Chapter 4 : Obliteration Imminent-เริ่มต้นเกม Kendra จะติดต่อมา ถาม Hammond ถึงเรื่อง Marker ซึ่ง Hammond นั้นบอกว่าไม่รู้เรื่องนี้ แต่ Kendra จะไม่เชื่อ Hammond บอกให้พักเรื่องนี้ก่อนแล้วให้รีบมาหาเขาทันทีที่สะพายเดินเรือ(เรียกถูกหรือเปล่าหว่า) ให้เราเข้าประตู Main Atrium แล้วเดินไปตามทางจะพบสะพานเดินเรือขนาดใหญ่

-ให้เราเดินลงไปด้านล่างจะพบทางต่างระดับซึ่งภายในมีลิฟต์อยู่ ให้ลงลิฟต์มาที่ห้อง Captain ‘s Nest (ก่อนเข้าห้อง Captain ‘s Nest จะมี Schematic ของชุดระดับ 3 อยู่ด้วย อย่าลืมเก็บนะครับ) เมื่อเข้ามาห้อง Captain ‘s Nest เราจะพบ Hammond ซึ่งเขาจะขอให้เราเชื่อใจเขา แล้วจะให้เราไปช่วยเปิดระบบทำงานของปืนใหญ่ เพื่อทำลายสะเก็ดอุกกาบาต(มั้ง 5+) ให้เก็บไอเทมให้หมดแล้วกลับขึ้นมาด้านบน ก่อนไปเซฟเสียก่อนแล้วให้ไปทางประตู Security Room ซึ่งเป็นประตูที่อยู่ข้างๆประตูที่เราเข้ามาตอนแรก แต่ระหว่างที่กำลังจะเข้าประตู เราจะพบว่ามีเอเลี่ยนตัวใหญ่ ( Brute) ทำลายประตูออกมา

ให้เรากำจัดมัน โดยจุดอ่อนของมันจะอยู่ด้านหลัง ซึ่งมีวิธีปราบหลายๆแบบครับ เช่น
1.ใช้ Stasis ชะลอมันแล้ว อ้อมไปยิงด้านหลังมัน ดื้อๆเลย
2.ให้ยิงมันจนกว่ามันจะหมอบลง ซึ่งต้อนนี้มันจะไม่ขยับไปไหน ให้เรารีบวิ่งอ้อมมายิงมันด้านหลัง
3.วิธีนี้ค่อนข้างแปลกหน่อย คือใช้พื้นที่ปลอดภัยให้เป็นประโยชน์ อ๋อ...พื้นที่ปลอดภัย ที่ผมเขียนนั้นหมายถึงพื้นที่ที่พวกเอเลี่ยนจะไม่ยอมเข้ามาครับ เช่นพวกทางต่างระดับ หรือประตูแต่บางประตู ไม่รู้ว่าเป็นที่โปรแกรมสั่งไว้หรือว่าเป็นบั๊กของเกม ซึ่งเราควรใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์ในการยิงฟรีครับ
มาพูดถึงวิธีปราบมันต่อนะครับ
-ให้เรามองหาพื้นที่ต่างระดับ ซึ่งในห้องนี้จะเป็นทางที่เราพึ่งเดินขึ้นมาจาก ลิฟต์ Captain ‘s Nest ก็ได้ครับ ลองล่อมันให้เดินมาหาเรา แล้วลองวิ่งกลับลงมาสิครับ จะพบว่ามันเดินหันหลังหนีไปไปหลบหลังลิฟต์ตะรางกลางห้องเฉยเลย ให้เรายิงหลังมันตอนที่มันเดินหนีนี่แหละครับ แต่วิธีนี้จะค่อนข้างช้าครับ
-เมื่อชนะมันได้ให้เข้าประตูที่มันพังออกมา สำรวจสวิตซ์ข้างใน เราจะเปิดระบบการทำงานของลิฟต์ที่อยู่กลางห้องได้แล้ว ให้เราลงลิฟต์ Elevator to Ship Systems Level ไป เมื่อลงมาแล้วเข้าประตู To Ship System Room ให้เข้าไปเก็บไอเทมและเติมพลังงาน Stasis ที่ห้อง SS Storage ก่อนนะครับ จากนั้นวิ่งไปจนพบประตู Ship system ให้ระวังพื้นที่ที่มีแสงสีฟ้าพุ่งขึ้นมานะครับ เพราะโดนเข้าไปครั้งเดียวตายทั้งเราและเอเลี่ยน

-ให้เดินฝ่าพวกเอเลี่ยนเข้าไปตามทางเรื่อยๆ จนพบห้องที่มีสายไฟสะบัดไปมา ให้รอจนมันสะบัดมาทางซ้ายแล้วใช้ Stasis ชะลอมันแล้วรีบวิ่งไปกดสวิตซ์ที่อยู่ทางขวามือ

-จากนั้นกลับมาที่สะพานเดินเรือ ก่อนหน้านั้นให้เตรียมตัวรับมือพวกเอเลี่ยนที่มารอต้อนรับเราด้วยนะครับ จากนั้นมาที่ลิฟต์ Elevator to Mining Admin and Comm Array Levels ให้ลงมาที่ชั้น 1 แล้วเข้าประตู To Mining admin Room จากนั้นเข้าประตู MA Hall Storage เพื่อเก็บไอเทม แล้วออกมาทางขวามือเข้าไปตามทางจนมาถึงห้อง Mining Admin Room
-ที่ห้อง Mining Admin Room กำจัดเอเลี่ยนให้หมด แล้วเข้าไปเก็บไอเทมในห้อง MA Storage Room ที่อยู่ทางซ้าย และห้อง MA Storage Room C ที่อยู่ทางขวา จากนั้นเข้ามาข้างในสุดของห้อง สำรวจสวิตซ์ Re Route ADS Power จากนั้นกลับมาขึ้นลิฟต์อีกครั้งแล้วเลือกไปที่ชั้น 3
- เมื่อเข้ามาจะพบชายคนหนึ่งวิ่งหนีหายไป ให้ตามเค้าเข้ามาข้างใน จัดการเอเลี่ยนแล้วสำรวจสวิตซ์ Re Route ADS Power จากนั้นเข้าประตู Ship Exterior Access ให้เข้ามาด้านในเก็บไอเทมให้หมดแล้วขึ้นลิฟต์ Ship Exterior Access Hammond จะติดต่อมาหาเราบอกว่าให้รีบไปที่ห้องควบคุมปืนใหญ่โดยเร็ว ให้หาที่เซฟเตรียมตัวให้พร้อม จากนั้นเข้าประตู Ship Exterior Access Airlock
- เมื่อเข้ามาจะพบทางเดินที่อยู่นอกตัวยานที่สภาพเป็นสุญญากาศและไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งจะมีเศษอุกกาบาตตกลงมาเป็นระยะ

วิธีผ่านคือให้มองขึ้นด้านบนอวกาศ ถ้าเราพบว่าเริ่มมีภาพเศษอุกกาบาตลอยขึ้นมา ให้รีบหาที่กำบังโดยเร็วก็จะปลอดภัยครับ ออ..แล้วอย่าลืมมองหาที่กำบังที่มีแท็งก์เติมอากาศด้วยนะครับ ให้ใช้วิธีนี้ผ่านไปจนถึงประตูที่อยู่ด้านในสุด

-เมื่อเข้ามาแล้ว จะเก็บไอเทมก่อนหรือหลังก็ได้ ให้เซฟแล้วสำรวจตรงที่นั่ง Hammond จะขอให้เราใช้ปืนใหญ่ทำลายเศษอุกกาบาตเพื่อซื้อเวลาให้ได้นานที่สุด เพื่อที่เค้าจะหาทางแก้ระบบให้ปืนใหญ่ทำการยิงแบบอัตโนมัติ ตอนนี้เราต้องยิงปืนสกัดเศษอุกกาบาตให้ได้มากที่สุด แต่ไม่จำเป็นต้องยิงทุกก้อนนะครับ เน้นยิงลูกใหญ่กับลูกที่มีเคลื่อนที่เร็วๆก็พอ อย่ายิงมั่วนะครับ เพราะปืนจะต้องได้พักด้วย ไม่งั้นปืนจะโอเวอร์ฮีทครับ

-ให้ยิงจนกว่า Hammond จะแก้ระบบได้ เมื่อเสร็จแล้วให้เรากลับมาที่สะพานเดินเรืออีกครั้ง ระหว่างทาง Kendra จะติดต่อมาบอกว่า ระดับออกซิเจนภายในยานเริ่มลดต่ำลง และมีแนวโน้มที่จะเป็นพิษอีกด้วย คาดว่าจะมีอะไร(หรือตัวอะไร)บางอย่างเป็นตัวการก่อให้เกิดพิษในอากาศ ซึ่ง Kendra ได้ค้นข้อมูลในระบบจนพบยาพิษที่จะเอาไว้กำจัดมันได้ เธอจะให้เรากลับไปที่ศูนย์พยาบาลอีกครั้ง เพื่อไปทำยาพิษนี้ ให้เรากลับมาขึ้นรถไฟฟ้าก็จะจบฉากนี้ครับ
Chapter 5 : Lethal Devotion-เริ่มต้นให้วิ่งมาประตู Security Station จะพบว่าประตูหลายบานถูกล็อคอยู่ Kendra จะบอกเราว่ามีคนแอคเซสเข้ามาควบคุมระบบล็อคประตู คิดว่าน่าจะมีคนอื่นนอกจากพวกเราอยู่บนยานลำนี้ด้วย ฟังเสร็จให้เข้าประตู Imaging Diagnostic Wing เมื่อเดินเข้ามาเรื่อยๆจะพบกับเอเลี่ยนรูปแบบใหม่ (Guardians) ซึ่งถ้าเราอยู่ห่างจากตัวมัน ก็จะไม่เป็นอันตรายมากนัก ท่าโจมตีมันคือยิงตัวอื่นออกมาซึ่งตัวอ่อนนี้จะยิงหนามใส่เรา วิธีกำจัดมันคือตัดสายรยางค์ที่อยู่รอบๆตัวมัน หรือว่าใช้การโจมตีทางกายภาพแรงๆ ซึ่งบริเวณนี้จะมีถังระเบิดอยู่ให้ใช้ Kinesis ยกมายิงใส่มันก็จะสามารถกำจัดมันได้ครับ

- จากนั้นให้ขึ้นลิฟต์มา จะพบว่าหลอดทดลองนั้นเสียการควบคุมทำให้เคลื่อนที่ไปมา ให้เราใช้ Stasis ชะลอมันแล้ววิ่งข้ามไป จากนั้นเดินผ่านประตู Zero-G Therapy Area จากนั้นเข้าประตูทางขวา Chemical Research Lab ลงลิฟต์ไปแล้วเข้าห้อง Chemical Research Labให้ทำการเก็บไอเทมให้หมดก่อน แล้วไปสำรวจที่โต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บ Chemical Capsule จากนั้นประตูจะถูกล็อค

-เราจะพบกับ ดร.Challus เค้าจะขอให้เราหยุดการกระทำของเราเสีย เพราะมันเป็นการขัดขวางการทำงานของเขา แล้วเค้าจะปล่อยเอเลี่ยนที่เค้าทำการสร้างขึ้นมา Hunter ซึ่งเป็นเอเลี่ยนที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้และเราไม่สามารถฆ่ามันได้เลย ให้พยายามหยุดการเคลื่อนที่ของมันด้วยการตัดขาของมันเสีย รอให้ Kendra การเปิดประตูให้เรา จากนั้นก็ให้รีบออกมาทันที

-เมื่ออกมาแล้วให้เข้าประตู Diagnostics Room ที่อยู่ตรงข้าม แล้วหาทางกลับมาที่ห้อง Security Station จากนั้นเข้าประตู Ishimura Clinic เมื่อเข้ามาแล้วจะพบ ดร.Challus อีกครั้ง เมื่อเขาพูดจบให้เตรียมตัวให้พร้อมแล้วเข้าประตู Emergency Room เมื่อเข้ามาจะพบว่าประตูถูกล็อคอีกครั้ง แล้ว Hunter จะเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง ให้เรากำจัดลูกน้องมันให้หมด แล้ว Kendra จะปลดล็อคประตูให้ ให้เข้าประตู ER Hallway A
-ระหว่างให้เก็บไอเทมระหว่างทางให้หมด แล้วเข้ามาด้านในสุดจนจะพบจุดเซฟและพบห้อง Dr.Mercer ‘s Office ให้เซฟก่อน เมื่อเข้ามาแล้วสำรวจที่คอมพิวเตอร์เราจะได้ Chemical capsule W/DNA แล้ว Kendra จะให้เรากลับไปที่ ห้อง Chemical Research Lab อีกครั้ง (ห้องที่เราเก็บ Chemical Capsule และพบ Hunter ครั้งแรก)

แต่ ดร. Challus จะแทรกแทรงสัญญาณเข้ามาแล้วปิดระบบอากาศ ให้เราฝ่าฝูงเอเลี่ยนรีบกลับไปที่ Security Station อีกครั้ง เมื่อเข้ามาถึงให้สำรวจสวิตซ์ O2 ในห้องที่มีกระจกกันก็จะทำให้ออกซิเจนกลับมาอีกครั้ง

-จากนั้นให้ไปที่ห้อง Chemical Research Lab เพื่อผสมยาขั้นสุดท้าย เราจะได้ Poison Capsule มา

-Kendra จะติดต่อมาบอกให้เรารีบกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อนำยามากำจัดตัวที่สร้างอากาศพิษ แต่ ดร. Challus จะติดต่อเข้ามาอีกครั้ง เขาจะขอแสดงความนับถือกับความพยายามของเรา และเชิญเราไปดูผลงานของเขาในห้องลับ
-ให้ออกประตูที่ไม่ได้ล็อคมา เก็บไอเทมให้หมด ทำการเซฟแล้วเตรียมตัวให้พร้อม เข้าห้อง Cryogenics Lab มา เราจะพบ ดร. Challus ยืนพูดอยู่ในห้องกระจก เค้าจะบอกว่าเอเลี่ยนเหล่านี้คือสิ่งที่จะกลายเป็นวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของมนุษย์และเขาจะนำพวกมันกลับไปที่โลกด้วย

จากนั้นเค้าจะปล่อย Hunter กับลูกน้องออกมา จะกำจัดลูกน้องของมันหรือไม่ก็ได้ แต่ให้เราพยายามล่อมันมาตรงกลางห้องซึ่งตรงนี้จะมีไอสีขาวของน้ำแข็งปกคลุม แล้วให้ยิงขาของมันทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับ Stasis ชะลอมันไว้

จากนั้นให้รีบวิ่งเข้าไปในห้องกระจกที่ ดร. Challus เคยยืนคุยกับเรา ให้เรารีบกดสวิตซ์ที่อยู่ในห้องนี้ทันที ถ้าทันเวลา เราจะทำการแช่แข็งเจ้า Hunter นี้เสีย ซึ่งจะเป็นการจัดการมันขั้นเด็ดขาด คราวนี้มันไม่สามารถไล่ตามเราได้อีกแล้ว

ให้เก็บไอเทมให้หมด แล้วเข้าประตู Tram Station ไป แล้วขึ้นรถไฟฟ้าก็จะจบฉากนี้ครับ
Chapter 6 : Environmental Hazard-เริ่มต้นให้ไปตามทางเรื่อยๆ เก็บของในห้องน้ำแล้วลงลิฟต์ Elevator to Grow Deck เมื่อมาเข้าประตู To Growth Areas จะพบ Hammond ที่อาการไม่ค่อยดีนัก เค้าจะบอกว่าที่ห้องเก็บอาหารมีอะไรบางอย่างที่ใหญ่โตมาก และคาดว่ามันเป็นตัวสร้างก๊าซพิษในอากาศ ซึ่งผลจากก๊าซพิษนี้ทำให้ลูกเรือบางส่วนกลายพันธุ์กลายเป็นตัวแพร่อากาศพิษ เราจะต้องกำจัดพวกนี้ให้หมด

-เมื่อคุยเสร็จให้เดินเข้ามาห้อง Atmosphere Control ให้ดูที่จอมอนิเตอร์ใหญ่เราจะพบว่าพื้นที่นี้จะแบ่งเป็น 2 โซน โดยทั้ง2 จะเต็มไปด้วยอากาศพิษ ให้เรามาทางซ้ายมือเข้าประตู West Grow Chamber เก็บไอเทมให้หมดแล้วขึ้นลิฟต์มา เมื่อเข้าในห้องจะพบเอเลี่ยนจำนวนมาก(ต้องเดินเข้าไปข้างในก่อนนะครับ) ให้กำจัดให้หมด จากนั้นเดินสำรวจบริเวณนี้ทั้งหมดเราจะพบตัวแพร่ก๊าซพิษ 2 ตัว กำจัดเสีย

จากนั้นขึ้นลิฟต์ที่อยู่ในบริเวณนี้มาที่ชั้น 3 เพื่อเก็บไอเทม แล้วลงมาชั้น 2 เข้าห้อง Hydroponics Control (ก่อนเข้าห้องนี้ให้สังเกตทางซ้ายมือ จะมีเงินให้เก็บด้วยนะครับ) เมื่อเข้ามาแล้วจะพบตัวแพร่ก๊าซพิษอยู่ด้านในกำจัดเสีย แล้วออกไปเข้าประตู To Refrigeration
-เมื่อเข้ามาจนพบทางเดินยาว เมื่อเข้ามาเราจะเจอเอเลี่ยนแบบใหม่ Exploder ซึ่งจุดอ่อนของมันอยู่ที่แขนที่มีต่อมสีเหลืองซึ่งสามารถระเบิดได้ ให้ยิงต่อมนี้เสียก็จัดการมันได้ง่ายขึ้น

จากนั้นเดินเข้ามาจนพบพื้นที่ไร้แรงโน้มถ่วง ให้กระโดดเข้าไปพื้นที่ข้างในสุด ถ้าพบประตูเหล็กขวางก็ใช้ Kinesis เลื่อนให้เปิดออก

-เมื่อพ้นพื้นที่ไร้แรงโน้มถ่วง ให้เข้าประตู Air Filtration Room เราจะพบห้องที่เปลวไฟวิ่งอยู่ด้านล่าง ให้ลงลิฟต์มาข้างล่าง จะพบเส้นทางที่มีประตูเหล็กขวางอยู่ให้เรายิงแผงไฟฟ้าสีแดง ประตูก็จะเปิดออก แต่ทางข้างหน้าก็มีเปลวไฟพุ่งผ่านอยู่เป็นระยะๆ

ควรเคลียเส้นทางวิ่งก่อนยิงแผงไฟฟ้าที่อยู่ทางข้างหน้าให้หมดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นกะจังหวะที่เปลวไฟมอดให้รีบวิ่งผ่านไป โดนพื้นที่ตรงกลางนี้จะไม่มีเปลวไฟ เราสามารถพักที่ตรงนี้ได้ เมื่อผ่านเข้ามาด้านในสุดจะพบตัวแพร่ก๊าซพิษอีก จัดการมันเสียแล้วขึ้นลิฟต์มา ให้เดินมาทางขวาเพื่อเก็บไอเทมภายในห้องก่อนจากนั้นค่อยวิ่งไปขึ้นลิฟต์ Exit to West Grow Chamber
-เมื่อออกจากลิฟต์มาแล้วให้กลับมาที่ห้อง Atmosphere Control หากเราสามารถกำจัดได้หมดจะพบว่าพื้นที่โซนทางซ้ายจะเป็นสีเขียว ให้เรามาประตู East Grow Chamber กำจัดเอเลี่ยนแล้วเก็บไอเทมให้หมด
-ขึ้นลิฟต์มาแล้วเข้าประตู East Grow Chamber จะพบเอเลี่ยนตัวใหญ่ให้กำจัดมัน แล้วสำรวจบริเวณนี้เพื่อกำจัดตัวปล่อยก๊าซพิษให้หมด โดยตัวหนึ่งจะอยู่ในห้องเล็ก ส่วนอีกตัวจะหลบอยู่ในช่องด้านหลังลิฟต์ ให้เรากดสวิตซ์เพื่อเปิดประตูกระจกก่อนแล้วค่อยจัดการมัน

-จากนั้นขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 3 กำจัดตัวแพร่ก๊าซพิษแล้วลงไปที่ชั้น 2 เข้าประตู To Refrigeration East ไปเรื่อยจนเข้ามาถึงห้องที่มีสภาพไร้แรงโน้มถ่วง (ลองสังเกตตรงผนังขวามือด้วยนะครับ จะพบภาษาต่างดาวพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษด้วย ว่างๆลองเอาไปแปลเล่นๆดูนะครับ

-เมื่อกระโดดขึ้นมาให้สังเกตด้านบนจะพบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ให้รอใช้ Stasis หยุดการทำงานของมันแล้ว กระโดดเข้ามาด้านใน

-ภายในบริเวณนี้จะมีสวิตซ์ปิดระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ให้ปิดมันเสีย จากนั้นกระโดเข้ามาด้านในจะพบตัวแพร่ก๊าซพิษตัวสุดท้ายอยู่ที่มุมบนของห้อง กำจัดมันเสียแล้วกลับไปที่ห้อง Atmosphere Control
-เมื่อมาถึงให้สำรวจสวิตซ์ที่จอมอนิเตอร์ ระบบจะทำการปรับอากาศให้ดีขึ้น และประตูห้อง Primary Food Storage ที่อยู่หลังจอมอนิเตอร์นี้จะปลดล็อคได้แล้ว

-ให้เตรียมตัวให้พร้อม เซฟแล้วเข้าประตูนี้มา เดินไปตามทางเรื่อยๆจนพบประตูที่มีรากไม้ขวางทางอยู่ ให้สำรวจที่สวิตซ์เพื่อใช้ยาพิษกับตัวที่อยู่ภายในห้องนี้ แต่ Kendra จะบอกว่าพิษนั้นอ่อนเกินกว่าที่จะทำลายมันได้ ให้เรารีบเข้าไปจัดการมันเสียก่อนที่จะรุกลามไปทั่วทั้งยาน ให้เราเข้าประตูมา เราจะพบกับเอเลี่ยนขนาดยักษ์ Leviathan

ซึ่งวิธีปราบมันผมขอแบ่งเป็นข้อๆเลยนะครับ
1. ช่วงแรก การโจมตีของ Leviathan จะเป็นการใช้แขน(หนวด) ซึ่งมีทั้ง 3 ข้าง(เส้น) โดยจะมันโจมตีที่ละข้าง ซึ่งถ้ามันจะใช้ข้างไหนโจมตี มันจะเก็บแขนของมันเข้าไปแล้วค่อยยื่นออกมา ซึ่งตรงนี้เราจะมองเห็นต่อมสีเหลืองซึ่งเป็นจุดอ่อนของมัน แต่ผมไม่แนะนำให้ยิงตอนนี้ เพราะแขนมันจะบัง(ความจริงหลบไปยิงทางด้านข้างออกข้างก็ได้นะ พึ่งนึกออก 5+ แต่ผมยังไม่ได้ลองนะครับ ) การโจมตีของมันคือจะกวาดแขนไปพื้นที่รอบๆที่เราอยู่ ให้กระโดดหลบไปด้านบน เมื่อหันกับมาเราจะมองเห็นจุดอ่อนมันชัดเจนมาก ให้ยิงตอนนี้แหละครับ โดยทำแบบนี้กับแขนทั้ง 3 ข้าง

2.ช่วงที่สอง เมื่อทำลายแขนของมันหมดแล้ว มันจะเปิดแกนกลางออกมาซึ่งจะมีจุดอ่อนของมันอยู่ข้างใน ซึ่งช่วงที่มันเปิดแกนกลางนั้น มันจะยิงลูกระเบิดมาใส่เราด้วย มีวิธีจัดการดังนี้ครับ
-ใช้ปืนแรงๆ ยิงรัวๆเข้าไปที่แกนกลางของมันเลย เพราะความเร็วของลูกปืนจะทำลายลูกระเบิดพร้อมกับโจมตีจุดอ่อนไปพร้อมกัน
-หรือเทคนิคเหนือชั้นขึ้นมาหน่อย คือช่วงที่มันยิงลูกระเบิดมาใส่เรา ให้ใช้ Kinesis ดึงเข้ามาแล้วยิงส่วนเข้าไปที่แกนกลางของมันเลย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดกระสุนดีครับ ตอนผมเล่นผมใช้วิธีนี้
-วิธีนี้ไม่เคยลองนะครับ คิดว่าถ้าเอาถังระเบิดยิงใส่แกนกลางมัน น่าจะแรงพอที่จะทำให้แกนกลางมันปิดก่อนที่จะปล่อยลูกระเบิดได้ แต่คิดว่ายากครับ เพราะต้องมองถังระบิดตลอด

3.ช่วงที่สามนี้ มันจะใช้รูปแบบวิธีโจมตีเหมือนกับทั้ง 2 ช่วง แต่จะไม่โจมตีพร้อมกัน ให้เราใช้ความพยายามเอาชนะมันให้ได้
จากนั้นให้ออกจากห้องแล้วกลับมาขึ้นรถไฟฟ้า ก็จะเป็นอันจบฉากครับ