หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Srw TSC -Data- (Old)  (อ่าน 7990 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1760


dirty blue

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2008, 10:12:49 PM »

กระทู้นี้ใช้สำหรับลงข้อมูลครับ หนึ่งคนต่อหนึ่งเรปนะครับ(เว้นจะไม่พอ)

SrwKung Original =Loop Of Arcana=

องกรณ์ต่างๆ

=ASF=
กองกำลังย่อยของสมาพันธ์โลก มีชื่อย่อมาจาก Area Star Force มีหน้าที่ดูแลและป้องกันเขตอวกาศรอบๆโลก แต่งานที่แท้จริงหน่วยนี้คือพัฒนาและวิจัยรวมถึงทดสอบอาวุธใหม่ๆของสมาพันธ์โลก ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมมินาโมโต้ ซึ่งคอยผลิตอาวุธต่างๆให้กับสมาพันธ์ ปัจจุบันถูกยุบไปร่วมกับEalhunkเรียบร้อย

=BON=
หรือบอล์น องกรณ์ติดอาวุธลึกลับ คอยทำการก่อการร้ายบ้าง หรือบุกโจมตีโคโลนี่ต่างๆบ้างส่วนใหญ่จะก่อการในเขตอวกาศและกลายมาเป็นศัตรูโดยธรรมชาติของEalhunk คนบงการหรือผู้หนุนหลังยังคงเป็นปริศนาอยู่แต่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาพันธ์โลก หรือไม่ก็อุตสาหกรรมอาวุธขนาดใหญ่

=Ealhunk=
กองกำลังทหารอิสระของ อุตสหกรรมหนักมินาโมโต้ ทำงานตามใบสั่งของมินาโมโต้และคุ้มครององกรณ์ทดสอบอาวุธ ๆลๆ ขึ้นกับสมาพันธ์โลก ถึงจะขึ้นกับสมาพันธ์โลกแต่ก็เเป็นเอกเทศสูงฐานใหญ่อยู่บนดวงจันทร์(สาขาใหญ่อุตสหกรรมมินาโมโต้) ผู้นำของเอลฮังค์คือผู้นำของอุตสหกรรมหนักมินาโมโต้ มินาโมโต้ ซากุระปัจจุบันหุ่นรุ่นจำนวณมากของเอลฮังค์มีแค่อาคาน่ารุ่นผลิตจำนวณมากเท่านั่น

ตัวละคร

=Ealhunk=

รัตน์ พรมอนันต์ (Ratch Phromanan)
- ชายหนุ่มหน้าสวยเหมือนผู้หญิงคนนี้อายุ17ปี ยศสิบโท สังกัด อดีตสมาพันธ์โลก หน่วยรบASF ปัจจุบันยศสิบโท สังกัด Ealhunk เอาจริงๆแล้วเป็นคนขี้เบื่อพอสมควรและเป็นคนที่ปลงกับเรื่องต่างๆได้ง่ายๆด้วยมีฝีมือขับหุ่นอยู่ในเกรณ์ดี(แต่ก็แพ้โมโมะ) ถนัดการรบในระยะประชิด เป็นคนใจเย็นทุกเหตุการณ์(หรือเพราะมันปลงทุกเรื่องละเนี่ย) สีผมดำ สีตาม่วง สวมยูนิฟอร์มของASF(แจ็กเก็ตแดงพอเปลี่ยนมาอยู่เอลฮังค์ก็ใส่ชุดฟอร์มเดิมแต่เปลี่ยนตาเป็นของเอลฮังค์แทน)คลุมทับเสื้อเชิ้ตเฉยๆสีขาวตัวนึงพร้อมกับเนกไทสีแดง รู้สึกว่าจะตายด้านเรื่องผู้หญิง(มั้ง?) สูงราวๆ169 อนึ่งทำกับข้าวเก่งระดับสุดยอด มีความหลังที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับการแต่งหญิงเพราะสมัยเรียนถูกเพื่อนๆจับแต่งหญิงและโดนเรียกว่า"องค์หญิง"มีนิสัยชอบพูดคำคมด่าศัตรูที่สู้ด้วย(ถ้าศัตรูที่สู้ด้วยร่ายอุดมการณ์ออกมาก่อนละก็นะ)

โคฮานะ โมโมะ (Kohana Momo)
- เด็กสาวสุดเรียบร้อย ร่างเริง ขี้เล่นขี้แกล้ง ยศสิบตรีสังกัดและอายุเท่ากับรัตน์ ถูกบรรจุเข้ามาพร้อมๆกับรัตน์อีกต่างหาก ถนัดการรบระยะไกล ด้วยความที่เป็นเด็กขี้แกล้งและหน้าตาน่ารักจึงได้รับการเอ็นดูจากหนุ่มๆอย่างดี(มั้ง) สีผมขาว สีตาเหลือง สวมยูนิฟอร์มของASF(แจ็กเก็ตฟ้าพอเปลี่ยนมาอยู่เอลฮังค์ก็ใส่ชุดฟอร์มเดิมแต่เปลี่ยนตาเป็นของเอลฮังค์แทน)พร้อมกับเนกไทสีฟ้า กระโปรงมินิเสกิร์ตสีฟ้า ลงท้ายคำพูดด้วยคำว่าค่ะอยู่เสมอๆ อนึ่งอาหารที่เธอทำอันตรายร้ายแรงพอๆกับคุสุฮะดริ้งเลยทีเดียว สูงราวๆ167 สำหรับเธอแล้วรัตน์เหมือนเพื่อนเล่นมากกว่าหัวหน้าหน่วยซะอีก ในอดีตเคยโดนลักพาตัวและถูกจับเป็นตัวประกันก็เลยแอนตี้การจับตัวประกันข่มขู่หรือการดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องในสงครามไปยุ่งเกี่ยวเป็นอย่างมาก ชอบกินอาหารที่รัตน์ำทำสุดๆ

ไลล่า เรย์ อิลูชั่น (Lila Ray Illusion)
- กัปตันสาวร่างเตี้ย กัปตันของยานบลูกาแลคเซียแองเจิล ถึงจะดูเป็นเด็กๆแต่ก็มีความเป็นผู้ใหญ่สูงกว่าที่เห็นมาก ใจเย็นสุดๆเวลาโกรธก็ยิ้มกลับเกลื่อนได้อย่างแนบเนียน แต่ถึงเห็นแบบนี้ก็ชอบของน่ารักๆแบบเด็กผู้หญิงทั่วไปมีความรับผิดชอบสูงและมักจะห่วงลูกเรือและสมาชิกทุกๆคนในยาน แม้ความสามารถทางการบัญชาการจะไม่ค่อยโดดเด่นแต่ก็แลกมาด้วยไหวพริบที่ฉับไวแทนค่อนข้างมีลักษณะการบัญชาการที่เป็นเอกลักษณ์คือความปลอดภัยของสมาชิกในทีมมาเป็นอันดับนึงและความคุ้มค่าในการลงมือเป็นอันดับที่สองไม่ชอบเปิดฉากการรบที่ผลลัพท์ที่ได้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงและมักจะตัดสินใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสภาพปัจจุบันมากกว่าคำสั่งที่ได้รับมามีส่วนสูงราวๆ154 อายุอานามของเธอเป็นความลับสุดยอดและเธอยังเป็นเพื่อนซี้ของซากุระอีกด้วย ชื่นชอบของหวานที่รัตน์ทำมากๆ

มินาโมโต้ ซากุระ (Minamoto Sakura)
- ผู้นำของอุตสหกรรมหนักมินาโมโต้ซึ่งก็เหมือนกับเป็นผู้นำสูงสุดของเอลฮังค์นั่นแหละ เป็นหญิงสาวที่มีความเป็นกุลสตรีญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยมค่อนข้างภูมิใจในสายเลือดและตระกูลของตัวเอง ชำนาญวิชาดาบถึงขั้นเปิดสำนัก นิสัยค่อนข้างยึดมั่นและหัวชนฝาแต่ถึงกระนั่นก็เคารพเสียงส่วนร่วมเป็นคนที่มักนึกถึงความสงบสุขของส่วนร่วมมาก่อนตัวเองเสมอมีฝีมือการขับหุ่นยนต์ระดับเอส แต่เจ้าตัวไม่ค่อยได้ลุยเท่าไรหรอกนะ งานอดิเรกตามแบบกุลสตรีญี่ปุ่น ชงชาและจัดดอกไม้โปรดปรานอาหารฝีมือรัตน์ที่สุดเช่นกัน เครื่องแบบประจำตัวที่ใส่อยู่ตลอดเวลาคือชุดกิโมโนสีชมพูลายดอกซากุระพร้อมกับเหน็บดาบคาตานะไว้ข้างเอว

เฟอร์เดอริก้า อัลบัลคาโน่ (Ferderica Unbancano)
- นักวิจัยสาวแว่นปากร้ายนิดหน่อยแถมยังขี้วีนแต่เธอนี้แหละเป็นผู้สร้างสรรค์อาคาน่าทั้งสองเครื่องรวมถึงหุ่นทั้งหมดของมินาโมโต้เธอมีปริญญาเกี่ยวกับวิศวกรรมหุ่น3ใบและมีงานอดิเรกดีไซน์หุ่นยนต์รุ่นใหม่ๆ(แต่ลงท้ายแล้วก็ไม่เคยเป็นไปได้มากกว่าเรื่อเพ้อฝันบนกระดาษของเจ้าหล่อน)นอกเหนือจากเรื่องหุ่นยนต์แล้วยังเป็นคนรอบรู้ในหลายๆอย่างถ้าไม่นับนิสัยเสียของเธออย่างกินเหล้าแล้วชอบโวยวายหรือสูบบุหรี่จัดตลอดเวลาก็เป็นพี่สาวที่พึ่งพาได้อีกคนเชียวล่ะ มักจะใช้ให้รัตน์ทำกับแกล้มให้เสมอๆ...

=BON=

เรย์นาร์ด ลาวิอัส (Raynard Lavius)
- ผู้นำบอนล์และผู้ชักใยสมาพันธ์โลกอยู่เบื้องหลังปูมหลังเป็นปริศนาเป็นผู้ชื่นชอบในความวุ่นวายและสงครามเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้า่นไม่ว่าจะเป็นการบัญชาการและการควบคุมหุ่นบางครั้งการกระทำของเขาก็คาดเดาไม่ได้ถ้าแค่ทำให้ตัวเองพอใจคนทั้งโลกเดือดร้อนเขาก็จะทำ ตัวของเขานั่นมีความสนใจในตัวของกองยานบลูกาแลคซี่แองเจิลอยู่ไม่น้อยเลย

Macha

=Ealhunk=




เครดิตภาพโดยท่าน hagane.f ~

Arcana (MRS-000)
- หุ่นยนต์รบรุ่นทดสอบของมินาโมโต้ อินดัสทรี่ เป็นเรียลโรบ็อตที่มีลักษณะเหมือนเรียลโรบ็อตทุกประการเป็นรุ่นทดลองใช้ก่อนที่จะนำข้อมูลไปผลิตจำนวณมากถูกส่งมาให้หน่วยASFทดสอบเครื่องของรัตน์จะทาสีขาวแดงส่วนของโมโมะจะเป็นสีขาวน้ำเงินก่อนจะย้ายไปสังกัดเอลฮังค์ในเวลาต่อมา รหัสMRSมีที่มาว่า MinamotoRobotSpecial ภายหลังรัตน์และโมโมะเปลี่ยนไปใช้เครื่องรุ่นสมบูรณ์อาคาน่าสองตัวนี้ก็ถูกโละมาเป็นอะไหล่สำรองให้กับเครื่องของซากุระแทนส่วนข้อมูลระบบและบันึกการต่อสู้ได้ถ่ายโอนไปให้รุ่นสมบูรณ์ของอาคาน่า

อาวุธพื้นฐานที่ติดตั้งในตัวหุ่นได้แก่
Triangle Gatling
- เก็ตลิ่งกัน3ลำกล้องสำหรับสู้ในระยะกลางติดอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้างของหุ่น
Beam Blade
- ดาบลำแสงสำหรับสู้ระยะประชิดมีจำนวณสองด้าม
Missile Launcher
- มิสซายลันเชอร์ขนาดเล็กเก็บไว้ที่บริเวณขาเอาไว้ใช้ในการต่อต้านกับศัตรูจำนวณมาก

นอกจากนั่นยังมีอาวุธมือถือต่างๆซึ่งมักนำออกไปใช้ควบคู่กับอาวุธพื้นฐานหรือไม่ก็ใช้เป็นอาวุธหลักซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถาณการณ์
Sub Machine Gun
- ปืนกลซับแมนชีนกันสำหรับสู้ในระยะกลางไกล ติดได้ทั้งสองเครื่องแต่ปกติจะติดไว้ที่เครื่องของรัตน์มากกว่า
Arcana Blade
- ดาบขนาดยักษ์มีติดเฉพาะเครื่องของรัตน์เป็นดาบเหล็กที่มีอนุภาพในการทะลุทลวงสนามพลังต่างๆ
Arcana Cannon
- ปืนบีมเอนกประสงค์มีติดเฉพาะเครื่องของโมโมะอาวุธระยะไกลที่ยิงกระสุนบีมสีฟ้าออกมา สามารถปรับโหมดเป็นแบบปืนมหาอนุภาคได้มีมีดปลายปืนพับเก็บไว้สำหรับเอาไว้ฝาดระยะใกล้
Arcana Beam Sniper Rifle
- ปืนบีมสไนเปอร์ไรเฟิลปกติจะถูกใช้โดยโมโมะมักเอามาใช้กับภารกิจที่ต้องทำการซุ่มยิงหรือยิงสนับสนุนเป็นหลัก แต่ไม่เหมาะกับศัตรูจำนวณมาก เพราะชาตร์ช้าและยิงต่อเนื่องลำบาก สามารถนำไปติดใส่อุปกรณ์เสริม"Blue Sky"ซึ่งเป็นลำกล้องปืนขนาดยักษ์สำหรับภารกิจที่ใช้ยิงเป้าหมายที่อยู่ไกลๆหรือยิงออกนอกชั้นบรรยกาศ
Arcana  Lance
- ทวนขนาดใหญ่พิเศษภายในติดตั้งอุปกรณ์สร้างคลื่นความถี่หลายๆแบบเอาไว้มีคุณสมบัติในการใช้คลื่นความถี่เหล่านั่นยกเลิกสนามพลังต่างๆได้(พูดสั้นๆเป็นทวนเจาะบาเรียได้นั่นแหละ)ปกติรัตน์จะเป็นคนใช้

ระบบพิเศษต่างๆ
Psychic Engine
- ระบบช่วยขับหุ่นโดยจะทำการฝั่งอุปกรณ์รับคลื่นสมองไว้ที่หมวกของนักบินซึ่งจะส่งสัญญาณไปที่ตัวเครื่อง มีความสามารถแปลงสัญญาณคลื่นสมองไปเป็นคำสั่งได้เพื่อช่วยในการควบคุม ยังอยู่ในการพัฒนา อนึ่งมีระบบพิเศษที่จะทำการปล่อยคลื่นความถี่สูงออกมากระตุ้นเซลล์สมองเพื่อเพิ่มศักยภาพในการควบคุมหุ่นให้สูงขึ้นเรียกระบบนี้ว่าระบบOL (Over Limit)แต่หากใช้ระยะยาวมีผลอันตรายต่อนักบิน(รัตน์ทำได้ราวๆ3.43นาที โมโมะทำได้2.87นาที) อนึ่งเมื่อใช้ระบบนี่แล้วจะปลดล็อคลิมมิเตอร์ของหุ่นด้วยเพื่อเพิ่มศักยภาพสูงสุดส่งผลให้อาคาน่ามีความเร็วขึ้นและเตาปฎิกรสร้างพลังงานได้มากขึ้น (Arcana Cannon ของโมโมะจะปรับเป็นแบบมหาอนุภาคได้โดยใช้โหมดนี้) แต่เครื่องก็จะโอเวอร์ฮีทเร็วขึ้นด้วย(ปลดลิมิตได้นานสุดโดยไม่เกิดความเสี่ยงอันตรายราวๆ2นาที30วินาที)

Arcana Mass (MRS-000-MP)
-อาคาน่ารุ่นผลิตจำนวณมาก หุ่นรบรุ่นจำนวณมากแบบแรกและบบเดียวของมินาโมโต้ตอนนี้มีใช้แค่ที่ฐานทัพหลักเท่านั่นได้ข้อมูลและแบบมาจากอาคาน่ารุ่นทดสอบทั้งสองเครื่องด้านประสิทธิภาพมีความคล้ายคลึงกันแต่เกราะใช้ของราคาถูกเลยทำให้เบากว่านิดหน่อย(เปราะกว่าด้วย)ด้านระบบตัดPsychic Engineทิ้งแต่ใส่โปรแกรมช่วยในการควบคุมซึ่งได้มาจากข้อมูลของรัตน์และโมโมะเข้ามาแทน

อาวุธพื้นฐานที่ติดตั้งในตัวหุ่นได้แก่
Triangle Gatling
- เก็ตลิ่งกัน3ลำกล้องสำหรับสู้ในระยะกลางติดอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้างของหุ่น
Beam Blade
- ดาบลำแสงสำหรับสู้ระยะประชิดมีจำนวณสองด้าม
Missile Launcher
- มิสซายลันเชอร์ขนาดเล็กเก็บไว้ที่บริเวณขาเอาไว้ใช้ในการต่อต้านกับศัตรูจำนวณมาก

นอกจากนั่นยังมีอาวุธมือถือต่างๆซึ่งมักนำออกไปใช้ควบคู่กับอาวุธพื้นฐานหรือไม่ก็ใช้เป็นอาวุธหลักซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถาณการณ์
Sub Machine Gun
- ปืนกลซับแมนชีนกันสำหรับสู้ในระยะกลางไกล ติดได้ทั้งสองเครื่องแต่ปกติจะติดไว้ที่เครื่องของรัตน์มากกว่า สำหรับรุ่นของซากุระและรุ่นผลิตจำนวณมากจะมีแม็กสำรองเก็บไว้มากกว่าของรัตน์และโมโมะ

Arcana Cherry Blossom (MRS-000-CB)
-อาคาน่ารุ่นพิเศษของมินาโมโต้ ซากุระเดิมทีมันคืออาคาน่ารุ่นทดสอบตัวที่สาม(สองตัวแรกส่งไปให้รัตน์กับโมโมะใช้อีกตัวอยู่ที่ฐานหลักคอยตรวจสอบระบบ)หลังจากได้ข้อมูลมาจากรัตน์และโมโมะจนพอผลิตจำนวณมากได้เครื่องทดสอบนี้ก็ได้ถูกมินาโมโต้ ซากุระโมเป็นเครื่องส่วนตัวพอดีโดยได้ใช้อะไหล่ของรุ่นผลิตจำนวณมากนิดหน่อยเสริมเข้าไปด้านกำลังเครื่องและโครงสร้างเหมือนของรัตน์และโมโมะแต่ตัวแกนรับน้ำหนักจะมีขนาดใหญ่ขึ้นทำให้สามารถบรรทุกอุปกรณ์หนักๆได้อุปกรณ์เซ็นเซอร์มีคุณภาพดีกว่าของรัตน์และโมโมะมีระบบช่วยควบคุมเหมือนรุ่นผลิตจำนวณมากแต่ไม่มีPsychic Engine มีแพ็คช่วยเหลือสำหรับบินบนท้องฟ้าในชั้นบรรยกาศโดยใช้แพ็คชนิดเดียวกับอาคาน่ารุ่นสมบูรณ์ อาคาน่าเครื่องนี้จะทาสีชมพูอ่อนแทนสีแดงและน้ำเงิน

อาวุธพื้นฐานที่ติดตั้งในตัวหุ่นได้แก่
Triangle Gatling
- เก็ตลิ่งกัน3ลำกล้องสำหรับสู้ในระยะกลางติดอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้างของหุ่น
Beam Blade
- ดาบลำแสงสำหรับสู้ระยะประชิดมีจำนวณสองด้าม
Missile Launcher
- มิสซายลันเชอร์ขนาดเล็กเก็บไว้ที่บริเวณขาเอาไว้ใช้ในการต่อต้านกับศัตรูจำนวณมาก

นอกจากนั่นยังมีอาวุธมือถือต่างๆซึ่งมักนำออกไปใช้ควบคู่กับอาวุธพื้นฐานหรือไม่ก็ใช้เป็นอาวุธหลักซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถาณการณ์
Sub Machine Gun
- ปืนกลซับแมนชีนกันสำหรับสู้ในระยะกลางไกล ติดได้ทั้งสองเครื่องแต่ปกติจะติดไว้ที่เครื่องของรัตน์มากกว่า สำหรับรุ่นของซากุระและรุ่นผลิตจำนวณมากจะมีแม็กสำรองเก็บไว้มากกว่าของรัตน์และโมโมะ

Arcana Katana
-ดาบมีคมสไตล์แบบญี่ปุ่นเป็นอาวุธประจำตัวของอาคาน่าเครื่องซากุระมีน้ำหนักที่เบากว่าอาวุธเหล็กแบบถือทั่วไปแต่ก็มีความแข็งแกร่งระดับเดียวกับอาวุธหนาๆเนื่องจากถูกตีโดยใช้โลหะพิเศษจากดาวอังคาร

Arcana Saga/Arcana Romance (MRS-001-S)และ(MRS-001-R)
-หรืออีกชื่อคืออาคาน่ารุ่นสมบูรณ์โดยที่Sagaจะเป็นเครื่องของรัตน์ส่วนRomanceจะเป็นเครื่องของโมโมะ อาคาน่ายุคใหม่นี้ยกระดับเครื่องยนต์และเกราะขึ้นกว่าเดิมโดยโครงสร้างภายในตัวจะเป็นแกนความแข็งสูงประกอบกับPsychic Coatและเชื่อมด้วยโลหะอ่อนจากดาวอังคารซึ่งทั้งหมดถูกหุ้มอีกทีด้วยโลหะพิเศษจากดาวอังคารทำให้อาคาน่ารุ่นนี้มีการป้องกันตัวที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม ความแตกต่างของทั้งสองเครื่องนี้ก็คือSagaจะเน้นเรื่องเครื่องกำเนิดพลังงานและการป้องกันมากกว่าRomanceที่เน้นเรื่องน้ำหนักเบาและความคล่องแคล้วว่องไว

อาวุธพื้นฐานที่ติดตั้งในตัวหุ่นได้แก่
Sextuple Gatling
- เก็ตลิ่งกัน6ลำกล้องสำหรับสู้ในระยะกลางติดอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้างของหุ่นสามารถพับเก็บไว้ในข้อมือได้ซึ่งเมื่อพับเก็บแล้วจะทำการเติมและรีโหลดกระสุนให้โดยอัตโนมัติ
Beam Blade
- ดาบลำแสงสำหรับสู้ระยะประชิดมีจำนวณสี่ด้ามเก็บไว้ที่เอวสองด้ามและที่ขาสองด้าม
Missile Pack Launcher
- เครื่องยิงมิซซายขนาดเล็กติดอยู่ที่ขาทั้งสองข้างเมื่อใช้ยิงจนหมดจะปลดทิ้งโดยอัตโนมัติมีจำนวณลูกกระสุนมากกว่าอาคาน่ารุ่นต้นแบบสามเท่าโดยที่น้ำหนักคงเดิม
Arcana Blaze
- อุปกรณ์สร้างอนุภาคความรุนแรงสูงติดเฉพาะเครื่องSagaเท่านั่นเนื่องจากตัวเครื่องนั่นให้พลังงานที่สูงทำให้สามารถใช้อาวุธชนิดนี้ได้ซึ่งอาวุธชนิดนี้นั่นจะปล่อยอนุภาคออกมาเป็นเส้นตรงใส่กลุ่มศัตรู มีพลังทำลายสูงพอสมควร(ถ้าจะอธิบายอาวุธนี้ง่ายๆมันก็คือลำแสงจากหน้าอกนั่นแหละออกแนวคล้ายๆของSFฟรีด้อม)
Arcana Finger
- ติดตั้งเฉพาะเครื่องSagaเท่านั่นเนื่องจากตัวเครื่องให้พลังงานทำให้ส่งถ่ายพลังงานมาที่ฝ่ามือและสร้างกระแสไฟฟ้าและความร้อนระดับสูงที่ฝ่ามือและนำมาใช้จู่โจมใส่ศัตรูได้(อธิบายง่ายๆก็คือไชนิ่งฟิงเกอร์หรือก็อดฟิงเกอร์นั่นเองแต่พลังทำลายจะไม่รุนแรงแบบนั่นออกแนวคล้ายๆท่าลูกบอลไฟฟ้าของแอสเรย์เรดเฟรมซะมากว่า)

นอกจากนั่นยังมีอาวุธมือถือต่างๆซึ่งมักนำออกไปใช้ควบคู่กับอาวุธพื้นฐานหรือไม่ก็ใช้เป็นอาวุธหลักซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถาณการณ์ซึ่งของSagaและRomanceจะไม่เหมือนกัน
Assault Machine Gun
- ปืนกลจู่โจมสำหรับใช้ในระยะกลางเป็นปืนกลขนาดกลางที่สามารถใช้ถือยิงมือเดียวได้ปลายกระบอกมีแกรเน็ตลันเชอร์อยู่4ลูกปกติจะเหน็บไว้ที่ด้านหลังของอาคาน่า
Arcana Falchion
- ดาบยาวขนาดใหญ่พอประมาณเป็นอาวุธหลักของอาคาน่าSagaปกติจะเก็บไว้ที่ด้านหลังของตัวหุ่นตัวดาบทำมาจากโลหะพิเศษของดาวอังคารเน้นการทุบทำลายมากกว่าการฟาดฟันตัวดาบมีโหมดพิเศษเมื่ออาคาน่าเครื่องที่ถือทำการOLตัวดาบจะจับสัญญาณได้และก็ทำการปลดลิมิตตัวเองโดยอัตโนมัติโดยในโหมดนี้ตัวดาบบางส่วนจะแยกออกเผยให้เห็นถึงPsychic Coatที่อยู่ด้านในและในหมวดนี้ตัวดาบจะทำการกักเก็บแม่เหล็กไฟฟ้าเอาไว้และนำมาใช้ในการฟาดฟันกับเหล่าศัตรูซึ่งตัวดาบจะส่องประกายออกมาเป็นสีทอง ตามปกติตัวของดาบเองจะปล่อยคลื่นความถี่สัญญาณออกมาเพื่อนำมาใช้การหักล้างสนามพลังต่างๆ(หรือพูดง่ายๆฟันทะลุบาเรียนั่นเอง)
Arcana Stream Cannon
- ปืนใหญ่ขนาดกลางอเนกประสงค์เป็นอาวุธหลักของRomance ซึ่งสามารถปรับได้สามโหมดได้แก่โหมดสไนเปอร์ไรเฟิล(SRF)ที่จะบีบอนุภาคให้เล็กลงและเพิ่มอำนาจการยิงให้ไกลขึ้นโดยในโหมดนี้ปืนจะเลื่อนไปทางด้านหน้าเก็บปากกระบอกให้เล็กลงต่อมาคือโหมดปกติ(NRF)สำหรับเอาไว้ใช้ยิงกระสุนบีมปกติ ซึ่งกระสุนบีมที่ยิงออกมาจะมีพลังทำลายที่สูงกว่าบีมทั่วไปพอสมควรเนื่องจากยิงออกมาเป็นก้อนอนุภาคไม่ใช้เป็นเส้นเหมือนปืนบีมทั่วๆไปและโหมดสุดท้ายคือโหมดมหาอนุภาค(BRF)ใช้ได้เมื่อOLโดยปืนจะเลื่อนและพับไปด้านหลังเผยให้เห็นถึงPsychic Coatที่อยู่ภายในซึ่งปืนจะส่องประกายออกมาเป็นสีทอง และสามารถยิงลำแสงมหอนุภาคออกมาได้ซึ่งมีพลังทำลายล้างที่สูงสามารถทำลายยานรบ2-3ลำได้สบายๆในการโจมตีครั้งเดียว ตัวปืนมีมีดปลายปืนซึ่งสามารถพับเก็บได้ติดไว้อยู่สำหรับรบในระยะประชิด

ระบบพิเศษต่างๆ
Super Psychic Engine
- ระบบช่วยขับหุ่นซึ่งพัฒนามาจากPsychic Engineรูปแบบเดิมลักษณะคล้ายกับขงเดิมรวมถึงวิธีทำงานแต่ที่เพิ่มประสิทธิภาพเข้าไปคือการส่งสัญญาณขยายขีดรับของสมองทำให้่รัตน์และโมโมะสามารถใช้โหมดOLได้นานขึ้นโดยไม่เป็นอันตราย(รัตน์ใช้OLในเครื่องนี้ได้ราวๆ4.53นาที โมโมะทำได้4.37นาทีส่วนตัวเครื่องOLได้นานสุดโดยไม่เกิดความเสี่ยงอันตรายราวๆ5นาที30วินาที)

Psychic Coat
- เฟรมพิเศษติดตั้งในตัวหุ่นสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพให้กับSuper Psychic Engineทำหน้าที่เป็นตัวส่งกระแสจิตและตัวดูดซับพลังงานความร้อนของเครื่องยนต์ในโหมดOLของอาคาน่าทั้งสองเครื่องนั่นเมื่อใช้แล้วเกราะบางส่วนจะถูกแยกออกเพื่อให้Psychic Coatระบายความร้อนได้เต็มที่ทำให้เห็นหุ่นเกิดประกายสีทองออกมาผสม(ภาพตอนOLอธิบายง่ายๆเพื่อใครนึกภาพไม่ออกก็เหมือนร่างต่อสู้ของยูนิคอร์นกันดั้มที่เห็นไซโครเฟรมภายในตัวเป็นต้น)

อุปกรณ์เสริมต่างๆ
Air Wing/Space Wing
-อุปกรณ์ช่วยบินในอวกาศและช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของอาคาน่าทั้งสองโดยปกติแล้วAir Wingจะเป็นท่อขับดันขนาดใหญ่ที่ใช้บูสเตอร์ทำให้บินได้บนอากาศมีน้ำหนักไม่มาก(แต่ก็บอบบางเช่นกัน)เวลาฉุกเฉินสามารถสลัดปีกทิ้งหนีได้ ส่วนSpace Wingเป็นท่อบูสเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับใช้เร่งความเร็วบนอวกาศบนทิ้งได้อีกเช่นกัน

Blue-Galaxy-Angel (MWS-000)
-ยานรบรุ่นใหม่ของมินาโมโต้ อินดัสทรี่เป็นยานรบขนาดกลางที่เน้นความคล่องตัวมากกว่าเกราะป้องกันแต่ก็มีบาเรียอนุภาพสูงที่คอยใช้ในการป้องกันอยู่ด้วย(มีชื่อว่าการาวิตี้มิลเลอร์)จุดเด่นก็คือมีโรงเก็บหุ่นที่ค่อนข้างกว้างกว่ายานทั่วๆไปและระบบต่างๆบนเครื่องคอมพิวเตอร์จะเป็นผู้ควบคุมซะส่วนใหญ่ส่วนรหัสมีที่มาจาก MinamotoWarshipSpecial

อาวุธประจำยานได้แก่
Missile Launcher
- จรวดนำวิถี เก็บไว้ที่กราบซ้ายขวาของยานเป็นอาวุธที่มีจำนวณมากที่สุดมักใช้ในการเปิดฉากโจมตี
Beam Cannon
- ปืนอนุภาคแรงสูงติดตั้งอยู่รอบๆยาน4กระบอก หมุนได้180องศา
Airraid Bomb
-ระเบิดปูพรมติดอยู่ใต้ท้องยานสำหรับภารกิจกวาดล้าง
All Machine Gun
- ปืนกลขนาดเล็กติดอยู่ทั่วยานสำหรับใช้สกัดศัตรูที่เข้ามาอยู่ใกล้ๆยาน
Gravity Cannon Hole
- ปืนยิงแรงอัดโน้มถ่วงสองกระบอกที่กราบซ้ายและขวาอย่างละข้างอนุภาพการทำลายสูงลักษณะลำแสงเป็นสีฟ้าอมดำ
Gigantic Gravity Cannon Hole
- ติดอยู่ส่วนหน้าของยานเป็นปืนยิงแรงอัดโน้มถ่วงที่รุนแรงที่สุดของยานปกติมักเป็นอาวุธไพ่ตายซึ่งไม่ค่อยเอาออกมาใช้บ่อยๆมีอนุภาพจมกองยานรบหลายๆลำได้อย่าง่ายดาย

นอกจากนี้ยานบลูกาแลคซี่แองเจิลยังมีเทคนิคพิเศษอีกอย่างก็คือการยิงGravity Cannon Holeสองกระบอกพร้อมกันกับGigantic Gravity Cannon Holeซึ่งเทคนิคนี้จะเรียกว่าGravity Marchซึ่งมีอนุภาพรุนแรงและกินวงกว้างที่สุดแต่ข้อเสียคือเครื่องยนต์จะรับภาระหนักไปทำให้ตัวยานนั่นช้าลงเป็นเวลาราวๆ10นาทีหลังจากยิงไปแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 18, 2010, 12:14:12 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1539



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2008, 10:15:59 AM »

เอาเลยครับ ว่าแต่มีคนแจมสามคนเองหรือ

dye2556 Original

อาซาคิ ไลมุ
- สาวน้อยผมสีฟ้าที่ออกจะดูแก่นๆนิสัยคล้ายเด็กผู้ชาย เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่เพราะเหตุการณ์ที่มีการระเบิดห้วงเวลาในเมืองๆหนึ่ง เป็นคนร่าเริงที่ไม่มีทั้งเป้าหมายและความทะเยอทะยานในชีวิต อยู่กินไปวันๆเอาตัวให้รอดเท่านั้นเป็นพอ ประวัติความเป็นมาไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่ได้เป็นคนมีบรรดาศักดิ์และไม่มีพลังพิเศษใดๆ แต่กลับเป็นคนเดียวที่สามารถควบคุม "ยาชาโอ" หุ่นในตำนานที่ว่ากันว่าเคยทำลายมิติต่างๆมาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการเปิดเผยใดๆ

นาซัส วาลเคริม
- ชายชุดดำปริศนาผู้ควบคุมจักรกลต้องสาป "เดสโทรเพีย" คอยยืนขวางหน้าไลมุในฐานะศัตรูที่แข็งแกร่ง ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความสามารถ Time Diver และเกี่ยวพันบางอย่างกับไลมุด้วย

ออกแบบตัวละครหลักของเนื้อเรื่องผมสองคนก่อน แน่นอนว่าทำมาเพื่อให้คู่กันครับ (ใครอย่าเอาไปวายนะ มีเคือง)

Macha

Yachaoh
Serial Number : Unknown
Height 40.08 m
Weight 122.3 t
Type Super Robot Machine God Type
Weapon : Fist, T-link Boomerang (ติดตั้งตอนที่ติดระบบ T-link), Heat Saber
Special Attack :
- God Destroyer Punch ท่ารวมพลังเอาไว้ที่หมัด ต่อยศัตรูหนึ่งตัวด้วยความรุนแรงเต็มที่
- Burst Knuckle รวมพลังไฟไว้ที่หมัดขวา อัดใส่ศัตรูพร้อมให้เกิดการระเบิด
- Absolute Zero รวมพลังเยือกแข็งไว้ที่หมัดซ้าย ปล่อยคลื่นความเย็นแช่แข็งศัตรู
- Infinity Wave Crusher ท่าที่ผสานสองท่าข้างบนไว้ด้วยกัน (ท่าทะลุบาเรีย)
- Code "The End" ท่าระเบิดพลังวงกว้าง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีจนไม่เหลือซาก ต้องอยู่ในสภาพปลด R.F.M. ถึงจะใช้ได้ (ไม่แยกแยะฝ่าย ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอย่าง)
- Solar Sword ดาบ Heat Saber ที่พัฒนาขึ้นจนเป็นดาบสุริยัน ฟาดฟันได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องอยู่ในสภาพ Burst Mode ถึงจะใช้ได้ (ลดเกราะป้องกัน ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอยาง)
- Armargeddon Fist หมัดสุดท้ายทำลายทุกสรรพสิ่ง ท่าสุดยอดที่จะใช้ได้ในช่วงสุดท้ายของเรื่อง ต้องอยู่ในสภาพ Burst Mode ถึงจะใช้ได้ (ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอยาง)
Powerplant : Unknown, Power is infinity (ใช้ไม่มีวันหมด ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง)
Equipment :
- T-link System (ถูกเอาออกหลังจากได้ไลมุเป็นนักบิน),
- R.F.M. System ย่อมาจาก Restricted Forceful Massiah (พระผู้ช่วยทรงอำนาจที่ถูกปิดผนึก) เป็นระบบที่ใช้จำกัดพลังของยาชาโอในยามปกติเอาไว้ให้ต่ำเตี่ยติดดิน ระบบนี้จะถูกปลดเมื่อเกิดอันตรายกับตัวไลมุหรือจิตใจของไลมุเข้าขั้นคลุ้มคลั่ง จะทำให้พลังของยาชาโอเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสิบๆเท่า สามารถเปิดปิดประตูมิติได้ตามใจปรารถนา (ตอนนี้ทำได้แค่แหกประตูที่มีคนเปิดอ้าไว้แล้วเท่านั้น) สามารถซ่อมแซมร่างกายตัวเองได้ และมีท่าระเบิดพลังวินาศสันตะโรแบบเร็ตสึเมย์โอวของเกรทเซโอไรเมอร์ (ไม่แยกแยะฝ่าย) การปลดระบบนี้หลายๆครั้งจะทำให้จิตใจของผู้ใช้ค่อยๆถูกกลืนกินจนบ้าคลั่งในที่สุด
- Burst Mode ร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานแห่งความโกรธ เป็นการบังคับปล่อยพลังดั้งเดิมส่วนหนึ่งของยาชาโอออกมา ในร่างนี้จะมีปีกไฟ 2 ปีกอยู่ที่หลัง ไลมุจะเข้าสภาพ Over Burst มีการโจมตีที่รุนแรงมหาศาล


หุ่นรบในตำนานที่กล่าวว่าถูกสร้างตั้งแต่ในสมัยสงครามอวกาศเมื่ออดีตกาล ถูกขุดพบจากซากโบราณสถานใต้ทะเลในสภาพพังยับเยินและได้ถูกสหพันธ์โลกเอามาซ่อมแซมใหม่ ระบบบังคับคล้ายคลึงกับระบบหุ่นทั่วไปแต่กลับไม่มีนักบินคนไหนควบคุมให้มันเคลื่อนไหวได้เลย ครั้งหนึ่งทางสหพันธ์ได้ลองติดตั้งระบบ T-link ให้และใช้นักบินพลังจิตขับเคลื่อนด้วยระบบนี้แต่ก็ทำได้เพียงก้าวเดินช้าๆเท่านั้น (สภาพคล้ายๆกับ Strike Gundam ตอนที่คิระยังไม่ได้ปรับระบบ OS) จนไม่อาจใช้ในการรบจริงได้เลย แต่เมื่อไลมุได้เข้าไปขับหุ่นตัวนี้โดยบังเอิญเธอกลับสามารถควบคุมให้มันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วมากจนคนอื่นๆพากันตะลึง ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้

ยาชาโอเป็นหุ่นที่ความสามารถในการสร้างหรือทำลายมิติ ในอดีตถูกสร้างขึ้นโดยการบวงสรวงวิญญาณสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาล ทำให้มันมีชีวิตจิตใจและทำการเลือกนักบินด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ดี ยาชาโอในปัจจุบันที่ไลมุขับนั้นเรียกได้ว่าห่างไกลกับ "ร่างดั้งเดิม" ที่มีพลังมหาศาลเหนือจินตนาการมากนัก ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้จะถูกเปิดเผยในช่วงหลังพร้อมๆกับความลับของไลมุและ....

Destropia
Serial Number : Unknown
Height 45.3 m
Weight 108.9 t
Type Super Robot Machine Devil Type
Weapon : Majin Ken, Dark Nebula, Grivity Blaster Cannon
Special Attack : Maouken Dichikiri
Powerplant : Unknown, Power is infinity
Equipment : Crossgate Paradism System

หุ่นรบประจำตัวของนาซัส มีพลังการต่อสู้มหาศาลมาก จนกองทัพของสหพันธ์ไม่อาจต่อกรได้เลย มีระบบ Crossgate Paradism สำหรับการเดินทางข้ามมิติได้ รายละเอียดความเป็นมาไปรากฎ

เหตุการณ์ทำลายดาว - ปรากฎการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นในห้วงอวกาศตั้งแต่อดีตกาล ว่ากันว่าจู่ๆก็มีดาวบางดวงที่หายสาบสูญไปจากกาแลคซี่ ที่น่าแปลกคือดาวเหล่านั้นมักมีมนุษย์อาศัยอยู่และมีระดับเทคโนโลยีสูงพอที่จะสร้างยานอวกาศที่สามารถเดินทางด้วยการวาร์ปได้ ดาวที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในระบบดาวที่หายสาบสูญไปนั้นก็มักจะมีสภาพเป็นซากปรักหักพังโดยที่ไม่มีใครทราบสาเหตุว่าทำไม (พูดง่ายๆสมมติว่ามีดาวอยู่สองดวง เมื่อปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นดาวหนึ่งดวงจะหายไป ส่วนอีกดาวจะกลายสภาพเป็นโลกแห่งซากปรักหักพัง (ดาวแม่ของไลมุก็เป็นสภาพนี้ก่อนโดนทำลาย) โดยที่คนที่อยู่ในดาวดวงที่กลายเป็นซากปรักจะสูญเสียความทรงจำก่อนหน้าที่ดาวจะเปลี่ยนสภาพไปและเข้าใจว่าดาวนั้นมีสภาพเช่นนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว)

เหตุการณ์ระเบิดห้วงเวลา - การทดลองของสหพันธ์แห่งดาวเซอร์นาสในการจำลองเหตุการณ์ทำลายดาวโดยลดขอบเขตลงมาแค่เมืองๆหนึ่ง เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นความปั่นป่วนของมิติในเรื่องราว SRW TSC

ดาเรน - สิ่งมีชีวิตจากมิติที่สูงกว่ามิติปกติ ไม่สามารถอธิบายสภาพของมันได้ด้วยหลักการทางชีววิทยาในจักรวาลนี้ มีรูปร่างหลากหลายรูปแบบ รูปแบบพื้นฐานและระดับต่ำที่สุดคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกิ้งก่าขนาดตัวประมาณ 30 เมตร สติปัญญาจัดว่าแทบไม่มี เพียงแต่อาละวาดตามสัญชาตญาณหรือตามคำสั่งพวกดาเรนที่ระดับสุงกว่าเท่านั้น โดยพวกที่ระดับสุงขึ้นก็จะมีรูปร่างและขนาดตัวต่างๆกันไป มีตั้งแต่พวกที่เป็นกาฝากในสิ่งมีชีวิตอื่นจนถึงพวกที่มีขนาดตัวและสติปัญญาใกล้เคียงมนุษย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2009, 01:46:50 PM โดย Black Overman XAN » บันทึกการเข้า

หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว

B.O.N
Beginner Pilot

กระทู้: 7


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2008, 09:37:34 PM »

เอาประวัติมาโพสคร่าวๆก่อนนะครับ
B.o.N original ถ้าได้ล่ะก็ขอเป็นตัวเด่นบ้างก็ดีครับเหอๆ...อยากช่วยแต่งด้วยน่ะคับ

กลุ่มที่เกี่ยวข้อง : องค์กรปริศนา(ยังบ่ได้คิดตัวย่อ)
จุดประสงค์ของกลุ่มนี้คือบุกรุกและยึดครองทรัพยากรณ์จากดวงดาวต่างๆ(ตอนนี้ก็โลกแหล่ะ)
โดยจะสร้างนักบินชนิดพิเศษขึ้นมาเพื่อรุกรานไปทั่ว โดยกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยจักรกลเวทย์มนต์หลัก 3ตัวด้วยกัน

pilot

เบิร์ส อัลบาร์น
: ไพลอท โซลเบรกเกอร์
- หนุ่มน้อยผู้เยือกเย็นไม่สมกับชื่อ ออกจะนิสัยเกรียนๆนิดๆ ชอบทำงานคนเดียว ไม่ไว้ใจใครแม้แต่พวกเดียวกัน
ปากเสีย เป็นนักบินที่ถูกองค์กรปริศนาสร้างขึ้นมาเพื่อขับโซลเบรกเกอร์แต่ได้ทรยศออกมาอดีตเคยเป็นคนจิตใจ
งามเหมือนพระเอกหนังไทยแต่เพราะเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นทำให้นิสัยของเบิร์สได้เปลี่ยนไป หลังจากเข้าร่วมกลุ่ม
ตัวเอกแล้วเบิร์สจะค่อยๆเปลี่ยนไป ปัจจุบันเชื่อใจแต่ไอที่เป็นคู่หูคนเดียวเท่านั้น

ไอ
: ซับไพลอท โซลเบรกเกอร์
- สาวน้อยที่ทำหน้าที่ซัฟพอทเบิร์ส ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแกนพลังงานหลักให้โซลเบรกเกอร์ โดยจะสามารถใส่ "เวทย์มนต์"
ธาตุไฟให้แก่โซลเบรกเกอร์ได้ หนีออกมาพร้อมๆกับเบิร์ส เป็นคนที่ร่าเริง(เกินความจำเป็น) และชอบก่อปัญหาบ่อยๆ แอบ
ชอบเบิร์สอยู่ลึกๆ แต่เนื่องจากท่าทางฝ่ายชายไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยเลยต้องเก็บไว้ในใจไปก่อน ไอนั้นสามารถแปลงร่างเป็น
โหมดมินิได้(นึกถึงอัลในเดม่อนเบนนะครับ) ซึ่งปกติมักจะบินวนไปวนมาอยู่ข้างๆเบิร์ส

ดาร์ก เบลซีอุส
: ไพลอท แบลคเอคคิวชันแนล(ออกแนวชูโรวก้าน่ะครับ)
- ถูกสร้างมาเพื่อขับดาร์กเอคคิวชันแนล เคร่งครัดต่อคำสั่งของผู้สร้างอย่างมาก และเกลียดชังเบิร์สซึ่งทรยศ เป็นคนอารมณ์ดี
ขณะไล่จ้วงหุ่นยนต์ชาวบ้านยังหน้ายิ้มแป้นได้ เวลาปกติจะยิ้มตลอดเวลา สามารถทำได้ทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ แบลคเอคคิวชันแนล
นั้นมีพลังมากกว่าโซลเบรกเกอร์อย่างมากซึ่งบ่อยครั้งจะเห็นดาร์กไล่บี้เบิร์สบ่อยๆ

เรน (ออกแนวซับไพลอทบอสใหญ่เดมอนเบนน่ะคับ..สาวโกธิคโลลิ)
: ซับไพลอท แบลคเอคคิวชันแนล
- เป็นคู่หูของดาร์ก เชื่อฟังคำสั่งของดาร์กอย่างเคร่งครัด สามารถประจุเวทย์มนต์แห่งความมืดให้ แบลคเอคคิวชันแนลได้ มีพลังมากกว่า
ไอมาก สามารถแปลงเป็นโหมดมินิได้เหมือนกันแต่ไม่แปลงเพราะขัดกับบุคลิค เป็นสาวเงียบ ออกคล้ายๆตุ๊กตาที่รอรับคำสั่ง

ฮารุ เซลดาน
: ไพลอท เอนเจลเสฟียร์(รวมธาตุ)
- น้องสาว(ไม่แท้)ของเบิร์ส เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เบิร์สทรยศจากงค์กร เป็นคนเรียบร้อยติดพี่(มาก) ชอบเบิร์สเกินกว่าคำว่าพี่
แต่ฝ่ายชายมันทึบเลยไม่รู้สึก เป็นคนแรกที่ทรยศองค์กรเพราะต้องการปกป้องโลก(จากเดิมได้รับภารกิจให้มาถล่ม) จึงโดนดาร์ก
ฆ่าต่อหน้าต่อตาเบิร์ส แต่ยัง...บทเจ๊ยังไม่จบ...

ดีต้า
: ซับไพลอท เอนเจลเสฟียร์
- ซับไพลอทอีกคน ออกแนวสาวเงียบตาขวาง คอยซัฟพอทฮารุอย่างดีชนิดที่ว่าเป็นเมดข้างกาย เกลีดขี้หน้าเบิร์สและมักแขวะเบิร์สเสมอ
ออกแนวYกับฮารุนิดๆ

Mecha
โซล เบรคเกอร์
หุ่นของเบิร์ส และ ไอ ธีมหลักคือ โล่ที่แข็งแกร่งป้องกันได้ทุกอย่าง โดยตัวหุ่นมีโล่ใหญ่ติดตั้งอยู่แต่เบิร์สเอามาใช้แทนสนับมือเสียนี่
ธาตุหลักคือ"ไฟ" บังคับโดยใช้ระบบเดียวกับGกันดั้ม ให้เบิร์สบู๊ ส่วนเวลาใช้ไฟนั้นจะดึงพลังจากไอโดยตรง
ยิ่งใช้เวทย์ขั้นสูงก็ยิ่งดูดพลังมาก ถูกออกแบบมาให้เป็นบังเกอร์คอยป้องกันและบุกทะลวงแนวหน้า มีความสามารถในการต่อสู้ประชิด
สูง แต่ไม่ถนัดต่อสู้ระยะไกลอย่างมาก(มีพ่นไฟได้บ้างแต่พลังโจมตีน้อย) มีระบบพิเศษ(ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ)ซึ่งจะเพิ่มพลังตามสภาวะจิตใจ
ของผู้ใช้...แต่เบิร์สไม่สามารถใช้ได้(ในตอนนี้) บินไม่ได้แต่พุ่งแนวราบได้ดี(ถ้าจะต่อยพวกบินได้ก็กระโดดดึ๋งๆเอง)

แบลคเอคคิวชันแนล
หุ่นของดาร์ก และ เรน ธีมหลักคือ ดาบที่สามารถตัดได้ทุกสิ่ง ซึ่งอาวุธหลักก็คือ ดาบนั่นแหล่ะ มีดาบธรรมดาและดาบยักษ์ไว้ใช้เป็นท่าไม้ตาย
ใช้พลังความมืดเป็นหลัก นิยมสร้างเป็นรูปร่างเช่นเป็นหนามจิ้มศัตรู หรือไม่ก็ใช้สร้างร่างหลอกได้ สมรรถนะรวมนั้นดีกว่าโซลเบรกเกอร์แทบทุกด้าน
รวมทั้งคนขับที่ดีกว่า ทำให้ยิ่งติดปีก แต่เคยแพ้โซลเบรกเกอร์ไปครั้งหนึ่ง บินได้ มีระบบพิเศษแบบเดียวกับโซลเบรกเกอร์ และเพราะดาร์กสามารถใช้ระบบ
นี้ได้คล่องแคล่วจึงทำให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างแบลคเอคคิวชันแนล และ โซลเบรกเกอร์ มากเข้าไปใหญ่

เอนเจลเสฟียร์
หุ่นของฮารุ และ ดีต้า ธีมคือ"แม่มด" สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ทุกชนิด(ทุกธาตุ) โดยเน้นโจมตีระยะไกลคอยสนับสนุนให้หุ่นอีกสองตัว โดน
แบลคเอคคิวชันแนล ทำลายไปแล้ว

หุ่นหลักๆและตัวละครหลักๆคงมีเท่านี้น่ะครับ ตอนนี้หุ่นไป3 ที่เหลือที่ผมวางไว้คือ อีก1ตัวเด่น(ศัตรู) บอสองค์กร 1 ตัว ลูกกระจ๊อกใช้แล้วทิ้งซัก2แบบ(ไม่นับในโควต้าใช่ใหมคับ)
บันทึกการเข้า
Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1539



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2008, 09:46:26 AM »

คนที่ร่วมแต่งด้วย เราไม่นับโควต้าตัวละครสมทบหรือลูกกระจ๊อกครับ ใส่มาได้เต็มที่ (แต่มากไปก็ไม่ค่อยดีนะ เดี๋ยวมันกระจายบทลำบาก)
บันทึกการเข้า

หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 121


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2008, 12:25:38 PM »

จะมาร่วมแต่งด้วยคนนะครับ ( แต่เนื่องจากกระผมว่างเป็นบางเวลาเท่านั้นเลยขออภัยล่วงหน้าหากไม่ได้ต่อบ่อย ๆ )

ตัวละคร
ชื่อ - มิซึรุกิ อุชิโอะ ( ฮิเซกิ คาโอรุ )
เพศ - หญิง ( แต่ด้านในชาย )
อายุ - 17 ปี ( อายุของอุชิโอะ
รูปร่างหน้าตา -

นิสัย - สุภาพเรียบร้อย ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ขี้อายด้วย ชื่นชอบหุ่นยนต์ทั้งสาย Super และ Real เป็นชีวิตจิตใจ ( อนึ่ง นี่เป็นนิสัยของคาโอรุ )
ประวัติ - ชายหนุ่ม ( คาโอรุ )ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนวิญญาณหลุดจาก
ร่าง ไปเข้าสู่ร่างของเจ้าหญิงนิทรา ( อุชิโอะ ) ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้น
มา ก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างผู้หญิง และพยายามหาทางกลับร่างเดิม แต่ก็ต้องผิดหวัง
เมื่อพบว่าร่างเดิมของตน กลายเป็นเถ้าถ่านไปซะแล้ว ปัจจุบันเลยต้องอาศัยอยู่ใน
ร่างนี้แบบไม่เต็มใจ แต่เนื่องจากเจ้าตัวเป็นพวกคลั่งไคล้หุ่นยนต์มาก และปู่ของ
อุชิโอะ เป็นนักวิทยาศาสตร์ของทางกองทัพ ได้สร้าง AM ( Armor Trooper )
ให้เป็นของขวัญวันเกิดครบ 17 ปีของอุชิโอะ แต่กลับเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เมื่อ AM
ใหม่ของทางกองทัพ ถูกสลัดอวกาศปล้นชิงไปได้ 1 เครื่อง หนำซ้ำ ปู่ของเธอก็ต้อง
มาเสียชีวิตอีก อุชิโอะจึงได้แต่เสียใจพร้อมกับนำแผ่นดิสก์ที่ได้รับมาจากปู่ ขึ้น AM
ของเธอหนีจากการตามล่าของสลัดอวกาศมา



หุ่น
ชื่อ - AME-002 Ark Strikers
รูปร่าง -
สูง 21 เมตร คนขับ 1 คน

ท่าโจมตี -

วัลคัน 120 m.m. 1200 ระยะ 1 - 3 ยิงได้ 7 ครั้ง
โฮมมิ่งค์มิตไซน์ 2100 ระยะ 2 - 5 ยิงได้ 3 ครั้ง
บีมเซเบอร์ x 2 3000 ระยะ 1 - 2
บีมออโตเมติคไรเฟิล 3400 ระยะ 1 - 5 ยิงได้ 12 ครั้ง
Engage System ( Map ) 4500 ระยะ 1 - 3 En 80
Engage System 5000 ระยะ 1 - 3 En 40


ประวัติ - AM เครื่องที่ 2 ที่ถูกพัฒนามาอย่างลับ ๆ โดยปู่ของอุชิโอะ เพื่อนำไปเป็น
ของขวัญวันเกิด โดยขนส่งมาพร้อม ๆ กับขนส่งที่ไว้ใช้บรรทุกอาวุธสำรองของหุ่น
ทางกองทัพ แต่เกิดเหตุการณ์สลัดอวกาศบุกเสียก่อน ทำให้อาร์คสไตรค์เกอร์ที่ขับ
โดนอุชิโอะจึงต้องใช้อาวุธธรรมดา ๆ ของหุ่นจากทางกองทัพไปก่อน โดยที่
อาร์คสไตรค์เกอร์ มีระบบ Engage System ซึ่งสามารถสร้างม่านพลังรูปปีกสีฟ้า
ออกมาล้อมรอบตัวได้ นอกจากนี้ตัวหุ่นยังมี Alice System ที่คอยคุ้มครองนักบิน
อีกด้วย แต่ทางสลัดอวกาศที่ชิง AM เครื่องแรกไปได้นั้น ก็เตรียมทำการแย่งชิงหุ่น
ตัวนี้มาจากอุชิโอะอยู่


ตัวละคร 2 ( ตัวร้าย )
ชื่อ - Eve Senka
เพศ - หญิง
อายุ - 20 ปี
รูปร่างหน้าตา -
นิสัย - เอาจริงเอาจัง มั่นใจในตัวเองสูง โหดเหี้ยมไร้ความปรานี
ประวัติ - หญิงสาวที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปจากสงครามของกองทัพโลก และได้เข้าไปเป็นสลัดอวกาศ
เพื่อล้างแค้นคนที่ทำให้เธอต้องเสียครอบครัวไป เป็น 1 ในกองกำลังสลัดอวกาศที่ทำการปล้นชิง
AM ของทางสหพันธรัฐ จนทำให้อุชิโอะต้องสูญเสียคุณปู่ของเธอไป และดูเหมือนว่าเธอจะอยู่
เบื้องหลังอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้คาโอรุต้องมาอยู่ในร่างของอุชิโอะด้วย



หุ่น - CMI - 009P วาร์ลชูเคอร์
ลักษณะ - 
สูง - 20 เมตร

ประวัติ - หุ่นของโจรสลัดอวกาศ ซึ่งเป็นเครื่องประจำตัวของ EVE สามารถปล่อย
อณุภาครบกวนเรดาห์ได้ และอาวุธ เซนทอร์ ที่ถืออยู่นั้น สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบ
เป็นปืนแสง หรือ รูปแบบเคียวก็ได้
บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 193



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2008, 02:12:08 PM »

ร่วมทำเนียบผู้แต่งด้วยคน (หาเรื่องใส่ตัว) แต่อาจโผล่น้อยเพราะมักจะโดนงานเข้าประจำเหอ ๆ

เรื่องย่อ

ณ กาแล็คซี่อันไกลโพ้นจากกาแล็คซี่ทางช้างเผือก ยังมีระบบสุริยะอีกมากมาย "โอเรนทัล" คือชื่อของดวงดาวดวงนี้ ดวงดาวที่ใหญ่ราวกับดาวพฤหัสทัศนียภาพใกล้เคียงโลกอย่างมาก แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่ปกครองที่นี่อยู่ก็ดูจะไม่ต่างไปจากมนุษย์โลก เพียงแต่พวกเขามีโลหิตเป็นสีฟ้า และอายุขัยก็ยืนยาวกว่ามนุษย์โลกอย่างมากมาย ทุกสิ่งเริ่มต้นเมื่อการต่อสู้อันยิ่งใหญ่นั้นเดินมาถึงจุดสิ้นสุด การตัดสินที่เดิมพันชีวิตทุกชีวิตบนโอเรนทัลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของมหาอุปราชผู้แสนทะเยอทะยาน แต่แรงระเบิดของคริสตัลคอร์ก็ทำให้แพนเซอร์ทั้ง 6 เครื่องถูกแรงแทกของพลังงานอันมหาศาลนี้พัดพาให้กระจัดกระจายกันไป พวกเขากระเด็นข้ามกาแล็คซี่มายังดาวเคราะห์สีน้ำเงินซึ่งมีนามว่าโลก การเดินทางเพื่อหาทางกลับสู่บ้านเกิดของพวกเขาจึงเริ่มขึ้น 

Unit Data

Unit Type Super Robot

ชื่อ : White Escort
สูง : 25 เมตร
น้ำหนัก : 65 ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินความเร็วสูง
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ลักษณะของหุ่น : คล้าย ๆ ไรเบลด (รอดีไซน์เนอร์) เครื่องเน้นโทนขาวแดง
 
อาวุธ :
1. ดาบไดโฟซัน อัลเทม่า
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. คัตเตอร์ เฟมิล่า x 20 (ใบมีดขนาดเล็กบินไปบินมาอย่างอิสระ)

รายละเอียด : แพนเซอร์คลาสไรเบลดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นลำดับสุดท้าย ควบคุมด้วยระบบ Pair Controler สังกัดธาตุปัจจุบันคือ สายฟ้า กับ แสงสว่าง ตัวเครื่องไม่ได้ติดตั้งอาวุธอะไรเป็นพิเศษ สามารถเปลี่ยนร่างเป็นยานบินที่ทำความเร็วในการบินสูงสุดได้ถึง 25 มัค

นักบิน : ยังไม่เปิดเผย

ชื่อ : Gold Savior
สูง : 25 เมตร
น้ำหนัก : 65 ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินความเร็วสูง
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ลักษณะของหุ่น : คล้าย ๆ ไรเบลด (รอดีไซน์เนอร์) เครื่องทาสีทองทั้งตัว
 
อาวุธ :
1. กระบี่ไดโฟซัน x 2 (ใบดาบเล็กเพรียวรูปร่างคล้ายดาบคาตานะของญี่ปุ่นไม่มีกำบังมือ)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. พลาสติน่าไฮเปอร์ไรเฟิ้ล x 2 (ติดอยู่ที่เอวทั้งสองข้าง ปกติจะพับเก็บไว้เวลาใช้จะพับขึ้นมายิงโดยไม่ต้องใช้มือจับ)

รายละเอียด : แพนเซอร์คลาสไรเบลดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นลำดับที่หก ควบคุมด้วยระบบ Pair Controler สังกัดธาตุปัจจุบันคือ ไร้ธาตุ กับ จิตวิญญาณ ติดตั้งพลาสติน่าไฮเปอร์ไรเฟิ้ลเพิ่มที่เอว สามารถเปลี่ยนร่างเป็นยานบินที่ทำความเร็วในการบินสูงสุดได้ถึง 20.5 มัค และมีระยะยิงไกลกว่าไรเบลดตัวอื่น ๆ 

นักบิน : ยังไม่เปิดเผย

ชื่อ : Dark Rayblade
สูง : 25 เมตร
น้ำหนัก : 63 ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินความเร็วสูงรูปแบบคล้ายมังกร
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ลักษณะของหุ่น : คล้าย ๆ ชูโรก้า + ไรเบลด (รอดีไซน์เนอร์) เน้นโทนสีดำเป็นหลักสลับด้วยแถบสีแดงเข้ม
 
อาวุธ :
1. ดาบไดโฟซัน คาลิเบิร์น (คล้ายดาบชูโรก้า แต่ใบดาบใหญ่กว่าและมีสีดำ)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ดาบคู่เลวาเทีย (ซ่อนไว้ที่เอวทั้งสองข้างสามารถเปลี่ยนเป็นแส้ได้)
4. ไวเยอร์คัทเตอร์ x 10(ปลายนิ้วทั้งสิบ)
5. นิวตรอนบอล x 20

รายละเอียด : แพนเซอร์คลาสไรเบลดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษให้กับ 1 ใน 4 เทพสงครามแห่งวาเลนเดีย ควบคุมด้วยระบบ Pair Controler สังกัดธาตุปัจจุบันคือ ความมืด กับ แสงสว่าง สามารถเปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินความเร็วสูงรูปแบบคล้ายกับมังกรสามารถบินทำความเร็วได้สูงสุด 27.2 มัด มีความเร็วเป็นเลิศที่สุดในคลาสไรเบลด

นักบิน : ยังไม่เปิดเผย

ชื่อ : Silver Duke
สูง : 25 เมตร
น้ำหนัก : 115 ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เกราะสะท้อนแรง
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ลักษณะของหุ่น : คล้าย ๆ Rapiecage  + ไรเบลด (รอดีไซน์เนอร์) เน้นโทนสีเงินกับสีเทาเป็นหลัก
 
อาวุธ :
1. ดาบยักษ์ไดโฟซัน แกรนดิส (คล้ายดาบของแกรนซันแต่ใหญ่กว่า)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ไวเยอร์คัทเตอร์ x 60000 (ซ่อนไว้ปีกทั้ง 6 ที่ติดอยู่กับปืนใหญ่)
4. พลาสติน่ารีเฟรกอาร์มเมอร์

รายละเอียด : แพนเซอร์คลาสไรเบลดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษให้กับ 1 ใน 4 เทพสงครามแห่งวาเลนเดีย ควบคุมด้วยระบบ Pair Controler สังกัดธาตุปัจจุบันคือ แรงโน้มถ่วง กับ ห้วงมิติ เดิมทีสามารถแปลงร่างเป็นยานบินรูปแบบมังกรได้เช่นกัน แต่เนื่องจากติดเกราะพิเศษหุ้มเอาไว้ทำให้ไม่สามารถทำการแปลงร่างได้ ถึงแม้จะดูอุ้ยอ้ายแต่ในความจริงมันสามารถเคลื่อนไหวแทรกมิติไปโจมตีได้ แถมยังมีพลังป้องกันเป็นเลิศที่สุดในคลาสไรเบลดอีกด้วย และถ้ามันถอดเกราะออกโครงร่างภายในก็จะเหมือนกับดาร์กเรย์เบลด เนื่องจากใช้เฟรมแบบเดียวกัน

นักบิน : ยังไม่เปิดเผย

ชื่อ : Blue Riser
สูง : 25 เมตร
น้ำหนัก : 58 ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินรูปร่างคล้ายนกอินทรีย์
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ลักษณะของหุ่น : จาโอม + ไรเบลด ตัวเครื่องโทนน้ำเงิน และ ฟ้า เป็นหลัก
 
อาวุธ :
1. หอก 3 ง่ามไดโฟซัน ไทรเด้น (คมหอกเป็นสีฟ้าอ่อน ๆ)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ดาบไกเซอร์โนว่า (รูปร่างดาบคล้าย ๆ Over Kaiser Sword ของ G-Compatible Kaiser )
4. ไรเซอร์ ชิลด์ (โล่ห์รูปหัวนก ใช้เป็นหัวยานตอนแปลงร่าง) ในโล่ห์ซ่อน พลาสติน่า ไรเฟิ้ลเอาไว้ (ซ่อนไว้ในปากนก)

รายละเอียด : แพนเซอร์คลาสไรเบลดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษให้กับ 1 ใน 4 เทพสงครามแห่งวาเลนเดีย ควบคุมด้วยระบบ Pair Controler สังกัดธาตุปัจจุบันคือ สายลม กับ น้ำ มีความสามารเปลี่ยนร่างเป็นยานบินรูปนกอินทรีย์ได้ความเร็วในการบินสูงสุด 18 มัค มีความคล่องแคล่วมากที่สุดในคลาสไรเบลดด้วยกัน (ปีกนกอินทรีย์เป็นปีกที่เกิดจากพลังงาน)

นักบิน : ยังไม่เปิดเผย

ชื่อ : Red Eternal
สูง : 25 เมตร
น้ำหนัก : 67 ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดเซอร์เบรัส (หมา 3 หัว)
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ลักษณะของหุ่น : กัมมูเรส + ไกอากันดั้ม + ไรเบลด ตัวเครื่องแดงทุกส่วน
 
อาวุธ :
1. ดาบคู่ไดโฟซัน เบิร์นนิ่ง (ใบดาบคล้ายดาบญี่ปุ่นไม่มีกำบังมือ ใบดาบสีแดงฉาน)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ไออ้อน โคลว์ x 4 (กรงเล็บเหล็กที่แขน และ ที่เท้า) 
4. เซอร์เบรัสเฮด x 3 (หัวสุนัขที่บ่าสองข้าง และที่หลัง สามารถใช้เป็นอาวุธได้โดยถอดมาติดแขนเป็นสนับมือหรือยืดออกไปงับในระยะ 5 เมตรได้ ลักษณะจะคล้าย ๆ แขนของดราก้อนกันดั้มและยังพ่นไฟได้อีกด้วย)
5. ฮีทแทคเคิ้ล x 8 (จุดปล่อยพลังงานเพื่อสร้างพลังงานความร้อนสูงติดตั้งไว้ที่ หัวเข่า ฝ่าเท้า ฝ่ามือ และ ข้อศอก)
6. จัสติก แอโรว์ x 1 (ธนูสำหรับยิงศรพลังธาตุ)

รายละเอียด : แพนเซอร์คลาสไรเบลดที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษให้กับ 1 ใน 4 เทพสงครามแห่งวาเลนเดีย ควบคุมด้วยระบบ Pair Controler สามารถเปลี่ยนร่างเป็นเซอร์เบรัสได้ ความเร็วในการเคลื่อนที่ของร่างเซอร์เบรัสคือ 320 กม./ชม. เป็นไรเบลดที่ต่อสู่ประชิดตัวได้อย่างดุดันมากที่สุดเพราะติดอาวุธประชิดตัวไว้มาก

นักบิน : ยังไม่เปิดเผย

ชื่อ : ????
สูง : ?? เมตร
น้ำหนัก : ?? ตัน
ความสามารถพิเศษยูนิต :
???????

คำอธิบายคำศัพท์

Panzer ชื่อเรียกโดยรวมของหุ่นยนต์ในเรื่องนี้ มันเป็นเทคโนโลยีเครื่องจักรผสมผสานกับเวทย์มนต์ หรือ จะเรียกว่าใกลบ้เคียงกับ "มาโซคิชิน" ก็ว่าได้ ตัวแพนเซอร์ไม่มีอุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษ และ ไม่มีธาตุเป็นของตัวเองยกเว้นรุ่นที่ถูกสร้างด้วย เอเลเมนต์คอร์ จะมีธาตุเป็นของตัวเอง ความสามารถทักษะ พลังธาตุ จะขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมที่เรียกว่า "ไดร์ฟเวอร์" โดยแพนเซอร์ จะแบ่งออกเป็นหลายคลาส แต่มีรูปแบบการควบคุม 2 ลักษณะคือ Singel Control กับ Pair Controler 

ไดโฟซัน เป็นชื่อเรียกของโลหะผสมชนิดพิเศษ ที่เรียกได้ว่าแข็งแรงที่สุดบนโอเรนทัล เกิดจากการผสมโลหะที่ชื่อว่า "ไดส์" ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นของเหลวที่อุณหภูมิปกติ แต่เมื่อผสมเข้ากับโลหะชนิดอื่นมันจะชวยเสริมแรงให้โลหะที่ผสมไดส์ลงไปมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นมาก แต่ไดส์เป็นโลหะสังเคราะห์ที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุจึงมีปริมาณน้อยเอามาก ๆ ส่วนโลหะอีกตัวที่ใช้ผสมคือ "โฟตอนมิล่า" โลหะที่สามารถสถิตพลาสติน่าได้ดีที่สุด

พลาสติน่า เป็นพลังงานคล้าย ๆ กับพลังเวทย์มนต์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในดาวดวงนี้
 
Singel Control กับ Pair Controler  เป็นระบบควบคุมของแพนเซอร์โดยใช้การประสานความคิดของไดร์ฟเวอร์เข้ากับลูกแก้วความคุมและส่งผ่านไปยัง ซิงโครเฟรมที่อยู่ตัวแพนเซอร์ ซิงโครเฟรมจะทำหน้าที่เหมือนเส้นประสาทและไดร์ฟเวอร์ก็จะเป็นเหมือนสมองที่คอยสั่งการให้ตัวแพนเซอร์เคลื่อนไหวไป โดยแบบซิงเกิ้ลจะควบคุมโดยลำพัง ส่วน แพร์จะมีพาร์ทเนอร์มาช่วยในการควบคุม แต่ระบบแพร์จะมีปัญหามากหากไม่เข้าขากัน

Core ระบบพลังงานภายในของแพนเซอรืทำหน้าที่เหมือนเตาปฏิกรณ์ โดยคอร์ทั่วไปต้องทำการเติมพลังลงไป แต่กับคริสตัลคอร์แล้วไม่ใช่แบบนั้น คริสตัลคอร์สามารถกำเนิดพลังพลาสติน่าได้ด้วยตัวเอง ทำไมมันถึงสร้างพลังได้เองยังเป็นปริศนาอยู่

Real Face Mode เป็นโหมดเฉพาะของแพนเซอร์คลาสไรเบลดเท่านั้น เมื่อเข้าสู่โหมดนี้แผ่นเกราะที่ใบหน้าตรงส่วนปากจะเปิดออก โชว์แผ่นเกราะที่อยู่ด้านในรูปร่างแผ่นเกราะด้านในจะดูคล้าย ๆ ปากของ อีวา 01 และแผ่นเกราะนี้จะถูกเปิดแยกออกจากกันในวินาทีต่อมาจึงทำให้ดูคล้ายกับมันกำลังตะโกนกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง แผ่นเกราะส่วนอื่น ๆ จะเริ่มขยายออกเล็กน้อย พร้อมทั้งข้อต่อส่วนต่าง ๆ จะเริ่มเรืองแสงสีประจำตัวหุ่น เมื่อเข้าโหมดนี้แล้วค่าพลังต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็จะอันตรายมากตามเพราะแท้จริงแล้ว Real Face Mode ก็คือการใช้พลังงานจากคอร์โดยไม่ควบคุม ถ้าพลังไหลออกมามาก ๆ จะเริ่มควบคุมไม่ได้และมันจะทำลายตัวหุ่นในที่สุดพร้อม และพลังงานที่ไร้การควบคุมจะทำลายทุกสรรพสิ่งโดยรอบ (ไม่ต่างจากก็อดมาส)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2008, 10:45:09 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค
Akira00
Art Lover
Pilot
******
กระทู้: 66



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 16, 2009, 08:58:50 AM »

ขอเอาข้อมูลบางส่วนมาลงบ้างดีกว่า... แต่ยังไม่แต่งล่ะ รอให้ทุกคนโยงเนื้อเรื่องเข้าหากันก่อนแล้วจะมาทีหลัง *12*... วุ่นวายจนอ่านแล้วเมาเลยทีเดียวผม...

องค์กร
=D.F.C.D=
-กองกำลังลับที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยคนใหญ่คนโตของ UN ทำให้มีอำนาจเหนือกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น มีชื่อย่อมาจาก Devorion Force Counter Deva ปกติจะเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อสิ่งที่เรียกว่า "ทูตสวรรค์" หรือ "เดว่า" ปรากฏตัวลงมาบนโลกเท่านั้น อาวุธที่ใช้คือหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ที่เรียกกันว่า "เดโวเรี่ยน" ปัจจุบันยังคงปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้ และมีข่าวลือว่าพวกคนใหญ่คนโตเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกทูตสวรรค์ลงมาโจมตีอีกด้วย

ตัวละคร
อาคิโมโตะ อากิระ
- ชายหนุ่มผู้เข้าร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเองของประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ถูกเรียกตัวมายังศูนย์วิจัยของ D.F.C.D ที่โตเกียวที่ 2 และถูกเชื้อเชิญให้ทดสอบกับเครื่อง X-01 การทดสอบครั้งแรก อากิระสามารถทำอัตราการเข้ากันกับเครื่อง(ซิงโคร) ได้สูงถึง 80% ซึ่งสูงมากสำหรับคนทั่วๆไป ทำให้ถูกออกคำสั่งให้ย้ายมาประจำการที่ D.F.C.D เพื่อเป็นนักบินของ X-01 ไคเซอร์ เนื่องจากเคยเป็นทหารอากาศประจำฝูงบินที่ 8 เครื่อง F-29 ฝีมือดีทำให้ถูกขนานนามจากฝูงบินว่า “The Wing of Ikarus”
ข้อมูลอื่นๆ
ชื่อ : นาวาอากาศเอก อาคิโมโตะ อากิระ
อายุ : 19 ปี
ถิ่นกำเนิด : ญี่ปุ่น
กรุ๊ปเลือด : กรุ๊ป O
ส่วนสูง/น้ำหนัก : 180/72
สังกัด : D.F.C.D/ทหารกองกำลังป้องกันตนเอง/นักบินของเครื่อง X-01

Mecha

-ไคเซอร์-อัลแธร์ อาวุธเครื่องจักรรูปร่างมนุษย์กึ่งสัตว์ป่า ถูกขุดพบจากในอุโมงค์ใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิ เป็นหุ่นลึกลับตัวแรกที่มนุษย์ได้ค้นพบว่าถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีลึกลับโดยมีแกนกลางเป็นเตาพลังงาน UP  เป็นอาวุธลับที่ไม่ได้รับการรับรองจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น แต่ตกอยู่ในการปกครองของ D.F.C.D เป็น        เดโวเรี่ยน ประหลาดที่หาผู้ที่สามารถควบคุมมันได้ยากมาก ถึงมากที่สุด แล้วยังเป็นเดโวเรี่ยนที่มีความเป็น  อัตรายสูง จึงต้องคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมพอเท่านั้น ความอันตรายของ ไคเซอร์-อัลแธร์ คือสภาวะบ้าคลั่งที่ทุกคนต่างเรียกมันว่า “ผีเข้า-ผีออก” ซึ่งเป็นอาการของการอาละวาดโดยไม่สามารถควบคุมได้ทั้งจากห้องคนขับและศูนย์บัญชาการใหญ่ เสมือนเป็นดาบ 2 คมของมนุษยชาติ อาการนั้นเป็นอาการลึกลับที่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้

Data

รหัสชื่อ : UPP-DX-01 Kaizer-Altair (Ultimatum Particle Project-DevorionX-01)
ผู้ควบคุม : The Wing of Ikarus – อาคิโมโตะ อากิระ
อาวุธ : UP Grand Cannon x 2, UP Claws, UP Dagger x 8, UP missile launcher x 18, UP Shap Fang
ส่วนสูง : 60.2 เมตร
น้ำหนัก : 250.8 ตัน
ระบบพิเศษ : UP Drive, Cast-off System
สีตัวเครื่อง : ดำ, เขียว, เหลือง, เงิน

โครงสร้างของเครื่อง X-01
อาวุธสำหรับต่อกรกับเดว่า มีรูปร่างภายนอกคล้ายครึงกับมนุษย์.. โครงสร้างภายในถูกปกครุมด้วยสายไฟที่เรียงตัวกันเพื่อจำลองระบบ “กล้ามเนื้อเทียม” ทำให้มีความแข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวที่อิสระ พลังงานที่ใช้จะมาจากเตาพลังงาน UP ที่แกนกลางใกล้ๆกับค็อกพิท ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานนิรันด์ทำให้สามารถใช้งานได้แบบไม่มีวันหมด..

ห้องควบคุม
ส่วนควบคุมจะถูกบรรจุอยู่ในห้องสีเหลี่ยมคล้ายๆตู้คอนเท็นเนอร์ ซึ่งจะประกอบติดกับตัวเครื่องเอาไว้.. เมื่อเข้าสู่ห้องควบคุมแล้วผู้ขับจะถูกเชื่อมต่อทางประสาทโดยตรงระหว่างผู้ควบคุมกับ เดโวเรี่ยน จะควบคุมผ่านทางเฮดเซนเซอร์

เกราะด้านนอก
เกราะที่หุ้มอยู่ตามตัวนั้น นอกจากจะช่วยป้องกันแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นส่วนที่ใช้จำกัดพลังที่มีมากเกินไปของเดโวเรี่ยน อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่ถูก ถอด-ใส่ เพื่อเปลี่ยนไปยังร่างต่างๆ ซึ่งมีเฉพาะ ไคเซอร์ เท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนร่างไปมาได้

อาวุธที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในร่างของ X-01
เนื่องจากไคเซอร์นั้นมีอาวุธติดอยู่ตามตัวมากมาย จนแทบจะเลือกมาใช้ไม่ถูก.. แต่อาวุธที่ถูกซ่อนอยู่ตามส่วนภายในของเกราะก็มีอยู่หลายชิ้นด้วยกัน.. อย่างเช่น อาวุธรูปแบบกริชบินได้ในส่วนไหล่ซึ่งมีอยู่ 8 เล่ม ซึ่งจะทำงานแยกกับเครื่อง ทำให้โจมตีเดว่าได้อย่างอิสระ ทั้งการเฉือนและยิงใส่ ส่วนกระเปาะมิสไซล์ 18 จุดตามตัวถูกติดตั้งเอาไว้สำหรับการยิงถล่ม โดยมิสไซล์ที่ถูกบรรจุจะเป็นมิสไซล์ความถี่สูง ซึ่งอาบไปด้วยอนุภาค UP ทำให้สามารถเจาะเกราะหนาๆได้อย่างสบาย แต่ละกระเปาะจะบรรจุมิสไซล์เอาไว้จำนวน 20 ลูก รวม 360 ลูก

อาวุธระยะไกล
ในการต่อสู้กับเดว่านั้น ก็มีบางครั้งที่ต้องใช้การโจมตีระยะไกล ไคเซอร์จึงติดตั้งอุปกรณ์ที่โจมตีระยะไกลเอาไว้สิ่งนั้นถูกเรียกว่า UP Grand Cannon ซึ่งถูกติดไว้บริเวณกลางหลังของไคเซอร์ 2 กระบอก เมื่อใช้จะเลื่อนขึ้นมาประทับบนบ่า สามารถเลือกรูปแบบการยิงได้ 2 รูปแบบคือการยิงรัวเพื่อใช้ต่อสู้กับเดว่าความเร็วสูง และรูปแบบการชาร์จยิง ซึ่งเอาไว้สู้กับเดว่าที่มีความเร็วต่ำ ในโหมดชาร์จยิงนั้นจะสามารถโจมตีได้รุนแรงกว่ามาก..

อาวุธลับ
อาวุธลับที่ไคเซอร์เก็บซ่อนไว้มีอยู่หลายชิ้นพอสมควรอย่างเช่น กงเล็บอันคมกลิบที่ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด.. รวมทั้งเขี้ยวขนาดใหญ่ซึ่งจะปรากฏออกมาเมื่อไคเซอร์อ้าปากเท่านั้น และเมื่อเปิดเกราะ 3 ชิ้นบริเวณหน้าอกและหน้าท้องออก ก็จะเปิดให้เห็นเตาพลังงาน UP ซึ่งจะเป็นการโจมตีด้วยอนุภาคเข้มข้นด้วยการชาร์จและยิง เนื่องจากมีความอันตรายสูงและกินพื้นที่มาก ทำให้ไม่สามารถใช้โหมดนี้ได้ถ้ายังไม่ได้รับการอนุญาติสะก่อน  ท่านี้มีโค้ดเรียกไว้ว่า “Ultimatum Genocider”

เอาลงไว้แค่นี้ก่อน... อีก 2 ตัวยังไม่ลงรอดูเชิงก่อน =_=""....
บันทึกการเข้า


เลิกงี่เง่า! เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว! ลุกขึ้นมาสิ!! เงยหน้าขึ้นสู้สิ!!
My BloglMy Gallery
<X[SYSTEM X]X>
Beginner Pilot

กระทู้: 2



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 24, 2009, 04:10:08 PM »

ขอร่วมด้วยคนนะครับผม

Kaito Original [Universe Dive – Wandering Child]

เนื้อเรื่อง

ฟิคออริจินัลภาคเสริมจากฟิคภาคหลัก Universe Dive

หลังจากการสู้รบของAEX และกองยานของเรติเลี่ยน(กลุ่มอารยธรรมในระบบโซล41 ในจักรวาลบริเทนน่า เป็นต่างดาวเผ่าพันธุ์ที่มีอำนาจกว้างขวางเอาการในจักรวาลบริเทนน่า) ทางAERIASต้องงัดอาวุธสุดยอดออกมาใช้ นั่นคือหุ่นยนต์ซึ่งมีพลังไร้ขีดจำกัด “อัลเนียร์” ออกมาทำให้ชนะศึกในครั้งนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด ไม่ใช่เพราะอัลเนียร์ไม่แข็งแกร่งพอ แต่เพราะจำนวนที่มหาศาลของข้าศึกและข้อมูลซึ่งยังน้อยเกินไปของAEX แต่หลังจากชนะ เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพียงแต่สูญเสียกองยานไปเกือบ1ใน10(คิดเป็นเสียกองยานประมาณ200 – 300จากกองยานจำนวนหมื่นต้นๆ ซึ่งในหนึ่งกองยานล้วนแล้วแต่มียานไม่ต่ำ120ลำ) ต้องยุบกองยานนับหมื่นเหลือเพียงไม่กี่ร้อยเพื่อความสะดวกในการจัดการ  กองยานAEXทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพเคลื่อนไหวเงียบและซ่อนตัวชั่วคราวเพื่อไม่ให้โดนต่างดาวที่ไม่เป็นมิตรตรวจเจอเพราะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูทั้งสภาพจิตใจของคนในAEXและพัฒนายุทโธปกรณ์อย่างเร่งด่วน ต่อยานเพิ่ม และอีกหลายสิ่งที่ต้องทำในช่วงนั้น  แต่ก็เกิดเหตุประหลาดเมื่อเกิดประตูมิติขึ้นไม่ไกลจากตำแหน่งของอาร์เธอร์กอนโดล่า อัลกอนโดล่าวันที่ประกอบด้วยลูกเรือของอัลกอนโดล่า01เกือบร้อยชีวิต และนักบินกลุ่มหนึ่ง จึงได้รับภารกิจให้ไปตรวจสอบ เมื่อไปตรวจสอบก็ได้ปะทะกับศัตรูกลุ่มหนึ่ง และอัลเนียร์ที่จอดอยู่ในโรงเก็บ เกิดมีปฏิกิริยาแปลกๆจนสุดท้ายอัลเนียร์ก็ปล่อยพลังบางอย่างออกมาเกิดปรากฏการณ์ “เคลื่อนย้าย” ทำให้อัลกอนโดล่าวันและอัลไอน์สกับเบลเซฟถูกเคลื่อนย้ายด้วยเส้นทางมิติและกาลเวลา จนมาอยู่ที่ดาราจักรมิลค์กี้เวย์ บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่คล้ายอวาลอนซึ่งเรียกว่าโลก

องค์กร

=AEX - Avalon Exodus หรือ ADSW - Avalian Deep Space Wanderrer=
 - กลุ่มอพยพชาวดาวอวาลอน กลุ่มใหญ่(มากๆ) โดยอาศัยยานอวกาศขนาดใหญ่พิเศษที่เรียกว่า "Arthur's Gondola" ซึ่งเป็นยานที่มีขนาดเท่าดาวเคราะห์เป็นที่อาศัยในการอพยพ และยังมีกองยานอีกนับพันตามมาด้วย จุดประสงค์ในการเดินทางคือการตามหาดวงดาวใหม่ที่สามารถให้มนุษย์อยู่อาศัยได้ มีขนาดเพียงพอต่อประชากรชาวอวาลอน และมีทรัพยากรธรรมชาติที่เพรียบพร้อมสำหรับปักรากวางฐานของเผ่าพันธุ์ชาวอวาลอนได้

AEX/ADSW ถูกจัดตั้งโดย หน่วยงานรัฐบาลสหพันธ์อวาลอน และ กองกำลังโต๊ะกลมแห่งลานเซอร์ล็อต(ซึ่งเคยเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอวาลอน) ศูนย์ฝึกการบินพลเรือน AERIAS ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านเทคโนโลยีของดาวอวาลอน รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆจากทั้งดาวAvalon

ส่วนอาร์เธอร์กอนโดล่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นดาวเคราะห์เคลื่อนที่ซึ่งครั้นจะให้เป็นดาวสำหรับอยู่อาศัยก็ย่อมได้ แต่ประชากรอวาลอนทั้งหมด ของทุกกลุ่มอพยพนั้น มหาศาลกว่าในAEX

=Algondola 01=

-หน่วยงานประจำยานรบ "อัลกอนโดล่าวัน" ซึ่งอยู่ในสังกัดกองยานแห่งศูนย์ฝึกการบิน AERIAS แห่งAEX(หรือADSW) หน้าที่หลักๆคือทำงานประจำยานAlgondola01ซึ่งมีไว้สนับสนุนการรบของอัลซีรี่ส์2เครื่องได้แก่ Aleins(อัลไอน์ส) และ Alnere(อัลเนียร์)

ตัวละคร

Belzeph Alphega
เบลเซฟ  อัลเฟก้า

- นักเรียนของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนแอเรียส ที่จบแบบกระทันหันที่สุดด้วยการเรียนเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แถมยังถูกส่งตัวเข้าศูนย์ฝึกการบินชั้นพิเศษ Ark Wing ในเครือ AERIAS และจบออกมาในไม่กี่วันด้วยความสามารถที่เหนือชั้นชนิดที่เป็นหนึ่งเดียวในดาวอวาลอน ภายหลังโดนคัดเลือกเข้าเป็นนักบินของอัลซีรี่ส์(Al Serie's)ซึ่งเป็นหุ่นรบที่ไฮสเปคที่สุดของAEX ซึ่งแน่นอนว่าเบลเซฟเองนั้น ผ่านมาได้อย่างสบาย

ทางด้านนิสัยนั้นมองภายนอกอาจจะดูเป็นพวกเอื่อยๆเฉื่อยๆ แต่อัจฉริยะเหลือเชื่อ เข้าใจอะไรได้ง่าย พูดจาได้จับใจคนอื่นมากรวมไปถึงอาจจะแทงใจด้วย ไม่ค่อยสนใจอะไรรอบตัวซักเท่าไหร่ยกเว้นในบางอย่างเช่นเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ  และบางเรื่องเท่านั้น  ลึกๆแล้วเป็นคนที่เซนส์ซิทีฟมาก

ข้อมูลอื่นๆ
เบลเซฟ อัลเฟก้า
อายุ : 17 ปี
ถิ่นกำเนิด : สถานีอวกาศพลเรือนที่14 แห่งอวาลอน
กรุ๊ปเลือด : กรุ๊ป AB Negative
ส่วนสูง/น้ำหนัก : 178/64
สังกัด : AEX(หรือADSW) - กองยานแห่งศูนย์ฝึกการบินพลเรือนAERIAS - Algondola01

Mecha

EAG - XTP - Al01 [Aleins] (อัลไอน์ส) 

หุ่นยนต์ที่ไฮสเปคที่สุดของเผ่าพันธุ์วาลอน ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในกับภารกิจทุกประเภทในการเดินทางในเอกภพเพื่อค้นหาดาวดวงใหม่ สำหรับอัลไอน์ส ของเบลเซฟนี้ สามารถใช้ในการ
ต่อสู้แบบไม่เกี่ยงระยะ คือสามารถสู้ได้ทั้งประชิดและไกล มีอุปกรณ์เสริมเป็นอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆนาๆซึ่งส่วนใหญ่จะเดินเครื่องโดยพลังงานExcalitron  ซึ่งเป็นพลังงานนิรันด์ที่เกิดจากคอร์ลักษณะคล้ายกับแก้วหรือจอก

ค็อกพิทจะสามารถแยกกับตัวหุ่นได้โดยการถอด หรือดีดออก เพื่อเป็นการเซฟชีวิตนักบิน ลักษณะค็อกพิทจะเป็นทรงรีสีขาว สามารถเปิดฝาได้ เมื่อเปิดฝาจะพบกับห้องควบคุมที่สามารถฉายภาพรอบๆตัวของอัลซีรี่ส์ไปรอบๆห้องได้ราวกับเป็นดวงตาของนักบินเอง การควบคุมจะไม่ใช้คันบังคับ แต่จะเป็นเหมือนกับช่องสำหรับสอดมือเข้าไป ซึ่งภายในจะมีคอมพิวเตอร์สถานะของเหลว และในห้องควบคุม เมื่อค็อกพิทเชื่อมต่อกับอัลซีรี่ส์ และนักบินทำการเปิดระบบโดยการสอดมือเข้าไปในคอมพิวเตอร์สถานะของเหลวและสอดมือเข้าไปในอุปกรณ์ที่เป็นช่องสอดมืออยู่อีกชิ้น แล้ว  อุปกรณ์เชื่อมต่อในค็อกพิทจะดำเนินการเชื่อมต่อการควบคุมอัลซีรี่ส์โดยตรงกับสมองของนักบินทันที

เกราะนอกของอัลไอน์สส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวแบบขุ่นเล็กน้อย

ชื่อเต็ม : Exodus [Ala] Generation – XT Project – Al01 [Al-Eins]

ผู้ควบคุม : เบลเซฟ อัลเฟก้า

ความสูง : 35.8 เมตร

น้ำหนัก : UNKNOW

ระบบพิเศษ : XT Driver , XT Overdrive , XT Field , XT Hyper Gate , Overall Docking System


อาวุธประจำเครื่อง


ASSW-Al01-R01 High-Rapid .70 Assault Rifle "Burning Feather 77" : ปืนไรเฟิ่ลจู่โจมแบบความเร็วในการยิงสูง มีขนาดปานกลาง(ในสเกลสำหรับหุ่นสูง30เมตรขึ้นไปแต่ไม่เกิน40เมตร)  ปืนทั้งกระบอกมีความทนทานสูงจึงสามารถยิงติดต่อได้นานหลายนาที ลักษณะภายนอกคล้ายปืนกลูม44ของฟาฟเนอร์

ASSW-Al01-M02 Graviton Particle Coating Blade "G. Cutlass" x2 : ดาบสั้นที่ถูกฉาบด้วยอนุภาคกราวิตอน(อนุภาคพิเศษ)ที่ทำให้มีผลด้านเพิ่มพลังทำลายเนื่องจากอนุภาคกราวิตอนสามารถ"บดขยี้"วัตถุที่เข้าใกล้ในระยะที่อนุภาคสามารถเข้าแทรกแซงโมเลกุลของวัตถุดังกล่าวได้(ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของอนุภาคที่ฉาบไว้)

ASSW-A1XTW Excalitron Cannon “XT Blaster” : ปืนใหญ่ซึ่งใช้พลังงานเอ็กซ์คาลิตรอนในการยิง ติดตั้งอยู่ใต้เกราะส่วนหน้าอก ซึ่งจะยิงพลังงานXT ออกมาเป็นทางตรง ลำแสงที่ยิงออกมา จะเป็นสีม่วงอมดำ และมีโอกาสที่จะเกิดหลุมดำเมื่อยิงโดนสิ่งใดก็ตาม


อาวุธเสริม(ส่วนหนึ่ง)

ASCW-R06 .75 Machine Shotgun : ปืนลูกครึ่งระหว่างปืนกลและลูกซอง ตัวปืนค่อนข้างยาว ใช้กระสุนแบบลูกครึ่งเช่นเดียวกัน เป็นกระสุน.75(สเกลไซส์สำหรับอาวุธของหุ่นยนต์)ชนิดหัวเจาะเกราะซึ่งเป็นหัวระเบิดไปในตัว เป็นปืนที่เหมาะกับการต่อสู้ในระยะใกล้-กลาง เป้าหมายที่โดนอาจมีอาการ “ไส้แตก” ได้คือการที่กระสุนเจาะเข้าไปค้างอยู่ภายในและระเบิดออกมา

ASCW-R04 .90 LR Sniper Rifle : สไนเปอร์ไรเฟิ่ลชนิดหัวกระสุนเช่นเดียวกับ.75 Machine Shotgun แต่ไซส์กระสุนใหญ่กว่า ความรุนแรงและความแม่นยำก็มากกว่าเช่นกัน แต่ก็แลกมาด้วยการโหลดกระสุนที่ช้าและน้ำหนักของปืนที่อยู่ระหว่างปานกลาง-มาก

ASCW-R07 .120 Twin Barrel  Linear LR Cannon : ปืนใหญ่โจมตีสำหรับยิงเป้าหมายพิสัยไกลสองลำกล้องแบบประทับบ่า ใช้กระสุนปืนใหญ่ขนาด.120 น้ำหนักค่อนข้างมากและบรรจุกระสุนได้ไม่เยอะจึงเหมาะกับการยิงแล้วปลดทิ้งเพื่อให้ยานมากู้กลับไปมากกว่า

ASCW-R10 .95 4/1 Tri-Barrel Missile Vulcan : เครื่องยิงมิซไซล์แบบวัลแคนขนาด.95 แบบ4ต่อ1บาร์เรล(1บาร์เรลจะมีลำกล้องย่อย4ลำกล้อง) น้ำหนักมาก พลังทำลายค่อนข้างรุนแรง เหมาะกับการสู้ระยะกลาง - ไกล

ASCW-R08 .140 High-Energy Linear LR Beam Cannon : ปืนใหญ่ลำแสงแบบพลังงานสูงพิสัยไกลมาก ความรุนแรงจะดับจมยานรบขนาดกลาง-ใหญ่ ได้ในครั้งเดียว แต่จะสามารถยิงได้เพียง2ครั้งเท่านั้นเพราะต้องใช้พลังงานในการยิงมาก

ASCW - M03 Anti-Armoured Arm-Contact Metal Blade : ดาบเหล็กกล้าที่ใบดาบค่อนข้างกว้าง มีอุปกรณ์ติดตั้งที่สามารถติดไว้กับแขนได้ ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น สามารถตัดเกราะได้ราวกับตัดกระดาษ

ASCW – M04 Beam Edge Anti-Ship Sword : ดาบขนาดใหญ่ที่ไม่มีส่วนคม  แต่เมื่อใช้งานจะมีลำแสงมาอยู่ในส่วนคมดาบแทน สามารถใช้จมยานรบเล็กและเรือรบขนาดกลางได้อย่างง่ายดาย

ASCW – A07 Electron Cannon Anti-Ship Sword : ดาบใหญ่ที่รูปทรงดูจากภายนอกเหมือนดาบต่อต้านยานรบธรรมดาแต่ใบดาบสามารถแยกออกเป็นสองส่วนเพื่อยิงปืนอนุภาคอิเล็กตรอนที่อยู่ตรงกลางได้


EAG – XTP – Al01X [Al-Nere]

อัลเนียร์ ที่รู้จักกันในAEXคืออัลซีรี่ส์ที่อยู่ในเงาของอัลไอนส์ ทางแอเรียสแต่งเรื่องออกมาว่ามันคืออัลไอน์สรุ่นปรับปรุงที่ไม่สเถียรจึงไม่ค่อยเอามันออกใช้งาน แต่จริงๆแล้ว แม้แต่แอเรียสเองก็ยังไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของอัลเนียร์ เพราะตอนมันปรากฏตัว มันเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วซึ่งเป็นไปไม่ได้ นั่นคือความเร็วเหนือแสงเข้ามาจาก นอกกาแล็กซบริเทนน่า และเข้ามาสู่ระบบสุริยะคาเมล็อตและมาจนถึงดาวอวาลอน ขณะที่มันเข้ามาในระบบสุริยะนั้น เครื่องตรวจพลังงานบนดาวอวาลอนที่ทำงานอยู่ ต่างแจ้งเตือนพลังงานระดับ “มากกว่ากาแล็กซี่” แต่เมื่ออัลเนียร์ลงถึงผิวดาวอวาลอน ทุกอย่างกลับเป็นปกติ การระเบิดเช่นอุกกาบาตไม่ได้เกิดขึ้น ราวกับว่ามันบินเข้ามาลงจอดแบบนิ่งๆ หลังจากที่ทางแอเรียสมาเจอและนำไปตรวจสอบ กลับไม่พบถึงตัวตนที่แท้จริงของมันเลยแม้แต่นิดเดียวจวบจนกระทั่งปัจจุบันก็ตาม

ระบบค็อกพิทนั้น เป็นแบบเดียวกับอัลซีรี่ส์เป๊ะ และจากการส่งนักบินขึ้นไม่มีใครที่ขับมันแล้วจะสามารถ “คงอยู่” เกิน36ชั่วโมงได้เลย  เพราะไม่ว่านักบินคนไหนจะขึ้นไปขับภายในเวลา36ชั่วโมงหลังจากการเชื่อมต่อครั้งแรก ภายใน36ชั่งโมง ร่างกายจะเปล่งแสงออกมาและแตกเป็นเศษผลึก แต่ผลค้างเคียงดังกล่าวกลับไม่มีผลกับเบลเซฟแต่อย่างใด อัลเนียร์จึงกลายเป็นเครื่องประจำอีกเครื่องของเบลเซฟไป

ลักษณะภายนอกคล้ายกับอัลซีรี่ส์แต่ก็แตกต่างกันค่อนข้างมาก สีของเกราะนอกจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์

ชื่อเต็ม : Exodus [Ala] Generation – XT Project – Al01X [Al-Nere] หรือ UNKNOW - 01

ผู้ควบคุม : เบลเซฟ อัลเฟก้า

ความสูง : 49.7 เมตร

น้ำหนัก : UNKNOW

ระบบพิเศษ : AKASHIC DRIVER , AKASHIC SYNCHRONIZE

อาวุธ

อัลเนียร์  มีอาวุธที่ไม่แน่นอนอยู่ ที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกคือแผงยิงลำแสงทรง4เหลี่ยมผืนผ้าแบบแนวยาว แผงละ4ช่องยิง กับปีกที่คาดว่าน่าจะใช้เป็นอาวุธได้ และยังมีอาวุธที่ทางแอเรียสสร้างขึ้นมาให้เป็นพิเศษโดยใช้ต้นแบบจากAl Serie’s Common Weapon มาปรับปรุงและขยายสเกลขึ้น ส่วนอาวุธอื่นๆยังไม่เป็นที่เปิดเผยแน่ชัด



_______________________


ยังมีอีก ไว้จะมาอีดิทเพิ่มนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2009, 12:59:31 PM โดย <X[KAITO X ONYX]X> » บันทึกการเข้า

LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 526


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2009, 06:22:52 PM »

THE SEVEN JUDGEMENT
ศัตรูของออรินัลของผม เป็นเหล่าเทพที่คอยสังเกตุ การเปลี่ยนแปลงของมิติเวลาต่างๆ และคอยเฝ้าสังเกตมิติเวลาต่างๆตั้งแต่ตั้งต้น เปนเสมือนพระเจ้าผู้กำหนดชะตาให้กับมิติต่างๆ ประกอบด้วยกันทั้ง7คน แต่ตอนนี้ผมเขียนไว้แค่5คน อีก2จะเป็นตัวมาหลังและมีความลับปิดบังอยู่พอสมควรนะครับ
1.เซราชิเอล เทพศักสิทธิ์ผู้มีความบริสุทธิ์ ผู้มีผมและประกายตาสีขาวบริสุทธิ์ และเย็นชาที่สุด ไม่เคยแสดงอารมณ์ให้ใครเห็น ผู้เป็นหัวหน้าของTHE SEVEN JUDGEMENTมีความรู้ ความสามารถสมกับที่เป็นหัวหน้าของเทพศักสิทธิ์และปัญญาที่เฉียบแหลมคมดุจเพชรที่พระเจ้ามอบให้ มองมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ไม่คู่ควรที่จะมีชิวิตอยู่สำหรับมิติต่างๆ ความตั้งใจจริงๆของเขานั้นยังเป็นความลับ หากแต่ที่เห็นได้ชัดคือ เขาเป็นศัตรูกับมนุษย์อย่างแน่นอน..สำหรับความสามารถที่แท้จริงของเขานั้นจริงๆยังไม่ปรากฎ หากแต่เขาชอบที่จะบงการอยู่เบื้องหลังมากกว่าการออกหน้าฉากที่ไม่จำเป็น หุ่นรบของเขาคือ แกเเลคเซี่ยนเรออส เขาเป็นผู้ครอบครองมรดก หนังสือแห่งปราชญ์และคริสตัลเรเดียแห่งนิรันดร์

2.ฮิคเฟล เทพศักสิทธิ์แห่งปราชญ์ ผู้มีผมสีน้ำตาลและแววตาที่อ่อนโยน ชอบยิ้มอยู่เสมอ ผู้มีความรู้ ความถนัดทุกแขนง ชอบที่จะนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้และวางแผนการรบมากกว่า แผนการของเขาทุกอย่างเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่าสิ่งอื่นใด...เขาเคยทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกเวลาของมิติตต่างๆมาก่อน เขาเป็นเพื่อนสนิทกับเซราชิเอล เพราะทำหน้าที่ด้วยกันมาก่อน แต่ปัจจุบันเขาคือผูวางแผนในการลงทัณฑ์ต่อเหล่ามนุษย์...
หุ่นรบของเขาคือ อาเรคน่าไรออล หุ่นเทพที่มีความสามารถในการบิดเบือน พลังงานต่างๆรวมไปถึง สามารถที่จะเข้าแทรกแซงหุ่นรบตัวอื่นๆได้ด้วย ทั้งที่หุ่นของเขาสามารถทำให้ความสามารถพิเศษต่างๆของศัตรูไม่สามารถใช้งานได้ ระยะเวลาหนึ่งด้วย นอกจากนี้หุ่นตัวนี้ยังมีความลัพธ์อื่นๆอยู่ด้วย

3.เซเรียล เทพศักสิทธิ์แห่งความโกรธเกรี้ยวและการฆ่าฟัน ผู้ที่มีนัยน์ตาสีแดงก่ำและเกศาดุจเปลวเพลิงที่ร้อนแรง เขามุ่งที่จะทำลายล้างมนุษย์สิ่งมีชีวิตที่เขาเองก็มองว่าเป็นของชั้นต่ำ เขาเคยทำหน้าที่เป็นผู้ทำลายล้างมิติที่บิดเบือนและไม่มีความจำเป็นต้องคงอยู่มาก่อน เขาเกลียดการถือเจ้ายศเจ้าอย่างเป็นที่สุด ดังนั้นเขาจึงมุ่งที่จะทำลายจักรวรรดิแพทธิอาร์ที่ถือบรรดาศักดิ์ เพราะเขาไม่ต้องการให้มนุษย์ชั้นต่ำมาใช้การถืออำนาจยศเฉกเช่นเทพศักสิทธิ์ได้ ความสามารถในการรบของเขาถือเป็นสูงสุด เพราะหุ่นรบของเขาคือ เฟลเคน่า เซเฟียส เทพแห่งการทำลายล้าง ที่ว่ากันว่าเป็นเทพนักรบที่ไม่เคยแพ้ใครนั่นเอง และยังไม่เคยได้ใช้พลังที่แท้จริงเลยสักครา

4.ลีเฟล เทพศักสิทธิ์ ผู้มีประกายตาสีทองและผมสีทองสวยงาม เป็นเทพศักสิทธิ์เด็กชาย ที่ชื่นชอบการเล่นสนุกกับมนุษย์ หากแต่การเล่นนั้นคือการทำลายล้างชีวิตนั้นให้สิ้นไป... มักออกรบพร้อมกับเซเรียล  เขาไม่ค่อยเห็นค่าของชีวิตที่ต้องสูญสิ้นไปเพราะสำหรับเขามันคือเกมส์ เกมส์นึงเท่านั้น ไม่ได้ดูถูกมนุษย์ว่าต่ำชั้น แต่เขากลับเป็นเทพเพียงคนเดียวที่ลงไปอยู่ร่วมกับมนุษย์และหาทางทำลายมนุษย์ โดยใช้ประโยชน์จากตัวมนุษย์เอง หุ่นรบของเขาคือ เซคที่เนียส เฟลรูท พลังที่ใช้คือแสงศักสิทธิ์ที่ไม่สามารถจับต้องสัมผัสได้ หากแต่มีเพียงที่สัมผัสมันมาแล้วถึงจะรู้พลังของมัน...

5.เรนิเอล เทพศักสิทธิ์ผู้มีผมยาวสยายสีเขียว ที่เป็นสาวน้อยน่ารัก ผู้ชอบบรรเลงดนตรี มีความไร้เดียงสา ราวกับเด็ก หากแต่ก็รังเกียจมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับคนอื่น เป็นผู้บรรเลงแห่งความสิ้นหวัง เป็นเทพศักสิทธิ์ผู้ไม่เคยรู้จักซึ่งความรัก เทพศักสิทธิ์ผูเปรีบเสมือนองค์หญิงตัวน้อยจึงต่อสู้เพื่อค้นหาสิ่งนั้น ..หุ่นรบของเธอคือ เอเลคทีน่า เรอ้อน หุ่นรบที่โจมตีศัตรูด้วยเสียง...เพลงที่บรรเลงออกมา พลังอื่นๆยังเป็นความลับองค์หญิงตัวน้อยได้ต่อสู้กับไกด์ และได้เรียนรู้ถึงความอบอุ่นจากความรักที่เเท้จริง เธอจึง...

อนึ่งหุ่นทุกตัวของศัตรูติดตั้งdimension sphere enegy ทุกตัว หากแต่ได้เสริมความเเข็งแกร่งด้วย โลหะแบบพิเศษคือ โซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ทำให้สามารถใช้งานพลังงานไดเมนชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงสุด ต่างจากโซลไดร์ฟราเที่ยมแบบปกติของหุ่นในD.I.S.E. PROJECT จึงมีความเเข็งแกร่งกว่ามากแบบเทียบชั้นกันไม่ได้เลย
-ดาวองค์รักษ์ คือผู้ปกป้องของเทพศักสิทธิ์ทั้งหมด มีเพียงแค่สามคน หากแต่แต่ละคน ก็มีความสามารถคือเพียงแค่คนเดียวก็สามารถทำลายล้างดาวได้ทั้งดวงเวลาไม่นาน

1.เวเอล 1ใน3ดาวองครักษ์ ของเทพศักสิทธิ์สูง190cm ผมสีน้ำตาลแดง ตาสีแดง ผู้มีความบ้าระห่ำที่สุด มีความเลือดร้อน และต่อสู้เพียงเพราะจะเอาชนะเพียงอย่างเดียวและหาความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว เป็นผู้เอาชนะ โซลน่อนเซเวียร์ของไกด์ได้ หุ่นรบของเขาคือ อัลเฟนิคเรเบรกเกอร์  ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับโซลน่อนเซเวียร์ของไกด์ หวกแต่มีสีดำและมันสร้างจากผลึกพลังงานไดเมนชั่นและโซลไดร์ฟราเที่ยม โอเมก้า มันจึงมีพลังเหนือกว่าโซลน่อนเซเวียร์มาก เวเอลนั้นเป็นองครักษ์ผู้ต่อสู้ด้วยจิตใจแห่งนักสู้ที่แท้จริง ทำให้ในการรบเขามักชอบดวลเดี่ยวกับหุ่นรบของหัวหน้าของอีกฝ่ายอยู่เสมอ เพราะถือเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย โดยเป็นการเดิมพันด้วยชีวิต เขาจึงได้รับฉายาในหมู่องค์รักษ์ว่า เทพทำลายล้างเวอร์ซาโก้ เขามักออกทำงานร่วมกับเซเรียล เพราะเขาชื่นชมและนับถือในความเเข็งแกร่งของเซเรียล

2.ราเฟล 1ในสามดาวองค์รักษ์เป็นหนุ่มวัย27ปี ผมสีดำขลิบขาว ดาสีดำ ผู้มีนิสัยต่างกับเวเอลอย่างสิ้นเชิง เขามักใช้แผนการสกปรกต่างๆมากมายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ตนเองต้องการ เป็นคนที่มีความมักใหญ่ใฝ่สูงมาก เขาปฏิบัติหน้าที่อยู่ข้างกายลีเฟล เพื่อวางแผนต่างๆให้มนุษย์เข้าห้ำหั่นกันเอง อีกเหตุผลก็เพื่อซื้อใจลีเฟลด้วย เพราะเขาเองต้องการจะเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของเหล่าเทพศักสิทธิ์ หุ่นรบของเขาคือ อาร์รันด้า เบรกเกอร์หุ่นสีนำเงินขลิบสีดำ มีความสามารถในการโจมตีจากระยะไกลสูง ติดตั้งมิเรอร์รีเฟลกซ์ซิสเต็ม ที่สามารถยิงกระสุนสะท้อนได้ทุกทิศทาง หุ่นของเขามีเอกลักษณ์คือถือปืนขนาดใหญ่คือ เรเวอร์นแนนส์ แคนน่อน ปืนที่สามารถยิงโจมตีและปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลายรูปแบบ เขาเป็นคนวางแผนให้ทำลายโซลน่อนเซเวียร์โดยใช้จุดอ่อนในใจของไกด์มาจัดการกับเขาและมันก็ได้ผลคือฟิริน่าเข้าช่วยเหลือไกด์และเธอหายไปในเกทไดเมนชั่น และเขาเป็นคนไล่ต้อนโซลน่อนเซเวียร์ของไกด์ด้วยแผนสกปรกจนจนมุมแล้วหลอกยืมมือเวเอลมาจัดการไกด์ ส่วนไกด์ก็เข้าใจผิดคิดว่าเวเอลเป็นตัวการไกด์จึงต้องการต่อสู้กับเวเอลเพื่อแก้แค้นในฟิริน่า

3.มิลิเอล ดาวองค์รักษ์คนสุดท้ายของเทพศักสิทธิ์ เป็นดาวองค์รักษ์เพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่ในการควบคุมSEVEN HEAVEN อยู่ที่ฐานหลัก หน้าที่ส่วนใหญ่จะวุ่นอยู่กับการดูแลงานภายในซะมากกว่า หากแต่มักจะอยู่ข้างกาย รานิเอลเสมอ เสมือนพี่สาวของรานิเอลฝีมือในการรบของเธออาจจะด้อยกว่า สองคนแรกในเรื่องกำลัง แต่เธอสามารถใช้หุ่นรบ ชูวทีนีส เบรกเกอร์ หุ่นรบของเธอต่อสู้ได้หลายๆรูปแบบ ชูวทีนีส เบรกเกอร์ เป็นหุ่นรบที่ติดตั้ง ไดเมนชั่นเสฟียร์ เอเนอจี้ absorber คือ สามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นในการดูดกลืนพลังงานอื่นๆได้ นอกจากนี้ยังติดตั้ง ระบบพิเศษคือ ไดเมนชั่น มิเรอร์ ที่สามารถสะท้อนพลังงานแรงสูงต่างๆได้เอกลักษณ์ของเครื่องนี้จะเป็นการป้องกันมากกว่าเครื่องอื่นๆ


โซลน่อนเซเวียร์ เอ็กซ์การ์ด
DSX-XTA-1-XG
โซลน่อนเซเวียร์ ที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมแบบฟูลอาร์เมอร์ทั่วตัว และทรัสเตอร์กำลังสูงแบบพิเศษ รวมไปถึงดาบขนาดใหญ่บัสเตอร์อาร์ค เซเบอร์ กราวิตี้ลองแคนน่อนที่ไหล่ทั้งสองข้าง และไมโครสเปรดมิซไซล์พ็อดที่ขาทั้งสองข้าง โดยการติดเกราะนั้นไม่ทำให้ความเร็วลดลงเพราะโซลน่อนนั้นสามารถเคลื่อนที่ผ่านเกทมิติได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว ออกแบบโดยเอ็ดเวิร์ด โดยคำขอร้องที่ทิ้งไว้ของฟิริน่าเพื่อปกป้องไกด์ เอ็ดเวิร์ดนั้นรักฟิริน่าเหมือนหลานจึงทำตามคำขอร้องนั้น โดยทำการปรับปรุงเมื่อโซลน่อนเซเวียร์ ที่ยังไม่สามารถปลดลิมิเตอร์ได้พ่ายแพ้ต่ออัลเฟนิคเรเบรกเกอร์และการหายสาบสูญไปของฟิริน่า ได้ทำให้ไกด์จมลงสู่ความเศร้าที่แท้จริง เอ็ดเวิร์ดจึงสร้างมันขึ้นเพื่อไกด์  แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเอาชนะอัลเฟนิคเรเบรกเกอร์ได้และขณะกำลังจะพ่ายแพ้อีกครั้ง ในตอนนั้นไกด์ได้ปลดลิมิตเตอร์ของโซลน่อลออกโดยเมโมรี่สุดท้ายที่ฟิริน่าเหลือให้เป็นของขวัญวันเกิดของไกด์ เพื่อแก้แค้นให้กับเธอถึงมันจะผิดต่อคำสัญญานั้นของเขากับเธอก็ตาม และโซลน่อนเซเวียร์ที่ปลดลิมิตเตอร์แล้วก็สามารถเอาชนะอัลเฟนิคเรเบรกเกอร์ได้อย่างงดงาม...
ปล.ไม่ได้พาวเวอร์อัพนะแค่วาริเอชั่นเฉยๆครับ

DARK STALKER TEAM

1.มิซึโฮชิ โมกะ
สาวน้อยอายุ17ปี สูง172cmมีผมยาวสีชพู บุคลิกใจดีอ่อนโยน ฉลาด แต่เมื่อได้นั่งค็อกพิทเธอจะกลายเป็นคนจริงจัง ทุ่มเทและมีความ สามารถปฏิบัติภารกิจต่างๆที่ได้รับให้ประสบความสำเร็จโดยไม่เลือกวิธี เธอได้เข้าร่วมทีมกับมิโซเระเเละคุรุมุในการปฏิบัติงานต่างๆและเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่กลายๆ เรื่องอื่นๆนั้นยังเป็นความลับอยู่
2.คานะสึกิ คุรุมุ
สาวน้อยอายุ17ปีเช่นเดียวกับโมกะส่วนสูง173cm มีผมสีฟ้าและเธอมักจะใส่ที่รัดผมสีม่วงอ่อนติดดาวเสมอ นิสัยของเธอเป็นคนขี้เล่น สบายๆ ร่าเริงอยู่เสมอ แต่ความสามารถในการรบนั้น จัดว่าสูงเข้าขั้นทีเดียว เธอเป็นคนควบคุมอาวุธระยะประชิดทั้งหมดของยานรบDIVINE WINGS เสียอย่างเดียวเธอออกจะใจร้อนไปหน่อยนี่ล่ะ ส่วนเรื่องอื่นๆก็ยังคงเป็นความลับอยู่
3.ไอคาว่า มิโซเระ
อายุ17ปี เช่นเดียวกัน ผมสีสั้นประบ่าม่วงอ่อน เธอเป็นคนควบคุมการเคลื่อนไหวทั้งหมดของยานรบดีไวน์วิงค์ ฝีมือการควบคุมนั้นเรียกว่าไม่เป็นรองใคร นิสัยส่วนตัวดูจะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยยิ้ม แต่เธอกลับมีรอยยิ้มที่สวยงามมาก มักจะเป็นคนคอยห้ามโมกะกับคุรุมเสมอเวลาทะเลาะกัน และเธอนั้นชอบทานน้ำเเข็งใสมากๆ ที่เหลือยังเป็นความลับ

DSX-XTA-05-DIVINE WINGS
IMAGE CONCEPT เวก้าเรี่ยน+แฟนท่อมกาโอ สีดำเป็นหลักสลับแดง

ยานรบปริศนาของ DARK STALKER TEAM ทั้งระบบอาวุธทั้งหมดยังเป็นปริศนาอยู่ แต่ยานรบลำนี้ได้ติดตั้งเตาDIMENSIONSPHERE ENERGY ไว้ด้วยและมันยังสามารถเปลี่ยนเฟรมในการรบแบบฉับพลันได้อีกด้วย ยานรบลำนี้ยังไม่ทราบที่มาและผู้สร้าง ทั้งพลังอาวุธและความเร็วนั้น เป็นความเร็วของยานที่มาจากอนาคตอันไกลโพ้นอย่างแน่นอน..
ผู้สร้างคือ ศจ.เฟรย่า ฟอนด์การ์ด คุณแม่ของไกด์สร้างขึ้น โดยมอบให้พวกโมกะ ที่เป็นไบโอฮิวมานอยด์ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อควบคุมยานรบลำนี้ โดยมอบภารกิจให้ตัดสินใจได้เองภายใต้คำสั่ง "จงทำให้พวกเค้าเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง หากสามารถยอมรับได้ก็จงเป็นพลังให้พวกเค้า ในการต่อสู้ที่แท้จริง" ดีไวน์วิงค์ ถูกสร้างด้วยโลหะแบบใหม่คือ เนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ที่ได้สามารถสร้างได้สำเร็จในอนาคต ในอุบัติเหตุครั้งนั้นศจ.เฟรย่าตั้งใจที่จะหลุดไปอนาคตแต่เเรก เพื่อให้หลุดพ้นจากการจับตามองของเหล่าเซเว่นส์จัดจ์เม้นต์ และเพื่อให้ศจ.อารัน ดำเนินแผนการต่อไปได้ด้วย.. พวกโมกะได้เคลื่อนไหวโดยเข้าปฎิบัติภารกิจทั้งผู้คอยทดสอบ เก็บข้อมูล เข้าชาวยเหลือ พวกไกด์เรื่อยๆ..ทั้งนี้เพื่อให้ถึงวันนึงที่จะมอบของชิ้นนึงให้กับพวกไกด์ได้
ดีไวน์วิงค์เป็นยานรบขนาดกลางความเร็วสูง โดยเน้นการจู่โจม แบบฮิตแอนรัน อาวุธที่ติดตั้งไว้คือ
1.STAR DUST LAUNCHER ปืนลำแสงแบบโฮมมิ่ง สามารถยิงสาดกระจายได้ทั่วยานรบ
2.EXPERIMENT FAIRY บิทรูปแบบปีกที่สร้างขึ้นจากพลังงานไดเมนชั่น ที่ใช้กระแทกหรือยิงจากระยะไกลได้
3.PHOENIX BREAK ใช้บูสเตอร์กำลังสูงพุ่งผ่านประตูมิติด้วยความเร็วสูงเข้ากระแทกศัตรู
4.OMEGA BURST CANNON ปืนใหญ่กำลังสูงของยสนรบลำนี้ สามารถอัดพลังงานไดเมนชั่นด้วยกำลังสูงแล้วยิงได้หลายรูปแบบ เช่นBURSTยิงแบบอัดพลังงานสูง SPREADยิงแบบกระจาย ปืนนี้ติดตั้งไว้2กระบอก ที่ส่วนบนของยาน และสามารถย้ายไปส่วนล่างได้เช่นกัน
5.PHOENIX CALIBUR CRASH เปิดดาบขานดเล็กทั้งหมดที่ตัวยานมีพร้อมกับอัดพลังงานไดเมนชั่นทุกเล่ม แล้วยิงกระสุนไดเมนชั่นแรงสูงอัดศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้...แล้วพุ่งผ่านประตูมิติ เข้าปะทะได้ทันทีจนศัตรูแหลกเป็นชิ้น
6.SPREAD DIMENSION MISSILE มิซไซล์อัดพลังงานไดเมนชั่นขนาดเล็ก ยิงป้องกันได้ทั่วทั้งยาน
7.MANUVER GALACTICA RAID ยิงกระสุนอาวุธทั้งหมดที่มีเข้าปะทะศัตรู รวมถึงใช้ดาบฟีนิกซ์เข้าปะทะครั้งสุดท้าย ไม้ตายนี้ต้องใช้โดยการเปิดพลังงานไดเมนชั่น100%
8.FINAL MANUVER X-IMPACT RAID เปิดพลังงานไดเมนชั่น200% พร้อมกันนั้นก็ใช้อาวุธทุกชนิดยิงจากระยะไกลแล้วเปิดเกทล้อมศัตรูพร้อมพุ่งผ่านเกทเข้าชนศัตรูทุกทิศทาง
9.DI.S.E.BURST IMPACT-X-INFINITE ท่าประสานสูงสุด โดยหุ่นในPROJECT ปลดลิมิตเตอร์แล้วเข้าปะทะ
ดีไวน์วิงค์นั้นนอกจากจะสร้างด้วยโลหะพิเศษแล้วยังมีระบบพิเศษคือ SUPER CANCEL SYSTEM ที่สามารถยกเลิกความสามารถพิเศษของระบบต่างๆที่ไม่ใช่พลังงานไดเมนชั่น ไม่สามารถทำงานได้ ภายใต้ระบบนี้ ในระยะเวลาหนึ่งๆ นอกจากนี้ยังใช้เตาพลังงานไดเมนชั่นแบบพิเศษที่เสถียรแล้วอีกด้วย..

โซลวาเรี่ยนอาร์คเรท เซเวียร์
DSX-XTA-1-WA-X SOLWARION ARCHRET XAVIER
โซลน่อนเซเวียร์ที่สร้างขึ้นใหม่โดยใช้พลังงานของมรดก"กุญแจแห่งราชา"โดยการรวมเตาพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์เข้ากับแร่ชนิดใหม่ชื่อเนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ซึ่งเป็นแร่พลังงานที่เหมาะสมที่สุดเพื่อดึงเอาพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์มาใช้งานได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้โซลวาเรี่ยนนั้น เเข็งแกร่งกว่าโซลน่อนตัวเดิมแบบเอามาเทียบกันไม่ได้ ไกด์ใช้ด้วยความที่โซลน่อนนั้นพยายามจะตอบสนองไกด์โดยพัฒนาตนเองไปพร้อมกันหากแต่การพัฒนาการของไกด์นั้นเร็วมาก ทำให้โซลน่อนไม่สามารถตอบสนองได้และบวกกับการใช้พลังงานแบบปลดลิมิตเตอร์หลายๆครั้ง จนทำให้โซลไดร์ฟราเที่ยมถึงขีดจำกัด จนในที่สุดเมื่อได้พบกับฟิริน่าที่กลายเป็นศัตรู ไกด์พยายามเกลี้ยกล่อมฟิริน่า เพราะเขาไม่สามารถสู้กับเธอได้ แต่ฟิริน่านั้นโจมตีใส่ไกด์อย่างหนัก ไกด์จึงปลดลิมิตเตอร์เพื่อเข้าหยุดเธอให้ได้และใช้พลังงานเกินลิมิตแต่ก็ไม่สามารถเข้าช่วยเธอได้ ผลการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้โซลน่อน เซเวียร์ เสียหายหนักมากจนไม่สามารถจะซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิมได้ ทำให้ไกด์จึงเจ็บปวดมากที่ไม่สามารถช่วยเหลือคนสำคัญของตนเองและโซลน่อนคู่หูเขาหุ่นของคุณพ่อที่ร่วมสู้มากับเขาตลอดก็มีสภาพเสียหายยับเยิน เพราะปกป้องเขานั่นเอง แต่การมาของโมกะ คุรุมุ มิโซเระ พร้อมกับของขวัญจากคุณแม่ของเขาคือเนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ก็จุดประกายความหวังให้เขาอีกครั้ง...แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้ส่วนคอร์ของเตาพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์กับแร่นี้ใช้งานร่วมกันได้  แต่ในคืนนั้นไกด์ได้พบกับGOLDEN BOX หรือเมมโมรี่ยูนิตของโซลน่อนเซเวียร์ในค็อกพิท และเห็นรายละเอียดการพัฒนาไปสู่ร่างใหม่ ที่ฟิริน่าออกแบบไว้และภาพโฮโลแกรมการดูแลซ่อมบำรุงโซลในทุกๆวัน และรอยยิ้มของเธอในแต่ละวันทั้งหมดในGOLDEN BOX และแปลนก็ปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมสำหรับเขา เขาจึงขอให้เอ็ดเวิร์ดซ่อมและสร้างโซลน่อลตัวใหม่ตามแบบแปลนนี้ และให้ชื่อของมันตาม GOLDEN BOXที่ฟิริน่าตั้งไว้ว่าโซลวาเรี่ยนอาร์คเรท เซเวียร์ ที่หมายถึงผู้ช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ แต่ถึงแม้จะสร้างสำเร็จ มันก็ไม่ยอมทำงานเพราะส่วนคอร์พลังงานไม่ตอบสนองกับแร่ชนิดใหม่ ในขณะที่สถานการณ์กำลังคับขันและการปรากฎตัวอีกครั้งของฟิริน่า ที่เข้าโจมตีฝ่ายตัวเอกอีกครั้ง ไกด์ได้เข้าไปนั่งในค็อกพิทและพยายามขับเคลื่อนโซลวาเรี่ยน...ด้วยเสียงตะโกนจากหัวใจและความรู้สึกของเขาที่จะช่วยฟิริน่าให้ได้ ทำให้เขาดึงพลังของยีนที่เหมาะสมAM-C-TYPE-EX ออกมาและพลังงานไดเมนชั่นก็ตอบสนองต่อสิ่งนั้น และในที่สุดมรดก"กุญแจแห่งราชา"ก็สร้างปาฎิหาริย์โดยตอบสนองต่อความตั้งใจอันบริสุทธิ์ของไกด์ โดยทำให้แร่เนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมทและส่วนคอร์ของเตาพลังงานทำงานโดยคอร์เปล่งพลังเป็นละอองพลังงานเข้าสู่โซลวาเรี่ยนทั้งตัวโดยทั้งด้านนอกและด้านในของโซลวาเรี่ยน และในที่สุดระบบทั้งหมดก็ทำงานโซลวาเรี่ยนได้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล และได้แสดงพลังของการ์เดี้ยนที่แท้จริงออกมา โดยการใช้บาเรียดูดกลืนลำแสงไดเมนชั่นแรงสูงที่โจมตีใส่ยานรบ และไกด์ก็บังคับมันออกไปช่วยฟิริน่าทันที
อาวุธของโซลวาเรี่ยนอาร์คเรท เซเวียร์ ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด อาร์คคาลิเบอร์ด้านขวาเปลี่ยนเป็น AXT-W-RX แรกน่าร็อค คาลิเบอร์ ความสามารถในการโจมตีสูงขึ้น โดยตัวดาบอาบพลังงานไดเมนชั่นตลอดเวลา และสามารถสลัดใบดาบทิ้งและสร้างพลังงานไดเมนชั่นแบบเเข็งตัวแบบคริสตัลเป็นใบดาบแทนได้ นอกจากนี้ดาบเล่มนี้ยังสามารถทะลวงบาเรียได้ทุกชนิด เพราะตัวพลังงานไดเมนชั่นจะหักล้างสนามพลังงานชนิดอื่นๆ  อาร์ค คาลิเบอร์ด้านซ้ายเปลี่ยนเป็นAXT-W-ZX เซโอไซครอส คาลิเบอร์ เป็นดาบพลังงานไม่มีใบดาบ สร้างตัวดาบจากพลังงานไดเมนชั่น ความสามารถของดาบเล่มนี้คือ ความเร็วในการฟันจะสูงกว่าปกติ รวมไปถึงเมื่อฟันโดนศัตรูจะใช้พลังงานไดเมนชั่นบีบอัดใส่ตัวศัตรูด้วย ดาบทั้งสองเล่ม สามารถยิงกระสุนพลังงานไดเมนชั่นแบบบีบอัดได้ในระยะกลาง และมีความสารถตัดโลหะได้ทุกชนิดไม่ว่าจะโลหะอะไรก็ตาม และยังสามารถระงับการฟื้นฟูสภาพของโลหะชนิดนั้นๆได้ด้วย เมื่อนำทั้งสองเล่มมาประกบกันจะกลายเป็นAWT-ZX-RX-U อัลติเมท คาลิเบอร์ดาบพลังงานขนาดใหญ่ ที่สามารถแยกมิติให้แยกกันโดยสมบูรณ์ได้โดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และสามารถทำลายมิติที่แยกมาด้วยการฟันครั้งเดียวเช่นกัน แต่ดาบทั้งสองเล่มไม่สามารถแปลงเป็นไรเฟิลได้เหมือนอาร์คคาลิเบอร์เล่มเก่า โซลวาเรียนจึงมีอาวุธระยะไกลเพียงแค่ADW-01-TYPE-U เอเทอนัล ซอร์ด ไรเซอร์ บิทสำหรับยิงลำแสงและกระแทกได้ โดยปรับปรุงคือบิทสามารถทะลุผ่านเกทมิติไปโจมตีศัตรูได้ และใบดาบนั้นสร้างจากพลังงานไดเมนชั่นโดยตรง ไม่มีใบดาบแบบของเก่า ส่วนระบบต่างๆที่เป็นระบบสนับสนุนยังคงเดิมแต่พัฒนาให้สูงขึ้นเป็นระดับใหม่ไม่ว่าจะเป็นORION SYSTEM III,CROSSLINK SYSTEM III โซลวาเรี่ยนนั้นพัฒนาโดยตัดอาวุธที่ไกด์ไม่ค่อยได้ใช้ออกทั้งหมด ซึ่งแน่นอนฟิริน่าเป็นคนเก็บข้อมูลมาทั้งหมดเธอจึงออกแบบไว้แบบนี้ นอกจากนี้ไดเมนชั่นบาเรียของโซลวาเรี่ยนก็เปลี่ยนจากการเบี่บงเบนพลังงานเป็ดูดกลืนพลังงานได้ โดยสามารถดูกลืนอาวุธลำแสงที่เป็นแนวพลังงานได้ ในปริมาณสูงระดับหนึ่ง ส่วนการเบี่ยงเบนพลังงานมิตินั้นสามารถยังคงสามารถใช้ได้ดังเดิม ด้วยการใช้โลหะชนิดใหม่นี้ทำให้ตัวโซลวาเรี่ยนสามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ได้เต็มที่ โดยสามารถคงสภาพโหมดBURSTได้ตลอดเวลา โดยการใช้สภาพนี้จะกางปีกพลังงานสีรุ้งด้านหลังขนาดใหญ่ และส่วนทรัสเตอร์และช่องระบายจะกระจายพลังงานสีรุ้งออกมาตลอดและความเร็วพลังการโจมตีจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า และอนุภาคนี้จะทำให้เกิดรอยแตกเล็กบริเวณมิติได้ และยังสามารถทำให้ศัตรูที่อยู่ภายในอนุภาคนี้ เคลื่อนไหวได้ช้าลง และระบบป้องกันทุกชนิดจะไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดั้งเดิมโดยจะลดทอนลงเหลือเพียงครึ่งเดียว แต่สภาพBURSTมีผลกับนักบินมากกว่า เพราะต้องใช้พลังงานจากร่างกายถึงขีดสุด

ฟาร์แองเจิ้ลเรี่ยน แวนการ์ด
DSX-XSA-1-ASWS-X FAHANGELION VANGUARD หุ่นที่พัฒนามาจากฟาเรนชูไวส์ ที่ทำให้มรดก"ปีกของเทพธิดา"ทำงาน และเนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ปรากฎตัวต่อหน้าโซลน่อนเซเวียร์ของไกด์ในระหว่างที่กำลังต่อสู้กับลีเฟล และกำลังจะเอาชนะได้...หุ่นตัวนี้ก็ปรากฎตัวขึ้น และยิงโจมตีใส่โซลน่อนเซเวียร์อย่างหนัก ซึ่งไกด์ไม่สามารถรับมือกับการยิงในแต่ละครั้งได้เลย เพราะฝีมือการยิงของไพล็อตนั่นไม่มีจุดบอดแม้แต่น้อย..ซึ่งทำให้เขาและโมโมะที่สังเกตดูการโจมตีแต่ละครั้งนั้นเหมือนกับฟิริน่าไม่มีผิด หากแต่ต่างกันตรงที่การยิงแต่ละครั้งของไพล็อตคนนี้มุ่งเอาชีวิตทุกครั้ง แต่ด้วยการช่วยเหลือของโมโมะและการแทรกแซงของพวกโมกะก็ทำให้หุ่นตัวนี้และลีเฟลถอนตัวไป ก่อนจากไปเธอได้เเนะนำตัวเองว่าคือ ยูริเอล 1ในเซเว่นจัดจ์เม้นด์ และเป็นพี่สาวของลีเฟล หากแต่หน้าตาของเธอนั้นช่างเหมือนกับฟิริน่าไม่มีผิด....ฟาร์แองเจิ้ลเรี่ยนนั้นยังคงเน้นสมรรถนะในการโจมตีระยะไกลไว้สูงเหมือนเดิมแต่ก็ติดตั้งดาบเรเปีย"ลามิน่า"ดาบเรเพียแบบพิเศษที่ใบดาบอาบพลังงานไดเมนชั่นตลอดเวลาไว้ที่เอวซ้าย นอกจากนี้ยังพัฒนาFINที่เคยติดตั้งไว้ เป็นแบบขนนกพลังงานที่สร้างได้จากพลังงานไดเมนชั่น โดยติดตั้งไว้ที่ปีกด้านหลัง ถูกถอดระบบบีมรีเฟล็คออก เปลี่ยนบาเรียเป็นแบบดูดกลืนพลังงานต่างๆแทน ติดตั้งไดเมนชั่นไรเฟิลที่เอวขวาปกติจะติดไว้ที่ยานรบสนับสนุน SP-01 SUPERIORพัฒนาเป็นSP01-TYPE-EXE SPERRIOR TYPE EXE โดยติดตั้งปืนใหญ่สองกระบอกคือ ไฮเปอร์ ไดเมนชั่น บัสเตอร์ ลันเชอร์ ที่เวลาส่งมาจะประกบเข้าที่ไหล่2กระบอก สามารถยิงกระสุนไดเมนชั่นในรูปแบบพลังงานหลายแบบ เช่นกระจาย บีบอัดอนุภาค ลำแสง เลเซอร์ และปืนใหญ่แบบกระบอกเดี่ยว2แบบคือ1.โอเวอร์เวล แพนเดโมเนียม แลนเชอร์ ยิงพลังงานหักล้างพลังงานอื่นๆได้ โดยยิงเป็นพลังงานลำแสงแนวตรง 2.แองเจิ้ลเบลด สเตรท คาลิเบอร์ ปืนยิงลำแสงไดเมนชั่น ที่แปลงรูปปืนเป็นดาบได้ และเมื่อนำมาประกอบกันจะกลายเป็นแองเจิ้ล แพนเดโมเนียม โอเวอร์เวล มี2โหมด 1.ลองเรนจ์ โดนจะยิงกระสุนไดเมนชั่นรูปแบบพลังงานในรูปแบบลูกธนู พุ่งทะลวงบาเรีย และตรึงศัตรูอยู่กับที่ได้ 2.ช็อทเรนจ์ ดาบปลายปืนพลังงานไดเมนชั่นขนาดใหญ่ พุ่งทะลวงศัตรูได้ และตัวใบดาบพลังงาน จะสามารถอัดพลังงานไดเมนชั่นแบบเข้มข้นให้ระเบิดใส่ศัตรูได้ นอกจากนี้เมื่อแทงโดนจะปรับเป็นลองเรนจ์ยิงก็ได้ สำหรับยานสนับสนุนซุพีเรียไทป์เอ็กเซ่นั้น เมื่อใช้พลังงาน100%ก็สามารถแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่พลังงานไดเมนชั่นขนาดใหญ่มากชื่อ"อเล็กซานไดร์" สามารถยิงกระสุนพลังงานตรึงเป้าหมายได้ โดยจะสร้างเกทมิติด้านหลังศัตรูไว้ด้วย เหมือนของเดิม แต่พลังงานที่ยิงจะเป็นสีรุ้งและมีความรุนแรงกว่าเดิม และแนวยิงที่พลังงานผ่านจะแยกมิติเพื่อเข้ากระแทกศัตรูโดยไม่สนใจเป้าหมายที่ไม่เกี่ยวข้อง และตอนพลังงานระเบิดจะสร้างพลังงานไดเมนชั่นรอบตัวศัตรูในรูปแบบวงกลมบีบอัดพลังงานทั้งหมดเข้าหาศัตรูอย่างเดียว เพื่อป้องกันพื้นที่รอบข้าง และเมื่อเดินพลังงานปลดลิมิตเตอร์ออก พลังของมรดก"ปีกของเทพธิดา"ทำงาน ฟาร์แองเจิ้ลเรี่ยน จะกางปีกสีรุ้งออกมาด้านหลัง พลังงานไดเมนชั่น ทั้งหมดจะพุ่งออกมาและจะถ่ายพลังงานเข้าสู่ปืนใหญ่และจะแปลงสภาพเป็นสภาพสุดท้ายคือ"คอสโม่ลอว์ อเล็กซานไดร์" และจะล็อคเป้าหมายพร้อมยิงทันที จะยิงพลังงานแรงสูงทลายมิติออกจากปืนใหญ่ทันที โดยจะมีฟินขนาดเล็ออกจากปืนใหญ่ไปล็อคเป้าหมาย และล็อคศัตรูไว้ด้วย ทุกที่ที่พลังงานผ่านจะเกิดรอยแยกแตกกระจายมิติทันที และพลังงานจะเข้าบีบอัดทำลายศัตรูพร้อมกับพาศัตรูเข้าเกทมิติแล้วระเบิดทำลายในช่องว่างมิติทันที สำหรับจุดเด่นในการโจมตีผ่านมิติได้ ยังคงมีอยู่และสามารถทำได้เร็วกว่าเดิม เพราะเปิดเกทได้เร็วเท่าเดิม ส่วนระบบสนับสนุนทั้งหมดจะพัฒนาไปเท่ากับโซลวาเรี่ยนทั้งหมด....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 29, 2009, 01:36:50 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
Alasthor
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1058



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2009, 08:02:59 PM »

ชื่อ - ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์
เพศ - ชาย
อายุ - 24
สูง - 175 ซม.
น้ำหนัก - 65 กก.
รูปร่างหน้าตา - ประมาณเนโรใน DMC4 แต่สีผมและสีตาเป็นสีดำแทนครับ
นิสัย - ชายหนุ่มที่ค่อนข้างบ้าพลังเพราะพลังงานเหลือเฟือ ความสามารถทางกายสูง
คุยเล่นได้กับทุกคน เวลาว่างเป็นกินแหลก เกลียดคนที่นิสัยชอบดูถูกคนอื่น
ไม่ถนัดใช้ความคิดแบบยิบย่อย(เกือบๆจะเรียกว่าบื้อ) แต่มักใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจได้ดี
ชื่นชอบการต่อสู้เพื่อฝึกฝนตัวเอง แต่ไม่ชอบการต่อสู้เพื่อรุกรานหรือทำลาย
ปกติจะเป็นคนง่ายๆสบายๆไม่คิดมาก แต่ก็มีบางเวลาที่โกรธจัดก็จะไม่ยั้งมือในการต่อสู้
โดยเฉพาะเมื่อเจอการกระทำที่ไม่สมศักดิ์ศรีนักสู้ เช่น ใช้ตัวประกันหรือลอบกัด

ประวัติ - เดิมอาศัยอยู่ในโลกใต้พิภพ ท่องเที่ยวเดินทางฝึกฝนไปเรื่อยๆ
ประเหมาะเคราะห์ซวยหลงทางไปเจอซากโบราณ เจ้าตัวเห็นว่าคงใช้ฝึกฝีมือได้ดีเหมือนกัน
เลยตะลุยไปจนชั้นที่ลึกที่สุดเลยได้พบกับ "Ixion"
พร้อมจารึกที่ว่าขอให้ผู้ที่ได้รับไปช่วยปกป้องทั้งโลกเบื้องล่างและเบื้องบนด้วย
เจ้าตัวก็บื้อเพราะเห็นว่าโลกข้างล่างก็ยังไม่มีอะไร โลกข้างบนก็ยังไม่เคยไป
เลยตัดสินใจจะลองขึ้นไปโลกเบื้องบนดูเผื่อจะหาคนมาลองสู้เพื่อฝึกฝนได้อีก
หารู้ไม่ว่าตัวเองต้องไปเจอกับสถานการณ์ที่ต้องทำตามคำจารึกซะแล้ว
(ประวัิตินี่ผมแต่งโดยอิงๆจาก ราเกียส และโลกของดันไบน์ ถ้าต้องการแบบออริจินัลก็รบกวนดัดแปลงตามความเหมาะสมนะครับ)

ยูนิท
ไทป์ - จัดไม่ได้(ประมาณโซลเกนครับ เพราะมันกึ่งๆน่ะ)
ชื่อ - The Lord of Elemantal-Lord of Lighting " Ixion"
ลักษณะ



ท่าโจมตี
- Code eins "Lighting Magnum" สร้างสายฟ้าไว้ที่มือและเท้า พุ่งเข้าไปโจมตีธรรมดา
- Code zweii "Paradise Lost" พุ่งเข้าไปโจมตีพร้อมสร้างกรงขังจากสายฟ้าจากนั้นกรงขังก็จะช๊อตศัตรูที่โดนขังอยู่
- MAPW Code "Heven Punishers" สร้างอาณาเขตพายุสายฟ้าวงกว้างที่จะทำลายศัตรูในขอบเขต(ใช้ได้เฉพาะในบรรยากาศโลก)
- Code dri "Gaia Force" เข้าไปโจมตีแล้วลากศัตรูพุ่งไปตามพื้น(นึกภาพสตั๊ก บีเทิ่ล ครั้ชเชอร์ประกอบ)
พร้อมกับมีสายฟ้าผ่าลงมาใส่เรื่อยๆ
- Final Code "Volt Install" อัญเชิญฑูตแห่งสายฟ้ามาเข้าทรง ปลดปล่อยลิมิตทั้งหมด จู่โจมด้วยพลังทำลายและความเร็วสูงสุด
- Secret Code "Ultima Nova" การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของ Ixion เร่งพลังทั้งหมดจนโอเวอร์ลิมิต
พุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังและความเร็วระดับเหนือจินตนาการ ภายหลังการโจมตีจะได้รับความเสียหายจากการโจมตีของตัวเองด้วย

ความสามารถพิเศษ(อันนี้ถ้าอันไหนโกงหรือเวอ่ร์ไปก็ปรับตามความเหมาะสมนะครับ)
The Lord Of Lighting - เมื่อกำลังใจเพิ่มถึงระดับหนึ่งความเร็วและพลังโจมตีของยูนิทจะเพิ่มขึ้นและเพิ่มความสามารถพิเศษ แยกร่าง
Zeus - เมื่อกำลังใจเพิ่มถึงระดับสูงสุด ค่าพลังทุกอย่างของไพล๊อทจะเพิ่ม(มากน้อยไม่เท่ากัน)  ตัวยูนิทจะเพิ่มพลังโจมตีความเร็วและความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกรวมทั้งความ สามารถการดูดกลืนบีม และใช้กระแสไฟฟ้าในอากาศรบกวนเรดาห์การเล็งต่างๆได้
ปลดลิมิทสามารถใช้ Secret Code "Ultima Nova" ได้

ประวัติ - เทพมารจักรกลที่ถูกสร้างมาโดยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์ที่ต่างจากเหล่าออร่าแบทเล่อร์
ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะใช้พลังงานคล้ายกัน แต่ยูนิทนี้จะดึงพลังงานจากไพลอทเยอะกว่ามหาศาล ไพลอทที่ผ่านการทดสอบ
จึงยังไม่ปรากฎ จึงโดนผนึกไว้พร้อมทั้งทิ้งการทดสอบไว้ด้วย จากนั้นผู้ที่สร้างมันขึ้นมาก็ได้จากไป ทิ้งไว้แต่เทคนิคการใช้พลังงาน
จากไพลอทเพื่อเพิ่มพลังให้กับยูนิท ดังนั้นก็เปรียบเสมือนว่า Ixion เป็นพี่น้องกับเหล่าออร่าแบทเล่อร์ก็ได้ หลังจากนั้นเวลาก็ผันผ่าน
ออร่าแบทเล่อร์ได้ถูกพัฒนาอย่างแพร่หลาย แต่เทพมารจักรกลตัวนี้ก็ถูกลืมเลือนและรอผู้ที่สามารถจะมาท้าทายกับดักและการทดสอบ
อยู่ในซากโบราณรกร้าง จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเจ้าบื้อคนนึงมาอาละวาดทดสอบฝีมือในที่ๆเหลือไว้ทดสอบความคู่ควรในการเป็นสหายศึก
กับเทพมารจักรกลตัวนี้

อื่นๆ - เนื่องจากตัวหุ่นมีคุณสมบัติของสายฟ้า อีกนัยหนึ่งก็คือแสง
ดังนั้นการโจมตีด้วยบีมจะได้ผลน้อยกว่าปกติ สมรภูมิที่เป็นน้ำหรือมีความชื้นในอากาศสูง
จะทำให้ยูนิทตัวนี้สร้างความเสียหายได้มากกว่าปกติ

Extra

1.  หุ่นของตัวละครคุณ(โปรดระบุชื่อมาด้วย)  สามารถบินในชั้นบรรยากาศได้หรือไม่
- Ixion บินโดยอิสระไม่ได้

3.  ถ้าบินไม่ได้  แล้วหุ่นตัวดังกล่าว  มีลักษณะการใช้งานภายใต้แรงดึงดูด  หรือในชั้นบรรยากาศอย่างไร  โปรดระบุมา
- Ixion บินโดยอิสระไม่ได้ แต่สามารถใช้การเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  ช่วยให้การกระโดดสูงและช่วงลอยตัวระหว่างกระโดดนานกว่ายูนิททั่วไป
  แต่ถ้าเป็นการรบภาคพื้นดินในแรงดึงดูด ฝ่ายศัตรูคงต้องเตรีียมยูนิทมาสู้เยอะหน่อยล่ะ

4.  ถ้ามีซัพฟรายยูนิทสำหรับเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อยากได้หรือไม่  แล้วถ้าอยากได้  อยากได้เป็นแบบใด
- ไม่อยากได้

5.  ความสามารถและความถนัดจัดเจนในแต่ละพื้นที่ของนักบิน  โปรดระบุมาให้ละเอียด
-อวกาศ A ท้องฟ้า(ในช่วงกระโดดลอยตัว)C พื้นดิน S น้ำ C
 การโจมตีบนพื้นดินมีความต่อเนื่องทรงพลังที่สุด บนฟ้าหรือในน้ำจะเน้นการโจมตีแบบรวมพลังแล้วซัดครั้งเดียวเน้นๆ
 บนอวกาศจะใช้การพุ่งตัวตามโจมตีต่อเนื่องแบบไม่ทิ้งระยะ

6.  ทักษะการบินของนักบินคุณอยู่ใน แนวทางใด  อธิบายมาอย่างละเอียด
- แนวหน้าบุกทะลวง

7.  นักบินของคุณจะกลัวเหตุการณ์  ภารกิจ  หรือการเผชิญหน้ากับหุ่นรบตัวใดเป็นพิเศษบ้าง
- ไม่กลัว แต่จะค่อนข้างแพ้ทางนักบินสาย Hit&Away และ เทคนิค

8.  นักบินคนนั้นจะแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ
- โดนศัตรูที่ใช้การโจมตีระยะประชิดรุมล้อมหรือดวลเดี่ยว
(ยิ่งถ้ามีการกระทำที่ขี้ขลาดต่อหน้าอีก ศัตรูคนนั้นก็เตรียมตัวส่งเชียงกงได้)

9.  ข้อพิเศษแตกต่างออกไปจากนักบินคนอื่นๆคืออะไร
- พื้นฐานร่างกายมากกว่าคนธรรมดาค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาในการทำการต่อสู้สูงกว่านักบินทั่วไป

10.  นักบินของคุณมีความชอบที่จะร่วมงานกับใครมากเป็นที่สุด
- คนที่นิสัยลุยๆไปด้วยกันได้ หรือคนที่คอยแบ็คอัพแล้วยอมปล่อยให้ลุยตามสะดวก

11.  อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆทางด้านใดบ้าง (กับใครอย่างไร  โปรดระบุ)
- เห็นเรย์กิวเป็นคู่มือที่ยอมรับ เจอเมื่อไหร่พุ่งใส่ แน่นอนรู้อดีตเมื่อไหร่ต้องว้ากใส่ให้รู้ตัว สุดท้ายจีบ(ถ้าคุณพ่อยอมอ่ะนะ)
 
12.  คำพูดตอนขานชื่ออกเครื่องนั้น มักจะบอกว่า อะไร
- จงคำราม!!!! Ixion!!!!

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

1 ใน 13 แกนนำ Seeker Of Truth

ชื่อ - อัลคาน่า เซอร์ร่า ฟอน โซลาริส
เพศ - หญิง
อายุ - 16
สูง - 155 ซม.
น้ำหนัก - 40 กก.
รูปร่างหน้าตา - ประมาณชูเรเลียจากซีรี่ย์ Ar tonelico ผมสีดำผูกหางม้า ตาสีเงิน แววตามหาโหด
นิสัย - หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี เงียบขรึม เย็นชา รักการต่อสู้ ไม่ปราณีพวกอ่อนแอ กลับกันก็มีความเป็นนักรบสูง
ยกย่องและยอมรับผู้ที่แข็งแกร่งมีฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม

ประวัติ - หญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์ที่ล่มสลายของโลกใต้พิภพ ที่ถูกทำลายโดยผู้ปกครองโลกใต้พิภพยุคปัจจุบัน
เหตุการณ์ดังกล่าวได้ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่เชื้อพระวงศ์ที่เหลือรอด ก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะทวงสิทธิ์การปกครองกลับคืนมา
และได้ทำการสั่งสอนและปลูกฝังความคิดของเธอให้เกลียดชังผู้ปกครองในปัจจุบัน จากการที่สมัยเด็กได้ถูกฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้กลายเป็น
บุคคลที่สมบุรณ์แบบ จึงมีความสามารถรอบด้านสูงส่งตามสายเลือด แต่ก็ส่งผลให้กลายเป็นคนเย็นชาเนื่องจากไม่มีช่วงสนุกสนานในวัยเด็ก
ระหว่างคิดหาหนทางที่จะทำตามการปลูกฝังในวัยเด็กก็ได้พบกับบันทึกโบราณที่บอกสถานที่ผนึกเทพแห่งการทำลายเอาไว้
เมื่อไปถึงสถานที่ๆบันทึก ก็ได้พบว่ามีกลุ่มคนที่เหมือนไม่ใช่คนในโลกใต้พิภพกำลังค้นหาสิ่งเดียวกับเธอเช่นกัน
แน่ นอนการแย่งชิงจึงเกิดขึ้น หน่วยค้นหาธรรมดาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอจึงถูกจัดการเรียบ แต่เธอก็ไม่สามารถเดินเครื่องสิ่งที่เธอต้องการได้
ขณะนั้นก็มีกองกำลังมหาศาลบุกเข้า พร้อมการโจมตีอย่างหนักหน่วง ระบบที่ปิดอยู่ก็เปิดขึ้น
เหมือนกับว่าเตรียมพร้อมที่จะทำลายล้างเหล่าศัตรูที่โจมตีเข้ามา ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
กอง กำลังที่บุกเข้ามาก็สลายไปพร้อมกับผืนแผ่นดินเบื้องหน้า หลังจากนั้นชายที่คล้ายนักวิทยาศาสตร์พร้อมกองกำลังที่มากกว่าการจู่โจม ครั้งแรก
ก็ออกมายื่นข้อเสนอว่าจะช่วยยึดโลกใต้พิภพกลับมาหากเธอให้ความร่วมมือตามแผนของเขา เธอจึงตัดสินใจร่วมมือกับชายคนนั้น
แม้ว่าความรู้สึกของเธอจะบอกว่าไว้ใจคนๆนี้ไม่ได้ก็ตาม

ยูนิท
ชื่อ - The Lord of Elemantal - Lord of Inferno "Hellbringer"
ลักษณะ - กำลังร่างแล้วจะขอให้คุณ F เกลา
สีแดงเลือดลวดลายตามลำตัวสีทองมีปีกแสงอยู่ 6 ปีกในโหมดปกติ สูงประมาณ 25 เมตร

ท่าโจมตี
- Wing of Pride การโจมตีพื้นฐานใช้การเร่งความเร็วเหนือเสียงโดยปีกแสง 3 คู่เพื่อเข้าไปโจมตี
ความเร็วจากการเร่งจะทำให้เพิ่มความเสียหายจากความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีด้วย
- Gehena Breaker  สร้างดาบพลังงานความร้อนที่เพิ่มระยะการโจมตีได้ตามต้องการ
การป้องกันโดยใช้อาวุธหรือโล่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากสภาพพลังงานของดาบที่ต่างจาก
อาวุธประเภทบีมอื่นๆ
- Raising Sun ท่าโจมตีวงกว้างที่ใช้การสร้างดวงอาทิตย์เทียมขนาดเล็กขึ้นมาและทำให้ระเบิด
ความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถควบคุมได้ตั้งแต่ระยะ 10 - 50 ตารางกิโลเมตร
และไพล๊อทจะได้รับความบอบช้ำจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นด้วย
การโจมตีนี้ยังเป็นการเพิ่มพลังให้ Hellbringer เองอีกด้วย
- Wrath of Honor สร้างพลังงานจากปีกแสงที่อยู่ข้างหลังออกมาเพื่อโจมตี รูปแบบของพลังงานที่ออกมา
จะกางออกเป็นตาข่ายที่โดนแล้วสร้างความเสียหาย และหากถูกจับได้แล้วจะโดนดึงเข้ามาเพื่อโจมตีซ้ำ
- Kishin การสร้างร่างเสมือนออกมาโจมตีเป็นจำนวนมหาศาลโดยใช้พลังงานความร้อน
หลังจากร่างเสมือนโจมตีเสร็จจะกลับเป็นพลังงานมารวมที่ร่างจริงเพื่อเป็นการเร่งพลังในการโจมตีชุดสุดท้ายที่รุนแรงที่สุด
- Exa Flare เปิดระบบ Sepiroth System กางปีกแสงทั้งหมด 12 ปีก พุ่งไปในความสูงระดับชั้นบรรรยากาศ
ระเบิดพลังงานมหาศาลแล้วยิงลงมาใส่เป้าหมาย ความรุนแรงไม่อาจจะประเมินได้

ความสามารถพิเศษ
The Lord Of Darkness - ทำงานทันทีเมื่อเดินเครื่องส่งผลให้ค่าพลังไพล๊อทเพิ่มทุกอย่าง
การโจมตีระยะประชิดจากศัตรูจะถูกโต้กลับก่อนจะถึงตัว 50%
Sepiroth - เมื่อความเสียหายเกิน 20% ระบบจะทำงาน ทำให้การซ่อมแซมตนเองจะเริ่มขึ้น
ค่าพลังต่างๆสูงขึ้นไปเรื่อยๆตามจำนวนปีกที่ปรากฎ เมื่อครบ 12 ปีก การโจมตีที่รุนแรงที่สุดจะถูกปลดปล่อยออกมา
อนึ่งหลังจากระบบทำงานแล้ว จะไม่มีการหยุดแม้ว่าการซ่อมแซมตนเองจะทำให้ความเสียหายไม่เหลือแล้วก็ตาม
Apollo - ระบบพลังงานอนันต์จากแสง สามารถรับแสงทุกชนิดเป็นพลังงานได้ การโจมตีจากบีมทุกชนิดจะถูกดูดกลืนได้

ประวัติ - เทพมารจักรกลแห่งการทำลายล้างไม่ทราบผู้สร้างแน่ชัด ถูกพบในช่วงอดีตของโลกใต้พิภพ
แต่ไม่สามรถเดินเครื่องได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ในหุ่นก็มีบันทึกถึงพลังทำลายล้างและสงครามในอดีตอันไกลโพ้นอยู่
ผู้คนในสมัยเก่าที่รักสันติจึงผนึกไว้อีกครั้ง บันทึกไว้เพียงแต่ข้อมูลพื้นฐานและพลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัวเท่านั้น
โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่บันทึกไว้จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ เทพแห่งการทำลายตื่นขึ้นในอนาคต
อนึ่งข้อมูลในบันทึกนั้นได้ถูกนำไปลองสร้างเทพมารจักรกลอีกหนึ่งเครื่อง (Ixion)
แม้ ว่าเครื่องที่ถูกสร้างมาทีหลังจะความสามารถด้อยกว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ แต่ก็ยังไม่มีผู้บังคับได้อยู่ดี จึงผนึกไว้พร้อมกับข้อมูลเช่นกัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2009, 11:30:06 PM โดย Alasthor » บันทึกการเข้า
hagane.f
Hagane.f
New Type Pilot
******
กระทู้: 946


hagane.f@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2009, 08:19:04 PM »

ตัวเอกหญิง

ชื่อ - เรย์กิว(ชื่อเดิมคือ ไอเรีย เฟเรนิล )
เพศ - หญิง
อายุ - 22
H- 170 ซม.
W - 60 กก.
รูปร่างหน้าตา - ลาเมีย + เลโอน่า+เซ็ตสึโกะ

นิสัย -  เป็นคนปิดกั้นตัวเอง พูดน้อย โกรธง่าย  ตัดสินใจเฉียบไว เลือกที่จะปฎิบัติภารกิจให้ลุล่วงโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหาย
ชอบน้ำหวาน(หลังจากทำภารกิจ) เก็บตัวและนอนเป็นส่วนใหญ่ เธอถูกหลอกใช้ให้เป็นหนูทดลองทดสอบควบคุมเครื่องจักรกลวิปลาศ เลกิวออส


ประวัติ - แต่เดิมเรย์กิวชื่อ ไอเรีย เฟเรนิล เลือดกรุ๊ปบี ราศีสิงห์ เป็นนักบินทดสอบในโปรเจค I เนื่องจากเธอทำผลคะแนนได้ในระดับยอดเยี่ยม เกรย์ เพื่อนชายคนสนิทจึงชักชวนให้เธอลองเป็นนักบินทดสอบ WM รุ่นทดลองตัวหนึ่ง นั่นคือ เลกิวออส จักรกลวิปลาศที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมตั้งแต่วันที่มันถูกสร้างจนเสร็จ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเพื่อนสนิทของเธอจะยัดเยียดชะตากรรมอันโหดร้ายให้ ไอเรียโดนควบคุมตัวไปเพื่อรับการดัดแปลง เพื่อให้สามารถ ซิงโครกับเลกิวออสและดึงประสิทธิภาพทั้งหมดของมันออกมา ไอเรียต้องทำตามเพราะพ่อของเกรย์ซึ่งเป็นนักพัฒนาเลกิวออส ได้จับแม่ของเธอเป็นตัวประกัน ซึ่งทางกองทัพก็เห็นด้วยเพื่อแลกกับจักรกลสังหารที่จะเป็นไพ่ตายของพวกตน

ไอเรียได้รับการฝึกอย่างยากลำบาก เธอทั้งเคียดแค้นเกรย์ และโกรธตัวเองที่โดนหลอกใช้  นิสัยของเธอจึงเริ่มเปลี่ยนไป และได้ใช้โค้ดเนมว่า เรย์กิว
(ถ้าตรงไหนไม่เข้าท่า ก็แต่งเพิ่มได้ตามอัธยาศัยนะครับ)

อื่นๆ - อันนี้คิดไว้ว่าจะเพิ่มคู่หู(คู่รัก)ของเรย์กิวมาให้อีกสักคน ประมาณว่าเป็นคนที่จะมาดามหัวใจของเธอหลังจากโดนหลอกใช้มาตั้งนาน จะเอามาลงในเร็ววันนะครับ

เรย์กิว



ยูนิท
ไทป์ - เป็นแบบกึ่งเรียลกึ่งซูเปอร์
ชื่อ -  EWM-000  (Extra War Machine Tripple 0) เลกิวออส
ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์(ไอเดียมาจาก ไวย์ซาก้า โซลเกน และ ซไวย์เซอร์เคน)
สี - น้ำเงินอมเขียว
H- 20 M.
W- 155 T.

ท่าโจมตี
- Illegular motion Lv.1 " ริวเซย์เค็น "  การโจมตีด้วยการต่อยหลายสิบหมัด (เหมือนท่า ฮิจูวชิ อุราเค็น เซย์เค็น ของโดม่อน)
- Illegular motion Lv.2 " ฮิริวเค็น " การบุกเข้าประชิดแบบแจมมิ่งและโจมตีด้วยการใช้ฝ่ามืออัดกระแทก (แจมมิ่งเหมือนกันดั้ม เดทไซส์)
- Illegular motion Lv.3 " บาคุเนตสุ์เค็น " การโจมตีต่อเนื่องด้วยหมัดและเท้า จบกระบวนท่าด้วยหมัดคู่ที่รวมพลังไว้แล้ว
- Illegular motion Lv.4 " จูวเค็น " เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยาการเคลื่อนไหวให้กลายเป็นสัตว์ป่า ต่อสู้โดยจับศัตรูกระแทกกับสิ่งรอบข้าง รวมทั้งการเปลี่ยนนิ้วมือเป็นกรงเล็บ
- Illegular motion Lv.5 " มาโอ จูวชิน เค็น " เป็นการเดินเครื่องเต็มกำลัง ปลดระบบทุกอย่างที่คอยซัพพอร์ทนักบิน ปีกจะกางออกเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ และเข้าจู่โจมโดยใช้ท่าตั้งแต่ Lv.1 ถึง Lv.4 มารวมไว้ด้วยกัน (อนึ่ง Lv.5 นี้จะใช้งานได้เพียง 1 นาที และนักบินที่ต่อให้ได้รับการดัดแปลงแล้ว ก็ยังได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงต่อร่างกาย เนื่องจากต้องควบคุมหุ่นที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง)

เลเวลลับสุดยอด (จริงๆแล้ว ถ้าดูโกงเกินไปก็ตัดออกได้นะครับ ไม่ว่ากัน)
- Illegular motion Lv.0 " จูวชิน เฮน " เป็นการเปลี่ยนร่างครับ เลกิวออส ในร่างนี้ ชื่อจะผันไปเป็น ริวเคออส รูปร่างจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย หุ่นจะอยู่ในสภาพปลดลิมิตเตอร์ และเดินเครื่องไบโอนิค เวสคิวเลอร์ ฟื้นฟูตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ประวัติ - เป็นหุ่นสงครามรุ่นทดสอบติดตั้งระบบ ไบโอนิค เวสคิวเลอร์ ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสภาพเครื่องยนต์รุ่นใหม่ และเป็นหุ่นที่เชื่อมต่อกับนักบินโดยตรงเพื่อดึงสมรรถภาพของหุ่นออกมาได้สูงสุด แต่เมื่อทดสอบเดินเครื่องครั้งแรก เลกิวออส เกิดคลั่งขึ้นมา และทำลายสถานีวิจัยจนราบคาบ มีคนสังเวยชีวิตในเหตุการณ์นี้ หลายร้อยคน ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ พ่อของไอเรียด้วย เหตุที่ไอเรียสามารถควบคุมเลกิวออสได้ อาจจะมาจากพ่อของเธอได้แอบ แบคอัพ ข้อมูลของไอเรียไว้ในหน่วยความจำของเลกิวออส เพื่อที่วันหนึ่งถ้าไอเรียได้มาควบคุมหุ่นตัวนี้จะได้ไม่เป็นอันตรายมาก ลักษณะของเลกิวออสคือ ออกแบบมาเพื่อบุกทะลวงในระยะประชิดด้วยความเร็วสูง มันจึงไม่มีการติดตั้งอาวุธระยะไกลไว้เลย ใช้แหล่งพลังงานจากหินคริสตัลโบราณที่มีคุณสมบัติสะสมพลังงานได้ด้วยตัวเอง

จักรกลวิปลาศเลกิวออส



เลกิวออส แบบติดสตาร์บีไลเซอร์ ที่ใช้ในภาระกิจในอวกาศและในชั้นบรรยากาศ
สามารถสลัดออกทิ้งไปได้หากพลังงานหมด
ในการเคลื่อนที่บนพื้นดิน เลกิวออสใช้การวิ่งและการกระโดดเป็นหลัก
เนื่องจากเลกิวออส ไม่มีอาวุธภายนอกเช่น บีมไรเฟิล จึงไม่มีปัญหาในเรื่องความคล่องตัว
ปัญหาจริงๆนั้นอยู่ที่สภาพร่างกายของนักบิน ซึ่งมีผลกับระยะเวลาในการปฎิบัติงานเสียมากกว่า

1.  เลกิวออส บินในชั้นบรรยากาศได้

2.  การบินในอวกาศ
-บินได้ในระดับที่หุ่นที่ใช้ในอวกาศพึงกระทำได้เป็นปกติ ไม่โดดเด่น ระดับของการบินในอวกาศ A ชั้นบรรยากาศ A พื้นดิน S ใต้น้ำ B

3.  ลักษณะการใช้งานภายใต้แรงดึงดูด หรือในชั้นบรรยากาศ
-โดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากถูกออกแบบมาให้รบในระยะประชิด ข้อต่อ ระบบการเคลื่อนไหว ภายใต้แรงดึงดูดจึงเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างง่ายดาย

4. ถ้ามีซัพฟรายยูนิทสำหรับเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อยากได้หรือไม่  แล้วถ้าอยากได้  อยากได้เป็นแบบใด
-มีอยู่แล้ว

5.  ความสามารถและความถนัดจัดเจนในแต่ละพื้นที่ของนักบิน  โปรดระบุมาให้ละเอียด
-เรย์กิว ถนัดต่อสู้ในสภาพใต้แรงดึงดูด โจมตีเป็นชุด เน้นสร้างความเสียหายในระยะประชิด หากอยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง จะโจมตีแบบฉาบฉวย
แพ้ทางอาวุธลำแสง ป้องกันอาวุธประชิด อาวุธขว้าง หรือที่จับต้องได้ ด้วยมือ

6.  ทักษะการบินของนักบินคุณอยู่ใน แนวทางใด  อธิบายมาอย่างละเอียด
-ทักษะของมนุษย์ดัดแปลงคือ เน้นปฎิบัติภาระกิจให้สมบูรณ์ที่สุด พลาดให้น้อยที่สุด ในบางกรณี ต้องตัดสินใจเองแม้ต้องขัดคำสั่ง

7.  นักบินของคุณจะกลัวเหตุการณ์  ภารกิจ  หรือการเผชิญหน้ากับหุ่นรบตัวใดเป็นพิเศษบ้าง
-ไม่กลัวเหตุการณ์หรือหุ่นรบใดๆ แต่ เกลียดพวกงุ่มง่าม และสนใจ อิ๊กซีอ้อนเป็นพิเศษ
 
8.  นักบินคนนั้นจะแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ
-การลุยเดี่ยวและ ถูกกดดันจากผู้บัญชาการอย่างหนักจนปลดลิมิต
 
9.  ข้อพิเศษแตกต่างออกไปจากนักบินคนอื่นๆคืออะไร
-เป็นมนุษย์ดัดแปลง ทนต่อแรงเหวี่ยงในขณะที่ขับหุ่นด้วยความเร็วสูง การรบประชิดด้วยท่วงท่าและมือเปล่า
 
10.  นักบินของคุณมีความชอบที่จะร่วมงานกับใครมากเป็นที่สุด
-ไม่มี(หรือถ้าจะให้มีจริงๆ ก็เอาลูซิเฟอร์ละกัน ในกรณีที่จะให้เป็นพวกทีหลังนะ)

11.  อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆทางด้านใดบ้าง (กับใครอย่างไร  โปรดระบุ)
-ก็ลูซิเฟอร์นั่นแหละ

12.  คำพูดตอนขานชื่ออกเครื่องนั้น มักจะบอกว่า อะไร
-จำเป็นเหรอเนี่ย...? "ไปกัน...เลกิวออส" ละกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2009, 08:53:59 PM โดย hagane.f » บันทึกการเข้า

dradongenesis
Global Moderator
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1732


G-dradongenesis

dradongenesis@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2009, 03:01:18 AM »

เอาข้อมูล มาลงไว้บ้างครับ แต่ยังคิดเนื้อเรื่องไม่ออกเลยครับ ว่าจะเอาไปเชื่อมกันตรงไหนดี...

ตัวเอก(เดี้ยววันหลังจะลองวาดมาลงบ้าง)

ชื่อ - โรจิส(ไนท์เดี้ยน โรจิส)
เพศ - หญิง
อายุ - 20
ส่วนสูง - 165
น้ำหนัก - 55
รูปร่างหน้าตา - ผมสั้นสีเขียว (ที่เหลืออธิบายไม่ถูก)

นิสัย - เงียบๆ แต่ก็พูดบ่อยหน่อย เข้าคนอื่นได้ไม่ยาก อารมณ์จะเสียเมื่อได้ยินคำที่ไม่ชอบ(ดูถูก ต่อว่า)
ค่อนข้างกินเก่ง(กองทัพต้องเดินด้วยท้อง) ไม่ค่อยชอบเรื่องยากๆ เวลาสู้จะจริงจังเป็นอย่างมาก

ประวัติ - เป็นนักเดินทาง ทีเดินทางไปๆมาๆเรื่อย มีหุ่นยนต์อัศวินประจำตัวไปไหนมาเสมอ(ปกติจะไม่ออกมา ยกเว้นจะต้องใช้งานจริงๆ) มีฝีมือในการต่อสู้ระยะประชิด
โรจิส เป็นคนในตระกูล"ไนท์เดี้ยน" ที่เป็นตระกูลแห่งอัศวิน แต่ตระกูลไนท์ดี้ยนได้ถูกกลุ่มคนลึกลับ สังหารไปแทบทุกคน โดยไม่รู้เหตุผล แต่เธอก็ได้หุ่นยนต์"ไนท์ พาลาดิน"มาจากคนแก่คนนึงที่เก็บมันเอาไว้ในที่ลึกลับ หุ่นตัวนี้ มีแต่คนในสาเลือดตระกูลไนท์เดี้ยนที่จะขับมันได้(ผู้อื่นไม่สามารถเข้าบังคับมันได้)
ขณะที่เดินทาง เธอก็พยายามหาข่าวสารเกี่ยวๆกลุ่มคนลึกลับไปด้วย พร้อมกับฝึกฝีมือไปด้วย แล้วหวังที่จำกำจัดกลุ่มคนลึกลับที่สังหารตระกูลของเธอ
(จะเอาไปเชื่อมตรงไหนดี?)

ยูนิท
ไทป์ - Super Robot(ซูเปอร์ โรบอท)
ชื่อ - Knight Paladin(ไนท์พาราดิน)
ลักษณะ - หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนอัศวิน มีสีขาวเป็นหลัก
สี - เกราะสีขาว ท่อนแขน ขา สีทอง และอีกหลายสี(ใส่มาเยอะ)
น้ำหนัก - ไมได้ระบุไว้

อาวุธิติดตัว
ดาบพาราดีน -  ที่มีความทนทานสูงมาก(สามารถเรียกออกมา โดยพลังของหุ่น)
ดาบสั้น(เปลี่ยนใหม่) - พับติดอยู่ที่ขาหุ่น สามารถดึงออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นอาวุธได้
ไนท์ชิลด์ - ติดอยู่ตรงปลายเกราะไหล่ 2 ชิ้น มีปลายแหลมออกมาติดไว้ ป้องกันอาวุธ Beam และดาบได้ดีมาก
ไนท์ ฮอร์น - เขาแหลมที่ติดตรงหน้าผากหุ่น สามารถสร้างความร้อน(นึกถึงอัลไอเซ่นได้) แล้วเอาไปผ่าหรือแทงได้
มินิกัน - ปืนขนาดเล็กที่ข้อมือหุ่น เวลาใช้จะยึดออกมา(ไอเดียใหม่ของคุณ f ถูกใจ) ยิงรัวได้ แต่พลังต่ำ ไม่ใช่อาวุธหลักที่จะโจมตีโดยตรง แต่ใช้สกัดการโจมตีเท่านั้น

ท่าโจมตี

"มินิกัน!!"ยิงกระสุนที่ข้อมือกระหน่ำใส่ศัตรู เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวศัตรู
"ไนท์ ฮอร์น สแลช!!" สร้างความร้อนที่ไนท์ฮอร์น แล้วเขาไปฟันใส่ศัตรูโดยตรง
"ดับเบิล ไนท์ ชิลด์ สแลช" นำปลายแหลมของโล่ เขาไปแทงใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่องๆ แล้วกระแทกซ้ำจนกระเด็น
"เพลงหมักต่อเนื่อง!!" ถอดโล่ที่ไหล่ลงกับฟื้น(เพื่อให้หุ่นเบาขึ้น) เปิดบูสเตอร์ แล้วพุ่งตรงเข้าหาศัตรูโดยตรง ปล่อยหมัดใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่อง แล้วเสยศัศรูขึ้นไปบนฟ้า ปล่อยลงมากระแทกฟื้นอย่างแรง
"พาลาดีน สแลช!!" นำดาบพาราดีนออกมา เปิดบูสเตอร์พุ่งขึ้นฟ้า แล้วลงมาผ่าศัตรู จนขาดเป็น 2 ซีก
"ไฮเปอร์ บาสเตอร์"ชาร์ตพลังงานไปที่ลูกแก้วตรงกลางหุ่น แล้วยิงออกไปอย่างรุนแรง
"ไฮเปอร์ พาลาดีน ซอร์ต!!"ยิงพลังงานงานแสงใส่ปลายดาบพาลาดีน แล้วชูดาบขึ้นบนท้องฟ้า พลังงานที่ปลายดาบจะพุ่งออกมา แล้วฟาดดาบลงบนฟื้น(นึกถึงดันคูโคงาเคน ของดันคูก้าได้) ผ่าร่างศัตรูด้วยพลังงานอันรุนแรง จนฟื้นที่รอบข้างเสียหายรุนแรง

ประวัติของตัวหุ่น
ไนท์ พาราดิน หุ่นยนต์ลับสุดยอดของตระกูลไนท์เดี้ยน ถูกสร้างขึ้นมา แล้วถูกนำไปเก็บซ่อนไว้อย่างลับๆ เพื่อจะเก็บไว้ใช้งานยามจำเป็นเท่านั้น แต่หลังจากตระกูลไนท์เดี้ยนได้ถูกสังหารโดยกลุ่มคนลึกลับ ได้มีคนแก่คนนึง ได้นำมันออกมา แล้วนำมาให้กับโรจิส ที่สามารถรอดมาจากการถูกลอบสักหารได้ ซึ่งหุ่นตัวนี้มีแต่สายเลือดไนท์เดี้ยนตัวจริงเท่านั้นที่จะใช้มันได้   
เวลาโรจิสจะบังคับมัน จะต้องสวมชุดที่หุ่นสร้างขึ้นมาเท่านั้น เพื่อที่จะสามารถบังคับได้อย่างอิสระ

ตัวหุ่น(ของเอาลิงค์ที่คุณ F วาดแล้วลงไว้ มาเลยนะครับ)




1.  หุ่นของตัวละครคุณ(โปรดระบุชื่อมาด้วย)  สามารถบินในชั้นบรรยากาศได้หรือไม่

- ไนท์พาราดิน ไม่สามารถบินได้(บูสเตอร์ ใช้เพื่อกระโดดเท่านั้น)

3.  ถ้าบินไม่ได้  แล้วหุ่นตัวดังกล่าว  มีลักษณะการใช้งานภายใต้แรงดึงดูด  หรือในชั้นบรรยากาศอย่างไร  โปรดระบุมา

- บูสเตอร์ที่หลังหุ่น ยังพอใช้งานได้ ทำให้พออยู่ในอวกาศได้(แต่จะเสียพลังงานมาก ในการใช้บูสเตอร์ตลอดเวลา)

4.  ถ้ามีซัพฟรายยูนิทสำหรับเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อยากได้หรือไม่  แล้วถ้าอยากได้  อยากได้เป็นแบบในด
- ไม่ต้องมี

5.  ความสามารถและความถนัดจัดเจนในแต่ละพื้นที่ของนักบิน  โปรดระบุมาให้ละเอียด
- ความสามารถ ท้องฟ้า C(พอจะกระโดดไปโจมตีได้ แต่จะสู้กับที่สูงไม่ได้)  อวกาศ C(ต้องเปิดบูสเตอร์ตลอดเวลา) พื้นดิน S น้ำ C ,สกิล - ดาบปัดการโจมตี โล่ ยิงให้ตก(มินิกัน ใช้กับมิตไซด์

6.  ทักษะการบินของนักบินคุณอยู่ใน แนวทางใด  อธิบายมาอย่างละเอียด
- การใช้ดาบ การต่อสู้ประชิดตัว

7.  นักบินของคุณจะกลัวเหตุการณ์  ภารกิจ  หรือการเผชิญหน้ากับหุ่นรบตัวใดเป็นพิเศษบ้าง
- หุ่นของกลุ่มคนลึกลับ ที่สังหารตระกูล จะมีสภาวะกดดันมากที่สุด

8.  นักบินคนนั้นจะแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ
- เมื่อโดนโจมตีติดต่อกันมากๆ เมื่อเจอกับหุ่นกลุ่มคนลึกลับ

9.  ข้อพิเศษแตกต่างออกไปจากนักบินคนอื่นๆคืออะไร 
- มีฝีมือการต่อศู้ประชิดตัว การใช้ดาบ สามารถขับไนท์พาราดินได้คนเดียว

10.  นักบินของคุณมีความชอบที่จะร่วมงานกับใครมากเป็นที่สุด
- ไม่มี สามารถร่วมได้ทุกคน

11.  อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆทางด้านใดบ้าง (กับใครอย่างไร  โปรดระบุ)
- แล้วแต่คนแต่ง

12.  คำพูดตอนขานชื่ออกเครื่องนั้น มักจะบอกว่า อะไร
- จงออกมา ไนท์ พาลาดิน!!(เวลาเรียกหุ่น)

แค่นี้ล่ะครับ
 

บันทึกการเข้า


http://g-dradongenesis.exteen.com

NEW! Project Original Fiction : Knight Paladin ดูได้ที blog ครับ
Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2009, 11:47:02 PM »


ชื่อ - ฟาลิน (ไม่มีนามสกุล)

หุ่นที่ขับ - LLS - 00 Longlance

เพศ - หญิง

อายุ - 23 ปี

ลักษณะนิสัย - เธอนั้นเป็นสตรีที่มีสมองไม่สมประกอบเท่าไหร่นัก  ระดับความสามารถในการคิดและการใช้สติปัญญาไม่ต่างจากเด็ก ป.3 คนหนึ่งเลย แต่ไม่ใช่คนหลุดโลกหมองเหม่อเพ้อฝันไปวัน ๆ แต่อย่างใด  มีนิสัยร่าเริง และรักสนุกอย่างเด็ก ๆ ทั่วไำป บางทีก็ชอบวิ่งเล่นดะชนิดว่าไม่ดูตาม้าตาเรือ หรือไม่ก็กระโดดขี่หลังคนอื่น กระโจนเข้าใส่คล้ายจะชวนแกมบังคับให้เล่นวิ่งไล่จับกัน  เป็นต้น แม้ว่าตัวเธอจะโตป่านนี้แล้วแต่สินัยยังไงก็อย่างงั้น อบรมบ่มสอนขนาดไหนก็ไม่มีการพัฒนาขึ้นเลย จึงได้ผลสรุปกันมาว่าเป็นมีความบกพร่องทางสมองและสติปัญญานั่นเอง

ทว่าเธอกลับเป็นคนที่ใช้ปืนได้เก่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  สไนเปอร์ไรเฟิ่ล โอกาสเข้าเป้า 99.99% ชนิดโนสโคปยังเป่าขวดน้ำที่ไกลเป็นร้อย ๆ หลาขาดครึ่งท่อนได้ความยาวเกือบเท่ากันเลยทีเดียว  เธอจึงมีภาระงานเฉพาะกิจติดตัวในโอกาสพิเศษต่าง ๆ นั่นคือเป็นมือยิงหนุนและลอบสังหารหรือจัดการจ่าฝูงศตรูเป็นต้น

ยามออกงานนั้นเหมือนกับเธอได้เล่นเกมหรือกิจกรรมสนุก ๆ อย่างหนึ่ง ซึ่งเธอจะมีความตั้งใจและมีสมาธิเป็นพิเศษราวกับเป็นคนละคนเมื่อตอนเล่นสนุกในฐานทัพไปวัน ๆ เลยทีเดียวและบางครั้งจะหัวเราะอย่างสนุกสนานจนถึงกับบ้าคลั่งอย่างไม่มีสาเหตุ บางทีสาเหตุส่วนใหญ่อาจจะมาจากที่เธอได้สอยเป้าหมายไปเป็นจำนวนมากจนชอบอกชอบใจน่ะแหละ  เธอจะทุ่มเทกับมันไม่แพ้การหาเรื่องเล่นในฐานทัพเลยทีเดียว  กระนั้นแม้การยิงของเธอจะพลาดเป้าธอก็ไม่ได้ออกอาการกระฟัดกระเฟียดหัวเสียแต่อย่างใด เพียงจะลองใหม่เรื่อย ๆ จากฐานนิสัยที่เป็นคนมีความพยายามอยู่ในตัว

แต่ด้วยความที่สติปัญญาและจิตใจยังเป็นเด็กจึงมีจุดอ่อนอันใหญ่หลวงอย่างที่เด็ก ๆ เขามีกัน  นั่นคืิอตื่นกลัวในสิ่งที่ตนเห็นว่ามันน่ากลัว  หรือแม้กระทั่งการถูกดุด่าว่าร้ายหนัก ๆ ก็ร้องไห้โยเยได้เหมือนกัน เธอไม่รู้จักความตาย  แต่เธอรู้จักความเจ็บและความกลัวมันล้วนเป็นสิ่งที่เธอชิงชังนัก  หรือแม้กระทั่งการโดนหลอกซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับคนที่ไม่อาจไตร่ตรองอะไรให้ละเอียดอ่อนได้อย่างเธอ แต่โดยมากมักจะเกิดจากคนที่รู้จักกันอยู่แล้วหรือใกล้ชิดกันเพราะถูกสอนไว้ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า ...แต่หลอกในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงเรื่องร้าย ๆ เสมอไปหรอกนะ อาจจะหยอกเล่นรึอื่น ๆ แต่ก็มีบ้างทีบางครั้งมันทำให้เธอช้ำทรวงเพราะใคร ๆ ก็คงไม่ชอบการถูกหลอกกันทั้งนั้น

ทว่ายามออกงานเธออาจจะเด็ดชีวิตหุ่น(หรืออาจมีชีวิตคนด้วย)เป็นว่าเล่น  แต่ยามปกติแม้แต่มดสักตัวกลับยังไม่กล้าจะเหยียบ ไม่ได้กลัวว่าฝูงมดมันจะไต่ขึ้นมารุมตอดหรอกแต่ 'กลัวมันตาย'  เธอเป็นคนรักสิ่งมีชีวิตแวดล้อมเอามาก ๆ เป็นมิตรกับต้นไม้และสัตว์ทุกชนิด(โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ประเสริฐอย่างคนหรือมนุษย์นั่นเอง)แม้สัตว์บางชนิดอาจไม่เป็นมิตรกับเธอ  แต่หากเป็นศตรูแล้วก็เปรียบเสมือน 'ผู้ร้าย กับ ตำรวจ'  หรือง่าย ๆ ว่าคนดีกับคนไม่ดี...วิสามัญลูกเดียว(ยกเว้นว่าคุยกับคนที่ใกล้ชิดเธอปัจจุบันรู้เรื่อง แต่ก็ย่อมไม่รู้ว่าอาจโดนหลอกอยู่ดี)

กล่าวได้ว่า เธอเป็นจำพวกดาหน้าลุย(แจกกระสุน)ถ้าไม่โดนข่มขู่แรง ๆ อะไรก็หยุดเธอไม่ได้



รูปร่างลักษณะ - เธอมักจะไว้ผมสั้นทรงบ๊อบ ฟูและดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยไม่ถึงกับมอมแมม เรือนผมสีทองเงางามแบบชาวยุโรบแต่โครงหน้าคมมนแบบชาวเอเชีย ดวงตากลมกลึงสีฟ้าสดใสมักจะอยู่คู่กับรอยยิ้มอันร่าเริงของเธออยู่เสมอ  และชอบใส่เสื้อกล้าม  แต่ด้วยทรงที่มีขนาดคัพ C ปลาย ๆ มันจึงทำให้เสื้อเธอคลุมไม่มิดร่างอย่างไม่ได้ตั้งใจ  และกางเกงกีฬาขาสั้นแบบคนอยู่บ๊าน อยู่บ้าน และเธอก็ไม่ใส่อันเดอร์แวร์....เพราะว่าเธอไม่ชอบความอึดอัดหรือมีอะไรมารัดเนื้อดันตัวไม่ว่าจะส่วนใด ๆ เธอจึงแต่งตัวอย่างปล่อยปละละเลยทรมาณใจหนุ่มไปวัน ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ชินกันซะแล้ว(ล่ะมั้ง ?) แม้บางครั้งจะเลี่ยงไม่ได้ที่เหล่ารุ่นพี่หรือสาว ๆ คนอื่นจะจับมายัดเยียดให้ใส่เพื่อให้ดูสงวนตัว มิดชิดและปลอดภัยขึ้น  แต่สุดท้ายก็ไม่วายจะถอดออกเองอีก  บางทีก็ต่อหน้าคนอื่นซะหนีหน้ากันแทบไม่ทัน และมักไม่จะไม่ใส่รองเท้า เพราะว่ามันอึดอัดอีกแล้ว  แต่ยกเว้นเมื่อวันที่อากาศหนาว ๆ อะไรที่สามารถทำให้เธออุ่นได้เป็นคว้าไว้ทั้งนั้น

ประวัติ - เด็กสาวผู้สูญเสียบุพการีและครอบครัวจากเหตุจราจล ณ พื้นที่แห่งหนึ่งยังถึงความสูญเสียทางสภาพจิตใจและสติปัญญาของเธออีกด้วย  หลังเหตุการณ์ความวุ่นวายสงบลง ขณะที่เหล่าผู้รักษาความสงบทั้งหลายกำลังจะขนขบวนทัพกลับนั้นก็ได้เจอเธอ...ผู้เหลือรอดชีวิตเพียงคนเดียวในเขตสมรภูมิดั่งนรกบนดินเมื่อวันวาน  สิ่งแวดล้อมไม่เอ้ออำนวยจะให้เธอสู้ชีวิตเองนัก ปล่อยเอาไว้ยังไงก็คงไม่รอด อย่างไรก็ดีสุดท้ายจึงได้พาเธอกลับไปเลี้ยงดูที่ฐานทัพต่อไป  ซึ่งก็เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คนด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูคู่กับนิสัยในลักษณะเดียวกัน.....แต่ก็มีปัญหาที่แก้ไม่ตกอยู่หนึ่งประการ นั่นคือเธอเป็นคนสติไม่สมประกอบ



สำหรับหุ่นยนต์





ประเภทหุ่นยนต์ - เรียลโรบอท
ชื่อ - LLS : Longlance ( Limited the Long Sweeper )

รูปร่างหน้าตา - ทรงหุ่นแสนจะธรรมดาแต่ดูเป็นทางการคล้ายทรงอย่าง ARX-Serie ในซีรี่ย์ Full Metal Panic  นั่นเองซึ่งหากเทียบกับหุ่นทรงอื่น ๆ แล้วตัวที่โดดเด่นกว่ามักจะตกเป็นเป้าได้ง่ายกว่า  มีดวงตาแบบโมโนอาย  (โดยมากแล้วมักเป็นหน่วยซุ่มอยู่ไกลลิบ ๆ หรือชนิดว่านอกสมรภูมิเลยก็ยังได้ ไม่ทำให้เธอสูญเสียความแม่นยำไปแต่อย่างใด)

อาวุธ - ONDR : Behemoth  (Only oNe Dominic Rifle)
ปืนยาวติดลำกล้องเพียงกระบอกเดียวอันเป็นอาวุธนอกตัวของเธอ ซึ่งผสมผสานกระสุนสองชนิดไว้ในกระบอกเดียวกันด้วยรูปทรงที่ซ้อนปากกระบอกไว้ด้วยกัน (คล้าย ๆ คลูสตันลันเชอร์แหละจ้า~) ตัวปืนนั้นเชื่อมโยงระบบกับตัวหุ่นด้วยคีย์ซับซ้อนจนถึงตัวเจ้าของ นอกจากเธอไม่มีใครสามารถใช้งานได้
ซึ่ง
กระบอกกระสุนโลหะสามารถใช้กระสุนได้สามแบบคือ Sub-Machine gun / Sniper Rifle และ Rifle (ระยะกลาง ~ ค่อนข้างไกล จะยิงแบบไม่ซูม) ซึ่งแต่ละโหมดใช้ขนาดกระสุนต่างกันตามเหมาะสม
กระบอกกระสุนพลังงานยิงได้แบบเดียวคือ Beam Rifle อานุภาคลดหย่อยตามระยะทางที่วิ่งไป ใช้ต่างสถานะการณ์กัน สุดแต่ว่าศตรูหรือเป้าหมายมีเกราะและการป้องกันแบบไหน

Assassinate Assault : ปืนโหมดสไนเปอร์ไรเฟิ่ล โจมตีเป้าหมายเดียว ด้วยกระสุนโลหะเพียงนัดเดียวอย่างหวังผล

Shoot the Target : ปืนโหมด Semi-auto Rifle โจมตีป้องกันตัวระยะเริ่มเสี่ยงด้วยกระสุนโลหะ

Break the fly wings : สาดกระสุนโลหะโหมดปืน Sub-Machine gun ในระยะฉุกเฉิน ซึ่งมักจะใช้ร่วมกับปืนกลติดหน้าผาก

Falin Beam!?  :  โหมดปืนพลังงาน ใช้กับยูนิตที่บอบบางต่อการโจมตีด้วยพลังงาน ความร้ายแรงขึ้นอยู่กับระยะทางที่หวังผลได้ชัดเจน หากไกลมากเกินไปเธอจะใช้กระสุนโลหะยิงเชิงก่อกวนแทน

Chain-saw Bayonet : อาวุธประชิดระยะฉุกเฉินที่สุดนั่นคือใบเลื่อยที่อยู่ช่วงสุดหน้ากระบอกใต้ลำปืนขนาดราว ๆ ครึ่งกระบอก-และอยู่ใต้ช่วงรองมือของหน้าปืนไปอีกที หากเธอละปืนและชักดาบลำแสงไม่ทันเธอไม่ลังเลจะใช้มันเฉือนกระชากศตรูที่ไม่ระวังตัวอันจะทะเล่อทะล่ามาเข้าใกล้เธออย่่างเดียวปราศาจการวางแผนใด ๆ องศาการวาดลงไม่แน่นอน หากคนดวงแข็งพอก็จะไม่ได้ไปสู่สุขติกับหุ่น  และเมื่อใบเลื่อยกำลังวาดอยู่บนตัวหุ่นเคราะห์ร้ายอย่างจังเบอร์เธอก็มักจะคำรามออกลั่นและหัวร่ออย่าน่าขนลุกอยู่เสมอ ซึ่งอาการหัวเราะนี้ก็มักจะเกิดกับช่วงเวลานี้เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

Beam Saber : ดาบลำแสงที่ขาดเสียมิได้ หากใช้ดาบเล่มนี้จะป้องกันตัวฉุกเฉินที่สุดได้ดีกว่าเลื่อยปลายปืน ด้วยมีความคล่องตัวมากกว่านั่นเอง

ความสามารถระบบพิเศษ

Anti-Stealth Detection : ต่อให้ตุ๊กแกขนาดไหนก็ไม่มีใครจะเล็ดรอดเซ็นเซอร์ของหุ่นตัวนี้ไปได้

Unlighting Mono-eye : บางครั้งก็จำเป็นต้องผิดแสงไฟจากเซ็นเซอร์ดวงตาเพื่อให้สามารถซุ่มได้อย่างเต็มที่

Skyline sensor : สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสไนเปอร์คือระบบมองไกลสุดโกเหว  เธอสามารถสอดแนมฐานทัพศตรูในระยะหลักหมื่น กม. ได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่สามารถใช้งานเธอในด้านนี้ได้เท่าไหร่นัก เพราะเธอให้ข้อมูลที่เป็นทางการไม่ได้ หรือได้แต่ไม่รู้เรื่องเลยนั่นเอง สรุปคือเอาไว้เล็งคู่กับปืนอย่างเดียว

Camouflage System : ระบบพรางตัวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่สิ้นเปลืองพลังงานมากเท่าการล่องหน

Temperate Detector : การก่อกวนมือซุ่ม วิธีที่ดีอย่างหนึ่งคือการพึ่งสภาพแวดล้อมรอบตัว อาทิฝุ่นควัน พายุทราย ป่าไม้หรือภูเขา  ระบบนี้จะตรวจวัดอุณหภูมิของวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเพื่อให้สามารถแยกแยะบริเวณที่มีอุณหภูมิต่างกันได้อันนำไปสู่การตรวจจับตัวหุ่นที่พยายามก่อกวนเธอต่อไป  คงไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะแยกแยะระหว่างรูปทรงของหุ่นทรงมนุษย์หรืออื่น ๆ กับสภาพแวดล้อม  แต่แน่นอนว่ารวมถึงดัมมี่ที่ปล่อยไว้หลอกตาด้วยอาจทำให้เธอสับสนได้  ซึ่งเธอมักจะพึ่งสายตาและการมองเห็นตามทิศทางและเวลาจริงมากกว่าการเล็งเรดาห์มองหา ด้วยเหตุผลง่ายๆ  ว่ามันชวนเธองงนั่นแหละ

Hyper Jammer : สุดยอดระบบบรบกวนสัญญาณตรวจจับของศตรูที่เข้ามาใกล้ เพื่อจะได้ถอยไปตั้งหลักได้ทัน หรือกินนิ่ม โดยเฉพาะหุ่นส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยเรดาห์มากกว่าประสบการณ์สายตาจริง  กระทั่งการก่อกวนสัญญาณมิซซายด์นำวิถี และวิถีตรงให้เฉไปทางอื่น

อื่นๆ - หุ่นของเธอนั้นทนกระสุนทนลำแสง ทนมันซะทุกอย่าง แต่ไม่ทนมือทนเท้าเอาซะเลย เท่าที่อ่านมาอาจจะอุทานรึไม่ก็ "ปั้ดโถ~" กันมาตั้งนาน รู้สึกว่ามัน ' ขี้โกง ' ซะเหลือเกิน  อยู่ไกลระดับไหนเป็นไม่รอดไปซะหมด  แต่เธอมีจุดอ่อนที่การต่อสู้ระยะประชิด  เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการต่อสู้หรือป้องกันตัวระยะประชิดเท่าไหร่เลย นอกจากอาวุธที่มีไว้เพื่อใช้กับความสนุกหรือยามุกเฉินเท่านั้น และมักใช้ไม่ได้ผลกับคนที่โชกโชนการลุยปะฉะดะ  แต่การจะเข้าใกล้เธอก็ไม่ใช่เรื่อง่ายเหมือนกัน นอกเสียจากว่าจะมีฝีมือเก๋าเข้าขั้นจริง ๆ รึไม่ก็มือซุ่มด้วยกัน แต่สำหรับมือซุ่มไม่ใช่ปัญหาของเธอเลย ปัญหาคงอยู่ที่ Fighter หรือ Infighter ซะมากกว่า



** Update important information!! **

1.  หุ่นของตัวละครคุณ(โปรดระบุชื่อมาด้วย)  สามารถบินในชั้นบรรยากาศได้หรือไม่
    : Longlance ใช้ได้เฉพาะภาคพื้นดินหรืออยู่บนตัวยารบขนาดใหญ่ แต่หากมี MA ที่สนับสนุนการบินอย่างบอร์ดหรือยานบินเฉพาะก็สามารถบินได้


2.  ถ้าบินได้  นั้นสามารถบินได้ในระดับ  โปรดอธิบายลักษณะการบินมา  พร้อมกับระบุระดับของการบิน S A B C D
    : ระดับ A  ฟาลินชื่นชอบการเล่นสกีเวหามาก..


3.  ถ้าบินไม่ได้  แล้วหุ่นตัวดังกล่าว  มีลักษณะการใช้งานภายใต้แรงดึงดูด  หรือในชั้นบรรยากาศอย่างไร  โปรดระบุมา
    : มักอาศัยสภาพแวดล้อมที่อยู่ไกลจากเขตมรภูมิและเป็นพงป่าหรือเขตที่ซุ่มซ่อนตัวได้ในการซุ่มยิงหรือยิงสนับสนุน  การเคลื่อนย้ายจะใช้บูสเตอร์ช่วงหลังไหล่ เอว
      และใต้โคนขาพับในการเคลื่อนที่ ความเร็วไม่สูงนัก แต่สามารถเดินทางร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นก่อนจะกระจายทีมกันประจำตำแหน่ง


4.  ถ้ามีซัพฟรายยูนิทสำหรับเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อยากได้หรือไม่  แล้วถ้าอยากได้  อยากได้เป็นแบบใด
    : ไม่มีเป็นพิเศษครับ  แต่ในความเป็นไปได้ เธอต้องการยูนิตเพิ่มความเร็วของบูสเตอร์แต่ประหยัดพลังงาน


5.  ความสามารถและความถนัดจัดเจนในแต่ละพื้นที่ของนักบิน  โปรดระบุมาให้ละเอียด
    : ภาคพื้นดิน          S
    : ภาคอากาศยาน     A
    : ภาคเขตน้ำ          B
    : ภาคอวกาศ          D
    : ภาคพื้นดวงจันทร์    C


6.  ทักษะการบินของนักบินคุณอยู่ใน แนวทางใด  อธิบายมาอย่างละเอียด
    : มีความถนัดการในซุ่มซ่อน และโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างฉาบฉวยและแม่นยำ หวังผลในนัดเดียวในความเป็นไปได้  และรองลงมาคือการหนีและถอนกำลังด่วน
      เพื่อรักษาความปลอดภัยของตัวเอง  รักชีวิตเหนือสิ่งอื่นใด


7.  นักบินของคุณจะกลัวหรือรังเกียจเหตุการณ์  ภารกิจ  หรือการเผชิญหน้ากับหุ่นรบตัวใดเป็นพิเศษบ้าง
    : ทุกงานสำหรับเธอนั้นเป็นเรื่องสนุก ไม่ว่าจะแบบไหนแนวไหน หรือศตรูตัวใดเธอไม่เคยหวั่น  ทว่าเว้นแต่ว่าเธอจะเคยโดนศตรูตัวนั้นข่มขวัญหรือข่มขู่อย่างรุนแรงมาแล้ว
      และเธอฝังใจกับการโดนขู่ เป็นเรื่องยากที่จะปลอบให้เธอหาย ณ เวลานั้นได้  หากอาการของเธอกำเริบจะหมดประสิทธิภาพทุกอย่างในการทำงาน
      และยังคงอาการตื่นกลัวนั้นไว้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ..


8.  นักบินคนนั้นจะแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ
    : ไม่อยู่ในอาการวิตกจริตหรือตื่นกลัว


9.  ข้อพิเศษแตกต่างออกไปจากนักบินคนอื่นๆคืออะไร
    : มีความสามารถในการคาดคะเนและลอบยิงเป้าหมายอย่างแม่นยำ หรือแม้กระทั่งเป้าหมายที่เคลื่อนไหวอยู่ในความเร็งสูง  และฟาลินมีสติไม่สมประกอบการเกลี้ยกล่อม
      หลอกล่อธรรมดา ๆ ไม่สามารถใช้กับเธอได้  แต่กระนั้นเธอก็สามารถโดนหลอกไปติดกับอะไรต่อมิอะไรได้ง่าย


10.  นักบินของคุณมีความชอบที่จะร่วมงานกับใครมากเป็นที่สุด
      : ทุก ๆ คนที่เธอรู้จัก และเป็นพิเศษกับคนที่ใกล้ชิด สนิทชิดเชื้อกับเธอ


11.  อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆทางด้านใดบ้าง (กับใครอย่างไร  โปรดระบุ)
      : ยังไม่มีเป็นพิเศษครับ


12.  คำพูดตอนขานชื่ออกเครื่องนั้น มักจะบอกว่า อะไร
     : " ลองก์แลนส์พร้อมเสียบไก่ย่างแล้วค่า~ Let 'sa(เลส สะ) (Takeoff) GO----!!! "


ขนมาจากกระทู้ Regis เพื่อความสะดวกครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2009, 01:21:48 AM โดย Shin » บันทึกการเข้า
blackgetter
Art Lover
New Type Pilot
******
กระทู้: 602


black-getter@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2009, 12:52:23 AM »

เอาตัวของผมบ้างดีกว่าเดี๋ยวภาพวาดเสร็จค่อยส่งไปให้พี่เทพฮากาเนะFวาดใหม่




ชื่อ - คิตามุระ ริว
เพศ - ชาย
อายุ - 56
H- 183 ซม.
W - 80 กก. (กว่าๆขี้เกียจคิดเศษ)
รูปร่างหน้าตา - จริงๆอิมเมจตอนแรกลอกชูวส์มาแล้วปรับใหม่ไปๆมาๆไม่เหมือนแล้ว ยังไงก็รอชมภาพละกันครับ

นิสัย -  เงียบและเยือกเย็นและโหดเหี้ยมและเลือดเย็นต่อศัตรูและจะบ้าเมื่อสะใจ(ออกจะบ้าๆหน่อยนะ) จริงๆอธิบายไม่ค่อยจะถูก
เหมือนกันแฮะผม


ประวัติ - เป็นนักวิทยศาสตร์จากต่างโลกที่มีนิสัยใจดีโอบอ้อมอารี แต่ก็เข้มงวดอยู่บ้างตามประสาพ่อคน แต่หลังจากที่ต้องเสียลูกชายไปในการสร้างหุ่นของตัวเองทำให้นิสัยเขาเปลี่ยนไปด้วยจากที่นิสัยใจดีกลายเป็นเงียบและเข้มงวดมากกว่าเดิม
หลังจากนั้นเขาก็ได้แยกตัวออกมาจากองกรณ์แล้ว(ทรยศ) ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับทั้งองการณ์และเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่คิดจะมายึดโลกที่เขาอยู่
เดินทางมาที่โลกTSCเพื่อตามหา"ดวงตาราชาปีศาจทาเรเดียส"(ชื่ออาจเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆตามอารมณ์ผม )ทั้ง2คู่เพื่อเอาพลังนั้นมาเป็นของตัวเอง

ความสามารถพิเศษ - เนื่องจากโลกที่เขามาโลกนี้มีมนุษย์ที่มีพลังจิตเดินเผ่นผ่านกันให้ควั้ก จะไม่มีก็กระไรเลยใส่ให้สักหน่อยดีกว่า
ไซโคคิเนซิส มีค่อนข้างสูงแต่ไม่มาก(อยู่ระดับ9มีทั้ง13ระดับ)
เทเลพ็อต อันนี้อยู่ที่ละดับเต็มลิมิคือระดับ13ครับ สามารถวาป์ไปได้ไกลครึ้งโลกพายในครั้งเดียว
มี2อย่างครับไม่เยอะเท่าไหร่(ถ้าตัวอีกตัวที่ผมคิดแต่ไม่ได้เอามาลงจะมีครบหมดแล้วก็ระดับ13เต็มแม็กซ์ทุกอัน)


ยูนิท




ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ -  GSM-G-001 BLUE OGRE 青巨星(あおきょせい):อาโอเคียวเซย์
(GSMย่อมาจากเกรนชินมารส์ครับซึ่งผมสะกดปะกิจบ่ถูก )
ปล.ขอขอบบคุณพี่SRWคุงมากครับที่หาชื่อดีๆมาให้

ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์(ไอเดียมาจาก แกรนซอน)
สี - น้ำเงินแซมๆสีเหลืองบ้าง.
H- 130 M.
W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกินเหตุคิดน้ำหนักไม่ไหว= ="

อาวุธ(คิดชื่อได้แค่บางอันนะครับ)
- บีมมือ ติดไว้ที่ผ่ามือเละหลังผ่ามือครับเป็นอาวุธที่พลังทำลายน้อยที่สุด(แต่ถ้าหุ่นตัวเล็กๆโดนทีเดียวก็ดับแล้ว)
- บีมแขน เป็นผลึกคริสตั้ลพลังงานที่ติดไว้ตรงส่วนแขนทั้ง2ข้าง ข้างซ้ายจะเป็นผลึกพลังงานธาตุสายฟ้า ข้างขวาจะเป็นผลึกพลังงานธาตุน้ำ
ปล่อยออกมาไม่เหมือนกัน(แต่สีตัวผลึกคริสตั้ลจะสีเหลืองทั้งคู่)
- ดาบไหล่ เป็นการดึงดาบทั้ง2อันที่ติดไว้ตรงไหล่มาไล่ฟันศัตรู(ไม่ยาวเท่าไหร่แต่ก็ใหญ่อยู่)
- ดาบ天皇の大剣(เทนโนโนะไดสึรุกิ):ดาบของจักพรรด์ยักษ์ เป็นการดึงดาบของมันที่เก็บไว้ในต่างมิติมาใช้นะครับ(เวลาใช้ก็ดึงมาจากช่องมิติ)ขนาดต่างกับอันแรกมากเพราะขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวหุ่นเลยทีเดียว(เอามาฟันคงมันส์พิลึก)
- ไม้ตาย เป็นการเปิด"ดวงตาราชาปีศาจ""จำลอง"ที่หน้าอกออกมาแล้วรวมพลังกับพลังสายฟ้าและน้ำที่แขนทั้ง2ข้าง(กลายเป็นความืด:น้ำ:สายฟ้า)
กลายเป็นบอลพลังสีดำอันใหญ่มหึมาทำลายทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พลังทำลายก็แค่เป่าดาวที่เขาเคยอยู่หายไปรอบนึงเท่านั้นเอง=w=/

ท่าโจมตี
- ยิงบีมออกผ่ามือและหลังมือทั้ง2ข้าง
- ยิงลำแสงพลังน้ำจากหลังแขนขวา และสามารถเพิ่มอุณหภูมิจนกลายเป็นน้ำแข็งได้
- ยิงลำแสงพลังสายฟ้าจากหลังแขนซ้าย
- นำดาบไหล่ของข้างออกมาไล่ฟันศัตรู
- นำกำปั้นมาประกบกันโดยให้พลังสายฟ้าและน้ำปล่อยออกมาในรูปแบบการระเบิด(ง่ายๆก็เมย์โอ)รัศมี8ช่องรอบตัว
- ดึงดาบ天皇の大剣ออกมาจากช่องว่างระหว่างมิติแล้วเอามาไล่ฟันศัตรู
- เปิดดวงตาจอมมารจำลองแล้วปล่องพลังงานมาที่天皇の大剣เป็นการฉาบแบบบางๆไว้ที่ตัวดาบซึ่งเพิ่มความคมและความยาวได้นิดหน่อย(กลายเป็นดาบแห่งความมืดไป)
และแน่นอน โจมตีแรงขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ
- อันนี้คงรู้ๆกันอยู่เปิดดวงตาจอมมารจำลองแล้ว ยิง!!!! (คุซุไทโฮวนั่นละง่ายๆ)

พิเศษ
ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลายเป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด
(แน่นอนมันจะโหดขึ้นกว่าเดิมเยอะ)
หน้าตาประมานนี้แลเวลาปลดลิมิต(เปลี่ยนแค่หน้า)
v
V


ประวัติ - เป็นหุ่นระดับทำลายดาวตัวแรกที่ถูกทำขึ้นมาในซีรียส์"ยักษ์"มีทั้งหม4ตัวด้วยกันแต่ที่พลังมากที่สุดจะเป็นตัวนี้เนื่องด้วยระบบพลังงาน"ดวงตาจอมมารจำลอง"ทำให้หุ่นตัวนี้มีพลังมากที่สุด
แต่ตอนสร้างหุ่นตัวนี้ทำให้ลูกชายของเขาต้องเสียชีวิตลงเนื่องจากดวงตามารนั้นยังไม่สมบูรณ์ทำให้ตัวหุ่นเกิดการระเบิดขึ้นในขณะที่ลูกชายของเขาที่ขับอยู่เสียชีวิต
เขาจึงได้ตามหาดวงตาดวงตาราชาปีศาจของจริงเพื่อนำพลังนั้นมาใช้(ว่ากันว่าพลังของ ของแท้นั้นสามารถชุบชีวิตคนตายได้เลย)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได(แล้วแต่ ถ้าหุ่นใหญ่หุ่นเล็กก็ต่างกันไป ถ้าพลังจิตเยอะไปขับหุ่นใหญ่ก็อาจจะสั้นแต่ถ้าเยอะแล้วขับหุ่นเล็กก็จะยาว)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อ - ยูเซ็ท รอซโซ่ เอเพซ (U-set Rossoul Apeast....สะกดบ่ถูกก็ขออภัยครับปะกิจไม่แข็งแรง)
เพศ - ชาย
อายุ - ???
H- 190 ซม.
W - 79 กก.
รูปร่างหน้าตา - ใส่หน้ากากแบบลูลู่แต่มีเขาเล็กๆออกมาข้างๆส่วนหัว2อันและใส่เสื้อโค้ทปิดทั้งตัวสีดำแบบอาคุเมสึ

นิสัย -  เงียบเละเป็นคนที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งบางคนไปคุยจะนึกว่าเป็นหุ่นยนต์เลยที เดียว แต่เป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก (จะหลุดๆบ้าออกมาในบางครั้ง)

ประวัติ - เป็นหนึ่งในกลุ่มศัตรูจากต่างดาวที่รอดมาจากการทำลายของอาโอเคียวเซย์ เป็นศัตรูกับริวและเป็นคนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ริวทำลายโลกที่เขามา


ชื่อ - เรเมน เซ้น เอเพส (Remen Saint Apeast)
เพศ - ชาย
อายุ - 24
H - 190 ซ.ม.
W - 75 กก.

รูปร่างหน้าตา - สวนหน้ากากแบบยูเซ็ทแต่ที่หน้ากากจะมีดวงตาอยู่ตรงหน้ากาก5ดวงและเขาข้างๆหน้ากากจะยาวกว่า

นิสัย - ใจดี รักสงบ เกลียดสงครวมเป็นที่สุด สนุกสนานและใจดีกับเพื่อนๆทุกคน

ประวัติ - เป็นแกนกลางพลังเวทของRawdeatherโดนร่างโคลนของตัวเอง(ยูเซ็ท)จับมาบังคับให้เป็นแกนกลางร่างมนุษย์ของหุ่นเนื่องจากมีพลังเวทมหาศาลโดยให่ใส่"เกราะปีศาจอสูร5ตา"
โดยที่ตัวเองก็ขัดขืนไม่ได้ชะตากรรมเลยต้องมาบังคับหุ่นโดยไม่เต็มใจ(ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยตัวเอง)


หน้าตาก่อนจะมาโดนใส่หน้ากากนี่(แน่นอนยูเซ็ทก็หน้าแบบนี้เช่นกัน)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยูนิท


ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ -  Rawdeather(อาจจะมีเปลี่ยนชื่อหุ่นภายหลัง)

ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์ขนาดใหญ่เทอะทะไม่มีข้อต่อเลยทั่วตัว(หัวกับตัวแยกจากกันนะ)
สี - แดงทั้งตัวอาจจะมีแซมเหลืองกับเขียวก็แล้วแต่ก็ว่ากันไป(คิดถึงเท็นเก็นท็อปปะกุเร็น-ลากันไว้ก็ได้)
H- 220 M.
W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกินเหตุคิดน้ำหนักไม่ไหว= ="(ก็อปอันเก่ามา)

อาวุธ
มือเท้านี่ละครับเนื่องจากไม่มีข้อต่อเลยยืดยาวได้ไม่จำกัน
ดาบยาวขนาดเกือบเท่าตัวหุ่น(นึกถึงคาตานะไว้)
พลังเวทเพลิงที่มหาศาลจากพลังงานเวทของเรเมน(อย่างน้อยๆก็เบาลงกว่าอาโอเคียวเซย์เยอะละนะ)

ประวัติ - เดิมเป็นหุ่นระดับ3(มี5ระดับสูงสุดคือระดับ5)ที่สืบถอดกันมาในตระกูลเอเพสรูปร่างปกติเวลาไม่ใช้งานจะเหมือนกับเทวรูปหรือดักแด่ของสิ่งมีชีวิตหลังจากเรเมนได้หุ่นนี้มา
เขาก็คิดไว้ว่าจะเอาหุ่นนี้เป็นสัยลักษน์ของสัณติภาพในการเจรจากับดาวอื่น แต่หลังจาก"ราเซ็ท ไคเซอร์ เอเพส"ผู้นำตระกูลเอเพสประกาศสงครามกับดาวที่ริวมา เรเมนก็ได้คิดจะหนี
มาอยู่กับพวกริวแต่โดน"ยูเซ็ท"ร่างโคลนของเขาจับได้ซะก่อนและจับเขามาเป็นแก่นพลังงานร่างมนุษย์ของRawdeatherและโดนยึดหุ่นไป
ตอนนี้จึงโดนขับอยู่ใจกลางหุ่นและตัดขาดจากโลกภายนอกออกมาไม่ได้เลย(สารอาหารจากการดำรงชีวิตของเรเมนยูเซ็ทจะวาร์ปสงตรงเข้าไปในกระเพราะอาหารเลย= =")

ปล.หุ่นตัวนี้ของผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข่องกับตัวร้ายของท่านdye2556นะครับแยกกันมา(คนละมิติกัน)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[Seeker of Truth] 1ใน13แกนนำแห่ง Seeker of Truth



ชื่อ - Gadiloy El Forst.......(กาดิลอยด์ เอล ฟรอส์ต.........นามสกุลขอปกปิดไว้ก่อน)  ชื่อเล่นใน[Seeker of Truth]คือกันเอลฟ์(Ganelf)
เพศ - ชาย
อายุ – 7000 ปี
H - 173 ซ.ม.
w - 58 กก.

รูป ร่างหน้าตา - ผมสั้นสีทองยาวเกือบถึงบ่า รูปร่างสมส่วน ใส่เสื้อคล้ายๆทหารในCode Geassอยู่ตลอดเวลา(ประมานชุกสุซากุ) สวมผ้าคลุดสีเลือดหมูคลุมไหล่ไว้ มีผ้าสีเหลืองประจำตำแห่งจักพรรดิ์พาดคอไว้
(อย่างไปนึกถึงภารโรงผ้า เหลืองละนึกถึงอาร์คบิชอปแม็กซ์เวลในHELLSINGไว้) ปล.ลายตรงมุมขวาล้างของกระดาษคือสัญลักษณ์ประจำตระกูลของเขาครับ

นิสัย - ใจดี เยือกเย็น แต่ก็เข้มงวด ลึกๆแล้วเป็นคนเก็บกดไม่ค่อยพูดให้ใครฟังมีอะไรไม่สบายใจแต่ก็เก็บไว้ แต่ก็มีจิตใจที่แข็งแข็งไม่ย้อท้อต่ออุปสักดิ์ไดๆ

ประวัติ - เป็นอดีตเจ้าชายแห่งดาวหนึ่ง แต่เพราะสงครามล้างจักวาลครั้งก่อนเลยทำให้ดาวของเขาพินาทหายไปหมด เขาเป็นคนๆเดียวในราชวงค์ที่รอดมาได้จาสงครามครั้งนั้นเพราะการโคล้ท สลีป
และ เหล่าผู้คนบนดาวเป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุยืนมากๆ ถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนมนุษย์ทุกประกาศ แต่อายุไขของชาวดาวดวงนี้นั้นกว่าจะหมดอายุไขก็กินเวลาโลกปัจจุบันเกือบ 1ล้านปี
(แต่ส่วนมากชิ่งตายก่อนประมานหมื่นปีก็ลาโลกกันแล้วเพราะคนเรามีเกิดก็ต้องมีดับ มีการพอแล้วกับชีวิตเป็นเรื่องธรรมดา)
เขาจึงเป็นคนๆเดี๋ยวที่รอดมาได้และยังมีชีวิตอยู่หลังสงครามครั้งนั้น

ยูนิท



ปีกของหุ่นตัวนี้ครับ

ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ - DaiFeiryto

ลักษณะ - ดังภาพ
สี - ดำทั้งตัวอาจจะมีแซมๆเหลืองแดงบ้างบางส่วน
H - 80 M.
W - อย่าให้คิดเลยครับ

อาวุธและท่าโจมตีต่างๆ
-มีดติดแขนแบบGetterอันเล็กๆที่ความคมพอๆกับดาวความถี่สูงของกายเวอร์(ดาบความถี่สูงอีกแล้ว= =")
-ดาบ ยาวแบบถือจริงๆมันก็แบบเดียวกับอันบนนะละแต่ยาวขึ้นมาหน่อยแต่อันนี้ต้องกด ปุ่มตรงโคนดาบเอาถึงจะกลายเป็นดาบคามถี่สูง(คือแค่กดให้มันสั่นนะละ)

-เป็นปืนดาบติดแขนขวายิงได้และฟันได้แบบโปรวิเด้นกันดั้มของครูเซ่
-ปีก:เป็นการถ่ายพลังงานไปที่ปีกแล้วปล่อยพลังงานออกมาจากปีกแบบAstranagantแล้วบินเอาปีกไปชนตัวศัตรู
(นึกถึงสคันเดอร์คัตเตอร์เริงระบำของมาชินไคเซอร์ไว้แต่ให้คิดซะว่ามันเป็นปีกแสงของV2 Gundam)
-ขา:ถ่ายพลังงานไปที่ขาแล้วให้ปล่อยออกมาตรงน่องข้างๆแล้วพุ่งเข้าไปเตะแบบท่าสุดยอดของไดไรโอ(แต่ไม่จบด้วยกระโดดเตะลงมา)
-ขา:แบบด้านบนเปะแต่จะต่อด้วยต๋อยด้วยแขน2ข้างแล้วเอาใบมีดที่แขนฟันไป2ทีจากนั้นเอาดาบความถี่ฟันอีก2ที(บนลงล่างแล้วฟันตัดลำตัว)
แล้ว เอาปืนดาบที่แขนขวาฟันอีก3ที(แบบฮาเปี่ยนในRockmanZero)แล้วเอาแขนข้างที่มี ปืนดาบต๋อยอัดแบบตุ้ยท้องแล้วยิงอัดตรงให้ศัตรูลอยขึ้นในกลางอากาศ
(หรือ ให้อยู่เหนือเราถ้ากลางอวกาศ)แล้วเอาปีกแสงบินตีเป็นวงกลม(แบบจีคในKตอนใช้ มัคดริล)แล้วใช้ท่าเตะอีก1ชุดโดยเตะแบบรัวๆ(แบบไกคิงเปิดหน้าในK)แล้วพอ ครั้งสุดท้ายก็แตะแบบล่างขึ้นบนให้พุ้งขึ้นไปสูงกว่าเดิมจากนั้นก็จบด้วยท่า ถีบลงมาแบบอินาสุม่าคิกเป็นอันจบ
-Royel Destroyer คิดซะว่ามันคืออินฟินิตี้ไซลินเดอร์ละกันแต่อณุภาพแรงกว่า(ทำลายดาวได้)

ประวัติ - เป็นหุ่นเก่าของจักรวรรดิ์........(อุบไว้ก่อน)เป็นหุ่นตัวแรกๆที่นำวิทยาการของ"ดวงตาจอมมาร"มาใช้ไม่ใช่หุ่นประจำตัวของกาดิลอย์ดแต่เนื่องจากสถาณะการฉุกเฉิน
ไม่สามารถไปเอาหุ่นตัวได้ทันจึงขับหุ่นตัวนี้หนีมา(มีระบบโคลทสลีปด้วยนะเออ)
อื่นๆ - ตัวหุ่นนนั้นมีระบบสร้างแรงโน้มถ่วงเทียมขนาดย่อมๆติดอยู่เพื่อเวลาลงจอดกับพื้นจะได้ไม่หัวทิ่ม(เห็นขาคงรู้นะ) ในการบังคับหุ่นนั้นจะเป็นแบบไลน์บาเรล
คือคนขับกับหุ่นมองเห็นเป็นตาเดียวกัน(แต่ก็มีมอนิเตอร์อย่ข้างในนะ)แล้วระบบประสาทของหุ่นกับคนขับจะเชื่อมต่อกันทั้งหมดโดยที่แค่นึกก็ขยับตาม
(ในค็อกพิทคนขับก็แค่นั่งอยู่เฉยๆแล้วก็แหกปากพูดกับคนที่สื่อสารอยู่หรือไม่ก็นอนอืดอยู่เฉยๆก็ได้)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ชื่อ – Shaphen Crows  (ชาเพน โครว์)

เพศ - ชาย

อายุ –  ไม่ทราบ

H - 172 ซม.

W -  70กก.กว่าๆ

รูปร่างหน้าตา – ตามภาพเลยงิ้

นิสัย –  โดยปกติเวลาไม่รบจะเป็นคนใจดีมีนิสัยดี มักยิงมุขเสมอเมื่อมีช่อง(ทั้งแป็กและไม่แป็ก ส่วนมากเป็นมุขรุ่นลุง)
ส่วนเวลารบจะเป็นคนที่โหดเอาเรื่องเหมือนกัน


ประวัติ – อดีตนักฆ่าจากโลกที่ริวอยู่เน้นลอบสังหารซะส่วนใหญ่ ส่วนวิธีการแล้วแต่สถานการณ์ ภายหลังได้เจอกับคนๆนึงเลยเปลี่ยนวิธีชีวิตมาเป็นหมอแทน
(แต่ก็ยังโหดเหมือนเดิม= =”) เวลาปกติเมื่อไม่มีอะไรทำจะเป็นคนที่เฉื่อยชามาก ชนิดที่ว่านอน3ทุ่มล่อตื่นซะเกือบเที่ยง
เวลาไม่สู้หรือไม่ออกไปไหน จะใส่ชุดแบบญี่ปุ่นของผู้ชายแล้วชอบมุดอยู่ใต้โต๊ะโคทัตสึมันได้เกือบทั้งวัน(หมีโคอาล่าหรือไงฟระ= =”)
ไม่ทราบอายุและประวัติแน่นอนรู้แค่เพียงว่าน่าจะเกิน30(เพราะว่าอยู่มาตั้งแต่สมัยตั้งองค์กรณ์และหน้าไม่แก่ลงเลย)

ความสามารถพิเศษ - ไซโคคิเนซิส อยู่ในระดับ11 คือทำให้ตึกถล่มและเกิดแผ่นดินไหวแบบอ่อนๆได้

อาวุธ
ชุดปกติ – เวลาอยู่ในชุดปกติจะมีเส้นลวดโมเลกุล10เส้นแค่อย่างเดียว วิธีใช้

1. นำนิ้วทั้ง10มาประกบกันแล้วตัวถุงมือจะสร้างเส้นลวดออกมา ส่วนความยาว สามารถยาวได้เรื่อยๆแล้วแต่จะให้ยาวได้เท่าไหร่โดยที่ไม่ขาดออกจากกัน มักใช้ในการทำเป็นบ่วงแล้วตัดค่อศัตรูให้ขาด

2.เป็นการเอานิ้วไปแตะสิ่งของแล้วยืดลวดโมเลกุลออกมา โดนวิธีนี้มักใช้ในการวางเป็นกับดักต่างๆ โดยแปะตามจุดต่างๆแล้วทิ้งไว้
ปล.สามารถนำไปประยุคกับพลังจิตได้โดยเป็นหมัดลวดพลังจิต


ชุดนักบิน – เนื้องจากชุดนักบินนั้นเป็นเหมือนเสื้อโค๊ทและมีชายผ้าค่อนข้างยาวจึงสามารถเก็บอาวุธได้หลายชนิด
1.มีดคุไน พื้นๆมากเน็บไว้ข้างขา2ข้าง
2.คอมแบ็ทไนฟ์ ซ้อนไว้ในแขนเสื้อทั้ง2ข้าง
3.ระเบิดแสงx4 ชายโค๊ท
4.ระเบิดควันx4 ชายโค๊ท
5.ระเบิดC4ขนาดเล็ก1อัน ชายโค๊ท
6.ชูริเค็น14อัน ชายโค๊ท



ไทป์ - SuperRobot

ชื่อ -  GS-CH-004 Hattori (ฮัตโตริ)

ลักษณะ – หุ่นรูปทรงมนุษย์แบบนินจา

สี – ดำๆม่วงๆออกแนวทะมึนๆ

H- 40 M.

W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกิน

อาวุธ
- ใบมีดความถี่สูงที่มือขวา(ไม่สามารถยืดได้)
- กรงเล็บที่มือซ้าย สามารถยิงออกไปแล้วยึดจับแบบโวลฟ็อกซ์ได้(เอาไว้เสียบแล้วลากเข้ามาฟัน)
- มีดคุไนที่ขามี2เล่ม(สำรองอีก2เล่ม)
- ดาวกระจายฟูมะที่หลัง1อัน(วิธีใช้จะแบบนารุโตะคือหมุนลื่อนออกมาจาก2แฉกเป็น4)
- ดาวกระจายที่ไหล่18อัน
- ดาบคาตานะยาว1เล่มเก็บไว้ตรงหลังไว้ยามฉุกเฉินไม่ค่อยนำออกมาใช้(ในภาพก็ลืมวาดด้วย=w=”)

ท่าโจมตี
ผลิ้กแพลงเอาแล้วแต่สถานการณ์


ประวัติ – เป็นหุ่นแนวลอบสังหารตัวแรกขององกรณ์ ถึงตัวจะใหญ่แต่ด้วยความที่เจ้าตัวมีพลังจิตไซโคคิเนซัสและตัวหุ่นนั้นมีอุปกรณ์ต่อต้านแรงโน้มถ่วง เวลาเดินปกติจะเหมือนเดินแต่จริงๆจะลอยตัวไว้ให้เหนือพื้นเล็กน้อย(ประมาน3เมตร)
เวลาเดินจึงแทบจะไม่มีเสียงเลยยกเว้นจะกระทืบเท้าแรงๆจึงจะมีเสียงเล็กน้อย ตัวสีของหุ่นเป็นโทนสีดำๆม่วงๆและตัวหุ่นนั้นมีระบบหักเหแสงแบบมิราจคอลลอย์จึงหายตัวได้ชั่วขนะ(ถ้ามองดีๆก็มองเห็นว่ามันมัวๆ)
มีวิธีพรางตัวอีกแบบคือม่านควัน ตรงที่ยื้นๆออกมาข้างๆไหล่ที่เหมือนช่องระบ่ายอากาศนั่นละ ส่วนวิธีบังคับใช้วิธีการขยับแล้วหุ่นขยับตามแบบGกันดั้มมักใช้ในการต่อสู้
มีระบบสำรองคือบังคับแบบอนาล็อก คือการบังคับแบบกันดั้มทั่วไป มักใช้เวลาออกตัวส่งตัวและเดินทางไกลๆหรือภาระกิจที่ไม่ต้องขยับอะไรมาก

พิเศษ
-ตัวผ้าคลุมข้างหลังตัวหุ่นนั้นสามารถสะท้อนบีมที่มีอนุภาพไม่รุนแรง(ประมานของกันดั้ม)และสุนปืนที่อณุภาพการทำลายไม่สูงได้
แต่ไม่สามารถสะท้อนบีมแรงๆได้(ชนิดทวินเซ็นเทอร์ไลท์แคนน้อนงี้)แต่สามารถทนได้โดยที่ตัวผ้าคลุมไม่เป็นไร(แต่สีตกและความทนทานจะลดน้อยลง)
-ตัวหุ่นสามรถปลดเกราะออกมาแบบท่าจั๊กจั่นลอกคราบได้(ประมานเวอร์ธัวร์ปลดเกราะออกมาเป็นนาดเลห์)แต่ยังไม่ข้อเปิดเผยข้อมูลหุ่นอะไรมากตอนนี้เพราะยังไม่อยากให้ใช้
-ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลายเป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด(สำหรับฮัตโตริมันก็แค่ทำให้ความเร็วเละความรุนแรงเร็วขึ้นแปปนึงอะนะ)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2009, 12:07:13 AM โดย blackgetter » บันทึกการเข้า

สาวก JAM Project!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2009, 12:21:06 PM »

------------------------Pilots  of Frontier Saintpiter-------------------------------------------------------------


ชือตัวละคร

ชือจริง(ชือเต็ม) พันตรี คุณหญิง เฟริซีน่า เฮซิเรีย จูเนียร์ พริ้นทสแตนท์
ชือย่อชื่อเล่น  เฟลเซล
ยศ พันตรี(ได้มาตอนอายุ 21)&คุณหญิง(ได้มาตอนอายุ16)

ตำแหน่ง ทูตสันธวไมตรี ระหว่าง แพทธิอาร์แอมไพร์กับมหานครเนเธริออน
          สังกัด หัวหว้าองครักษ์อันดับสอง ขึ้นตรงต่อผู้นำจักรวรรดิโดยตรง
          ภายหลัง ออกจากจักรวรรดิกลายเป็นทีปรึกษาส่วนตัวของเฮริซ่า
         เมือพลัดหลงกับยานฟรอนเทียร์เซนพิเตอร์  เลยกลายเป็นเหมือนแขกจากต่างแดนของกองสลัด โฟเรซ์เซเรีย


อายุ 23-24
ส่วนสุง 172
น้ำหนัก  40

รุปร่างหน้าตาบุคลิก
คุณหญิง  แห่งตระกูลพริ้นท์สแตนท์ผู้มีบุคลิกคล้ายทหารหาญมากกว่าแม่พระ  จัดว่าเป็นคนทีเจ้ายศเจ้าอย่าง  และเป็นผู้หญิงยิ้มยากเหลือเกิน  แต่รอยยิ้มของเธอก็ช่างนิ่งสงบและอุบอุ่นยิ่งนัก  โดยปกติชอบใส่ชุดยุคเรียวลิตี้  แต่ชุดทีเหมาะกับเธอทีสุดแล้วคือ เครื่องแบบของกองพันทหารเสือ  เธอไว้ผมสั้นตัดเรียบแต่เนื่องจากมีผมหยักโศกจึงทำให้ดูเหมือนหนุ่มน้อยในหลายๆครั้ง  เค้าใบหน้าปกติจะไม่คอยแสดงอกซึงความรู้สึกอะไร  แต่จะเน้นแสดงทางสายตาแทน  เธอจะดูสวยสง่าเป็นพิเศษเวลาสวมหมวกปีก

ลักษณะนิสัย
คุณหญิงเป็นคนที่รักเกียรติให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว  หรือสถานภาพของประชาชนมาก  เป็นคนที่คำนึงถึงสถานทางการปกครองมากกว่าผลได้เสียจากการสู้รบ  เธอมีความคิดเห็นว่าผู้ทีมีมากว่าควรจะเสียสละมากกว่าผู้ที่มีน้อย  เป็นคนที่มีการตัดสินใจได้ดีไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากเพียงใด  แต่เนืองด้วยลักษณะที่ชอบสละมากกว่ารับ  จึงทำให้เธอเป็นคนที่เหมือนมีเกราะกำบังอยู่ชั้นหนึ่งที่จะเข้าถึงกับผู้คนเสมอ  แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับเป็นนักเจรจาต่อรองชั้นดีอีกด้วย 

เฟลเซลเป็นคนที่ให้ความสนใจกับวิธีการมากกว่าผลที่ออกมาเสมอ  ดังนั้นจึงมักขัดแย้งกันกับกลุ่มนักการเมืองต่างๆภายในจักรวรรดิ์  แต่ถึงกระนั้นแม้จะดูเป็นผู้หญิงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเท่าใด เธอก็มีส่วนน่ารักเหมือนกัน  เพียงแต่ว่าน้อยคนนักที่จะพบเห็นเธอในอีกด้าน  ซึ่งรักที่จะขี้ม้า  ดูละครโอเปล่า  และรักการรับประทานอาหารแบบเป็นครอบครัว  รักการเล่านิทานก่อนนอนแต่ที่คนทราบเกี่ยวกับตัวเธอที่สุดก็คือ  เธอเป็นคนเถรตรง  อดกลั้น  และเสียสละเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ฝีมือเรื่องการขี่ม้ายิงปืนล่าสัตว์  กับฟันดาบเรเพียร์ของเธอก็ไม่เป็นสองรองใคร

ในด้านของการรบ  เฟลเซลมักจะเห็นหรือตัดสินใจได้ในช่องทางที่ง่ายที่สุดเสมอ แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดกว้างทางความคิดและถือคติความคิดเรื่องการเสียสละหน้าที่เป็นที่ตั้ง  แต่เธอเป็นคนที่ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและก็มองอะไรอย่างทะลุปรุโปร่ง  เธอมักจะมองเห็นลู่ทางในการบินที่สะดวกที่สุดเสมอ  แม้ว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นก็ตาม  และความสามารถของเธอแย่งเป็นประจักษ์มากขึ้นเมื่อตกอยู่ในสถานการแหวกวงล้อมหรือ  แหวกแนวป้องกันของข้าศึกเสมอ  เนื่องจากเธอสามารถตัดสินใจที่ได้ในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำหรือ สามารถแบกรับในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจอดกลั้นได้ ทางเนเธริออน จึงขนานนามเธอเป็นผู้ที่อยู่นอกเหนือแผนการรบ(เนื่องจากมีรุปแบบเฉพาะตัว)  ว่า Fantasista เช่นเดียวกับจูเลี่ยน


ประวัติ

เฟลเซลเป็นบุตรีของ  บาเรียสต้า และ ไดอาน่า พริ้นท์สแตนท์ท่าญาติตระกูลพริ้นสแตนท์รุ่นที่ สามแห่งจักรวรรดิแพทธิอาร์ 

ในวัยเด็กเมื่อครั้งที่มารดาของเธอได้ให้กำเนิด  น้องชายของเธอแล้วโดนลักพาตัวไปนั้น ทำให้มารดาของเธอทรุดป่วยและมีอาการป่วยใจเป็นอย่างมาก  คุณหนูตัวน้อยๆเห็นแม่ของตนไม่สบาย  วันๆเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน  ไม่ก็เที่ยวไปตามหาเด็กวัยแรกเกิดตามสถานที่ต่างๆ  แม้เธอจะเป็นเพียงเด็กน้อยอายุ สี่ขวบ  แต่เธอก็ต้องการที่จะบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดของแม่ไปได้บ้าง   นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอจึงถือว่าตนเป็นทั้งบุตรและธิดาของท่านทั้งสอง  สิ่งที่บุรุษสามารถทำได้เธอต้องทำได้เช่นกันหรืออาจจะดีเสียยิ่งกว่า  ธิดาน้อยที่มีความสามารถทางการขี่ม้า  และฟันดาบ เป็นอย่างมาก  อีกทั้งยังมีใจฝั่งใฝ่ที่จะออกรบในฐานะทหารเสือซึ่งมีแต่บุรุษเท่านั้นที่จะเป็นได้

และเนื่องจากที่ตนเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงตั้งแต่ยังเด็ก  อีกทั้งยังถูกปลูกฝังให้ทำงานเพื่อรับใช้บ้านเกิด พร้อมๆกับความสามารถที่ฉายแววออกมาอย่างเจิดจรัสนั้น  จึงให้มีคำเรียกขานเธอเล่นๆว่า  ธิอาแห่งพระเยซูคริสต์  อันหมายถึงความโชคดีและความรักที่ได้รับมาจากพระเจ้า  ทั้งเรื่องศักดิ์ฐานะ  และเรื่องความสามารถ  แต่เหนือสิ่งอื่นใดเธอรู้ตัวดีเสมอว่า   กว่าครึ่งของความรักที่ได้มาจากพระเจ้านั้นนั่นเป็นสิ่งที่เธอสร้างมาเอง   




หลังจากที่ไดอาน่าได้พาเด็กน้อย  ที่พบในโบถส์ของบาทหลวง  เอลิสซิโอ  พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า “มาร์เซล”แล้วนั้น  นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสัมผัสได้ของความสัมพันธุ์ที่ต่างออกไปจากคำว่า  เด็กและ-ผู้ใหญ่ ดังนั้นเธอจึงรักเด็กชายคนนี้มากเหมือนกับว่าเป็นน้องของเธอ  และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเธอรองลงมาจากพ่อแม่  นั่นเป็นเพราะเด็กชายคนนี้สร้างนำรอยยิ้มอันพิสุทธิ์ใสของมารดาเธอกลับคืนมา  หลังจากที่หลายปีมาแล้วที่รอยยิ้มนั้นเป็นแค่รอยยิ้มหม่นๆและการฝืนทำใจ  ถึงแม้ว่าเด็กชายคนนั้นจะทราบดีว่าความรักที่ได้มาจากไดอาน่านั้น  มันคือความรักของแม่ที่มีต่อลูกชาย  แต่เด็กชายน้อยคนนั้นก็ไม่เคยลืมตัวเลยว่าตนเป็นเพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น  ดังนั้นเขาจึงดูแลและเอาใจใส่ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกบตระกุลนี้  จนกระทั่งมันส่งผลทำให้มาร์เซลกลายเป็นคนรอบคอบและคอยใส่ใจรายละเอียดต่างๆเสมอ

เฟลเซล   มีเพื่อนไม่มากนักที่สนิทชิดเชื้อที่สุดเห็นจะเป็น  เฮริซ่า  มาธอน  และ  ชอร์ลซิเล่ย์  ฮานอย  ทายาทของสองตระกูลใหญ่ที่เหลือแห่งจักรวรรดิ์แพทธิอาร์    เธอมีความเชื่อมั่นต่อแนวความคิดว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมในการปกครองหรือความก้าวหน้าทางจักรวรรดิ  ในขณะเดียวก็เห็นด้วยกับการที่ผู้นำที่ดีความเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนในยามที่ประเทศชาติเข้าห้วงวิกฤต  และอำนาจทางการไม่ควรจะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวกับการเมืองในยามที่บ้านเมืองสงบ   ควรเป็นเพียงผู้ให้บริการประชาชน

แต่มันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน  เมื่อครั้นที่เธอมีอายุได้สิบสองขวบปีเศษ  ได้เกิดเหตุการณ์จลาจลการแบ่งแยกพื้นที่เศรษฐกิจและเขตการปกครองในอวกาศเกิดขึ้น  ในสงครามครั้งนี้  บาเรียสต้าก็ออกรบในครั้งนี้ด้วยและเป็นหนึ่งในแกนนำกองกำลังปราบปราม  แต่เนื่องจากยุทธิวิธีที่ใช้การก่อการร้ายควบคู่กับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเขตการปกครองของจักรวรรดิแพทธิอาร์  โดยในครั้งนั้นกลุ่มแบ่งแยกได้ขู่ว่าจะตัดเส้นทางขนส่งสินค้าและวัตถุดิบทางการเกษตรไม่ให้เข้าถึงเหล่าประชาชนในโคโลนี่  “ดาญาเน่ย์”  สองสามีภรรยาตระกูลพริ้นสแตนท์จึงตัดสินใจนำตัวเองเป็นตัวประกันแทน  โดยได้ป่าวประกาศออกไปว่า “ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขัดสนชนชั้นปกครองควรออกหน้ารับแทน  ปราชาชนได้รับความอดอยากเท่าใดเราจะขออดอยากยิ่งกว่านั้น”  การกระทำอันกล้าหาญเช่นนี้ทำให้ทางจักรวรรดิเริ่มมองเห็นหนทางในการเจรจาต่อรองขึ้น  ดังนั้นสองสามีภรรยาตระกูล “มาธอน”  จึงรับหน้าที่ทูตเจรจาต่อรอง  เนื่องจากทั้งสองท่านคลุกคลีและทำการในด้านการให้บริการความสะดวกแก่ประชากรมาโดยตลอด  แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก  ในขณะที่การเจรจากำลังจะเกิดขึ้น  ได้เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารตระกูลมาธอนขึ้น  ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่สามารถหาตัวฆาตกรที่แท้จริงได้  ที่จับได้มีแต่แพะเท่านั้น 


ประชาชนของ “ดาญาเน่ย์”  โกรธแค้นเป็นอย่างมาก  จึงเกิดการจราจลและเข้าปะทะกับทหารของกองกำลังแบ่งแยกดินแดน  ในที่สุดทางจักรวรรดิดำเนินนโยบายแข็งกร้าว  ลอยแพสองตระกูลพริ้นสแตนท์ไป  ปฏิเสธการเจรจาทางการทูตใดๆทั้งสิ้น  โดยมอบหมายให้กองพันทหารเสือ  ซึ่งขึ้นตรงต่อสามตระกูลใหญ่ทำหน้าที่เข้าช่วยเหลือสองสามีภรรยา  แต่ไดอาน่าได้ห้ามมิให้พวกทหารเข้าช่วยเหลือ  เพราะเธอเกรงว่าประชากรของ “ดาญาเน่ย์”  จะกลายเป็นที่ระบายความโกรธของ  ขบวนการแบ่งแยกดินแดน  ในที่สุดสองสามีภรรยาถูกขังให้อดอาหาร  รอวันตาย

เฟลเซลเห็นพ่อแม่ของตนได้รับอันตราย  จึงแอบลักลอบเข้าไปหวังว่าจะพาแหกคุกออกมา  อันเดรีย  คิเรียสหัวหน้าแห่งกองพันทหารเสือพอทราบเข้าก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กน้อย  สั่งกองพันทหารเสือเข้าไปช่วยเหลือทั้งสองท่านทันที

แต่อนิจจังสองสามีภรรยาถูกจับมาเป็นเวลานาน  ร่างกายอ่อนเพลียเมื่อยหล้าจนถึงที่สุด  อีกทั้งไดอาน่ามีโรคร้ายประจำตัวตั้งแต่แรก  ในที่สุดท่านทั้งสองทราบดีว่าคงไม่มีชีวิตกลับออกไปสู่โลกภายนอก  บาเรียสต้าจึงเปิดเผยเรื่องราวของบุตรชายของตนที่หายไปให้ไดอาน่าฟังทั้งสิ้น  โดยเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของเขาและอันเดรีย  เองที่ได้ลักพาตัวเด็กน้อยคนนั้นไปมอบให้ที่โบสถ์  ของบาทหลวง เอลิสซิโอ  ซึ่งเหตุที่ทำดังกล่าวเนื่องจากบาเรียสต้าปรารถนาที่ต้องการให้บุตรของตนเป็นบุรุษที่ไม่แบ่งแยกฐานะ  และเข้าใจถึงความยากลำบากและความคับแค้นใจของแต่ชนชั้น  อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างบุรุษที่สามารถเสียสละได้ทุกสิ่ง  ซึ่งภายหลังเด็กน้อยดังกล่าวได้เกิดเติบโตขึ้น  เป็นมาร์เซลน้อยคนนั้นนั่นเอง  ไดอาน่าได้ฟังเรื่องราวดังกล่าวก็รู้สึกทั้งโกรธแค้น  และขุ่นข้องสามีเป็นยิ่งนัก  แต่เธอทราบดีว่าที่เขาทำดังกล่าวเนื่องเพราะเห็นแก่อนาคตของประเทศ  และก่อนที่จะลาโลกไปเธอรู้สึกดีใจและลดความน้อยเนื้อต่ำใจที่เธอมีแต่ตัวเองได้ส่วนหนึ่ง  เพราะจะอย่างไรเสียเธอก็ได้ทำหน้าที่เป็นแม่ให้กับเด็กชายคนนั้นแล้ว  แม้ว่ามันจะไม่เต็มที่ก็ตาม  เฟลเซลที่ลักลอบเข้าไปหวังจะช่วยหลือ บิดามารดาของตนได้ยินดังกล่าวแทบสติฟั่นเฟือน  ดีที่ได้อันเดรีย  เข้ามาปลอบไว้  ก่อนตายบาเรียสต้าได้สั่งเสียว่าให้ดูแลน้องชายของตนให้ดี  แต่จงอย่าได้เปิดเผยชาติกำเนิดนั้นเด็ดขาด  จนกว่าจะถึงเวลาที่เธอเห็นว่ามันสมควร 

หลังจากที่มารดาของเธอเสียชีวิตเฟลเซลได้ร่วมกับอันเดรีย  ก่อตั้งมูลนิธิBariasta And Diana ขึ้นซึ่งมูลนิธินี้เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการสร้างเยาวชนขึ้นมารับใช้ชาติ  จนกระทั่งเมื่อครั้นเธออายุได้ 16 ปีจึงได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็น  “คุณหญิง” 

ภายในปีเดียวกันนั้น  เนื่องจากความกล้าหาญในวัยเด็กจึงทำให้เธอได้รับสิทธิพิเศษในการบรรจุเข้ากับกองพันทหารเสือ 


เฟลเซลใช้เวลา สองปีครึ่งในการจบหลักสูตร  เธอมีผลการเรียนโดดเด่นมากในเรื่องการบังคับแบตเทิร์น  แมตชีน  และการใช้จิตวิทยาและตรรกศาสตร์ในการรบ

จนเมื่ออายุ 20 ปีก็ได้รับยศ พันตรี 

หลังจากที่เธอได้พบกับยาชาโอและการโจมตีจากพวกดาเรนเข้า  เธอได้ฉวยโอกาสนี้ออกเรือหนีจากจักรวรรดิ์พร้อมกับเฮริซ่า  โดยจุดประสงค์การจากไปของเธอครั้งนี้  คือต้องการสร้างจักรวรรดิในรูปแบบใหม่  พร้อมๆกับหาสถานที่ตั้งสักแห่งในห้วงอวกาศ  โดยที่เธอตั้งใจไว้ว่าจะกลับมานำประชากรที่ ใฝ่ในแนวคิดศักดินาเสรีธิปไตย
ของบรรพบุรุษเดิม  ทั้งนี้เพราะเธอคิดว่าพวกนักการเมืองและขุนนางในจักรวรรดิ์ไม่สามารถเสียสละและรับผิดชอบหน้าที่ของตนได้เต็มที่  ดังนั้นเธอจึงได้แต่หวังว่าแนวทางการสร้างจักรวรรดิขึ้นมาของเธอจะได้ผล  ทั้งนี้เธอได้เตรียมกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะแนวหน้าในการพัฒนาแนวคิดเอาไว้แล้วนั่นคือเหล่าเด็กน้อยที่ได้อุปการคุณจากมูลนิธิ Bariasta And Dianaoนั่นเอง

หลังจากพลัดหลง  กับเฮริซ่า  เฟลเซลก็ต้องเข้าไปพัวพันกับกองโจรสลัด โฟเรเซย์เรีย  ทำให้เธอเริ่มนึกถึงคำว่าครอบครัวเมื่อครั้งเธอยังเล็กได้อีกครั้ง  จากความเป็นอยู่ของกองโจรสลัด  ที่นั่นเอง  เธอได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับนักบินของกองโจรสลัดด้วย  พร้อมกับเริ่มค้นหาคว้าเรื่องการเดินทางออกสู่อวกาศรอบนอก  ซึ่งเป็นเรื่องราวที่บิดาของเธออธิบายไว้ในพินัยกรรม(ไม่เกี่ยวกับมรดกแต่อย่างใดครับอย่างงนะ-_-)

รวมถึงการสานฝันอดุมการณ์ทางการเมืองที่ผิดเพี้ยนไปของจักรวรรดิ์แพทธิอาร์ให้เข้ามาสู่แนวทางเดิมทีบรรพบุรุษได้วางรากฐานเอาไว้ด้วย  แต่ที่เนเธริออนก็มีสงครามแบ่งแยกดินแดนและขัดแย้งกันเรื่องเชื้อชาติตลอดจนแนวคิดทางวัฒนธรรมรวมถึงระบบพลังงานด้วย  ทำให้เธอต้องคอยพัวพันธ์กับสองเขตของอวกาศเสมอ

พร้อมกันนั้นเธอได้เริ่มดำเนินโปรเจกการทดลอง ISO DRIVE ซึ่งว่ากันว่าเป็นเหมือนเรือแห่งสัมพันธ์ไมตรีระหว่างระบบจักรราษี  ร่วมกับเครื่องยนต์ย่นระยะของพวกจูเลี่ยนด้วย

เธอคอยเฝ้ามองเฮริซ่าอยู่เสมอ  ทั้งในฐานะเพื่อนสนิทและองครักษ์ด้วย  แม้ว่าบางครั้งเธออาจจะพบว่าเธอรู้สึกแปลกๆกับมาร์เซล

แต่แท้ที่จริงแล้วความรักและความภักดีของเธอนั้มีต่อห้วงจักรวาลเท่านั้น


หลังจากที่ร่วมรบกับกองกำลังโจรสลัดทำให้เธอทราบถึงการมีอยู่ของกลุ่มคนบางกลุ่ม  แต่เพื่อที่จะคอยระวังหลังให้เธอกับกองโจรสลัดจึงคอย  เล่นงาน ตลบหลังแทนเสมอ  แต่ถึงกระนั้นด้วยความห่างชั้นทางด้านกำลัง  จึงต้องใช้ยุทธวิธีปล้นเขากินตามแบบโจรสลัดดั้งเดิม

แต่ทุกครั้งที่เฮริซ่าหรือสถาบันระดับสูงของ แพทธิอาร์ หรือ เนเธริออน  เธอก็มักจะปรากฎตัวขึ้นมาเพื่อคุ้มครองเสมอ  ในฐานะ "ทหารเสือ"องครักษ์


แต่ถึงแม้จะมีกำลังคนน้อย  กองโจรสลัดก็มักสร้างความเสียหายให้แก่ข้าศึกอย่างใหญ่หลวง  เนื่องจากมี Fantasista ทั้งสองคนอย่างจูเลี่ยนกับ เฟลเซลนั่นเอง

____________________________________________________________________________________________________________________




ยูนิท  เครื่องสอง

==================================
FS-Y-22 Unstoppable musketeer


สูง 9M
น้ำหนัก 7 ตัน
ประวัติความเป็นมา

หุ่นรูปร่างคล้ายX Chavalier ของหัวหน้าเอ็กซ์กับ Musketeer เครื่องเดิม  หุ่นตัวนี้เป็นโปรเจกลับของทหารอีกฝ่ายของเนเธริออน  ที่ขัดแย้งก้นกับกองโจรสลัดเสมอ  จึงออกแนวคิดที่ว่าเมื่อมีหุ่นพวกกบฎไพร่  ก็ต้องมีหุ่นขุนนางขึ้นมาปราบ  แต่แล้วเนื่องจากเส้นสายของพวกจูเลี่ยนเยอะมาก  จึงทำให้รู้ถึงแผนการผลิตขึ้นมาก่อน  ดังนั้นจึงทำการลักลอบขโมยมาเป็นของตัวเองซะเลย  เชื่อ Unstopable Musketeer  เป็นชื่อที่เฟลเซลตั้งขึ้นให้ในภายหลัง  โดยคำว่าUnstoppable  มาจาก CODE NAMEเก่านั่นเอง

โดยที่พวกโกงโจรสลัดไม่รู้ตัวเลยว่า  นี่เป็นหุ่นที่ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับค้ำจุนบางสิ่งที่สูงค่ายิ่งกว่าชีวิตนั่นเอง



คอนเซปของห่นตัวนี้คือลดขนาดของอาวุธจักรกลให้เล็กลงแต่ยังคงความอันตรายในระดับของIL CONDINOไว้  ซึ่งตัวหุ่นนั้นมีความเร็วสูงมากจนสามารถบินแหวกกองยานหรือห่ามิสไซน์ได้สบายๆ  แต่ก็แยกการควบคุมหางเสือออกงจากทรัสเตอร์เวอร์เนีย  ทำให้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนโดยความเร็วไม่ตกได้แม้ว่าจะเป็นวงแคบเพียงใดก็ตาม  หรือแม้แต่จะเร่งความเร็วในขณะที่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ก็สามารถทำได้  ทำให้เหมาะสมสำหรับการแหวกวงล้อมหนี  เพื่อพาตัวประกันออกจากจุดอับ  หรือแหวกฝ่าแนวป้องกันเข้าไปช่วยตัวประกันหรือ  กำจัดศัตรูก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการรบด้วยเช่นกัน  เหมาะสมกับคำว่าUnstoppableที่สุดเลยทีเดียว   


++===========================================================
อาวุธ
1.พรุไฟ แอนตี้มิสไซน์
2.เรเพียร์ ซอร์ด พกไว้ที่เอว
3.แดกเกอร์
4.เรลกัน ไรเฟิล ติดมีดปลายปืน
5.สกูรวิปเปอร์ แซ่สว่าน สองเส้น

==============================================================================================

ระบบพิเศษ
1. ผ้าคลุมแฟนตาสติกแบบ IL CONDINO
2. PATIAR EMBLEM พรุไฟสัญลักษณ์ของแพทธิอาร์  เมื่อจุดพรุไฟ นี้จะทำให้ศัตรูเสียขวัญ
3. The musketeer emblem พรุไฟสัญลักษ์หนึ่งสู่เหล่ารวมเราเป็นหนึ่ง เมื่อยิงพรุไฟนี้มีผลทำให้ขวัญกำลังใจของ ฟอร์นเทียร์เซนพิเตอร์กับ โฟร์เรเซีเรีย เพิ่มขึ้น
4. Unstopable Movement  แม้ถูกศัตรูลอมกีด้านระยะการเดินก็จะไม่ลดลง

===============================================================================================
เนื่องจาก เป็นหุ่นที่อาวุธน้อยมากจึงต้องอาศัยท่าพิเศษในการโจมตี
ท่าโจมตีประสานกับท่าโจมตีพิเศษ
1.Unfinished Rapier  ระดมแทงดาบเรเพียรนับหมื่นแสนดวงแต่มีเพียงดาบเดียวที่เป็นโจมตีจริงนอกนั้นเป็นท่าลวง  จะใช้ก็ต่อเมื่อถึงคราวคับขันหรือต้องการเผด็จถึงอย่างฉับไวเท่านั้น
2.Double Fantasista  ท่าประสานกับจุเลี่ยน
3.All for one one for all ท่าประสานระหว่าง เฟลเซล มาร์เซล  และหัว หน้าเอ็กซ์


===========================================================================================================

Fantasista คืออะไร  Fantasista เป็นภาษาอิตาเลี่ยน  และเป็นคำๆนึงที่ไม่มีนิยามตายตัวแต่ในทางฟุตบอล  จะใช้อธิบายถึงนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างด้วยการเล่นเพียงไม่กี่ครั้ง  และสามารถสร้างความมหัศจรรย์น่าตื่นตาตื่นใจได้ราวกับมนต์ขลังนักเตะที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแฟนตาซิสต้าก็เช่น  โรแบร์โต้ บาจโจ้ คนที่อยู่ในลายเซ็นต์ด้านล่างนี้

แต่ในเรื่อง SRW TSC ใช้อธิบายเกี่ยวกับจูเลี่ยน ลูเบียสไว้ว่า  ผู้ที่สามารถสร้างความนอกเหนือทางด้านแผนการและตรรกในการคิด  โดยเกิดจากการสร้างสรรค์อันไม่มีใครเข้าใจได้ ผุ้ที่สามารถกำหนดพื้นที่ควบคุมเวลา  หรือแม้แต่กำหนดหรือเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ด้วยการกระทำอันเป็นอิสระและออกนอกกรอบ  แต่แฟนตาซิสต้าเองก็มีหลักในการคิดไม่ใช่ว่าเอาแต่ทำอะไรตามอำเภอใจ  เพียงแต่ว่าหลักการคิดของFantasistaนั้นคนทั่วไปไม่สามารถคาดคำนวณได้  ดังนั้นแฟนตาซิสต้าจึงเป็นดาบสองคม  เนื่องจากเพราะควมคุมยากจึงใช้งานได้อย่างลำบาก  แต่ก็มีข้อดีคือเนื่องจากไม่สามารถคาดเดาจึงไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร  แต่ถึงแม้จะรู้แล้วก็ยังพลาดพลั้งได้

Fantasista ไม่ได้เกิดจากวิวัฒนาการของมนุษย์แต่อย่างใด  หากแต่เป็นความสามารถที่ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้  เป็นแต่เพียงกำเนิด  ทุกคนอาจเป็นFantasista ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นด้านใด


ในเรื่องนี้มีFantasistaด้วยกัน สามคนคือจูเลี่ยน เฟลเซล และ ชอร์ลซิเล่ย์  ซึ่งแต่ละคนจะมีความสามารถแตกต่างกันไปโดยในภายหลังนั้น  มาร์เซลจะก้าวไปอีกในระดับของFantasista อีกขั้นหนึ่งซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างออกไปจากสามคนนี้  ดังนั้นโดยรวมทั้งหมดจึงมี Fantasista  สี่คน

จูเลี่ยน-เขาสามารถต่อสู้ด้วยคล้ายกับว่าได้วาดภาพเอาไว้ภาพหนึ่งในหัวแล้วอย่างไรอย่างไรอย่างนั้น  และเขามักจะทำอะไรนอกเหนือจากแผนการเสมอ  ราวกับว่าเขาได้กำหนดเหตุการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่าทุกอย่างมันต้องเป็นดังนั้น แต่ในระหว่างการรบก็มีอยู่บ่อยครั้งที่เขาคล้ายเป็นคนนอกเป็นอิสระจากระบบและภาวะแวดล้อม  คือคล้ายไม่มีตัวตนในการรบนั้นในบางช่วง  แต่ก็สามารถบรรดาลความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้  เพราะเหตุนี้จูเลี่ยนจึงจัดเป็นFantasistaที่อันตรายที่สุด

เฟลเซล-สามารถมองเห็นเส้นทางในการจู่โจม  หรือเส้นทางในการเคลื่อนทัพได้เป็นอย่างดี  โดยทั่วไปแล้วหากคนปกติมองเห็นเหตุการณ์หรือเส้นทางทางการโจมตีได้ 3 เมตร เฟลเซลจะมองเห็นเป็น เมตรเดียว ดังนั้นจึงเหมือนกับเธอสามารถรุ่นระยะทางที่ห่างกันได้  ถึงแม้ความจริงจะไม่ใช่เช่นนั้นก็ตาม เธอมักจะเห็นช็อตต่างๆล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่ทันได้สู้รบปรบมือเสมอ  แต่นั่นไม่ใช่ความสามารถในการหยั่งรู้  หากแต่เป็นจินตนาการและความคิดที่ควบคุมสภาวะทั้งหมดเอาไว้ตั้งแต่แรก  ดังนั้นจึงมีคนอธิบายว่าในการสู้รบประมือกับเธอนั้น  คล้ายกับว่าทุกอย่างมันต้องออกมาเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก  เป็นความรู้สึกที่ว่ามันไม่สามารถต่อต้านขัดขืน  และไม่สามารถหยุดยั้งในสิ่งที่เกิดขึ้นได้



ชอร์ลซิเล่ย์ ฮานอย  เขามักจะมองอะไรเป็นปรากฎการณ์เสมอ  และมักจะมองเห็นช่องว่างระหว่าง แนวทัพของฝ่ายตัวเอง  และฝ่ายตรงข้าม  เขาสามารถสร้างรอยร้าวให้กับแนวรับที่แข็งกล้าได้อย่างง่ายดาย  และสามารถอุดรอยรั่วของแนวรับได้ดีเช่นกัน  ในขณะที่เฟลเซลเป็นประเภทแคบแต่ลึก  ชอร์ลซิเล่  กลับเป็นประเภทหูตากว้างไกล  นอกจากนี้เขายังเป็นศิลปินเอกเหมือน ดังกับ จิวยี่  และ เลโอนาโด้ ดาวินชี่ เช่นกัน  นั่นจึงมักทำให้เขามองโลกที่เป็นอยู่และรอคอยสิ่งที่มาถึงต่างจากคนอื่น  และทำให้เขาเป็นคนที่ยากจะเข้าใจ  นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ชีวิตของเขามีทั้งดีและร้าย



มาร์เซล  พริ้นสแตนท์  --------เขาโดดเด่นที่สุดก็คือการเป็นแกนกลางและการหมุนตำแหน่งหรือทำหน้าที่ชุดเชิญความบุกพร่องของเพื่อนๆ  แต่ความสามารถของเขามิได้เป็นในเชิงสนับสนุนหากแต่เพียงว่ามันคล้ายกับเป็นการดึงสักยภาพของเพื่อนร่วมทีมมากกว่า  มาร์เซลมีความสามารถในการลำดับความคิดเป็นเลิศเขาเชี่ยวชาญวิธีการรบที่ทำให้ศัตรูตายด้วยตนเองได้  โดยไม่ต้องลงมือแม้แต่น้อย  โดยรวมแล้วฝีมือของเขาก็แทบจะไม่แตกต่างกันกับพี่สาวเลย  เพียงแต่สิ่งที่เขาต่างออกไปจาก Fantasistaคนอื่นๆก็คือ  ความสามารถในการดึงศักยภาพนักบินหรือคนรอบข้างนั่นเอง  ดังนั้นเขาจึงเป็น Fantasistaที่เข้ากับระบบได้ง่ายกว่าทั้งสามคนที่ผ่านมา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2009, 08:38:26 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: