หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot War The Star Chronicle  (อ่าน 34280 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 02:05:42 AM »

-SPACE ROUTE 8 TEAR, ANGER, AND INVASION-(ต่อ)

ทางด้านพวกฮิคารุ โรจิสต์และอาคาน่าทีมที่ถูกล้อมกรอบด้วยรีกิวออส
ตูม!!!!  ตูม!!!!! ตูม!!!!!
ซึ่งทั้งหมดก็เปิดฉากโจมตีกันอยู่ด้วย

เรนต์เองก็มาถึงที่นี่แล้ว....

“เห! จะสู้กับใครดีน้า ไม่เอาเจ้าเครื่องบินนั่นกับเจ้าตัวอัศวินสีขาวดีกว่า.....อ้อ!!!เลือกได้ล่ะ เอาหุ่นของโปรเจ็คD ของสาวน้อยแสนสวยฟิริน่า เวลรากัสดีกว่า แล้วก็เจ้าที่คล้ายกันสามตัวนั่นก็แล้วกัน
ฮะฮะฮ่า! ไปเลยราลเลริอ้อน แอคทีลไรท์ของชั้น” เรนต์หัวเราะพร้อมกับบังคับหุ่นของเขาพุ่งเข้าหาเป้าหมายที่เขากำหนดไว้
แต่ระหว่างทางมีรีกิวออสตัวหนึ่ง ขยับขึ้นมาขวางเส้นทางของเขา ซึ่งจริงๆก็คงไม่ตั้งใจ แต่เรนต์กลับบอกว่า “เกะกะ!!!” เมื่อเขาบินผ่านรีกิวออสตัวนั้นก็แยกเป็นสี่ส่วนทันที   
ตูม!!!!!!!!!

ซึ่งมันเป็นสัญญาณทำให้ฟาเฟลรู้ว่ามีศัตรูใหม่กำลังมุ่งมาทางพวกเธอแล้ว จึงหันไปเตรียมตั้งรับและปล่อยให้โรจิสและฮิคารุรับมือทางนี้ไป.....
ซู่ม!!!!!!!!
กึง!!!!
เรนต์บังคับให้ แอคทีลไรท์ของเขาหยุดตรงหน้า อาคาน่าทีม และฟิริน่าทันที พร้อมกับแนะนำตัวเอง

“สวัสดีครับ กองกำลังTSC ทั้งสาม ผมเรนต์ วิทไฟล์ ตำแหน่งร้อยโท ชั้นอัศวินของเฟทเกทครับ ยินดีที่ได้พบกับพวกคุณทุกคนนะครับ ”เรนต์เปิดสัญญาณสิ่อสารนานาชาติ พร้อมด้วยรอยยิ้ม

“เอ่อ ค่ะ ชั้นฟิ....”ฟิริน่าที่อึ้งๆกับการกระทำของเรนต์ กำลังจะแนะนำตัว แต่เรนต์ก็เบรกไว้ก่อน

“โอ้ไม่ต้องครับ ผมรู้จักคุณดีครับ คุณฟิริน่า เวลรากัส สาวน้อยอัจฉริยะผู้จบปริญญาบัณฑิตสายทีว่ากันว่าเรียนยากที่สุด ทั้งสายแพทย์ศาสตร์ และเทคโนโลยีวิศวกรรมพิเศษ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1ทั้งสองสาขา และของมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งเรมิวไนซ์ ในเวลาสองปี ว่ากันว่าเป็นคนแรกที่ทำได้และมีอายุน้อยที่สุดคือ14ปีครึ่ง และยังได้คะแนนวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยมทั้งสองสาขาอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ได้ตำแหน่งการโหวตสูงสุดในเรื่องความงดงามและเพียบพร้อม ทั้งในการวิชาการและรูปโฉมภายนอกรวมไปถึงลักษณะนิสัย ได้รับตำแหน่งมิสพิวริตี้บิวส์ถึงสองสมัยซ้อน จากการโหวตของประชากรทั้งหมดทั้งในสหภาพโคโลนี่และโลก นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษในด้านการเล่นดนตรีและทำอาหารอย่างยอดเยี่ยม....ด้วยสัดส่วนและรูปร่างที่เพอเฟ็กนั้นก็ยังเป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าผู้ชายทุกคน.... นอกจากนี้ยังมีนิตยสาร ตามจีบให้ไปเป็นนางแบบและ.....!!!!

“พอแล้วค่ะ คุณรู้ละเอียดเกินไปแล้วค่ะ!!!” ฟิริน่าตะโกนออกมาด้วยความอายหน้าแดงเป็นลูกตำลึง เมื่อไวส์เห็นดังนั้นก็อดอึ้งไม่ได้ แถมวันนี้เธอยังได้รู้ด้วยว่ามาสเตอร์ของเธอนั้นจริงๆแล้วสุดยอดขนาดไหน ทำเอาเธออดยิ้มไม่ได้เหมือนกัน

“อ๊ะ งั้นเหรอครับ แหมๆ!! ก็ผมเป็นแฟนคลับฟิริน่าจังนี่”เรนต์ตอบแบบยิ้มๆ

“สุดยอดๆๆ!!!! ฟิริน่าจังนี่ สุดยอดไปเลยค่า ทำไมไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลยคะ”โมโมะที่ตั้งใจฟังทั้งหมดถึงกับอุทานออกมา มีแอบค้อนนิดๆด้วย

“เอ้อ..เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเอามาเล่าให้ฟังนี่คะโมโมะจัง....ที่สำคัญชั้นอะ..อาย..มากเลยค่ะเรื่องแบบนี้น่ะค่ะ.”ฟิริน่าเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เธอเองก็หน้าแดงมากขึ้นไปอีก....มุดลงไปแล้ว

“ฮ่ะๆๆ!! อายขนาดนั้นเลยรึครับเนี่ยฟิริน่าจัง....ช่วยไม่ได้แฮะ....งั้นผมขอรู้จักพวกคุณบ้างจะได้รึเปล่าครับ.....?”เรนต์เอ่ยขึ้น

“......แนะนำตัวแบบนั้นน่ะเบื่อซะแล้วล่ะ!!!!”เมเดอร์ลีนบ่นสวนออกมาทันที

“เจ้านี่...ท่าจะบ้า!!”ฟาเฟลเองก็เห็นด้วยเช่นกัน

“ชั้นโคฮานะ โม....”โมโมะกำลังจะแนะนำตัว แต่ก็ถูกฟาเฟลปรามไว้ซะก่อน

“ไปแนะนำตัวให้ศัตรูรู้จักได้ยังไงกันล่ะ”

“อ่ะ นั่นสินะโมโมะลืมไปเลยค่ะ”โมโมะยิ้มพร้อมกับเกาหัวนิดๆแล้วแลบลิ้นออกมาดูทะเล้นทีเดียว

“เฮ้อ!! ช่วยไม่ได้แฮะไม่รู้จักก็ไม่เป็นไรครับแค่พวกคุณรู้จักชื่อผมก็พอแล้วล่ะ อย่างน้อยถ้าตายไป มีใครถามก็จะได้บอกถูกว่า......ถูกใครฆ่ามาไงล่ะครับ!!!!!!!!” พูดจบสีหน้าของเรนต์ก็เปลี่ยนไปพร้อมกับบังคับแอคทีลไรท์ของเขาพุ่งเข้าหาฟาเฟลที่กำลังดุโมโมะอยู่ นั่นเพราะฟาเฟลเปิดช่องว่าง....
ซู่ม!!!!!!!!

“ตายไปซะก่อนหนึ่งคนก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆ!!!”เรนต์หัวเราะพร้อมกับชักบีมเบลดออกมาหมายจะแทงอาคาน่าฮิสเทรี่
เปรี๊ยะ!!!

“จะดูถูกทางนี้เกินไปแล้ว”ฟาเฟลย้อน เมื่อการโจมตีด้วยบีมเบลดนั้นติด สนามพลังแรงโน้มถ่วงของเธอ

“ที่โง่น่ะมันนายต่างหาก โมโมะจัง ฟิริน่าจังตอนนี้แหละ”ฟาเฟลสั่งการทันที แน่นอนตามเสียงนั้น ไดเมนชั่นไรเฟิลและสตีมแคนน่อนก็ถูกยิงเข้าใส่เรนต์ทันที

“อ้อ!! เธอเป็นตัวล่อหรอกรึ ถึงว่าไม่ระวังตัวเท่าไหร่”เรนต์พูดออกมาแบบยิ้มๆ ก่อนจะสลัดดาบทิ้งไปแล้วหมุนตัวหลบทิศทางของอาวุธทั้งสองออกไป
ซู่มๆๆ!! กระสุนบีมของทั้งฟิริน่าและโมโมะก็พลาดไป
แต่ทว่าฟาเฟลเองก็คาดไว้แล้ว ว่าต้องหลบได้ ดังนั้นเธอจึงวางแผนไว้อีกชั้น “ตอนนี้แหละ เมเดอร์ลีน” สิ้นเสียงอาคาน่าโครนิเคิลของเมเดอร์ลีนก็พุ่งเข้ามาพร้อมด้วยโล่ที่แปลงสภาพเป็นคีม เพื่อโจมตีเรนต์แล้ว

“หลบหลีกเชื่องช้าแบบนั้นน่ะ เบื่อซะแล้วล่ะนะ”เมเดอร์ลีนพูดพร้อมกับโจมตีทันที

“โจมตีต่อเนื่องเป็น ฟอร์เมชั่นเลยแบบนี้ผมคง........ตายแน่.............!!”เรนต์พูดขึ้นพร้อมใบหน้าเศร้าๆเมื่อคีมของโครนิเคิ่ลเข้ามาใกล้ แต่ว่า เขากลับยิ้ม..... “ซะเมื่อไหร่กันเล่า!!!”  แอคทีลไรท์ยิงไวเยอร์ออกมามัดเข้าที่คีมของอาคาน่าโครนิเคิ่ลของเมเดอร์ลีน เพื่อยืมแรงเหวี่ยงเธอให้กระเด็นออกไป

“ชิ....น่าเบื่อจริงๆแบบนี้” เมเดอร์ลีนเซ็งนิดๆเมื่อถูกเหวี่ยงออกมา แต่เธอก็ตั้งตัวได้ทันควัน และเตรียมพร้อมอีกครั้ง

“แหมๆ เล่นกันแรงจริงๆนะครับ ผมเกือบตายเลยเนี่ย!!!”เรนต์ทำท่าเหมือนจะตายจริงๆด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“หมอนี่เก่งเหมือนกัน ถึงจะดูกวนประสาทไปหน่อยก็ตาม....”ฟาเฟลบ่นนิดๆ เมื่อวิธีการของเธอพลาดไปเมื่อกี้ก็เสียดายนิดหน่อย

“.....ดีล่ะ เอาแบบนี้ละกัน”หลังจากใช้ความคิดสักครู่นึงฟาเฟลก็เริ่มสั่งการอีกครั้ง

“ฟิริน่าจังกับโมโมะ แยกเข้าโจมตีทั้งซ้ายและขวา บีบระยะทางของการเคลื่อนไหวให้ได้ เมเดอร์ลีน เข้าโจมตีในระยะประชิด ตามชั้นมา ส่วนชั้นหลังจากเข้าโจมตีจะรอจังหวะใช้บาเรียกราวิตี้พุ่งกระแทกเจ้านั่นเป็นการปิดท้าย”ทุกคนเริ่มปฏิบัติตามแผนได้

“รับทราบ”

“ถึงจะเก่งยังไง แต่ก็แค่เครื่องเดียว  ตามที่เราตรวจสอบ ไม่มีทางรับมือการโจมตีแบบนี้ได้หรอก”ฟาเฟลพูดเป็นการปิดท้าย

อาคาน่าโรมานซ์ และฟาเรนชูไวส์บินแยกไปทางซ้ายและขวา ส่วนฮิสเทรี่พุ่งเข้าหาแอคทีลไรท์ตรงๆ

ซู่ม!!! เปรี้ยง!!!! เปรี้ยง!!!!! เปรี้ยง!!!!!!  เปรี้ยง!!!!!
ฟาเรนและโรมานซ์เริ่มสาดกระสุนบีมต่างๆ เข้าใส่แอคทีลไรท์ทันที!!!!

“มาแบบฟอร์เมชั่นอีกแล้วเหรอนี่”เรนต์คำนวณระยะทางหลบหลีก แต่การหลบหลีกครั้งนี้ยากกว่าเดิม เพราะว่าทั้งโมโมะและฟิริน่า เอาจริงแล้ว!!!

“โมโมะจัง!”ฟิริน่ามองไปทางโมโมะ ซึ่งโมโมะก็ขยิบตาเป็นการตอบกลับ “ใช้นั่นสินะคะ...ได้เลยค่า”

แล้วการโจมตีของทั้งสองก็เปลี่ยนไป โรมานซ์เริ่มโจมตีก่อน ทำให้เรนต์คิดว่าหลบได้สบายมาก
เปรี้ยงๆๆๆ!!!!

“กระสุนหมดสินะฟิริน่าจัง แต่ว่าแบบนี้หลบได้สบาย.....”เรนต์ยังพูดไม่จบ ฟิริน่าก็ยิงสวนโดนเข้าที่เข่าของแอคทีลไรท์ทันที
เปรี้ยงๆๆๆ!!!!
ตูม!!!!

“หืม ช่วงเข่า.....!!!! ทำไม? ก็เราหลบได้สมบูรณ์แล้วนี่”เรนต์สงสัยที่ตนเองโดนยิง..
แต่ก็ยังไม่มีเวลาให้คิดมาก เพราะโมโมะเองก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาคิดเช่นกัน เธอยังคงยิงสตีมแคนนอนอย่างต่อเนื่อง
เปรี้ยงๆๆ!!!!!
เรนต์ก็หลบได้อีกเช่นเคย แต่ทว่ามันไม่พ้นไดเมนชั่นไรเฟิลของฟิริน่าที่ยิงออกมาทีหลัง......!!!
เปรี้ยง!!!
ตูม!!!

“คราวนี้ช่วงไหล่ขวารึ.....ทำไม!!!!” เรนต์เริ่มคำนวณเหตุการณ์ที่เกิดว่าทำไมเขาถึงหลบไม่พ้นถึงสองครั้ง
ตูม!!!!! “คราวนี้ด้านหลังรึ!!”เรนต์สบถออกมา
อีกแล้วคราวนี้เป็นฟิริน่าที่เปิดฉากยิงก่อนและเขาก็หลบได้สมบูรณ์แต่กับถูกโมโมะยิงตามมาทีหลังอีก
ทั้งฟิริน่าและโมโมะยังคงตามโจมตีต่อไป และระยะหนีของเรนต์ก็แคบลงไป

“ใช้ได้ผลจริงๆด้วยนะคะฟิริน่าจัง ไม่เสียเปล่าที่ซ้อมมาจริงด้วยค่ะ TASSของเราสองคน”โมโมะหันไปยิ้มให้ฟิริน่าเมื่อการโจมตีประสบผลสำเร็จ

“ค่ะ”ฟิริน่าเองก็หันมายิ้มให้เธอ
TASS=Twin Angel Sharp Shooting เป็นการประสานการโจมตีของฟาเรนชูไวส์ลาคาน่าโรมานซ์เข้าด้วยกัน โดยเครื่องหนึ่งจะเปิดฉากการโจมตีก่อน โดยทำการโจมตีบีบกรอบทิศทางการหลบหลีก และอีกเครื่องจะทำการคำนวนการหลบหลีกของศัตรูเพื่อโจมตีให้ถูกเป้าหมาย แน่นอนเป็นการใช้งานได้ยากมากหากไม่ใช่สไนเปอร์ที่เก่งอย่างทั้งสองคน เพราะการโจมตีนั้นต้องเริ่มจากเครื่องแรกโจมตีจะต้องคำนวณการยิง ให้เครื่องที่โจมตีต่อยิงโจมตีต่อเนื่องได้ง่ายขึ้นด้วย และยังต้องอาศัยความรู้สึกร่วมกันที่ต้องเข้าใจการยิงโจมตีของกันและกันอีกด้วย มีประโยชน์ในการโจมตีประสานและหลอกล่อ.....

“อ้อ!! ใช้การจู่โจมหลอกชั้นสินะ ชั้นอ่านออกแล้ว ที่นี้ล่ะ”เรนต์คำรามเมื่อเขาวิเคราะห์หาเหตุผลของการโจมตีที่เขาหลบไม่ได้ออก
พร้อมกับพุ่งเข้าหาทั้งสองทันที.......แต่สองคนไม่ได้กลัวซักนิด ทั้งฟาเรนชูไวส์และซาก้าหมึนตัวเข้าหากัน แล้วยิงประสานแนวตรงใส่เรนต์ทันที...

“ไปเลยค่ะโมโมะจัง!!!”ฟิริน่าตะโกนออกมา

“ฟิริน่าจังก็ด้วยค่ะ”โมมะเองก็ตะโกนอกมา เช่นกัน

“นี่แน่!!!!!” ทั้งสองตะโกนออกมาพร้อมกัน พร้อมกระสุนจากสตีมแคนน่อนและไดเมนชั่นไรเฟิล อย่างต่อเนี่อง
เปรี้ยงๆๆๆๆ!!!!! ตูม!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!!!

“หนอยแน่!!!”เรนต์สบถก่อนจะต้องรีบหลบการโจมตีนี้ การจู่โจมจากหลอกล่อเป็นการจู่โจมตรงๆอีกที ทั้งสองคนนี้เก่งจริง

“ตอนนี้แหละฟาเฟลจัง”ฟิริน่าพูดเมื่อเห็นเรนต์หลบออกจากระยะยิงของเธอ
แน่นอนทิศทางหลบไปก็เข้าทางฟาเฟลทันที เธอตั้งหลักรออยู่แล้วพร้อมสนับมือไฟฟ้า

“นิสัยแบบแกนี่กวนโมโหชั้นจริงๆ เป็นทหารแท้ๆแต่กลับทำตัวเหมือนเล่นๆอยู่ได้ หัดมีระเบียบในตัวเองซะบ้างสิ” ฟาเฟลพูดออกมาก่อนสนับมือไฟฟ้าของฮิสเทรี่ของเธอจะกระหน่ำเข้าใส่แอคทีลไรท์ของเรนต์เต็มหน้า
ตูม!!!!  เข้าที่ท้องของแอคทีลไรท์
ตูม!!! และอีกหมัดพุ่งเข้าหน้าอีกที ทำเอาแอคทีลไรท์ของเรนต์เสียหลักปลิวไปด้นหลังทันที

“กึง!!!”แอคทีลไรท์กระเด็นไปถึงเมเดอร์ลีนที่รออยู่แล้ว และเธอก็ใช้คีมที่ติดอยู่แขนของโครนิเคิ่ลจับบีบแล้วขว้างต่อไปทันที

“การโจมตีที่เหลือ....เบื่อซะแล้วล่ะ!!!”เมเดอร์ลีนพูดออกมาเฉยๆพร้อมใบหน้าเย็นชา

แอคทีลไรท์ของเรนต์ ปลิวไปตามแรงเหวี่ยง...... ดูจะเสียหายหนักแต่เขากลับนิ่งเฉย.......

“ปิดฉากกันเถอะ”

“โอเวอร์ลิมิต!!!!!!!!!!!!!”  ฉับพลันนั่นอาคาน่าทั้งสามก็เปล่งประกายสีทองออกมา พร้อมกับเตรียมปิดบัญชีทันที....

“เริ่มจากอาคาน่าโครนิเคิ่ลของเมเดอร์ลีน เปล่งแสงสีทองพุ่งเป็นเส้นตรงเข้าหาแอคทีลไรท์ที่ปลิวไป พร้อมโจมตีด้วยบีม ที่สาดกระจายในระยะประชิด แสงสีทองระเบิดเต็มไปทั่วด้านหน้าของอาคาน่าโครนิเคิ่ล
ตูมๆๆๆ!!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!!!! ตูม!!!!!
แอคทีลไรท์พยายามป้องกันด้วยบาเรียดูดกลืน เพียงแต่ว่ามันก็ไม่สามารถป้องกันได้หมด ทำให้ได้รับความเสียหายหนักพอสมควร

“อ๊าก!!!! จะตายแล้ว!!!”เรนต์ตะโกนออกมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว

“หลบออกมา เมเดอร์ลีน!!!”ฟาเฟลสั่งการพร้อมกับบังคับ อาคาน่าฮิสเทรี่ ที่ตอนนี้ปรับบาเรียแรงโน้มถ่วงเป็นลิ่มเรียบร้อย แล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงสุด!!!!!!!!
ซู่ม!!!!!!!!!!!

“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!! ลิ่มปักเข้าใส่แอคทีลไรท์ทันที แล้วฟาเฟลก็ลากแอคทีลไรท์ไปด้วยความเร็วสูง...

“ที่เหลือก็เธอล่ะนะ.....”ฟาเฟลพูดขึ้น เธอสลัดลิ่มออกพร้อมกับบินผ่าน เพราะที่เหลือเป็นการโจมตีของโมโมะแล้วนั่นเอง

“สตีมแคนน่อน.... จะส่องละนะค้า!!!!!!!!!”โมโมะตะโกนพร้อมกับยิงกระสุนไฮเมก้าแคนน่อนใส่เรนต์ทันที.....

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับกลุ่มควันและอาคาน่าทั้งสามก็ปิดโหมดโอเวอร์ลิมิตลงพร้อมกัน......ดูสวยงามจริงๆ
..
“ไม่เห็นจะเท่าไรเลย....เบื่อซะแล้วล่ะ!!!!! เมเดอร์ลีนบ่นเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในการกำจัดเรนต์ไป

“งานยังไม่เสร็จนะ เราต้องไปช่วยพวกคุณฮิคารุอีก เอาล่ะทุกเครื่องเช็คความพร้อมทั้งหมด แล้วเราก็ไปช่วยทุกคนกันเถอะ

“งั้น ชั้นขอตัวไปช่วยไกด์คุงนะคะ”ฟิริน่าพูดขึ้น เพราะเธอรู้ว่าไกด์คงไม่มีทางเอาชนะเชียร์ได้แน่ๆ เพราะไกด์ไม่ต้องการต่อสู้กับเชียร์....

“โมโมะ มัวทำอะไรของเธออยู่!” ฟาเฟลหันไปถามด้วยความโกรธเล็กน้อย เมื่อเห็นอาคาน่าโรมานซ์โมโมะไม่ยอมขยับ

“โมโมะก็พยายามแล้วนะคะ แต่โรมานซ์มันไม่ยอมขยับเลยค่ะ......เหมือนกับถูกอะไรตรึงไว้น่ะค่ะ”โมโมะตอบไปแบบนั้นเพราะเธอทำยังไงอาคาน่าโรมานซ์ก็ไม่ยอมขยับ

“ตรึง!!!...งั้น….อ๊า!!!!!!”พูดไม่ทันจบอาคาน่าฮิสเทรี่เองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน มันเหมือนกับโดนพันธนาการด้วยเส้นใยที่มองไม่เห็น อาคาน่าฮิสเทรี่ไม่สามารถขยับต่อไปได้อีก....

“ฟาเฟลจัง....อ๊า!!!”ฟิริน่าที่เป็นห่วงฟาเฟลเองก็โนด้วยเช่นกัน........
แน่นอนเมเดอร์ลีนเองก็ด้วย..... “ขยับไม่ได้แบบนี้.........เบื่อซะแล้วสิ!!!!”

“นี่มันอะไร....ทำไม!!!!” ฟาเฟลกำลังใช้ความคิดเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่....
แต่ก็มีคนมาเฉลยพร้อมเสียงปรบมือ อย่างเยือกเย็น.....
แปะๆๆๆๆ!!!!!!

“เก่งกันจริงๆเลยนะครับ ไม่คิดเลยว่าผมต้องเผยไพ่ของผมออกมาให้พวกคุณได้เห็นแบบนี้”เสียงเรนต์ติดต่อมาอย่างเยือกเย็น

“นาย.....ทำไม ก็โดนไปเต็มๆแล้วนี่ทำไม?” ฟาเฟลยิ่งสงสัยหนักขึ้นไปอีกเพราะเมื่อกี้พวกเธอทุกคนโจมตีโดนแล้วแน่ๆ

“ก็โดนสิครับ นี่ไง เละเทะขนาดนี้เลยนะ.....”เรนพูดพร้อมกับเผยร่างของแอคทีลไรท์ที่สะบักสะบอมออกมา ใช่แล้วมันเละเทะจริงๆ
ฟาเฟล โมโมะ ฟิริน่า เมเดอร์ลีน ที่เห็นแทบไม่อยากเชื่อว่า เจ้านี่ยังรอดอยู่ได้ในสภาพของหุ่นรบที่เละเทะแบบนี้

“เอาเถอะ อุตส่าห์ทำได้จะเปิดไพ่ให้ดูซักใบก็แล้วกันนะ....”สิ้นคำพูดของเรนต์ แอคทีลไรท์ก็สลัดเกราะออกทั้งหมด เผยร่างหุ่นอีกตัวภายใน

“หมายความว่าที่เราโจมตีโดนทั้งหมดเป็นแค่เกราะภายนอกสิงั้นเหรอคะ!!!”โมโมะพูดออกมาด้วยความตกใจ

“ถูกต้องจ้า!! สาวน้อยเรนต์ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

“แต่ว่านะเธอเองก็เกือบจะโจมตีถูกผมแล้วนะ ถ้าทิ่มลึกกว่านี้อีกหน่อยน่ะ....”เรนต์หันไปพูดกับฟาเฟล
ซึ่งฟาเฟลก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากตอบใบหน้าโกรธของเธอเท่านั้น

“นี่มันไวเยอร์เน็ตสินะคะ”ฟิริน่าถามขึ้น

“โอ้ ฉลาดสมเป็นฟิริน่าจังผู้แสนน่ารักจริงๆ ไม่เสียแรงจริงๆที่ผมเป็นแฟนคลับ....ถูกต้องนะครับ!!! นี่คือได้เมนชั่นไวเยอร์เน็ตกริปส์ แบบพิเศษ ที่สร้างขึ้นมาแบบใหม่ไงล่ะครับ ความเหนียวแข็งแรงและคมถือเป็นสุดยอดทั้งยังไม่สามารถมองเห็นได้ หรือจับสัญญาณของมันได้ด้วย......สุดยอดมั้ยล่ะครับ!!! เรนต์กล่วชมฟิริน่าพร้อมให้ข้อมูล

“แต่จำนวนขนาดนี้มัน....หมายความว่าพวกเราติดกับคุณตั้งแต่แรกแล้วสินะคะ ในบริเวณนี้ยังมีหน่วยดักซุ่มด้วยสินะคะ”ฟิริน่าวิเคราะห์สถานการณ์ และให้เหตุผล

“แหมๆ เดาเก่งจริงๆ เรื่องติดกับน่ะใช่ครับ ผมจงใจหนีมาตรงนี้เองล่ะ แต่จริงๆก็เพราะตรงนี้วิวดีไงล่ะครับ ดูสิครับ เพื่อนของคุณน่ะ โน่นไง!! เรนต์ชี้ไปทางโซลน่อลเซเวียร์และเฟทโอเมก้า ซึ่งขณะนี้ไกด์เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดและเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว.... และการโจมตีของเชียร์ก็หนักหน่วงมากในแต่ละครั้งของการฟัน

“ไกด์คุง!!!”ฟิริน่าร้องออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ตาบ้านั่น ทำไมไม่ยอมตอบโต้” ฟาเฟลก็แสดงความเป็นห่วงด้วยวิธีของเธอ

“ว้าย~! ไกด์คุง ระวังนะค้า!” นี่คือการเป็นห่วงของโมโมะ

“ให้ดูแบบนี้.....เบื่อซะแล้วล่ะ”เมเดอร์ลีนพูดออกมา

“นี่แหละ!!! วิวดีใช่มั้ยครับ เวทีของผู้ชมแบบนี้แหละ สนุกดีใช้มั้ยได้ดูเพื่อนของตัวเองถูกฆ่าน่ะ ฮ่าๆๆๆ!!”เรนต์พูดจบก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“อ้อ แล้วเรื่องกำลังซุ่มนั้นไม่มีหรอกครับฟิริน่าจัง......ทั้งหมดนั้นเพราะเป็นฟิริน่าจังนะเนี่ยผมถึงจะเผยไพ่โจ๊กเกอร์เลย ดูนะครับ”เรนต์พูดจบ เงาทั้งหมดที่ปล่อยไวเยอร์ใส่ทั้งสี่สาวก็ปรากฏออกมา มันเป็นแอคทีลไรท์ทั้งหมด 7เครื่อง

“โอ้โห!!หุ่นเหมือนกันมีมากขนาดนั้นเลยรึคะ”โมโมะเมื่อเห็นแอคทีลไรท์ตั้งหลายเครื่องปรากฎตัวออกมา

“เจ้าพวกนี้มัน…ทำไมเราถึงจับสัญญาณไม่ได้!!”ฟาเฟลที่เห็นดังนี้ก็ตกใจแล้วก็อึ้งไปเช่นกัน

“บิทซีรี่ย์ งั้นเหรอคะ....นอกจากนี้มันยังมีติดตั้งตัวหักล้างเรดาห์เอาไว้ด้วยสินะคะ”ฟิริน่าพูดออกมา

“ใช่ครับ โอ้โห!!!! ตัวจริงนี่เก่งจริงๆ สุดยอดๆ!!! แหมฟิริน่าจังตัวจริงนี่นอกจากจะน่ารักกว่าในรูปแล้วยังสุดยอดจนหาคำบรรยายไม่ได้เลยนะนี่ แปะๆๆๆ!!!”เรนต์กล่าวฟิริน่าพร้อมปรบมืออีกครั้ง

“นี่คือบิทซี่รี่ย์ครับ แต่มันก็ต่างไปจากปกตินิดหน่อยครับ มันเป็นรุ่นพิเศษที่ติดตั้งไดเมนชั่นไซน์ไมนัส ตัวหักล้างการตรวจจับ และยังได้รับการติดตั้งมิเรอร์รีเฟลกสำหรับพรางตัวด้วยล่ะ และที่พิเศษสุดๆก็คือ ทุกตัวเก่งเท่ากับตัวผมนี่ล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ!!!!!!

“บ้า!! ไม่อยากจะเชื่อแบบนี้จะสู้ได้ยังไง”ฟาเฟลเมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็เริ่มหมดใจจะสู้ต่อแล้วหน่อยๆ

“ใจเย็นๆ ฟาเฟลจัง เราต้องมีหนทางดูแน่ เพราะงั้น…”ฟิริน่ายังพูดไม่จบเรนต์ก็พูดขึ้นมาลอยๆ

“ทางนั้นก็น่าจะเห็นทางนี้เหมือนกันนะ คงต้องกระตุ้นใจสู้ของนักบินนั่นหน่อยแฮะ จะได้สนุกๆหน่อย”

“โวลต์ ไวเยอร์!!!”กระแสไฟฟ้าถูกส่งจากไวเยอร์เข้าสู่พวกฟาเฟลทันที

“กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”ทั้งสี่สาวร้องขึ้น

“ไม่ต้องห่วงผมไม่ฆ่าหรอกครับ.....แต่ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละนะ.....ช่วยทำให้ผมสนุกหน่อยเถอะครับ
อา....เสียงกรีดร้องของพวกคุณนี่ทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ

“ไอ้โรคจิต!!!!” ฟาเฟลตะโกนออกมา

“เหรอครับ..”เรนต์ยิ้มรับ
กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!! อ๊า!!!!!!!!!!!!!

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!!!”มันต้องแบบนี้สิ ร้องเข้าไปเลย เรนต์หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ในขณะที่ทั้งสี่สาวทรมาน

-------------------------------------------------------ยังไม่จบนะ มีต่ออีก----------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 05:44:18 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #76 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 02:11:33 AM »

-SPACE ROUTE 8 TEAR, ANGER, AND INVASION-(ต่อ)

ทางด้านไกด์ เขาเองก็สังเกตเห็นแล้วว่าทั้งสี่สาวกำลังแย่ แต่ทว่า ตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถที่จะทำอะไรหรือปลีกตัวไปช่วยได้….
เชียร์เองก็มองเห็นด้วย...และเขาเองก็ไม่ชอบใจการกระทำแบบนี้ของเรนต์ สำหรับเขาไม่ชอบการทำร้ายผู้หญิง และการทรมานศัตรูที่เป็นผู้หญิงด้วยวิธีแบบนี้........ถ้าไม่จำเป็นล่ะก็นะ..

เปรี้ยง!!!!! เคร้ง!!!! เปรี๊ยะ!!!!

“เชียร์หลีกไปนะ ฟิริน่ากำลังแย่ชั้นจะกลับมาให้นายฆ่าก็ได้แต่ตอนนี้ให้ชั้น....!”ไกด์ตะโกนขอร้องเมื่อปะดาบกับเชียร์ แต่เขายังพูดไม่ทันจบ...

“หุบปากซะ นั่นไม่เกี่ยวกับชั้น.....”เฟทโอเมก้าใช้แรงกระแทกให้โซลน่อลเซเวียร์ปลิวไปอีก

“ฮึ่ม!!!เหลือแค่แขนขวาข้างเดียวนี่สู้ยากจริงๆ ขนาดเราซิงโครแล้วแท้ๆยัง ยังทำอะไรหมอนี่ไม่ได้ สมแล้วที่เขาจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ1จริงๆ....จะทำยังไงดี!!

“ไกด์ที่อยากจะรีบไปช่วยทุกคนโดยเฉพาะฟิริน่า เขากำลังใช้ความคิดขณะโซลน่อลเซเวียร์ตั้งหลักใหม่

“แกน่ะ! เอาจริงซักทีเถอะ ขืนไม่เอาจริง แกก็คงไม่สามารถไปช่วยพวกนั้นได้หรอก ไกด์!!!”เชียร์หยุดโจมตีแล้วพูดดีๆด้วย สำหรับไกด์แล้วมันเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน

“เชียร์....นี่นาย ยอมคุย...”ไกด์กำลังจะพูดต่อ แต่ว่า

“ชั้นไม่ได้ต้องการคำตอบจากนาย!!!...แค่2นาที ชั้นจะให้เวลานายคิด หาทางผ่านชั้นไปช่วยพวกนั้น นี่เป็นสิ่งที่ชั้นยอมรับได้ ถ้านายหลบการโจมตีของชั้นแล้วผ่านไปได้ชั้นจะปล่อยให้นายช่วยพวกนั้น......ชั้นยอมให้นายได้เท่านี้” เชียร์กัดฟันพูด นั่นเป็นเพราะเมื่อกี้เขานึกถึงหน้าและคำพูดของยูกินะที่ไม่อยากให้เขาสู้กับไกด์ และด้วยความที่เขาก็รู้ว่าแบบนี้มันไม่ใช่ชัยชนะที่เขาต้องการ ทำให้เขาเริ่มอ่อนลงและนี่จะเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถอ่อนข้อให้ได้ เพราะในใจเขาเองก็ยังคงไม่ต้องการให้ไกด์หนีไป

“เชียร์....”ไกด์เองก็เข้าใจความรู้สึกของเชียร์นี่คือมิตรภาพสุดท้ายที่เชียร์มอบให้เขาในฐานะเพื่อน ดังนั้นเขาต้องหาทางสลัดหนีไปให้ได้

“โซล....มีวิธีสลัดให้หลุดมั้ย...”ไกด์ถามขึ้นเพื่อเตรียมวางแผน

“เท่าที่คำนวณดูแล้ว ทั้งชั้นและมาสเตอร์ด้วยพลังแค่นี้ โอกาสสลัดคนคนนั้นให้หลุดเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำค่ะ โอกาสมีแค่5%เท่านั้นค่ะ มาสเตอร์”โซลคำนวณแล้วตอบรับ

“ต่ำชะมัดเลยแฮะ...งั้น ถ้าเพิ่มพลังขึ้นไปอีกล่ะ จะสลัดหลุดมั้ย ตอนนี้จำกัดไว้ที่40%ก็จริงแต่ถ้าเพิ่มเป็น50%-60%....”

“ไม่ได้ค่ะ อันตรายเกินไปค่ะ”โซลแย้งขึ้นด้วยเสียงดุก่อนที่ไกด์จะพดจบเสียอีก

“เข้าใจน่า....แต่ว่าฟังให้จบก่อนสิโซล....”ไกด์ก็ย้อนไปหน่อยๆ

“คะ..ค่ะ ขอโทษค่ะที่แย้งแบบนั้น แต่ว่ามันอันตรายจริงๆนะคะ”โซลเข้าใจแต่ที่เธอแย้งก็เพราะเป็นห่วงไกด์

“ถ้าเราเข้าโจมตีตามปกติเราไม่มีทางผ่านไปได้แน่ เพราะงั้นชั้นจะเปิดช่องว่างให้หมอนั่นเล็งใส่จุดบอดนั้นแล้วเราจะอาศัยอาร์คคาลิเบอร์เป็นจังหวะรับ พร้อมกันนั้นชั้นจะให้เธอเร่งพลังงานเป็น50% แน่นอนการเร่งกะทันหัน จะทำให้เราสามารถกระแทกดาบของหมอนั่นกลับได้ และจังหวะนั้นเราจะเร่งอนุภาคเป็น60%แล้วหนีไปช่วยพวกฟิริน่า....เป็นไง พอไหวมั้ย”ไกด์เสนอแผนการเสร็จแล้วก็ให้โซลออกความเห็น

“ค่ะ แผนนี้พอไปได้ค่ะมีโอกาสที่เราจะฝ่าไปได้ที่54% โซลพอจะยอมรับได้ค่ะ แต่ว่าคนคนนั้นเค้าเก่งนะคะจะโจมตีใส่ช่องโหว่ปลอมๆที่เราสร้างขึ้นรึคะ มาสเตอร์”โซลตกลงรับแผนการแต่เธอก็ยังสงสัยและมีข้อโต้แย้งอยู่บ้าง

“แล้วเธอคิดว่าชั้นจะแกล้งเปิดช่องว่างปลอมๆรึไง....ชั้นจะเปิดช่องว่างของชั้นจริงๆ ให้หมอนั่นโจมตีจริงๆ”ไกด์เฉลยข้อสงสัยแต่นั่นทำให้โซลไม่สบายใจขึ้นไปอีก

“แต่ว่าแบบนั้นโซลไม่....”โซลกำลังจะแย้งต่อแต่ว่า

“เธอรับปากแล้วนะ....แล้วเวลาของเราก็หมดแล้วด้วย....ดูสิ”ไกด์ชี้ให้โซลดูเฟทโอเมก้าที่เริ่มตั้งท่าเตรียมโจมตีแล้ว

“มาสเตอร์....หลอกโซลอีกแล้วนะคะ....”โซลทำหน้าเจ็บใจแบบน่ารักๆเพราะเธอถูกไกด์หลอกให้ใช้แผนอันตรายแบบนี้อีกแล้ว

“ฮ่ะๆ..ขอโทษนะ แต่ไม่มีทางอื่นแล้ว...ฝากสนับสนุนด้วยล่ะ”ไกด์ยิ้มนิดๆก่อนจะเตรียมพร้อม

“ช่วยไม่ได้นี่คะ โซลจะทำเต็มที่เลย...แต่ว่ากลับไปแล้วต้องหาขนมเค้กให้ด้วยนะคะ ไม่งั้นคราวหน้าไม่ช่วยจริงๆด้วยค่ะ!!”

“จ้าๆ”ไกด์ยิ้มรับปาก

แต่ตอนนี้ทั้งสองต้องรับมือกับพญามัจจุราชที่กำลังจ้องจะเข้ามาทำลายทั้งสองอีกครั้ง...

“รับมือ...ตึง!!! LOAD CARTRIDGE WIND :HURRICANE SMASH”เชียร์ตะโกนพร้อมกับวงแหวนไสยเวทเบื้องหน้า  เฟทโอเมก้าใช้คาทริดจ์ซอร์ดฟันลงไปที่วงแหวนนั้นแล้วสร้างพายุขนาดยักษ์ซัดเข่าใส่โซลน่อล เซเวียร์

“ฮึ่ม!!...คราวนี้ลมรึ!!!”ไกด์พยายามบังคับโซลน่อล เซเวียร์ทรงตัวในพายุขนาดยักษ์นั้น...

“ย่าห์!!!” เชียร์ตะโกนพร้อมบังคับเฟทโอเมก้าที่กระชับคาทริดจ์ซอร์ดที่อาบพลังงานไดเมนชั่นเต็มเปี่ยมและเปลี่ยนเป็นสีดำพุ่งเข้าหาโซลน่อลเซเวียร์
เคร้ง!!!!! กึง!!!
โซลน่อลเซเวียร์ของไกด์ก็ใช้อาร์คคาลิเบอร์ข้างขวารับเอาไว้เต็มแรง

“แรง!!..อึก”ไกด์สบถออกมา

“แต่ว่าไม่ยอมหรอกน่า!!!! เชียร์!!!! โอ๊!!!!”ไกด์ตะโกนออกมา พร้อมกับสะบัดอาร์คคาลิเบอร์ที่รับนั้นให้สะท้อนเชียร์กลับไป....
เชียร์เห็นไกด์เริ่มฮึดสู้แบบนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกดีใจและเริ่มเอาจริงขึ้นมา...โดยลืมตัวและนั่นเองเป็นสิ่งที่ไกด์ได้เล็งเอาไว้ว่าถ้าเชียร์เอาจริงหากเขาเปิดช่องเชียร์ต้องไม่พลาดแน่

“ต้องงี้สิ!!!! มาเลย!!!..ไกด์!!!..ย้าก!!!”เชียร์คำรามพร้อมทั้งใช้คาทริดจ์ซอร์ดที่ถูกปัดฟันกลับมาอีกรอบ...
เคร้ง!!!! เคร้ง!!!! เคร้ง!!!! เปรี้ยง!!!!! เปรี้ยง!!!!! เปรี้ยง!!!!! เคร้ง!!!!
ทั้งสองคนยังคงดวลกันอย่างดุเดือดต่อไป................

“โอ๊!!!!!!!!!!!”ไกด์คำราม

“ย่าห์!!!!!!!!!!”เชียร์ตะโกนออกมา
.
.
.
เคร้ง!!!! ตูม!!!!
“ฮึ่ม!!!”ไกด์สบถออกมา
โซลน่อลเซเวียร์ ถูกแรงกระแทก จนปลิวกระเด็นไปอีกครั้งและตอนนี้เชียร์เองก็ตั้งใจปิดบัญชีแล้ว...

“ปิดฉากกันซะที ที่นี้ชั้นก็จะชำระแค้นได้แล้ว นายตายได้แล้วไกด์!!!!”เชียร์ตะโกนก้อง พร้อมทั้งบังคับเฟทโอเมก้าตั้งคาทริดจ์ซอร์ดพุ่งเข้าหาโซลน่อลเซเวียร์ของไกด์ทันที ด้วยความเร็วสูง....
ซู่ม!!!!!!!!!!!!!!!!

“มาแล้ว!!!”ไกด์ตั้งตัวดาบอาร์คคาลิเบอร์เป็นโล่เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยการแทงนั้น
เปรี้ยง!!!!!!!!!!! เคร้ง!!!!!!!!!!

“วิธีป้องกันแบบนั้นน่ะ มันใช้ไม่ได้หรอก!!!!โอ๊!!!!!”เชียร์คำรามพร้อมเร่งกำลังบูสเตอร์ขึ้นอีกเพื่อผลักโซลน่อลเซเวียร์ให้ไปชนกับสะเก็ดดาวด้านหลังและเพื่อทำลายการป้องกันของอาร์คคาลิเบอร์นี้

“ชั้นรอเวลานี้แหละ...เชียร์....มันต้องได้ผลสิ!!!!ตอนนี้เลยโซล”ไกด์พูดขึ้นมาพร้อมกับออกคำสั่งให้โซลทันที เขารอเวลานี้มานานแล้ว…
โซลก็ตอบสนองโดยการปลดล็อคระดับทำให้ไกด์สามารถเร่งกำลังของโซลน่อลเซเวียร์ไปได้อีกขั้น

“โอ๊!!!! ยิ่งนายมาแรงเท่าไร ชั้นก็จะกระแทกนายออกไปให้ไกลเท่านั้น!!!!!”ไกด์ตะโกนออกมา
การเร่งกำลังของโซลน่อลเซเวียร์กระทันหันทำให้กำลังป้องกันของอาร์คคาลิเบอร์มีเพิ่มขึ้น และส่งกำลังดีดให้เฟทโอเมก้าของเชียร์ กระเด็นไปด้านหลังตามแรง.....

“หนอย!!!!ไกด์!!!”เชียร์คำราม
และโซลน่อลเซเวียร์ก็พุ่งตามเฟทโอเมก้ามาที่กระเด็นทันที
เชียร์คิดว่าไกด์จะต้องฉวยจังหวะเล่นงานเขาต่อแน่ แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น….โซลน่อลเซเวียร์กลับบินผ่านไปเฉยๆ

“ขอโทษด้วยนะ ไม่ว่ายังไงชั้นก็ไม่ต้องการสู้กับนาย ชั้นต้องการแค่ไปช่วยฟิริน่าเท่านั้น...”นี่เป็นคำพูดที่ไกด์ทิ้งไว้ให้เชียร์ ก่อนที่โซลน่อลเซเวียร์จะบินจากไปด้วยความรวดเร็ว


“ทำเป็นใจดีกับศัตรูกับเพื่อนงั้นรึ นายนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ.....แต่ว่า….”
เฟทโอเมก้าที่ตั้งหลักได้เริ่มตั้งท่าดาบอีกครั้ง

“ตึง!!! LOAD CARTRIDGE FIRE”เฟทโอเมก้าเริ่มตั้งกระสุนเฟลมสเปียร์อีกครั้ง แต่คราวนี้เชียร์รวมมันไว้ลูกเดียวเพื่อสะสมพลังงาน...
“ชั้นอ่านไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้...ยังไงนายก็ต้องเลือกการช่วยคนอื่นก่อน...แต่นายจะต้องเสียใจ..และคราวนี้นายจะได้รู้ว่าการปกป้องสิ่งสำคัญของตัวของไว้ไม่ได้มันเป็นยังไง!!!..เพราะว่าเวลาน่ะมัน..เกินไปแล้ว!!

โซลน่อลเซเวียร์ของไกด์พุ่งจากเฟทโอเมก้ามาโดยไม่หันกลับไปสนใจแม้แต่น้อย...เพราะเขาในตอนนี้ต้องการไปช่วยทุกคนเพียงอย่างเดียว.....

ทางด้านฟิริน่าเมื่อเธอเห็นโซลน่อลเซเวียร์ของไกด์หลุดจากการโจมตีของเฟทโอเมก้าและกำลังมุ่งมาทางนี้เธอก็ดีใจที่เขาปลอดภัย แต่เรนต์กลับทำหน้าเซ็งๆแล้วบ่นว่า “ชิ!!! ชนะได้งั้นรึ...แต่เอาเถอะขอดูฉากหวานๆหน่อยก็แล้วกัน”แล้วเขาก็บังคับให้แอคทีลไรท์ทั้งหมดซ่อนตัวไปและตัวเขาเองก็ทำท่าถอนตัวเหมือนกับเขาหนีไปแล้ว และเหมือนกับว่าเหลือแค่พันธนาการเท่านั้นไม่มีศัตรูอยู่ตรงนี้...เพื่อให้ไกด์เข้าใจว่าไม่มีศัตรูอยู่ตรงนี้ เขาจะได้สามารถเล่นงานไกด์ได้ง่ายขึ้น

“ฟิริน่า ทุกคน รอเดี๋ยวนะ จะไปช่วยเดี๋ยวนี้ล่ะ”ไกด์ติดต่อมาถึงทุกคน

“มาช้าไปแล้วย่ะ แล้วใครขอให้นายช่วยยะ”ฟาเฟลตอกกลับไปแบบนี้ ทำเอาไกด์เหงื่อตกไปเลยทีเดียว

“อ่า..นั่นสินะ ขอโทษด้วยแล้วกัน

“ขอบคุณค่ะไกด์คุง”โมโมะกล่าวขอบคุณแบบยิ้มๆ
ซึ่งไกด์ก็ยิ้มตอบไป แล้วก็บอกว่า “ไม่เป็นไรโมโมะจัง”

“ไกด์คุง....เลือดนี่....บาดเจ็บนี่นา เป็นอะไรมากรึเปล่า ไกด์คุง”เมื่อฟิริน่าเห็นเลือดออกบริเวณศีรษะของไกด์เธอก็ถามด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง

“ไม่เป็นไรน่า นิดหน่อย...”ไกด์ยังตอบไม่ทันจบ ฟิริน่าก็ดุต่อทันที

“นิดหน่อยที่ไหนกัน เลือดออกมากขนาดนั้น ทำไมไม่รีบทำแผลก่อน หัดห่วงตัวเองก่อนคนอื่นซะบ้างสิ ไกด์คุงน่ะ..นะ ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลยทำไมถึงเป็นคนแบบนี้..”ฟิริน่าเมื่อเห็นแบบนี้เธอก็เริ่มน้ำตาปริ่มๆแล้วก็เริ่มว่าไกด์ด้วยความเป็นห่วง

“ชั้นขอโทษก็แล้วกันนะ แต่ยังไงช่วยพวกเธอก่อน แล้วก็รีบไปช่วยพวกคุณฮิคารุ แล้วก็จะได้กลับไปทำแผลไง”ไกด์ก็รู้สึกผิดที่เห็นฟิริน่าจะร้องไห้เขาจึงขอโทษเหมือนทุกที

“คนบ้า!!!...”ฟิริน่าก้มหน้าแล้วก็ตอบกลับไป จริงๆแล้วเธอก็ดีใจที่ไกด์สู้กับเชียร์แล้วบาดเจ็บเพียงแค่นี้ ดีแล้วล่ะที่เขายังปลอดภัย
แล้วโซลน่อลเซเวียร์ของไกด์ที่กำลังจะเข้าใกล้ฟาเรนชูไวส์ของฟิริน่าก็เอื้อมมืออกมา เหมือนกับเป็นการให้ความหมายว่าชั้นกำลังจะไปช่วยเธอแล้วของไกด์ และฟาเรนชูไวส์ของฟิริน่าเองก็ยื่นมือออกมาเหมือนกับเป็นการตอบรับการช่วยเหลือนั้นเช่นกัน แต่ว่า......
ตูม!!!!!!!!!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว!!!!
มือของโซลน่อลเซเวียร์ ไม่อาจเอื้อมไปถึงฟาเรนชูไวส์ได้อีกต่อไปแล้ว.........

“กะ...ไกด์คุง...ตอบกลับมาสิ ไกด์คุง!!!!!” ฟิริน่าร้องออกมาสุดเสียงออกมาด้วยความเป็นห่วงและเธอพยายามทุกวิธีทางเพื่อจะพูดคุยกับเขาให้ได้

เมื่อกลุ่มควันจางลง  ก็ปรากฏภาพที่เธอไม่ต้องการจะมองเห็น ภาพที่สร้างความสะเทือนให้กับเธอเป็นที่สุด ภาพโซลน่อลเซเวียร์อยู่ในสภาพที่ถูกหอกไฟปักที่ไหล่ซ้ายและคาทริดจ์ซอร์ดเสียบทะลุอยู่บริเวณท้อง และเงาทมิฬของเฟทโอเมก้าที่ยืนจับดาบนั้นอยู่......ก็ปรากฏต่อหน้าทั้งสีสาวในบริเวณนั้น…และสร้างความตกตะลึงให้กับทั้งสีเป็นอย่างมาก และฟิริน่าเองก็...

“กรี๊ด!!!!!!!..ฮึ่กๆ...มะ....ม..ไม่น๊า!!!!!!!!!!!!!!!”ฟิริน่ากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง พร้อมน้ำตาของเธอที่ไหลพรั่งพรูออกมาอาบแก้มสีชมพูแดงเรื่อของเธอ และแววตาที่แฝงไปด้วยความตกใจและเจ็บปวด....

-------------------------------------------------------ยังไม่จบนะ มีต่ออีก----------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2010, 02:14:53 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #77 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 11:31:11 PM »

-SPACE ROUTE 8 TEAR, ANGER, AND INVASION-(ต่อ)

ทางด้านลูชิเฟอร์กับเรย์กิวส์ ทั้งสองยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด!!!!

โอ๊!!!!!!!!!!!”ลูชิเฟอร์คำรามพร้อมกระหน่ำทั้งกำปั้นและเท้าใส่ของอิกซิอ้อนเข้าใส่เลกิวออส

ตูม!!!!! ตูม!!!!

ย้าห์!!!!!!!!!!”เรย์กิวเองก็เช่นกัน เธอตะโกนออกมาพร้อมกับเพิ่มความเร็วในการโจมตีด้วยกำปั้นของเลกิวออสขึ้นไปอีก

ตูม!!!!! หมัดของเลกิวออสกระแทกเข้าใส่หน้าอิกซิอ้อนเต็มแรง

“ไม่ยอมหรอกน่า แค่นี้น่ะ!!!”ลูชิเฟอร์คำรามพร้อมกับอิกซิอ้อนขยับตัวเตะเข้าที่ท้องของเลกิวออสเช่นกัน

ตูม!!!!!

“แก!!..”เรย์กิวกัดฟัน พร้อมกับสะสมพลังที่กำปั้นเต็มที่ ด้านลูชิเฟอร์เองก็เช่นกัน
ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง.....พร้อมเสียงตะโกนของทั้งคู่..

“แกตาย!!!!!”เรย์กิวส์ตะโกนออกมา

“โอ๊!!!!!!!!!!”ลูชิเฟอร์ตะโกนออกมา

ตูม!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!! ทั้งสองโจมตีผ่านกันไปคนละฝั่ง... สะเก็ดดาวที่เป็นเวทีของคนทั้งคู่ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพเดิมของมันอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยแตก พังทลายเต็มไปหมดจากการต่อสู้ของทั้งสอง...

“แฮ่กๆๆ!! เธอเก่งนี่ ดีจริงๆที่ได้ต่อสู้กับคนเก่งๆแบบนี้ เสียดายที่เป็นพวกเลวๆอย่างบอล์น”ลูชิเฟอร์พูดขึ้นในขณะที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง สภาพของอิกชิอ้อนนั้นมีร่องรอยถูกกระแทกด้วยหมัดและเท้าเต็มไปหมดและตัวลูชิเฟอร์เองก็ออกอาการเริ่มเหนื่อยแล้ว

“ออกจากบอล์นแล้วมาอยู่กับพวกเรามั้ยล่ะ ชั้นรู้สึกได้นะว่าเธอไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก ดังนั้นถ้าออกจากบอล์นแล้วเราก็จะได้มาต่อสู้ฝึกฝีมือกันได้อย่างสบายใจ...”ลูชิเฟอร์พูดขึ้นอีกครั้ง เพราะเขารู้สึกได้ว่ายัยนี่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร นั่นก็เพราะหมัดของยัยนี่น่ะมันแฝงไว้ด้วยความเศร้าและความทรมานแปลกๆ แต่ว่า ไม่ใช่หมัดของคนเลวซักนิด ถึงแต่ละหมัดจะมุ่งสังหารศัตรูก็ตามแต่หากลองรับดูแล้วเขาก็รู้สึกว่าในความมุ่งร้ายนั้นลึกๆมันเต็มไปด้วยความเศร้า...

แต่เรย์กิวส์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

“สงสัยจะไม่ได้ผลแฮะ”ลูชิเฟอร์เกาหัว

“แต่ว่านะยังไงชั้นก็คิดว่าที่ชั้นรู้สึกได้น่ะ มันเป็นความจริง...ชื่อเรย์กิวส์สินะ..ถ้าจะค้านอะไรก็รีบพูดมาเลยไม่งั้นชั้นจะถือว่าที่ชั้นรู้สึกได้เป็นความจริง... อีกอย่างนะถ้ามีเหตุผลอะไรมันก็ต้องพูดออกมาเลย เอาแต่เงียบน่ะมันก็ไม่ช่วยอะไรหรอก คนอื่นเขาจะรู้ได้ไงว่าเธอต้องการอะไร..เพราะงั้น”

“หุบปาก......หุบปากไปซะทีได้มั้ย....แกน่ะ.....แกน่ะ..!!! อย่ามาทำเป็นเหมือนเข้าใจชั้น...เข้าใจคนอื่น นักเลย คนแบบแกน่ะชั้นเกลียด...เกลียดที่สุด!!!!!!!! แกน่ะตายๆ ไปซะได้แล้ว!!!!!!!!!!!!!”อยู่ๆเรย์กิวส์ก็ตะโกนออกมาราวกับคำพูดนั้นไปจี้จุดอะไรซักอย่างในตัวเธอ และเลกิวออสก็ระเบิดพลังเตรียมใช้ท่าไม้ตายออกมา...
ตูม!!!!!!!!!!

สำหรับลูชิเฟอร์แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ยัยนี่ตอบสนองคำพูดเขา เขาก็ดีใจอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็คงทำได้แค่.. “ก็พูดเป็นนี่...งั้นชั้นจะรับไว้เอง ไอ้ความโกรธของเธอนี่น่ะ โอ๊!!!!!!!!!!”ลูชิเฟอร์คำรามออกมาพร้อมกันนั้นอิกซิอ้อนก็เตรียมใช้ไม้ตายแล้วเช่นกัน....
ตูม!!!!!!!!!

ตอนนี้เองทั้งสองฝ่ายต่างจับจ้องไปที่อีกฝ่าย สมาธิมุ่งมั่น เพราะหากฝ่ายไหนเปิดช่องว่างก่อนกับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในการต่อสู้ครั้งนี้แน่นอน
.
.
.
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสองยังคงไม่เปิดช่องให้กันและกัน...เหงื่อของทั้งสองต่างไหลรินออกมาเพราะว่าการจับจ้องหาจังหวะโจมตีเข้าใส่อีกฝ่ายแบบนี้ก็ต้องใช้พลังงานมากเช่นกัน.....แต่ทว่า

“กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!”เสียงร้องของฟิริน่าดังขึ้นเป็นสัญญาณในค็อกพิทของอิกซิอ้อน เป็นสัญญาณบอกให้ลูชิเฟอร์รู้ว่าทางนั่นเกิดเรื่องขึ้นแล้ว....

“เสียงฟิริน่าจัง ทางนั้น....”ลูชิเฟอร์เสียสมาธิไปชั่วขณะ...นั่นเป็นช่องว่างให้เรย์กิวส์และเลกิวออสที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ พุ่งเข้าหาอิกซิอ้อนด้วยความเร็วสูงทันที....

“Illegular motion Lv.5 " มาโอ จูวชิน เค็น”เรย์กิวส์ตะโกนในขณะที่เลกิวออสพุ่งประชิดอิกชิอ้อน

“แย่ละสิ...ฮึ่ม!!! Final Code "Alasthor"ลูชิเฟอร์ก็พยายามจะใช้ไม้ตายในการตั้งรับ...แต่มันช้าไปแล้ว
ตูม!!!!!! หมัดของเลกิวออสกระแทกเข้าที่สีข้างของอิกชิอ้อนซะแล้ว

“อ่อก!!!! หนัก!!!”ลูชิเฟอร์ถึงกับจุกอย่างแรง เขาไม่คิดว่าหมัดจะหนักและเร็วได้ถึงขนาดนี้
แต่นั่นเป็นแค่หมัดแรกเท่านั้น ก่อนที่พายุหมัดหนักขนาดหนักจะกระหน่ำเข้าใส่อิกซิอ้อนอย่างหนัก

ตูม!!!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!! ตูม!!!!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!!! ตูม!!!

“โอ๊!!!!!!!!!!!!!! แกตายๆๆๆ ตายไปซะ!!!!!”เสียงตะโกนของเรย์กิวส์พร้อมด้วยการโจมตีอย่างหนักของเลกิวออสกระหน่ำใส่อิกซิอ้อน ที่ไม่สามรถแม้แต่จะรับได้เลยซักหมัด ตอนนี้พูดให้ถูกเลยว่าอิกชิอ้อน หมดสภาพในการตอบโต้ทันที....

อ่อก!!! อ่อก!!!!  อุ่ก!!!! อ่อก!!!! อ่อก!!!! อุ่ก!!!! เสียงกระอักเลือดของลูชิเฟอร์ เขาในตอนนี้ไม่สามารถที่จะตอบโต้ได้เลย ทั้งความเร็วและพลังของเลกิวออสในตอนนี้ ไม่มีช่องว่างให้อิกชิอ้อนจะหาทางสวนกลับได้

“หมัดยัยนี่หนัก....ฮึ่มเรา...ไม่ไหวแล้วแฮะ แบบนี้...”สติของลูชิเฟอร์เริ่มเลือนลางเพราะเขาเริ่มจะเมาหมัดซะแล้ว แถมหมัดที่ซัดมาแต่ละหมัดก็หนักหน่วงเสียเหลือเกิน

“ย๊า!!!!”เรย์กิวส์ตะโกนพร้อมกับจับหัวอิกชิอ้อนขว้างไปอัดกับซากภูเขาด้านหลังเป็นการปิดฉากการโจมตี
ตูม!!!!!!!!!!! แกร่ก!!!!! เสียงอัดกระแทกของอิกชิอ้อนกับภูเขาดังสนั่นไปทั่ว และอิกชิอ้อนก็แน่นิ่งไปอย่างนั้น เพราะตอนนี้ลูชิเฟอร์แทบไม่เหลือแรงจะขยับได้แล้ว

“แฮ่กๆๆ!!! เฮ่อ..!!..ที่นี้ก็จบกันซะทีนะ เจ้าตัวสีน้ำเงิน..”เรย์กิวส์หอบเหนื่อยนั่นเพราะนั่นเป็นท่าไม้ตายที่ใช้กินพลังของเธอไปมาก และตอนนี้เธอก็เตรียมจะปลิดชีพลูชิเฟอร์แล้ว

“ชิ!!..เราขยับไม่ไหวแล้วแฮะ...สงสัยว่านี่เป็นการแพ้ครั้งแรกที่ไม่มี่โอกาสแก้มือเลยแฮะ แย่ชะมัดยังไม่ทันใช้ท่าไม้ตายเลย...แต่มันก็ช่วยไม่ได้แล้วแฮะ ถ้าการตายของเราทำให้ยัยนี่ตาสว่างได้คงดี”ลูชิเฟอร์พูดกับตัวเอง เพราะตอนนี้เขาคงไม่รอดแล้วก็หลับตาเป็นการปลง

ซู่ม!!!!
เลกิวออสพุ่งเข้ามาหมายจะใช้กรงเล็บแทงเข้าที่ตัวของอิกชิอ้อน....สำหรับเรย์กิวส์นี่จะเป็นการปิดฉากการต่อสู้นี่ลงแน่ๆ

กึง!!!! หมับ!!!!!!!!

“อะไรน่ะ”เรย์กิวส์สบถอกมา
มือของหุ่นที่มีรูปลักษณ์ดุจมังกรและสีเกราะสีเขียวมรกตจับมือของเลกิวออสเอาไว้ก่อนที่มันจะแทงทะลุร่างของอิกชิอ้อน...
พร้อมกับเสียงของไพล็อตของมังกรเขียวมรกต“อย่ามายุ่งกับเหยื่อของชั้น!”
ก่อนที่จอร์มันแกนด์จะใช้เท้าขวาเตะเข้าที่ท้องเลกิวออสแล้วทุ่มเลกิวออสกระเด็นไปด้านหลัง
ตูม!!!!!!!!!! แกร่ก!!! เสียงเลกิวออสกระแทกลงไปกับพื้นที่ถูกทุ่มไป

“ฮึ่ม!!”เรย์กิวส์ขบกรามแน่นด้วยความโกรธที่ถูกขัดขวาง

“ยังไม่ตายสินะ ลูชิเฟอร์ เฮลไครซ์”เซเรนพูดเมื่อทุ่มเลกิวออสไปแล้ว

“ซะ..เซเรน..เซเรน ทีเกล..ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ได้..แถมยังช่วยชั้น...?  เธอจะมาเป็นเพื่อนชั้นแล้วสินะ” ลูชิเฟอร์รู้สึกแปลกใจมาก เพราะตอนแรกที่ผู้หญิงคนนี้โผล่ออกมาประกาศว่าจะฆ่าเขาแต่กลับมาช่วยเขาซะนี่คราวนี้

“อย่าเข้าใจผิดนะ ชั้นไม่ได้คิดจะมาช่วยนายเลย เพียงแต่นอกจากชั้นใครก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่านายได้!!! เพราะคนที่จะเอาชนะอิกซิอ้อนและฆ่านายได้มีแต่ชั้นคนนี้เท่านั้น”เซเรนตอบย้ำให้ลูชิเฟอร์เข้าใจสถานะของเธอและเขา

“งั้นชั้นก็ต้องขอบคุณ...รึเปล่า? ฮะๆ”ลูชิเฟอร์ถามขึ้นแล้วก็ยิ้มนิดๆ ก่อนที่สติของเขาจะเริ่มเลือนรางและดับวูบลงไป

“....ชั้นไม่เคยต้องการหรอก”เซเรนตัดบทไป ซึ่งลูชิเฟอร์ก็ได้ยินถึงเท่านี้แค่นั้น ส่วนคู่มือของเซเรนเองก็ลุกขึ้นมาแล้ว

“แก!!!”เรย์กิวส์คำรามด้วยความโกรธที่ถูกขัดขวางพร้อมกับพุ่งเข้ามาหาเซเรนทันที

“ยังอยากสู้สินะ...เอาสิ อยากตอบสนองอยู่เหมือนกัน เพราะชั้นเองก็กำลังหงุดหงิดกับท่าทีของแกอยู่ด้วย เข้ามา!!”จอร์มันแกนด์รวบรวมพลังไว้ที่กำปั้นตั้งท่าเตรียมรับมือทันที...

“น้ำเหรอ..หุ่นตัวนั้น”เรย์กิวส์พูดออกมาเมื่อเห็นกำปั้นของจอร์มันแกนด์ถูกอาบด้วยวงแหวนสายน้ำ

“ย่าห์!!!”เซเรนชกหมัดเข้าหากำปั้นของเลกิวออสที่พุ่งเข้ามาเช่นกัน แต่ทว่าคราวนี้กลับเป็นเรย์กิวส์ที่ต้านพลังหมัดของจอร์มันแกนด์ไม่ได้

“เป็นหมัดที่ดี เสียดายที่เธอไม่สมบูรณ์...ย่าห์!!!!!!”เซเรนพูดออกมานิ่งๆก่อนจะตะโกนแล้วใช้กำลังหมัดที่เหนือกว่ากระแทกเลกิวออสกระเด็นไปอีกครั้ง....

ที่จอร์มันแกนด์เหนือกว่านั้น ในตอนนี้เพราะว่าทั้งเรย์กิวส์และเลกิวออสทุ่มกำลังไปกับอิกชิอ้อนจนแทบจะหมดแล้ว  ดังนั้นเธอที่ยังไม่ได้ต่อสู้เลยจึงยังมีกำลังเหลือเฟือที่จะจัดการทั้งลูชิเฟอร์และเรย์กิวส์ที่อยู่ตรงนี้ได้สบาย แต่เธอคิดจะทำแบบนั้นรึเปล่านะ...

“อย่ามาดูถูกชั้นนะ!!” เรย์กิวตะโกนพร้อมกับใช้บูสเตอร์ของเลกิวออสพุ่งเข้าหาจอร์มันแกนด์อีกครั้ง

“อยากตายงั้นสินะ งั้นชั้นจะสงเคราะห์เธอเอง!!!”เซเรนเองก็บังคับจอร์มันแกนด์พุ่งเข้าหาเลกิวออสเช่นกัน
ตูม!!!! หมัดขวาของจอร์มันแกนด์อัดเข้าหาหมัดขวาของเลกิวออสอีกครั้ง แต่คราวนี้เรย์กิวส์เองก็วางแผนเอาไว้แล้ว ระหว่างที่หมัดของทั้งสองปะกันนั้นกันอยู่นั้นเลกิวออสก็แทงเข่าขวาเข้าใส่จอร์มันแกนด์ แต่เซเรนก็ไวพอกันใช้เข่าซ้ายรับเอาไว้ได้ เลยเป็นการดวลพลังกันอีกครั้ง…

“โอ๊!!!!!!!!!!”เรย์กิวส์คำรามออกมา

“ย้าห์!!!!!!!!”เซเรนเองก็เช่นกัน

ตึง!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!
ต่างฝ่ายต่างผลักกันออกไป แต่จอร์มันแกนด์กระเด็นถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว ส่วนเลกิวออสนั้นต้องลอยไปไกลเพื่อตั้งหลักเลยทีเดียว

“อึดจริงๆนะ น่าสนุกดี ชั้นก็จะได้เอาจริงกับเธอหน่อย”เซเรน พูดขึ้นพร้อมกันนั้นทั้งหมัดและเท้าของจอร์มันแกนด์ก็มีวงแหวนสายน้ำปรากฏขึ้นมาทันที
พร้อมกันนั้นเลกิวออสเองก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง และทั้งสองก็เปิดฉากต่อสู้กันอีกครั้ง..
ตูม!!!!! ตูม!!!! เสียงปะทะกันของทั้งคู่ดังไปทั่วบริเวณ..

กลับมาทางด้านโซลน่อลเซเวียร์
.
.
“ไกด์คุง..ไกด์คุง...ตอบกลับมาหน่อยเถอะค่ะ.. ได้โปรด..ได้โปรดเถอะค่ะ..ฮึ่ก!!!”ฟิริน่าพยายามเช็ดน้ำตาของเธอและติดต่อไปหาไกด์อย่างไม่ลดละ..แม้ตอนนี้จะไม่มีเสียงตอบรับจากเขาก็ตาม…

“โหดร้ายที่สุดเลยค่ะ....โจมตีใส่ข้างหลังแบบนี้..วิธีแบบนี้มัน...ขี้โกงชัดๆเลยนี่คะ”โมโมะที่ได้เห็นการโจมตีของเฟทโอเมก้าเองรู้สึกว่ามันโหดเหี้ยมเหลือเกิน เธอเองก็เป็นห่วงไกด์เช่นเดียวกัน

“ตาบ้า...เป็นอะไรรึเปล่า”ฟาเฟลเองก็พยายามติดต่อไปบ้าง

“สถานการณ์แบบนี้น่ะ....มันแย่ที่สุด...เบื่อซะแล้วล่ะ”

“...ยะ..ยัง..แฮ่กๆๆ!!...ยะ..ยัง..มะ..ไม่เป็นไร”เสียงไกด์ตอบรับเสียงของฟิริน่า บ่งบอกว่าเขายังไม่ตายก็จริง แต่เสียงนั้นให้ความรู้สึกเหนื่อยอ่อนมากและสภาพของไกด์ก็ไม่ได้ดีนัก เขาบาดเจ็บหนักขึ้นอีก แผลที่ศีรษะของเขากว้างขึ้นทำให้เลือดไหลออกมามากจนมันปิดตาของเขาไปข้างหนึ่งแล้ว แถมที่ท้องยังมีบาดแผลใหญ่ๆที่เกิดจากแรงระเบิดเมื่อครู่อีกด้วยที่เลือดไหลซึมๆอยู่

“อ๊ะ....ไกด์คุง ดีจังที่....”ฟิริน่าดีใจที่ไกด์ยังตอบรับได้ แต่เมื่อเห็นภาพของไกด์ที่ขึ้นมอนิเตอร์ เธอเองก็กลั้นน้ำตาไว้อีกไม่ได้อีกครั้ง เพราะว่าไกด์นั้นตอนนี้เลือดได้หลับอาบไปเต็มใบหน้าข้างขวาของเขา จนเขาต้องหลับตาข้างนั้นไปแล้ว และสภาพในค็อกพทเองก็เสียหายไปพอสมควรเช่นกัน..และไม่ใช่แค่ฟิริน่าเท่านั้น แต่รวมถึงฟาเฟลและโมโมะที่เห็นภาพนี้ด้วย

“ฮึ่ก...!!ไกด์คุง...เจ็บหนักขนาดนั้น...”ฟิริน่ากำลังจะพูดต่อ

“เจ็บหนักขนาดนี้ นายยังบอกว่าไม่เป็นไร ได้ไง”ฟาเฟลพูดขึ้นมาซะก่อน

“ฮ่ะ...ฮ่ะ.. ยะ...ยัง..สู้ได้อยู่น่า..ชะ...ชั้นต้องช่วยทุกคน..ให้ได้แน่ๆ”ไกด์หัวเราะแห้งๆด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อน ก่อนจะบอกว่าเขายังสู้ได้ แต่ว่า...

“ดีแล้วที่แกยังอึดอยู่...BLAST!!!”เชียร์พูดขึ้นก่อนจะให้หอกไฟที่ไหล่ข้างซ้ายของโซลน่อลเซเวียร์ พุ่งแรงขึ้นพร้อมกับลากโซลน่อลเซเวียร์ ไปติดอยู่กับซากสะเก็ดดาว....
ตูม!!!!!!!!!! แกร่กๆ!!!

“ไกด์คุง!!!!!”ฟิริน่าตะโกนออกมา

“โหดร้ายที่สุดเลยค่ะ!!”โมโมะตะโกนออกมา แต่เชียร์ไม่ได้สนใจ

“อะ..อึ่ก..ซะ..โซล เช็คสภาพของโซลน่อล....หะ..ให้ชั้นหน่อย”ไกด์ที่แววตากำลังเลือนราง ออกคำสั่งด้วยเสียงแผ่วๆ แต่ไม่มีเสียงตอบ ใช่แล้วเขานึกออกทันทีว่าโซลเชื่อมเป็นหนึ่งกับโซลน่อลเซเวียร์ ดังนั้นหากโซลน่อลได้รับความเสียหายขั้นร้ายแรง โซลก็จะเจ็บปวดด้วย...

“โซล....โซล...เป็นอะไร...รึเปล่า!!”ไกด์พยายามร้องถามอีกครั้งด้วยเสียงที่ขาดห้วงเพราะเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บหนักมากเช่นกัน และเมื่อเขาเหลือบไปก็เห็นว่าเธอเองก็มีร่องรอยบาดเจ็บบริเวณท้องและใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น เขาก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้

“ไม่เป็นไรค่ะ มาสเตอร์ แค่นี้เอง สบายมาก!!”โซลหันมายิ้มให้มาสเตอร์ของเธอ

“อย่ามาโกหกนะ เลือดออกด้วย มานี่”ไกด์ตะโกนออกมา ทำเอาโซลสะดุ้งกับเสียงของไกด์และขยับไปหาเขา
ไกด์หยิบพลาสเตอร์ยาออกมา เพื่อจะปิดเลือดที่บริเวณช่องท้องของเธอ พร้อมกับเอาผ้าเช็ดหน้าเธอเช็ดหน้าให้กับโซล

“มาสเตอร์ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้เอง”โซลที่เห็นไกด์พยายาทำแผลให้ตัวเอง คิดจะพูดขึ้น แต่ว่าตอนนี้เมื่อเธอเห็นแววตาเป็นห่วงของไกด์เธอจึงพูดไม่ออก แต่สิ่งที่เธอคิดในใจนั้น “มาสเตอร์ อ่อนโยนจริงๆ ทั้งที่เราเป็นเฮลฟิ่งเอลฟ์ ก็ยังมาช่วยทำแผลให้เรา เหมือนกับตอนนั้นเลย...เอ๊ะ!! ตอนนั้น...ตอนไหน เรา..พูดถึงอะไรเนี่ย!!”

“เอาล่ะเสร็จแล้ว…แค่นี้ก็คงอยู่ไปได้สักพัก…ล่ะนะ….แต่…ยะ..อย่าเคลื่อนไหวมากล่ะเดี๋ยวเลือดออกมากกว่านี้จะลำบาก…”ไกด์ทำแผลเสร็จก็บอกโซลไป

“ค่ะ"โซลตอบรับสั้นๆพร้อมกับใบหน้าอายเล็กๆของเธอ

“ขอโทษด้วยนะ..โซล…เพราะชั้นเธอก็เลยต้องบาดเจ็บไปด้วย…ชั้นนี่เป็นมาสเตอร์..ที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ....แค่นี้ยังเล็กน้อย”โซลตอบรับมาพร้อมรอยยิ้ม แต่ไกด์ก็พอจะดูออกว่าโซลยิ้มเพราะอยากให้เขาสบายใจมากกว่า

“ฮึ่มน่าโมโหนะคะ มาสเตอร์ เขาโกงเราชัดๆเลยนี่คะ ไหนว่าถ้าเราผ่านมาได้เขาจะไม่โจมตีเรา

“เขา...ไม่ได้ โกงหรอก..โซล เราเกินเวลาไงล่ะ เขาถึงโจมตี...คิดดีๆสิ”ไกด์ค้านขึ้น เพราะตอนเขาทิ้งระยะหนีเวลาเกินไปเชียร์จึงโจมตีใส่เขา

“โห!! นิดเดียวเองมาสเตอร์นี่ล่ะก็….”โซลค้อนเพราะเห็นไกด์เข้าข้างเชียร์ แต่เมื่อเธอสังเกตเห็นแผลทั้งหมดของไกด์เธอก็…

“ว้าย!!! มาสเตอร์คะ เลือด แผลของมาสเตอร์เองก็…..แย่แล้ว จะรีบทำแผลให้เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ”โซลพึ่งนึกขึ้นได้ว่าไกด์เองก็เจ็บหนักกว่าเธอซะอีก

“ไม่เป็นไรแค่นี้เอง ชั้นจะห้ามเลือดเอง ส่วนเธอก็….”ไกด์ตอบรับ

“ไม่ได้ค่ะ!!! ยังไงแผลของมาสเตอร์ก็ต้องมาก่อน”โซลยืนยันหนักแน่น

“บอกแล้วไงว่า…..ไม่เป็นไร ชั้น…..จัดการเอง….ดะ…ได้น่า..ทำการตรวจเช็ค…สะ..สภาพให้ก่อน”ไกด์โต้เสียงแข็ง ซึ่งทำให้โซลที่ได้ฟังต้องรู้สึกยอมแพ้ แต่ว่า..เธอก็ยังอดรู้สึกห่วงไม่ได้
ระหว่างที่โซลทำการตรวจสภาพอยู่นั้นไกด์ก็ควานหาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลแต่เขาก็หาไม่พบ

“ค่ะ…จะทำการเช็คสภาพนะคะ แล้วจะทำการห้ามเลือดให้ค่ะ”โซลรู้สึกเป็นห่วงไกด์อยู่ถึงแม้ว่าไกด์จะบอกว่าเขาจัดการแผลตัวเองได้ แต่ไกด์บาดเจ็บหนักมาก… แต่ยังไงเธอก็ต้องทำตามคำสั่งนี้ก่อน..

“แขนซ้ายและแขนขวาต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพค่ะ จากการถูกโจมตีส่วนท้อง เราไม่ได้รับความเสียหายเพิ่มเติม แต่กำลังเครื่องเราลดลง อดาม่อนไรเซอร์ไม่อาจใช้งานได้ค่ะ ต้องรอฟื้นฟูสภาพก่อนค่ะ แต่โซลจะพยายามทำให้เร็วที่สุดค่ะ”โซลพูด

“สภาพนี้ พวก...เราก็ไม่มีทางเลือก...เลยสินะ อาวุธ...อดาม่อนไรเซอร์ก็..ยิงไม่ได้ บะ..แบบนี้มัน.!!ฮ่ะๆ..อุ๊ก”ไกด์หลังจากที่ได้ฟังสภาพทั้งหมดเขาก็รู้ว่าตัวเองเรียกว่าเข้าตาจนจริงๆ แต่เขาก็ยังเชื่อว่ามันต้องมีทางที่เขาจะช่วยทุกคนได้และเขาต้องหาทางนั้นให้พบและต้องทำให้ได้ แต่เพราะเขาบาดเจ็บด้วยทำให้

“มาสเตอร์ อย่าพูดอีกเลยค่ะ อดทนหน่อยนะคะ โซลจะห้ามเลือดให้ก่อนค่ะ”โซลพูดจบก็หากล่องพยาบาลในค็อกพิททันที แต่เธอก็หาไม่เจอ..นั่นเพราะว่าก่อนออกรบเธอเอามันออกไปไว้ด้านนอกเพื่อจะเอาขนมมาใส่ในค็อกพิทแล้วลืมเอาเข้ามาใส่ที่เดิม...ส่วนพลาสเตอร์ยานั้นเป็นของไกด์พกไว้กับตัวเองอยู่แล้ว ที่สำคัญมันเป็นอันสุดท้าย

“แย่ที่สุดเลย ทำไมเราต้องซุ่มซ่ามในเวลาแบบนี้!!”โซลเขกหัวตัวเอง

"ไม่เป็นไรน่า ถ้าไม่ซุ่มซ่าม เธอ...ก็...ไม่ใช่โซล น่ะสิ"ไกด์ยังอุตส่าห์หยอกโซลได้อีก ก่อนเขาจะเอาเศษผ้าขาดมากดปากแผลเอาไว้อย่างน้อยมันก็ชะลอการไหลของเลือดได้บ้าง แต่แบบนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีสติสู้ต่อได้นานแค่ไหนหรือเลือดจะไหลหมดตัวเขาก่อน

"มาสเตอร์คะ ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะคะ" โซลหันมาค้อนไกด์ เพราะที่เป็นแบบนี้เพราะเธอสะเพร่าในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และเธอก็ผิดเต็มๆแต่การที่ไกด์ไม่ว่าอะไรแถมยังมาหยอกเธออีกทำให้เธอรู้สึกดีใจลึกๆ แต่ว่า...

แปะๆๆๆ!!! “แหม...สุดยอดไปเลยครับ ร้อยเอก”เรนต์กล่าวชมพร้อมปรบมือและให้แอคทีลไรท์ออกจากการพรางตัว เพระตอนแรกเขาตั้งใจจะลอบโจมตีไกด์แต่เชียร์ตามมาเล่นงานซะแล้วก็เลยไม่จำเป็น..และด้วยเสียงปรบมือนี้ก็ทำลายบรรยากาศระหว่างไกด์กับโซลไปด้วย..

“ไงล่ะครับ เรย์ไกด์ ฟอนด์การ์ด แหม!!!...อยากมาอยู่ใกล้ๆกับพรรคพวกของคุณทุกคน เพื่อนเก่าของคุณก็จัดให้แล้วไงครับ รู้สึกยังไงที่เห็นพรรคพวกของคุณติดกับดักผมแบบนี้!!! แถมคุณเองก็ช่วยพวกเค้าไม่ได้ซะด้วย”เรนต์พูดด้วยสีหน้ากวนประสาท แต่เชียร์ไม่ได้สนใจ

“แล้วพวกคุณล่ะครับ ดีใจมั้ยครับ ที่เห็นคนที่พวกคุณคิดว่าจะมาช่วยพวกคุณได้มีสภาพแบบนี้ ฮ่ะๆๆ”เรนต์หันมาพูดกับทั้งสี่ที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้
แต่ก็ไม่มีใครตอบเขานอกจากสายตากร้าวๆของพวกเธอเท่านั้น...

“อะไรกัน ไม่มีอารมณ์ขันเลย...น่าเบื่อ..เวลามีคนพูดด้วยก็ตอบคำถามสิ”เรนต์คำรามพร้อมทั้งส่งกระแสไฟฟ้าใส่ไวเยอร์ไปอีก

“กรี๊ด!!!!!!!!!!!”

ไกด์ที่เห็นทุกคนทรมานจึงตะโกนห้าม....

“หยุด....หยุด....หยุดเดี๋ยวนี้นะ....ชั้นบอกให้หยุด...”ไกด์ตะโกนห้ามด้วยความโกรธ

“ฮ่าๆๆๆ!!!”แต่เรนต์กลับหัวเราะและไม่สนใจเสียงห้ามนั้น

“หยุดซะเรนต์นี่ไม่เกี่ยวกับแก”เชียร์พูดเสียงเหี้ยม
ซึ่งเรนต์เองก็หยุด...แต่ไม่ใช่เพราะว่าเขากลัวไกด์หรือเกรงใจเชียร์...แต่เขารู้สึกว่าเขาสนุกพอแล้ว

“งานของชั้นจบแล้ว...นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของชั้น ถ้าจะให้ดีแกไปทำงานของแกจะดีกว่า อย่ามายุ่งเรื่องของชั้น”เชียร์ตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆและเย็นชา นั่นเพราะเขาไม่ต้องการให้เรนต์มายุ่งและไม่ต้องการใช้ตัวประกัน..ที่สำคัญเขารังเกียจการใช้ตัวประกันในเรื่องส่วนตัวแบบนี้

“ถ้าเป็นเรื่องของท่านเครโอ้ล่ะก็....ก็แค่ฆ่าพวกนี้ให้หมดแล้วก็ไปโจมตียานสีฟ้าตรงนั้นซะก็พอ ยานลำนั้นช่วยสนับสนุนไม่ได้ก็เพราะพวกนี้เป็นโล่กลายๆให้พวกเราด้วยนี่นะครับ ยังไงพวกนี้ก็ดิ้นรนไม่ได้แล้วนี่ ทางนู้นเองก็ด้วย คงเข้ามาช่วยไม่ทันอยู่แล้ว...”เรนต์ประเมินสถานการณ์โดยรอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะพูดให้ถูกเลยว่าพวกเขาได้เปรียบมากทีเดียว
เชียร์ไม่สนใจคำตอบเขาเคลื่อนเฟทโอเมก้าเข้าไปใกล้โซลน่อลเซเวียร์ของไกด์ทีไม่ขยับตัวอีกแล้ว

“ไกด์...ยังไม่ตายสินะ นายรู้สึกยังไง...ตอนนี้ สิ้นหวังมั้ย..รู้สึกว่าไม่สามารถทำอะไรได้มั้ย....”เชียร์ถามไกด์ ด้วยสีหน้าเย็นชา

“นั่นสิ..สิ้น..หวัง..สะ.สุดๆ เลยล่ะ....ชะ..ชั้น..น่ะ..ถ้านายจะฆ่าชั้นก็ได้..แต่..ปล่อยทุกคนไป..ก็แล้วกัน..”ไกด์ยังคงพยายามตอบทั้งที่เขาเองก็เจ็บหนักมาก

“นี่นายคิดว่า...ชีวิตของนายมีค่าแลกได้ถึงขนาดนั้นเลยรึ...แต่ก็ได้ถือว่าเป็นคำขอของนายในฐานะเพื่อน แต่นายต้องตายก่อน”เชียร์ตอบด้วยเสียงเย็นชา. และเขาก็ง้างดาบเตรียมพิฆาตโซลน่อลเซเวียร์

“อา..ขอบใจนะ..”เมื่อเห็นเชียร์รับปากไกด์ก็ยอมรับความตายได้ทันที

“ตาบ้า! ทำไมนายถึงเป็นคนแบบนี้นะ คิดถึงแต่คนอื่น..คิดแต่จะให้คนอื่นรอด คิดถึงตัวนายเองบ้างสิ!! ถึงชั้นจะปลอดภัย แต่ถ้านายตายไปชั้นจะไปดีใจได้ยังไง….กันเล่า”ฟาเฟลตะโกนว่าไกด์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจปนๆกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องไปห่วงตานี่ด้วย

“...ชั้นก็แค่ไม่อยากให้พวกเธอที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาเกี่ยวข้องและต้องเจ็บปวดด้วย..มันก็เท่านั้น”ไกด์ยิ้มก่อนจะตอบไป

“บ้า…บ้า..เรย์ไกส์ ฟอนด์การ์ด นายมันบ้า บ้าๆๆๆที่สุด!!!”ฟาเฟลตะโกนออกมาก่อนจะตัดการสื่อสารไป

“ทำไมถึงต้องทำร้ายไกด์คุงขนาดนี้ด้วยคะ...ทั้งๆที่ไกด์คุงเป็นคนดีนี่คะและยังเป็นเพื่อนของคุณนี่คะ”โมโมะตะโกนถามออกมา...และมันก็เหมือนจะได้ผล..เชียร์ชะงักไป

“คนดี..สินะ..ใช่แล้วหมอนี่มันเป็นคนดี..อ่อนโยนคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นก่อนเสมอ..ใช่ดีมากเลยเชียวล่ะ....แต่เธอจะรู้สึกยังไง...ถ้าคนที่เธอเรียกว่าเพื่อน.....เป็นคนฆ่าคนที่เธอรักน่ะ....หา!!!!!! เธอจะยังให้อภัยเขาได้รึเปล่า!!!”
คำตอบของเชียร์เองก็ทำเอาโมโมะอึ้งไปทันที..เพราะเธอไม่คิดว่าคนอย่างไกด์คุงที่เธอรู้จักจะเป็นคนแบบที่เชียร์ว่า ทุกคนที่ได้ยินก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน มีแต่ฟิริน่าเท่านั้นที่ก้มหน้าลงไปราวกับเธอรู้สึกผิดกว่าใครๆ

“ว่ายังไงล่ะ ตอบมาสิ!!! เธอน่ะจะให้อภัยได้งั้นรึ!!”เชียร์ตะโกนถามอีกครั้ง แต่โมโมะเองก็ยังคงตอบไม่ได้

“ตอบไม่ได้สินะ ใครจะไปยอมรับได้..ใครจะทนได้กันล่ะ เพราะอย่างนั้นชั้นถึงต้องฆ่าหมอนี่ไงล่ะ!!”เชียร์ตะโกนออกมา

“แต่ว่ามันอาจจะมีทาง..”โมโมะยังคงพยายามที่จะตอลบคำถามนั้นให้ได้ แต่ว่า..

“ไม่เป็นไรหรอกโมโมะจัง...ขอบคุณมากนะ..แต่ว่าแบบนี้ดีแล้ว เพราะคนผิดคือชั้นที่ไม่สามารถรักษาสัญญาไว้ได้ เพราะงั้น..ชั้นถึงไม่คิดจะตอบโต้...”ไกด์ขัดขึ้นซะก่อน
โซลเองเมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกสงสารมาสเตอร์ของตัวเองจับใจ

“นี่เรา..ช่วยอะไรมาสเตอร์ไม่ได้เลยรึไงนะ..เราไร้ประโยชน์จริงๆ!!”โซลคิดในใจ

“ไกด์คุง”เมื่อได้ยินไกด์พูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นโมโมะจึงได้แต่สงสารเท่านั้น เพราะตอนนี้พวกเธเองก็ไม่สามารถหลุดจากไวเยอร์ไปช่วยไกด์ได้....

“ฮ่าๆๆๆ!!! มันเป็นแบบนี้เองรึเนี่ย สุดยอดจริงๆ”เรนต์หัวเราะให้กับเหตุการณ์นี้ เขาล่ะชอบจริงๆเรื่องแบบนี้น่ะ

และเชียร์เองก็บังคับเฟทโอเมก้าตั้งคาทริดจ์ซอร์ดเตรียมจ่อค็อกพิทของโซลน่อลเซเวียร์อีกครั้ง.....

“โฮ่..ปิดฉากกันอย่างนี้เลย แหมๆขอชมหน่อยล่ะครับ เพื่อนฆ่าเพื่อนแบบนี้หาดูยากนะเนี่ยฮ่าๆๆ!!” ดูเหมือนเรนต์จะมีความสุขกับเรื่องนี้มากเพราะเขาตั้งใจดูอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว แต่เพราะว่าเขาสนใจนี่แหละทำให้เขาลืมสนใจฟิริน่ากับฟาเรนชูไวส์ที่ รอจังหวะเล่นงานเขาอยู่

ฟิริน่าเห็นเรนต์เปิดช่องว่างดังนั้นเธอจึง..

“เราต้องไปช่วยไกด์คุง..ไวส์จัง ตอนนี้ล่ะได้โอกาสแล้วไปเลย!!! ALEXNI FIN!!”

“ค่ะ มาสเตอร์”ไวส์รับคำ
ฟาเรนชูไวส์ปล่อยฟินออกจากปีกด้านหลังเข้าโจมตี แอคทีลไรท์ของเรนต์ทันที

ตูม!!!! ตูม!!!!

ฟิ้ว!!! ฉัวะ!!!

“ฮึ่ม!! มีลูกเล่นอีกรึ” เรนต์สบถออกมา
ALEXNI FIN พุ่งเข้าตัดไวเยอร์จากมือของแอคทีลไรท์เครื่องเรนต์จนหมด ทำให้เขาไม่สามารถจะรั้งฟิริน่าไว้ต่อไปได้อีก
ฟาเรนชูไวส์จึงหลุดจากไวเยอร์แล้วพุ่งไปด้านหลังเฟทโอเมก้า พร้อมกันนั้นฟิริน่าก็ใช้ไดเมนชั่นไรเฟิลจ่อเข้าที่ด้านหลังของเฟทโอเมก้าที่ด้านหลังทันที…เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

“หยุดนะเชียร์คุง ปลดอาวุธเดี๋ยวนี้...ถ้าเชียร์คุงไม่ทำตามชั้น..ก็คง..ยิงเชียร์คุง...”ฟิริน่าพูดขึ้นเมื่อเธอได้เปรียบแต่เสียงของเธอกลับอ่อนลงเมื่อพูดถึงคำว่าจะ"ยิงเชียร์"

“ฟิริน่า เองเหรอ...เธอก็ยังคงอยู่กับหมอนี่เหมือนเดิมเลยนะ ไม่น่าเชื่อเลยน่าเธอจะยอมรับ ไอ้คนที่ฆ่าเพื่อนแบบหมอนี่ได้...แต่เธอจะยิงได้รึ ยิงชั้นคนนี้”เชียร์ไม่ได้รู้สึกตกใจแม้แต่น้อยนั่นเพราะเขามั่นใจว่ายังไงฟิริน่าก็ยิงเขาไม่ได้แน่

“ยิงได้สิ!!!...ไม่ว่าจะพูดยังไงก็แล้วแต่เชียร์คุง แต่ชั้นน่ะ...ไม่ว่ายังไง..ชั้นก็เชื่อไกด์คุง...ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม...นั่นก็เพราะว่า..วันนั้นไกด์คุงเป็นคนช่วยชีวิตชั้นออกมา....ดังนั้นไกด์คุงไม่มีทางเป็นคนผิด..คนที่ผิดคือชั้นต่างหาก...”

“พูดอะไรของเธอน่ะ..ฟิริน่ารึว่าเธอ...”เชียร์ได้ยินแบบนั้นเขาก็รู้สึกว่าฟิริน่าต้องรู้อะไรแน่ๆ

“อย่า..อย่านะ ฟิริน่า มันเป็นความผิดของชั้นเพียงคนเดียว...เธอไม่เกี่ยว!!!.”ไกด์ที่ได้ยินคำพูดของฟิริน่าทำให้เขาตะโกนห้ามออกมา

“ขอโทษนะไกด์คุง...”ฟิริน่าขอโทษไกด์

“เชียร์คุง วันนั้นน่ะไกด์คุงไม่ได้ปล่อยให้แพทจังตายหรอกนะ.....ที่เขาช่วยแพทจังไม่ได้..เพราะว่าไกด์คุง ในวันนั้นเขา...อุ้มชั้นที่หมดสติจากการระเบิดของพลังงานไดเมนชั่นออกมาก่อน.....เขาถึงไปช่วยแพทจังไม่ทันยังไงล่ะ..”เหตุการณ์แห่งความเศร้าของทั้งสามในวันนั้นถูกเล่าออกมาจากปากของฟิริน่าด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดอย่างมากของเธอ สำหรับฟิริน่าเธอเองก็ไม่อยากจะพูดถึงเหตุการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย แต่ถ้ามันใช้ช่วยชีวิตของเขาได้เธอก็...ยินดีแลก..ชีวิตของเธอแทน

“เธอหมายความว่ายังไง? จะบอกว่าชั้นไม่ควรแค้นหมอนี่ แต่ควรแค้นเธอ เพราะถ้าหมอนี่ไม่ช่วยเธอ หมอนี่ก็จะช่วยแพทได้สินะ...”เชียร์ถามขึ้น

“ชั้นเป็นคนผิดเพราะอย่างนั้น เชียร์คุงถ้าจะแค้นก็แค้นชั้นเถอะนะ!!..ฮึ่ก!..เพราะชั้นทำให้แพทจังต้อง..”ฟิริน่าลดปืนลงและเธอเองก็ร้องไห้อีกครั้ง

“ไม่ใช่นะ..เชียร์..ชั้นเป็นคนผิดไม่ใช่ฟิริน่า..อึ่ก!!”ไกด์พยายามพูดออกมาอีก แต่เพราะอาการบาดเจ็บเขาก็พูดได้ไม่เต็มเสียง

“ฮึ่ม!!!!!!!!โธ่เว้ย!!!!!!!!!!” เชียร์ตะโกนออกมา.นั่นเพราะเขาสับสนจากคำพูดของทั้งสอง

“ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่มีความหมายสินะ ที่ชั้นรู้มาตลอดเป็นสิ่งที่ผิดรึไงกัน...ชั้นน่ะ....แล้วชั้นจะต้องทำยังไงต่อไป..”
ฟิริน่าที่ได้ยินเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเศร้านี้ได้แต่ภาวนาว่าเชียร์จะเข้าใจ....แต่ว่า

“ฮ่าๆๆ!!! ชั้นเข้าใจแล้ว เธอตั้งใจโกหกเพื่อปกป้องหมอนี่สินะ ไม่มีทาง...”เชียร์กลับไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นความจริง เขาเข้าใจตามความเข้าใจเดิม เพราะเขาไม่อาจแค้นคนอื่นได้..

“ไม่ใช่นะ..เชียร์คุง”ฟิริน่าเองก็ตกใจที่เชียร์ไม่เชื่อเธอ

“ไม่ต้องพูดอีกแล้ว...ชั้นไม่มีทางเชื่อเธอ!!!!! ไม่มีทาง!!!!”เชียร์ตะโกนด้วยความโกรธ พร้อมกันนั้นเขาก็หันคาทริดจ์ซอร์ดเข้าใส่ไกด์อีกครั้ง

“ไม่ได้นะเชียร์คุง..”ฟิริน่าตะโกนออกมา และเธอก็พยายามจะเข้าขวางเชียร์อีกครั้ง

“ฟิริน่าจัง ระวังค่ะ!!!”โมโมะร้องเตือนฟิริน่า
เพราะว่าแอคทีลไรท์ของเรนต์ที่จัดการฟินจนหมดพุ่งเข้าหาฟิริน่าแล้ว...และมันก็เช้าประชิดอย่างรวดเร็วทำให้เธอไม่สามารถหลบหลีกได้ทัน พร้อมกับใช้ไวเยอร์ตรึงฟาเรนชูไวส์ไว้อีกครั้ง... ซึ่งสร้างความตกใจให้กับไกด์เป็นอย่างมาก

-------------------------------------------------------ยังไม่จบนะ มีต่ออีก----------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 11:38:13 PM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #78 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 11:59:47 PM »

-SPACE ROUTE 8 TEAR, ANGER, AND INVASION-(ต่อ)

“อ๊ะ..อีกแล้ว..แย่ล่ะสิ”ฟิริน่าพูดออกมา เมื่อเธอพลาดอีกครั้ง

“คุยกันเพลินจนลืมผมไปเลยสินะครับเนี่ย เสียใจจังเลยครับ แต่ที่น่าเสียใจยิ่งกว่า....รู้มั้ยครับ ฟิริน่าจัง...ผมจะหงุดหงิดมากๆเลยล่ะเวลาที่เหยื่อที่ผมจับได้ดิ้นหลุดออกมาน่ะ ถึงจะเป็นดาวในดวงใจของผมก็ตาม เพราะอย่างนั้นมันก็ต้องมีการลงโทษกันหน่อยล่ะครับ”เรนต์พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พร้อมกันนั้นแอคทีลไรท์ก็ตั้งสตันท์เบรเซอร์กำปั้นไฟฟ้าที่มือข้างขวาขึ้นมา พร้อมกับชกเข้าที่บริเวณส่วนบริเวณค็อกพิทของฟาเรนชูไวส์เต็มๆ ด้วยความแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะของเรนต์ “ฮ่าๆๆๆๆ!!!!”
ตูม!!!!!!!!!!!!!

“กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!

“เป็นเสียงที่ฟังแล้ว ลื่นหูดีจริงๆ เพราะไปถึงขั้วหัวใจเลยล่ะครับ ฟิริน่าจัง”เรนต์กล่าวชื่นชมกับเสียงร้องนั้นด้วยใบหน้ามีความสุข

“หยุดนะ!!!!!!!!”เสียงตะโกนของไกด์ระเบิดออกมาแต่มันไม่ทันเสียแล้ว..
เพียงแค่หมัดเดียวฟาเรนชูไวส์ก็แน่นิ่งไปทันที....
ทุกคนที่เห็นภาพนั้นได้แต่ตกตะลึงเป็นอันมาก แม้แต่เชียร์เองก็ด้วย

“ฟิริน่าจัง ตอบกลับมาสิคะ.... ฟิริน่าจัง ขอร้องล่ะค่ะ”โมโมะพยายามติดต่อไปหาฟิริน่าแต่ก็ไม่มีเสียงของฟิริน่าตอบกลับมาแต่อย่างใด

“แบบนี้มัน....โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”เมเดอร์ลีนก็เริ่มที่จะอารมณ์ขึ้นเหมือนกัน

“แกมัน ไอ้โรคจิต....!!”ฟาเฟลเองก็โกรธมาก
.
.
“ฟิริน่า!!! ขอร้องล่ะ ตอบกลับมาที…ตอบกลับมา”ไกด์ส่งเสียงเรียกอย่างบ้าคลั่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงของฟิริน่าตอบกลับมาหาเขา โซลเองก็พยายามติดต่อหาไวส์เช่นกันเพราะเธอก็เป็นห่วงไวส์มาก แต่ก็ไม่ได้การตอบรับกลับมา

“ฮ่าๆๆ!! ป่านนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้นะครับ ฟิริน่าจังน่ะ”เรนต์หัวเราะออกมาเมื่อเห็นการกระทำของไกด์

ไกด์ที่ได้ยินคำพูดนั้นตะโกนกลับมาทันที“แก....แก....ชั้นไม่มีวันยกโทษให้แก...ไม่มีทางเด็ดขาด”ไกด์กัดฟันพร้อมตะโกนออกมาด้วยแววตาเกรี้ยวกราด และยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้นเพราะเลือดที่ไหลอาบใบหน้าเขานั่นเอง...
โซลเองก็รู้สึกว่ามาสเตอร์ของเธอกำลังโกรธมาก..มากแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“มาสเตอร์เหมือนกับตอนไปช่วงเครโอ้จังตอนนั้นเลย....ไม่สิมากกว่าอีก..เอ๊ะ!! ระดับของพลังงานไดเมนชั่นสูงขึ้นเรื่อยๆ…เป็นไปไม่ได้ก็เราล็อคระดับไว้ที่50%...หรือว่ามาสเตอร์คลายตัวล็อคระบบด้วยตัวเองงั้นเหรอ...ถ้าระดับก็สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้เกิน100%แน่ๆ อันตรายแล้วต้องรีบล็อคระบบ
เมื่อคิดได้ดังนั้นโซลก็เริ่มทำการล็อคระบบแต่ทว่า “แย่แล้วระบบไม่ตอบสนองกับเราเลยแบบนี้เราหยุดการเพิ่มขึ้นของพลังานไม่ได้น่ะสิ อันตรายแล้ว ต้องรีบเดือนมาสเตอร์”

“มาสเตอร์คะ ระดับพลังงานของโซลน่อลเซเวียร์กำลัง..”โซลร้องเตือนไกด์ แต่ว่าดูเหมือนว่าไกด์จะไม่สนใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเสียงของโซลไปไม่ถึงเขา..เขาไม่ได้ยินเสียงของเธออีกต่อไปแล้ว

“ไม่ยกโทษให้....แล้วคุณจะทำไงกับผมล่ะครับ..จะฆ่าผมด้วยสภาพแบบนั้นน่ะรึครับ ฮ่าๆ!! เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่ามั้ยครับ” เรนต์ที่เห็นสภาพของโซลน่อล เซเวียร์

“...ชั้น...ชั้นจะฆ่าแก...จะทำลายให้หมดทุกอย่าง จะฆ่าพวกแกทุกคนให้หมด ย่าห์!!!!!!!!!!!” สิ้นประโยคนี้หัวใจของไกด์ก็จมดิ่งสู่ความมืดมิด
.
.
.
“เพราะชั้นอ่อนแอ…ถึงได้ไม่สามารถปกป้องใคร...ปกป้องเธอได้…เป็นเพราะชั้นคนเดียว…เพราะชั้น…ถ้าชั้นตั้งใจสู้มากกว่านี้มีพลังมากกว่านี้ เธอก็คงไม่ต้อง…ชั้นอยากแข็งแกร่งกว่านี้…อยากได้พลัง..อยากได้พลังมากกว่าพลังที่จะทำลายทุกอย่างให้หมดไป..พลังที่จะไม่ต้องรู้สึกเสียใจแบบนี้อีกต่อไป”ไกด์พูดกับตัวเองเพียงคนเดียวในความมืดนั้น

“อยากได้พลังสินะ”เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นในความมืด ราวกับเป็นการตอบรับความต้องการของไกด์

“นายเป็นใครกัน”ไกด์ถามกลับไป

“ไม่ต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว ปลดปล่อยออกมาสิ สิ่งที่นายมีอยู่ตั้งแต่แรก...พลัง...แห่งการสร้างสรรค์...และการทำลาย....ชั้นจะมอบมันให้กับนาย......สิ่งที่เป็น....พลัง....ของนาย!!!..”เสียงนั้นไม่ได้ตอบคำถามหากแต่กระซิบถึงสิ่งหนึ่งให้กับไกด์

กลับมาภายในค็อกพิทของโซลน่อล เซเวียร์
ไกด์ลืมตาขึ้นพร้อมกันนั้นเขาก็เอ่ยคำๆหนึ่งออกมา “verhindern"ซึ่งมันก็คือโค้ดที่ใช้สำหรับปลดลิมิตเตอร์ของโซลน่อล เซเวียร์นั่นเอง

“นี่มัน..โค้ด…มาสเตอร์คะ…ได้รับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ แต่ว่าตอนนี้สภาพของโซลน่อลเซเวียร์ และโซลเองก็…โอ๊ย!! ไม่นะ..”เมื่อได้ยินคำสั่งนี้โซลเองถึงเธอจะแปลกใจและไม่สบายใจแต่เธอก็ไม่สามารถขัดขืนได้ เธอหลับตาพริ้มลงอีกครั้งพร้อมกันนั้นก็ทำการซิงโครกับไกด์อีกครั้ง...เพียงแต่ว่าครั้งนี้ต่างไปจากทุกที ผมและสีตาของไกด์เปลี่ยนเป็นสีเงินบริสุทธิ์ที่สวยงาม ไกด์ลืมตาขึ้นและตะโกนออกมา

“โอ๊!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”ไกด์ตะโกนออกมาพร้อมกันนั้นในค็อกพิทก็ขึ้นตัวอักษรบางอย่าง

Dimension Sphere Energy Limit Released!!!

Over Drive Ignition!!!
LIMIT OVER BURST MODE SYSTEM SET UP
START UP
Power Flow 120%

และโซลน่อลเซเวียร์ก็ทำการระเบิดพลังงานไดเมนชั่นความเข้มข้นสูงออกมา แผ่ขอบเขตพลังงานสีรุ้งแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ซึ่งมันครอบคลุมไปไกลจนไม่อาจประเมินได้ว่าไกลแค่ไหน
ตูม!!!!!!!!!!!!!!! แกร๊ก!!! แกร๊ก!!!!!

“ส่วนของเกราะบางส่วนภายนอกของโซลน่อลเซเวียร์มีการเปลี่ยนแปลงโดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ส่วนอาเทน่าของหัวปรับลงมา เฟสการ์ดถูกเปิดออก ไหล่มีการยกตัวขึ้นเผยให้เห็นแผงพลังงานสีรุ้งด้านใน และท่อจ่ายพลังงานทั้งหมดจ่ายพลังงานสีรุ้งออกมาสู่ภายนอก สภาพของโซลน่อล เซเวียร์เองก็ฟื้นฟูขึ้นมาร่องรอยเสียหายจากกการต่อสู้กับเฟทโอเมก้าที่เป็นร่องรอยเสียหายเล็กน้อยหายไปจนหมดสิ้น เหลือแต่ร่องรอยบาดเจ็บบริเวณช่วงท้องเท่านั้น  และโซลน่อล เซเวียร์ก็สยายปีกสีรุ้งขนาดใหญ่ออกมาด้านหลัง ราวกับว่ามันเป็นปีกของพระเจ้า....พลังงานที่แผ่ออกมาจากการปลดลิมิตเตอร์ทั้งหมดทำให้ศัตรูเครื่องอื่นๆไม่สามารถขยับได้ นั่นเพราะการแทรกแซงของพลังงานไดเมนชั่นทำให้ระบบการทำงานทั้งหมดเสียหาย ดังนั้นจึงส่งผลให้ฝ่ายเราทุกคนได้เปรียบทันที แต่ไกด์กลับไม่ให้พลังงานนี้เข้าแทรกแซงแอคทีลไรท์นั่นเพราะเขาต้องการ...จะลงมือจัดการเรนต์ด้วยตัวเอง!!
ตูม!!!!!!!!!!!!! วิ้งๆ!!!!

การระเบิดพลังครั้งนี้ส่งผลให้ไวเยอร์ของแอคทีลไรท์ขาดสะบั้นลงทั้งหมด ทำให้อาคาน่าทีมทั้งหมดเป็นอิสระไปด้วย

“บ้า…บ้าชัดๆ นี่มันอะไรกัน ทำไมพลังของมันถึงมีมากขนาดนี้ ปริมาณพลังงานมิติของมัน นี่มันอะไรกัน!!!”เรนต์ตะลึงกับค่าพลังงานที่ออกมาและตัวเลขเองก็ยังวิ่งไม่หยุดจนเหมือนกับจะพังไปเสียให้ได้ และสภาพของโซลน่อลเซเวียร์ที่ฟื้นสภาพกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันช่างดูน่ากลัวสำหรับเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“ไกด์คุง....ปีกสีรุ้ง..นี่มันอะไรกันคะ แต่ว่ามันสวยจังเลย..สุดยอดไปเลยค่ะ!!!”โมโมะตาเป็นประกายเมื่อเห็นแสงสีรุ้งของโซลน่อล เซเวียร์

“ตาบ้านั่น..แบบนี้ทุกทีสิน่า”ฟาเฟลพูดขึ้นลอยๆ แต่เธอก็ดีใจที่เห็นการฟื้นฟูสภาพของโซลน่อลเซเวียร์

ปิ๊บ!!!!! ERROR ตูม!!

“ขนาดตัววัดค่าพลังงานมิติยังพัง..ค่าพลังงานมันสูงจนประเมินไม่ได้เชียวรึ…เอาจริงแล้วก็ดี” เชียร์ที่ตั้งสติได้ใช้คาทริดจ์ซอร์ดพุ่งเข้าหาโซลน่อลเซเวียร์อย่างรวดเร็วแต่ว่า

วืด!!!

“อะไรกัน…หายไปได้ยังไง”เชียร์สบถออกมา เมื่อคาทริดจ์ซอร์ดจั่วลม

“บ้าน่านี่มันเร็วจนมองไม่ทันเลยรึไง..ขนาดที่เรดาห์ความเร็วสูงจับไม่ได้เลยเหรอเนี่ย อยู่ไหน....อ้อ!!.อยู่นั่นเอง..
แต่ว่าไกด์นี่แก..เลือกแบบนี้สินะ”เชียร์ตะลึงในความเร็วนั้นและพยายามมองหาซึ่งในที่สุดเขาก็หาโซลน่อลเซเวียร์เจอ และเขาก็ตัดใจที่จะสู้เพราะว่าเขาเข้าใจจากภาพที่เห็นว่าไกด์ไม่ต้องการสู้กับเขา...
ภาพที่เชียร์เห็นก็คือโซลน่อล เซเวียร์ของไกด์ คว้ามือของแอคทีลไรท์ของเรนต์ไว้อยู่นั่นเอง..แสดงว่าเป้าหมายของไกด์ในตอนนี้ไม่ใช่เขา และถ้าไกด์คิดจะฆ่าเขา เขาก็คงเสร็จตั้งแต่เมื่อครู่ไปแล้ว ดังนั้นสำหรับเชียร์เขาแพ้แล้วในครั้งนี้

ทางด้านราลเลริอ้อนแอคทีลไรท์และโซลน่อลเซเวียร์

“แก...แก..ทำไมเร็วอย่างนี้...ไม่ทางหรอกน่า...ฮึ่ม!!ทำไมแรงจับของมันเยอะนักนะ”เรนต์สบถขึ้นเมื่อเขาไม่อาจสลัดมือข้างที่ถูกจับให้หลุดไปได้

“มือข้างนี้สินะ...ที่แกใช้ทำร้ายฟิริน่า......โอ๊!!!!!!!!!”ไกด์พูดเรียบๆก่อนจะคำรามออกมา
เปรี๊ยะๆๆ!!! ตูม!!!!!!!!!!!!

“อ๊าก!!!!!!!!! แก!!”เรนต์ร้องลั่น เพราะว่าโซลน่อล เซเวียร์ ของไกด์กระชากแขนข้างนั้นของแอคทีลไรท์จนขาดกระเด็น!!!

“ยัง...แค่นี้มันยังไม่พอหรอก...ที่แกทำร้ายฟิริน่า ชดใช้แค่นี้มันยังไม่พอหรอก!!!!”โซลน่อล เซเวียร์ใช้มืออีกข้างกระชากหัวของแอคทีลไรท์ขาดกระเด็นออกมาอีก.....
เรนต์เองเมื่อเห็นโซลน่อลเซเวียร์เปลี่ยนไปแบบนี้เขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมามากและคิดแต่จะหาทางหนี เขาอาศัยจังหวะถอยจากระยะนี้และหนีไป...แต่ว่าไกด์กลับไม่รีบร้อนตามไป..เขาพูดสั้นกับโมโมะว่า

“โมโมะจัง..ฝากฟิริน่าด้วยนะ”

“คะ...ค่ะ”โมโมะที่กำลังอึ้งกับสภาพการโจมตีเมื่อกี้ก็ได้สติกลับมา แต่สำหรับเธอตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกเล็กน้อยแล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ไกด์คุงที่เธอรู้จัก...

“นาย....จะสู้อีกรึเปล่า”ฟาเฟลตั้งท่าเตรียมโจมตีเมื่อเห็นเชียร์ยังอยู่

“ชั้นไม่คิดจะสู้แล้วล่ะ..ลดอาวุธลงเถอะ....แค่ขอดูการต่อสู้ครั้งนี้ก็พอ..”เชียร์ตอบกลับมา พร้อมกับปลดคาทริดจ์ซอร์ดเก็บเข้าฝักที่เอว
ซึ่งก็ทำให้ฟาเฟลยอมลดอาวุธลงตามด้วย

“ไกด์...นี่คือตัวนายจริงๆรึ…แต่รู้สึกว่ามันจะโหดเหี้ยมเหลือเกิน..จนชั้นไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือตัวนาย”เชียร์คิดในใจ

“กะ...ไกด์คุง..”ฟิริน่าเพ้อออกมาและค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้งเธอยังปลอดภัยดี

“ไกด์คุง ฟิริน่าจังไม่เป็นไรแล้วค่ะ ดีจังเลยค่ะ ฟิริน่าจัง”โมโมะยิ้มออกมาอย่างดีใจ
การได้ยินว่าฟิริน่าปลอดภัยทำให้ไกด์ยิ้มออกนิดๆ

ไกด์เห็นทุกคนปลอดภัยและเชียร์เองก็ไม่คิดสู้กับเขาแล้วเขาก็บังคับโซลน่อลเชเวียร์ทะยานตามแอคทีลไรท์ของเรนต์ไปทันที....

ย้อนมาทางด้านของลูชิเฟอร์
เขาก็ตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปซักพักนั่นเพราะพลังงานไดเมนชั่นของโซลน่อลเซเวียร์ที่ระเบิดออกมามหาศาลมากจนทำให้อิกชิอ้อนสั่นสะเทือน

“ไกด์…เจ้านั่น…โกรธจริงๆสินะ”ลูชิเฟอร์ตื่นขึ้นก็พูดขึ้นมาเพราะเขามองเห็นภาพของโซลน่อลเซเวียร์ ระเบิดพลังออกมา

“แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่เวลานอนซะหน่อย เอ๊ะ! สองคนนั่นไปไหนแล้วนะ”ลูชิเฟอร์รวบรวมกำลังบังคับให้เทพจักรกลสายฟ้ายืนขึ้นอีกครั้ง

น่าแปลกที่การต่อสู้ของเรย์กิวส์และเซเรนหยุดลงไปเฉย เขาจึงรู้สึกแปลกใจและเริ่มเคลื่อนทีตามหาทั้งสอง

“อยู่นั่นสินะ”ลูชิเฟอร์เห็นทั้งสองแล้ว

เลกิวออสกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหนึ่งนั่นเป็นเพราะผลการแทรกแซงเมื่อครู่ของโซลน่อลเซเวียร์เมื่อครู่ แต่กับจอร์มันแกนด์มันกลับให้ผลตรงกันข้ามจอร์มันแกนด์ดูทุรนทุรายอย่างบอกไม่ถูก..นั่นเป็นเพราะว่าพลังงานไดเมนชั่นเมื่อครู่ส่งผลกระตุ้นให้จิตสำนึกของมิสตี้ที่หลับใหลอยู่ในตัวเซเรนเริ่มตื่นกลับมา..

“ปวดหัว…ฮึ่ม!!เพราะพลังบ้านั่นดันไปปลุกยัยนั่นให้ตื่นขึ้นมา หนอยแบบนี้!!เราคง..”
เซเรนดูมีท่าทีเจ็บปวดและไม่รู้ว่าเธอพูดถึงอะไร..

“เอ๊ะ..ยัยนั่นเป็นอะไรของเค้า”ลูชิเฟอร์ ขยับอิกชิอ้อนเข้าไปใกล้ เพื่อจะถามว่าเป็นอะไรและเขาก็อยากช่วยเหลือ

“นี่เซเรน เป็นอะไรรึเปล่า”ลูชิเฟอร์ร้องถาม

“อย่ามายุ่งกับชั้น!!!”เซเรนตะโกนออกมาพร้อมหน้าตาที่เต็มไปด้วยความทรมาน

ขณะนั้นเลกิวออสก็ลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมอีกครั้ง

“ที่ขยับไม่ได้เมื่อครู่หายแล้วสินะ....มันเพราะอะไรกันนะ...รึว่าเพราะเจ้าแสงสีรุ้งนั่น...แต่ว่าช่างมันเถอะ”เรย์กิวส์พูดกับตัวเองก่อนจะเหลือบไปเห็นทั้งอิกชิอ้อนและจอร์มันแกนด์ยืนอยู่ด้วยกัน นั่นแสดงว่างานของเธอยังไม่จบแต่ว่า...เมื่อตรวจสอบสภาพโดยรอบแล้วเธอก็พบว่า สภาพของรีกิวออสทั้งหมดยังคงหมดสภาพอยู่...เธอจึงหลับตานิ่งเหมือนคิดอะไรซักอย่าง....แล้วก็ลืมตาขึ้นมาเหมือนกับตัดสินใจบางอย่างได้และเธอก็บังคับเลกิวออสพุ่งเข้าหาจอร์มันแกนด์อีกครั้ง

“ชิ!! ยัยนี่กัดไม่เลิก…นายถอยไปซะ”เซเรนสบถออกมา ก่อนจะให้จอร์มันแกนด์ผลักอิกชิอ้อนถอยไป
แล้วเธอก็พุ่งเข้าหาเลกิวออสอีกครั้ง
ตูม!!!! เสียงปะทะกันของกำปั้นขวาของทั้งคู่ดังขึ้นอีกครั้ง…แต่สำหรับเซเรนที่เริ่มจะปวดหัวหนักขึ้นทำให้หมัดของเธออ่อนแรงลง ทำให้หมัดของเรย์กิวย์อัดเธอให้เซถอยหลัง..ซึ่งเรย์กิวส์ก็มองออกว่าเซเรนต้องได้รับบาดเจ็บจากแสงเมื่อครู่แน่ๆและเธอจึงตามซ้ำทันที

“เปิดช่อง...!!”เรย์กิวส์บังคับให้เลกิวออสเตะขวาตวัดเข้าใส่หน้าของจอร์มันแกนด์
ตูม!!!!!!!!!

“หนอย!!”เซเรนกัดฟันด้วยความหงุดหงิดและโมโห เพราะเธอไม่สามารถหลบได้

“ย่าห์!!!”เลกิวออสกระหน่ำโจมตีต่อเนื่องทันทีทั้งกำปั้นทั้งสองและการเตะโจมตีอย่างรวดเร็ว แม้ความเร็ว ความรุนแรงของมันจะลดลงมากหากเทียบกับตอนที่เธอสู้กับลูชิเฟอร์ในตอนแรก เพราะเธอในตอนนี้ก็เริ่มจะเต็มกลืนแล้วเช่นกัน...แต่เธอก็ต้องการจะทำแผนการในตอนแรกให้ได้
ตูม!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!! ตูมๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!! เลกิวออสกระหน่ำทั้งหมัดและเท้าเข้าใสจอร์มันแกนด์ที่ได้แต่ตั้งรับอย่างเดียว
เซเรนที่ได้แต่ตั้งรับก็แทบจะไม่ไหวแล้ว เพราะในตอนนี้มิสตี้เริ่มจะตื่นขึ้นแล้วและเธอกำลังจะต้องหลับ..ซึ่งถ้าเธอหลับเธอต้องแพ้..เธอจึงตัดสินใจทุ่มสุดแรง..
“โอ๊!!!!!!”
บรึ้ม!!!!!!!!!!
จอร์มันแกนด์ระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง บีบให้เลกิวออสกระเด็นไปและแรงกระแทกนี้ทำให้เรย์กิวส์ถึงกับกระอักเลือดออกมา แล้วเซเรนก็รวบรวมกำลังทั้งหมดอัดไว้ที่กำปั้นจนสายน้ำวงแวนหมุนอย่างรวดเร็วราวกับสว่าน ก่อนเธอจะพุ่งเข้าชกเข้าใส่ลำตัวของเลกิวออสทันที...
ตูม!!!!!!!!!!!!!!

แต่เพราะตาของเธอเริ่มพร่าและเธอเองก็แทบไม่เหลือแรงแล้วความเร็วของกำปั้นจึงตกลงไปมาก มีแต่แรงอย่างเดียวเลกิวออสของเรย์กิวส์จึงใช้แขนการ์ดเอาไว้ได้ทันแต่ด้วยความแรงเธอจึงลำสักเลือดออกมา แต่เธอยังคงกัดฟันทน

“แค่นี้น่ะ ชั้นไม่ยอมหรอกน่า”เรย์กิวส์ตะโกนออกมาแล้วใช้เท้าซ้ายเตะเข้าที่สีข้างของจอร์มันแกนด์จนปลิวกระเด็นไปคนละทาง

ตูม!!!!! เลกิวออสล้มลงกระแทกกับพื้นตรงหน้าทันทีที่เตะเสร็จ

ตูม!!!!! จอร์มันแกนด์ก็กระเด็นไปกระแทกกับภูเขาที่อยู่ข้างๆนั้น และทั้งสองก็แน่นิ่งไปอย่างนั้น!!

“ดับเบิ้ลน็อคเอ้าท์ สินะ”ลูชิเฟอร์ที่กลายเป็นคนดูพูดขึ้น...แต่เขาก็ยังดีใจอยู่บ้างที่จบโดยทั้งสองยังคงมีชีวิตอยู่ เพราะยังคงมีสัญญาณชีวิตออกมาจากทั้งสอง

“สองคนนี้เก่งจริงๆ แบบนี้ชั้นคงต้องพัฒนาฝีมือให้มากขึ้นกว่านี้สินะ”ลูชิเฟอร์ที่ได้เห็นการต่อสู้ของทั้งสองก็ทำให้เขารู้ว่าที่นี่มีคนมีฝีมืออีกเยอะ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรแต่เขาก็ต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ล่ะ
แกร่ก!!!!หินบริเวณนั่นถล่มลง อยู่ๆจอร์มันแกนด์ก็ลุกขึ้นเองอีกครั้ง....และมันก็พุ่งเข้าหาเลกิวออสที่ล้มนิ่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกรงเล็บที่มือขวาที่เตรียมจะเสียบเลกิวออส
ซู่ม!!!!!!
มั่บ!!!

“พอเถอะเซเรน ยัยนี่ก็ไม่ไหวแล้ว เธอชนะแล้ว”ลูชิเฟอร์บังคับอิกชิอ้อนใช้มือซ้ายคว้ามือขวาของจอร์มันแกนด์ไว้ก่อนที่มันจะแทงทะลุร่างของเลกิวออส เรย์กิวส์ที่พอมีสติอยู่บ้างก็เห็นอิกชิอ้อนช่วยเธอไว้!! เธอจึงรู้สึกแปลกใจ.. “ทำไมศัตรูอย่างแกถึงได้…ช่วยชั้น” แต่ว่าเธอก็ไม่มีแรงเหลือแล้วจึงสลบไป

“อิกชิอ้อน.......”เสียงตอบรับแปลกๆจากจอร์มันแกนด์ ก่อนที่มันจะใช้กรงเล็บที่แขนซ้ายที่พุ่งเข้าใส่อิกชิอ้อน
มั่บ!!!!

“นี่แก...ไม่ใช่เซเรนสินะ..”ลูชิเฟอร์บังคับอิกชิอ้อนใช้มือขวารับกงเล็บอีกข้างไว้ได้ทันควัน เพราะเขารู้สึกจากการตอบรับที่แปลกประหลาดเมื่อครู่

“อิกชิอ้อน....ทำลาย!!!”เสียงดังออกมาจากจอร์มันแกนด์ก่อนที่มันจะใช้ขวายันอิกชิอ้อนให้กระเด็นไป
ตูม!!!!!!

“ชิ..คราวนี้อะไรกันอีกล่ะ”ลูชิเฟอร์สบถออกมา เพราะเขาเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อยู่ๆจอร์มันแกนด์ก็โจมตีใส่เขาและคนควบคุมจากเสียงนั้นไม่ใช่เซเรน แต่เขาก็ไม่มีเวลาคิดอะไรมากเพราะจอร์มันแกนด์เองก็โจมตีต่อเนื่องมาเรื่อยๆ
ตูม!!!!!! ตูม!!!!

“โธ่เว้ย! จะทำไงดีเนี่ย”ระหว่างที่หลบหลีกลูชิเฟอร์ก็ใช้ความคิดไปด้วย และเขาก็ได้ยินเสียงๆหนึ่ง

“ช่วย...หยุดชั้น....หยุดชั้นที”เสียงของสาวน้อยคนหนึ่งดังขึ้นในหัวของลูชิเฟอร์

“หยุด...อะไรนะ”ลูชิเฟอร์สบถออกมา แต่ก็ไม่มีเวลาให้เขาคิดมาก เพราะจอร์มันแกนด์ก็อัดวงแหวนสายน้ำไว้ที่มือแล้วก็พุ่งเข้าหาเขาแล้ว

“’โธ่...เวลาไม่เข้าใจชั้นไม่มีอารมณ์สู้หรอกนะ....”ลูชิเฟอร์หลบกำปั้นทั้งสองได้อย่างง่ายดาย

“ไอ้การโจมตีแบบนี้น่ะ....หมัดที่ไม่มีหัวใจน่ะ..หลบได้สบายมาก....ลอยไปซะ”หลังจากหลบได้อิกชิอ้อนก็คว้ามือของจอร์มันแกนด์แล้วทุ่มให้กระเด็นไปไกลเลยทีเดียว
ตูม!!!!

“เอาล่ะที่นี้ก็....”ลูชิเฟอร์กำลังจะตั้งท่าต่อ แต่ว่า

“ขอร้อง...หยุด....หยุดชั้นทีเถอะค่ะ”เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ลูชิเฟอร์พอจะเข้าใจแล้ว เพราะเสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกับจอร์มันแกนด์ที่ยืนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงคำรามของมัน

“ชิ!! อึดจริงๆ..ให้หยุดสินะ...เวลามีคนขอความช่วยเหลือมันก็ต้องช่วยนี่ล่ะ...วิถีทางของนักสู้ของชั้น..”

“เมื่อกี้ยังไม่ได้ใช้แต่ว่าคราวนี้ล่ะ ลองรับดูหน่อยมั้ยล่ะแกน่ะ Final Code "Alasthor" “ ลูชิเฟอร์คำรามก้อง ก่อนที่อิกชิอ้อนจะเริ่มเปล่งประกายแสงสีทองออกมา พร้อมกับกระแสไฟฟ้ามากมายไหลผ่านบนร่างสีฟ้า แปล็บๆๆๆ!!!! ดูน่าเกรงขามอย่างมาก
และแรงจากการระเบิดพลังนี้ทำให้เรย์กิวส์ตื่นขึ้นมา และเธอก็รู้ว่าลูชิเฟอร์เป็นคนช่วยเธอนั่นเอง...

“จอร์มันแกนด์พุ่งเข้าหาอิกชิอ้อนทีกำลังระเบิดพลังอยู่ทันที
ตูม!!!!!!!!!

“ระหว่างที่จอร์มันแกนด์พุ่งเข้ามานั้น อิกชิอ้อนกลับมาปรากฏต่อหน้าจอร์มันแกนด์เสียก่อน พร้อมรอยยิ้มของลูชิเฟอร์ ก่อนจะใช้กำปั้นที่ถูกอาบด้วยสายฟ้าชกใส่จอร์มันแกนด์เต็มแรง แล้วเขาก็ระดมโจมตีต่อทันที

“โอ๊!!!!!!!!!!!   ย่าห์ๆๆๆๆๆ!!!!!!”ลูชิเฟอร์คำราม พร้อมทั้งประเคนทั้งกำปั้น ศอก เข่า เท้า เข้าใส่จอร์มันแกนด์อย่างรวดเร็วและเต็มแรง ซึ่งจริงมันจะเป็นอันตรายกับเซเรน แต่เขารู้อยู่แล้วจึงไม่โจมตีใส่ค็อกพิทเลยสักครั้ง
ตูม!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!! ตูมๆๆๆๆๆ!!!!

“ปิดฉากล่ะนะ!!!!!!!!!!! ย่าห์!!!!!!”แต่ก่อนที่เขาจะปิดฉากนั้นเขาก็เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งหันมายิ้มให้กับเขา และกล่าวคำว่า “ขอบคุณนะคะ” “เฮ้ยนี่มัน….”

“โอ๊!!!!!!!!”ลูชิเฟอร์อัดฝ่ามือเข้าใส่อกของจอร์มันแกนด์เต็มแรง
ตูม!!!!!!!!!!!!
จอร์มันแกนด์ถูกอัดเข้าใส่ภูเขาหินเต็ม!!! และมันก็นิ่งไปทั้งอย่างนั้น
ส่วนอิกชิอ้อนก็... “แฮ่กๆๆๆ!! เป็นไงล่ะ ที่นี้จบซะทีล่ะนะ...ถ้าแกยังยืนขึ้นมาอีก ชั้นก็ไม่มีอะไรจะรับมือแกแล้วนะ”เมื่อลูชิเฟอร์พูดจบอิกชิอ้อนก็ล้มลงไปด้วย แต่ว่าครั้งนี้คำพูดของลูชิเฟอร์เป็นจริงเพราะจอร์มันแกนด์ก็สงบลงอย่างนั้นทันที
ตึง!!!!!

“ไม่ไหวแล้วแฮะ......แฮ่กๆๆๆ!!!!! หมดแรงแล้วจริงๆแฮะเรา!! อ่อก!!!”เมื่อพูดจบลูชิเฟอร์ก็เริ่มกระอักเลือดออกมาเต็มไปหมด อาการบาดเจ็บที่ได้รับจากเรย์กิวส์ และการใช้ท่าไม้ตายไปเมื่อครู่ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถฝืนเก็บอาการเอาไว้ได้
แต่เหมือนฝันร้ายยังไม่จบเลกิวออสที่ลุกขึ้นมากำลังเดินตรงมาที่เขาอีกครั้ง

“..ดีใจจริงๆที่เธอยังไม่ตายนะ”ลูชิเฟอร์พูดขึ้น เมื่อเห็นเลกิวออสเดินตรงมาหาเขา
ก่อนที่จะหยุดแล้วเตรียมกรงเล็บเพื่อแทงทะลุอิกชิอ้อน

“เอาเถอะ...จะฆ่าก็ฆ่าเถอะ ชั้นไม่มีแรงตอบโต้เธอแล้ว”ลูชิเฟอร์ที่เจ็บหนักขนาดนี้ยิ้มแล้วก็หลับตาเพราะสำหรับเขาแล้วครั้งนี้ไม่มีปาฏิหาริย์แน่..
แต่จู่ๆเลกิวออสก็เก็บกรงเล็บแล้วก็ลอยตัวสูงขึ้น...ก่อนจะหันหลังบินจากไป ทำเอาลูชิเฟอร์ก็งงไปเหมือนกัน

“มันอะไรของยัยนั่น อยู่ๆก็ปล่อยเราซะอย่างนั้น…หรือว่าจะถือว่าครั้งนี้เสมอ แล้วก็ถือว่าเราช่วยชีวิตยัยนั่นก็เลยปล่อยเรางั้นรึ”ลูชิเฟอร์พูดออกมาด้วยความแปลกใจ

“อา..แต่เราไม่ไหวแล้วแฮะ ขอพักหน่อยแล้วกัน ฝากที่เหลือหน่อยแล้วกันไกด์”ลูชิเฟอร์หลับตาลงพร้อมกับปล่อยสติของเขาล่องลอยไป

“ถือว่า...ครั้งนี้เสมอกันไปก็แล้วกันแต่ครั้งหน้า ชั้นจะไม่ปล่อยนายไว้แน่!!!”เรย์กิวส์พูดขณะที่เธอบังคับเลกิวออสจากไป...

-------------------------------------------------------ยังไม่จบนะ มีต่ออีก----------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 02:39:48 PM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #79 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 01:13:46 AM »

-SPACE ROUTE 8 TEAR, ANGER, AND INVASION-(ต่อ)

ทางด้านพวกฮิคารุและโรจิส
เมื่อรีกิวออสหยุดการเคลื่อนไหวลง พวกเขาทั้งหมดก็เปิดฉากสวนกลับและจัดการพวกรีกิวออสที่ขยับไม่ได้ไปจนหมด

“ตัวสุดท้ายแล้ว พาราดินซอร์ด ย่าห์!!!”โรจิสตะโกนพร้อมกับไนท์พาราดินที่ฟาดพาราดินซอร์ดตัดรีกิวออสตัวสุดท้ายจนระเบิดไป ตูม!!!!!!

“จะเอาอย่างไรกันต่อไปดีล่ะ คุณฮิคารุ”โรจิสถามฮิคารุ

“จากสถานการณ์แล้ว ผมคิดว่าเราควรจะถอยกลับไปคุ้มกันบลูกาแลคเซียและกองกำลังของเราดีกว่า จากที่เห็นไลมุ ตอนนี้ดูจะสู้ได้อย่างลำบากทีเดียว”ฮิคารุสรุปหลังประเมินสถานการณ์

“ชั้นก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”โรจิสหนุน

“งั้นตกลงตามนี้เราจะถอยกลับไปที่บลูกาแลคเซีย เอาล่ะไปเลย!!”ฮิคารุพูดก่อนจะเร่งเครื่องของเฟทเบรกเกอร์มุ่งกลับไปที่บลูกาแลคเซีย ไนท์พาราดินเองก็เช่นกัน

“ว่าแต่พลังที่ช่วยสนับสนุนเราเมื่อครู่มันของใครกันนะ”โรจิสพูดขึ้น

“จากการตรวจสอบรู้สึกจะเป็นพลังของโซลน่อลเซเวียร์ของไกด์คุงน่ะค่ะ”มายารายงาน

“โซลน่อลเซเวียร์ งั้นรึ…!!...รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ…ขอให้ทางนั้นปลอดภัยด้วยเถอะนะ..”โรจิสไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอรู้สึกไม่ค่อยดีหลังจากที่สัมผัสกับพลังงานเมื่อครู่ ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นพลังของไกด์ แต่เธอรู้สึกได้ว่าลึกๆมันดูน่ากลัวแปลกๆ…

“มายะ ทำการติดต่อบอกกัปตันด้วยว่าทางนี้ปลอดภัยและกำลังกลับไปสนับสนุนแล้ว”ฮิคารุสั่งการมายา

“รับทราบค่ะ คุณฮิคารุ …แต่ชั้นชื่อมายา!!!! นะคะ”มายาค้อนนิดๆก่อนจะติดต่อไปหากัปตันไลล่า…

กลับมาทางด้านโซลน่อลเซเวียร์

ซู่ม!!!!!!!! โซลน่อลเซเวียร์พุ่งตามแอคทีลไรท์ทันอย่างง่ายดาย

“ว้าก!!!!!!!! ทะ..ทำไมแกเร็วอย่างนี้....ไม่..ไม่มีทางที่ชั้นคนนี้จะยอมตายหรอกเว้ย ไปเลยบิทซีรี่ย์!!”เรนต์ตะโกนก้องด้วยใบหน้าหวาดกลัว

“บิทสองตัวพุ่งเข้าหาโซลน่อลเซเวียร์ พร้อมทั้งยิงไวเยอร์เข้ารัดแขนทั้งสองทันที...

“ที่นี้แกก็ขยับไม่ได้แล้ว ชั้นจะย่างสดแกด้วยโวลด์ไวเยอร์นี่ล่ะ”เรนต์คำรามพร้อมกับส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่โซลน่อลเซเวียร์
แต่ไกด์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย... “กลัวชั้นสินะ….แต่ลูกเล่นแบบนี้มันใช้ไม่ได้หรอกนะ..”ไกด์พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นชาพร้อมกันนั้นโซลน่อลเซเวียร์ก็ออกแรงกระชากแอคทีลไรท์บิททั้งสองมาชนกัน
ตูม!!!!!!!!!!! ระเบิดพินาศไปทันที “ต่อไปสี่เครื่อง..สี่ทิศทางสินะ”ไกด์พูดขึนมาลอย

“ยังไม่หมดหรอกน่า”เรนต์พูดพร้อมกันนั้นแอคทีลไรท์อีก4เครื่องก็พุ่งเข้าหาไกด์สี่ทิศทางพร้อมด้วยบีมเซเบอร์เบลด…ใช่แล้วอย่างที่ไกด์พูดไว้เมื่อกี้..

“ไม่มีทางหลบได้หรอกน่า คราวนี้แกเสร็จแน่!!!”

แต่ว่าไกด์ก็บังคับโซลน่อลเซเวียร์ชักอาร์คคาลิเบอร์ออกมาฟันทั้งสี่ขาดไปในพริบตา
ตูม!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!

“ไม่จริง..นี่แกเป็นปีศาจรึไงกัน..” เรนต์สบถออกมา

“ปีศาจ..นั่นสินะ…ใช่...ชั้นคือปีศาจที่จะทำลายแก…และจะฆ่าแกไงล่ะ!!!!!!..”ไกด์ตอบรับราบเรียบด้วยแววตาเย็นชา

“ต่อไปคิดจะรั้งอาร์คคาลิเบอร์ไว้สินะ...”ไกด์พูดลอยๆอีกครั้งราวกับว่าเขามองเห็นการโจมตีต่อจากนี้..

“หนอย!!!!!...ชั้นไม่เชื่อหรอกเว้ย!!!! ว่าจะฆ่าแกไม่ได้” เรนต์พูดขึ้นพร้อมชักบีมเซเบอร์เบลดพุ่งเข้าหาโซลน่อลเซเวียร์อีกครั้ง
ไกด์เองก็ประกอบอาร์คคาลิเบอร์เป็นแกรนคาลิเบอร์เตรียมไว้รอแล้ว

“คราวนี้แกเสร็จแน่”เรนต์คำรามลั่น

“แอคทีลไรท์บิท ตัวนึงที่ซ่อนอยู่พุ่งเข้าหาไกด์ทางด้านหน้า และมันก็สังเวยตัวเองด้วยการถูกแกรนด์คาลิเบอร์เสียบทะลุ...แต่ว่ามันกลับล็อคโซลน่อล เซเวียร์เอาไว้ด้วย!!!

“คราวนี้แกไม่มีทางใช้ดาบนั่นป้องกันได้หรอกชั้นจะเสียบแกให้ตายคาค็อกพิทไปเลย”เรนต์ตะโกนออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นไกด์ติดกับดักของตน....

“น่าเบื่อจริงๆ…..Ignition Form!!!”ไกด์พูดขึ้น
หลังพูดจบแกรนด์คาลิเบอร์สลัดเกราะของใบดาบออกพร้อมทั้งเผยใบดาบสีรุ้งที่สร้างจากพลังงานไดเมนชั่นด้านในออกมา และไกด์ก็ขยับตัวดาบลากฟันทั้งแอคทีลไรท์ที่ล็อคดาบเขาอยู่และฟาดไปโดนแอคทีลไรท์ของเรนต์บริเวณลำตัวขาดสองท่อนไปด้วย
ตูม!!!!!!!!!!!

“อ๊าก!!!!!!!!!! เป็นไปได้ยังไง…แก…แกมองเห็นอนาคตรึไง ถึงได้ป้องกันได้ทั้งหมดแล้วไอ้ดาบแบบนี้มันไม่น่าจะฟันทะลุมาถึงชั้นได้”เรนต์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ความกลัวและความไม่เข้าใจปนๆกันไป

“ใช่…ชั้นมองเห็นยังไงล่ะ ไมว่าแกจะโจมตีแบบไหน ชั้นก็มองออกแล้วทั้งหมด เพราะงั้นมันถึงไร้ประโยชน์ แล้วชั้นจะตอบสิ่งที่แกสงสัยอีกอย่างให้ก็แล้วกัน แกรนด์คาลิเบอร์น่ะเป็นดาบพิเศษที่ไม่ว่าจะฟันอะไรก็ได้ทั้งนั้น แค่ชั้นต้องการจะฟันอะไรมันก็จะฟันสิ่งนั้นให้สะบั้นลงไปได้ และก็ตอนนี้ชั้นจะฟันแก!!”ไกด์ตอบคำถามของเรนต์ทั้งหมด
การโจมตีของไกด์ยังไม่จบเท่านั้น เขาฟาดแกรนด์คาลิเบอร์ตัดแขนขาที่เหลือของแอคทีลไรท์ไปจนหมด..สภาพแอคทีลไรท์ของเรนต์จึงเหลือเพียงค็อกพิทเท่านั้น

“อ่ะ อ่อกๆๆ!!!แก...ทำไม...แก...ถึง..อ่อก..”เรนต์บาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดเมื่อครู่ เขาในตอนนี้เต็มไปด้วยแววตาหวาดกลัวเทพปีศาจที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเหลือเกิน..

“สนุกมากมั้ย....เวลาที่..แกทำร้ายคนอื่น...สนุกมากมั้ย...เวลา..ที่คนอื่นเจ็บปวด..ร้องขอชีวิตสิ”ไกด์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มราวกับสีเลือด...
เรนต์ที่ได้ยินดังนั้นด้วยความกลัวเขาจึงร้องขอชีวิตเพื่อหาทางรอดทันที“ดะ...ได้....ได้โปรด..อย่า..”เรนต์พูดได้เพียงเท่านั้นเขาก็หมดสิทธิ์พูดต่อ
เพราะแกรนคาลิเบอร์ได้แทงทะลุเข้าสู่ค็อกพิทของเขาพร้อมกับทะลุร่างของเขาเรียบร้อย

“ชั้นเปลี่ยนใจแล้ว คนอย่างแก..ไม่มีสิทธิ์แม้ร้องขอชีวิต.เพราะแกทำรายเธอ..โทษของแกแม้ตายก็ยังไม่สาสมหรอก!!!”ไกด์พูดขึ้นมาอย่างเย็นชา
ตูม!!!!!!!!!!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่นและแสงสีรุ้งที่เป็นประกายเป็นการปิดฉากชีวิตของเรนต์ไปด้วย

“หมอนั่น....ไม่อยากเชื่อเลย”ฟาเฟลพูดขึ้นมาลอยๆ

“ไม่ใช่...คนคนนั้นไม่ใช่ไกด์คุงที่โมโมะรู้จักค่ะ ไม่มีทางที่ไกด์คุงที่ใจดีคนนั้นจะฆ่าศัตรูแบบนี้”โมโมะรู้สึกแต่แรกแล้วว่าไกด์แปลกไป แต่ตอนนี้เธอก็มั่นใจยิ่งขึ้นและไม่อยากจะเชื่อว่าคนคนนั้นคือไกด์..
ฟิริน่าที่เห็นภาพนั้นเธอได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเศร้าเพราะเธอรู้ความหมายของการที่ไกด์กลายเป็นแบบนี้...
ไกด์ที่จัดการกับเรนต์แล้วก็กลับมารวมกลุ่มกับทุกคนอีกครั้ง

“ไกด์คุง เป็นยังไงบ้างคะ”โมโมะที่เห็นไกด์บังคับโซลน่อลเซเวียร์กลับมาก็ร้องทักขึ้น

“อา…ยังไหวอยู่น่ะโมโมะจัง…อุ่ก!!!”ไกด์ยิ้มรับไปแต่แผลที่บาดเจ็บนั้นทำให้เขาเจ็บมากอยู่เหมือนกัน แถมเลือดก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเลย
....ซึ่งท่าทีของไกด์ก็ดูปกติดี ซึ่งทำ ยกเว้นแต่อาการบาดเจ็บเท่านั้น จากการต่อสู้เมื่อครู่ยิ่งทำให้ไกด์เสียเลือดมากขึ้นไปอีก
ฟิริน่าเห็นไกด์ปลอดภัยกลับมาก็ดีใจ แต่ว่าตอนนี้เธอต้องพูดกับเชียร์ให้จบก่อน

“เชียร์คุง..ชั้น..”ฟิริน่าพยายามจะพูดกับเชียร์

“ไม่ต้องพูดอะไร ครั้งนี้ชั้นจะยอมถอยไป....ตามที่ได้ตกลงกับหมอนั่น” เชียร์พูดกับไกด์ ซึ่งไกด์ก็ไม่ได้ตอบอะไร เพราะเขาเหนื่อยจึงได้แต่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น

“พบกันคราวหน้า ชั้นก็คงต้องสู้เต็มรูปแบบกับพวกนายแน่..”เชียร์ชี้ดาบใส่ไกด์อีกครั้งก่อนจะหันหลังบินจากไป
ซู่ม!!!!!!!

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

“เอาล่ะ โมโมะเธอรับหน้าที่พาฟิริน่าจังกับไกด์คุงกลับบลูกาแลคซียก็แล้วกัน ชั้นกับเมเดอร์ลีนจะไปช่วยลูชิเฟอร์คุงกับคุณฮิคารุนะ”ฟาเฟลอกคำสั่งหลังจากที่จัดการตรงนี้เรียบร้อย แน่นอนตอนนี้สภาพของทั้งฮิสเทรี่ โรมานซ์ โครนิเคิ่ลเองก็ถือว่าสะบักสะบอมแล้ว จากการโจมตีของแอคทีลไรท์ แต่ทั้งสองยังคงพอไหวอยู่ ถึงแม้จะเหนื่อยมากแล้วก็ตาม..

“ได้ค่า”โมโมะตอบรับ พร้อมกับยื่นมือไปหาไกด์ที่กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้เธอ เพราะจริงๆตอนนี้ไกด์เป็นคนที่เจ็บหนักที่สุดและเสียเลือดไปมาก
..แต่ว่าเสียงๆหนึ่งยังคงดังขึ้นในโสตประสาทของไกด์ว่า “ฆ่าๆๆ!!!” ซึ่งทำให้เขารู้สึกอึดอัดและในที่สุด
“หยุดซะที!!!!อ๊า!!!!!!!!!! เรา..ไม่ไหวแล้ว...” ไกด์ตะโกนออกมา สติของเขาเริ่มเลือนรางลงไปทุกที...ก่อนมันจะดับวูบลง.. เป็นไปอย่างที่โรจิสสังหรณ์ใจจริงๆ!!

และโซลน่อลเซเวียร์ก็เผยตาสีแดงเข้มที่ดูน่าเกรงกลัวออกมา พร้อมกับชักอาร์คคาลิเบอร์เข้าฟันอาคาน่าโรมานซ์ทันที

-------------------------------------------------------ยังไม่จบนะ มีต่ออีก----------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 01:19:43 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #80 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 04:37:57 PM »

Episode 8 Earth Route -Fragrance Of Her- (ต่อ)

กระแสแห่งโชคชะตาที่กำลังผันผวนเริ่มพัดพาสิ่งที่ไม่คาดคิดถาโถมเข้ามายังสถานที่แห่งนี้โดยไม่มีใครคาดเดาถึงผลของมันได้เลย ในขณะที่พวกของรัตน์ถูกควบคุมตัวนั้นทางด้านของเอ็กซ์ที่หลบซ่อนอยู่ภายในป่าก็ยังคงนั่งนิ่งอย่างใจเย็นอยู่ภายใน

ค๊อทพิทของคาร์วาเลียคัสตอมอย่างใจเย็น ผิดกับมิเกลที่กำลังรู้สึกงุ่นง่านสุดขีดแม้นจะนั่งกอดอกเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์แล้วก็ตาม แต่ว่านิ้วของเขาก็ไม่สามารถจะหยุดนิ่งได้ มันขยับขึ้นลงกระทบกับต้นแขนอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งท้ายที่สุดความอดทนของ

เขาก็มาถึงขีดจำกัด

"มันนานเกินไปแล้วนะครับผู้ฝูงเอ็กซ์!!!" มิเกลโผล่งออกมาด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นกับการรอคอย

"เพิ่งผ่านไปแค่ 30 นาทีเท่านั้น ยังไม่ถึงเวลาเริ่มปฏิบัติการ"

เอ็กซ์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบขณะที่ตาทั้งสองข้างจ้องมองดูเวลาที่นับถอยหลังอยู่บนคอนโซลที่อยู่ตรงหน้าพลางนึกถึงสิ่งที่ลูคัสบอกเอาไว้ในตอนที่ประชุมวางแผน

( "ถ้าครบ 1 ชั่วโมงแล้วพวกเราไม่ติดต่อกลับมาก็ให้พวกคุณนำทีมบุกเข้าโจมตีได้ทันทีเลยนะครับ" ) 

ตัวเลขดิจิตอลบนคอนโซลค่อย ๆ นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ แต่ความลุกลนในใจของมิเกลนั้นมันแทบอยากจะให้เวลาทั้งหมดบนหน้าปัดกลายเป็นศูนย์ไปซะเดียวนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด หรือไม่ก็รีบ ๆ มีสัญญาณติดต่อกลับมาจากพวกนั้นเดี๋ยวนี้เลยจะเป็นการดีที่สุดก่อน

ที่เขาจะอกแตกตายเพราะต้องทนกับการรอคอย ขณะเดียวกันทางด้านของยานเรดกาแล็คเซียฯที่จอดอยู่ด้านนอกนั้น บรรดาผู้คนในยานก็กำลังระแวดระวังและตื่นตัวกันอย่างที่สุดเพื่อให้พร้อมกับสถาการณ์เลวร้ายที่อย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

โดโรธีเพ่งสมาธิทั้งหมดอยู่กับจอเรดาร์สายตาของเธอกวาดมองทุกระเบียดนิ้วบนหน้าจอเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมใด ๆ หลุดรอดเข้ามาในรัศมีการตรวจจับของคาร์วาเลีย SES ไปได้ส่วนอัลบาเองก็ไม่แพ้กันเขาตั้งศูนย์เล็งพร้อมกับวางนิ้วให้พร้อมที่จะกด

ลั่นไกปืนได้ทุกเมื่อหามีศัตรูโผล่มาในระยะยิงหวังผลของเขา บรรยากาศภายในยานเริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะเมื่อเลขเวลานับถอยหลังไปทุกวินาทีแต่ดูเหมือนว่าจะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความตึงเครียดนี้เลยแม้แต่นิดเดิยว นั่นก็คือพวกเขาเหล่า

นักรบผู้มาจากดาวอันไกลโพ้นแม่ทัพหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำเงินเข้มกับรองแม่ทัพหญิงผู้มีเรือนผมสีแดงกำลังเดินมุ่งหน้ามายังสถานที่แห่งหนึ่งโดยมิได้ใส่ใจกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวแม้แต่น้อย

"พระอาการของฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง?" เซริออสเอ่ยถามสององค์รักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าสถานที่แห่งนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

"ขณะนี้ไม่ทราบได้ขอรับ ข้ารู้เพียงแค่ปฏิกิริยาพลาสสติน่าที่ไหลเวียนอย่างรุนแรงจากภายในที่ประทับและเพิ่งสงบลงไปเมื่อครู่นี้เองขอรับท่านแม่ทัพเซริออส"  แร็คน่ากล่าวรายงานพลางโค้งตัวลงเล็กน้อยพร้อม ๆ กับยกมือขวาขึ้นแตะบ่าซ้ายเพื่อแสดงความ

นอบน้อมต่อบุคคลที่อยู่เบื้องหน้า

"แต่เท่าที่สัมผัสได้ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าพลาสสติน่าขององค์ราชินีกล้าแกร่งขึ้นแล้วคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเจ้าค่ะ" ลีลี่ย์ที่โค้งอยู่ในท่าเดียวกันกล่าวเสริม เซริออสเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ด้วยความสบายใจก่อนจะตีสีหน้าจริงจังอีกครั้ง

"ที่แห่งนี้กำลังจะมีศึกมาเยือนในอีกไม่นานนี้ พวกเจ้าทั้งสองรู้ตัวดีใช่หรือไม่ว่าควรจะปฏิบัติเยี่ยงไร?"

"ขอรับ" แร็คน่ารับคำอย่างหนักแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับลึลี่ย์

"หากมีผู้ใดโจมตีเจ้าเรือเหล็กยักษ์ลำนี้ก็เท่ากับว่าพวกมันมุ่งร้ายต่อฝ่าบาท เพราะฉะนั้นจงจำกัดพวกมันอย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว"

เซเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน แววตาขึงขังและเฉียบขาดจ้องมองมายังองค์รักษ์ทั้งสองที่โค้งลงรับคำสั่งอย่างแข็งขันพร้อมกับปฏิญาณดังก้องอยู่ภายในใจว่า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตพวกเขาก็จะปกป้องที่นี่เอาไว้ให้จงได้ ขณะที่เวลายังคงนับถอยหลังไปอย่างไม่

มีหยุดพวกของรัตน์ได้ถูกพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนโกดังเก็บของขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะดัดแปลงมาจากโรงนาภายในเต็มไปด้วยลังไม้กับถังน้ำมันเก่า ๆ ที่ไม่น่าจะถูกใช้งานมานานแล้ววางเรียงรายกันอยู่เป็นจำนวนมาก รัตน์ ลูคัสและเอล ทั้งสามถูกจับ

ใส่กุญมือแล้วจับไปคล้องไว้กับโซ่ที่พาดลงมาจากขื่อด้านบนสภาพพวกเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับกระสอบทรายที่มีไว้ให้นักมวยซ้อมเล่น ส่วนพวกผู้หญิงนั้นถูกจับเอามือไพล่หลังและใส่กุญแจมือไว้เช่นกันยกเว้นแต่ฟาลินเท่านั้นที่ยังคงถูกทหารคนเดิมล็อคคอ

และใช้ปืนจ่อหัวเอาไว้

"ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ที่เคยได้รับสมญานาม 'มังกรตื่น' อันเลื่องลือจะมีวันตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ด้วย"
 
โฮมส์ที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนลังไม้เก่า ๆ ไม่ห่างจากพวกที่ถูกแขวนเอาไว้มากส่งสายตาเย้ยหยันพลางพ่นควันบุหรี่อมไว้จนชุ่มปอดออกมาภายในห้องนี้รายล้อมไปด้วยทหารของกองกำลังต่อต้านที่คอยเฝ้าระวังกันหลายสิบคนทุกคนต่างมีอาวุธอยู่ในมือกันครบถ้วน

เป็นสถานการณ์ที่คงจะเรียกได้เต็มปากว่า 'เข้าตาจน'

"ว่าไงครับคุณกัปตันเริ่มมีความคิดที่ให้ความรวมมือกับผมขึ้นมาบ้างหรือยังครับ?"

ผู้นำของฝ่ายศัตรูชำเลืองมองมายังแบตที่กำลังแสดงความโกรธแค้นอย่างสุดขีดออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด พวกของโฮมส์พากันซ้อม เอล ลูคัส และรัตน์ต่อหน้าต่อตาของเธอเพื่อบีบบังคับให้ยอมร่วมมือ แต่ถึงจะถูกซ้อมไปเท่าไหร่พวกลูคัสก็ไม่ยอมปริ

ปากขอร้องให้แบตยอมแพ้เลยแม้แต่ซักนิดเดียว

"ป๊ะป๋า!!! อย่าทำป๊ะป๋าของฟาลินนะ!!!!"

"เงียบนะ!!!!"

ฟาลินพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการจับกุมแต่ก็ต้องแข็งทื่อไปอีกเมื่อถูกตะคอกใส่ ส่วนเอลที่มองดูอยู่นั้นก็ได้แต่พยายามสงบอารมณ์อันเกรี้ยวกราดที่อัดแน่นอยู่ภายในใจลง เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรกับการถูกชายฉกรรจ์หลายคนรุมทำร้ายแต่ที่เขาเจ็บใจ

ที่ยังมองหาหนทางช่วยฟาลินออกมาไม่ได้มากกว่า ลูคัสพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อสะกดความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างพลางเอ่ยถามขึ้น

"ทำไมคุณถึงอยากจะได้ยานของพวกเรานัก?....."

"ก็ถ้าได้ยานของพวกคุณมาล่ะก็ การถล่มบอนล์มันก็เป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเสียอีกน่ะสิ" โฮมส์ตอบพลางยกบุหรี่ในมือขึ้นมาสูบและพ่นควันขโมงออกมาด้วยสีหน้าสบายอารมณ์แต่แบตเทิลกับรู้สึกหงุดหงิดจนทนอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

"ละเมอเพ้อพกอะไรอยู่ยะ!!? คิดหรือว่าแค่ยานลำเดียวมันจะไปเอาชนะบอนล์ที่มีกำลังมากกว่าได้น่ะ!!"

"แต่จากข้อมูลที่ผมได้มาไม่เห็นมันจะเป็นอย่างที่คุณว่าเลยนี่นา ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงทำไมกองกำลังเล็ก ๆ อย่างพวกคุณถึงยังยืนหยัดมาได้ถึงตอนนี้ล่ะครับ แสดงว่าประสิทธิภาพของยานรบและหุ่นยนต์ของพวกคุณนั้นก้าวล้ำกว่าพวกเราไปแล้วแม้จะไม่มากก็

ตามและผมก็เป็นพวกที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยเตรียมแผนการรับมือมาอย่างดี" 

"ถ้าแผนขอความร่วมมือล้มเหลวคุณก็จะใช้พวกเราเป็นบันไดเพื่อเข้าไปมีอำนาจในกองบัญชาการใหญ่สินะครับ"  ลูคัสพูดแทรกขึ้น

"สมเป็นมังกรตื่นกุนซือผู้เลื่องชื่อแต่ถ้าไม่ตกอยู่ในสภาพนี้ก็คงจะดูเท่ห์ไม่น้อยเลยนะครับ การจับกุมคนทรยศอย่างคุณพร้อมกับการยึดยานและหุ่นรบทั้งหมดของเอลฮังค์ได้ในคราเดียวนั้นเป็นผลงานที่เยี่ยมยอดขนาดไหนไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวก็คงเข้าใจกัน

โดยง่ายนะครับ"

"ไอ้สารเลวเอ๊ย!!!" แบตสบถออกมาด้วยความโกรธแค้นส่วนรัตน์ได้แต่มองส่งสายตาไปยังโฮมส์อย่างเย็นชาก่อนจะโดนกำปั้นของนายทหารคนหนึ่งกระแทกเข้าที่แก้มจนหน้าหันไปตามแรงชก

"ผมจะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกันนะครับคุณกัปตันคนสวย ว่าแต่ว่าคุณนี่ใจแข็งจริง ๆ นะเห็นพรรคพวกถูกทำร้ายขนาดนี้แล้วยังทนเฉยได้อยู่อีกบอกตามตรงผมชักจะสนใจคุณขึ้นมานิด ๆ แล้วสิ"  โฮมส์กล่าวพลางเดินไปหาแบตและยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ

"ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะครับถ้าเปลี่ยนใจยอมร่วมมือกับผมเพื่อน ๆ ของพวกคุณก็จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้..."

เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่แล้วเขาต้องพบกับสิ่งที่ไม่คาดฝันเมื่อแบตที่จ้องตาเขาด้วยความโกรธถมน้ำลายเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็ม ๆ พร้อมกับคำพูดสุดจะไม่รื่นหู

"ไปตายซะ ไอ้สารเลว!!!"

เพี๊ยะ!!!!!  เสียงฝ่ามือกระทบกับแก้มดังก้องในความเงียบสงัดร่างของแบตล้มลงไปซบกับพื้นตามแรงตบของโฮมส์ที่หวดหลังมือไปที่แก้มด้านซ้ายของเธออย่างเต็มแรงด้วยความโกรธ

"หนอย!! นังนี่ ใจดีด้วยนิดหน่อยเอาใหญ่เลยนะ!! ได้!! งั้นมาลองดูสิว่าจะแน่ซักแค่ไหน!!!?"

โฮมส์เปล่งคำพูดออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดปราศจากความสุขุมเยือกเย็นดังก่อนหน้านี้ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเขาใช้มือจิกผมของแบตแล้วดึงขึ้นมาอย่างไร้ปราณี ลูคัสที่เห็นดังนั้นพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพันธนาการ

"คิดจะทำอะไรน่ะ!!? หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!"

เขาตะโกนออกไปอย่างร้อนรนโดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงว่าทนอยู่เฉยไม่ได้ และความรู้สึกโกรธแค้นที่มากมายได้ขนาดนี้ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร ตอนนี้ตัวเขาเองไม่สามารถให้คำตอบได้แต่ที่มั่นใจทนเห็นแบตถูกทำร้ายต่อนหน้าต่อตาไม่ได้ แต่ไม่ทัน

จะได้ทำอะไรกำปั้นลุ่น ๆ ของชายฉกรรจ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาก็กระแทกเข้าลิ้นปี่เต็ม ๆ ลูคัสจุกจนพูดอะไรไม่ออกเสี้ยววินาทีต่อมาเขาก็รู้สึกถึงของแข็ง ๆ กระแทกเข้าที่บริเวณหางคิ้วด้านขวา แรงกระแทกทำให้แว่นของเขากระเด็นหลุดออกไปทหารคนนั้นใช้ด้ามปืน

พกตบใส่ลูคัสอย่างแรงจนเกิดบาดแผลขึ้นบริเวณนั้นเลือดสีแดงสดเริ่มไหลออกจากปากแผลพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มล่องลอย

"พวกแก!! พานังพวกนี้ไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเลย!! ส่วนไอ้พวกที่แขวนอยู่ที่นี่ซ้อมมันเข้าไปดูสิว่าพวกมันจะกระดูกแข็งกันซักแค่ไหน!!!?"

โฮมส์ที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้ากระชากตัวแบตให้ยืนขึ้นก่อนจะลากตัวไปที่ประตูทางออกอย่างทุลักทุเลส่วนทหารที่อยู่รอบ ๆ ห้องก็เริ่มกรูเข้ามาหาพวกสาว ๆ ที่เหลือทันที

"ปล่อยนะไอ้พวกบ้า!! จับตรงไหนของพวกแกเนี้ย!!!? ปล่อยนะ!! ปล่อย!!!"

รูบี้พยายามดิ้นรนแต่ในสภาพที่มือถูกไพล่หลังติดกุญแจมือแบบนี้ทำให้การดิ้นรนไร้ผลแถมพวกผู้ชายพวกนี้ก็แข็งแรงกว่ามากเธอจึงถูกหิ้วตัวอย่างง่ายดาย

"ไม่นะ!!! รัตน์คุงช่วยด้วย!!!!!! รัตน์คุง!!!!" 

ซาโยะพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากรัตน์แต่ผู้ที่เธอขอให้ช่วยนั้นอยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองก็ยังไม่ได้ แถมเธอยังเป็นประเภทแรงน้อยสู้รบตบมือกับใครไม่เป็นจึงทำให้ถูกพาตัวไปอย่างง่ายดายเช่นกัน ทางด้านของฟาลินนั้นพอถูกตะคอกก็แข็งทื่อไปแล้วดัง

นั้นจึงถูกหิ้วออกไปไม่ต่างกับตุ๊กตา

"ฟาลิน!!!"

เอลตะโกนด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นพลางเริ่มดึงโซ่โดยไม่สนใจพวกที่รุมอัดเขาแม้แต่นิดเดียว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อฉุกคิดได้ว่าถ้าเกิดเขากระชากมันขาดตอนนี้ฟาลินและคนอื่น ๆ อาจมีอันตรายได้ลงท้ายเอลก็ต้องหยุดการกระทำเอาไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะเหมาะสม

กว่านี้ ส่วนรัตน์แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกไปในตอนที่ได้ยินเสียงร้องของความช่วยเหลือนั้น แต่มือทั้งสองของเขาก็กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะฝังลงไปในเนื้อเลยดีเดียวแม้จะถูกชกรัตน์ก็ไม่สงเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว ดวงตาสีม่วงนั้นยังคงจ้องมองไปที่ทหารที่

กำลังชกเขาอย่างสนุกมือด้วยเย็นชา แต่ในขณะที่โฮมส์กำลังจะเปิดประตูออกไปนั้น

"ขออนุญาตรายงานครับ!!!" นายทหารผู้หนึ่งก็ชิงเปิดประตูออกก่อนพร้อมกับตะเบ๊ะให้กับผู้นำของตนเอง

"มีอะไร!!?"

"คือว่าเราจับกุมบุคคลต้องสงสัยมาได้ครับ!!" 

ทหารคนนั้นกล่าวรายงานพลางเขยิบออกจากจุดที่ยืนอยู่เล็กน้อยเพื่อให้โฮมส์ได้มองดูบุคคลที่เขาจับกุมตัวมาได้อย่างถนัดตาขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูเค้าหน้าแล้วอายุอานามน่าจะราว ๆ ยี่สิบต้น ๆ แต่ผมบนศีรษะเขากลับดูเป็นขัดแย้งกับใบหน้าเพราะมันดูเป็นสี

ขาวถ้าไม่สังเกตดี ๆ จะไม่เห็นว่าที่จริงแล้วเส้นผมของเขามีสีเงิน การแต่งกายของเขาก็ดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยชุดที่ดูคล้ายกับพวกขุนนางชั้นสูงในสมัยยุโรปกลางแต่ด้วยชุดผ้าที่คลุมทับกันสองถึงสามชั้นจึงดูแปลกตาชนิดที่เรียกได้ว่าหลุดมาจากโรงละครที่ไหนก็

ไม่รู้เลยทีเดียว โฮมส์พินิจดูชายหนุ่มผมเงินที่กำลังยกทั้งสองไว้ในระดับเดียวกับศีรษะเพราะถูกปืนกลจากนายทหารสองคนที่อยู่ด้านหลังเขาจ่ออยู่ ไล่ลงมาตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่ก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก

"เอามันไปขังรวมกับพวกนั้น สอบปากคำมันว่ามันเป็นใคร? ถ้ามันยึกยักฆ่ามันได้เลย"

"รับทราบ!! เอ้าเข้าไป!!"

เมื่อออกคำสั่งเสร็จโฮมส์ก็ลากตัวแบตไปอย่างไม่สนใจอะไรกับคนที่ถูกจับกุมมาได้แม้แต่นิดเดียว แต่ในระหว่างที่เดินสวนกันนั้นสายตาของชายหนุ่มผมเงินก็แลมองไปที่หญิงสาวแต่ละคนที่เดินผ่านตัวเขาไปราวกับว่าพวกเธอมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ ทหาร

สามคนควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยเข้ามาใกล้ ๆ กับพวกรัตน์

"รู้สึกว่าจะมีสหายร่วมชะตากรรมเดียวกับข้าอยู่หลายคนนะ"

ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่แสดงถึงความรู้สึกเคร่งเครียดหรือหวาดกลัวตรงกันข้ามกลับแสดงให้เห็นราวกับว่าเขากำลังเล่นสนุกอยู่รัตน์จ้องมองไปยังชายผู้นี้และเขาเองก็จ้องมองมาที่ดวงตาของรัตน์เช่นกัน  ดวงตาสีน้ำตาลที่ดูสงบนิ่งของชายหนุ่มคนนี้ค่อย ๆ

มองดูพินิจไล่ตั้งแต่รัตน์ ลูคัส และเอล ตามลำดับ

"เฮ้ย!! ใครให้พวกแกคุ...!!!!!!!!!!!!" 

นายทหารคนผู้ทำหน้าที่ควบคุมตัวชายผู้นี้มาเริ่มขึ้นเสียงพลางยื่นมือออกมาเพื่อจะจับไหล่ของเขาแต่แล้วทั้งคำพูดและการเคลื่อนไหวของนายทหารคนนี้ก็หยุดชะงักไปท่าทีเขาดูทรมานราวกับขาดอากาศหายในกล้ามเนื้อทุกจุดแข็งเกร็งราวกับเป็นตะคริวจะส่ง

เสียงร้องหรือดิ้นรนก็ไม่อาจทำได้เลย เสี้ยววินาทีที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็พาให้ทหารที่เหลืออยู่ทั้งหมดในห้องนี้ราวหกคนกรูเข้ามาเพื่อดูอาการของพรรคพวก แต่ในอึดใจต่อมาทหารทุกคนในห้องนี้ก็ตกอยู่ในอาการเดียวกันหมด

"ข้ามีธุระต้องคุยกับบุคคลเหล่านี้ต้องขอให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกรุณาอยู่นิ่ง ๆ กันซักครู่"

ชายหนุ่มกล่าวพลางหันไปยิ้มเล็ก ๆ ให้กับทหารที่ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นอยู่ข้าง ๆ ตัวก่อนจะมองกลับไปที่พวกของรัตน์ ลูคัสรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวแต่เมื่อฉุกคิดขึ้นได้เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่สิ่งทีต้องแปลกใจ

"คุณคือชาวโอเรนทัลสินะครับ?" ลูคัสเอ่ยถามขึ้นพลางจ้องมองสีหน้าที่มีรอยยิ้มเล็ก ๆ แสดงอยู่ของชายผู้นั้น

"ไม่ผิดแหง ๆ แต่งตัวได้หลุดโลกขนาดนี้ คงจะเป็นแม่ทัพใหญ่ที่เหลืออยู่แน่ ๆ " เอลกล่าวเสริม

"รู้ถึงเพียงนั้นแสดงว่าสัมผัสของข้ามิได้ฟั่นเฟือน ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามคำถามพวกท่านสองข้อ ข้อแรกราชาของข้าอยู่กับพวกท่านใช่หรือไม่?"

บุรุษผมเงินจ้องมองไปที่รัตน์พลางเริ่มเอ่ยคำถามรัตน์พยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับจ้องมองไปที่ดวงตาสีน้ำตาลของผู้ตั้งคำถาม

"คำถามที่สอง พระองค์ประทับอยู่ที่นั่นในฐานะอันใด?"

"พวกเขาอยู่ที่นั่นในฐานะ สหายร่วมรบของพวกเราครับ.........."

รัตน์กล่าวออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำชายหนุ่มผู้นั้นจ้องมองดูนัยน์ตาสีม่วงของรัตน์แล้วก็พลางยิ้มอย่างเป็นมิตร ดวงตาคู่นั้นแสดงถึงความบริสุทธิ์จริงใจไม่มีความนัยซ่อนเร้นใด ๆ ทั้งสิ้น

"ถ้าพวกท่านเป็นสหายของฝ่าบาทข้าก็คงจะทนนิ่งเฉยกับเรื่องนี้มิได้เสียแล้ว"

สิ้นคำพูดนั้นทหารของโฮมส์ทุกคนในห้องนั้นก็ถูกสะบั้นเป็นชิ้น ๆ ราวกับว่ามีคมมีดที่มองไม่เห็นจำนวนมากหั่นร่างของพวกเขาอย่างว่องไวและรวดเร็วชนิดที่พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะเปล่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วจนนองพื้นส่ง

กลิ่นคาวคละคลุ้งไปหมดพร้อมกันนั้นกุญแจมือและโซ่ที่พันธนาการพวกรัตน์อยู่ก็ขาดออกจากกันในพริบตา ลูคัสจ้องมองดูบนกุญแจมือที่หล่นไปที่พื้น รอยตัดที่อยู่บนนั้นเรียบมากแสดงให้เห็นได้ชัดว่ามันถูกตัดด้วยของที่คมสูงมากแต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องใส่

ใจมากนักเพราะยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นรออยู่

"ฟาลี๊น~~~~~~~ฟาลิน!!! ลูกป๋าอยู่หนายยยยยยยยยยยยย~~~~~~~" 

เอลตะโกนลั่นพลางย่อตัวลงต่ำและออกแรงสุดกำลังขากระโดดทะลุหลังคาออกไปราวกับพายุบุแคม ส่วนลูคัสนั้นรีบเดินไปหยิบแว่นที่ตกอยู่ขึ้นมาสวมก่อนจะเดินไปหยิบอาวุธปืนจากพวกทหารที่ตายแล้วเช่นเดียวกับรัตน์ที่กำลังหยิบปืนพกของตนที่ถูกยึดขึ้นมา

เก็บเข้าซองปืนพร้อมกับเก็บอาวุธปืนพก ปืนกลมือ กระสุนสำรอง ระเบิด และมืดซึ่งเคยเป็นของพวกทหารที่กลายเป็นเศษเนื้อไปแล้วมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะพกไปได้

"อันที่จริงข้าก็อยากจะร่วมทางไปด้วยเพื่อสนับสนุนพวกท่านในการตีฝ่าออกไป แต่น่าเสียดายตัวข้านั้นมีภาระกิจสำคัญที่ต้องปฏิบัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เช่นนั้นแล้วข้าก็ขอแยกทางตรงนี้เลยก็แล้วกัน ขอให้พระแม่คุ้มครองพวกท่าน หากพวกเรามีชะตาต่อกันต้อง

ได้พบกันอีกเป็นแน่"

ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีเงินกล่าวพลางกระดิกนิ้วไปมาหลายครั้งราวกับว่ากำลังถักทอบางสิ่งบางอย่างอยู่ในอากาศ ลูคัสได้ฟังดังนั้นจึงได้ตอบกลับไปทันที

"ถ้าพวกคุณบอกว่าสำคัญทางเราก็ไม่มีสิทธิ์อะไรจะเปลี่ยนใจหรือขอร้องให้ช่วยหรอกนะครับ ถ้าอย่างนั้นเรื่องของพวกเราพวกเราจะจัดการกันเอง เอาล่ะครับ ไปช่วยพวกแบตกันเถอะครับ!"

เขากล่าวพลางถอดเช็คลูกกระสุนในซองกระสุนก่อนจะเสียบมันกลับคืนไป รัตน์ไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้ารับเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและเมื่อการเตรียมการพร้อมแล้วพวกเขาก็กำลังจะแยกไปตามทางของแต่ละคนแต่จู่ ๆ เวราโด้เรียกพวกเขาทั้งสองเอา

"ช้าก่อนท่านทั้งสองไม่ทราบว่าพวกท่านรู้จักผู้ที่มีนามว่า นายแพทย์กษิตหรือไม่?"  รัตน์กับลูคัสมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้ากันทั้งคู่

"ผมไม่ได้ยินคนชื่อนั้นเลยครับ" ลูคัสหันมาให้คำตอบกับชายผู้นั้นเพราะเกรงเขาอาจจะไม่เข้าใจอวจนะภาษาของโลกนี้ เมื่อได้รับคำตอบแล้วบุรุษผมเงินก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาได้แต่ยื่นมือมาหาพวกรัตน์ราวกับว่าจะส่งมอบอะไรให้แต่บนฝ่ามือของเขานั้น

มันมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

"พวกท่านจะไปช่วยสตรีเหล่านั้นสินะนี่คือความช่วยเหลืออีกอย่างหนึ่งที่ข้าพอจะช่วยได้รับไปสิ" รัตน์กับลูคัสจ้องมองของที่อยู่บนมือของชายหนุ่มแต่ว่ามันก็ยังคงมีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น

"โอ๊ะ ขออภัยพวกท่านคงมองไม่เห็นมันสินะถ้าเช่นนั้น...."

สิ้นคำพูดของเขาบางสิ่งบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมา บนมือของชายผู้นั้นมีเส้นบาง ๆ คล้ายกับลวดโลหะจำนวนสี่เส้นส่องแสงเรือง ๆ อยู่เล็กน้อย

"นี่คือเส้นใยโลหะที่ข้าแปะติดเอาไว้เอาไว้บนร่างของพวกนางตอนที่เดินสวนกันเมื่อครู่นี้ถ้าตามใยโลหะของข้าไปจนสุดปลายทางพวกท่านจะพบกับพวกนางแน่นอน" ลูคัสกับรัตน์รับใยโลหะพวกนั้นมาคนละสองเส้นและชายผู้นั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างช้า ๆ

"ขอบคุณมากครับ.....เอ่อคุณ........" ลูคัสอยากจะเอ่ยชื่อของเขาแต่ก็ต้องชะงักเพราะไม่รู้นามของชายผู้นี้

"นามของข้าคือ เวราโด้ บิสมาส ขอให้พวกท่านประสบชัยชนะในการสู้รบครั้งนี้"

ขณะเดียวกันนั้นเอลที่กระโดดออกทางหลังคาไปนั้น นำพาร่างตนเองมุ่งไปด้วยสัญชาติญาณความเป็นพ่อ เขาไล่ตามฟาลินที่ถูกกุมตัวแยกไปอย่างว่องไว กำลังจากร่างกายทั้งหมดนำร่างนั้นมุ่งไปยังเป้าหมาย พุ่งทะยานไปตามหลังคากับยอดไม้ไปข้างหน้าอย่าง

รวดเร็ว ไม่ถึงอึดใจสัตว์ร้ายผู้เป็นพ่อก็ไล่ตามกลุ่มที่จับตัวฟาลินมาจนทัน ในกลุ่มนั้นประกอบด้วยทหารจำนวนสี่นายหนึ่งในนั้นคือคนที่กำลังล็อคตัวฟา ลินที่กำลังแข็งทื่อด้วยความสั่นกลัวเอาไว้

เอลที่ได้เห็นภาพนั้นจะ ๆ ตาอีกครั้งทำให้ความโกรธที่มีอยู่นั้นยิ่งโหมหนักเขากัดฟันแน่นด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดเขี้ยวอันแหลมคมนั้นขบกันแน่นและมีกินคาวคละคลุ้งออกจากช่องปากที่ขบจนเลือดสีแดงฉานใหลหลั่ง เล็บที่แหลมคมและโค้งงองอกทะลุออกมา

จากจาปลายเล็บ กล้ามเนื้อทั่วร่างขยายตัวเกรงขเม็งขึ้นอีกทำให้ร่างกายที่ดูกำยำอยู่แล้วนั้นยิ่งน่าพรั่นพรึงทรงพลังมาขึ้นไปอีก และเสียงคำรามราวกับอสูรกายก็ดังกึกก้องขึ้น

"เสียงอะไร!!?"

เมื่อได้ยินเสียงคำรามราวกับเดรฉานที่ดังกึกก้อง เหล่าทหารทุกคนที่อยู่ในที่มั่นแห่งนี้ก็ถึงกับหยุดชะงัก โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังพาตัวฟาลินไปทหารทุกคนถึงขั้นเลิกลั่กไปหมดเพราะสายตาของทุกคนพลางกวาดมองหาต้นเสียงและเมื่อ แหงนหน้ามองขึ้นไปบน

หลังคาบ้านที่อยู่ไม่ไกลนั้น

"....เฮ้ย!!! บนนั้น!!!!!!" 

ทหารผู้คนหนึ่งในกลุ่มตะโกนขึ้นเมื่อได้เห็นเงาร่างที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์จนเป็นเงาดำทมึน เสี้ยววินาทีนั้นเงาร่างอันน่าพรั่นพรึงนั้นก็พุ่งเข้าหา "เหยื่อ" ตัวแรก

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นอย่างโหยหวนเอลใช้กรงเล็บนั้นตะปบเข้าเต็มใบหน้าของทหารนายหนึ่งที่อยู่ใกล้กับบ้านหลังนั้นมากที่สุด
เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นออกมาจากบาดแผลที่เป็นทางยาวลากผ่านตา จมูก และปากเป็นแผลลึกก่อนจะแทงมือล้วงเข้่าไปบริเวณช่องท้องและกระชากเอาเครื่องในสด ๆ ออกมาอย่างเหี้ยมโหดภาพแห่งฝันร้ายนั้นทำให้ทุกอย่างดุจหยุดนิ่งร่างของสัตว์ร้ายหัน

กลับมามองพวกมันอย่างช้าๆด้วยนัยตาสีทองคำมองจ้องไปยังเหล่าเหยื่อของ "มัน"

ร่างที่ฉโลมไปด้วยเลือดกลิ่นคาวคละคลุ้งและสาบสางเหม็นขึ้นจมูก เขี้ยวที่แหลมคมที่สามารถฉีกร่างมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย ช่องปากที่มีไอใหลออกมาตลอดเวลา การเคลื่อนร่างที่โค้มตัวดุจสัตว์สีขาเล็บที่แข็งใหญ่โตและหยาบกร้านดุจตะไบขนาดยักษ์ สิ่งที่

ปรากฎต่อหน้าเหล่าผู้พบเห็นเจ้าสิ่งนี้ในสายตาของผู้พบเจอ "มัน" ไม่ใช่ "คน" อย่างแน่นอน

"นี่มันตัวบ้าอะไรวะ!!!!!?"

"ไม่ต้องสนใจ!!!!!!  ยะ....ยิงมัน!!!!!!!" 

นายทหารที่เหลือพากันแตกตื่นเมื่อเห็นสภาพศพของเพื่อนที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดในพริบตา ปากระบอกปืนทุกกระบอกเล็งเป้าไปที่เอล
โดยที่มิได้นัดหมายในความตื่นตระหนกนั้นเองนายทหารผู้ทำหน้าที่ควบคุมตัวฟาลินก็เผลอปล่อยมือจากเธอไปโดยมิได้ตั้งใจเพราะต้องการใช้มือทั้งสองข้างจับปืนให้มั่นคงจึงเป็นเหตุให้ฟาลินถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ

ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!! ปัง!!!!!!

ทหารอีกสามนายที่เหลือเหนี่ยวไกปืนอย่างไม่คิดชีวิต เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนพื้นที่บริเวณนั้นฟุ้งกระจายไปด้วยฝุ่นดินแต่กระสุนทุกนัดพลาดเป้าทั้งหมด "มัน" นั้นได้ก้มหมอบลงต่ำพุ่งร่างหลบวิถีกระสุนออกไปราวกับสัตว์สี่เท้าก่อนจะพุ่งตะปบมือขวาของ

นายคนหนึ่งฉีกขาดกระเด็นไปพร้อมกับปืนที่ถืออยู่ พร้อม ๆ กับทะลวงเล็บที่สากและหยาบเข้าที่ใบหน้าด้วยแรงอัดมหาศาลทะลุกะโหลกบริเวณส่วนหลังเลือดสด ๆ และมัน สมองกระเด็นไปเปรอะหน้าทหารอีกนายหนึ่งที่ยื่นอยู่ใกล้ ๆ เอลคำรามในคอเปิดรอมฝีปาก

เฝยให้เห็นคมเขี้ยวที่แหลมคมที่ไม่ควรมีในมนุษย์พลางจ้องมองมาที่นายทหารคนนั้นด้วย แววตาของสัตว์ป่าที่กำลังคลั่งแค้น

"ยะ....อย่าเข้ามา....อย่าเข้ามาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!! อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!!

เขาส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว พลางลั่นพลางลั่นไกปืนอย่างเสียสติก่อนจะถูกเอลพุ่งร่างตะบบกดลงไปกับพื้นเสียจนพื้นซีเมนต์ั้นแตกร้าวและบุดลงไปเกือบถึงผิวดินชั้นล่าง ร่างของผู้โชคร้ายนั้นถูกฉีกกระชากอย่างทารุนด้วยเรียวแรงมหาศาล กรงเล็บที่เจาะทะลุ

เนื้อทั้งที่เหยื่อยังดิ้นอยู่ คมเขี้ยวที่กัดและบดเสียจนกระโหลกแตกเป็นเสียน่าสะพรึงดุจฝันนร้าย

"อะ.......ไอ้สัตว์ประหลาด!!!!!!!!!" 

ผู้เหลือรอดคนสุดท้ายเล็งปืนไปที่เอลพร้อมกดลั่นไกแต่ทว่าไม่สามารถจะยิงได้เพราะเขาได้ยิงจนกระสุนหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว  เอลค่อยเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างช้า ๆ พลางเผยคมเขี้ยวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด ๆ สีแดงฉาน

"ยะ....อย่าทำอะไรชั้นเลย!!!!....วะ.....ไว้ชีวิตฉันเถอะ!!!!!! ฉะ...ฉันขอโทษแกก็ได้!!!!"

เขาพยายามร้องขอชีวิตด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก เป้ากางเกงของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำปัสสวะที่ไหลรินออกมา

"..แก..ทำ..ร้าย...ฟา..ลิน.......แก..ทำร้าย..ลูกฉัน......."

เอลกล่าวด้วยน้ำเสียงฟังดูไม่เหมือนกับเสียงของเขายามปกติ เสียงในตอนนี้ฟังดูแหบแห้งราวกับสัตว์ป่าที่เปล่งเสียงออกมาเป็นภาษาคน 
นายทหารที่เคยควบคุมตัวฟาลินเอาไว้สูญเสียสภาพของชายฉกรรจ์ผู้เหี้ยมโหดไปจนหมดสิ้นบัดนี้เขามีสภาพไม่ต่างกับวัวแก่ที่กำลังจะถูก สิงโตผู้หิวกระหายจับฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงร้องอย่างโหยหวนก่อนจะสิ้นชีพของเขาดังก้องไปไกลจนไม่อาจประเมินได้ เอลฝังกรงเล็บและลงไปที่ร่างของเขาพร้อมกับลงคม
 เขี้ยวสังหารไปที่ต้นคอของเหยื่อและกัดฉีกเนื้อบริเวณนั้นออกมาอย่างไร้ซึ่งความปราณี งุ้มมือที่ฝังลงไปด้วยความเคียดแค้นนั้บ่นกระดูกจนแตกร้าว ร่างที่ดิ้นทุรนทุรายนั้นค่อยๆนิ้งและสงบลง นำมาซึ่งบรรยากาศความนิ่งสงบอีกครา
 
หลังจากจัดการผู้ที่ย้ำยีลูกสาวของตนได้หมดแล้วร่างกายของเอลก็กลับคืนมาเป็นดังเดิมแม้นเลือดสด ๆ ก็ยังคงติดอยู่ที่ปากและมือทั้งสองข้างของเขาจนดูราวกับกำลังสวมถุงมือสีแดงสดอยู่ก็ตามที แต่เอลก็มิได้สนใจใยดีอะไรกับมันเลยเขาตรงเข้าโอบกอดฟา

ลินด้วยความเป็นห่วงพร้อม ๆ กับเริ่มปลอบประโลมให้เธอคลายความหวาดกลัว

"โอ๋ ๆ ไม่เป็นไรจ๊ะฟาลิน  ป๊ะป๋าอยู่ที่นี่แล้วจ๊ะ "

น้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับไออุ่นจากอกที่แสนกำยำของเขานั้นช่วยเรียกให้สติของฟาลินกลับคืนมา เธอเริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ จ้องมองดูหน้าของผู้ที่กำลังโอบกอดเธออยู่ด้วยรอยยิ้มอันแสนจะอบอุ่นและอ่อนโยน

" ฮึก...ฮึก....ป๊ะป๋า !!!! " 

ฟาลินโผเข้ากอดเอลทันทีแล้วปล่อยโฮออกมาแบบสุดจะอดกลั้น มือที่เปื้อนเลือดถูกยกขึ้นลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นของมือที่ทั้งใหญ่และแข็งแรงนั้นค่อย ๆ ปัดเป่าความกังวลและความหวาดกลัวในใจของเด็กน้อยให้ลดลงไปที่ละน้อย แม้นบัดนี้เลือดสี

ชาดจะเปื้อนผมสีทองเธอไปหมดแล้วแต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่น้อย

" ฮึก  ฮึก  ฟาลิน...ฟาลิน...กลัว..กลัว...พวกพี่ชายพวกนั้น...จะทำอะไรกับฟาลินก็ไม่รู้...ฮึก...ฮึก...ฮือ ๆ  "

" ไม่ต้องห่วงจ๊ะ...ปะป๊าจัดการกับพวกนิสัยไม่ดีที่รังแกฟาลินไปหมดแล้วนะ ! "

" ฮึก..ฮึก...ป๊ะป๋า !!!!! แง้~~~~~~~~ "

(มีต่อ)
บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #81 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 04:40:01 PM »

Episode 8 Earth Route -Fragrance Of Her- (ต่อ)

เธอปล่อยโฮออกมาอีกครั้งและโผกอดเอลอย่างสุดแรง ดูเหมือนว่าสถานการณ์เลวร้ายจะเริ่มคลี่คลายลงไปบ้างแล้วแต่ในความเป็นจริงมันกลับเป็นแค่การโหมโรงเพียงเท่านั้นเพราะทางด้านของรัตน์กับลูคัสกำลังจะเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันที่สุด

แสนจะยากลำบาก ใยโลหะเส้นบาง ๆ ทอดยาวไปตามพื้นและแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางทั้งสองจึงแยกไปตามทางที่ใยโลหะที่ตนเองถืออยู่ รัตน์ค่อย ๆ ตามเส้นใยโลหะในมือตนเองไปอย่างระมัดระวังตัวจากการถูกพบระหว่างทางไม่นานนักเขาก็มาถึงจุดที่

ใยโลหะเส้นแรกทอดยาวเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านไม้ธรรมดา ๆ ที่ไม่ใหญ่มากซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นเรือนพักของพวกทหารในฐานที่มั่นแห่งนี้

"ไม่นะ!!!!! อย่า!!!!! รัตน์คุง!!!! ช่วยด้วย!!!! รัตน์คุง!!!!" 

เสียงที่ดังออกมาจากบ้านหลังนั้นคือเสียงของซาโยะไม่ผิดแน่ เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบตรวจสอบรอบตัวโดยไว เมื่อเห็นว่าปลอดคนแน่แล้วก็รีบประชิดหน้าต่างของตัวบ้านพร้อมกับแอบมองดูสภาพภายใน สิ่งที่ปรากฏกับสายตาก็คือ ภาพของซาโยะที่กำลังถูกห้อม

ล้อมด้วยเหล่าชายหนุ่มกลัดมันจำนวนเกือบสิบคนที่กำลังพยายามจะทำมิดีมิร้ายเธออยู่ สาวน้อยพยายามเขยิบตัวหนีมาจนหลังชนผนังตรงหน้าต่างที่รัตน์หลบซ่อนอยู่ด้วยความหวาดกลัวในสภาพที่เสื้อผ้าขาดหวิ่น กระโปรงก็เลิกขึ้นสูงจนแทบจะเห็นชั้นใน ซาโยะ

ไม่สามารถฝืนแรงกระตุ้นภายในจิตใจของเธอได้ ไม่อาจหักห้ามตัวเองไม่ให้เรียกชื่อเขาออกมาได้เธอหลับตาลงเพราะไม่อยากมองเห็นภาพความจริงที่อยู่ตรงหน้าและเมื่อดวงตาของเธออยู่ในความมืดมิดนั้นเธอสิ่งเดียวที่เธอมองเห็นในมโนภาพนั่นก็คือใบหน้า

ของเขาคนนั้น

"ระ......รัตน์คุง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!" 

สาวน้อยกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เธอตะโกนเรียกชื่อของเด็กหนุ่มผู้ที่เคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องเธอด้วยความหวังว่าเขาจะปรากฏตัวออกมาราวกับเจ้าชายขี่ม้าขาว แม้นจะเข้าใจดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้แต่ทว่าในตอนนั้นเองก็มีอะไรบางอย่างหล่นปุ ลงมากลางวง

นั้น

"อ๊าก!!!!!!"

"อะไรกันวะเนี้ย!!!!?"

"ระ... ระเบิดเแสง!!!!!!!!!"

รัตน์หยิบเอาระเบิดแสงที่พกติดตัวมาด้วยโยนเข้าไปทางหน้าต่างทันทีเมื่อเหล่าทหารเริ่มแตกเริ่มแตกตื่น เขาก็ลุกขึ้นยืนและสาดปืนกลเข้าไปโดยไม่รีรอ

ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!!ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!! ปัง!!!!!!!!

เมื่อเสียงปืนสงบลงทหารทุกนายในบ้านหลังนั้นก็สภาพเป็นศพนอนเกลื่อนเนื่องจากถูกกระสุนเจาะจนพรุนทั่วร่าง มีเพียงซาโยะคนเดียวเท่านั้นที่ปลอดภัยไร้รอยแผลรัตน์กระโดดข้ามหน้าต่างมาหาซาโยะที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขารีบช่วยเธอโดยการ

ปลดกุญแจมือออกด้วยกุญแจที่เก็บมาจากศพของพวกทหารที่ถูกเวราโด้จัดการสับเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะเริ่มเรียกสติของเธอกลับคืนมา

"ซาโยะ...ซาโยะ!! เป็นอะไรหรือเปล่า?"

รัตน์เขย่าตัวเธอเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้น เสียงของเด็กหนุ่มค่อย ๆ แล่นผ่านโสตประสาทการรับฟังของสาวน้อยเริ่มจากเหมือนดังอยู่ที่ไกล ๆ ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นดังอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง ซาโยะค่อย ๆ แย้มเปลือกตาขึ้นอย่างช้า ๆ และภาพแรกที่

ปรากฏตรงหน้าเธอก็คือเขานั่นเอง

"รัตน์คุง!!!  รัตน์คุง!!!  รัตน์คุง!!!!!!"

เมื่อได้เห็นหน้าเขาความหวาดกลัวและความกังวลทั้งพลันมลายหลายก็หายไปหมดสิ้น น้ำใส ๆ เริ่มไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองของเธออย่างไม่อาจจะหักห้ามได้ ซาโยะโผเข้ากอดรัตน์ในทันทีโดยสนเลยว่าตัวเองนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร?

"ดีจริง ๆ โล่งอกไปทีที่เธอปลอดภัย รัตน์คุง......" เธอซบใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาไว้กับอกของรัตน์ ส่วนเด็กหนุ่มนั้นไม่แสดงท่าทีอะไรมากนัก เขาเบือนสายตาหลบอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ฉันก็ดีใจเหมือนกันที่มาทัน.....แต่ก่อนที่เธอจะโล่งอก ช่วยทำอะไรกับอกโล่ง ๆ นั่นทีได้ไหม?......."

รัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบขณะที่หันหน้าหลบไปทางอื่น และด้วยคำพูดนั้นก็ทำให้ซาโยะรู้สึกตัวเสียทีว่าก่อนหน้านี้เสื้อของเธอถูกดึงขาดออกไปทำให้เนินอกของเธอเผยออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อรับรู้ถึงสภาพของตัวเองในตอนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วความ

อายก็พุ่งเข้าจู่โจมอย่างไม่ให้ตั้งตัว เมื่อพินิจถึงตัวเองที่อยู่ในสภาพที่ที่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยนักกำลังกอดและซบอยู่กับหน้าอกของผู้ชายที่เธอแอบชอบ คิดได้ดังนี้หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกใบหน้าของซาโยะแดงกล่ำเป็นตำลึงสุกขึ้นมา

ทันตา

"เอ่อ.....คือว่า.........รัตน์คุง....ที่จริงแล้ว.......ฉันน่ะ............."

แต่ในระหว่างที่ซาโยะกำลังเอ่ยเบา ๆ แบบตะกุกตะกักรัตน์ก็โถมน้ำหนักตัวทั้งหมดกดเธอลงนอนกับพื้นอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างของสาวน้อยนอนราบลงไปกับพื้นอย่างง่ายดายโดยมีชายหนุ่มคร่อมเอาไว้ ใบหน้าของรัตน์เข้ามาใกล้มากกว่าทุกครั้งจนสัมผัสได้

ถึงลมหายใจของเขาเลยทีเดียว

"ดะ...เดี๋ยวก่อนรัตน์คุงฉันยังไม่ได้เตรียมใจ........."

"ชู่ว์!!! เงียบก่อน..." 

รัตน์ตีสีหน้าจริงจังพร้อมกับจ้องมองลงไปที่โซโยะด้วยดวงตาที่สงบนิ่ง เมื่อถูกดวงตานั้นจ้องมองสาวน้อยก็ไม่อาจจะขัดขืนได้ราวกับต้องมนต์สะกดเธอค่อย ๆ หลับตาลงอย่างช้า ๆ ทุกอย่างเงียบสงบลงในทันทีเหลือเพียงเสียงย่ำฝีเท้าอย่างบางเบาเท่านั้น

"หือ...ยังมีคนเหลืออยู่อีกงั้นรึ..." 

เสียงปริศนาดังขึ้นบริเวณใกล้ ๆ หน้าต่างที่รัตน์กระโดดเข้ามา เด็กหนุ่มรู้ตัวในทันทีเลยว่านั่นไม่ใช่เสียงของพรรคพวกแน่แท้ แถมจะรู้ตัวเรื่องที่พวกเขาหลบอยู่ตรงนี้อีกด้วย เด็กหนุ่มไม่รอช้าเขาผละออกจากร่างของซาโยะพลางดึงมีดซัดที่ซ่อนไว้ปาใส่เป้าหมาย

ทันที

เคร้ง!!!!

เสียงโลหะปะทะกันดังพอจะบอกให้รู้ได้ว่ามีดของรัตน์ถูกกั้นไม่ให้เข้าถึงเป้าหมาย คนผู้นั้นใช้ปืนพกในมือปัดป้องมีดซัดนั้นเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด แต่ว่าก็เป็นจังหวะที่ช่องว่างบริเวณใบหน้าและลำตัวอย่างมากเด็กหนุ่มอาศัยจังหวะนี้ชักปืนพกขึ้นมายิงใส่ทันที

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! 

เสียงปืนดังขึ้นสามนัด ร่างของเป้าหมายผงะหงายหลังล้มลงในทันทีแต่เสี้ยววินาทีที่ลั่นไกไปนั้นรัตน์ได้เห็นใบหน้าของคนผู้นั้นเต็ม ๆ และคนที่รัตน์เพิ่งจะซัลโวกระสุนเข้ากลางแสกหน้าไปนั้นก็ไม่ใช้ใครอื่น...เขาเป็นคนที่รัตน์รู้จักดี...มากส์โววาร์ดนั่นเอง

"แหมทักทายกันได้รุนแรงดีจริง ๆ คราวก่อนก็มีด คราวนี้ก็ลูกปืนหรือ? นี่ถ้าไม่มีหน้ากากล่ะก็ฉันคงตายไปแล้ว" โววาร์ดเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังคงนอนแผ่หราอยู่กับพื้นพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน

"ดูเหมือนดวงเราจะสมพงค์กันนะเนี้ย ไม่อยากจะคุยนักหรอกนะแต่ฉันน่ะมันเป็นคนดังก็เลยมีพวกจ้องเอาชีวิตอยู่เยอะเพราะงั้นฉันก็เลยต้องมีหน้ากากที่ทำจากไททาเนี่ยมแล้วก็ชุดกันกระสุนที่ทำจากใยสังเคราะห์พิเศษนี่เตรียมพร้อมไว้ไงล่ะ"

บุรุษหน้ากากอธิบายอย่างใจเย็นพลางค่อย ๆ ปัดฝุ่นที่เปรอะชุดออกโดยไม่เกรงกลัวต่อปืนกลของรัตน์ที่กำลังหันปากกระบอกเล็งมาทางเขาอยู่เลยแม้แต่น้อย

"....แก...มาทำอะไรที่นี่?......" รัตน์เอ่ยถามพลางประทับปืนให้มั่นคงขึ้นส่วนซาโยะนั้นเมื่อหลุดจากอาการฝันสลายก็รีบลุกขึ้นมาหลบอยู่ด้านหลังของรัตน์

"นั่นสินะ ถ้าบอกว่ามาเพื่อจัดการกับเอลฮังค์ล่ะแกจะว่ายังไงหือ? รัตน์ พรมอนันต์......." โววาร์ดเอ่ยพลางลดปืนลง แม้รัตน์จะสงสัยในการกระทำของโววาร์ดแต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองได้เปรียบอยู่เลยสักนิดตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

"จริง ๆ ก็อยากจะพูดแบบนั้นหรอกนะ แต่ก็น่าเสียดายที่ดันไม่ใช่ อันที่จริงแล้วฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องตอบคำถามของแก แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปิดบังเหมือนกัน เอาเป็นตอบแทนสำหรับการขัดจังหวะเวลาแสนสุขของนายกับเธอคนนั้น ฉันจะบอกให้เป็นกรณี

พิเศษก็แล้วกัน ที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อตรวจสอบเรื่องกองกำลังต่อต้านน่ะ... เออ.....ว่าแต่แฟนนายผู้หญิงผมขาวไม่ใช้รึ?"

โววาร์ดกล่าวไปเรื่อยโดยไม่สนท่าทีของรัตน์เลยแม้น้อยแต่ถึงจะเป็นแบบนั้นกลับไม่มีช่องว่างเลยแม้แต่นิดเดียว

"งั้นรึ...แล้วคิดจะทำอะไรต่อล่ะ? ขอบอกไว้ก่อนตะกี้ไม่ใช่แบบที่แกคิดแล้วก็โมโมะไม่ใช่แฟนฉัน...."

รัตน์เอ่ยถามพลางปฏิเสธเหตุการณ์ชวนคิดลึกเมื่อครู่อย่างฉับไวเล่นเอาซาโยะสลดไปเล็กน้อยแต่ก็ยังแอบพยักหน้าหงีก ๆ ตอนที่รัตน์ปฏิเสธเรื่องของโมโมะ แต่

"อืม...ก็ไม่มีอะไรมากหรอก..."

"หมายความว่าไง?" รัตน์เริ่มไม่ไว้ใจในคำตอบและท่าทีของโววาร์ด เขาเริ่มส่งแรงไปที่ปลายนิ้วชี้เพื่อให้พร้อมลั่นไกปืนได้ทุกเวลา

"ไม่เอาน่า..... นี่ไม่เกี่ยวกับแกซักหน่อยไม่ต้องมาตีหน้าเครียดแทนฉันก็ได้ จริงสิไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเรามาเล่นเกมกันซักหน่อยไหม?"

".....เกม?..." 

"ใช่แล้ว...เกม!! ถ้าได้เล่นเกมนี้กับแกฉันคิดว่ามันคงเกมที่สนุกมาก ๆ ทีเดียวล่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเกมนี้น่ะฉันเล่นมาหลายครั้งแล้วและฉันก็เป็นผู้ชนะมาตลอดด้วย ส่วนกติกาของมันก็ง่าย ๆ เหมือนกับหมากรุกใครรุกฆาตอีกฝ่ายได้ก่อนก็ถือว่าเป็นผู้ชนะ..." 

รัตน์เริ่มรู้สึกถึงสิ่งไม่ชอบมาพากลมากขึ้นทุกที สัญญชาติญาณของเขาเริ่มบอกให้รู้ถึงสิ่งชั่วร้ายที่แฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้นและคงไม่ดีแน่หากปล่อยให้การสนทนานี้ดำเนินต่อไป

"งั้นก็เกมโอเวอร์เลยแล้วกัน......" รัตน์เอ่ยพลางเหนี่ยวไกปืนแต่ทว่า.......

"ไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะ" 

สิ้นเสียงของโววาร์ด รัตน์ก็ต้องยกเลิกความคิดที่จะลั่นไกเขารีบกระโดดฉีกตัวออกมาจากการประจัญหน้าพร้อมคว้าร่างของซาโยะมาด้วยก่อนที่กระสุนห่าใหญ่จะสาดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง  ฝาบ้านทื่ทำจากไม้ถูกกระสุนเจาะจนเป็นรูพรุนนับไม่ถ้วนซักพักห่ากระสุนก็

หยุดลงพร้อมกับบางสิ่งที่พุ่งทะลวงฝาบ้านเข้ามา

".....นี่คงเป็นตัวหมากของแกสินะโววาร์ด......."

รัตน์เอ่ยขึ้นพลางจ้องมองไปยังสิ่งที่พังฝาบ้านเข้ามามันก็คือเครี่องจักรที่ใช้สำหรับไล่ล่ามนุษย์ 'สไปเดอร์คิลเลอร์' นั่นเองเพียงแต่ว่าที่อยู่ตรงหน้านี้ดูจะต่างออกไปจากที่เคยเห็นเมื่อครั้งก่อนเล็กน้อยกระเปาะมิซายส์ที่อยู่บนหลังมันนั่นเอง 

"งั้นก็ขอแนะนำให้รู้จักกับตัวหมากของฉันสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทู ถ้าให้เปรียบเทียบกับหมากรุกก็คงเป็นม้าล่ะมั้ง?"

โววาร์ดกล่าวพลางโค้งให้กับรัตน์ราวกับหัวหน้าคณะละครสัตว์ที่กำลังกล่าวแนะนำนักแสดงในคณะ สไปเดอร์คิลเลอร์ทั้งสองตัวที่อยู่ตรงหน้าขยับตัวมันขึ้นลงราวกับกำลังตอบรับเสียงปรบมือของผู้ชม รัตน์อาศัยจังหวะนี้กราดปืนกลใส่พร้อมกับพาซาโยะหนีออก

จากที่นั่นให้เร็วที่สุด แต่กระสุนที่สาดออกไปนั้นพวกสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูก็เข้ามาบังเอาไว้หมดทำให้โววาร์ดไม่มีแม้แต่รอยยับบนเสื้อ

"หึหึหึ วิ่งสิ วิ่งเข้าไป รัตน์ พรมอนันต์ เกมนี้จะได้สนุกขึ้นไปอีกไงล่ะ... หึหึหึ.."

เสียงหัวเราะอย่างเยือกเย็นดังลอดออกมาจากภายใต้หน้ากากนั้นพร้อม ๆ กับการเคลื่อนไปข้างหน้าของเครื่องจักรสังหารทั้งสอง ย้อนกลับไปทางด้านของลูคัสที่แยกตัวไปช่วงเวลาก่อนหน้าที่รัตน์จะช่วยซาโยะออกมาได้เล็กน้อยเขาตามรอยเส้นใยโลหะไปไม่

นานนักก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นบ้านหลังใหญ่และดูดีกว่าหลังอื่น ๆ เล็กน้อย โชคดีสถานที่แห่งนั้นอยู่ใกล้กว่าสถานที่ที่ซาโยะถูกพาตัวไป เมื่อเขาแอบมองมาจากที่ซ่อนตัวก็เห็นโฮมสกำลังฉุดกระชากแบตเข้าไปในนั้นเขาอยากจะวิ่งออกไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้

แต่รอบ ๆ บ้านหลังนี้มีทหารเฝ้าอยู่เต็มไปหมดลูคัสเดาเอาว่าที่นี่น่าจะเป็นที่พักส่วนตัวของโฮมส์ ถ้าบุกเข้าไปซึ่ง ๆ หน้าความเสี่ยงมันก็สูงมากแต่เวลามันก็ไม่มีแล้วนี่สิ

ขณะเดียวกันทางด้านของแบตเมื่อถูกพาตัวเขามาในบ้านเธอถูกพลักล้มลงกับพื้นไม้ก่อนจะถูกโฮมส์นั่งคร่อมร่างเอาไว้ ด้วยสภาพถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังไว้แบบนี้มันทำให้เธอไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนหรือป้องกันตัวได้เลย

"เอาล่ะ....ดูสิว่าจะปากดีได้อีกซักแค่ไหน?....."

โฮมส์ชักมีดออกมาพร้อมกับใช้ลิ้นเลียไปที่ใบมีดราวกับฆาตรกรโรคจิต แบตไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเองต่อไปในหัวเริ่มมีแต่สีขาวโพลนเพราะความหวาดกลัวที่ค่อย ๆ กัดกินเธอพยายามกัดฟันเอาไว้แน่นเพื่อข่มความกลัวเอาไว้แต่ก็ไม่ได้

ทั้งหมดเพราะเธอไม่สามารถบังคับร่างกายที่กำลังเริ่มสั่นเทานี้ให้สงบลงได้ มืออันหยาบกร้านของโฮมส์คว้าไปที่คอเสื้อของแบต

แคว๊กกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!   

เขาฉีกกระชากมันออกโดยไม่สนใจสิ่งใด เสื้อของแบตขาดออกจากกันเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายร่างกายท่อนบนของเธอถูกเผยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน สาวน้อยตกใจตนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะตอนนี้ร่างกายมันถูกความ

กลัวครอบงำเสียจนอยากจะเปล่งเสียงร้องก็ยังทำไม่ได้ โฮมส์เริ่มใช้มีดจ่อลงไปบนผิวขาว ๆ ของแบตแต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น...

ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! 

เสียงปืนจำนวนหลายนัดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง โฮมส์สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกที่เกิดขึ้นจากภายนอกและในเสี้ยววินาทีนั้นเอง

โครม!!!!!! 

บานประตูที่อยู่ด้านหลังถูกอะไรบางอย่างกระแทกจนหลุดกระเด็นออกมา ร่างของนายทหารผู้หนึ่งติดมากับประตูบานนั้นในสภาพที่มีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณท้องล้มหงายหลังนอนสิ้นใจอยู่บนบานประตูนั้นและผู้ที่อยู่ตรงช่องบานประตูนั้นก็คือชายหนุ่มผู้มีฉายาว่า

'มังกรตื่น' นั่นเอง ลูคัสโยนปืนลูกซองที่เพิ่งยิงนัดสุดท้ายไปเมื่อกี้ทิ้งพร้อมกับชักปืนพกออกมาเพื่อจะเล็งไปที่บุรุษที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่รีรอแต่โฮมส์ชักปืนออกมาเล็งไปที่ลูคัสก่อนแล้ว

ปัง!!!!! 

ในเสี้ยววินาทีแห่งการตัดสิน เสียงปืนที่ดังขึ้นหนึ่งนัดนั้นเป็นกระสุนจากปืนของโฮมส์ได้จังหวะเหนี่ยวไกปืนก่อนแต่วิถีของกระสุนนั้นคลาดเคลื่อนไปเพราะแบตเทิลผู้ที่รวมรวมความกล้าและพละกำลังทั้งหมดที่มีลุกขึ้นมาพร้อมใช้ศีรษะกระแทกไปที่หลังของโฮมส์

อย่างจังกระสุนจึงเบี่ยงวิถีพุ่งไปโดนขาแว่นตาอย่างจังทำให้มันหลุดกระเด็นออกไปจากใบหน้าของลูคัสพร้อม ๆ กับสร้างรอยแผลให้กับบริเวณใกล้ ๆ ขอบตาขวาของเขา

"หนอย!!!" 

โฮมส์คำรามด้วยความโกรธ เขาฟาดศอกเข้าเต็ม ๆ หน้าผากของแบตเทิลทันทีร่างของกัปตันสาวผงะหงายหลังลงไปกองกับพื้นอีกครา โฮมส์เงื้อมีดอันคมกริบพุ่งเป้าลงมาที่หน้าอกของแบต พร้อม ๆ กับปากกระบอกปืนที่เล็งเป้าไปที่ลูคัส

ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!! 

แม้สติจะเลือนลางไปชั่วขณะแต่แบตก็รู้สึกได้ถึงเสียงปืนที่ดังขึ้นจำนวนสามนัด เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อสิ้นเสียงปืน และภาพแรกที่เธอเห็นก็ร่างของโฮมส์ที่กำลังจะล้มลงฟาดพื้นพร้อม ๆ กับลูคัสที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเท้าของลูคัสถึงพื้นร่างของโฮมส์ก็

ล้มลงฟาดกับพื้นไม้พร้อม ๆ กับการตกลงมาของปลายมีดมันปักลงใกล้ ๆ กับใบหูของโฮมส์ห่างไปเพียงไม่กี่มิลเท่านั้นเอง

ทั้งหมดมันเกิดขึ้นไวมากไม่ถึงเสี้ยววินาทีเมื่อลูคัสเห็นแบตถูกอัดล้มลงไป ความโกรธในใจเขาก็ปะทุขึ้นจนไม่อาจจะเก็บเอาไว้ได้ 'ยกโทษให้ไม่ได้' 'ไว้ชีวิตมันไม่ได้' 'มันต้องตายเท่านั้น' ถ้อยคำเหล่านี้ผุดขึ้นมาจากจิตใต้สำนึกของลูคัสอย่างต่อเนื่องเสี้ยววินาทีที่

โฮมส์เงื้อมีดขึ้น ปืนอีกกระบอกก็ถูกชักออกมาซัลโวอย่างไม่ต้องคิดและไม่ต้องเล็งให้มากเป้าหมายของมันคือมีดเล่มนั้น

กระสุนพุ่งออกไปแล้วลูคัสก็พุ่งตัวออกไปเช่นกันเขาเบี่ยงหลบกระสุนของโฮมส์ที่พุ่งมาได้อย่างฉิวเฉียด เท้าขวาของชายหนุ่มยันไปที่ผนังอย่างเต็มแรงเขาใช้มันเป็นที่ส่งตัวให้สามารถไปกระโดดไปข้างหน้าได้ และในขณะที่หมุนตัวอยู่กลางอากาศก็ซัลโวปืนคู่ใน

มืออีกครั้ง กระสุนนัดแรกอัดเข้าหัวไหล่ขวาของโฮมส์เต็มดอกส่วนอีกนัดยิงเพื่อเบี่ยงปลายมีดที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศไม่ให้ตกลงมาโดนแบตเทิลที่กำลังนอนแผ่หราอยู่ โฮมส์ล้มลงไปพร้อม ๆ กับการลงแตะพื้นของลูคัส

"อั๊ก!!! บัดซบเอ๊ย!!!" 

โฮมส์สบถออกมาพลางรีบกดบาดแผลที่หัวไหล่ที่กำลังมีเลือดไหลทะลักออกมาพร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นยืน ลูคัสจ้องมองไปผู้ที่กำลังทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดด้วยแววตาที่เย็นชา 'มันยังไม่ตาย 'บาดแผลนั่นไม่เพียงพอ' 'ต้องมากกว่านี้' 'ต้องยิงจุด สำคัญ

กว่านี้' ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในสมองของเขาซ้ำไปซ้ำมา ลูคัสค่อย ๆ ยกปืนขึ้นและเล็งไปหน้าผากของโฮมส์พร้อมกับกำลังจะเหนี่ยวไก

"เฮ้ย!!! ทิ้งอาวุธเดี๋ยวนี้!!!!!" 

เสียงของนายทหารคนหนึ่งดังขึ้นจากช่องประตูที่ลูคัสพังเข้ามา เสียงปืนคงทำให้ทหารในฐานแห่งนี้รู้ตัวกันหมดแล้ว และอีกไม่นานก็คงจะแห่กันมาอย่างแน่นอนที่สุด แต่ลูคัสกลับไม่สนใจเรื่องนั้นเลยเขาใช้ปืนอีกกระหนึ่งยิงใส่ทหารคนนั้นโดยไม่ใช้แค่หางตามอง

เท่านั้น คมกระสุนทะลวงเข้าที่อกซ้ายอย่างแม่นยำ นายทหารชะตาขาดสิ้นใจไปในทันทีแต่ทว่าโฮมส์ก็อาศัยจังหวะนั้นกลิ้งตัวหนีวิถีปืนของลูคัสและกระเสือกกระสนพาตัวเองกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่างโดยมีเสียงปืนดังไล่หลังมา

ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!!  ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!!  ปัง!!!!! ปัง!!!!! ปัง!!!!! 

เสียงปืนดังขึ้นอีกระลอกเหล่าทหารที่ออกันอยู่ตรงหน้าประตู โผล่ออกมาโจมตีหลังจากเห็นเพื่อนถูกยิงหงายหลังไป ลูคัสย่อตัวลงหลบวิถีกระสุนพลางสะบัดปากกระบอกปืนไปทางศัตรูก่อนซัลโวกระสุนหมายปลิดชีพศัตรูอย่างเลือดเย็น ทหารอีกสองนายถูกยิง

เข้าที่ต้นขาและบริเวณท้อง พวกเขาล้มลงกับพื้นและดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด แบตเทิลเริ่มสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนไปแปลงไปของลูคัสเมื่อเขาเดินไปหาทหารสองคนที่นอนครวญครางอยู่ แววตาที่จ้องมองไปเบื้องหน้านั้นช่างเยือกเย็นยิ่งนักราวกับเป็นเครื่อง

จักรที่ไม่มีซึ่งความรู้สึกใด ๆ

ลูคัสกระหน่ำยิงทหารสองนายนั้นอย่างเหี้ยมโหดโดยที่สีหน้าและแววตาไม่เปลี่ยนไปเลย เขาลั่นไกจนกระสุนหมดแต่ก็ยังคงเหนี่ยวไกซ้ำ ๆ อยู่แบบนั้นทั้ง ๆ ที่ไม่มีกระสุนออกมา

“ละ....ลูคัส......”

แบตเทิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเพราะความหวาดกลัวที่เกิดจากภาพตรงหน้า ชายหนุ่มได้ยินเสียงนั้นจึงหยุดการกระทำของตนก่อนหันมาอย่างช้า ๆ ดวงตาคู่นั้นยังคงไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้หญิงสาวตกใจไม่น้อย

“กำจัดเป้าหมายเรียบร้อย แต่เสียดายที่มีหนีไปได้หนึ่งตัว”

ลูคัสกล่าวด้วยโทนเสียงราบเรียบแต่กลับเน้นเสียงที่คำว่า 'ตัว' มากกว่าปกติ สายตาของเขาที่จ้องมองไปที่แบตเทิลนั้นดูไม่ต่างจากตอนที่มองเหล่าทหารที่ถูกเขาฆ่าทิ้งไปเท่าไรนัก ลูคัสเหยียดขาเตะศพตรงนั้นกระเด็นออกไปก่อนจะเดินกลับมาหาหญิงสาวที่นั่ง

ตัวสั่นอยู่ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรนอกจากย่อตัวลงยื่นมือขวาเปื้อนเลือดไปให้เธอ

“ยะ...อย่าเข้ามานะ!!!....” ด้วยความกลัวที่เข้าครอบงำทำให้หญิงสาวตวาดออกมาโดยไม่ตั้งใจแต่ทว่าคำพูดนั้นกลับบาดลึกเข้าไปในจิตใจที่เย็นชานั้น ชายพึ่งจะช่วยเหลือเธอเอาไว้พลางถอยออกห่าง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดออกมาเพราะเหตุใดก็ตาม มันก็ทำให้ลูคัส

ชะงักไปได้

กึก!!!!

เสียงโลหะตกกระทบพื้นไม้เบา ๆ ปืนที่เคยอยู่ในมือซ้ายของชายหนุ่มหลุดร่วงออกจากฝ่ามือ ดวงตาทั้งสองเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่รอบตัว มือที่เปื้อนเลือด ซากศพ และ หญิงสาวที่กำลังหวาดกลัว เขายื่นนิ่งพร้อมกับกำมือซ้ายแน่น

ก่อนจะเริ่มกลับมาแสดงอารมณ์เหมือนปกติ ทว่าสิ่งที่สะท้อนออกมาจากนัยน์ตานั้นกลับเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนกับคนที่กำลังตกตะลึงเพราะเจออุบัติเหตุไม่คาดฝันตรงหน้า หรือคนที่ช็อคเพราะอะไรบางอย่างจนพูดไม่ออก ลูคัสได้แต่ก้มหน้านิ่งลงไป

ก่อนจะปาดเลือดออกจากดวงตาของตนโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าหลังจากที่เลือดนั่นถูกลบไปแล้วแววตาของชายหนุ่มเริ่มเป็นปกติมากขึ้นแต่ยังคงไว้ด้วยความรู้สึกเมื่อครู่ แบตเทิลที่เห็นท่าทีของลูคัสนั่นจึงรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

“ขะ...ขอโทษ..ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะ........” แบตเทิลกล่าวพลางเบือนหน้าหนีเพราะไม่กล้าสู้หน้าระหว่างนั้นลูคัสก็เดินเข้าไปปลดกุญแจมือออกให้โดยที่ทั้งสองฝ่ายเลี่ยงที่จะสบตากันและกัน

“คงกลัวสินะครับ........” ลูคัสพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนชันตัวขึ้นมา

“นี่ล่ะตัวจริงของผม...สันดานดิบของผมอย่างที่ยัยปากเสียนั่นบอก ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังยอมรับผมเป็นพวกพ้อง แต่ว่ามันก็เกินกว่าที่คิดไว้สินะครับ ผมเข้าใจดี”

“ฉัน......”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้กลัว แต่แค่นี้เท่านั้นครับ ขอแค่พาคุณกลับไปที่เรดได้ แล้วหลังจากนั้นผมจะไม่โผล่หน้ามาให้คุณเห็นอีก ตอนนี้ขอแค่ไว้ใจให้ผมพาคุณกลับไปเถอะครับ”

ลูคัสเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกบอกไม่ถูกจุกตัวอยู่ในอกจนแทบล้นออกมาเขาต้องพูดออกไปให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ก็ตาม ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้แน่

“ขอแค่แปปเดียวเท่านั้น.....ช่วยอดทนอยู่กับคนอย่างผมหน่อยเถอะนะครับ” พูดไปแล้วเขาพูดมันออกไปจาก

“ถ้าฝีมือเป็นแบบนี้ก็ไว้ใจได้ใช่ไหมล่ะ?”

“เอ๋?”

 แบตเทิลที่ยังหลบหน้าอยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติเล็กน้อยเล่นชายหนุ่มหลุดอุทานออกมาเพราะปฏิกิริยาตอบสนองที่ผิดคาด

“ก็ถ้านายเก่งแบบเมื่อกี้นี้ฉันก็วางใจได้ว่าพวกเรารอดไปได้แน่ ๆ” แบตเทิลเอ่ยเสียงค่อยจนแทบไม่ได้ยิน เธอเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าบุคคลตรงหน้านี้ไว้ใจได้

“แต่ว่า แบบที่ผมทำไปน่ะ ถ้าผมไม่ได้โดนกระตุ้นขนาดนั้นนี่ผมก็ทำไม่ได้นะครับ!!!”

 ลูคัสแย้งขึ้นมาในทันทีทั้ง ๆ เมื่อกี้เขายังเป็นคนขอให้หญิงสาวตรงหน้าไว้ใจเขาเองแท้ ทว่าเมื่อได้ยินเหตุผลนั่นก็อดไม่ได้ที่ต้องเถียงกลับไปเพราะเขารู้ดีว่าในตอนนี้ไม่สามารถจะทำแบบเมื่อครู่ไม่ได้แน่ ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไว้ใจได้ก็คือไว้ใจได้สิยะ สายตาของฉันมองอะไรไม่พลาดอยู่แล้วล่ะน่า!!” แบตเทิลขึ้นเสียงสวนกลับไปพลางยืนยืดอกด้วยท่าทีสุดมั่นโดยลืมสภาพตัวเองไปซะสนิททั้งที่ยังคงมีความกลัวอยู่บ้างแต่เธอก็พูดออกไปได้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า

แรงกระตุ้นนั่นคืออะไรใบหน้าจึงแดงออกมาเล็กน้อย

“ถ้างั้นก็ออกไปจากที่นี่กันเถอะครับ”

ลูคัสยื่นมือไปที่เธออีกครั้งพร้อมกับจ้องมองไปที่แบตเทิล เสี้ยววินาทีนั้นเลือดกำเดาก็พุ่งกระฉูดออกมาจากจมูกทั้งสองของเขาราวกับท่อน้ำประปาแตก

"ปะ...เป็นอะไรไปน่ะ!!!? หรือว่าเป็นเพราะการต่อสู้เมื่อกี้!!" แบ็ตรีบวิ่งไปประคองลูคัสที่กำลังก้มหน้าลงยกมือซ้ายขึ้นปิดจมูกทั้งสองโดยเร็วแต่อนิจาเลือดกลับยิงไหลทะลักกว่าเก่าเพราะนอกจากจะเข้ามาใกล้แล้วมุมกล้องยังซูมชัดกว่าเก่าอีก

"ผมไม่เป็นอะไร!!! แต่เสื้อคุณน่ะ เสื้อ!!!"

"..เสื้อ?........."  แบตชะงักเพราะคำพูดของลูคัส ใช่แล้วเธอของเธอถูกฉีกขาดอยู่ตรงโน้น ก็แปลว่าท่อนบนของเธอตอนนี้............

"อีตาแว่นลามก!!!!!!!!!!!" 

เพี้ยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สุดท้ายลูคัสก็ต้องมีอันเจ็บตัวเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้วหลังจากสงบสติอารมณ์กันได้ ลูคัสก็สละเสื้อเชิ๊ตของเขาให้แบตใส่ไปก่อนพร้อมกับพาตัวเองที่มีรอยฝ่ามือประทับบนหน้าพร้อมกับกัปตันสาวเผ่นหนีออกจากบ้านหลังนั้นโดยลืมเรื่องบางเรื่องไปสนิท

รูบี้ที่กำลังนั่งเซ็งอยู่ในบ้านโทรม ๆ หลังหนึ่งเพราะทหารที่พาตัวเธอมานั้นล้วนมีแต่พวกตาลุงโลลิค่อนแถมกำลังชกต่อยกันเองเพราะจัดคิวไม่ลงตัวอีกตะหาก แต่ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันเพราะระหว่างที่พวกนั้นกำลังต่อยตีกันอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้นเธอก็แอบใช้ลวด

เส้นเล็ก ๆ ที่ซ่อนไว้ไขกุญแจมือออกได้แล้วแต่เธอต้องแกล้งทำเป็นติดแหง่กไปก่อนเพื่อดูท่าทีของพวกงี่เง่า แต่ในระหว่างที่กำลังคิดวิธีหลบหนีอยู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง มันเป็นเครื่องจักร เสียงไฮโดรลิกเธอรีบแหงนหน้ามองขึ้นไปบนหลังคาและ

พริบตานั้นก็มีบางอย่างตกลงมา

โครม!!!!!!!!

สไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูทะลวงลงมาจากทางหลังคา การปรากฏตัวของมันทำเอาวงมวยที่กำลังซัดอย่างสนุกสนามถึงกับหยุดชะงักรูบี้เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งออกจากจุดนั้นอย่างไวที่สุด เสี้ยววินาทีนั้นปืนกลแกตลิงแบบสามลำกล้องของสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูก็ยิง

กราดออกมาคร่าชีวิตทหารพวกนั้นไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเริ่มตรวจหาเป้าหมายที่อาจจะหลงเหลืออยู่และมันก็ตรวจจับได้แล้ว

"ซวยจริง ๆ เลย......"

รูบี้เอ่ยพลางประจัญหน้ากับปากกระบอกปืนแกตลิงที่เล็งมาทางเธอ ถ้าไม่มีปาฏิหารย์มาช่วยงานนี้คงรอดยากแน่แล้วสำหรับผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างเธอ แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นจู่ ๆ เหมือนมีสายลมที่ร้อนมากพัดผ่านมาแรงลมนั้นพัดเอาเครื่องจักรอย่างสไปเดอร์

คิลเลอร์กระเด็นไป ไม่สิถ้ามองดูให้ดีเหมือนกับว่ามีก้อนอะไรซักอย่างที่กำลังถูกไฟลุกท่วมปลิวมาจากที่ไหนซักแห่งแล้วบังเอิญมากระแทกโดนเจ้านี่เข้าจัง ๆ ตะหากไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จะเป็นเพราะปาฏิหารย์ของพระเจ้า หรือความบังเอิญก็ช่างเถอะ ตอนนี้

เธอรู้อย่างเดียวนั่นก็คือเผ่นไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด 

ขณะเดียวกันทางด้านพวกของเอ็กซ์ที่หลบซ่อนรอเวลาอยู่ก็เริ่มตรวจพบบางสิ่งบางอย่าง ปฏิกิริยาของเครื่องจักรขนาดเล็กจำนวนหลายสิบเครื่องปรากฏขึ้นในรัศมีตรวจจับของคาร์วาเลีย

"ผู้ฝูงเอ็กซ์ นี่มัน!!!"

มิเกลรีบติดต่อกับผู้นำทีมทันทีที่เห็นสัญญาณเหล่านี้ปรากฏขึ้น และดูเหมือนว่าพวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่ฐานที่มั่น เอ็กซ์มองดูตัวเลขที่นับถอยหลังบนคอนโซลของเขาอีกครั้ง มันยังคงเหลือเวลาอีกประมาณ 15 นาที ก่อนเริ่มแผนปฏิบัติการในขณะที่กำลังประเมิน

สถานการณ์อยู่ภายในหัวนั้นสิ่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากบริเวณภายในฐานที่มั่น เสาเพลิงสีแดงสดพวกพุ่งขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาตินั่นแสดงให้เห็นว่าภายในต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้วเป็นแน่

"ผู้ฝูงคะ!!! ตรวจจับปฏิกิริยาเครื่องบินลำเลียงของบอนส์ได้หนึ่งลำค่ะ"  เมื่อได้ฟังรายงานของโดโรธีเอ็กซ์ก็รีบออกคำสั่งในทันที

"เรจไวเวิร์นออกปฏิบัติการได้!!!"

"รับทราบ!!"

(มีต่อ)
บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #82 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 04:41:14 PM »

Episode 8 Earth Route -Fragrance Of Her- (ต่อ)

สิ้นเสียงสั่งการณ์คาร์วาเลียคัสตอมและคาร์วาเลีย Hi Mobility ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังสนามรบทันที ส่วนยานเรดกาแลคเซียฯก็เริ่มเดินเครื่องยนต์เพื่อลอยตัวขึ้นจากพื้นดินเพื่อดำเนินแผนการณ์ตามที่ได้วางเอาไว้ ขณะนี้ภายในฐานที่มั่นของกลุ่มต่อ

ต้านกำลังเกิดการปะทะกันครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรสังหาร สไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูกระจายกำลังไปทั่วเพื่อกวาดล้างทุกอย่างที่อยู่ภายในฐานที่มั่นแห่งนี้

ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!! ปัง!!!!!!!   บรึ๋ม!!!!!!!!!!!!!!

เสียงปืนและเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท สไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูรุกทหารของที่นี่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก รัตน์อาศัยความชุนมุลนี้พาซาโยะหลบหนีอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่วายจะเจอกับพวกทหารที่ละจากพวกสไปเดอร์คิลเลอร์มายิงใส่พวกเขาอยู่ดี  เขารีบดึงตัว

เธอหลบเข้าในบังเกอร์พร้อมโยนระเบิดมือออกไป

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้องจนซาโยะต้องยกมือขึ้นป้องศีรษะด้วยความตกใจ รัตน์รีบกดหัวเธอให้ก้มต่ำลงมากที่สุดขณะยื่นปากกระบอกปืนกลออกไปกราดยิงจนกระสุนหมดจึงหลบกลับเข้ามาเพื่อบรรจุกระสุนใหม่แต่ว่าเมื่อครู่ก็เป็นชุดสุดท้ายแล้ว รัตน์จึงโยนปืนกล

มือทิ้งและหยิบปืนพกออกมาแทน

"นี่รัตน์คุงพวกเราจะรอดไปจากที่นี่ได้หรือเปล่า?....." ซาโยะเงยหน้าขึ้นถามโดยที่มีน้ำใส ๆ ปริ่มดวงตาทั้งสองข้าง

"รอดสิ ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้ ฉันให้สัญญา...เชื่อมือฉันเถอะ" รัตน์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสายตาพลางกวาดมองศัตรูที่อาจปรากฏตัวได้ทุกเมื่อ

"..อือ..." ซาโยะตอบสั้นพลางยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา แม้นเขาจะไม่ได้หันมามองดูรอยยิ้มนั้นเลยก็ตาม รัตน์มองสภาพโดยรอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีศัตรูอยู่เขาจึงรีบคว้าข้อมือของเธอ

"..ไป!!!" 

รัตน์ให้สัญญาณพลางรีบพาสาวน้อยคนนั้นวิ่งไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด ซึ่งถ้าพวกเขาหนีเข้าป่าไปได้พวกเขาก็จะมีโอกาสรอดมากขึ้นแต่ในระหว่างที่การปะทะกันยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะนั้นจาโปรน่าที่มีอยู่ทั้งหมดของกลุ่มต่อต้านก็กำลังจะถูกนำ

ออกมาใช้งานเพื่อการทำลายล้างเครื่องจักรสังหารเหล่านั้น ลูคัสกับแบตเทิลก็อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกับรัตน์มากนักพวกเขาต้องหลบทั้งทหารและสไปเดอร์คิลเลอร์ที่วิ่งว่อนไปทั่วแต่ก็ยังเลี่ยงได้ไม่หมด

"เยอะเป็นบ้าเลย!!" แบตบ่นพลางบรรจุกระสุนปืนกลมือพร้อมกับยิงตอบโต้และหลบเข้ามา

"ทำไงได้ล่ะครับที่นี่กลายเป็นสนามรบไปแล้วนี่นา ลองออกไปคงไม่ไหวแต่สไปเดอร์คิลเลอร์พวกนั้นเข้ามาจู่โจมที่นี่แบบก็แสดงว่าศูนย์ใหญ่คิดจะกวาดล้างที่นี่แล้วแน่ ๆ "

ลูคัสกล่าวพลางบรรจุกระสุนปืนพกของเขาในตอนนั้นเองเขาก็เหลือบขึ้นไปเห็นทหารที่อยู่บนหลังคากำลังเล็งปืนมาทางแบตเทิล

"ข้างบน!!!!"

ลูคัสตะโกนลั่นเพื่อจะบอกให้แบตรู้ตัวแต่มันช้าเกินไปกระสุนพุ่งตรงมาหาเธอแล้ว เสี้ยววินาทีที่แบตหันกลับมาเลือดสด ๆ สีแดงฉานก็ทะลักออกมาเปรอะเสื้อเชิ้ตสีขาวเต็มไปหมด หากแต่ว่าเลือดพวกนั้นไม่ใช่เลือดของเธอแต่เป็นเลือดของลูคัส เขายืนแขนซ้าย

ออกมารับกระสุนเอาไว้พร้อม ๆ กับยิงสวนกลับไปกระสุนที่ตอบโต้กลับไปทะลวงเข้ากลางแสกหน้าทหารคนนั้นอย่างแม่นยำแต่ถึงกระนั้นลูคัสก็ถึงขั้นทรุดลงกับพื้นเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลที่แขนซ้ายเริ่มไหลเป็นทางและหยดลงพื้น 

"ทำบ้าอะไรของนายเนี้ย!!!?" แบตเทิลรีบเข้าไปดูบาดแผลของลูคัสพร้อมตวาดใส่เขาแต่เสียงน้ำเสียงที่ตวาดออกมานั้นฟังดูแตกต่างออกไปจากทุกครั้งเพราะมันแฝงมาด้วยความรู้สึกห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ

"บอกแล้วไงครับว่าจะพาคุณออกไป เพราะงั้นผมจะไม่ยอมให้คุณมาตายในที่แบบนี้เด็ดขาด ผมจะพาคุณออกไปจากที่นี่ให้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม......"

ลูคัสกล่าวโดยพยายามทำสีฝืนความเจ็บปวดเอาไว้ในขณะที่แบตรีบลากตัวเขาเข้าที่กำบังพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอออกมาพันแผลเพื่อห้ามเลือดให้กับเขา

"ตาบ้า!! ถ้าต้องแลกด้วยชีวิตของใครซักคนแล้วล่ะก็ถึงจะฉันจะรอดไปได้ฉันก็ไม่ดีใจหรอก!!"

"ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมน่ะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้ใครตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ผมไม่ยอมทำอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นผมเองก็จะไม่ยอมตายเด็ดขาดและไม่ยอมให้คุณตายด้วย เพราะผมยังมีเรื่องที่ต้องชดใช้ให้พวกเขาอีกมากมาย เพราะงั้น

จะไม่มีทางยอมตายเด็ดขาด"

เมื่อได้คำพูดเหล่านั้นพร้อมกับจ้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของลูคัสแล้วจู่ ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นผิดปกติ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวไปหมดรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ขึ้นมาในอกแต่ไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันได้มากกว่านี้จู่ ๆ ลูคัสก็พุ่งเข้ามารวบตัวของแบตอย่างรุนแรง

จนร่างของทั้งสองกลิ้งไปด้วยกัน

บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องอยู่ใกล้ ๆ เล่นเอาแก้วหูแทบแตก ตอนนี้หูทั้งสองข้างของเธออื้ออึงไปหมดสมองก็มึน ๆ หมุนติ้วอย่างกับลูกข่างสิ่งเดียวที่รู้สึกได้ตอนนี้ก็คือน้ำหนักของคนที่นอนทับตัวเธออยู่ ลูคัสมองเห็นจรวดมิซายส์พุ่งตรงมาจึงได้รีบพาแบตกระโดด

หลบออกมานั่นเอง ถ้าหากว่ารู้ตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียวทั้งสองคนคงได้กลายเป็นเศษเนี้อไปแล้วแน่ ๆ

แต่สภาพตอนนี้ก็ไม่ต่างกันนัก เพราะแม้แบตเทิลรู้สึกตัวจากแรงเขย่าของลูคัสแต่ไม่ได้ยินว่าเขากำลังพูดอะไร สมองก็เบลอ ๆ ทำให้ขยับตัวไปไหนยังไม่ได้ และที่สำคัญทั้งสองตกกำลังตกเป็นเป้าของเครื่องจักรสังหารสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูจำนวนห้าตัวที่เพิ่ง

จะถล่มบังเกอร์ที่ขวางหน้าพวกเขาอยู่ตะกี้มาหมาด ๆ และปืนกลแกตลิ่งทุกกระบอกเล็งมาที่ทั้งคู่แล้วด้วย

ทว่าจู่ ๆ พวกสไปเดอร์คิลเลอร์ก็กลับลำไปฝั่งตรงข้ามทันทีเพราะมีบางสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันไป เซ็นเซอร์ของมันตรวจจับปฏิกิริยาความร้อนที่รุนแรงได้จากด้านหลัง สิ่งที่ปรากฏตัวออกมาในตอนนั้นคือสาวน้อยร่างเล็กประมาณเด็กผู้หญิงอายุราว ๆ

สิบสามปี มีเรือนผมสีแดงยาวสลวยแทบจะลากพื้น ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง ค่อย ๆ เดินก้าวย่างมาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดในมือเธอถือดาบยาวที่มีไฟลุกท่วม และการแต่งกายของเธอก็แปลกตามาก ลูคัสพอจะเดาได้ทันทีว่าเธอเป็นใคร

สไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูทั้งหมดเริ่มสาดกระสุนพร้อมกับเคลื่อนตัวไปหาเด็กสาวคนนั้น แต่กระสุนทุกนัดละลายกลายเป็นของเหลวและระเหยกลายเป็นไอก่อนถึงตัวเธอเสียอีกไอร้อนที่แผ่มาจากตัวเธอทำให้อุณหภูมิบริเวณนั้นสูงขึ้นชนิดที่รู้สึกได้อย่างชัดเจน และ

เมื่อสไปเดอร์คิลเลอร์เข้าใกล้เธอมันก็เริ่มขัดข้องและหยุดการทำงานไปพร้อมกับรูปร่างที่เสียรูปร่างไปเพราะความร้อนและระเบิดออกในที่สุดเมื่อสไปเดอร์คิลเลอร์ถูกทำลายลงแล้ว เธอก็จ้องมองไปที่บุคคลทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาดุดัน

"คุณคือ แม่ทัพของโอเรนทัล...สินะครับ"  ลูคัสเอ่ยถามขึ้น

"เจ้าเป็นใคร ใยจึงรู้จักข้า....."

เธอคนนั้นชี้ใบดาบที่ยาวกว่าส่วนสูงของเธอมาที่ลูคัสแม้เธอจะยืนอยู่ห่างจากทั้งสองคนพอสมควรแต่ความร้อนที่เธอแผ่ออกมาเมื่อครู่ก็เล่นเอาชายหนุ่มกับหญิงสาวมีเหงื่อไหลออกมามากจนแทบจะเป็นน้ำตกเลยทีเดียวแต่จู่ ๆ เธอก็ทำสีหน้าประหลาดใจก่อนจะ

เหลียวมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังมองหาอะไรบ้างอย่างอยู่ครู่หนึ่งและเมื่ออาการพวกนั้นสงบลงเธอก็หันมาบอกกับลูคัสว่า

"ข้าเข้าใจแล้ว......พวกท่านไม่ใช่ศัตรูของข้า" เด็กสาวกล่าวเช่นนั้นพลางเก็บดาบและลดไอร้อนลงพร้อมกับเดินเข้ามาหาทั้งสอง

"ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทกับสหายของฝ่าบาท ดังที่ท่านกล่าว ข้าคือหนึ่งในสี่แม่ทัพใหญ่นามว่า ทีน่า อินเฟนโน่ ตามคำขอร้องของท่านเวราโด้ข้าจะช่วยพวกท่าน" 

แม้นน้ำเสียงของเธอจะฟังดูเป็นเด็กที่ท่าทีการพูดกลับเป็นผู้ใหญ่ผิดกับรูปร่างภายนอกแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้สนทนากันมากกว่านี้ก็มีเสียงของอะไรบางอย่างบินโฉบพวกเขาไป มันคือคาร์วาเลียของมิเกลนั่นเองดูเหมือนว่าเขากำลังปะทะอยู่กับจาโปรน่าที่ไล่ตาม

มาอยู่ ทันทีที่เห็นคาร์วาเลียบินผ่านไป ทีน่าก็รีบจับดาบที่สะพายบนหลังตั้งท่าจะโจมตี

"ช้าก่อนครับนั่นเป็นพวกของเรา!!" ลูคัสต้องรีบปรามเอาไว้ก่อนที่เธอจะชักดาบออกมา

"ถ้าเช่นนั้นแพนซอร์ที่ไล่ตามพรรคพวกของท่านมาก็คือศัตรูสินะ"

"ครับ....."

"พวกท่านรีบไปจากที่นี่ซะ ข้าจะจัดการเจ้าพวกนั้นให้เอง"

พูดจบทีน่าก็กระโดดเข้าหาจาโปรน่าที่กำลังโจมตีใส่มิเกลอยู่ทันทีโดยไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่ลูคัสจะเอ่ยต่อจากนี้แม้แต่น้อยแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ลูคัสอยากจะพูดนั้นต้องถูกพับเก็บไปตลอดกาลเมื่อได้เห็น เด็กสาวรูปร่างบอบบางฟันผ่าหุ่นยนต์ยักษ์ขาดสองซีกอย่าง

ง่ายดายเธอกระโดดสูงกว่าจาโปรน่าที่ยืนอยู่บนพื้นก่อนจะสยายปีกเพลิงออกมาจากแผ่นหลังเล็ก ๆ นั่น พร้อมฟาดดาบยาวที่มีเปลวเพลิงลุกท่วมผ่าหุ่นยนต์ออกเป็นสองส่วนได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองแล้วใคร ๆ ก็ต้องว่าโม้แน่ ๆ  แล้วเมื่อศัตรูที่ตามหลังมา

ถูกกำจัดมิเกลก็สบโอกาสยิงกระหน่ำใส่จาโปรน่าที่เข้ามาดักหน้าจนระเบิดเละเทะ ก่อนจะบินวนกลับมาหาลูคัสกับแบต

"โทษที มาช้าไปหน่อยพอดีการจราจรไม่ค่อยดี เอ้ารีบ ๆ ขึ้นมาเร็วเข้า"

มิเกลรีบใช้สปีคเกอร์กระจายเพื่อติดต่อกับบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องล่างเสียงพลางบังคับมือคาร์วาเลียให้ยื่นลงไปรับทั้งสองคนนั้นขึ้นมาก่อนจะใช้มืออีกข้างป้องกันพวกเขาเอาไว้จากการเคลื่อนที่แต่ในระหว่างที่กำลังจะออกตัวนั้น

ปี๊บ!!!!! ปี๊บ!!!!! ปี๊บ!!!!! ปี๊บ!!!!!

ระบบเตือนการถูกล็อคเป้าดังขึ้น จาโปรน่าเครื่องหนึ่งก็เล็งปืนมาที่คาร์วาเลีย Hi-Mobility ที่อยู่ในสภาพป้องกันตัวเองไม่ได้ จึงตกเป็นเป้ากระสุนเต็ม

"ซวยแล้ว!!!" มิเกลสถบออกมาทันทีพร้อมกับจะพยายามโยกเครื่องหลบแต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าโยกหลบตอนนี้คนที่อยู่บนมือก็จะหล่นลงไปแต่ว่าถ้าเขาไม่หลบล่ะก็..............

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวจาโปรน่าเครื่องนั้นถูกลูกไฟสีแดงอัดกระแทกเข้าอย่างจังจนมันเสียหลักล้มลงก่อนจะถูกพายุเพลิงแผดเผาจนหลอมละลาย

".......มันอะไรกันล่ะนั่น? สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่เหรอ?........"

มิเกลเอ่ยพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เปลวเพลิงนั้นพุ่งลงมาเขาก็มองเห็นเด็กสาวผมสีแดงถือดาบที่มีเปลวเพลิงลุกท่วมกำลังสยายปีกเพลิงอยู่กลางอากาศ

"เพื่อนใหม่ของพวกเราน่ะ ตอนนี้แหละรีบไปเถอะครับ!!"

"อะ...อือ!! เกาะให้แน่น ๆ แล้วกัน!!"

ลูคัสรีบเร่งให้มิเกลรีบออกจากที่นี่ก่อนที่ศัตรูจะมามากกว่านี้ หลังจากหายตะลึงกับสิ่งประหลาดตรงหน้าแล้วคาร์วาเลีย Hi-Mobility ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้ากลับไปยังยานเรดฯ อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะศัตรูกำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว ใน

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นทางด้านของรูบี้ที่หนีตายโดยอาศัยจังหวะหลบเลี่ยงทหาร สไปเดอร์คิลเลอร์ และลูกหลงต่างนานามาได้ตลอดแม้สภาพเธอตอนนี้จะดูสกปรกมอมแมมและมีบาดแผลให้เลือดไหลซิบ ๆ อยู่หลายแห่งบนร่างกายก็ตาม

"อีกนิดเดียว!!"

เธอพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีส่งไปยังขาสองข้างที่กำลังอ่อนล้าเต็มที่วิ่งไปยังที่ ๆ รถยานเกราะที่นั่งมาในตอนแรกจอดอยู่ และเธอก็เห็นมันอยู่ตรงหน้าแล้วด้วยแค่อีกไม่กี่ก้าวเธอก็จะไปถึงมันแต่ทว่า......

บรึ๊มมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ร่างของรูบี้กระเด็นออกไปราวกับใบไม้ต้องแรงลม มิซายส์จำนวนหนึ่งถูกยิงอัดไปที่รถยานเกราะคันนั้นก่อนหน้าที่เธอจะเข้าไปถึงมันเคราะห์ดีที่ระยะห่างระหว่างเธอกับรถมากพอสมควรจึงทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอะไรแต่สิ่งที่แย่มันหลังจากนี้ตะหาก รูบี้ตก

อยู่กลางวงล้อมของสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูเสียแล้ว ในเวลานี้อย่าว่าแต่หาทางหนีเลยแม้แต่คิดอยากจะลุกก็ยังทำไม่ได้ ร่างกายปวดไปหมดทุกส่วนเลย

"นี่ถ้าฉันมีพลังเหนือมนุษย์เหมือนกับเขาบางล่ะก็...."  สาวน้อยบ่นพึมพำพลางมองไปบนท้องฟ้าและคิดถึงอดีตที่ผ่าน ๆ มาไปเรื่อยเปื่อยแม้จะรู้สึกเจ็บใจที่ต้องมาตายอยู่ในที่แบบนี้แต่ถ้าเป็นไปได้ขอตายแบบไม่เจ็บปวดก็แล้วกัน........

"อึก.......ที่นี่คือสวรรค์สินะ..............." รูบี้ลืมตาขึ้นหลังจากเสียงรอบ ๆ ตัวเธอสงบลงไปเธอค่อย ๆ ชันกายขึ้นมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ แล่นไปทั่วร่างเลยทำให้เธอประหลาดใจอยู่พอสมควร และเมื่อมองไปเบื้องหน้าเธอก็เห็นบุรุษผู้มีเรือนผมสีเงินใน

ชุดคลุมสีขาวสุดอลังการยื่นเด่นสง่าอยู่

"อา...คุณคือเทวดามาที่จะมารับฉันไปสวรรค์เหรอ?"

"เป็นอะไรมากหรือเปล่าคุณหนู?........" ชายผู้นั้นเอ่ยถามพลางก้มหน้าลงมามองดูรูบี้ที่กำลังจินตนาการไปไกลสุดขอบ เมื่อเริ่มตั้งสติได้เธอก็เริ่มกวาดสายตาสาดส่องไปรอบตัว วิวเดิม ๆ ท้องฟ้าเดิม ๆ เศษซากเครื่องจักรที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองอยู่รอบตัว

"นี่ฉัน....ยังไม่ตายสินะ!!"

สาวน้อยกล่าวออกมาด้วยดีใจสุดขีดแต่พออยากจะขยับตัวก็เจ็บแปล๊บไปหมดทำให้ออกอาการมากไม่ได้และในตอนเองเอลที่ไม่รู้ว่ามาจากทางไหนก็ลอยลิ่วลงมาจากท้องฟ้าก่อนจะแลนดิ้งลงพื้นอย่างนุ่มนวลด้วยปลายเท้า

"แม่หนูช่างเครื่องนี่นายังรอดดีครบ 32 ประการสินะ อ้าว~ คุณแม่ทัพก็อยู่ด้วยหรือนี่?" เอลกล่าวตามประสาเมื่อได้เห็นบุคคลทั้งสอง เขาอุ้มฟาลินที่ร้องไห้จนหลับไปแล้วเผ่นหนีบางสิ่งบางอย่างมาและสิ่งนั้นก็ปรากฏออกมาให้เห็นแล้วด้วย

"ไม่มีเวลาพูดมาแล้ว โดดขึ้นหลังเลยหนูเดี๋ยวพี่พาชิ่งเอง!! ส่วนคุณแม่ทัพแค่นี้คงไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้วจริงไหม?" 

รูบี้ไม่ถามอะไรมากเธอรีบโดดขึ้นเกาะหลังเอลทันทีเมื่อเห็นสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูเกือบสิบตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

"จับให้แน่น ๆ เลยนะ!!!"

เอลรีบออกตัววิ่งมุ่งตรงไปทางป่าทันที โดยไม่เหลียวหลังกลับมามองดูบุรุษผมเงินที่กำลังยืนยิ้มและโบกมืออำลาให้กับเขาอยู่เลย เมื่อเอลลับตาไปแล้วเหล่าสไปเดอร์คิลเลอร์ก็จับเป้าหมายใหม่ซึ่งก็คือบุรุษที่ยืนอยู่เพียงลำพังเบื้องหน้าพวกมันนี่เอง ระบบจับเป้า

ของพวกมันเริ่มทำการล็อคเป้าหมาย ปืนกลแกตลิงพร้อมซัลโวแต่ว่าทันทีชายผู้นั้นหันมามองพวกมันพร้อมกับเผยรอยยิ้มอันแสนเยือกเย็นออกมา

บรึ๊มมม!!!!!!!!!! บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!บรึ๊มมม!!!!!!!!!!

สไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูทุกเครื่องระเบิดขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน พวกมันทั้งหมดถูกทำลายอย่างรวดเร็วราวกับถูกทุบด้วยค้อนที่มองไม่เห็นจนบุบบี้ลงไปก่อนจะระเบิดเป็นเศษเหล็กที่หาชิ้นดีไม่ได้ ขณะเดียวกันทางด้านของรัตน์กับซาโยะนั้นก็เข้าใกล้จุดหมายที่

กำหนดเอาไว้แล้วแค่วิ่งผ่านเจ้าโกดังใหญ่นี่ไปได้พวกเขาก็จะหนีเข้าไปในป่าได้สำเร็จ แต่ทว่าที่กำลังจะผ่านไปได้อยู่แล้วนั้นพวกเขาก็ได้โผล่จ๊ะเอ๋กับโฮมส์และทหารคุ้มกันอีก 2 คนตรงบริเวณด้านหน้าโกดังพอดีเป๊ะ การพบหน้ากันโดยมิได้ตั้งใจของทั้งสองฝ่าย

ส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!!

ทั้งสองฝ่ายซัลโวกระสุนใส่กันโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง รัตน์ผลักซาโยะให้ออกห่างจากตนเองเพื่อหลบวิถีกระสุนพร้อม ๆ กับยิงสวนไปด้วยผลก็คือทหารคุ้มกันสองนายของโฮมส์ถูกกระสุนของรัตน์ล้มลงไปแต่กระสุนของรัตน์หมดลงก่อนจะได้ยิงใส่โฮมส์ เคราะห์

ดีที่รัตน์เบี่ยงตัวหลบกระสุนของโฮมส์ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่โฮมส์กลับทรุดลงนั่งกุมมือขวาพร้อม ๆ กับการหลุดกระเด็นไปของปืนในมือเขานี่สิ

"ใครกัน!!!!?"  โฮมส์หันมองไปบนหลังคาทันทีเพราะเจ้าของประสุนปริศนานั้นยืนเด่นสง่าอยู่บนนั้นไม่ใช่ที่ไหน

"มาส โววาร์ด ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้........." โฮมส์เอ่ยชื่อของคนผู้นั้นทันทีพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นส่วนนั้นรัตน์รีบหยิบซองกระสุนออกมาอย่างรวดเร็วพลางจ้องมองไปที่โววาร์ดอย่างไม่ละสายตา เพราะการกระทำของคน ๆ นี้ช่างคาดเดาอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย

"นี้แกช่วยทำไม?...... วางแผนอะไรไว้กันแน่?......." รัตน์เอ่ยถามพลางบรรจุกระสุนปืนไปด้วย

"ฉันมีธุระกับผู้ชายคนนั้น และอีกอย่างถ้าแกตายไปก่อน ฉันก็เล่นเกมนี้กับแกต่อไม่ได้น่ะสิ"

"งั้นหรือ?......."  รัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบพลางเล็งปืนไปทางโววาร์ด โววาร์ดเองก็เล็งปืนมาทางรัตน์เช่นกัน โฮมส์อาศัยจังหวะนี้วิ่งหายเข้าไปในโกดัง ปากกระบอกปืนของทั้งสองฝ่ายเล็งเข้าหากันต่างฝ่ายต่างส่งแรงไปที่ปลายนิ้วชี้เพื่อทำการลั่นไก

ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงปืนดังขึ้นกึกก้อง แต่ไม่ใช่จากปืนของรัตน์หรือโววาร์ดร่างของซาโยะค่อย ๆ ล้มลงกับพื้นพร้อมกับเลือดสีแดงที่เริ่มไหลทะลักออกมาออกมาจากบาดแผลบริเวณร่องอกของเธอ ผู้ที่ลั่นไกปืนนั้นก็คือทหารคนหนึ่งของโฮมส์ที่ถูกรัตน์ยิงล้มไปก่อนหน้านี้นั่นเอง

เขาใช้แรงฮึดเล็งปืนมาที่รัตน์ผู้กำลังตั้งสมาธิกับการดวลกับโววาร์ดจนไม่ทันสังเกต ซาโยะที่เห็นภาพนั้นแล้วเธอได้รวบรวมความกล้าและพลังทั้งหมดออกมาขวางทางคมกระสุนเอาไว้ และผลของมันก็คือ.......

"เฮ้! ซาโยะ!! ซาโยะ!!! ทำใจดี ๆ ไว้!!!!!"

รัตน์คำรามลั่นพลางเขย่าตัวเธอที่กำลังหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมแขนของเขา เด็กหนุ่มละทิ้งทุกอย่างรอบตัวรีบไปประคองร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของสาวน้อยขึ้นมา ในเวลานี้เขาไม่สนใจบุรุษหน้ากากหรือนายทหารที่กำลังเล็งปืนมาที่เขาแม้แต่น้อย

ปัง!!!!!!!

เสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัดโดยโววาร์ดเป็นผู้ลั่นไก แต่เป้าหมายที่เขายิงไปมิใช่รัตน์หากแต่เป็นนายทหารผู้ที่กำลังเล็งปืนใส่รัตน์ตะหาก กระสุนของบุรุษหน้ากากเจาะกระโหลกทะลุออกปลายคางของเป้าหมายอย่างแม่นยำแต่ในตอนนั้นเองหลังคาโรงงานก็พังทลาย

ลงด้วยการพังออกมาของจาโปรน่าสีน้ำตาลคัสตอมพิเศษเครื่องหนึ่งและผู้ที่ขับจาโปรน่าเครื่องนี้ก็คือโฮมส์นั่นเอง ทันทีที่หลังคาพังลงโววาร์ดก็กระโดดตีลังกาม้วนหลังราวกับนักกายกรรมก่อนจะลงไปเหยียบบนหลังของสไปเดอร์คิลเลอร์มาร์คทูที่มารอรับเขาข้าง

ล่างแล้วเขาก็ใช้มันเป็นพาหนะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

"หนอย!!! มาถึงขั้นนี้แล้วพวกแกทุกคนต้องตาย!!!" 

โฮมส์ที่โกรธจนสติแตกคำรามด้วยสีหน้าบูดเบี้ยวพลางคิดจะใช้จาโปรน่าสังหารรัตน์ที่กำลังประครองร่างของซาโยะอยู่ แต่ความคิดของโฮมส์ก็ต้องสะดุดเพราะการปรากฏตัวของคาร์วาเลียสีส้มที่บินโฉบลงและยานเรดกาแลคเซียแองเจิลที่ลอยอยู่เหนือหัวของเขา

คมดาบของคาร์วาเลียคัสตอมฟาดตรงมาที่จาโปรน่าสีน้ำตาลแต่โฮมส์เร่งบูสกระโดดถอยหลังหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะถูกห่ากระสุนปืนกลของคาร์วาเลีย Hi Mobility ไล่ต้อนจนต้องถอยหนีไปจากตรงนั้น ยานเรดเริ่มเปิดฉากยิงใส่เครื่องบินและหุ่นยนต์

ของศัตรูที่กำลังจะเข้ามาโจมตี

"......รัตน์คุง........ปลอด...ภัย....ดี.....ใช่..." ซาโยะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงเต็มทน

"อา...ปลอดภัยสิ...เธอนั่นแหละ...ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ด้วย!!!?"

"..ก็..เพราะฉัน.....ทนไม่ได้...ที่ตัวเอง.....ต้องคอยให้..รัตน์คุงมา...ปกป้อง...อยู่..ฝ่าย...เดียว..นี่..อุ๊บ!!"  ซาโยเริ่มกระอั่กเลือดออกมาเป็นลิ่ม ๆ เลือดพวกนั้นเปรอะเปื้อนไปบนเสื้อของรัตน์จนเต็มไปหมด

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว!!....ทำใจดี ๆ เอาไว้ก่อน!!! นี่รัตน์พูด!!! ยานเรดฯตอบด้วย ยานเรดฯตอบด้วย!!!! ซาโยะบาดเจ็บรีบส่งคนมารับพวกเราขึ้นไปบนยานเร็วเข้า!!!"

รัตน์ใช้อุปกรณ์สื่อสารติดต่อกับยานเรดฯ อย่างร้อนรนพร้อมเปิดเครื่องบอกพิกัด เพื่อให้ยานเรดได้รับรู้แม้จะเสี่ยงกับการถูกศัตรูเจอตัวได้เหมือนกันก็ตามแต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาพะวงเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว

"ระ...รัตน์คุง...ฉันขอ....ถามอะไร.....หน่อยได้ไหม...." ซาโยะที่ดวงตากำลังจะปิดลงพยามเค้นกำลังที่เหลือเอ่ยขึ้นมาเลือดจากปากแผลยังคงทะลักออกมาเรื่อย ๆ แม้รัตน์จะพยายามใช้มือกดเอาไว้แล้วก็ตาม เสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบาลงทุกวินาที

"ยัยบ้าอย่ามัวพูดมากน่า!!!" รัตน์ตอบกลับพร้อมกับจับมือเธอขึ้นมากุมเอาไว้แน่น

"นี่...สรุปแล้ว...เธอชอบใคร...กันแน่นะ...ระหว่างฉันกับโมโมะ..." ซาโยะถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาดวงตาทั้งสองก็ใกล้จะปิดสนิทลงทุกขณะ รัตน์กลืนน้ำลายตัวเองก่อนจะตอบออกไปว่า

"ก็เธอไงล่ะ ซาโยะ!เพราะงั้นแข็งใจเอาไว้นะ!!!! เดี๋ยวหน่วยพยาบาลก็มาถึงแล้ว!!!  เธอต้องรอดนะซาโยะ เธอจะมาตายที่นี่ไม่ได้!!!"

"......โกหก...." ซาโยะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอลืมตาขึ้นมาและมองเข้าในดวงตาของรัตน์ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก แต่แล้วเธอก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะยกมือข้างขวาที่ถูกกุมเอาไว้ขึ้นมาทาบกับใบหน้าของรัตน์

"รัตน์......พูดมาตามจริงเถอะ...ฉันรู้อยู่แล้วว่า.....ในแววตาของเธอน่ะ...ไม่มีฉันอยู่ตั้งแต่แรก...ฉัน...ไม่เห็นใครอยู่เลย...รัตน์คุง..." ซาโยะพยามฝืนพูดหยาดน้ำตาค่อย ๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอ

"ฉันขอเป็นครั้งสุดท้าย...แม้ฉันจะรู้อยู่แล้วก็ตาม......แต่ว่าฉันอยากจะฟังจากปากของเธอ............"  รัตน์กัดฟันแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์และค่อย ๆ เอ่ยคำตอบออกมา

"ฉัน...ตอบไม่ได้...แต่ว่า...ฉันไม่ได้ชอบเธอ ซาโยะ...อย่างน้อยๆฉันก็รู้สึกดีกับโมโมะมากกว่า..."  แม้นน้ำเสียงจะฟังดูเรียบแต่มันก็เป็นคำพูดที่ไร้ซึ่งความสับสน ซาโยะยิ้มออกมาอีกครั้งทั้ง ๆ ที่น้ำตายังคงไหลริน

"ดีจัง...ในที่สุด...ฉันก็...ได้รู้คำตอบจริง ๆ ซะที.....แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น....รัตน์คุงก็ยังเป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันรัก และจะรักตลอดไป......โมโมะจังเขาพยามมากนะ...เพราะงั้นอย่างน้อยๆช่วยตอบสนองเธอได้ไหม?"

"ช่วยตอบสนอง...โมโมะ...ตอบสนองความรู้สึกของเธอหน่อย...นะ รัตนคุง..."ซาโยะที่กำลังจะหมดลมหายใจร้องขอครั้งสุดท้ายกับรัตน์...ชายหนุ่มยังคงอึ้งในภาพที่อยู่ตรงหน้าจนไม่ได้ตอบออกไป...

ซาโยะยิ้มอย่างงดงามให้รัตน์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาของเธอจะปิดลงอย่างช้า ๆ มือที่จับแก้มของรัตน์อยู่ค่อย ๆ อ่อนแรงและปล่อยออกไปจากแก้มของเขาเหลือทิ้งไว้เพียงรอยคราบเลือดที่ประทับเอาไว้เท่านั้น ไม่มีเสียงลมหายใจของเธอ ไม่มีมีเสียง

หัวใจของเธออีกแล้ว เธอจากไปแล้ว ซาโยะได้ลาจากโลกใบนี้ไปแล้วตลอดกาล.....................

(มีต่อ)
บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #83 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 04:43:22 PM »

Episode 8 Earth Route -Fragrance Of Her- (ต่อ)

"ซาโยะ...ฉันน่ะ...ฉัน..."

รัตน์พูดอะไรต่อไม่ออก...เขารู้สึกเหมือนคำพูดของเขามันจุกอยู่ในลำคอเขาทำได้เพียงแค่โอบอุ้มร่างอันไร้วิญญาณนั้นไว้ในอ้อมแขนด้วยร่างกายที่สั่นเทา ความรู้สึกที่ไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้พากันพร่างพรูออกมาจนแทบจะเก็บกดเอาไว้ไม่ได้คาร์

วาเลียสีส้มบินวกกลับมาหาพวกรัตน์พร้อมกับพาเขากลับขึ้นไปบนยาน เมื่อคาร์วาเลียคัสตอมร่อนลงจอดรูบี้เพิ่งกลับขึ้นมาเหมือนกันก็รีบวิ่งมาหารัตน์ทันที

"ทั้งสองคนปลอด........"  รูบี้หยุดชะงักราวกับต้องมนต์สะกดเมื่อเธอได้เห็นภาพร่างของซาโยะที่เต็มไปด้วยเลือดนอนสงบนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของรัตน์

"......ซาก้าพร้อมออกตัวไหม....."  เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากสาวน้อยช่างเครื่อง รัตน์กัดฟันแน่นพลางถามไปอีกครั้ง

"ซาก้าพร้อมออกตัวไหม!!!!" น้ำเสียงที่ดุดันจนรูบี้สะดุ้งเฮือก

"..อะ..อือ..พร้อมทุกเมื่อ....."

เมื่อได้รับคำตอบรัตน์ก็ค่อยๆวางร่างของซาโยะลงบนเตียงที่หน่วยพยายบาลเข็นมารับก่อนจะรีบวิ่งไปที่อาคาน่าซาก้าโดยไม่สนสิ่งใดอาคาน่าซาก้าเริ่มเดินเครื่องพร้อมกับพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไล่ตามจาโปรน่าของโฮมส์ไปทางตะวันออก ขณะที่

รัตน์ทะยานออกไป ลูคัสก็เดินมาที่สะพานเดินเรือในสภาพผ้าพันแผลเต็มตัวด้านหลังเขามีคุณหมอไล่ตามมาติด ๆ

"นี่เจ็บหนักขนาดนี้ยังคิดจะทำอะไรอีก? คุณควรจะนอนพักนะ" แพทย์หญิงประจำยานพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขากลับไปที่ห้องพยายาบาล

"ก็กัปตันไม่อยู่ในสภาพบัญชาการรบได้นี่นา เวลาแบบนี้จะให้ผมนิ่งดูดายได้ยังไงกันเล่า?" ลูคัสกล่าวพลางเดินขึ้นไปที่เก้าอี้กัปตัน

"กัปตันน่ะแค่หูดับเท่านั้น แต่คุณน่ะ นอกจากแผลจากที่ถูกยิงแล้วยังมีอาการผิวหนังไหม้แล้วไหนจะ แผลจากสะเก็ดระเบิดที่หลังอีกนะ"

"แต่ผมไม่ได้หูดับนี่นา เอาล่ะส่งข้อมูลขึ้นจอหลักเร็วเข้า!!" ลูคัสไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ ของหมอแม้แต่น้อยเขาหยิบแว่นขึ้นมาสวมพร้อมกับเริ่มดูข้อมูลที่โอเปอร์เรเตอร์ส่งขึ้นมาให้ทันที

"จาโปรน่าคัสตอมพิเศษ ไม่เคยเห็นประจำการในกองทัพสงสัยเป็นพวกทหารรับจ้าง... รายงานสภาพการซิ"

"ศัตรูมีจำนวนแปดเครื่อง กับ ยานแม่หนึ่งลำค่ะตอนนี้พวกจาโปรน่ากำลังกระจายกำลังกันโอบล้อมยานของเรากำลังจะเข้าวิถียิงในอีกไม่กี่นาทีแล้วค่ะ" 

"เปิดกราวิตี้มิลเลอร์ เรียกหน่วยเรจไวเวิร์นกลับมาคุ้มกันรอบ ๆ ยาน"

"รับทราบค่ะ"

ลูคัสออกคำสั่งพร้อมกับวางแผนการรบอยู่ในหัวไปด้วย สิ่งที่เขาคิดอยู่ในตอนนี้ก็คือไม่ว่ายังไงก็ต้องพายานลำนี้ไปให้รอดให้ได้ในขณะที่ศัตรูเริ่มเข้าใกล้ยานเข้าไปทุกขณะแล้วนั้น.....

"จงสาดแสงแห่งการพิพากษา เทพพิทักษ์แห่งท้องนภา ไวท์แอสคอร์ท!!"

แร็คน่ากับลี่ลีย์ที่ไม่มีใครรู้ว่าออกไปอยู่นอกยานตั้งแต่เมื่อไหร่ได้กล่าวถ้อยคำอัญเชิญจักรกลรบของพวกเขาออกมาขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ สิ้นเสียงของลี่ลี่วงไสยเวทย์ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมสาดแสงทอดยาวลงมาราวกับเป็นทางที่เชื่อม

ระหว่างผืนดินกับผืนฟ้า ยานบินสีขาวพุ่งทะยานลงมารับทั้งสองเข้าไปภายในพร้อมกับพับเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์ในชั่วพริบตาที่บินสวนกับจาโปรน่าเครื่องหนึ่ง

"อย่าหวังว่าจะมีผู้ใดผ่านข้าไปได้.."   

สิ้นคำประกาศของแร็คน่าจาโปรน่าเครื่องนั้นขาดสะบั้นเป็นสองท่อนในพริบตา ส่วนอีกสองตัวที่ตามมาถูกเสียบจนพรุนด้วยคัทเตอร์เฟมิล่าที่ปล่อยออกไปในตอนที่แปลงร่างเสร็จ พริบตาเดียวเท่านั้นจาโปรน่าสามเครื่องก็ถูกกำจัดไปอย่างง่ายดายสร้างความตก

ตะลึงให้กับอีกห้าเครื่องที่เหลือเป็นอย่างยิ่ง นักบินของจาโปรน่าคัสตอมที่พุ่งเข้ามาใกล้ยานต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองถูกสอยไปอย่างง่ายดายในเวลาไม่ถึงวินาที

"นั่นมันหุ่นบ้าอะไรกัน!!!? อ๊าก!!!!!!!!!!!!!!" 

แต่เขาก็มีเวลาตกใจได้ไม่นานนักเพราะกระสุนของคาร์วาเลีย SES พุ่งเจาะค๊อทพิทเต็ม ๆ นักบินผู้โชคร้ายก็เลยต้องจากไปโดยที่ยังตกใจไม่เสร็จ

"ถอย!!! พวกเราถอย!!!"  เมื่อสูญเสียเพื่อนไปถึง 4 คนในเวลาไม่นานผู้นำทีมก็ตัดสินใจสั่งถอนกำลังกลับอย่างไม่ลังเลแต่ว่า

"คิดหรือว่าจะให้หนีไปง่าย ๆ !!!"

มิเกลที่บินโฉบมาจากด้านล่างพร้อมอัด Stun Knuckle เข้าจัง ๆ เบอร์กลางลำตัว จาโปรน่าเครื่องผู้นำฝูงระเบิดกลางอากาศต่อหน้าต่อตา ลูกทีมอีกสามเครื่องก็เริ่มเสียขวัญและพยายามถอยหนีกลับไปทื่ยานแม่อย่างไม่เป็นกระบวน

"บีมโฮลยิงได้!!!!!"   

ลูคัสสั่งยิงปืนใหญ่ของยานเรดทันทีโดยมีเป้าหมายก็คือยานแม่ของข้าศึก อาวุธพิฆาตของยานเรดกวาดทำลายยานแม่ของศัตรูพร้อมกับจาโปรน่าที่เหลือไปอย่างง่ายดายก่อนจะร่วงลงไปในป่าท่ามกลางหุบเขานี้ ชัยชนะในศึกนี้จึงตกเป็นของกองกำลัง TSC อีกครา

ขณะเดียวกันทางด้านของรัตน์เขาไล่ตามโฮมส์ไปด้วยอารมณที่เกรี้ยวกราดสุด ๆ นับตั้งแต่เกิดมา ทั้งคู่ไล่กวดกันมาจึงแถบชายทะเล

"หนีไม่พ้นหรอกน่า!"

รัตน์คำรามลั่นตอนเวลานี้นัยน์ตาทั้งสองข้างของเขามีแต่เลข 0 กับ 1 วิ่งอยู่เต็มไปหมด เขาเร่งบูสเตอร์ของอาคาน่าซาก้าให้ความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีกเพื่อให้ไล่ตามจาโปรน่าตัวสีน้ำตาลนั่นทัน...แต่แล้ว... ชิ้นส่วนที่ซ่อมมาจากอะไหล่ของอาคาน่าแวนการ์ดเกิดช๊อต

ขึ้นมากระทันหันทำให้ซาก้าเสียหลักพุ่งตกทะเลใกล้ ๆ ไป...

"ตกทะเลเหรอ?!!!...ดีล่ะ!"

โฮมส์ที่นั่งอยู่ในจาโปรน่าสีน้ำตาลร้องออกมาอย่างยินดีก่อนจะหยิบปืนใหญ่ที่หลังขึ้นมาตั้งกับไหล่เตรียมยิงซ้ำใส่ซาก้าที่จมลงไปอยู่ใต้น้ำแต่...

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!

อยู่ดี ๆ ปืนใหญ่ของโฮมส์ก็ถูกยิงจนระเบิด...เขาตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้รีบหันไปมองทิศทางที่ลำแสงนั่นพุ่งมา และสิ่งที่ปรากฏแกสายตาของโฮมส์ก์คือ หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายอาคาน่าแต่มีสีดำสนิทกำลังเล็งบีมไรเฟิ้ลมาทางเขา แถมไม่มีปฏิกิริยา

ของหุ่นยนต์ตัวอื่นในบริเวณนี้อีกแล้ว สรุปได้อย่างเดียวว่าหุ่นยนต์ยิงทำลายปืนใหญ่ของเขาเมื่อกี้ก็คือเจ้านี่แน่นอน โฮมส์จำหุ่นตัวนี้ได้มันคือหุ่นพิเศษของมาร์กโววาร์ด!

"ตกใจขนาดนั่นเลยรึ?"  โววาร์ดเอ่ยถาม ขณะที่กำลังจะยิงซ้ำเขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ภายใต้ทะเลเบื้องล่าง

"อึดดีจริงแฮะ..." โววาร์ดกล่าวพลางเร่งบูสให้ถอยห่างบริเวณนั้นโดยเร็ว เสี้ยววินาทีนั้นน้ำทะเลก็แตกกระจายขึ้นมาเป็นเสาสูง อาคาน่าซาก้าทะยานขึ้นมาจากทะเลด้วยกำลังของบูสเตอร์พร้อมกับเริ่มเปิดระบบ

"Over!" รัตน์คำรามลั่นก่อนที่แขนขวา ซึ่งเป็นส่วนเดียวที่ยังมีไซคิกคล็อธเหลืออยู่จะแยกออกเผยให้เห็นถึงเฟรมสีทองภายใน

"Limit! Liberate!"

รัตน์ประกาศก่อนที่แขนของอาคาน่าจะกลายเป็นสีทองอร่าม แต่โอเวอร์ลิมิตครั้งนี้มันแปลกไปจากทุกครั้ง.....อนุภาคสีทองจำนวณมากปรากฎขึ้นมารอบๆตัวของอาคาน่าซาก้าแล้วหมุนวนรอบๆตัวซาก้า...ซึ่งอนุภาคสีทองพวกนี้นั่นมันออกมาจากตัวซาก้าเองตาม

รอยต่อต่าง ๆ ของตัวหุ่น

"Ture Over Limit Set Up" อักษรสีทองปรากฎขึ้นทั่วหน้าจอในค๊อทพิทอาคาน่าซาก้า

"True...." รัตน์พึมพำก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้นมาพาดปิดตาทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้...

"Liberate!!!!!"

รัตน์คำรามก่อนจะซะบัดแขนซ้ายออกไป...นัตย์ตาของรัตน์เปลี่ยนไป...เลข 0 กับ 1เหล่านั่นล้วนหายไปหมดสิ้นเหลือเพียงแต่สีเขียวมรกตในนัตย์ตาของรัตน์เท่านั่น.........นัตย์ตาสีม่วงของรัตน์กลายเป็นสีเขียวมรกตและเรืองแสงสีทองออกมา

อนุภาคสีทองพุ่งออกมาจากตัวซาก้ามากขึ้นมันพุ่งเข้าล้อมรอบร่างแขนขวาของซาก้าเอาไว้จนดูเหมือนว่ากลายเป็นสีทองทั้งแขน นอกจากนั่นยังไปเกาะรวมตัวที่หลังของซาก้าและกลายสภาพคล้าย ๆ ปีกสีทองขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฎอยู่ที่ด้านหลังของซาก้า

ปีกสีทองพวกนี้ปล่อยประกายแสงสีทองเจิดจ้าออกมา เมื่อมันสะท้อนกับดาบทะเลสีครามทำให้สภาพโดยรอบร่างของซาก้านั่นปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง ปีกทั้งคู่ขยับซ้ายขวาไปมาอย่างรวดเร็วเหมือนกับกำลังจะปลดปล่อยความอัดอั้นที่เก็บไว้ภายในออกมา

"นะ..นั่นมันอะไรน่ะ!!!!?"  โฮมส์ตกใจมากกับสิ่งที่เห็นแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะทำการโจมตีใส่อาคาน่าซาก้า ลำแสงจากบีมไรเฟิ้ลของจาโปรน่าพุ่งตรงเข้าใส่ซาก้าหลายนัด แต่ก็ถูกป้องกันเอาไว้ได้ด้วยแขนขวาที่มีอนุภาคสีทองจำนวนมากเกาะตัวจนมีสภาพเป็นสนามพลังป้องกันตัวเครื่องจากบีมเหล่านั่นเอาไว้

"นี่สินะ...พลังที่แท้จริงของซาก้าน่ะ..." รัตน์พึมพำพร้อมกับนึกย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนตอนที่เขาคุยกับดร.เฟอร์เดอริก้าที่ยานราชินโยว์

"ด.ร ออดิชาร์ลเนี่ย ลับลมคมในเป็นบ้าแอบติดอะไรแปลก ๆ เข้าไปกับเตาพลังงานของซาก้าก็ไม่รู้...ฉันพึ่งจะเห็นเนี่ยนึกว่ามันเป็นอุปกรณ์พวกกักเก็บพลังงานตั้งนาน"

เฟอร์เดอริก้าบ่นพึมพำให้รัตน์ฟัง แล้วเขาก็ถามกลับไปว่า

"จริงรึครับ มันคืออะไรล่ะครับ?"

"ดูเหมือนจะเป็นเครื่องกำเนิดอนุภาคแปลก ๆ นะ ในนั้นใส่แร่พลังงานนอกโลกเอาไว้ซะด้วย ฉันเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มากนัก แต่ดู ๆ แล้วในเครื่องไม่เห็นจะมีคำสั่งกระตุ้นให้มันทำงานเลยนี้น่า..." เฟอร์เดอริก้าให้คำตอบเชิงขอไปที

รัตน์เลิกนึกถึงเรื่องราวในอดีตและมองไปข้างหน้า มองไปยังศัตรูของเขา อาคาน่าฟลาชิอ้อนถูกชักขึ้นมาชูขึ้นอยู่เหนือหัวพร้อมเปลี่ยนเป็นโหมดเบลดเวิร์คอนุภาคสีทองพวกนั่นเข้ามาเกาะตามไซคิกคล็อกในใบดาบ มันรวมตัวกันจนทำให้อาคาน่าฟลาชิอ้อนกลายสภาพเหมือนดาบบีมสีทองขนาดใหญ่...

"ดูแล้วไอ้เครื่องกำเนิดอนุภาคนี้มันจะกระตุ้นให้เปิดได้ด้วยการโอเวอร์ลิมิตสินะ..."

รัตน์พึมพำก่อนจะตั้งท่าดาบขึ้นมาเสมอตัว...สมัยก่อนตอนที่เคยฝึกดาบกับพี่สาวสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มานั่นคือความหมายของการฟาดและฟัน...

"การฟาดเป็นการปลดปล่อยความอัดอั้นออกไป...แต่การฟันเป็นการรวบรวมความอัดอั้นเหล่านั่นให้กลายเป็นสมาธิและฟันออกไป!!!"รัตน์คำรามออกมาก่อนจะบังคับซาก้าพุ่งเข้าไปหาโฮมส์ปีกสีทองนั่นกระพือไปพร้อมกับการพุ่งตัวของซาก้าเสมือนกับว่ามันเป็นปีกของสิ่งมีชีวิตจริงๆ

"รับมือซะ!"รัตน์คำรามก่อนจะฟาดฟันดาบใส่จาโปรน่าของโฮมส์ไปสองดาบไม่ทันที่จะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อซาก้าก็ไสลด์ไปทางด้านซ้ายของจาโปรน่าแล้วฟันดาบอีกสองดาบใส่ทันที

"เมื่อดาบสีทองที่เปล่งประกายนี้ตัดผ่านความมืดมิดนิรันดร์ดร!" เมื่อกล่าวจบร่างของซาก้าก็แวบหายไปแล้วมาปรากฎที่ด้านขวามือของโฮมส์ และก็ตวัดดาบสองครั้งตัดเป็นแนวกากบาทใส่จาโปรน่าตัวนั่นอีกครั้ง

"มันจะบดขยี้ศัตรูตรงหน้าจนมลายสิ้น!"และหลังจากจบประโยคซาก้าก็ถอยออกมาก่อนจะรวบรวมอนุภาคทั้งหมดโดยรอบและจากบีมสีทองอัดเข้าไปในฟลาชิอ้อนจนทำให้มันกลายเป็นสีทองเรืองแสงขึ้นมาทั้งเล่ม เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาและก่อนที่โฮมส์จะทันได้ขยับเคลื่อนไหวอะไรแม้กระทั่งร่างกายของตัวเอง ซาก้าก็พุ่งเข้ามาประชิดและตั้งดาบเตรียมฟาดใส่จาโปรน่าของเขา

"พิฆาต! โกธาหมาป่าคลั่ง!"รัตน์ประกาศก่อนจะหวดดาบฟันผ่าทำลายจาโปรน่าทั้งนักบินที่อยู่ภายในนั้นแยกออกจากกันเป็นสองซีกลำแสงสีทองที่ถูกอัดแน่นอยู่ถูกกระจายออกเสมือนระเบิดแสงสีทองขนาดใหญ่มันสว่างวาบไปทั่วบริเวณชั่วพริบตาก่อนที่ทุกๆอย่างจะกลับมาเป็นปกติ...

"Schachmatt!"  สิ้นคำพูดนั้น จาโปรน่าตัวสีน้ำตาลจะระเบิดและเสียงดังสนั่นหวันไหวเป็นสัญญาณแสดงถึงการต่อสู้ศีกนี้ได้จบลงแล้ว ระบบของซาก้าหยุดการทำงานลงเวลานี้มันกลับสภาพมาเป็นสีแดงขาวเหมือนเดิมปีกสีทองนั่นก็สลายหายไปด้วย ซาก้าที่พลังงานหมดพุ่งตกลงไปในทะเลเบื้องล่าง....

โชคยังดีที่รัตน์ตกลงบริเวณแถวๆชายหาดน้ำเลยไม่ลึกมาก ร่างของซาก้าที่นอนล้มอยู่ที่ชายหาดเปรียบเสมือนกับเป็นนักรบขนาดยักษ์ที่สู้จนตัวตายแต่ก็ยังประสบกับความพ่ายแพ้...นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่สื่อถึงรัตน์ในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี

"นายนี่...มีเรื่องให้แปลกใจอยู่เสมอ ๆ เลยนะ" โววาร์ดกล่าวชื่นชมขณะต่อช่องสัญญาณมาหารัตน์...แม้พลังงานจะหมด...แต่ระบบสื่อสารยังคงใช้ได้

"นี่...โววาร์ด มันเพราะอะไรกัน?........"

"หือ?" โววาร์ดไม่เข้าใจในคำถามของรัตน์

"ฉันทำตามสัญญาให้กับซาโยะไม่ได้...นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เป็นแบบนี้ ครั้งแรกก็พี่สาว ครั้งที่สองก็ฮิเมะ...ทั้งหมดฉันสัญญาว่าจะปกป้องให้ได้แต่ว่า...แต่ว่าฉันก็ไม่อาจสามารถปกป้องทั้งสามคนนั่นได้เลย...เพราะอะไรกัน!!!!?... มันเพราะอะไร!!!!? ฉันหลงนึกว่ามีพลังของซาก้าแล้วจะสามารถปกป้องทุก ๆ คนได้แท้ ๆ ...แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ!!!  ทั้ง ๆ ที่ซาก้ามีพลังตั้งขนาดนี้แท้...แต่ทำไมถึงยังปกป้องใครไม่ได้อีกล่ะ...ทำไม!!!!...ทำไม!!!!...ทำไม!!!! ฉันถึงปกป้องแค่ผู้หญิงคนเดียวไม่ได้!!!!!!!!!!"

รัตน์ตะโกนลั่นก่อนจะชกหน้าจอมอนิเตอร์จนมันเริ่มมีรอยร้าวไม่ต่างจากมือของเขาที่มีแผลจนเลือดไหลซึมออกมา ก่อนจะฟุบหน้าลงกับคอนโซลอย่างอ่อนแรง

"พอแล้ว ฉันเหนื่อยแล้ว...ไม่อยากสัญญาอะไรอีกแล้ว ไม่อยากจะสู้อะไรต่อไปอีกแล้ว.....โววาร์ดแกช่วยฆ่าฉันทีเถอะ...ฉัน...ฉัน...ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว...ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวดอย่างนี้อีกแล้ว" รัตน์ซบหน้าลงกับมอนิเตอร์น้ำตาของเขา

ไหลพรากออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างที่กลับมาเป็นสีม่วงตามเดิม ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจ ความน่าสมเพศความอ่อนแอ ถูกระบายออกมาด้วยน้ำตาเหล่านี้...

"หึ...คิดว่าแกจะมีดีกว่านี้ซะอีก ช่างน่าเบื่อจริงๆ" คำที่โววาร์ดเอ่ยขึ้นมาทำให้รัตน์สะดุ้งโหยง

"อะไรของแก!!!"

รัตน์ตวาดกลับแต่โววาร์ดไม่ใยดีอะไรเขาเปิดค็อทพิทของหุ่นพร้อมก้าวออกมา รัตน์เองก็ทำเช่นเดียวกันทั้งสองประจัญหน้ากันท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาชายฝั่ง

"แกในตอนนี้ ฆ่าไปก็เสียมือเปล่า ไม่มีอะไรให้ฉันตื่นเต้นเลยซักนิด แต่ถ้าแกอยากจะให้ฉันฆ่าแกจริง ๆ ก็ย่อมได้แต่แกต้องสัญญากับฉันก่อน"

"สัญญาอะไร!!?"

"แกจะต้องเล่นเกมนี้กับฉันต่อไป......"

"แก....แก......แกมันบ้าไปแล้ว!!! แกเห็นชีวิตของคนอื่น ๆ เป็นเกมหรือไง? เห็นเป็นของเล่นยังงั้นเหรอ!" รัตน์ตะโกนลั่นนั่นก็เป็นเหมือนการจุดไฟบางอย่างในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมา เด็กหนุ่มแอบยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"ก็ได้....ฉันสัญญาว่าฉันจะเล่นเกมบ้า ๆ นี่กับแกต่อก็ได้" รัตน์ยกมือขวาขึ้นพลางชี้นิ้วไปที่หน้าของโววาร์ด

"โววาร์ด ฉันจะฆ่าแกและชนะเกมนี้ให้ได้!!!" รัตน์ประกาศลั่นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นส่วนโววาร์ดก็หัวเราะในลำคอแล้วตอบกลับไปว่า

"มาสิรัตน์....มาฆ่าฉัน....ถ้าแกมีปัญญาทำได้ล่ะก็"

"แต่ถ้าแกเกิดตายก่อนฉันขึ้นมาล่ะ?....." รัตน์เอ่ยถามพลางยังคงชี้หน้าอีกฝ่ายอยู่เช่นนั้น

"แกคิดว่าฉันเป็นใครกัน? หึ...รัตน์ พรมอนันต์จงมีชีวิตอยู่ต่อไปซะ...มีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วมาฆ่าฉันให้ได้ด้วยมือของแกเอง!"โววาร์ดประกาศพร้อมกับชี้นิ้วสวนรัตน์กลับมา

รัตน์รู้สึกได้ถึงความไม่อยากแพ้ ไม่อยากยอมแพ้ แต่ว่า...ถ้ามัวมาแต่ร่ำไห้แบบนี้มันก็ไร้ซึ่งประโยชน์อะไร มาร์กโววาร์ด หมอนี้กระตุ้นรัตน์ด้วยเรื่องบ้าๆอย่างการเล่นเกมแต่กลับเป็นการจุดไฟที่อยากจะมีชีวิตต่อให้เขาเป็นอย่างดี

"หึ แกตะหากที่อย่าชิงตายไปก่อนที่ฉันจะฆ่าแกก็แล้วกัน แล้วพบกันใหม่ รัตน์ พรมอนันต์"

พูดจบโววาร์ดก็กลับเข้าไปในหุ่นยนต์ของเขา หุ่นยนต์สีดำทะยานหายลับตาไป รัตน์เปิดเครื่องพลังงานสำรองของซาก้าและพามันกลับมาที่เรดกาแลคเซียที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไป การจากไปของซาโยะทำให้บรรยากาศแห่งความโศกเศร้าเข้ามาปก

คลุมภายในยานเรดกาแล็คเซียฯ
ร่างอันไร้วิญญาณของซาโยะถูกแช่เอาไว้ในแค็ปซูลรักษาสภาพเพื่อรอเวลาที่จะนำไปทำพิธีอย่างสมเกียรติในภายหลัง

แม้ความเจ็บปวดจากการสูญเสียพวกพ้องจะบั่นทอนกำลังใจพวกเขาลงไปบ้างแต่กองกำลัง TSC ก็ไม่มีทางถอยอีกต่อไปแล้ว แม้จะต้องเจ็บปวดซักแค่ไหนก็มีแต่จะต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น หลังกลับมาที่ยานรัตน์ก็ไม่ยอมออกไปจากโรงเก็บหุ่นเลย เขานั่งคิด

ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่เขาใช้ชีวิตอยู่กับสงครามอยู่ตรงหน้าคู่หูของเขาอาคาน่าซาก้า ในระหว่างนั้นรูบี้ก็เดินมาหาและยื่นของสิ่งหนึ่งให้กับเขา

".....อะไรนะ?" รัตน์เอ่ยถามเมื่อได้เห็นสิ่งที่ยื่นมาให้

"สิ่งนี้ฉันว่าอยู่กับนายคงจะดีกว่า" มันเป็นสมุดบันทึกสีชมพูที่ปกมีลายดอกไม้สีขาว ซึ่งมันก็คือสมุดบันทึกของซาโยะนั่นเอง รัตน์นั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งพลางคิดอยู่ในใจว่าจะยื่นมือไปรับสมุดเล่มนี้ออกมาดีหรือไม่? แต่พอเห็นแววตาของรูบี้แล้วรัตน์ก็ตัดสินใจรับมันมา

"ที่หน้าสุดท้ายน่ะ...." รูบี้บอกเช่นนั้นก่อนจะเดินจากไป รัตน์รู้สึกลังเลใจเล็กน้อยที่จะเปิดมันแต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงของรูบี้พูดขึ้นโดยที่เธอไม่ได้หันกลับมามองที่เขา

"...นายรู้ไหมว่าดอกไม้ขาวที่อยู่บนปกสมุดเล่มนี้คือดอกอะไร?" 

"สไปเดอร์ลิลลี่" รัตน์ตอบทันทีโดยไม่มองคู่สนทนาเช่นกัน

"แล้วรู้ไหมว่ามันมีความหมายว่ายังไงในภาษาดอกไม้" รัตน์ไม่ตอบเพราะเขาไม่ค่อยสนใจถึงเรื่องแบบนี้

"ดอกสไปเดอร์ลิลลี่น่ะ ในภาษาดอกไม้มันแปลว่า 'ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป' ยังไงล่ะ" พูดจบรูบี้ก็เดินจากไป รัตน์นั่งนิ่งไปแปบนึงเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาตัดสินใจเปิดหน้าสุดท้ายของบันทึกเล่มนี้และอ่านข้อความที่อยู่ในนั้น ข้อความนั้นเขียนด้วยลายมือที่

สวยงามสมเป็นลายมือผู้หญิง เมื่ออ่านมันจบเด็กหนุ่มก็ยิ้มน้อย ๆ ออกมา

"ยายบ้าเอ๊ย......." เขาเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ เกินกว่าที่ใครจะได้ยินคำพูดของเขาน้ำตาใสๆไหลออกมาจากตาของเขาอีกครั้ง...ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ต้องเดินหน้าต่อไปสินะเพื่อตัวเขาและเพื่อซาโยะด้วยแต่ในระหว่างที่กำลังรำลึกอยู่นั้นเองเสียงไซเรนก็ดังขึ้น

"แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกคนทราบ ขณะนี้เราได้ตรวจพบสัญญาณขอความช่วยเหลือจากยานเสบียงของเอลฮังค์กำลังถูกโจมตีโดยหน่อยลาดตระเวนของบอนล์ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าประจำสถานีรบระดับหนึ่ง"

เสียงของลูคัสดังออกมาจากระบบกระจายเสียงภายในตัวยาน รัตน์พับสมุดเล่มนั่นเก็บใส่กระเป๋าพร้อมกับกระโดดเข้าไปในค็อทพิทของอาคาน่าซาก้าอย่างรวดเร็ว

"ระบบทั้งหมดเคลียร์!!!" เสียงของรูบี้ดังผ่านช่องสัญญาณเข้ามาขณะที่รัตน์กำลังพา อาคาน่าซาก้าขึ้นไปยืนบนแท่นส่งตัวเพื่อรอสัญญาณจากสะพานเดินเรือ

"เอาล่ะไปกันเถอะ อาคาน่าซาก้า รัตน์ พรมอนันต์ ออกตัว!!!"

อาคาน่าซาก้าพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่  ไม่มีความลังเลใด ๆ อีกต่อไปแล้วแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็ต้องพยามต่อไป...เพื่อที่ว่าสักวันนึง...เขาจะได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคนอื่น ๆ เป็นจริงสักที... ไม่สิเขาต้องทำให้ได้ตะหาก ซาก้าพุ่งเข้าหาศัตรูพร้อม

ยกอาคาน่าฟัลชิออนขึ้นเหนือหัวเข้าฟาดฟันกับศัตรู

แม้นฉันจะปกป้องตัวเธอเอาไว้ไม่ได้ แต่ความฝันของเธอฉันจะปกป้องให้เอง รัตน์ปนิธานกับตนเองไว้เช่นนั้นเมื่อเขาได้เห็นถ้อยคำที่ถึงเขียนเอาไว้ในหน้าสุดท้ายของบันทึกเล่มนั้น

[ฉันปราถนาอยากจะให้โลกนี้มีแต่ความสงบสุขและฉันก็เชื่อเสมอว่าถ้าเป็นรัตน์คุงล่ะก็ต้องสร้างโลกแบบนั้นได้แน่นอน]

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!

จาโปรน่าผู้โชคร้ายถูกฟันฝ่าเป็นสองซีกก่อนจะระเบิดเป็นเศษซากลางอากาศ อาคาน่าซาก้าพุ่งทะยานไปในสนามรบพร้อม ๆ กับจิตใจที่มุ่งมั่นของรัตน์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่อยู่สมุดบันทึกเล่มนี้จะคอยย้ำเตือนให้ปนิธานอันมุ่งมั่นนี้คงอยู่ไปตลอดกาล

-Fragrance Of Her-End
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 07:01:17 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #84 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 10:31:08 AM »

-SPACE ROUTE 8 TEAR, ANGER, AND INVASION-(ต่อ)

แต่ปฎิกิริยาของโมโมะยังไวเธอจึงรับอาร์คคาลิเบอร์เอาไว้ด้วยสตีมแคนน่อนเอาไว้ได้
เปรี๊ยะ!!! เคร้ง!!!   

“เกิดอะไรขึ้นน่ะคะไกด์คุง ทำไมไกด์คุงถึงโจมตีโมโมะล่ะคะ”โมโมะถามขึ้นด้วยความตกใจขณะที่เธอรับอาร์คคาลิเบอร์เอาไว้ได้

“ฆ่า...!!!!”เป็นคำตอบจากปากของไกด์ที่มีนัยน์ตาสีแดงเข้มและแววตาที่เหี้ยมโหด
ทำให้ทั้งฟิริน่า ฟาเฟล เมเดอร์ลีนที่ได้ยินคำตอบนั้นตกตะลึงไปตามๆกัน
ซึ่งไกด์ก็อาศัยจังหวะนี้เองที่โมโมะกำลังอึ้งอยู่ เขาเพิ่มกำลังของอาร์คคาลิเบอร์ขึ้นอีกทำให้แรงในการฟันและการกระแทกมากขึ้น

“อ๊ะ!!...หนักไม่ไหวแล้ว”โมโมะที่ดึงสติกลับมาได้จากอาการตกใจไม่ทันระวังจึง ไม่อาจรับแรงฟาดจากอาร์คคาลิเบอร์ของไกด์ที่แรงขึ้นอีกได้
เคร้ง!! เปรี้ยง!!!! กรี๊ด!!!
อาคาน่าโรมานซ์จึงถูกโซลน่อลเซเวียร์กระแทกให้กระเด็นไป

“โมโมะ นี่ตาบ้า...ทำอะ….”เมื่อเห็นโมโมะถูกไกด์เล่นงานฟาเฟลก็หันมาถามทันทีแต่ทว่า

“ฆ่า!!! ให้หมด”ไกด์บังคับโซลน่อลเซเวียร์พร้อมกับอาร์คคาลิเบอร์มุ่งตรงเข้าหาเธอแล้วในตอนนี้!!!
เคร้ง!!!! กึง!!! อาคาน่าฮิสเทรี่ใช้สนับมือรับอาร์คคาลิเบอร์

“ตาบ้านายเป็นอะไรไป นี่พวกเรานะ..”ฟาเฟลพยายามห้ามแต่ว่า

“ฆ่า...ศัตรูต้องตาย!!!!”เสียงไกด์คำรามออกมา

“นายเป็นอะไรของนาย...ตาบ้า....รึว่านายไม่ใช่...ตานั่น”ฟาเฟลตะโกนถามมาอีก

“ฮึ...จะใช่..รึเปล่า..ล่ะ”ไกด์แสยะยิ้มด้วยแววตาเหี้ยมพร้อมกับเพิ่มแรงของอาร์คคาลิเบอร์ลงไปอีก

“ไม่ไหว...กำลังต่างกันเกินไป..อึ่ก!!”ฟาเฟลกำลังแย่เพราะกำลังของอาคาน่าฮิสเทรี่ไม่สามารถจะด้านแรงของโซลน่อลเซเวียร์ได้..และเธอก็แทบจะไม่เหลือแรงแล้ว
ซู่ม!!!!!!!!

“กล้าทำร้ายน้องสาวชั้น นายคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ”เมเดอร์ลีนพูดพร้อมกับอาคาน่าโครนิเคิ่ลลากคีมขนาดยักษ์เข้าหาไกด์ทันที
แต่ไกด์ก็ยังมีประสาทสัมผัสดีเยี่ยมทั้งๆที่เขาบาดเจ็บอยู่...เขาบังคับให้โซลน่อลเซเวียร์ปลดอาร์คคาลิเบอร์อีกเล่มมากันคีมของอาคาน่าโครนิเคิ่ลไว้ได้
เคร้ง!!!!! กึง!!!! เปรี๊ยะๆๆ!!!
สภาพตอนนี้คือโซลน่อลเซเวียร์อยู่ตรงกลางโดยมีอาคาน่าทั้งสองโจมตีทั้งซ้ายและขวา แต่ทว่า...

“ย่าห์!!!!.”ไกด์ออกแรงดันอาร์คคาลิเบอร์ทั้งสองมากขึ้นทำให้อาคาน่าทั้งสองกระเด็นไป

“ไม่ใช่...ไม่ใช่...เจ้านี่ไม่ใช่..ตาบ้านั่น”ฟาเฟลที่ถูกกระแทกกระเด็นไป หลังจากที่ตั้งหลักได้เธอก็กำลังอึ้งกับเสียงตอบรับเมื่อครู่อยู่

“กำลังเครื่องมากกว่าสินะ...แต่ว่าทำไม..”เมเดอร์ลีนพูดขึ้น แต่เธอยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ.. ไกด์ก็ตามมาโจมตีต่ออย่างรวดเร็ว

“อยากตายก่อนสินะ ได้ ชั้นจะสงเคราะห์ให้!!”ไกด์คำรามก่อนพุ่งไล่ล่าอาคาน่าโครนิเคิ่ลที่เสียหลักอยู่

“หนอย!!..มาเร็วจริงๆนะ แต่ไม่มีทางหรอก”เมเดอร์ลีนสบถขึ้นพลางอาคาน่าโครนิเคิ่ลก็ตวัดบีมเบลดออกมาป้องกันเอาไว้
เปรี๊ยะๆๆ!!!! ดาบทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง....แต่ไกด์กลับยิ้ม

“ป้องกันแบบนั้นมันไร้ประโยชน์!!!”ไกด์คำรามด้วยแววตากระหายเลือดพร้อมกับตวัดอาร์คาลิเบอร์อีกเล่มสวนขึ้นฟันบีมเบลดจนขาดสะบั้น แล้วโซลน่อลเซเวียร์ก็กลับตัวเตะอาคาน่าโครนิเคิ่ลกระเด็นไป

“ว้าย!!!!!”เมเดอร์ลีนร้องออกมาเมื่อเธอและอาคาน่าโครนิเคิ่ลกระเด็นออกมาด้วยความแรง

“ลาขาดเลยก็แล้วกัน”ไกด์แสยะยิ้มพร้อมกลับปรับอาร์คคาลิเบอร์เป็นไรเฟิลสองกระบอกเล็งเป้าหมายไปที่อาคาน่าโครนิเคิ่ลที่กำลังเสียหลักอยู่ และกำลังจะเริ่มยิง.....แต่ว่า
เปรี้ยงๆๆๆ!!!!
โมโมะยิงสตีมแคนน่อนมาขวางเขาไว้ซะก่อน ทำให้ไกด์ต้องบังคับโซลน่อลเซเวียร์หลบหลีกกระสุนที่ถูกยิงเข้าหาเขา “อย่าทำร้ายพี่นะ” ซึ่งทำให้เมเดอร์ลีนรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

“ขอบใจนะ โมโมะ” เมเดอร์ลีนกล่าวขอบคุณ

“ไม่เป็นไรค่ะ”โมโมะตอบรับ แต่ทว่า...มันยังไม่จบ

“ชิ!!! ยัยตัวน่ารำคาญ....เธอได้ตายก่อนแน่”ไกด์สบถออกมาด้วยสายตาเกรี้ยวกราด พร้อมกับบังคับโซลน่อลเซเวียร์พุ่งเข้าหาอาคาน่าโรมานซ์ทันที
“โมโมะ ระวังตัวนะ..หมอนั่นมุ่งไปหาเธอแล้ว...”ฟาเฟลร้องบอก

โมโมะจำเป็นต้องป้องกันตัวเธอจึงจำเป็นต้องเล็งสตีมแคนน่อนไปที่โซลน่อลเซเวียร์ของไกด์ที่พุ่งเข้าหาเธอ แต่มือของเธอกลับสั่นเพราะเธอก็ไม่อยากจะยิงไกด์ที่เป็นเพื่อน...

“ยิงเลย โมโมะ...เจ้านั่นไม่ใช่ไกด์...”ฟาเฟลย้ำอีกครั้ง
กึก!!! โมโมะลดสตีมแคนน่อนลงเธอยิงไกด์ไม่ลงจริงๆ

“ทำไม่ได้หรอกค่ะ โมโมะยิงไกด์คุงไม่ได้....ไม่ว่ายังไง...นั่นก็คือไกด์คุง...สำหรับโมโมะนั่นคือไกด์คุง.ยิงไม่ได้หรอกค่ะ!!!!!!”โมโมะก้มหน้านิ่งด้วยความเศร้า...น้ำตาของเธอเอ่อล้นออกมา..เมื่อเธอก้มหน้าลงเพราะ...เธอจะยิงไกด์ได้ยังไง..ก็ในเมื่อเขาเคยช่วยชีวิตเธอ..กินอาหารของเธอแล้วชมว่าอร่อย..แล้วก็รอยยิ้มแบบนั้น...แถมครั้งนี้ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะจะช่วยพวกเธอ...

“โมโมะ...ยัยบ้า!!!”ฟาเฟลตะโกนออกมา เมื่อเห็นโมโมะไม่ยอมยิง...แต่ถ้าเป็นเธอล่ะจะยิงได้รึ..เธอได้ถามตัวเองในใจ...แต่คำตอบของเธอก็คือเธอเองก็..ยิงหมอนั่นไม่ลงหรอก

“อ่อนแอซะจริง!!!!!.งั้นก็ตายๆไปซะเถอะ!!”ไกด์คำรามด้วยแววตาอำมหิต พร้อมกับโซลน่อลเซเวียร์ที่ตวัดอาร์คคาลิเบอร์เตรียมจะฟันเข้าใส่อาคาน่าโรมานซ์
เปรี้ยง!!!!!!!!! เคร้ง!!!!!!!!!

“อ้อ..ยังมีเธออีกคนสินะ..”ไกด์พูดขึ้น เมื่อเขาเห็นฟาเรนชูไวส์ ใช้ชูเน่ เรเปียร์ มาขวางอาร์คคาลิเบอร์เอาไว้ได้ ฟิริน่าที่สงบนิ่งมานานเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพราะเธอตัดสินใจหาทางต่อสู้ได้แล้วนั่นเอง

“ฟิริน่าจัง”โมโมะพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะโมโมะจัง ไม่ต้องร้องไห้อีกแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ..ที่โมโมะจังเชื่อใจไกด์คุง...ดังนั้นชั้นก็ตัดสินใจได้แล้วล่ะค่ะ...ชั้นจะช่วยไกด์คุงให้ได้ค่ะ....ย่าห์!!!”ฟิริน่าพูดพร้อมกับดันชูเน่ เรเปียร์สะท้อนอาร์คคาลิเบอร์ให้โซลน่อลเซเวียร์กระเด็นออกไป
ที่ตอนแรกฟิริน่าไม่เข้ามาสู้เพราะเธอตัดสินใจไม่ได้ เพราะเธอรู้ว่ามันเป็นผลข้างเคียงของการเปิดลิมิตเตอร์ออกมา ด้วยความต้องการเพียงแค่พลังเท่านั้น ทำให้ไกด์สูญเสียตัวเองไป แต่ว่าหมอนี่อาจเป็นไกด์ตัวจริงก็ได้..ดังนั้นเธอจึงปรึกษากับไวส์ซึ่งวิธีนั้นมีเพียงแค่2อย่าง 1.การทำลายโซลน่อลเซเวียร์ทิ้งไป 2... เป็นวิธีการที่เสี่ยงอันตรายมากซึ่งไวส์ก็ไม่ต้องการให้มาสเตอร์ของเธอใช้วิธีนี้แต่เพราะติดต่อกับโซลไม่ได้มันจึงกลายเป็นอีกทางเลือกนึง.....ซึ่งฟิริน่าเลือกเพราะการที่เห็นโมโมะเชื่อใจไกด์ เธอจึงตัดสินใจได้ เธอเชื่อใจไกด์และจะเชื่อในตัวเธอเอง เพื่อจะช่วยเขาให้ได้!!

“ไกด์คุง..ไม่ใช่สิ....นายน่ะไม่ใช่สินะคะ..นายเป็นแค่ความมืดที่ต้องการทำลายล้างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เป็นแค่ตัวตนที่ซ่อนอยู่ในใจของไกด์คุงสินะคะ...ชั้นจะปลุกไกด์คุงขึ้นมาให้ได้ค่ะ!!!!”ฟิริน่า พูดออกมา

“โฮ่!! พูดอะไรของเธอ ชั้นคือไกด์นี่ไงล่ะ ไม่ว่าจะมองยังไง ชั้นก็คือไกด์ไม่ใช่รึ...”ไกด์ย้อนมา

“ไม่ใช่...ไกด์คุงน่ะ ถึงโมโมะจะยังรู้จักเขาไม่นานแต่ว่าก็พอจะเข้าใจนะไกด์คุงเป็นคนยังไง...ไกด์คุงน่ะ อ่อนโยน ใจดี..และไม่ได้ชอบการฆ่าแบบนายหรอกค่ะ”โมโมะเช็ดน้ำตาพร้อมแย้งขึ้น ทำให้ฟิริน่ายิ้มออกมาเล็กน้อย

“ใช่หมอนั่น..ถึงจะดูเหลาะแหละไม่ได้เรื่อง...แต่คนใจดีแบบหมอนั่นน่ะ...ไม่มีทาง...ไม่มีทางทำร้ายคนอื่นได้แบบแกหรอก”ฟาเฟลโต้ออกมาอีก

“ชิ...เบื่อซะแล้วล่ะ...รู้ตัวว่าไม่ใช่ก็ควรจะจบได้แล้ว”เมเดอร์ลีนเสริมขึ้น

“ทุกคน…ทุกคนเชื่อใจไกด์คุงจริงๆ”ฟิริน่ายิ้มออกมา

“โฮ่!!!..คำว่า เชื่อใจนี่ฟังแล้วรู้สึกดีจริงๆนะ แต่จะบอกให้รู้ไว้นะว่า ชั้นเองยังต้องขอบใจพวกเธอเลย...เพราะถ้าไม่เพราะเจ้านี่อยากจะปกป้องพวกเธอ..จนมันเลือกพลังเอาพลังที่มันไม่อยากใช้ที่สุดออกมา...ชั้นเลยสบโอกาสตอนนี้พอดี ฮ่าๆๆๆ!!! แต่อย่างว่าแหละนะไงๆมันก็บาดเจ็บอยู่ก่อนชั้นเลยใช้ร่างกายได้ไม่เต็มที่มันก็เท่านั้น แต่ยังไงชั้นก็ออกมาได้แล้วมันจะต้องหายไปตลอดกาล”ไกด์ย้อนพร้อมกับหัวเราะ

“จริงๆด้วยสินะ เพราะโมโมะ...ไกด์คุงถึงเป็นแบบนั้น”โมโมะที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเศร้าทันที
เมื่อฟิริน่าเห็นโมโมะเศร้าไปเธอจึงปลอบโมโมะว่า “ไม่เกี่ยวกับโมโมะจังหรอกค่ะ...เพราะชั้นเองค่ะ”นั่นก็เพราะถ้าไม่ใช่เธอถูกเล่นงาน ไกด์ก็คงไม่ปลดลิมิตเตอร์ออกมา

“ไม่ต้องเถียงกันหรอกน่า ว่าใครผิด....ทุกคนก็อยากช่วยหมอนั่นนี่....เอาล่ะมีวิธีจะช่วยหมอนั่นมั้ยล่ะ ฟิริน่าจัง ยังไงชั้นก็ไม่อยากติดหนี้อยู่ฝ่ายเดียวหรอก”ฟาเฟลพูดขึ้นซึ่งโมโมะก็พยักหน้าตามไปด้วยเพราะเธอก็อยากช่วยไกด์ ซึ่งฟิริน่าก็บอกไปว่ามีเพียงวิธีปลดลิมิตเตอร์ของฟา
เรน ชูไวส์ออกมาเท่านั้น เพราะจะทำให้ฟาเรนชูไวส์สามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์เข้าแทรกแซงโซลน่อลเซเวียร์ได้

“แต่ว่ามันอันตรายนะคะ ฟิริน่าจัง...ถ้าฟิริน่าจังเป็นแบบไกด์คุงไปอีกคนล่ะก็..โมโมะก็คง..”โมโมะพูดขึ้นด้วยเสียงเศร้าๆ
ฟิริน่ายิ้มให้โมโมะ ก่อนเธอจะบอกว่า “ใช่ค่ะ ชั้นอาจจะกลายเป็นแบบไกด์คุงไป แต่ว่าชั้นจะไม่ยอมสูญเสียหัวใจของชั้นที่ต้องการช่วยเค้าไปเด็ดขาดค่ะ!!!...ดังนั้นทุกคนจะเชื่อใจชั้นได้รึเปล่าคะ”ด้วยแววตาและความมุ่งมั่นอยากแรงกล้าของเธอ

“เฮ้อ!! มันไม่มีทางเลือกนี่นะ ชั้นก็คงต้องเชื่อใจฟิริน่าจังอยู่แล้ว”ฟาเฟลยิ้มให้ฟิริน่าเพราะในเมื่อเป็นทางออกเดียว เธอก็เชื่อใจ

“โมโมะก็เชื่อค่ะ”โมโมะพูดขึ้น เมื่อฟิริน่าหันไปทางเมเดอร์ลีนเธอก็พยักหน้ารับ

“ขอบคุณค่ะ ทุกคน”ฟิริน่ายิ้มอย่างดีใจ

“โฮ่!! แต่เธอจะกล้ารึเปล่าล่ะ ฟิริน่า คนที่กลัวที่จะใช้พลังทำร้ายคนอื่นอย่างเธอน่ะ จะกล้าใช้พลังนั่นกับชั้นงั้นรึไง”ไกด์พูดขัดขึ้น ด้วยเสียงดูถูก

“ชั้นได้รับความกล้ามาจากทุกคน และความรู้สึกของชั้นจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงค่ะ ”ฟิริน่าตอบกลับไปด้วยใบหน้ามุ่งมั่น

“ชิ...น่าเบื่อจริงๆพวกแกนี่!! ไม่มีทางหรอก ไม่มีใครช่วยเจ้านั่นได้หรอก”ไกด์ผู้มีแววตาสีแดงเข้มตะโกนออกมาพร้อมกับบังคับโซลน่อลเซเวียร์ พุ่งเข้ามา

“มีสิ!!!!ชั้นจะทำให้ดู ด้วยความเชื่อมั่นในหัวใจของชั้นที่มีต่อไกด์คุง และความเชื่อมั่นจากทุกคนที่มีต่อไกด์คุง....ชั้นจะช่วยไกด์คุงให้ได้...ไวส์จัง!!”ฟิริน่าพูดออกมาด้วยเสียงอันสดใสและเข้มแข็ง

“โค้ด..“Herz"ยืนยัน”ฟิริน่าตะโกนออกมาพร้อมแววตาที่มุ่งมั่น เธอเคยกลัวการปลดลิมิตเตอร์มาก่อนเพราะพลังที่มากเกินไป จะทำให้เธออาจจะไม่สามารถควบคุมพลังนี้เอาไว้ได้และใช้มันไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ตอนนี้เธอไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะได้กำลังใจจากทุกคนและมันเป็นสิ่งที่เธอต้องทำเพื่อช่วยคนที่เธอ.. และในค็อกพิทของฟาเรนชูไวส์ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น
Dimesion Sphere Energy Limit Released
Overdrive Ignition
LIMIT OVER BURST MODE SYSTEM SET UP
START UP
Power Flow 110%
Counter 15.4374 Minutes
Time Count Start up
ไวส์ทำการซิงโครเข้ากับฟิริน่าอีกครั้งผมและสีตาของฟิริน่าเปลี่ยนไปเป็นสีทองบริสุทธิ์เปล่งประกายออกมา ฟาเรนชูไวส์เปล่งประกายสีรุ้งและ ฟาเรนชูไวส์ยกอาเทน่าขึ้นมา พร้อมกับยกไหล่ขึ้น ส่วนของกระโปรงแผ่พลังงานไดเมนชั่นออกมา และสุดท้ายพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ที่ปลดปล่อยออกมาก็กลายเป็นรูปลักษณ์ของปีกเทพธิดาสีรุ้งขนาดใหญ่ออกมาด้านหลัง พลังงานที่แผ่ออกมาสร้างความอบอุ่นให้กับทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น เป็นความอบอุ่นที่ออกมาจากจิตใจของฟิริน่าเองที่พร้อมจะโอบกอดทุกคนไว้ด้วยกันเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนเหลือเกิน... ใช่แล้วแม้แต่พวกฟาเฟลเองก็รู้สึกได้เพราะพลังนี้ทำให้ความอ่อนล้าในใจของพวกเธอค่อยๆลดลง และหายไป

“ยัยนี่...เอาจริงรึ...หนอย!!!ไม่มีทางหรอกเว้ย!!!”ไกด์คำรามออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาฟิริน่าที่ปลดลิมิตเตอร์แล้ว นั่นเพราะการที่ฟิริน่าปลดลิมมิตเตอร์ออกมามันมีวิธีที่จะปิดผนึกตัวเขาไว้ด้วย เขาจึงไม่มีทางยอม

“ตายซะเถอะ!!!”ไกด์คำรามพร้อมโซลน่อลเซเวียร์กระชับอาร์คคาลิเบอร์ทั้ง2เล่มพุ่งเข้าใกล้ฟาเรนชูไวส์ และฟาดมันเข้าใส่ฟาเรนชูไวส์เต็มแรง แต่ทว่ามันกลับฟาดโดนเพียงแค่ละอองพลังงานเท่านั้น ฟาเรนชูไวส์กลับหายไปจากตำแหน่งนั้นซะเฉยๆ...

“หายไปไหนกัน....ฮึ่ม!!!!!”ไกด์ที่หาไม่เจอก็หงุดหงิด เพราะว่า

“ฟาเรนชูไวส์ปรากฏตัวออกมาอยู่อีกด้านหนึ่งเป็นการทิ้งระยะห่าง
ฟิริน่าที่หลับตาพริ้มอยู่ค่อยๆเปิดเปลือกตาของเธอขึ้นมา..นี่คือพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ที่แท้จริงหลังจากที่ปลดลิมิตเตอร์ออกแล้วสินะ ไวส์จังล็อคพลังงานไว้ที่110% เธอในตอนนี้ดูสงบนิ่งมาก และด้วยเส้นผมที่เปลี่ยนเป็นสีทองยิ่งทำให้ฟิริน่านั้นดูทั้งงดงามและน่าเกรงขามขึ้นไปอีกด้วย

“รับทราบค่ะ แต่ว่ามาสเตอร์คะ ทำได้จนได้นะคะ” ไวส์พูดขึ้นด้วยความยินดี

“จ้ะ ไวส์จัง ที่นี้ก็รีบช่วยไกด์คุงกันเลยเถอะนะ”ฟิริน่าตอบพร้อมกับยิ้มให้ไวส์
ฟิริน่าที่เริ่มคุ้นเคยกับพลังหลังจากปลดลิมิตเตอร์แล้ว ก็เตรียมพร้อมจะช่วยไกด์ เพราะว่าไกด์ในตอนนี้ก็ยังเป็นคนเจ็บอยู่ ขืนทิ้งไว้นานเขาอาจเสียเลือดมากจนแย่ก็ได้…

“อ้อ..อยู่นั่นสินะ...ตาย!!!”ไกด์เมื่อเขาหาฟาเรนชูไวส์เจอเขาก็พุ่งเข้าหาอีกครั้ง

“ทุกคน ช่วยซัพพอร์ตให้ด้วยนะคะ”ฟิริน่าบอกทุกคน ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับทันทีพร้อมกัน

“สตีมแคนน่อน เซ็ท เริ่มการโจมตี...ไม่ต้องห่วงนะคะไม่โดนหรอกค่ะ”โมโมะเล็งสตีมแคนน่อนเข้าใส่โซลน่อลเซเวียร์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอรู้แล้วว่าต้องยิงสตีมแคนน่อนอย่างไร…

“เปรี้ยงๆๆๆ!!!!
กระสุนของสตีมแคนน่อนถูกยิงเข้าหาโซลน่อลเซเวียร์ของไกด์อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการบีบปิดระยะให้ไกด์ต้องหลบนั่นเอง

“ฮึ่ม!!”น่ารำคาญจริง!!!!”ไกด์สบถออกมาเมื่อถูกขัดขวาง เขาจึงต้องหลบหลีก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไรต่อ ฟาเฟลและอาคาน่าฮิสเทรี่ก็พุ่งมาทางนี้พร้อมกับบาเรียกราวิตี้แล้ว!!

“แค่นี้คงไม่เจ็บเท่าไรหรอกนะ ถือว่าเอาคืนที่นายทำชั้นเมื่อกี้! ก็แล้วกันนะ”ฟาเฟลตะโกนออกมา พร้อมกับอาคาน่าฮิสเทรี่พุ่งเข้ากระแทกโซลน่อลเซเวียร์ กระเด็นไปอีกทาง
ตูม!!!!!!!!!

“อึ่ก!!! ยัยนี่..นี่..!!!!”ไกด์กัดฟันด้วยความโกรธ
กึง!!!! โซลน่อลเซเวียร์ไปกระแทกเข้าที่คีมของอาคาน่าโครนิเคิ่ล เข้าล็อกพอดี!!

“ที่เหลือก็....เบื่อซะแล้วล่ะ”เมเดอร์ลีนพูดขึ้นก่อนจะขว้างโซลน่อลเซเวียร์เข้าหาฟาเรนชูไวส์ ที่รออยู่แล้ว

“ฮึ่ม!!!....พวกแกนี่มัน”ไกด์สบถออกมา

“ตอนนี้เลยค่ะ ฟิริน่าจัง”โมโมะตะโกนออกมา

“ค่ะ...เข้าใจแล้วค่ะ ด้วยความช่วยเหลือของทุกคน การโจมตีทั้งหมดเชี่อมต่อกันเป็นเส้นทางรูปหัวใจ...ต้องสำเร็จแน่...ตอนนี้แหละ!!!.. CROSS LINK SYSTEM DRIVE!!!
CROSS LINK SYSTEM SET UP
START UP!!!
TARGET PAIR “DSX-XTA-1 SOLNON XAVIER” LOCK!!
PAIR COMPLETE…..Manual Emotion!!
Plus-Imagination-Plus-thinking!!!
Heart To Heart …FIRINA VELLAGUST TO RAYGUIDE FONGUARDS!!!!
ด้วยเสียงของทุกคน....ความรู้สึกของเรา...ต้องส่งไปถึงหัวใจของไกด์คุง...ขอร้องล่ะ!!....ตื่นขึ้นมาสิไกด์คุง!!!!”พลังงานไดเมนชั่นสีรุ้งพุ่งออกฟาเรนชูไวส์เข้าหาโซลน่อลเซเวียร์ทันที!!!

“อ๊าก!!!!!!!!!!! ฟิริน่า....เธอ.....อ๊า!!!!!! เฮ่อๆ!! อ๊าก!!!”ไกด์ออกอาการทรมานอย่างรุนแรงทันทีที่ได้รับแสงนั้น

“อดทนไว้นะไกด์คุง พยายามเข้านะ!!!....เอาชนะเค้าแล้วตื่นขึ้นมา...ให้ได้.. ครอสลิ้งก์ซิสเต็มน่ะ เป็นระบบที่เชื่อมหัวใจ ความรู้สึก ความคิดของนักบินทั้งสองไว้ด้วยกัน ขอร้องล่ะ!! พลังงานไดเมนชั่นน่ะจะตอบสนองต่อความรู้สึกความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นชั้นจึงอธิษฐานความต้องการของชั้นคือขอให้ไกด์คุงกลับมาเป็นเหมือนเดิม”ฟิริน่าพูดขึ้น

“อ๊า!!!!!!!!!! ปวด...ปวดหัว...นี่เธอ....ชั้นไม่ยอม....ไม่ยอม....ไม่ยอมเด็ดขาด...โอ๊!!!”ไกด์คำรามออกมาพร้อมความเจ็บปวด

“ขอโทษด้วยนะไกด์คุงที่ทำให้ต้องทรมานแบบนี้ แต่ว่า..”ฟิริน่าเมื่อเธอเห็นไกด์ทรมานเธอก็รู้สึกเศร้าจึงยื่นมือของเธอไปโอบกอดไกด์เอาไว้..

“ชั้นจะแบ่งเบาความเจ็บปวดนั้นเอง...ชั้นจะรับเอาความทรมานนั้นเอาไว้ในเอง ชั้นจะโอบกอดไกด์คุงเอาไว้..เพราะอย่างนั้นไม่ต้องแล้วล่ะนะ ไม่ต้องสู้แล้วละ ไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้ว...การต่อสู้จบลงแล้ว..พวกเราทุกๆคนปลอดภัยแล้ว...นะ..ไกด์คุง..”เมื่อฟาเรนชูไวส์โอบกอดโซลน่อลเซเวียร์เอาไว้ “อ๊า!!!!!!” สิ้นเสียงร้องสุดท้ายนั้นความทรมานของไกด์ก็หายไป เขาหยุดร้องออกมาอย่างทรมาน ราวกับว่าตัวของไกด์ได้รับการปลดปล่อยบางอย่างออกไป ด้วยความอบอุ่นจากอ้อมกอดของฟิริน่า แววตาโหดเหี้ยมหายของเขาไปหมดสิ้น เขาสงบลงและก้มหน้านิ่งด้วยความอ่อนล้า และเผยแววตาอันเจ็บปวดและอ่อนโยนแบบเดิมของเขาออกมา

“ฟิ...ริ..น่า..ทุกคน…ชั้น..ขอ...โทษ..นะ..!!!”ไกด์พูดออกมาอย่างแผ่วเบา เพราะที่เขาทำไปเขาก็รู้สึกตัวแม้เจ้านั่นจะไม่ใช่เขาก็ตาม เขาจำได้ว่าเขาทำอะไรลงไปบ้าง....เขาจึงรู้สึกผิด..

“ไม่เป็นไรหรอก..ไกด์คุง...ไม่เป็นไร..ตอนนี้ทุกคนก็ปลอดภัยดี..พักผ่อนเถอะนะ”ฟิริน่ายิ้มให้ไกด์อย่างอ่อนโยน การโอบกอดของฟาเรนชูไวส์ให้กับโซลน่อลเซเวียร์ ทุกคนที่มองภาพนี้ก็รู้สึกเหมือนกันคือ มันเป็นภาพที่ฟิริน่าโอบกอดไกด์ไว้ด้วยความรู้สึกอันอ่อนโยนและอบอุ่นของเธอนั่นเอง... ฟิริน่าในตอนนี้เธอช่างดูราวกับเทพธิดาที่ยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะโอบกอดทุกคนเอาไว้จริงๆ

“......”ไกด์หลับตาลงแล้วเขาก็หลับไปทั้งอย่างนั้น..พร้อมกับฟิริน่าและฟาเรนชูไวส์ที่สะบัดปีกลงเพื่อปิดระบบลิมิตเตอร์ทั้งหมดลง..

“ฟิริน่าจัง...”โมโมะมองภาพนี้ด้วยแววตาเป็นประกาย เธอรู้สึกทึ่งในสิ่งที่ฟิริน่าทำอย่างบอกไม่ถูก..แม้ว่าคนนึงจะต่อสู้มาโดยตลอดด้วยความเจ็บปวดแต่อีกคนก็ยังคงคอยอยู่ข้างๆ มอบกำลังใจและมอบความอบอุ่นให้กับอีกคนอยู่เสมอ...มันทำให้เธอเริ่มคิดได้ว่า..
“ถ้าคนที่สำคัญของเราอยู่ในอันตราย...เราก็ต้องหาทางช่วยเหลือคนคนนั้นให้ได้ แม้ว่ามันจะเป็นทางเลือกที่เสี่ยงอันตรายต่อตัวเรา หากมันจะเป็นเส้นทางที่ช่วยคนสำคัญของเรา เราก็จะมีกำลังและความมุ่งมั่นที่จะเลือกและเดินไปบนทางเลือกนั้น..เพื่อคนสำคัญของเราใช่มั้ยคะ ฟิริน่าจัง” โมโมะรำพันออกมา...ก่อนที่เธอจะยิ้ม..

“ตาบ้านั่น...ดูเป็นเด็กไปเลยแฮะ!!”ฟาเฟลพูดขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของไกด์ที่หลับอยู่
ทำเอาโมโมะที่ได้ยินนั้นอดยิ้มไม่ได้เหมือนกัน... แม้แต่เมเดอร์ลีนเองก็ด้วย..

การต่อสู้จบสิ้นลง...ในตอนนี้เอง...และสภาพของทุกเครื่องและทุกคนก็เรียกว่าสะบักสะบอมกันมากทีเดียว มันเป็นการต่อสู้ที่ ช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน...


-------------------------------------------------------ยังไม่จบนะ มีต่ออีก----------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 02:43:34 PM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #85 เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 12:07:09 AM »

Episode 8 Space Route -Tear,Anger,And Invasion- (ต่อ)

"กัปตันไลล่าค่ะ ส่งคำสั่งกลับยานแม่ ไปให้ทุกคนแล้วค่ะ ทำยังไงต่อค่ะ?"โอเปอร์เรเตอร์สาวเอ่ยถามกัปตันร่างเล็กที่ยังคงนิ่งอยู่ในเก้าอี้ของตัวเอง

"เละเทะ...ทำไมรู้สึกว่า การทำสงครามรอบนี้มันดูเละเทะยังไงก็ไม่รู้"ไลล่าพึมพำ โอเปอร์เรเตอร์สาวก็ถึงกับเหงื่อตก อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่เข้าใจคำพูดที่ไลล่าเอ่ยออกมาก็ได้

"เอ่อ...กองทัพของศัตรูก็เสียหายไปส่วนนึงแล้ว? จะลุยต่อไหมค่ะ"โอเปอร์เรเตอร์สาวถามไลล่าก็ส่ายหัวพร้อมกับบอกว่า"ดูสภาพตอนนี้สิ หมดสภาพกันไปหลายเครื่องแล้ว เราจะถอยออกจากบริเวณนี้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าถอยออกในตอนนี้กำลังสนับสนุนที่จะมาเติมเสบียงก็คงเจอยานของเราในวันพรุ่งนี้..."

"แต่ว่าถ้าทำแบบนั่น กองทัพของศัตรูอาจจะฟื้นตัวได้เอานะค่ะ?"โอเปอเรเตอร์ถามย้ำอีกครั้งไลล่าก็ถอนหายใจแล้วตอบว่า"แต่ถ้าเกิดในหมู่พวกเราใครสักคนตายไป มันก็ไม่คุ้มใช่ไหมล่ะ? ไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ เพราะว่า..."ว่าแล้วไลล่าก็ชี้ไปที่บนหน้าจอ โอเปอร์เรเตอร์สาวก็สังเกตุเห็นถึงรอยแยกมิติที่กำลังก่อตัวขึ้น เธอรู้ได้ทันทีว่า จากข้อมูลหมายถึงพวกดาเรนกำลังจะโผล่ออกมาแล้ว

"ถ้าทางนั่นยุ่งกับดาเรนไปสักพักน่าจะโอเคนะ...เอาล่ะ ถอนกำลังได้"ไลล่าสั่งการอย่างเรียบง่าย แต่ก่อนจะเดินออกจากสะพานเดินเรือไป เธอก็ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาว่า "อะจริงสิ ช่วยตามนักบินทุกคนมาที่ห้องแผนการด้วยนะ"

--------------------------

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากบลูกาแลคเซียแองเจิลสามารถหลบออกมาพ้นระยะจากL1และกำลังจะแวะเข้าพักที่ฐานดาวเคราะห์น้อยใกล้ๆเพื่อรอยานสนับสนุน

ที่ห้องแผนการเหล่านักบินทุกคนที่พึ่งเสร็จศึกเข้ามาพบกับไลล่าโดยพร้อมเพรียงกันแน่นอนว่าแต่ล่ะคนเองก็อยู่ในสภาพที่เหนื่อยอ่อนน่าดูโดยเฉพาะไกด์กับลูซิเฟอร์

"ไม่ต้องคิดมากนะค่ะเรื่องที่บุกไปไม่ถึงL1 ฉันเองก็คิดว่า บุกเข้าไปซึ่งๆหน้าแบบนี้ไม่น่าจะโอเคเหมือนกัน..."พูดจบฟาเฟลก็รีบถามขึ้นมาเลยว่า"ถ้างั้น? กัปตันก็ไม่คิดว่าจะชนะตั้งแต่แรกแล้วรึค่ะ?"

"ไม่หรอก ฉันเชื่อในตัวพวกเธอนะ แต่ก็ว่าล่ะ เดินหมากมาอยู่ดีๆ แต่ฝ่ายตรงข้ามดันโยนควีนเข้ามาซะ4-5ตัวแบบนี้ ก็ยากจะชนะใช่ไหมล่ะค่ะ? ที่สำคัญ ในศึกนี้นะ ทั้งม้าของเราเองก็ดันกลายเป็นเบี้ยซะแบบนั่น เรือเองก็ดันไล่กินหมากพวกเดียวกันซะนี้...ทุกคนรอดมาได้ก็นับว่าวิเศษมากแล้วค่ะ"เมเดอร์ลีนเข้าใจได้ทันทีเลยว่าคำพูดของกัปตันไลล่าแอบแฝงการกัดพวกตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่ดูจากท่าทางกัปตันแกคงจะไม่คิดอะไรมากจริงๆนั่นแหละ

"คุณไลมุค่ะ? มีปัญหาที่คุณโดนให้เฝ้ายานไว้รึเปล่า วันนี้ถึงดูเหม่อลอยชอบกลนะ?"ไลล่าเอ่ยถามขึ้น ไลมุที่ยังคงนิ่งเงียบอยู่ไม่ตอบคำถามอะไรจนลูซิเฟอร์เริ่มทนไม่ได้ เอ่ยออกมาว่า"ยัยบ้า! เธอเป็นอะไรกันแน่เนี่ย ไม่พูดไม่จาอะไรทำหน้าเหมือนอมทุกข์คิดอะไรไว้อยู่คนเดียวอยู่ได้ พวกเราไม่ใช่พวกพ้องของเธอรึไง!"

"ลูซิเฟอร์คุง แทรกขึ้นมาแบบนี้ไม่ดีนะค่ะ"ไลล่าเตือน ลูซิเฟอร์ได้แต่ต้องจำใจกลับลงไปนั่งฟังตามเดิม ไลล่ายิ้มแล้วก็พูดต่อว่า"บางที ปัญหาที่คุณไลมุแบกรับไว้เขาไม่อยากให้คนอื่นๆเอามาใส่ใจก็ได้ค่ะสำหรับฉันในฐานะกัปตันคุณไลมุมีอะไรก็มาพูดคุยได้เสมอเลยนะค่ะแต่ว่า... คุณไลมุในฐานะที่คุณเป็นสมาชิกของกองกำลังTSCแล้วล่ะก็การเหม่อระหว่างรบอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณและสมาชิกคนอื่นๆได้นะค่ะ"

แน่นอนว่าไลมุก็ยังคงเงียบไม่มีปฎิกริยาตอบรับอะไรแต่แล้วเธอก็พูดขึ้นมาเรียบๆว่า"บางที...ฉันอาจจะไม่เหมาะกับที่นี้ก็ได้ กัปตัน ฉันเองไม่รู้ว่าฉันมาอยู่ที่กองกำลังนี้ทำไมกันรวมถึงตอนนี้ฉันกำลังอะไรอยู่กันแน่"

เกือบทั้งห้องคิดออกมาพร้อมกันเลยว่า"(ท่าทางจะอาการหนักแน่ๆ)"

แต่ไลล่ากลับยิ้มแล้วเอ่ยออกมาว่า"คุณไลมุ มนุษย์อย่างพวกเราไม่ต้องการหาความหมายให้ในการดำรงอยู่หรอกค่ะ สำหรับบางคนมันอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆแต่บางคนมันก็อาจจะเป็นเรื่องยาก ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของคุณแต่ว่า ฉันอยากให้คุณไลมุรู้ไว้อย่างว่าทุกคนต่างเป็นห่วงคุณไลมุอย่างใจจริงทั้งนั่น ถ้างั้นระหว่างที่คิดหาคำตอบคุณไลมุลองตอบสนองต่อความรู้สึกของคนอื่นๆบ้างดีไหมค่ะ? ในบ้างครั้งถ้าหากเรามัวแต่อยู่ในห้องเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าสภาพภายนอกเป็นยังไงบ้าง การที่คุณไลมุจมปลักแต่การค้นหาคำตอบอยู่ในห้องนั่นบางมีคำตอบของคุณไลมุอาจจะไม่ได้อยู่ในนั่นก็ได้นะค่ะ"

เอ่ยจบไลมุก็อึ้งไปสักพักก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"ขอโทษที่ทำตัวไม่เหมาะสมในวันนี้ กัปตัน แต่ว่าฉันเองตอนนี้ยัง..."ขณะที่ไลมุทำท่าจะพูดต่อไลล่าก็ยักไหล่แล้วเอ่ยว่า"ไม่ต้องคิดมากค่ะค่อยๆคิดไปดีกว่า..."

ดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกดีขึ้นพอสมควร เพราะในที่สุดท่าทีของไลมุก็ดูดีขึ้นบ้างแล้วอย่างน้อยๆก็ช่วยลดความกดดันหรือความตึงเครียดในห้องลงไปได้

"แล้วก็...เรื่องต่อไป...ไกด์คุงเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงโจมตีโรมานส์ โครนิเคิล ฮิสเทรี่แล้วก็ฟาเรน ชูไวท์ล่ะ?"ทั้งห้องเงียบสนิทเรื่องนี้เองก็เป็นเรื่องที่คนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์อยากรู้เองเหมือนกัน จากการที่พวกเขาเห็นว่าโซลน่อนของไกด์เข้าโจมตีพวกของฟีรีน่าและเมเดอร์ลีน

ฟีรีน่าอาสาเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดเอง หลังจากใช้เวลา10กว่านาทีในการอธิบายเหตุการณ์ว่าเกิดจากการปลดลิมิตของโซลน่อนซาเวียจนทำให้ไกด์ขาดสติแล้วก็คลุ่มคลั่งไป...

"เป็นยังงี้เองสินะ ความรู้สึกตอนนั่นก็คือโซลน่อนซาเวียนิเอง"โรจิสพึมพำส่วนฮิคารุก็เสริมขึ้นมาว่า"โชคดีจริงๆเลยนะถ้าไม่มีฟีรีน่าล่ะก็คงแย่ไปแล้ว"

"นึกว่าคุณไกด์จะเป็นอะไรไปซะแล้วสิค่ะ โชคดีจังเลยค่ะที่ยังปลอดภัย"มายาเอ่ยออกมา ไกด์ที่เห็นทุกคนเป็นห่วงตัวเองมากขนาดนี้ก็เลยยิ้มออกได้บ้าง

"อืม...เข้าใจล่ะ มันจำเป็นสินะ..."ไลล่ากล่าวสรุปทุกคนก็ดีใจกันยกใหญ่ที่กัปตันไม่ว่าอะไรแต่แล้ว...

"เข้าห้องขังสามวันก็น่าจะพอแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงห้องขังในยานนะ แยกตัวห้องกับห้องน้ำออกจากกันไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"ไลล่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มแต่เนื้อหามันไม่น่าขำเลยสักนิด

"เดี้ยวก่อนสิค่ะ กัปตันไลล่าไกด์คุงยอมปลดลิมิตเพื่อช่วยพวกเราเอาไว้นะค่ะ"โมโมะแย้งขึ้นมาไลล่าก็พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า"ก็ใช่"

"ถ้างั้น ทำไมกัปตันถึงต้องลงโทษไกด์ด้วยล่ะ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ"ลูซิเฟอร์เอ่ยถามขึ้นมาเพื่อหวังว่ากัปตันสาวร่างเล็กจะคลายข้อสงสัยในใจของตนแ่น่นอนไลล่าก็ตอบออกไปว่า"ถ้าเกิด ใครสักคนนึงโดนยิงตายขึ้นมาล่ะก็...ลูซิเฟอร์ยังจะพูดแบบนี้อยู่ไหมจ๊ะ?"

เกิดความเงียบไปทั่วห้องประชุมแผนการ ฮิคารุถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยสนับสนุนกับกัปตันไลล่าว่า"จริงๆผมแอบเห็นด้วยกับกัปตันไลล่านะครับ ถ้าเกิดมีใครตายขึ้นมาล่ะก็ เรื่องไม่จบลงด้วยดีแบบนี้หรอก ถ้าคุณฟีรีน่าหยุดไม่ทันล่ะก็"

"เดี้ยวก่อนสิค่ะ แต่ไกด์คุงนะไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายพวกเรานะค่ะ!"ฟีรีน่าก็แย้งให้ไลล่าฟังแต่ก็โดนปัดทิ้งทันทีด้วยว่า"ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนา ไกด์คุงก็ไล่ฟันคนอื่นๆจริงๆ ต่อให้ทั้งห้องนี้เข้าใจแล้วทราบเหตุผล คิดว่าคนที่เหลือในยานบลูจะยอมรับได้รึค่ะ? ไม่ว่าจะฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือป้องกันตัว ความผิดก็ย่อมเป็นความผิดค่ะ สำหรับฉันที่เป็นกัปตันแล้วจะปล่อยเรื่องนี้ไปเพราะว่าเห็นใจไกด์คุงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าฉันมีหน้าที่ต้องดูแลลูกเรือทุกคนไม่อาจละเว้นใครที่ทำผิดได้แค่เพราะว่าเขาเจตนาดีหรอกนะค่ะ"

"แต่ว่าไกด์คุงนะ เขาปลดลิมิตเพราะเป็นห่วงฟีรีน่าไม่ใช่รึค่ะ ถ้าเป็นกัปตันเองเห็นคนสำคัญเป็นแบบนั่นเองก็อาจจะอยากได้พลังมาใช้เพื่อปกป้องไม่ใช่รึค่ะ?"โรจิสถามขึ้นบ้างแน่นอนก็เกิดเสียงฮือฮาไปทั่วห้องเหมือนกับใครจุดประเด็นอะไรสักอย่าง

"ก็อาจจะจริง แต่ว่า พลังที่ยิ่งใหญ่นะมันก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งไม่ใช่รึ พลังที่ไกด์คุงอยากจะได้มาใช้เพื่อปกป้องนะ ถ้าสุดท้ายมันย่อนกลับมาฆ่าคนที่เราช่วยไว้มันเป็นตลกร้ายที่ขำไม่ค่อยออกเลยนะ"ไลล่าปัดทิ้งอย่างเรียบๆอีกแล้ว ฟีรีน่าเลยพูดขึ้นมาว่า"กัปตันไลล่าค่ะ ที่ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองพวกเราก็พอเข้าใจอยู่หรอกค่ะแต่ว่าฉันอยากให้ืกัปตันเข้าใจนะค่ะว่าไกด์นะมีเจตนาดีที่จะปกป้องทุกๆคนเขาถึงได้ยอมรับเอาความมืดเพื่อช่วยเหลือทุกคนไม่ใช่รึค่ะ! แถมตอนนั่นก็ไม่มีทางเลือกจริงๆ พวกเรารอดมาได้ก็เพราะไกด์คุง และเพราะพวกเราเชื่อมั่นในตัวไกด์คุงไกด์คุงถึงได้กลับมาได้ แถมไกด์ยังจำเรื่องที่ตัวเองทำไปได้ด้วย แค่นี้ไกด์คุงก็น่าจะเศร้าใจมากพอแล้วล่ะค่ะ!"

"ทุกคน...ขอโทษนะค่ะ เพราะพวกโมโมะพลาดท่าเองก็เลยทำให้เรื่องเป็นแบบนี้"โมโมะกล่าวขอโทษขอโพยแต่ไกด์ก็บอกว่า"ไม่ใช่หรอก ผมต่างหากที่ผิดเอง! เพราะว่าดึงดันจะช่วยทุกคนให้ได้โดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังก็เลยเป็นแบบนี้ ผมสมควรรับโทษแล้วครับ"

ไลล่าเห็นดังนี้เลยพูดออกมาเรียบๆว่า"ไกด์คุง...เธอสู้เพราะอะไรกันแน่"

"เพื่อปกป้องทุกๆคนครับ"ไกด์ตอบมาอย่างฉะฉานไลล่าก็เอ่ยถามต่อว่า"ทั้งๆที่เธอไม่รู้จักมักจี่คนบนโลกนี้แม้แต่น้อยเลยนินะ?"

"ครับ การเห็นคนลำบากแล้วต้องเข้าช่วยเหลือนะ มันเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่รึครับ? อีกอย่างทุกคนที่นี้ก็เป็นเพื่อนของผม ผมอยากจะปกป้องทุกคนเท่าที่จะทำได้!"ไกด์ตอบกลับมาดูเหมือนทุกคนจะดูประทับใจกับจุดยืนของไกด์มากแต่แล้ว...

"ไกด์คุง...ฉันขอถามสักเรื่องสิ การที่เธอคิดว่าจำเป็นต้องปกป้องพวกเราให้ได้นั่นเป็นเพราะว่าอะไรล่ะ พวกเราทั้งหมดต่างก็ต่อสู้กับศัตรูเพื่อปกป้องตัวเองและคนรอบข้างทั้งนั่น ทำไมถึงกำลังพยามเหมือนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวล่ะ?"อึ้งกิมกี่กันทั้งห้องมีแต่ฮิคารุกับเมเดอร์ลีนสองคนล่ะมั่งที่พอจะเข้าใจว่าไลล่ากำลังจะสื่ออะไรกันแน่

"คำว่าปกป้องนะมันเป็นคำที่ฟังดูดีนะ? แต่ว่ามันก็สามารถตีความได้ว่า...ไกด์คุงเธอคิดว่าพวกเราทำอะไรไม่ได้จนต้องให้เธอมาปกป้องงั้นรึ?"ไลล่าถามออกไปไกด์ก็สวนออกมาว่า"ไม่ใช่นะครับ! ผมไม่เคยคิดว่าคนอื่นๆไม่มีความสามารถ ผมแค่อยากช่วยทุกคนเท่าที่จะทำได้เท่านั่นเอง"

"แล้วความรู้สึกที่คนอื่นอยากจะช่วยเหลือเธอล่ะ? แบบที่ฟีรีน่าพยามช่วยเธอตอนให้หลุดพ้นจากการควบคุมนั่นล่ะ เธอได้พยามตอบสนองถึงสิ่งเหล่านั่นไปรึเปล่า?"เกิดความเงียบขึ้นอีกแล้วเมเดอร์ลีนจึงได้เสริมออกมาว่้า"กัปตันไลล่ากำลังจะบอกว่า...ไกด์คุงนะถือทิฐิเกินไปสินะค่ะ?"

"อืม ไกด์คุงนะยึดติดเกินไป ที่เธอแสวงหาพลังจนต้องปลดลิมิตก็เป็นแบบนี้แหละ เท่าที่ฉันสังเกตุเธอมักจะชอบถือว่าการปกป้องทุกคนให้ได้เป็นเรื่องของตัวเองและเป็นหน้าที่แต่ในเมื่อไม่สามารถทำสิ่งนั่นได้ถึงได้ผิดหวังและพยามแสวงหาความแข็งแกร่งเพื่อจะให้สามารถทำได้ ฉันพูดถูกไหม?"ไลล่าเอ่ยออกมาไกด์ก็พยักหน้ารับเล็กน้อยไลล่าจึงพูดต่อไปว่า"ความรู้สึกอยากช่วยคนอื่นของไกด์คุงนะไม่ใช่สิ่งผิดแต่ว่า ถ้าอย่าให้ความรู้สึกนั่นมาบดบังเรื่องอื่นๆล่ะ มนุษย์นะ ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียวหรอกนะ เธอนะมีความสามารถพอที่จะปีนเขาขึ้นไปถึงยอดได้ด้วยตัวคนเดียวแต่คนอื่นนะไม่ใช่แต่ว่า...การที่ได้พยามปีนไปพร้อมกับคนอื่นคอยช่วยฉุดมือบ้างช่วยดันคนอื่นบ้าง บ้างทีก็ให้เขาช่วยดึงตัวเธอขึ้นไปบ้างมันอาจจะรู้สึกดีกว่าเธอปีนนำแล้วคอยฉุดมือคนอื่นๆขึ้นไปนะ"

"เรื่องที่อยากจะพูดก็มีแค่นี้ล่ะ อย่าลืมนะไกด์คุง ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนในกองกำลังเดียวกัน อย่าพยามโอบอุ้มทุกอย่างเอาไว้ด้วยตัวคนเดียวเลยนะ เอาล่ะถ้าไม่มีอะไรแล้วทุกคนแยกย้ายได้ส่วนไกด์คุงก็สามวันตามที่ตกลงนะ ไม่ต้องห่วงหรอกกว่าจะเติมเสบียงหรือซ่อมเสร็จก็ราวๆสามวันพอดี...อะจริงสิลูซิเฟอร์คุง"กัปตันไลล่าหยุดเล้กน้อยแล้วร้องเรียกลูซิเฟอร์ที่กำลังจะออกจากห้องไป

"อะไรรึครับ?"ลูซิเฟอร์ถามกลับไลล่าก็บอกว่า"หุ่นที่คล้ายๆกับเธอแต่ตัวสีน้ำเงินใช้น้ำได้นะ พวกเรากู้มาได้ด้วยนะ ตอนนี้กำลังแงะค็อกพิตอยู่ เธอไม่รังเกียจล่ะก็...อ้าว..."ไม่ทันจะพูดจบไลล่าก็เห็นลูซิเฟอร์วิ่งหน้าตั้งไปที่โรงเก็บซะแล้ว

"เฮ่อ...วันนี้เหนื่อยจริงๆนะ"ไลล่าพึมพำก่อนจะตัดสินใจกลับห้องไปทำงานเอกสารต่อ

-Tear,Anger,And Invasion- End
บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #86 เมื่อ: เมษายน 11, 2010, 02:01:28 AM »

Episode 9 Space Route -Connected Feelings-

"อึก...ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกจนได้นะ..."

".....วันนี้แหละ ที่จะได้ตัดสินกันซะที ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์!!!"นักบินสาวของเรกิวออส "เรย์กิว"คำรามออกมาพร้อมกับบังคับเรย์กิวออสพุ่งเข้าหาอิกซีออน ลูซิเฟอร์ก็ตอบโต้ด้วยหมัดกลับไป จักรกลยักษ์ทั้งสองสวนหมัดใส่กันอยู่สักพักก่อนจะกระโดดถอยออกมาพร้อมกับตั้งท่าดูเชิงซึ่งกันและกัน

"เรย์กิว! หยุดซะทีเถอะน่า! ที่นี้กำลังจะพังแล้วนะ!!!"ลูซิเฟอร์พยามร้องห้าม ก่อนจะบังคับอิกซีออน หลบหมัดของเรย์กิวอีกครา... อดีตบล็อก4ของโคโลนี่L1 ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังแล้วก็กองเพลิงเท่านั่น บอนล์ที่เฝ้าที่นี้อยู่ได้ถอนกำลังลงไปแล้ว แผนการโจมตีของกองกำลงTSCประสบผลสำเร็จการลอบเข้าไปในโคโลนี่L1แล้วทำลายส่วนพลังงานไป ปิดทางการเคลื่อนไหวของยานรบที่จะออกจากท่า ทำให้สามารถทำลายได้ตั้งแต่กลุ่มศัตรูยังอยู่ในมุ้งแต่สิ่งเดียวที่ไม่ยอมจบก็คือ การแลกหมัดของจักรกลวิปลาสและเทพเจ้าสายฟ้าเพียงเท่านั่น

อิกซีออนเตะสวนกลับไปทีนึง แต่เรย์กิวออสก็ยกแขนขึ้นมากันแล้วชกสวน อิกซีออนกระโดดถอยห่างแต่เรย์กิวออสก็ตามมาซ้ำด้วยศอก กดดันให้อิกซีออนต้องถอยอีกครั้ง ในครานี้เทพเจ้าสายฟ้าตัดสินใจกระโดดขึ้นหลบแต่เรย์กิวคาดการไว้เรียบร้อยจึงบังคับให้เรย์กิวออสกระโดดขึ้นตามไปอัดซ้ำในทันที

"หนีไม่พ้นหรอกน่า!"เรย์กิวประกาศก่อนจะใช้สองมือเตรียมทุบร่างของเทพสายฟ้าแต่ลูซิเฟอร์ไหวตัวกลางอากาศได้ทันจึงเป็นฝ่ายถีบเรย์กิวออสออกไปห่างๆตนแทน

"สู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเธออยากตัดสินกับฉันล่ะก็ เมื่อไรก็มาได้! แต่ว่าตอนนี้นะ รีบหนีกันก่อนดีกว่า เธอคิดจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี้รึไง!"ลูซิเฟอร์พยามเกลี้ยกล่อมอีกรอบแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเรย์กิวออสและเรย์กิวยังคงทุ่มโจมตีใส่เทพสายฟ้าต่อไปโดยไม่มีทีท่าจะอ้อมแรงหรือยั้งมือเลย

"(ป่านนี้พวกยัยอาเจ๊ถือแส้คงจะหลบออกไปได้แล้วสินะ...ถ้างั้นก็มีแต่ต้องรีบลากยัยนี้ออกไปด้วย)"ลูซิเฟอร์พึมพำก่อนจะตัดสินใจเร่งพลังของอิกซีออนพุ่งเข้ากระแทกเรย์กิวออสเพื่อให้ หุ่นของทั้งคู่พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างของโคโลนี่ซึ่งอยู่ด้านหลังเพื่อให้ทั้งคู่พุ่งทะลุออกไปด้านนอกแต่ทว่า...

เส้นทางการพุ่งไปของอิกซีออน ดันไปผ่านบริเวณที่เก็บถังเชื้อเพลิงพอดิบพอดีและแรงกระแทกจากการปะทะบวกผสมกับเปลวไฟที่อยู่ใกล้ๆก็ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมาอย่างง่ายดาย...แรงระเบิดนั่นส่งผลให้อิกซีออน กระเด็นออกไปข้างๆส่วนเรย์กิวออสนั่นกระเด็นหลุดเข้าไปในกองไฟที่อยู่ใกล้ๆ เรย์กิวออสล้มลงกลางกองไฟ ถึงแม้ว่าเรย์กิวออสจะสามารถทนได้แต่ลูซิเฟอรืไม่ได้คิดเช่นนั่นในตอนนี้เขาไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากช่วยเหลือเรย์กิวให้ออกไปจากที่นี้ได้ก่อนอีกแล้ว

"ยัย เรย์กิว!"ลูซิเฟอร์รีบคำรามพุ่งบังคับอิกซีออนตามติดเข้าไปช่วยในทันที ขณะที่โคโลนี่ที่กำลังลุกไหม้แห่งนี้เริ่มจะถล่มลงมาเรื่อยๆ ควันลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ส่วนไหนที่กระจกป้องกันถูกทำลายแตกออกก็เกิดหลุมอากาศดูดทุกสิ่งทุกอย่างบริเวณนั่นออกไป

ด้านนอก โคโลนี่L1....กำลังจะล่มสลาย...

----------------------------

ย้อนกลับไปราวๆหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ห้องวางแผนการบนยานบลูกาแลคเซียแองเจิล

"จากการปรากฎตัวออกมาของดาเรน ในสมรภูมิล่าสุดทำให้กองยานสนับนุนของเราแล้วก็พวกบอนล์เสียหายกันไปเป็นแถบๆ ได้ยินว่า กองกำลังของบอนล์ลดลงไปกว่าครึ่ง นับเป็นโอกาศดีที่จะเข้าตีแต่ว่าพวกเราในตอนนี้ไร้กำลังสนับสนุนเพราะงั้นถ้าจะเข้าสู้โต้งๆโดยมีแค่ยานลำนี้ลำเดียวล่ะก็โอกาศชนะก็จะไม่มีเลย..."ไลล่า เรย์ อิลูชั่นเอ่ยอธิบายแผนการณ์โดยกลางห้องมีแผนที่อาณาเขตโคโลนี่L1รวมถึงรอบๆบริเวณเป็นอุปกรณ์ประกอบด้วย บรรดาลูกเรือทุกๆคนรวมถึงไกด์ที่พึ่งได้รับการปล่อยตัวกำลังนั่งฟังอย่างตั้งใจ

"แต่ว่าทางนั่นเอง ก็ดูเหมือนจะพยามล่อเราให้เข้าไปสู้ในบริเวณL1 หรือว่าใกล้ๆฉันคิดว่าพวกมันคงส่งกองกำลังกองนึงมายันพวกเราไว้ก่อนก่อนจะส่งชุดใหญ่มาตีขนาบ แล้วใช้สภาพของอาณานิคมบีบให้พวกเราต้องจนมุมนะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อให้พวกเราไม่แพ้ยานนี้ก็น่าจะถูกจมอยู่ดี"ไลล่าพูดต่อในตอนนี้ลูซิเฟอร์ก็ยกมือถามขึ้นว่า

"แล้วแบบนั่น พวกเราจะทำยังไงล่ะกัปตัน"

"เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ...ลูซิเฟอร์คุง อิกซีออนนะสามารถควบคุมกระแสไฟฟ้าได้สินะ บางทีอาจจะสามารถสร้างสนามไฟฟ้าแบบอ่อนๆขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้สินะค่ะ"ไลล่าเอ่ยถามขึ้นมาลูซิเฟอร์ก็ทำหน้างงพร้อมกับตอบไลล่าไปว่า"เอ้...ไม่เคยทำอะไรแบบนั่นเหมือนกันนะ"

"ไม่ต้องห่วงหรอก เคยลองตรวจสอบดูมาแล้วล่ะ เวลาที่อิกซีออนเร่งพลังไฟฟ้าสัญญาณตรวจจับของยานลำนี้นะจะขาดๆหายๆนะ คิดว่าน่าจะพอปกปิดสัญญาณจากพวกบอนล์ได้บ้าง"เฟอเดอริก้าที่อยู่ในห้องด้วยประกาศขึ้นพร้อมๆกับพ่นควันบุหรี่ทั้งๆที่ในนี้ห้ามสูบแล้วแท้ๆ ไลล่าเห็นมีคนมาอธิบายหลักการแล้วจึงเริ่มอธิบายแผนต่อไปว่า

"งานนี้ต้องขอแรงลูซิเฟอร์คุงแล้วล่ะ โดยเราจะแบ่งกำลังเป็นสองส่วน ส่วนนึงคอยต้านศัตรูแล้วก็โจมตีล่อศัตรูให้ออกมาทางนึงส่วนอีกกลุ่มนึงก็ลอบเข้าไปที่โคโลนี่L1แล้วจัดการทำลายกำลังเสริมศัตรูซะหลังจากนั่นก็ออกมาช่วยพวกเราตีขนาบศัตรูที่อยู่ข้างนอก"

"แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงล่ะค่ะว่าศัตรูมีกำลังเสริมอยู่ข้างในนะ...ถ้าไม่มีขึ้นมาล่ะ?"ฟาเฟลยิงคำถามออกมาบ้างซึ่งคำถามของเธอก็ถูกชายหนุ่มที่นิ่งเงียบอยู่นานในห้องนี้ ฮิคารุนั่นเองตอบขึ้นมาแทนว่า"แบบนั่นก็ยิ่งดีไม่ใช่รึครับ อย่างน้อยๆกองกำลังที่ลอบเข้าไป

ก็ออกมาโจมตีขนาบจากด้านหลังใส่กลุ่มศัตรูได้ อย่างน้อยๆวิธีนี้จะเป็นการเช็คศัตรูด้วยว่ามีกำลังเสริมรึเปล่า หรือถ้าเกิดกองทัพศัตรูมีเยอะจริงๆแล้วพวกเราที่ยันอยู่ต้องถอยออกมาก่อนที่กลุ่มลอบเข้าไปจะไปถึง อย่างน้อยๆทีมที่ลอบเข้าไปก็สามารถซุ่มโจมตีตอนที่ยานของฝ่ายศัตรูกลับไปที่โรงเก็บหรือท่าในอาณานิคมไม่ก็ปิดประตูไว้ไม่ให้ฝ่ายศัตรูเข้าไปก็ได้หากพวกนั่นคิดจะถอยหนีเข้าไปนะ"

"สมเป็นคุณฮิคารุ เข้าใจแผนแบบนี้ลดเวลาอธิบายลงไปได้เยอะ~"ไลล่ายิ้มก่อนที่จะเปิดไฟในห้องแล้วใช้ปากกาเลเซอร์ขีดไปมาที่โฮโลแกรมที่ฉายอยู่กลางห้องจนภาพโคโลนี่L1กลายเป็นรายชื่อตัวอักษรขึ้นมาแทนแน่นอนมันเป็นรายชื่อของสมาชิกทีมที่จะลอบเข้าไปในโคโลนี่นั่นเอง

"มีผมด้วยรึเนี่ย..."ฮิคารุพึมพำเมื่อเห็นมีชื่อตัวเองอยู่ด้านบนแรกสุดของรายชื่อ...ส่วนมายาที่อยู่ใกล้ๆก็ตะโกนขึ้นมาทันทีเลยว่า"ฉันชื่อมายา! ไม่ใช่มายะค่ะ! ทำไมถึงเขียนผิดอยู่เรื่อยล่ะค่ะ!"

"อืมๆ มีผมก็ตามที่บอกสินะอีกคนก็....."ว่าแล้วลูซิเฟอร์ก็ชำเลืองมองไปที่คนสุดท้ายในรายชื่อ...อาเจ๊ติดแส้ เมเดอร์ลีนนั่นเอง

"โดนรับเลือกแบบนี้...เบื่อซะแล้วล่ะ"เธอตอบออกมาพร้อมกับประโยคอมตะไสตล์เดิม ไลล่าก็พูดขึ้นมาต่อว่า"ส่วนคนอื่นๆที่ไม่มีชื่อแน่นอนจ๊ะว่าต้องอยู่ที่นี้คอยยันศัตรูไว้นอกจากลูซิเฟอร์คุงแล้วอีกสามคนที่เหลือคงเข้าใจว่าทำไมถึงได้ถูกรับเลือกสินะค่ะ เพราะว่าภารกิจนี้ต้องการหุ่นความเร็วสูงเฟทเบรกเกอร์กับอาคาน่าโครนิเคิลเลยต้องรับหน้าที่นี้ไปค่ะ ส่วนอาคาน่าโครนิเคิลจะให้ติดชุดอุปกรณ์จำพวกขัดขวางสัญญาณตรวจจับด้วยอีกแรง"

"อืมๆ บางที...เข้าไปในโคโลนี่อาจจะมีสิทธิ์ได้เจอยัยนั่นอีกก็ได้สินะ"ลูซิเฟอร์พึมพำโรจิสที่นั่งข้างๆเลยเอ่ยออกมาว่า"ยัยนั่น ที่ลูซิเฟอร์ พูดถึงคือคนขับหุ่นยนต์สีเขียวๆตัวนั่นที่สู้กันบ่อยๆสินะ"

"อืม...ชื่อเรย์กิว...ดูแล้วๆท่าทางอย่างยัยนั่นต้องมีปัญหาอะไรไว้ในใจแน่ๆ เอาเถอะถึงจะเป็นศัตรู แต่ก็เป็นคนที่มีฝีมือ...อยากสู้ด้วยอีกสักครั้งจนตัวสั่นไปหมดแล้ว!"ว่าแล้วลูซิเฟอร์คุงที่คึกจัดก็ยกเท้าขึ้นมาพาดบนโต๊ะประกาศก้องออกมา....

"นี้ๆ...เท้าเก็บลงหน่อยก็ได้นะ..."ไลมุที่อยู่ตรงข้ามพยามปรามส่วนไกด์ก็ถอนหายใจเมื่อได้เห็น ฟีรีน่าหัวเราะคิกคักส่วนกัปตันไลล่าเอ่ยเบาๆว่า"เอาเท้าเหยียบโต๊ะแบบนี้อยากขัดห้องน้ำหนึ่งอาทิตย์เหรอค่ะ?"

"มะ...ไม่กล้าแล้วครับ..."ลูซิเฟอร์สงบลงในทันใด ส่วนไลล่าเมื่อเห็นดังนั่นเลยตบมือสองทีก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"เอาล่ะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วล่ะก็อีกสองชั่วโมงจะเริ่มภารกิจตอนนี้แยกกันไปพักผ่อนกันก่อนก็ได้นะค่ะ"

"รับทราบครับ/ค่ะ"

----------------------------

ขณะเดียวกันในโคโลนี่L1กลุ่มกองทัพของบอนล์ที่ตรวจจับได้ว่าบลูกาแลคเซียกำลังจะมุ่งหน้าเข้ามาใกล้เพื่อเตรียมบุกจู่โจมอีกครั้งนั่นก็กำลังทำการเตรียมพร้อมกองทหารอย่างขมักเขม่นกันอยู่และที่ห้องบัญชาการใหญ่ของโคโลนี่L1 ลาร์ค ฟูอัลหนึ่งในทหารพิเศษของโววาร์ดก็กำลังเจรจาอะไรบางอย่างของผ.บที่นี้อยู่

"ท่านโววาร์ดไม่มีคำสั่งอะไรก็จริง แต่ผมว่าเราควรจะจับเป็นยานนั่นดีกว่านะครับ"ลาร์คเอ่ยออกมาเรียบๆหลังจากดูแผนการรับมือป้องกันของโคโลนี่L1ที่พึ่งเขียนเสร็จมากๆ

"หึ พวกไม่ใช่คนแบบแกไม่ต้องมาสอนฉันหรอกน่า อีกอย่างพวกนั่นมันอันตรายเกินกว่าจะจับเป็นนะเจ้าหนู"ผ.บใหญ่ร่างอ้วนกำลังสูบซิการ์ไปบ่นไป เขาคือผู้บัญชาการ เอลารี่ ปัวโรต์ของกองทัพบอนล์หัวหน้าควบคุมดูแลกองทัพอวกาศของบอนล์ แม้จะเป็นลุงปากเสียนิสัยไม่ค่อยจะดีเท่าไรแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นยอดนายพลคนนึงของบอนล์เช่นกัน

"แต่ว่าทางนั่นเองก็มีหุ่นที่มาจากต่างมิติด้วยนะครับ ถ้ายึดมาได้ล่ะก็น่าจะมีผลดีต่อพวกเรา"ลาร์คเสนอ...แต่ดูเหมือนท่านผ.บจะไม่สนใจฟังเลยเอาแต่สูบซิการ์ไปเรื่อยๆพลางหลับตาเหมือนกำลังจะนึกบางอย่างอยู่

"ท่านครับ..."ลาร์คเรียกย้ำอีกทีผ.บอ้วนคนนี้ถึงจะหันมามอง...ผ.บเอลารี่เอ่ยออกมาอย่างเรียบๆว่า"แล้วไงล่ะ..."

"เอะ..."ลาร์คไม่เข้าใจในสิ่งที่ผ.บคนนี้จะสื่อ เมื่อเห็นดังนั้นผ.บคนนั่นเลยส่ายหน้าแล้วเอ่ยประชดขึ้นมาว่า"ให้ตายสิ ไอ้พวกทหารทดลองมันหัวช้าเรื่องพวกนี้กันทุกคนเลยรึไงฟร่ะ..."

"ฟังนะเจ้าหนู แค่ปัจจุบันโลกนี้ก็มีหุ่นของไอ้พวกเฟทเกทมาเพ่นพ่านซะเยอะแล้ว แถมกองทัพของเราเองอย่าลืมนะว่าสามารถขนนิวเครียล์มายิงถล่มทั้งโคโลนี่ทิ้งได้ถ้าหากต้องการ ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าได้หุ่นของเจ้าพวกนั่นมา มันจะวุ่นวายขนาดไหน.."

เอลารี่พึมพำก่อนจะมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง....ในตอนนี้ในโคโลนี่เป็นตอนกลางวัน และแสงแดดเทียมก็สาดส่องเข้ามาภายในห้อง ดูเป็นบรรยากาศที่ดูสงบเงียบและแยกไม่ออกเลยว่าที่นี้กำลังอยู่ในภาวะสงคราม

"หมายความว่า ท่านกำลังจะบอกว่าอย่าให้พวกเราครอบครองอาวุธที่ร้ายแรงกว่านี้สินะครับ"ลาร์คเอ่ยถาม ผ.บอ้วนไม่พูดอะไรพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาว่า"ไอ้ฉันนะ มันเกิดที่โลก ไม่เข้าใจความทุกข์ยากของคนบนอวกาศ แล้วไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมพวกนี้ถึงโหยหาความ

เท่าเทียมกันมากกว่าความสงบสุขก็ไม่รู้...ถึงจะต้องอยู่ในความกลัวหรือต้องอยู่ในกรงแต่ถ้าเกิดมันไม่มีสงครามมันก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วไม่ใช่รึไง"

"กำลังพูดสนับสนุนการปกครองแบบเผด็จการอยู่รึครับ...."ลาร์คถามออกมาโต้งๆจนเอราลี่ยังต้องหลุดหัวเราะออกมาแล้วเอ่ยว่า"เฮ็ยไอ้หนู พูดแบบนั่นมันกำลังวิจารณ์การปกครองของกองทัพเราอยู่นะปกติทหารทดลองแบบแกไม่มีความคิดแบบนี้นิ?"

"เอาเถอะ แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเข้าใจแผนแล้วเตรียมตัวเอาไว้ด้วย....หุ่นของแกนะ ปรับสภาพให้รบบนอวกาศได้แล้วสินะ"เอราลี่ถามออกมาบ้างลาร์คก็พยักหน้าก่อนที่ชายร่างอ้วนจะพ่นซิการ์แล้วสั่งการว่า"ดี...ไปเตรียมตัวได้แล้ว"

"รับทราบ"ลาร์ครับคำก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

----------------------------

กลับมาที่บลูกาแลคเซียแองเจิลเหล่านักบินทั้งหมดกำลังเตรียมพร้อมจะออกปฎิบัติการกัน แต่แทนที่สถานการณ์จะตึงเครียด...กลับเป็น

"มีอะไรกัน...."เมเด็นลีนแล้วก็ฟาเฟลเดินเฉื่อยๆมาทางเหล่านักบินบนยานที่กำลังมุ่งดูอะไรสักอย่างอยู่โดยมีโมโมะอยู่ตรงกลาง

"อะ...พี่สาว อัลบั้มภาพตอนสมัยพวกเรายังเรียนอยู่นะค่ะ"โมโมะรีบตอบรับในทันทีทำให้ฟาเฟลเลิกคิ้วแล้วเอ่ยถามออกมาว่า"อัลบั้มภาพ...เธอเก็บของแบบนั่นไว้ด้วยเหรอโมโมะ"

"โมโมะไม่มีหรอกค่า~ แต่เจอในห้องพี่สาวนะ"โมโมะตอบกลับไปซึ่งฟาเฟลก็พยักหน้าส่วนเมเดอร์ลีนได้ยินดังนั่นถึงกับทำปฎิกริยาตรงกันข้ามกับฟาเฟลเธอรีบคว้าแส้ขึ้นมาแล้วกระโจนเข้าไปกลางวงทันที

"รีบส่งอัลบั้มภาพคืนมาเดี้ยวนี้นะ!!"ไม่ได้ขู่อย่างเดียวเจ๊แกแยกเขี้ยวใส่แถมฟาดแส้มั่วจนคนบริเวณนั่นต้องหนีตายกันจ้าละหวั่นกันไปตามๆกันและแล้วอัลบั้มภาพก็ตกไปอยู่ในมือของไลมุ

"หึหึหึ แยกเขี้ยวแบบนี้มีอะไรที่ให้ดูไม่ได้สินะ..."ว่าแล้วไลมุก็พลิกอัลบั้มโดยเร็ว แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อแส้มาถึงตัวเธอเธอก็โดดหลบพร้อมกับพลิกหน้าต่อไปจนกระทั่ง....

"ออ...อย่างนี้นิเอง..."ไลมุยิ้มก่อนจะหันไปหาเมเดอร์ลีนที่โกรธจนหน้าแดงแล้วโยนอัลบั้มคืนให้ เจ้าตัวรีบรับอัลบั้มแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

"นี้ๆ ในอัลบั้มภาพนั่นมันมีภาพอะไรอยู่งั้นรึ..."ฮิคารุถามขึ้นมาแต่ไลมุไม่ยอมบอกเธอยิ้มให้ฮิคารุแล้วหัวเราะอะไรเล็กๆน้อยๆในลำคอก่อนชำเลืองมาที่โมโมะแวบนึงแล้วเดินจากไป

"นี้ๆ นายพอรู้รึเปล่าว่า มันเกิดอะไรขึ้น..."ฟาเฟลหันไปถามไกด์อย่างงงๆจนเขาสวนว่า"เพื่อนเธอไม่ใช่รึไง ทำไมมาถามฉันแบบนี้ล่ะ"

"โมโมะไม่สบายใจเลยค่ะ! ตามไปดูกันเถอะคุณฟีรีน่า!!!"ว่าแล้วโมโมะก็ออกวิ่งนำไปโดยลากฟีรีน่าที่ยังงุนงงไปด้วยมายาที่ทำท่าจะตามไปช่วยเหมือนกันก็โดนโรจิสเบรกเอาไว้ว่า"มายะ เธอยังเหลืองานปรับแต่งแครอนค้างอยู่ไม่ใช่รึ..."

"ฉันชื่อ มายาค่า!!!!!"ดูเหมือนเธอจะเริ่มหมดความอดทนที่ไม่มีใครเรียกถูกกันมากกว่าที่จะโกรธเพราะโดนห้ามไม่ให้ไปแฮะ

----------------------------

"พี่สาว ออกมาเถอะค่ะใกล้จะได้เวลาแล้วนะค่ะ~"โมโมะกับฟีรีน่าพยามเคาะประตูเรียกมเดอร์ลีนที่อยู่ภายในห้อง....แต่ดูเหมือนจะไม่มีการตอบรับ....

"งือ....ถ้าพี่สาวจะลงโทษโมโมะก็เชิญได้เลยค่ะ แต่ว่า แต่ว่า...โมโมะอยากให้พี่ออกมานะ...โมโมะขอโทษที่ไปรื้อของในห้องพี่โดยที่ไม่บอกก่อนนะค่ะ..."โมโมะขอโทษขอโพยพร้อมกับน้ำตาปริ่ม....เมเดอร์ลีนก็ยังไม่มีทีท่าตอบรับใดๆ...

ภายในห้อง...เมเดอร์ลีน ฟารองฟรองเซ็ตกำลังนอนนึกถึงอะไรบางอย่างอยู่....เป็นเรื่องราวในอดีตสมัยเรียนและที่มาของภาพ ภาพนึง...ที่เธอให้ใครดูไม่ได้เด็ดขาด....

"ทำไมเรา....ทำแบบนั่นไปน่า..."เธอพึมพำก่อนที่สติจะค่อยๆจมดิ่งลงในห้วงแห่งภวังค์....

ย้อนกลับไปสมัยสามปีก่อนที่โรงเรียนฝึกนักบินของมินาโมโต้บนดวงจันทร์...

"อะไรกัน...."เมเดอร์ลีนในวัย14ปีพึมพำออกมาเมื่อเห็นสกอร์บอร์ดคะแนนประกาศผลการทดสอบภาคสนาม...ตามปกติชื่อของเธอมันจะมาพร้อมกับตัวเลขแสดงลำดับที่หนึ่งแต่ว่า...คราวนี้ไม่ใช่...ชื่อเธอไปอยู่อันดับที่สองแทนแล้วก็...ชื่ออันดับหนึ่งดันเป็น

"รัตน์ พรมอนันต์"

เสียงฮือฮาที่เกิดขึ้นรอบๆสกอร์บอร์ดจับใจความได้ประมาณว่า

"โห...รัตน์คราวนี้มันสุดยอดเลยว่ะ ล้มแชมป์ได้"

"เห็นจืดๆ ขนาดนั่นประมาณไม่ได้แล้วสินะเนี่ย"

"เมเดอร์ลีนยังแพ้...ชูฮกเลย..."

และอีกนานาเสียงที่เอ่ยชื่นชมรัตน์ไปทั่วจนเมเดอร์ลีนที่ยืนอยู่หลังสุดถึงกับตัวสั่น เธอกำหมัดแน่นก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากบริเวณนั่นทันที...

"อะ...รุ่นพี่เมเดอร์ลีน..."ชิเอลในวัย13ปีเดินผ่านมาพร้อมกับเลียไอติมรสนมอยู่ เมเดอร์ลีนที่เห็นเธอผ่านเลยพุ่งเข้าไปจับไหล่ชิเอลแล้วตะคอกถามทันทีเลยว่า"นายหน้าจืดนั่นอยู่ที่ไหน!!!"

"ถ้าเป็นพี่ชายล่ะก็...อยู่ที่สวนกลางศูนย์ฝึกค่ะ"ชิเอลตอบแบบกล้าๆกลัวๆ เมเดอร์ลีนก็รีบออกวิ่งไปตำแหน่งนั่นทันที...และแล้วเธอก็เห็นเป้าหมาย นายหน้าจืด รัตน์ พรมอนันต์กำลังนั่งสวมเฮดโฟนอ่านหนังสืออย่างสบายอกสบายใจอยู่ใต้ต้นไม้ โดยข้างๆนั่นขนาบข้างด้วยน้องสาวเธอโมโมะเหมือนอย่างเคยที่เธอเห็นเป็นประจำส่วนอีกคนคือนักเรียนพลสื่อสารซาโยะ ไม่ใกล้ไม่ไกลคืออังเรย์ที่กำลังอายม้วนเมื่อฮิเมะแฟนสาวของเขาป้อนข้าวให้...

"อะ พี่สาว!!!"โมโมะรีบกระโดดร่างขึ้นพุ่งไปหาเมเดอร์ลีนทันที แต่แน่นอนคราวนี้เธอไม่ได้มีธุระกับน้องสาว เธอเลยปัดร่างโมโมะออกไปแล้วตรงรี้เข้าไปหาหนุ่มหน้าจืดเป้าหมายของเธอ นั่นก็คือรัตน์นั่นเอง

"นี้...นายหน้าจืด"รัตน์ยังคงทำนิ่งไม่ตอบรับ....ซาโยะเขยิบออกมาจากข้างๆรัตน์ไปอยู่ใกล้ๆกับโมโมะที่ยืนงง...

"มะ...โมโมะจัง พี่สาวเธอ...เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ?"ซาโยะเอ่ยถามแต่โมโมะจังก็ส่ายหน้าพร้อมกับทำท่าเหมือนกับพยามจะบอกว่าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

"นายหน้าจืด!!!!"เมเดอร์ลีนคำรามเสียงดังขึ้นพร้อมกับหยิบแส้ออกมาทำท่าเตรียมจะหวดเต็มที่....คราวนี้อังเรย์กับฮิเมะก็ถอยมาข้างๆโมโมะเหมือนกัน...

"เดี้ยวๆ พี่สาวเธอ...กินยาไม่เขย่าขวดมารึไง...."อังเรย์ถามขึ้นส่วนฮิเมะจังก็เสริมว่า"โมโมะจัง...เกิดอะไรขึ้นนะ...."

แน่นอนทั้งโมโมะและซาโยะได้แต่ส่ายหน้า....

".....ฉันเรียก แล้วไม่ได้ยินเหรอ...นายหน้าจืด...."ว่าแล้วเจ๊ท่านก็สะบัดแส้ลงพื้นหนึ่งทีทำให้เกิดเสียงตัดอากาศดังแคว่ก บรรดาเพื่อนพ้องของรัตน์คุงที่ตอนนี้มีชิเอล โคกิแล้วก็ฟาเฟลที่พึ่งตามมาถึงกับถอยรูดหนีออกห่างไปทันที

"รัตน์มันไปทำอะ...."ไม่ทันที่ฟาเฟลจะพูดจบโมโมะก็เอ่ยขึ้นมาว่า"ไม่รู้ค่ะ....หนูไม่รู้..."

"......นี้รัตน์!!! ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง!!!"เมเดอร์ลีนตวาด...คราวนี้รัตน์หันมาหาเธอช้าๆก่อนจะถอดเฮดโฟนออกแล้วเอ่ยออกมาว่า"ถ้าจะเรียกชื่อดีๆ...ก็ทำได้นิ..."

"เอะ..."เมเดอร์ลีนตกใจ พร้อมๆกับที่เธอหลุดออกจากภวังค์...เมื่อเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นทั่วยาน...ได้เวลาปฎิบัติภารกิจแล้วสินะ....เธอรีบลุกขึ้นเปลี่ยนเป็นชุดนักบินภายในทันที...และเมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับ...

"นี้....พวกเธอมาทำอะไรกันเนี่ย...."บรรดาลูกเรือซึ่งเป็นนักบินทั้งหมด มายืนออหน้าห้องเมเดอร์ลีน....นี้รึว่า...พวกเขารอเรียกเธอออกมาตลอดเลยเหรอ

"พี่สาว!!! โมโมะขอโทษค่า!!!! โมโมะไม่น่าไปคุ้ยอัลบั้มภาพของพี่สาวเลย...แล้วก็ อัลบั้มที่พี่มีรูปถ่ายคู่กับรัตน์คุง โมโมะไม่โกรธหรอกค่ะ!!"เอ่ยออกมาก็น้ำตาไหลนอง...นี้ท่าทางไลมุจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟังแล้วสินะ ถึงได้มายืนออกันอยู่แบบนี้

"น่าๆรักสามเศร้าเป็นเรื่องปกตินะ..."ไลมุเอ่ยขึ้นมาส่วนเมเดอร์ลีนก็หน้าแดงปนเขียวพร้อมตะโกนว่า"เข้าใจผิดกันแล้วค่ะ!!! รูปนั่นนะเป็นรูปที่ระลึกที่เข้าถ่ายตอนไปแข่งนักบินรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยมต่างหาก ฉันได้ที่สองส่วนรัตน์ได้ที่หนึ่งฉันก็แค่ไม่อยากเห็นภาพที่ตอกย้ำว่าแพ้หมอนั่นเท่านั่นเองค่ะ!!!!!"

แน่นอนเมเดอร์ลีนอธิบายพร้อมกับตวัดแส้ไปทั่วจนคนอื่นๆต้องกระโดดหลบ...เธอหอบหายใจอย่างอ่อนแรงแต่ก็ยังไม่เลิกส่งตาขวางใส่คนอื่นๆ

"จ้าๆ เข้าใจแล้ว แม่คนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้"ไลมุเอ่ยขึ้นมาก่อนจะขอตัวไปขึ้นยาชาโอ...ส่วนคนอื่นๆก็...

"แส้เจ้าหล่อน น่ากลัวชะมัด"ลูซิเฟอร์พึมพำ ฮิคารุที่ปกติจะนิ่งเฉยคราวนี้กลับพยักหน้าแฮะ ทั้งคู่คงกำลังคิดขึ้นมาล่ะว่าบางทีถ้าทำงานพลาดอาจจะโดนแม่นี้หวดซะยับเลยก็ได้

หลังจากที่ทั้งคู่เดินไปที่โรงเก็บกันจนหมด เมเดอร์ลีนที่อยู่รังท้ายได้หยิบภาพถ่ายตัวเองคู่กับรัตน์ขึ้นมาดู...ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า

"ฉัน...จะทำได้อย่างนายไหมนะ...รัตน์..."

ยังไม่จบนะครับมีต่อ~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2010, 06:13:02 AM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Replikia
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 641



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #87 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2010, 04:29:27 PM »

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night

รัตติกาลอันดำมืดแผ่ขยายอาณาเขตปกคลุมผืนฟ้าหลังการจากไปของแสงสุดท้ายแห่งดวงสุริยะ ค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทราฉายคือสัญญาณแห่งการจู่โจม ค่ำคืนที่จะตัดสินชะตาได้มาถึงแล้ว กองยานของเอลฮังค์ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านท้องฟ้ายามราตรีมุ่งหน้าไปสู่สนามรบ เทพธิดาสีแดงเคลื่อนตัวไปอย่างระมัดระวังภายใต้พร้อม ๆ กับยานรบขนาดกลางและขนาดเล็กลำอื่น ๆ เสียงเครื่องยนต์ที่คอยขับเคลื่อนยานแต่ละลำส่งเสียงออกในราตรีราวกับกำลังฮัมเพลงปลุกใจภายใต้บรรยากาศอันเงียบงัน ทุกอย่างรอบตัวดูตึงเครียดไปหมดภายใต้ท้องนภาที่ดำมืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่งตายมันโอบล้อมพวกเขาใกล้มากจนแทบเหมือนถูกหายใจรดต้นคอ เหล่านักบินที่ยังไม่ค่อยเจนสนามนั่งกำคันบังคับเอาไว้แน่นพลางสยบความกลัวที่พลุพล่านอยู่ในอกเสียงหอบหายใจที่ดังเป็นระยะ ๆ สะท้อนอยู่ภายในค็อทพิทขณะที่ประตูทางออกของยานแต่ละลำค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ คาวาเลียคัสตอมพุ่งทะยานออกจากแท่นส่งตัวราวกับลูกกระสุนพร้อม ๆ กับหุ่นยนต์อีกหลายตัวที่ทยอยกันบินออกมาจากยานที่อยู่ใกล้ ๆ  หน่วยเรจไวเวิร์นเข้าประจำตำแหน่งตามแผนที่วางไว้

“ฝ่าบาทเพคะ ได้โปรดทรงไตร่ตรองอีกคราหนึ่งเถิดเพคะ” องค์รักษ์สาวเอ่ยผ่านเทเลพาธีขณะมองดูแพนเซอร์สีทองที่กำลังเดินย่ำไปอย่างหนักแน่นมุ่งหน้าไปที่แท่นส่งตัวของยาน

"ผมกับริโค่ไตร่ตรองดีแล้วครับว่าพวกเราจะร่วมในศึกนี้" เด็กหนุ่มผู้ควบคุมโกล์ซาเวียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ปราศจากซึ่งความลังเล

"แต่หม่อมฉันไม่เห็นด้วยเพคะ พระวรกายของทั้งสองพระองค์ ณ เวลานี้มิควรจะกระทำการศึกนะเพคะ" ลีลีย์พยามทัดทานการตัดสินใจของนายเหนือหัว

"แต่ถ้าจะให้ทนดูเฉย ๆ ขณะที่สหายศึกกำลังเสี่ยงชีวิตต่อสู้ผมก็ทำไม่ได้เหมือนกันครับ เราสูญเสียสหายร่วมรบในโลกนี้ไปคนหนึ่งแล้ว ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากเสียใครไปอีก"

"นั่นมิใช่ความผิดของพระองค์นะเพคะฝ่าบาท ที่สำคัญชีวิตของคนเหล่านี้มิอาจเทียบได้กับชีวิตของพระองค์นะเพคะ" เธอพยายามเหตุผลต่าง ๆ นานาหยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะให้ทั้งสองเปลี่ยนใจให้ได้แต่ทว่า.....

"ราชองค์รักษ์ลำดับที่หนึ่ง ลีลี่ย์ โซล่าลิส!! อย่าได้เอ่ยเช่นนั้นให้เราได้ยินอีก แม้นพวกเขาจะแตกต่างจากพวกเราแต่ก็เป็นสหายศึก อัศวินที่ทรงเกียรติเยี่ยงท่านน่าจะรู้ดีถึงสิ่งที่เหล่าอัศวินทั้งมวลพึงกระทำใช่หรือไม่?" 

ริโคริสที่นั่งเงียบอยู่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและทรงอำนาจประกาศิตถึงขนาดทำให้องค์รักษ์สาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่ออริศัตรูถึงกับชะงักงันไปในทันที

"แล้วเราทั้งสองผู้ซึ่งเป็นถึงกษัตริย์ผู้ปกครองเหล่าอัศวินเชกเช่นท่านจะเพิกเฉยต่อธรรมเนียมปฏิบัตินั้นได้เยี่ยงไร?" เธอกล่าวต่อโดยไม่รอฟังเหตุผลใด ๆ จากราชองค์รักษ์หญิงของเธอแม้แต่น้อย ลีลี่ย์ได้แต่นั่งนิ่งเพราะมิอาจจะสรรหาคำพูดใด ๆ มายับยั้งทั้งสองได้อีก

"แพ้หมดรูปเลยนะ สองคนนั่นเป็นประเภทถ้าตัดสินใจแล้วใครก็ฉุดไม่อยู่ เพราะงั้นพวกเราเองก็ทำหน้าที่ของเราตามปกติไปก็แล้วกัน" แร็คน่ากล่าวพลางแสดงสีหน้าอมยิ้มน้อย ๆ ให้กับคู่หูแต่เธอก็หลบสายตาหนีก่อนจะให้คำตอบด้วยน้ำเสียงแสดงความหงุดหงิด

"รู้แล้วล่ะน่า!!"  โกลด์ซาเวียทะยานออกจากยานไปโดยมีไวท์แอสคอร์สบินตามหลังไปติด ๆ ฝ่ายเซริออสและเซเลน่าที่นั่งฟังการสนทนานั้นอย่างเงียบ ๆ ขณะที่บลูไรเซอร์กำลังจะเดินขึ้นแท่นส่งตัวจากประตูทางออกอีกฝากหนึ่งพาให้สึกขบขันอยู่ไม่น้อย

"รู้สึกว่าองค์หญิงน้อยของพวกเราจะกลายเป็นราชินีเต็มตัวไปเสียแล้วนะ" แม่ทัพหนุ่มเอ่ยพลางส่งรอยยิ้มแสนอ่อนโยนไปให้กับสุดที่รักของเขาที่นั่งอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อยก่อนจะพาแพนเซอร์คู่กายของเขาทะยานขึ้นไปยืนปักหลักอยู่บนยานเทพธิดาสีแดงดุจอัศวินที่พร้อมจะกำจัดอริทุกเมื่อ

ลองแลนซ์ของฟาลินเข้าประจำตำแหน่งอยู่ด้านบนสุดของยานขนส่งลำหนึ่งที่ทำหน้าที่เตรียมยิงสนับสนุนอยู่แนวหลังพร้อมกับอาคาน่าแวนการ์ดที่ติดตั้งอุปกรณ์จู่โจมระยะไกล ส่วนอาคาน่าแวนการ์ดที่ติดอาวุธรบทั่วไปต่างกระจายตัวจัดกระบวนทัพให้เข้ากับตำแหน่งที่ได้วางเอาไว้ ส่วนออร์เฟอุสที่ได้รับการซ่อมแซมให้พอออรบได้แล้วนั้นยืนตั้งป้อมอยู่ด้านหลังสะพานเดินเรือของยานเรดกาแล็คเซียฯ โดยมีสายเคเบิ้ลมากมายระโยงรยางค์อยู่เต็มไปหมดสายเหล่านี้เชื่อมกับตัวหุ่นและยานแม่เอาไว้ ขณะเดียวกันอาคาน่าซาก้าและเนอว่าน่าก็เดินเข้าสู่คาตาพัลท์ทั้งสองข้างของเรดเป็นที่เรียบร้อยและพร้อมออกตัวทุกเมื่อ

ขณะที่นักบินหนุ่มของอาคาน่าซาก้ากำลังเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนออกปฏิบัติการโดยการกดปุ่มเล็ก ๆ บนคอนโซล เพื่อให้นาฬิกาจับเวลานับถอยหลังปรากฏขึ้นมาให้เห็นได้ชัด ๆ ก็มีใครบางคนที่เขารู้จักดีติดต่อเข้ามาในช่องการสื่อสารส่วนบุคคล ภาพใบหน้าของผู้ติดต่อปรากฏขึ้นมาอย่างพร้อมกับคำพูดที่ชัดถ้อยชัดคำ

“รัตน์.....พลังใหม่ของซาก้า เรายังไม่รู้ข้อดีข้อเสียที่แน่ชัด เพราะงั้นนายอย่าฝืนมากนักล่ะ...ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายอีกคนพวกเราคงจะแย่..”

ใบหน้าของรูบี้ที่แสดงบนจอภาพดูเหมือนปกติ แต่ขอบตาทั้งสองของเธอดูบวมช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาพอสมควรแถมน้ำเสียงก็ฟังดูไม่หนักแน่นเหมือนเดิมแสดงถึงความโศกเศร้าจากการสูญเสียซาโยะยังคงหลงเหลืออยู่ในใจเธอพอสมควร

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันเชื่อมั่นในพลังของซาก้า และที่สำคัญ....” หนุ่มหน้าตายตอบอย่างฉะฉาน พลางชำเลืองมองในมือของเขานั่นคือสมุดโน้ตของ คาตากุระ ซาโยะ สาวน้อยผู้ล่วงลับไปแล้ว

“เพราะว่าฉันต้องรักษาสัญญานั้นให้ได้ไงล่ะ..” น้ำเสียงแสดงปณิธานอันแน่วแน่ดังขึ้นมาอย่างชัดเจนดวงตาของรัตน์ในตอนนี้มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะชนะศึกไม่เพียงแต่ศึกนี้แต่เป็นทุก ๆ ศึกที่ต้องเผชิญเขาจะไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดทั้งสิ้น

“รัตน์......เอาเถอะ!! ยังไงก็กลับมาให้ได้ก็แล้วกัน!!” หญิงสาวช่างเครื่องเรียกชื่อของเขาออกมาพลางยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะยกนิ้วโป้งให้กับเขาและตัดสัญญาณการติดต่อไป เธอรู้แล้วว่ารัตน์ในตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วแน่ ๆ เขาพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปแล้ว

“อ่า.....ไว้จะกลับมาทำพาสต้าให้กินก็แล้วกัน” รัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมารูบี้จึงตีสีหน้าทะเล้นนิด ๆ

"เห...จะทำให้ฉันคนเดียวเลยเหรอ? แบบนี้ระวังหัวใจเขาหวั่นไหวนะ......"

"ทั้งยานตะหาก..........."

คำตอบสุดตัดรอนหลุดออกมาจากเด็กหนุ่มหน้าตายทันควันแต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดขณะเดียวกันทางด้านของลูคัสนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับแบกภูเขาหิมาลัยทั้งลูกไว้บนอกก็มิปาน ในเวลานั้นเองเสียงสัญญาณติดต่อช่องสัญญาณส่วนบุคคลก็ดังขึ้น ลูคัสเลื่อนนิ้วไปกดรับมันอย่างว่องไว ใบหน้าของบุคคลที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องติดต่อมาแน่เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมาในช่องสัญญาณส่วนบุคคลแบบนี้ก็ปรากฏขึ้น

“ลูคัส วันนี้นายเป็นอะไรของนายน่ะ?” เธอคนนั้นเอ่ยถามลูคัสด้วยน้ำเสียงแสดงความสงสัย ลูคัสเกาหัวแกรกก่อนจะตอบกลับไป

“นี่ผมรุนแรงเกินไปสินะครับเนี้ย...” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนถอนหายใจเฮิอกใหญ่ออกมาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

“คงเพราะกดดันมั้งครับ...”

“กดดันงั้นหรือ.....” เธอคนนั้นชะงักลงเล็กน้อยพลางนึกถึงสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ในระหว่างคิดอยู่นั้นก็เป็นช่องเว้นช่วงให้ชายหนุ่มได้พูดต่อ

"เรื่องเมื่อวันนั้น...ที่จริงผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก ผมก็เลย......ยังไงก็ตามคราวนี้จะพลาดไม่ได้อีกแล้วน่ะครับ ถึงจะต้องทำแบบนี้ก็เถอะแต่ผมรู้สึกผิดจริง ๆ นะครับ...........”

ลูคัสกล่าวพลางดันแว่นขึ้นพร้อม ๆ กับนึกย้อนไปถึงเรื่องของซาโยะ กัปตันสาวที่กำลังคุยกับเขาอยู่ก็พลางนึกไปถึงเหตุการณ์ตอนนั้นขึ้นมาเช่นกัน รอยหม่นหมองปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่พร้อม ๆ กันโดยไม่รู้สึกตัว ก่อนจะข่มความรู้สึกโศกเศร้าที่จะกำลังพร่างพรูขึ้นมาให้กลับลงไปอยู่ส่วนลึกของจิตใจ

“เพราะงั้นผมก็เลยต้องกลับมาเป็นมังกรหลับสมัยยังเด็ดขาดนี่ละครับ แบตเทิล”

“กัปตันย่ะ!!!.....” หญิงสาวมองค้อนผ่านจอสื่อสารมาแต่ลูคัสกลับเมินหน้าหนีซะงั้น

“ครับ ๆ กัปตันแบต.....”

ลูคัสตอบกลับพลางมองรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดในใจลงไปเล็กน้อย ขณะที่แบตเทิ้ลชำเลืองมองดูเลขดิจิตอลที่กำลังนับถอยหลังอยู่บนคอนโซลของเธอก่อนจะนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหลังจากเข้าสมทบกับกองกำลังของเอลฮังค์เพื่อทำการซ่อมแซมยานกับหุ่นรบ เติมสเบียงและยุทธภัณฑ์จำเป็นเสร็จเรียบร้อย การประชุมที่แสนตึงเครียดก็เริ่มเปิดฉากขึ้นบรรยากาศในห้องประชุมแผนการมีแต่ความเงียบสงบ สมาชิกของเรดกาแลคเซียส่วนใหญ่ร่วมนั่งประชุมอยู่ในห้องนี้ด้วยความตึงเครียดที่สูงกว่าเรื่องของซาโยะ เพราะแผนการคราวนี้เดิมพันด้วยผลแพ้ชนะของสงครามนี้ เหล่าตัวแทนจากยานลำอื่น ๆ ของเอลฮังค์ได้เข้าร่วมประชุมแผนการในครั้งนี้ด้วยโดยมีเพียงลูคัสเป็นผู้อธิบายแผนการทั้งหมด

“อีกไม่นานเราจะเข้าถึงเขตพื้นที่เป้าหมายแล้ว หัวใจสำคัญของภาระกิจนี้คือการยึดครองฐานทัพนี้ แต่สิ่งสำคัญและเป็นอันตรายสูงสุดในปฏิบัติการณ์ครั้งนี้พวกคุณทุกคนทราบกันดี”

ลูคัสเว้นช่วงคำพูดลงก่อนภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดใหญ่จะซูมลงไปที่ป้อมปืนที่อยู่ใจกลางของฐานทัพ ตัวหนังสือแสดงข้อความไว้ว่า 'อัศนีแดง' รายละเอียดของป้อมปืนนั้นถูกแสดงขึ้นมาบนภาพฉายนั้นอย่างรวดเร็ว

"เจ้านี่เป็นปืนอนุภาคพลังทำลายล้างสูง พลังงานของมันถูกส่งมาโดยตรงจากเตาปฏิกรณ์สี่จุดที่เป็นแหล่งพลังงานของฐานรวมถึงตัวเมืองในละแวกนี้ พิสัยทำการของมันไกลสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้คือ 285 กิโลเมตร เรียกได้ว่าไกลชนิดที่ว่าไม่มีปืนของยานรบหรือหุ่นยนต์ตัวใดจะยิงตอบโต้มันได้"

คำบรรยายถึงแสนยานุภาพอันร้ายกาจของอัศนีแดงทำเอาบรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียดหนักขึ้น เพราะถ้ามองจากข้อมูลที่มีอยู่นี้โอกาสที่จะเข้าตีที่นี่ก็แทบจะมองไม่เห็นชัยชนะหากเจอกับปืนที่มีระยะยิงไกลสุดกู่ขนาดนี้

"แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีหนทางรับมือกับมัน ถ้าเรามองกันดี ๆ ก็จะเห็นว่ามันมีจุดบอดที่สำคัญอยู่ นั่นก็คือถ้าหากว่าสังเกตดี ๆ มุมของมันจะทรงพลานุภาพได้ก็ต่อเมื่อยิงในแนวที่ทำมุม 0-90 องศาเท่านั้น แต่ถ้าหากมันทำมุมลงมาทางด้านของแกนลบแล้วระยะทางในการยิงของมันก็จะลดลงอย่างมาก และเราจะใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์"

 
"คุณกำลังจะบอกว่า เรามีทางจะเอาชนะเจ้าป้อมปืนนี่ได้ด้วยกำลังรบเพียงเท่านี้หรือ?" ชายคนหนี่งเอ่ยขึ้นพลางจ้องหน้าลูคัสด้วยแววตาแฝงความเคลือบแคลงแต่กุนซือหนุ่มมิได้สนใจเขายังคงจดจ่อกับการอธิบายแผนการรบต่อไป

"อันดับแรกเราจะนำกองกำลังของเราบินต่ำกว่าวิถีเรดาร์ผ่านเขตนี้ไป จากนั้นแบ่งกำลังถึงส่วนหนี่งเบนความสนใจของกลุ่มศัตรูเอาไว้ที่แนวปะทะนี้ หน้าที่ของกลุ่มนี้คือล่อกำลังของศัตรูออกห่างฐานทัพนั้นให้ได้มากที่สุดและรั้งมันเอาไว้ เมื่อกำลังป้องกันในฐานทัพอ่อนลงแล้ว เราจะใช้กำลังส่วนที่เหลือกบุกผ่านตัวเมืองไปในเขตฐานทัพและจัดการทำลายป้อมปืนและเข้ายึดพื้นที่ซะ"

"แผนล่อเสือออกจากถ้ำสินะ แต่เราจะเชื่อได้ยังไงว่ามันไม่ใช่กับดัก โดยเฉพาะแผนการของคนที่เคยเป็นพวกบอลน์อย่างคุณ....." 

ชายวัยกลางคนในชุดกัปตันผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์มากนัก แต่แบตกลับฟาดพัดลงบนผ่ามือจนอย่างแรงเสียงนั้นดังก้องทำลายบรรยากาศอึมครึมในห้องประชุมลงในทันใด

"นี่ไม่ใช่เวลาจะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจใครทั้งนั้น ถ้าหากว่าเขาคิดวางกับดักพวกเราจริงป่านนี้พวกเราไม่ได้มาอยู่ที่นี่แล้วอย่างแน่นอน!!"

แบตลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับตีสีหน้าขึงขังใส่กัปตันผู้นั้น แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

"ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าที่ผ่านมานั่นไม่ใช้แผนที่จะทำให้พวกเราตายใจ......"  แบตรู้สึกเหมือนเส้นบางอย่างในหัวเธอขาดดังผึงกับคำพูดแบบนั้นแต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกไปเอลก็ขัดจังหวะเสียก่อน

"แล้วลุงหนวดผู้มากประสบการณ์มีแผนการอะไรดี ๆ จะเสนอไหมล่ะครับ? ถ้าไม่มีเนี้ยจะเงียบปากไว้ก็ไม่มีใครเขาว่าใบ้หรอกนะครับท่านที่เคารพ" 

คำพูดของเอลพาเอาบรรยากาศอึมครึมกลับเข้ามาอีกครั้งแต่ก็ทำให้คนในห้องประชุมเงียบปากลงไปได้บ้าง ขณะที่ความเงียบงันกำลังจะปกคลุมห้องประชุมอย่างสมบูรณ์ ชายชราอายุประมาณ 50 กว่า ๆ ในชุดกัปตันเอ่ยขึ้นอย่างไม่เครียดกับเหตุการณ์ตรงหน้า

"นั่นสินะ ตอนนี้พวกเราไม่มีเวลามานั่งเถียงกันเองแล้วด้วย ถ้าเราแพ้ศึกนี้ก็เท่ากันว่าจบกัน แต่ครั้นจะให้ไว้ใจคนที่เคยอยู่ฝั่งศัตรูเลยทันทีก็เป็นเรื่องที่ยาก โดยเฉพาะกับคุณผู้เคยก่อวีรกรรมมากมายเหลือคณานับ แต่ถ้าหากกล้าให้หลักประกันอะไรซักอย่างล่ะก็......"

แม้จะดูชราภาพแต่แววตาของเขาก็ยังเปี่ยมไปด้วยพลังที่ประหลาด ลูคัสจ้องมองดูชายชราผู้นั้นก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดต่อ

"งั้นผมขอเดิมพันด้วยชีวิตของผมก็แล้วกัน........." กุนซือหนุ่มประกาศอย่างหนักแน่นเล่นเอาทั้งห้องประชุมเงียบกริบ ชายชรายิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบ

"ถ้าคุณกล้าเดิมพันถึงเพียงนั้นทางเราก็จะลองเสี่ยงดู เอาล่ะเชิญคุณอธิบายแผนการต่อไปได้แล้ว"  หลังจากความวุ่นวายเล็ก ๆ จบลงลูคัสก็จะเริ่มอธิบายแผนต่อ

"ผมจะให้ยานเรดกาแล็คเซียแองเจิ้ล เป็นหัวหอกในการบุกตรงเข้าไปในฐานทัพ"

เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้องประชุมเมื่อได้ยินแผนการรบที่เรียกว่าเข้าขั้นบ้าบิ่นจึงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง

"นี่คิดจะเอายานเรดฯ ฝ่าบุกเข้าไปกลางดงของศัตรูเข้าไปเนี่ยนะมันเสี่ยงเกินไป!! หากผิดพลาดล่ะก็ไม่คุ้มค่ากับการสูญเสียแม้แต่น้อย ภายในป้อมนั่นเต็มไปด้วยระบบต่อต้านอากาศยาน" เสียงคัดค้านจากบรรดาสมาชิกเอลฮังค์คนหนึ่งดังขึ้น

"จริงอยู่ว่าเสี่ยงเกินไป แต่ยานลำอื่นมีความเร็วน้อยกว่าในกรณีที่จะใช้แผน Hit and Away ยานที่มีความเร็วในสูงก็ย่อมจะได้เปรียบกว่า ซึ่งในตอนนี้มีเพียงยานเรดฯ เท่านั้นหรือว่าคุณอยากให้เรายกพลบุกโจมตีพร้อม ๆ กันเป็นกลุ่มก้อนแล้วโดนป้อมนั่นยิงตายหมดในครั้งเดียวกันครับ?"

กุนซือหนุ่มถามกลับแทนการให้คำตอบ แม้จะเป็นความจริงแต่ก็ชวนโมโหไม่น้อยเพราะจำนวนกองกำลังที่ต่างกันเกินไป อีกทั้งนี่เป็นการบุกฐานทัพหลักแห่งหนึ่งของบอล์นย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะการป้องกันภายในย่อมหนาแน่นและที่สำคัญศัตรูก็น่าจะต้องรู้ถึงจุดบอดของปืนตัวเองอยู่เพราะไม่เช่นนั้นป้อมนี้คงไม่ยืนยงอยู่ถึงทุกวันนี้ได้
 
"เมื่อทำลายป้อมปืนได้สำเร็จยานเรดฯ จะรีบถอนตัวออกจากที่นั่นโดยทันทีถึงแม้จะยึดฐานทัพไม่ได้ในครานี้แต่ถ้าปืนนั่นถูกกำจัดไปได้ล่ะก็ การบุกครั้งต่อไปย่อมทำได้ง่ายขึ้น" ลูคัสดันแว่นขึ้นมาก่อนจะเตรียมอธิบายต่อไปแต่มีคนผู้หนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"ขอข้าพูดอะไรนิดหน่อยนะท่านลูคัส แผนการของท่านถือว่าเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมแต่แผนการนี้มีจุดบอดอย่างร้ายกาจอยู่อย่างหนึ่ง เกรงว่าทัพที่ทำหน้าที่หลอกล่อจะถูกตีแตกพ่ายไปเสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วล่ะก็ฝ่ายเราจะเสียทั้งแผนการและกำลังรบไปโดยปริยาย"

เซริออสกล่าวพลางจ้องมองกุนซือหนุ่มที่กำลังยืนขยับแว่นอยู่เบื้องหน้าพลางคลี่พัดออกมาปิดบังใบหน้าส่วนล่างของเขา

"เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้พวกคุณรับหน้าที่นี้ยังไงล่ะครับ ประสิทธิภาพหุ่นยนต์ของพวกคุณเหนือกว่าหุ่นยนต์ของบอนล์อย่างเห็นได้ชัดซ้ำยังเปลี่ยนร่างเป็นยานบินความเร็วสูงได้อีกน่าจะรุกเข้าไปและถอยหนีออกมาได้ไม่ยากหากจวนตัว"

"เจ้าคิดจะใช้พวกข้าเป็นเหยื่อล่อเช่นนั้นหรือ? สามหาวยิ่งนัก!!!"

ลีลี่ย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยกริยาและวาจาที่แข็งกร้าวพลางจ้องที่ลูคัสแต่คาริสยกมือขึ้นประมาณศีรษะเป็นสัญญาณให้เธอหยุดการกระทำนี้เสีย นางจึงได้แต่กัดฟันและนั่งกลับลงไปด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยจะชอบใจนัก

"พวกผมน่ะไม่มีปัญหาที่จะรับหน้าที่หรอกครับ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะบอกให้พวกคุณรู้เอาไว้แพนเซอร์ของพวกผมตอนนี้อยู่ในสภาพที่ไม่เสถียรมากนักไม่อาจรับศึกที่ยืดเยื้อได้เพราะฉะนั้นแล้วผมไม่อาจให้คำมั่นได้ว่าจะช่วยดันเอาไว้นานเพียงใดนะครับ"  คาริสกล่าวแต่ลูคัสก็ไม่ได้หยี่ระกับเรื่องนั้นเขาคีย์ข้อมูลให้ภาพโฮโลแกรมแสดงจุดที่เหล่านักรบจากแดนไกลต้องทำการจู่โจม

"ขอแค่ให้ยานเราผ่านไปได้ก็โอเคแล้วครับ หลังจากที่กลุ่มแรกเบี่ยงเบนความสนใจได้แล้วหน้าที่ต่อไปก็เป็นของหน่วยคุณแล้วนะครับหัวหน้าเอ็กซ์....."

"จะให้พวกเรากรุยทางพร้อมกับคุ้มกันยานไปที่ป้อมสินะ" เอ็กซ์พูดด้วยเสียงขรึม ลูคัสพยักหน้าแทนคำตอบ

"แล้วที่เหลือล่ะ ลูคัส..." กัปตันแบตเทิลเอ่ยถามขึ้นมาพลางมองนักบินคนอื่น ๆ

"รัตน์กับเอลฮาวล์จะเป็นหน่วยที่คอยจัดการทางภาคพื้นดินพร้อมกับพวกแวนการ์ดในขณะที่หน่วยเรจไวเวิร์นบุกทางอากาศ ส่วนฟาลิน...การบุกฐานทัพแบบนี้จะให้หาจุดซุ่มยิงคงยาก เพราะฉะนั้นให้อยู่กับยานลำอื่นคอยยิงสนับสนุนจากระยะไกลจะดีที่สุดครับจากข้อมูลที่ผมได้รับมาพวกเราก็มีแวนการ์ดแคนน่อนมาด้วยใช่ไหมครับ? เพราะฉะนั้นแบ่งกำลังเป็นสองส่วนใหญ่ได้ง่าย ๆ คือหน่วยประจัญบานบุกทะลวงกับหน่วยยิงสนับสนุน"

"ไม่มีปัญหา" รัตน์ตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ส่วนเอลนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

"แล้วตัวนายล่ะ?" กัปตันสาวถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าลูคัสยังไม่พูดถึงหน้าที่ของตนเอง

"ผมน่ะ..........."

แบตเทิลหยุดรำลึกถึงเหตุการณ์เหมือนหลายชั่วโมงก่อนเพื่อดึงตัวเองกลับมาสู่เวลาปัจจุบัน กัปตันสาวประจำยานรบเทพธิดาสีแดงนั่งประจำเก้าอี้กัปตันอยู่ในสะพานเดินเรือ มองดูตัวเลขนับเวลาถอยหลังที่เหลืออีกไม่มากนักมันพร้อมจะเข้าใกล้เลขศูนย์ไปทุกขณะ ดวงจันทราเหนือฟากฟ้านั่นทอแสงราวกับเป็นพยานในศึกนี้

"ตาบ้านั่นรู้หรือเปล่าว่าพูดอะไรออกไปน่ะ.............." เธอรำพึงรำพันเบา ๆ โดยที่ใครก็มิอาจได้ยิน ลูคัสยังคงปรับแต่งค่าต่าง ๆ ของออเฟอุสที่เพิ่งซ่อมแซมมาให้เข้าที่เข้าทาง แต่ระหว่างนั้นเองการติดต่อจากช่องสัญญาณส่วนบุคคลก็ดังขึ้นอีก แต่คราวนี้ไม่ใช่แบตแต่เป็นชายหนุ่มนาม เอลฮาวด์

"ไงพ่อกุนซือ แน่ใจแล้วเหรอว่าจะใช้แผนนี้น่ะ?" เขายิงคำถามทันทีลูคัสนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ

"................ก็มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ครับ....." ลูคัสตอบอย่างฉะฉานทว่าก็ไม่ทำให้แววตาของเอลฮาวล์เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย 

"นายเองก็มีไม่ใช่รึไง? พ่อกุนซือมังกรแถมดีกว่าแผนนี้ซะด้วยสิ..." เอลฮาวล์พูดขึ้นมาเบา ๆ แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้ลูคัสชะงักลงได้ครู่หนึ่ง

".......ไม่มีหรอกนะครับ......แผนที่ดีกว่าน่ะ......" ลูคัสตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น แต่เอลก็ยังจับได้ว่ามีความสั่นไหวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่

"เอาเถอะ แผนที่ดีกว่านั่นมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียสูงกว่านี่นะ....เหมือนกับเดิมพันราคาแพงเลยว่ามะ" ทหารรับจ้างหนุ่มยังคงพูดต่อ นัยน์ตาสีทองดุจสัตว์ป่านั้นยังคงมองลูคัสผ่านจอมอนิเตอร์อย่างไม่วางตา

"การเชื่อใจสหายร่วมรบก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จำเป็นในสงครามนะ............." คำพูดของเอลทำให้ลูคัสรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกในลำคอ กุนซือหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ

"ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรอยู่ ผมขอยืนยันคำเดียวว่าแผนที่ผมเสนอเมื่อครู่คือสิ่งที่ดีที่สุดและสูญเสียน้อยสุดที่ผมคิดได้ครับ จะดีมากถ้าช่วยทำตามที่ผมพูดไปอย่างเคร่งครัดนะครับ..."

"จะพยายามก็แล้วกันนะพ่อกุนซือ" พูดจบเอลก็ตัดสัญญาณการติดต่อไปลูคัสเอนหลังพิงเบาะนั่งในค็อทพิทของออร์เฟอุสพลังถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ถ้าหากจะมีใครสังคนต้องสังเวยชีวิตไปกับแผนการที่มองไม่เห็นชัยชนะนี้แล้วล่ะก็ ขอให้คน ๆ นั้นเป็นผมแค่คนเดียวก็พอ"

ชายหนุ่มเอ่ยพลางมองดวงจันทร์ทราที่ฉายแสงลงมาจากฟากฟ้าขณะที่เอลก็บ่นพึมพำในค็อทพิทของเนวาน่าเช่นกัน

"ใจจริงอยากได้จุดล่อความสนใจอีกซักจุด จะให้เนวาน่าใช้สเตลท์ไปโผล่กลางดงศัตรูแล้วดึงดูดความสนใจพร้อมถ่วงเวลา โดยจุดที่ต้องการคือบริเวณเตาพลังงานโดยให้ศัตรุเข้าใจว่าจะทำลายมันทิ้งเพื่อตัดการส่งกระแสไฟฟ้า แต่ว่านั่นก็เป็นหนึ่งในจุดที่การคุ้มกันหนาแน่นที่สุด เพราะงั้นมีความเป็นไปได้สูงที่คนรับหน้าที่นี้จะไม่รอด คงคิดแบบนี้อยู่ล่ะสินะพ่อกุนซือ... แต่ว่านะสงครามน่ะอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้นะ"

"มาสเตอร์คิดจะเล่นอะไรแผลง ๆ อีกหรือคะ"  เนวาน่าเอยถามผู้เป็นนาย

"ฉันไม่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงนักหรอกน่า เว้นแต่มันจะจำเป็นน่ะนะ" 

ตัวเลขบนหน้าจอมอนิเตอร์เหลืออีกเพียงไม่กี่วินาทีมอนิเตอร์เท่านั้น

6.....5….4….

แบตเทิลลุกขึ้นยืนอย่างช้าสายตาของเธอมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่หวาดกลัว เธอค่อย ๆ ยกพัดในมือขึ้นมาอย่างช้า ๆ

3….

ลูกเรือในยานแต่ละลำที่กำลังเข้าสู่สมรภูมิต่างเข้าประจำตำแหน่งของตนเองอย่างว่องไว

2….

เหล่านักบินทุกคนที่อยู่ในค็อทพิทเริ่มตั้งสมาธินึกถึงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของตนเอง พลสื่อสารและพลเรดาร์ต่างจ้องมองหน้าจอของตัวเองด้วยความตื่นตัวอย่างที่สุด

1….

พัดถูกยกขึ้นสูงเหนือเรือนผมที่ยาวสลวยนั้น เธอสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปวดเพื่อให้พร้อมที่จะเปล่ยงเสียง



"เริ่มปฏิบัติการ!!! ทุกหน่วยออกตัว!!" แบตเทิลสะบักพัดไปข้างหน้าตนอย่างองอาจ น้ำเสียงหนักแน่นของกัปตันนั้นสาวกระจายไปทั่วทั้งกองกำลัง หุ่นรบทุกเครื่อง ยานรบทุกลำต่างได้ยินน้ำเสียงที่เปี่ยมพลังเสียงของหล่อนศึกตัดสินในค่ำคืนแห่งแสงจันทราครึ่งดาว เทพีแห่งชัยชนะจะมอบรอยยิ้มให้ผู้ใดกัน.............

- - - - - - - - - - - -

ยังมีต่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2010, 05:20:09 PM โดย Replikia » บันทึกการเข้า

บล็อคของคนบ้าหาเรื่องใส่ตัว... แปลมันไปได้ไง(ฟระ....) http://replikia.exteen.com/
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #88 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2010, 02:56:37 PM »

Episode 9 Space Route -Connected Feelings- (ต่อ)

"เข้าใจแล้วนะครับ คุณเรย์กิว ในแผนการคุณจะต้องรับหน้าที่ในการดึงกำลังสำคัญของศัตรูเอาไว้ ส่วนผมก็จะทำหน้าที่คอยสนับสนุนแนวหลังให้กับคุณเอง"ลาร์คเอ่ยขึ้นในค็อกพิตของไทคอสม่าซึ่งเป็นหุ่นประจำตัวของตัวเองปัจจุบันถูกติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ในอวกาศแล้วก็บูสเตอร์หลายสิบชิ้นทำให้ไทคอสม่าที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้วนั่นเสมือนกลับเป็นกล่องขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ติดอยู่รอบตัวไม่ก็ปาน ข้างๆไทคอสม่าก็คือจักรกลวิปลาศ เรย์กิวออสที่มีเรย์กิวเป็นผู้บังคับมันกำลังจอดอย่างสงบเพื่อรอเวลาที่จะได้ออกศึกไปอาละวาดนั่นเอง

"อืม..."เรย์กิวรับคำออกมาอย่างไม่ค่อยใส่ใจ เป้าหมายของเธอ จักรกลสายฟ้าอิกซีออน...การปะทะครั้งล่าสุดยังไม่รู้ผลแพ้ชนะและความรู้สึกครุมเครือต่อผลลัพท์ของการต่อสู้นั่นยังคงกังขาอยู่ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่รบกวนจิตใจเธอเป็นที่สุด

"อย่าหุนหันมากไปนะครับ เพราะอาจจะพลาดติดกับศัตรูโดนล้อมขึ้นมาก็ได้"ลาร์คกล่าวเตือนด้วยสีหน้านิ่งๆ เขารู้อยู่แก่ใจดีว่า ต่อให้พูดอะไรไปเธอเองก็ไม่สนใจฟังอยู่ดีเมื่อเห็นดังนั่นเขาเลยติดต่อไปหาผ.บเอลารี่ที่ประจำอยู่ที่ยานธงของฝ่ายบอนล์เพื่อที่จะสอบถามและขอคำสั่งหัวหน้าของตน

"ท่านครับ จะไม่ส่งกองกำลังทั้งหมดออกไปพร้อมกันทีเดียวรึครับ"ลาร์คเอ่ยถาม ผ.บร่างอ้วนพ่นควันจากซิการ์ออกมาแทนคำตอบให้กับลาร์ค...ก่อนจะตีหน้ามุ่ยแล้วเอ่ยถามลาร์คกลับไปว่า"แล้วมีความจำเป็นอะไร ต้องขนออกไปให้หมดล่ะ..."

"ไม่มีครับ"ลาร์คตอบเรียบๆ...จริงอยู่ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นแค่ยานรบลำเดียวแล้วก็หุ่นยนต์อีกประมาณเจ็ดถึงแปดตัว กองกำลังที่คอยป้องกันตอนนี้มีมากกว่าฝ่ายโน่นถึงห้าหกเท่าแต่ทว่าเขามีความรู้สึกไม่สู้ดีกับสถานการณ์ตรงหน้า หุ่นแต่ล่ะตัวของกองกำลังTSCนั่นเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพที่น่ากลัวแล้วที่สำคัญการที่พวกนั่นล่าถอยไปแล้วครั้งนึงกลับมาอีกครั้งย่อมต้องเตรียมแผนการบุกโจมตีเอาไว้แล้วไหนจะหมายถึงเสบียงหรือพลังงานที่เติมมาพร้อมรบแล้วเต็มที่ อีกทั้งคราวนี้เขาไม่มีกองกำลังเฟทเกทมาสนับสนุนอีกด้วยจึงถือว่าต้องรับศึกหนักพอสมควร ซึ่งลาร์คก็ไม่แน่ใจว่ากองทหารที่มีอยู่ถึงห้าหกเท่านี้ จะพอตรึงกำลังศัตรูที่เปยี่มประสิทธิภาพนี้เอาไว้ได้

ระหว่างที่ลาร์คกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั่น สัญญาณสีแดงก็ปรากฎขึ้นมาที่หน้าจอ...มันเป็นไฟเตือนฉุกเฉินและเหมือนมันปรากฎขึ้นมาก็หมายความว่ากองกำลังTSCจู่โจมเข้ามาแล้ว...

"ออกยาน!"เอลารี่สั่งอย่างเฉียบขาด ยานรบของบอนล์ก็ออกจากท่าจอดยานเข้าประจันหน้ากับบลูกาแลคเซียที่ปล่อยหุ่นออกมาเตรียมพร้อมรบเอาไว้อยู่แล้ว

"ยิง..."ไลล่าสั่งการโดยทันทัเมื่อเห็นยานรบของบอนล์กรูกันออกมาปืนที่กราบของบลูกาแลคเซียก็ยิงทักทายกองยานของบอนล์ที่กำลังจะออกแต่แน่นอนจากระยะทางที่ห่าง มันเลยไม่เข้าเป้าแถมลำแสงยังติดสนามพลังที่ยานเหล่านั่นสร้างขึ้นมาเสียอีก

"กะ พลาดไปรึเนี่ยก็ว่าเร่งเครื่องมาเร็วพอที่พวกนั่นจะยังไม่ออกได้แล้วน่า...ทุกคนฝากด้วยล่ะ..."ไลล่าเอ่ยสั่งการแก่นักบินทุกคนไป ก่อนที่บรรดาหน่วยเฝ้ายานทั้งหมดจะกระโจนพุ่งเข้าหากลุ่มศัตรู...หรือบรรดาฝูงจาโปรน่านั่นเอง โรจิสเริ่มต้นรุกเป็นคนแรกโดยการฟันทำลายจาโปรน่าหน่วยความเร็วสูงที่พุ่งเข้ามาในแนวหน้า...ดาบของไนท์พาราดีนฟันผ่าร่างจาโปรน่าโชคร้ายตัวนั่นขาดเป็นสองท่อนก่อนจะระเบิดทีละชิ้นไปแบบสวยงาม

"พุ่งมาเป็นแบบนี้หวังให้เราแตกกลุ่มสิน่ะ..."ฟาเฟลพึมพำวิเคราะห์ขณะที่บังคับฮิสเทรี่ใช้แขนเทียมยิงทำลายจาโปรน่าที่เข้ามาสู้ใกล้ๆกับเธอ ฟาเฟลรู้สึกแปลกๆกับกองทัพศัตรูน้อยกว่าที่เป็น...และ...

"ว่าแล้วเชียว!"เธอตะโกนออกมาก่อนจะเร่งเกราะพลังงานให้เต็มกำลัง เรย์กิวออสโผล่มาจากทิศไหนก็ไม่ไม่ใครรู้พุ่งเข้ากระแทกเธอเต็มๆจนฮิสเทรี่กระเด็นเซออกไป ดูเหมือนว่าแม้แต่สนามพลังเต็มที่ก็ยังไม่สามารถกันแรงกระแทกของจักรกลวิปลาศตนนี้ได้เลยและดูเหมือนว่าเรย์กิวออสมันไม่ได้สนใจเธอเสียด้วยซ้ำ...เหมือนมันกำลังตามหาเป้าหมายของมันอยู่...เรย์กิวกำลังตามหาอิกซีออน...

ในสภาพการรบที่ติดพันแบบนี้ ยาชาโอและอาคาน่าโรมานซ์กำลังจับกลุ่มกันทำลายจาโปรน่าที่พุ่งเข้ามา ส่วนฟาเรนชูไวซ์ก็กำลังรับมือกับไท คอสม่าของลาร์คอยู่...

"คะ คุณไลมุ มันหลุดเข้าไปอีกแล้วล่ะค่า~"โมโมะร้องเตือนไลมุขณะที่ควงปืนของโรมานซ์ฟาดใส่จาโปรน่าที่เข้ามาประชิดแล้วพยามยิงทิ้งระยะแต่นั่นก็ทำให้จาโปรน่าสองตัวพุ่งข้ามเธอไปมุ่งเข้าสู่ยานบลูกาแลคเซียแองเจิล

"ใจคอไม่คิดจะสู้เลยรึไงเจ้าพวกนี้นิ!"ไลมุบ่นก่อนจะสร้างHeat Saberขึ้นมาสองเล่มแล้วขว้างมันใส่จาโปรน่าสองตัวนั่น เล่มนึงปักเข้าไปที่อกของหุ่นตัวนั่น ส่วนอีกเล่มพุ่งตัดร่างของจาโปรน่าตัวนั่นจนกลายเป็นสองท่อน และแน่นอนว่าทั้งสองตัวนั่นก็ระเบิดตามไปอย่างรวดเร็ว

"คุณไลมุ ค่ะระวังค่ะ!"ว่าแล้วโมโมะก็รีบเรียกไลมุให้หันมาดูเรย์กิวออสที่พุ่งเข้าใส่ยาชาโอของเธอจากจุดอับที่เธอมองไม่เห็น

"คุณเรย์กิว! อย่าพึ่งร้อนรนครับ!"ลาร์คพยามเอ่ยเตือนเรย์กิว ที่ตอนนี้กำลังซัดยาชาโอและไนท์พาลาดินที่เข้ามาสมทบซึ่งขวางทางอยู่ออกไปให้พ้น ดูเหมือนเธอจะพยามมุ่งหน้าไปที่บลูกาแลคเซีย อาจจะคิดว่าอิกซีออนยังไม่ออกมาก็ได้กระมั้ง?

"หืม...เกะกะชะมัด..."เสียงคำบ่นของลาร์คหลุดออกมาจากปากของเขาเมื่อเห็นกระสุนที่ฟาเรนชูไวซ์ยิงมาเขาเปลี่ยนไปยิงจรวดแบบสาดเพื่อกดดันให้เธอหนี ก่อนจะยิงบาซูก้าตามซ้ำไปอย่างแม่นยำ ฟาเรนเปิดบาเรียพลังงานขึ้นมากัน แต่ก็ตามคาด...ลาร์คอาศัยจังหวะนั่นประเคนเรลกันประเคนตามเข้าไปอีกหนึ่งดอกที่จุดเดิมทำให้เกิดการระเบิดขึ้นทำให้ฟาเรนกระเด็นออกไป...

"ฟีรีน่า!"ไกด์รีบพุ่งเข้ามาสวนกับลาร์คโดยชักอาร์คคาลิเบอร์พุ่งเข้าฟัน ลาร์ครวบรวมสมาธิหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะหมุนเอาชุดบูสที่ติดตามตัวไทคอสม่าฟาดใส่ให้โซลน่อนเซออกไปข้างๆแล้วเอาปืนกลมือถือจ่อที่หัวของโซลน่อนแล้วเหนี่ยวไกรัวกระสุนใส่อย่างไม่ยั้งก่อนจะถีบใส่บริเวณค็อกพิตซ้ำปิดท้าย

แรงกระแทกจากกระสุนปืนและแรงถีบของไทคอสม่านั่นทำให้กล้องหลักของโซลน่อนที่อยู่บนหัวส่ายไปมา แม้กระสุนพวกนี้จะเจาะเกราะของมันไม่เข้าก็ตาม แต่นี้ก็เพียงพอที่จะซื้อเวลาให้เรย์กิวที่พุ่งเข้ามาหาโซลน่อนทางด้านหลังแล้วอัดหมัดใส่โซลน่อนจนกระเด็นไปกระแทกใส่ฟาเรนชูไวส์ที่กำลังจะพุ่งเข้ามาช่วยจนเซไปตามๆกัน

"เจ้านั่นไม่อยู่ที่นี้..."เรย์กิวเอ่ยเสียงเย็นออกมาโดยไม่สนใจกองกำลังTSCที่อยู่รอบๆเลยแม้แต่น้อย...เสมือนกับว่ารอบๆนี้ไม่มีใครที่จะมาคลายความรู้สึกอึดอั้นในใจของเธอได้นอกจากเขา...ลูซิเฟอร์...แล้วก็...อิกซีออนเทพเจ้าสายฟ้า...

"(หุ่นเอสของพวกบอนล์ตัวนั่น...ดูเหมือนว่ากำลังจะหาอะไรอยู่...ลูซิเฟอร์คุงงั้นรึ...)"ไลล่าวิเคราะห์ได้ทันที เธอจำจักรกลวิปลาศตัวนี้ได้นับตั้งแต่ทั้งคู่เข้าโรมรันกันอย่างดุเดือนที่อาณาจักรดัลลิอาต้า เมื่อเห็นว่าทั้งหมดไม่อาจต้านทานหุ่นตัวนี้ได้อย่างซึ่งๆหน้าแน่ๆเธอเลยตัดสินใจสั่งการให้ทุกคนถอยหลบฉากออกมาเพราะการพุ่งเข้ามาของเรย์กิวออสทำให้แนวป้องกันของทุกคนเสียขบวนไปหมด

"คำสั่งถอยหลบฉากของกัปตันไลล่าสิน่ะ..."ฟาเฟลเอ่ยเมื่อได้เห็นภาพสัญญาณรหัสบนหน้าจอ เธอที่เป็นคนนำขบวนทีมป้องกันเลยทำการส่งสัญญาณไปให้ทุกคนถอยหลบฉากออกไป โดยที่มีกองทัพบอนล์ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด

"จวนได้เวลาที่พวกเมเดอร์ลีน...จะถึงแล้วสิน่ะ..."ไลล่าพูดขึ้นมาเบาๆ และแทบจะชั่วพริบตาก็เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณโคโลนี่L1...แสดงว่าทั้งหมดลอบเข้าไปได้สำเร็จแล้วสิน่ะ...

"นี้มัน...ตลบหลัง? อะ คุณเรย์กิวเดี้ยวก่อนครับ!"ว่าแล้วลาร์คก็พุ่งตามเรย์กิวที่มุ่งหน้ากลับโคโลนี่ไปทันทีที่เห็นการระเบิด...ท่าทางเธอจะรู้แล้วสิน่ะ...ว่าเป้าหมายของเธออยู่ข้างในนั่น...อิกซีออน...ลาร์คไม่มีทางเลือกและยิ่งเมื่อเห็นกองกำลังTSCเตรียมการโต้กลับเข้าเลยตัดสินใจถอยตามเรย์กิวเข้าไปที่โคโลนี่น่าจะดีกว่า

----------------------------

ย้อนกลับไปไม่นานก่อนที่จะเกิดการระเบิดขึ้น อิคซีออน เฟทเบรคเกอร์ที่ประกอบกับพาร์ทจากแครอนกลายเป็นแฮมเมอร์ไลท์และอาคาน่าโครนิเคิลโหมดยานในชุดบูสพิเศษกำลังลอบเข้าไปในโคโลนี่L1 ผ่านทางโซนผนังชั้นในซึ่งปกติเป็นส่วนที่สำหรับให้พนักงานเข้ามามาซ่อมแซมหรือดูแลระบบของโคโลนี่...แต่ในภาวะสงครามแบบนี้ ไม่มีแม้แต่วี่แววของช่างหรือหุ่นซ่อมแซมใดๆสักตัว...แต่ก็เป็นประโยชน์สำหรับพวกเขาเพราะทำให้สามารถเข้ามาข้างในได้ง่ายขึ้น...

แต่ว่าการเข้ามาภายในชั้นของโคโลนี่ที่รายล้อมไปด้วยแผงวงจรและความมืดมิด ซึ่งมีแสงไฟจากหลอดตามข้างทางคอยช่วยเหลือนั่นดูเหมือนจะเป็นการยากที่ลูซิเฟอร์จะทำการตามหาเส้นทางที่จะเคลื่อนที่ต่อไป

"นี้ๆ แล้วไปทางไหนต่อ?เจอทางแยกแล้วน่ะ!"ลูซิเฟอร์เอ่ยถามขณะที่นำขบวนอิกซีออนมาถึงบริเวณทางแยกในชั้นโคโลนี่ ในตอนนี้เขาต้องใช้สมาธิเป็นพิเศษเพื่อควบคุมสนามไฟฟ้าให้อยู่ในระดับสม่ำเสมอเพื่อที่ให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงจากสัญญาณตรวจจับภายในโคโลนี่และเล็ดลอบเข้าไปภายในต่อได้

"ทางซ้ายครับ ถ้าระเบิดตัวจ่ายพลังงานในโคโลนี่ได้ล่ะก็ระบบไฟฟ้าของที่นี้ก็จะเป็นอัมพาตไปชั่วครู่นึงแล้วเราก็อาศัยจังหวะนั่น ลอบเข้าโจมตียานที่ยังค้างคาอยู่ในโรงเก็บ"ฮิคารุเอ่ยอธิบายแผนออกมาขณะที่กางแผนที่โฮโลแกรมในค็อกพิตของแฮมเมอร์ไลท์ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแฮมเมอร์ไลท์ที่แบกอาวุธมาเต็มพิกัดแบบนี้จะมีความเร็วที่สูงซะจนเร็วพอๆกับอาคาน่าโครนิเคิลที่ติดชูดบูสมาเต็มสูบ...

"ว่าแต่ระเบิดไปเนี่ย คนในโคโลนี่เขาจะได้รับผลกระทบไปด้วยไม่ใช่รึ..."ลูซิเฟอร์ถามขึ้นมาระหว่างที่คณะผู้ลักลอบนี้เงียบมาเกือบตลอดทาง เมเดอร์ลีนก็ตอบแบบห้วนๆกับลูซิเฟอร์ว่า"ช่วยไม่ได้ นี้มันสงครามถ้าเต็มใจอยู่ที่นี้ก็ต้องเต็มใจยอมรับความเสี่ยงที่สำคัญเอลฮังค์บุกมาแบบนี้ประชาชนน่าจะหนีไปที่เชลเตอร์หลบภัยแล้วล่ะ ที่นั่นใช้ไฟคนล่ะส่วนกับที่นี้...แต่ถึงจะพูดสวยหรูแบบนี้...ก็มีคนที่ต้องได้รับผลกระทบด้วยแน่ๆอยู่ดี"

"อันที่จริง โคโลนี่แห่งนี้ถูกสร้างเป็นที่แรกๆ เชลเตอร์หลบภัยถึงจะเปลี่ยนบ่อยๆแต่ก็ค่อนข้างเก่าแถมมีไม่เพียงพอ คาดว่าประชากรกว่าครึ่งอาจจะอยู่ตามศูนย์หลบภัยเพราะมีเชลเตอร์อยู่ไม่เพียงพอก็เป็นได้...."ฮิคารุพูดเสริมขึ้นมา

"แล้วพวกเธอไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรบ้างรึไง..."ลูซิเฟอร์เอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทางไม่พอใจดูเหมือนเขาจะยังคงกังขากับการกระทำของตัวเองอยู่เป็นแน่แท้ ส่วนเมเดอร์ลีนเองก็ตอบกลับมาในทันทีว่า"ช่วยไม่ได้มันสงคราม...แต่ก็นะ...เลี่ยงได้ฉันก็ไม่อยากทำเท่าไรหรอก แต่ใครสักคนเคยบอกฉันว่าการต่อสู้เพื่อคนอื่นน่ะมันมีความหมายมากกว่าการต่อสู้ให้ตนเอง เพราะงั้นถึงฉันจะทุกข์โศกแต่เพื่อปกป้องคนอื่นๆแล้ว ฉันเองก็พร้อมที่จะยอมรับความทุกข์นั่นเข้ามาหาตัว"

"ประโยคไสตล์นั่น...รัตน์สิน่ะ..."ลูซิเฟอร์เอ่ยพร้อมกับถอนหายใจคำพูดชวนงงๆแถมแผงหลักการแบบนี้มีแต่ไอ้หมอนี้มันพูดคนเดียว เมเดอร์ลีนซึ่งยังคงตีหน้าตายเอ่ยออกมาเบาๆว่า"ชื่อนั่นนะ เบื่อซะแล้วล่ะ"

"แต่ว่าฉันกังขาน่ะ บุกสู้ ซึ่งๆหน้าก็ได้นิน่า ทั้งพลังของฉันแล้วก็อิกซีออน พลังของโซลน่อน พลังของพวกเธอ...น่าจะเอาศัตรูพวกนี้ลงนิน่าถ้าเกิดร่วมใจกัน ไม่น่าจะมาใช้วิธีการลอบกัดแบบนี้เลย..."ลูซิเฟอร์บ่นพึมพำส่วนเมเดอร์ลีนยักคิ้วหรี่ตาให้กับเขาแล้วเอ่ยถามทันทีว่า"ไม่พอใจที่ไม่ได้สู้แบบแฟร์ๆรึพ่อยอดนักสู้..."

"ปล่าว ถ้าลอบกัด แล้วไม่มีคนได้รับผลกระทบฉันก็ยอมรับแต่นี้.......ทั้งๆที่มีทางออกที่ดีกว่าแท้ๆแต่ทำไมกัปตันถึงไม่เลือกน่ะ! ไม่เชื่อมั่น! ในพลังของพวกเรารึไง!"ลูซิเฟอร์เริ่มโมโหก่อนจะหยุดกึก อิกซีออนที่กลางทางซะอย่างงั้น...

"ลูซิเฟอร์...กองกำลังของพวกเราไม่ได้เก่งทุกอย่างหรอกน่ะ อย่างที่กัปตันบอก ถ้าปะทะมีโอกาศจะเสียหายหนัก..."เมเดอร์ลีนตีหน้าเคร่งครึมกว่าเดิมก่อนจะพูดขึ้นมาช้าๆ ทางด้านฮิคารุก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไร เฝ้าดูสถานการณ์ไปอย่างต่อเนื่อง...

"มันก็จริง...แต่ว่า...มันคุ้มแล้วรึไง ที่จะต้องทำให้คนอื่นมาเดือดร้อนเพราะสงครามเนี่ย..."ลูซิเฟอร์แย้งเมเดอร์ลีนถึงกับจนคำพูดเงียบไป ฝ่ายพวกเธอก็ไม่ใช่ว่าจะทำถูกต้องซะทีเดียวแต่ก็น่ะ...สำหรับลูซิเฟอร์แล้ว เขาไม่อยากจะทำอะไรแบบนี้เลย...

ในตอนนั่น ฮิคารุที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นว่า "บางที...กัปตันเขาอาจจะเลือกวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดก็ได้น่ะครับ...."

"หมายความว่าไง คุณฮิคารุ?"ลูซิเฟอร์เอ่ยถาม ฮิคารุก็เอ่ยต่อไปว่า"จริงอยู่อาจจะทำให้คนเดือดร้อน แต่วิธีนี้ก็เสียหายน้อยที่สุดแล้วก็...ปลอดภัยต่อพวกเรา มันเป็นความจริงที่ว่าพวกเรารบกันซึ่งๆหน้าแล้วอาจจะชนะ แต่ว่า สงครามน่ะมันไม่ใช่แบบนั่นเสมอไป เราอาจจะแพ้ก็ได้หรือไม่ก็ศัตรูอาจจะมีกำลังเสริมชุดใหม่มาซ้ำตอนที่ชนะอีก กัปตันเขาแค่อยากให้ลูกเรือ หรือนักบินทุกคนเสี่ยงน้อยที่สุดก็เท่านั่นล่ะมั้งครับ แล้วอีกอย่าง...ผมคิดว่าไม่ใช่กัปตันเขาไม่เชื่อใจลูซิเฟอร์คุงหรือคนอื่นๆหรอก เพราะเชื่อเลยส่งคุณมาเสี่ยง มาทำให้ทุกคนมีโอกาศรอดได้มากที่สุดไม่ใช่รึครับ..."

วาทะก็ฮิคารุทำเอาทั้งเมเดอร์ลีนกับลูซิเฟอร์ที่เครียดอยู่นานถึงกับยิ้มออก ลูซิเฟอร์เกาหัวแกรกๆก่อนจะขยับอิกซีออนเดินหน้าต่อไปแล้วเอ่ยออกมาว่า"ขอบคุณมากคุณฮิคารุ ผมน่ะถึงจะไม่เข้าใจหรอกว่ากัปตันเขาคิดยังไงกันแน่แต่ว่า...การที่กัปตันให้พวกเรามาเสี่ยงมันก็หมายความว่าเขาเชื่อใจพวกเรากึ่งหนึ่งแล้ว นี้เป็นความจริงที่ผมลืมไป....คอยดูน่ะกัปตัน ผมจะทำงานซะจนกัปตันเอ่ยปากชมให้ได้เลย!"

"ความตั้งใจแบบนี้....เบื่อซะแล้วล่ะ"ถึงปากจะบ่นว่าเบื่อแต่สาวน้อยเมเดอร์ลีนก็ยิ้มออกมาแฮะ ทั้งกลุ่มรุดหน้าไปตามเส้นทางเดิมจนกระทั่ง พบกับเป้าหมายของพวกเขา....

"ทั้งสองคน...ถึงแล้วครับ..."ฮิคารุเอ่ยพร้อมกับชี้ให้ดูเบื้องหน้า...แกนพลังงานขนาดใหญ่ยักษ์ซึ่งเป็นตัวพักและกักเก็บก่อนที่จะส่งไปใช้งานตามส่วนต่างๆของโคโลนี่ มันเป็นเหมือนท่อขนาดใหญ่ที่มีแสงสีเหลืองอ่อนสว่างจ้าอยู่ตรงกลาง เปรยบเสมือนดวงไฟดวงใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางเงามืด...ถ้าแกนพลังงานนี้พังลงไป จะเป็นโอกาศดีที่จะทำให้พวกเขาสามารถจะลอบจู่โจมได้...

แฮมเมอร์ไลท์และอาคาน่าโครนิเคิลหยิบอาวุธขึ้นมาพร้อมกันแล้วเล็งไปที่ส่วนจ่ายพลังงานนั่นทันที...แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยเซล์พลังงานและท่อส่งซึ่งถ้าหากมันมีแรงระเบิดเพียงเล็กน้อยแล้วก็จะลุกลามไปสู่ส่วนต่อไปเหมือนกับวัฎจักรลูกโซ่เพราะงั้นเพียงกระสุนของทั้งคู่ก็เพียงพอต่อการที่ทำให้มันระเบิดลงแล้ว

"หลังจากแกนพลังงานพังลงแล้ว มีเวลาราวๆสี่ถึงห้านาที เข้าไปทำลายศัตรูในโรงเก็บน่ะครับ...อย่าเผลอลุยเข้าไปโคโลนี่เป็นอันขาด"ฮิคารุเอ่ยคำสั่งให้ทั้งคู่ฟัง ซึ่งทั้งคู่ก็นิ่งเงียบและพยักหน้ายอมรับก่อนที่เมเดอร์ลีนและฮิคารุจะเหนี่ยวไก...กระสุนแสงและกระสุนโลหะจากปากกระบอกปืนของหุ่นทั้งคู่พุ่งเข้าปะทะกับแกนพลังงานในชั่วพริบตา ก่อนที่มันจะเกิดระเบิดขึ้นมาเป็นลูกโซ่อย่างรุนแรง...

อิคซีออนรีบสร้างม่านไฟฟ้าขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันแรงระเบิดให้ทั้งคู่ในทันที เนื่องจากความเร็วของทั้งสองเครื่องรวมถึงอิกซีออนไม่อาจจะหนีจาแรงระเบิดกระชั้นชิดนี้ได้ทันเป็นแน่แท้ การสร้างสนามพลังไฟฟ้าขึ้นมาป้องกันจึงเป็นวิธีที่ได้ผลมากกว่า...หลังจากแรงระเบิดจบลงที่เหลืออยู่ก็มีแค่ซากแกนพลังงานที่การเป็นสีดำจากการเผาไหม้และโครงเหล็กของแกนที่โดนความร้อนเผาทำลายซะจนบางกรอบและเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่... แต่ทั้งสามไม่มีเวลาหยุดมายืนชื่นชมผลงานสักเท่าใดนัก เวลาจำกัดมีเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั่น ทั้งสามเครื่องรีบมุ่งหน้าไปทางอู่เก็บยานของโคโลนี่แห่งนี้ทันที

ณ อู่เก็บยาน ผ.บเอลารี่เองกำลังปวดหัวกุมขมับกับการที่ไฟฟ้าขาดหายไปกระทันหัน...โรงเก็บที่พลันมืดลงนั่น เขาไม่ได้เอะใจเลยว่ากำลังจะถูกซุ่มโจมตีในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้...

"ดึงพลังงานสำรองมาใช้ไม่ได้รึไง!"เอลารี่ตะคอกถามพนักงานสื่อสารที่กำลังใช้ไฟในยานรบติดต่อไปที่ศูนย์ควบคุมของอาณานิคมอย่างหัวเสีย จริงอยู่ที่ว่าไฟในยานรบยังใช้ได้ ยานรบยังพร้อมสู้ได้ แต่ถ้าหากระบบเปิดปิดประตูของอู่ยังไม่สามารถทำงานได้ กองยานรบของเขาก็ไม่ต่างอะไรจากจากเสือที่ไร้เขี้ยวเล็บ หรือปืนที่ไม่มีลูก ถ้าหากโดนโจมตีขึ้นมาตอนนี้ล่ะก็ คงเกิดปัญหาใหญ่แน่ๆ เพราะแม้แต่จาโปรน่าเพียงเครื่องเดียวก็ยังสามารถถล่มกองยานทั้งกองของเขาทิ้งได้ลงอย่างง่ายดาย

"คะ ครับ รู้สึกว่าสาเหตุจะมาจากตัวจ่ายพลังงานเกิดความเสียหายขึ้นน่ะครับ"โอเปอเรเตอร์ตอบคำถามของเอลาลี่อย่างงึกงักขณะที่ตรวจสอบจากการดึงข้อมูลของอาณานิคมมา จู่ๆไฟฟ้าก็หยุดไปเฉยๆแถมตัวจ่ายพลังงานก็เกิดความเสียหาย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีมดหรือปลวดไปแทะเล่นแน่นอน และจากระดับความเสียหายไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุใดๆด้วย...ท่ามกลางเงื่อนงำที่ผิดสังเกตุเหล่านี้ทำให้ผ.บร่างท้วมคนนี้ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที...

"ฉันจะเอาเครื่องคัสต้อมของฉันออก!"หลังเอ่ยจบเอลารี่ก็รีบพุ่งออกจากสะพานเดินเรือตรงเข้าไปที่โรงเก็บหุ่นในยานรบทันที จู่ๆตัวจ่ายพลังงานจะเกิดความเสียหายขึ้นมาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้...ยกเว้นแต่ว่าจะถูกโจมตีหรือมีใครสักคนจงใจทำให้เกิด...และแล้วสังหรณ์ของเขาก็ท่าทางจะถูกต้องเสียด้วยเมื่อได้ยินเสียงระเบิดตูมออกมาจากอู่ข้างๆ...ศัตรู ลอบเข้ามาโจมตีจากด้านใน...กองยานของเขาโดนเล่นงาน...พวกTSCมันวางแผนเล่นงานเขา...

"หึ เจ้าพวกเอลฮังค์ ไม่คิดเลยว่าจะใช้วิธีเสี่ยงๆแบบนี้...ขอยอมรับ...แล้วก็ขอสาปแช่ง"ผ.บเอลารี่สบถพึมพำขณะเร่งฟีเท้าตัวเองให้ไวขึ้นไม่งั้นยานลำนี้เองก็อาจจะถูกจมเป็นอันดับต่อไป สิ่งที่เขาต้องทำคือหนีออกไปจากยานลำนี้ให้เร็วที่สุด...นี้ไม่ใช่เวลามาห่วงพวกลูกเรือคนอื่นที่ยังหัวหมุนกับสถานการณ์แต่เป็นการเอาตัวรอดออกไปให้ได้เร็วที่สุดต่างหาก

ทางด้านพวกของลูซิเฟอร์ที่อาศัยการชุลมุนของฝ่ายศัตรูจมยานรบไปเรื่อยๆนั่นก็กำลังมุ่งหน้าเข้ามาที่โรงเก็บอีกแหน่งอันเป็นที่ตั้งยานธงของฝ่ายบอนล์ที่เอลารี่บัญชาการอยู่ ระหว่างที่ทำการจมยานรบ พวกเขาต้องคอยระวังหุ่นของพวกเขาเองไม่ให้โดนแรงระเบิดจากรอบๆทิศอัดทำลายหุ่นของพวกเขาเองเสียก่อน แต่การอยู่ข้างๆอิกซีออนที่พอจะช่วยป้องกันได้นั่น ทำให้แผนนี้ค่อนข้างปลอดภัยในอีกระดับนึง... อู่ข้างๆโดนจมแล้วเกิดไฟลุกท่วมไปแล้ว ถึงจะไม่จมอู่ด้านนี้ไฟก็อาจจะลามมาได้อยู่ดีแต่ว่าฝ่ายศัตรูเองก็อาจจะยิงปืนใหญ่พังประตูโรงเก็บแล้วพุ่งฝ่าออกไปก็เป็นได้...

"ลำนั่น...ยานธงของบอนล์...ต้องกำจัด!"เมเดอร์ลีนที่สังเกตุเห็นเป้าหมายก็เล็งบีมแมนชีนกันไปทางสะพานเดินเรือทันทีแล้วก็เหนี่ยวไก... กระสุนแสงเข้าเป้าอย่างงดงามจนเกิดการระเบิดขึ้นมาที่สะพานเดินเรือก่อนที่ตัวยานทั้งลำจะระเบิดตามไปติดๆ ซึ่งทั้งสามหลบฉากออกมาเพื่อให้หลบพ้นจากแรงระเบิด...เมื่อยานธงจมไปแล้วก็หมายความว่าพวกเขาได้ชัยชนะมาอยู่ในมือแต่ฮิคารุเห็นสิ่งผิดสังเกตุ อะไรบางอย่างกำลังพุ่งออกมาจากแรงระเบิดและเปลวไฟที่ลุกท่วมซากยานนั่น....หุ่นรุ่นซูโปรน่าสำหรับเอสของพวกบอนล์แถมทำสีและเพิ่มเติมอุปกรณ์พิเศษเสียด้วย...ท่าทางเจ้าของหุ่นคงไม่ใช่นักบินชั้นปลายแถวเป็นแน่แท้

"ทุกคนล้อมเอาไว้!"ฮิคารุสั่งอย่างเฉียบขาดเมเดอร์ลีนก็เปลี่ยนอาคาน่าโครนิเคิลเป็นแบบยานบินแล้วบินวกอ้อมหลังซูโปรน่าตัวนั่นก่อนจะแปลงกลับมาเป็นร่างหุ่นแล้วเล็งบีมแมนชีนกันใส่ แต่ทว่าจังหวะยังช้าไป หุ่นตัวนั่นเบี่ยงหลบได้ในทันทีเมื่อเมเดอร์ลีนหันปืน ซึ่งนั่นก็ทำให้วินาทีที่กระสุนพุ่งออกมา มันไม่มีทางเข้าเป้า...แต่ว่าซูโปรน่าเครื่องนั่นก็ยังไม่นิ่งนอนใจ ลูซิเฟอร์กับอิกซีออนพุ่งเข้ามาอัดซ้ำ ซึ่งเจ้าตัวก็เร่งบูสหลบหมัดได้ทันฉิวเฉียดอีกครา

"เสร็จล่ะ!"ฮิคารุร้องก่อนที่จะชักปืนลูกซองอินดราของแฮมเมอร์ไลท์ออกมา แล้วยิงสาดไปที่ซูโปรน่าเครื่องนั่น ซึ่งบินหลบการโจมตีมาเข้าระยะยิงของเขาพอดี...แต่กระสุนก็วืดไปอีกจนได้....

"ไม่ได้ขับหุ่นมาตั้งนาน...เกือบไปแล้วไหมล่ะ..."เอลารี่ในค็อกพิตเอ่ยขณะเลียปากก่อนจะชักบีมเบลดสองเล่มขนาดใหญ่ของซูโปรน่าออกมา...แล้วตั้งท่าเตรียมจะสู้

"ทางเราสามรุมหนึ่งน่ะลุง จะไหวรึ?"ลูซิเฟอร์แหย่...แต่วินาทีต่อมามันก็ไม่ใส่สามรุมหนึ่งเสียแล้วเมื่อเรย์กิวออสพุ่งทะลุโรงเก็บเข้ามากระแทกใส่อิกซีออนเต็มแรง ส่งผลให้เทพเจ้าสายฟ้ากระเด็นทะลุผนังเข้าไปในบริเวณบล็อกที่สี่ของโคโลนี่...

"เรย์กิว!?"ลูซิเฟอร์ร้องออกมาก่อนจะบังคับอิกซีออนให้ยื่นมือไปรับหมัดของเรย์กิวออส ซึ่งเรย์กิวที่ตามมาซ้ำก่อนส่วนหมัดจากมืออีกข้างใส่อิกซีออนทำให้ลูซิเฟอร์กระเด็นไปกระแทกแผงกักเก็บพลังงานข้างล่าง ซะจนสิ่งก่อสร้างบริเวณนั่นพังไม่เป็นท่า...

"ลูซิเฟอร์!"เมเดอร์ลีนเตรียมจะเข้าไปช่วย แต่ทว่าในตอนนั่นเอง ไทคอสม่าของลาร์คก็เข้ามาขวาง เมเดอร์ลีนเปลี่ยนโครนิเคิลเป็นร่างยานหลบกระสุนปืนกลจากไทคอสม่าได้ทันเวลาก่อนที่จะเปลี่ยนร่างกลับแล้วตั้งปืนบีมซับแมนชีนกันยิงสวนไป

"ศัตรูที่เขามาขวางแบบนี้ เบื่อซะแล้ว..."เธอพึมพำ ก่อนจะเข้าไปประชิดตัวของลาร์คแล้วก็ไทคอสม่า หุ่นที่มีระยะยิงไกลแบบไทคอสม่านั่นจุดอ่อนแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นระยะใกล้....แต่เมเดอร์ลีนคาดการณ์ผิด ลาร์คแอบตั้งปืนใหญ่ที่อยู่ที่หลังไทคอสม่าไว้อยู่ก่อนแล้ว สัญชาตญาณบอกเธอไว้ว่าไม่มีทางหักหลบทันแน่ แถมกว่าเธอจะสังเกตุเห็นปืนที่ตั้งตรงมาที่เธอก็สายไปเสียแล้ว เมเดอร์ลีนยกโล่ขึ้นมากันทำให้โดนปืนและกระสุนนั่นยิงกระแทกออกไปด้านนอกโคโลนี่ซึ่งลาร์คก็เตรียมทำท่าจะเข้าไปซ้ำติดๆ

ฮิคารุที่กำลังจะเข้าไปช่วยก็ดันบังเอิญติดพันกับเอลารี่ ที่พุ่งเข้ามากวาดดาบใส่ไม่หยุด แม้แฮมเมอร์ไลท์จะเร็วกว่ามาก แต่ตัวหุ่นเองก็บางกว่ามากเช่นกัน การโดนดาบพลังงานแบบนี้ฟันใส่รับรองได้ว่า แค่ฉับเดียวหุ่นของเขาขาดเป็นสองส่วนแน่ๆ ซ้ำที่แคบๆแบบนี้ยังส่งให้ศัตรูของเขาได้เปรียบเข้าไปยิ่งเสียอีก ฮิคารุตัดสินใจถอยออกนอกโคโลนี่อีกด้านและล่อให้เอลารี่ตามออกมา อย่างน้อยๆเขาอาจจะไปสมทบเมเดอร์ลีนได้ และพอจะช่วยกันรับมือทั้งคู่ ส่วนทางด้านลูซิเฟอร์นั่น เขาคิดว่าลูซิเฟอร์เองก็ยังไม่อยากโดนขัดจังหวะการแลกหมัดตอนนี้แน่ๆ

ทางด้านลูซิเฟอร์ เรย์กิวและเรย์กิวออสกำลังจ้องเทพสายฟ้า ถึงมันจะนิ่งไปเสียแล้วท่ามกลางเศษซากกองเซลล์พลังงาน แต่เธอยังไม่ชนะ การต่อสู้มันพึ่งจะเริ่มขึ้นและ...

เปรี้ยะ!

เสียงกระแสไฟฟ้าบังเกิดขึ้น เสียงที่เปรียบราวดังนกที่ร้องระงม พร้อมๆกับร่างของเทพสายฟ้าที่ค่อยๆลุกขึ้นยืน อิกซีออนควบคุมพลังงานไฟฟ้าที่รั่วไหลออกมารอบๆตัวแล้วสร้างสนามแม่เหล็กยกตัวหุ่นให้ลอยขึ้นมาบนอากาศ...ลูซิเฟอร์ในค็อกพิตหักนิ้วบังเกิดเสียงกร็อบแกร็บก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

"โทษทีที่ให้รอนานไปหน่อย...มาลุยกันต่อดีกว่า!"

---------------------------
ยังไม่จบนะครับมีต่อ~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2010, 03:03:12 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #89 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 06:14:21 AM »

Episode 9 Space Route -Connected Feelings- (ต่อ)

"หืม...ศัตรูแตกทัพกันไปแล้วสิน่ะ ก็น่าอยู่หรอกฐานที่มั่นโดนทำลาย กองหน้าก็โดนกำจัด...ท่าทางเราจะกุมชัยชนะได้แล้วล่ะ"ไลล่าวิเคราะห์ขณะดูจอมอนิเตอร์สำรวจสถานการณ์ภายนอก... จากการระเบิดที่โรงเก็บทำให้ฝ่ายศัตรูบางส่วนเสียขวัญ รวมถึงเรย์กิวออสที่จากไป ทำให้กองกำลังTSCรุกคืบเข้าไปได้เรื่อยๆโดยมียานบลูกาแลคเซียแองเจิลเป็นศูนย์กลาง...แต่ดูเหมือนว่าการที่เคลื่อนยานมาแนวหน้าแบบนี้ จะกลายเป็นตัวล่อศัตรูให้เข้ามาหาเสียแล้ว เพราะไม่ว่าหุ่นหน้าไหนก็อยากจะรีบจมยานธงของฝ่ายศัตรูให้ได้เร็วที่สุด กลุ่มจาโปรน่าทั้งหลายเลยพากันพุ่งเข้ามาหาบลูกาแลคเซียแองเจิลเพื่อหวังจะจมนางฟ้าสีน้ำเงินลำนี้...

เหมือนจะเป็นวิธีที่โง่เขลาในการเคลื่อนยานเข้ามากลางฝูงศัตรูแต่บางที การโยนปลาแซลม่อนชิ้นใหญ่ลงไปในดงฝูงแมวหิวโซ ก็ทำให้มีโอกาศเหวี่ยงตะข่ายจับฝูงแมวทั้งกลุ่มได้เช่นกัน ไลล่าหลับตาลงช้าๆขณะที่จาโปรน่าตัวนึงเล็งปืนไรเฟิลมาที่สะพานเดินเรือของยานบลูกาแลคเซียแองเจิลและเตรียมจะเหนี่ยวไกยิง...

"กัปตันค่ะ! ทิศทางด้านสิบสองนาฬิกาค่ะ!"บรรดาโอเปอเรเตอร์ร้องเตือนแต่ไลล่าไม่มีทีท่าสะทกสะท้านต่อสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย เธอเอ่ยออกมาเบาๆว่า

"โรจิส"

พริบตาแขนของจาโปรน่าตัวที่เล็งยิงอยู่นั่นก็ขาดออกก่อนที่ไนท์พาราดินจะพุ่งเข้ามาถีบจาโปรน่าตัวนั่นกระเด็นออกไปเพื่อให้รัศมีระเบิดของมันพ้นออกไปจากบริเวณยาน...ในตอนนั่นเอง จาโปรน่าอีกสองตัวก็เข้ามาในมุมอับด้านซ้ายและขวาของสะพานเดินเรือพร้อมกันแถมเตรียมชักอาวุธเตรียมจะจู่โจมสะพานเดินเรือเสียด้วย...

ไลล่ายิ้มนิดๆแม้จะหลับตาอยู่ราวกับว่าไม่กังวลอะไรและล่วงรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั่นก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"โมโมะ ฟาเฟล"

พริบตา อาคาน่าโรมานซ์ก็ยิงกระสุนลำแสงทำลายจาโปรน่าที่รุกเข้ามาด้านซ้ายของสะพานเดินเรือส่วนจาโปรน่าทางด้านขวาของยานนั่นก็โดนอาคาน่าฮิสเทรี่กางบาเรียพุ่งเข้ากระแทกใส่ก่อนที่ฟาเฟลจะะยิงบีมจากแขนกลซ้ำใส่จนจาโปรน่าตัวนั่นระเบิดออก...

"กัปตัน! มีอีกสามเครื่องด้านบนเหนือยานค่ะ!"หนึ่งในกลุ่มโอเปอเรเตอร์แจ้งเตือน ซึ่งไลล่าก็เงยหัวขึ้นไปตามทิศทางก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆเหมือนกับครั้งอื่นๆว่า

"ไลมุ"

ยาชาโอโดดมาขวางจาโปรน่าทั้งสามเครื่องไว้แล้วใช้ท่าAbsolute Zeroหมัดเยือกแข็งแช่แข็งหุ่นผู้โชคร้ายทั้งสามตัวก่อนจะทะยานร่างของดทพหายนะเข้าพุ่งเข้าชนจาโปรน่ากลุ่มนั่นจนสลายแตกละเอียดกลายเป็นละอองน้ำแข็งปลิวว่อนไปทั่วบริเวณโดยรอบ...

"กัปตันไลล่ารู้ได้ยังไงหรือค่ะว่าพวกเราจะโจมตีใส่น่ะ!~"โมโมะถึงกับอึ้งตาเป็นมันวาวเมื่อเห็นกัปตันไลล่าสามารถทายลำดับการปรากฎตัวของพวกเธอได้ถูกต้องแม่นยำราวจับวาง...ชนิดที่ว่าหมอฟันธงหรือคอนเฟิร์มเจ้าไหนก็ทำแบบนี้ไม่ได้

"จริงๆแล้วถึงฉันหลับตาอยู่ คอมของยานก็ยังจะส่งภาพของพื้นที่บริเวณโดยรอบเขามาในหัวฉันเพราะงั้นไม่แปลกหรอกจ๊ะ"ไลล่าลืมตาขึ้นพร้อมยิ้มให้โมโมะนิดๆ ความคิดที่ว่าเธอจะมีพลังพิเศษหรือเหนือมนุษย์อะไรให้คนอื่นๆตกใจเล่นก็ดันแป๋วไปซะงั้น เพราะกัปตันก็แค่ใช้อุปกรณ์ช่วยงานเท่านั่นเอง...แต่ก็น่ะสมเป็นกัปตันไลล่า ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังไม่วายนั่งเก็กอยู่กับที่...โมโมะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขนาดนี้แม้แต่อันตรายระดับชีวิต กัปตันก็ยังไม่มีทีท่าจะตื่นตระหนกอะไรแต่อย่างใด นี้หมายความว่าเธอไม่ทุกข์ร้อน หรือเธอมั่นใจมากกันแน่หรือคิดอีกที...ไลล่าอาจจะแค่ เชื่อใจในตัวพวกเธอเท่านั่น?

"ดูเหมือนว่าทางนี้จะเรียบร้อยแล้วสิน่ะ...เมเดอร์ลีนจัง ฮิคารุคุง แล้วก็...ลูซิเฟอร์ขอให้ปลอดภัยน่ะ"ไลล่าเอ่ยเบาๆก่อนจะขยับหมวกและส่งสัญญาณให้บลูกาแลคเซียแองเจิลหยุดรุกคืบเพื่อรักษาระยะ ในตอนนี้หุ่นเอสตัวนั่นไม่กลับมา แสดงว่าน่าจะเจอตัวลูซิเฟอร์และสู้ติดพันกันอยู่สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้ก็มีแต่รอดูผล...ไม่ก็คาดการณ์ผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นเท่านั่น...ก็คงได้แต่ต้องเอาใจช่วยลูซิเฟอร์เท่านั่นแหละ

----------------------------

ขณะเดียวกันบริเวณใกล้ๆซากประตูอู่เก็บยานเยื้องไปทางขวาสักนิด อาคาน่าโครนิเคิลกับไทคอสม่ากำลังต่อสู้โรมรันกันอยู่... ดูเหมือนว่าลาร์คและไทคอสม่าจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ...

"นี้แหละน่า ฉันถึงไม่ชอบหุ่นไสตล์ฮิต&อเวย์"ลาร์คบ่นพึมพำก่อนจะเล็งปืนกลมือถือใส่อาคาน่าโครนิเคิลโหมดยานที่บินซิกแซกหลบกระสุนไปมา...ถ้าแค่บินเลี้ยวลาร์คยังจะพอจับทางแล้วยิงสวนได้หรอก...แต่นี้เล่นบินข้ามเสาหรือไม่ก็บินข้ามแผงยึดกระจกของโคโลนี่ที่ยืดยาวออกมา... สิ่งกีดขวางแบบนี้น่าจะทำให้หุ่นความไวสูงเสียเปรียบ แต่ตอนนี้กลับเป็นตรงกันข้าม เพราะลาร์คเองไม่อาจจะลั่นกระสุนได้ถนัด เพราะหากโคโลนี่ที่เป็นฐานทัพของเขาเสียหาย ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ แต่ตรงกันข้ามอีกฝ่ายไม่มีเหตุผลที่จะต้องห่วงที่นี้ เพราะงั้นอาคาน่าโครนิเคิลเลยบินเล่นฉวัดเฉวียนไปมาโดยไม่กลัวชนิดที่ว่า เลี้ยวช้าอีกนิดตัวหุ่นก็จะจูบกับสิ่งกีดขวางที่มีมากมายแหง่มๆ และแล้วลาร์คก็ยิงลมเล่นอีกครั้งและในที่สุดกระสุนของปืนกลมือถือก็หมดลงจนได้...

ลาร์คบังคับไทคอสม่าให้บินซิกแซกหลบกระสุนของโครนิเคิล แล้วโยนปืนเปล่าที่ไร้ซึ่งแม็กกาซีนเข้าใส่โครนิเคิล ซึ่งเมเดอร์ลีนก็เอียงตัวหลบได้อย่างสบายๆก่อนจะสังเกตุว่านั่นเป็นเพียงแค่ตัวล่อ...ไทคอสม่ากางแผงจรวดที่ติดตั้งตามชุดบูสออกและประเคนฝูงจรวดเข้าใส่โครนิเคิล....

มันไม่ใช่จรวดนำวิถีแต่เป็นขีปนาวุธแบบที่ดีดออกมาใส่ตรงๆซึ่งใช้ยิงในระยะใกล้ นำว่าเป็นการออกแบบที่น่าประทับใจ แม้แต่เมเดอร์ลีนเองที่ไม่ชอบหุ่นที่หนักๆเชื่องช้าแล้วก็แบกอาวุธติดตัวไปมาเยอะแยะนั่น ยังอดประทับใจกับเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้ แถมลาร์คยังยิงในมุมที่หันหลังให้โคโลนี่ ทำให้กระสุนพวกนี้พุ่งใส่เป้าทางด้านอวกาศ ไม่กระทบกระเทือนต่อโคโลนี่ของพวกเขาที่อยู่ด้านหลัง

"หุ่นหนัก แบกอาวุธเยอะ ปกติแล้วไม่เหมาะจะใช้รบประชิด แต่อาวุธพวกนี้ออกแบบมาให้ใช้ในระยะประชิด เยี่ยม...เตรียมตัวมา...อึก!"ว่าแล้วอีสาวแส้ก็รีบเปลี่ยนโครนิเคิลเป็นแบบโหมดยานบินแล้วเร่งความเร็วหลบจรวดที่เข้ามาหา เพราะเกรงว่าถ้าเกิดพูดจบประโยคขึ้นมา ประโยคนั่นจะเป็นประโยคสั่งลาของเธอน่ะสิ มันคงไม่ใช่เรื่องน่าประทับใจแน่ๆ ที่ประโยคสุดท้ายของตัวเองเป็นการชื่นชมหุ่นของศัตรู...อาจจะเป็นประโยคที่เท่แล้วก็แนว สำหรับผู้ชายแต่รับรองว่านี้ไม่ใช่ประโยคสำหรับผู้หญิงแบบเธอ...

อาคาน่าโครนิเคิลบินผ่านฝูงจรวดไปได้อย่างงดงาม อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยจรวดพวกนี้สาดออกมาแบบกระจายกันไปคนละที่ ทำให้เมเดอร์ลีนอดจะสงสัยไม่ได้ว่า มันออกแบบมาสำหรับไม่ให้หุ่นศัตรูเข้าใกล้มากกว่าจะเอาไว้กำจัดศัตรูรึเปล่า ขณะที่ลังเลในช่วงไม่กี่วินาทีที่บินผาดโผนหลบ เพื่อที่จะตัดสินใจว่าควรเข้าไปซัดในระยะประชิดหรือถอยห่างออกไปอีกสักนิด ลาร์คก็ยิงจรวดตามมาอีกชุดนึงจนได้...หมอนี้กั๊กไว้งั้นรึเนี่ย มิน่า...

"เบื่อซะแล้วล่ะ!"เมเดอร์ลีนสบถออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธ ก่อนจะเปลี่ยนร่างโครนิเคิลไปเป็นแบบหุ่นยนต์เพื่อให้รอดพ้นจากจรวดที่ยิงมาดักตรงหน้า....ถ้าเธอสังเกตุช้าไปอีกสักนิด เธอคงกลายเป็นละองดาวอยู่ในอวกาศนี้แน่ๆ

โครนิเคิลมีโครงสร้างที่บอบบางกว่าอาคาน่าตัวอื่นๆ ไม่ใช่เพื่อให้น้ำหนักเบา...แต่เพื่อให้มีสามารถพับประกอบร่างเป็นยานบินได้ตั้งหาก เพราะงั้น ข้อต่อ หรือแม้กระทั้งเกราะเองก็โดนออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการแปลงร่าง เพราะงั้น โครนิเคิลจึงเป็นหุ่นที่สู้ด้วยคอนเซ็ปว่า...พุ่งไปยิงเขา ไม่ใช่ให้เขามายิง เมเดอร์ลีนรีบทำตามคำพูดที่ว่านั่นโดยเล็งปืนซับแมนชีนกันใส่ไทคอสม่า แต่ก็เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นจนได้

"ไม่อยู่..."เธอพึมพำ คาดว่าเขาคงอาศัยจังหวะที่เธอมัวแต่หลบจรวดพวกนั่นแน่ๆ แต่แบบนี้ทำให้เมเดอร์ลีนมั่นใจได้อย่าง....กระสุนหมอนั่นต้องใกล้หมด ไม่ก็หมอนั่นต้องจนแต้มถึงกับต้องหลบฉากออกมาแบบนี้...

"คิดว่า...จะหนีพ้นรึ..."เธอพึมพำออกมาเบาๆก่อนจะแสกนเรดาห์พื้นที่โดยรบเพื่อตรวจหา...แล้วก็พบกับเป้า...หลบฉากอยู่ด้านหลังเสาใกล้ๆตัวเธอนี้เอง...เมเดอร์ลีนบังคับโครนิเคิลถือซับแมนชีนกันขึ้นมาแล้ว ติดบูสไสลด์ไปด้านข้างเพื่อเตรียมตัวจะยิง...

กระสุนสีชมพูถูกรั่วออกจากปากกระบอก...กระทบเป้าและระเบิดลงอย่างสวยงาม...แต่มีอะไรแปลกๆ....ท่ามกลางฝุ่นควันที่จางลง...เมเดอร์ลีนกดซูมกล้องเพื่อตรวจซากเป้าหมายและก็พบว่า...มีแต่ส่วนปีกของบูสเตอร์ที่หลุดลอยอยู่...เป็นไปได้ไหมว่า ไทคอสม่าระเบิดออกหมดจนเหลือชิ้นส่วนแค่นั่น...แต่เธอคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ ความแรงของกระสุนซับแมนชีนกัน อย่างน้อยๆหุ่นของลาร์คก็สมควรจะต้องเหลือชิ้นส่วนมากกว่านี้...เมเดอร์ลีนใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็พบกับคำตอบ...เธอไม่ได้คิดออกเองหรอกน่ะ มันมาหาตัวเธอเองต่างหาก...

ไทคอสม่าในสภาพปลดเกราะทุกชิ้นออกปรากฎกายขึ้นเหนือหัว อาคาน่าโครนิเคิล มันกระโจนเข้ามาใส่เธอนั่นเอง ที่ข้อมือขวาของอดีตหุ่นเกราะหนักไทคอสม่า บัดนี้มีเพียงแท่งสีขาวๆติดที่ข้อมือและบีมสีชมพูเข้มคงสภาพเป็นดาบที่ยื่นออกมาจากปลายของทันเท่านั่น...มันคือบีมเบลดแบบติดที่แขนนั่นเอง...

ช้าไปหมด...เมเดอร์ลีนรู้ตัวว่าเธอรู้สึกตัวช้าไป เคลื่อนไหวช้าไป และหลบหลีกช้าไป...นั่นก็ส่งผลให้แขนขวาของโครนิเคิล หลุดออกช้าๆเช่นกัน...ไม่สิต้องเรียกว่าบีมเบลดเล่มนั่นผ่าแขนของเธอไปต่างหาก...

"เบื่อซะแล้วสิ..."เธอพึมพำก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวๆ แต่เธอไม่ได้รู้สึกตัวเองเลยว่า ตัวของเธอก็ยังช้าไปอยู่ดีอีกนั่นแหละ...บีมเบลดของไทคอสม่าพุ่งเข้ามาหมายจะแทงใส่อาคาน่าโครนิเคิล...

----------------------------

ทางด้านของฮิคารุที่กำลังต่อสู้อยู่อีกด้านเอง...ก็พบเรื่องลำบากไม่แพ้กับเมเดอร์ลีน

ซูโปรน่าของเอลารี่กวัดแกว่งดาบบีมขนาดใหญ่ไปมา ผ่าขาดบรรดาเสายึดโคโลนี่กับแผ่นกระจก รวมถึงเศษซากหุ่นจาโปรน่าที่ขวางทางเขาอยู่ด้วย

"TSC! โทษของแกที่ทำลายกองยานของฉันมันหนักหนาน่ะ รู้ไหม!"เอลารี่ตระโกนอย่างเดือดดาล...แต่ก็น่ะ ฮิคารุกับเอลารี่ไม่ได้เปิดช่องสัญญาณเข้าคุยกัน ฮิคารุเลยไม่ได้ยินที่เขาพูดแต่อย่างใด ถึงอย่างไรก็ดี ฮิคารุก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์ความโกรธที่ผ่านมาพร้อมกับดาบบีมของผ.บร่างอ้วนคนนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจับออร่าอะไรได้หรอกน่ะแต่เพราะว่า...รายนี้กำลังฟันมั่วๆราวกับกำลังระบายอารมณ์ที่ไม่พอใจต่างหากล่ะ...

ปกติแล้ว ศัตรูแบบนี้นั่น ไม่ยากเลยที่ฮิคารุจะเอาชนะ แต่ว่ารายนี้นั่นแปลกอยู่สักหน่อย เพราะช่วงอาวุธที่ค่อนข้างใหญ่แถมยังมีสองเล่มเสียอีก ทำให้เขาเข้าประชิดได้ลำบากแถมตัวเครื่องซูโปรน่านี้เอง ก็สมกับเป็นรุ่นคัสต้อมพิเศษด้านความเร็วและเกราะก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน ทำให้ยากต่อการจู่โจมในระยะไกล....

"(เห็นที...คงได้แต่ต้องไปจ่อยิงในระยะประชิดสิน่ะ)"ฮิคารุวิเคราะห์ระหว่างที่บังคับแฮมเมอร์ไลท์หลบหลีกดาบ แล้วฉวยโอกาศในจังหวะที่เอลารี่หยุดมือในช่วงเสี้ยววินาที ชักปืนลูกซองIndraออกมาแล้วยิงใส่ตำแหน่งบริเวณข้อต่อของซูโปรน่าทันที...

แม้กระสุนปืนลูกซองนั่นจะหวังพึ่งพลังทำลายในระยะกลางถึงไกลไม่ค่อยได้ แต่เพราะเป็นกระสุนลูกปรายที่กระจายกันออกไปทำให้โอกาศยิงถูกเป้ามีสูงกว่ามากและอย่างน้อยๆกระสุนสักนัดก็ต้องฝังลงไปในเนื้อเหล็กของซูโปรน่าตัวนั่น ยิ่งถ้าเป็นเนื้อเหล็กตามข้อต่อแล้วล่ะก็ ฮิคารุจะสามารถกุมชัยชนะได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว...

หากข้อต่อของหุ่นที่ใช้การรบระยะประชิดแบบนี้เกิดเสียหายขึ้นมา ช่องการโจมตีรวมถึงระยะห่างและจังหวะในการเหวี่ยงอาวุธก็จะหายไม่ก็ช้าลงไปด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นโอกาศที่ฮิคารุจะใช้จุดอับเหล่านั่นเข้าประชิดตัวของศัตรูแล้วยิงกระหน่ำใส่ได้...

แต่เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั่น บาเรียฟ้าปรากฎขึ้นมาป้องกันกระสุนเอาไว้เกือบทุกนัด ส่วนนัดที่ไม่ได้ถูกกันก่อนเฉียดผิวของบาเรียกระเด็นออกไปรอบๆเสียหมด...คงเป็นบาเรียชนิดเดียวกับการาวิตี้มิลเลอร์ที่ใช้กันอาวุธกายภาพของบลูแน่ๆ ซูโปรน่าเครื่องนี้นั่นออกแบบมาให้ป้องกันจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าจะมีข้อเสียสุดแสนสำคัญคือน้ำหนักก็ตามที แต่ข้อเสียนั่นก็ไร้ซึ่งความหมายเมื่ออยู่บนอวกาศ

ฮิคารุตีลังกาแฮมเมอร์ไลท์หนึ่งรอบเพื่อใช้ท่ากายกรรมง่ายๆ หลบคมดาบของผ.บร่างอ้วน ระหว่างที่เขากำลังจะคิดหาวิธีที่จะให้ศัตรูเปิดช่องว่างและทำการโจมตีใส่ เขาก็พบว่าถูกต้อนมาในมุมอับโดยไม่ได้ตั้งใจเสียแล้ว...แถมคมบีมเบลดยักษ์นั่นกำลังตวัดใกล้แฮมเมอร์ไลท์เข้ามาเรื่อยๆเสียด้วย

ฮิคารุยิงIndraสวนไป เพื่อให้อีกฝ่ายหลบ แต่ไร้ประโยชน์ เพราะเอลารี่เลือกเปิดบาเรียป้องกันแล้วรุกเข้ามาต่อ แทนที่จะหลบออกไป เขาคงกะใช้บาเรียนี้กระแทกแฮมเมอร์ไลท์ให้บี้แบนไปกับเสาและเศษซากจาโปรน่าที่อยู่ด้านหลังเขาแน่ๆ

"ยังงี้ล่ะ!"ฮิคารุกัดฟัน พร้อมเร่งเครื่องเข้าหาซูโปรน่า เป็นวิธีที่เหมือนฆ่าตัวตายชัดๆที่พุ่งเข้าไปกับอีกฝ่ายที่แกว่งดาบซึ่งคมพอจะตัดร่างหุ่นของฮิคารุได้ในฉับเดียว แต่สำหรับนันโจ ฮิคารุแล้วเขาไม่เคยรุกแบบไร้แบบแผน...ซึ่งแผนครั้งนี้ก็คือ...

"หะ...หา!"เอลารี่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ฮิคารุเมื่อเข้ามาถึงระยะตะลุมบอนของหุ่นทั้งคู่ก็ดับทรัสเตอร์แล้วเอาเท้าถีบยันบาเรียของซูโปรน่าเอาไว้ แน่นอนว่าบาเรียสามารถรับแรงกระแทกโดยการกันเท้าและขาเรียวๆของหุ่นตัวนี้อย่างสบายๆโดยที่มีผลแค่บาเรียถูกดันยุบเข้ามานิดๆหน่อยๆ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฮิคารุต้องการและไม่ใช่สิ่งเดียวที่เกิดขึ้น...เขาจุดเครื่องยนต์แล้วใช้เท้าที่ยันอยู่เป็นจุดหมุน ก่อนจะตีลังกาอ้อมไปอยู่ด้านหลังของซูโปรน่าโดยอาศัยแรงยันนั่นเหมือนสปริงถีบส่ง แล้วเอามือขวาของหุ่นที่ถือลูกซองIndraอยู่นั่น ลอดใต้ไหล่ซ้ายของแฮมเมอร์ไลท์ไปแล้วเหนี่ยวไกปืน...

ฮิคารุยิงลูกซองกลับหลังใส่ซูโปรน่า...โชคดีที่บาเรียไม่มีผลครอบคลุมกันทั้งตัวและเครื่องกำเนิดก็อยู่ด้านหลัง...กระสุนลูกปรายเหล่านี้จึงทำหน้าที่เจาะรูบนถังบูสเตอร์และเครื่องกำเนิดบาเรียเป็นอย่างดี ก่อนที่ทั้งสองอย่างนั่นจะระเบิดออกตามมา...

แต่ก็น่ะ เอลารี่เองก็เป็นคนที่สมกับมีเซนท์ของผ.บอยู่เช่นกัน เขาสลัดของพวกนั่นทิ้งก่อนจะใช้บูสเตอร์ที่ติดอยู่กับตัวหุ่นไม่ใช่อันที่พึ่งสลัดทิ้งไปพุ่งถอยออกมาให้พ้นจากแรงระเบิด...

"กะ แก...เล่นทริคดีนักใช่ไหม!"เอลารี่เดือดดาลก่อนจะตั้งท่าหุ่นใหม่และพุ่งตัวเข้าไปในม่านควันที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆจากแรงระเบิดเพื่อหวังที่จะพุ่งเข้าไปใช้บีมเบลดสองเล่มที่ถืออยู่นั่นผ่าร่างของแฮมเมอร์ไลท์ตอนที่ฮิคารุไม่ทันได้ระวังตัว...

แต่เอลารี่คิดผิด ฮิคารุเป็นคนที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา...และก็...เมื่อกล้องของเขาโผล่ทะลุม่านควันไป สิ่งที่เขาหวังจะเห็นคือแฮมเมอร์ไลท์ในสภาพเงอะงะหรือยังไม่หันกลับมา...แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือ...

แฮมเมอร์ไลท์ในสภาพหันหน้ามาหาเขาและตั้งปืนเก็ตลิ่งเจาะเกราะIzanagiไว้พร้อม.... พริบตาที่เอลารี่พุ่งทะลุออกมาก็เป็นพริบตาที่ฮิคารุเหนี่ยวไกใส่ด้วยเช่นกัน...

"อ้ากกกกก!!! พวกแก พวกTSC!"เอลารี่คำรามก่อนจะใช้วิถีฉุกเฉิน พุ่งเครื่องไปด้านบนทันที...แต่ถึงกระนั่นส่วนขาของซูโปรน่าเองก็ไม่อาจจะหนีพ้นต่อห่ากระสุนปืนกลหกรูที่ประเคนเข้ามาใส่ได้ ขาซ้ายหลุดกระเด็น และขาขวาก็ระเบิดออก...แต่ถึงกระนั่นผ.บอ้วนคนนี้ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์

เอลารี่เดิมพันทุกอย่างกับการโจมตีครั้งสุดท้าย เขากดบูสเตอร์ลงต่ำและดิ่งร่างของซูโปรน่าเข้าใส่แฮมเมอร์ไลท์เพื่อที่จะใช้บีมเบลดผ่าร่างของแฮมเมอร์ไลท์ให้เป็นสองส่วน ซึ่งแน่นอนว่าจังหวะนี้นั่นถ้าเขาพลาดขึ้นมาทุกอย่างเป็นอันจบและ...

ฮิคารุโยนIzanagiเข้าใส่เอลารี่ตรงๆ...นี้เป็นสิ่งผิดคาดที่เขาไม่ได้ทันคิด ถ้าเขายังพุ่งต่อไป มีหวังชนปืนกลนั่นจนหุ่นกระเด็นไปแน่ๆ เอลารี่ใช้เซนท์ผ.บของเขา บังคับซูโปรน่าที่บัดนี้เหลือแต่ท่อนบนให้หลบออกมา อย่างน้อยๆตอนนี้เขาจะต้องตั้งลำใหม่และก็หาโอกาศพุ่งเข้าไปฟันใส่แฮมเมอร์ไลท์อีกครั้ง...

แต่เสียใจด้วยน่ะ...ไม่มีครั้งหน้าเสียแล้ว เมื่อฮิคารุยิงชิลด์คลอว์หรือคีมติดโล่อาวุธประจำตัวของแฮมเมอร์ไลท์เข้าใส่ซูโปรน่า มันหนีบแขนข้างขวาของเขาไว้ และจังหวะต่อมาคีมติดโล่นี้ก็ดึงร่างของซูโปรน่าที่เหลือแต่ท่อนบนให้กลับเข้ามาใกล้ๆแฮมเมอร์ไลท์และระหว่างที่เอลารี่กำลังงงงวยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฮิคารุก็เอามืออีกข้างถือปืนลูกซองIndraแล้วเล็งไปที่ซูโปรน่า....

"หวะ เหวอ!"เอลารี่ร้องออกมา นั่นเป็นคำไม่สิเสียงสุดท้ายที่เขาได้เปล่งออกมา ก่อนที่นันโจฮิคารุจะกระแทกIndraเข้าไปที่ค็อกพิตของซูโปรน่าแล้วเหนี่ยวไก...

ไร้ซึ่งสุ่มเสียงใดๆนอกจากเสียงเหล็กถูกยิงทะลุ...แต่ฮิคารุก็ไม่ประมาท เขาดึงชิลด์คลอว์ออกแล้วไสลด์ตัวออกจากซูโปรน่า...นั่นเป็นความคิดที่ถูก เพราะต่อมาซากซูโปรน่าของเอลารี่ก็ระเบิดออกกลายสภาพเป็นฝุ่นอวกาศ....

"เมเดอร์ลีนล่ะ..."ฮิคารุรีบควานหาสาวแส้ที่ออกมาด้านนอกพร้อมกันแต่โดนลาร์ค ลากไปสู้อยู่อีกที่...แต่สิ่งที่เขาสังเกตุเจอกลับพบว่าบล็อกที่สี่ของโคโลนี่L1กำลังไฟไหม้อยู่...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...?

----------------------------

เพล้ง!

เสียงกระจกแตก เมื่ออิกซีออนดันร่างของเรย์กิวออสออกมาจากโคโลนี่โดยการพุ่งทะลุผ่านกระจก...โชคดีที่เขาสามารถช่วยเรย์กิวให้รอดพ้นจากกองเพลิงที่เรย์กิวออสล้มไปอยู่ได้ทันท่วงทีแต่ทว่า...

กำปั้นลุ้นๆของเรย์กิวออสกระแทกใส่หน้าอิกซีออนเต็มๆจนทำให้เขาลอยเคว้งไปมาบนอวกาศ...นี้เจ๊เรย์กิวยังจะมีกระจิตกระใจสู้กับเขาอยู่อีกรึเนี่ย...

"เรย์กิว! พอซะทีเถอะน่า...ตอนนี้พวกเธอแพ้แล้วน่ะ ไม่มีประโยชน์...ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้กันอีกแล้ว!!!"ลูซิเฟอร์คำราม แต่ถึงปากจะห้ามร่างกายของเขาและเทพเจ้าสายฟ้าที่เขาบังคับอยู่ดันพุ่งเข้าไปต่อยใส่จักรลวิปลาศเสียนี้...

"ฮิริวเค็น!"เรย์กิวคำราม หมัดของอิกซีออนก็วืด...เรย์กิวออสใช้แจมมิ่งหลบหมัดของเทพสายฟ้าแล้วกระแทกฝ่ามือกลับไป ร่างของเทพสายฟ้าที่โดนฝ่ามืดอัดเข้าไปนั่นค้างอยู่กลางอวกาศสามสี่วินาทีก่อนจะเซถอยหลังไปเพราะแรงกระแทก...

"ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์ ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้เราสองคนจะได้ตัดสินผลลัพท์กันเสียที!"เรย์กิวเอ่ยก่อนจะใช้ Illegular motion Lv.3 หรือ บาคุเนตสุ์เค็น รวมพลังจากไว้ที่มือและเท้าก่อนจะพุ่งไปรัวกำปั้นและลูกถีบใส่เทพเจ้าสายฟ้า...

ลูซิเฟอร์ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องต่อยสวนกับยกการ์ดขึ้นมารับหมัดและลูกถีบของจักรกลวิปลาศเครื่องนี้ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรย์กิวถึงมีเหตุผลที่ต้องต่อสู้มากถึงขนาดนี้...เพราะว่าอยากเอาชนะในอิกซีออนเหรอ...ไม่ ลูซิเฟอร์รู้สึกถึงเหตุผล อารมณ์และความรู้สึกที่มากกว่าเรื่องนั่น มันแฝงมาพร้อมกับหมัดของเธอนี้เอง

ในที่สุดลูซิเฟอร์ก็ตัดสินใจตอบโต้เรย์กิวออกไปบ้าง...

"Code eins Lighting Magnum!"หลังเสร็จสิ้นคำประกาศ ที่มือและเท้าของอิกซีออนก็ถูกปกคลุมไปด้วยสายฟ้า ลูซิเฟอร์พุ่งเข้าไป ซัดใส่เรย์กิวออสแลกกับกระบวนท่า บาคุเนตสุ์เค็นของเรย์กิว...

"ย้ากกกกกกกก!"เขาคำรามก่อนจะเหวี่ยงหมัดออกไป เข้าเป้าหมัดที่หนึ่ง...และเข้าเป้าหมัดที่สอง...เข้าหมัดที่สาม...หมัดที่สี่...และหมัดสุดท้ายหมัดที่ห้า แต่มันแปลก...เรย์กิวไม่มีทีท่าจะโต้กลับอะไรเขาเลยเหมือนกับว่ารออะไรอยู่ ก่อนที่ลูซิเฟอร์จะระลึกได้ว่าเขารู้สึกตัวช้าไปเขาก็ถูกหมัดปิดท้ายของท่าบาคุเนตสุ์เค็นเข้าให้ โดยการรวมพลังไว้ที่หมัดคู่และกระแทกออกไป ร่างของเทพสายฟ้าโดนพลังของหมัดอัดกระเด็นอีกครา คราวนี้ดูท่าจะรุนแรงกว่าครั้งก่อนเสียด้วย...

"อึก..."ลูซิเฟอร์ครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เรย์กิวแข็งแกร่งยิ่งกว่าทุกที นี้เธอคิดจะตัดสินกับเขาจริงๆสิน่ะเนี่ย...

"ลูซิเฟอร์! เป็นอะไรรึเปล่า?"ฮิคารุรีบตรงรี่เข้ามาดูอาการของอิกซีออนทันที...

"ยังไหว! คุณฮิคารุ ไม่ต้องเข้ามายุ่งหรอกครับ นี้เป็นปัญหา...ปัญหาของผมกับเธอเท่านั่นรีบไปตามหายัยอาเจ๊ถือแส้ดีกว่าครับ!"ลูซิเฟอร์ตอบก่อนจะทรงตัวอิกซีออนที่ลอยผิดท่าผิดทางขึ้นมาเป็นท่าตั้งการ์ดใหม่...ฮิคารุเองก็คิดว่า ถึงจะให้เขาช่วยรุมแต่ก็ไม่น่าจะเอาชนะเรย์กิวออสได้แน่ๆ ตัวลูซิเฟอร์คนเดียวจะไหวงั้นรึ...แต่ฮิคารุก็ตัดสินใจไม่พูดออกไป เพราะเขาพอเข้าใจว่าสำหรับผู้ชายแล้วมีเรื่องบางเรื่องเหมือนกันที่ไม่สมควรที่จะพูดออกไป...

"เรย์กิว...ฉันไม่เข้าใจหรอกน่ะว่าเธอคิดอะไรอยู่แต่ว่า...ถ้าเธอไม่ยอมหยุดดีๆล่ะก็ ฉันคงต้องใช้กำลังตัดสินกับเธอให้จบ...แล้วก็บังคับให้เธอหยุดเองสิน่ะ!"ลูซิเฟอร์คำรามก่อนจะตั้งท่า ลูซิเฟอร์สูดหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดแล้วตะโกนออกมาว่า

"Final Code Alasthor!"

พริบตานั่นร่างของอิกซีออนก็เกิดแสงสีฟ้าสว่างวาปขึ้นมา ตามข้อต่อและร่างกายมีประกายไฟฟ้าบังเกิดอยู่ทั่ว เสียงเปรี้ยะๆดังขึ้นรอบบริเวณ...ตาสีเขียวของอิกซีออนสว่างวาป...ก่อนที่ลูซิเฟอร์จะพุ่งตัวเข้าไปหาเรย์กิวออสอีกครา พร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลติดตามร่างของเทพเจ้าสายฟ้าไปเป็นสายๆ

"ฉันรอเวลานี้มานานแล้ว...ลูซิเฟอร์...จูวเค็น!"ว่าแล้วนิ้วมือทั้งสิบของเรย์กิวออสก็กลายสภาพเป็นกงเล็บแหลม เรย์กิวออสย่อร่างลงแล็กน้อยก่อนจะกระโจนแหวกละอองดาวเข้าไปปะทะกับอิกซีออน!

"เรย์กิว!!!"

"ลูซิเฟอร์!!!"

จักรกลวิปลาศและเทพเจ้าสายฟ้าโรมรันใส่กันอีกครั้ง...และ การโรมรันของทั้งคู่ก็ใกล้ถึงบทสิ้นสุด!

----------------------------
ยังไม่จบนะครับมีต่อ~
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: