หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot Wars The Star Chronicle -Machine Profile-  (อ่าน 23811 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2009, 05:27:12 PM »

กองทัพเฟทเกท(FATE-GATE)กองทัพที่เดินทางมาจากมิติของไกด์เพื่อช่วงชิงเตาพลังงานไดเมนชั่นรุ่นต้นแบบที่พวกไกด์และกู๊ดครอบครองอยู่ เพื่อการได้มาซึ่งอำนาจจากพลังงานไดเมนชั่นที่แท้จริง
หุ่นรบของเฟทเกท
RSX-09 RAL SABER
หุ่นรบทั่วไปของกองทัพเฟทเกท ใช้เตาพลังงานแบบธรรมดา รูปร่างธรรมดาตามมาตรฐานหุ่นรบทั่วไป เป็นหุ่นสีขาว+น้ำเงิน อาวุธมาตรฐานคือ บีมเซเบอร์ เบลด และบีมทวินไรเฟิล แต่จุดเด่นของมันคือสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมเข้าไปได้มากมาย แต่จะติดได้เพียงชุดเดียวเท่านั้นต่อหนึ่งตัวไม่ว่าจะด้านเพิ่มกำลังป้องกัน เช่น อาเมอร์คลอธ แบบปกคลุมตัวซึ่งมีสมบัติลดทอนอาวุธลำแสงได้ เฟสชิลด์ที่ไว้ป้องกันอาวุธกายภาพได้ เพิ่มสมรรถนะด้านระยะไกลก็สามารถติดตั้ง ลองแรนจ์ทวินแคนน่อนที่เป็นแพคติดบนไหล่ได้ ที่สามารถยิงกระสุนปืนและกระสุนบีมได้อย่างละกระบอก บัสเตอร์บีมลันเชอร์ที่แขนทั้งสองข้าง และปืนยิงกระสุนพิเศษเลเวลไรเฟิล ที่มีสมบัติเจาะเกราะได้หากเพิ่มสมรรถนะรบระยะประชิดก็จะเติดตั้งอาวุธเสริมคือ บีมฮีทคลอร์ กรงเล็บที่หลังมือทั้งสองข้าง เกรทบีมเซเบอร์ ดาบลำแสงขนาดใหญ่ที่ติดไว้ที่หลัง สติงเกอร์ฮาเก้น โซ่แบบพิเศษที่ติดไว้ที่ฝ่ามือ ดับเบิ้ลเอดจ์เซเบอร์ที่พกไว้ที่เอวทั้งสอง สามารถนำมาใช้โดยเป็นดาบสองเล่มได้ เกรเนดไนท์มีดระเบิดซ่อนไว้ที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง ราลเซเบอร์สามารถควบคุมได้ง่าย และราคาผลิตไม่สูงและสามารถเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ให้เหมาะสมกับการรบได้ง่าย ปกติราลเซเบอร์จะเป็นเครื่องลูกทีมเป็นหลัก แต่ก็มีบางเครื่องที่เป็นหัวหน้าทีมก็จะมีการเพิ่มส่วนเขาไว้บนหัวและดีเทลส่วนหัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย

RSX-11 RAL LERION
หุ่นรบรุ่นจ่าฝูงของราลเซเบอร์ ใช้เตาพลังงานไดเมนชั่นเทียมที่สร้างขึ้น ภายหลังจากเหตูการณ์ไดเมนชั่นเชสเซอร์โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ของเฟทเกทร่วมมือกันสร้างขึ้นมา ซึ่งก็สำเร็จในเวลาไม่นานเพราะบางส่วนแปลนของเตาก็ถูกฝ่ายเฟทเกทค้นพบมาได้ แต่เตาพลังงานนี้มีข้อเสียคือไม่สามารถชาร์จพลังงานได้เองแบบเตาพลังไดเมนชั่นรุ่นสมบูรณ์ เพราะใช้การอัดพลังงานเอาไว้แทน รูปร่างของราลเลลิอ้อนปกติมีสีขาวเทา สามารถเคลื่อนที่ผ่านเกทมิติในการโจมตีได้ในระยะทางสั้นๆ และสามารถใช้บาเรียไดเมนชั่นแบบอ่อนๆเพื่อสะท้อนอาวุธต่างๆได้ จุดเด่นคือสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและสามารถใช้อาวุธพลังงานไดเมนชั่นได้ ซึ่งมีกำลังมากกว่าอาวุธปกติทั่วไป ซึ่งได้แก่ ไดเมนชั่นทวินสไตร์เกอร์ คมมีดที่ศอกทั้งสองข้าง ไดเมนชั่นกันปืนที่สามารถยิงพลังงานไดเมนชั่นเป็นลำแสง ไดเมนชั่นบีมเบลด ที่ติดไว้ที่ข้อมือทั้งสอง และอาวุธลับไดเมนชั่นเชนโซ่พลังงานไดเมนชั่นที่ติดไว้ที่เอวทั้งสองข้าง และที่นิ้วนั้นสามารถปล่อยพลังงานไดเมนชั่นในรูปลำแสงและแข็งตัวแบบดาบได้ด้วย ราลเลริอ้อนนั้นต้องใช้ผู้ควบคุมที่มีความสามารถค่อนข้างมาก เพราะไม่สามารถเปลี่ยนอาวุธได้เหมือนราลเซเบอร์ นอกจากนี้ผู้ควบคุมยังต้องมีความสามารถที่เรียกว่า ยีนเทียมแบบพิเศษ หรือที่เฟทเกทเรียกว่านาโนชิพแบบพิเศษที่จะฝังเข้าตัวนักบินทำให้สามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นจากเตาได้ ซึ่งนาโนชิพจะเลือกผู้มีความเหมาะสมโดยการกระตุ้นให้สามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นได้ แต่ชีวิตของผู้ถูกฝังก็จะสั้นลงด้วย แต่กรณีไม่มีความสามารถก็ไม่มีผลอะไร

RSX-11-C RAL LERION CUSTOM
ราลเลริอ้อนรุ่นคัสต้อม สำหรับนักบินเก่งๆเท่านั้น มีจำนวนน้อยมาก และนักบินพวกนี้ก็ต้องมียีนพิเศษที่สร้างจากนาโนชิพรุ่นพิเศษเท่านั้นด้วย เครื่องรุ่นนี้จะมีการจูนอัพแบบพิเศษด้วยในด้านกำลังขับเคลื่อน รวมไปถึงระบบของเตาพลังงานจะเดินพลังอีกแบบ ต่างกับรุ่นปกติทำให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น และอาวุธก็จะต่างจากรุ่นปกติ ตรงที่ไม่มีทวินสไตร์เกอร์ แต่มีบีมสปิริตบิทติดตั้งไว้ที่ข้อศอกแทนซึ่งลักษณะการทำงานจะเหมือนฟันเนลมีข้างละ1อัน สามารถใช้เป็นบิทแบบโล่หรือยิงกระสุนหรือกระแทกได้ แต่อาวุธที่เหลือจะคล้ายกัน และที่ต่างจากรุ่นธรรมดาคือสามารถทำโอเวอร์ไดร์ฟ โดยการปล่อยพลังงานไดเมนชั่นออกมาในครั้งเดียว ซึ่งจะเพิ่มสมรรถนะต่างๆให้กับเครื่องชั่วระยะเวลา10นาทีกว่า พร้อมกับใช้เป็นท่าไม้ตาย พลังงานไดเมนชั่นพุ่งชนได้ แต่เนื่องจากไม่สามารถชาร์จพลังงานไดเมนชั่นได้เอง หลังจากใช้แล้วจะต้องกลับไปชาร์จที่ตัวอัดพลังงานใหม่ หรือใส่คอร์พลังงานไดเมนชั่นเข้าไปใหม่นั่นเองเครื่องรุ่นมีมีแบบคัสตอมอีกมากมายหลายแบบตามไพล็อตของมัน เช่น เชียร์ เครเมนต์ เรนต์ เป็นต้น

D-RSX-01-P FATE-OMEGA(ดีเทลเหมือนกัน ฮิวเคไบน์มาร์คทู แต่สีน้ำเงิน+เทา)

1ใน2เครื่องรุ่นใหม่ของFATE ที่รวมเอาเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีสร้างขึ้นมาคือเทคโนโลยีพราน่าของลอร์ดออฟเอเลเมนต์ เตาพลังงานไดเมนชั่น ระบบพลังงานนิวเคลียร์ เท่าที่รู้ทั้งหมดมารวมกัน ซึ่งได้เป็นเตาเร่งอนุภาคไดเมนชั่น ที่ใช้ความร้อนในการประจุเพิ่มความเข้มข้นของเตาพลังงานไดเมนชั่น ให้มีพลังงานสูงมากขึ้นกว่าอนุภาคปกติ ทำให้สามารถใช้งานอาวุธที่เป็นพลังงานไดเมนชั่นแบบเคลือบผิวได้ และยังทำให้สามารถสร้างเกทไดเมนชั่นได้ด้วยแต่ไม่สมบูรณ์ ส่วนพลังพราน่านั้นคือการซิงโครนักบินกับตัวหุ่นให้ตัวหุ่นดึงเอาพลังงานความรู้สึกของนักบินมาเพิ่มกำลังได้ และในส่วนของเตาพลังงานนี้จะมีขนาดใหญ่มากกว่าเตาปกติเพราะติดตั้งคอร์พลังงานไดเมนชั่นเทียมที่ไม่สมบูรณ์(ไม่สามารถชาร์จเพิ่มได้เองเลยติดไว้สำรองในเตาเลย)รอบเตาถึง4คอร์ ทำให้สามารถใช้โอเวอร์ไดร์ฟได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวแรกที่เอาแร่โซลไดร์ฟราเที่ยมที่ถลุงใหม่เป็นแบบโอเมก้าที่แข็งแกร่งกว่าเดิมและสามารถเปลี่ยนรูปได้เมื่อใช้ความร้อนกระตุ้นให้เหมาะสมจากเตาพลังงาน มาใช้สร้างตัวหุ่นและอาวุธ เฟทโอเมก้าถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ได้มีการออกแบบแปลนไว้โดยศจ.อารันด์อย่างลับๆ แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์DIMENSION CHASERได้ถูกเฟทเกทขโมยแปลนไป ซึ่งเฟทเกทก็นำมาสร้างจนสำเร็จในเวลาไม่นาน เพราะว่าแปลนนั้นปรับเปลี่ยนจากโซลน่อนเซเวียร์เล็กน้อย โดยปรับมาใช้โครงสีน้ำเงิน+เทา เปลี่ยนตัวเฟรมแบบใหม่ แต่ไม่ได้รับการติดตั้งโปรแกรมสนับสนุนนักบิน แต่ติดตั้งระบบโหมดวอร์ริเออร์ไว้ สำหรับทำการเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ให้สูงขึ้น และสนับสนุนกับระบบโอเวอร์ไดร์ฟด้วย นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE ENGINEเพื่อการเคลื่อนที่ผ่านมิติด้วย...
