หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Srw TSC -Data- (Old)  (อ่าน 8359 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2009, 07:26:29 PM »

Marcel  Princetient
ชื่อ  มาร์เซล  พริ้นสแตนท์


อายุ 19-20 ปี

สูง 186 cm หนัก 69 kg

หน้าตา  รูปร่างและบุคลิก

    มาร์เซลเป็นชายหนุ่มร่างสูงระหงส์  ราวกับว่าเป็นเหมือนดั่งพญาหงส์กลางพงไพร  เขามีผิวขาวปนแทนหน่อยๆ  เหมือนดั่งลูกครึ่งเยอรมันอิตาเลี่ยนโดยทั่วไป  ผมหยักโศกจนแทบจะหยิกสีน้ำเงินเข้มจนเกือบจะดำนั้น  ถูกตัดไว้ในรูปลองทรง่ำเสมอ  และหวีมันไว้ให้เรียบร้อย  ดวงตาของเขามีสีฟ้าไพริน   เวลาที่เขาย่างเท้าก้าวเดินนั้น  จะเดินตัวตรงเป็นสง่าโดยปกติแล้วหน้าจะตั้งตรงคล้ายกับไม่เห็นใครอยู่ในสายตา  แต่ถ้ามีผู้ใหญ่ระดับสูงหรือคนที่เขาเคารพอยู่ด้วย  สายตาจะอ่อนน้อมแตกต่างออกไปจากเดิม

นิสัย  และรสนิยมส่วนตัว
    มาร์เซล  เป็นคนรอบคอบ  และทำอะไรมักจะคิดหน้าคิดหลังเสมอ  แต่ถึงกระนั้นก็นับเป็นคนที่มีความกล้าในการเสี่ยงตัดสินเหมือนกับเฟลเซล   เขาให้ความเคารพและการแบ่งแยกชนชั้นของจักรวรรดิเสมอ  เพราะเขาคิดว่าการทำดังกล่าวทำให้สังคมดูมีระเบียบ  จารีต  และวัฒนธรรมอันดีงาม  โดยปกติแล้วจะเป็นคนที่พูดจาสุภาพ  แต่กระนั้นเมื่อยามที่เขาต้องการซักไซร้ไล่เรียงคนอื่นการกล่าววาจาของเขาก็จะเปลี่ยนเป็นดุดันหรือคาดคั้นไป(ตามความเหมาะสมของสถานการณ์)  มาร์เซลให้ความสำคัญเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนการทำงานเสมอ  เขาไม่ชอบการกระทำอันไร้เหตุผลหรือเพียงต้องการตอบสนองตัณหาของตน  ดังนั้นทุกอย่างสำหรับเขามันควรจะมีเหตุผลที่พอฟังหรือยอมรับได้เสมอ 

    ปกติแล้วเป็นคนชอบคิดเล็กคิดน้อยและเก็บรายละเอียดของเรื่องราวต่างๆ  การทำภารกิจแต่ละครั้งจะมีลำดับขั้นตอนในการตัดสินใจอยู่เสมอ  จนแม้บางครั้งอาจจะดูว่าเขาค่อนข้างจ้ำจี้จ้ำไชอยู่เสียบ้าง  จนภายหลังริซ่าจึงบอกเขาว่า  เรื่องบางเรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องคิดหรือไตร่ตรองให้ละเอียดขนาดนั้น  บางครั้งเราสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องคิดหรือวางแผนก่อน

    เช่นกันกับเฟลเซล  หรือเหล่าลูกผู้ดีมีระดับในจักรววรดิแพทธิอาร์  มาร์เซลชื่นชอบศิลปะการฟันดาบ  ขี่ม้ายิงปืนล่าสัตว์  การทานอาหารมื้อค่ำแบบโต๊ะยาวใต้เสียงเทียนแสงจันทร์  รวมถึงความสามารถในการเต้นรำอันพริ้วพราย  เพริศแพร้วเช่นกัน  มาร์เซลมีความคิดในแนวเชิงรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ  เขาเห็นว่าประเทศไม่อาจอยู่ได้ถ้าขาดผู้นำที่ดี  และผู้น้ำที่ดีไม่อาจจะอยู่ได้หากประชาชนเอาแต่เรียกร้อง  แต่กลับขาดความตื่นตัวไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน


   มาร์เซลเกลียดการทำลายล้างเชิงสังหารหมู่หรือสังหารโหดและความไร้ขื่อแปทุกชนิด  เขามีความคิดเห็นว่าสิ่งที่สามารถกำหนดผลแพ้ชนะของสงครามนั้นมิใช่เหล่าเครื่องจักรหรือสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่มีพลังทำลายล้างอันยิ่งใหญ่  หากแต่เป็นมนุษย์และสัจธรรมของโลกที่สามารถควบคุมและสร้างความสมดุลกฎเกณฑ์ต่างๆ  ได้ต่างหาก  คนใช้เครื่องจักรไม่ใช่เครื่องจักรใช้คน


ประวัติ

         มาร์เซลคือ  บุตรชายของ บาเรียสต้า  และ ไดอาน่าพริ้นสแตนท์หรือน้องชายแท้ๆของเฟลเซลนั่นเอง  เพียงแต่ว่าบาเรียสต้าต้องการเลี้ยงลูกของตนให้รู้จักความแตกต่างเรื่องฐานะทางสังคมต่างๆ  และเข้าใจมันเพื่อใช้เป็นประสบการณ์และความรู้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ของสังคมชาวอวกาศในภายภาคหน้าหลังจากที่บาเรียสต้าได้เสียชีวิตแล้ว  ดังนั้นบาเรียสต้าจึงได้ร่วมมือกับอันเดรีย  โดยการลักพาตัวลูกชายตนไปทิ้วไว้ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งในตอนนั้นบาทหลวง เอลิสซิโอ อยู่ที่นั่นพอดีจึงได้รับเด็กทารกวไว้ในอุปการคุณ

         ดังนั้นช่วงชีวิตในวัยเด็กของมาร์เซล  เขาจึงผูกพันธ์กับโบสถ์และคริตส์ศาสนาเป็นอย่างมากนั่นจึงเป็นผลพลอยให้เขาชื่อเรื่องความคิดจิตบริสุทธ์ของเด็กและความรักที่พระเยซูมีต่อเหล่าเด็กน้อยด้วย  เพื่อนในวัยเด็กของมาร์เซลนั้นก็เป็นเด็กกำพร้าด้วยกัน  หรือเหล่าเด็กที่ยากไร้จนต้องมาพึ่งพิงโบสถ์  แต่เด็กที่เขาสนิทชิดเชื้อมากที่สุดกลับเป็นทายาทสาวตัวน้อยๆ  ของตระกูลมาธอนซึ่งก็คือเฮริซ่านั่นเอง  ทั้งสองสนิทและเล่นหัวด้วยกันมาตั้งแต่เล็กดังนั้นเฮริซ่าจึงมองมาร์เซล  เป็นเหมือนเครื่องระบายความลำบากใจหรือเป็นความสนุกน่าสนใจประการหนึ่งเสมอ  จนแม้แต่กระทั่งถึงตอนที่พวกเขาสองคนแต่งงานกันแล้วก็ตาม

         หลังจากที่มาร์เซลมีอายุได้ราว ๆ ห้าขวบเขาก็ได้พบกับไดอาน่าเข้าโดยที่ทั้งสองไม่รุ้ตัวเลยว่าเป็นแม่-ลูกกัน  ไดอาน่าที่ตอนนั้นเริ่มมีอาการป่วยและอยู่ในสภาพที่ร่างกายเสื่อมสภาพแล้ว(ตามอายุสังขารของชาวจักรวรรดิที่มีช่วงอายุสูงสุดระหว่าง 45-60ปี)  ได้เห็นมาร์เซลเข้าก็นึกหลงรักตั้งแต่แรกพบ(ความจริงมันก็เป็นแผนของอันเดรียและบาเรียสต้าอีกนั่นแหละ)  และนั่นทำให้เธอดูมีความสุขอย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบหลายๆ  ปี   แต่คนที่ยินดีที่สุดไม่ใช่เธอเท่านั้นเฟลเซลซึ่งรักพ่อกับแม่มากและมองบิดามารดาตนเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของจักรวาล  ก็มีความสุขไม่แพ้กัน  จนพลอยทำให้เธอเลี้ยงดูเด็กคนนี้เหมือนกับแม่ของเธอด้วย  แต่ศักดิ์ฐานะนั้นไม่คล้ายกับพี่สาว-น้องชายเท่าไหร่นัก  หากแต่คล้ายในฐานะ ศิษย์-อาจารย์มากกว่า

         ถึงแม้จะได้รับความรักอย่างสุดซึ้งดังเช่นความรักที่แม่มีต่อลูก  แต่มาร์เซลก็มองฐานะตัวเองไว้เป็นเหมือนดั่งผู้รับใช้เสมอ  จนกระทั่งเมื่อบาเรียสต้าและไดอาน่าจากไปด้วยการโดนกักขังให้อดอยากนั้น  มาร์เซลได้ร้องไห้ออกมาจนน้ำตาแทบหมดจากร่าง  พร้อมกันนั้นเขานึกสาปแช่งความบ้าอำนาจของวงการธุรกิจขึ้นมาในใจ  เพราะในชีวิตนี้สิ่งที่เขาสัมผัสได้มากที่สุดคือความรักและความเสียสละที่ตระกูลมาธอน และพริ้นสแตนท์มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 


-----นับตั้งแต่นั้นมาเขาจึงทำอะไรอย่างรอบคอบ  เป็นเหมือนดั่งเงาให้แก่เฟลเซลและเฮริซ่าเสมอ  เพราะเขารู้ว่าทั้งสองคนหนึ่งเป็นสิ่งที่เลอค่าและอีกคนคือความสวยงามที่สุดในชีวิตของเขาที่เคยพบเจอ  เขาเกลียดการไร้ความสามารถในการปกครองและรักษาตนของเหล่าผู้อ่อนแอ  แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดความฟอนเฟะและอำนาจทางการเงินจากระบอบทุนนิยมเต็มขั้นของพวกสหพันธ์และสมาคมพ่อค้ามากที่สุด  ดังนั้นเขาจึงมีแนวความคิดที่เชื่อว่าหากระบบดีสมดุลดีเราก็สามารถควบคุมความบ้าคลั่งได้  มือของมนุษย์คือมือแห่งการสร้างสรรค์ฟื้นฟู ไม่ใช่การทำลายล้าง


-----แต่กระนั้นจากที่เขาได้เฝ้ามองดูการกระทำของเฮริซ่าและเฟลเซลจึงทำให้เขาคิดได้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว  สิ่งที่มนุษย์มีตั้งแต่เริ่มแรกคือความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง นั่นจึงเป็นเหตุให้เขารักตัวจักรวรรดิมากเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด


--------------------ภายหลังจากที่ได้สู้กับพวกดาเรนและเข้าสู่เหตุการณ์ปฏิวัติจักรวรรดิ์แล้วนั้น  มาร์เซลได้เติบโตในฐานะผู้นำมากขึ้นและทำให้เขาเห็นว่ามนุษย์นั้นไม่ได้มีเพียงแต่ตนเองเท่านั้น

--------------------ความสัมพันธ์กับเฮริซ่านั้นทั้งสองแม้จะแต่งงานกันแล้วนั้นยังคงเป็นเหมือนเดิมเสมอ  คล้ายกับว่าพวกเขาได้ถูกคั่นเอาไว้ด้วยเส้นกลางระหว่างคนรักและเพื่อนสนิทแต่นี่ก็คือความรักที่หอมหวานที่สุดไม่ใช่หรือ..................


Megerian  Il  Magico

Unit  เครื่องที่ 2


ชื่อรหัส  DGM-01 Megerian
สูง  16 M(รวมหัวสูงแหลม)
น้ำหนัก  19.8 T

วัตถุที่หรือเกราะ
   โครงด้านในทำจากโลหะสังเคราะห์ระหว่าง  ไททาเนียมกับเงินบริสุทธิ์เป็นหลัก  ส่วนเกราะด้านนอกทำด้วยทองคำเคลือบโค้ทติ้งที่เกิดจากสารประกอบระหว่าง  หยกเขียวกับไข่มุก

ระบบพิเศษ
   1.ระบบระบายความร้อนชนิดพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหหรือสะท้อนกลับหมดของแสง
   2.ระบบบินเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูงโดยไม่เกิดแรงต้านทานอากาศและการลุกไหม้
   3.ระบบ Brilliance Blance Frame เฟรมสำหรับรักษาสมดุลในการเคลื่อนไหว  (ยกตัวอย่างเช่น  ยิงปืนที่มีแรงถีบสูงได้ในขณะเคลื่อนที่  หรือบินกลับหัวได้ตลอด)
   4. Fourth ISO Drive  ระบบการขับเคลื่อนพิเศษด้วยอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งในขณะที่เปลี่ยนแกนการเคลื่อนที่  ทำให้สามารถเลี้ยวหรือเอี้ยวตัวหักศอกได้ในขณะที่เคลื่อนที่ด้วย  ความเร็วสูง
   5. Jolly Roger  ระบบแทรกแซงเครือข่ายรักษาความปลอดภัย(พูดง่ายๆ  มันก็เป็นแจมมิ่งระดับสูง)(เป็นระบบที่ถูกติดตั้งในภายหลัง) 

อาวุธ
1. วัลแคล 30 mm
2. Gadering Sword
------ดาบเหล็กที่ถูกตีด้วย  ทองคำขาว(หุ่นบ้าอะไรวะใช้แต่โลหะมีค่าทั้งนั้น)บริสุทธิ์  และเป็นเทคโนโลยีระดับฟิโคเซลล์(ล้ำยุคกว่านาโนอีก )  ทำให้มีความสามารถในการแปลงสภาพหรือรูปร่างได้  โดยปกติแล้วนั้นจะอยู่ในรูปแบบดาบเครมอร์(ใบดาบแคบปลายแหลมยาวคม  เป็นแบบครอสการ์ด(กางเขน))  และอีกรูปลักษณ์ก็คือดาบเรเพียร์ทีมีความคล่องตัวสุงกว่า  จุดเด่นนั้นแม้จะไม่ใช่ดาบที่สามารถเจาะบาเรียได้  แต่ด้วยเทคโนโลยี่ระดับฟิโคเซลล์จึงทำให้มันเป็นดาบที่ยากแกการทำลาย  รวมถึงสามารถสร้างคลื่นกระแทกในช่วงสั้นๆ ได้  ทำให้มีความสามารถในการเบียงเบนแรงทางกายภาพได้ดีในระดับหนึ่ง  พูดง่ายๆก็คือมันใช้เป็นโล่ได้ด้วยนั่นเอง  เน้นการโจมตีด้วยเพลงดาบที่มีท่าพลิกแพลงพิสดารมากกว่าการเข้าประทะโดยใช้กำลังหักล้างกัน
3. Long Range  Rail gun Rifle
--------เรลกัน ไรเฟิลพิสัยไกลซึ่งโดยปกติแล้ว  ต้องยิงในขณะที่อยู่นิ่งๆ  แต่เนื่องจากเทคโนยีของ  ISO Drive และBrilliance Blance  จึงทำให้สามารถยิงในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้
4. Shot Railgun*2
--------เรลกัน  ในรูปช็อตกันเอาไว้ยิงอัดในระยะใกล้-กลางพกสองกระบอก  หรือสามารถยิงกระสนในรูปปกติที่ไม่ใช่เรลกันก็ได้  (เช่นกระสุนหัวรบนิวเคลียร์)
5. screwwhip *2
--------แส้สว่าน  อาวุธระยะประชิดอีกอัน
6. Buster Launcher
--------ปืนใหญ่ มหาอนุทภาค  สามารถยิงด้วยโหมดความเร็วสูง(เจาะเกราะ)หรือยิงแบบฟลูฟาวเวอร์ลากยาวเป็นเส้นตรงได้
7. remote slasher(ติดตั้งในภายหลัง)
--------จานบิน  สำหรับชืดเป้าหมายระยะไกล

-------------------------------
อุปกรณ์พิเศษ
1.  Muleta Satin  ผ้าแพรแดงสองผืน  ห้อยไว้ที่ผ่าซ้ายขวาสองข้าง  ข้างละสองแถม  เป็นอุปกรณ์พิเศษที่ใช้สำหรับป้องกันอาวุธประเภทกระแทกด้วยแรงฟิสิกส์ได้
2.  Limited Time Field  ฟิลป้องกันอาวุธทุกประเภท  ในระยะเวลากำจัด 5 นาที  เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง(อันนึงใช้ได้ครั้งเดียวจนกว่าจะกลับไปเปลี่ยนในยาน)
3.  ฟรุไฟ  หรือฟุรสัญญาณที่ใช้สำหรับการพลางตัวด้วยแสงได้ในชั่วขณะหนึ่ง
4.  กระสุนชนิดพิเศษ  เช่น....อตอมมิก สคิลหรือกระสุนนิวเคลียร์
--------------------------------



========================================================================================================
ประวัติ


เมเกอร์เรียนคือแบ็ตเทิร์นแมตชีนเครื่องแรกที่ถูกคิดค้นขึ้น  และถือว่าเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องประจำตัวของสุดยอดทหารเสือ(หรือว่าที่สุดยอด)ในแต่ละรุ่นก็ว่าได้  และมันก็เป็นเครื่องที่ได้รับการเพิ่มเติมเทคโลโนยีใหม่ๆเข้าไปอยู่เสมอ  แต่ไม่ว่าจะมีการยกระดับเพียงใดก็จะยกคงรูปลักษณ์อันสูงสง่าของมันเอาไว้เสมอ  ดังนั้นเราจึงสามารถกล่าวได้ว่ามันเป็นเหมือนบันทึกเทคโนโลยีทางการทหารของจักรวรรดิแพทธิอาร์เลยก็ว่าได้  ในรุ่นช่วงปัจจุบันนั้น มาร์เซลได้รับการสืบทอดเครื่องนี้มาจากอันเดรีย  ซึ่งถ้าหากดูตามความสามารถและฝีมือนั้นคุณหญิงเฟลเซล  ดูจะมีความเหมาะสมมากที่สุดแต่เนื่องดัวยว่าเธอเป็นสตรีและเนื่องจากการประเมินของอันเดรีย  ที่เห็นว่ามาร์เซลมีความเป็นทหารเสือมากกว่าผู้เป็นพี่  โดยให้แง่คิดไว้ว่า"มาร์เซลเกิดมาเพื่อเป็นทหารเสือ  แต่เฟลเซลคืออะไรที่ยิ่งใหญกว่านั้นคือปรากฎการณ์ที่ก้าวข้ามทุกขอบเขตจนไม่สามารถหาคำอธิบายได้" 


ในปัจจุบันนั้น  เมเกอรเรี่ยนใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น สองเตา  โดยเตาแรกแยกใช้ต่างหากสำหรับระบบการขับเคลื่อน  และอีกเตาใช้สำหรับทำอย่างอื่นที่เหลือ  แต่ถึงกระนั้นแม้จะใช้เตาปฏิกรณ์ที่มีพลังงานมหาศาลถึงสองเตาก็ตาม  แต่เมเกอร์เรี่ยนกับเน้นอาวุธที่ใช้กระสุนหรือกินพลังงานน้อยๆ  อย่าง เรลกันหรือดาบกราเดอร์ริงซอร์ดที่ทำจากโลหะพิเศษ เป็นหลัก  จะมีอาวุธทีกินพลังงานโดยตรงบ้างก็บัสเตอร์ลันเชอร์เท่านั้น  แต่กระนั้นเมื่อเทียบพลังงานที่ใช้และระดับพลังาที่มีแล้ว   แล้วต้องบอกเลยว่าเมเกอร์เรี่ยนเป็นแบ็ตเทิร์นแมตชีนที่ใช้พลังงานน้อยมากจริงๆ 


จุดเด่นที่ชัดแจ้งที่สุดของเมเกอรเรียน  ก็คือระบบการขับเคลื่อนที่ติดตั้ง ISO Drive  ไว้ถึงสี่เครื่องซึ่ง โดยทั่วเจ้าISO Driveนั้น  เป็นเครื่องยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเครื่องยนต์อื่นๆในเอกภพเดียวกัน  กล่าวคือมันมีลักษณะเสมือนเคลื่อนที่ใน ไฮเปอร์สเปซตลอดเวลานั่นเอง ที่ติดตั้งไว้สี่ตัวเพราะต้องการสร้างให้ครอบคลุมถึงทั้งสามมิติของการเคลื่อนที่  ส่วนอีกเครื่องคล้ายกับหางเสือหรือตัวเร่งจังหวะ   ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องที่สามารถเปลี่ยนแรงหรือแกนการเคลื่อนที่โดยกระทันหันและแทบจะไม่เกิดการสูญเสียอัตราเร็วเลย( ค่าสมประสิทธิ์แรงเสียดททานหรือความฝืดเข้าใกล้ 0 )  เทียบกับการเคลื่อนที่ผ่านรูหนอนหรือ เวอร์ม โฮลแล้ว  การเคลื่อนที่ผ่านมิติจะเป็นะเป็นการทะลุไปยังพิกัดฉากโดยตรง  แต่ISO Drive  นั้นมีลักษณะคล้ายการร่นระยะ  ให้สั้นลงเท่านั้น 


และเนื่องจากติดตั้งระบบ บิลเลี่ยนบาลานซ์เฟรม Brilliance Blance Frame ไว้จึงทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดอ่อนหรือสามารถเคลื่อนไหวในสภาพที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ด้วยประการทั้งปวงได้  เช่น  ยิงบัสเตอร์ลันเชอร์ที่มีแรงถีบสูง  ในขณะบินกลับหัวด้วยความเร็วสูง  เป็นต้น  เนื่องจากคุณสมบัติด้านการเคลื่อนไหวของเฟรม  แรงขับเคลื่อนในการเคลื่อนที่  ซึ่งก้าวข้ามระดับสามมิติ  มันจึงเป็นสุดยอดแบตเทิร์นแมตชีน  ของจักรวรรดิแพทธิอาร์  และเป็นหุ่นรบที่อาศัยรูปแบบการเคลื่อนตัวและการตัดสินใจในการรบนำไปสู่ชัยชนะมากกว่าพลังทำลายล้างอันมหาศาล



ด้านระบบการป้องกันนั้น  แม้ความทนทานของเกราะจะอยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น  แต่ก็มีลูกเล่นในการป้องกันตัวอยู่บ้างเช่น  การติดตั้ง มูเลต้าซาติน  ซึ่งมีลักษะเป็นโลหะไหลนั้นสามารถใช้ลดหรือปัดแรงกระแทกได้  จนไปถึงการติดตั้งเครื่องกำเนิดฟิลด์ในระยะเวลาจำกัดเพื่อใช้ในกรณีที่ฉุกเฉินเช่นกัน


ในภายหลังนั้น  ได้มีการสร้าง  High Speedment Unit  Golden Griffin  เพื่อเป็นยูนิทที่เสริมสร้างการเคลื่อนที่ในรูปแบบไฮเปอร์สเปซ  และการเคลื่อนที่ในสภาวะอื่นๆ(ซึ่งจะกล่าวในโอกาสต่อไปอีกที)
รายละเอียดรอสักครู่ 

============================================================================================================
Rosina Mary Jorsefin

เรียก โจเซฟิน

เพศ  หญิง
สังกัด  ราชอาณาจักร สแกนดิเนเวีย-จักรวรรดิแพทธิอาร์
สูง 171 Cm
หนัก 49 Kg

อายุ 26

หน้าตาบุคลิก
สาวแว่น แสนสวยเก่งคล่องตัวทำงานกระฉับกระเฉง  หน้าตารูปร่างประมาณ  มิน่า ภาค F+เซซิลี่ แฟร์ไซน์  แต่ผมสีส้ม(เพราะหัวหน้าเราชอบส้ม)

ลักษณะนิสัย

เป็น Working woman อย่าง สมบูรณ์แบบ มีความเชื่อในสิ่งที่ตนพิสูจน์ได้แล้วเสมอ  เป็นคนกระฉับกระเฉง ตรงไปตรงมา  รวมๆแล้วนิสัยคล้ายริโอนั่นแหละนะ

ประวัติ
อดีตเคยทำงานเป็นหน่วยข่าวกรอง  ของสแกนดิเนเวียเคยเข้ารบสงครามกับ Exe  ตั้งแต่เหตุการณ์ปราบไวกิ้งของสหพันธ์  จนติดแหงกอยู่ด้วยกันกลางถ้ำน้ำแข็ง(อย่าคิดลึกนะ)  ภายหลังได้รับอุปการคุณจากสมหกลาโหม  ของจักรวรรดิแพทธิอาร์เป็นลูกสาวบุญธรรม


โดยที่ภายหลังจากสงครามคาบสมุทรสแกนดิเนเวียนั้น  ได้มีการทบสอบผลและวิจัยมนุษย์พบว่าเธอมีความสามารถในการหยั่งรู้ระดับหนึ่ง(คล้ายกับองค์หญิงไชน์นั่นแหละ)  นับตั้งแต่นั้นเลยเข้าร่วมเป็นนักบินทดสอบให้แก่จักรวรรดิแพทธิอาร์(จักรวรรดิวิจัยอาวุธให้สแกนดิเนเวีย)   โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาไอโซไดร์ฟ  และไฮ สปิดเมนท์โดยตรง  จนได้รับมอบหมายให้เป็นนักบินของ Ricetta Metallo 

เธอมีความรักต่อพ่อบุญธรรมของเธอมาก   และรู้สึกขัดแย้งในใจตนเองระหว่างการทำเพื่อจักรวรรดิ(เพราะช่วงชีวิตของชาวจักรวรรดิอายุสั้น)ในความคิดของพ่อเธอ  หรือจะตามความเชื่อแนวทางของชาวเดินเรือแบบสามตระกูลใหญ่  แต่สุดท้ายเธอไม่อาจปฏิเสธความพระคุณที่พ่อของเธอมีต่อตัวเธอได้จึงต้องเลือกทางเดินคนละสายกับEXEนั่นเอง


ปัจจุบันเธอทำงานวิจัยเกี่ยวกับพวกดาเรน  และเทคโนโลยีจากต่างมิติเพราะเธอเชื่อว่ามันต้องมีสามารถนำมาสู่การเยียวยาหรือยืดอายุของชาวจักรวรรดิได้นั่นเอง  แม้ว่ามันจะต้องแลกมากับความโศกเศร้าหลายๆอย่างก็ตาม 


อนึ่งเนื่องจากเกลียดพวกสหพันธ์และสมาคมพ่อค้าเข้าไส้จึงพลอยมอง เอลฮังค์เป็นศัตรูไปด้วย  และประนามพวกเฮริซ่าที่ไปร่วมมือกับมินาโมโต้ว่า"ผู้ที่ทรยศต่อเชื้อชาติและต้นตระกูลของตนเอง" 





===============================================================================

SBM-16R  Ricetta Metallo (Formula metal)

สูง 18.7 M

หนัก 23.74 T

ประเภท
Real Robot

รูปร่างหน้าตา
L-gaim MK II + Megarian + บ้าหอบฟางเหมือน EX-S Gundam  ทาสี ม่วงชมพู-ขาวไข่มุกเหมือน คิวเบเล่ย์

ระบบพลังงาน
====เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น สองเครื่อง

เกราะหรือวัสดุ
====ฟิโคไททาเนียม

ระบบการขับเคลื่อน
====ทริปเปิล ไอโซไดร์ฟ

ระบบหรือความสามารถพิเศษ
==== Blance Frame (เทคโนโลยีระดับนาโนเมตร เป็นต้นแบบของ Brilliance Blance Frame ของเมเกอรเรี่ยน)
==== แบ็ทเทิร์นแมตชีน  ที่สามารถแปลงเป็นรุปแบบยานบินเรียกโหมดยานบินว่า  Wing-Raider
----------------------------------------------------------------------------------------
อาวุธ
==== 1. Vulcan 30 mm
==== 2. Beam Saber * 2
==== 3. Beam Rifle รูปร่างเหมือน Beam Smart gun ของ S-gundam
==== 4. buster Launcher*1  อาวุธมือถือเหมือนกันกับของ L-gaim mk-2
==== 5. Rosa element กระสุนหัวระเบิด  เก็บไว้ที่ไบท์เดอร์ทางด้านหลัง  มีลักษณะการทำงานคือยิงเจาะเกราะแล้วเข้าไประเบิดทางด้านใน
==== 6. heat dagger*2 ติดไว้ที่ผ่าเท้าเหมือน Crossbone gundam
==== 7. screwwhip *2 แส้สว่าน
==== 8. Remote slasher Rang*4 คล้ายๆกับแบทตา แรงค์ของแบทแมน+เซอร์เวนท์ยูนิทของ Alagias  ทำงานด้วยระบบรีโหมดคอนโทรลกึ่งควอนตัมฟิสิกส์  สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าสำหรับช็อต  คมมีดฉาบด้วยบีม ที่กลางลำตัวมี แก็ตลิ่ง เรลกัลติดเอาไว้  ใช้เป็นลูกเล่นกับตระขอโซ่ที่ซ่อนไว้ในกระโปรง(นึกถึง Crossbone gudam X-1เอาไว)   หรือจะใช้คู่กับสลิงกันที่ซ่อนไว้ในแขนก็ได้
==== 9. Beam Cannon*2  ติดที่หลัง  ใช้ในสภาพพับไหล่ขึ้นมายิงเหมือน บิลไบน์ ใช้ได้เฉพาะยามที่อยู่ในสภาพ Wing raider
==== 10. Beam blade griffon*2  คมมีดติดปีก  ใช้สำหรับพุ่งชนเมื่ออยู่ในสภาพของ Wing raider
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อุปกรณ์พิเศษ

==== 1. Reflector Field  sling *2 รีเฟล็กเตอร์หรือโล่ห์สะท้อนอาวุธประเภทบีม  และป้องกันอาวุธทางกายภาพ  เก็บไว้ที่หัวเข่าเหมือนกันกับของ EX-S gundam
==== 2. scissoranchor  ==  http://www.mahq.net/mecha/gundam/crossbone/lineart/xm-x-scissoranchor.jpg


ประวัติ
แบตเทิร์นแมตชีน  ในโปรเจกสายการผลิตของเมเกอร์เรี่ยน  โดยคอนเสปของมันคือพัฒนาเฟรมสำหรับ Brilliance Blance Frame  จึงออกมาเป็น Blance Frame อย่างที่เห็นแม้ความเร็วความคล่องตัว  และสมดุลในการเคลื่อนที่อาจไม่ดีเท่าเมเกอร์เรี่ยน  แต่เมื่อเทียบกันแล้ว รีเซคต้า เมทัลโล  นั้นมีความสะดวกในการใช้งาน  ลูกเล่นในการใช้  และพลังงานทำลายล้างที่ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าเมเกอเรี่ยนมาก  จุดเด่นที่สุดก็คือมันสามารถแปลงร่างได้นี่แหละเลยทำให้มันเป็นเครื่องที่เหมาะสำหรับการไล่ล่าในระยะไกล  และการครุกเข้าวงในด้วย  นอกจากนี้ด้วยระบบป้องกันตัวพิเศษมากมายทำให้  มันไม่กลัวอาวุธชนิดใดชนิดเป็นพิเศษ  ข้อเสียอาจจะเป็นอาวุธอย่างบีมเซเบอร์ที่เป็นดาบนั้นเมื่อเทียบกับหุ่นตัวอื่นแล้วดูอ่อนด้อยไปเลย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 20, 2009, 08:00:34 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: