หน้า: 1 ... 49 50 [51] 52
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Srw TSC -Regist- (Old)  (อ่าน 33286 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #750 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2009, 09:39:13 PM »

มันไม่ใช่ระบบของคอมพิวเตอร์ครับ

แต่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของนักบิน  ซึ่งในที่นี้จะเน้นไปในเชิง  ตรรกศาสตร์  และจิตวิทยาเป็นหลักครับ

ดังนั้นขึ้นขับได้ทุกคนไม่มีปัญหา

ประสิทธิภาพในการใช้งานก็คงออกมาไม่ต่างกันมากถ้าดูจากคร่าวๆ  แต่ถ้าพิจารณาเชิงลึกหรือถูกบีบคั้นด้วยปัจจัยต่างๆ ที่มากขึ้น เช่นสถานที่ เหตุการณ์ สภาพจิตใจหรือเวลา  จะเห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจน(อย่างที่บอกว่าผลลัพธ์อาจเท่ากัน  แต่วิธีนั้นต่างกัน)



เอาง่ายๆ  หยิบคำพูดจากโซโลมาแล้วกันครับ  (จริงๆก็กะจะลงฟิคอยู่)


"รอบๆตัวเรานั้นเป็นวงกลมวงหนึ่ง  วงนี้คือวงล้อแห่งนักดาบ  วงล้อจอมยุทธ  เมื่อเพลงดาบของเราพัฒนาขึ้นเราจะก้าวเข้าสู่วงที่เล็กลง  ในแต่ละวงโลกของเรานั้นจะยิ่งหดเล็กลด  จังหวะในการตัดสินใจจะเร็วขึ้น  ใกล้จังหวะที่จะลงมือ"


อธิบายง่ายๆ  ก็แค่นี้อะครับ 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จะบอกให้ถูกอย่างไรดีล่ะครับเอาเป็นว่าโดยสรุปนั้น

ไอโซไดร์ฟหรือเมเกอรเรี่ยนนั้น  นักบินทุกคนสามารถใช้งานมันได้  แต่จะสำแดงฤทธิเดชได้มากที่สุดก็ต่อเมื่อนักบินคนนั้น  มีความสามารถในการตัดสินใจได้ดี(ซึ่งก็คล้ายคลึงกับการคำนวณนั่นแหละ) 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2009, 09:54:15 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
EarthSphere G. Homeland
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 840


Clam Like A BomB!

mmighty_m@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #751 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2009, 01:58:29 AM »

คิดว่าเหมือน answer talker ของคิโยมาโระใน Gashbell นะ
บันทึกการเข้า


ติดตามข่าวสารได้ที่ twitter.com/Mukkaphol
quest
The Star Combatant
Ace Pilot
******
กระทู้: 305



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #752 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2009, 02:55:32 PM »

จริงๆเท่าที่ผมอ่านดู answer talker เป็นความสามารถพิเศษโดยแท้นะครับ
เพราะสามารถหาคำตอบได้โดยไม่ใช้ข้อมูลและตอบได้ถูกด้วย

ส่วนเรื่องการรู้ถึงการจู่โจมในอนาคตนั้นหรือผลอันน่าจะเป็นเป็นเรื่องพื้นฐานของวิชาต่อสู้ทุกชนิดอยู่แล้วครับ
เพราะมันจะมีเรื่องของความสมดุล น่าจะเป็น ความเหมาะสมที่จะทำ
เช่นถ้าท่านเจอเตะสูงที่เท้าข้างใหนหมัดข้างเดียวกันจะไม่ตามมาแน่นอนเป็นต้น
ส่วนเรื่องวงล้อดาบนั้นเป็นแต่วิชาเลเปียครับวิชาแต่ละอย่างใช้หลักไม่ตรงกันเท่าไร
และก็รอบบแบบใส่สถานะการรวมแบบนั้นต้องระวังข้อมูลที่ไม่เคยพบ และข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อ
เพราะถ้าลงว่าใช้ในการต่อสู่มันมีอะไรพิลึกออกมาเรื่อยๆเลยละครับ
บันทึกการเข้า

ประวัติของเอลฮาวล์ และเนวาน่า มาบล็อกนี้เลย
http://questkomkom.exteen.com/
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #753 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2009, 03:03:12 PM »

วงล้อดาบนี่ผมไม่คิดว่ามันเป็นเฉพาะแต่ดาบเรเพียร์หรอกนะ


เพราะมันมีหลายส่วนตรงกันกับ  ทฤษฎีสัมพันธภาพของไอนสไตน์ครับ

ถ้าให้ทฤษฎีสัมพันธภาพอธิบายในเชิงวิชาการ

วงล้อดาบก็ออกไปเชิงปรัชญาแขนงหนึ่ง


เอาไงดีล่ะ  คือถึงแม้จะบอกว่าเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงหรือแปลกใหม่  แต่มันก็อยู่ความคาดคิดอยู่แล้ว(คือมันต้องมีแน่ๆ  แต่มันยังไม่แสดงตัวออกมาเท่านั้น)  ก็คล้ายๆกับ  หลักปรัชญาของอริสโตเติลที่บอกว่า  สิ่งที่เราเห็นอยู่นั้นมันมีจริงหรือ


อย่างเรื่องอิเล็คตรอนเรารู้ว่ามันมี  แต่เราไม่สามารรับรู้มันได้โดยตรง  เราทราบเพราะเราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้


ดังนั้นเรื่องวงล้อดาบ  จึงเป็นการกล่าวโดยสรุป    คล้ายกับการรวบยอดจักรวาลของจักรวาลหนึ่งเอาไว้(วงกลมนี้คือโลกของเจ้าทั้งชีวิตนี้คือจักรวาลของเจ้า)  ดังนั้นเมื่อมันเป็นเหตุการณ์ที่แปลกปลอมหรือคาดคะเนไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง  แต่เมื่อมันเข้ามาอยู่ในวง(หรือจักรวาลของเรา)ดังนั้นเราก็สามารถควบคุมมันได้แล้ว   พูดง่ายๆก็คือมันเป็นหลักขั้นพื้นฐานของการตัดสินใจ  แต่ยิ่งทำความเข้าใจก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งตรงที่กล่าวว่าเมื่อมันเข้ามาอยู่ในวงของเรานี่แหละ  ที่ทำให้ผมคิดว่ามันสอดคล้องกับทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปครับ   


หรือถ้าเข้าใจยากนัก  แนะนำให้ไปอ่านการ์ตูนเรื่อง Fantasista  หรือดูบอล  บ่อยๆก็จะรู้เรื่องเองครับ 