อาวุธของเฟทโอเมก้านั้นประกอบด้วย
1.BEAM VULCAN จากส่วนหัว
2.BEAM SOLID MISSILE เป็นกระสุนมิซไซล์ที่เคลือบด้วยบีม ยิงจากส่วนไหล่
3.BEAM BLADE ดาบลำแสงติดไว้ที่ในไหล่ทั้งสองข้าง
4.CARTRIDGE SWORD เป็นอาวุธหลักของเฟทโอเมก้า ดาบแบบพิเศษที่สามารถอัดกระสุนพลังงานธาตุและกระสุนพลังงานต่างๆไว้ในตัวดาบได้ โดยเฟทโอเมก้าจะสามารถบรรจุกระสุนไว้ในดาบและเรียกใช้ได้เลยพร้อมคำสั่ง และการใช้กระสุนนั้นจะทำให้ดาบสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ ดาบสร้างจากโซลไดร์ฟราเที่ยมโอเมก้าด้วย
5.LOAD CARTRIDGE FIRE :FLAME SPEAR หลังจากใส่กระสุนไฟเข้าไป จะยิงกระสุนหอกเพลิงจากวงแหวนพลังที่สร้างจากพลังงานไดเมนชั่นเป็นรูปหอกไฟจำนวนมากเข้าหาศัตรู และเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์เป็นหอกเปลวไฟขนาดใหญ่แล้วขว้างไปปิดท้าย
6.LOAD CARTRIDGE ICE :ICED BLADE คาทริดจ์ซอร์ดที่ใช้จะถูกอาบด้วยน้ำแข็ง อะไรที่สัมผัสจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
7.LOAD CARTRIDGE WIND :HURRICANE SMASH เรียกพายุออกมาถล่มใส่ศัตรู พร้อมกับลากคาทริดจ์ซอร์ดอาบพลังงานไดเมนชั่นเข้าไปฟันทำลายศัตรู
8.LOAD CARTRIDGE EARTH :GAIA IMPACT วงแหวนพลังถล่มพื้นทั้งหมดในอาณาเขตที่สร้าง พร้อมเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นคาทริดจ์แอ๊กซ์ เข้าไปฟาดศัตรูจนขาดสะบั้น
9.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&WIND:FLARE TORNADO พายุเพลิงถล่มศัตรูทั้งหมดพร้อมกันนั้นก็จะใช้คาทริดจ์ซอร์ดอาบพลังงานไดเมนชั่นแล้วพุ่งเข้าไปแทงปิดท้าย
10.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&EARTH:GAIA FEAR หอกดินจากปฐพีจะหุ้มด้วยเปลวไฟพุ่งแทงศัตรูนับไม่ถ้วน แล้วเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นแส้แล้วกระหน่ำฟาดศัตรู
11.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&ICE :BLUE&CRIMSON FINISH คาทริดจ์ซอร์ดจะอาบวงแหวนพลังงานแล้วแยกเป็นดาบสองเล่ม เข้าฟาดฟันศัตรูได้ด้วยพลังร้อนและเย็น
12.LOAD DOUBLE CARTRIDGE ICE&WIND:ICED TORNADO สร้างพายุน้ำแข็ง ขึ้นถล่มศัตรู พร้อมเปลี่ยนคาทรดจ์ซอร์ดเป็นคาทริดจ์แลนซ์ พุ่งเข้ากระหน่ำแทงศัตรู
13.LOAD EX-CATRIDGE-ALL ELEMENT :DESTRUCTION ELEMENTAL ยิงกระสุนทุกอย่างออกไปก่อนพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาศัตรู พร้อมกันนั้นก็ทำการโหลดกระสุนทั้งหมดแล้วพุ่งเข้าฟันศัตรู แล้วสั่งคำสั่งALL LOAD กระสุนธาตุทั้งหมด จะอัดเข้าดาบเป็นดาบแบบพิเศษและฟันศัตรูจนกระเด็นต่อไปอีก พร้อมกับสร้างกรงพลังงานล้อมศัตรู ขณะนั้นจะใส่กระสุนEXลงไปพร้อมกับทำการโหลด แล้วคาทริดจ์ซอร์ดจะแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่ จะลากปืนเข้าไปยิงอัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นเข้มข้นปิดท้าย พร้อมกันปล่อยกระสุนทั้งหมดออกมา
14.WARRIOR-FINAL RIDE OMEGA CARTRIDGE เดินเครื่องวอร์ริเออร์ ซิสเต็ม ตัวหุ่นจะอาบด้วยออร่าไดเมนชั่นสีม่วงดำ แล้วใช้คาทริดจ์ซอร์ดพุ่งเข้าฟันศัตรูพร้อมบีมเบลดหนึ่งเล่มแล้วใช้บีมเบลดหนึ่งเล่มปักคาไว้ที่ศัตรู แล้วทำการโหลดกระสุนธาตุทั้งหมด ในตอนท้ายเพื่อโดนใช้ท่าของทุกธาตุจู่โจมแบบดับเบิ้ลโหลดอย่างรวดเร็ว ปิดท้ายโดยโหลดกระสุนไดเมนชั่นเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นดาบลำแสงไดเมนชั่นฟันขนาดใหญ่ผ่าศัตรูทันที
ความสามารถพิเศษคือ ซอร์ดบล็อค ใช้ดาบป้องกันอาวุธทุกชนิด และอันลิมิดคาทริดจ์ ใช้อาวุธกระสุนไม่มีลดกระสุน และไดเมนชั่นสเฟียร์ซิสเต็ม เพิ่มความสามารถของหุ่นและนักบินเมื่อกำลังใจถึงระดับ และได้ความสามารถบาเรียไดเมนชั่นด้วย

D-RSX-01-S FATE-SIGMA(ดีเทลเหมือนฮิวเคไบน์ธรรมดา แต่สีแดงสลับเหลืองทอง)
เครื่องรุ่นใหม่อีกเครื่องของเฟทเกท ที่สร้างมาคู่กับเฟทโอเมก้า แต่ด้วยความที่ระบบพลังงานที่เป็นคอร์พลังงานเทียม ที่ใส่คอร์เสริมมากกว่าเฟทโอเมก้า ทำให้ระบบรองรับไม่เสถียร จึงต้องทำการแก้ไขอยู่นาน ซึ่งทำให้ถูกส่งมาประจำการช้ากว่าเฟทโอเมก้า แต่ยานขนส่งที่ใช้ขนมามาถูกพวกมิซึโฮชิ โมกะ โจมตีและชิงเอาเครื่องนี้ไปได้ ซึ่งมิซึโฮชิ โมกะได้มอบให้แพททริเซีย ฟรานเรเรีย เป็นนักบิน ซึ่งสาเหตุที่แพทรอดจากเหตุการณ์ระเบิดของโครงการทดลองพลังงานเพื่ออนาคต ครั้งนั้นเป็นเพราะระหว่างที่เกิดเหตุบิดเบือนมิติในตอนนั้นโซลน่อลเซเวียร์ที่หลับใหลอยู่ที่ชั้นใต้ดินในตอนนั้น ได้ทำการสร้างปฏิกิริยาต่อต้านต่อเหตุการณ์ที่ระบบการทดลองเกิดผิดพลาด ทำให้สร้างช่องว่างเวลาขึ้นมาทำให้แพทถูกส่งไปอนาคต และได้พบกับเฟรย่าแม่ของไกด์ แต่เฟรย่าขอให้แพทปิดเรื่องนี้ป็นความลับ และให้พวกโมกะคอยดูแลแพท จนแพทแข็งแรง เธอที่ได้รับรู้เหตุการณ์ตลอดเวลา จึงตัดสินใจต่อสู้กับเฟทเกท
 ระบบทุกอย่างของซิกม่านั้นเหมือนกันโอเมก้า เพียงแต่ที่แตกต่างกันคือโอเวอร์ไดร์ฟซิสเต็มที่ของซิกม่าจะทำเวลาได้มากกว่า และอาวุธของซิกม่าคือคาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลที่ใช้ยิงจู่โจมแทน ซึ่งกระสุนที่มีก็เหมือนกับโอเมก้า และโหลดได้เหมือนกันทุกแบบ เพียงแต่ท่าทางการใช้จะต่างกัน และซิกม่ายังยิงกระสุนอนุภาค บีม หรือกระสุนจริงได้ด้วยปืนนี้ และซิกม่าไม่มีวอริเออร์ซิสเต็มแต่ดินตั้งวัลคิรีซิลเต็มที่ให้ผลคล้ายกัน แต่ลดความเครียดของนักบินลงมากกว่า นอกจากนี้อาวุธพื้นฐานของซิกม่าก็จะเหมือนกับโอมก้า
