หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot War The Star Chronicle  (อ่าน 32739 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 06:16:46 AM »

Episode 9 Space Route -Connected Feelings- (ต่อ)

"นาย...ลาร์ค ฟูอัลสิน่ะ...ที่เจอกันที่ยานราชินโยว์..."

"คุณ...รู้สึกจะชื่อ...เมเดอร์ลีน ฟารองฟรองเซ็ต?"

"เป็นเกียร์ติมากที่จำชื่อได้...แต่ว่า...ก็เบื่อซะแล้วล่ะ..."

น่ากลัวว่าสาวแส้เมเดอร์ลีนจะเบื่อสภาพค็อกพิตที่เงียบแสนเงียบซะจนเปิดช่องสนทนาคุยกับลาร์คเสียแล้ว...แต่ก็เป็นการคุยกันที่แปลกพอสมควร เพราะทั้งคู่คุยแลกเปลี่ยนความเห็นไปพร้อมๆกับประดาบบีมเบลดที่อยู่ในมือไปด้วย...

ไทคอสม่ากวาดบีมเบลดตามแนวขวางซึ่งโครนิเคิลก็ไสลด์หลบได้ก่อนก่อนจะฟันกลับ ซึ่งลาร์คก็ยกดาบขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด...

"ไม่คิดจะ...ยอมแพ้ซะหน่อยเหรอ..."เมเดอร์ลีนถามขึ้นพร้อมกับปัดดาบออกแล้วถอยทิ้งระยะเพื่อดูจังหวะ

"ก็ดีเหมือนกัน...ผมเองก็เบื่อจะสู้ซะแล้วล่ะ กองยานของบอนล์ก็พินาศที่หลบหนีก็ไม่มี...ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะสู้ต่อไปทำไม..."ลาร์ครับข้อเสนออย่างรวดเร็ว สร้างความแปลกใจให้กับเมเดอร์ลีนเป็นอย่างมาก...หมอนี้มาไม้ไหน...หมอนี้วางแผนอะไรเอาไว้กันแน่

ว่าแล้วไทคอสม่าก็เก็บดาบบีมลงก่อนจะจ้องไปทางโคโลนี่แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า

"เมื้อกี้ผมเห็นสีเทาๆจากกระจกทางบล็อกที่สี่ คิดว่าคงเป็นควันไฟ... นี้? ยานของพวกคุณรองรับพวกผู้อพยพได้ไหม..."ลาร์คเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขากำลังเตรียมจะหารือเพื่อช่วยเหลือเรื่องผู้อพยพ...นี้มันอะไรกัน? จู่ๆก็เปลี่ยนท่าทีซะอย่างนั้น เมเดอร์ลีนไม่สบอารมณ์เอามากๆจนต้องตะโกนออกมาเลยว่า

"นี้นาย! เล่นอะไรของนายน่ะ! เมื้อครู่ยังสู้กันอยู่แท้ๆ ตอนนี้ดันจะทำมาเป็นหยุดสู้ช่วยเหลือคนอื่น! ดูถูกฉันมากไปแล้วน่ะ!"เมเดอร์ลีนไม่ยอมจบ ชักบีมเบลดออกมาอีกรอบพร้อมกับพุ่งเข้าหาไทคอสม่าของลาร์ค ทำให้เขาต้องรีบชักดาบขึ้นมาฟันปัดทิ้งทันที

"ผมก็บอกแล้วนิ ว่าไม่เห็นผลว่าสู้ต่อไปแล้วจะได้อะไร...อีกอย่าง คนในL1ก็เป็นฐานเสียงของกองกำลังพวกผม ไม่สิอย่างน้อยๆพวกเขาก็เป็นมนุษย์ ช่วยได้ก็น่าจะช่วยไม่ใช่รึ?"ลาร์คถาม แต่เมเดอร์ลีนกัดฟันหลังจากนั่นจึงปัดดาบของลาร์คออกไปให้พ้นทางแล้วเตรียมจะฟันใส่จุดอับของไทคอสม่าทำให้เขาต้องไสลด์ตัวหลบดาบอีกรอบ คมบีมเบลดที่ร้อนผ่าว ปาดใส่บริเวณหัวของไทคอสม่าจนเกิดรอยแผลไหม้ขึ้นมาเล็กๆ

"...เบื่อ...ไม่สิ...นาย...เหมือนหมอนั่นเลย...เหมือนรัตน์ในตอนนั่น!"ว่าแล้วเมเดอร์ลีนก็เริ่มน้ำตาซึมหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเหมือนกับถูกพูดสะกิดใจเรื่องที่ไม่ควรขึ้นมาซะงั้น...

หลายปีก่อน สมัยเธอยังเรียนนักบินอยู่กับรัตน์ เมเดอร์ลีนไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงแพ้รัตน์ได้ แต่จากการทดสอบซิมูเลชั่นหลายสิบเที่ยวทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัว...รัตน์เก่งกว่าเธอ...แถมยิ่งเวลาผ่านไปเขาจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมเดอร์ลีนอยากรู้ว่าอะไรคือขุมพลังของรัตน์...แต่เธอก็หาไม่เจอ จนกระทั่งถึงวันที่แข่งขันสุดยอดนักบินรุ่นเยาว์ ในรอบชิงระหว่างเธอกับรัตน์นั่น รัตน์ได้ทำสิ่งที่เธอไม่ชอบใจที่สุดขึ้นมา...นั่นคือการผละจากการดวลตัดสินไปเข้าช่วยเหลือยานลี้ภัยที่เข้ามาในเขตการแข่งขัน ถึงจะมียามและคนเฝ้าระวังคอยจัดการให้อยู่แล้ว แต่หมอนั่นก็ยังไป...สำหรับเมเดอร์ลีนแล้วสิ่งนี้เปรียบเสมือนการตบหน้าฉาดใหญ่...ชัยชนะที่เธอคาดหวังนั่นรัตน์กลับไม่ใส่ใจมันเลย...ทำไม? นี้คือสิ่งที่คาใจเธอมาตลอด ถึงการพยามช่วยเหลือคนอื่นมากกว่ามุ่งหวังชัยชนะจะเป็นสิ่งที่ดีแต่เธอเองก็ไม่อาจทำแบบรัตน์ได้...นั่นคือขุมพลังของรัตน์งั้นรึ...รัตน์ได้พลังจากสิ่งที่เธอไม่ชอบใจที่สุดงั้นรึ?

"ฉัน...ทำไม่ได้ อึก...บ้า...ฉันมันบ้า จนถึงเวลาแบบนี้ก็ยังอยากให้นายสู้อย่างเต็มที่...ฉันอยากฆ่านาย! เพียงเพราะว่าฉันอยากจะให้รู้สึกว่าฉันจะได้ชนะอย่างหมดจน...ฉันมัน...บ้าใช่ไหม!?"เมเดอร์ลีนตะโกนก้องขึ้นทั้งน้ำตา เธอคาดหวังให้ศัตรูตรงหน้าของเธอคนนี้ตอบคำถาม เธอคาดหวังกับคำตอบของเขา...

แต่ตรงกันข้าม ลาร์คไม่ตอบคำถามอะไร แต่กลับบังคับไทคอสม่าพุ่งเข้ามากระแทกใส่อาคาน่าโครนิเคิล ก่อนที่จะมีบีมสีชมพูยิงมาอีกด้านพุ่งเข้าใส่ไทคอสม่าจนระเบิด

"ละ ลาร์ค!"เมเดอร์ลีนร้องเสียงหลง...เกิดอะไรขึ้น เขาสละชีวิตตัวเอง ช่วยชีวิตเธองั้นเหรอ... เมเดอร์ลีนหันไปดูทางต้นลำแสงนั่น...จาโปรน่าตัวนึงท่าทางจะเป็นตัวที่หลงอยู่จากการที่มาบุกบลูไม่ก็รอดจากโรงเก็บไปได้ยืนถือปืนอยู่...มันคงคิดจะยิงเธอตอนเธอเผลอแต่ลาร์คก็สละชีวิตช่วยเธอเอาไว้...

เมเดอร์ลีนตาขวางในทันใด ก่อนจะเร่งสปีดเครื่องของโครนิเคิลพุ่งเข้าไปกระแทกใส่จาโปรน่าตัวนั่น หลังจากมันยิงหัวหน้าทิ้งแล้วท่าทางนักบินของเจ้านี้จะสับสนน่าดู ที่หัวหน้าของตัวเองพุ่งเข้ามาช่วยคนอื่นไว้ จนไม่ทันดูว่าเมเดอร์ลีนหันมาจู่โจมมัน

"คะ แค่ไม่ยอมสู้ยังไม่พอ ยังฆ่าหมอนี้ตัดหน้าให้ฉันแค้นอีกรึไง! แกน่ะมันน่าเบื่อที่สุด!"ว่าแล้วเมเดอร์ลีนก็ประกาศกร่าง ตวัดบีมเบลดเฉือนร่างจาโปรน่าตัวนั่นระเบิดกลายเป็นละอองดาวประดับอวกาศในทันที

"แฮ่ก...แฮ่ก...บ้า...บ้ากันหมดเลย..."เธอเอ่ยออกมาด้วยท่าทางหมดแรงก่อจะค่อยๆเอนหลังไปพิงเก้าอี้...ดูเหมือนเรื่องของเธอจะจบแล้ว...ถ้าไม่มีเสียงดังขึ้น...

"เปิดค็อกพิตทีสิ!" เสียงมันดังจากด้านหน้าไม่สิ อีกฝากของฝาค็อกพิตที่ของโครนิเคิลที่เธอนั่งอยู่แน่ๆ...เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้หูฝาด...เลยตัดสินใจเปิดฝาค็อกพิตขึ้น...และแล้ว...

"ละ ลาร์ค?"

"ก็เอ่อสิจะใครอีก..."ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลอยเข้ามาในค็อกพิตของโครนิเคิลเขยิบไปนั่งข้างๆเมเดอร์ลีนซะงั้น

"เดี้ยวสิ นายมาทำอะไรในนี้...ละ...แล้ว...ฉันเห็นหุ่นนายระเบิดไปเมื้อกี้นิน่า...?"เมเดอร์ลีนที่กำลังงงเป็นไก่ตาแตกพยามตั้งสติทบทวนเหตุการณ์ ซึ่งลาร์คก็เอ่ยตอบด้วยสีหน้าท่าทางแบบชิลๆว่า

"ออ ใช้เจ็ตแพ็คบินน่ะสิ คืองี้ ฉันตั้งให้ไทคอสม่ามันพุ่งไปข้างหน้าเพื่อที่จะกระแทกเธอให้พ้นจากปืนบีมของเจ้านั่น หลังจากนั่นก็กระโจนออกมาจากค็อกพิตแล้วก็ใช้เจ็ตแพ็คที่ติดกับชุด...บินมาที่หุ่นของเธอไง..."

"......สรุปคือ...นายวางแผนไว้แล้วสิน่ะ อะเดี้ยว แล้วนายขึ้นมาบนหุ่นฉันทำไมล่ะ? เราสองคนเป็นศัตรูกันไม่ใช่รึไง แล้วทำไมต้องช่วยฉันด้วย!~"เมเดอร์ลีนถามลาร์คกลับเป็นชุดจนเขาต้องส่ายหัวแล้วเอ่ยออกมาเบาๆว่า

"ฉันยอมแพ้เธอแล้วนิ ก็ถือว่าเป็นเชลยศึกของพวกเธอไม่ใช่เหรอ...แถมให้ฉันลอยคลอ กลางอวกาศแบบนี้ก็ตายกันพอดีน่ะสิ...ที่ฉันช่วยเธอไม่ใช่เพราะอยาก...แต่ถ้าหุ่นเธอพังไปจริงๆล่ะก็ฉันไปขอยอมแพ้ต่อหน้ายานแม่เธอ เกรงว่าจะโดนยิงร่วงซะก่อน ฉันยังไม่อยากตาย...ไม่สิถึงไม่โดนยิงร่วงแต่โอกาศจะโดนยิงก็มี ฉันเลือกทางที่ชัวร์ที่สุดน่ะ..."

และนี้คือคำตอบของลูกผู้ชายนาม ลาร์ค ฟูอัล...ฮิคารุเดินทางมาถึงพอดี...เมเดอร์ลีนกุมขมับก่อนจะคิดว่าเธอจะอธิบายยังไงดีล่ะนั่น....

----------------------------

กลับมาทางด้านเทพสายฟ้าและจักรกลวิปลาศ....ทั้งคู่แลกหมัดและกงเล็บกันได้สักพัก...รู้สึกว่าเรย์กิวออสจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบกับอิกซีออนในโหมดเทพมารสายฟ้าซะนี้...

"เรย์กิว! อย่างน้อยๆช่วยบอกเหตุผลมาเถอะ! ทำไมถึงต้องสู้ต่อไปด้วย!"ลูซิเฟอร์คำรามก่อนจะต่อยหมัดที่เคลือบไปด้วยไฟฟ้าเข้าใส่หน้าของเรย์กิวออสเต็มแรง คราวนี้เรย์กิวออสเป็นฝ่ายกระเด็นถอยไปบ้างแล้ว...

"...ไม่ต้องถาม! ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์ นายแค่สู้กับฉันให้เต็มที่...เท่านั่นก็พอแล้ว!"เรย์กิวเอ่ยตอบออกมา...ตั้งแต่เมื่อไรกันน่ะที่จิตใจที่เคยปิดกั้นเอาไว้ของเธอ ไม่สนใจอะไรนอกจากทำภารกิจให้สำเร็จ...ในตอนนี้เธอกลับรู้สึกอยากจะเอาชนะ จักรกลตรงหน้านี้มากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ...เทพสายฟ้าอิกซีออน

"เรื่องนั่นน่ะไม่ต้องบอกก็จะทำอยู่แล้ว!!!"ลูซิเฟอร์ประกาศลั่นก่อนจะตั้งท่าอิกซีออนขึ้นมาอีกครั้งและพูดต่อไปว่า"เรย์กิว! ฉันเสียดายฝีมือของเธอจริงๆ เราน่าจะได้มาร่วมสู้ด้วยกันมากกว่าเป็นศัตรูกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?! บอนล์น่ะ มันมีอะไรดีเธอถึงได้ไปอยู่ฝั่งนั่นกันล่ะ?"

คราวนี้เรย์กิวไม่ตอบ ลูซิเฟอร์ไปพูดอะไรสักอย่างกระแทกใจเธอเป็นแน่แท้...เรย์กิวกัดฟันก่อนจะบังคับเรย์กิวออสตั้งท่าแล้วเอ่ยขึ้นมาเรียบๆว่า"สำหรับฉันแล้ว บอนล์ไม่มีความหมายอะไรเลย...ไม่สิ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่มีความหมาย จะมีก็แค่...ภารกิจ...แล้วก็ การได้ต่อสู้กับนายเท่านั่นแหละ ลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์!!"

"อึก แล้วพวกพ้องล่ะ? ครอบครัวล่ะ! เธอไม่ได้ต่อสู้เพื่อพวกเขาอยู่รึไง! เรย์..."เอ่ยไม่ทันจบประโยคเรย์กิวออสก็พุ่งเข้ามาซัดใส่อิกซีออนเสียแล้ว กงเล็บจากมือซ้ายฝาดใส่แผ่นหน้าอกของอิกซีออนจนเกิดเสียงครูด...มือขวาก็เตรียมแทงกงเล็บใส่ท้องน้อยของเทพสายฟ้า...แต่เรื่องอะไรลูซิเฟอร์จะยอมให้เธอเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว เขาชกสวนกลับไปใส่เรย์กิวออส ดูเหมือนร่างของอิกซีออนที่ผนึกกับเทพมารสายฟ้านั่นจะมีพลังที่มากกกว่าโหมดสัตว์ป่าของเรย์กิวออสอยู่เล็กน้อย...

"ไม่ต้องมาพูดมากน่า! พวกพ้อง? ของแบบนั่นไม่จำเป็นหรอก!"เรย์กิวคำรามแต่ลูซิเฟอร์ได้ยินแบบนั่นถึงกับเดือดดาลก่อนจะเอ่ยออกมาว่า"เรย์กิว...หมายความว่าไง? หรือว่าเธอ...เธอ..."

ด้วยผลจากการชะงัก อิกซีออนเลยโดนกงเล็บของเรย์กิวออสตบพุ่งไปกระแทกใส่เสาของโคโลนี่ที่อยู่ใกล้ๆ...เสานั่นเมื่อรับน้ำหนักของอิกซีออนเข้าไป มันเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นมา...

"เรย์กิว...พวกพ้อง...ไม่จำเป็นงั้นเหรอ...ไม่เลย...เรย์กิว! ฉันรู้สึกได้น่ะ! รู้สึกถึงความรู้สึกที่เธอสื่อ มาผ่านหมัดได้...สิ้นหวัง โดดเดี่ยว...ไม่เชื่อใจใคร...เรย์กิว! ฉันพูดแทงใจดำเธอสิน่ะ...เธอน่ะ กลัวการที่จะมีพวกพ้องมากกว่าสิน่ะ...เธอน่ะ ต้องเคยไปเจอกับเรื่องอะไรที่ยากจะยอมรับเกี่ยวกับพวกพ้องมาสิน่ะ...เช่นเพื่อนทรยศหรืออะไรแบบนั่น!"ลูซิเฟอร์ตะโกนออกมาก่อนจะเอามือกุมท้องเอาไว้เพราะเจ็บจากแรงกระแทก...แต่นี้เป็นการพูดจุดชนวนเรย์กิวจนทำให้เธอถึงกับระเบิดออกมา...

"อึก...อึก...อึก...หะ...หุบปากซะ!"เรย์กิวตระโกนลั่นก่อนจะวาดมืดเรย์กิวออสแล้วตระโกนต่อ ออกมาว่า"มาโอ จูวชิน เค็น!"

ทันใดนั่นปีกของเรย์กิวออสก็กางออกมา...ลูซิเฟอร์รู้สึกได้เลยว่าเธอนั่นเริ่มจะเอาจริงสุดๆเสียแล้ว...สภาพของเรย์กิวออสตอนนี้เปล่งสีเขียวออกมาจางๆราวกับมีออร่าแผ่มาอยู่รอบตัว...ก่อนที่เรย์กิวออสจะพุ่งเข้ามาหาเทพเจ้าสายฟ้า...ด้วยความเร็ว....ที่เร็วยิ่งกว่าเดิมถึงหลายสิบเท่า!

"ริวเซย์เค็น!"เรย์กิวประกาศชื่อท่า ก่อนจะรั่วหมัดไม่ยั้งใส่ร่างของอิกซีออนที่ติดเสาอยู่ หมัดที่จักรกลตัวนี้ออกนั่น รวดเร็วราวกับฝูงดาวตกที่ร่วงลงมาสู่พื้นโลก...เสาที่รับน้ำหนักและแรงกระแทกด้านหลังอีกซีออนเริ่มทานไม่ไหว เสานั่นแตกกระจายออกมาพร้อมๆกับร่างของอิกซีออนที่กระเด็นไปติดเสาอันต่อไปอยู่ที่ด้านหลัง

"อ้ากกกกก!!!!"ลูซิเฟอร์ร้องออกมา...นี้มัน...รุนแรงกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้นี้คือพลังที่แท้จริงของเรย์กิวงั้นรึ...แต่ลูซิเฟอร์ไม่ทันได้นึกเลยว่า พลังของเรย์กิวที่แท้จริงนั่นมันยังไม่หมด...เรย์กิวออสพุ่งเข้ามาหาเทพสายฟ้าเพื่อจะอัดซ้ำใส่ต่อ...

"ฮิริวเค็น! บาคุเนตสุ์เค็น!"เรย์กิวประกาศชื่อท่าที่สองและสาม ลูซิเฟอร์พยามจะชกสวนเพื่อหลุดจากคอมโบของจักรกลคลั่งตนนี้แต่ไม่ได้ผล...หมัดของเขาชกอากาศเพราะเรย์กิวออสใช้แจมเมอร์หลบในระยะประชิดก่อนจะอัดพลังที่หมัดทั้งคู่และชกใส่ท้องของอิกซีออน จนเทพจักรสายฟ้ากระเด็นทะลุเสาอีกครา คราวนี้ไปกระแทกติดอยู่กับพื้นเหล็กที่เป็นผนังของโคโลนี่แทน...

"จูวเค็น!"เรย์กิวประกาศชื่อท่าสุดท้ายออกมา ก่อนจะแปลงนิ้วมือของเรย์กิวออสให้กลายเป็นกงเล็บแล้วพุ่งเข้าตระปบใส่อิกซีออนที่ติดผนังโคโลนี่อยู่....

เกิดรอยข่วนที่ร่างของอิกซีออนและบริเวณผนังของโคโลนี่ก่อนที่รอยที่ผนังของโคโลนี่จะปริออกเพราะอากาศจากภายในรั่วไหลออกมาด้านนอก...ใช่แล้ว กงเล็บของเรย์กิวออสตอนนี้นั่นมีพลังมากพอที่จะเจาะเกราะชั้นนอกของโคโลนี่ได้อย่างสบายๆ ร่างของเทพสายฟ้าที่สิ้นพลังลงโดนอากาศเหล่านั่นอัดใส่แล้วพาร่างไปกระแทกใส่ก้อนอุกบาตที่อยู่ใกล้ๆจนระเบิดแตกกระจาย...อิกซีออน สงบนิ่งอยู่ภายใต้ซากอุกบาตเหล่านั่น...ลูซิเฟอร์...แพ้...งั้นรึ?

"ลูซิเฟอร์!"ฮิคารุที่ตามกลับมาทันถึงกับตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น...หุ่นตัวนี้ แข็งแกร่ง...แข็งแกร่งมากกว่าที่เขาคิด ทางด้านลาร์คเองก็ตกใจกับพลังของเรย์กิวออสที่เขาพึ่งเห็นเต็มๆตาในตอนนี้เช่นกัน... บรรดากองกำลังTSCอื่นๆรวมถึงยานบลูกาแลคเซียแองเจิลที่ทยอยมาทางนี้กันนั่นก็ได้เห็นภาพการพ่ายแพ้ของอิกซีออนกันทั้งหมด

"อึก ลูซิเฟอร์แพ้งั้นรึ!"ไกด์ถึงกับตกใจ เขาไม่คิดว่าหุ่นระดับลูซิเฟอร์จะพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ ส่วนฟีรีน่าก็เริ่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เช่นกัน

"ไม่ได้ล้อเล่นสิน่ะเนี่ย..."ไลมุเองก็ดูจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเช่นกัน แต่ในระหว่างตอนที่ทุกคนกำลังอึ้งกันอยู่นั่นเองโรจิสก็ตระโกนขึ้นมาว่า

"ลุกขึ้นสิลูซิเฟอร์! นายไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาสิ้นท่าแค่นี้น่ะ!

"ใช่ค่ะ! คุณลูซิเฟอร์ที่โมโมะรู้จักต้องเข้มแข็งกว่านี้!"โมโมะก็ตระโกนออกมาด้วยเช่นกัน

"อย่ามาทำตัวเหยาะแหยะน่ะ ลูซิเฟอร์!"ฟาเฟลเสริมด้วยเสียงดุหลังจากนั่นคิวถัดมาจึงเป็นฮิคารุที่ออกมาพูดว่า

"ลูซิเฟอร์คุง ถ้านายไม่ลุกขึ้นมาล่ะก็ จะไม่มีใครช่วยเธอคนนั่นได้อีกแล้วน่ะ!"

"ลุกขึ้นมาสิค่ะ คุณลูซิเฟอร์!"มายาเองก็ตระโกนเชียร์ออกมาจากสะพานเดินเรือเช่นกันส่วนเฟรดริกที่อยู่ข้างๆมายาก็กล่าวเสริมออกไปว่า"พลังของอิกซีออนน่ะ มันไม่ได้มีแค่นี้หรอก ใช่ไหมล่ะ!"

"ใช่ ลูซิเฟอร์ ลุกขึ้นมาสิ!"ไลมุเอ่ยเสริมขึ้นมา ซึ่งไกด์กับฟีรีน่าที่อยู่ข้างๆก็พยักหน้าเช่นกัน

"บทแพ้แบบนี้น่ะ เบื่อซะแล้วล่ะ...เพราะงั้น ลุกขึ้นมาสิ!"เมเดอร์ลีนเองก็ช่วยพูดเช่นกัน ในตอนนี้มีแต่ไลล่าเพียงคนเดียวที่ยังเงียบอยู่เหมือนจะรอจังหวะอะไรสักอย่าง...

ในค็อกพิตของอิกซีออน ลูซิเฟอร์ยังคงนอนสลบนิ่ง...แม้ว่าเสียงของทุกคนจะเข้าไปในโสตประสาทของเขาแต่ตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกยากที่จะลุกขึ้นมาอยู่ดี...

"(บ้าจริงๆเรา...ผู้สร้างเจ้านี้บอกให้ใช้ปกป้องโลกเบื้องล่างแล้วก็โลกเบื้องบนแท้ๆ...แต่นี้...แค่ผู้หญิงคนเดียวเรายังปกป้องไม่ได้...เรายังช่วยให้เธอหลุดจากความมืดไม่ได้เลย)"ลูซิเฟอร์คิดขึ้นมาดูเหมือนเขาจะยอมแพ้ต่อชะตากรรมเสียแล้วแต่ว่าในตอนนั่นเองเสียงไลล่าก็ดังขึ้นมาว่า

"ลูซิเฟอร์คุง! กองกำลังTSCทุกคนนั่น ล้วนไร้ซึ่งพลัง เพราะงั้น ไม่ต้องท้อแท้กับความไร้พลังของตัวเองหรอก แต่ว่า...พวกเราน่ะ คือกองกำลังนักรบแห่งดวงดาว ดวงดาวน่ะ มันไม่อาจจะส่องสว่างได้เพียงดวงเดียวในท้องฟ้ายามราตรี...ไม่ใช่ความผิดของเธอที่ไร้พลังแต่มันจะผิด ถ้าเธอทรยศต่อพลังที่ทุกคนส่งให้เธออยู่ตอนนี้น่ะ!"

"(กัปตัน....อึก...จริงสิ ถ้าเราหยุดซะตอนนี้ เราจะมีหน้าไปพบกับคนอื่นๆในกองกำลังได้ยังไงล่ะ....ทั้งเอล หน่วยไวท์เวิร์น อุชิโอะจัง รัตน์ ลูน่า....ลูคัส...ทุกคน กำลังเชื่อมั่นในตัวเรา...ทั้งๆที่เราไร้พลังแต่ทุกคนก็ยังเชื่อนั่นสิน่ะ...เรา...ทรยศต่อความเชื่อของทุกคนไม่ได้!)"ว่าแล้วลูซิเฟอร์ เฮลไครซ์ก็เปิดตาขึ้นมา...ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงในค็อกพิตของอิกซีออน เข้ามาเผชิญหน้ากับเรย์กิวอีกครั้ง...

"ทุกคน...ขอบคุณมาก...จะไม่ทำให้เสียแรงเชียร์เปล่าแน่นอน!"

"ละ ลูซิเฟอร์?"

"ลุกขึ้นมาแล้วสิน่ะลูซิเฟอร์!"

"พยามเข้าน่ะค่ะ คุณลูซิเฟอร์!"และอีกหลายเสียงที่แสดงความยินดีให้กับเทพสายฟ้าที่สามารถลุกกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง...เรย์กิวกระโจนเข้ามาหาอิกซีออนอีกครา...คงได้เวลาตัดสินกันแล้วสิน่ะ...

"เรย์กิว...ฉันจะช่วยเธอเอง...Secret Code Ultima Nova!!!!!!!"ลูซิเฟอร์คำรามก้อง...บังเกิดสายฟ้าสีน้ำเงินฝาดมาใส่เทพเจ้าสายฟ้าทุกทิศทุกทางทั้งๆที่อยู่กลางอวกาศ...ตัวของอิกซีออนปกคลุมด้วยออร่าสีฟ้าอ่อนรวมถึงประกายสายฟ้าที่เกิดขึ้นรอบๆตัวและทั่วร่างของอิกซีออน ตัวของอิกซีออนตอนนี้เปล่งแสงสีฟ้าที่ส่องสว่างซะยิ่งกว่าที่เคยมีมา...เป็นแสงสีฟ้าที่สว่างจ้าจนเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร

"ย้ากกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"ลูซิเฟอร์คำรามกึกก้อง ก่อนที่ร่างของอิกซีออนจะหายไปในพริบตาสร้างความสงสัยให้กับเรย์กิวที่พุ่งเข้ามา...แต่แล้วคำตอบก็ตามออกมา เรย์กิวออสถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากด้านหลัง แต่เมื่อเธอหันกลับไปก็ไม่พบอะไรสักอย่างเว้นแต่ประกายสายฟ้าที่เกิดขึ้นด้านหลังเธอสี่ห้าจุด พริบตาต่อมาเธอก็ถูกกระแทกอีกครั้ง ทั้งด้านบน ด้านล่าง ด้านหน้า ด้านหลัง...นี้เป็นการโจมตีของอิกซีออนแน่ๆ อิกซีออนมีความไวสูงมากขึ้นถึงขนาดที่เธอมองไม่ทันเชียวรึ!

"เรย์กิว!"ลูซิเฟอร์คำราม เธอหันไปตามเสียง แต่ก็กลับพบกับลูกถีบของเทพสายฟ้าแทน มันอัดร่างของจักรกลวิปลาศเข้าไปกระแทกกับกลุ่มอุกบาตใกล้ๆจนแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย...อิกซีออนควบคุมพายุแม่เหล็กไฟฟ้าควบคุมก้อนอุกบาตเหล่านั่นให้พุ่งเข้ากระแทกใส่เรย์กิวออส...

ในระหว่างที่เรย์กิวมัวแต่เสียเวลากับการหลบหลีกอุกบาตเหล่านั่น ลูซิเฟอร์ก็เตรียมการโจมตีต่อเอาไว้อยู่แล้ว เขารวบรวมสายฟ้าไว้ที่มือข้างขวาแล้วซัดสายฟ้าออกไป...สายฟ้าเส้นนี้พุ่งไปตามสนามแม่เหล็กที่อยู่รอบๆก้อนอุกบาต...และต่อมาไม่นานมันก็วนรอบร่างของเรย์กิวออส ราวกับว่าเป็นคุกสายฟ้าที่พันธนาการเธอเอาไว้อยู่ เรย์กิวที่คิดหาทางหลบออก ก็เจอกับหมัดซ้ายของอิกซีออนที่ต่อยรุนแรงซะจน เศษซากอุกบาตเหล่านั่นแตกสลายกลายเป็นฝุ่น กรงสายฟ้าที่เขาสร้างขึ้นแตกสลายออกพร้อมกับร่างของเรย์กิวออสที่กระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร....

"มาโอ.........จูวชิน.........เค็น!!!!!!!"เรย์กิวเอ่ยทีละคำอย่างเดือดดาล ก่อนจะปลดลิมิตเตอร์อีกคราแม้มันจะทำให้ตัวเธอและเรย์กิวออสถึงขีดจำกัดก็เถอะ แต่ก็เพราะว่า เธอต้องการตัดสินกับลูซิเฟอร์ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย เธอรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่มือขวาของเรย์กิวออสและพุ่งเข้าใส่อิกซีออน...

ด้านของเทพเจ้าสายฟ้า ก็ทำแบบเดียวกัน รวบรวมพลังทั้งหมดที่มือขวาแล้วพุ่งเข้าใส่เรย์กิวออส!

ทั้งคู่แลกหมัดสวนกันอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้าย กำปั้นของเรย์กิวออสต่อยอกของอิกซีออนจนยุบ ส่วนหมัดของอิกซีออนก็ต่อยๆหัวของเรย์กิวออสจนแตก พลังงานมหาศาลทั้งคู่ที่ปะทะซึ่งกันและกันก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นมา.... แสงสีขาวสว่างจ้าก่อนที่ทุกๆอย่างจะสงบลง....สงคราม....จบลงแล้ว...แต่ฝ่ายไหนคือผู้ชนะล่ะ? อิกซีออนหรือเรย์กิวออส...?

----------------------------

วันรุ่งขึ้น ยานบลูกาแลคเซียแองเจิลได้รับภารกิจให้ลงไปสมทบกับเรดที่โลก โดยที่ฮาเซลจะตามลงไปด้วย...ถึงเวลาปิดบัญชีกับบอนล์แล้วสิน่ะ...

"เฮ่อ..."ไลล่าถอนหายใจห้องทำงานของตัวเอง ไหนจะต้องคำนวณค่าซื้ออะไหล่สำหรับซ่อมหุ่นหรือทำเรื่องรองรับสมาชิกใหม่อีกไม่น้อยที่จะเข้ามาประจำการอาทิเช่น โอเปอเรเตอร์ประจำของยานบลูกาแลคเซีย ซึ่งยานบลูจะปรับใช้ระบบเมนโอเปอเรเตอร์แบบเดียวกับยานเรด ไหนจะเรื่องของช่างคนใหม่ที่จะต้องมาแทนเอ็ดเวิร์ดที่ปลดประจำการไปอยู่ราชินโยว์อีก...

"เฮ่อ...โอเปอเรเตอร์ใหม่ไม่มีความทรงจำ...กับช่างคนนั่นที่เคยเป็นปัญหาโด่งดังสมัยเรียน... กองกำลังเราขาดคนแล้วรึไงกันน่า...อะ"ว่าแล้วไลล่าก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง เธอจึงเอ่ยเบาๆอนุญาติให้เข้ามาได้ ลูซิเฟอร์นั่นเอง...

"ขอผมนำอาหารไปให้เรย์กิวได้ไหมครับ?"เขาถาม ไลล่าก็ยักไหล่ก่อนตอบเรียบๆว่า"อืม ฉันอนุญาติ แต่เธอเองก็อย่าฝืนน่ะ แผลเมื่อวานมันยังไม่หายเลยนิน่า..."

เมื่อไลล่าตอบกลับไป ลูซิเฟอร์ก็โค้งให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป... ไลล่าถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยดูรายงานต่อแล้วพูดขึ้นมาเบาๆว่า

"จริงสิ เรื่องเหตุอัลบั้มรูปของเมเดอร์ลีนเมื่อวาน...สงสัยจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับช่างคนใหม่แน่ๆ ถ้าเกิดเขาขึ้นยานมาเมื่อไรล่ะก็ เขา รัตน์คุง โมโมะจัง เมเดอร์ลีนจัง...ท่าทางจะต้องมีเรื่องเครียล์กันยาวแหง่มๆ"

ที่บริเวณโซนห้องขังของยานบลูกาแลคเซีย ถึงจะชื่อว่าเป็นโซนห้องขังก็เถอะ แต่มันก็เหมือนห้องปกติทั่วไป แต่แค่แทนบานประตูด้วยซี่ลูกกรงเท่านั่น

"สบายดีแล้วเหรอ เรย์กิว?"ลูซิเฟอร์เอ่ยถาม ขณะที่เธอเดินเข้ามาหาแล้ววางถาดอาหารเอาไว้บนโต๊ะ... เรย์กิวนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่ขยับไปไหน...แต่พอลูซิเฟอร์ทำท่าจะเดินออกเธอก็พูดออกมาเบาๆว่า"นี้..ถ้าเกิดเรื่องไม่สบายใจขึ้นมาจะทำยังไง..."

"อืม...ถ้าเธอมีอะไรไม่สบายใจล่ะก็ปรึกษาฉันได้ทุกเรื่องเลยน่า เราเป็นพวกพ้องกันแล้วนิ!"ลูซิเฟอร์เอ่ยพร้อมกับทุบอก...

"พวกพ้องเหรอ...อึก...ฉัน...ไม่ต้องการสักหน่อย..."ว่าแล้วเรย์กิวก็ตอบแบบปัดๆออกมาให้ลูซิเฟอร์ แต่เขารู้ดีว่าเธอร้องไห้อยู่แน่นอน...ความอัดอั้นใจในตัวของเธอมันถูกเขาระบายออกมาหมดสิ้นในการแลกหมัดเมื่อวานแล้ว....ในตอนนี้เขาควรปล่อยให้เธออยู่กับตัวเองสักพัก ตอนนี้นั่นลูซิเฟอร์เชื่อมั่นเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า เรย์กิวจะกลายเป็นพรรคพวกที่เชื่อถือได้อย่างแน่นอนในอนาคต...ขณะที่ลูซิเฟอร์กำลังจะเดินออกไปจากห้องขังของเรย์กิว เขาก็ได้ยินอะไรบางอย่าง....

"นี้ แล้วของผมล่ะครับ?"ลาร์คที่อยู่ในห้องขังด้านตรงข้ามกับเรย์กิวเอ่ยออกมา ขณะเอาสองมือจับซี่ลูกกรงไว้แน่น....เขาอยากได้อาหารสิน่ะ...ลูซิเฟอร์ไม่ได้หยิบมาเพื่อซะด้วย...

"อะ...เอ่อ..คือ..."ไม่ทันที่ลูซิเฟอร์จะได้ตอบอะไรเมเดอร์ลีนก็เดินเข้ามาแล้ววางกระดูกลงหน้าประตูห้องขังลาร์คแล้วเดินจากไป...

"นี้ไม่ขำน่ะ! อาหารผมล่ะ!"

"งานให้อาหารน่ะ เบื่อซะแล้วล่ะ!"

ลูซิเฟอร์อดคิดไม่ได้ว่ายานลำนี้มันครื้นเครงเสียจริงๆ

Episode 9 Space Route -Connected Feelings- End
บันทึกการเข้า

raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #91 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 08:31:57 PM »

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night (ต่อ)

จันทราครึ่งดวงที่ลอยเด่นอยู่เหนือฟากฟ้าพยายามฉายแสงสว่างอันน้อยนิดลงมายังพื้นปฐพีเบื้องล่าง ณ เขตแนวป้องกันรอบนอกฐานทัพอันเป็นที่ตั้งของปินใหญ่ที่ยากจะหาคู่เปรียบนาม 'อัศนีแดง' ความเงียบสงัดปกคลุมที่นี่ราวกับเป็นเรื่องปกติ แม้นจะมีการจัดกำลังเวรยามคอยเฝ้าระวังอยู่เสมอก็ตามที แต่ช่วงนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะการบุกแบบเหนือความคาดหมายของฝ่ายข้าศึกเมื่อไม่กี่วันมานี้ทำให้รู้ซึ้งถึงความอาจหาญและบ้าบิ่นของศัตรูได้เป็นอย่างดีผนวกกับมีรายงานว่าโคโลนี่ L1 ถูกข้าศึกบุกโจมตีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว  ผบ.ของที่นี่ก็ไม่อาจจะอยู่นิ่งเฉยได้ ระบบป้องกันตัวเองของฐานทัพและกองกำลังหุ่นยนต์ถูกนำออกมาเตรียมพร้อมตามจุดต่าง ๆ ทั้งยังมีการตั้งหอเฝ้าระวังชั่วคราวขึ้นหลายภายในตัวเมืองที่โอบล้อมฐานทัพเอาไว้

"สถานการณ์เป็นยังไงบ้างรายงานมาซิ....." 

น้ำเสียงของหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยความสุขุมและหนักแน่นดังก้องขึ้นภายในห้องกว้างที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและเจ้าหน้าที่มากมายที่กำลังขมักเขม่นกับหน้าที่ของตนไม่ว่าจะเป็นการมองดูเรดาร์ การรับรายงานสภาพต่าง ๆ รอบตัวเมือง หรือแม้แต่ตรวจเช็คสภาพของปืนใหญ่

"ยังไม่มีความผิดปกติครับ!!!" 

ชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารของบอนล์คนหนึ่งตอบคำถามนั้นโดยไม่ละสายตาไปจากจอเรดาร์ที่อยู่ตรงหน้าเขา เมื่อได้ฟังดังนั้นหญิงสาวค่อย ๆ ขยับหมวกทรงหม้อตาลบนศีรษะของเธอให้เลื่อนไปด้านหลังเล็กน้อยพลางจ้องมองไปยังจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า

"การอพยพพลเมืองเป็นยังไงบ้าง?"

"ส่วนใหญ่อพยพไปที่หลุมหลบภัยที่ใกล้ที่สุดแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่ยังทำการอพยพอยู่ค่ะ" พลทหารหญิงผู้หนึ่งให้คำตอบ ผบ.หญิงผู้นี้แสดงสีหน้าไม่พอใจกับคำตอบมากนักก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

"เร่งมือเข้าเราไม่มีเวลามากนัก!! ปืนใหญ่เป็นยังไงบ้าง"

"สภาพโดยรวมปกติครับ ระบบป้องกันก็ไม่มีปัญหาครับ!!"

"ติดต่อโคโลนี่ L1 ได้หรือยัง?" 

"ยังไม่ได้เลยค่ะ!!" 

"พยายามต่อไป ติดต่อกำลังเสริมได้หรือยัง"

"ได้แล้วค่ะ!! เขาบอกว่ากำลังมุ่งหน้ามาจะถึงที่นี่ในอีก 1 ชั่วโมงค่ะ"   

"หึ....ดีมาก..เอาล่ะจะมาทางไหนก็เชิญได้เลยเจ้าพวก TSC ดูซิว่าพวกแกจะฉีกตาข่ายมรณะที่ฉันวางไว้ได้หรือเปล่า?"

ผบ.หญิงยิ้มอย่างมั่นใจพลางมองดูการจัดวางกำลังกองทัพของเธอบนจอมอนิเตอร์ ขณะเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่บนหอเฝ้าระวังที่อยู่บริเวณรอบนอกก็กำลังใช้กล้องส่องทางไกล้แบบไนท์วิชชั่นตรวจดูสภาพโดยรอบ

"เฮ้อ~~~ เบื่อจริง ๆ เลยว่ะ!!!"

นายทหารผู้ที่กำลังนั่งพิงราวกั้นเอ่ยออกมาอย่างเซ็ง ๆ ทำให้เพื่อนของเขาที่กำลังส่องกล้องตรวจตราอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะลดกล้องลงและหันมาถามเพื่อนผู้กำลังทำหน้าเซ็งสุดชีวิต

"เป็นอะไรของแกอีกเล่า?"

"ก็พรุ่งนี้ข้านัดเดทกับสาวไว้แท้ ๆ เลย อุตสาห์เตรียมตัวซะดิบดีเลย พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นข้าก็เลยต้องแคนเซิลหมด ไม่รู้ผบ.เรเน่คิดอะไรอยู่
มีปืนใหญ่ไร้เทียมทานตั้งอยู่ทั้งกระบอก ยังจะเตรียมการอะไรยุ่งยากแบบนี้อีกแถมทหารระดับล่างอย่างพวกเรายังต้องโดนเตะโด่งมาทำ
หน้าที่แสนน่าเบื่อนี่อีก"

"อย่าบ่นเลยน่า แกคนเดียวซะที่ วันนี้ก็เป็นวันครบรอบแต่งงาน 1 ปีของข้าเหมือนกัน แทนที่จะได้ฉลองกับเมียสุดรักกลับต้องมายืนตากลมชมวิวที่ไม่ได้อยากชมอยู่กับแกเนี้ย!!"  เขาละสายตาจากท้องฟ้าลงมามองเพื่อนที่นั่งอยู่

"ไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะดำเนินไปถึงเมื่อไหร่ด้วยสิ ไอ้พวกบ้าแน่จริงก็บุกมาตรง ๆ เลยสิวะ!!!! จะได้จัดการให้จบ ๆ "

นายทหารผู้นั้นโวยวายเพื่อระบายความหงุดหงิดแต่เพื่อนของเขาก็ได้แต่ส่ายหัวแต่ใครจะคาดคิดว่าสิ่งที่พูดออกไปเมื่อครู่นั้นจะเป็นจริงราวกับมีวาจาสิทธิ์

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้องกัมปนาทห่างออกไปจากจุดที่ทั้งสองอยู่ราว ๆ 400 เมตรจากทางขวาของหอเฝ้าระวังแสงสว่างวาบและคลื่นกระแทกจากแรงระเบิดทำเอาทหารทั้งสองนายกระเด็นติดราวกั้นในทันที

"ศัตรูบุกโจมตีแล้ว!!! รีบแจ้งศูนย์บัญชาการเร็วเข้า!!!!" นายทหารผู้ทำหน้าที่ส่องกล้องรีบตะโกนบอกเพื่อนแต่ทันใดนั้นเงาทะมึนของวัตถุขนาดใหญ่ก็พุ่งตรงมาที่พวกเขาอยู่

โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!

