Julian Lubias The Pirate Space of Netherion City The Best of Fantasista ชือนามสกุล- จูเลี่ยน ลูเบียส Julian Lubias
อายุ 27 ย่างเข้า 28
เพศ ชาย
สูง 174
น้ำหนัก 56
รูปร่างหน้าตา จูเลี่ยนมีเค้าใบหน้าอันคมเข้มแฝงความสง่างามตามแบบฉบับของชาวอิตาเลี่ยน(จูเลี่ยนเป็นภาษาอิตาเลี่ยนครับ) มีผมหยักโศกสีดำเข้ม ไว้หนวดพอประมาณ ตัดเรียบให้ดูดี จูเลี่ยนไว้ผมทรงผูกหางม้าแต่ถักเปียแยกเป็นหลายสาย(คิดไม่ออกดูsigรูปโรแบร์โต้ บาจโจ้ด้านล่างครับ) จูเลี่ยนมีผิวสีค่อนข้างไปในทางเหลืองนิดหน่อย ผิดกับชาวอิตาเลี่ยนที่มีผิวเข้มคล้ำไปเล็กน้อย
นิสัย จูเลี่ยนเป็นคนที่ยอมรรับการกระทำหรือผลที่เกิดกับตนเองได้ตลอด และไม่เคยถือโทษโกรธโชคชะตา พร้อมทั้งมักมองหาทางออกอยู่เสมอ แม้บางครั้งมันจะไม่มีทางก็ตาม จูเลี่ยนตัดสินใจได้ดีในสถานการณ์คับขัน และเป็นคนที่เพื่อนฝูงฝากทำภาระกิจที่เป็นไปไม่ได้ให้กระทำ ซึ่งจูเลี่ยนก็สามารถแบกรับและตัดสินใจได้เป็นอย่างดี แม้บางครั้งจะมีผิดพลาดบ้างก็ตาม จูเลี่ยนเป็นคนที่ไม่เก่งเรื่องวิธีการทางการทหารเท่าใดนัก เขามักเลือกวิธีที่แตกต่างจากคนอื่น(คิดนอกกรอบ) แม้โดยส่วนมากเขาจะทำภารกิจได้สำเร็จลุล่วง แต่เนื่องจากมักทำเรื่องที่นอกเหนือแผนการหรือเหนือเมฆ จึงเป็นเหตุให้เขามักจะเป็นที่ไม่พอใจของบรรดาคนระดับสูง แต่ถึงกระนั้นจูเลี่ยนก็ไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืนต่อกองโจรสลัดแต่อย่างใด เขามักจะหลีกเลี่ยงเรื่องราวทางการเมืองเสมอ ดังนั้นจึงจัดว่าเขาเป็นผู้ตามที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นผู้นำได้ในคนละความหมายกับของเฟลเซลซึ่งมักจะข้องแวะเรื่องการเมืองเสมอ อนึ่งจูเลี่ยนคือนักบินที่บรรดาโจรสลัดรักมากที่สุด เขามักทำในสิ่งที่นอกเหนือกฎหรือทฤษฎีและหลักตรรกในการคิดของทางหารทหารทั่วไปด้วยเหตุนี้จึงมีคนอธิบายเขาด้วยคำสั้นๆว่า "Fantasista"
ประวัติ จูเลี่ยนเกิดในครอบครัวฐานะระดับกลาง โดยทางบ้านมีครอบครัวมีอาชีพเป็นช่างเหล็ก จูเลี่ยนเป็นคนที่มีผลการเรียนไม่ค่อยโดดเด่นนัก แต่มักสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีใครคาดคิดได้เสมอ แม้บางอย่างอาจจะดูไร้ประโยชน์ไปเสียบ้าง ความสามารถของจูเลี่ยนค่อยเด่นชัดขึ้นเมื่อสามารถสร้างสร้างและคำนวนแผนที่อวกาศได้อย่างสมบูรณ์ด้วยผลงานดังกล่าว ทำให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพและด้านคมนาคมขนส่งพลังงานของทางรัฐบาล เนเธริออน มหานครกลางอวกาศนอกระบบสรุยะ(ซึ่งจะกล่าวถึงในครั้งต่อไป)เป็นอย่างมาก ทำให้จูเลี่ยนได้เข้าสู่สถาบันทางการทหารของรัฐบาล แต่เนื่องด้วยว่าเกิดสงครามอยู่บ่อยครั้งภายในตัวมหานครเอง ทำให้จูเลี่ยนได้รับอุบัติเหตุในการสู้รบครั้งหนึ่งซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น