1.LOAD CARTRIDGE FIRE :FLAME LANCER เมื่อทำการโหลดจะยิงวงแหวนเวทย์เข้าตึงศัตรูและจะชาร์จหอกไฟพลังแรงสูง ยิงทะลวงเข้าใส่
2 .LOAD CARTRIDGE ICE : ZERO RANGE BUSTER เมื่อทำการโหลดจะสร้างวงแหวนเวทย์ขึ้นรอบตัวศัตรู ก่อนจะยิงบัสเตอร์เยือกแข็งออกจากปากกระบอกปืนและวงแหวนไสยเวทย์จะสร้างพลังงานน้ำแข็งมาเกาะตัวที่ตัวหุ่นศัตรูทำให้ถูกแช่แข็งไปและเมื่อลำแสงผ่านไปจนหมดน้ำแข็งจะระเบิดออก
3.LOAD CARTRIDGE WIND:CELESTIAL VORTEX ARROW สร้างลูกศรสายลมเข้าใส่ศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วน ก่อนคาทริดบัสเตอร์ไรเฟิลจะแปลงร่างเป็นธนู แล้วเหนี่ยวศรยักษ์เข้าซ้ำ
4.LOAD CARTRIDGE EARTH :GAIA FINAL สร้างเสาหินขึ้นมาล้อมรอบศัตรูและบังคับให้เสาหินบีบศัตรูจนแหลกละเอียด แล้วแปลงคาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลเป็นค้อนยักษ์ตามมาทุบอีกที
5.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&WIND:VOLCANIC STREAM เมื่อโหลดกระสุนแล้ว จะสร้างวงแหวนเวทย์สองชั้นขึ้นมาสะสมพลังงาน แล้วยิงกระสุนอัดสองเวทย์นี้เข้าใส่ศัตรู 3ลูก แล้วเร่งกำลังเครื่องเข้าไปยิงลูกสุดท้ายแบบประชิดตัว
6.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&EARTH:EARTH SLASHER สร้างวงแหวนเวทย์ออกมารอบตัวเอง แล้วดูดกลืนพลังเวทย์เข้าใส่ปืน แปลงรูปแบบปืนเป็นเคียวขนาดยักษ์ ฟันคลื่นพลังงานผ่ามิติเข้าใส่ศัตรู แล้วลากเคียวไปฟันซ้ำอีกสามครั้ง
7.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&ICE :CALAMITY FLASH คาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลจะอาบวงแหวนพลังงานแล้วแยกปากกระบอกปืนสองชั้น ยิงกระสุนทั้งสองเข้าใส่ศัตรูพร้อมกัน
8.LOAD DOUBLE CARTRIDGE ICE&WIND:SNOW STROM สร้างพายุน้ำแข็ง ขึ้นถล่มศัตรู คาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลยิงวงแหวนพลังงานเข้าใส่ศัตรู จากนั้นจะแปลงสภาพเป็นกระบี่เรเพียเข้าแทงทะลุศัตรูที่ถูกแช่แข็ง
9.LOAD EX-CATRIDGE-ALL ELEMENT :SYMPHONIA OF HEART ยิงกระสุนทุกอย่างออกเข้าหาศัตรูเป็นจังหวะเพลง พร้อมกันนั้นก็ตั้งหลักระบายพลังงานออกจากปีกข้างหลังขึ้นลำกล้องเล็ง แล้วสั่งคำสั่งALL LOAD กระสุนธาตุทั้งหมด จะอัดออกมาเป็นพลังงานสีรุ้งพุ่งเข้าหาศัตรู ซึ่งหลังโดนกระสุนชุดแรกหมด จะโดนแสงสีรุ้งนี้กลืนต่อไป แล้วแพทจะโหลดกระสุนออกพร้อมกันหมดพร้อมกันนั้นจะโหลดกระสุนไม้ตายที่เรียกว่าEX-BURST เข้าไป แล้วกางปีกไดเมนชั่นวิงค์บินตามแสงสีรุ้งเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วยิงอัดเผาขนกระสุนนี้จะสร้างเกทมิติกลินศัตรูเข้าไปจนแหลกสลาย
 10.VALKYRIE-FINAL RIDE SIGMA CARTRIDGE เดินเครื่องวัลคิเรีย ซิสเต็ม ตัวหุ่นจะอาบด้วยออร่าไดเมนชั่นขาวอมฟ้า ยิงกระสุนทั้งหมดที่มีเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็ว แต่จะยังไม่ยิงกระสุนธาตุ ก่อนจะบินเข้าหาศัตรูด้วยความสูงระหว่างที่บินจะเริ่มแยกร่างเงายิงกระสุนธาตุออกมาใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าถึงตัวศัตรูจะโจมตีต่อเนื่องด้วยกระสุนดับเบิ้ลโหลดอย่างต่อเนื่อง เมื่อยิงจนหมดจะเสียบปากกระบอกปืนไว้ที่ศัตรูและตวัดบีมเบลดเข้าฟันต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฟันแพทจะจับที่ปืนด้วยเพื่อโหลดกระสุน และเมื่อฟันครบเจ็ดครั้ง จะกดยิงกระสุนที่โหลดไว้ ปืนจะแปลงเป็นปืนใหญ่แล้วแพทจะคว้าปืนนั้นยิงอัดแบบเผาขน ก่อนจะตวัดปืนกลับมาเหมือนเดิม



UNKNOWN MACHINE THE LORD OF ELEMENTAL-LORD OF WATER JORMUNGAND
เทพมารจักรกลที่หลับไหลอยู่ในหุบเขาเนซเซอร์ ถูกขุดพบโดยกองทัพเฟทเกท และถูกนำกลับมาที่ฐานทัพ และให้โค้ดเนมตามสีของมันว่า"มังกรมรกต" และด้วยวิทยาการของมันเป็นแบบใหม่ ที่ไม่เคยพบมาก่อน ในการใช้พลังงานจากธาตุในการโจมตีและมันจะกินพลังงานของไพล็อทแทนการใช้พลังงานอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครขับมันได้เลย มันจึงถูกนำมาใช้เป็นการศึกษาเทคโนโลยีเพียงเท่านั้นและถูกทิ้งไว้ในส่วนลึกของโรงงานผลิตเครื่องจักรของเฟทเกทแบบถูกลืมเลือน จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีสาวน้อยคนหนึ่งหลงเข้าไปในโรงงานนี้ เพียงเพราะความบังเอิญของเธอ และในที่สุดโชคชะตาของเธอก็ได้ผูกเข้ากับเทพมารจักรกลแห่งสายน้ำตนนี้เข้า และเทพมารจักรกลแห่งสายน้ำก็ตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานเพื่อประกาศซึ่งความแข็งแกร่งของและมันก้เลือกเธอเป็นคู่หุในการต่อสู้ครั้งใหม่และเส้นทางที่โชคชะตากำหนดให้เธอต้องเดินไป จอร์มันแกนด์นั้นเป็นเทพมารจักรกลที่ไม่มีอาวุธในการโจมตีเลยนอกจากมือและเท้าเท่านั้น แต่จะอาศัยพลังงานพราน่าจากไพล็อตสร้างสรรค์อาวุธขึ้นมาหรือใช้ธาตุโจมตีได้
ท่าโจมตีของจอร์มันแกนด์
1.WATERSHOT KNUCKLE ยิงกระสุนน้ำเข้าโจมตีศัตรู พร้อมกับใช้กำปั้นอาบน้ำควงสว่านต่อยอีกที
2.WATER IMPULSE อัดพราน่าธาตุน้ำมือและเท้า พร้อมกันนั้นก็พุ่งประเคนใส่ศัตรูอย่างหนักและรวดเร็ว
3.CRESCENT PRANA WEAPON อัดพราน่าสร้างหอกเวทย์ออกมาพร้อมกันนั้นก็พุ่งเข้าแทงศัตรูรัวๆ และแทงทะลุอย่างแรง แล้วเปลี่ยนหอกเป็นดาบวารีที่แขนคู่กระหน่ำฟันศัตรู ปิดท้ายด้วยสร้างดาบเวทย์น้ำขนาดยักษ์ ฟันศัตรูอีกครั้ง
4.MAPW TIDAL WATER WAVE IMPACT สร้างสายน้ำระเบิดรอบตัว
5.WATER DRAGON PUNISHER จอร์มันแกนด์แปลงร่างเป็นมังกรพร้อมกับกางปีกออก บินเข้าชนศัตรูพร้อมลากลงทะเล แล้ว ยิงไฮโดรพันนิชเชอร์จากปากมังกรจนศัตรูแหลกสลายไป
6.Lord Of Water JUDGEMENTจอร์มันแกนด์จะระเบิดพลังพราน่าออกมาเป็นลำแสงทั่วร่าง และผนึกโซ่ที่แขนและขาจะสลายหายไป และเล็บจากงอกยาวออกมา จอร์มันแกนจะร้องคำรามพร้อมกับหยาดฝนที่โปรยลงมาอย่างหนัก พร้อมกับพุ่งเข้าประเคนหมัดและเท้าที่อาบหยาดฝนเป็นพลังงานกระหน่ำจนศัตรูแหลกสลายไปจนไม่เหลือซากและท้ายที่สุดก็จะสิ้นเสียงคำรามของจอร์มันแกนด์พร้อมกับท้องฟ้าที่แจ่มใส
7.ULTIMATE LORD OF WATER FINAL SEAL จอร์มันแกนด์จะคำรามพร้อมกันความรู้สึกของมิสตี้ ที่จะประสานกัน โซ่ผนึกทั้งหมดจะหลุดออกและร่างกายจะเปล่งประกายแสงมรกตและจอร์มันแกนจะปลดเกราะบางส่วนทิ้ง แล้วเข้าโจมตีศัตรูพร้อมพายุฝนกระหน่ำ ในตอนนั้นจะเห็นใบหน้าของจอร์มันแกนด์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพร้อมกับคราบเหมือนรอยน้ำตา ประเคนหมัดเท้าทุกอย่างที่อาบด้วยพราน่าสายน้ำเข้าโจมตีอย่างหนักหลังจากกระหน่ำแล้วจะลากศัตรูเหวี่ยงไปลงทะเลแล้วแปลงร่างเป็นมังกรตามลงทะเลไปขย้ำต่อหลังจากขยำครงสุดท้ายจะยิงไฮโดรพันนิชเชอร์ ให้ศัตรูลอยขึ้นฟ้า แล้วกระโดดตามไปยิงท่าไม้ตายสุดยอดวอร์เตอร์เซเว่นส์วานิชจากมือที่เหมือนปากมังกรทั้งสองข้าง แล้วยืนดูศัตรูแหลกสลายไป
  ภายหลังที่มิสตี้ขึ้นเป็นผู้ควบคุมอย่างสมบูรณ์ โซ่ผนึกจะหายไปและไม้ตายของจอร์มันแกนด์จะเพิ่มขึ้นมา เพราะมิสตี้นั้นจะต่างจากเซเรนเธอถนัดวิชาด้านการใช้เท้าจึงใช้ท่าเท้าเป็นหลัก ซึ่งจะเพิ่มขึ้นมา
1."ดาวตกวารีถล่มปฐพี" มิสตี้จะอัดพราน่าทั้งหมดเข้าสู่เท้าทั้งสองข้างของจอร์มันแกนด์ พร้อมทั้งพุ่งเข้ากระหน่ำรัวๆก่อนเตะกลับตัวสามครั้งก่อนจะใช้เท้าขวาดีดศัครูให้กระเด็นไปก่อนจะกระโดดถีบจากฟ้าลงมาอีกทีราวกับดาวตก
2."สายน้ำสะบั้น" พราน่าทั้งหมดจะถูกถ่ายโอนไปที่เท้าพร้อมกับเกิดเป็นคมดาบสายน้ำขึ้นมา ก่อนเธอจะพุ่งเข้าเตะฟาดศัตรูอย่างแรง
3.คมเขี้ยวราชันย์วารี
4.สามราชันย์ แปรเปลี่ยนไร้สิ้นสุด


จอร์มันแกนด์THEME ASH TO ASH
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2010, 11:38:46 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: