Marcel Princetientชื่อ มาร์เซล พริ้นสแตนท์
อายุ 19-20 ปี
สูง 186 cm หนัก 69 kg
หน้าตา รูปร่างและบุคลิก
มาร์เซลเป็นชายหนุ่มร่างสูงระหงส์ ราวกับว่าเป็นเหมือนดั่งพญาหงส์กลางพงไพร เขามีผิวขาวปนแทนหน่อยๆ เหมือนดั่งลูกครึ่งเยอรมันอิตาเลี่ยนโดยทั่วไป ผมหยักโศกจนแทบจะหยิกสีน้ำเงินเข้มจนเกือบจะดำนั้น ถูกตัดไว้ในรูปลองทรง่ำเสมอ และหวีมันไว้ให้เรียบร้อย ดวงตาของเขามีสีฟ้าไพริน เวลาที่เขาย่างเท้าก้าวเดินนั้น จะเดินตัวตรงเป็นสง่าโดยปกติแล้วหน้าจะตั้งตรงคล้ายกับไม่เห็นใครอยู่ในสายตา แต่ถ้ามีผู้ใหญ่ระดับสูงหรือคนที่เขาเคารพอยู่ด้วย สายตาจะอ่อนน้อมแตกต่างออกไปจากเดิม
นิสัย และรสนิยมส่วนตัว
มาร์เซล เป็นคนรอบคอบ และทำอะไรมักจะคิดหน้าคิดหลังเสมอ แต่ถึงกระนั้นก็นับเป็นคนที่มีความกล้าในการเสี่ยงตัดสินเหมือนกับเฟลเซล เขาให้ความเคารพและการแบ่งแยกชนชั้นของจักรวรรดิเสมอ เพราะเขาคิดว่าการทำดังกล่าวทำให้สังคมดูมีระเบียบ จารีต และวัฒนธรรมอันดีงาม โดยปกติแล้วจะเป็นคนที่พูดจาสุภาพ แต่กระนั้นเมื่อยามที่เขาต้องการซักไซร้ไล่เรียงคนอื่นการกล่าววาจาของเขาก็จะเปลี่ยนเป็นดุดันหรือคาดคั้นไป(ตามความเหมาะสมของสถานการณ์) มาร์เซลให้ความสำคัญเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนการทำงานเสมอ เขาไม่ชอบการกระทำอันไร้เหตุผลหรือเพียงต้องการตอบสนองตัณหาของตน ดังนั้นทุกอย่างสำหรับเขามันควรจะมีเหตุผลที่พอฟังหรือยอมรับได้เสมอ
ปกติแล้วเป็นคนชอบคิดเล็กคิดน้อยและเก็บรายละเอียดของเรื่องราวต่างๆ การทำภารกิจแต่ละครั้งจะมีลำดับขั้นตอนในการตัดสินใจอยู่เสมอ จนแม้บางครั้งอาจจะดูว่าเขาค่อนข้างจ้ำจี้จ้ำไชอยู่เสียบ้าง จนภายหลังริซ่าจึงบอกเขาว่า เรื่องบางเรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องคิดหรือไตร่ตรองให้ละเอียดขนาดนั้น บางครั้งเราสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องคิดหรือวางแผนก่อน
เช่นกันกับเฟลเซล หรือเหล่าลูกผู้ดีมีระดับในจักรววรดิแพทธิอาร์ มาร์เซลชื่นชอบศิลปะการฟันดาบ ขี่ม้ายิงปืนล่าสัตว์ การทานอาหารมื้อค่ำแบบโต๊ะยาวใต้เสียงเทียนแสงจันทร์ รวมถึงความสามารถในการเต้นรำอันพริ้วพราย เพริศแพร้วเช่นกัน มาร์เซลมีความคิดในแนวเชิงรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ เขาเห็นว่าประเทศไม่อาจอยู่ได้ถ้าขาดผู้นำที่ดี และผู้น้ำที่ดีไม่อาจจะอยู่ได้หากประชาชนเอาแต่เรียกร้อง แต่กลับขาดความตื่นตัวไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
มาร์เซลเกลียดการทำลายล้างเชิงสังหารหมู่หรือสังหารโหดและความไร้ขื่อแปทุกชนิด เขามีความคิดเห็นว่าสิ่งที่สามารถกำหนดผลแพ้ชนะของสงครามนั้นมิใช่เหล่าเครื่องจักรหรือสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่มีพลังทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ หากแต่เป็นมนุษย์และสัจธรรมของโลกที่สามารถควบคุมและสร้างความสมดุลกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้ต่างหาก คนใช้เครื่องจักรไม่ใช่เครื่องจักรใช้คน
ประวัติ
มาร์เซลคือ บุตรชายของ บาเรียสต้า และ ไดอาน่าพริ้นสแตนท์หรือน้องชายแท้ๆของเฟลเซลนั่นเอง เพียงแต่ว่าบาเรียสต้าต้องการเลี้ยงลูกของตนให้รู้จักความแตกต่างเรื่องฐานะทางสังคมต่างๆ และเข้าใจมันเพื่อใช้เป็นประสบการณ์และความรู้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคมชาวอวกาศในภายภาคหน้าหลังจากที่บาเรียสต้าได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้นบาเรียสต้าจึงได้ร่วมมือกับอันเดรีย โดยการลักพาตัวลูกชายตนไปทิ้วไว้ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในตอนนั้นบาทหลวง เอลิสซิโอ อยู่ที่นั่นพอดีจึงได้รับเด็กทารกวไว้ในอุปการคุณ
ดังนั้นช่วงชีวิตในวัยเด็กของมาร์เซล เขาจึงผูกพันธ์กับโบสถ์และคริตส์ศาสนาเป็นอย่างมากนั่นจึงเป็นผลพลอยให้เขาชื่อเรื่องความคิดจิตบริสุทธ์ของเด็กและความรักที่พระเยซูมีต่อเหล่าเด็กน้อยด้วย เพื่อนในวัยเด็กของมาร์เซลนั้นก็เป็นเด็กกำพร้าด้วยกัน หรือเหล่าเด็กที่ยากไร้จนต้องมาพึ่งพิงโบสถ์ แต่เด็กที่เขาสนิทชิดเชื้อมากที่สุดกลับเป็นทายาทสาวตัวน้อยๆ ของตระกูลมาธอนซึ่งก็คือเฮริซ่านั่นเอง ทั้งสองสนิทและเล่นหัวด้วยกันมาตั้งแต่เล็กดังนั้นเฮริซ่าจึงมองมาร์เซล เป็นเหมือนเครื่องระบายความลำบากใจหรือเป็นความสนุกน่าสนใจประการหนึ่งเสมอ จนแม้แต่กระทั่งถึงตอนที่พวกเขาสองคนแต่งงานกันแล้วก็ตาม
หลังจากที่มาร์เซลมีอายุได้ราว ๆ ห้าขวบเขาก็ได้พบกับไดอาน่าเข้าโดยที่ทั้งสองไม่รุ้ตัวเลยว่าเป็นแม่-ลูกกัน ไดอาน่าที่ตอนนั้นเริ่มมีอาการป่วยและอยู่ในสภาพที่ร่างกายเสื่อมสภาพแล้ว(ตามอายุสังขารของชาวจักรวรรดิที่มีช่วงอายุสูงสุดระหว่าง 45-60ปี) ได้เห็นมาร์เซลเข้าก็นึกหลงรักตั้งแต่แรกพบ(ความจริงมันก็เป็นแผนของอันเดรียและบาเรียสต้าอีกนั่นแหละ) และนั่นทำให้เธอดูมีความสุขอย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบหลายๆ ปี แต่คนที่ยินดีที่สุดไม่ใช่เธอเท่านั้นเฟลเซลซึ่งรักพ่อกับแม่มากและมองบิดามารดาตนเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของจักรวาล ก็มีความสุขไม่แพ้กัน จนพลอยทำให้เธอเลี้ยงดูเด็กคนนี้เหมือนกับแม่ของเธอด้วย แต่ศักดิ์ฐานะนั้นไม่คล้ายกับพี่สาว-น้องชายเท่าไหร่นัก หากแต่คล้ายในฐานะ ศิษย์-อาจารย์มากกว่า
ถึงแม้จะได้รับความรักอย่างสุดซึ้งดังเช่นความรักที่แม่มีต่อลูก แต่มาร์เซลก็มองฐานะตัวเองไว้เป็นเหมือนดั่งผู้รับใช้เสมอ จนกระทั่งเมื่อบาเรียสต้าและไดอาน่าจากไปด้วยการโดนกักขังให้อดอยากนั้น มาร์เซลได้ร้องไห้ออกมาจนน้ำตาแทบหมดจากร่าง พร้อมกันนั้นเขานึกสาปแช่งความบ้าอำนาจของวงการธุรกิจขึ้นมาในใจ เพราะในชีวิตนี้สิ่งที่เขาสัมผัสได้มากที่สุดคือความรักและความเสียสละที่ตระกูลมาธอน และพริ้นสแตนท์มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
-----นับตั้งแต่นั้นมาเขาจึงทำอะไรอย่างรอบคอบ เป็นเหมือนดั่งเงาให้แก่เฟลเซลและเฮริซ่าเสมอ เพราะเขารู้ว่าทั้งสองคนหนึ่งเป็นสิ่งที่เลอค่าและอีกคนคือความสวยงามที่สุดในชีวิตของเขาที่เคยพบเจอ เขาเกลียดการไร้ความสามารถในการปกครองและรักษาตนของเหล่าผู้อ่อนแอ แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดความฟอนเฟะและอำนาจทางการเงินจากระบอบทุนนิยมเต็มขั้นของพวกสหพันธ์และสมาคมพ่อค้ามากที่สุด ดังนั้นเขาจึงมีแนวความคิดที่เชื่อว่าหากระบบดีสมดุลดีเราก็สามารถควบคุมความบ้าคลั่งได้ มือของมนุษย์คือมือแห่งการสร้างสรรค์ฟื้นฟู ไม่ใช่การทำลายล้าง
-----แต่กระนั้นจากที่เขาได้เฝ้ามองดูการกระทำของเฮริซ่าและเฟลเซลจึงทำให้เขาคิดได้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว สิ่งที่มนุษย์มีตั้งแต่เริ่มแรกคือความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง นั่นจึงเป็นเหตุให้เขารักตัวจักรวรรดิมากเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
--------------------ภายหลังจากที่ได้สู้กับพวกดาเรนและเข้าสู่เหตุการณ์ปฏิวัติจักรวรรดิ์แล้วนั้น มาร์เซลได้เติบโตในฐานะผู้นำมากขึ้นและทำให้เขาเห็นว่ามนุษย์นั้นไม่ได้มีเพียงแต่ตนเองเท่านั้น
--------------------ความสัมพันธ์กับเฮริซ่านั้นทั้งสองแม้จะแต่งงานกันแล้วนั้นยังคงเป็นเหมือนเดิมเสมอ คล้ายกับว่าพวกเขาได้ถูกคั่นเอาไว้ด้วยเส้นกลางระหว่างคนรักและเพื่อนสนิทแต่นี่ก็คือความรักที่หอมหวานที่สุดไม่ใช่หรือ..................
Megerian Il Magico
Unit เครื่องที่ 2
ชื่อรหัส DGM-01 Megerian
สูง 16 M(รวมหัวสูงแหลม)
น้ำหนัก 19.8 T
วัตถุที่หรือเกราะ
โครงด้านในทำจากโลหะสังเคราะห์ระหว่าง ไททาเนียมกับเงินบริสุทธิ์เป็นหลัก ส่วนเกราะด้านนอกทำด้วยทองคำเคลือบโค้ทติ้งที่เกิดจากสารประกอบระหว่าง หยกเขียวกับไข่มุก
ระบบพิเศษ
1.ระบบระบายความร้อนชนิดพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหหรือสะท้อนกลับหมดของแสง
2.ระบบบินเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูงโดยไม่เกิดแรงต้านทานอากาศและการลุกไหม้
3.ระบบ Brilliance Blance Frame เฟรมสำหรับรักษาสมดุลในการเคลื่อนไหว (ยกตัวอย่างเช่น ยิงปืนที่มีแรงถีบสูงได้ในขณะเคลื่อนที่ หรือบินกลับหัวได้ตลอด)
4. Fourth ISO Drive ระบบการขับเคลื่อนพิเศษด้วยอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งในขณะที่เปลี่ยนแกนการเคลื่อนที่ ทำให้สามารถเลี้ยวหรือเอี้ยวตัวหักศอกได้ในขณะที่เคลื่อนที่ด้วย ความเร็วสูง
5. Jolly Roger ระบบแทรกแซงเครือข่ายรักษาความปลอดภัย(พูดง่ายๆ มันก็เป็นแจมมิ่งระดับสูง)(เป็นระบบที่ถูกติดตั้งในภายหลัง)
อาวุธ
1. วัลแคล 30 mm
2. Gadering Sword
------ดาบเหล็กที่ถูกตีด้วย ทองคำขาว(หุ่นบ้าอะไรวะใช้แต่โลหะมีค่าทั้งนั้น)บริสุทธิ์ และเป็นเทคโนโลยีระดับฟิโคเซลล์(ล้ำยุคกว่านาโนอีก

) ทำให้มีความสามารถในการแปลงสภาพหรือรูปร่างได้ โดยปกติแล้วนั้นจะอยู่ในรูปแบบดาบเครมอร์(ใบดาบแคบปลายแหลมยาวคม เป็นแบบครอสการ์ด(กางเขน)) และอีกรูปลักษณ์ก็คือดาบเรเพียร์ทีมีความคล่องตัวสุงกว่า จุดเด่นนั้นแม้จะไม่ใช่ดาบที่สามารถเจาะบาเรียได้ แต่ด้วยเทคโนโลยี่ระดับฟิโคเซลล์จึงทำให้มันเป็นดาบที่ยากแกการทำลาย รวมถึงสามารถสร้างคลื่นกระแทกในช่วงสั้นๆ ได้ ทำให้มีความสามารถในการเบียงเบนแรงทางกายภาพได้ดีในระดับหนึ่ง พูดง่ายๆก็คือมันใช้เป็นโล่ได้ด้วยนั่นเอง เน้นการโจมตีด้วยเพลงดาบที่มีท่าพลิกแพลงพิสดารมากกว่าการเข้าประทะโดยใช้กำลังหักล้างกัน
3. Long Range Rail gun Rifle
--------เรลกัน ไรเฟิลพิสัยไกลซึ่งโดยปกติแล้ว ต้องยิงในขณะที่อยู่นิ่งๆ แต่เนื่องจากเทคโนยีของ ISO Drive และBrilliance Blance จึงทำให้สามารถยิงในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้
4. Shot Railgun*2
--------เรลกัน ในรูปช็อตกันเอาไว้ยิงอัดในระยะใกล้-กลางพกสองกระบอก หรือสามารถยิงกระสนในรูปปกติที่ไม่ใช่เรลกันก็ได้ (เช่นกระสุนหัวรบนิวเคลียร์)
5. screwwhip *2
--------แส้สว่าน อาวุธระยะประชิดอีกอัน
6. Buster Launcher
--------ปืนใหญ่ มหาอนุทภาค สามารถยิงด้วยโหมดความเร็วสูง(เจาะเกราะ)หรือยิงแบบฟลูฟาวเวอร์ลากยาวเป็นเส้นตรงได้
7. remote slasher(ติดตั้งในภายหลัง)
--------จานบิน สำหรับชืดเป้าหมายระยะไกล
-------------------------------
อุปกรณ์พิเศษ
1. Muleta Satin ผ้าแพรแดงสองผืน ห้อยไว้ที่ผ่าซ้ายขวาสองข้าง ข้างละสองแถม เป็นอุปกรณ์พิเศษที่ใช้สำหรับป้องกันอาวุธประเภทกระแทกด้วยแรงฟิสิกส์ได้
2. Limited Time Field ฟิลป้องกันอาวุธทุกประเภท ในระยะเวลากำจัด 5 นาที เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง(อันนึงใช้ได้ครั้งเดียวจนกว่าจะกลับไปเปลี่ยนในยาน)
3. ฟรุไฟ หรือฟุรสัญญาณที่ใช้สำหรับการพลางตัวด้วยแสงได้ในชั่วขณะหนึ่ง
4. กระสุนชนิดพิเศษ เช่น....อตอมมิก สคิลหรือกระสุนนิวเคลียร์
--------------------------------
========================================================================================================
ประวัติ
เมเกอร์เรียนคือแบ็ตเทิร์นแมตชีนเครื่องแรกที่ถูกคิดค้นขึ้น และถือว่าเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องประจำตัวของสุดยอดทหารเสือ(หรือว่าที่สุดยอด)ในแต่ละรุ่นก็ว่าได้ และมันก็เป็นเครื่องที่ได้รับการเพิ่มเติมเทคโลโนยีใหม่ๆเข้าไปอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าจะมีการยกระดับเพียงใดก็จะยกคงรูปลักษณ์อันสูงสง่าของมันเอาไว้เสมอ ดังนั้นเราจึงสามารถกล่าวได้ว่ามันเป็นเหมือนบันทึกเทคโนโลยีทางการทหารของจักรวรรดิแพทธิอาร์เลยก็ว่าได้ ในรุ่นช่วงปัจจุบันนั้น มาร์เซลได้รับการสืบทอดเครื่องนี้มาจากอันเดรีย ซึ่งถ้าหากดูตามความสามารถและฝีมือนั้นคุณหญิงเฟลเซล ดูจะมีความเหมาะสมมากที่สุดแต่เนื่องดัวยว่าเธอเป็นสตรีและเนื่องจากการประเมินของอันเดรีย ที่เห็นว่ามาร์เซลมีความเป็นทหารเสือมากกว่าผู้เป็นพี่ โดยให้แง่คิดไว้ว่า"มาร์เซลเกิดมาเพื่อเป็นทหารเสือ แต่เฟลเซลคืออะไรที่ยิ่งใหญกว่านั้นคือปรากฎการณ์ที่ก้าวข้ามทุกขอบเขตจนไม่สามารถหาคำอธิบายได้"
ในปัจจุบันนั้น เมเกอรเรี่ยนใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น สองเตา โดยเตาแรกแยกใช้ต่างหากสำหรับระบบการขับเคลื่อน และอีกเตาใช้สำหรับทำอย่างอื่นที่เหลือ แต่ถึงกระนั้นแม้จะใช้เตาปฏิกรณ์ที่มีพลังงานมหาศาลถึงสองเตาก็ตาม แต่เมเกอร์เรี่ยนกับเน้นอาวุธที่ใช้กระสุนหรือกินพลังงานน้อยๆ อย่าง เรลกันหรือดาบกราเดอร์ริงซอร์ดที่ทำจากโลหะพิเศษ เป็นหลัก จะมีอาวุธทีกินพลังงานโดยตรงบ้างก็บัสเตอร์ลันเชอร์เท่านั้น แต่กระนั้นเมื่อเทียบพลังงานที่ใช้และระดับพลังาที่มีแล้ว แล้วต้องบอกเลยว่าเมเกอร์เรี่ยนเป็นแบ็ตเทิร์นแมตชีนที่ใช้พลังงานน้อยมากจริงๆ
จุดเด่นที่ชัดแจ้งที่สุดของเมเกอรเรียน ก็คือระบบการขับเคลื่อนที่ติดตั้ง ISO Drive ไว้ถึงสี่เครื่องซึ่ง โดยทั่วเจ้าISO Driveนั้น เป็นเครื่องยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเครื่องยนต์อื่นๆในเอกภพเดียวกัน กล่าวคือมันมีลักษณะเสมือนเคลื่อนที่ใน ไฮเปอร์สเปซตลอดเวลานั่นเอง ที่ติดตั้งไว้สี่ตัวเพราะต้องการสร้างให้ครอบคลุมถึงทั้งสามมิติของการเคลื่อนที่ ส่วนอีกเครื่องคล้ายกับหางเสือหรือตัวเร่งจังหวะ ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องที่สามารถเปลี่ยนแรงหรือแกนการเคลื่อนที่โดยกระทันหันและแทบจะไม่เกิดการสูญเสียอัตราเร็วเลย( ค่าสมประสิทธิ์แรงเสียดททานหรือความฝืดเข้าใกล้ 0 ) เทียบกับการเคลื่อนที่ผ่านรูหนอนหรือ เวอร์ม โฮลแล้ว การเคลื่อนที่ผ่านมิติจะเป็นะเป็นการทะลุไปยังพิกัดฉากโดยตรง แต่ISO Drive นั้นมีลักษณะคล้ายการร่นระยะ ให้สั้นลงเท่านั้น
และเนื่องจากติดตั้งระบบ บิลเลี่ยนบาลานซ์เฟรม Brilliance Blance Frame ไว้จึงทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดอ่อนหรือสามารถเคลื่อนไหวในสภาพที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ด้วยประการทั้งปวงได้ เช่น ยิงบัสเตอร์ลันเชอร์ที่มีแรงถีบสูง ในขณะบินกลับหัวด้วยความเร็วสูง เป็นต้น เนื่องจากคุณสมบัติด้านการเคลื่อนไหวของเฟรม แรงขับเคลื่อนในการเคลื่อนที่ ซึ่งก้าวข้ามระดับสามมิติ มันจึงเป็นสุดยอดแบตเทิร์นแมตชีน ของจักรวรรดิแพทธิอาร์ และเป็นหุ่นรบที่อาศัยรูปแบบการเคลื่อนตัวและการตัดสินใจในการรบนำไปสู่ชัยชนะมากกว่าพลังทำลายล้างอันมหาศาล
ด้านระบบการป้องกันนั้น แม้ความทนทานของเกราะจะอยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น แต่ก็มีลูกเล่นในการป้องกันตัวอยู่บ้างเช่น การติดตั้ง มูเลต้าซาติน ซึ่งมีลักษะเป็นโลหะไหลนั้นสามารถใช้ลดหรือปัดแรงกระแทกได้ จนไปถึงการติดตั้งเครื่องกำเนิดฟิลด์ในระยะเวลาจำกัดเพื่อใช้ในกรณีที่ฉุกเฉินเช่นกัน
ในภายหลังนั้น ได้มีการสร้าง High Speedment Unit Golden Griffin เพื่อเป็นยูนิทที่เสริมสร้างการเคลื่อนที่ในรูปแบบไฮเปอร์สเปซ และการเคลื่อนที่ในสภาวะอื่นๆ(ซึ่งจะกล่าวในโอกาสต่อไปอีกที)
รายละเอียดรอสักครู่
============================================================================================================
Rosina Mary Jorsefin
เรียก โจเซฟิน
เพศ หญิง
สังกัด ราชอาณาจักร สแกนดิเนเวีย-จักรวรรดิแพทธิอาร์
สูง 171 Cm
หนัก 49 Kg
อายุ 26
หน้าตาบุคลิก
สาวแว่น แสนสวยเก่งคล่องตัวทำงานกระฉับกระเฉง หน้าตารูปร่างประมาณ มิน่า ภาค F+เซซิลี่ แฟร์ไซน์ แต่ผมสีส้ม(เพราะหัวหน้าเราชอบส้ม)
ลักษณะนิสัย
เป็น Working woman อย่าง สมบูรณ์แบบ มีความเชื่อในสิ่งที่ตนพิสูจน์ได้แล้วเสมอ เป็นคนกระฉับกระเฉง ตรงไปตรงมา รวมๆแล้วนิสัยคล้ายริโอนั่นแหละนะ
ประวัติ
อดีตเคยทำงานเป็นหน่วยข่าวกรอง ของสแกนดิเนเวียเคยเข้ารบสงครามกับ Exe ตั้งแต่เหตุการณ์ปราบไวกิ้งของสหพันธ์ จนติดแหงกอยู่ด้วยกันกลางถ้ำน้ำแข็ง(อย่าคิดลึกนะ) ภายหลังได้รับอุปการคุณจากสมหกลาโหม ของจักรวรรดิแพทธิอาร์เป็นลูกสาวบุญธรรม
โดยที่ภายหลังจากสงครามคาบสมุทรสแกนดิเนเวียนั้น ได้มีการทบสอบผลและวิจัยมนุษย์พบว่าเธอมีความสามารถในการหยั่งรู้ระดับหนึ่ง(คล้ายกับองค์หญิงไชน์นั่นแหละ) นับตั้งแต่นั้นเลยเข้าร่วมเป็นนักบินทดสอบให้แก่จักรวรรดิแพทธิอาร์(จักรวรรดิวิจัยอาวุธให้สแกนดิเนเวีย) โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาไอโซไดร์ฟ และไฮ สปิดเมนท์โดยตรง จนได้รับมอบหมายให้เป็นนักบินของ Ricetta Metallo
เธอมีความรักต่อพ่อบุญธรรมของเธอมาก และรู้สึกขัดแย้งในใจตนเองระหว่างการทำเพื่อจักรวรรดิ(เพราะช่วงชีวิตของชาวจักรวรรดิอายุสั้น)ในความคิดของพ่อเธอ หรือจะตามความเชื่อแนวทางของชาวเดินเรือแบบสามตระกูลใหญ่ แต่สุดท้ายเธอไม่อาจปฏิเสธความพระคุณที่พ่อของเธอมีต่อตัวเธอได้จึงต้องเลือกทางเดินคนละสายกับEXEนั่นเอง
ปัจจุบันเธอทำงานวิจัยเกี่ยวกับพวกดาเรน และเทคโนโลยีจากต่างมิติเพราะเธอเชื่อว่ามันต้องมีสามารถนำมาสู่การเยียวยาหรือยืดอายุของชาวจักรวรรดิได้นั่นเอง แม้ว่ามันจะต้องแลกมากับความโศกเศร้าหลายๆอย่างก็ตาม
อนึ่งเนื่องจากเกลียดพวกสหพันธ์และสมาคมพ่อค้าเข้าไส้จึงพลอยมอง เอลฮังค์เป็นศัตรูไปด้วย และประนามพวกเฮริซ่าที่ไปร่วมมือกับมินาโมโต้ว่า"ผู้ที่ทรยศต่อเชื้อชาติและต้นตระกูลของตนเอง"
===============================================================================
SBM-16R Ricetta Metallo (Formula metal)
สูง 18.7 M
หนัก 23.74 T
ประเภท
Real Robot
รูปร่างหน้าตา
L-gaim MK II + Megarian + บ้าหอบฟางเหมือน EX-S Gundam ทาสี ม่วงชมพู-ขาวไข่มุกเหมือน คิวเบเล่ย์
ระบบพลังงาน
====เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น สองเครื่อง
เกราะหรือวัสดุ
====ฟิโคไททาเนียม
ระบบการขับเคลื่อน
====ทริปเปิล ไอโซไดร์ฟ
ระบบหรือความสามารถพิเศษ
==== Blance Frame (เทคโนโลยีระดับนาโนเมตร เป็นต้นแบบของ Brilliance Blance Frame ของเมเกอรเรี่ยน)
==== แบ็ทเทิร์นแมตชีน ที่สามารถแปลงเป็นรุปแบบยานบินเรียกโหมดยานบินว่า Wing-Raider
----------------------------------------------------------------------------------------
อาวุธ
==== 1. Vulcan 30 mm
==== 2. Beam Saber * 2
==== 3. Beam Rifle รูปร่างเหมือน Beam Smart gun ของ S-gundam
==== 4. buster Launcher*1 อาวุธมือถือเหมือนกันกับของ L-gaim mk-2
==== 5. Rosa element กระสุนหัวระเบิด เก็บไว้ที่ไบท์เดอร์ทางด้านหลัง มีลักษณะการทำงานคือยิงเจาะเกราะแล้วเข้าไประเบิดทางด้านใน
==== 6. heat dagger*2 ติดไว้ที่ผ่าเท้าเหมือน Crossbone gundam
==== 7. screwwhip *2 แส้สว่าน
==== 8. Remote slasher Rang*4 คล้ายๆกับแบทตา แรงค์ของแบทแมน+เซอร์เวนท์ยูนิทของ Alagias ทำงานด้วยระบบรีโหมดคอนโทรลกึ่งควอนตัมฟิสิกส์ สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าสำหรับช็อต คมมีดฉาบด้วยบีม ที่กลางลำตัวมี แก็ตลิ่ง เรลกัลติดเอาไว้ ใช้เป็นลูกเล่นกับตระขอโซ่ที่ซ่อนไว้ในกระโปรง(นึกถึง Crossbone gudam X-1เอาไว) หรือจะใช้คู่กับสลิงกันที่ซ่อนไว้ในแขนก็ได้
==== 9. Beam Cannon*2 ติดที่หลัง ใช้ในสภาพพับไหล่ขึ้นมายิงเหมือน บิลไบน์ ใช้ได้เฉพาะยามที่อยู่ในสภาพ Wing raider
==== 10. Beam blade griffon*2 คมมีดติดปีก ใช้สำหรับพุ่งชนเมื่ออยู่ในสภาพของ Wing raider
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อุปกรณ์พิเศษ
==== 1. Reflector Field sling *2 รีเฟล็กเตอร์หรือโล่ห์สะท้อนอาวุธประเภทบีม และป้องกันอาวุธทางกายภาพ เก็บไว้ที่หัวเข่าเหมือนกันกับของ EX-S gundam
==== 2. scissoranchor ==
http://www.mahq.net/mecha/gundam/crossbone/lineart/xm-x-scissoranchor.jpgประวัติ
แบตเทิร์นแมตชีน ในโปรเจกสายการผลิตของเมเกอร์เรี่ยน โดยคอนเสปของมันคือพัฒนาเฟรมสำหรับ Brilliance Blance Frame จึงออกมาเป็น Blance Frame อย่างที่เห็นแม้ความเร็วความคล่องตัว และสมดุลในการเคลื่อนที่อาจไม่ดีเท่าเมเกอร์เรี่ยน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว รีเซคต้า เมทัลโล นั้นมีความสะดวกในการใช้งาน ลูกเล่นในการใช้ และพลังงานทำลายล้างที่ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าเมเกอเรี่ยนมาก จุดเด่นที่สุดก็คือมันสามารถแปลงร่างได้นี่แหละเลยทำให้มันเป็นเครื่องที่เหมาะสำหรับการไล่ล่าในระยะไกล และการครุกเข้าวงในด้วย นอกจากนี้ด้วยระบบป้องกันตัวพิเศษมากมายทำให้ มันไม่กลัวอาวุธชนิดใดชนิดเป็นพิเศษ ข้อเสียอาจจะเป็นอาวุธอย่างบีมเซเบอร์ที่เป็นดาบนั้นเมื่อเทียบกับหุ่นตัวอื่นแล้วดูอ่อนด้อยไปเลย