จูเลี่ยนได้รับการช่วยเหลือจาก สลัดอวกาศ โฟเรซ์เซเรีย พร้อมกับได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่มหานครกลางอวกาศมีความเกี่ยวข้องกันกับตระกูลแห่งอวกาศตระกูลหนึ่งของระบบสุริยะ ซึ่งกองโจรสลัดกลุ่มนี้เป็นองค์กรมืดที่แยกตัวออกมาเป็นอิสระจากเนเธริออน หลังจากประสบอุบัติเหตุครั้งนั้น จูเลี่ยนมีอาการอัมพฤก(เขียนถูกรึเปล่าหว่า)ชั่วคราว ในตอนนั้นเองเขาได้พบกับ เอริเซียร์ หญิงสาวอายุ 14 ปี ซึ่งครอบครัวของหญิงสาวนับถือพุทธนิกายมหายาน เนื่องจากเขามีปัญหาทางจิตและสมาธิด้วย นับตั้งแต่นั้นมาเขาจึงนับถือศาสนาพุทธ และใช้ศาสนาเป็นเครื่องช่วยในการฝึกสมาธิ
จูเลี่ยนใช้เวลาพักฟื้นร่างกายเป็นเวลาถึงสองปี พร้อมกันนั้นเขาได้ค่อยๆศึกษาเรื่องเขตอากาศอื่นๆตามแต่ตำราหรือข้อมูลจะเอื้ออำนวย โดยพร้อมกันนั้นเขากับเอริเซียร์และทางกองโจรสลัดได้หันมาพัฒนาเครื่องยนต์ย่นระยะขึ้นมา
ในขณะนั้นก็มีผู้ประสงค์ร้ายและเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆมากมายให้ต้องแก้ไขเสมอ
ในที่สุดเมื่อจูเลี่ยนมีอายุร่วมยี่สิบสองปีเศษเขาได้สมรศกับ เอริเซียร์ และมีบุตรและธิดาด้วยกันอย่างละคน
เขาถูกดึงเข้ามาในเหตุการณ์การปฎิวัติอวกาศของระบบสุริยะด้วย ซึ่งกลุ่มโจรสลัดได้ถูกรัฐบาลของสหพันธรัฐขนานนามว่า "ผู้หวนคืนสู่ถิ่นเดิม"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อยูนิทหุ่น FT-X-10 Il condino
สูง 13.8 M รวมหัวหงอน? 15.6 M
น้ำหนัก 9 ตัน
หุ่นที่มีลักษณะ ภายนอกคล้ายมีส่วนหัวคล้ายซีเกอร์เรียนของเลโอน่า มีเฟรมส่วนนำตัวคล้ายกับครอสโบนกันดั้ม และมีทรัสเตอร์ขนาดใหญ่เหมือนกับF-91 ทางด้านหลังมีปืนแฝดคล้ายVSBRที่ยิงไม่ได้???ช่วยในการควบคุมทิศทางด้วย ทำหน้าที่ควบคุมแรงโน้มถ่วง สมดุล และทิศทางในการเคลื่อนเคลื่อนที่ ทำให้หุ่นสามารถเคลื่อนได้ถึงในระดับสี่มิติหรือมากกว่า เป็นเรื่องที่สมดุลในการเคลื่อนไหวสูงไม่เบาบางจนเกินไป ไม่ดุดันจนเกินเหตุ ในส่วนของเกราะใช้โลหะที่สังเคราะห์ได้โดยทั่วไปในอวกาศเขตนอกของระบบสุริยะ จึงไม่นับว่าเป็นความโดดเด่นแต่อย่างใด อิลคอนดิโน่ มีข้อเสียที่ระบบจ่ายพลังงานไม่ค่อยเสถียรในซึ่งบางครั้งก็ดึงพลังออกมาได้น้อยเกินไปหรือบางครั้งก็ดึงออกมาได้เกินไป แต่อย่างไรก็ตาม ทางจักรวรรดิ์แพทธิอาร์ตีค่าของ อิลคอลดิโน่กับจูเลี่ยนในฐานะFantasistaไว้เทียบเท่ากับยาน ชั้น ฟอร์นเทียร์ เซนต์พิเตอร์ลำหนึ่งเลยเสียทีเดียว
หุ่นมีสีฟ้าน้ำเงินเข้ม(เหมือนสีเสื้อทีมชาติอิตาลี่) ด้านหลังส่วนหัวของหุ่นมีเส้นใยพันแยกเป็นหาม้าซึ่งถักเปียแยกเป็นหลายสาย
อาวุธ
1. machine cannon x 2วัลแค่น 30 มม. ติดตั้งบริเวณศีรษะ และหน้าอก
2. มีดพกสองเล่มที่ใช้ความร้อนในการจ้วงแทงรูปร่างคล้ายดาบเล่มเล็กของเซเว่นซอร์ด เอ็กเซียร์ ซึ่งในตัวของIl condinoนั้น พกพาไว้โดยการเก็บไว้ในเกราะชั้นในของบริเวณหัวเขา
3. บีม แฟลนซิ่ง 2 เล่ม ดาบลำแสงรูปร่างคล้ายกับบีมซันบาร์ของครอสโบนกันดั้ม แต่ออกแบบมาได้ปรานีตกว่า ดาบลำแสงที่มีความเข้มสูง แต่ไม่หนา(คือบาง) ลำเสียงมีความแหลมเล็กเรียวคล้ายกับ ดาบเรเพียร์ พกไว้ด้วยการห้อยตรงสองข้างสะเอวของตัวหุ่น
4. blade rail gun x 2 ปืนพกที่ยิงในระยะกลาง สองกระบอกและมีมีดปลายปืน เก็บไว้ที่กระโปรงด้านหลังของตัวหุ่น ซึ่งมีกระสุนพิเศษคืออตอมมิก อาร์โม่ ซึ่งเป็นหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย รูปร่างก็
http://i84.photobucket.com/albums/k40/s_issara/pic_spot_combo31.jpg ปืนสองกระบอกนี้พกไว้ที่หลังกระโปรงหุ่น
5. Beam launcher *1 บีมลันเชอร์ปืนอนุภาคกระบอกขนาดกลางปืนของF-91 พกพาโดยการเหน็บด้านหลัง
6. Andromeda Chains โซ่(จุเลี่ยนจะกลายเป็นชุน

)โซ่ที่เก็บไว้ในเกราะกระโปรงด้านหน้า(ดูที่เก็บ
http://www.mahq.net/mecha/gundam/crossbone/lineart/xm-x-scissoranchor.jpg) ที่ตัวโซ่ทั้งสองเส้นจะมีจานขนาดเล็กที่สามารถสร้างสนามรีเฟล็กเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถสะท้อนอาวุธประเภทลำแสงได้ จูเลี่ยนใช้บังคับหังเหมุมต่างๆเมื่อตกอยู่ในวงล้อม และยังมีหัวแหลมขนาดเล็กที่สามารถใช้ทะลวงเกราะฆ่าศึกได้ หรือจะใช้หักเหลำแสงจากบีมลันเชอร์ก็ยังได้
7. Hyper Menuver Truster * 2 ปืนแผดรูปร่างแบบF 91 ที่อยู่ด้านหลังมีคุณสมบัติในการสร้างแรงอัดอากาศกระแทกได้ แม้จะแทบไม่มีผลในการสร้างความเสียหายของศตรูเลย แต่เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาการโจมตีของมันได้ จึงถือว่าเป็นอาวุธที่รบกวนสมาธิคู่ต่อสู้ชั้นดีกล่าวๆง่ายคือ สามารถผลักให้กระเด็นได้
8. remote slasher x 6 คงไม่ต้องอธิบายกระมัง
9. มีดพกสำหรับซัด ที่สามารถใช้ต่างกรงเล็บได้ รวมชุดสำรองเป็น 12 เล่ม ซึ่งสามารถทะลวงเกราะฝ่ายตรงข้ามและมีฤทธิ์ระเบิดจากด้านในคล้ายระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่
อุปกรณ์พิเศษ
1. Fantastico cloak ผ้าคลุมที่ออกแบบพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ปกติจะใช้ในการพลางตัวมีความสามารถปรับสีได้ตามสภาพแวดล้อม เป็นวัตถุกึ่งแข็งกึ่งอ่อน โดยอาศัยการชักนำทางไฟฟ้าให้ปรับสภาพโครงสร้างโมเลกุล(ใครคิดไม่ออกนึกถึงผ้าคลุมแบทแมนไว้

) ดังนั้นมันจึงมีสภาพคล้ายปีกเครื่องร่อนอีกด้วย แถมที่ปลายผ้ายังมีท่อขับดันที่เป็นโลหะกึ่งไหลติดอยู่ด้วย อีกต่างหาก นอกจากนี้ผ้าคลุมนี้ยังสามารถใช้เก็บกระสุนพกได้อีกด้วย
2. ระบบคลายความร้อน เนื่องจากว่าเป็นหุ่นที่ขนาดตัวเล็กมากแต่กลับใช้พลังงานที่มากมายมหาศาล(แต่ไม่เป็นอนันต์) จึงมีระบบสำหรับระบายความร้อนเพื่อป้องกันการเกิดโอเวอร์ฮีท ซึ่งระบบดังกล่าว นอกจากจะใช้ทำให้ความร้อนของหุ่นลดลง แต่จูเลี่ยน ยังใช้การระบายความร้อนเป็นตัวช่วยในการเบี่ยงเบนเรดาร์ที่ตรวจจับความร้อนได้อีกด้วย
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
===========================
The timeline of Space??? : ยุคมืด 1
- ดวงตาจอมมารถูกสร้าง
??? : ยุคมืด 2
- การกดขี่เผ่าพันธุ์อื่นของเหล่าเทพ
- ด้วยพลังของดวงตาจอมมาร ทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งในอวกาศกลายเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์
- เทพตนนึงซึ่งต่อมาโดนเรียกว่าเทพหายนะแยกตัวออกจากเหล่าเทพ พร้อมฆ่าเทพไป 666 ชีวิต
??? : จุดสิ้นสุด
- มหาสงครามล้างจักรวาล วาลคิรี่ เทนโช (หุ่นต้นแบบอาโอเคียวเซย์) เกียร์ฟรีก กิลฟอร์ด บาอัลฟิวลักส์ บลาๆๆๆ ถูกสร้าง
- กองทัพสัตว์ประหลาดทำลายระบบสุริยะ แล้วแพร่พันธุ์ไปทั่วอวกาศ
- เทพหายนะเอาวิญญาณของเทพและสิ่งมีชีวิตอื่นๆมากมายที่ฆ่ามาบวงสรวงให้ "แกนกลาง" สร้างเป็นยาชาโอแล้วผนึกจิตของตนไว้
- วาลคิรี่ถูกดวงตาจอมมารทำให้บ้าคลั่ง อาละวาดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เทพทั้งหมด (เทพในยุคนี้คือเทพแท้ๆ มีพลังควบคุมความเป็นไปของจักรวาลอย่างแท้จริง เป็นคนละพวกกับเทพของคุณ Link)
- ดวงตาจอมมารหายสาบสูญ
- จักรวาลแตกเป็นเสี่ยงๆ อารยธรรมทั้งหมดล่มสลาย ทุกอย่างกลับสู่ความว่างเปล่า
-----------จักรวาลในมิติต่างๆเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่บิ๊กแบง--------------------
ราวๆ 10000 ปีก่อนคริสตกาล : ชาวทวีปมูค้นพบ "มรดก" ชิ้นหนึ่งซึ่งบรรจุความทรงจำของจักรวาลเดิมไว้ และใช้เทคโนโลยีที่จัดว่าสูงกว่าปัจจุบันสร้าง Ixion ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นผู้เก็บรักษามรดกชิ้นนั้น หลัง Ixion ถูกสร้างได้ราวๆสิบปี อารยธรรมของมูก็ล่มสลายโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
04/04/2197 : อเลอันโดร มาธอน กับ เมริสเล่ย์ มาธอน ให้กำเนิด เฮริซ่า มาธอน
31/10/2197 : บาเรียสต้า และ ไดอาน่า พริ้นท์สแตนท์ให้กำเนิดทายาทชาย แต่เพียงสามวันทารกนั้นก็ถูกคนร้ายลักพาตัวหนีจากมารดา
02/11/2197 : หน้าวิหารศักดิ์สิทธิ บาทหลวง เอลิสซิโอ ค้นพบเด็กทารกวัยแรกเกิดคนหนึ่ง ภายหลังท่านตั้งชื่อให้ว่า มาร์เซลิโอ เอสซิโลเน่ ชื่อเล่นๆเรียกว่า มาร์เซล
10/12/2197 : ไดอาน่า ป่วยเป็นโรคระทมทุกข์เนื่องจากสูญเสียบุตรชายวัยแรกเกิดไป
27/03/2199 : ราชอาณาจักรสแกนดิเนเวีย ตกอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพโลก
21/08/2199 : เฟลเซล พริ้นสแตนท์ อายุ ห้าขวบ ว่ากันว่าเธอเป็นธิดาน้อยที่มีความสามารถทางการขี่ม้า และฟันดาบ เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีใจฝั่งใฝ่ที่จะออกรบในฐานะทหารเสือซึ่งมีแต่บุรุษเท่านั้นที่จะเป็นได้ ว่ากันว่าแต่เดิมนั้นเธอเป็นหญิงสาวที่เรียบร้อยๆ ขี้อายและไม่กล้าพบปะกับผุ้คนแต่สืบเนื่อง ทนเห็นมารดาเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียน้องชายไปได้ จึงพยายามทำหน้าที่ของการเป็นบุตรชายด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันชอร์ลซิเล่ ฮานอย ทายอดของอู่ต่อเรือฮานอย ก็เป็นอัจฉริยะน้อยตั้งแต่เล็ก เพียงอายุได้ หกขวบก็สามารถวาดแบบแปลนของ ยานสำรวจอวกาศขนาดกลาง และใช้ได้จริงได้ และเนื่องจากความสามารถทางศิลปะก็สูงสุดยอด ผู้คนจึงเรียกว่าดาวินชี่ น้อย
2203 : ไดอาน่า พบเห็นเด็กชายกำพร้าที่วิหารศํกดิ์สิทธิ พิจารณาดูเด็กชายน้อยเห็นแล้วทำให้นึกว่าอายุคงราวๆบุตรชายของตน ดังนั้นจึงขอบาทหลวง เอลิสซิโอไว้ในอุปการคุณ โดยอนุญาติให้ใช้นามสกุลพริ้นสแตนท์ โดยที่ไม่รู้ว่าเด็กชายคนนั้นก็คือบุตรของตนนั่นเอง ในเดือนกรกฏาคมปีเดียวกัน เฮริซ่า มาธอนมั่นหมายกันกับ ชอร์ลซิเล่ ฮานอย
มิ.ย. 2205 : เกิดการจลาจลและเรียกร้องสิทธิทางการค้าและเส้นทางขนส่งของชาวสแกนดิเนเวีย เกิดกองกบฏขึ้น ชาวสแกนดิเนเวียอาศัยความสามารถในการรบทางน้ำและความเชี่ยวชาญที่มากกว่า พาเรือของสหพันธุ์จมอัพปาง ทำให้เกิดความไม่พอใจต่อกองทัพโลกเป็นอย่างมากจนนำมาสู่การ สังหารชาวไวกิ้งสายพันธุ์ จักรวรรดิแพทธิอาร์อาศัยโอกาสนี้ทำสัญญาเป็นสัมพันธมิตรกันกับราชอาณาจักรสแกนดิเนเวีย
สิงหาคม 2205 : ผลิต Chavalier รุ่นต้นแบบสำเร็จ เรียกชื่อหุ่นรบประเภทนี้ว่า แบ็ตเทิร์นแมชชีน
ธันวาคม 2205 : นำแบ็ตเทิร์นแมชชีนรุ่นแรกเข้าสู่การใช้งานจริง เรียกหุ่นตัวนั้น @ Chavalier
มกราคม 2206 : จักรวรรดิแพทธิอาร์นำ แบ็ตเทิร์นแมชชีนเข้าสู่สนามรุ่มร่วมกับ ราชอาณาจักรสแกนดิเนเวีย ซึ่งในสงครามครั้งนี้ Exepher von Heim ได้เข้าร่วมเป็นนักบินของ @ Chavalier ด้วย ขณะเดียวกันที่ทางอวกาศเองก็เกิดสงครามร่วมกันกับพวกแบ่งแยกดินแดนที่นำโดยแกนนำสมาคมพ่อค้าด้วยเช่นกัน ภายในปีนี้ สี่สามีภรรยาตระกูล มาธอนและพริ้นสแตนท์ต่างเสียชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น โดยตระกูลมาธอนตายเพราะถูกรอบสังหารในระหว่างทำการเจรจาเพื่อสันติ ส่วนสองสามีภรรยาพริ้นสแตนท์ตายเนื่องจากถูกจับเข้าคุกและทรมานด้วยการอดอาหาร โดยที่ก่อนตายบาเรียสต้า ได้เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับบุตรชายให้กับไดอาน่า นอกจากบาเรียสต้าแล้วผู้ที่รู้ความจริงอีกคนก็คือ อันเดรีย คิเรียส ผู้เป็นลุงของเฮริซ่า และเจ้าของ magerian หุ่นรบ Divine gernaral machine หุ่นรบรุ่นแรกๆที่เริ่มมีการผลิตใช้งาน ขณะเดียวกัน เฟลเซล พริ้นท์สแตนท์(ขณะนั้นมีอายุเพียงแค่ 12 ขวบ)ถือโอกาสขับ Beta Chavalier ออกรบด้วยโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าไปช่วยพ่อแม่ที่เป็นตัวประกัน แม้เธอไม่อาจไปได้ทันเวลาแต่ก็ยังได้ฟังคำสั่งเสียสุดท้ายเกี่ยวกับน้องชายของเธอด้วย
2207: EXEเข้าสังกัดกองพันทหารเสือของจักรวรรดิแพทธิอาร์
2208 : เริ่มพัฒนา X-Chavalier โดยใช้เครื่องอัลฟ่าเป็นแม่แบบ และเริ่มโปรเจก ฟรอนเทียร์เซนต์พิเตอร์
2209 : เริ่มพัฒนา Musketeerโดยมี เครื่อง Beta Chavalier เป็นแม่แบบ
2210 : เนื่องจากความกล้าหาญของเฟลเซลที่ออกรบทั้งที่อายุ 12 ขวบ(ตอนนี้อายุ16)จึงทำให้เธอได้รับการพิจารณาพิเศษให้เข้าร่วมเป็นทหารเสือฝึกหัดได้ โดยมี EXE เป็นรุ่นพี่รหัส
2211 : X-Chavalier รุ่นต้นแบบเสร็จสมบูรณ์
2212 : Musketeer รุ่นต้นแบบเสร็จสมบูรณ์
2213 : นำ X-Chavalier เข้าสู่รุ่นผลิตจำนวนมาก
2214 : นำ Musketeer เข้าสู่รุ่นผลิตจำนวนมาก และเริ่มโปรเจก ISO DRIVE
2215 : ผลิต Musketeer MK IIและโปรเจกปรับปรุงMagerian
2216 : พบวัตถุแปลกปลอมจากระบบนอกสุริยะ
16 พ.ค. 2217 : พบหุ่นขนาดยักษ์จากนอกระบบสุริยะ หุ่นตัวนั้นเรียกว่า ยาชาโอ
20 พ.ค. 2217 : ฟรอนเทียร์ เซนต์พิเตอร์ หนีออกมาจากจักรวรรดิแพทธิอาร์ พบสิ่งมีชีวิตคล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่จู่โจมจักรวรรดิแพทธิอาร์
22 มิ.ย. 2217 : ค้นพบอิกเซียน
1 ก.ค. 2217 : พบจักรกลจากต่างโลกสองเครื่อง
15 ก.ค. 2217 : การแถลงข่าวการรุกรานจากมิติอื่นของ ดร. วอเรฟ เริ่มต้น SRW TSC
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
จักรวรรดิแพทธิอาร์ถือกำเนิดขึ้นอย่างไร
จักรวรรดิแพทธิอาร์คือ กลุ่มประเทศแถบยุโรปที่มีฝันร่วมกันในการบุกเบิกการอยู่อาศัยในอวกาศ โดยที่เด่นชัดที่สุด ก็คือสามตระกูลหลักอย่าง ฮานอย มาธอน และพริ้นสแตน์ โดยตระกูลฮานอยนั้นเป็นตระกูลลูกครึ่งฝรั่งเศสกับรัสเซียร์ มาธอนนั้นเป็นลูกครึ่งระหว่างสเปนิชกับดัตช์ ส่วนพริ้นสแตนท์คือลูกครึ่งของชาวเยอรมนีกับอิตาเลี่ยน
ความเป็นอยู่และสังคมการปกครอง
จักรวรรดิแพทธิอาร์นั้นเป็นประเทศที่จำลองรูปแบบเหตุการณ์ทางเมืองของสามยุคเข้าด้วยกัน คือยุคกลางฟิวดัล ยุคใหม่(เรียลลิตี้) และยุคร่วมสมัย เนื่องจากว่าเป็นชนกลุ่มที่อพยพไปทั่ว จึงเปรียบความเป็นอยู่คล้ายกับชาวมองโกลเลียที่อาศัยตามท้องทุ่งหญ้า จะตายได้ทุกเมื่อขาดความแน่นอนไม่มั่นคง แม้จักรวรรดิจะมั่งคั่งแต่.....กลับไร้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ดังนั้นการทำการค้าร่วมกับชาวสแกนดิเนเดี้ยนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
และสืบเนื่องจากว่าเป็นประเทศที่คล้ายกับการอพยพนั้นเพื่อความอยู่รอดของคนหมู่มากจึงต้องมีการปกครองที่เข้มแข็งผู้นำมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด แต่ไม่ได้บ้าอำนาจจึงได้มีระบบการปกครองในรูปแบบของศักดินาสวามิภักหรือฟิวดัลขึ้นในช่วงแรก และเหล่ากษัตริย์ต่างลดบทบาทลงเนื่องจากต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการปกครอง แต่ก็ยังไม่ได้เป็นในทางระบอบประชาธิปไตย์นัก หากแต่เปลี่ยนจากการคัดเลือกคนด้วยชาติตระกูลมาเป็นการ สอบคัดเลือกความสามารถและผสมกับการเลือกตั้งจากประชาชนด้วย ในที่สุดอำนาจทั้งหมดจึงตกอยู่ที่สภากลาง แต่ก็ได้ตรากฎหมายไว้ว่าเมื่อใดที่จักรวรรดิตกอยู่ในภาวะแห่งความไม่มั่นคงเมื่อนั้นกษัตริย์สามารถทวงบัลลังค์คืนได้ โดยรวมแล้วจักรวรรดิแพทธิอาร์นั้นก็เปรียบดั่งกับชาวมองโกลเลียที่อยู่เป็นหนักแหล่งและมีระเบียบแบบแผนการปกครองที่แน่ชัดนั่นเอง
สาเหตุอันนำมาสู่ความขัดแย้งคืออะไร
สาเหตุแห่งความขัดแย้งอันนำมาสู่การปฏิวัติจักรวรรดิในเนื้อเรื่องนั้นมีด้วยกันหลายปัจจัยดังนั้นขอสรุปเป็นข้อๆดังนี้
1.ความขัดแย้งในตระกูลฮานอยซึ่งถูกยุแหย่จากสมาคมพ่อค้า
2.ความขัดแย้งเรื่องลัทธิเกี่ยวกับศาสนาคริสต์(คาทอลิกกับโปรแตสแตนท์)
3.อำนาจการปกครองทางการเมือง กลุ่มขุนนางรุ่นเก่าไม่พอใจวิธีที่พวกสามตระกูลใหญ่เปลียนแปลงโดยให้คัดเลือกคนจากความสามารถและการเลือกตั้ง ซึ่งกลุ่มขุนนางหัวเก่านั้นมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องชาติตระกูลและความสามารถมากกว่าการทีจะได้รับการรับเลือกจากชนชั้นไพร่
4.การถูกสมาคมพ่อค้าแทรกแทรงการปกครอง
5.แม้จะค่อยลดบทบาททางการเมืองลงแต่อย่างไรก็ตาม สามตระกูลใหญ่โดยเฉพาะตระกูลมาธอน ยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนเสมอดังนั้นพวกสภากลางจึงต้องการล้มอำนาจของสามตระกูลใหญ่ให้สิ้นซาก
ความขัดแย้งและปัญหาที่แท้จริงของจักรวรรดิคืออะไร
ถึงแม้จักรวรรดิจะมีเทคโลโนยีต่างๆในระดับที่สูงกว่าสหพันหรือกลุ่มชาวอวกาศอื่นๆ แต่สิ่งที่น่าหดหู่ใจที่สุดก็คือช่วงชีวิตของประชากรนั้นกลับหดสั้นลงอย่างน่าใจหายนัก โดยในปัจจุบัน ประชากรของจักรวรรดิมีอายุเฉลียที่ 45-60 ปี ในขณะที่ชาวโลกปีอยู่ในช่วง 100-130ปี ชาวอนานิคมในเขตอวกาสอยู่ที่ 70-85ปี สาเหตุอันเนื่องมาจากความแร้งแค้นในเรื่องของอาหารการกินดังที่ว่าเอาไว้(จักรวรรดิมีวงโคจรคล้ายดาวเคราะห์น้อยแต่เร็วกว่ามากนัก) ดังนั้นทางสภากลางจึงมีความคิดเห็นว่าน่าจะยึดครองเขตการค้ามากขึ้นโดยอ้างสิทธิความเป็นผู้บุกเบือกอวกาศ ทำให้มีสงครามกึ่งสงครามเย็นกับสหพันอยู่เนืองๆ ในขณะเดียวกันพวกสามตระกูลใหญ่กองพันทหารเสือและโบสถ์บางส่วนกลับไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ โดยเฟลเซลได้กล่าวว่า ให้ยึดถือแนวทางของบรรพบุรุษ ออกสำรวจอวกาศท่องไปอย่างเสรี ไม่ยึดติดกับโลก ซึบซับวิทยาการ เผือแพร่และเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาวจักรราศรีอื่นๆ แทน จนในที่สุดเมื่อได้พบกับยาชาโอและการบุกของพวกดาเรนนั้น จึงทำให้แนวคิดเรื่องการอพยศของเธอชัดแจ้งขึ้น(ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไปอยู่อาศัยในที่ต่างถิ่นหากแต่เป็นในแนวการเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นชนเผ่ามองโกลเลีย(นึกไม่ออกก็ยานมาครอสนั่นแหละ)) ดังนั้นพวกเธอจึงได้หนีออกจากจักรวรรดิออกมาในตอนต้นเรื่อง ซึ่งนี่ไม่ใช่การหนีออกมาถาวรหากแต่เป็นการสำรวจที่ทางก่อนเท่านั้น
เนื้อเรื่องในอนาคต อุดมการณ์อันยึดมั่นของเหล่ากองพันทหารเสือและมูลนิธิ Bariasta and Dianaคืออะไรกันแน่?
จากการรุกรานของของพวกดาเรน และปัญหาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอื่นๆนั้น ทำให้จักรวรรดิล่อแหลมต่อการล่มสลาย ดังนั้นเฮริซ่า เฟลเซล และอันเดรีย จึงได้ตกลงปลงใจที่ฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นอย่างชั่วคราว โดยการฟื้นฟูนั้นกระทำได้ด้วยการให้เฮริซ่าแต่งงานกับมาร์เซล(Eventบังคับนะเนี่ย) ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จนั้นเฮริซ่าก็ได้ร่างสนธิสัญญาว่าเอาไว้ทันทีว่าหากสงครามระหว่างพวกดาเรนจบลง เธอจะคืนบรรดาศักดิ์ทั้งหมดของสามตระกูลใหญ่ลง พร้อมกับเนรเทศตัวเองและผองเพื่อนออกไปสู่อวกาศรอบนอกโดยไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองระหว่างโลกหรือจักรวรรดิอีก ภายหลังจากที่คลี่คลายเรื่องการเมืองภายในประเทศได้นั้นเธอได้ทำสนธิสัญญากับสหพันธ์โลก โดยมีใจความว่าจะมอบหมายอำนาจและกองกำลังของจักรวรรดิทั้งหมดให้กับกองทัพโลก โดยจะเว้นไว้แต่เพียงกองพันทหารเสือซึ่งมีภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่านั้นรออยู่ แน่นอนว่าพวกกองทัพโลกก็หวั่นเกรงกองพันทหารเสือไม่น้อย ดังนั้นเธอจึงเสนอตัวเธอและก็เฟลเซลเป็นตัวประกัน เพราะหากพวกเธอถูกกักบริเวณไว้เชื่อแน่ว่าพวกกองพันทหารเสือจะไม่ผลีผลามทำอะไรเป็นแน่
ส่วนมูลนิธิ Bariasta and Dianaนั้น คือมูลนิธิที่เฟลเซลก่อตั้งขึ้นร่วมกันกับทางศาสนจักรอื่นๆและของจักรวรรดิ(คล้ายๆมิชชันนารี) โดยมูลนิธีนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเลี้ยงดูอบรมณ์เด็กและเหล่าเยาวชนจากทั่วทุกมุมจักรวาร(ตามแต่เขาสมัครใจ) เพื่อสร้างพลเมืองและบุคลากรแนวใหม่ที่มีความคิดเยี่ยงทหารเสือที่แท้จริง กล่าวคือเสียสละ กล้าตัดสินใจ มีความคิดสร้างสรรค์ และเห็นเรื่องส่วนรวมมาก่อนส่วนตนเสมอ ทั้งนี้มูลนิธินี้ก่อตั้งเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชากรของจักรวรรดิ ที่พร้อมจะเดินทางครั้งใหม่ขึ้นและไม่ให้ซ้ำรอยการปกครองและความฟอนเฟะเก่าๆ ทั้งเรื่องการแบ่งแยกชนชั้นของจักรวรรดิ์แพทธิอาร์ ความขลาดเขลาของสหพันธ์โลก และความเห็นแก่ตัวของสมาคมพ่อค้า สิ่งเหล่านี้ก็คือปัญหาที่มูลนิธินี้ต้องการจะลดลงให้น้อยที่สุด ประชาชนทุกคนจะต้องเรียนรู้ที่จะ One for all all for one ทุกคนจะเดินและจับมือร่วมไปในทิศทางเดียวกัน
ดังนั้นเรือที่จะออกเดินทางครั้งใหม่นี้ เป็นเรือแห่งความหวังคล้ายกับเรื่องเล่าของโนอาร์ในพระคัมภีร์ไบเบิลที่ได้ว่ากล่าวเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างแลกมาด้วยวิถีแห่งการเสียสละทั้งสิ้น