หอสังเกตการณ์เฝ้าระวังหักกระจายเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะหักโค่นลงและกระเด็นไปตามตามแรงกระแทกจากการร่อนลงไถลพื้นของอาคาน่า
แวนการ์ดเครื่องหนึ่งที่ร่อนลงในจุดนี้ โล่ห์เหล็กที่ถูกยกขึ้นเพื่อป้องกันตัวหุ่นชนเข้ากับโครงฐานของหออย่างจังก่อนจะไถลไปข้างหน้าอีก
หลายเมตรก่อนจะชนเข้ากับตึกสึ่ชั้นที่อยู่ใกล้ ๆ ระหว่างนั้นอาคาน่าแวนการ์ดอีกหลายเครื่องที่ตามมาก็ร่อนลงสู่พื้นในแบบที่นิ่มนวลบ้าง
ไม่นิ่มนวลบ้างแตกต่างกันไป เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับประกายแสงที่สว่างวาบก่อนจะดับวูบลง เปลวเพลิงที่เกิดขึ้นเริ่มลุก
ไหม้แผดเผาสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ อาและในตอนนั้นเองอาคาน่าแวนการ์ดที่ร่อนลงมาชนกับตึกเครื่องนั้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยื่นอย่างช้า ๆ และเริ่ม
โฟกัสหาเป้าหมาย

"มิซายส์ชุดที่สองเตรียมพร้อม.. ยิงได้!!!!!" 

เสียงบัญชาการอย่างหนักแน่นของชายวัยกลางคนผู้กัปตันยานลำหนึ่งในทัพหน้าถูกประกาศออกมาดังก้องเพื่อเปิดฉากการโจมตีในระลอกสอง จรวดมิสไซล์จำนวนนับไม่ถ้วนถูกปล่อยจากท่อยิงอย่างต่อเนื่องและพุ่งลงสู่เป้าหมายราวกับเป็นเม็ดฝนที่เกิดจากไฟ เสียงระเบิดที่กึกก้องและเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำราวกับเป็นแสงสีและเสียงดนตรีประกอบฉากการโหมโรงงานเลี้บงในค่ำคืนที่นี้ เรดกาแลคเซียแองเจิลลอยลำเหนือผืนดินโดยมียานรบคอยคุ้มกันอยู่รอบข้างและยานเสบียงเป็นกองหลัง

บรึ๊มมมม!!! บรึ๊มมมม!!!! บรึ๊มมมม!!! บรึ๊มมมม!!! บรึ๊มมมม!!! บรึ๊มมมม!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นมิซายส์ระลอกสองที่กองยานของ TSC ยิงออกมากรุยทางบุกให้กับเหล่าอาคาน่าแวนการ์ดเคลื่อน
กำลังเข้าไป แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือน ยานเกราะต่อต้านอากาศยาน และจาโปรน่าที่ประจำตามจุดต่าง ๆ อย่างไม่ให้ทันตั้งตัว การอพยพพลเมืองก็ยังไม่เสร็จสิ้นดีนักและเมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นทุกอย่างก็อยู่ในภาวะโกลาหลในทันที เสียงกรี๊ดร้องตะโกนโหวกเหวกของผู้คนดังเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์ ประกอบกับเสียงระเบิดและเสียงปืนที่ดังเป็นระยะ ๆ  เสียงย่ำเท้าของหุ่นยนต์ดังกึกก้องสลับกับเส้นลำแสงที่วิ่งสวนกันไปมาบนอากาศ  อาคาน่าแวนการ์ดแคนน่อนส่วนหนึ่งเริ่มลงสู่พื้นดินและเริ่มเปิดฉากยิงสนับสนุนการรุกคืบของแนวหน้า พร้อม ๆ กับคอยคุ้มกันยานที่เคลื่อนตัวรุกคืบเข้ามาเรื่อย ๆ อาคาน่าซาก้าเข้าสู่แนวปะทะเมื่อหลายนาทีก่อนพร้อม ๆ กับหน่วยของแวนการ์ดที่บุกเข้ามาเป็นกลุ่มแรกและเริ่มเข้าปะทะกับจาโปรน่าที่ตรึงกำลังอยู่ภายในเมือง

บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!! 

เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับการล้มหงายหลังลงฟาดตึกใกล้ ๆ ของอาคาน่าแวนการ์ดเครื่องหนึ่งที่โดนปืนลำแสงที่ยิงมาจากระยะไกลเข้าเต็ม ๆ ที่หัว เป็นเวลาเดียวกับที่อาคาน่าซาก้าทำการยิงมิซายส์ที่ขาขวาออกไปจู่โจมกลุ่มเป้าหมายที่รวมตัวกันอยู่บริเวณหมู่ตึกเบื้องหน้า

"หาที่กำบัง!!!"

เด็กหนุ่มผู้ควบคุมอาคาน่าซาก้ารีบส่งสัญญาณบอกพรรคพวกให้รีบหลบวิถีลำแสงพร้อมกับยิงระเบิดก่อกวนวสัญญาณออกจากมิซายส์พ็อตที่ขาซ้ายแม้การโจมตีนั้นสร้างความเสียหายอะไรให้กับเครื่องของศัตรูไม่ได้มากนักแต่ก็ทำให้ระบบจับภาพและการล็อกเป้าของศัตรูแย่ลงได้ด้วยผงโลหะชนิดพิเศษ ทว่าในตอนนั้นแอสซอลท์จาโปรน่าสองเครื่องก็พุ่งตรงมาที่กลุ่มของรัตน์ เครื่องหนึ่งเข้าจู่โจมซาก้า อีกเครื่องหนึ่งตรงไปที่แวนการ์ดที่กองอยู่บนซากตึก รัตน์ไม่มีเวลาพอจะเข้าช่วยเหลือเพื่อนที่นอนหมดสภาพเพราะ แอสซอลท์ตัวนั้นพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วมากพร้อม ๆ กับสาดกระสุนบีมมาด้วย พร้อม ๆ กันนั้นยังมีลำแสงจากระยะไกลพุ่งตรงมายังเขาอีก

"ชิ!!!"

รัตน์กระเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์นักพลางเร่งบูสเตอร์ที่หลังและขาเพื่อสไลด์ถอยหลังและโยกหลบลำแสงบีมไปได้อย่างเฉียดฉิวพลางใช้ปืนกลแก็ตลิงค์ที่แขนซ้ายยิงต่อต้านเอาไว้ขณะนำเครื่องเข้าหลบข้างตึกที่ใกล้ที่สุดการโจมตีของรัตน์ได้ผลเพียงแค่ทำลายเซ็นเซอร์บริเวณหัวของศัตรูเท่านั้นส่วนลำแสงบีมของแอสซอลท์จาโปรน่าระเบิดตึกแถวนั้นจนได้รับความเสียหายแม้เซ็นเซอร์จะถูกทำลายลงก็ไม่ส่งผลต่อการพุ่งเข้าโจมตีเลยแม้แต่น้อยมันพยายามจะไล่อัดซาก้าที่หลบไปเมื่อครู่ให้จงให้ แต่การมองภาพของแอสซอลท์จาโปรน่าก็พร่ามัวไปมากและในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แท่งลำแสงสีเขียวก็โผล่ยื่นออกมาจากมุมตึกที่อยู่ห่างไปประมาณ 1 เมตร ราวกับเป็นไม้กั้นประตูมันคือบีมเบลดของอาคาน่าแวนการ์ดเครื่องหนึ่งที่หลบอยู่หลังตึกตั้งแต่ตอนที่เห็นพรรคพวกโดนยิง และด้วยความเร็วของแอสซอลท์จาโปรน่าทำให้มันไม่สามารถจะหลบหนีไปจากบีมเบลดนี้ไปได้ แอสซอลท์จาโปรน่าขาดเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย

ขณะเดียวกันนั้น แอสซอลท์จาโปรน่าอีกเครื่องกำลังง้างบีมเบลดหมายจะแทงแวนการ์ดไร้หัวที่นอนหมดสภาพอยู่ เสี้ยววินาทีที่บีมเบลดพุ่งลงมาโล่ห์เหล็กของแวนการ์ดไร้หัวก็ถูกยกขึ้นมารับการโจมตีเอาไว้ได้ทันโล่ห์เหล็กละลายเพราะความร้อนและกำลังค่อย ๆ ทะลุลงมาถึงแขนของตัวหุ่น แต่ก่อนที่บีมเบลดจะทะลุแขนมาถึงค็อทพิทบีมไรเฟิ้ลของแวนการ์ดก็ซัลโวเข้าเต็ม ๆ ค็อทพิทของแอสซอลท์จาโปรน่าลำแสงของบีมไรเฟิ้ลทะลวงจากด้านหน้าทะลุด้านหลัง แอสซอลท์จาโปรน่าเครื่องนั้นหยุดนิ่งลงทันทีราวกับตุ๊กตาที่หมดถ่าน แต่ระลอกของการตอบโต้ไม่จบลงโดยง่าย ดีฟอลจาโปรน่าเริ่มเปิดฉากยิงเข้าใส่แนวหน้าของ TSC พร้อม ๆ กับการรุกคืบของจาโปรน่าและแอสซอลท์จาโปรน่าขณะเดียวกันทางด้านศูนย์บัญชาการภายในฐานทัพก็เริ่มแผนปฏิบัติการตอบโต้แล้วเช่นกัน

"ยานของข้าศึกกำลังรุกคืบเข้ามาภายในตัวเมืองแล้วครับ!! กองกำลังภาคพื้นดินของข้าศึกรุกคืบเข้ามาถึงแนวป้องกันชั้นทื่สองของกองหน้าแล้ว ปีกขวากำลังต่อต้านสุดกำลัง ส่วนปีกซ้าย....... เอ๊ะ!!!"

เมื่อเสียงรายงานจากนายทหารขาดช่วงไปเรเน่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

"มีอะไร? รายงานมาเดี๋ยวนี้!!!"

"วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติกำลังตรงเข้ามาที่แนวป้องกันชั้นที่สามครับทางด้านทัพหน้า ปีกซ้ายและปีกขวาด้วยความเร็วสูงครับ"

"มีจำนวนเท่าไหร่?"

"แค่จุดละหนึ่งเครื่องครับ"

"......ไม่ต้องสนใจสอยมันให้ร่วงไปเลยส่งกำลังจากแนวป้องกันชั้นที่สี่จากส่วนหลังไปหนุนและถอยร่นแนวป้องกันส่วนหลังเข้ามา ให้หน่วยจู่โจมพิเศษกับหน่อยต่อต้านอากาศยานออกปฎิบัติการทันทีพุ่งเป้าไปที่ยานแม่ของศัตรู หน่วยคุ้มกันฐานทัพเตรียมปฏิบัติการฉุกเฉิน " 

เรเน่ออกคำสั่งอย่างเยือกเย็นขณะที่กองกำลังของศัตรูก็รุกคืบเข้ามาทีละน้อยอาคาน่าแวนการ์ดที่รุกคืบขึ้นไปทางปีกขวาเริ่มปะทะกับกำลังของศัตรูเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ไม่สูงมากนัก โกลซาเวีย ไวท์แอสคอร์ท และบลูไรเซอร์พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยโหมดยานบินความเร็วสูง เป้าหมายของพวกเขาคือ 3 จุดสำคัญคือ แนวป้องกันชั้นที่สามของทัพหน้า ปีกซ้ายและปีกขวา

"ทุกท่านเข้าใจกันดีใช่ไหมครับ? ว่าการรบในครั้งนี้สำคัญเพียงใด? ถึงแม้นี่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนักแต่สำหรับพวกเราในเวลานี้การมีพันธ์มิตรเอาไว้จะเป็นการดีกว่า เช่นนั้นแล้วผมอยากให้ทุกท่านเข้าใจในการตัดสินใจของผม"

ราชาสีทองเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความขึงขังและหนักแน่น โกลด์ซาเวียในโหมดยานบินทะยานฝ่าอากาศไปเบื้องหน้าโดยมียานรบสีขาวและพญาอินทรีย์สีน้ำเงินบินเป็นองค์รักษ์เคียงข้างทั้งซ้ายและขวา

"หากนั่นเป็นพระประสงค์ของพระองค์แล้วข้าพระองค์ทั้งสองในนามแห่งแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพแห่งทักษินขอน้อมรับพระบัญชาของพระองค์" เซริออสกล่าวพลางนำบลูไรเซอร์แยกตัวออกจากกระบวนมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ถูกกำหนดไว้ในทันที

"กระหม่อมเองก็ขอน้อมรับพระบัญชาในนามของราชองค์รักษ์ลำดับที่หนึ่ง"  แร็คน่ากล่าวพลางส่งสายตาไปยังคู่หูของเขาที่นั่งทำสีหน้าปั้น

ยากอยู่เบิ้องหน้า

"หม่อมฉัน...ก็พร้อมจะทำหน้าที่ของราชองค์รักษ์ลำดับที่หนึ่งที่เป็นทั้งโล่ห์และดาบให้กับองค์ราชาและองค์ราชินีโดยไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ......"

ถึงแม้จะน้ำเสียงอ่อยไปเล็กน้อยแต่องค์รักษ์สาวผมแดงผู้นี้ก็พร้อมที่จะต่อสู้กับศึกเบื้องหน้าด้วยความเต็มใจหลังจากน้อมรับบัญชาจากผู้นำของตนแล้วเทพพิทักษ์สีขาวก็แยกตัวออกจากกระบวนบินตรงไปยังจุดที่กำหนดทันทื

"ทุกท่านระวังตัวกันด้วยนะครับ... เอาล่ะไปกันเถอะ ริโค่"

เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองไปคู่ชีวิตของตน เธอพยักหน้าให้กับเขาพร้อมรอยยิ้มที่งดงามเฉกเช่นทุกครั้งโกลซาเวียเปลี่ยนรูปแบบเป็นโหมดมนุษย์พร้อมกับทิ้งดิ่งลงมาสู่พื้นดินพลาสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ ที่เอาทั้งสองถูกพับขึ้นมาในตำแหน่งที่พร้อมใช้งานและเริ่มเปิดฉากจู่โจม ยานรบสีขาวพุ่งทะยานผ่านพวกนั้นหลบห่าลำแสงมาอย่างคล่องแคล่วว่องไวเข้ามาถึงใจกลางของแนวป้องกันชั้นที่สามของปีกขวายานรบสีขาวเปลี่ยนร่างกลับเป็นหุ่นยนต์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ ดีฟอลจาโปรน่าที่รับรู้ถึงการมาของศัตรูก็รีบหันลำกล้องปืนไปยังเป้าหมาย
ทันทีแต่พริบตานั้น ไวท์แอสคอร์ทก็หายไปจากท้องฟ้าราวกับอากาศธาตุมันปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหลังของดีฟอลจาโปรน่าเครื่องหนึ่งที่ยังคงเล็งปืนไปบนท้องฟ้าดาบไดโฟซันอัลเทม่าถูกฟาดออกมาด้วยความเร็วสูงเฉืยนตัดกลางลำตัวของคู่ต่อสู้ขาดออกจากกันอย่างง่ายดายราวกับกรีดมืดลงไปบนเนย ก่อนจะพลิกตัวกลับมาพร้อมกับพลาสติน่าแคนน่อนสองกระบอกที่พับขึ้นประทับบ่าในสภาพพร้อมยิง แต่เสี้ยววินาทีนั้นแอสซอลท์จาโปรน่าก็พุ่งเข้ามาหาจากด้านหลังทั้งซ้ายและขวา

"อ่อนหัด!!!"

ลีลี่ย์เอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์พลางปล่อยคัทเตอร์เฟมิล่าที่ฉาบด้วยแสงสว่างเจิดจ้าออกจากเกราะโปรงข้างอัดกระแทกเข้าเต็มค็อทพิทของแอสซอลท์จาโปรน่าเครื่องละสี่ดอกพร้อม ๆ กับยิงกระสุนพลังพลาสสติน่าเข้าใส่กลุ่มจาโปรน่าที่เหลือราวกับห่าปืนกล จาโปรน่าทั้งหมดระเบิดขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน จาโปรน่าที่หลบเข้ามุมตึกโผล่ออกมายิงเป็นระยะ ๆ  แต่พลังทำลายของบีมไรเฟิลก็ไม่เพียงพอจะทำลายบาเรียของไวท์แอสคอร์สลงได้แต่แร็คน่ารู้ดีว่าบาเรียป้องกันของเขากำลังอ่อนลงทุกขณะ ในขณะนั้นเองไวท์แอสคอร์ทได้ชูดาบไดโฟซันนอัลเทม่าขึ้นเหนีอหัว แสงสว่างสีขาวลำเล็ก ๆ ประมาณเท่ากับบีมไรเฟิ้ลพุ่งตรงลงมาจากฟากฟ้าสถิตย์ลงไปที่ดาบ

"Shining Sword Breaker!!!!"

ลีลี่ย์เปล่งเสียงออกมาอย่างหนักแน่นและทรงพลังขณะที่ลำแสงที่สถิตย์บนดาบถูกปล่อยกระจายออกไปรอบ ๆ ตัวของไวท์แอสคอร์ทแสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมทุกสิ่งในรัศมี 200 เมตรหายไปในพริบตาแสงสว่างจากไชน์นิ่งซอร์ดเบรคเกอร์เจิดจ้าจนเอลที่กำลังบุกตะลุยอยู่ทางปีกซ้ายยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน

"ทางฝั่งโน้นท่าทางจะบรรเลงกันมันส์หยดเลย แบบนี้เราจะยอมน้อยหน้าได้อย่างไง"

เอลเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ขณะที่กำลังเนวาน่ากำลังเหยียบจาโปรน่าเครื่องหนึ่งหักเป็นสองท่อนคาเท้า ส่วนมือซ้ายก็ยังมีซากของแอสซอลท์จาโปรน่าที่ถูกทะลวงด้วยกรงเล็บที่แหลมคมคาติดอยู่ ใกล้ ๆ กันนั้นมีซากอาคาน่าแวนการ์ดที่ถูกโจมตีจนเสียหายหนักอยู่ด้วยราวสองถึงสามเครื่อง เพราะการโจมตีจากระยะไกลของศัตรู เหล่าแวนการ์ดในจุดนี้พยายามจะรุกคีบขึ้นไปแต่เนื่องจากบริเวณนี่เป็นทางลาดลงเนินบวกกับมีดีฟอลจาโปรน่าและเคลจาโปรน่าตั้งป้อมหน้ากระดานรออยู่จึงทำให้การบุกทางปีกซ้ายเป็นไปได้ยาก จำเป็นต้องรอหุ่นที่มีพิสัยยิงไกลอย่าง LLS หรือแวนการ์ดแคนน่อนมาสมทบเท่านั้นจึงจะพอฝ่าไปได้ แต่ทว่าเอลกลับมีการบุกที่ดีกว่านั้น

"อ้าว ๆ พวกนายมันแต่หลบหลังตึกแบบนั้นเดี๋ยวก็ไปไม่ทันนัดกันพอดี ผู้ชายที่ดีน่ะต้องไม่ให้สาว ๆ รอนานนะ แค่บีมจะกลัวทำไมยืดอกรับอย่างฉันสิ" เอลติดต่อกับนักบินแวนการ์ดทุกคนในระแวกนั้นแต่คำตอบที่ได้กลับมาก็คือ

"พวกตูไม่ใช่ซุปเปอร์โรบ็อทนะเฟร้ย ขืนทำก็ตายอะเด๊ะ!!!"

"มาสเตอร์คะ คนที่รับคือฉันค่ะ"

"ช่วยไม่ได้...เอ้า!!!! เหล่าตัวประกอบทั้งหลายเดี๋ยวป๋าจะพาไปส่งให้ถึงที่หมายเอง"

พูดจบเนวาน่าก็ออกตัววิ่งไปอย่างรวดเร็วปานเสือชีต้าไล่กวดเหยื่อ แรงเหยียบจากเท้าที่หนักหน่วงสร้างรอยยุบบนพื้นถนนยางมะตอยทุกครั้งที่เท้าสัมผัสพื้น เนวาน่าที่สูงถึงสามสิบเมตรแต่มันกลับเคลื่อนไหวได้ว่องไวผิดกับรูปร่าง มันกระโดดหลบลำแสงปืนใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่วและทุกครั้งที่กระโดดหลบระยะห่างระหว่างเนวาน่ากับศัตรูก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อระยะห่างของการโจมตีหมดไป เนวาน่าก็มาหยุดอยู่ตรงเคลโปน่าที่ไม่อาจจะหลบหนีได้  ขณะที่ขณะที่ดีฟอลจาโปรน่ารีบกระจายกำลังถอยห่างจากเนวาน่า เคลโปรน่าเครื่องนั้นก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของกรงเล็บที่แหลมคมของเนวาน่าไปเสียแล้ว และในตอนนั้นเองเหล่าอาคาน่าแวนการ์ดที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็บุกขึ้นมาสมทบอย่างรวดเร็ว

ในระหว่างที่แนวป้องกันที่สองของปีกซ้ายแตกพ่ายอย่างย่อยยับบลูไรเซอร์ก็เข้าจู่โจมแนวป้องกันที่สามไปพร้อม ๆ กัน หอกสามง่ามที่คมกริบเสียบทะลวงเข้ากลางลำตัวของดีฟอลจาโปรน่าเครื่องหนึ่งอย่างจังก่อนจะถูกเหวี่ยงไปฟาดกับแอสซอลท์จาโปรน่าที่กำลังพุ่งเข้ามาโจมตี จาโปรน่าทั้งสองล้มกลิ้งไปด้วยกันในทันทีก่อนจะถูกพลาสสติน่าแคนน่อนยิงอัดจนระเบิดไปพร้อม ๆ กัน

บรึ๊มมมมม!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับการร่อนลมหลบหลีกห่าลำแสงบีมที่กระหน่ำยิงมาจากจาโปรน่าที่ตั้งแถวหน้ากระดาน การเคลื่อนไหวที่พริ้วราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่ในอากาศของบลูไรเซอร์ทำให้หลบหลีกการโจมตีได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่เซริออสก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของบลูไรเซอร์เขาจึงรีบพาแพนเซอร์ของเขาหลบเข้าที่กำบังก่อน

"ฮันนี่ปิดบาเรียลงก่อน"

เซริออสกล่าวพาบลูไรเซอร์พุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมสปินอัดสายลมไว้ที่ไดโฟซันไทรเดนจนมันหมุนเป็นสว่านแล้วกระแทกใส่ตึกที่อยู่ข้าง ๆ ทันที

"ตะกี้ดาร์ลิงว่าไงนะ....."

เซเลน่าขอทวนคำพูดของเซริออสที่ได้ยินเมื่อครู่อีกครั้งแม้เมื่อกี้จะได้ยินชัดเจนขณะที่ไดโฟซันไทรเดนทะลวงผนังคอนกรีตไปยังเคลจาโปรน่าที่กำลังตั้งป้อมอยู่อีกด้านของตึกอย่างแม่นยำ

"ปิดบาเรียลงจ๊ะฮันนี่ดูเหมือนว่าบลูไรเซอร์จะมีปัญหาเกี่ยวกับพลังขับดันซะแล้วถ้าแบ่งพลังงานไปให้บาเรียดูท่าความพริ้วไหวของมันจะ
ลดลงไปพอตัวเลยล่ะที่รักจ๋า"

เซริออสกล่าวอย่างหวานเลี่ยนตามสไตล์ของเขาแต่ถึงกระนั้นบลูไรเซอร์ก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ๆ มันหมุนตัวกลับพร้อมกับยิงไรเซอร์แอโรว์เข้าใส่จาโปรน่าอีกสองเครื่องที่เข้ามาทางด้านหลังก่อนจะทะยานข้ามตึกไปดึงเอาไดโฟซันไทรเดนออกจากซากของเคลโปรน่า

"แต่ถ้าทำแบบนั้นมันจะไม่อันตรายเกินไปหรือดาร์ลิง..."

"ไม่ต้องห่วงฮันนี่ไม่เชื่อฝีมือข้าหรือ?" เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซเลน่าก็ส่ายหัวพร้อมกับทำดวงตาเป็นประกายแวววาว

"ข้าเชื่อมั่นในตัวดาร์ลิงเสมอ ดาร์ลิงน่ะไร้เทียมทานอยู่แล้ว"

"ข้าไม่ได้เก่งอะไรหรอกนะฮันนี่ แต่ว่าถ้ามีเจ้าอยู่ล่ะก็ข้าเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เราสองคนจะทำไม่ได้..."

"แหมดาร์ลิงนี่ล่ะก็........." 

คำพูดของเซริออสทำเอาเซเลน่าแก้มร้อนผ่าวไปถึงใบหู ถ้าใครได้ยินเข้าตอนนี้คงเลี่ยนตายเป็นแน่แท้แต่ดูสภาพภายนอกตอนนี้กลับไม่เข้ากับบรรยากาศข้างในซักเท่าไหร่เพราะบลูไรเซอร์กำลังใช้ไดโฟซันไทรเด้นเสียบกลางลำตัวดีฟอลจาโปรน่าเครื่องหนึ่งและดันไปติดผนังตึกที่อยู่ใกล้ ๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ถือดาบไกเซอร์โนว่าเสียบกลางลำตัวของแอสซอลท์จาโปรน่าที่ไร้ขาสองข้างนอนกองอยู่กับพื้น

เวลานี้หากมองจากฟากฟ้าเบื้องบนแล้วการสู้รบกินบริเวณไปเข้าไปมากกว่าครึ่งเมืองแล้วเปลวเพลิงแห่งการสู้รบแผดเผาทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า ภาพรวมของสงครามนั้นแสนโหดร้ายกำลังของบอนล์ถอยร่นเข้าไปใกล้ฐานทัพทุกที ๆ ความโหดร้ายนั้นสะท้อนออกมาจากนัยน์ตาของเหล่าผู้ที่เฝ้ามองอยู่ภายในยาน เสียงรายงานความเสียหายเซ็งแซ่ดังไปทั่วสะพานเดินเรือและระบบสื่อสารของกองทัพ กองยานของ TSC เคลื่อนกำลังเข้าไปเรื่อย ๆ ในเวลานี้ไม่มีใครบอกได้เลยว่าวันนี้พวกเขาได้พรากสิ่งสำคัญของใครไปบ้าง

"กัปตันคะ จับสัญญาณกองกำลังจู่โจมทางอากาศของบอนล์ได้แล้วค่ะ จะเข้าระยะยิงในอีก 5 นาทีค่ะ"

สิ้นเสียงรายงานจากพลเรดาร์ กัปตันสาวแห่งยานเรดกาแล็คเซียแองเจิ้ลก็ลุกจากขึ้นยืนอีกครั้ง เบื้องหน้าคือทัพฟ้าที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของบอนล์ ลูคัสจ้องมองดูกลุ่มศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าพลางขยับแว่นให้เข้าที่

"จากนี้ไปคือของจริงล่ะ....."

กุนซือหนุ่มเอ่ยอย่างแผ่วเบาก่อนจะวางมือลงบนคันบังคับ หน่วยอัศวินเวหาแห่งดัลลิอาต้าบินเเริ่มจัดรูปขบวนตามแผนที่วางไว้อย่างพัดคู่กายของกัปตันสาวแห่งเทพธิดาสีแดงถูกยกขึ้นเหนือศีรษะของเธออีกครั้ง

"เริ่มปฏิบัติการเฟสสองได้!!!!" 

แบตเทิลสั่งการฉับไวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นเคย ป้อมปืนบนยานทุกกระบอกจากยานทุกลำเริ่มปรับหาเป้าหมาย อาคาน่าแวนการ์ดและ
แวนการ์ดแคนน่อนชุดที่สองถูกส่งออกมาประจำตำแหน่งบนยานเพื่อคุ้มกันยาน ในค่ำคืนที่ไร้ความหวังยังคงดำเนินต่อไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ยังมีต่อ
บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #92 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2010, 08:28:35 PM »

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night (ต่อ)

เงาทมิฬจำนวนมากลอยอยู่เหนือท้องฟ้าเบื้องหน้ากองยานของกองกำลัง TSC กองกำลังจู่โจมทางอากาศที่ทรงพลานุภาพคือสัญญาณของการโต้กลับอย่างเต็มรูปแบบของทัพศัตรู สกายไลน์จาโปรน่า กิราโดส และหุ่นรบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่พนันได้เลยว่าบอนล์คงไม่เอาของกิ๊กก๊อกออกมาต้อนรับการมาเยือนเป็นแน่

"กระจายกำลังออกไป หน่วยคุ้มกันเข้าประจำตำแหน่ง"

รัตน์ตระโกนก้องผ่านระบบสื่อสารพลางบังคับอาคาน่าซาก้ารุกคืบไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับแวนการ์ดจำนวนหนึ่ง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งถอยไปสมทบกับแวนการ์ดแคนน่อนที่เริ่มตั้งป้อมเตรียมโจมตีเป้าหมายบนท้องฟ้า ทางด้านของเนวาน่ายังคงนำทีมบุกทะลวงฝ่าแนวป้องกันไปอย่างต่อเนื่องจนถึงแนวคุ้มกันที่สาม

"ขอบคุณที่ช่วยให้เบาแรงนะคุณแม่ทัพ"

เอลกล่าวขณะที่เนวาน่าวิ่งผ่านบลูไรเซอร์ที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเศษซากของหุ่นรบที่ถูกทำลายพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้กับสหายร่วมรบ ก่อนจะวิ่งตรงดิ่งไปสู่แนวป้องกันสุดท้ายที่อยู่ติดกับฐานทัพมากที่สุด อาคาน่าแวนการ์ดเริ่มเข้าตรึงกำลังในจุดนี้เพื่อสร้างแนวรับมือกับทัพฟ้าที่กำลังจะมาถึง

"รู้สึกว่าเขาจะเริ่มแผนการขั้นต่อไปแล้วล่ะดาร์ลิง" เซเลน่าเอ่ยพลางหันกลับมาส่งสายตาหวานเยิ้มให้กับชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเธอ

"งั้นก็ไปกันเลยฮันนี่"

เซริออสพาบลูไรเซอร์บินขึ้นสู่ท้องฟ้าพุ่งกลับไปที่กองยานของ TSC ในทันที ขณะที่ระยะห่างของทั้งสองทัพลดลงทุกเสี้ยววินาที ผู้บัญชาการของทั้งสองฝ่ายต่างมองดูตำแหน่งของทัพตนเองผ่านมอนิเตอร์อย่างไม่ละสายตา พัดในมือแบตและแส้ม้าในมือของเรเน่ขยับวาดขึ้นไปบนอากาศพร้อมกันโดยไม่จำเป็นต้องนัดหมาย

"โจมตี!!!!!!!!"

เสียงคำสั่งที่ทรงพลังดังก้องกังวานพัดและแส้ม้าโบกสะบัดไปเบื้องหน้าพร้อมกันประหนึ่งเธอทั้งสองกำลังส่องดูเงาตนเองในกระจก นั่นคือวินาทีที่ซิมโฟนี่แห่งการทำลายล้างถูกบรรเลงขึ้น กระสุนปืน ลำแสงบีม และห่าฝนมิซายส์ถูกยิงออกจากทั้งสองฝั่ง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อม ๆ กับแสงไฟที่สว่างวาบกลางท้องฟ้าในคืนจันทราครึ่งดวง ประดุจมโหรสพแสงสีที่สุดอลังการตระการตา

"ปล่อย Anti-Beam Curtain!!"

กัปตันอาวุโสแห่งกองยาน TSC สั่งการให้ยานรบลำอื่น ๆ ปล่อยสิ่งที่ใช้ต่อต้านอาวุธลำแสงของตนออกมาในทันที เพราะยานเหล่านี้ไม่มีอุปกรณ์สร้างสนามพลังงานป้องกันอย่างกราวิตี้มิลเลอร์แต่สิ่งนี้ก็พอจะช่วยลดทอนพลังทำลายล้างของอาวุธบีมได้ในระดับหนึ่ง ลำแสงบีมจากศัตรูถูกลดทอนลงไปทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีไม่มากนักแต่การโจมตีจากฝั่งยานรบก็ไม่ค่อยจะเข้าเป้าซักเท่าใดนัก ทัพฟ้าหลังจากหลบการโจมตีระลอกแรกไปได้ก็เริ่มแปรขบวนเตรียมโต้กลับแต่กองยานของ TSC ก็ไม่รอช้ารีบส่งจรวดสำหรับสร้างม่านควันและระเบิดก่อกวนสัญญาณไปเยื่อนกลุ่มศัตรูในทันทีก่อนจะตบท้ายด้วยการยิงแบบไม่ลืมหูลืมตาจากปืนของตัวยานและจากหุ่นคุ้มกัน เสียงระเบิดดังกึกก้องสนั่นท้องฟ้า แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะหยุดกองทัพศัตรูที่พยายามรุกคืบทะลวงผ่านม่านควันออกมาประชิดกองยาน
 
"อาคาน่า.......ฟิงเกอร์!!"

คำประกาศชื่อท่าดังออกมาจากปากพ่อหนุ่มหน้าตายขณะมือขวาที่เปี่ยมไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงของซาก้าคว้าจับเข้าที่บริเวณค็อทพิทของจาโปรน่าเครื่องหนึ่งที่เข้ามาในระยะพลังทำลายของอาคาน่าฟิงเกอร์ช็อตวงจรทั้งหมดของคู่ต่อสู้จนพังเสียหายหมดจนมันแน่นิ่งไปขณะที่แขนซ้ายยังคงกระหน่ำยิงแกตลิ่งหกลำใส่เป้าหมายใหม่ที่พุ่งเข้ามา แอสซอลท์จาโปรน่ายกแขนรับกระสุนปืนกลที่ถามโถมเข้าใส่แต่บีมไรเฟิ้ลในมือถูกก็ยิงเสียหายจึงถูกโยนทิ้งไปขณะเร่งบูสกระโดดขึ้นไปเหนือหัวซาก้าพลางง้างหมัดจู่โจม 

มิสไซล์พ็อตที่ขาของซาก้าถูกเปิดออกพร้อมซัลโวมิซายส์เข้าใส่เป้าหมาย แต่แอสซอลท์จาโปรน่าเร่งบูสอย่างฉับไวหมุนเป็นเกลียวสว่านหลบมิซายส์ได้อย่างเฉียดฉิวก่อนจะยื่นหมัดตรงเข้ามาแต่ตอนนั้นเองซาก้าก็ผละออกจากศัตรูที่จับเอาไว้ทำให้สามารถหลบการโจมตีได้อื่นฉิวเฉียดพลางคว้าอาคาน่าฟัลชิอ้อนที่ปักอยู่ตรงผนังตึกใกล้ ๆ ฟาดเข้าเต็มหลังจนแอสซอลท์จาโปรน่าเครื่องนั้นขาดเป็นสองท่อนก่อนจะกระโดดหลบออกมา 

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อม ๆ กับลำแสงบีมที่ถาโถมเข้ามาทำเอาเหล่าอาคาน่าที่กำลังเคลื่อนทัพไปข้างหน้าต้องรีบหาที่หลบกันเป็นพัลวัล แม้แต่ซาก้าเองก็ต้องรีบหลบเข้าด้านหลังอาคารที่ใกล้ที่สุดแต่ถึงกระนั้นไหล่ขวาก็ได้รับความเสียหายเป็นรอยไหม้เล็กน้อย

"ดูเหมือนแนวหลังของศัตรูจะเสริมกำลังเข้ามาแล้วสินะ"

รัตน์เอ่ยขึ้นขณะที่จ้องมองไปที่หน้าจอบนคอนโซลที่คอยบอกตำแหน่งศัตรูก่อนจะแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าเพื่อมองดูการปะทะกันอย่างดุเดิอดของกองกำลังทั้งสองฝ่าย ๆ ลำแสงบีมและแสงไฟที่สว่างวาบจากการระเบิดปรากฏให้เห็นเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง แสงสีทองจำนวนหลายสิบเส้นพุ่งผ่านไปบนท้องฟ้ายามราตรีก่อนจะพุ่งลงไปหาเป้าหมายที่ตั้งแนวเรียงกันเป็นปราการสกัดกั้นการรุกคืบของเหล่าอาคาน่า เหล่าจาโปรน่าทั้งหลายถูกลำแสงสีทองที่พุ่งเป็นวงโค้งลงมาท้องฟ้าระเบิดทำลายอย่างไม่ทันตั้งตัว แนวป้องกันสุดท้ายจึงเกิดช่องว่างให้สามารถลุยต่อไปได้ในทันที

"ขอโทษที่มาช้าไปหน่อยนะครับ" เสียงของเด็กหนุ่มผู้ควบคุมหุ่นรบสีทองดังขึ้นผ่านช่องสัญญาณสื่อสารพร้อมกับนำโกลด์ซาเวียร่อนลงใกล้
ๆ กับจุดที่ซาก้ายืนอยู่พร้อมกับเล็งอาวุธทั้งหมดที่มีไปยังกำแพงของฐานทัพ

"ไม่หรอกมาได้จังหวะเลย"

รัตน์กล่าวพลางพาซาก้าออกจากที่กำบังพร้อมกับเริ่มชาร์จพลังงานให้กับอาคาน่าบลาสที่อยู่ตรงหน้าอกและเล็งไปที่เป้าเดียวกันพลาสสติน่าแคนน่อน พลาสสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ และ อาคาน่าบลาสประจุพลังงานเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกันลำแสงพิฆาตจากหุ่นรบทั้งสองพุ่งตรงดิ่งไปยังกำแพงของฐานทัพที่อยู่ตรงเบื้องหน้า

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

กำแพงฐานทัพที่อันแข็งแกร่งหลอมละลายไม่เหลือเค้าเดิมบังเกิดรูขนาดใหญ่เข้ามาแทนที่มิหนำซ้ำการโจมตีเมื่อครู่ยังหอบเอาโรงเก็บหุ่นยนต์พินาศไป 2-3 โรงเลยทีเดียว

"กำแพงป้องกันด้านหน้าถูกทำลายลงแล้วครับ!!!!" นายทหารผู้หนึ่งกล่าวรายงานสภาพที่เกิดขึ้นให้กับผู้บัญชาการของตนได้รับทราบ เรเน่กระเดาะลิ้นอย่าไม่พอใจ แต่ยังคงรักษาความสงบนิ่งทางอารมณ์เอาไว้ได้ก่อนจะเริ่มสั่งการต่อ

"ส่งหน่วยคุ้มกันออกไป!! แจ้งทุกหน่วยกระจายกำลังจัดการกับศัตรูให้หมดอย่าให้มันเข้าใกล้ได้มากกว่านี้!!"

ขณะเดียวกันทางด้านกองยานของ TSC ก็เริ่มถูกโอบล้อมโดยกองทัพหุ่นยนต์ของฝ่ายศัตรู สกายไลน์จาโปรน่าและกิราโดสเริ่มเปิดฉากถล่มมิซายส์เข้าใส่ยานรบของข้าศึกอย่างไม่มีเสียดาย ห่ากระสุนและฝนลำแสงบีมเป็นมรสุมที่ทำให้เรดกาแล็คเซียแองเจิ้ลฝ่าออกไปได้ยากเสียแล้วในเวลานี้ ปืนกลต่อต้านอากาศยานของยานรบทุกลำพากันซัลโวลูกกระสุนอย่างไม่มีหยุดพัก อาคาน่าแวนการ์ด และแวนการ์ดแคนน่อนต่างพยายามปกป้องยานของตนอย่างสุดความสามารถ เสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนรอบ ๆ ส่งผ่านมาถึงกุนซือหนุ่มที่ยังคงนั่งมองดูมอภาพรวมของการรบอย่างใจจดใจจ่อ

"อีกนิดเดียว........ บุกเข้ามาเรื่อย ๆ เลย........" 

เขาบ่นพึมพำอยู่คนเดียวพร้อม ๆ กับเริ่มกดเซตอาวุธของออร์เฟอุสให้พร้อมยิงทุกเมื่อ เสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ยานรบลำหนึ่งของ TSC ถูกยิงเข้าที่กาบขวาได้รับเสียหายหนักแต่ก็ยังสาดกระสุนต่อไปอย่างไม่ลดละตำแหน่งของศัตรูเริ่มเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย

"ตอนนี้แหละครับกัปตัน!!!!" 

"เริ่มปฏิบัติการเฟสสาม!!!!"

เมื่อได้รับสัญญาณจากลูคัสแบตก็ออกคำสั่งเริ่มแผนการต่อไปทันที Multi shield cannon และมิสซายส์แตกกระจายของออเฟอุสล็อกเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า กราวิตี้มิลเลอร์ถูกปิดลงหน่วยเรจไวเวิร์นและอาคาน่าแวนการ์ดจำนวนหนึ่งร่อนลงบนพื้นผิวของยานเรดฯ และเมื่อทุกอย่างพร้อมลูคัสก็กดปุ่มลั่นไกทันที ปืนใหญ่และมิซาสย์ถูกสาดออกไปถล่มศัตรูที่ขวางหน้าอย่างไร้ปราณีผู้ต้องคมกระสุนระเบิดเป็นชิ้นก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พิ้นดินส่วนที่เหลือพากันหลบหลีกกันให้วุ่นไปหมดเส้นทางเบื้องหน้าเปิดโล่ง

"เดินหน้าเต็มกำลัง!!!!!!!"

สิ้นเสียงกัปตันสาวยานเรดกาแล็คเซียแองเจิ้ล ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยกำลังส่งจากเครื่องขับดันทั้งหมดทีมีบนตัวยาน เทพธิดาสีแดงกระพือปืกทะยานฝ่าวงล้อมศัตรูไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็วการตีแหกคอกออกไปของยานเรดฯ ทำให้หน่วยรบทางอากาศของบอนล์ถึงกับเสียกระบวนกลุ่มที่จะหันกลับไปไล่ตามก็ถูกกองกำลังสนับสนุนเล่นงานในทันที LLS อาคาน่าแวนการ์ดและแวนการ์ดแคนน่อนต่างช่วยกันซัลโวกระสุนใส่สกายไลน์จาโปรน่าและกิราโดสที่กำลังไล่ตามยานเรดกาแล็คเซียฯอย่างแม่นยำ แต่ก็ยังมีจำนวนหนึ่งที่รอดพ้นจากคมกระสุนสังหารมาได้ พวกมันต่างพากันเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อไล่ตามพลางเล็งอาวุธไปยังยานรบสีแดงลำนั้น

แต่ทว่าเสี้ยววินาที่ก่อนที่จะได้ปล่อยอาวุธจู่โจมลำแสงสีฟ้าอ่อนสองสายก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าที่อยู่เหนือกว่า ลำแสงนั้นคร่าชีวิตของสกายไลน์จาโปน่าไปพร้อมกันทีเดียวถึงสองตัว พญาอินทรีย์สีน้ำเงินทิ้งดิ่งลงมาจากฝืนฟ้าที่ประดับด้วยจันทราครึ่งดวงด้วยความเร็วสูงกรงเล็บที่คมกริบฉีกกระชากโลหะหนาของกิราโดสเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะคืนร่างเป็นนักรบสีน้ำเงินผู้ถือหอกสามง่ามยืนตระหง่านดุจยักษ์เฝ้าประตูตรงเบื้องหน้าศัตรูที่เหลืออยู่

"ข้าคงให้พวกท่านตามเรือเหาะลำนั้นไปไม่ได้.....เพราะฉะนั้นอย่าถือโทษกันเลยนะ"

เซริออสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบพลางบังคับบลูไรเซอร์เจ้าจู่โจมศัตรู การรุกคืบกองทัพ TSC ล้วนปรากฏต่อสายตาของเรเน่ที่อยู่ในห้องบัญชาการโดยตลอดถึงแม้สภาพการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าทัพของเธอกำลังเสียเปรียบแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวหรือเสียขวัญแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอกำลังยิ้ม... แม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่เอาจสังเกตเห็นได้โดยง่ายแต่เธอก็กำลังยิ้มอยู่

"ยานรบของศัตรูตีฝ่าวงล้อมออกมาได้ลำหนึ่ง กำลังพุ่งตรงมาหาเราด้วยความเร็วสูงครับ!!!"

"อย่างนี้นี่เอง.......ช่างเป็นแผนการบุกที่หาญกล้ายิ่งนัก ได้ฉันขอรับคำท้า.... สกัดมันเอาไว้ หน่วยคุ้มกันฐานทัพออกปฏิบัติการได้ เตรียม
เดินเครื่อง 'เกราะทับทิม' "

ผบ.หญิงแห่งบอนล์ยังคงบัญชาการรบอย่างสุขุม รอยยิ้มเล็ก ๆ ค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นบนใบหน้าที่แสนจะเปี่ยมความมั่นใจนั้น ยานเรดบึ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ปืนใหญ่อัศนีแดงยังคงสงบนิ่งราวกับเป็นงานประติมากรรมที่ไร้พิษสงแต่การสกัดกั้นจากเบื้องล่างและทางอากาศเริ่มทะยอยกันถาโถมเข้ามาแล้ว

"กราวิตี้มิลเลอร์ ทำงานได้!!!" 

ห่ากระสุนและมิซายส์จากปืนกลต่อต้านอากาศยานและหุ่นรบที่พุ่งตรงเข้ามาขัดขวางปะทะเข้ากับสนามพลังป้องกันของยาน บังเกิดเป็นเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวันไหว ยานทั่งลำสั่นสะท้านเพราะการโจมตีแต่ทว่าก็ไม่อาจจะยับยั้งการบุกทะลวงของยานเรดเอาไว้ได้ เทพธิดาสีแดงยังคงบินฝ่าไปอย่างไม่ครั่นคร้าม

"บุกไปได้เลยแม่กัปตัน พ่อกุนซือ คืนนี้สนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลย"

เอลพูดขึ้นหลังจากชำเลืองมองเห็นยานเรดกำลังตะบึงไปราวกับรถด่วนขณะที่เนวาน่าปักคอมแบตไนฟ์เข้าใส่ผู้เคราะร้ายแล้วถอนมันออกมาพร้อมเหวี่ยงร่างที่แน่นิ่งเข้ากระแทกใส่เครื่องอื่นจนกระเด็นออกไป เอลยิ้มเผยคมเขี้ยวสีขาวออกมา อสูรสีฟ้าไม่รอช้ากระโดดเข้าตะครุบร่างที่ล้มลงแล้วฉีกมันออกด้วยมือเปล่า ศัตรูที่หมายจะจู่โจมเขานั่นต่างชะงักไปเนวาน่ากระโดดขึ้นสู่งท้องฟ้าโดยมีดวงจันทร์ยามราตรีทอประกายเป็นฉากหลังแล้วก่อนจะปาชิ้นส่วนที่ติดมือมาเข้าใส่เป้าหมายหนึ่งจนเสียหลัก กำปั้นเหล็กของเนวาน่าอัดเข้าที่หน้าอกของเป้าหมายอย่างจังแรงกระแทกปริมาณมหาศาลอัดจนโครงสร้างลำตัวของจาโปรน่ายุบลงไปจนหารูปเดิมไม่เจอ คู่ต่อสู้หมดสภาพล้มลงไปนอนกองกับพื้นไม่เคลื่อนไหวใด ๆ อีกเลย ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปทำลาย ระบบต่อต้านอากาศยานที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วยพละกำลังที่เหลือเฟือ

ทางด้านปีกขวา ไวท์แอสคอร์ทยังคงบุกทะลวงต่อไปพร้อมกับการรุกคืบเข้าไปของหน่วยแวนการ์ด ขณะเดียวกันทางด้านของรัตน์ก็ต้องรับมือกับหน่วยป้องกันที่ออกมาจากฐานทัพพร้อมกับพวกที่แนวป้องกันที่โอบล้อมเข้ามา

"โผล่มากันให้พรึบอย่างกับผึ้งรังแตกแบบนี้มันก็รับมือยากเหมือนกันนะ..."

รัตน์กล่าวขณะเสียบอาคาน่าฟัลชิอ้อนทะลุกลางลำตัวของแอสซอลท์จาโปรน่าพร้อมกับใช้มันเป็นโล่ห์รับลำแสงบีมที่ยิงเข้ามาก่อนจะถอยหนีออกมาหาที่กำบัง แวนการ์ดเครื่องหนึ่งถูกยิงอัดกลางลำตัวล้มลงแน่นิ่งต่อหน้าต่อตาของคาริส เด็กหนุ่มได้แต่กัดฟันแน่นก่อนจะยิงลำแสงสวนกลับไปใส่ดีฟอลจาโปรน่าที่หลบเข้าที่กำบังไป ลำแสงสีทองพุ่งโค้งเข้าเป้าราวกับมีชีวิตก่อนทำลายศัตรูจนกลายเป็นเพียงเศษเหล็ก ทว่าในตอนนั้นเองก็มีลำแสงบีมจำนวนมากพุ่งออกมาจากช่องกำแพงที่เป็นรูโหว่เล่นเอาพวกของรัตน์ต้องรีบหาที่กำบังกันแทบไม่ทัน คาริสบังคับโกลด์ซาเวียหลบการโจมตีแต่ทว่าจู่ ๆ ความผิดปรกติบางอย่างมันก็เกิดขึ้น

"เมื่อตะกี้นี้...... ริโค่...."

เด็กหนุ่มอดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้หลังจากพอแพนเซอร์ของตนหลบหนีออกมาจากวิถีลำแสงได้ เขาจ้องมองไปที่เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา เธอมีสีหน้าไม่สู้ดีนักมีอาการหอบหายใจออกมาเป็นระยะ ๆ พร้อมกับมีเหงื่อไหลซึมออกมาจากบริเวณหน้าผากมากกว่าปกติเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังอ่อนแรง ความผิดปกติที่คาริสรู้สึกได้เมื่อครู่นี้คือ โกลด์ซาเวียมีการเคลื่อนไหวที่สะดุดไปมันไม่ยอมยิงพลังโจมตีออกไปตามที่เขาคิดเคราะห์ดีที่บาเรียรับการโจมตีเอาได้ เขาจึงไม่ได้รับความเสียหายแต่เมื่อสังเกตพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของโกลด์ซาเวียในเวลานี้ค่อนข้างผิดปกติกว่าที่ควรเป็นอย่างมาก

"ไม่เป็นไร ฉันยังไหวค่ะ...." ริโคริสยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ คาริสรู้ดีว่าเธอกำลังฝืนตัวเองอยู่สภาพร่างกายเธอตอนนี้เรียกได้ว่าอ่อนแรงเกิน
กว่าจะทำศึกที่ยืดเยื้อ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังคงพยายามกัดฟันทนมาตลอด

"ปิดบาเรียลงเถอะริโค่ ปรับพลังงานกลับมาที่ส่วนกลางส่วนเดียว"

คาริสกล่าวพลางพับพลาสสติน่าไฮเปอร์แคนน่อนด้านขวากลับเข้าข้างเอวพร้อมหยิบพลาสสติน่าเซเบอร์ออกมาถือเอาไว้เป็นเวลาเดียวกับที่ยานเรดพุ่งผ่านบริเวณนี้ไปพอดีเช่นกัน อาคาน่าซาก้าและโกลด์ซาเวียต่างแหงนมองดูเทพธิดาสีแดงที่กำลังทะยานผ่านท้องฟ้ายามราตรี

"มัวแต่เสียเวลาตรงนี้ไม่ได้แล้วสินะ...บุกทะลวงเข้าไปเลย!!!" นักบินหน้าตายประจำอาคาน่าซาก้า ออกคำสั่งกับพรรคพวกที่อยู่รอบ ๆ ก่อนจะทะยานออกจากที่กำบังพุ่งตรงเข้าหาศัตรูอย่างไม่ครั่นคร้าม

"พยายามเข้านะคะ ขอให้พระแม่โปรดคุ้มครองทุก ๆ คนด้วยเถิด เวลานี้ฉันทำได้แค่นี้เท่านั้น"

ริโคริสกุมมืออธิฐานพลางเอ่ยอย่างแผ่วเบาก่อนจะปรับระบบของโกลด์ซาเวียไปตามที่คาริสบอก หุ่นรบสีทองกลับสู่สมรภูมิอีกครั้งตามซาก้าและแวนการ์ดที่บุกทะลวงนำหน้าไปก่อนแล้ว ยานเรดยังคงดิ่งไปอย่างไม่หวั่นเกรงกองกำลังป้องกันภายในฐานทัพเริ่มดาหน้าเข้ามาหยุดยั้งพวกเขาปริมาณศัตรูที่มากมายจนลานตาสร้างความหวั่นเกรงให้กับนักบินของแวนการ์ดผู้หนึ่งอย่างมาก

"ระ...เราจะชนะได้ไงกัน? จำนวนต่างกันขนาดนี้.....นี่มันบ้าชัด ๆ " นักบินของแวนการ์ดผู้หนึ่งพูดขึ้นหลังเห็นจำนวนศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา

"ต้องชนะครับ" ลูคัสตระโกนลั่น ดูท่าว่าออร์เฟอุสจะเปิดระบบสื่อสารเข้ากับทุกเครื่องเพื่อสั่งการอีกต่อเลยทีเดียว

"ถ้าคิดว่าแพ้ พวกเราก็จะแพ้เพราะฉะนั้นต้องคิดว่า 'ต้องชนะ' เท่านั้นครับ!!"

ร่างสีดำทมิฬภายใต้เงาราตรีของนักกวีสีเงินยังคงปักหลักอยู่หลังสะพานเดินเรือซึ่งเป็นจุดอับของเรดกาแลคเซียฯ ที่เปิดกราวิตี้มิลเลอร์เพียงแค่ด้านหน้าแล้วยิงป้องกันไปตาความสามารถทั้งหมดที่มี ด้วยสภาพที่ต่อสายพลังงานออกมาจากยานโดยตรงแบบนี้ทำให้พลังงานของออเฟอุสมีเหลือเฟือ สกายไลน์จาโปรน่าและกิร่าโดสที่บินเข้ามาทางหลังยานกว่าจะรู้ตัวว่าต้องเจออะไรก็สายไปเสียแล้ว

"ถ่ายเทพลังงานสองร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิงได้...."

ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเเสียงเรียบก่อนจะกดปุ่มลั่นไกบนคันบังคับลำแสงขนาดใหญ่สองสายจะสาดส่องไปสู่ฟากฟ้าเป็นทางยาวตัดผ่านความมืดประหนึ่งเป็นดาบแสงขนาดยักษ์นั้นกวาดศัตรูที่หมายเข้ามาจู่โจมหายไปหมดสิ้น แต่ด้านหน้าของเรดกาแลคเซียที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงยังมีขบวนของศัตรูขวางเอาไว้อยู่

"หน่วยเรจไวเวิร์น ออกปฏิบัติการได้!!!"

กัปตันสาวออกคำสั่งอย่างฉับไวคาร์วาเลียคัสอตอมและคาร์วาเลีย Hi Mobility พุ่งทะยานออกไปจากตัวยานโดยมี คาร์วาเลีย Long Range เปิดฉากยิงกรุยทาง ส่วน คาร์วาเลีย SES ยังคงคอยระวังหลังเช่นเดิมคาวาเลียร์คอสตอมบินโฉบเฉี่ยวหลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่วก่อนจะหลบฉากให้คาวาเลีย Hi Mobility กระหน่ำปืนกลอัดใส่จนกิราโดสที่เป็นเป้าหมายเสียจังหวะ ช่วงเวลานั้นเองดาบที่อาบบีมไว้ทั่วก็แทงเข้ากลางหลังศัตรูกิราโดสที่อยู่ตรงหน้า

"Blaster Serenade!!!"

เอ็กซ์กู่ร้อง แพ็คหลังของกิราโดสระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และร่วงลงสู่พื้นดินแต่อัศวินสีส้มยังคงพุ่งเข้าต่อตีกับศัตรูที่กำลังดาหน้าเข้ามาด้วยดาบที่อาบอนุภาคบีมไว้จนทั่วนั้น คาร์วาเลีย SES และ คาร์วาเลีย Long Range ร่อนลงพื้นดินเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนปล่อยให้ยานเรดพุ่งทะยานต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 26, 2010, 08:35:41 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #93 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2010, 08:29:43 PM »

ทางด้านของฟาลินที่ทำหน้าที่ยิงสนับสนุนอยู่นั้นสถานการณ์ยังตึงเครียดพอ สมควรยานรบของ TSC ถูกยิงตกไปสองลำแล้วลำที่เหลือก็ยังคงกัดฟันสู้แม้บางลำจะมีสภาพจะยับเยิน เต็มทีแล้วก็ตาม ในตอนนั้นฟาลินมองเห็นหุ่นรบสีน้ำเงินเครื่องหนึ่งบินไปบินมาฟาดฟันหุ่นรบ ของศัตรูผ่านสโคปเล็งเป้าของ LLS มันทำให้เธอคิดถึงเนวาน่า และเมื่อนึกถึงเนวาน่าก็ต้องนึกถึงเอล... เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ผ่านระบบมองภาพของหุ่น แต่ก็ไม่พบสิ่งเธอตามหา

"ป๊ะอ้ะ~~!  ไปเล่นไม่บอกเลย~~!! "

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงงอน ๆ เธอกระโดดออกจากจุดที่อยู่เดิมและกระโดดลงจากยานที่เธอปักหลักอยู่เธอคิด เพียงแค่ว่าจะไปสมทบกับป๊ะป๋าขอเธอโดยไวประจวบเหมาะกับในตอนนั้นเองลำแสงบี มจากกิราโดสก็ยิงมาตรงนั้นพอดี ถ้าหากเธอพา LLS หลบออกมาช้าไปซัก 2-3 วินาทีล่ะก็เธอคงจะโดนเต็ม ๆ เป็นแน่ แต่ฟาลินไม่ได้สนใจเธอเล็งปืนไปที่กิราโดสเครื่องนั้นแล้วลั่นไกยิงทะลวง กลางหัวทะลุออกหลังอีกฝ่ายอย่างง่ายดายขณะหุ่นพุ่งขึ้นไปยืนบนยานอีกลำหนึ่ง

เมื่อเธอขึ้นไปสูงกว่าเดิมเธอก็เริ่มเห็นสมรภูมิเบื้องล่างที่เต็ม ไปด้วยร่องรอยจากการบุกตะลุยของพวกปะป๋าของเธอ การบุกเข้าตะลุยดาหน้าชนกับกองทัพที่ดูยังไงก็น่าจะเกินร้อยเครื่องในขณะที่ เหล่าปืนต่อต้านอากาศยานและหุ่นยนต์ของฝ่ายตรงข้ามยังคงกระหน่ำยิงเข้าใส่ เรดกาแลกเซียแองเจิลไม่หยุด ในขณะนั้นเหล่าพี่ ๆ ของเธอก็ต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อเปิดทางให้แก่ยานรบลำนี้ฟาลินพา LLS กระโจนทะยานขึ้นไปบนปีกยานทางด้านซ้ายให้พอมีที่กำบังสำหรับเธอ พลางวางปืนยาวเข้ากับแนวปีกยานตั้งมุมเชิงนั่งไว้เล็กน้อยเพื่อจัดมุมให้ เข้าที่ก่อนเปิดลำกล้องซุมระยะไกลเพื่อที่เธอจะสามารถมองเห็นเป้าหมายใน พิสัยที่ไกล ขึ้นไปอีกมากมายหลายไมล์ได้

" ป๊ะอยู่หนาย~~~ "

เธอ พยายามกวาดสายตามองหาป๊ะป๋าของเธอแต่ไม่ทันไรกระสุนปืนใหญ่และมิสไซล์ก็สาด เข้าหายานที่เธออยู่

 "อี๊~!? แมลงวัน!! "

เธออุทานออกมา ด้วยความรู้สุกขยะแขยงมันชอบกลพลางผายมือหนึ่งข้างออกไปเบื้องหน้าด้วยระบบ ตอบสนองอัตโนมัตินั้นหุ่นของเธอได้กระจายคลื่นแจมเมอร์กว้างออกไปใน ระยะที่พิเศษยิ่งขึ้นทำให้เหล่ามิซายด์นำวิถีทั้งหลายเฉทิศทางออกไปทั้งหมด หลังจากที่มิสซายส์ผ่านไปเหล่าหน่วยรบกลางเวหา สกายจาโปรน่าและเคลจาโบรที่อยู่บนพื้นดินก็ยิงเข้าใส่ยานรบที่เธออยู่ ฟาลินนั้นรู้สึกตัวว่าที่นี้นั้นความสามารถของการพรางตัวในสงครามของเธอนั้น ดูไม่มีประโยชน์เลยการอยู่บนยานลำนี้ดุจว่าเธอเป็นเพียงแค่ป้อมปืนระยะไกล เท่านั้น

"จิ๊~!  อย่ามายิงพวกเค้านะ~!! "

เธอสบถทิ้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนระเบิดกระสุนหนึ่งนัดเน้น ๆ เจาะทะลวงเจ้าตัวบนฟ้าตรงหน้าเธอไปหนึ่งเครื่องอย่างแม่นยำแต่ถ้ายังมี เครื่องอื่นเหลืออยู่มันก็คงไม่มีผลดีเป็นแน่เธอซัลโวกระสุนอีกหนึ่งนัด อย่างแม่น ๆ แต่มันก็มีตัวที่หลบหลีกได้อย่างรวดเร็วก่อนพร้อมยิงบีมตอบโต้อย่างดุเดือด แม้ LLS จะติดฟิลด์ป้องกันกระสุนพลังพลังงานแต่มันก็สร้างความหวาดเสียวให้แก่ฟาลิ นน่าดูการโจมตีใส่ยานก็ยิ่งดุเดือดจัดขึ้นเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเก็บ พวกมันให้มากที่สุดก่อนมันจะพังบ้านของเธอ

เธอจะไม่ยอมให้เซ็นส์ของ เธอพลาดเป้าแต่อย่างใด สไนเปอร์ความเร็วสูงหนึ่งนัดหนึ่งศพหรือหลายศพในทางตรงของเธอต้องไม่สูญ เปล่าจากที่มันระดมยิงถี่ ๆ ไม่ได้นั่นเอง  พลอยก็ได้สลัดปลอกกระสุนออกไปหนึ่งนัด หางตาเขม่นอย่างมาดมุ่งพลันก็ได้ซัดออกไปอีกนัดอย่างหนักหน่วง เพื่อที่เธอจะได้เตรียมระดมยิงทีละนัดในลักษณะเดียวกันนี้

ขณะเดียว กันทางด้านของหน่วยเรจไวเวิร์นที่กำลังต้านทานศัตรูอย่างหนักหน่วง คาร์วาเลีย Hi Mobility ซัลโวกระสุนปืนกลจนหมดเกลี้ยงทั้งสองกระบอก แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นศัตรูที่พุ่งเข้ามาได้ สกายไลน์จาโปรน่าเครื่องนั้นถูกปืนกลยิงจนหัวพังเละแต่ถึงแม้นจะเหลือแขน เพียงข้างเดียวก็ยังคงถลาเข้ามาอย่างไม่สนใจ

"เยอะเกินไปแล้ว!"

มิ เกลโวยวายพลางดึงเครื่องหลบการโจมตีและสวนกลับอย่างฉับไวด้วยวิงไวด์เดอร์ ก่อนจะทำการโหลดกระสุนปืนกลทั้งสองกระบอกและกระหน่ำปืนคู่เข้าใส่ศัตรูที่ ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ว่างเว้น อัลบาและดอลลี่เองก็ประสบกับปัญหาไม่ต่างกัน คาร์วาเลีย SES ทิ้งปืนสไนเปอร์ไปพลางหยิบปืนกลขึ้นมายิงสกัดกั้นศัตรูที่รุกเข้ามา สกายไลน์จาโปรน่าโฉบเข้าโจมตีด้วยบีมเบลดเธอรีบใช้ดาบออกมารับการโจมตีเอา ไว้ได้อย่างเฉียดฉิวแต่ดาบโลหะของคาวาเลียไม่อาจต้านทานดาบลำแสงได้มันจึง ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนในเวลาไม่นาน  คาร์วาเลีย SES ผงะถอยหลังไปเล็กน้อย สกายไลน์จาโปรน่าไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปมันพุ่งเข้าใส่พร้อมเงื้อบี มเซเบอร์หวังจัดการเครื่องของเธอ ซ้ำสองแต่ทว่า

โครม!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียง อัดกระแทกดังสั่น คาร์วาเลีย Hi Mobility พุ่งเข้ามาชนมันออกไปก่อนจะถอยฉากให้คาร์วาเลีย Long Range กรอกกระสุนปืนใหญ่จากไหล่ทั้งสองข้างเข้าเต็มกลางลำตัวจนมันระเบิดไป

"เป็น อะไรไหมดอลลี่!!!?"

มิเกลร้องถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะบินลงโฉบเคล จาโปรที่ตั้งป้อมอยู่ที่พื้นแล้วกราดแมชชีนกันทั้งสองใส่อย่างต่อเนื่อง ดอลลี่เองไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้าให้ผ่านทางมอนิเตอร์

"บุกทะลวงมัน เข้าไป อย่าแตกกระบวน เราต้องรีบตามยานเรดไปให้เร็วที่สุด!!"

หัว หน้าหน่วยมังกรคลั่งประกาศก่อนจะหักหลบลำแสงที่พุ่งเข้ามาแต่กลับมีอีกนัด ตามมาติดๆ คาร์วาเลียคอสตอมพลิกหลบได้แต่ก็เฉียดปีกไปเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เสียสมดุลไป เหมือนกัน เอ็กซ์รีบบังคับเครื่องให้กลับมาตั้งหลักอย่างรวดเร็วก่อนจะยิงไททันมิส ซายส์สวนไปชุดหนึ่งพร้อมกับเร่งเครื่องปราดเข้าหาเป้าหมายเพื่อจู่โจมซ้ำ  ทว่าศัตรูกลับหักหลบมิซายส์ทั้งหมดได้อย่างหมดจดก่อนจะบินเข้าปะทะกับคาร์วา เลียคอสตอม

วูบ!!! เปรี้ยง!!!!!!!!!!

ดาบเหล็กที่อาบไปด้วย ลำแสงบีมฟาดฟันเข้ากับบีมเบลดขนาดใหญ่ ประกายแสงและเสียงสปาร์คของพลังงานที่ปะทะกันดังก้องในความมืด หุ่นยนต์เครื่องนี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในสนามรบที่ผ่าน ๆ มา มันคือหุ่นรบที่เหนือกว่าจาโปรน่า ซูโปรน่า

"หนอย!!!"

ทหาร ผู้มากประสบการณ์แห่งดัลลิอาต้ารีบพาเครื่องของตนผละออกจากการวัดพละกำลัง พร้อมกดยิงปืนกลข้างเอวสวนกลับไปทันที แต่ซูโปรน่าสีขาวก็เร่งเครื่องเข้าหาพร้อมกับยกโล่ห์รับกระสุนปืนกลเอาไว้ ได้อย่างหมดจด ก่อนจะหวดบีมเบลดเข้ามาที่สีข้างของคาวาเลียคอสตอม โชคดีที่เอ็กซ์เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วเขาถึงพาเครื่องบินขึ้นไปสูงกว่าศัตรู เล็กน้อยเพื่อหลบการโจมตี และฟาดดาบคู่กายฝ่าลงมาที่หัวของซูโปน่า แต่โล่ห์ของฝ่ายนั้นก็ทำงานได้ดีมันหยุดการโจมตีของคาวาเลียคอสตอมเอาไว้ได้ ก่อนจะแทงบีมเบลดสวนออกมา

"ผู้ฝูงเอ็กซ์!!!"

ลูกหน่วยทั้ง สามตระโกนอย่างพร้อมเพรียงขณะที่เห็นการจู่โจมนั้น คาร์วาเลียคอสตอมถอยฉากออกมาได้ทันก่อนจะซัลโวไททันมิซายส์ออกไปอีกชุดหนึ่ง ซูโปรน่าจึงถอยฉากออกไปพลางยิงบีมไรเฟิลเข้าใส่สามสี่นัด สองนัดแรกยิงข้ามไหล่ของคาวาเลียร์คอสตอมไป นัดที่สามนั่นถูกหลบได้โดยเจ้าตัวส่วนนัดสุดท้ายถูกดาบที่อาบบีมเอาไว้ฟัน ปัดออกไป

"ไม่ต้องสน!! ทำตามแผนต่อไป"

เอ็กซ์สั่งลูกทีม พลางบินโฉบลงมาบริเวณพื้นด้านล่างฟาดฟันป้อม SAM ที่กำลังยิงไล่หลังยานเรดอยู่จนพังพินาศโดยยังมีซูโปรน่าและสกายไลน์จาโป รน่าไล่ตามหลังไปไม่ห่างมากนัก

"ระ....รับทราบ"

มิเกลรับคำ แบบไม่ค่อยจะเต็มใจนักก่อนจะเริ่มบินทำลายระบบต่อต้านอากาศยานในฐานพร้อม ๆ กับหาจังหวะยิงช่วยหัวหน้าทีมของตน ดอลลี่กับอัลบาก็เช่นกัน หน่วยเรจไวเวิร์นยังคงต่อสู้ต่อไปท่ามกลางวงล้อม ด้วยความพยายามของเหล่าสหายร่วมรบยานเรดพุ่งทะยานเข้าใกล้เป้าหมายทุกขณะและ ในที่สุด

"เรดกาแลคเซียเข้าใกล้ระยะยิงแล้วครับ!!"

เสียง รายงานจากโอเปอร์เรเตอร์คนหนึ่งภายในกองยาน TSC ที่กำลังต่อสู้กับศัตรูอย่างสุดกำลังกล่าวรายงานสถานการณ์ปัจจุบันให้ทราบ ความหวังอันริบหรี่ที่จะได้ชัยชนะจากศึกนี้ของพวกเขาจะเป็นจริงได้ทันทีหาก ทำลายป้อมปืนนี้ได้โฉมหน้าของสงครามจะถูกพลิกราวกับโอโทโร่หงายหน้าจากดำ เป็นขาวเพราะงั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันวัดกันที่การลั่นไกครั้งนี้แหละ

"ชาร์ พลังงานบีมแคนน่อน! บีมโฮล!  เตรียมยิงได้ เป้าหมายคือป้อมปืนอัศนีแดง!!!"

แบ ตเทิลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กัปตันตะโกนสั่งการลั่นพลางลุกขึ้นชูพัดไปข้าง หน้าด้วยความมุ่งมั่น แผนการนี้ ความหวังทั้งหมดอยู่ตรงนี้ เธอจะพลาดไม่ได้พวกเธอจะแพ้ไม่ได้ เหนือสนามรบ กระสุนจำนวนรับไม่ถ้วนพุ่งใส่ร่างเทพธิดาราวห่าฝน พวกมันกระทบเข้ากับม่านพลังของนางฟ้าเบื้องบนนั่น แต่ว่าเรดก็สั่นสะเทือนไปทั้งลำเช่นกัน หน่วยแวนการ์ดกระโจนลงสู่พื้นดินเพื่อหยุดยั้งการโจมตีอย่างเร่งด่วน

"เรา จะจบมันลงที่นี่เดี๋ยวนี้ ตรงนี้!" แบตเทิลรำพึงรำพันอยู่ในใจก่อนจะยกพัดขึ้นเหนือศีรษะ

"ตรวจจับ พลังงานแรงสูงได้จากยานแม่ของศัตรู พวกนั้นกำลังจะโจมตีอัศนีแดงแล้วครับ!!"

นายทหารในศูนย์บัญชาการของฐานทัพบอนล์รายงานสถานการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก แต่ผบ.หญิงแห่งบอนล์กับไม่มีท่าทีวิตกแต่อย่างใด เธอลุกขึ้นอย่างช้า ๆ พลางสะบัดแส้ม้าในมือไปเบื้องหน้า

"เดินเครื่องเกราะทับทิม!!"

อนุภาค เล็ก ๆ ค่อยรวมตัวกันหนาแน่นส่องสว่างอยู่ภายในปากกระบอกบีมแคนน่อนที่กราบยานทั้ง สองข้างและบีมโฮลที่ประทับอยู่ตรงใจกลางของยาน เรดกาแล็คเซียแองเจิ้ลเคลื่อนตัวเข้าใกล้ป้อมปืนอัศนีแดงทุก ๆ เสี้ยววินาที กุนซือหนุ่มมองดูระยะหวังผลผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์ของออร์เฟอุสอย่างใจจดจ่อ

"เข้าระยะยิงแล้วครับ!!!" ลูคัสที่อยู่ในออร์เฟอุสส่งสัญญาณให้กับกัปตันสาวผู้กำลังจะชี้ชะตาให้กับ ค่ำคืนนี้

"ยิงได้!!!!"

แบตเทิลสั่งการอย่างสุดเสียงที่เธอ มี กราวิตี้มิลเลอร์ถูกปลดลงพร้อมกับการยิงปืนใหญ่ทั้งหมดของเรดกาแลคเซียแอ งเจิล สายฟ้าจากนางฟ้าสีแดงพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายอย่างไร้ความลังเล ลำแสงสามสายผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเส้นมโหราฬ ทะยานเข้าปะทะกับป้องปืนที่เด่นตระหง่านตรงหน้า

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!


เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทแสงสว่างวาบสาดส่องไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี ค่ำคืนนี้นางฟ้าจะยิ้มให้กับใครกัน?

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ยังมีต่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 26, 2010, 08:35:14 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #94 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 08:10:09 PM »

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night (ต่อ)

แสงสว่างที่สาดกระจายไปทั่วทุกสารทิศขจัดความมืดมิดในยามราตรี แต่แสงนั้นก็เจิดจ้าเกินไปทำให้ไม่อาจมองเห็นเบื้องหน้าได้เช่นกัน ผู้คนในสนามรบต่างเพ่งเล็งไปยังแสงสว่างอันเจิดจ้านั้นทำให้ช่วงวินาทีนั้นราวกับเวลาในสนามรบได้ถูกหยุดลง คลื่นสั่นสะเทือนขนาดใหญ่กระแทกออกไปรอบทิศส่งผลให้ยานเรดโคลงเคลงราวกับกำลังตกหลุมอากาศ ฝั่งผู้มีชัยส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจทว่าเอลฮาวล์กลับไม่รู้สึกว่ายินดีแม้แต่นิดเดียว สัญชาติญาณของเขาบอกถึงอันตรายที่กำลังจะมาเยือนเมื่อแสงสว่างนั่นค่อย ๆ ลดความเจิดจ้าลง สิ่งนั้นก็ปรากฏขึ้น

"......บ้า....บ้าน่า.............."  

แบตเทิ้ลอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อจะเชื่อกับความจริงที่เกิดขึ้น สิ่งที่ปรากฏออกมาหลังจากแสงนั้นหายไปป้อมปืนอัศนีย์แดงยังคงตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิมโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ อนุภาคลำแสงสีชมพูอ่อน ๆ ที่สานต่อกันราวกับเป็นผลึกทับทิม

"แบตเทิล!! ยิงอีกชุด!!!"

ลูคัสตะโกนลั่นขึ้นมาภายในคอกพิตออร์เฟอุสด้วยความตกใจกับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิด แต่ถึงกระนั้นจะหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ได้เขารีบกระโดดไปบนดาดฟ้าของสะพานเดินเรือ พร้อมกับเริ่มประจุพลังงานให้กับปืนลันเชอร์ที่ถืออยู่ทั้งสองกระบอก

"ยิงได้!!!!"

กัปตันสาวสั่งการอย่างฉับไวพร้อมกับการกดลั่นไกของกุนซือหนุ่ม ความพิโรธของนางฟ้าแดงผนวกกับความเกรี้ยวกราดของนักกวีสีเงินถูกปลดปล่อยไปพร้อม ๆ กันลำแสงทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ป้อมนั่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ม่านพลังนั้นก็ทำหน้าที่ดุจปราการเหล็กกล้าคอยพิทักษ์สิ่งที่อยู่ภาย บีมจากยานเรดและออเฟอุสค่อย ๆ อ่อนกำลังลงจนสลายไปในที่สุดแต่สนามพลังนั้นยังคงอยู่ดีดังเดิมเมื่อการโจมตีถึงสองครั้งสองคราประสบความล้มเหลวความเสี่ยงก็เพิ่มมากขึ้น

"หึหึหึ....ศึกครั้งนี้พวกเราชนะแล้ว สอยยานแม่ของพวกมันลงมาเลย!!!"

เรเน่ยิ้มอย่างผู้มีชัยพลางออกคำสั่งให้เผด็จศึกคู่ต่อสู้โดยเร็ว ห่ากระสุนเริ่มถาโถมเข้าใส่ยานเรดที่มีเพียงสนามพลังป้องกันอยู่เพียงเบาบางเท่านั้น

"คุ้มกันยานเรด เตรียมประจัญบานภาคพื้นดิน!!!"

ลูคัสรีบสั่งการพลางกดปุ่มปลดสายเชื่อมต่อกับออเฟอุสทั้งหมดออกพร้อมกับเปิดท่อยิงมิซายส์ที่ขาและสับไกยิงอย่างไม่ลังเล มิซายส์ทั้งหมดที่มีถูกซัลโวออกพุ่งเข้าจู่โจมเป้าหมายบนภาคพื้นดิน เสียงระเบิดที่ดังก้องพร้อมแสงไฟสว่างวาบทำลายป้องปืนและหุ่นยนต์ที่อยู่บริเวณนั้นไปได้พอสมควร อาคาน่าแวนการ์ดกระโดดลงสู่ภาคพื้นดินและเริ่มทำตอบโต้ศัตรู

"ส่งพลังงานทั้งหมดไปที่ปืนใหญ่ เตรียมการยิงอีกครั้ง!!" แบตเทิลร้องสั่งการ

"กัปตันครับกราวิตี้มิลเลอร์ถึงขีดจำกัดแล้วนะครับ ถ้าโอนถ่ายพลังไปล่ะก็!!........." เจ้าหน้าที่นายหนึ่งตระโกนบอกถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

"ช่างมัน!!!! ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องทำลายมันให้ได้!!"

กัปตันหญิงไม่ลังเลที่จะเสี่ยงชีวิตพลังงานทั้งหมดของยานเรดฯถูกส่งไปที่ปืนใหญ่กราวิตี้มิลเลอร์หยุดทำงานลงแล้ว ณ เวลานี้ยานเรดกาแล็คเซียแองเจิ้ลอยู่ในสภาวะไร้การป้องกันสิ้นเชิงแล้ว ขณะที่พลังงานกำลังถูกชาร์จจนเกือบเต็มที่แล้วนั้น

ปี๊บ!!!!! ๆ ๆ ๆ ๆ

ระบบเตือนของออเฟอุสดังรัวขึ้น เซ็นเซอร์จับปฏิกิริยาพุ่งเข้ามาของพลังงานแรงสูงได้จากระยะไกล ลำแสงสีแดงเข้มจำนวนหลายเส้นพุ่งตรงเข้ามาหายานเรดจากทางด้านขวาของยาน

"พลังงานแรงสูงกำลังพุ่งตรงมาทางกราบขวาครับ!!!!"

"หลบเร็วเข้าสิ!!!"

"ไม่ไหวครับไม่ทันแล้ว!!!"

แบตเทิลมองภาพตรงหน้าด้วยใจเต้นระรัว ลำแสงสีแดงสดมันสะท้อนออกมาจากนัยน์ตาของเธอขณะที่พุ่งตรงมายังสะพานเดินเรือ ดวงตาทั้งสองปิดลงเพื่อรอรับชะตากรรม

บรึ๊มมมมมมมม!!!!! บรึ๊มมมมมมมม!!!!! บรึ๊มมมมมมมม!!!!! บรึ๊มมมมมมมม!!!!! บรึ๊มมมมมมมม!!!!! บรึ๊มมมมมมมม!!!!!


"กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!!!!!!"  

สาวหญิงกรีดร้องราวกับโดนถอนปีกออกทั่วทั้งสะพานเดินเรือสั่นสะเทือนไปทั่ว เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทพร้อมกับเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาจากจุดที่ถูกโจมตีกราบขวายานได้รับความเสียหายอย่างหนักห้องเครื่องยนต์และโรงเก็บได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงแต่จุดหนึ่งเป็นเป้ามากที่สุดและถูกลำแสงยิงอัดไปถึง 4 ครั้งแต่กลับยังคงสภาพดีอยู่ได้จุดนั้นก็คือสะพานเดินเรือนั่นเอง แบตเทิลลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ หลังจากแรงสั่นสะเทือนหยุดลงภาพแรกที่เธอเห็นคือความมืดมิด แต่เมื่อเพ่งมองมันดี ๆ แล้วมันคือหุ่นยนต์... ด้านหลังของหุ่นยนต์เครื่องหนึ่งยืนบังสะพานเดินเรือเอาไว้

"........ตาแว่น........นี่นาย........." แบตเอ่ยนามเปรียบรูปลักษณ์ของนักบินผู้นั้นอย่างแผ่วเบาขณะที่ยานเรื่องเสียสมดุลการทรงตัว

"....โชคดีนะครับที่หมดแค่นี้ ถ้าโดนอีกนัดหนึ่งผมก็คงต้านเอาไว้ไม่ไหวเหมือนกัน......แต่ตอนนี้ปัญหาคงไม่ใช่เรื่องนั้นแล้วนะครับ....."  

ลูคัสเอ่ยพลางกดปุ่มบนคอนโซลอย่างรวดเร็วเพื่อปิดวงจรที่เสียหายจากการโจมตีเมื่อครู่นี้ ไหล่ทั้งสองข้างของออเฟอุสได้รับความเสียหายจนเกิดประกายไฟแล่บแปล็บ ๆ ออกมาเป็นระยะ ๆ ขณะที่ระดับความสูงของระดับเพดานบินกำลังลดต่ำลงทุกทุกขณะ.....

"นั่นสินะ..... บังคับยานให้ร่อนลงฉุกเฉิน!! รักษาระดับไปให้ถึงรันเวย์ข้างหน้า!! ทุกคนเตรียมรับแรงกระแทก!!!!"  

แบตเทิลสั่งการอย่างไม่หวั่นเกรงพร้อมกับรีบหาที่ยึดในทันควัน ออร์เฟอุสกระโดดออกจากยานเรดฯ พร้อมกับยิงตอบโต้กลับไปยังทิศทางที่แสงเหล่านั้นจู่โจมเข้ามา พลางใช้ปืนอีกกระบอกหนึ่งยิงกระจายลงไปใส่ศัตรูที่รวมกลุ่มอยู่ด้านล่างบริเวณรันเวย์ ยานเรดไม่อาจจะบินอยู่บนท้องฟ้าได้อีกต่อไปแล้วนางฟ้าสีแดงกำลังร่วงลงสู่พื้นทีละนิดท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เฟืองใหญ่ของแผนการนั้นพังทลายลงเสียแล้ว

"แบต....ขอให้ปลอดภัยทีเถอะนะ.."

ลูคัสพึมพำพลางมองดูยานที่กำลังร่อนลงไถลไปกับพื้นผิวรันเวย์ ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนร่อนลงถึงพื้นนั้นชายหนุ่มบังคับออร์เฟอุสให้ยิงเต็มกำลังใส่ป้อมที่สอยทุกอย่างที่จะขวางทางการลงจอดจนพินาจสิ้น แต่ทว่าป้อมปืนใหญ่ที่เป็นเป้าหมายหลักนั่นยังคงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอยู่ดี พลาด พวกเขาพลาดอีกแล้ว เขาพลาดอีกแล้ว นี่คือสิ่งที่กุนซือหนุ่มคิดอยู่ในใจ เขากัดฟันแน่นจนเลือดไหลซึมออกมาด้วยความเจ็บใจขณะที่เท้าของออร์เฟอุสย่ำลงบนพื้นอย่างแรง ขณะเดียวกันนั้นหน่วยเรจไวเวิร์นที่มองเห็นการร่วงหล่นของนางฟ้าแดงอย่างชัดเจนก็ได้เร่งทะยานฝ่าวงล้อมเพื่อมาช่วยเหลือแต่ทว่าการสกัดกั้นก็ช่างหนักหนาสาหัสเหลือเกิน

"เกะกะจริงเฟร้ย!!!! รั่วไปซะ รั่วไปซะ รั่วไปซร้า!!!"  

มิเกลสบถอย่างไม่สบอารมณ์ขณะรัวปืนกลคู่ใส่ศัตรูอย่างไม่ยั้งมือ แต่ศัตรูบางเครื่องก็หลบหลีกได้ไม่ยากและโจมตีสวนมาทั้งบืมและมิซาสย์ ทว่าคาร์วาเลีย Hi Mobility  ก็หลบหลีกได้อย่างอย่างคล่องแคล่วจนสามารถเข้าประชิดตัวจาโปรน่าเครื่องหนึ่งและใช้ Wing Wider เชือดแขนขวาของศัตรูขาดไป จังหวะนั้นเอง คาร์วาเลีย Long Range ก็อัดปืนใหญ่เข้าเต็ม ๆ รัก ขณะเดียวกันนั้นทางด้านของเอ็กซ์ ก็กำลังถูกซูโปรน่าสีขาวตัวหนึ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละ คาร์วาเลียคัสตอนบิดตัวกลับกลางเวหาพลางยิงปืนกลจากข้างเอวเข้าใส่เป้าหมายแต่กระสุนเหล่านั้นพลาดเป้า ซูโปรน่าเบี่ยงหลบได้อย่างไม่ยากเย็นพร้อมกับชักบีมเบลดออกมาฟาดฟันใส่

เปรี๊ยง!!!!!!!!!!!!!!!  

คมดาบอาบบีมปะทะกับบีมเบลดอย่างจังจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ เป็นระยะ

"พวกนายรีบไปคุ้มกันยานแม่ก่อน จัดการทางนี้เสร็จแล้วฉันจะตามไป!!!"

"รับทราบ!!!"

ลูกทีมของเอ็กซ์รับคำอย่างว่องไวและรีบพุ่งตรงไปยังจุดตกโดยด่วนในขณะที่ทั้งสองเครื่องยังวัดพละกำลังกันอยู่นั้นนักบินของซูโปรน่าสีขาวนั่นติดต่อเข้ามาหาเอ็กซ์

"สมแล้วที่เป็น ACE ของดัลลิอาต้า......แต่ ดูท่าว่าทางนายจะพลาดแล้วสินะ ส้มมรณะ เอ็กเฟอร์ ฟอน ไฮม์"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้นผู้หมวดเอ็กซ์เร่งเครื่องเจ็ตเทอร์ไบน์ของคาวาเลียร์เต็มแรงแล้วพร้อมกับปัดบีมเบลดของซูโปรน่าสีขาวให้เบี่ยงออกไปพร้อมกับถอยห่างออกมาเล็กน้อย

"ยังไม่จบหรอกน่า!!!! Plasma Radius!!!!!"

บีมที่ฉาบอยู่บนดาบของคาวาเลียคัสตอมถูกบีบอัดจนกลายสภาพเป็นดาบยาวพร้อมกับฟาดฟันไปตามแนวนอน ซูโปรน่ารีบยกโล่ห์ขึ้นรับอย่างทันท่วงทีแต่ทว่าในเวลานั้นเอง....

"Korona Blackout!!!!!!!!"

คาวาเลียคอสตอมพุ่งเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วพร้อมกับเตะอัดไปที่โล่ห์ แรงกระแทกที่เกิดขึ้นทำให้โล่ห์ของซูโปรน่าหลุดกระเด็นไปนักบินคนนั้นเดาะลิ้นทีหนึ่งก่อนจะชักบีมเบลดอีกเล่มมาถือเป็นดาบคู่เพื่อรับการโจมตีจากคมดาบอาบบีม

"เทคนิคการขับแบบนี้ นายก็เป็นคนของดัลลิอาต้าเหมือนกันไม่ใช่รึไง!!!" เอ็กซ์เอ่ยถามพลางบังคับคาร์วาเลียสับดาบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง

"คนเราย่อมมีเหตุผลของตนเอง ทหารแต่ละคนย่อมมีเหตุผลในการต่อสู้ของตัวเอง ฉันเองก็มีเหตุผลในการต่อสู้ของฉันเหมือนกัน!"

ซูโปรน่าสีขาวใช้บีมเบลดทั้งสองเล่มปัดป้องการโจมตีที่รุนแรงราวกับพายุบุแคมเอาไว้ได้ ก่อนฟาดดาบหมายปาดกลางลำตัวของคาร์วาเลียคอสตอมแต่พลาดไป เพราะเป้าหมายถอยหนีออกไปเร็วมาก ทั้งสองเครื่องตั้งหลักในเวลาไม่นานก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่กันอีกรอบ

"เพื่อเหตุผลนั่นถึงขนาดต้องทรยศประเทศแม่ของตัวเองเลยงั้นเหรอ!!!!"

ดาบของทั้งคู่ฟาดฟันกันหลายต่อหลายครั้ง เสียงช็อตเปรี๊ยะ ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ในขณะที่ทั้งสองฟาดฟันเข้าใส่กัน ผลัดกันรุกรับอย่างคล่องแคล่ว

"มันก็ไม่ต่างอะไรกับที่นายไปเข้าร่วมกับกองกำลังนั่นหรอกน่า... ถ้าดัลลิอาต้ายอมอ่อนน้อมหน่อยบอล์นก็ไม่บุกไปหรอก!!!”

บีมเบลดพุ่งเสียบถากสีข้างคาวาเลียร์สีส้มสดไปพร้อมทิ้งรอยความร้อนขนาดใหญ่เอาไว้ที่เกราะไหล่ เอ็กซ์กุมคันบังคับแน่นด้วยความตึงเครียด คาร์วาเลียคอสตอมตวัดขาเข้าใส่ที่บริเวณข้อต่อแขนของซูโปรน่าอย่างทันควันสร้างความเสียหายให้แขนข้างนั้นพร้อมกับเบี่ยงเสียบบีมเบลดเล่มนั้นจนเอียงออกไปก่อนจะแทรกตัวเข้าประชิดแล้วแทงดาบเข้าใส่เต็มกำลังเข้าบริเวณหน้าอกถากค็อทพิทของซูโปรน่าไปเล็กน้อยก็ยังไม่อาจถือว่าชนะได้

"คิดว่าการยอมตกอยู่ใต้การกดขี่ข่มเหงแบบนั้น เป็นเรื่องทื่ดีอย่างงั้นเหรอ!!?"

เอ็กซ์ตะคอกอย่างเกรี๊ยวกราดพร้อมกับเริ่มอัดบีมลงไปที่ดาบเพื่อจะระเบิดศัตรูแต่ทว่า......

".....แล้วแกคิดว่าเป็นแค่มดปลวก....จะล้มช้างได้เหรอ!!!?..."   ดาบของซูโปรน่าถูกดึงเข้าหาตัวเองหมายจะปาดไปที่เจ็ตเทอร์ไบน์

"หนอย!!!...."

เอ็กซ์ส่งเสียงด้วยความไม่พอใจก่อนจะปล่อยดาบและเร่งเครื่องทะยานขึ้นไปบนฟ้าพร้อมยิงปืนกลจากข้างเอวอัดลงไปที่แต่มเครื่องจะเสียหายบริเวณหัวและเกราะไหล่แต่ก็ยังสู้รบต่อไปได้และที่สำคัญนักบินผู้นี้ไม่ได้เสียกำลังใจและความสามารถในการรบไปเลย

"แกคิดว่าพลังเพียงหยิบมือแค่นั้นมันจะไปทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ!!!!!!!!!?"

สิ้นวาจา ซูโปรน่าสีขาวก็พุ่งตัวลงตามขึ้นมาพร้อมกับแทงบีมเบลดตรงไปที่คาร์วาเลียคอสตอมระยะห่างระหว่างบีมเบลดก็กับลำตัวของหุ่นสีส้มลดหายไปอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาทีนั้น

Maxima Korona
 
ดาบแสงของซูโปรน่าสีขาวทิ่มแทงความว่างเปล่าเข้าอย่างจัง ไม่มีคาร์วาเลียสีส้มอยู่ตรงนั้นแล้วนักบินของซูโปรน่าถึงกับชะงักงันเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่บีมเบลดกำลังจะทิ่งแทงโดนเป้าหมายอย่างจังนั้น จู่ ๆ มันก็เลือนหายไปราวกับมันเป็นภาพลวงตาและเสี้ยววินาทีนั้นเองซูโปรน่าก็สั่นไปทั้งเครื่องราวกับโดนอะไรบางอย่างกระแทก

"ถึงจะเป็นมดแต่...ถ้ารวมพลังกันเยอะ ๆ มันก็ล้มช้างได้เหมือนกันนั่นแหละน่า........Blaster Serenade!!!! "

พูดจบคาร์วาเลียคอสตอมที่โผล่มาจับดาบที่ตนปักคาไว้ก็ส่งพลังเข้าไประเบิดเป้าหมายกลายเป็นเศษเหล็กในพริบตา ซากโซโปรน่าที่แหลกเละและถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงร่วงหล่นลงสู่พื้นไปคาร์วาเลียคอสตอมมองดูซากเศษเหล่านั้นก่อนจะยกแขนทำท่าวันทยาหัตถ์และพุ่งทะยานไปยังจุดตกของยานเรดในทันทีห่างจากจุดยานตกออกไปรอบนอกฐานทัพ ลำแสงสว่างวาบค่อยร่วงหล่นจากท้องฟ้านั้นมองเห็นได้อย่างเด่นชัดจากทุกมุมในสมรภูมินี้ ไม่ว่าจะทหารฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม รวมถึงเธอผู้แม้จะสติไม่สมประกอบเองก็เช่นกัน

"บะ บ้านเค้าา~"

ฟาลินร้องขึ้นหลังจากที่มองเห็นเรดถูกยิงตก แสงสว่างวาบไปทั่วนั้นจ้าจนเธอต้องหลับตาลงเมื่อเห็นสิ่งที่เธอเรียกว่าบ้านกำลังหายลับไปจากท้องฟ้าเธอก็ไม่อาจจะนิ่งเฉยอยู่ได้ว่าแล้วเธอก็พับกระบอกปืนที่ต่อออกไปนั้นกลับขึ้นมาเปลี่ยนปืนสู่โหมดปืนกลล่าสังหารเพื่อเธอจะลงไปจัดการผู้ที่ทำลายบ้านของเธอ LLS กระโจนลงสู่เบื่องล่างและมุ่งหน้าไปยังจุดตกอย่างไม่ครั่นคร้ามสิ่งใด Hyper Jammer ทำให้เธอเป็นดุจพยามัจจุราชที่เร้นกายมาในความมืดมิด เคลจาโปรผู้ถึงฆาตผู้ไม่อาจรู้ได้ถึงการมาของยมทูตใบเลื่อยอันบ้าคลั่งของเบเฮมอทนั้นมุ่งเข้าใส่หุ่นรบที่โชคร้ายนั้นและฝังเขี้ยวของมันเข้าที่ตัวหุ่นรบและหั่นมันเสียจนขาดสะบั้นฟาลินนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งตามเสียงคำรามของเปเฮมอทอาวุธคู่ใจแต่เพราะเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ทันไรจาโปรน่าที่อยู่แถวนั้นก็พบตัวเธอ และเริ่มกระหน่ำยิงบีมกันเข้าใส่จากทางด้านหลัง

" อี๋ย๊าาาาา~~!! "  

เธอสะบัด LLS ราวกับเป็นร่างกายของเธอกลับมาประจัญหน้าศัตรูและฟาดฟันใบเลื่อยหั่นพวกนั้นขนาดสะบั้น ลำแสงบีมจำนวนมากที่ถาโถมเข้ามา ถูกเกราะหุ่นของเธอนั้นสะท้อนบีมเฉออกไปอีกทางจึงไม่เกิดความเสียหายอะไรมากมายนัก แต่หุ่นรบตัวนึงพุ่งเข้ามาอัดกระแทก LLS ด้วยไหล่อย่างแรงจนเธอเสียหลักแต่ฟาลินเร่งบูสพยุง LLS กลับมาตั้งหลักสาดกระสุนสังหารใส่ศัตรูฉีกตัวหลบกระสุนมัจุราชของฟาลินอย่างเต็มกำลังแต่ก็ไม่พ้นขาขวาของนั้นถูกคมกระสุนทะลวงจนแหลกคาที่ล้มหน้าทิ่มไปแต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเล็งปืนมาที่
LLS

"ตายซะไอ้พวกกบฎ!!!!!!"

" ว๊าาาาาา~~!! "  

แต่ฟาลินไม่ได้สนที่จะหลบแต่อย่างใดเธอปราดเข้าใส่และใช้ใบเลื่อยเชือดศัตรูอย่างไร้ปราณีจาโปรน่าเครื่องนั้นโดนคมเลื่อยไฟฟ้าคร่าชีวิตไปอย่างช้า ๆ เสียงหัวเราะราวกับเด็กกำลังเล่นสนุกยังคงดังก้องอยู่ในมุมหนึ่งของสมรภูมินี้ ขณะเดียวกันทางด้านของรัตน์ที่กำลังตีฝ่าเข้ามาจากทางด้านหน้าก็ต้องเผชิญหน้ากับการต้อนรับของศัตรูและหนึ่งในนั้นคือมีซูโปรน่าอยู่ถึงหน้าเครื่องเลยทีเดียว

"เรดกาแลคเซียฯ ร่วงไปแล้วงั้นเหรอ?......."

รัตน์บ่นพึมพำก่อนจะบังคับซาก้าหวดดาบใส่ซูโปรน่าที่กำลังวัดพลังเครื่องยนต์กับเขาด้วยการดวลดาบจนกระเด็นถอยหลังออกไป แต่เสี้ยววินาทีนั้นเขาก็รับการติดต่อจากกัปตันยานที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านนอก

"ถึงทุกหน่วย!! ปฏิบัติการล้มเหลว!! ถอนกำลังกลับเดี๋ยวนี้!!! ขอย้ำถอนกำลังกลับเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!"

คำสั่งถอนทัพถูกส่งมาจากกัปตันผู้ทำหน้าที่บัญชาการยานรบลำหนึ่งของกองกำลัง TSC ที่กำลังถูกรุมด้วยกองกำลังโจมตีทางอากาศของบอนล์ความเสียหายทวีความรุนแรงไปมาก ยานรบของฝ่ายร่วงไปแล้วถึง 4 และเมื่อรวมกับยานเรดกาแลคเซียแองเจิ้ลที่เพิ่งตกไปเมื่อกี้ก็รวมเป็น 5 ลำพอดีสถานการณ์ที่เสียเปรียบผนวกกับการเสียขวัญกำลังใจไปอย่างมากกับเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาตัดสินใจออกคำสั่งถอยทัพโดยไม่คิดจะปรึกษาใคร

"ถอยทัพอย่างนั้นเหรอ!!? ยานเรดฯ ยังอยู่ใจกลางฐานทัพศัตรูนะ คิดจะทิ้งพวกเขาอย่างนั้นเรอะ!!" กัปตันหนุ่มของยานลำหนึ่งในกองรีบติดต่อเข้ามาทัดทานคำสั่งเมื่อครู่

"ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง!!!? พวกเราโดนเจ้านั่นหลอกแล้ว!!! ไอ้สารเลวนั่นมันคงจะวางแผนการเอาไว้แบบนี้แต่แรกถึงได้เสนอตัวคุ้่มกันยานไปจนถึงฐานทัพ หนอย!!!

เจ็บใจนัก!!! ไม่น่าหลงเชื่อคำพูดของศัตรูเลย!!!! กับถ้าไม่รีบถอนกำลังตอนนี้พวกเราตายกันหมดแน่!!! ยิงพลุสัญญาณเร็วเข้า!!!"

กัปตันผู้นั้นทุบคอนโซลตรงหน้าด้วยความเคียดแค้นพร้อม ๆ กับแผ่รังสีอาฆาตแค้นชายหนุ่มผู้คิดแผนการทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจน พลุสัญญาณแสดงการถอยทัพถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างวาบนั้นยิ่งทำให้ผบ.หญิงผู้นั่งดูการรบอยู่ภายในฐานทัพรู้สึกปิติยินดียิ่งนัก

"ศัตรูส่งสัญญาณล่าถอยแล้วครับ!!!"  เสียงรายงานของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดังขึ้นเรเน่ลุกจากเก้าอี้บัญชาการด้วยหัวใจที่ฮึกเหิมเธอหวดแส้ไปข้างหน้าพร้อมกับออกคำสั่งอีกครั้ง

"ทำลายมันให้มากที่สุดอย่าให้มันหนีไปได้ง่าย ๆ เด็ดขาด ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปที่จุดยานตกดูสิว่ามันยังมีลูกเล่นอะไรอีก!!"

เหล่าทหารที่อยู่แนวหน้าใกล้จุดตกมองเห็นสัญญาณนั้นอย่างชัดเจน รัตน์ พรมอนันต์ก็เป็นหนึ่งในผู้มองเห็นสัญญาณนั้นหนำซ้ำยังได้ยินเสียงติดต่อจากโอเปอร์เรเตอร์แจ้งให้ถอยกลับเป็นระยะ ๆ

"เอายังไงดีครับหัวหน้า......"

นักบินของแวนการ์ดเครื่องหนึ่งที่หลบอยู่ในที่กำบังใกล้ ๆ เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแสดงความลังเลอย่างเด่นชัด รัตน์มองดูมิเตอร์บอกพลังงานกับจำนวนกระสุนที่เขาเหลืออยู่ตอนนี้มิซายส์หมดเกลี้ยง ปืนกลก็เหลืออีกแค่ไม่กี่สิบนัดพลังงานของซาก้าก็เหลืออีกแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเด็กหนุ่มหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิด ขณะที่เหล่านักรบแห่งดัลลิอาต้า ก็เห็นสัญญาณนี้อย่างชัดเจนเช่นกัน

"ผู้ฝูงเอ็กซ์ครับ!!! สัญญาณถอยทัพครับ!!! พวกเราจะถอยกันเลยหรือเปล่าครับ!!!"

มิเกลตะโกนลั่นผ่านทางช่องสื่อสารขณะที่เขากำลังตะบันหน้าแอสซอลท์จาโปรน่าที่รุกประชิดเข้ามา ผู้ควบคุมคาร์วาเลียคอสตอมไม่พูดอะไร เขาตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจสัญญาณนั้นราวกับมันเป็นแค่ดอกไม้ไฟในงานเทศกาล

"ก็น่าจะรู้นี่มิเกล ผู้ฝูงน่ะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอยู่แล้ว" โดโรธีกล่าวพลางยิงสนับสนุนคาร์วาเลีย Hi Mobility ที่กำลังถอยหนีคู่ต่อสู้

"ถามไปงั้น ๆ แหละ!! เพราะยังไงซะพวกเราก็ต้องตามผู้ฝูงไปอยู่แล้ว มาสำแดงพลังของหน่วยเรจไวเวิร์นให้พวกบอนล์มันเห็นกันจะ ๆ ไปเลย!!! เนอะ อัลบา!!"

ไม่มีคำตอบจากผู้ถูกเอ่ยนามคาร์วาเลีย  Long Range ซัดกระสุนปืนใหญ่ถล่มกลุ่มศัตรูที่ขวางหน้าแทนคำตอบในขณะออร์เฟอุสยังคงปักหลักคุ้มกันยานเรดที่ยังนิ่งสนิทอยู่บนรันเวย์

"พลาดจนได้!! บอล์นมีของแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?"

ลูคัสสบถพลางบังคับร่างหนาทึบของออร์เฟอุสร่วงยกปืนขึ้นประทับและสาดลำแสงแตกกระจายเข้าใส่ศัตรูเบื้องหน้าก่อนจะซัลโวปืนใหญ่เป็นของแถม เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมกับแสงสว่างวูบวาบพุ่งกลับไปกลับมา การยิงปะทะกันของสองฝ่ายกระแสของสงครามเริ่มเปลี่ยนไป ท่ามกลางความสับสนนั้นบุรุษผู้หนึ่งกลับตะบึงไปข้างหน้าด้วยความดุดันราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังสนุกกับการไล่ล่าเอลพาเนวาน่าวิ่งจะบึงไปอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด ๆ กรงเล็บอันแหลมคมและมีดในมือที่คมกริบผนวกกับขนาด พละกำลัง และความสามารถในการป้องกันการตรวจจับทำให้เอลสามารถบุกเข้าไปถึงจุดซุ่มยิงที่สอยยานเรดจนร่วงจากท้องฟ้าได้อย่างไม่ยากเย็น

"โฮ่!! มามุดหัวกันอยู่นี่เองเหรอ?"  

เอลแสยะยิ้มราวกับราชสีห์ที่เห็นเหยื่ออันโอชะอยู่ตรงหน้าก่อนจะเริ่มละเลงเลือดเหล่าดีฟอลจาโปรน่าที่ติดตั้งปืนบีมสไนเปอร์แบบพิเศษที่ต่อสายพลังงานตรงจากตัวจ่ายพลังงานภายนอก กรงเล็บที่แหลมคมเสียบทะลวงโลหะเข้าไปง่าย ๆ ราวกับจกขนมเค๊กนุ่ม ๆ  ดีฟอลจาโปรน่าเครื่องแรกหยุดนิ่งลงทันตา เสี้ยววินาทีนั้นคอมแบ๊ตไนท์ก็ถูกปาไปปักเข้ากลางอกของ ดีฟอลจาโปรน่าที่กำลังจะหันปืนมายิงช่วยเพือนอสูรร้ายเนวาน่ายังคงอาละวาดต่อไปโดยไม่แยแสคำสั่งถอนกำลังขณะที่เหล่านักรบจากต่างดวงดาวหาได้เข้าใจความหมายของพลุสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันไม่ สัญญาถอยทัพนั้นที่ดาวของเขากลับมีความหมายว่าตะลุยเข้าไปอย่ายั้ง ดันนั้นแล้วพวกเขาจึงยังคงเดินหน้าทำลายล้างศัตรูต่อไป รัตน์ลืมตาขึ้นหลังจากครุ่นคิดอยู่ไม่ถึง 1 วินาที

"รีบถอยออกจากแนวหน้าเร็วเข้าเถอะค่ะ" โอเปอร์เรเตอร์สาวผู้หนึ่งติดต่อเข้ามาแต่เขาหาได้สนใจไม่

"...อ่า...ขอโทษด้วย...นะ...เมื่อกี้ว่าอะไรนะ....ผมไม่ค่อยได้ยินเลย สงสัยสัญญาณไม่ค่อยดี......." พูดจบเด็กหนุ่มก็กดปุ่มตัดการสื่อสารไปก่อนจะสลับมาช่องสัญญาณระยะใกล้

"เราจะเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะถึงจุดตก ใครอยากถอยก็รีบถอยไปตอนนี้เลย"

พูดจบรัตน์ก็บังคับอาคาน่าซาก้าพุ่งออกจากที่กำบังและพุ่งเข้าหาศัตรูพร้อมหวดอาคาน่าฟัลชิออนผ่าจาโปรน่าที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นสองซีกขณะเดียวกันนั้นซูโปรน่าสองตัวก็พุ่งเข้ามาหาอาคาน่าก้า เสี้ยววินาทีนั้นลำแสงสีชมพูจำนวนหลายสายก็ยิงถล่มเข้าใส่ซุโปรน่าทั้งสองจนมันต้องยกโล่ห์ขึ้นรับและถอยหนีไป แสงนั้นไม่้ใช่จากใครที่ไหนหากแต่เป็นเหล่าแวนการ์ดที่มากับเขานั่นเอง

"พวกเราก็จะไปกับคุณด้วยนะครับร้อยโท!!"

นักบินของแวนการ์ดติดต่อเข้ามาพร้อมกับเริ่มกระจายกำลังกันเข้าต่อสู้อีกครั้ง เมื่อสูญเสียนางฟ้าไปเหล่านักรบก็เสียขวัญอย่างมาก กองกำลังที่เคยรุกคืบไปอย่างหาญกล้าต้องกลับเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนอาคาน่าแวนการ์ดและแวนการ์ดแคนน่อนที่คอยยิ่งคุ้มกันเริ่มสละตำแหน่งที่ยึดได้และถอยร่นออกมาเป็นโอกาสให้ศัตรูรุกไล่อย่างหนักหน่วง กลุ่มที่ถูกล้อมต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ร้ายกาจจนพลาดท่าไปบ้างก็มีไม่น้อยเสียงรายงานต่าง ๆ นานา ดังต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ กัปตันยานหลายลังเลที่จะถอยในขณะที่บางคนสั่งถอยอย่างไม่คิดชีวิต สถานภาพของกองกำลัง TSC ในเวลาเสมือนเรือที่กำลังเจอพายุใหญ่โหมซัดจนโอนเอนไปมาจะจมแหล่มิจมแหล่ กัปตันเฒ่าผู้หนึ่งนั่งมองดูสภาพของสงครามด้วยหัวใจที่สงบนิ่งเขาเพิ่งมองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอย่างไรไม่มีใครทราบได้

"กัปตันครับพวกเราจะเอายังดีครับ!!! จะทิ้งพวกเขาแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ!!!" ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่ถือหางเสิอของยานหันกลับมาถามชายชราในชุดกัปตันด้วยน้ำ

เสียงที่ดุดัน แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ

"กัปตันคะ!!! ติดต่อกองหน้าไม่ได้เลยค่ะ!!!"

โอเปอร์เรเตอร์สาวผู้ทำหน้าที่ควบคุมการสื่อสารรีบกล่าวรายงานขณะที่ยานที่พวกเขานั่งอยู่นั้นก็กำลังตกเป็นเป้าโจมตีแต่ในเวลานั้นหุ่นรบสีน้ำเงินเครื่องหนึ่งก็เข้ามาช่วยเหลือเอาไว้ หุ่นตัวนั้นกวัดแกว่งหอกสามง่ามเข้าทะลวงหุ่นรบของบอนล์ตัวแล้วตัวเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือหวาดกลัว

"มีการติดต่อเข้ามาคะ!! จากหน่วยที่อยู่บริเวณใกล้จุดตกค่ะ จะเอาขึ้นจอเลยนะคะ"

โอเปอร์เตอร์สาวกล่าวรายงานพร้อมกับฉายภาพขึ้นจอ ภาพยานเรดฯที่ได้รับความเสียหายและจอดนิ่งสนิทอยู่บนพื้นดินปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์เป็นสัญญาณว่าพวกเขายังรอดชีวิตแต่ก็คงอีกไม่นานนักเพราะศัตรูเริ่มบุกเข้ามาเรื่อย ๆ ในขณะนั้นเองภาพหุ่นยนต์เครื่องหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนจอ หุ่นยนต์ตัวนั้นกำลังยิงต่อสู้กับศัตรูที่เข้าใกล้ยานก่อนจะกระโจนขึ้นไปบนสะพานเดินเรือและคอยยิงคุ้มกันชายชรามองดูภาพนั้นและยิ้มออกมาราวกับได้พบสิ่งที่เฝ้าตามหา

"ยานเรดฯ ตอบด้วย ยานเรดฯ ถ้าได้ยินแล้วตอบด้วย แบตเทิล แบตเทิล เป็นอะไรไหมครับ!!? "

ลูคัสยิงถล่มศัตรูพลางเคลื่อนประชิดยานเรดเข้ามาเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดยานตกจนได้ที่นั่นมีอาคาน่าแวนการ์ดจำนวนสี่เครื่องที่สภาพโทรมพอสมควรแล้วคอยยิงคุ้มกันอยู่ เขาเคลื่อนหุ่นของเข้าขึ้นมาถึงบริเวณสะพานเดินเรือ แต่เพราะความมืดผนวกกับไม่ค่อยมีเวลาให้เผลอเรอมากนัก เขาจึงไม่อาจจะสังเกตสภาพภายในสะพานเดินเรือได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในนั้น ออร์เฟอุสหันหลังใหักับสะพานเดินเรือพลางระแวดระวังศัตรู พร้อม ๆ กับพยายามติดต่อกับคนในยาน และไม่นานนักเสียงที่เขาอยากได้ยินมากที่สุดก็ดังผ่านช่องสื่อสารส่วนบุคคลมา

"มะ ไม่เป็นไร...... มั้ง...." เสียงตอบรับที่ไม่ดังมากผ่านมอนิเตอร์ร่วมกับเสียงความวุ่นวายภายในสะพานเดินเรือของเทพธิดาสีแดงที่ดังแทรกมาอย่างต่อเนื่อง

"ขอโทษด้วยนะครับ ที่มันเป็นแบบนี้ทั้งหมดก็เพราะผมแท้ ๆ เลย.....ทำไมผมถึงนึกไม่ถึงนะ...."

ชายหนุ่มกล่าวโทษตัวเองก่อนหลับตาลงแต่กัปตันสาวกลับส่ายหน้าเธอเอามือกุมหน้าผากที่มีเลือดไหลซึมออกมา ไม่รู้ว่ามันมาจากแผลเก่าหรือแผลใหม่กันแน่ แต่ที่แน่ ๆ เธอได้รับบาดเจ็บแต่ในตอนนี้ ชายหนุ่มยังไม่รู้ถึงเรื่องนี้

"ไม่ใช่ความผิดของนายซักหน่อยตาแว่น.......เพราะพวกเราประมาทศัตรูเกินไป......ทั้งนายและฉัน....ถ้าฉันไม่สั่งให้ลดกราวิตี้มิลเลอร์ลงมันก็คงไม่เป็นแบบนี้

หรอก...  เพราะงั้นไม่ต้่องโทษตัวเองหรอก...... อุ๊บ!!!"  เสียงอุทานด้วยความเจ็บปวดระหว่างการสื่อสารทำให้ลูคัสเริ่มรู้สึกไม่ดี

"แบตเทิลนี่คุณบาดเจ็บเหรอ!!?"

"นิดหน่อยเองน่า แค่หัวแตกกับขาที่ท่าทางจะหักล่ะมั้ง..."

"นี่มันไม่นิดแล้วนะครับ!!"

ลูคัสตะโกนด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ถึงอาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายแต่กัปตันสาวกลับนิ่งผิดปกติก่อนที่เธอจะเอ่ยบางสิ่งที่คาดไม่ถึงออกมา

"นี่ตาแว่น....รีบออกไปจากที่นี่ซะเถอะ.....งานนี้พวกเราแพ้แล้ว.....นายรีบพวกที่เหลือหนีออกไปจากที่นี่ซะฉันจะสร้างจังหวะให้เอง......"  

"สร้างจังหวะ............." ลูคัสรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำพูดนั้นเขารู้ดีว่ายานเรดเสียหายหนักมากขนาดนี้ไม่มีทางจะยิงปืนใหญ่หรือบินขึ้นได้ในระยะเวลา

อันสั้นนี้แน่ แล้วเธอจะทำอะไรได้อีกในสถานการณ์นี้เช่นนั้นหรือ?

"ฉันไม่ยอมจำนนและก็ไม่ยอมโดนจับตัวแน่ เพราะฉะนั้นฉันจะระเบิดยานเรดไปพร้อม ๆ กับไอ้ป้อมบ้านั่น..........."

คำพูดของแบตทำให้หัวใจของลูคัวหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม เขารู้ถึงนิสัยกล้าได้กล้าเสียของเธอดีแต่ถ้าเธอทำแบบนั้นตัวเธอจะเป็นยังไงกันล่ะ? จริงอยู่ว่าถ้าหากระเบิดเตาปฏิกรณ์หลักของยานอาจทำให้เกิดแรงระเบิดมากพอที่สร้างความเสียให้กับบริเวณนี้ แต่คนที่กดระเบิดจะไม่มีทางหนีออกมาได้นั่นหมายถึงคนที่ทำหน้าที่นั้นต้องพบกับความตายอย่างแน่นอนที่สุดและลูคัสก็รู้ว่าใครจะทำหน้าทีนี้

"ไม่ได้นะครับ!!!! ถ้าทำแบบนั้นล่ะก็คุณจะ......คุณจะตายเอานะ!!!!!!"

"......แต่ถ้านั่นจะทำให้พวกเราได้รับชัยชนะแล้วล่ะก็ฉันไม่เสียดายเลย............."

ลูคัสพยายามปรามความคิดสุดบ้าบิ่นนั้นในขณะที่ศัตรูชุดใหม่เริ่มเข้ามาในระยะยิงไม่รู้ว่าตอนนี้แบตทำอะไรอยู่เธอกำลังเริ่มดำเนินการไปหรือยังก็ไม่รู้แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในใจของลูคัสมันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยจนเก็บเอาไว้ไม่ได้

"ชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของคุณน่ะไม่มีผมยินดีหรอกนะครับ!!!?"

ชายหนุ่มคิดอยู่ในใจแต่ปากมันตะโกนออกไปดังลั่นจนผู้ที่อยู่ในเขตขอบเขตของช่องสื่อสารได้ยินกันไปทั่ว กุนซือหนุ่มกดลั่นไกปืนพลางครุ่นคิดอยูุ่ภายในหัวสมองเขา ภาพต่าง ๆ ฉายขึ้นมาในจินตนาการของเขา ภาพสมมุติเหตุการณ์หลากรูปแบบ ภาพภูมิศาสตร์ของสมรภูมิรบ ภาพหน้ากระดาษและข้อความนับไม่ถ้วน ทั้งหมดรวมกันเป็นภาพของสถานการณ์รบปัจจุบันที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงทุกเมื่อ ในขณะที่คำสั่งล่าถอยยังไม่เป็นเอกฉันท์คำประกาศหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความสับสนนั้น

"พวกเราจะไม่ขอทิ้งพวกพ้องเอาไว้เบื้องหลัง พวกเราจะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่"

กัปตันเฒ่าลุกขึ้นจากเก้าอี้และประกาศเจตจำนงของผ่านช่องสื่อสารที่กระจายถึงพรรคพวกในสนามรบทุกคน เมื่อคำประกาศนั้นถูกส่งออกไปเหล่านักรบที่ยังคงสับสนระหว่างเดินหน้าต่อไปหรือหันหลังกลับก็ได้พบกับคำตอบของตนเองในทันที พวกเขาจะเข้าไปช่วยยานเรด นั่นคือคำตอบของคนส่วนมากในเวลานี้

"พวกแกเป็นบ้าอะไรกัน!!!? ยังจะสู้ต่อไปอีกเหรอ!!? นั่นมันเป็นกับดักที่ไอ้สารเลวนั่นมันวางเอาไว้นะ ถ้าพวกเราเข้าไปช่วยพวกนั้นล่ะก็ได้เข้าแผนของมันหมด
น่ะสิ!!! ถอยกลับมาเดี๋ยวนี้"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2010, 03:20:18 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #95 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 03:19:39 PM »

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night (ต่อ)

กัปตันผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในการออกคำสั่งถอยทัพเป็นคนแรกส่งสัญญาณคัดค้านการปฏิบัติการ แต่กัปตันอีกหลาย ๆ คนกลับเพิกเฉยหลังจากที่ได้ดูภาพฉายที่ส่งมาจากจุดตกสัญญาณนั้นมาจากแวนการ์ดเครื่องหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนั้น

"ถ้าเขาวางแผนที่จะจมยานลำนั้นจริง ๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังสู้อยู่อีกล่ะ?"

กัปตันเฒ่าเอ่ยถามแต่อีกฝ่ายไร้คำตอบเขาได้แต่อ้ำอึ้งเพราะไม่อาจจะหาเหตุผลอะไรมาโต้แย้งได้ กัปตันเฒ่าจึงเอ่ยต่อ

"ขนาดเขายังต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องพรรคพวกของเรา ถ้าพวกเราถอยหนีไปตอนนี้ไม่เท่ากับว่าเป็นไอ้ขี้ขลาดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเช่นนั้นหรือ? ทุกหน่วยบุกทะลวงต่อไป!!!"

คำประกาศของผู้อาวุโสที่สุดในกองยานทำให้เหล่าทหารกลับมามีกำลังใจอีกครั้งเมื่อความลังเลหมดไปทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางการโต้กลับจึงเริ่มขึ้น ลูคัสที่พยายามเค้นสมองครุ่นคิดแผนการอยู่ภายใต้ภาวะที่กดดันเริ่มมองเห็นแสงแห่งความหวังที่ถึงแม้จะหริบหรี่แต่มันก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดในเวลานี้ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นและพูดด้วยเสียงจริงจังผิดกับทุกที

"เรายังไม่จบครับ... เราจะมาตัดใจแบบนี้....จะมาแพ้ในที่แบบนี้ไม่ได้...จะมาตายในเวลาแบบนี้ไม่ได้นะครับกัปตัน...."

"ลูคัส นี่นาย..."

แบตเทิลเอ่ยเรียกชายหนุ่มขณะที่เธอกำลังกดคีย์บนมอนิเตอร์หลักของเรดกาแลคเซียฯ เพื่อดูความเสียหายในส่วนต่าง ๆ ของยาน ตัวยานได้รับความเสียหายหนักมากบริเวณกราบขวาเครื่องยนต์จุดนั้นเสียหายหนักมากทำให้ยานเรดไม่มีทางจะบินขึ้นได้อีกหากไม่ได้รับการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ เธอละมือจากคียการ์ดที่เธอเพิ่งเสียบเข้าไปเมื่อครู่ก่อนจะเริ่มฟังคำบรรยายจากลูคัส

"เราจะเปลี่ยนแผนการณ์ฉุกเฉิน เดี๋ยวผมจะส่งข้อมูลไปให้ ส่วนแผนย่อยนอกจากนี้ผมจะติดต่อมาบอกเรื่อย ๆ ก่อนหน้านั้นอย่าเพิ่งตัดใจตายครับ!!!!!"

ลูคัสตระโกนลั่นให้ทุกคนรับรู้ สิ้นเสียงตะโกนคีย์บอร์ดยาวสองแผงก็ดีดตัวออกมาจากด้านข้างคอนโซล มือทั้งคู่ถูกทุบลงบนแป้นพิมพ์นั่นก่อนที่หน้าจอมอนิเตอร์จะเปลี่ยนเป็นรูปแบบเดียวกับห้องวางแผนการรบโดยมีภาพของกล้องหลักอยู่ที่หัวมุมด้านบน นิ้วมือทั้งหมดถูกรัวลงบนปุ่มมากมายอย่างรวดเร็วไม่เว้นว่าง สายตายังคงจับจ้องภาพตรงหน้าไม่กระพริบตา ส่วนภายนอกนั้นกลไกที่โล่ทั้งสองถูกเปิดออกพร้อมกับบาเรียที่คลุมร่างออร์เฟอุสไว้ในขณะเดียวกันกับที่กลุ่มศัตรูเคลื่อนที่เข้ามา กระสุนจำนวนมากกระทบม่านพลังนั่น แรงสะเทือนจากการถูกโจมตีส่งผ่านเข้ามาถึงในค็อกพิตแต่ยังดีที่มีอาคาน่าแวนการ์ดเข้ามาช่วยคุ้มกันไว้ไม่งั้นคงไม่มีทางมาทำเรื่องแบบนี้กลางดงศัตรูได้แน่ ๆ

"คุณเอล ได้ยินไหมครับ!!" ลูคัสเอ่ยถามผ่านระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดในขณะที่เช็คดูแผนที่ ตอนนี้เอลฮาวล์เป็นคนที่อยู่ใกล้ตำแหน่งที่เขาต้องการที่สุด

"เออ ชัดแจ๋วเลยล่ะพ่อกุนซีอ ว่าแต่ที่เรียกมาเนี้ยกะจะใช้งานกันแล้วสินะ...." อีกฝ่ายตอบกลับมาระหว่างที่ยังโดนรุมล้อมจากศัตรู

"เท่าที่ผมวิเคราะห์เจ้าระบบป้องกันนั้่นดูแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันถูกสร้างจากเครื่องกำเนิดพลังงาน 8 ตัวแต่ละตัวน่าจะเชื่อมต่อพลังงานจากเตาปฏิกรณ์ในฐานทัพนี้ที่มีทั้งหมด 4 ตัวถ้าทำลายเตาได้ซักหนึ่งเตาระบบป้องกันของมันจะเกิดช่องโหว่เป็นแน่ มีเตาปฏิกรณ์ตัวนึงอยู่ใกล้ตำแหน่งที่คุณอยู่... เพราะฉะนั้นผมอยากให้คุณบุกเดี่ยวไปทำลายมันทีครับ"

สิ้นการสนทนาออร์เฟอุสก็สะเทือนอย่างแรงเพราะถูกยิงด้วยบีมแคนน่อนจากฝ่ายตรงข้าม

"ไม่เกี่ยวก็ถอยไปครับ!!! เดี๋ยวจะส่งแผนที่ไปให้นะครับ!!" ลูคัสตะโกนพร้อมกับยกปืนทั้งสองยิงสวนกลับไปในขณะที่เนวาน่าก็กำลังจับดีฟอลจาโปรน่าเครื่องหนึ่งฟาดลงพื้นอยู่

"เฮ้ย!! ๆ... ก็บอกแล้วไงว่าฉันก็ไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงเหมือนกันนา..." เอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้าหยอกก่อนพูดต่อด้วยเสียงจริงจัง

"แต่พอดีว่า....พอดีว่าฉันมั่นใจฟระว่าของแค่นี้ฆ่าฉันไม่ได้" พูดจบเอลก็พาเนวาน่าวิ่งตะบึงไปตามแผนที่ที่ส่งมาเมื่อครู่อย่างไม่รีรอและไม่สนใจศัตรูที่ขวางหน้าเขาพุ่งทะลวงไปอย่างแน่วแน่

"รอไว้ได้เลยพ่อมังกร... ไม่ต้องเตรียมแผนเผื่อฉันพลาดล่ะ" ทหารรับจ้างหนุ่มยิ้มแยกเขี้ยวคมกริบก่อนกระชับคันบังคับแน่น นี่ก็เป็นเรื่องที่เขาสังหรณ์ใจไว้แล้ว แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

"ผมไว้ใจคุณน่า เอลฮาวล์" ลูคัสตอบด้วยรอยยิ้มพลางคีย์รายละเอียดแผนการณ์ใหม่ที่เหลือแล้วกระจายไปให้แต่ละเครื่องต่ออย่างรวดเร็ว

"กลับมาขอพี่สาวนายเป็นรางวัลด้วยละกันนะ"

"ข้ามศพผมไปก่อนเถอะครับ...."

ว่าแล้วทั้งคู่ก็ระเบิดหัวเราะออกมาโดยมิต้องนัดหมายก่อนจะเริ่มเปิดฉากแผนตอบโต้ชนิดปัจจุบันทันด่วนอสูรสีฟ้าวิ่งจากจุดที่มันเคยอยู่ไปทางเตาพลังงานของฐานนี้ทันที  ทางด้านของฟาลินเธอยังคงตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง LLS สะบัดร่างกราดยิงมิซาสย์ที่ตรงเข้ามาอย่างแม่นยำเสียงระเบิดดังสนั่นก่อนจะเร่งเครื่องกระโดดขึ้นไปบนที่สูงและกระหน่ำยิงไปยังบริเวณที่ห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มจาโปรน่าที่กำลังตั้งกระบวน คมกระสุนพุ่งเจาะทะลวงค็อทพิทคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำทุกนัดจนกระสุนหมดลง แม๊กกาซีนเปล่าดีดตัวออกมาโดยอัตโนมัติ LLS  บรรจุกระสุนเข้าไปใหม่อย่างรวดเร็วกระสุนถูกโหลดเข้าสู่รังเพลิงและไหลไปตามเกลียวลำกล้องพุ่งตรงปลิดชีพเป้าหมายต่อไปในพริบตา เหล่าจาโบน่าที่ยังเหลือรอดรีบหลบการโจมตีของเธอก่อนยิงบีมสวนมาแต่ดูไม่ค่อยเป็นผลนักพวกเขาเริ่มรู้ว่าหุ่นตัวนี้นั้นมีสิ่งที่สามารถต่อต้านอาวุธบีมอยู่

"ไอ้เจ้านี้กันบีมได้เข้าไปประชิดเลย!!!"

ว่าแล้วเหล่าจาโปรน่า 4 เครื่องนั้นก็หลบหลีกคมกระสุนของฟาลินอย่างต็มที่ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาเพื่อจัดการเธอด้วยอาวุธประชิดแต่ว่าฟาลินในตอนนี้นั้นไม่เป็นเมื่อก่อนแล้วเพราะปะป๋าของเธอนั้นสอนวิธีการเอาตัวรอดและการเคลื่อนใหวให้เธออย่างมากมายจนตอนนี้เธอไม่กลัวการถูกเข้าประชิดอีกแล้วเมื่อเธอเห็นว่ามีการบุกเข้ามาจากทั้งสี่ด้าน ฟาลินรีบดึงคันบังคับให้ LLS ย่อตัวลงเล็กน้อยและฉีกตัวออกด้านข้างนิดหน่อยเพื่อหลบบีมเบลดที่ตรงเข้ามาพร้อมหวดใบเลื่อยเข้าที่ค็อทพิทของศัตรูอย่างจุังขณะที่ใบเลื่อยค่อย ๆ กัดกินเนื้อโลหะจนบังเกิดสะเก็ดไฟพร่างพรู่ออกมานั้น LLS ก็หันปากกระบอกปืนไปทางจาโปรน่าที่กำลังจะมาถึงตัว

เธอดันจาโปรน่าที่ติดคาใบเลื่อยนั้นไปพร้อม ๆ กับการหันปากกระบอกปืนก่อนจะลั่นกระสุนทะลวงอกอีกฝ่ายจนกระเด็นหงายหลังลงไปนอนแน่นิ่ง LLS กระชากใบเลื่อยออกจากซากที่จาโปรน่าที่แน่นิ่งไปแล้วก่อนจะหวดมันไปยังจาโปรน่าที่เข้ามาประชิดเธอจากด้านหลัง ใบเลื่อยที่ส่งเสียงคำรามอย่างน่าสยดสยองฟาดผ่าลงมาแต่มันยกแขนขึ้นรับเอาไว้ได้ทันใบเลื่อยค่อยจมลึกเข้าไปในแขนบีมเบลดที่มืออีกข้างถูกดึงกลับไปด้านหลังมันตั้งท่าจะแทงเขาตรงจุดที่ฟาลินนั่งอยู่พร้อม ๆ กับเพื่อนของมันที่กำลังเข้ามาเสริมจากทางด้านขวา LLS เร่งบูสกระโดดขึ้นพร้อมประเคนฝ่าเท้าอัดเข้าบริเวณยอดอกของจาโปรน่าที่กำลังพุ่งเข้ามาจนมันเสียหลักล้มหลังฟาดลงกับพื้นแรงถีบที่ได้จากการถีบศัตรูส่งผลให้ LLS หลบการแทงของคู่ต่อสู้ได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะฟาลินก็ลั่นไกสังหาร ศัตรูและลงถึงพื้นอย่างปลอดภัยฟาลินนั้นหันหน้ามาหาจาโปรน่าที่ตัวสุดท้ายที่นอนอยู่

" อะ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ~~!!!! อ๊าาาา ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ~~~!!!! " 

ฟาลินหัวเราะร่าพลางวางปากกระบอกปืนกดบริเวณค็อทพิทเอาไว้และลั่นไกอย่างไม่คิดอะไร จาโปรน่าเครื่องนั้นนิ่งสนิทไปในบัดดลศัตรูที่ขวางเธอยังคงทยอยกันเข้ามาแต่จุดหมายที่เธอต้องการจะไปให้ถึงนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว รูขนาดใหญ่บนกำแพงร่องรอยการบุกทะลวงที่รัตน์กับคาริสทิ้งเอาไว้อยู่ห่างจากเธอราว ๆ  500 เมตรเท่านั้นแต่เบื้องหน้ายังคงมีหุ่นยนต์อีกหลายตัวขวางทางของเธออยู่ LLS ประทับปืนอีกครั้งในท่ายืนเป้าหมายปรากฏขึ้นบนจอภาพอย่างชัดเจนนิ้วของเธอค่อย ๆ กดลงที่ปุ่มบนคันบังคับอย่างช้า ๆ เพื่อส่งกระสุนสังหารออกไป

บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!! บรึ้ม!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่องในบริเวณจุดตกของยานเรดฯ แวนการ์ดเครื่องหนึ่งถูกยิงแขนซ้ายขาดกระเด็นไปพร้อม ๆ กับโล่ห์จนเสียหลักไปเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงสู้สุดใจแม้ว่าสภาพของเครื่องจะโทรมไปมากแล้วก็ตามจนออร์เฟอุสรีบใช้บีมแคนน่อนและดูออลเรลกันยิงช่วยเหลือทันทีก่อนจะกลับมาคีย์ข้อมูลต่ออย่างรวดเร็ว

"เอาล่ะ ขออีกไม่กี่วิ...อุ๊บ!!!"

ถึงบาเรียของออร์เฟอุุสจะกันกระสุนได้บ้างแต่ ณ เวลานี้ดูท่าว่ามันก็ใช้ได้ไม่นานแล้วแรงกระแทกจากระเบิดของมิซายส์ยังคงส่งผ่านเข้ามาออร์เฟอุสถูกแรงระเบิดจนทรุดลง ลูคัสกดนิ้วลงบนปุ่ม 'enter' ส่งอย่างแรงก่อนที่ไฟล์แผนการใหม่จะถูกกระจายไปให้ทุกคนที่ร่วมรบก่อนส่งคีย์บอร์ดนั้นกลับเข้าที่เดิม พลางกดปุ่มเลื่อนกระจกที่ครอบกหมวกนักบินให้เลื่อนเปิดขึ้น แว่นตาที่เป็นเอกลักษณ์สุดแสนสำคัญของเขาค่อย ๆ ถูกถอดออก

"ผมจะสอนให้พวกคุณรู้เอง... สิ่งที่เรียกว่าความสิ้นหวังน่ะ..."

ลูคัสเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่นแม้จะในใจจะยังคงมีความหวั่นวิตกผสมอยู่บ้างแต่ที่แน่ ๆ เขาก็ได้พูดออกไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ประโยคเดียวกับที่หญิงสาวนามรูเดียเคยพูดให้เขาฟัง แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะทำได้ดั่งปากพูดซักแค่ไหนแต่เขามีแต่ต้องไปเท่านั้นกระจกครอบหมวกนักบินเลื่อยปิดลงพร้อม ๆ กับบาเรียของออร์เฟอุสที่สลายหายไป ร่างสีนิลกาฬลุกขึ้นก่อนจะชี้ปืนคู่ออกไปข้างตัว ลำแสงขนาดเล็กถูกรัวออกมาจากทวินลันเชอร์ในโหมดปืนกลด้วยความเร็วสูง

ลำแสงเหล่านั้นสาดเข้าใส่ศัตรูรอบด้านอย่างต่อเนื่องในขณะที่เริ่มลอยตัวขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยด้วยบูสเตอร์ขนาดใหญ่ที่โล่พร้อมรักษาระดับไว้ แอสซอลท์จาโปรน่าสองเครื่องถูกยิงจนระเบิดออกก่อนจะได้ทันทำอะไรในขณะที่เครื่องอื่น ๆ พุ่งเข้าจู่โจมโดยไม่เว้นช่วง กระสุนแสงมากมายมีทั้งพุ่งกระทบร่างทมิฬและผ่านไป แลกกับกระสุนจำนวนมากที่ยิงสวนออกมาจากออร์เฟอุสดุจป้อมปืนเคลื่อนที่ที่พร้อมจะจู่โจมทุกสิ่งที่เข้ามาในระยะยิง แต่ในสภาพลอยตัวแบบนี้เขากลับใช้ปืนใหญ่ที่ติดตั้งบนโล่ไม่ได้เพราะจะเสียการทรงตัว แวนการ์ดเริ่มเข้ามาช่วยสมทบ แต่ทว่าเคราะห์ร้ายแวนการ์ดเครื่องหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปราว 15 เมตรถูกยิงระเบิดไม่มีชิ้นดีจนลูคัสกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บแค้น ก่อนจะเหลือบไปเป็นแอสซอลท์จากโปรน่าที่กำลังพุ่งเข้ามาประชิด

"ชิ...."

ลูคัสกระเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจพลางดึงเครื่องหลบบีมเบลดได้อย่างเฉียดฉิว บีมเบลดถากลำตัวของออร์เฟอุสไปเล็กน้อยแต่ก็ทิ้งรอยความเสียหายเป็นรอยไหม้ทางยาว บีมแคนน่อนที่เข่าถูกเปิดออกก่อนยิงอัดใส่เต็มลำตัวจนแอสซอลท์จาโปรน่าเครื่องนั้นระเบิดในระยะเผาขนส่งผลให้ออร์เฟอุสกระเด็นถอยไปพร้อมรอยเขม่าควัน ในขณะที่กระสุนยังคงถูกระดมใส่ออร์เฟอุสอย่างต่อเนื่อง เรลกันที่เอวทั้งสองกระบอกถูกดีดขึ้นมาก่อนยิงสวนกลับไป

"อย่าคิดว่าแค่จำนวนมากกว่าแล้วจะ... ว๊าก!!!"

ลำแสงจากปืนใหญ่อนุภาคของจาโปรน่าดีฟอลพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของออร์เฟอุส แรงระเบิดผลักให้ออร์เฟอุสเซถลาไปข้างหน้า ส่วนเกราะลำตัวด้านหลังเกิดรอยร้าวเพราะการโจมตีเมื่อครู่ส่วนเกราะเสียหาย ลิเนียร์กันกระบอกขวาไม่สามารถใช้การได้

"แล้วไงเล่า!!!"

กุนซือหนุ่มเมินเฉยต่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบราวกับเป็นแค่เสียงนกเสียงกา ลิเนียร์กันกระบอกซ้ายที่หลังพับขึ้นมาไม่ถึงบ่าแต่กลับชี้ไปด้านหลังตรง ๆ ก่อนยิงออกไปแบบเดาสุ่ม ถึงมันจะไม่โดนเป้าหมายแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถอยู่นิ่ง ๆ ได้ ทวินลันเชอร์์ทั้งสองกระบอกเริ่มประจุพลังงานอีกครั้ง ชิลด์บัสเตอร์ที่โล่ทั้งสองถูกปรับทิศทางไปตรงข้ามกันโดยกระบอกหนึ่งไปด้านหน้าอีกกระบอกไปด้านหลังก่อนจะจุดบูสเตอร์ทางซีกขวาของร่าง

"ฟูลชาร์จชิลด์บัสเตอร์ ยิงได้!!!!"

ร่างของออร์เฟอุสหมุนเป็นวงเหมือนลูกข่างอย่างแรงพร้อมกับลำแสงขนาดใหญ่ที่กลืนฝูงศัตรูไปได้บางส่วน แต่นั่นก็ไม่ถึงครึ่งของศัตรูทั้งหมด ยังไม่นับศัตรูที่มาจากทางอากาศซึ่งรูปแบบการโจมตีเมื่อครู่ไม่สามารถใช้การด้วยได้ ลูคัสถูกแรงเหวี่ยงนั่นจนหัวไปฟาดกับผนังคอกพิตทำให้กระจกหมวกร้าวเล็กน้อย นัยน์ตาสองสีเริ่มเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบเดียวกับครั้งช่วยเหลือแบตทีละนิด ข้อต่อของออร์เฟอุสเริ่มส่งประกายไฟแปลบปลาบเพราะไม่สามารถทนการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องมากไปเช่นนี้ได้

"ทนหน่อย อย่าพึ่งพังล่ะ ออร์เฟอุส!!!!!!!!!”

ลูคัสตระโกนออกมา ปืนแกตลิ่งที่แขนทั้งสองเปิดออกมาก่อนรัวกระสุนไม่ยั้งไปทุกทิศทาง ชิลด์บัสเตอร์และลิเนียร์แคนน่อนถูกเล็งขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน เรลกันที่เอวและบีมแคนน่อนที่เข่าทั้งหมดถูกเปิดออก ออร์เฟอุสสาดกระสุนจำนวนมากต่อต้านการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่เสียดายกระสุนหรือพลังงานแม้แต่น้อยแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางเครื่องที่หาญกล้าฝ่าห่ากระสุนนั้นเข้ามา

"กระสุนมันมีจำกัด อย่าพึ่งโหมโจมตี รักษาการป้องกันไว้ด้วย พอได้จังหวะให้ใส่เลย"

นักบินชองซูโปรน่าเครื่องหนึ่งติดต่อกับพรรคพวกที่มาด้วยในขณะที่เขาพุ่งเข้ามาประชิดตัวออร์เฟอุอสได้บีมเบลดถูกดึงออกมาก่ขณะทะยานตัวขึ้นสู่เบื้องบนก่อนจะฟาดลงมาหวังสับออร์เฟอุส

"อย่าหวัง!!!!" ลูคัสตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดพลางพับลิเนียร์แคนน่อนยิงสวนขึ้นไปทว่ากลับโดนโล่ห์ขนาดใหญ่ของคู่ต่อสู้ป้องกันเอาไว้ได้

"ไม่เข้า!!" กุนซือหนุ่มต้องเจอกับความท้าทายเมื่อเขาไม่สามารถโค่นศัตรูลงได้ด้วยการโจมตีนี้

"อย่าดูถูกพวกเราให้มันมากนัก!! เจ้านี่ไม่เหมือนกับจาโปรน่าธรรมดาหรอกนะ!!!!"

บีมเบลดขนาดใหญ่ผ่าลงมาหวังปิดฉากคู่ต่อสู้แต่ลูคัสกระชากคันโยกอย่างแรงเพื่อหลบการโจมตีดาบลำแสงผ่าโดนแขนซ้ายของออร์เฟอุสขาดกระเด็นแต่ทว่าส่วนไหล่พร้อมกับกับชิลด์บัสเตอร์ยังคงทำงานได้อยู่และมันก็ยิงอัดโดนศัตรูเข้าเต็มเปาแต่ว่าร่างตรงหน้าที่ควรจะพังไปแล้วกลับยังพุ่งเข้ามาหาออร์เฟอุสต่อได้ บีมเบลดถูกแทงเข้าใส่ชิลบัสเตอร์ที่ไหล่ขวาจนระเบิดออก แต่ซูโปรน่าเครื่องนั้นก็ต้องอำลาโลกเพราะถูกลูคัสใช้ปืนลันเชอร์กระแทกอัดห้องนักบินแล้วยิงใส่เต็ม ๆ แรงระเบิดทำลายทัศนวิสัยของลูคัสและเกราะหุ้มของออร์เฟอุสและปืนลันเชอร์ของออร์เฟอุสก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนใช้การอีกไม่ได้ห่ากระสุนถาโถมเข้ามาขณะหมอกควันและเปลวเพลิงจากการระเบิดเมื่อครู่ยังไม่จางหายไป ลูคัสเดาะลิ้นก่อนชักบีมเซเบอร์ออกมาถือแทนที่ในชั่วอึดใจ

ลูคัสยังคงต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องยานแม่ที่ไม่อาจจะเคลื่อนไหวไปไหนได้ความเสียหายที่ทวีขึ้นผนวกกับกระสุนและพลังงานที่ลดน้อยลงทุกขณะทำให้ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะต้านได้อีกนานเพียงใด แบตเทิลอ่านข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมาจากลูคัสพร้อม ๆ กับเหลือบมองดูคีย์การ์ดที่เธอเสียบคาเอาไว้ ถ้าเธอกดรหัสลงไปแค่ 4 ตัวยานลำนี้ก็จะกลายเป็นสภาพเป็นระเบิดทำลายล้างในพริบตาแต่นั่นก็หมายถึงชีวิตของเธอและลูกเรือทั้งหมดจะต้องมลายหายไปด้วย ยิ่่งมองเห็นออร์เฟอุสที่กำลังต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อยิ่งพาลให้เธอรู้สึกสมเพศตัวเองยิ่งนักที่เผลอถอดใจยอมแพ้ไปเมื่อครู่นี้

"ในเวลาแบบนี้ยังคิดแผนการบ้า ๆ แบบนี้ออกมาได้อีกนะตาแว่นงี่เง่า........ ทั้งที่มีโอกาสชนะไม่ถึง 1% แท้ ๆ .........."

กัปตันสาวพึมพำเบา ๆ จนไม่มีใครจะสามารถได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ในเวลาที่สิ้นหวังแต่เขากลับยังคิดจะต่อสู้ ในเวลาที่ความหวังมีเพียงริบหรี่แต่เขากลับเชื่อมั่น แม้เป้าหมายจะอยู่สูงเกินเอื้อมแต่เขาก็พยามจะไขว่ขว้า แล้วเธอล่ะทำอะไรอยู่? แบตเทิ้ลถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุด......

"ระบบป้องกันตัวของยานยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า!!!!!?" 

"ระบบปืนพลังงานกับกราวิตี้มิลเลอร์ใช้การไม่ได้แล้วค่ะ!!! แต่ปืนกลยังพใช้ระบบบังคับด้วยมือได้อยู่ค่ะ!!!!"

"ดีล่ะ งั้นเปลี่ยนระบบปืนกลเป็นแบบบังคับด้วยมือ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ยังไหวรีบไปประจำการที่ป้อมปืนซะ เราจะสู้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย!!!"

กัปตันสาวเริ่มออกคำสั่งป้อมปืนกลที่ยังใช้การได้บนยานเรดกาแลคเซียเริ่มเปิดฉากยิงตอบโต้ศัตรูที่เข้ามาจู่โจมจากทั้งบนฟ้าและพื้นดิน ขณะเดียวกันนั้นหน่วยของรัตน์ที่ทะลวงฝ่าเข้ามาก็ต้องเผชิญหน้ากับการตั้งรับอย่างเต็มขั้นของฝ่ายศัตรูทั้งป้อมปืนกล ดีฟอลจาโปรน่า เคลจาโปรน่าที่คอยยิงต้านการรุกคืบของพวกเขาเอาไว้ ไหนจะต้องรับศีกจากซูโปรน่ากับแอสซอลท์จาโปรน่าที่คอยเข้ามาเล่นงานประชิดตัวอีก หนำซ้ำการดวลดาบซับซูโปรน่าเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับแวนการ์ดเลยทีเดียว เพราะผลที่เห็นได้ชัดจากแวนการ์ดที่กำลังโดนผ่าเป็นสองซีกทั้ง ๆ ที่ยกดาบขึ้นรับการโจมตีแล้วก็ตาม

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!

แวนการ์ดระเบิดเละไม่มีชิ้นดีแต่ขณะนั้นเองอาคาน่าซาก้าก็ปราดเข้าประชิดจากด้านข้างพร้อมฟาดอาคาน่าฟัลชิออ้อนตัดลำตัวอีกฝ่ายขาดเป็นสองท่อนไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ซูโปรน่าอีกเครื่องหนึ่งอาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้าประชิดซาก้าแต่ก็ถอยห่างออกไปเมื่อเจอการขัดขวางของลูกบอลพลังงานสีทองสองลูกที่พุ่งมาจากด้านข้าง ซูโปรน่ารีบบินหลบแต่ลูกบอลพลังงานเหล่านั้นก็ไล่ตามไปราวกับเป็นโฮมมิ่งมิซายส์ ซูโปรน่าหมดหนทางจะหลบหนีจึงทิ้งโล่ห์ไว้เป็นตัวล่อ

บรึ๊ม!!!!!!!!!!!!!!!!!

โล่ห์ระเบิดเป็นเศษเล็กเศษน้อย นักบินซูโปรน่ารีบมองหาผู้ที่โจมตีตนเองทันทีแต่เสี้ยววินาทีนั้นแขนขวาที่ถือบีมเบลดอยู่ก็หลุดกระเด็นไปด้วยลำแสงสีทองที่ยิงมาเป็นเส้นยาวก่อนจะถูกอาคาน่าฟัลชิอ้อนเสียบทะลวงเข้าตรงค็อทพิทอย่างจัง ซูโปรน่าระเบิดเป็นชิ้นกลางอากาศก่อนที่ซาก้าจะลงถึงพื้นแต่จังหวะนั้นเหล่าผู้ที่ตั้งป้อมรออยู่ด้านล่างก็กระหน่ำยิงใส่ซาก้าอย่างบ้าคลั่ง รัตน์ต้องรีบบังคับเครื่องหลบเป็นพัลวัลก่อนจะร่อนลงถึงพื้นลำแสงบีมเส้นหนึ่งก็ยิงมาโดนมิซายส์พ๊อตที่ขาซ้ายของซาก้าได้ีรับความเสียหายรัตน์กระเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจก่อนจะสาดกระสุนปืนกลแกตลิ่งสวนกลับไปพลางกับถอยเข้าที่กำบัง

"ไม่ไหว!! แบบนี้เราจะฝ่าไปข้างหน้าได้ยังไงกันครับร้อยโท!!!"

นักบินของแวนการ์ดเครื่องหนึ่งเอ่ยถามขณะที่ยังคงหลบอยู่ในที่กำบังและคอยยิงต่อต้านเป็นระยะ ๆ รัตน์ไม่ตอบคำถามเขาเอาแต่นิ่งเงียบพลางคิดถึงวิธีที่จะรุกคืบไปข้างหน้า แต่แล้วเสี้ยววินาทีนั้นเองคมกระสุนปริศนาก็ถูกยิงเข้ามาทำลายป้อมปืนและเหล่าหุ่นยนต์ที่ตั้งป้อมยิงพวกเขาอยู่ เคลจาโปรน่าและดีฟอลจาโปรน่าถูกสอยรั่วอย่างรวดเร็วด้วยการยิงที่แม่นเหมือนจับวาง

"อะไรน่ะกำลังหนุนของพวกมันเหรอ!!!? อ๊ากกกกกก!!!!!!!!!!"

นักบินของเคลจาโปรน่าที่ต้องป้อมตั้งรับต่างลนลานเมื่อเห็นพรรคพวกถูกสอยรั่วอย่างรวดเร็วเมื่อหนทางข้างหน้าเปิดโล่งหน่วยของรัตน์จึงเริ่มเดินหน้าต่อไปได้ขณะที่หน่วยเรจไวเวิร์นได้ทำการรุกคืบเข้ามาใกล้จุดตกเรี่อย ๆ แต่ลูคัสเองก็ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ แล้วเช่นกันชิลด์บัสเตอร์ขวาถูกทำลาย ประสิทธิภาพในการสร้างบาเรียลดลงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แขนซ้ายถูกทำลาย ปืนลันเชอร์ถูกทำลายหนึ่งกระบอก ความเสียหายของข้อต่อเข้าสู่ระดับปานกลาง จำนวนกระสุนเหลือสามสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ไม่นับแพ็คกระสุนสำรอง พลังงานเหลือหกสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เสียงที่ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของออร์เฟอุสดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้นล้วนมีแต่เรื่องเลวร้ายทั้งสิ้น

"ปลดเกราะไหล่ขวา"

ลูคัสพูดขึ้นพร้อมกับเกราะไหล่ขวาของออร์เฟอุสที่ถูกดีดลงพื้นก่อนที่จะกระหน่ำอาวุธที่พอมีเหลือใส่ศัตรูเรื่อยๆโดยไม่สนว่าจะโดนหรือไม่ แต่เพราะจำนวนแบบนี้การจะให้มาเล็งเป้าทีละตัวคงไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่านัก

"ตัดส่วนพลังงานออกจากระบบบาเรีย โอนเข้าชิลด์บัสเตอร์เรียบร้อย ยิงได้!!!" กุนซือมังกรตื่นตระโกนลั่น ประจุพลังงานรวมตัวกันที่ปากกระบอกปืนใหญ่ที่โล่ไหล่ซ้ายจนสว่างวาบ

บรึ้มมม!!!!

"อุ๊บบบ!"

ลำแสงขนาดเล็กถูกยิงสวนเข้าไปจนปืนใหญ่นั่นระเบิดออกพร้อมกับเกราะไหล่ที่แตกกระจุยไม่มีชิ้นดี ยานรบสีน้ำตาลพุ่งผ่านออร์เฟอุสไป กระสุนปืนกลถูกรัวเข้าใส่ออร์เฟอุสที่เสียหลัก แม้จะไม่สามารถเจาะเกราะหนานั่นไปได้ก็ตามแต่มันก็สร้างรอยบุบเล็ก ๆ บนเกราะได้พอสมควรสิ่งที่บินโฉบไปนั้นลูคัสรู้จักเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

"ลีกาเมียร์......"

ลูคัสเอ่ยหน้านิ่งก่อนที่ดูอัลเรลกันจะถูกเล็งแล้วยิงออกไป กระสุนนั่นพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงแต่ว่าความเร็วที่เหนือกว่าของลีกาเมียร์นั่นทำให้มันหลบหลีกไปได้อย่างหมดจด ร่างยานรบนั่นพับเป็นหุ่นก่อนจะเงื้อบีมเบลดสองเล่มเข้าหมายพิฆาตนักกวี ทันใดนั้นดาบแสงสองเล่มก็ถูกป้องไว้ด้วยบีมเซเบอร์ในมือขวาของออร์เฟอุสจนเกิดประกายไฟวูบวาบ ศัตรูที่เหลือหมายใช้โอกาสนี้ยิงแทรกเข้ามาแต่ก็ถูกกลุ่มแวนการ์ดยิงสกัดไว้ก่อนทำให้นต้องถอยร่นออกไปแต่ก็เป็นการชั่วคราวเท่านั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2010, 04:46:42 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #96 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2010, 04:47:22 PM »

การต่อสู้ดำเนินมาได้เกือบ 30 นาทีกระแสของสงครามเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อเทพธิดาสีแดงเริ่มลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้งแม้จะบาดเจ็บ เรเน่มองดูสถานการณ์ตอนนี้ด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนเช่นเคย กำลังรบที่ถูกส่งไปจมกองยานรอบนอกก็ร่อยหรอลงทุกทีแม้จะจมยานศัตรูได้แล้วถึง 6 ลำแต่จำนวนหุ่นยนต์ที่เสียไปก็มากเกินไป แถมเพราะสัญญาณถอยทัพของศัตรูเมื่อกี้ทำให้เธอสั่งการให้กองทัพรุกไล่ศัตรูขึ้นไปแต่ทว่าจากสภาพตอนนี้มันกลับทำให้กองกำลังไปกระจุกรวมกันมากเกินไปภายในฐานทัพตอนนี้เกิดช่องโหว่ในการป้องกันขึ้นในบางจุด แต่อย่างน้อย ๆ เธอก็มั่นใจว่าเกราะทับทิมนั้นทรงพลานุภาพพอที่จะปกป้องอัศนีย์แดงให้รอดพ้นไปจากสถานการณ์นีได้แต่ทว่า........

"แย่แล้วครับ!!!! มีศัตรูลอบเข้าโจมตีใกล้ ๆ เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ครับ!!!!"  นายทหารผู้หนึ่งกล่าวรายงานด้วยความตื่นตระหนกหลังจากได้รับรายงานด่วนจากหน่วยที่คอยคุ้มกันเตาปฏิกรณ์

"....ว่าไงนะ!! ศัตรูมีทั้งหมดเท่าไหร่?"

"ไม่ทราบจำนวนครับ ตรวจจับปฏิกิริยาของศัตรูไม่ได้คาดว่าคงเป็นพวกมีระบบพรางสัญญาณครับ!!"

"....ส่งกำลังไปเสริมเร็วเข้าไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องเตาปฏิกรณ์ไว้ให้ได้!!!!!"

"คะ..ครับ!!!!"

การจู่โจมแบบสายฟ้าแล่บนี้ทำเอาผบ.หญิงแห่งบอนล์ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้เธอลุกขึ้นยืนมองดูตำแหน่งของทัพตนเองกับศัตรูก่อนจะกำแส้ม้าในมือแน่นด้วยความเจ็บแค้นในความผิดพลาดเล็กน้อยของตนเอง

"นี่ฉัน...สนใจเจ้ายานนั่นมากเกินไปอย่างนั้นเหรอ?......" 

การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเรเน่ประกอบกับความสามารถในการสเตลของเนวาน่า ทำให้การรุกคืบของเอลทำได้ง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก เมื่อเอลรับภาระกิจมาจากลูคัสแล้ว เนวาน่าก็ย่อร่างดุจสัตว์ป่าและมองไปยังเป้าหมายที่ต้องการจะไปเตาปฏิกรณ์ที่คอยส่งพลังให้่กับเครื่องสร้างเกราะคือเหยื่อในภาระกิจคราวนี้

เนวาน่ากระโจนมุ่งไปยังเตาพลังงานนั้นในชั่วพริบตา ร่างสีน้ำเงินขนาดยักษ์ที่มุ่งไปยังเป้าหมายด้วยความรู้สึกที่เปรมปรีในคำสั่งนี้อย่างมาก เอลมุ่งตรงสู่สมรภูมิตรงหน้าที่ไม่ว่ามองอย่างไงมันก็เป็นลานประหารชัด ๆ แต่เค้าก็ไม่ยี้ระมันกับมันเลยแม้แต่น้อยเหล่ากระสุนปืนลำแสงยิงเข้าใส่หุ่นรบที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มเครื่องนี้ แต่ก็ไม่อาจทำให้ฝีเท้าของอสูรสีน้ำเงินนั้นชะลอลงแม้แต่น้อยนิด กรงเล็บที่แหลมคมนั้นฟาดเค้าใส่แอสซอลท์จารโบน่าที่เข้ามาจู่โจมอย่างรวดเร็วก่อนที่คว้าซากนั้นขึ้นบังกระสุนที่รุมสาดใส่ร่างของเนวาน่า แน่นอนว่าในห่ากระสุนที่มืดฟ้ามัวดินนี้เค้าไม่มีทางหลบได้หมดเพียงไม่กี่วินาทีโล่ชั้นยอดของเค้าก็๋ต้องเป็นอันแหลกเป็นจุล  เอลนั้นก็ไม่ได้คิดหลบแต่แรกเค้าวิ่งไปในจุดที่โดนคาดว่าจะกระสุนน้อยที่สุดและระยะทางที่จะไปถึงเตาพลังงานก็สั้นที่สุดด้วย เพื่อทำลายเตาพลังงานเพียงอย่างเดียว เหล่าหุ่นยนต์ที่อยู่บริเวญไกล้เคียงเริ่มใช้ดาบและอาวุธทุกชนิดที่หวังผลได้ ประเคนสาดเข้ามาเพื่อทำลายวัตถุอันตรายที่มีต่อชัยชนะที่แสนสั่นคลอนชิ้นนี้

"เสร็จฉันล่ะ"

จาโปรน่าเครื่องหนึ่งเห็นจังหวะอันดีจึงฟาดดาบลงมาจากแนวสูงลงมายังร่างที่เร่งฝีเท้าจนมีช่องโหว่มากมายของเนวาน่า  แต่ก็ถูกกรงเล็บของเนวาน่าตะปบและกระชากร่างเสียจนขาดกระจุยก่อนมุ่งหน้าไปต่อดุจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เส้นลำแสงสังหารที่กระหน่ำออกมาจากกระบอกปืนแทบทั้งหมดนั้นแทบจะไม่มีทางได้ต้องร่างอสูรน้ำเงินนี้เลยแม้แต่น้อย

"อีกนิดเดียว!!"
 
เอลพูดอย่างร้อนใจในขณะที่ยังวิ่งพุ่งไปอย่างไม่หยุดเท้าเพราะสหายรบของเค้ากำลังตกในอันตรายที่หาหนทางรอดได้ยากและเค้ารู้ดีว่าถ้าพลาดอาจหมายถึงยานเรดฯ ต้องจบลงตรงนี้ดีไม่ดีอาจจะมากกว่านั้นก็ได้ในขณะที่กำลังพุ่งตรงไปอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีลำแสงขนาดยักษ์ยิงดักหน้าเป็นแนวกั้นเอาไว้ เอลนั้นรีบบังคับเนวาน่าให้กระโจนม้วนหน้าหลบข้ามไปอย่างสวนงาม แต่ทว่าสิ่งที่รอเขาอยู่กลับไม่ใช้พื้นดินอย่างที่ควรเป็น กำปั้นเหล็กขนาดใหญ่พุ่งเข้ามากระแทกบริเวณหน้าอกของเนวาน่าอย่างจัง ทำให้เสียหลักลงไปกลิ้งกับพื้นชนิดสภาพดูไม่จีดราวกับแมวตกต้นไม้ก็ไม่ปาน

"โธ่โว้ย!!!"

เอลสถบในพลางรีบถีบตัวกลับขึ้นมายืนโดยไว้พร้อมกับมองหน้าเห็นศัตรูใหม่ที่เค้าพบ มันเป็นหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า ออร์คเกนย์และจารโบน่าอีก 4 เครื่องซึ่งทุกเครื่องมีตราสัญลักษณ์รูปแมวขาวอยู่ที่ใหล่่และยานแม่ที่ยิงปืนลำแสงสกัดกั้นเขาเมื่อครู่นั้นก็มีเครื่องหมายการค้าแบบเดียวกันนี้ติดอยู่ เสียงกล่าวทักทายจากใครบางคนดังลอดเข้ามาทางช่องทางสื่อสารของเนวาน่า

"นายคือเอลสินะ พวกฉันได้ยินชื่อมานาน....เฮ้ย!!!"

แต่ดูเหมือนเอลไม่อยากจะฟังการแนะนำตัวของพวกเขาซักเท่าไหร่ เพราะเขาไม่พูดพร้ำทำเพลงรีบยิงปืนกลที่เก็บได้และหันปากกระบอกมายิงใส่เหล่านักรบแห่งท้องฟ้า 4 ตัวนั้นเล่นเอาเหล่าจารโปรน่านั้นแตกกลุ่มกันทันที

"ฉันบอกแล้วไงว่าคนที่บ้าทักทายคนอื่นในสนามรบเหมือนการตูนมีแค่นายกับไอ้บ้าเต้สองคนนั้นละ"

หญิงสาวกล่าวขึ้นก่อนจะเล็งบีมกันยิงต้อนเนวาน่าที่หลบหนีและพยายามมุ่งหน้าต่อ แต่เจ้ายักษออร์คเกนย์นั้นก็มาขวางไว้แน่นอนว่ามันก็เป็นหน่วยนี้เช่นกัน ดูจากแรงกดดันเจ้านี้คงเป็นหัวโจกของทีมแมวเหมียวนี้แน่ ๆ

"เอาไว้ว่างๆจะมาเล่นด้วยนะน้องเหมี้ยว"

เอลพูดหยอกเย้าก่อนจะมุ่งร่างเพื่อลอดหลบออร์แกนที่ขวางทางเค้าอยู่ แต่หมัดของเจ้ายักษ์ถูกหวดเข้าหาเอลอย่างเร็วและต่อเนื่องคนขับนับว่ามีฝืมือสูงมาก ทีเดียว แม้จะช้าเล็กน้อยแต่ด้วยขนาดที่เป็นดังกำแพงขนาดยักษ์ทำให้ต้องออกแรงและใช้พื้นที่หลบอย่างมากกว่า ยิ่งภาระกิจที่ต้องทำเวลาเช่นนี้ไอ้ของใหญ่ ๆ ที่คอยขวางแบบนี้ทางมันน่ารำคาญสิ้นดี เอลรีบเบี่ยงหลบการจู่โจมของ ออร์คเกนย์ด้วยความไวสูงดุจสัตว์ร้ายเค้าย่อตัวและกระโจนหลบทำให้เนวาน่าที่ดูใหญ่โตนั้นปราดเปรียวขึ้นในพริบตาดุจแมวป่าก็ไม่ปาน แต่จาโปรน่าอีกเครื่องมุ่งมาในมุมอับและเสียบบีมเซเบอร์ใส่ที่สีข้าง เอลที่ไม่อยากหยุดการเร่งเท้านั้นรีบปัดมันออกแม้จะแลกด้วยรอยบาดลึกที่แขนของเนวาน่าก็ตามที

แม้กระโจนให้ห่างแต่ก็โดนออร์แกนทื่หันกลับมาได้แล้วนั้นก็ยิงร็อคเก็ตพันช์ใส่อย่างรุนแรง ร่างของเนวาน่าปลิวตามแรงหมัดก่อนจะยันเท้าลงพื้นเพื่อต้านและปัดหมัดนั้นทิ้งเอลนั้นไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าจากหน้าที่แสนสำคัญที่ได้รับมานี้ เขาจึงรีบวิ่งจากไปอย่างสุดฝีเท้าต่อแต่เหล่าจาโปรน่าพวกนั้นก็ยังตามกัดไม่ปล่อยราวกับไฮฮีน่าที่กำลังล่าเหยื่อ ลำกระสุนสีและแสงบีมจากปืนบีมไรเฟิ้ลถาโถมใส่อสูรน้ำเงินอย่างต่อเนื่อง ณ เวลานี้อสูรสีน้ำเงินถูกแต่งแต้มด้วยสีเขียวเรืองแสงหลายจุดบนตัวเครื่อง

"มาสเตอร์คะหันกลับไปสู้ก่อนที่เราจะโดนพังดีกว่าคะ" เนวาน่านั้นร้องเตือนในขณะที่หน้าปัดที่แดงเถือกแสดงความเสียหายที่มากขึ้นทุกที ๆ

"ตอนนี้หน้าที่ของเราต้องรีบจัดการเจ้าเตานั้นก่อนเรดจะโดนเล่นงานหนักกว่านี้ละนะ"

เอลนั้นจดจ่อกับการมุ่งไปด้านหน้าและทำลายสิ่งกีดขวาง ร่างมารน้ำเงินที่ตามปกติจะหลบหลีกเร้นกายไปตามป่าหรือแนวอาคารที่เพื่อลอบไปใกล้เป้าหมายอย่างรวดเร็วและเงียบกริบแต่ที่โล่ง ๆ แบบนี้การรบแบบนั้นไม่สามารถทำได้ ระบบสเตลก็ไร้ซึ่งประโยชน์หากมามองเห็นตัวอยู่แบบนี้เหล่าอาวุธหนักเบาประเคนยิงอัดร่างเนวาน่าจากด้านหลังซึ่งเอลก็หลบหลบหลีกอย่างเต็มกำลังและมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่แคร์ว่าจะต้องบาดเจ็บแค่ใหน แน่ล่ะก็คนโดนมันยัยหนูเนวาน่าไม่ใช่เขานี้หว่า

"เจ้านั้นมุ่งไปเตาอย่างเดียวไม่สนใจพวกเราเลยแฮะ แบบนี้ใช้สไนเปอร์กับอาวุธจำพวกระเปิดยิงดักหน้าเลย  อย่างน้อยถ้าถ่วงเวลาให้มันช้าลงได้พวกที่ตามหลังไปเสียบมันได้แน่"

กับตันยานรบลำนั้นออกคำสั่งการให้ลูกน้องเล็งปืนยิงลูกระเบิดวิถีโค้งดักหน้าเนวาน่า แต่ทางเนวาน่่าเองก็จับสัญญาญได้และรีบแจ้งเอลทันที

"มาสเตอร์คะมีการเปลี่ยนแปลงองศาการยิงจากด้านหลังคะ" เนวาน่านั้นรีบเตือนก่อนที่มาสเตอร์ของเธอจะโดนโจมตีจนกลายเป็นซากเนื้อเละ ๆ ในกองเหล็กเน่าๆ

"คิดจะยิงระเบิดดักหน้าสินะมุขนี้เก่าแล้วละ เนวาล เตรียมตัวเจ็บอีกนิดละ เดียวกลับไปจะให้พักยาว ๆ เลย"

เอลพูดเชิงขำ ๆ ก่อนที่จะยิ่งเร่งฝีเท้าหนักขึ้นไปอีก เมื่อพวกนี้ไม่ตอดเล็กตอดน้อยเค้าก็เร่งเท้าได้มากขึ้นอย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว

"เอาผู้หญิงมาทรมารทรกรรมแบบนี้นับว่าชั่วถึงแก่นเลยนะคะมาสเตอร์" เนวาน่านั้นเริ่มงอนและบ่นโน่นบ่นนี่ เพราะคนที่เละมันก็เธอนี่นา

"ดันเกิดเป็นผู้หญิงหนังหนาเองนี่นาช่วยไม่ได้ เกิดมาคู่กับฉันต้องอดทนนะ" ท่าทางเอลคงไม่สนใจอารมณ์แสนแปรปรวนของสาวน้อยที่ตัวโตกว่า 30 เมตรคนนี้ซักเท่าไหร่

"ไอ้แมงดา" เนวาน่านั้นด่าออกไปด้วยท่าทางไม่พอใจสุด ๆ หากเธอมีร่าง AI แบบโซลเธอคงกระโดดถีบเอลแล้วแน่ ๆ

"อย่าพูดมากน่ายัยกระป๋องมันมานั่นละ"

หลังจากสิ้นคำสนทนากระสุนแรงสูงจำนวนมากก็สาดเข้าใส่ร่างของเนวาน่า ซึ่งเอลก็หลบอย่างสุดชีวิตแต่ด้วยแนวการวิ่งที่เดาได้ง่ายทำให้กระสุนเข้าเป้าและทำลายเนวาน่าไปหลายต่อหลายจุดเสียจนร่างเธอนั้นเกราะนอกแหลกไปหมดแทบทั้งร่าง

"มาสเตอร์คะ ทำปีกของฉันหักแล้วนะคะ มาสเตอร์ต้องรับผิดชอบด้วยนะคะ"

เนวาน่านั้นเริ่มงอแงเมื่อปีกที่เธอเชื่อว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเธอนั้นเป็นนางฟ้าหักลงทั้ง ๆ ที่หน้าตาเธอมองยังไงซาตานชัด ๆ 

"ไอ้ปีกที่มีติดไว้เท่ ๆ บินไม่ได้เอา ๆ ทิ้งไปเถอะมันจะได้เบาลงบ้าง" เอลนั้นตอบอายไม่แยแสเลยทีเดียวตอนนี้เค้ายังคงมุ่งแต่จะทำภาระกิจให้ลุล่วงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

"อยากโดนระบบสละเครื่องยิงส่งไปกลางดงพวกข้าศึกไม๊คะ?" เนวาน่านั้นเริ่มฉุนขาดและปลดระบบดีดคอ็กพิตแถมเล็งไปยังกลางวงทหารบอนล์พอดี

"ขอโทษครับท่านหญิงเดี๋ยวผมจะหาของที่ท่านอยากได้มาประเคนให้พร้อมกับบูชาเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยครับ"

พอสาวเจ้าเจอเล่นมุขนี้เอลนั้นถึงกับยอม ท่าทางจอมกะล่อนแบบเค้าคงชนะสาวน้อยคนนี้ไม่ใหวแน่ ๆ หลังสิ้นบทคุยเอลก็กระโจนสุดตัวหลบกระสุนบาซุก้าที่ยิงใส่จากด้านหลังแต่ไม่เพี่ยงแต่หลบเอลคว้ามันไว้ด้วย

"แย่แล้วพวกถอยห่างออกมาเร็วเข้า!!!!!!!"  กัปตันยานที่ประทับตราแมวเหมียวรีบสั่งให้พรรคพวกของตนถอยห่างออกมาโดยไว

"ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะครับ!!!  เอาล่ะมาจุดกันให้ระเบิดเถิดเทิงไปเลย!!!! ดอกไม้ไฟฉลองชัยชนะของพวกเรา!!!!!!"

พูดจบเอลก็ขว้างกระสุนบาซูก้าใส่เตาพลังงานที่อยู่ตรงหน้่าก่อนจะม้วนตัวอย่างสวยงามกลางอากาศแล้วพุ่งตามไปถีบอัดลูกกระสุนนั้นให้กระแทกเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ วินาทีแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นมันได้กลืนร่างเนวาน่าหายไปในแสงจ้านั้น

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังก้องราวฟ้าถล่ม เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำราวกับไฟนรก แสงสว่างที่เจิดจ้าและแรงกระแทกอันมหาศาลขนาดสั่นสะเทือนฐานทัพแห่งนี้ คงไม่มีหุ่นยนต์ปกติตัวไหนที่จะไปกระโดดถีบเตาพลังงานแล้วรอดมาได้อย่างแน่นอน โดมเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ต้องฟ้าแผ่ขยายอาณาเขตกลืนกินทุกสรรพสิ่งในรัศมีออกไปอย่างรวดเร็วแรงคลื่นกระแทกคลื่นความร้อนปริมาณมหาศาลแผ่กระจายออกทั่วทุกสารทิศ ส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งที่อยู่อย่างที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างรุนแรงจนสั่นสะเทือนไปทั้งผืนปฐพีและผืนฟ้า หุ่นรบทั้งหลายที่อยู่ในขอบเขตของเปลวแสงถูกกลืนกินหายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก สิ่งปลูกสร้างมากมายในบริเวณนั้นมลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เหล่าผู้ที่อยู่ห่างออกไปต่างโดนแรงกระแทกที่แผ่ออกอัดจนล้มกลิ้งไม่เว้นแม้แต่เจ้ายักษ์ออร์คเกนย์ยังกระเด็นหงายหลังฟาดพื้นไม่เป็นท่า ระบบเรดาร์และการสื่อสารทั้งหมดเป็นอัมพาตไปในบัดดล

หลังจากแรงระเบิดสงบลงเรเน่ค่อย ๆ ชันกายขึ้นจากพื้นด้วยอาการมึนงงเล็กน้อย แรงระเบิดเมื่อกี้สร้างแผ่นดินไหวถึงขนาดภายในกองบัญชาการที่อยู่ห่างออกไปยังรู้สึกได้ ตอนนี้ภายในมีแต่ความโกลาหลและยุ่งเหยิ่งอุปกรณ์สุดไฮเทคมากมายได้ีรับความเสียหายจนใช้การไม่ได้ชั่วขณะ

"รายงานความเสียหายมาซิ!!!" เธอตะโกนอย่างสุดเสียงขณะที่เสียงไซเรนฉุกเฉินไปทั่ว

"ไม่ทราบครับระบบไฟฟ้าขัดข้องตอนนี้อุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์ตรวจจับของเราใช้การไม่ได้เลยครับ!!!"

"เปลี่ยนเป็นระบบไฟสำรองเดี๋ยวนี้!!! รีบต่อทุกหน่วยให้กลับมาคุ้มกันอัศนีย์แดงเดี๋ยวนี้!!!"

"ไม่ไหวค่ะ ระบบสื่อสารใช้การไม่ได้เลยค่ะ!!!"

"ทำต่อไปจนกว่าจะได้!!!!" 

เรเน่สั่งการอย่างดุดันพลางชกลงบนคอนโซลที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเจ็บแค้นเธอพลาดอย่างรุนแรงที่สุดอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อเตาปฏิกรณ์ถูกทำลายลงปราการเหล็้กที่คอยคุ้มครองปืนใหญ่ที่แสนภาคภูมิใจก็มิอาจจะคงความแข็งแกร่งเอาไว้ได้อีก อานุภาคที่เคยรวมตัวกันหนาแน่นบัดนี้แตกกระจายกลายเป็นละอองเล็ก ๆ ก่อนจะจางหายไปในอากาศราวกับเป็นแค่ฝุ่นธุลีบัดนี้ อัศนีย์แดงกำลังไร้การป้องกันอย่างสิ้นเชิงแล้ว

"คุณเอล คุณเอล ตอบด้วยครับ คุณเอล....."

หลังปฏิบัติการเสร็จสิ้นอย่างสวยงามลูคัสก็พยายามติดต่อกับผู้ที่เข้าไปทำหน้าที่อย่างเร่งด่วนแต่ก็ไร้ผลไม่มีการตอบกลับของบุคคลที่เขาเรียกหาแม้แต่น้อย ออร์เฟอุสที่ถอยครูดมาจนติดกับยานเรดค่อย ๆ ขยับร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายแขนซ้ายที่ขาดไปส่งประกายไฟจากไฟฟ้าที่ลัดวงจรออกมาเป็นระยะ ๆ ก่อนจะมีดูสภาพโดยรอบจากกล้องจับพลางที่เริ่มพร่ามัวเพราะรอยแตกบนส่วนหัว สงครามที่รุนแรงที่ดำเนินมาเรื่อย ๆ ถึงจุดหยุดชั่วขณะเพราะการระเบิดของเตาปฏิกรณ์เขาพยายามติดต่อกับคนอื่น ๆ แต่ไร้ผลเช่นกันดูเหมือนว่าระบบสื่อสารจะขัดข้องเสียแล้ว แต่ในขณะที่เขากำลังพยามซ่อมระบบสื่อสารอยู่นั้นกลับมีเสียงบางอย่างดังขึ้นมา

"ฮะ ๆ ๆ ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้มีโอกาสฆ่าคุณ มังกรตื่น ลูคัส เจเนเซีย รู้สึกเป็นเกียรติจัง......"

เสียงหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดที่ดูสุภาพผ่านระบบสื่อสารที่เริ่มกลับมาใช้การได้ก่อนที่จะมีมิซายส์พุ่งลงมาจากท้องฟ้าจำนวนสองลูก ลูุคัสที่ไหวตัวทันรีบเร่งบูสออกตัวหลบอย่างเต็มที่ มิซายส์ทั้งสองลูกกระทบพื้นระเบิดเป็นหลุมใหญ่

"โอ้.....หลบได้ด้วยแหะ...ไม่น่าเชื่อเลยหุ่นสภาพโทรม ๆ แบบยังหลบได้อีกน่าสงสัยจริง ๆ ว่าทำได้ยังไงกันนะ อ๊ะ ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมคือ อันฟาร์ค ฟูอัน ทหารประดิษฐ์ของบอล์น ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ แต่อีกเดี๋ยวก็คงต้องจากกันแล้วล่ะเพราะคุณกำลังจะตายนี่นา ฮะ ๆ ๆ อ่อไปนรกแล้วก็อย่าลืมชื่อผมล่ะครับ.."

"ใครเขาถามชื่อคุณกันครับ?....ถึงคุณไม่บอกผมก็ไม่กระสันอยากรู้อยู่แล้ว...."

ลูคัสตอบเสียงเรียบก่อนที่ลีกาเมียร์ก็ยิงมิซายส์ชุดที่สองเข้าใส่ ออร์เฟอุสยกปืนกลที่แขนยิงสกัดกั้นมิซายส์เอาไว้ได้หมดในระยะเผาขน ลีกาเมียร์พุ่งฝ่ากลุ่มควันออกมาโดยมีร่องรอยความเสียหายพอเล็กน้อยและด้วยความเร็วของตัวเครื่องและความสามารถของอันฟาร์คทำให้เขาเข้าประชิดคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว

"ไม่เลวนี่ครับแต่เครื่องสภาพแบบนั้นผมอยากรู้จังคุณจะไปได้ซักกี่น้ำ ฮะ ๆ ๆ ๆ "

อันฟาร์คหัวเราะร่าโดยแฝงความเย้ยหยันเอาไว้ภายใต้หน้ากากอารมณ์ดีขณะโฉบเข้าไปฟันใส่ออร์เฟออุสที่เบี่ยงหลบไปได้อย่างเฉียดฉิวแต่ชิ้นส่วนของเกราะที่บ่าขวาถูกตัดขาดไปเล็กน้อย ลูคัสบังคับลิเนียร์แคนน่อนกระบอกที่เหลือบนบ่าซ้ายยิงไล่หลังลีกาเมียร์ไปแต่พลาดเป้าขณะที่ฟูอันบืนกลเล็กสวนมา เกราะนอกของออร์เฟอุสแตกร้าวไปทั่วก่อนร่วงกราวลงบนพื้นเหลือเพียงเกราะบางส่วนเท่านั้นที่ยังคงอยู่ ในขณะที่เกราะภายในก็เริ่มมีความเสียหายระดับหนึ่งแล้ว

"ระดับความเร็วของปฏิกิริยาตอบสนองระดับนั้น.... ...สารเร่งอดินาลีนสินะ..... ดูท่าว่าพวกนักวิจัยจะยังไม่ล้มเลิกโครงการบ้า ๆ นั่นสินะครับ.."

ลูคัสพูดเสียงกระด้างขณะรัวยิงแกตลิ่งที่แขนขวาเข้าใส่ศัตรูที่บินโฉบเฉี่ยวอยู่บนท้องฟ้า ร่างของมันพับเป็นยานรบก่อนบินหลบหลีกไป ก่อนที่ทหารทดลองทั้งคู่จะเข้าปะทะกันเป็นยกที่สอง

"ไม่คิดว่าพวกเราจะคุยกันแบบสุภาพชนนะครับเนี่ย เรื่องโครงการนั่นผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณหรอกนะครับ"

ฝ่ายตรงข้ามตอบกลับ การหลบหนียังดำเนินต่ออีกช่วงระยะหนึ่งก่อนลีกาเมียรที่ทิ้งระยะได้แล้วจะเร่งเครื่องกลับมาด้วยความเร็วสูงพร้อมยิงโจมตีออร์เฟอุสด้วยบีมกันที่ซ่อนอยู่พร้อมกับและปืนกลขนาดเล็ก ลูคัสพยายามบังคับออร์เฟอุสที่สภาพจะพังแหล่มิพังแหล่สไลด์ตัวหลบอย่างสุดกำลังโดยพยายามล่อให้ออกห่างยานเรดมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ขณะที่เหล่ากองยานที่กำลังโรมรันกับหุ่นยนต์รบทางอากาศของบอนล์อยู่อย่างดุเดือดเมื่อได้เห็นประกายแสงเจิดจ้านั้นแล้วพวกเขาก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความหวังมากขึ้นทีละนิด อาคาน่าซาก้าก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ก่อนจะดึงอาคาน่าฟัลชิอ้อนที่ปักลงไปเป็นหลักยึดตัวเองขึ้นมาจากพื้น ส่วนเหล่าแวนการ์ดที่ย่อตัวนั่งลงพร้อมกับยกโล่ห์ขึ้นกำบังตนก็ค่อย ๆ ยืนขึ้นอย่างช้า ๆ เช่นกันกลุ่มของรัตน์ไม่ได้รับความเสียหายจากคลื่นกระแทกซักเท่าใดนัก สภาพของหุ่นทุกตัวโดยรวมยังคงสู่ต่อได้ ขณะที่โกลด์ซาเวียที่ยืนอยู่หน้าสุดยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลยขณะที่โดมแสงที่ส่องประกายสีทองเคยโอบล้อมพวกเขาอยู่ค่อย ๆ สลายหายไป

"ทุก ๆ คนปลอดภัยดีนะครับ...."

เสียงของเด็กหนุ่มผู้ควบคุมหุ่นรบสีทองดังก้องผ่านโสตประสาทของรัตน์ราวกับว่าเขากำลังมาพูดอยู่ในหัวของเขาก็มิปาน อันที่จริงนักบินทุกคนที่อยู่แถว ๆ นั้นต่างได้ยินเสียงนี้กันทั้งหมดเพียงแต่ว่าพวกเขาไม่สามารถจะสื่อสารกันได้ในเวลานี้ รัตน์ขัดใจเล็กน้อยจึงใช้กำปั้นทุบไปที่คอนโซลของซาก้าอย่างแรงหนึ่งครั้ง

"ครืด.....ครืด.......เ......ปลอ.......ดี......พวกเราปลอดภัยว่าแต่นายเถอะไหวหรือเปล่า?" เสียงของรัตน์ดังผ่านวิทยุสื่อสารแบบพกพาที่อยู่ในส่วนควบคุมของโกลด์ซาเวีย

"ไม่เป็นไรมากหรอกครับ แค่ใช้พลังมากไปก็เลยรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยว่าแต่ว่า ทางด้านกัปตันแบตเทิลจะปลอดภัยดีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ...."

"ไม่รู้เหมือนกัน... แต่ที่แน่ ๆ"

รัตน์หันมองไปยังอัศนีย์แดงที่ไร้ซึ่งกำแพงแสงห่อหุ้มก่อนจะมองทอดยาวไปยังยานเรดที่เห็นอยู่ลิบ ๆ ตรงหน้าเขาหยุดนิ่งพลางครุ่นคิดว่าจะเลือกไปทางไหนก่อนดี จะทำลายป้อมก่อนหรือจะรีบไปช่วยยานเรดฯ ขณะที่กำลังลังเลใจอยู่นั้นเสียงการยิงต่อสู้ก็เริ่มเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เสียงระเบิด ประกายไฟ และเส่้นลำแสงบีมเริ่มปรากฏขึ้นใกล้ ๆ กับบริเวณจุดตกอีกครั้งแทบไม่มีเวลาให้ตัดสินใจกันเลย

"รีบไปช่วยพวกเขาเถอะครับคุณรัตน์ก่อนที่จะไม่ทันการณ์!!" 

เสียงของคาริสดังก้องผ่านช่องสื่อสารมาถึงหูของรัตน์เขารีบพาเร่งเครื่องพาซาก้ายังจุดตกพร้อมกับเหล่าอาคานาแวนการ์ดที่วิ่งตะบึงตามหลังไปติด ๆ แต่ทว่าโกลด์ซาเวียกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนไปไหนแววตาของเด็กหนุ่มที่เคยดูอ่อนโยนเป็นมิตรในเวลานี้กลับแข็งกร้าวและทรงพลัง เขาจ้องมองไปที่ป้อมปืนใหญ่ที่สูงตระหง่านก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงและเริ่มรวมสมาธิไอละอองสีทองค่อยแผ่กระจายออกมาจากร่างของโกลด์ซาเวียที่ละเล็กทีละน้อยก่อนจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ เปลวเพลิงจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ยังคงโหมลุกไหม้ราวกับเปลวเพลิงจากนรกกลุ่มผู้ที่รอดชีวิตมาได้อย่างเฉียดฉิวค่อย ๆ ขับเคลื่อนหุ่นของตัวเองออกมาจากกองซากปรักหักพัง ท่อนแขนที่ทรงพลังของออร์คเกนย์ค่อย ๆ ยกเศษซากทับถมมันไว้ออกอย่างไม่ยากเย็นขณะที่พรรคพวกจาโปรน่าที่มีสัญลักษณ์แมวเหมียวทั้งหมดยังคงปลอดภัยดีภายใต้การปกป้องของมัน

"นึกว่าจะตายซะแล้ว......" นักบินคนหนึ่งของจาโปรน่าถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะจ้องมองไปยังเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเป็นบริเวณกว้างและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่อย่างใด

"มันตายแล้วเหรอ?" 

"ไม่น่ารอดหรอก ต่อให้เป็นมันโดนไปขนาดนั้นก็ไม่น่าที่จะ........................."

คำพูดของนักบินออร์คเกนย์หยุดช่วงลงทันควันราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างในเสี้ยววินาทีนั้น ท่ามกลางกองเพลิงที่ร้อนแรงจนน่าจะหลอมละลายโลหะหลากหลายชนิดได้สบายกลับมีเงาทะมึนที่สูงใหญ่ค่อย ๆ เดินย่ำออกมาอย่างช้า ๆ จากกองเพลิงนั้นทุกคนที่ได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่างตกตะลึงจนลืมแม้กระทั่งจะหายใจ เงาขนาดยักษ์ที่กำลังเดินมานั้นไม่ใช่อะไรที่ไม่เคยเห็น หากแต่เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด เนวาน่าที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยการต่อสู้เดินฝ่าเปลวเพลิงมาอย่างช้า ๆ แผ่นเกราะที่โดนหลอมจนแดงเปลี่ยนสีให้มันดูน่าเกรงขามมากขึ้น อสูรร้ายยืนตระหง่านกลางกองเพลิงท่ามกลางความตะลึงของเหล่าทหารที่ได้พบเจอ แรงกดดันของมันผิดกับเมื่อกี้ลิบลับเมื่อได้สบตามันหัวใจของพวกเขาก็สั่นระรัวราวกับกำลังโดนจ้องมองโดยสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย

"ร้อนชะมัดยาดเลย......"

ในค็อกพิทนั้นเอลพัดตัวเองเบาๆในขณะที่ปลือยท่อนบนด้วยความร้อนแต่ถ้าเป็นคนปรกติอาจขาดใจตายไปแล้วก็ได้แผงคอนโซลยังแดงฉ่าขนาดเมื่อเมือจับแล้วจะได้กลินเนื้อย่างหอมกรุ่นแบบสุกกำลังดีเลยทีเดียว การที่เค้าอยู่ในสภาพนี้ได้โดยแค่บ่นว่าร้อนนั้นบอกได้คำเดียวว่าผิดปรกติอย่างแน่นอน

"ตอนนี้พวกนั้นยังอยู่ตรงหน้าเราอยู่เลยนะคะ เอายังไงคะมาสเตอร์?" เนวาน่าแจ้งเตือนให้เจ้านายของเธอที่กำลังรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องซาวน่ารู้ถึงการมาของศัตรูดูเหมือนว่าเธอนั้นใจเย็นลงมากแล้ว

"ลองไปท่องบทสวดแผ่เมตตาให้พวกมันฟังดูไม๊ มันอาจจะยอมปล่อยเราก็ได้นะ" เอลนั้นพูดในขณะที่เริ่มเซิร์จหาข้อมูลในเน็ตโดยไม่สนพวกที่อยู่ตรงหน้าเลย

"ฉันไม่คิดว่าเค้าจะออกมาไหว้เราและพูดว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร หรอกนะคะตอนนี้เราจนตรอกแล้วนะคะมาสเตอร์ เราจะไปรวมกลุ่ม หลบหนี หรือสู้แบบนี้คะ"

เนวาลนั้นตัดระบบเน็ตที่เค้ากำลังเซิร์จข้อมูลในขณะที่เอลก็หัวเราะเบา ๆ และยิ้มอย่างสบายอารมณ์

"หึ!!....ในเมื่อจนตรอกก็ต้องสู้แบบหมาจนตรอกนี้ละ พร้อมนะเนวาล"

"ได้ค่ะมาสเตอร์"

เนวาน่าสะบัดเพลิงที่แผดเผาร่างพร้อมกับเอลที่วาดมือดังหุ่นรบของเค้าทำให้เหล่าศัตรูชี้กระบอกปืนมาทางเค้า แต่ว่าคราวนี้ไม่เหมือนตะกี้อีกแล้ว เอลกลับสู่สถานะนักล่าเช่นที่ควรจะเป็นและเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีของเพื่อปลิดชีพเหล่าเหยื่อของเขา กระสุนไรเฟิ้ลหนึ่งนัดนั้นถูกยิงใส่เนวาน่ามันพุ่งตรงมาที่ห้องนักบินเพื่อหมายจะปิดเกม แต่ว่ามือที่เต็มไปด้วยเล็บอันแหลมคมก็คว้าจับเอาไว้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นแค่ก้อนกรวดที่ปามาด้วยแรงเด็ก ๆ อสูรร้ายย่ำเท้าไปเบื้องหน้าแม้จะอยู่ในสภาพปางตาย

ประกายแสงสีทองที่เพิ่มทวีขึ้นทุกขณะเริ่มไหลมารวมกันราวกับเป็นธารน้ำสีทองคลื่นพลาสสติน่าที่เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเริ่มส่งผลให้แม่ทัพใหญ่และสององค์รักษ์เริ่มรู้สึกถึงการกระทำขององค์ราชันย์

"ฝ่าบาทเพคะทรงปลดปล่อยพลังออกมามากมายเช่นนั้น ประสงค์สิ่งใดกันแน่เพคะ!!!" ลีลี่ย์ที่กำลังตั้งสมาธิกับการต่อสู้กับหุ่นรบของบอนล์ถึงกับต้องรีบส่งเทเลพธีมาเพื่อที่จะหยุดยั้งการกระทำของเหนือหัว

"ผมจะอัญเชิญเทพอสูรครับ...."

"ทรงเอาจริงหรือพะยะคะ......." เซริออสเอ่ยถามผ่านเทเลพาธีขณะที่ยังคงกวัดแกว่งสามง่ามฟาดฟันศัตรูชนิดไม่มีหยุดมือ

"แน่นอนครับ" เด็กหนุ่มตอบโดยไร้ซึ่งความลังเล

"ไม่ได้นะเพคะฝ่าบาท ถ้าทรงทำเช่นนั้นพระองค์ก็ทราบผลที่จะตามนะเพคะ ถ้าจะทำเช่นนั้นสู้ให้หม่อมฉันกับ...." ลีลี่ย์พยายามคัดค้านแต่ทว่า

"พวกเราไม่มีเวลาแล้วครับ!!!  ถ้าขืนช้าไปกว่านี้ทุกคนจะตายกันหมด!!! พวกเขาทุกคนเป็นสหายศึก ในขณะที่พวกเขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเดิมพันชีวิตกับศึกนี้

ถ้าหากผมรักตัวกลัวตายไม่กล้าเดิมพันชีวิตเฉกเช่นพวกเขา ผมจะมีหน้าเรียกตัวเองว่าเป็นสหายร่วมรบกับพวกเขาได้ยังไงกันครับ!!!!!!!!!!!!"

สิ้นเสียงตะโกนอย่างสุดกำลังเด็กหนุ่มก็ก้มลงมองดูคู่ชีวิตของเขาอีกครั้ง เธอยิ้มให้เขาด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนก่อนจะพยักหน้าให้เล็กน้อย แผ่นเกราะของโกลด์ซาเวียเลื่อนเปิดออกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากคราวก่อนอย่างสิ้นเชิงไอละอองพลาสสติน่าที่ไหลเวียนอยู่รอบ ๆ ถูกดูดซับเข้าไปในตัวของหุ่นยนต์สีทองผ่านทางแผ่นเกราะที่ยกเปิดออกพวกนั้นก่อนจะปิดลงอย่างรวดเร็ว

"ถ้อยคำของข้าแทนวัจนะแห่งเทพ มือของข้าแทนหัตถาแห่งเทพ กายข้าคือที่สิงสถิตย์ของผู้สูงส่งเหนือสรรพชีวิตบนผืนแผ่นดิน โปรดจงลงมาจากสรวงสวรรค์ ประทานพลังแห่งเทพให้กับข้า ผู้ให้คำสาบานว่าจะภักดีต่อเจตจำนงของท่าน!!!!!"

คาริสเอ่ยถ้อยคำราวกับเป็นบทสวดขณะที่โกลด์ซาเวียเปล่งแส่งสีทองทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้าดุจจะเปืดทางสู่สรวงสวรรค์พร้อมกับค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมองเห็นป้อมอัศนีย์แดงอยู่ใต้ฝ่าเท้า

"จงมาสถิตย์ในกายข้า!!!!! เจ้าแห่งกาลเวลา เซคุนุสสสสสสสสสสสสสสส!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

ลำแสงสีทองพลันทอดยาวลงมาจากฟากฟ้าอาบไปทั่วร่างของนักรบสีทอง เงาร่างของบุรุษรูปงามผู้อยู่ในชุดคลุมที่ส่องประกายเรืองรองปรากขึ้นทาบทับร่างของโกลด์ซาเวียก่อนจะค่อย ๆ รวมเป็นหนึ่งเดียวกันละอองแสงสีทองค่อย ๆ ถักทอรวมกันกลายเป็นผ้าคลุมผืนใหญ่โอบคลุมโกลด์ซาเวียเอาไว้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มปรากฏลวดลายอักขระมนตราเปล่งประกายทั่วทั้งร่าง นัยต์ตาและสีผมของเขาเปลี่ยนไปเป็นสีทองอร่ามเฉกเช่นเทพผู้สิ่งสู่ร่างเขา

"ผนึกร่างเทพอสูร!!!!!!!!"

สิ้นเสียงของคาริสโกลด์ซาเวียก็ระเบิดพลังออกมารอบทิศทิศทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไม่ไหวติงราวกับเป็นภาพนิ่วงไสยเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอัศวินทองคำ มือโลหะที่อาบไปด้วยพลังแสงสีทองเรืองรองค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสวงไสยเวทย์อย่างช้า ๆ อักษรรูนที่มีความหมายเป็นตัวเลขเริ่มปรากฏขึ้นเรียงรายบนวงไสยเวทย์ แสงสองเส้นรูปทรงดุจเข็มนาฬิกาปรากฏตามมาอย่างรวดเร็ว เข็มทั้งสองหมุนวนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นวงแสงและเสี้ยววินาทีนั้นเอง

"จงก้าวไปสู่กาลล่มสลายเสียเถิด...." 

เสียงพูดที่แผ่วเบาถูกเอ่ยออกมาจากปากของคาริสก่อนที่ลำแสงสีทองที่สว่างเจิดจ้าจะฉายลงสู่ป้อมปืนไร้พ่าย แสงสว่างอันเจิดจ้ากลืนกินสิ่งนั้นเข้าไปจนหมดสิ้นแล้ว

------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยังไม่จบ มีต่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 24, 2010, 11:01:51 AM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #97 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2010, 10:08:11 PM »

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night (ต่อ)

หลังจากศูนย์บัญชาการต้องตกอยู่ในสภาพราวกับคนตาบอดหูหนวกไปชั่วขณะหนึ่งระบบพลังงานสำรองก็เริ่มทำงาน ห้องบัญชาการเริ่มกลับมามีแสงสว่างอีกครั้งมอนิเตอร์เริ่มฉายภาพกลับขึ้นมาอีกครั้ง เรเน่รีบจ้องมองไปยังมอนิเตอร์ที่ไว้คอยมองดูสภาพโดยรวมของ 'อัศนีย์แดง' ป้อมปืนใหญ่ที่เธอเฝ้าปกปักรักษามันมาอย่างเนิ่นนาน มันยังคงตั้งตระหง่านอยู่อย่างที่เคย

"ฟู่..... รายงานสภาพความเสียหายทั้งหมดมาซิ!!!"  ผบ.หญิงพ่นลมออกมาด้วยความโล่งใจก่อนจะเริ่มสั่งการแต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เปรี๊ยะ!!!!

เสียงแตกร้าวของบางสิ่งดังลั่นออกมาจากรากฐานของป้อมปืน พื้นคอนกรีตและโครงสร้างเหล็กกล้าที่คอยค้ำจุนตัวป้อมที่สูงตระหง่านบัดนี้มีสภาพราวกับโบราณสถานที่ขาดการดูแลรักษามานานนับพันปี โครงเหล็กทั้งหมดมีสภาพเป็นเหล็กผุ ๆ ที่เมื่อต้องสายลมเพียงเบา ๆ เท่านั้นมันก็หักโค่นลงมาอย่างง่ายดาย และวินาทีแห่งกาลล่มสลายก็ดำเนินมาถึง อัศนีย์แดงพังทลายลงจนไม่เหลือเค้าแห่งความน่าเกรงขามใด ๆ อีกต่อไป การพังทลายลงของป้อมปืนอัศนีย์แดงส่งผลกับทหารทั้งสนามรบอย่างเห็นได้ชัด เหล่ากองกำลัง TSC ต่างพากันโฮ่ร้องด้วยความดีใจในขณะที่บอนล์ถึงกับเสียขวัญกำลังใจไปในบัดดล

"สำเร็จแล้ว... พวกเราทำสำเร็จแล้ว!!!!"

แบตเทิลที่มองเห็นภาพนั้นผ่านทางสะพานเดินเรือด้วยความรู้สึกปลื้มปิติถึงกับพูดออกมาด้วยความดีใจ เธอลืมความเจ็บปวดจากบาดแผลทั้งหมดที่ได้รับก่อนจะรีบสั่งให้พลสื่อสารติดต่อกับกองยานภายนอกเพื่อรายงานความสำเร็จของภาระกิจ ในขณะที่การต่อสู้ระหว่างออร์เฟอุสกับลีกาเมียร์ยังคงดำเนินต่อไปภาพการพังทลายของอัศนีย์แดงก็ทำให้ลูคัสถึงกับยิ้มด้วยความดีใจที่แผนการของตนนั้นประสบความสำเร็จขณะที่ลำเลืองสายตามองดูวินาทีพินาศของป้อมปืนใหญ่อันแสนภาคภูมิใจของบอนล์ แต่ก็ไม่มีเวลาให้ดีใจกันมากนัก
 
บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

"อั่กก!!"

ลำแสงบีมจากลีกาเมียร์พุ่งเข้ามาถึงสองเส้นในเวลาเดียวกัน ลูคัสพยายามถอยออร์เฟอุสหลบแต่ก็ยังไม่พ้นทั้งหมดสำแสงเส้นหนึ่งโดนไหล่ขวาเข้าเต็ม ๆ การโจมตีนั่นส่งผลให้ไหล่ขวาของออร์เฟอุสแตะออกจนเห็นแกนภายใน ปืนกลแกตลิ่งติดแขนนั้นก็รัวยิงจนกระสุนหมดเกลี้ยงไปแล้วเมื่อกี้นี้แถมบีมเซเบอร์ยังหลุดมือไปเพราะแรงระเบิดเมื่อกี้นี้อีก บัดนี้ออร์เฟอุสอยู่ในสภาพที่ไม่อาจจะสู้ต่อไปได้อีกแล้ว ประกายไฟจากการซ็อตของระบบไฟฟ้าภายในปรากฏขึ้นแทบจะทั่วร่างในขณะที่ลีกาเมียร์ยังคงใช้ร่างยานบินโฉบยั่วโมโหไปมาอยู่บนท้องฟ้าชายหนุ่มก็ตัดสินใจปลดส่วนเกราะเกือบทั้งหมดทิ้งไปเหลือไว้เพียงแต่ส่วนหน้าอกและขาสองข้างเท่านั้นเพื่อเพิ่มความเร็วแต่การทำเช่นนั้นก็หมายความว่าเขาสูญเสียอาวุธเกือบทั้งหมดไป อันฟาร์คที่เห็นดังนั้นก็พาลรู้สึกขบขันกับการกระทำของคู่ต่อสู้ยิ่งนัก

"ฮ่าๆๆ คนอย่างคุณนี่กลัวความตายจังเลยนะ ยังอุตส่าไม่ปลดเกราะส่วนลำตัวทิ้งอีกนี่นะ แต่ถึงยังไงคุณก็ต้องตายอยู่ดีล่ะครับ"

เขาถากถางคู่ต่สู้พลางพับร่างลีกาเมียร์กลับมาเป็นโหมดหุ่นยนต์พร้อมเปิดฉากโจมตีด้วยปืนกลเล็ก ออร์เฟอุสเร่งเครื่องถอยออกมาพลางงัดดูอัลเรลกันที่เอวชี้ขึ้นสู่ฟ้าและระดมยิงใส่ลีการ์เมียอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการยิงเสริมเป็นจังหวะของบีมแคนน่อนที่เข่า แต่อันฟาร์คบังคับลีกาเมียร์หลบหลีกอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเตรียมพับร่างอีกครั้งเพื่อกะจะใช้บีมยิงเผด็จศึกแต่ทว่า.........

บรึ้มมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!

กระสุนจากเรลกันของออร์เฟอุสถูกยิงลีการ์เมียเข้าเต็ม ๆ บริเวณหัวเข่าเสียงระเบิดดังลั่นพร้อมกับชิ้นส่วนขาบริเวณใต้เข่าของลีกาเมียร์ได้ขาดกระเด็นออกไป ดูเหมือนว่ากระสุนนัดนั้นออร์เฟอุสใช้มือขวาจับปากกระบอกปืนเรลกันที่เอวเพื่อเพิ่มความมั่นคงก่อนยิง อันฟาร์ครู้สึกแปลกใจที่ตนเองโดนยิงได้แต่ก็ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมามากนัก

"เท่านี้ก็แปลงร่างไม่ได้แล้วสินะครับ ปืนกลเล็กแบบนั้นฆ่าผมไม่ได้หรอกนะ" ลูคัสส่งเสียงผ่านช่องสัญญาณสื่อสารที่เขาเปิดไว้ในตอนแรก

"ฮะ ๆ ทำได้ยังไงกันครับเนี้ยผมล่ะแปลกใจจังเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะดูออกว่าผมใช้บีมได้เฉพาะร่างยานนะเนี้ย...."

"อย่ามาดูถูกกันจะดีกว่าครับ ทำไมผมถึงได้รับชื่อมังกรตื่นมา ถ้าคุณยังไม่รู้เดี๋ยวผมจะทำให้คุณรู้เอง..."

คำท้าทายของลูคัสดังผ่านกลับไป แม้ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากน้อยเพียงใดแต่ชายหนุ่มก็หลับตาลงและเริ่มใช้หัวสมองของคนทรยศแห่งบอล์นประมวลสถานการณ์หลากรูปแบบที่พร้อมจะมีโอกาสเกิดขึ้นและเริ่มคิดวิธีแก้ไขทุกรูปแบบก่อนลืมตาขึ้นในเวลาเพียงอึดใจเดียว ลูคัสเร่งเครื่องออร์เฟอุสเร่งเครื่องอีกครั้งเขาทะยานไปเบื้องหน้าเพื่อไขว่ขว้ากุญแจแห่งชัยชนะ ร่างของนักกวีสีเงินพุ่งทะยานไปอย่างสุดกำลัง แต่ลีกาเมียร์ก็ยังคงตามกัดไม่ปล่อย ถึงจะมีสภาพขาด้วยไปข้างหนึ่งแต่สำหรับหุ่นที่บินได้มันไม่ใช่ปัญหาเลย กระสุนปืนกลเล็กยังคงกระหน่ำยิงมาจากด้านหลังอย่างบ้าคลั่งแต่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นเพราะไม่มีน้ำหนักบรรทุกทำให้ออร์เฟอุสพริ้วหลบกระสุนนั้นได้หลายนัด แต่ลีกาเมียร์ที่มีความเร็วมากกว่าก็ยังคงไล่ตามกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ทว่าในจังหวะนั้นเองออร์เฟอุสก็หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะยิงเรลกันสวนในระยะหวังผล แต่ทว่าลีกาเมียร์ก็เคลื่อนตัวออกด้านข้างหลบได้อย่างหมดจด ลูคัสถึงกับพูดอะไรไม่ออกสีหน้าแสดงตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

"เสร็จผมล่ะครับ!!!" อันฟาร์คยิ้มอย่างผู้มีชัยขณะเงื้อบีมเบลดเตรียมฟันตัดกลางลำตัวของอีกฝ่าย

"ไม่มีวัน!!!"

ทันทีที่บีมเบลดของลีกาเมียร์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงนั้น ออร์เฟอุสก็หันมาประจัญหน้ากับศัตรูพลางดีดชิ้นส่วนเกราะที่เหลืออยู่ออก ชิ้นส่วนเกราะอกพุ่งตรงเข้าใส่ลีกาเมียร์อย่างรวดหากบวกความเร็วของตัวลีกาเมียร์กับแรงที่เกราะชิ้นนี้พุ่งไปประสานงากันแล้วล่ะก็มันจะสร้างความเสียหายอย่างมากแน่นอนที่สุดแต่ทว่า..........

"มุขแบบนี้ไม่ได้ผลหรอกครับ ฮ่า ๆ ๆ"

อันฟาร์คหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยฟาดบีมเบลดใส่เกราะนั้น ความร้อนจากบีมเบลดของลีกาเมียร์ค่อย ๆ กรีดผ่านแผ่นเกราะหนาชิ้นนั้นไปทีละนิดอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงวินาทีแผ่นเกราะนั้นก็โดนสะบั้นเป็นสองชิ้นบีมเบลดอีกเล่มที่ถูกนำมาถือไว้ก่อนหน้านั้นปล่อยลำแสงสังหารแทงทะลวงลอดผ่านช่องว่างที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่เกราะโดนแยกเป็นสองส่วน

"ตายซะเถอะครับ!!! ลูคัส เจเนเซีย!!!"

อันฟาร์คประกาศก้องพร้อมกับแทงบีมเบลดที่มือข้างซ้ายไปยังเป้าหมายแต่ว่า เมื่อแผ่นเกราะที่บดบังทัศนะวิสัยเมิ่อครู่หายไปเขาก็มองไม่เห็นออร์เฟอุสที่ควรจะอยู่ตรงนั้น ระหว่างที่กำลังรู้สึกประหลาดใจอยู่นั้น.....

กึงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!

เสียงโลหะกระทบโลหะดังลั่นทำเอาลีกาเมียร์ถึงกับสะเทือนไปทั้งเครื่อง เสี้ยววินาทีนั้นอันฟาร์ครับรู้ได้ถึงค็อทพิทค่อย ๆ บิดเบี้ยวไปจากที่เคยจอมอนิเตอร์ค่อย ๆ ร้าวและแตกพร้อม ๆ กับมีอะไรบางอย่างพุ่งเอามาอัดกระแทกร่างของเขาอย่างจัง

"อั๊คคคคค!!!!!!!!!!!! ...อะ....อะ...ไร....กะ......."

แรงกระแทกของวัตถุนั้นอัดก็อปปี้ร่างเขาติดเข้ากับเบาะนั่งเลือดสด ๆ ถึงกับพุ่งกระฉูดออกจากปากของอันฟาร์ค เสี้ยววินาทีที่ดีดเกราะออกไปนั้นออร์เฟอุสสย่อตัวลงพร้อมกับฉวยกุญแห่งชัยชนะขึ้นมาถือไว้ในมือก่อนมีบีมเบลดของลีกาเมียร์จะตัดแผ่นเกราะที่ลูคัสดีดออกไปเป็นตัวล่อและเมื่ออันฟาร์คเปิดช่องว่างก็เป็นโอกาสที่จะสอดกุญแจแห่งชัยชนะเข้าไปเต็มที กุญแจแห่งชัยชนะที่ว่านี่ก็คือปืนลันเชอร์ที่ทำตกไปพร้อมแขนซ้ายที่ถูกตัดขาดก่อนหน้านี้นั่นเอง

"บอกไปแล้วสินะครับว่าจะสอนให้... ที่เรียกว่าสิ้นหวังน่ะ!!!!!!"

ลูคัสตระโกนลั่นพร้อมประจุพลังงานทั้งหมดในเอ็นเนอจี้แพ็คของปืนลันเชอร์ให้ถูกส่งออกไปในคราวเดียว ลำแสงจากปืนลันเชอร์อัดกระแทกลีกาเมียร์จนระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แตปืนกระบอกนั้นก็ถึงคราวินาศเพราะแรงระเบิดที่เกิดขึ้น  ออร์เฟอุสค่อย ๆ ลดปืนที่ปากระบอกพังขาดหายไปจนความยาวเหลือไม่ถึงครึ่งก่อนจะปล่อยทิ้งไป สะเก็ดไฟยังคงแล่บแปล๊บ ๆ ออกมาจากแทบทุกส่วนของตัวหุ่น

พาร์ทเกราะนอกทั้งหมดถูกทำลาย แขนซ้ายเหลือแต่ส่วนไหล่ที่ใช้การได้ ไหล่ขวาเสียหาย แบ็คแพ็คหลังถูกทำลาย ระบบบาเรียดาวน์ อาวุธเหลือดูอัลเรลกันสองกระบอกและบีมเซเบอร์หนึ่งเล่ม เซ็นเซอร์เสริมถูกทำลาย ระบบระบายความร้อนเสียหาย ระบบข้อต่อเข้าขั้นวิกฤต เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้ถอนตัว

นั่นคือคำแนะนำจากเสียงที่ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของออร์เฟอุสหลังจบการต่อสู้เมื่อครู่สภาพของหุ่นก็มาถึงขีดสุดแล้วแต่ลูคัสกลับมองไปที่ยานเรดฯ ที่ยังคงแน่นิ่งอยู่ด้านหลังก่อนจะหันกลับไปมองดูหุ่นยนต์ของศัตรูที่น็อคไปเพราะแรงระเบิดเมื่อครู่กำลังจะเริ่มจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้ว

"จะให้ถอนได้ไงล่ะครับ....สภาพแบบนี้น่ะ"

ลูคัสฝืนยิ้มก่อนพูดเบา ๆ ขึ้นคนเดียว ออร์เฟอุสที่เก็บปืนซึ่งตกอยู่บริเวณนั้นขึ้นมาถือในมือและเตรียมทำหน้าที่คุ้มครองยานเรดกาแลคเซียแองเจิ้ลต่อไปจนกว่ากำลังหนุนจะมาถึงหรือถ้าแย่หน่อยก็จนกว่าเขาจะไปไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเท่านั้นเอง บรรดาจาโปรน่าทั้งหลายเริ่มเล็งมายังหุ่นรบที่จะพังแหล่มิพังแหล่ตรงหน้า

บรึ๊มมมมม!!!!! บรึ๊มมมมม!!!!! บรึ๊มมมมม!!!!! บรึ๊มมมมม!!!!! ตูมมมมมมมม!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังก้องขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปราว ๆ เกือบ ๆ นาที ห่ากระสุนและลำแสงบีมเริ่มสาดเข้าหากันอีกครั้งหากแต่ว่าผู้ที่โดนลำแสงจนระเบิดเป็นชิ้น ๆ ไปเมื่อครูนี้หาใช่ออร์เฟอุสไม่หากแต่เป็นเหล่าจาโปรน่าทั้งหลายที่รายล้อมบริเวณจุดตกอยู่ตะหาก หน่วยเรจไวเวิร์นข้ามาสมทบจากจุดท้ายยานที่โดนปิดล้อมอยู่ในขณะที่ทีมของซาก้าเข้าสมทบบริเวณที่ออร์เฟอุสยืนอยู่

"ยังสบายดีอยู่สินะครับ คุณลูคัส" รัตน์ติดต่อเข้ามาขณะหลังจากที่ใช้อาคาน่าฟิงเกอร์จับหัวของจาโปรน่าเครื่องหนึ่งเอาไว้

"นี่ผมดูสบายดีขนาดนั้นเลยหรือครับ? ตอนนี้ผมติดคุณเอลไม่ได้เลยไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง?" ลูคัสตอบพลางยิงสนับสนุนให้กับรัตน์ที่เพิ่งระเบิดศัตรูเละคามือและกำลังพาซาก้าพุ่งตรงเข้ามาหาเขา

"ทางนี้ก็ติดต่อเขาไม่ได้เหมือนกันครับ แต่คิดว่าคงสบายดีอยู่นั่นแหละ" รัตน์ตอบคำถามพลางใช้ปืนกลยิงสกัดกั้นแอสซอลท์จาโปรน่าที่เข้ามาทางด้านหลังของออร์เฟอุส 

"ช่ายสบายดีมากเลย!! พ่อทนาย พ่อกุนซือ ทิปทัวร์อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม อบซาวด์น่ารอบนี้สุดยอดจริง ๆ เชียวล่ะ ขาดนวดตัวอีกอย่างหนึ่งไว้จบศึกนี้จะขอให้พี่สาวนายมานวดตัวให้นะ"

เสียงที่แสดงถึงความสบายดีของเอลดังผ่านช่องสัญญาณสื่อสารมาทำให้เหล่าสหายร่วมรบใจชื้นขึ้นมาในทันที โดยเฉพาะลูคัสที่เผลอยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างไม่รู้ตัว

"บอกแล้วไงครับ ข้ามศพผมไปก่อนเถอะ!!"

พูดจบทั้งสองกระระเบิดเสียงหัวเราะใส่กันอีกครั้งก่อนที่ทั้งหมดจะเริ่มเปิดฉากจู่โจมศัตรูตัวต่อไป

"กรรรรรรรรรรรรร"

เอลคำรามเบา ๆ ราวหยอกเย้าศัตรูที่เรียงรายกันอยู่ตรงหน้า ก่อนจะวิ่งเข้าหาดงกระสุนที่สาดมาหาเขาแต่ตอนนี้กลับเป็นคนละเรื่องเอลกระโจนหลบการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นหุ่นที่กำลังเสียหายอย่างหนักแม้แต่น้อย ไม่ถึงวินาทีร่างเนวาน่าก็หายไปพร้อมกับร่างของจารโบรน่าเครื่องหนึ่งโดนเล็บเหล็กทะลวงจนแน่นิ่งกลางอากาศ เนวาน่าหมุนกลับตัวพร้อมฟาดมือเข้าด้านข้างจนร่างจาโปรน่านั้นขาดกลาง เมื่อสิ้นแรงระเปิดร่างของเนวาน่าก็หายไปจากหน้าจอ มันทะยานขึ้นท้องฟ้าด้วยแรงระเบิดดุจวิหค ตอนนี้แม้เป็นสัตว์ร้ายที่ไร้ซึ่งปีกที่โผบินแต่กลับมุ่งสู่ฟ้าทะยานได้ราวกับมีปีกที่มองไม่เห็นเอาไว้ร่อนลมก็ไม่ปาน ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงเข้าใส่ดุจดอกไม้ไฟยามค่ำ ร่างยักษ์สีน้ำเงินต้องแสงจันทรกระจ่างพริ้วตัวหลบร่อนมาพร้อมกรงเล็บของสัตว์ร้ายลงดาบดับลมหายใจของเหยื่ออย่างฉับไว

"นี้มันบ้าอะไรกัน ไอ้หุ่นนั้นมันตัวเดียวกับที่เรายิงเมื่อครู่จริงหรือ!!!"

เหล่าหัวหน้ากองและลูกน้องเริ่มผวากับคู่ต่อสู้ที่ไม่อาจระบุได้ว่่ายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ ร่างของเนวาน่าก็ไปโผล่กลางวงล้อมของเหล่าข้าศึกที่ตั้งรูปแบบการโจมตีเพื่อรุมยิงเค้าอยู่ เสียงหัวใจที่เต้นช้า ม่านตาที่ขยาย ร่างกายที่ชืดเย็น พวกเค้านั้นแทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อร่างมัจราชนั้นปรากฏกายขึ้นแล้วเล็บที่เป็นดังตัวแทนเคียวยมทูตได้กระชากวิญญาณของพวกเค้าไปในเสี้ยววินาที เนวาน่านั้นร่ายรำเล็บปาดฉีกกระชากเหล่าจาโปรน่าที่อยู่รอบตัวโดยที่เหล่าหน่วยที่อยู่รอบไม่อาจช่วยเหลือ เพราะอาจจะยิงโดนพวกเดียวกัน พริบตาที่เล่นแสงของเล็บที่ร่ายรำนั้นหายไปก็มีร่างของจารโบน่าที่ถูกถีบออกมาจากวงล้อมด้วยแรงประทะของเนวาน่าซึ่งตามมาใช้ร่างที่เหลือเพียงซากชีวิตนั้นเป็นโล่กำบังร่างมุ่งเข้าหาอาหารจานหลัก

"มันมาแล้ว ตั้งฟอร์เมชั่น B" หญิงสาวผู้เป็นจ่าฝูงนั้นออกคำสั่งพร้อมกับพาหุ่นของตนบินขึ้น เพราะเธอคาดการณ์แล้วว่าหากยืนอยู่บนพื้นคงไม่แคล้วเป็นอาหารเจ้าจักรกลสีน้ำเงินนี้แน่ ๆ

"รับทราบ"

เหล่าทหารที่เป็นลูกทีมนั้นรีบทะยานขึ้นฟ้าตามหัวหน้าทันทีพร้อมเล็งกระบอกปืนมาทางเนวาน่าที่กำลังมุ่งมาหาพวกเค้า

"มาสเตอร์คะเจ้ายักษ์นั่นกำลังจะยิงเราด้วยลำแสงค่ะ" เนวาน่านั้นพูดเหมือนกับตามหน้าที่เพราะเอลนั้นรู้อยู่แล้วสัญชาติญาณอันเฉียบคมของเค้า

"ให้มันยิงมา!!!"

เอลไม่ครั่นคร้ามเขารับขว้างหุ่นที่เป็นโล่เข้าใส่พร้อมกับกระโดดสูงม้วนตัวลังกาหลบลำแสงนั้นได้อย่างฉิวเฉียด และเมื่อเท้าทั้งสองกระทบพื้นดินเนวาน่าก็ดีดตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อมุ่งเข้าหาออร์แกนที่เป็นหัวหน้าหน่วย เมื่อเข้าถึงระยะบอดของการโจมตีของเจ้ายักษ์ใหญ่ได้แล้วเนวาน่าก็กระโดดอีกครั้งก่อนจะม้วนตัวมาถึบเท้าคู่ใส่ทันที ทว่าศัตรูยกแขนที่ใหญ่โตขึ้นมาบล็อกไว้เสียก่อน เนวาน่าจึงต้องต้องกระโดดม้วนตัวถอยหนีระยะไปก่อนแต่การโจมตีของเอลก็ยังไม่หยุดลง เนวาน่ากระโจนเข้าหาเป้าหมายอีกครั้ง แต่คราวนี้เจอกับเข้าขัดขวางโดยจาร์โบน่าของจ่าสาว บีมเบลดของเธอถูกฟาดฟันเพื่อหมายจะแบ่งร่างของเนวาน่าเป็นสองส่วน แต่สิ่งที่ได้เป็นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

ร่างที่เคยอยู่ในแนวเส้นการโจมตีของจักรกลอสุรกายได้หายไปไม่ถึงวินาทีหัวของจาโปรน่าเครื่องนี้ก็กลายเป็นเหยื่อให้กับเนวาน่า เอลสามารถตีลังกาหลบบีมเบลดไปได้ทั้ง ๆ ที่อยู่กลางอากาศในท่าพุ่งและไม่มีบูสเตอร์ไม่นานนักส้นเท้าของเนวาน่าก็ทำทำลายส่วนหัวของจาโปรน่าเครื่องนั้นลงอย่างง่ายดายก่อนจะปิดบัญชีด้วยการเตะอัดสีข้าง เครื่องจ่าสาวปลิวไปไกลพอควรก่อนจะร่วงหล่นจากท้องฟ้า แต่ก่อนที่จาโปรน่าเครื่องนั้นจะกระแทกพื้นเหล่าลูกทีมอีกสองคนก็ได้เขาประกบเนวาน่าจะทางด้านข้างทั้งสองด้านและฟาดบีมเบลดใส่ทันที

"ตายซะเถอะไอ้เจ้าบ้า!!!"

"จบละ!!!"

ทั้งสองต่างพูดด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นว่าการโจมตีนี้จะสยบอสูรร้ายลงได้แต่พวกเขาคิดผิดฝ่ามือของเนวาน่าฟาดลงมาบนหัวของจาโปรน่าทั้งสองเครื่องอย่างจังหัวของจาโปรน่าที่ได้ลิ้มรสชาติฝ่ามือมรณะเข้าไปถึงกับบุบบี้ราวกระป๋องเครื่องดื่มที่โดนเหยียบจนแบน

"เด็กหน่อเด็ก....."

เอลบ่นด้วยท่าทีหน่ายใจราวกับผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กน้อยด้อยประสบการณ์แต่ทำว่าตัวเองเก่งเต็มประดา ก่อนจะลากจาโปรน่าทั้งสองเครื่องอัดก็อปปี้กับพื้นเบื้องล่างอย่างแรงแขนขาของจาโปรน่าผู้เคราะห์ร้ายหลุดกระจายไปคนละทิศละทางราวกับหุ่นของเล่นที่ถูกทำตกจากที่สูงก็ไม่ปาน

"ไอ้เต้!!!!"

จาโปรน่าเครื่องสุดท้ายของหน่วยนั้นตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากเขารีบถอยกลับไปสมทบกับหัวหน้าหน่วยเพื่อปรับรูปแบบการโจมตีใหม่เอลมองดูผู้หลบหนีไปดวงตาสีฟ้าครามของเนวาน่าด้วยความเยือกเย็น เมื่อหน่วยรบที่มีสัญลักษณ์แมวป่าล่าถอยไปหมดแล้วเนวาน่าก็เดินออกมาจากบริเวณนั้นอย่างช้า ๆ แต่เดินออกมาได้ไม่นานเอลก็พบกับศัตรูกลุ่มใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาจัดการกับเขา เอลจ้องมองดูหุ่นยนต์เหล่านั้นอย่างไม่รู้สึกหวั่นเกรงและก้าวเดินไปอย่างช้า ๆ ขณะที่เหล่านักบินของหุ่นรบเหล่านั้นเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเอง เป็นฝ่ายได้เปรียบสักนิดแม้จะยกโขยงกันมากว่า 20 เครื่อง ความรู้สึกก็มีเพียงจะโดนฆ่าเมื่อไรก็เท่านั้น

"ลาก่อน เหล่าทหารกล้าแห่งบลอน์"

เอลนั้นพูดและยิ้มก่อนจะพุ่งร่างไปยังกองทัพหุ่นรบของบลอน์ ที่ระดมยิงมายังเขา กระแสของสงครามที่พลิกผันไปอย่างรวดเร็วทำให้เรเน่ถึงกับยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เมื่อได้เห็นสิ่งทีเป็นดั่งความภาคภูมิใจและเกียรติยศอันสูงส่งของบอนล์ได้พังทลายลงตรงหน้า

".......บ้าน่ะ..........มันเป็นไปได้ยังไงกัน.......มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน!!!!!!? เราโดนอะไรเข้าไป!!!!?"

เรเน่ไม่อาจประคองสติให้เยือกเย็นเอาไว้ได้เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ราวกับว่าความเยือกเย็นของเธอได้พังทลายลงไปพร้อมกับอัศนีย์แดง

"มะ....ไม่ทราบครับ!!! ไม่มีวี่แววของการโจมตีมาจากระยะไกลเลยครับ!! เหมือนกับว่าพื้นมันรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วพังลงมาเองเลยครับ!!!"

"เป็นไปไม่ได้ การวางรากฐานของป้อมนี่ถูกคำนวณมาอย่่างดีไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นได้ หรือว่ามันจะโจมตีมาจากใต้ดิน ไม่มีทางเลยถ้าทำแบบนั้นเราก็

ต้องรู้ตัวก่อนอยู่แล้ว.......... แล้วมันเพราะอะไรกัน? "

ผบ.หญิงแห่งบอนล์พร่ำบ่นกับตนเองและพยายามคิดหาเหตุผลต่าง ๆ ที่เป็นไปได้แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่เรียกได้ว่าสมเหตุและผล ขณะที่เธอครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงทหารนายหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา

"ผบ.ครับ!!! เราจับปฏิกิริยาของอะไรบางอย่างได้บริเวณป้อมครับ!!!"

"ขึ้นจอเลย!!"

เรเน่สั่งการอย่างฉับไว ภาพของหุ่นรบสีทองปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ใหญ่ของฐานทัพ หุ่นรบสีทองที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนยืนสงบนิ่งไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ อยู่เบื้องหน้าอัศนีย์แดงซึ่งบัดนี้เป็นเพียงซากปรักหักพัง เมื่อได้เห็นภาพนั้นเธอก็ได้คำตอบที่ตนเองตามหาแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตามเธอรีบตั้งสติเรียกเอาความเยือกเย็นกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด

"ติดต่อหน่วยป้องกันรอบนอกให้ถอยร่นกลับเข้ามาโอบล้อมรอบฐานทัพเอาไว้ก่อนอย่าให้ศัตรูเข้ามาสมทบกันได้ เรียกหน่วยจู่โจมทางอากาศกลับมารวมกันจัดการศัตรูในฐานทัพให้หมด เตรียมเดินเครื่อง 'เจ้านั่น' ด้วย"

"เอาจริงหรือครับ!!! เจ้านั่นมันยังอยู่ระหว่างการทดสอบอยู่นะครับ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมาพวกเราจะ...." นายทหารผู้หนึ่งเอ่ยทัดทาน

"นี่ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องเล็ก ๆ แบบนั้น หน้าที่ของเราคือปกป้องที่นี่ ถึงจะเสียอัศนีย์แดงไปแล้วแต่พวกเราจะยอมเสียฐานทัพนี้ไปด้วยไม่ได้ ในสถานะการณ์

แบบนี้มีอะไรที่ใช้ได้ก็ต้องรีบใช้ รีบจัดการเดี๋ยวนี้!!!" 

"คะ..ครับ!!!!!"

นายทหารผู้นั้นรับคำก่อนจะเริ่มทำการคีย์อะไรบางอย่างจากหน้าคอนโซลของเขาขณะที่เรเน่ยังคงมองดูหน้าจอที่แสดงตำแหน่งการจัดวางกำลังของทั้งสองฝ่ายพลางครุ่นคิดแผนการตอบโต้อยู่ภายในหัวอย่างเร่งด่วน เมื่อได้รับคำสั่งจากศูนย์บัญชาการเหล่าแนวหน้าของบอนล์ก็ถอยร่นกลับลงไปในทันที หน่วยจู่โจมทางอากาศเริ่มทยอยกันถอยกลับไปฐานทัพและเมื่อสถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นต่ออีกครั้งปฏิบัติการรุกคืบเพื่อเข้ายืดฐานทัพจึงเริ่มต้นขึ้น

"ทุกหน่วยบุกทะลวงเข้าไป เป้าหมายคือกองบัญชาการฝ่ายศัตรู"

กัปตันเฒ่าผู้ทำหน้าที่บัญชาการทัพอยู่รอบนอกออกคำสั่งให้เคลื่อนทัพเข้าโอบล้อมและบุกทะลวงเข้ายืดป้อม กองยานของ TSC เริ่มเดินหน้าเข้าประชิดฐานทัพปืนใหญ่จากยานรบทุกกระบอกเริ่มกระหน่ำยิงไล่หลังกองกำลังทางอากาศที่กำลังล่าถอย กองกำลังภาคพื้นดินเริ่มรุกคืบยืดพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว ไวท์แอสคอร์ทที่ทำลายศัตรูที่บุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งศัตรูเริ่มล่าถอยไป บัดนี้ได้แต่ยืนนิ่งโดยไม่สนกองกำลังแวนการ์ดที่วิ่งผ่านไปเลยแม้แต่น้อย

"เจ็บใจนัก!!!! เป็นแบบนี้อีกจนได้!!! ทั้ง ๆ ที่ข้าเป็นองค์รักษ์ลำดับที่หนึ่งแท้ ๆ ควรจะอยู่ข้างกายฝ่าบาท แต่ข้ากลับทำให้ฝ่าบาทต้องตกอยู่ในอันตรายอีกจนได้!!!"

ลีลี่ย์ตะโกนออกมาดังลั่นเพราะรู้สึกเจ็บแค้นใจที่เธอไม่สามารถห้ามการกระทำของคาริสได้จึงได้แต่ก้มหน้ากัดฟันอยู่พักหนึ่ง แต่ดูเหมือนแร็คน่าจะไม่ได้แคร์อะไรมากนักเขามองดูสภาพโดยรวมของไวท์แอสคอร์ทอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะเริ่มเอ่ยคำพูด

"ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกน่า ทั้งหมดเป็นความประสงค์ของพระองค์ถ้าหากเราละทิ้งหน้าที่ตรงนี้ไปแล้วส่งผลให้ศึกนี้เกิดความปราชัยล่ะก็ทั้งสองพระเอกต้องทรงไม่พอพระทัยแน่ ๆ .......บาเรียใช้การไม่แล้วหรือนี่...."

น้ำเสียงเรียบเดียวราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรของเขาแม้นไม่เหมือนกับการให้กำลังใจแต่ก็ช่วยทำให้ลีลี่ย์เรียกสติกลับมาได้ เธอหันกลับมามองดูชายที่กำลังทำหน้าตาเรียบที่นั่งอยู่ด้านหลังในทันควัน

"หน้าที่ตรงนี้ของพวกเราเสร็จสิ้นลงแล้ว รีบไปสมทบกับฝ่าบาทเถอะข้ารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย....."

"........ก็ตามใจเจ้าสิ....."

พูดจบแร็คน่าก็ค่อยปล่อยมือจากผลึกแก้วพลางเอนหลังพร้อมกับหลับตาลง ลีลีย์เริ่มควบคุมไวท์แอสคอร์ทให้เตรียมตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแต่ทว่าในเวลานั้นเองจู่ ๆ ก็มีเปลวเพลิงปริศนาบังเกิดขึ้นพร้อมกับจิตต่อสู้ที่รุนแรงก็แผ่ซ่านผ่านเข้าโสตประสาทขององค์รักษ์ทั้งสอง แร็คน่าไม่อาจหลับตาอยู่ได้เลยลืมตาขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกมาจับผลึกแก้วอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงลึกลับที่ลุกโหมขึ้นมาและเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตก่อนจะพุ่งผ่านกลุ่มจาโปรน่าที่อยู่แถบนั้นก่อนจะเคลื่อนเข้ามาแผดเผากลุ่มแวนการ์ดที่กำลังรุกไล่ศัตรูไป ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเปลวเพลิงปริศนานั้นก็เริ่มก่อเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ส่วนหนึ่งเปลวเพลิงก่อตัวจนมีรูปลักษณ์เหมือนใบดาบฟาดฟันลงมายังอัศวินขาวที่ยื่นอยู่บริเวณนั้น

แคร้งงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงโลหะปะทะกันดังก้องกังวานดาบไดโฟซันอัลเทม่าถูกยกขึ้นมารับการโจมตีอย่างฉับขณะที่เปลวเพลิงนั้นค่อย ๆ ก่อกำเนิดรูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายอิสตรีทั่วตัวเครื่องมีสีแดงเพลิงที่ด้านหลังมีวงแหวนรูปดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ประดับอยู่

"รับการโจมตีของข้าได้แบบนี้แสดงว่าฝีมือไม่เลวดังที่ได้ยินมา" 

เสียงของหญิงสาวดังผ่านโสตประสาทของนักรบทั้งสองดูเหมือนว่าเธอผู้นี้สามารถสื่อสารกับพวกเขาผ่านเทเลพาธีได้

"เจ้าเป็นใครกัน!!?"

ลีลี่ย์เอ่ยถามขณะที่ไวท์แอสคอร์ทปัดดาบของผู้บุกรุกออกไป หุ่นยนต์ปริศนากระโดดถอยหลังออกไปก่อนจะปล่อยเปลวเพลิงออกมาเป็นจากร่างโอบล้อมรอบบริเวณนี้เอาไว้เป็นวงกว้างราวกับสร้างสังเวียนที่ใครอื่นไม่อาจมาก้าวก่ายได้

"ข้าคือหนึ่งในสิบสามธิดาแห่งตำหนักมาร นามของข้าคือ เตียวฟง เหล่านักรบที่มาจากต่างโลกเอ๋ย.... ข้ามาที่นี่เพื่อประลองกับเจ้า" 

หุ่นรบสีแดงเพลิงชี้ปลายดาบมายังเทพพิทักษ์สีขาวเป็นสัญญาณแห่งการท้าทาย แต่ลีลี่ย์กลับไม่อยู่ในอารมณ์จะทำเช่นนั้นความร้อนรนใจที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่แยแสการท้าดวลนั้น

"อย่าพูดบ้า ๆ น่า พวกข้าไม่มีเวลามาเล่นสนุกกับเจ้าหรอกถอยไปซะ!!"

"เจ้าไม่มีสิทธิปฏิเสธข้า หากเจ้าไม่คิดจะสู้ก็จงตายซะ!!!"  สิ้นคำพูดของเตียวฟงหุ่นของเธอก็ปราดเข้ามาพร้อมกับหวดดาบที่อาบเปลวเพลิงแดงฉานเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

แคร้งงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ดาบของทั้งสองปะทะกันอีกครั้งและครั้งนี้ลีลี่ย์ที่ไม่สบอารมณ์อยู่แล้วก็ถึงกับระเบิดความเกรี้ยวกราดออกมา

"ไสหัวไปให้พ้น!!!!!"

ไวท์แอสคอร์ทฟาดอีกฝ่ายกระเด็นถอยหลังไปแร็คน่าเริ่มทำสมาธิสร้างไฟฟ้าขึ้นรอบ ๆ ดาบก่อนที่จะปะทะกันอีกครั้ง

"ถึงจะไม่ใช่เจ้าตัวสีดำที่เล่นงานเซี่ยเฟยก็เถอะแต่หวังว่าคงไม่ทำให้ข้าเบื่อหรอกนะ!!"

"อยากตายถึงขนาดนั้นข้าก็จะสนองให้!!!!!" 

ไวท์แอสคอร์ทภายใต้การควบคุมของลีลี่ย์พุ่งเข้าฟาดฟันศัตรูอย่างเกรี้ยวกราด แต่หุ่นสีแดงเพลิงของเตียวฟงสามารถกระโดดหลบการโจมตีนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น ดาบอาบสายฟ้าที่ฟันพลาดเป้าหวดอาคารบ้านเรือนบริเวณนั้นขาดเป็นแนวยาวตามวงดาบที่วาดไปตามแนวนอนจังหวะนั้นเตียวฟงไม่รอช้า เธอรีบยิงเปลวเพลิงใส่คู่ต่อสู้ทันทีแต่ไวท์แอสคอร์ทพลิกตัวกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดดาบด้วยความเร็วจนผ่าเพลิงแหวกออกจากกัน ก่อนจะผายฝ่ามือซัดพลังสายฟ้าออกไปแต่เตียวฟงยกดาบรับสายฟ้าเหล่านั้นเอาไว้พร้อมกับพุ่งตัวลงมาโจมตีอย่างไม่เกรงกลัว

แคร้งงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

พลังที่พวยพุ่งออกมาจากการปะทะกันของทั้งสองสร้างความเสียหายให้กับโดยรอบอย่างรุนแรงราวกับระเบิดนาปาร์มที่แผดเผาทุกอย่างในรัศมีการทำลายล้างขณะที่ไวท์แอสคอร์ทต้องเผชิญหน้ากับศัตรูลึกลับ แต่บลูไรเซอร์ที่รับรู้ได้ตั้งแต่แรกกลับไม่สนใจที่จะเข้าช่วย เซริออสและเซเลน่าพุ่งตรงไปยังฐานทัพเพื่อไปสมทบกับโกลด์ซาเวียซึ่งบัดนี้กำลังยื่นนิ่งอยู่กลางดงศัตรู แต่ก่อนที่จะไปถึงที่แห่งนั้นสายตาของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

"ระบบควบคุมระยะไกลพร้อมแล้วครับ ทุกระบบทำงานปกติเตรียมพร้อมออกปฏิบัติการณ์แล้วครับ!!"

นายทหารผู้ทำการเดินเครื่องสิ่งอาจเรียกได้ว่าไพ่ตายใบสุดท้ายกล่าวรายงานถึงความพร้อมของสิ่งนั้นให้เรเน่ทราบ

"ดีล่ะ มหายักษา ออกปฏิบัติได้!!!"

ผบ.หญิงแห่งกองกำลังบอนล์สะบัดแส้ม้าไปเบื้องหน้าพร้อมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นเคย เสียงไซเรนดังก้องไปทั่วฐานทัพทำเอาเหล่ากองกำลัง TSC ทั้งหลายที่อยู่ภายในฐานทัพต่างรู้สึกประหลาดใจและสังหรณ์ไม่ค่อยดีกับเสียงนี้เอาเสียเลย เมื่อพื้นบนฐานทัพห่างจากกองบัญชาการไปไม่มากนักค่อย ๆ ถูกเลื่อนเปิดออก ไม่นานนักหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ใหญ่ที่มีความสูงราว 56 เมตร โทนสีเขียวเข้มก็ค่อย ๆ ถูกส่งขึ้นมา หุ่นรบขนาดยักษ์นาม 'มหายักษา' ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของออร์คเกนย์มันมีกระบอกยักษ์ที่มีหนามแหลมติดอยู่เป็นอาวุธคู่กายกำปั้นของมันระบบก่อกำเนิดพลังไฟฟ้าพร้อมติดตั้งระบบเกราะทับทิมแบบย่อส่วนเอาไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้างมันก็คือไพ่ตายใบสุดท้ายของเรเน่ยักษ์เฝ้าทวารบาลตัวสุดท้ายได้เผยโฉมออกมาแล้วความยิ่งใหญ่ของมหายักษาดูโดดเด่นสะดุดตามากไม่ว่าจะมองจากมุมไหนในสนามรบเซริออสมองเห็นเจ้่ายักษ์ใหญ่นี่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาบนผิวดินจากบนท้องฟ้าส่วนผู้ที่รบอยู่บนภาคพื้นภายในฐานทัพเองก็สังเกตเห็นมันเต็มตา

"รู้สึกว่าบอนล์นี่พัฒนาไปเร็วเป็นบ้าเลยนะครับ ไม่ยักรู้เลยว่านอกจากไอ้โล่ห์พลังงานขนาดใหญ่แล้วยังจะมีของแบบนี้เก็บไว้ด้วย" ลูคัสกล่าวพลางยิ้มเฝื่อน ๆ

เมื่อเห็นหุ่นยนต์ยักษ์โผล่ออกมา ส่วนรัตน์ยังคงทำสีหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม

"ผมว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 24, 2010, 10:39:21 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2010, 08:44:46 PM »

เด็กหนุ่มผู้ควบคุมอาคาน่าซาก้าแม้นจะไม่แสดงสีหน้าอะไรแต่ในใจเขาก็เริ่มรู้สึกหวั่นขึ้นมาเล็กน้อยหากต้องฟัดกับเจ้ายักษ์นี่แบบตัวต่อตัว ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นเจ้ามหายักษาก็เริ่มก้าวเท้าออกเดินพลางประจุพลังงานบนปืนอานุภาคบริเวณหน้าอกแสงสว่างสีแดงอ่อนเริ่มรวมตัวกันเข้มข้นทุกขณะเสียงเท้าที่ย่ำลงบนพื้นแต่ละคราสร้างพลังสั่นไหวอ่อน ๆ ผืนปฐพี และเมื่อชาร์จพลังงานได้ที่เจ้าหุ่นยักษ์ ก็ยกแขนทั้งสองของมันขึ้นมาทำท่าราวกับจะเบ่งกล้ามโชว์เสี้ยววินาทีนั้นหน่วยจู่โจมทางอากาศทั้งหมดรีบปลีกตัวออกจากแนววิถีอย่างรวดเร็วและไม่นานนักลำแสงพิฆาตก็พุ่งทะยานออกไปจากตัวของมหายักษา ลำแสงบีมพุ่งตรงเข้าหากองยานของ TSC อย่างรวดเร็วบลูไรเซอร์ที่อยู่ในแนวยิงรีบฉีกตัวหลบออกไปอย่างรวดเร็วแต่ทว่ายานรบลำหนึ่งโดนการโจมตีนี้เข้าเต็ม ๆ ยานทั้งลำระเบิดเป็นออกเป็นเสี่ยง ๆ ในการโจมตีเพียงครั้ง

"......บ้าน่า.....โจมตีแค่ครั้งเดียว ยานรบก็ถึงกับจมเลยเหรอ?... ทะ...ทุกลำ..ยะ...ยิงมันเร็วเข้า!!!!"

กัปตันผู้แสนขี้ขลาดที่เคยสั่งถอนทัพเป็นคนแรกถึงกลับสั่นกลัวเมื่อเห็นพลานุภาพของหุ่นรบของศัตรู เขาออกคำสั่งอย่างละล่ะละลักขณะที่ยานรบทุุกลำเปิดฉากโจมตีไปก่อนมีคำสั่งของเขาเสียอีกแต่ห่าลำแสงบีมจากยานรบทั้งหมดรวมไปถึงมิซายส์ที่กระหน่ำออกไปกลับไร้ผลสิ้นเชิง สนามพลังแบบเดียวกับเกราะทับทิมถูกกางขึ้นจากเครื่องกำเนิดสนามพลังที่ไหล่ทั้งสอง สนามพลังปกคลุมตั้งแต่บริเวณหัวไล่มาถึงเอวการตอบโต้ไร้ผลและเสี้ยววินาทีต่อมากัปตันผู้นี้ก็มองเห็นอะไรบางอย่างอยู่ลิบ ๆ และเข้ามาใกล้ในเวลาอันสั้น

"อ๊ะ....อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"  

นั้นคือเสียงสุดท้ายที่ทุกคนในกองกำลังได้ยินจากปากของเขาก่อนที่ยานภายใต้การบัญชาการของกัปตันผู้นี้จะโดนหมัดจรวดของมหายักษาอัดเข้าที่บริเวณสะพานเดินของยานจนส่วนนั้นขาดหายกองกำลัง TSC เสียยานรบถึงสองลำในเวลาไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ

"แบบนี้ท่าจะไม่ดีแล้วนะครับ ถ้าเราไม่รีบทำอะไรซักอย่างมีหวังกองยานของเราได้ร่วงหมดแน่"

ลูคัสรีบเสนอแนะแต่ตัวเขาเองก็ยังต้องยิงสู้กับศัตรูที่ยังคงปรากฏตัวออกมาให้ยิงเรื่อย ๆ ขณะที่อาคาน่าซาก้ายังคงวุ่นวายกับการบินหลบห่าลำแสงจากปืนของจาโปรน่าชุดใหม่ที่เคลื่อนพลมาจากรอบนอก

"แต่จะทำยังไง นี่แหละที่ต้องคิด" รัตน์ตอบกลับพลางพาซาก้าพุ่งเข้าประชิดศัตรูและฟาดฟันมันจนขาดสองท่อนก่อนจะถอยห่างและซัลโวกระสุนปืนใส่จาโปรน่าอีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กันแต่ทว่า....

"ชิ!! กระสุนหมดซะแล้วหรือ?.."

เด็กหนุ่มกระเดาะลิ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนดึงคันโยกบังคับซาก้าให้หมุนตัวหลบลำแสงบีมก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาศัตรูพร้อมแทงอาคาน่าฟัลชิอ้อนเข้าบริเวณสีข้างของจาโปรน่าเครื่องนั้นอย่างแม่นยำ ศัตรูนิ่งสนิทในทันทีแต่ในตอนนั้นเองแอสซอลท์จาโปรน่าที่รอจังหวะอยู่แล้วพุ่งตัวเข้ามาจากทางด้านหลังของซาก้า ทว่าพริบตาก่อนที่ศัตรูจะเข้าถึงระยะโจมตีคาร์วาเลียคัสตอมก็ทิ้งตัวลงมาจากบนท้องฟ้าพลันเสียบดาบที่ฉาบไว้ด้วยลำแสงเจิดจ้าปักเข้าเต็มหลังของแอสซอลท์จาโปรน่า

"Blaster Serenade!!!!"

น้ำเสียงที่ทรงพลังขอผู้นำหน่วยมังกรคลั่งแผดดังก้องก่อนที่ศัตรูจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆลูคัสเร่งประเมินสถานการณ์และคิดหาทางรับมืออยู่ในหัวแต่ก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากเพราะต้องคอยระวังศัตรูด้วยตัวเองเนื่องจากเซ็นเซอร์ของออร์เฟอุสมันเจ๊งกระโบ้งไปซะแล้วระหว่างนั้นยานรบอีกลำหนึ่งของกองกำลัง TSC ก็ถูกโจมตีเข้าอย่างจากลำแสงของปืนใหญ่ที่อกมหายักษ์ก่อนระเบิดกลางอากาศราวกับเป็นดอกไม้ไฟ แม้นการโจมตีจากยานรบที่เหลืออยู่ยังคงมีอยู่อย่างแต่โดยภาพรวมแล้วเจ้ามหายักษาก็ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย เจ้ายักษ์ค่อบ ๆ ยกแขนอันใหญ่โตของมันขึ้นมาเตรียมจะปล่อยหมัดจรวดออกไปอีกครั้ง

"ตอนนี้ดูท่ามันยังจะไม่สนใจยานเรดฯ แต่ถ้ามันเล่นงานทางนั้นเสร็จเมื่อไหร่ต่อไปคงตาพวกเราแน่ นี่ตาแว่น!!! ไม่มีแผนการอะไรดีอีกแล้วหรือไงยะ!!!?"

แบตเทิลเอ่ยถามลูคัสที่ตอนนี้ถอยออร์เฟอุสที่เสียหายอย่างหนักเข้ามาคุ้มกันอยู่ใกล้ตัวยานร่วมกับกลุ่มของแวนการ์ดระหว่างนั้นเธอก็คอยมองดูความพร้อมของระบบพลังงานบนตัวยานที่เริ่มฟื้นสภาพกลับขึ้นมา

"สู้ไปคิดไปมันยากนะครับกัปตัน อีกอย่างนึงตอนนี้มันยังไม่สนเราก็ถือว่าเป็นโอกาสทีดี ไม่ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้พวกเราต้องรีบเบนความสนใจของเจ้าหุ่นยักษ์นั่นพร้อม ๆ กับล่อให้มันออกไปห่างยานเรดเพราะถ้ามันโจมตีมาตอนนี้พวกเรามีแต่ตายกับตายเท่านั้นครับ"

กุนซือหนุ่มให้ความเห็นพลางจะดึงคีย์บอร์ดออกมาแต่ทว่า

"งั้นตาแว่นนายกลับมาขึ้นมาบนยานก่อน ตอนนี้กราวิตี้มิลเลอร์เริ่มทำงานได้บางจุดแล้วนายรีบขึ้นมาช่วยฉันวางแผนโค่นไอ้เจ้ายักษ์บ้านั่นเร็วเข้า!!!"

"................ ระ..รับทราบครับ!!"  

คำสั่งของแบตเทิลสร้างความประหลาดใจเล็ก ๆ ให้กับลูคัสเขาจึงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบตอบรับคำสั่ง ออร์เฟอุสถอนตัวจากสนามรบกลับขึ้นยานเรดอย่างรวดเร็วเขารีบถอดหมวกนักบินออกก่อนจะหยิบแว่นกลับมาสวมเช่นเดิมพร้อมหยิบเฮดโฟนขนาดเล็กขึ้นมาสวมก่อนจะลงจากออร์เฟอุสและรีบวิ่งตรงไปที่สะพานเดินเรืออย่างเร็วที่สุดที่เขาจะทำได้

"ทุกคนคงได้ยินแล้วนะครับยังไงก็ช่วยถ่วงเวลาให้ซักหน่อยนะครับ!! อย่างน้อยซัก 1 นาที ก็ยังดีครับ!!" กุนซือหนุ่มกล่าวขณะเร่งฝีเท้าอย่างสุดกำลัง

"พูดน่ะมันง่ายนะ แต่ทำจริง ๆ มันยากนะเฟร้ย!! ตัวขนาดนี้อย่าว่าแต่ 1 นาทีเลย แค่ 10 วินาทียังยากเลย"

มิเกลบ่นออกมาตามนิสัยของเขา แต่ใจจริงแล้วเขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งนี้เอามาก ๆ ราวกับเด็กที่เห็นของเล่นชิ้นใหม่อยู่ตรงหน้า

"ทุกคนประจำตำแหน่ง มิก อัล ตามฉันมา ส่วนดอลลี่อยู่คุ้มกันยาน" เอ็กซ์เริ่มสั่งการอย่างฉับไวก่อนพาคาร์วาเลียสีส้มออกตัวบินนำหน้าลูกทีมเหมือนกับทุกครับ

"รับทราบ!!!"

ลูกทีมของเรจไวเวิร์นรับคำสั่งพร้อมปฏิบัติอย่างไม่มีรีรอ คาร์วาเลีย SES บินกลับเข้าไปในยานเรดทันทีส่วนอีกสามเครื่องที่เหลือมุ่งหน้าเข้าท้าทายมหายักษาโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว ปืนกลของยานเรดยังคงกราดยิงป้องกันตัวเองอย่างต่อไปเมื่อกราวิตี้มิลเลอร์เริ่มทำงานทำให้ภาระกิจคุ้มกันนั้นง่ายขึ้น คาร์วาเลีย SES กลับออกมาจากยานเรดหลังจากกลับเข้าไปราวนาทีเศษ ดอลลี่พาหุ่นคู่ใจของเธอกลับไปติดตั้งปืนสไนเปอร์มาเป็นทีเรียบร้อยแล้วขึ้นไปยังจุดยิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนตัวยานเรดพร้อมกับเริ่มส่องยิงผู้บุกรุกชนิดเรียงตัว เหล่าแวนการ์ดที่ยังเหลือรอดอยู่แต่สภาพโดยรวมก็ยับเยินเต็มทนค่อย ๆ ถอยร่อนมาหลบอยู่หลังกราวิตี้มิลเลอร์พร้อมยิงตอบโต้ไปพลาง เมื่อเห็นสภาพรอบยานเรดฯ ไม่เป็นที่น่าเป็นห่วงมากแล้วรัตน์ก็รีบพาซาก้าบินบินตรงไปยังมหายักษาทันที

ขณะที่ปฏิบัติการโค่นยักษ์ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างมากนักทางด้านของไวท์แอสคอร์ทที่กำลังต่อสู้กับศัตรูปริศนาก็กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ดาบเปลวเพลิงของเตียวฟงที่ฟาดฟันเข้าใส่อัศวินขาวนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างเหลือล้นถึงขนาดทำให้ไวท์แอสคอร์ทถึงกับถอยกรูดออกมาจนต้องใช้ปลายดาบแทงไปที่ตึกใกล้ ๆ เพื่อหยุดการลื่นไถล แต่กว่าจะหยุดลงได้ปลายดาบนั้นก็กรีดผนังคอนกรีตไปเป็นแนวยาวหลายเมตร

"แฮ่ก ๆ ๆ ........เจ้านี่......ไม่เบาเลย..." ลีลี่ย์หอบหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่กดดันกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เธอพยายามหลายครั้งที่จะฟาดฟันอีกฝ่ายให้พินาศแต่ก็ถูกสกัดกั้นได้ทุกครั้ง แต่ในทางกลับกันแร็คน่ากลับยังนิ่งเฉยเขาไม่มีทีท่าใด ๆ ตอบสนองกับการต่อสู้ตรงหน้า

"แฮ่ก ๆ ๆ ...ยอดมาก ยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ แต่ว่าถ้ามีเพียงแค่นั้นล้ม ข้าคนนี้ไม่ได้หรอกนะ!!!"

เตียวฟงกล่าวก่อนจะถอดวงแหวนรูปดวงอาทิตย์ที่ติดอยู่บนหลังของหุ่นเธอออกมา เปลวเพลิงสีแดงสดเริ่มลุกไหม้บนวงแหวนนั้นก่อนจะกลายสภาพเป็นกงจักรเพลิงที่พร้อมจะปาเข้าใส่ศัตรู

"จิตใจเจ้าสับสนเกินไปนะ ถ้าหากสู้ด้วยความร้อนรนแบบนี้...."

"หนวกหูน่า ถ้าข้าไม่รีบจัดการกับมันล่ะก็....ฝ่าบาทอาจจะ......."  

แร็คน่ากล่าวเตือนเพราะเขารับรู้ได้ถึงความร้อนรนในจิตใจของเธอ แต่ลีลี่ย์กลับเลือดขึ้นหน้าจนไม่ฟังคำเตือนนั้นเธอบังคับไวท์แอสคอร์ทพุ่งเข้าหาศัตรูอีกครั้งขณะที่กงจักรเพลิงถูกขว้างเข้ามาคัทเตอร์เฟมิล่าก็ถูกยิงออกไปใบมีดที่คมกริบพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วเกินประสาทสัมผัสของมนุษย์ทั่วไปจะรู้สึกได้ แต่เตียวฟงกับใช้ดาบปัดมันออกไปพลางกระโดดหลบหลีกได้อย่างไม่ยากเย็นส่วนกงจักรเพลิงของเธอนั้นถูกปัดกระเด็นหายไปอย่างง่าย ๆ เช่นกันไวท์แอสคอร์ททะยานขึ้นสู่เบื้องบนดาบไดโฟซันอัลเทม่าถูกกำชับเอาไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นเหนือหัวพร้อมกับเรียกสายฟ้าฟาดลงมาที่ใบดาบเพื่อประจุพลังไฟฟ้าให้เต็มเปี่ยม

"Thunder  Break!!!!"

ลีลี่ย์แผดเสียงอันเกรี้ยวกราดก่อนส่งพลังจากร่างผลึกควบคุมผ่านเข้าแกนคอร์ของไวท์แอสคอร์ทเธอทุ่มพลังออกไปดุจโถมแรงจากทั้งร่างในการฟาดฟันศัตรูให้พินาศในคราเดียว คมดาบอาบสายฟ้าพุ่งลงมาหาเตียวฟงที่กำลังฟาดดาบที่ถูกย้อมด้วยเพลิงสีฉานสวนกลับขึ้นไป

แคร้งงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ใบดาบของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงเท้าของหุ่นยนต์สีแดงเพลิงจมลงไปในพื้นคอนกรีตในบัดดลก่อนที่พลังของทั้งสองจะแผ่กระจายออกไปทำให้รอบข้างจะแหลกสลายเป็นผุยผงด้วยพลานุภาพแห่งเปลวเพลิงและสายฟ้า การต่อสู้ยังคงดำเนินต่ออย่างไม่มีวีแววจะสิ้นสุดลงอย่างง่ายได้ มิเกลและอัลบาเริ่มยิงถล่มใส่มหายักษาแต่กระสุนปืนกลของคาร์วาเลีย Hi Mobility ไม่อาจระแคะระคายผิวเกราะที่แข็งแกร่งของเจ้ายักษ์นี้เลยแม้แต่น้อย โอริออนแคนน่อนของคาร์วาเลีย Long Range เองก็ไร้ผลเช่นกันเผชิญหน้ากับเกราะทับทิมที่กางออกมาป้องกันร่างกายส่วนบนของมันเอาไว้  

"Caliber Slash!!!!"

คาร์วาเลียคัสตอมพุ่งทะยานเข้าโฉบฟันส่วนขาของมหายักษาที่ไร้การป้องกันจากเกราะทับทิมอย่างรวดเร็วแต่ไม่ก็ได้แค่รอยแผลเล็ก ๆ เท่านั้นเมื่อเทียบกับขนาดอันใหญ่โตของมันแผลที่เอ็กซ์ทำไว้มันไม่ต่างจากแผลถลอกแม้แต่นิดเดียว ยักษ์ใหญ่ยังคงเดินหน้าต่อไปมันแบมือข้างที่ไม่ได้ถือกระบองเอาไว้ออกพร้อมกับปล่อยไฟฟ้าออกมาโจมตีเหล่าคาร์วาเลียที่บินรอบตัวมันเป็นการตอบโต้ ก่อนจะหวดกระบองไปมาราวกับกำลังไล่ตบแมลงวันที่มารบกวนก็ไม่ปาน

"เอาไฟฟ้าช็อตกันแบบนี้มันเห็นพวกเราเป็นยุงหรือไง!!!"  มิเกลบ่นขณะพยายามพาเครื่องหักหลบกระบองที่ฟาดมา

"ถ้ามองจากขนาดตัวของมันล่ะก็นายก็ไม่ต่างจากยุงนักหรอก"

ดอลลี่ตอบผ่านระบบสื่อสารเข้ามาขณะที่เธอเองก็ยังคงยิงคุ้มกันยานอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันนั้นซาก้าก็พุ่งลงมาจากด้านหลังหัวของมหายักษาพร้อมซัดมือขวาที่ประจุไฟฟ้ามาอย่างเต็มพิกัด
 
เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!!

อาคาน่าฟิงเกอร์อัดกระแทกเข้ากับเกราะทับทิมอย่างจังจนเกิดประกายไฟและเสียงสปาร์คของไฟฟ้าดังขึ้นต่อเนื่องแต่ไม่นานนักรัตน์ก็ต้องรีบพาซาก้าถอยหนีออกมาเพราะอาคาน่าฟิงเกอร์ไม่อาจเจาะทะลวงเกราะทับทิมได้ที่สำคัญมหายักษาได้ยื่นแขนขนาดเล็กที่มีปืนบีมแคนน่อนติดตั้งไว้ออกมาจากที่ซ่อนและเล็งยิงใส่เป้าหมายทันที อาคาน่าซาก้าหลบได้อย่างเฉียดฉิวประกอบกับเวลานั้นคาร์วาเลีย Long Range ได้กระหน่ำยิงอาวุธทั้งหมดที่มีอัดเข้าบริเวณข้อต่อช่วงขาพับจึงทำให้มันชะงักลงเล็กน้อยแต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มหายักษาหยุดลงได้ รัตน์มองดูปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ของซาก้าตอนนี้มีเหลืออยู่ประมาณ 38% เท่านั้นในขณะนั้นเองลูคัสก็ติดต่อเข้ามา

"ทุกคนครับตอนนี้ผมพอจะวิเคราะห์เจ้านั่นได้บางส่วนแล้ว ดูเหมือนว่าเกราะป้องกันของมันจะถูกสร้างออกมาจากบริเวณส่วนไหล่ทั้งสองข้างของมันนั่นแหละครับถ้าเราทำลายเครื่องสร้างเกราะของมันได้เราก็มีโอกาสชนะ"

"แต่ถ้าเข้าถึงตัวมันไม่ได้ก็ไม่มีความหมาย" เอ็กซ์กล่าวพลางบังคับเครื่องของตนหลบการโจมตีด้วยไฟฟ้าอย่างคล่องแคล่วก่อนจะถอยหนีออกจากวิถียิงของยานรบที่คอยยิงสนับสนุนอยู่

"โอกาสมีเพียงหนึ่งเดียวครับ ตอนที่มันจะยิงปืนใหญ่บาเรียของมันจะถูกปิดลงโดยอัตโนมัติถ้าอาศัยจังหวะตอนนั้นล่ะก็...." ลูคัสให้คำตอบพลางกดคีย์บอร์ดตรงหน้าอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วชนิดสายตาของแบตที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับยืนมองตาค้าง

"ช่วยไม่ได้ล่ะนะ....."

รัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนจะเริ่มเดินระบบโอเวอร์ลิมิต เมื่อระบบเริ่มทำงานร่างของอาคาน่าซาก้าที่ถูกปลดล็อคขีดจำกัดก็เริ่มแผ่อานุภาคสีทองไปทั่วบริเวณนั้นก่อนจะบินโฉบเฉี่ยงไปรอบ ๆ มหายักษาก่อนจะหาจังหวะเหมาะพุ่งเข้าฟันใส่อย่างรวดเร็ว...

เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!! เปรี๊ยะ!!!!!!!!!!!!

คมดาบฟลาชิออนปะทะกับบาเรียเกิดเสียงสปาร์คดังขึ้นมาอีกครั้ง คาวาเลียร์คัสตอมอาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้าโจมตีอีกด้านดาบอาบบีมของคาร์วาเลียทะลวงตรงไปที่เกราะทับทิมอย่างเต็มพลังแต่ทว่าดาบของคาวาเลียร์นั่นก็ยังไม่สามารถเจาะปราการป้องกันของมหายักษาตนนี้ได้ไปได้ ทั้งสองคนเร่งพลังงานที่ดาบและกำลังเครื่องขึ้นไปอีกขั้นในเวลาไล่เลี่ยกันเพื่อหมายเจาะบาเรียของเจ้ายักษ์นี่ให้จงได้แต่ในตอนนั้นเอ็กซ์ก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวบางอย่างของศัตรู

"รัตน์!!! ถอย!!!"

เอ็กส์รีบร้องเตือนให้เพื่อนร่วมรบรู้ตัวถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นซึ่งก็รัตน์รู้ตัวทันทีว่ามีศัตรูกำลังจะโจมตี แสงเรืองสีแดงอ่อนเริ่มรวมตัวกันที่บริเวณหน้าอกของมหายักษาอีกครั้งซึ่งนั่นก็คือจังหวะที่ทั้งหมดเฝ้ารออยู่ซาก้าและคาร์วาเลียคัสตอมพุ่งตัวหลบออกจากแนวยิงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่คำนวณพลาดไปคือมหายักษาไม่ได้เล็งพวกเขาแต่เป็นยานรบลำหนึ่งที่อยู่ในกองยานลำแสงสีแดงพุ่งตรงไปที่ยานรบภายใต้การบัญชาการของกัปตันผู้ชราภาพคนนั้นแล้ว

"ชิ!!"

รัตน์กระเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจก่อนจะเร่งความเร็วของซาก้าให้พุ่งเข้าไปประชิดกับมหายักษาก่อนจะฟาดดาบออกไปใส่บริเวณเป้าหมายที่ต้องการจะทำลายเสี้ยววินาทีแห่งการตัดสินลำแสงสีแดงอ่อนพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วและกำลังจะปะทะกับเป้าหมายที่เล็งไว้พร้อม ๆ กับอาคาน่าฟัลชิอ้อนก็กำลังจะเข้าถึงเป้าหมายในเวลาเดียวกัน

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เคร้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าบังเกิดหมอกควันจำนวนมากปกคลุมกองยานที่ลอยอยู่รอบนอกจนมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นขณะที่ดาบของซาก้ากระทบเข้ากับแผ่นเกราะเหล็กของมหายักษาอย่างจัง แต่แทนที่จะเฉือนผ่าเข้าไปเชกเช่นทุกครั้งมันกลับเป็นรอยบุบลงไปเพียงน้อยนิด รัตน์ พรมอนันต์เดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์อีกครั้งดูเหมือนว่าเจ้ายักษ์ตนนี้ถูกออกแบบมาอย่างดี แม้แต่คุณภาพของโลหะที่ใช้ทำแผ่นเกราะก็ยังมีความทนทานสูงยากต่อการทำลายในระหว่างที่รัตน์กำลังคิดหาทางจู่โจมต่อนั่นแขนกลเล็กที่มันซ่อนเอาไว้ก็โผล่ออกมาและเปิดฉากยิงใส่ซาก้ารัตน์รีบบินหลบออกมาแต่การยิงที่ต่อเนื่องจากทั้งแขนซ้ายและแขนขวาที่สอดประสานกันทำให้รัตน์ต้องโยกเครื่องไปมาขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่หลายครั้งและระหว่างนั้นเองเด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ามีวัตถุขนาดใหญ่กำลังใกล้เข้ามากระบองของมหายักษาพุ่งตรงจากทางด้านข้างของซาก้า...

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้องอาคาน่าซาก้าถูกแรงอัดจากกระบองยักษ์ซัดจนปลิวไปราวกับลูกเบสบอล รัตน์ที่นั่งอยู่ภายในรับรู้ถึงความรู้สึกที่ตัวเองกำลังหมุนคว้างกลางอากาศ

"ชิ!!! พลาดซะแล้ว!"

รัตน์ร้องออกมาด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนราวกับอวัยวะภายในแทบจะไหลลงไปกองอยู่ที่เดียวกันยังไงยังงั้น แต่ต้องเด็กหนุ่มพยามตั้งสติควบคุมซาก้าให้ทรงตัวกลับมาให้ได้เร็วที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นแล้วมีหวังเขาต้องหน้าจูบพื้นเป็นแน่แท้และยิ่งถ้าซาก้าตกไปกระแทกอย่างอื่นล่ะก็โอกาสตายของเขาก็มีสูงเกินครึ่งบูสเตอร์และเวอร์เนียทั่วทั้งตัวถูกเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซาก้าพลิกตัวกลับมาเตรียมเอาเท้าร่อนลงพื้น แรงกระแทกตอนลงพื้นส่งผลให้นักบินที่อยู่ภายในรู้สึกเหมือนโดนนักมวยหมัดหนักปล่อยกำปั้นทะลวงเข้าช่วงท้องอย่างแรง ยังดีมีระบบนิรภัยภายในห้องนักบินช่วยให้รัตน์ไม่ต้องหน้าจูบคอนโซลแต่แรงในการเคลื่อนที่ยังไม่หมดลงซาก้าเคลื่อนไถลไปด้านหลังแม้จะยังหันหน้าอยู่ก็ตามแต่

ฉึก!!!!!!!!!

ฟลาชิออนถูกปักลงกับพื้นเพื่อทำหน้าที่เป็นเบรคฉุกเฉินเพื่อทำให้ซาก้าหยุดการลื่นไถล ลงจอดไม่สวยมากเท่าไหร่แต่ก็ดีกว่าหน้าคะมำแต่ความกระอักกระอวนชวนให้คายของเก่าที่กินไปออกมานี่ห้ามกันได้ยากจริง ๆ รัตน์พยายามอดกลั้นสุดขีดจนในที่สุดก็รู้สึกดีขึ้นเขารีบหันไปดูเหล่ากองยานที่ตกเป็นเป้าโจมตีเมื่อครู่เมื่อควันเริ่มจางหายไปเด็กหนุ่มก็ได้พบกับสิ่งที่อยู่เหนือตรรกความจริงสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยอาจเรียกได้ว่าตาฝาดไปเลยก็ได้ ม่านน้ำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของยานรบที่ตกเป็นเป้าหมาย สิ่งนี้ช่วยป้องกันลำแสงนั้นเอาไว้ได้ทำให้ยานไม่มีร่องรอยความเสียหายเลยแม้แต่น้อย และผู้ที่อยู่เบื้อหลังม่านน้ำขนาดมหึมานี้ก็ไม่ใช้ใครที่ไหน มันคือหุ่นรบสีน้ำเงินที่มีหอกสามง่ามเป็นอาวุธคู่กายบลูไรเซอร์นั่นเอง

"เส้นยาแดงผ่าแปดเลยนะครับ....ขอบคุณมากเลยนะครับ" ลูคัสกล่าวพลางปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากหน้าผาก

"ไม่เป็นหรอกค่ะ ก็ตอนนี้พวกฉันทำได้แค่นี้เท่านั้นเองนี่คะ"

เสียงของริโคริสดังลอดผ่านช่องสัญญาณสื่อสารเข้ามาขณะนี้้เธอได้แต่นั่งโอบกอดเด็กหนุ่มที่กำลังหลับไหลเพราะใช้พลังไปอย่างมากเอาไว้ในอ้อมอกของเธออยู่ภายในห้องควบคุมของโกลด์ซาเวียที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังสามารถบัญชาการเหล่านักรบของเธอที่อยู่ในสนามรบแห่งนี้ได้อยู่

"ฟู่...."

รัตน์พ่นลมหายใจออกมาทางปากด้วยความโล่งอกที่ทุกคนยังปลอดภัยดีอยู่แต่จะปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้  เด็กหนุ่มจ้องมองดูระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ผ่านหน้าจอแสดงสถานะตัวเครื่อง ณ เวลานี้บริเวณซีกซ้ายที่รับการโจมตีเมื่อรู้จะแสดงสถานะเป็นสีเหลืองทั้งหมดถึงเมื่อครู่จะใช้อาคาน่าฟัลชิอ้อนลดพลังจากการโจมตีเอาไว้ได้แต่ความเสียหายบริเวณข้อต่อตอนกระแทกพื้นก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ  นี่ถ้าไม่ได้อยู่ในสภาพโอเวอร์ลิมิตซาก้าอาจจะเละไปแล้วก็่ได้ ดูท่าทางต้องหาโอกาสเข้าไปโจมตีอีกครั้งให้ได้เร็วที่สุดเพราะถ้าเกิดการโอเวอร์ลิมิตของเขาหมดเวลาในการทำงานลงแล้วซาก้าก็ไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากช่วยป้องกันและหลอกล่อเท่านั้น หนำซ้ำซาก้ายังไร้ซึ่งความสามารถในการรบระยะไกลแบบนี้เขาจะยิ่งกลายเป็นตัวถ่วงไปแทน

"คิดสิ!! คิด!!!...ถ้าใช้ทรูโอเวอร์ลิมิตล่ะก่อน...อ๊ะ เดี๋ยวสิ...ยักษางั้นเหรอ?.........ดีล่ะ!!!..."

หลังจากใช้ความคิดไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วรัตน์ก็ได้คีย์เวิร์ดบางอย่างมา เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะเริ่มติดต่อกับเหล่าสหายร่วมรบในทันที

"ทุกคนผมมีผมมีวิธีดี ๆ แล้ว!! ช่วยหลอกล่อให้มันปิดบาเรียอีกครั้งด้วยนะครับ!!!"

"วิธีดี ๆ ?"

ดอลลี่เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่มีเวลาไม่มากนักที่จะมาปรึกษาอะไรกันมากมายในเวลาเช่นนี้ทุกคนตกลงที่จะทำตามแผนการของรัตน์ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่? แต่ในเวลานี้ไม่มีใครคิดคัดค้านหรือมีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะทุกคนนั้นต่างเชื่อมั่นในตัวของสหายร่วมรบคนนี้นั่นเอง ขณะเดียวกันนั้นผบ.หญิงแห่งบอนล์ เรเน่ก็กำลังตกตะลึงกับม่านน้ำที่ปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้า

"..........น่ะนั่นมันอะไรน่ะ?"

ความตกตะลึงในสิ่งเหนือจินตนาการทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นออกมาในขณะที่พวกรัตน์เริ่มเปิดฉากจู่โจมมหายักษาอีกครั้งลางบอกเหตุร้ายสำหรับเธอก็เริ่มปรากฏขึ้น

"ความร้อนสะสมเครื่องสร้างเกราะทับทิมเริ่มขึ้นสูงแล้วนะครับ!!!!" นายทหารผู้คนทำหน้าที่ควบคุมมหายักษารีบรายงานสภาพความผิดปกติ

"ชิ!!! ระบบระบายความร้อนยังทำงานได้ไม่ดีพอหรือเนี้ย? .........ยังพอมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่?"

"อีกประมาณ 2 นาทีจะถึงจุดวิกฤตครับ"

"ช่างมันก่อนรีบจัดการพวกนั้นให้เร็วที่สุด"

"คะ..ครับ!!!!"

นายทหารผู้นั้นรีบเปลี่ยนเป้าหมายจากการทำลายยานรบมาเป็นการกำจัดพวกรัตน์ที่กำลังป่วนอยู่ในตอนนี้แทนมหายักษาเริ่มจู่โจมด้วยการปล่อยไฟฟ้าออกจากฝ่ามือแต่เหล่าคาร์วาเลียและซาก้าก็หลบหลีกได้อย่างง่ายดายในตอนนั้นเองก็มีการโจมตีจากระยะไกลพุ่งมากระทบบาเรียของเจ้ายักษ์ใหญ่ ถึงมันจะไม่รุนแรงพอจะเจาะเกราะนั้นได้แต่ผู้ช่วยอีกหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวออกมาแล้ว

"อ๊า.... ไม่เข้าเหยอ........"

เสียงของนักบินที่กายเป็นผู้ใหญ่แต่ใจเป็นเด็กดังผ่านช่องสัญญาณสื่อสารเข้ามารัตน์เริ่มรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็น LLS ปรากฏตัวออกมาช่วยยิงสมทบคาร์วาเลีย Long Range ทำการต่อโอริอ้อนแคนน่อนเข้ากับคานิสลันเชอร์พร้อมยิงหมุดลงยืดพื้นเพื่อเพิ่มความมั่นคงก่อนจะเริ่มประจุชาร์จพลังงาน คาร์วาเลียคัสตอมและคาร์วาเลีย Hi Mobility ที่บินหลบหลีกสายฟ้าไปได้อย่างหมดจดแล้วทั้งคู่ก็บินเข้าไปที่ด้านหลังขาบริเวณข้อต่อหัวเข่าด้านขวาพร้อมกับใช้ดาบกับวิงไวด์เดอร์สร้างความเสียหายให้กับจุดนั้นอีกคนละแผล แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้มหายักษารู้สึกเจ็บคันได้ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเองอาคาน่าซาก้าก็บินขึ้นมาอยู่ตรงบริเวณหัวของมหายักษา

"ฝากด้วยนะครับคุณฟาลิน ยิงอัดไหล่เพื่อสั่งสอนเจ้ายักษ์นิสัยไม่ดีนั่นเลย"  

เมื่อได้รับการบอกเล่าจากลูคัส LLS ที่บรรจุกระสุนใหม่แบบเต็มแม็กกาซีนก็ประทับปืนขึ้นเล็งตรงไปที่บ่าซ้ายของมหายักษ์โดยเร็ว

"อู้ว!! Rest In Place!!"

สิ้นเสียงของฟาลินกระสุนไรเฟิ้ลที่บรรจุไว้ทั้งหมดที่บรรจุเอาไว้ในแม็กกาซีนก็ถูกส่งออกไปหาเป้าหมายในจังหวะเดียวกับที่ซาก้าบินหลบออกมาอย่างรวดเร็ว รัตน์ทำเช่นนั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้ายักษ์เอาไว้ที่เขาทั้งหมดและเมื่อฟาลินลั่นไกสังหารแล้วก็ไม่มีวันที่มหายักษาจะหลบหนีคมกระสุนของเธอไปได้ กระสุนทุกนัดพุ่งตรงอัดเข้าที่จุดเดียวกันราวกันเป็นลิ่มที่ไว้เจาะทะลวงกำแพงปราสาทและในที่สุดกระสุนของ LLS ก็เจาะทะลวงผ่านเกราะป้องกันเข้าไปได้ทำให้กระสุนนัดที่เหลืออัดกระแทกเขากับเครื่องสร้างเกราะที่บ่าซ้าย

บรึ๊มมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องทำให้ไหล่ซ้ายของมหายักษาแตกออกเป็นชิ้น ๆ ในบาส่วนเกราะป้องกันเริ่มเสื่อมกำลังลงในทันทีควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบริเวณไหล่ซ้ายที่ได้รับความเสียหายไม่ถึงวินาทีลำแสงจากคาร์วาเลีย  Long Range ก็จู่โจมเข้าที่บริเวณร่องรอยความเสียหายที่เอ็กซ์กับมิเกลได้ทำเองไว้บนขาขวา

บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เมื่อข้อต่อบริเวณเข่าขวาได้รับความเสียหายยักษ์ใหญ่ก็ไม่อาจจะทานน้ำหนักของตัวเองเอาไว้ได้อีกร่างอันยิ่งใหญ่ทรงพลังของมันทรุดลงกับพื้นกระบอกในมือขวาถูกนำมาใช้เป็นไม้เท้าเพื่อค้ำยันตัวมันไม่ให้ล้มลงไปและเสี้ยววินาทีนั้นเอง

Ture Over Limit Set Up

"True...." รัตน์ พรมอนันต์ พึมพำก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้นมาวางปิดดวงตาทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้...

"Liberate!!!!!"

รัตน์คำรามก่อนจะซะบัดแขนซ้ายออกไป นัยน์ตาสีเขียวสว่างจ้าอาคาน่าซาก้าที่ได้รับการซ่อมแซมทั้งตัวแล้วนั้นมีพลังของไซคิกเฟรมอย่างเต็มเปี่ยมแถมยังได้รับการติดตั้งเครื่องปล่อยอนุภาคไซคิกเข้าไปเสริมอีกขั้น ในเวลานี้ทุกส่วนของซาก้าเปล่งอานุภาคสีทองปลิวว่อนไปทั่วราวกับใบไม้ที่อยู่ในลมหมุนนอกจากนี้แขนขวาที่คิดตั้งอาคานาฟิงเกอร์ยังปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาทั่วบริเวณส่งเสียงของเสียดสีกันเปรี้ยะ ๆ ดังก้องไปหมด อาคาน่าฟัลชิอ้อนถูกย้ายมาถือไว้ที่มือขวาของซาก้า พริบตานั้นอนุภาคสีทองเหล่านั้นก็ไหลมารวมกันอยู่รอบ ๆ อาคาน่าฟัลชิอ้อนอาคาน่าฟิงเกอร์ถูกเปิดขึ้นในสภาพที่ยังกำดาบอยู่ส่งผลให้เกิดกระแสไฟฟ้าสีทองสว่างวาบเป็นประกายรอบด้านจนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นมันได้กลายเป็นดาบทองคำเลยก็ว่าได้หากมองจากระยะไกล...

"ต้องขอบคุณลูซิเฟอร์นะที่ทำให้ฉันนึกออก เอาล่ะ...จะฆ่ายักษ์....ก็ต้องแผลงศรสินะ!!!"

รัตน์ประกาศดังลั่นขณะมองดูมหายักษาอยู่เบื้องล่างตนถึงเขาไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่แต่เด็กหนุ่มก็ขยับแขนของซาก้าออกไปพร้อมกับซัดฟลาชิอ้อนที่อยู่ในมือให้พุ่งทะยานออกไป ดาบสีทองพุ่งเข้าหาเป้าหมายราวกับวิหคทองคำพร้อมกับคำประกาศของรัตน์

"ฟลาชิอ้อน พรหมมาตร!!!!!!"

ด้วยการเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นจากกระแสไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กย่อม ๆ ที่สร้างจากมือขวาของซาก้านั้นส่งผลให้สามารถปล่อยฟลาชิอ้อนมีความเร็วที่มากกว่าการซัดออกไปด้วยการขว้างปกติถึงหลายสิบหลายเท่า ดาบสีทองที่บัดนี้มีประกายสายฟ้าและละอองทองคำโปรยปรายออกมารอบ ๆ เปรียบเสมือนปีกแห่งปักษาสวรรค์ที่โบยบินอย่างอิสระก่อนจะปักลงไปบนบริเวณส่วนที่เป็นปืนใหญ่ทำลายล้างที่อยู่บริเวณท้องของมหายักษาก่อนจะทะลุไปสู่ด้านหลังของมัน ฟัลชิอ้อนพุ่งลงปักพื้นดินก่อนที่มันจะคืนสภาพเดิมในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาแต่ก่อนหน้านั้นมหายักษาได้มีแสงสีขาวเล็ดลอยออกมาจากบริเวณรอยแผลที่โดนโจมตีและเสี้ยววินาทีนั้นเองมหายักษาต้องโดนศรปราบมารของอัครเทวดาก็ถึงเวลาวายชนน์

บรึ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องขณะที่ซาก้าร่อนลงถึงพื้นอย่างสวยงามใกล้ ๆ กับฟัลชิอ้อนที่ปักอยู่ก็จะทรุดลงกับพื้นแสงสีทองค่อย ๆ จางหายไปเหลือแต่เพียงแค่เสียงเอ่ยเบาๆของรัตน์ที่กำลังเหนื่อยอ่อน

"Schachmatt"
บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #99 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2010, 08:46:56 PM »

"สำเร็จแล้ว!!!"

ลูคัสลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความดีใจเมื่อเห็นมหายักษาโดนปราบลงในขณะที่คนอื่น ๆ ที่ได้เห็นภาพนั้นก็ดีใจไม่แพ้กันดูเหมือนโอกาสกำชัยชนะในศึกนี้จะเป็นของพวกเขาแน่แล้วในตอนนั้นเองแบตเทิลที่กำลังดีใจก็กระโดดเข้ามากอดคอลูคัสด้วยความดีใจจนลืมตัว

"ใช่แล้ว!!! พวกเราทำได้แล้ว!!! อ๊ะ......"

กัปตันสาวนิ่งไปพร้อม ๆ กับกุนซือหนุ่มเมื่อเริ่มรู้สึกตัวเองทำอะไรกันอยู่ แบตเทิลเริ่มหน้าแดงจนถึงใบหูแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อื่นต่อไปความซวยระลอกหนึ่งก็มาเยือนเสียก่อน เจ้ามหายักษาที่น่าจะสิ้นลายอย่างสิ่้นเชิงจากการโจมตีที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันของเหล่ากองกำลัง TSC ไปแล้วแต่ก่อนที่มันจะระเบิดไปทั้งหมดหมัดจรวดของมันก็ทำงานขึ้นและทิศทางที่หมัดจรวดนั้นพุ่งตรงไปก็คือจุดที่ยานเรดกาแลคเซียจอดนิ่งอยู่นั่นเอง เมื่อเห็นหมัดของหุ่นขนาดยักษ์พุ่งตรงเข้ามาลูคัสก็รวบตัวสาวน้อยที่อยู่ใกล้มือที่สุดเขามาโอบไว้ก่อนจะกดเธอให้หมอบลงกับพื้นในเสี้ยววินาทีก่อนที่หมัดเหล็กนั้นจะกระทบเข้ากับสะพานเดินเรือของยาน

โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงกระแทกที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำเอาแบตเทิลต้องหลับตาปี๋ด้วยความสั่นกลัวภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มที่นอนทับร่างของเธอไว้ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่ทั้งสองอยู่ในสภาพนั้น

"วู้ววว.... หวีดหวานไม่เบานี่พ่อกุนซือ!!!  นี่ฉันมาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี้ย?" 

เสียงของเอลกระตุ้นให้ทั้งคู่กลับมาสู่เวลาปัจจุบัน เนวาน่าที่อยู่ในสภาพยับเยินชะโงกหน้ามองเข้ามาในสะพานเดินเรือและเห็นภาพนั้นเข้าก็อดจะหยอกล้อไม่ได้และวินาทีต่อมาลูคัสก็โดนขวามายาของแบตเข้าเต็มแก้ม เพราะการเข้ามาช่วยเปลี่ยนทิศทางของหมัดจวรดโดยการกระโดดเตะเสยของเนวาน่าเลยทำให้ยานเรดรอดวิกฤตมาได้อย่างหวุดหวิด ในขณะเดียวกันนั้นเรเน่ที่เสียไพ่ตายใบสุดท้ายก็ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งด้วยความเจ็บใจแต่เธอคงต้องยอมรับความพ่ายแพ้แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

"ผบ.ครับการติดต่อจากกำลังเสริมครับ!!! พวกเขาเดินทางมาถึงแล้วครับ" 

เมื่อได้ฟังดังนั้นเรเน่ก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้งในเวลานี้เธอมั่นใจว่าศัตรูคงกำลังเสียหายอย่างหนักคงไม่มีทางที่จะสู้ต่อได้อีกแล้ว ขณะเดียวกันเรดาร์ของยานทุกลำที่ของ TSC ก็รับรู้ได้ถึงการมาถึงของกำลังเสริมฝ่ายศัตรูที่เคลื่อนพลประชิดเข้ามาทุกขณะแต่บัดนี้พวกเขาไม่เหลือกำลังพอจะต่อสู้อีกแล้วกัปตันเฒ่ารู้สึกลังเลใจที่จะสั่งถอนทัพเพราะเขายังไม่สามารถช่วยพวกที่ติดอยู่ข้างในออกมาได้ แต่ถ้าดึงดันสู้ต่อไปก็จะมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น ภาระกิจทำลายป้อมปืนก็เสร็จสิ้นลงแล้วจะถอนกำลังตอนนี้ก็ยังทันแต่ก็เท่ากับต้องทอดทิ้งพรรคพวกที่เหลือในระหว่างที่เขากำลังลังเลอยู่นั้นเอง พวกที่อยู่ภายในฐานทัพก็ตกอยู่ในสภาพถูกปิดล้อมออกครั้ง

"จงยอมวางอาวุธซะ พวกเราจะไม่ยิงหากพวกแกไม่คิดขัดขืน จงยอมจำนนแต่โดยดีเถอะ"

เรเน่ประกาศก้องผ่านระบบกระจายเสียงภายในตัวฐานทัพเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายยอมจำนนในเวลานี้พวกของรัตน์ไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้อีกต่อไปแล้วพลังงานของซาก้าเหลือน้อยเต็มทีหน่วยเรจไวเวิร์นก็ไม่ต่างกันมากนัก โกลด์ซาเวียก็ไม่อาจขยับได้ เนวาน่าก็ยับเยินเกินไปที่กร่ำศึกมากกว่านี้แล้ว LLS ก็ไม่เหลือกระสุนพอจะจัดการพวกนี้ได้ทั้งหมดหนำซ้ำพลังงานก็ใกล้หมดแล้วเช่นกัน

"เอาไงดีครับกัปตัน...."

ลูคัสเอ่ยถามแบตเทิลที่ยืนมองดูสถานการณ์โดยรวมในขณะนี้มันช่างดูอับจนหนทางเสียเหลือเกิน สายตาของเธอค่อยมองไปยังแป้นที่เธอเสียบคีย์การ์ดคาเอาไว้ ก่อนจะหลับตาลงอย่างช้า ๆ และนิ่งไปครู่กำลังหนุนของบอนล์เริ่มปล่อยหุ่นออกมาทั้งลงสู่พื้นดินและออกบินสู่ท้องฟ้า หุ่นยนต์นับร้อยเครื่องเริ่มกระจายกำลังเข้าโอบล้อมบริเวณฐานทัพแต่ยังไม่มีวีแววบุกเข้ามาโจมตี อาจจะเป็นเพราะกำลังรอคำสั่งหรือท่าทีของฝ่าตรงข้ามอยู่ก็ไม่อาจทราบได้ขณะที่ไวท์แอสคอร์ทยังไม่อาจสลัดเตียวฟงไปได้การดวลเดือดของทั้งสองจึงยังดำเนินต่อไปโดยไม่สนความเสียหายที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ไม่นานนักแบตก็ลืมตาขึ้นและให้คำตอบกับทุกคน

"ฉันไม่มีวันยอมแพ้ ถ้าหากจะตายก็ขอตายในการต่อสู้....." 

สิ้นคำประกาศของแบตเทิลอาคาน่าซาก้าก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนโดยใช้ฟัลชิอ้อนเป็นหลักค้ำยันก่อนค่อย ๆ ดึงดาบที่ปักบนพื้นขึ้นมาถือไว้ เนวาน่าย่อตัวลงเตรียม

พร้อมกระโจนเข้าหาศัตรูทุกเมื่อ หน่วยเรจไวเวิร์นก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมออกตัวทุกเมื่อ
"พูดได้ดีนี่คุณกัปตัน อย่างน้อย ๆ ก่อนตายฉันก็คงมีพวกมันเป็นเพื่อนร่วมทางไปด้วยซักห้าสิบหรือร้อยคนน่ะนะ" เอลกล่าวพลางเผยเขี้ยวที่อยู่ภายในปากออกมาอย่างชัดเจน


"ฉันไม่มีวันที่จะมาหยุดอยู่แค่นี้เด็ดขาด....."

รัตน์เอ่ยอย่างแผ่วเบากับตนเองพลางกำคันบังคับในมือแน่นก่อนจะจ้องมองไปยังศัตรูจำนวนมากที่รายล้อมพวกเขาอยู่แต่ในขณะที่กำลังจะดันคันบังคับไปข้างหน้าเสียงหนึ่งก็ดังก้องไปทั่วสมรภูมิแห่งนี้

โบ๋วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

มันเป็นเสียงหอนของสุนัข แต่ไม่มีทางที่สุนัขทั่วไปจะหอนได้ดังขนาดนี้ เสียงหอนปริศนาทำให้เวลาในสนามหยุดนิ่งลงชั่วขณะ แต่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งรู้ถึงต้นตอของเสียงหอนปริศนานี้

"นี่มันเสียงอะไรกัน?..."

เตียวฟงที่กำลังประดาบกับไวท์แอสคอร์ทถึงกับรีบมองหาต้นตอของเสียง เพราะเธอสัมผัสได้ถึงจิตต่อสู้ที่รุนแรงแฝงผ่านมาทางเสียงนี้แต่เสี้ยววินาทีนั้นเธอก็โดนดาบของคู่ต่อสู้อัดจนถอยกรูดออกไปในทันที

"หึหึหึ....ดูเหมือนว่าข้าไม่จำเป็นต้องเร่งร้อนแล้วล่ะ คราวนี้ข้าจะเป็นคู่มือให้กับเจ้าเอง" พูดจบลีลี่ย์ก็เตรียมตัวจะเข้าโจมตี

"ข้าว่าไม่ต้องถือมือเจ้าหรอก.. ให้ข้าจัดการดีกว่า นั่งเฉย ๆ นาน ๆ ข้าเริ่มรู้สึกเบื่อแล้วล่ะ"

แร็คน่าเอ่ยทำท่ายืดเส้นยืดสายเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าพลางจ้องมองดูคู่หูของตน ลีลี่ย์มองแววตาของเขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับไปมองตรง

"ถ้าแพ้ล่ะก็ไม่ยกโทษให้จริง ๆ ด้วย"

นั่นคือการตอบตกลงในสไตล์ของเธอแร็คน่ายิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะตั้งสมาธิกับศัตรูเบื้องหน้าท่าร่างดาบของไวท์แอสคอร์ทเริ่มเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และในวินาทีนั้นเตียวฟงก็เริ่มรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปแต่เธอก็ไม่อาจจะหยุดดูท่าทีของอีกฝ่ายได้นานนักเธอจึงเปิดฉากเข้าหาศัตรูก่อน ในขณะที่เสียงหอนปริศนาสร้างความงุนงงให้กับผู้คนในสนามรบริโคริสก็เริ่มเอ่ยถ้อยบางอย่างโดยลำพัง

"ในความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่งอาจยังมีแสงสว่างดวงเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ที่ใดซักแห่งแม้นแสงนั้นจักเป็นเพียงดวงไฟดวงน้อยแต่ก็ยังเป็นแสง แม้นเพียงหนึ่งดวงจะไม่อาจส่องประกายเจิดจ้าได้ก็ตามทีแต่หากแสงสว่างเล็กเหล่านั้นถูกนำมาร้อยเรียงกันแล้วแล้วไซร้ ก็อาจจะเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้ากว่าดวงสุริยน เมื่อใดที่ไม่ละทิ้งซึ่งความหวัง ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรมเมื่อนั้น แสงแห่งความหวังดวงเล็กที่ร้อยเรียงกันจักกลายเป็นดาบแสงแห่งความหวังที่ตัดผ่านความมืดมนทั้งปวง"

สิ้นถ้อยคำเหล่านั้นเจ้าของเสียงปริศนาก็ปรากฏตัวขึ้นบริเวณใกล้ ๆ กับจุดตกของยานเรด มันมาพร้อมกับเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ลุกไหม้ไปตามทางมันวิ่งผ่านไป มันคือสุนัขสามหัวหรือเซเบรัสที่ทั้งตัวมีสีแดงเข้มเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มร่างของมันแผดเผาทุกสรรพสิ่งที่ขวางทางมันอยู่ จาโปรน่้าผู้โชคร้ายอยู่เบื้องหน้าตกเป็นเหยื่อคมเขี้ยวอันแหลมคมภายในปากขนาดใหญ่ของมันอย่างง่ายดาย ลำแสงบีมจากปืนบีมไรเฟิ้ลทุกกระบอกที่รุมยิงใส่มันไม่อาจระแคะระคายผิวที่ถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงที่สามารถหลอมโลหะให้กลายเป็นเนยได้ภายแค่มันวิ่งผ่านไป เหล่าทหารของบอนล์พากันตื่นตกใจกับการปรากฏตัวของศัตรูใหม่จนเสียกระบวนไปหมดแต่ ลูคัสกลับพอเดาได้ทันทีว่าหุ่นรบปริศนานี้คืออะไรกันแน่โดยมองจากรูปลักษณ์และรูปแบบการโจมตีที่อยู่เหนือตรรกะของคนปกติ

"แพนเซอร์........."

ลูคัสเอ่ยนามนั้นออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อเห็นสุนัขสามหัวกระโจนถึงท้องฟ้าพับร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์สีแดงสดก่อนลงสู่พื้นอย่างดุดันพร้อมปล่อยกรงเล็บสังหารจากแขนซ้ายพุ่งออกไปทะลวงร่างของจาโปรน่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าจนเป็นรูขนาดใหญ่พร้อมดีงกลับอย่างรวดเร็วก่อนชักดาบที่เก็บไว้ข้างเอวออกมาอย่างฉับไวใบดาบพลังงานสีแดงสดถูกวาดไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็วเพื่อสะบั้นร่างของศัตรูที่เข้ามาโจมตีให้พินาศไม่เหลือชิ้นดี

ขณะที่ภาคพื้นดินกำลังถูกหุ่นรบสีแดงที่ไม่ทราบฝ่ายเข้ามาโจมตีอยู่นั้นบนท้องฟ้าท่ามกลางฝูงบินของกองทัพบอนล์หุ่นยนต์เครื่องหนึ่งได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางกระบวนทัพนั้นอย่างเป็นปริศนามันปรากฏขึ้นมาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีอะไรอยู่ ณ จุดนั้นมาก่อน หุ่นรบสีเงินทีรูปร่างใหญ่เทะทะแต่กลับลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ราวกับไร้น้ำหนัก ดวงตาของมันส่งประกายวาบขณะจ้องมองดูไปเบื้องหน้าปีกแพนครีบทั้งหกที่อยู่ด้านหลังของมันค่อย ๆ ยกขึ้นและคลี่ออกอย่างช้า ๆ และเพียงอีดใจเดียวเท่านั้น

บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!! บรึ๊มมมม!!!!!!

หน่วยที่อยู่บนท้องฟ้าทั้งหมดถูกทำลายสิ้นเพียงแค่อึดใจ ทั้งหุ่นยนต์และยานรบต่างโดนอะไรบางอย่างที่คมกริบเชือดเฉือนจนขาดเป็นเสี่ยง ๆ ในเวลาไล่เลี่ยกันเรเน่ตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจเธอไม่เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เมื่อได้เห็นภาพกองกำลังทางอากาศที่ได้ชื่อว่าเกรียงไกรของบอนล์พินาศย่อยยับในเวลาเพียงชั่วอึดใจ เธอแทบจะประคองสติเอาไว้ได้ไม่ได้แส้ม้าที่เคยกำแน่นอยู่ในมือบัดนี้ร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างง่ายดายประกายไฟและเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องท้องฟ้าราวกับเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟที่มองเห็นได้จากทุกมุมในสมรภูมิ บลูไรเซอร์ค่อย ๆ ขึ้นจากยานที่ตนเองปักหลักอยู่ในตอนแรกพร้อมพับร่างเป็นยานบินเพื่อพุ่งทะยานไปยังสถานที่แห่งนั้นในทันที สถานที่แห่งนั้นคือที่ ๆ โกลด์ซาเวียยังคงยืนสงบนิ่งไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ เหล่าจาโปรน่าที่เข้าโอบล้อมเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ แต่เพราะเสียงหอนที่ดังก้องและเสียงระเบิดที่ดังตามมาติด ๆ ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักการเดินหน้าลงครู่หนึ่งแต่ ในเสี้ยววินาทีนั้นเองวัตถุบินลึกลับก็บินโฉบมาจากทางด้านหลังของพวกเขายานบินรูปมังกรพับตัวกลายเป็นหุ่นรบสีดำอย่างรวดเร็วพร้่อมทิ้งตัวลงมาจากด้านบน

ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!!!

ใบดาบสีดำทมิฬผ่าจาโปรน่าออกเป็นสองซีกในพริบตาที่เท้าของมันแตะพื้น อึดใจต่อมาจาโปรน่าที่ยืนอยู่ติดกันก็ถูกฟันกลางลำตัวขาดสองท่อน กับอีกหนึ่งเครื่องที่ถูกแทงอกทะลุออกด้านหลัง หุ่นยนต์สีดำตัวนี้แทงดาบใส่คู่ต่อสู้อยู่ด้านหลังได้โดยไม่จำเป็นต้องมองก่อนจะชักดาบเหล็กที่เก็บไว้ที่เอวปาปักกลางอกจาโปรน่าอีกเครื่องที่ยืนอยู่ใกล้โกลด์ซาเวียมากที่สุด พริบตาต่อมาจาโปรน่าอีกสองเครื่องก็สังเวยชีวิตให้กับปืนบนหลังของมันที่ถูกพับขึ้นมายิงอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะดึงดาบที่ปักคาอกของจาโปรน่าทีสังเวยชีวิตไปเป็นเครื่องที่สาม และหายวับไปอยู่ด้านหลังของจาโปน่าสามตัวสุดท้ายที่เข้ามาโอบล้อมโกลด์ซาเวีย หุ่นรบสีดำค่อย ๆ สะบัดดาบอย่างว่องไวจาโปรน่าสองตัวขาดเป็นสองท่อนเหลือตัวสุดท้ายที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง จนกระทั่งเท้าของผู้ฟาดฟันค่อย ๆ ยันไปเบาบนลำตัวจาโปรน่าเครื่องนั้นค่อย ๆ แยกส่วนบนล่างออกจากกันอย่างช้า ๆ และระเบิดไม่เหลือชิ้นดีในเวลาต่อมา  หลังจากนั้นไม่นาน หุ่นรบสีแดงก็เดินมายังจุดที่โกลด์ซาเวียยืนอยู่อย่างช้า ๆ พร้อมกับการร่อนลงแตะพื้นของบลูไรเซอร์และหุ่นสีเงินผู้ที่ทำลายกองกำลังทางอากาศจนย่อยยับ หุ่นรบทั้งสี่ยืนเรียงหน้ากระดานกันเบื้องหน้าโกลด์ซาเวียก่อนคุกเข่าลงพร้อมกันทั้งสี่เครื่อง

"ขอพระราชทานอภัยที่พวกข้ามาถวายการอารักษ์ขาล่าช้า ฝ่าบาท"

เสียงของผู้ควบคุมแพนเซอร์ทั้งสี่เครื่องกล่าวถ้อยคำสอดประสานกันเป็นเสียงเดียวแต่ริโคริสส่ายหน้า และกล่าวอย่างอ่อนโยน

"พวกท่านทุกคนปลอดภัยดีเพียงเท่านั้นก็พอแล้วค่ะ"

ริโคริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยยินดีที่เหล่าอัศวินของเธอได้กลับมารวมกันพร้อมหน้าอีกครั้งใน ขณะเดียวกันไวท์แอสคอร์ทก็ยังคงประดาบกับเตียวฟงอย่างดุเดือด แต่ในยามนี้เตียวฟงกลับรู้สึกว่าเธอกำลังเสียเปรียบเป็นอย่างมากไวท์แอสคอร์ทค่อย ๆ ลูบใบดาบตั้งแต่โคนดาบไล่ไปจนจรดปลายอย่างช้า ๆ แสงสว่างเจิดจ้าค่อย ๆ ห่อหุ้มใบดาบจนทั่วดาบไดโฟซันอัลเทม่ากลายสภาพเป็นดาบแสงที่ส่องประกายเจิดจ้าซึ่งเป็นของที่เตียวฟงแพ้ทางมากที่สุด แต่เธอจะยอมให้ความหวาดกลัวครอบงำจิตใจไม่ได้เตียวฟงจึงเปิดฉากเข้าจู่โจมก่อน

"ย๊าก!!!!!!!!!!!"

เธอเปล่งเสียงออกมาเร่งกำลังใจก่อนจะฟาดฟันดาบในคู่ต่อสู้แต่ไร้ผลไวท์แคสคอร์ทถือดาบด้วยมือข้างเดียวอยู่นั้นตวัดปลายดาบปัดการโจมตีของเธอได้อย่างง่ายดาย แถมตัวเธอตัวยังเสียหลักเพราะแรงที่ตัวเองโถมเข้ามา ไวท์แอสคอร์ทหมุนตัวเป็นครึ่งวงกลมเข้าจู่โจมด้านหลังเธออย่างรวดเร็วเตียวฟงไม่อาจกลับตัวได้ถังเธอจึงรีบพุ่งตัวไปข้างหน้าเพื่อหนีระยะดาบไปให้ไวที่สุด

"อะไรกัน? วิธีใช้ดาบต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ ราวกับว่าเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างนั้นแหละ......."

เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่พลิกตัวกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้งแต่สายฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากฝ่ามือของไวท์แอสคอร์ทก็พุ่งตรงมาเล่นงานเธอชนิดไม่เปิดช่องให้หายใจเลย ดาบเพลิงถูกยกขึ้นมารับสายฟ้าที่พุ่งมาแต่นั่นเป็นเพียงกลลวงไวท์แอสคอร์ทหายตัวไปจากตรงหน้าของเธอเป็นทีเรียบร้อยแล้ว เสี้ยววินาทีก่อนจะได้ชายตามองหาจิตสังหารที่รุนแรงก็พุ่งมาจากด้านหลัง เตียวฟงสอดดาบไปป้องกันด้านหลังเพราะเธอไม่อาจะหันตัวไปได้แต่ทันทีที่ดาบกระทบกันไวท์แอสคอร์ทอ้อมมาด้านหน้าที่เปิดโล่งพร้อมกับสอดหมัดซ้ายที่มีแสงสว่างห่อหุ้มอยู่

โครมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

หุ่นของเตียวฟงปลิวไปตามแรงชกของไวท์แอสคอร์ทจนล้มลงหลังกระแทกพื้น รอยแผลที่เกิดจากหมัดแสงอย่างความเสียหายอย่างหนักให้กับแผ่นเกราะบริเวณออกด้านซ้ายและค่อย ๆ ลุกลามไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ เตียวฟงค่อย ๆ นำหุ่นของตนลุกขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมกับจับดาบเพื่อจะทำการสู้ต่อแต่ทว่า

"พอแค่นั้นแหละเตียวฟง กลับมาได้แล้ว!!!" เสียงของใครบางคนดังก้องขึ้นมาภายในหัวของเตียวฟง เสียงนั้นช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามยิ่งนัก

"แต่ว่าข้ายัง!!.."

"พอได้แล้ว ข้าได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว จงกลับมาเดี๋ยวนี้!! หรือว่าเจ้าคิดจะขัดคำสั่งข้า......"

เมื่อถูกน้ำเสียงนั้นออกคำสั่งเตียวฟงก็ลดอาวุธลงก่อนจะค่อย ๆ กลายสภาพเป็นเปลวเพลิงและจางหายไปแต่ถึงกระนั้นคำพูดสุดท้ายของเธอก็ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของแร็คน่าและลีลี่ย์

"เหล่านักรบที่มาจากต่างโลกซักวันหนึ่งเราคงได้สู้กันอีกครั้งและเมื่อถึงเวลานั้นข้าจะโค่นเจ้าให้ได้"

สิ้นคำพูดนั้นทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงัด ไม่นานนักหลังจากเตียวฟงล่าถอยไปเรเน่ก็ประกาศยอมแพ้ การสู้รบที่หนักหน่วงยาวนานเกือบหนึ่งชั่วโมงก็จบลงด้วยชัยชนะของกองกำลัง TSC ผบ.เรเน่ถูกควบคุมตัวไปคุมขังเอาไว้พร้อมกับเหล่าทหารที่ยอมจำนน สภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมืองและฐานทัพช่างมากเหลือคณานับ หลังการเข้ายึดฐานทัพเสร็จสิ้นการเข้ากู้ยานเรดก็เริ่มขึ้นเหล่านักบินที่กร่ำศึกอันหนักหน่วงต่างพากันลงจากหุ่นด้วยความเหนื่อยล้า รัตน์ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ถึงจะลงมาจากซาก้าแล้วเขาก็ยังไม่ยอมห่างมันไปไหนรัตน์เอนกายพิงส่วนขาของหุ่นคู่ใจพลางมองดูจันทราที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า

"เฮ้!! พ่อทนาย!! รับนะ!!"

เสียงของเอลดังขึ้นในระยะไม่ไกลนัก รัตน์หันไปมองที่เขาพลางยกมือรับกาแฟกระป๋องที่ถูกโยนมาให้ได้อย่างแม่นยำ ขณะที่เอลยกกาแฟกระป๋องขึ้นซดอย่างเอร็ดอร่อยพลางจองมองดูไปที่อะไรบางอย่าง
 
"เฮะ!! ไม่คิดเลยว่ายัยหนูเขี้ยวลากดินนั่นจะมีด้านน่ารักกับเขาด้วยเนอะ.... แบบนี้คงต้องเก็บไปล้อซักหน่อยแล้วสิ"

รัตน์ไม่พูดอะไรตอบได้แต่ลองมองไปทางเดียวกับที่เอลมองอยู่ ที่เห็นอยู่ลิบ ๆ นั้นคือลีลีย์ไม่ผิดตัวแน่ถึงจะไกลเกินสายตาคนปกติจะมองชัดก็เถอะ ดูเหมือนว่าเธอกำลังกระโดดกอดใครบางคนอยู่ที่ดูแล้วไม่ทางเป็นแร็คน่าแน่นอนที่สุด แต่ถ้าให้เดาตามสัญชาตญาณแล้วคน ๆ นั้นคงเป็นคนสำคัญไม่ก็คนพิเศษของเธอแน่ แต่รัตน์ก็ไม่ได้สนใจอยากรู้ว่าตอนนี้ยัยองค์รักษ์คนนั้นจะกำลังร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็ก ๆ อยู่หรือเปล่า เด็กหนุ่มค่อย ๆ เปิดกาแฟกระป๋องอย่างช้า

"ระวังโดนไล่ฆ่าเอานะครับ....." เด็กหนุ่มกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนจะซดกาแฟและกลืนลงคออย่างช้า ๆ

"ถึงจะโทรมไปหน่อยแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีล่ะนะ" เอลเอ่ยพลางยกกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้งแต่รัตน์กลับไม่คิดเช่นนั้น

"มันเพิ่งจะเริ่มตะหากครับ...."

"หือ?....."

"สงครามที่แท้จริง มันเพิ่งจะเริ่มตะหากครับ......."

พูดจบรัตน์ยกกาแฟกระป๋องขึ้นดื่มอีกครั้งพลางแหงหน้ามองดูจันทราครึ่งดวงที่ยังคงลอยเด่นอยู่เหนือฟากฟ้าพลางคิดอยู่ในใจว่าศึกครั้งหน้ามันจะมาถึงเมื่อไหร่กันนะ?

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Episode 9 Earth Route: Hopeless Night END
บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #100 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 03:49:20 AM »

1-9 Epilogue

สงคราม ความสูญเสีย และการต่อสู้...

ทั้งหมดนั่นคือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมาหลังจากเรื่องราวเริ่มขึ้น...

ความขัดแย้งระหว่างเอลฮังค์กับบอนล์ที่มาถึงจุดแตกหักจากการปรากฎตัวของเรย์เบลด...

ยานฮาเซลเซน่อนที่ต้องได้รับผลกระทบจากการต่อสู้และถูกพัวพันเข้าสู่สงคราม...

การมาของศัตรูจากต่างมิติ รวมถึงพรรคพวกจากสถานที่แตกต่าง...

และการก่อตั้งกองกำลังTSC...

ทั้งหมดนั่นเปรียบเสมือนเส้นทางหลายเส้นที่มาบรรจบกัน...

และเรื่องราวที่จะเกิดต่อไปคือเส้นทางใหญ่ ที่ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของเส้นเหล่านั่น...

เรื่องราวของนักรบแห่งดวงดาวยังคงไม่จบสิ้น...

ตรงกันข้ามมันพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก...

กับสงครามจริงๆของพวกเขา...

แต่ถึงจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรค...

เส้นทางที่พวกเขาเดินมาจนถึงสงครามที่แท้จริงนั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถฝ่าฟันมันได้...

และพวกเขาก็จะไม่ยอมแพ้ต่อเส้นทางใหญ่ที่อยู่ข้างหน้า...

--------------------------------------------------------------------

What's Next On Super Robot War The Star Chronicle?

สงครามระหว่างบอนล์กับTSCมาถึงโค้งสุดท้าย...กองกำลังTSCตัดสินใจเข้าจู่โจมใส่ฐานใหญ่ของบอนล์ ผลลัพท์ของสงครามจะเป็นเช่นไร?

แต่แม้ว่าจะปราบบอนล์ลงได้ เรื่องราวก็ยังไม่จบ...นั่นก็เพราะศัตรูที่แท้จริงของพวกเขากำลังจะปรากฎกายออกมา สงครามจะทวีคูณความรุนแรงขึ้นงั้นรึ?

และความสัมพันธ์ของเหล่านักรบแห่งดวงดาวแต่ละคนล่ะ?

รวมทั้งการเปิดเผย นักรบคนใหม่ๆที่จะเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในสงคราม?

ทุกอย่างมันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั่นแหละ...

ติดตามเรื่องราวบทต่อได้ใน...

Super Robot War The Star Chronicle Second Season

--------------------------------------------------------------------

หนึ่งปีแล้วครับผม~ กับฟิกชั่น TSC ฉบับรี... ยาวนานเหมือนกันแฮะ เบ็ดเสร็จเก้าตอนในหนึ่งปีนี้ นับตอนย่อยก็ราวๆ19ตอนเห็นจะได้ คิดว่าพอขึ้นช่วงตอนที่สิบหลังจากแยกสายกันน้อยลงแล้ว เนื้อเรื่องจะไปได้ไวมากขึ้นกว่านี้ครับผม ดีไม่ดีอาจจะจบภายในปีนี้ก็ได้ถ้าขยันกัน(ฮา)

ก่อนอื่นผมไม่เคยคิดเลยแฮะว่าฟิกต่อจะมาได้ขนาดนี้ ก็ต้องขอขอบคุณแรงสนับสนุนจากทุกๆคนด้วยครับที่ทำให้ฟิกมาได้เรื่อยๆถึงขนาดนี้ ทั้งคนแต่งแล้วก็คนร่วม แม้จะมีปัญหามากมายแต่ก็ผ่านมันมาได้เรื่อยๆ น่าดูชมจริงๆแฮะทุกๆคน(เฮ่อๆ)

รับรองว่าพอขึ้นซีซันสองจะพยามทำให้ืฟิกสนุกมากขึ้นกว่านี้และมาเร็วกว่านี้ครับ แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจและสนับสนุนฟิกชั่นTSCต่อไปด้วยน่ะครับผม ขอบคุณมาก!!!!


ฺBy Srwkung
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: