มาจองคุณแบล็กเก็ตเตอร์ถ้าเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผมก็บอกด้วยนะครับเย็นนี้จะได้ปั่นจนเสร็จแล้วรีบเอามาลงนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------"ถึงคุณหญิงจะเป็นมัซกิเทียร์ระดับสูงก็ตามทีเถอะ แต่ตอนนี้การกระทำของคุณนั้นมันช่างบังอาจเกินไปแล้ว" พอผู้หญิงคนนั้นออกไปจากศาลทันใดผู้พิพากษาไลเนอร์ก็หันมาว่ากล่าวฉันทันที
ฉันก้มตัวโค้งพร้อมกับถอนสายบัวให้พร้อมกับกล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจว่า
"ขออภัยที่ทำให้ทางศาลต้องลำบากแต่ท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายในที่แห่งนี้ ตัวฉันนั้นได้สัตยปฏิญาณไว้ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยว่า จะภักดีต่อตัวจักรวรรดิและแนวทางของตระกูลพริ้นท์สแตนท์ รวมถึงการแสวงหาและนำทางอันพึงเดินให้แก่ตัวจักรวรรดิในฐานะทหารเสือคนสุดท้าย หวังว่าท่านคงจะเข้าใจตัวฉันนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากจำต้องเลือกทำบางสิ่ง” ตอนท้ายฉันเบือนหน้าหนีรู้สึกมีน้ำคลอที่ลูกตาแต่มันไม่ได้หลั่งออกมา
“แต่หากท่านคิดจะกระทำการดังกล่าวจ่ริง พวกท่านจะต้องถูกตามล่าในฐานะกระบฎ ไม่เพียงแต่ตัวจักรวรรดิเท่านั้นแม้แต่ประเทศใหญ่น้อยอื่นๆก็เช่นเดียวกัน ยิ่งออกเรือไปยังที่อันไกลโพ้นนั้นย่อมต้องถูกประนามในฐานะโจรสลัด”ผู้พิพากษาไลเนอร์กล่าวถึงกฎหมายที่บัญญัติเอาไว้เกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศ
ทางที่ฉันตัดสินใจนั้นบางทีมันอาจเป็นทางตัน แต่ก็อีกนั่นแหละบ่อยครั้งที่เมื่อเราถึงทางตันจะเห็นหนทางสายใหม่ที่ทอดไปได้ไกลยิ่งกว่า สะดวกยิ่งกว่า ตัวฉันได้แต่หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่ผิดพลาด
“ทหารเสือก็ดีโจรสลัดก็ดี เกียรติศักดิ์ก็ตามลาภยศอีกสิ่งหนึ่ง ตัวฉันนั้นไม่เคยกลัวที่จะเผชิญมาก่อน มาตรแม้นว่าเป็นเช่นนั้นก็ตามตัวฉันยังหวังไว้ว่าจุดจบมันจะเป็นดังที่หวังไว้ One for all and all for one.” สิ้นเสียงของฉันก็เดินออกจากตัวสภาทันทีสำหรับฉันนั้นนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้กระทำในฐาหน้าที่ออกถูกต้องตามบัญญัติกฎหมายกระมัง อู่เรือโซฟแลนท์คือที่หมายต่อไป
ขณะนั่งอยู่รถฉันมองออกไปเบื้องนอก สำหรับฉันแล้วการมองครั้งนี้ให้ความรู้สึกต่างออกไปจากทุกทีอยู่มากทีเดียว ฉันไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวจักรวรรดินั้นช่างเหี่ยวเฉาได้ขนาดนี้ ตามปกตินั้นฉันมักรู้สึกว่าภาพที่เงียบสงบนี้แสดงถึงความศักดิ์สิทธิของมัน แต่แล้ววันนี้มันกลับบอกให้ฉันทราบอีกอย่างหนึ่ง ตัวจักรวรรดินั้นแสนจะอับเฉาและออกจะไร้การสร้างสรรค์อยู่บ้างในหลายเรื่อง บางทีนั้นการให้เกียรติซึ่งกันและกันอาจก่อเกิดมารยาทอันสูงส่ง แต่นั่นอาจหมายความว่าความใกล้ชิดสนิทสนมและความปรองดองลดลงด้วย
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในที่สุดฉันก็ถึงที่หมาย อุโมงถูกเปิดออก อันที่จริงตัวอุโมงนี้คือทางออกโดยตรงที่สั้นที่สุดจากตัวจักรวรรดิ และมันถูกสร้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะฉันออกดูสภาพภายนอก ลูกเรือราวๆ ยี่สิบสองคนกำลังเร่งรีบเตรียมพร้อมสำหรับออกเรือ
ชอร์ลซิเล่ย์ยืนถือชาร์ตคอยสั่งการอยู่รอบนอก สีหน้าของเขายังราบเรียบและมั่นใจ ราวกับว่าต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายก็พร้อมที่จะออกเรือลำนี้
“ริซ่ากลับมารึยัง” ฉันรีบถามออกไปทันที
“อยู่บนบริด ตอนนี้กำลังเตรียมสั่งการออกเรือกระมัง”
“อีกกี่นาทีจะออกจากที่นี่ได้”
“ราวสิบสองนาที”
“ช้าไปต้องสิบนาที”
“ไม่การออกตัวสำคัญที่สุดจุดมุ่งหมายของเรากว้างใหญ่ หากต้องการเดินทางไกลให้ประสบผลควรคำนึงถึงพลังงานด้วย ต้องฟูลเพาร์เวอร์เท่านั้น” เขาเน้นน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับเค้นรอยยิ้มออกมา
“เชื่อผมเถอะ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น คุณควรขึ้นเรือได้แล้วนะทหาร”เขาตบไหล่ฉันเบาๆ
ฉันเดินออกจากตัวเขาทันทีสายตามุ่งไปยังเรือ ฟรอนเทียร์ เซนพิเตอร์ ตัวเรอที่ยิ่งใหญ่ตระการตาโออ่าแคบยาว เสากระโดงเรือที่เป็นISO DRIVEขนาดใหญ่ เรือถูกชักธงขึ้นเป็นตรา หมวกไขว้ปืนหลักฉากเป็นรูปหมวกปีกแซมด้วยขนนก อันเป็นสัญลักษณ์ของMusketeer ซึ่งต่อแต่นี้ไปมันอาจจะหมายถีงการแสดงความเป็นสลัดอวกาศก็ตามแต่สำหรับทหารทุกคนแล้วฉันเชื่อว่าสัญลักษณ์นี้คือการแสดงออกถึงความภักดีแน่นอน
สิ่งที่พวกเราภักดีไม่ใช่ตระกูลไม่ใช่ผู้นำ แต่หากเป็นแนวทางต่างหาก ตัวผู้นำและตระกูลเป็นเพียงรูปแบบภายนอก แนวทางและทัศนคติต่างหากเล่าที่เป็นตัวตนที่แท้จริง
“เดี๋ยวๆ เกือบลืมไปนี่ชาร์ตที่คุณอยากได้ไงล่ะ ISO DRIVEสี่ทิศทาง”ชอร์ลซิเล่ย์ยื่นชาร์ตให้กับฉัน
“เอาไว้ให้ตอนขึ้นเรือก็ได้นี่”ฉันตามด้วยความแปลกใจ “หรือว่า”น้ำเสียงของฉันเปลี่ยนเป็นสูงขึ้นมาด้วยความตกใจทันใด
เขายิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าให้แก่ฉัน
“ไปเถอะเฟลเซล เวลาไม่มีแล้วผมจะรั้งพวกนั้นเอาไว้ให้ ริซ่าเข้าใจดีแล้ว”
“แต่ว่าเราคือหนึ่งเดียวกันนะ”
“ก็นั่นแหละเราคือหนึ่งเดียวกันหมด ผมถึงได้ตัดสินใจอยู่อย่างนี้”
“แต่ถ้าไม่มีคุณการเดินทางมันอาจไปไม่ถึงจุดหมาย”
“ไม่ใช่หรอก คุณเคยบอกผมไม่ใช่หรือขอเพียงแค่สื่อถึงกันได้แม้เสียไปคน เราก็มีคนต่อไปทั้งตัวริซ่ากับมาร์เซลเองต่างก็เรียนรู้อะไรมามากแล้วดังนั้นไม่จำเป็นต้องห่วงเลย ที่สำคัญเรามีความปรารถนาเดียวกันไม่ใช่หรือ อีกอย่างไม่ต้องห่วงหรอกบนเรือลำนั้นมีเด็กที่ฉลาดพอจะช่วยพวกคุณได้ ผมเคยบอกคุณคนอื่นเชื่อฟังคุณไม่ได้มาจากชาติตระกูล หากแต่ทว่าคุณฉลาดมากกว่าเข้าใจมากกว่าคนอื่น ผมหวังว่าสิ่งที่คุณเห็นในไม่ช้าคนอื่นจะเห็นได้เป็นหนึ่งเดียวกัน ลาก่อนเพื่อนรัก”
“One for all”
“All for one”
สิ้นเสียงของชอร์ลซิเล่ย์ฉันก็ขึ้นไปยังเรือทันที ในไม่ช้าฉันก็มาถึงโรงเก็บ โรงเก็บสามารถเก็บหุ่นได้สิบสองเครื่อง
สำหรับคนอื่นนั้นไม่อาจจะน้อยเกินไป แต่ฉันเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง One for all and all for one. เพียงแค่นั้นก็คงพอแล้วใช่หรือไม่ชอร์ลซิเลย์........................................
โดยที่คุณหญิงผู้สูงศักดิ์และเลอโฉมไม่ได้คาดคิด ในตัวบริดจ์ของเรือนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งโศกเศร้าเสียใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน วันนี้เธอไปพบกับพ่อของเธอและเพื่อนของพ่อเธอมา พ่อเธอนั้นคือหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์หรือที่เรียกว่าทหารเสือ ส่วนเพื่อนของพ่อเธอนั้นก็คือพี่ชายของแม่เธอหรือลุงของเธอนั่นเอง ลุงของเธอก็เป็นผู้นำของจักรวรรดิแห่งนี้ หน่วยทหารเสือขึ้นตรงกับลุงของเธอ ท่านไหนเลยปฏิเสธได้ พ่อของเป็นถึงหัวหน้ายิ่งแล้วใหญ่ แต่ถึงกระนั้นท่านทั้งสองก็ได้ฝากฝังพวกเธอไว้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เธอเสียใจยิ่งกว่าก็คือ คนรักของเธออาศาเป็นด่านสกัดให้แก่พวกของเธอ เธอได้แต่ร้องไห้ในใจ แต่ไม่รู้จะเสียใจเรื่องใดดี เพราะนี้คือสิ่งทีทำได้ดีที่สุดในเวลานี้ เธอมองออกไปเบื้องนอกเรืออันเป็นบานกระจก
“ออกเรือได้”เธอสั่งด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นพร้อมกับยิ้มให้กับบ้านของเธอ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเธอได้แต่ภาวนาอย่างนั้นต่อพระผู้เป็นเจ้า
เธอผู้นั้นคือ เฮริซ่า มาธอนนั่นเอง
พวกที่กิ้งก่ายักษ์ตัวออกจะใหญ่โตเกินไปแล้ว ทั้งน่าเกลียดน่ากลัวไม่ใช่หรอกน่าสอิดสเอียนมากกว่า หัวหน้า
เอ็กซ์ ชารวาลิเออร์ ทั้งสี่เครื่องเครื่องทำงานร่วมกันได้อย่างดี หัวหน้าเอ็กซ์คอยเปิดทางและเปิดปากแผลอีกสามคมรอเก็บที่เหลือ
ต้านหน้าผมเป็นกิ้งก่ายักษ์สองตัว หากเป็นหุ่นทั่วไปนั้นผมคงรับมือได้โดยง่ายดาย แต่สัตว์ประหลาดเช่นนี้นั้นออกจะแปลกใหม่ไปบ้าง แต่ถึงกระนั้นผมก็หวังว่าให้มันมีทุกอย่างเหมือนกับกิ้งก่าที่ผมเคยเจอ ถึงแม้จะยกเว้นเรื่องขนาดก็ตามทีเถอะ
ผมตัดสินใจเร่งทรัสเตอร์เครื่องขึ้นอีกระดับทันทีแม้มันจะไม่ติด ISODRIVE เอาไว้แต่หากกล่าวถึงระบบขับเคลื่อน Musketeerเครื่องนี้แทบไม่เป็นลองใครเลย ที่หัวของมันเหมือนมีสี่ตาอย่างไรอย่างนั้นจู่คล้ายมีควันพิษพ่นออกมาจากตานั้น แต่แล้วนั่นกลับหายไป เพราะมันถูกผมแทงทะลุขอหอยเสียแล้ว
อีกตัวมาทางด้านขวางผมบังคับเครื่องขึ้นไปด้านบนแทงทะลุจากบนลงล่าง ร่างอันใหญ่โตยก็นอนดิ้นดับสลายในบัดดล แต่แล้วมีอีกตัวเข้ามาตะปบที่ด้านหลังผมพลิกเครื่องอย่างเร็วไวแทงดาบราเพียร์ทะลุขาหน้ามัน
“แบระ”
ทันใดนั้นร่างอันใหญ่โตของมันก็แหวกเป็นสองชิ้นอย่างช้าๆ ราวกับว่าโดยความร้อนผ่าออกเป็นสองซีก
“Heat Saber” ผมอุทานออกมา พร้อมกันนั้นค่อยๆชัดเจนในที่สุดมันก็เผยให้เห็นร่างของผู้ที่จัดการมัน หุ่นรูปร่างแปลกๆที่ตัวจักรวรรดิยึดเอาไว้นั่นเอง
ผมอยากจะหัวเราะออกมาอยู่บ้างหรอก เพราะคนที่สร้างหุ่นตัวนี้ออกจะบ้าคลั่งเกินไปหน่อยกระมังว่ากันตามตรงผมเห็นแล้วขัดตาอย่างไรก็ไม่รู้
แสงแพรวพราวจากทรัสเตอร์ขึ้นวูบวับเพียงพริบเดียวร่างของมัซกิเทียร์ก็ไปอยู่ด้านหลังทันที ผมชักหน้าไม้ออกมาพร้อมกับเล็งไปยังเบื้องหน้า หากเธอมีภัญต่อภารกิจของผมหน้าไม้หกดอกพร้อมกับทวนนี่จะแทงทะลุร่างของหุ่นตัวนี้แน่นอน แม้จะเป็นหุ่นที่มีความลับก็ตามเถอะ แต่ถ้าอัดเข้าจุดอ่อนก็แย่เหมือนกัน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อีกฟากหนึ่งหัวหน้าเอ็กซ์ ก็นำหน้าหน่วยเอ็กซ์ ชาวาลิเออร์ทำหน้าที่บุกทลวง
Beam Blade X Broad Sword อาบบีมสีเหลืองเข้มพร้อมกับร่างสีส้มแสดตาของเครื่อง เอ็กช์ ชาวาลิเออร์พุ่งเข้าฟันยังหน้าท้องของกิ้งก่าเป็นรูปตัว Xหัวหน้าเอ็กซ์ไม่รอช้าซ้ำด้วย การเอาดาบแดงเข้าไปตรงจุดตัดเสียบจนมิด ด้ามจากนั้นเกิดระเบิดขึ้นจากภายในร่างของกิ้งก่าแหลกเละจนไม่เหลืออันเป็นจบสิ้นท่า Blaster Serenadeทันที
แต่แล้วสีพลุสัญญาณสีแดงกระซิบไปมา อันเป็นสัญญาณบอกให้จำนนของจักรวรรดินั่นเอง
แต่แล้วกลับปรากฎวัตถุขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งแล่นออกมาจากตัวจักรวรรดิรูปเรืออย่างเร็ซไว ดูจากภาพ CG เห็นได้ชัดว่าเป็นเรือที่มีความเร็วสูงลำหนึ่งที่กระโดงเรือแขวนธงดาบไข้วปืนหลังฉากเป็นหมวกปีแซมด้วยขนนกใช่แล้วสัญลักษณ์พิเศษสำหรับทหารเสือ เรือฟรอนเทียร์ เซนพิเตอร์นั่นเอง
พวกหัวหน้าเอ็กซ์ได้รับการติดต่อเข้ามาในช่องสัญญาณสือสารทันที
"วางอาวุธแล้วออกมาจากค็อกพิทอย่างยินยอมซะ เราต่างก็เป็นชาวเอิรธนอยด์เช่นเดียวกันอย่าหันดาบใส่กันเลย" เสียงหัวหน่วยนั่นดังขึ้นมา
ดูจากจำนวนแล้วคงมีด้วยกันราวๆสองหน่วย 16 เครื่องนั่นเอง
"ขอปฏิเสธเราได้เลือกทางที่ควรเดินแล้ว หากท่านคิดเป็นศัตรูเราก็ได้แต่ปะดาบกัน" หัวหน้าเอ็กซ์ตอบกลับไปทันที
"เอาไว้คุยกันทีหลังนะ" มาร์เซลพูดกับไลมุ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขากับเธอจะต้องหันหน้าเข้าห้ำหั่นกัน
"ติดต่อไปยังลูกเรือของ ฟรอนเทียร์เซนต์พิเตอร์ทุกเครื่อง กับเข้ามาในยานเดี๋ยวนี้นี่คือคำสั่ง" กัปตันเฮริซ่าก็ติดต่อเข้ามาทันที
"แต่ว่าครับ กัปตันถ้าหากทำแบบนั้นเราก็สลัดไม่หลุด" มาร์เซลเรียบตอบกลับไป
"รีบกลับมาเถอะจริงอยู่ว่าเครื่องของพวกเธอมีกำลังขับเคลื่อนสุง แต่ต่อสู้เป็นระยะเวลานานแรงเครื่องอาจตกได้ เรียบขึ้นเรือซะไม่งั้นจะตามไม่ทันเราหยุดไม่ได้"
"แต่ว่าเราอาจจมได้"มาร์เซลสวนกลับไปทันที
"กลับมาซะนี่คือคำสั่งมาร์เซล"
"คุณหญิงครับ"
"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจัดการเอง"
"หรือว่า............แต่มันยังไมสมบูรณ์นะครับ" มาร์เซลถามด้วยความเป็นห่วง
"อย่าลืมสิใครเลี้ยงเธอมา"คุณหญิงเฟลเซลยิ้มอย่างอ่อนโยนให้แก่เขา
"เข้าใจแล้วครับ"มาร์เซลตอมกลับไปพร้อมกับพยักหน้าท่าทีเขายังหวาดหวั่นเล็กน้อย
"เธอก็ด้วยนะไลมุ รู้อยู่หรอกว่าเธออยากจะหนีแต่ตอนนี้ได้โปรด"
ไลมุร้อง"เอ๊ะ......"ขึ้นมาอย่างแปลกใจเธอรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างเพราะเธอไม่เคยเห็นท่าทีนอบน้อมของผู้หญิงคนนี้มาก่อน
" Rage Wyvern ทุกเครื่องกลับยาน"หัวหน้าเอ็กซ์สั่งเสียงดัง
ฉับพลันทุกเครื่องของกองกำลังกบฎก็กลับแทบจะหายไป
"Musketeer Unite II take off"
สี้นเสียงไพเราะของเฟลเซล หุ่นรูปร่างเล็ก 15เมตรเศษก็ออกมาจากเรือฟรอนเทียร์ เซนพิเตอร์ มันมีเครื่องสีฟ้ามีหัวเหมือนใส่หมวกขุนนางอยู่ ผ้าคลุมสีดำเข้มกลืนกำห้วงอวกาศ แต่มีขอบทองสีทองอยุ่เป็นริม แบ่งเป็นสีส่วนคือปิดด้านหลังด้าหน้าและป้องแขนทั้งสองข้าง และแหวกหน้าขึ้นมาถึงหัวไหล่ เว้าหลังขึ้นไปพอประมาณ ตัวผ้าคลุมยาวถึงบริเวนโคนเท้า ตรงหน้าอกของมันมีสัญลักษณ์เป็นปืนตัดในแนวขวางกับดาบราเพียร์ในแนวตั้งคล้ายไม้กางเขน
ใช้แล้วสัญลักษณ์สูงสุดของทหารเสือสุดยอดทหารเสือในหมู่ยอดทหารเสือนั่นเอง
"ถึงหน่วยลาดตระเวนรอบนอกจักรวรรดิ ตัวดิฉันนั้นไม่มีความปรารถนาที่จะต่อสู้กับท่านเลย ดังนั้นหากท่านยังพอมีความอ่านคิดอยู่บ้างยอมวางอาวุธเสียเถอะ ลำพังกำลังของท่านนั้นไม่อาจทีจะถูกต้องตัวเราได้แน่นอน" เธอกลับเป็นฝ่ายบอกให้ผู้มีกำลังมากกว่าโดยปกตินั้นมันออกจะน่าหัวเราะอยู่บ้าง แต่หน่วยลาดตระเวนทั้งสองหน่วยกลับหัวเราะไม่ออก แม้มีกำลังมากกว่าก็จริง แต่ใครเลยจะมั่นใจว่าเพียงพอกับการต่อกรกับสุดยอดทหารเสือนางนี้
"หามิได้คุณหญิง พวกเราต่างเคารพในตัวท่านแต่สมุหกลาโหมนั้นมีความมั่นคงต่อชาติการกระทำของท่านนั้นสร้างความคลางแคลงใจให้กับพวกเรา สัตย์ปฏิญาณของท่านคือสิ่งใดลืมไปแล้วเหรอ"หัวหน้าหน่วยนั้นตอบกลับมา
"ห้วหน้า แนช คุณเป็นหัวหน้าหน่วยที่ดีและเป็นทหารที่ดี แต่นั่นสำหรับทหารเสือหรือสำหรับตระกูลพรินท์สแตนท์นั้นมันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน สิ่งทีเราต่อสู้นั้นสูงค่ากว่าสหมุกลาโหม สูงค่ากว่าดยุก ไม่สิสูงค่ากว่าตัวจักรวรรดิเลยต่างห่าง หากท่านเข้าใจโปรดรามือ หรือถ้าไม่แล้วก็ขออภัยที่ดาบของฉันต้องออกจากฝัก" เฟลเซลตอบโต้กลับไปน้ำเสียงตอนสุดท้ายเปลี่ยนเป็นเด็ดขาดมั่นคง
"ถ้างั้นเห็นทีต้องล่วงเกิน แต่ขอถามสิ่งที่สูงค่าปานนั้นแท้จริงคืออะไร?"หัวหน้าแนช ยอกย้อนกลับมา
"เรื่องนั้นคุณต้องคิดเอาเอง"เฟลเซลตอบไปพร้อมกับรอยยิ้มเป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันหรือมอบความปรารถนาดีหัวหน้าแนชนั่นก็ไม่อาจทราบได้
กำลังฝ่ายตรงข้ามเป็น Musketeerรุ่นแมสโปรดักส์ แต่อันที่จริงๆไม่ควรเรียกว่าMusketeerหรอก เพราะพวกนี้ต่างจากทหารเสืออย่างเฟลเซล หรือมาร์เซล หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ Sodiach(ชื่อ Musketeerรุ่นผลิตจำนวนมาก) ต่างกันกับเครื่องของเฟลเซลตรงที่ว่ามันไม่มีผ้าคลุม ดาบราเพียร์ หรือแม้แต่หมวกก็ไม่มี ยิ่งกำลังขับเคลื่อนและพลังงานยิ่งห่างชั้นลิบลับ
โซดิแอชสองเครื่องเคลื่อนเข้ามาแยกฟ้นลงจากด้านซ้ายขวาแทบติดตามกัน อีกเครื่องนึงเล็งยิงมาแต่ไกล แต่ว่าMusketeer-II นั้นเร็วกว่ามากนักประกายแสงแลบแปลบขึ้นครานึงไม่แน่ใจว่าเฟลเซลบังคับเครื่องอย่างไร ดาบราเพียร์ฟันลงจากด้านหลังของเครื่องที่ตั้งท่ายิง ทั้งหัวและแขนขาดสะบั้นจากตัวเครื่องโดยฉับพลัน
"ออกมาซะเดี๋ยวเครื่องจะระเบิดแล้ว" ไพล็อทเครื่องนั้นถึงกับตื่นตะลึงสามทอด ทอดแรกคือกระสุนที่น่าจะโดนกลับพลาดเป้า ครั้งที่สองคือการถูกเล่นงานตลบหลัง คราสุดท้ายคือการบอกให้หนีของอีกฝ่าย
พักพวกที่อยู่วงนอกเห็นดังกล่าวไม่รีบรอช้าโถมจู่โจมเข้ามาทีเดียวสามเครื่อง แต่เฟลเซลกระชากเครื่องไปด้านหน้าโยกซ้ายเคลื่อนขวาวุบวับ แทบมองไม่ออกว่าเครื่องทำงานเช่นไร โซลดิแอช สามเครื่องนั้นกลับล้มชนกันเองกับสองเครื่องของกลุ่มแรก จากนั้นอีกเครื่องแทงบีมเซเบอร์เข้ามอย่างเร็วไว แต่Musketeerคล้ายอยู่บนฟลอล์เต็มรำก็ปาน พลิกเครื่องครั้งนึงกลับไปอยู่มุมอับด้านอีกด้านหนึ่ง ดาบราเพียร์แทงครั้งเดียว หัวกระจุยกระจาย
แต่แล้วมีอีกเครื่องแทงมาจากด้านหลังอีกที Musketeerพุ่งเครื่องไปเบื้องหน้าคล้ายกับฉลามหนุ่มกระโดดลงสระจากเสียง ปังๆ สองนัด
กระสุนสองนัดกระทบไหล่ทั้งสองข้างของโซลดิแอช
เพียงชั่วร์พริบตาก็สามารถจัดการได้เก้าเครื่องนัดอาจไม่แปลกใจเท่าใดนัก แต่ที่น่าตื่นตะลึงที่สุดคงสืบเนื่องจาก นับตั้งแต่เปิดฉากสู้กับ ตัวMusketeer ยังไม่เคยโดนสัมผัสตามคำบอกล่าวของเฟลเซลเลย !!
Musketeerเก็บปืนเอาไว้ที่ด้านหลังเอวอีกครั้งคาครั้งนี้ หุ่นที่เหลืออีกเจ็ดตัวโถมเข้ามาแทบพร้อมกัน
มอนิเตอร์ในค็อกพิทเฟลเซลกระพริบถี่ขึ้น เธอเดินเครื่องปืนแฝดManeuver Beam ที่แบ็กแพ็คมายังด้านหน้า แต่ตัวเครื่องยังมีพลังงานไม่เพียงพอ แต่เธอไม่ได้คิดจะยิงพวกเขาเหล่านี้หรอก ต่างเป็นคนประเทศเดียวกันมีประโยชน์หรือไรที่จะฆ่าฟันกันเอง แสงจากทรัสเตอร์สีเขียวพุ่งประกายเจิดจรัสราวกับละอองฝนในอากาศ เพียงพริบตาเครื่องกระชากไปอยู่ด้านหลังของโซลดิแอชเครื่องของแนชนั่นเอง
บีมเซเบอร์แทงขึ้นมาจากทิศทางเห็นแน่ว่าเสยคาง Musketeerแน่ๆ แต่แทงยังไม่ถึงที่สุดดาบราเพียรกลับฟันแขนขาดเสมอข้อ
"พวกคุณเป็นทหารชั้นยอด แต่จะสุดยอดกว่านี้หากเรียนรู้ที่จะใช้สมองและสามัญสำนึก" พูดเสร็จสิ้น Musketeerเครื่อง II ก็จากไปอย่างเร็วไว ไวพอๆกันกับการลงมือเมื่อครู่
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไลมุอยู่ในห้องส่วนตัว เธอถูกจัดให้อยู่คนเดียว ห้องของเธอนับว่ากว้างอยู่พอสมควร ห้องประดับด้วยสีเหลืองนวล สลับกับสีเขียวให้ความรู้สึเย็นตา เตียงที่นอนได้คนเดียวสบาย ประตูห้องถูกเปิดออก ผู้เข้ามาเป็นชายหนุ่มผอมสูงมีผมหยิกหยักโศกเล็กน้อย พร้อมกับใบหน้าที่นิ่งสงบจนเรียกว่าเนียบได้เดินเข้ามา มาร์เซลนั่นเอง
"ห้องนี้ถูกใจคุณกระมัง" เขาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ปลายเตียงในขณะที่ไลมุนั่งอยู่บนเตียง
"ก็กว้างดี"
มาร์เซลรู้สึกว่าเธอออกจะตอบสั้นเกินไปบ้าง ห้วนไปนิด หรือสีหน้าออกจะบึ้งตึงเกินไป
"ผมชื่อมาร์เซล มาร์เซล พรินท์สแตนท์ คุณผู้หญิงคือใครหรือ"มาร์เซลถามไปด้วยรอยยิ้มหากคิดที่จะรู้จักกับคนอื่นก่อนต้องเปิดใจของเราก่อนเขาเรียนรู้มันมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง
"เป็นใครตอบไม่ได้หรอก รู้แค่ว่าชื่อ อาคาซิม ไลมุ"
มาร์เซลรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ออกจะไร้มารยาทไปบ้าง แต่ก็ไม่ถือว่ากับป่าเถื่อน ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปิดเผยดีดังนั้นการสนทนาครั้งนี้คงราบรื่นกระมัง
"คุณเป็นคนที่โผงผางไปหน่อยนะ แต่ก็เปิดเผยดีผมชอบคุณ"เขาตอบกลับไปพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
"ชอบ?"
"หมายความว่าความว่าผมเป็นมิตรกับคุณได้อย่างไรล่ะ"
ไลมุเผลอหน้าแดงไปเล็กน้อย อันที่จริงๆการบอกว่า"ชอบ"นั้นมันออกจะทำร้ายจิตใจผู้หญิงไปหน่อย แต่มาร์เซลคิดว่ามีแต่พูดแบบนี้กระมังคงทำความรู้จักกับเธอได้ง่าย
"นายจะพาฉันไปที่ไหน"ไลมุถามออกมา
มาร์เซลนิ่งเงียบไม่ตอบคำบางทีเขากำลังครุ่นคิด
"เอ่อฉันหมายถึงพวกคุณจะไปที่ไหนหรือคะ" เธอเพิ่งลืมตัวไปคนพวกนี้มากมารยาทจะตาย
แต่แล้วเธอกลับผิดคาด ชายหนุ่มเบื้องหน้าหัวเราะออกมาเล็กน้อย
"เรียกนายก็ได้ผมเป็นเพียงแค่ผู้ติดตาม ไม่ใช่คุณชายอะไรหรอก เรื่องจะไปไหนนั้นผมไม่รู้ รู้แต่ว่าสำหรับคุณแล้วมีอยู่สองทางเลือกเท่านั้น"สองประโยคแรกพูดด้วยน้ำเสียงสะบายไร้กังวล สองประโยคหลังเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมตรึงเครียด
"ว่ามาสิ"
"หนึ่งเดินทางไปกับเราให้ความร่วมมือกับเราเสียโดยดี เราจะถือว่าคุณเป็นสหายร่วมรบ
ส่วนข้อสอง พวกเราแยกทางกันเรากับคุณไม่เคยเจอกันมาก่อน คุณไม่รู้จักผมและผมไม่รู้จักคุณ
แต่ถ้าคุณจะสร้างทางเลือกที่สามขึ้นมาเอง คือหนีออกไปซะแล้วเอาเรื่องของเราไปบอกคนอื่นแล้วล่ะก็ ต่อให้ไปอยู่ที่แห่งใดในห้วงเอกภพเราก็จับคุณมาแขวนคอแล้วเสียบประจาร" น้ำเสียงตอนท้ายเปลี่ยนเป็นดุดัน จากนั้นหยุดเล็กน้อยแล้วพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"แต่ถ้าคุณเลือกทางสองข้อแรก ผมก็จะถือว่าคุณเป็นเพื่อนของผมคนอื่นๆบนเรือก็คิดเหมือนกัน"
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ขอแนะนำคุณหญิงเฟลเซล นี่คือร้อยเอกลูคัส เจเนเซีย" ริซ่าแนะนำชายร่างเล็กใส่ชุดสีดำแว่นตารูปกลมพร้อมกับร่างกายที่เตี้ยเล็ก(เตี้ยกว่าคุณหญิง)ใบหน้าที่อายุราวๆ 17 ผมที่คล้ายกะลามะพร้าวครอบหัวให้แก่คุณหญิงแห่งตระกูลพรินท์สแตนท์
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การตัดสินใจกับไลมุ ฝากคุณ Dyeจัดการแล้วกัน แต่คุณ แบล็กแก็ตเตอร์ครับผมโพสแล้วนะตอนไหนคุณจะมาแก้อะ

ขอบคุณตัวละคร
ลูคัส เจเนเซีย จากคุณ Replikia
เนื้อเรื่องตอนแรกเริ่มออกทะเล เอ๊ยออกเรือแล้ว
มาตอนนี้คุณหญิงเฟลเซลเล่นซะทหารหัวหมุน จริงๆคือ อิมเมจเธอเอามาจากลีลากระชากแล้วหายของริคาโด้ กาก้าครับ ส่วนอิมเมจของมาร์เซลเอามาจากรุย คอสต้าครับ