อ้างถึง
และก็รอบบแบบใส่สถานะการรวมแบบนั้นต้องระวังข้อมูลที่ไม่เคยพบ และข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อ
เพราะถ้าลงว่าใช้ในการต่อสู่มันมีอะไรพิลึกออกมาเรื่อยๆเลยละครับ


ตรงจุดนี้นี่แหละที่ผมบอกว่า  ดังนั้นคนที่สามารถใช้ ISO Drive ได้จะต้องเป็นคนที่ตัดสินใจและมีตรรกในการคิดที่ดีเสมอ  เพราะถ้าเอาแต่ทำตามสัญชาตญาณเกินไปเมื่อเจอกับเรื่องที่มีซ้บซ้อนซ่อนเงื่อนเข้าคุณก็ไม่รนรานไปหมด  หรือหากเป็นคนที่เอาแต่คิดตามกรอบที่คนอื่นวางไว้เมื่อเจอกับกรอบใหม่ขึ้นมาคุณก็จะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้  ดังนั้นจึงเปรียบให้กับคนที่สามารถตัดสินใจได้ดีหรือในที่นี้หมายถึงคนที่สามารถจำกัดวงของคนอื่นได้หรือสร้างระบบความคิดและโลกของตัวเองโดยไม่ขึ้นอยู่กับคนอื่นได้  นั่นแหละจึงจะเป็นผู้เหมาะสม  นี่ไม่ใช่แค่หลักการใช้ดาบนะครับ  เพราะแม้แต่ฟุตบอลก็ยังสามารถใช้ได้จริงด้วยนะเออ 




ถ้ากล่าวว่ามันเป็นความสามารถพิเศษมั้ย  มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ  เอาเป็นว่ามันเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง  ที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไปเท่านั้น

พูดอีกทีหนึ่งก็คือ  มันสามารถคิดตัดสิน  หรือมองเหตุการณ์ได้ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆกว่าชาวบ้านโดยปกติเท่านั้นแหละครับ(เพราะมันฝึกกันตั้งแต่อายุ 3 ขวบเลย)

เทียบกันแล้วถ้าหากเอลฮาวล์เป็นคนที่ เสมือนมีสัญชาตญาณที่เชื่อถือได้ 100% (เพราะผมไม่คิดว่ามีอะไรที่ถูกต้องตามสัญตญานเสียทีเดียว )

พวกFantasista  ก็เสมือนกับคนที่เห็นรูปแบบหรือความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นนั้นอยู่แล้ว(ก่อนที่จะเกิดการรับรู้อีกเพราะเขาคิดหรือมองออกอยู่แล้ว)  ซึ่งพวกนี้สามารถจินตนาการไปยังขอบเขตที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึง(คำนวณได้แม้แต่เรื่องที่มันคาดไม่ถึง(แต่รู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีแน่  และเมื่อมันปรากฎออกมาพวกนี้ก็สามารถรับมือกับมันได้))


ดังนั้นการตัดสินใจนั้น  แน่นอนว่าระดับอย่างเอลฮาว ลูซิเฟอร์หรือคนอื่นๆนั้น  มีสัญตญาณที่เร็วมากและลงมือได้เร็วก็ตาม

แต่พวกFantasistaนั้น  ได้เลือกหรือลงมือที่จะปฏิบัติไว้ตั้งแต่แรกก่อนแล้ว  พูดง่ายๆคือ เหมือนนำอยู่หนึ่งก้าวเสมอ  หรือถ้าพูดในภาษาฟิคก็คือ  เหมือนดังควบคุมเวลาและพื้นที่ไว้นั่นเอง  แต่ผลขอมันก็เกิดขึ้นในวงแคบๆ เท่านั้นไม่ใช่วงใหญ่โต  เหมือนนขงเบ้างผู้หยั่งรู้ฟ้าดินอันนั้นก็เวอร์ไปครับ

และมันก็แตกต่างกับความสามารถในการหยั่งรู้ด้วย  เพราะการหยั่งรู้จะเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าเพียงแค่เหตุการณ์เดียวและแม่นยำมากๆจนแทบไม่ผิดพลาด  แต่จะมองได้แค่มุมมองเดียว  เท่าน้นซึ่งมุมมองของมันจะแคบกว่า Fantasista ครับ


อย่างเช่นถ้าเป็น เอลฮาวนี่คงดูเชิงอยู่ก่อนแล้วค่อยลงมือ

แต่ Fantasista  จะลงมือโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์เลย



ซึ่งแน่นอนว่า  นักบินคนอื่นเมื่อเข้ามาควบคุม  หุ่นที่ติด โฟร์ท ไอโซ ไดร์ฟ  ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับ  แต่ประสิทธิภาพที่ได้จะไม่เท่ากันก็แค่นั้นเอง 


ส่วนเรื่อง answer talker นั้น

ถ้าจะหาคนที่คล้ายในเนื้อเรื่องก็น่าจะเป็นพวก ไกด์กับฟิริน่า  ที่เหมือนไม่ต้องอ่านคู่มือก็ขับเป็นอยู่แล้วมากกว่าครับ




แต่ถึงกระนั้นFantasista  กับ  Iso drive ก็มีข้อเสียอยู่มากโขครับ

เนื่องจากมันนำมาซึ่งทางเลือกในการตัดสินใจที่มีให้มากขึ้น  แต่ถึงแม้จะสามารถบิดเบือนขั้นตอนได้แต่กลับไม่สามารถบิดเบือนผลสรุปได้ดังนั้นมันจึงนำมาซึ่งความน่าเศร้าของนักบินด้วย

ตัวอย่างง่ายเลยอย่างจุดอ่อนของมาร์เซล  ที่เป็นคนละเอียดอ่อนนั้น  จะทำให้การตัดสินใจของเขาไม่เต็ดขาด  ประสิทธิภาพในการรบของเขานั้นจึงมีค่ามากที่สุดแค่ 90% ของตัวเขาเองเท่านั้น  ดังนั้นแม้โดยส่วนตัวแล้ว Fantasista จะสามารถควบคุมเหตุการณ์ที่ขึ้นอยู่เฉพาะตัวเขาได้  แต่คนอื่นไม่มีทางเข้าใจ Fantasistaเลย  แม้แต่กระทั่ง Fantasistaด้วยกันเองก็ยังเข้าใจไม่เต็มร้อย(มีแต่เจ้าตัวเองที่จะทราบเรื่องของตนเท่านั้น)


หรืออย่างเฟลเซลนั้น  ก็เชื่อมั่นในวิธีการของตนเองจนเกินไป  เรียกง่ายๆว่าทรนงตัวจนเกินเหตุ  แม้โดยส่วนตัวอาจจะเป็นคนชนะหรือวิธีการของเธอมันถูกต้องแต่ผลลัพธ์ที่ได้รับในส่วนร่วมอาจไม่เป็นตามที่ต้องการของคนอื่น  (เธอทำเพื่อคนอื่น  แต่นั่นต้องเป็นวิธีที่เธอยอมรับแล้วเท่านั้น)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2009, 07:46:38 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
blackgetter
Art Lover
New Type Pilot
******
กระทู้: 602


black-getter@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #754 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2009, 11:57:01 PM »

ลงตัวละครเพิ่มครับ อย่างที่เคยบอกไว่้แล้วว่าจะลง ได้ลงซะที งวดนี้ตัวฝ่ายดีนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ชื่อ – Shaphen Crows  (ชาเพน โครว์)

เพศ - ชาย

อายุ –  ไม่ทราบ

H - 172 ซม.

W -  70กก.กว่าๆ

รูปร่างหน้าตา – ตามภาพเลยงิ้

นิสัย –  โดยปกติเวลาไม่รบจะเป็นคนใจดีมีนิสัยดี มักยิงมุขเสมอเมื่อมีช่อง(ทั้งแป็กและไม่แป็ก ส่วนมากเป็นมุขรุ่นลุง)
ส่วนเวลารบจะเป็นคนที่โหดเอาเรื่องเหมือนกัน


ประวัติ – อดีตนักฆ่าจากโลกที่ริวอยู่เน้นลอบสังหารซะส่วนใหญ่ ส่วนวิธีการแล้วแต่สถานการณ์ ภายหลังได้เจอกับคนๆนึงเลยเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นหมอแทน
(แต่ก็ยังโหดเหมือนเดิม= =”) เวลาปกติเมื่อไม่มีอะไรทำจะเป็นคนที่เฉื่อยชามาก ชนิดที่ว่านอน3ทุ่มล่อตื่นซะเกือบเที่ยง
เวลาไม่สู้หรือไม่ออกไปไหน จะใส่ชุดแบบญี่ปุ่นของผู้ชายแล้วชอบมุดอยู่ใต้โต๊ะโคทัตสึมันได้เกือบทั้งวัน(หมีโคอาล่าหรือไงฟระ= =”)
ไม่ทราบอายุและประวัติแน่นอนรู้แค่เพียงว่าน่าจะเกิน30(เพราะว่าอยู่มาตั้งแต่สมัยตั้งองค์กรณ์และหน้าไม่แก่ลงเลย)

ความสามารถพิเศษ - ไซโคคิเนซิส อยู่ในระดับ11 คือทำให้ตึกถล่มและเกิดแผ่นดินไหวแบบอ่อนๆได้

อาวุธ
ชุดปกติ – เวลาอยู่ในชุดปกติจะมีเส้นลวดโมเลกุล10เส้นแค่อย่างเดียว วิธีใช้

1. นำนิ้วทั้ง10มาประกบกันแล้วตัวถุงมือจะสร้างเส้นลวดออกมา ส่วนความยาว สามารถยาวได้เรื่อยๆแล้วแต่จะให้ยาวได้เท่าไหร่โดยที่ไม่ขาดออกจากกัน มักใช้ในการทำเป็นบ่วงแล้วตัดค่อศัตรูให้ขาด

2.เป็นการเอานิ้วไปแตะสิ่งของแล้วยืดลวดโมเลกุลออกมา โดนวิธีนี้มักใช้ในการวางเป็นกับดักต่างๆ โดยแปะตามจุดต่างๆแล้วทิ้งไว้
ปล.สามารถนำไปประยุคกับพลังจิตได้โดยเป็นหมัดลวดพลังจิต


ชุดนักบิน – เนื้องจากชุดนักบินนั้นเป็นเหมือนเสื้อโค๊ทและมีชายผ้าค่อนข้างยาวจึงสามารถเก็บอาวุธได้หลายชนิด
1.มีดคุไน พื้นๆมากเน็บไว้ข้างขา2ข้าง
2.คอมแบ็ทไนฟ์ ซ้อนไว้ในแขนเสื้อทั้ง2ข้าง
3.ระเบิดแสงx4 ชายโค๊ท
4.ระเบิดควันx4 ชายโค๊ท
5.ระเบิดC4ขนาดเล็ก1อัน ชายโค๊ท
6.ชูริเค็น14อัน ชายโค๊ท



ไทป์ - SuperRobot

ชื่อ -  GS-CH-004 Hattori (ฮัตโตริ)

ลักษณะ – หุ่นรูปทรงมนุษย์แบบนินจา

สี – ดำๆม่วงๆออกแนวทะมึนๆ

H- 40 M.

W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกิน

อาวุธ
- ใบมีดความถี่สูงที่มือขวา(ไม่สามารถยืดได้)
- กรงเล็บที่มือซ้าย สามารถยิงออกไปแล้วยึดจับแบบโวลฟ็อกซ์ได้(เอาไว้เสียบแล้วลากเข้ามาฟัน)
- มีดคุไนที่ขามี2เล่ม(สำรองอีก2เล่ม)
- ดาวกระจายฟูมะที่หลัง1อัน(วิธีใช้จะแบบนารุโตะคือหมุนลื่อนออกมาจาก2แฉกเป็น4)
- ดาวกระจายที่ไหล่18อัน
- ดาบคาตานะยาว1เล่มเก็บไว้ตรงหลังไว้ยามฉุกเฉินไม่ค่อยนำออกมาใช้(ในภาพก็ลืมวาดด้วย=w=”)

ท่าโจมตี
ผลิ้กแพลงเอาแล้วแต่สถานการณ์


ประวัติ – เป็นหุ่นแนวลอบสังหารตัวแรกขององกรณ์ ถึงตัวจะใหญ่แต่ด้วยความที่เจ้าตัวมีพลังจิตไซโคคิเนซัสและตัวหุ่นนั้นมีอุปกรณ์ต่อต้านแรงโน้มถ่วง เวลาเดินปกติจะเหมือนเดินแต่จริงๆจะลอยตัวไว้ให้เหนือพื้นเล็กน้อย(ประมาน3เมตร)
เวลาเดินจึงแทบจะไม่มีเสียงเลยยกเว้นจะกระทืบเท้าแรงๆจึงจะมีเสียงเล็กน้อย ตัวสีของหุ่นเป็นโทนสีดำๆม่วงๆและตัวหุ่นนั้นมีระบบหักเหแสงแบบมิราจคอลลอย์จึงหายตัวได้ชั่วขนะ(ถ้ามองดีๆก็มองเห็นว่ามันมัวๆ)
มีวิธีพรางตัวอีกแบบคือม่านควัน ตรงที่ยื้นๆออกมาข้างๆไหล่ที่เหมือนช่องระบ่ายอากาศนั่นละ ส่วนวิธีบังคับใช้วิธีการขยับแล้วหุ่นขยับตามแบบGกันดั้มมักใช้ในการต่อสู้
มีระบบสำรองคือบังคับแบบอนาล็อก คือการบังคับแบบกันดั้มทั่วไป มักใช้เวลาออกตัวส่งตัวและเดินทางไกลๆหรือภาระกิจที่ไม่ต้องขยับอะไรมาก

พิเศษ
-ตัวผ้าคลุมข้างหลังตัวหุ่นนั้นสามารถสะท้อนบีมที่มีอนุภาพไม่รุนแรง(ประมานของกันดั้ม)และสุนปืนที่อณุภาพการทำลายไม่สูงได้
แต่ไม่สามารถสะท้อนบีมแรงๆได้(ชนิดทวินเซ็นเทอร์ไลท์แคนน้อนงี้)แต่สามารถทนได้โดยที่ตัวผ้าคลุมไม่เป็นไร(แต่สีตกและความทนทานจะลดน้อยลง)
-ตัวหุ่นสามรถปลดเกราะออกมาแบบท่าจั๊กจั่นลอกคราบได้(ประมานเวอร์ธัวร์ปลดเกราะออกมาเป็นนาดเลห์)แต่ยังไม่ข้อเปิดเผยข้อมูลหุ่นอะไรมากตอนนี้เพราะยังไม่อยากให้ใช้
-ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลายเป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด(สำหรับฮัตโตริมันก็แค่ทำให้ความเร็วเละความรุนแรงเร็วขึ้นแปปนึงอะนะ)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาจจะได้เปิดตัวเร็วๆนี้ครับ หรืออาจจะยังไม่ได้ก็ได้(จริงๆคุยกับพี่ยอร์ชว่าจะช้ากว่านี้...แต่ถ้าทำแบบนั้นกลายเป็นว่าที่ผมคิดไว้มันจะไม่ลงตัวนะครับเลยลงก่อน)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2009, 12:39:38 AM โดย blackgetter » บันทึกการเข้า

สาวก JAM Project!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #755 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 01:17:35 PM »

ฝีมือการวาดรูปพัฒนาขึ้นนะครับ 


-----------------------------------------------------

เข้ามาดูและมาอ่านแล้ว


ผมรู้สึกว่าสมรรถนะของX-Chavalier

นั้นต่ำไปนิดนึง

ภายหลังจากจบ Event


ที่หัวหน้าExe โผล่มาแล้ว


จะมีการติดตั้ง ISO Drive  เข้าไป 2 เครื่องนะครับ   เพราะตอนนี้รู้สึกว่าหุ่นแต่ละตัวแรงมากๆ  เลยอะ  (ปกติ หุ่นตัวนี้ก็รู้สึกว่าคล่องเร็วพอสมควรแล้วแต่โหมดพิเศษผมว่ากินพลังงานไปนิดก็เลยคิดว่าติด Iso drive เข้าไปจะทำให้อัตตราการกินพลังงานลดลง) 



================================================================================


คราวนี้มาถึง  เนเธริออน ซิตี้   ที่เฟลเซลไปติดแหง็กอยู่กันบ้าง



ไอ้ เนเธริออนซิตี้นี้  มีลักษณะเหมือน  เกราะกลางอวกาศครับ  แหล่งพลังงานหลักของมันก็คือ  แบล็คโฮล  ขนาดยักษ์ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ แบล็กโฮลสองหลุมเข้าไว้ด้วยกัน  ในด้านพลังงานนั้นมันมีพลังงานมากกว่า  ดวงอาทิตย์ของเรา เป็น 10กำลัง6เท่านี่แหละ  แต่เราสามารถสังเคราะห์มันได้ใช้ได้แค่ 1000เท่าของดวงอาทิตย์เราเท่านั้น  ซึ่งเนเธริออนซิตี้  ก็อยู่ในใจกลาง หรือลึกลงไปของกาแล็คซี่ทางช้างเผือกแหละครับ 


ด้านเทคโนโลยีก็  เน้นไปที่เตาปฎิกรณ์แบล็กโฮลเลย  ดังนั้นมันจึงสามารถเดินทางด้วยความเร็วในระดับที่ใกล้เคียงกับไฮเปอร์สเปซในอุดมคติของโลกฟิสิกส์เรา ณปัจจุบันได้  (ปี 2009)


พวกเนเธริออนซิตี้นี้  ถ้าให้เทียบกับอนิเมชั่นก็ คล้าย ในสตาร์วอร์นั่นแหละครับ  เนื้อเรื่องของ เนเธอริออนซิตี้เป็นเนื้อเรื่องที่เกือบจะแยกเป็นเอกเทศต่อ TSC โดยสมบูรณ์  ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับสังคมจักรวรรดิแพทธิอาร์เท่านั้น

เพราะบรรพบุรุษของเฮริซ่ามีบางกลุ่มที่หลงทางเข้าไปในไฮเปอร์สเปซจนกระทั่งไปถึงตำแหน่งที่เนเธริออนอยู่นู่นแหละครับ(ในตอนนั้นทางจักรวรรดิแพทธิอาร์ก็เริ่มพัมนาเครื่องยนต์ที่เดินทางในไฮเปอร์สเปซได้แล้ว  แต่ยังไมถึงในระดับที่สร้างมินิไฮเปอร์สเปซเอเรียได้เหมือนกับISO Drive)


แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงแค่เทคโนโลยีในระดับการเคลื่อนที่เท่านั้นนะครับ(เหมือนกับที่ย่นระยะเข้ามาเท่านั้นอย่างที่บอก)  ไม่กล้าเล่นกับเนื้อเรื่องมากไปจนถึงกาลอวกาศของไอน์สไตน์ครับ 


ปล.  มีอะไรสงสัยหรืออยากเพิ่มเติมก็พูดออกมาได้นะครับ  โดยส่วนมากผมอิงแนวคิดของสตาร์วอร์ส   และศาสตร์จารย์  ฮอร์วกิ้นเป็นหลัก  อยากรู้เรื่องหลุมดำก็ไปหาอ่านหนังสือของแกได้นะครับ  เพียงแต่ราคาอาจจะมากหน่อย 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2009, 01:20:51 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #756 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2009, 12:16:07 AM »

อ่่า~~  มาอีกตัวแล้วสิ  ขนมากันเรื่อย ๆ ผมจะลงดีไม่ลงดี  แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยังไม่ลงดีกว่า  เอาน้องเอ๋ออยู่คนเดียวให้รอดก่อน ฮะ ๆ ๆ =w=a

อ่านสไตล์ของโครว์แล้วชักคิดถึงโทบิคาเงะ ..
บันทึกการเข้า
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #757 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2009, 07:08:13 AM »

มาเสนอUnit ของ แฟนหัวหน้าเอ็กซ์  ซึ่งจะออกมาเร็วๆนี้  แต่ไม่ได้ออกมาพร้อมหัวหน้าแกหรอกนะ  โผล่มาตอนแรกก็คงฉากEvent ของ Magerian ครับ




===============================================================================

SBM-16R  Ricetta Metallo (Formula metal)

สูง 18.7 M

หนัก 23.74 T

ประเภท
Real Robot

รูปร่างหน้าตา
L-gaim MK II + Megarian + บ้าหอบฟางเหมือน EX-S Gundam  ทาสี ม่วงชมพู-ขาวไข่มุกเหมือน คิวเบเล่ย์

ระบบพลังงาน
====เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น สองเครื่อง

เกราะหรือวัสดุ
====ฟิโคไททาเนียม

ระบบการขับเคลื่อน
====ทริปเปิล ไอโซไดร์ฟ

ระบบหรือความสามารถพิเศษ
==== Blance Frame (เทคโนโลยีระดับนาโนเมตร เป็นต้นแบบของ Brilliance Blance Frame ของเมเกอรเรี่ยน)
==== แบ็ทเทิร์นแมตชีน  ที่สามารถแปลงเป็นรุปแบบยานบินเรียกโหมดยานบินว่า  Wing-Raider
----------------------------------------------------------------------------------------
อาวุธ
==== 1. Vulcan 30 mm
==== 2. Beam Saber * 2
==== 3. Beam Rifle รูปร่างเหมือน Beam Smart gun ของ S-gundam
==== 4. buster Launcher*1  อาวุธมือถือเหมือนกันกับของ L-gaim mk-2
==== 5. Rosa element กระสุนหัวระเบิด  เก็บไว้ที่ไบท์เดอร์ทางด้านหลัง  มีลักษณะการทำงานคือยิงเจาะเกราะแล้วเข้าไประเบิดทางด้านใน
==== 6. heat dagger*2 ติดไว้ที่ผ่าเท้าเหมือน Crossbone gundam
==== 7. screwwhip *2 แส้สว่าน
==== 8. Remote slasher Rang*4 คล้ายๆกับแบทตา แรงค์ของแบทแมน+เซอร์เวนท์ยูนิทของ Alagias  ทำงานด้วยระบบรีโหมดคอนโทรลกึ่งควอนตัมฟิสิกส์  สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าสำหรับช็อต  คมมีดฉาบด้วยบีม ที่กลางลำตัวมี แก็ตลิ่ง เรลกัลติดเอาไว้  ใช้เป็นลูกเล่นกับตระขอโซ่ที่ซ่อนไว้ในกระโปรง(นึกถึง Crossbone gudam X-1เอาไว)   หรือจะใช้คู่กับสลิงกันที่ซ่อนไว้ในแขนก็ได้
==== 9. Beam Cannon*2  ติดที่หลัง  ใช้ในสภาพพับไหล่ขึ้นมายิงเหมือน บิลไบน์ ใช้ได้เฉพาะยามที่อยู่ในสภาพ Wing raider
==== 10. Beam blade griffon*2  คมมีดติดปีก  ใช้สำหรับพุ่งชนเมื่ออยู่ในสภาพของ Wing raider
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อุปกรณ์พิเศษ

==== 1. Reflector Field  sling *2 รีเฟล็กเตอร์หรือโล่ห์สะท้อนอาวุธประเภทบีม  และป้องกันอาวุธทางกายภาพ  เก็บไว้ที่หัวเข่าเหมือนกันกับของ EX-S gundam
==== 2. scissoranchor  ==  http://www.mahq.net/mecha/gundam/crossbone/lineart/xm-x-scissoranchor.jpg


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประวัติ
แบตเทิร์นแมตชีน  ในโปรเจกสายการผลิตของเมเกอร์เรี่ยน  โดยคอนเสปของมันคือพัฒนาเฟรมสำหรับ Brilliance Blance Frame  จึงออกมาเป็น Blance Frame อย่างที่เห็นแม้ความเร็วความคล่องตัว  และสมดุลในการเคลื่อนที่อาจไม่ดีเท่าเมเกอร์เรี่ยน  แต่เมื่อเทียบกันแล้ว รีเซคต้า เมทัลโล  นั้นมีความสะดวกในการใช้งาน  ลูกเล่นในการใช้  และพลังงานทำลายล้างที่ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าเมเกอเรี่ยนมาก  จุดเด่นที่สุดก็คือมันสามารถแปลงร่างได้นี่แหละเลยทำให้มันเป็นเครื่องที่เหมาะสำหรับการไล่ล่าในระยะไกล  และการครุกเข้าวงในด้วย  นอกจากนี้ด้วยระบบป้องกันตัวพิเศษมากมายทำให้  มันไม่กลัวอาวุธชนิดใดชนิดเป็นพิเศษ  ข้อเสียอาจจะเป็นอาวุธอย่างบีมเซเบอร์ที่เป็นดาบนั้นเมื่อเทียบกับหุ่นตัวอื่นแล้วดูอ่อนด้อยไปเลย

=======================================================================================================
ประวัติ Pilot

Rosina Mary Jorsefin

เรียก โจเซฟิน

สูง 171 Cm
หนัก 49 Kg

อายุ 26

หน้าตาบุคลิก
สาวแว่น แสนสวยเก่งคล่องตัวทำงานกระฉับกระเฉง  หน้าตารูปร่างประมาณ  มิน่า ภาค F+เซซิลี่ แฟร์ไซน์  แต่ผมสีส้ม(เพราะหัวหน้าเราชอบส้ม)

ลักษณะนิสัย

เป็น Working woman อย่าง สมบูรณ์แบบ มีความเชื่อในสิ่งที่ตนพิสูจน์ได้แล้วเสมอ  เป็นคนกระฉับกระเฉง ตรงไปตรงมา  รวมๆแล้วนิสัยคล้ายริโอนั่นแหละนะ

ประวัติ
อดีตเคยทำงานเป็นหน่วยข่าวกรอง  ของสแกนดิเนเวียเคยเข้ารบสงครามกับ Exe  ตั้งแต่เหตุการณ์ปราบไวกิ้งของสหพันธ์  จนติดแหงกอยู่ด้วยกันกลางถ้ำน้ำแข็ง(อย่าคิดลึกนะ)  ภายหลังได้รับอุปการคุณจากสมหกลาโหม  ของจักรวรรดิแพทธิอาร์เป็นลูกสาวบุญธรรม


โดยที่ภายหลังจากสงครามคาบสมุทรสแกนดิเนเวียนั้น  ได้มีการทบสอบผลและวิจัยมนุษย์พบว่าเธอมีความสามารถในการหยั่งรู้ระดับหนึ่ง(คล้ายกับองค์หญิงไชน์นั่นแหละ)  นับตั้งแต่นั้นเลยเข้าร่วมเป็นนักบินทดสอบให้แก่จักรวรรดิแพทธิอาร์(จักรวรรดิวิจัยอาวุธให้สแกนดิเนเวีย)   โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาไอโซไดร์ฟ  และไฮ สปิดเมนท์โดยตรง  จนได้รับมอบหมายให้เป็นนักบินของ Ricetta Metallo 

เธอมีความรักต่อพ่อบุญธรรมของเธอมาก   และรู้สึกขัดแย้งในใจตนเองระหว่างการทำเพื่อจักรวรรดิ(เพราะช่วงชีวิตของชาวจักรวรรดิอายุสั้น)ในความคิดของพ่อเธอ  หรือจะตามความเชื่อแนวทางของชาวเดินเรือแบบสามตระกูลใหญ่  แต่สุดท้ายเธอไม่อาจปฏิเสธความพระคุณที่พ่อของเธอมีต่อตัวเธอได้จึงต้องเลือกทางเดินคนละสายกับEXEนั่นเอง


ปัจจุบันเธอทำงานวิจัยเกี่ยวกับพวกดาเรน  และเทคโนโลยีจากต่างมิติเพราะเธอเชื่อว่ามันต้องมีสามารถนำมาสู่การเยียวยาหรือยืดอายุของชาวจักรวรรดิได้นั่นเอง  แม้ว่ามันจะต้องแลกมากับความโศกเศร้าหลายๆอย่างก็ตาม 


อนึ่งเนื่องจากเกลียดพวกสหพันธ์และสมาคมพ่อค้าเข้าไส้จึงพลอยมอง เอลฮังค์เป็นศัตรูไปด้วย  และประนามพวกเฮริซ่าที่ไปร่วมมือกับมินาโมโต้ว่า"ผู้ที่ทรยศต่อเชื้อชาติและต้นตระกูลของตนเอง" 





ใครมีอะไรเพิ่มเติมอีกครับ  ตัวนี้ระดับบอสเลยนะเนี่ย



เดี๋ยวมาลงเพิ่มเติมอีกครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 20, 2009, 07:53:10 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
EarthSphere G. Homeland
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 840


Clam Like A BomB!

mmighty_m@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #758 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2009, 01:42:55 PM »

^ดีทุกอย่าง แต่ผอมไปอ่ะ เอาซัก 171cm - 49kg กะลังดี 33 25 34   

อีกอยาง ใส่แว่นด้วย อิอิ
บันทึกการเข้า


ติดตามข่าวสารได้ที่ twitter.com/Mukkaphol
Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #759 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2009, 08:12:21 PM »

lol  มีแก้ตามรีเควสด้วยรึครับ

พออ่านสเป๊คหุ่นแล้วเห็นว่าเป็นระดับบอสผมก็มานึกถึงบอสในเกม SRW แต่ละตัว ...อาวุธเยอะมาาาก แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ได้เห็นแต่ท่าที่แรงสุด กับท่าที่แรงรองลงมา ท่าตีประชิด  แล้วก็ท่าที่เบาสุดตอนเราใช้ทักษะไหวพริบ - w -'

แต่ไม่แน่ว่าตัวนี้อาจปลดแอกชุดเดียวได้หลายรอบแบบฟรีด้อม เหอะ ๆ ~
บันทึกการเข้า
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1429


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #760 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2009, 10:21:32 PM »

 ตามอ่านบทPrivate มาครบแล้วครับ  สนุกดีเครับ แต่เสียดายยังไม่จุใจ
บันทึกการเข้า

EarthSphere G. Homeland
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 840


Clam Like A BomB!

mmighty_m@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #761 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 01:03:30 AM »

^ สงสัยพอชวนมาเข้าทีมเราได้ จะได้ขับหุ่นธรรมดาๆ แหง เหมือนโฟร์ โรซามี่ ไอน่า และนักบินสาวอีกหลายๆ คน
บันทึกการเข้า


ติดตามข่าวสารได้ที่ twitter.com/Mukkaphol
blackgetter
Art Lover
New Type Pilot
******
กระทู้: 602


black-getter@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #762 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 05:09:15 PM »

คือ มาเตือนคุณหน้าหวานนิดนึงครับเรื่องสเป็กหุ่น คือเนื่องจากผมมีความคิดว่าเตานิวเคลียร์ฟิวชั่น2อันไม่ไม่น่าจะยัดหุ่นลง
เลยสงสัยผมเลยไปถามผู้รู้มานะครับ

เลยได้ความดังนี้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------


BG : อาจารย์ครับ พอจะว่างไหมครับ
DR.TCหือ? เพิ่งกลับมาจากกินข้าว มีไรเหรอ?

BG : คือมีคำถามนะครับ
DR.TC : ว่ามา

BG : เตานิวเคลียร์ฟิวชั่นถ้ามี2เตาแล้วจะมีอะไรดีขึ้นในหุ่น1ตัว?
DR.TC : อ่อ ก็เหมือนมีพลังงานให้ใช้มากกว่าเครื่องที่มีตัวเดียวนะสิ แต่ย่อมมีความหมายว่า ขนาดของหุ่นก็ต้องไม่เล็ก
อย่างที่พี่เคยใช้ก็จะเป็น เตาปฏิกรณ์อนุภาคไมนอฟสกี้ ทวินคอมแพ็ค

BG : แล้ว ถ้าขนาดไม่เล็กนี่อย่างต่ำๆต้องเท่าไหร่เหรอครับถึงจะยัดลง
DR.TC : ต้องลดขนาดเตา
ให้บรรทุกไปบนหุ่นได้ เพราะถ้าน้ำหนักเตาเกินแล้ว จะแบกอาวุธหนักไม่ไหว แต่ถ้ารบในอวกาศก็ไม่เป็นปัญหานัก แต่ถ้าสู้ในเขตที่เริ่มมีแรงดึงดูดล่ะก็ น้ำหนักจะมีผลทันที

BG : อ่อ
DR.TC : บางครั้ง จึงมีการโหลดเตาปฏิกรณ์ไว้ภายนอกตัวหุ่น อย่างเช่นเป็นชุดเสริม แต่แบบนั้นก็อันตรายถ้าถูกยิงขึ้นมา

BG : อ่อ บรึ้ม
DR.TC : ดังนั้นการติดตั้งเตาที่มากกว่า 1 เตาขึ้นไปมักทำในหุ่นประเภทขนาดใหญ่ แต่ถ้าเป็นเทคโนโลยีที่เตามีขนาดเล็กแล้ว เราสร้างหุ่นขนาดใหญ่
ก็สามารถโหลดเตาได้มากกว่า 1 ตัว เพราะเตานั้นจะอยู่บริเวณกลางตัวหุ่น ดังนั้นถ้าลำตัวมีขนาดเล็ก ก็มักจะโหลดได้เครื่องเดียว

BG : อ่อ แล้วอย่างเตานิวเคลียร์ฟิวชั่นนี้อย่างต่ำๆนี่ขนาดเท่าไหร่ครับ คือผมเห็นสเป็กหุ่นของคนในบอร์ดที่ลงหุ่นมาใหม่นะครับ
เขาบอกเรียลโรบอท มีเตานิวเคลียร์ฟิวชั่น2ตัว ขนาด18เมตร
DR.TC : แกนลำตัวของพวกฟรีด้อม น่าจะกว้างไม่เยอะอะ

DR.TC : ไม่น่าเป็นไปได้ เตานิวเคลียร์กำเนิดไฟฟ้าด้วยความร้อนนะ มันต้องพ่วงระบบหล่อเย็นเข้าไปอีกสิ
ไหนจะระบบเทอร์บายไดนาโมอีกล่ะ คือเตานิวเคลียร์ มันไม่ได้ดีมากหรอก จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ให้กระแสไฟฟ้าโดยตรง
มันต่อต่อพ่วงอย่างอื่นเข้าไปอีก ทำให้การติดนิวเคลียร์แบบทวิน นั้นหุ่นขนาด 18 เมตรไม่สามารทำได้ ตามหลัก
หุ่นยนต์ใช้เตาพลังงานทำบางสิ่งเท่านั้นแหละ ไม่ได้เป็นทุกสิ่งของตัวหุ่นนะ เตาพลังงานนั้นใช้เพื่อการหล่อเลี้ยงระบบที่เป็นไฟฟ้าจ้า

BG : ถ้าในกรณีที่มันดีไซน์บ้าหอบฝางคล้ายๆEX-Sนี่ อย่างนั้นจะยัดลงไหมครับ?
DR.TC : อ่อ ได้อยู่นะ เตาเอาไปยัดไว้ที่ชุดบูสหลังของมันได้ ผมก็เคยใช้ดีไซน์นั้น แต่มันเกะกะไง ความคล่องตัวน้อยลง
รบที่แคบแย่ รบภาคพื้นห่วย

BG : อ่อ แล้วตัวหุ่นที่น้ำหนัก28ตันละครับ มันน้อยไปไหม?
DR.TC : เบาไปมั้ง มันน้ำหนักสุทธิตัวหุ่น กับน้ำหนักเมื่อแบกอาวุธเต็มพิกัด
อ่อ พวกน้ำหนักเบา ๆ น่ะ เกราะอ่อนนะขอบอก แล้วหนักแค่ 28 ตัน โดนยิงทีแม่งเละแน่เลย น้ำหนักเกราะเบาหวิวแบบนี้
สายเรียลเป็นอะไรที่ยุ่งยาก เพราะมันต้องบอกหลักการทำงานแทบทั้งหมดของตัวหุ่นให้ได้
หุ่นเกราะเบาไปเร็วแต่ไม่ทน แต่ถ้าจะเอาเกราะหนักแต่พุ่งฉิว ต้อง อัลไอเซ่น เกราะมันหนักก็จริง แต่ชุดบูสมันก็เต็มหลังเลย โดยเฉพาะรุ่น รีเซ่ *ชุดบูสเต็มสตรีม
อ่อแต่คนขับก็ต้อ ต้องทำใจนะ เพราะ แรง G มหาศาลมาก

(ช่วงนี้อาจจะหลุดประเด็นไปเล็กน้อย)
BG : นั่นสินะ
DR.TC : ถ้าเล่น SRW มาต้องรู้สิ ว่าทำไม คนขับอัลไอเซ่น ถึงมีแค่เคียวสึเกะ เพียงคนเดียวเท่านั้น

BG : อ่อ เพราะเกี้ยวรับได้คนเดียวนี่เนอะ
DR.TC : ใช่ แรงถีบของบูสที่ด้านหลังนั้นแรงมาก นักบินคนอื่นๆรับไม่ไหว เดิมทีอัลไอเซ่น เป็นหุ่นเกราะหนักสำหรับรบระยะไกล แต่พี่แกเล่นแผลงๆเอาหุ่นเกราะหนักพุ่งเข้าชนซะงั้น
แต่เนื่องจากน้ำหนักตัวก็มากโขอยู่แล้ว ยังติดชุดบูสเข้าไปอีก อาวุธประเภทอาวุธยิงหนัก ๆ จึงไม่อาจบรรทุกบนตัวมันได้เลย
เราจึงเห็นว่า มันไม่มีอาวุธทำลายล้างมหาปะลัย แม้แต่ชิ้นเดียว แต่ความเก๋าของอัลไอเซ่นอยู่ที่ น้ำหนักตัวกับกำลังเครื่องขับดันของมันนี่เองแหละ

BG : อ่อ ต่อเลยครับ
DR.TC : แย่จังต้องกลับบ้านแล้วแหละ

BG : อ่าได้ครับผม
DR.TC : แต่บอกไว้ก่อนแค่ว่า อัลไอเซ่น มันใช่หลักของโมเมนตัม ในการโจมตี

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ครับ นี่แหละที่จะเตือนเนื่องจากสเป็กหุ่นเรียลของท่านมันไม่สมดุลครับจึงมาเตือนไว้ก่อน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2009, 05:49:43 PM โดย blackgetter » บันทึกการเข้า

สาวก JAM Project!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
identity
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #763 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 05:38:12 PM »

ครับขอบคุณที่เตือน

แต่ถามว่าจะแก้มั้ยคำตอบคือไม่ครับ  เหตุผลน่ะหรือเพราะมันเป็นเรื่องของความโม้

ข้อมูลที่ใช้มาอ้างอิงก็เพื่อให้มันรู้แหล่งที่มาที่ไปเฉยๆ  ไม่ได้เอาไรมากน้ำหนักก็ใส่ไปงั้น  แล้วในนิยายการบรรยายมีความจำเป็นมากกว่าอีกนะครับ

แล้วอย่างที่ผมบอกไปแล้ว  ฟิโคเมตรเทคโนโลยี  จะเอาอะไรมากล่ะครับเรื่องที่เราไม่ทราบตอนนี้มันยังมีอีกมากผมก็ใส่ไปงั้น เรื่องหุ่นบอกตามตรงว่าผมไม่อยากแตะด้วยซ้ำ



หรือจะให้เอาแบบเตาปฏิกรณ์อาร์คใน ไอรอนแมนมั้ยครับ อันจิ๋วแค่นั้นแต่ครอบจักรวาล  โดยส่วนตัวแล้วผมไม่รู้ว่าคุณแบล็คคอยจ้องจับผิดอะไรผมหรือเปล่า

หรือถ้าข้องใจนัก ก็ไปดูสเป็คของ F-91 ก็ได้  น้ำหนักตันน้อยมาก  อีกตัวก็อย่างเช่น L-gaim mk-2   


แล้วไอโซไดร์ฟ  ผมก็ไม่ได้บอกว่ามันเป็นบูสเตอร์  แต่มันคือเครื่องยนต์ชนิดใหม่  ผมบอกแล้วว่าส่วนหนึ่งฝังเข้าไปในเครื่องยนต์โดยตรงเพื่อทำงานเฉพาะหน้าที่ให้แรงขับเคลื่อนเท่านั้น  ส่วนอีกตัวฝังเอาไว้ให้พลังงาน 


กรอบวิทยาศตร์แน่นอนมันก็มีกรอบของมัน  แต่กรอบในนิยายมักจะแตกต่างจากเรื่องความเป็นจริงเสมอ  ในอดีตเราเคยเชื่ออริสโตเติล  ผลก็คือคุณเชื่อว่าวัตถุจะตกจากที่สูงลงมาถึงพื้นดิน  ในเวลาที่ต่างกันโดยผันแปรโดยตรงกับมวลของวัตถุ

แต่กาลิเลโอพิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่


นิวตันบอกว่า  เวลาเป็นปริมาณสมบูรณ์แต่ไอน์สไตนบอกว่า  เวลากับอวกาศไม่สมบูรณ์เลยรวมทั้งสองไว้เป็นทฤษฏีเดียวกัน

ต่อมาทฤษฎีของไอนสไตล์ก็ใช้ไม่ได้ผลเมื่ออยู่ในแบล็คโฮล  จนต้องคิดทฤษฏีควอนตัมฟิสิกส์ขึ้นมาใหม่


สิ่งที่ผมจะบอกเอาไว้ก็คือ  กรอบของทฤษฎีแต่ละอันมันมีจำกัดในตัวของมัน   แล้วถ้าคุณจะเอาตามเนื้อหาทั้งหมดมันก็หาความสนุกไม่ได้แล้ว  ดังนั้นแทนที่จะเอาเวลามาเพื่อนั่งจับผิดผม(เพราะว่าผมรู้สึกเป็นเช่นนั้นจริง)   อยากให้สนุกกับเนื้อเรื่องมากกว่า  หรือถ้าไม่สนุกนักผมก็ขออภัย  หรือถ้าไม่พอใจนักก็อย่างที่บอกเอาไว้แล้ว  ผมจะเลิกแต่งมันขอบคุณครับ


เสริมอีกเรื่องที่บอกว่าบ้าหอบฟางนั้น  อ่านดูดีแล้วหรือ  คำว่าบ้าหอบฟางหมายถึงอาวุธเยอะ  ไม่ได้หมายความว่าเกะกะ

อย่าง ครอสโบน X-1 นี่ก็เรียกว่าบ้าหอบฟางเหมือนกัน

แล้วตามอาวุธที่ผมให้ไป  จริงอยู่ที่ว่ามันเยอะ  แต่มันก็ไม่ได้เก็บไว้เกะกะเลยนี่นา  อาวุธแทบจะทุกชิ้นถูกเก็บไว้ในฝาครอบเกราะแล้ว
===============================================================================
Model number: F91
Code name: Gundam F91
Unit type: prototype general purpose mobile suit
Manufacturer: Strategic Naval Research Institute
Operator: Earth Federation Forces
Rollout: July UC 0116
First deployment: final version deployed March UC 0123
Accommodation: pilot only, in panoramic monitor/linear seat cockpit in torso
Dimensions: head height 15.2 meters
Weight: empty 7.2 metric tons; max gross 19.9 metric tons
Armor materials: gundarium alloy/ceramic composite
Powerplant: Minovsky type ultracompact fusion reactor, output rated at 4250 kW
Propulsion: rocket thrusters: 4 x 15530 kg, 6 x 4380 kg; vernier thrusters/apogee motors: bare mobile suit 51, equipped with VSBRs 59
Performance: maximum thruster acceleration 4.44 G
Equipment and design features: sensors, range unknown; bio-computer system; weapon mount, used to carry beam rifle or beam launcher, located on rear skirt armor plate; heat radiation fins, mounted in shoulders
Fixed armaments: 2 x vulcan gun, fire-linked, mounted in head; 2 x mega machine cannon, fire-linked, mounted in torso; 2 x beam saber, stored in recharge racks in left hip armor, hand-carried in use; 2 x VSBR (Variable Speed Beam Rifle), selectable mega particle acceleration speed for damage or penetration application, mounted on backpack, hand-operated in use; beam shield, mounted on left forearm; spare beam shield, stored on right hip armor
Optional hand armaments: beam rifle, powered by replaceable e-pac, can be stored on weapon mount; beam launcher, powered by replaceable e-pac, can be stored on weapon mount




===============================================================================

Unit type: A-class heavy metal
Movable frame: M-size
Height: 20.0 meters
Weight: 23.1 tons
Armament: round binder x 1 (power launcher x 1 each), saber x 4 (throw lancer x 2)
Pilot: Nei Mo Han


==============================================================================

Unit type: A-class transformable heavy metal
Movable frame: M-size
Height: 26.5 meters
Weight: 36.8 tons
Armament: buster launcher x 1, saber/hand launcher x 2, binder x 2 (S-mine x 1, saber/lancer x 4, buster launcher cartridge x 5 each)
Pilot(s): Daba (Kamon) Myroad, Lilith Huau

หุ่นพวกนี้เขาทำออกมาเป็น หนังเป็นการ์ตูนตังเยอะ  ทำไมไม่นั่งแย้งกันบ้างล่ะครับ


บอกตามตรงในตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนผมโดนจับผิดจากทุกคนเลยก็ว่าได้   คุณจะไม่ให้ผมมีอิสระในการทำงานเลยหรือ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2009, 06:08:53 PM โดย Sweet face » บันทึกการเข้า
hagane.f
Hagane.f
New Type Pilot
******
กระทู้: 944


hagane.f@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #764 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 06:03:16 PM »

เดี๋ยวก่อนคับ ใจเย็นๆ
ตั้งสเปคมายังไง ถ้าพอใจก็ไม่ต้องเปลี่ยนก้ได้
เขามาเตือนเผื่อว่าสายเรียลคุณหน้าหวานจะไม่เป็นสายเรียลเท่านั้นเอง
ใจเย็นๆก่อนนนนนน
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 49 50 [51] 52
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: