หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Srw TSC (Old)  (อ่าน 5955 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
identity
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2008, 03:46:48 PM »

เห็นไม่มีคนแต่งต่องั้นขอจองเลยนะครับ 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

---------------------------------------------------------------ตอนที่ 1 Patiea  Empire --------------------------------------------

"ที่จริงแล้ว  ตัวคุณหญิงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าสภาสูงนะครับ  มันจะดีแล้วหรือครับที่ไม่เข้าร่วมฟังรับคำตัดสิน"  ผมถามท่านหญิงแห่งตระกูลพริ้นท์สแตนท์ของผมที่เบื้องหน้า  ใบหน้าของเธอ  เบือนออกไปนอกหน้าต่างรถม้า  ความจริงนั้นยุคที่มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนอวกาศได้แล้วนั้น  ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พาหนะเช่นนี้เลย



แต่ท่านดยุกเฮคิเรียส  แพทธิอาร์หาได้คิดเช่นนั้นไม่  "โลกเราแต่เดิมนั้นถูกสร้างมาให้สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกัน  เป็นระบบนิเวศวิทยา  การที่มนุษย์วิวัฒนาการได้อย่างมิหยุดหย่อน  มิใช่ว่าความรักที่มนุษย์มีต่อสรรพชีวิตจะลดลง  และไม่ใช่คุณค่าของสรรพชีวิตชนิดอื่นจะน้อยลงตามไปด้วย"  นี่คือหนึ่งวาทะศิลป์  ที่ยึดถือเป็นคติของชาวจักรวรรดิทุกคน




อันที่จริงนั้นหากกล่าวว่าตัวจักรวรรดิปกครองด้วยระบอบขุนนาง  หรือระบอบกษัตริย์ก็ไม่ถูกเสียหมดหรอก  หากแต่เรียกให้ถูกสมควรเรียกว่าระบอบ "ศักดินาเสรีนิยม"  กล่าวคือโดยปกติจะปกครองในเหล่าขุนนางชั้นสูง  แต่ตัวผู้นำจะเป็นลักษณะการเปิดสภาและมีการหมุนเปลี่ยนไปตามวาระครั้งละ 10 ปีซึ่งจะได้รับเลือกกันภายในสภานั่นเอง 




แม้ว่าการปกครองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยนั้นสมควรเป็นเรื่องที่กระทำมากกว่า  แต่มองในเรื่องของแง่ความเป็นจริง  ทั้งทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัด  ประชาชนที่มีไม่มากนัก  รวมถึงการรักษาระเบียบกฎเกณฑ์  การปกครองด้วยระบอบนี้ย่อมเป็นทางที่ดีที่สุด



และตัวคุณหญิงและตระกูลพริ้นท์สแทนท์นั้นต่างออกไปจากตระกูลอื่น  บรรพบุรุษของคุณหญิงสี่รุ่นมาแล้วกระมังเป็นผู้บุกเบิกการอวกาศในยุคแรก  และเป็นผุ้สำรวจอวกาศอย่างแท้จริง  ดังนั้นฐานะของเธอจึงพิเศษกว่าคนอื่นบ้างเธอไม่มีสิทธิในการปกครอง  แต่ตระกูลของเราก็เหมือนกับองครักษ์ของจักรวรรดิแห่งนี้  "เกิดเพื่ออวกาศ ตายพร้อมอวกาศ"นั่นคือคำสัตยปฏิญาณที่ผมมีต่อคุณท่านทั้งสองที่ล่วงลับไปแล้ว




ตระกูลพริ้นท์สแตนท์ตระกูลที่สูงเกียรติที่สุดนั่นคงไม่ใช่เรื่องโกหก   บรรพบุรุษของตระกูลนี้ทุกท่านต่างมีความรักต่ออวกาศเปี่ยมล้น  มนุษย์เราเริ่มสนใจอวกาศตั้งแต่กาลิเลโอ  มองเห็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัส  แต่จะมีสักกี่คนกันที่จะรักษาความรู้สึกที่มีต่อห้วงอวกาศอันน่าลุ้มหลงนั่นได้




ท้องฟ้าที่เวิ้งว้างแห่งนั้นมีอะไรอยู่กันแน่  สถานที่แห่งนั้นเป็นอย่างไรมีอะไรรออยู่  นั่นคือสิ่งที่นักสำรวจอวกาศอย่างพริ้นท์สแทนท์มีไว้ในส่วนลึกของทุกคน  พวกท่านจากโลกมาแต่ไม่ได้ลืมเลือนโลกแต่ถึงกระนั้นพวกท่านก็ต้องการทิ้งความเป็นเอิรธนอยด์อันโง่เขลา  ผู้ซึ่งไม่เข้าใจความรักที่พระเจ้ามอบให้ต่อตน




การพื้นฟูและการวิวัฒนาการจำเป็นต้องทำไปควบคู่กัน  แม้อาจจะไม่มีคนคล้อยตามมากแต่ขอให้มีคนรับฟังบ้างก็พอแล้ว  ท่าน ฟอริอัส  เฟลเซล  ได้ร่วมมือกันกับท่านดยุกเฮคิเรียส  แพทธิอาร์  สร้างจักรวรรดิ์แห่งนี้ขึ้นมา  ดินแดนที่มอบให้สำหรับผู้เข้าใจความรักต่อสรรพสิ่ง  ดินแดนแห่งการฟื้นฟูเริ่มต้นและวิวัฒนาการ  การออกสำรวจอวกาศไม่ใช่เพียงเพื่อการแสวงหาแหล่งทรัพยากรใหม่  หากแต่เป็นการสร้างดินแดนแห่งใหม่  ดินแดนที่มนุษย์ทุกคนรักในเกียรติของตนและผุ้อื่น  ให้ความรักและความสำคัญต่อต้นไม้  ม้า ลิง สัตว์ป่าอื่นๆ น้ำลำธาร  แสงแดด สายลม  หรือแม้แต่วัฒนธรรมจารีตที่เลือนหายไป



แต่ถึงกระนั้นขึ้นชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีความเชื่อในตนเองสูง  การจะยอมรับให้ไปใช้วิธีทั้งเดิมนั้นย่อมไม่เป็นที่ได้ยอมรับกันถ้วนหน้า  แพทธิอาร์ บอกให้ใช้ม้าเดินในตัวเมือง"เฮริออส"อันเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ  เนื่องจากต้องการให้ความสำคัญกับม้าให้เรารู้คุณค่าของม้า  แต่ผู้คนก็เคยชินกับความสะบายไปเสียแล้ว  แต่ใช่ว่าจะมีแต่รถม้าเสียทีเดียว  ยังพอมีรถยนต์อยู่บ้าง  แต่ก็ใช้ได้แค่สำหรับคนรับจ้างบางส่วน  และหน่วยงานของราชการบางหน่วยที่มีความจำเป็นจะต้องใช้อย่างเร่งรีบ  และต้องมีใบอนุญาติด้วย  สำหรับคนบนโลกนั้นเรื่องเหล่านี้ย่อมยากที่จะยอมรับได้  แต่พวกเราก็ไม่ได้เร่งรีบหรอกการเปลี่ยนแปลงแต่ละเรื่องจำเป็นต้องอาศัยเวลา  "หากรักที่จะเปลี่ยนแปลง  ต้องรักที่จะอดทน"  ชาวจักรวรรดิต่างถือคตินี้เสมอมา



"ขอโทษนะ  มาร์เซล  เมื่อครู่นี้เธอว่าอะไรหรือ"คุณหญิงหันมา ถามผมหลังจากที่อยู่ในห้วงคำนึงเป็นเวลานาน
"คุณหญิงควรจะเข้าประชุมรับฟังการสอบสวนของสภาสูงนะครับ"ผมถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง  ตัวคุณหญิงที่อยู่เบื้องหน้าผมนี้ช่างดูอ่อนล้าเหลือเกิน


"ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก  สิ่งที่ตัวจักรวรรดิกำลังทำอยู่นี้นั้นไม่ใช่แนวทางเดิมที่เราควรยึดถืออีกต่อไปตัวจักรวรรดิได้ลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของโลกมากไปเสียแล้ว  ฉันภักดีต่อจักรวรรดิแต่ไม่ได้ภักดีต่อตัวสมุหกลาโหม   [เก็บไว้ให้คนอื่นแต่งต่อ55]  และที่สำคัญหากฉันยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหากพลาดพลั้งมาจะไปเข้าทางพวก "ซิเพนต้า" สองหัวนั้น  สำหรับคนที่ทำหน้าที่คุ้มครองอวกาศการตัดสินใจทุกเรื่องล้วนต้องละเอียดถี่ถ้วน"คุณหญิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักอึ้งคล้ายกับว่ากำลังกังวลต่อชตากรรมของบ้านเกิดเธออย่างเปี่ยมล้ม  จริงอยู่ที่ว่าหากมองในมุมมองของคนภายนอก  ตัวจักรวรรดินั้นออกจะลึกลับเกินไป  และน่ากลัวเป็นพิเศษ  แต่แท้ที่จริงนั้นในระหว่างหมู่พวกผู้ใหญ่ด้วยกันก็มีคนที่มีแนวคิดเห็นไม่ตรงกัน  บางฝ่ายบอกว่าควรก่อตั้งจักรวรรรดิให้ยิ่งใหญ่และริดรอนอำนาจของกองทัพโลกพร้อมประกาศแนวปกครอง "ศักดินาเสรีนิยม"  แต่กลุ่มนักวิทยาศตร์และผุ้บุกเบิกต่างไม่เห็นด้วยต่อการเป็นศัตรูต่อโลก  หากแต่เห็นว่าสมควรขยายการสำรวจไปยังอวกาศรอบนอก  และสมควรกระจายแนวคิดไปยังอีกฟากหนึ่งของอวกาศ


สำหรับตัวคุณหญิงนั้นไม่ว่าทางสภาจะตัดสินใจเลือกแนวทางใดเธอก็ต้องมีส่วนร่วมอยู่ไม่น้อย  ดังนั้นการวางตัวเป็นกลางจึงถือเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด 

"ตอนนี้สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่เรื่องการดำเนินแนวคิด "ศักดินาเสรีนิยม"  หรือเปิดการสำรวจอวกาศ  ศัตรูก็ไม่ใช่คนบนโลก  และไม่จำเป็นยิ่งที่จะเกิดเรื่องราวีกันเอง  หากแต่เป็นผู้ที่มาใหม่แขกไม่ได้รับเชิญของระบบสุริยะแห่งนี้ต่างหาก  ดูจากสิ่งที่รับทราบมาจากการประมือกับนักบินมือสมัครเล่นของสหพันธ์พวกนั้น  ผู้มาใหม่ครั้งนี้อาจจะส่งผลต่ออวกาศอย่างไม่เคยมีมาก่อน  ฝ่ายหนึ่งอาจรอโอกาสนี้ริดรอนอำนาจของโลก  อีกฝ่ายอาจร่วมมือและเป็นพันธมิตรกับ"ผู้มาใหม่"  แต่ไม่ว่าจะอย่างไรหากไม่เป็นไปตามสองกรณีนี้จะดีที่สุด  ดังนั้นไม่ว่ากรณีใดความหวังของเราต่างฝากไว้กับเรือ  "ฟอร์นเทียร์ เซนพิเตอร์"ที่เธอกำลังเร่งมืออยู่  ดังนั้นตัวฉันนั้นไม่เท่าไหร่หรอกคนที่น่าหนักใจคือพวกเธอและเฮริซ่าต่างหาก"  ผมอดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่ตัวคุณหญิงนั้นเป็นห่วงผมมากมายเสียขนาดนี้  สำหรับผมแล้วนี่คงเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดกระมัง 


"คุณหญิงอย่ากังวลไปเลยครับ  ฟอร์นเทียร์ เซนพิเตอร์นั้น   คือความฝันที่คุณท่านทั้งสองฝากฝังไว้ให้แก่พวกเรา  ทั้งยังเป็นของสำคัญสุดพิเศษของคุณหญิงอันเป็นที่รักของพวกเรา  ไม่ว่าอย่างไรผมก็ทำมันให้สำเร็จ  ตอนนี้เราได้นักบินประจำเรือแล้ว  นั่นคือหัวหน้าหน่วย "เอ็กซ์"พร้อมกับเครื่อง  X-Chavalier เครื่องจ่าฝูงและรุ่นผลิตจำนวนมากอีกสามเครื่อง  รวมกับตัวคุณหญิงด้วยแล้วก็ถือได้ว่าเป็นกองโจรที่อันตรายพอสมควร"ผมยิ้มตอบกลับไปให้กำลังใจเธอ  หากมีเรื่องใดที่พอจะทำให้เธอยิ้มได้ผมก็เห็นว่าไม่ควรละเลย


"ทางเราเตรียมพร้อมนั้นมันก็ใช่อยู่  แต่ฉันก็พอรู้ทางสถาบัน"ซิเพนต้า"ก็ไม่ได้มัวแต่แล่นขายของก่อบ้านเรือนไปวันๆ  โปรเจกจักรกลวิปลาส  หรือแม้แต่การสร้างมนุษย์ดัดแปลงพวกนั้นก็ถึงกับยอมทำ   พวกนั้นไม่เลือกวิธีหรอกหากจะทำให้การค้าของตนดำเนินไปได้  นับเป็นการตัดสินใจผิดจริงๆที่ทางจักรวรรดิ  นำพวกนั้นมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาโคโลนี่หลายแห่งด้วย"
"คุณหญิงไม่ต้องซึมเศร้าไปเกินกว่าเหตุหรอกครับ  โปรดวางใจหัวหน้า"เอ็กซ์"นั้นมีความสามารถเหลือหลาย  ตอนนี้คุณหญิงสมควรดีใจเสียจะถูกอีกสักครู่เราก็จะพบกับนายท่านทั้งหลายแล้ว  หัวหน้า"เอ็กซ์"รออยู่ที่นั่นเช่นกัน  กับบาทหลวง  คุณหญิงไม่ใช่แค่ผู้คุ้มครองพวกเราแต่ยังเป็นคนสร้างความหวังให้แก่พวกเรา   มือของคุณหญิงไม่ได้แข็งกร้าวเมื่อตอนตวัดดาบขับหุ่นยนต์เท่านั้น  หากแต่มันดูนุ่มนวลและน่าลุ่มหลงเหลือเกินเมื่ออยู่บนแป้นเปียโน  และตัวไวโอลิน"ผมตอบกลับไปแม้มันออกจะฟังดูเลิศลอยไร้สาระอยู่บ้าง  แต่สำหรับผมแล้วทุกประการล้วนเป็นจริง  คุณหญิงคือคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของผม  ถึงแม้ว่ามันอาจยากที่ผมจะมองเธอไว้แค่เพียงคนเดียวเท่านั้นก็ตาม



ในที่สุดรถจอด  คาดว่าคงถึงสุสานของตระกูลพริ้นสแตนท์แล้ว

ผมลงจากรถม้าก่อน  ก่อนที่จะใช้มือยื่นรับประคองคุณหญิงซึ่งอยู่ในชุดกุลสตรีสีเขียวอ่อนลงมา

"ยินดีต้อนรับคุณหญิง  ที่เดินมาตัวพ่อนั้นรอลูกอยู่พอดี"  บาทหลวงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเราลงจากรถ
"ขอบคุณท่านบาทหลวงเป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติมา  และก็ยินดีที่ได้พบกันกับคุณหัวหน้า"เอ็กซ์""  คุณหญิงหันไปสบตากับชายหนุ่มวัยฉกรรจ์คนหนึ่ง........................

...
____________________________________________________________________________________________________________________

ขอบคุณตัวละคร
Exepher von Heim   หรือเอ็กซ์ จากพี่  EarthSphere G. Homeland  ครับ


เนื้อเรื่องอาจจะยืดเย้อไปบ้าง  แต่ต้องเข้าใจนะครับว่าปูพื้นฐานตัวละครแหะๆ  เนื้อเรื่องช่วงนี้คงเป็นสถานการณ์การเมืองของ จักรวรรดิแพทธิอาร์ไปก่อน ตอนนี้โครงเรื่องเริ่มเป็นรูปเป็นร่างไปแล้ว

หลายคนที่อ่านคงจะพอเข้าใจอยู่บ้างว่า "ซิเพนต้า"นั้นมันน่ากลัวขนาดไหน 

ไว้เจอกันครั้งหน้าครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2008, 06:02:11 PM โดย Sweet Face » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: