื้อมมือไปแตะที่ระหว่างอก

   "Heart of Queen - นั่นเป็นสิ่งที่ฉันได้มาจากมานาค่ะ"

   ควีน? นางพญา...มด? อาวุธนึกถึงตอนที่เธอปล่อยมดออกมาแล้วขนลุกอย่างช่วยไม่ได้

   "ยายนั่นถูกมนุษย์ต่างดาวดัดแปลงมาหรือไงเนี่ย..."

   "...อืม ตามที่เธอบอกฉันก็นับว่าใช่ค่ะ"

   "หา?!" เมื่อกี้บ่นลอยๆเท่านั้นเองนะ

   "อ้อ! ฉันชื่อฮัน ยองมุน ตอนม.ต้นเคยเรียนพิเศษที่เดียวกับมานา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

   "เอ๋? แล้วตอนนี้?"

   "มานาน่ะ...เกี่ยวข้องกับพวกเราเฉพาะที่เธอคิดว่าจำเป็นเท่านั้น ตอนนี้เธอเรียนอยู่ที่ไหน บ้านอยู่ที่ไหน ถ้าคุณรู้ก็แสดงว่าเธออยากบอกคุณ สำหรับฉันเอง เธอดูเหมือนจะไม่อยากรู้จักมากกว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนพิเศษสมัยม.ต้นน่ะค่ะ"

   จะทำตัวลึกลับแบบนั้นไปทำไมเนี่ย?

   "โลกนี้มีอะไรซ่อนอยู่เยอะแยะ ในฐานะผู้ถือกุญแจ คุณจะได้รู้เรื่องพวกนั้นเองล่ะค่ะ"

   "เดี๋ยวนะครับ แล้วไอ้กุญแจนี่มันอะไรกันน่ะ?"

   "ยังไม่รู้เหรอคะ? เอ่อ...งั้น..."

   ยองมุนมีท่าทางอึกอัก

   "...ก็แสดงว่าเป็นหน้าที่ฉันสินะคะเนี่ย...โธ่..."

   "เอ่อ...เป็นอะไรไปครับ?"

   "...คือการได้รับเลือกจากมานาน่ะ เป็นขั้นแรกเท่านั้นค่ะ ยังมีการทดสอบอีกขั้นอยู่"

   "การทดสอบ?"  

   "อือ...เอาเป็นว่า...เย็นนี้เลิกเรียนแล้ว...ช่วยออกไปกับฉันหน่อยได้ไหมคะ?"



   ถึงมันจะคล้ายถูกสาวชวนไปเที่ยว (ยองมุนบอกว่าที่ตะกุกตะกักก็เพราะรู้สึกแบบเดียวกัน) แต่อาวุธมั่นใจว่าไม่ใช่แน่ๆ กระนั้นถ้าใครมาเห็นเเขาเดินไปกับสาวแว่นคนนี้ก็อาจเข้าใจผิดได้ใหญ่โต ตัวอาวุธเองน่ะไม่เป็นไรหรอก (เรื่องผู้หญิงนั้น พี่ชายกำชับมาสั้นๆแค่ "จะทำอะไรก็พร้อมรับผิดชอบด้วยล่ะ") แต่มันไม่ดีกับฝ่ายหญิงเขา

   "ตั้งสติให้ดีๆนะคะ"

   จู่ๆยองมุนที่เงียบมานานก็พูดขึ้น ว่าแต่นี่มันก็ทางที่เขาเดินกลับไปสถานีรถไฟฟ้าทุกวันนี่นา แถวนี้มันมีอะไรรึ? ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรแหลมๆน่ารำคาญ แปลกที่คนอื่นๆดูจะไม่ได้ยินเสียงนั้น

   ไม่กี่อึดใจต่อมา อาวุธก็รู้สึกว่าทิวทัศน์ของเมืองนั้นเปลี่ยนไป ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็กับว่าจู่ๆภาพตรงหน้าก็กลายเป็นจอหนังขนาดใหญ่ที่ซ้อนไปมา ผู้คนที่เดินอยู่นั้นก็ไม่ได้หายไปไหน แต่อาวุธเห็นเป็นเหมือนภาพสองมิติที่วาดทับไปบนอาคารที่แบนราบนั้น สรรพเสียงของเมืองใหญ่นั้นเงียบสนิท มีแต่เสียงแหลมๆน่ารำคาญนั่นยังอยู่

   "อะไรเนี่ย!?"

   อาวุธผงะ คนที่ยังยืนในระนาบปกติมีเพียงเขากับยองมุนเท่านั้น

   "อิมเมจินารีสเปซค่ะ เป็นที่ที่มีแต่ผู้ถือกุญแจเท่านั้นจะเข้ามาได้ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่มานาบอกว่า ที่นี่คือสถานที่ที่กำหนดความเป็นไปของโลกนี้"

   เธอหันมาสบตาเขา ก่อนชี้ให้เดินต่อไป

   "สำหรับคนอื่นๆ พวกเราก็แค่เดินตามปกติไปจนพ้นสายคาค่ะ ดูเหมือนว่าคนทั่วไปจะรับรู้ถึงที่นี่ไม่ได้เลย ถ้าพวกเราจู่ๆก็หายไป คนที่เห็นเข้าก็ต้องรู้ว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นเพราะที่นี่ ฉะนั้นทุกอย่างจึงไม่มีอะไรผิดปกติไงคะ"

   "คิดว่าเข้าใจนะ" อาวุธเดินโดยที่ตาเหลือบมองพื้น นิสัยไร้สาระอย่างหนึ่งของอาวุธก็คือเวลาเดินบนพื้นที่ปูกระเบื้องเป็นตารางแล้วจะพยายามเดินไม่ให้เหยียบเส้น ถึงตอนนี้มันจะเป็นแค่ลายนผิวเรียบๆบแล้วก็เถอะนะ

   "เรื่องของที่นี่ ไว้ให้มานาอธิบายน่าจะดีกว่านะคะ ถ้าชินกับมันแล้ว อิมเมจินารีสเปซก็มีประโยชน์ดีค่ะ จะเดินทางกลับบ้านหรือไปต่างจังหวัดก็ง่ายๆนะ เพียงแต่ว่า พวกเราน่ะ ไม่ใช่พวกเดียวที่มาที่นี่ได้"

   ยองมุนนำทางอาวุธไปถึงสิ่งที่ดูเหมือนเสาหินสีดำ ก่อนจะหันมาถาม

   "คุณอาวุธเคยมีเรื่องชกต่อยกับใครเขาไหมคะ?"

   "เอ๋...ไม่หรอกครับ"

   "ชอบกีฬาไหมคะ? ออกกำลังประจำหรือเปล่า?"

   ถามทำไมเนี่ย?

   "แค่พอไม่ให้ร่างกายเป็นถั่วงอก นานๆทีครับ"

   "งั้นก็บอกได้แค่ว่า โชคดีนะคะ"



   ไม่ทันที่อาวุธจะได้ถามอะไร อาวุธก็เห็นผนังรอบๆตัวกลายเป็นป่าดงดิบ แล้วมันก็ขยายกลับเป็นภาพสามมิติปกติ รู้ตัวอีกที เขาก็ยืนอยู่กลางป่านั่นซะแล้ว

   "เฮ้ย! เดี๋ยวสิ! นี่มันอะไรน่ะ ยองมุน?!"

   ไม่มีคำตอบ นอกจากเสียงแมลงเขตร้อนแล้วรอบๆตัวเด็กหนุ่มไม่มีใครอีก โดนปล่อยเกาะแล้วเรอะ?

   "พับผ่าสิ...แล้วจะกลับไปได้ไหมเนี่ย?" ยองมุนบอกว่าผู้ถือกุญแจจะเข้าไปในอิมเมจินารีสเปซได้ แต่ยังไงล่ะ? ที่แน่ๆมันคงไม่ใช่เรื่องที่ไม่ตั้งใจก็ทำได้ เพราะตั้งแต่ที่เขากลับจากโรงพยาบาล เขาก็ไม่เคยไปที่นั่นโดยบังเอิญเลย ว่าแต่พรรณไม้พวกนี้อีก อาวุธเห็นต้นไม้ที่ไม่คุ้นตาอยู่ไม่น้อย ป่านี่มันแถวไหนของแอฟริกาเนี่ย หรือจะเป็นส่วนที่ยังไม่ได้สำรวจของลุ่มน้ำอเมซอนกัน?

   เสียงการเคลื่อนไหวจากด้านหนึ่งทำให้อาวุธหันไปดู ตอนแรกก็กังวลว่าถ้าเป็นคนป่าจะคุยกันยังไง แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าถ้ามันเป็นหมีหรือเสือล่ะ? ก่อนจะเห็นว่าผิดถนัดทั้งสองข้อ

   ไดโนเสาร์?



   ในอิมเมจินารีสเปซ เด็กสาวสองคนนั่งที่โต๊ะตัวเล็กๆพร้อมชุดน้ำชา มองภาพอาวุธที่หนีนักล่าสี่เท้าอย่างทุลักทุเล

   "ว่าแต่ทำแบบนี้จะดีเหรอคะ มานา?"

   "ป่าดงดิบยุคดึกดำบรรพ์ที่รายล้อมด้วยสัตว์ร้าย ห้วงเวลาที่ไม่มีใครให้พึ่งพานอกจากตัวเอง ฉันว่าเป็นวิธีปลุกความสามารถในการใช้กุญแจได้เร็วที่สุดน่ะนะ เธอเองก็เป็นหลักฐานอยู่"

   "แต่ถ้าไม่นับตัวคุณเอง พวกเราก็มีแค่ฉันกับเขาเองนะคะ อย่างน้อยๆก็น่าจะสอนการใช้กุญแจให้ก่อน"

   "อาวุธไม่เป็นไรหรอก แล้วทำไมเธอไม่แนะนำเขาเองก่อนจะส่งไปล่ะ ฮึ?"

   "ก็ฉันไม่รู้นี่คะว่าความสามารถของเขาเป็นแบบไหน "

   "เหมือนกันเลย"

   "หา?"

   "ฉันไม่รู้หรอกนะว่า เศษเสี้ยวของเทพ ที่ให้ไปน่ะจะกลายเป็นกุญแจแบบไหน รอบของเธอก็ด้วยนะ"

   มานาคนชาในถ้วยอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ยองมุนมีท่าทางตกใจชัดเจน

   "เดี๋ยวก่อนนะคะ นั่นก็คือคุณส่งฉันไปให้แรปเตอร์วิ่งไล่เล่นทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะสู้ได้มั้ย?"

   "ไดโนนีคัสต่างหาก เธอน่ะดูหนังมากไปแล้ว"

   "เรื่องนั้นช่างเถอะค่ะ แล้วติ๊ต่างว่าความสามารถที่ได้มามันเอาตัวรอดจากแรปเตอร์นั่นไม่ได้"

   "ฉันอุตส่านั่งคัดคนจากความจำตั้งนานนะ แค่ไดโนเสาร์กินเนื้อน่ะเอาอยู่แน่"

   มานายกชาขึ้นจิบ

   "แล้วก็ สิ่งที่จะเจอหลังจากนี้น่ะ มันยิ่งกว่าพวกไดโนเสาร์นี่ด้วย"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 17, 2012, 11:42:19 PM โดย Kuruni » บันทึกการเข้า


เว็บหุ่นยนต์ของข้าพเจ้าเอง แวะมาเยี่ยมหน่อยเน้อ
SrwKung
Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1873


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 18, 2012, 12:38:43 AM »

อยากจะบอกว่าผมชอบคาแรกเตอร์พี่ชายแบบนี้ชะมัดเลยล่ะ~

ลองไล่อ่านรวดเดียวตั้งแต่ต้น...ถ้าไม่มีฉากหุ่นยิงกันคงนึกว่าเป็นฟิกแนวพลังพิเศษแหง่มๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: