เห็นไม่มีคนแต่งต่องั้นขอจองเลยนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------ตอนที่ 1 Patiea Empire --------------------------------------------
"ที่จริงแล้ว ตัวคุณหญิงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าสภาสูงนะครับ มันจะดีแล้วหรือครับที่ไม่เข้าร่วมฟังรับคำตัดสิน" ผมถามท่านหญิงแห่งตระกูลพริ้นท์สแตนท์ของผมที่เบื้องหน้า ใบหน้าของเธอ เบือนออกไปนอกหน้าต่างรถม้า ความจริงนั้นยุคที่มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนอวกาศได้แล้วนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พาหนะเช่นนี้เลย
แต่ท่านดยุกเฮคิเรียส แพทธิอาร์หาได้คิดเช่นนั้นไม่ "โลกเราแต่เดิมนั้นถูกสร้างมาให้สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน เป็นระบบนิเวศวิทยา การที่มนุษย์วิวัฒนาการได้อย่างมิหยุดหย่อน มิใช่ว่าความรักที่มนุษย์มีต่อสรรพชีวิตจะลดลง และไม่ใช่คุณค่าของสรรพชีวิตชนิดอื่นจะน้อยลงตามไปด้วย" นี่คือหนึ่งวาทะศิลป์ ที่ยึดถือเป็นคติของชาวจักรวรรดิทุกคน
อันที่จริงนั้นหากกล่าวว่าตัวจักรวรรดิปกครองด้วยระบอบขุนนาง หรือระบอบกษัตริย์ก็ไม่ถูกเสียหมดหรอก หากแต่เรียกให้ถูกสมควรเรียกว่าระบอบ "ศักดินาเสรีนิยม" กล่าวคือโดยปกติจะปกครองในเหล่าขุนนางชั้นสูง แต่ตัวผู้นำจะเป็นลักษณะการเปิดสภาและมีการหมุนเปลี่ยนไปตามวาระครั้งละ 10 ปีซึ่งจะได้รับเลือกกันภายในสภานั่นเอง
แม้ว่าการปกครองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยนั้นสมควรเป็นเรื่องที่กระทำมากกว่า แต่มองในเรื่องของแง่ความเป็นจริง ทั้งทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด ประชาชนที่มีไม่มากนัก รวมถึงการรักษาระเบียบกฎเกณฑ์ การปกครองด้วยระบอบนี้ย่อมเป็นทางที่ดีที่สุด
และตัวคุณหญิงและตระกูลพริ้นท์สแทนท์นั้นต่างออกไปจากตระกูลอื่น บรรพบุรุษของคุณหญิงสี่รุ่นมาแล้วกระมังเป็นผู้บุกเบิกการอวกาศในยุคแรก และเป็นผุ้สำรวจอวกาศอย่างแท้จริง ดังนั้นฐานะของเธอจึงพิเศษกว่าคนอื่นบ้างเธอไม่มีสิทธิในการปกครอง แต่ตระกูลของเราก็เหมือนกับองครักษ์ของจักรวรรดิแห่งนี้ "เกิดเพื่ออวกาศ ตายพร้อมอวกาศ"นั่นคือคำสัตยปฏิญาณที่ผมมีต่อคุณท่านทั้งสองที่ล่วงลับไปแล้ว
ตระกูลพริ้นท์สแตนท์ตระกูลที่สูงเกียรติที่สุดนั่นคงไม่ใช่เรื่องโกหก บรรพบุรุษของตระกูลนี้ทุกท่านต่างมีความรักต่ออวกาศเปี่ยมล้น มนุษย์เราเริ่มสนใจอวกาศตั้งแต่กาลิเลโอ มองเห็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัส แต่จะมีสักกี่คนกันที่จะรักษาความรู้สึกที่มีต่อห้วงอวกาศอันน่าลุ้มหลงนั่นได้
ท้องฟ้าที่เวิ้งว้างแห่งนั้นมีอะไรอยู่กันแน่ สถานที่แห่งนั้นเป็นอย่างไรมีอะไรรออยู่ นั่นคือสิ่งที่นักสำรวจอวกาศอย่างพริ้นท์สแทนท์มีไว้ในส่วนลึกของทุกคน พวกท่านจากโลกมาแต่ไม่ได้ลืมเลือนโลกแต่ถึงกระนั้นพวกท่านก็ต้องการทิ้งความเป็นเอิรธนอยด์อันโง่เขลา ผู้ซึ่งไม่เข้าใจความรักที่พระเจ้ามอบให้ต่อตน
การพื้นฟูและการวิวัฒนาการจำเป็นต้องทำไปควบคู่กัน แม้อาจจะไม่มีคนคล้อยตามมากแต่ขอให้มีคนรับฟังบ้างก็พอแล้ว ท่าน ฟอริอัส เฟลเซล ได้ร่วมมือกันกับท่านดยุกเฮคิเรียส แพทธิอาร์ สร้างจักรวรรดิ์แห่งนี้ขึ้นมา ดินแดนที่มอบให้สำหรับผู้เข้าใจความรักต่อสรรพสิ่ง ดินแดนแห่งการฟื้นฟูเริ่มต้นและวิวัฒนาการ การออกสำรวจอวกาศไม่ใช่เพียงเพื่อการแสวงหาแหล่งทรัพยากรใหม่ หากแต่เป็นการสร้างดินแดนแห่งใหม่ ดินแดนที่มนุษย์ทุกคนรักในเกียรติของตนและผุ้อื่น ให้ความรักและความสำคัญต่อต้นไม้ ม้า ลิง สัตว์ป่าอื่นๆ น้ำลำธาร แสงแดด สายลม หรือแม้แต่วัฒนธรรมจารีตที่เลือนหายไป
แต่ถึงกระนั้นขึ้นชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีความเชื่อในตนเองสูง การจะยอมรับให้ไปใช้วิธีทั้งเดิมนั้นย่อมไม่เป็นที่ได้ยอมรับกันถ้วนหน้า แพทธิอาร์ บอกให้ใช้ม้าเดินในตัวเมือง"เฮริออส"อันเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ เนื่องจากต้องการให้ความสำคัญกับม้าให้เรารู้คุณค่าของม้า แต่ผู้คนก็เคยชินกับความสะบายไปเสียแล้ว แต่ใช่ว่าจะมีแต่รถม้าเสียทีเดียว ยังพอมีรถยนต์อยู่บ้าง แต่ก็ใช้ได้แค่สำหรับคนรับจ้างบางส่วน และหน่วยงานของราชการบางหน่วยที่มีความจำเป็นจะต้องใช้อย่างเร่งรีบ และต้องมีใบอนุญาติด้วย สำหรับคนบนโลกนั้นเรื่องเหล่านี้ย่อมยากที่จะยอมรับได้ แต่พวกเราก็ไม่ได้เร่งรีบหรอกการเปลี่ยนแปลงแต่ละเรื่องจำเป็นต้องอาศัยเวลา "หากรักที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องรักที่จะอดทน" ชาวจักรวรรดิต่างถือคตินี้เสมอมา
"ขอโทษนะ มาร์เซล เมื่อครู่นี้เธอว่าอะไรหรือ"คุณหญิงหันมา ถามผมหลังจากที่อยู่ในห้วงคำนึงเป็นเวลานาน
"คุณหญิงควรจะเข้าประชุมรับฟังการสอบสวนของสภาสูงนะครับ"ผมถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง ตัวคุณหญิงที่อยู่เบื้องหน้าผมนี้ช่างดูอ่อนล้าเหลือเกิน
"ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก สิ่งที่ตัวจักรวรรดิกำลังทำอยู่นี้นั้นไม่ใช่แนวทางเดิมที่เราควรยึดถืออีกต่อไปตัวจักรวรรดิได้ลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของโลกมากไปเสียแล้ว ฉันภักดีต่อจักรวรรดิแต่ไม่ได้ภักดีต่อตัวสมุหกลาโหม [เก็บไว้ให้คนอื่นแต่งต่อ55] และที่สำคัญหากฉันยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหากพลาดพลั้งมาจะไปเข้าทางพวก "ซิเพนต้า" สองหัวนั้น สำหรับคนที่ทำหน้าที่คุ้มครองอวกาศการตัดสินใจทุกเรื่องล้วนต้องละเอียดถี่ถ้วน"คุณหญิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักอึ้งคล้ายกับว่ากำลังกังวลต่อชตากรรมของบ้านเกิดเธออย่างเปี่ยมล้ม จริงอยู่ที่ว่าหากมองในมุมมองของคนภายนอก ตัวจักรวรรดินั้นออกจะลึกลับเกินไป และน่ากลัวเป็นพิเศษ แต่แท้ที่จริงนั้นในระหว่างหมู่พวกผู้ใหญ่ด้วยกันก็มีคนที่มีแนวคิดเห็นไม่ตรงกัน บางฝ่ายบอกว่าควรก่อตั้งจักรวรรรดิให้ยิ่งใหญ่และริดรอนอำนาจของกองทัพโลกพร้อมประกาศแนวปกครอง "ศักดินาเสรีนิยม" แต่กลุ่มนักวิทยาศตร์และผุ้บุกเบิกต่างไม่เห็นด้วยต่อการเป็นศัตรูต่อโลก หากแต่เห็นว่าสมควรขยายการสำรวจไปยังอวกาศรอบนอก และสมควรกระจายแนวคิดไปยังอีกฟากหนึ่งของอวกาศ
สำหรับตัวคุณหญิงนั้นไม่ว่าทางสภาจะตัดสินใจเลือกแนวทางใดเธอก็ต้องมีส่วนร่วมอยู่ไม่น้อย ดังนั้นการวางตัวเป็นกลางจึงถือเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
"ตอนนี้สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่เรื่องการดำเนินแนวคิด "ศักดินาเสรีนิยม" หรือเปิดการสำรวจอวกาศ ศัตรูก็ไม่ใช่คนบนโลก และไม่จำเป็นยิ่งที่จะเกิดเรื่องราวีกันเอง หากแต่เป็นผู้ที่มาใหม่แขกไม่ได้รับเชิญของระบบสุริยะแห่งนี้ต่างหาก ดูจากสิ่งที่รับทราบมาจากการประมือกับนักบินมือสมัครเล่นของสหพันธ์พวกนั้น ผู้มาใหม่ครั้งนี้อาจจะส่งผลต่ออวกาศอย่างไม่เคยมีมาก่อน ฝ่ายหนึ่งอาจรอโอกาสนี้ริดรอนอำนาจของโลก อีกฝ่ายอาจร่วมมือและเป็นพันธมิตรกับ"ผู้มาใหม่" แต่ไม่ว่าจะอย่างไรหากไม่เป็นไปตามสองกรณีนี้จะดีที่สุด ดังนั้นไม่ว่ากรณีใดความหวังของเราต่างฝากไว้กับเรือ "ฟอร์นเทียร์ เซนพิเตอร์"ที่เธอกำลังเร่งมืออยู่ ดังนั้นตัวฉันนั้นไม่เท่าไหร่หรอกคนที่น่าหนักใจคือพวกเธอและเฮริซ่าต่างหาก" ผมอดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่ตัวคุณหญิงนั้นเป็นห่วงผมมากมายเสียขนาดนี้ สำหรับผมแล้วนี่คงเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดกระมัง
"คุณหญิงอย่ากังวลไปเลยครับ ฟอร์นเทียร์ เซนพิเตอร์นั้น คือความฝันที่คุณท่านทั้งสองฝากฝังไว้ให้แก่พวกเรา ทั้งยังเป็นของสำคัญสุดพิเศษของคุณหญิงอันเป็นที่รักของพวกเรา ไม่ว่าอย่างไรผมก็ทำมันให้สำเร็จ ตอนนี้เราได้นักบินประจำเรือแล้ว นั่นคือหัวหน้าหน่วย "เอ็กซ์"พร้อมกับเครื่อง X-Chavalier เครื่องจ่าฝูงและรุ่นผลิตจำนวนมากอีกสามเครื่อง รวมกับตัวคุณหญิงด้วยแล้วก็ถือได้ว่าเป็นกองโจรที่อันตรายพอสมควร"ผมยิ้มตอบกลับไปให้กำลังใจเธอ หากมีเรื่องใดที่พอจะทำให้เธอยิ้มได้ผมก็เห็นว่าไม่ควรละเลย
"ทางเราเตรียมพร้อมนั้นมันก็ใช่อยู่ แต่ฉันก็พอรู้ทางสถาบัน"ซิเพนต้า"ก็ไม่ได้มัวแต่แล่นขายของก่อบ้านเรือนไปวันๆ โปรเจกจักรกลวิปลาส หรือแม้แต่การสร้างมนุษย์ดัดแปลงพวกนั้นก็ถึงกับยอมทำ พวกนั้นไม่เลือกวิธีหรอกหากจะทำให้การค้าของตนดำเนินไปได้ นับเป็นการตัดสินใจผิดจริงๆที่ทางจักรวรรดิ นำพวกนั้นมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาโคโลนี่หลายแห่งด้วย"
"คุณหญิงไม่ต้องซึมเศร้าไปเกินกว่าเหตุหรอกครับ โปรดวางใจหัวหน้า"เอ็กซ์"นั้นมีความสามารถเหลือหลาย ตอนนี้คุณหญิงสมควรดีใจเสียจะถูกอีกสักครู่เราก็จะพบกับนายท่านทั้งหลายแล้ว หัวหน้า"เอ็กซ์"รออยู่ที่นั่นเช่นกัน กับบาทหลวง คุณหญิงไม่ใช่แค่ผู้คุ้มครองพวกเราแต่ยังเป็นคนสร้างความหวังให้แก่พวกเรา มือของคุณหญิงไม่ได้แข็งกร้าวเมื่อตอนตวัดดาบขับหุ่นยนต์เท่านั้น หากแต่มันดูนุ่มนวลและน่าลุ่มหลงเหลือเกินเมื่ออยู่บนแป้นเปียโน และตัวไวโอลิน"ผมตอบกลับไปแม้มันออกจะฟังดูเลิศลอยไร้สาระอยู่บ้าง แต่สำหรับผมแล้วทุกประการล้วนเป็นจริง คุณหญิงคือคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของผม ถึงแม้ว่ามันอาจยากที่ผมจะมองเธอไว้แค่เพียงคนเดียวเท่านั้นก็ตาม
ในที่สุดรถจอด คาดว่าคงถึงสุสานของตระกูลพริ้นสแตนท์แล้ว
ผมลงจากรถม้าก่อน ก่อนที่จะใช้มือยื่นรับประคองคุณหญิงซึ่งอยู่ในชุดกุลสตรีสีเขียวอ่อนลงมา
"ยินดีต้อนรับคุณหญิง ที่เดินมาตัวพ่อนั้นรอลูกอยู่พอดี" บาทหลวงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเราลงจากรถ
"ขอบคุณท่านบาทหลวงเป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติมา และก็ยินดีที่ได้พบกันกับคุณหัวหน้า"เอ็กซ์"" คุณหญิงหันไปสบตากับชายหนุ่มวัยฉกรรจ์คนหนึ่ง........................
...
____________________________________________________________________________________________________________________
ขอบคุณตัวละคร
Exepher von Heim หรือเอ็กซ์ จากพี่ EarthSphere G. Homeland ครับ
เนื้อเรื่องอาจจะยืดเย้อไปบ้าง แต่ต้องเข้าใจนะครับว่าปูพื้นฐานตัวละครแหะๆ เนื้อเรื่องช่วงนี้คงเป็นสถานการณ์การเมืองของ จักรวรรดิแพทธิอาร์ไปก่อน ตอนนี้โครงเรื่องเริ่มเป็นรูปเป็นร่างไปแล้ว
หลายคนที่อ่านคงจะพอเข้าใจอยู่บ้างว่า "ซิเพนต้า"นั้นมันน่ากลัวขนาดไหน

ไว้เจอกันครั้งหน้าครับ
