หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot Wars The Star Chronicle -Side Story-  (อ่าน 11739 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2010, 04:09:05 PM »

SIDE STORY OF TSC SPACE ROUTE
-เหตุผลของความมุ่งมั่น&สาวน้อยกับมังกร-
ไซท์นี้เป็นช่วงระหว่างสามวันที่สายอวกาศเติมเสบียงและเตรียมบุกL1อีกครั้ง เป็นรอยต่อของตอน 8 และ 9 สายอวกาศ

ย้อนไปเมื่อสามวันก่อนที่บลูกาแลคเซียแองเจิ้ลได้ทำการถอนตัวจากการเข้าโจมตีL1โคโลนี่ มายังฐานดาวเคราะห์น้อยนี้เพื่อทำการเติมเสบียง วางแผนการจู่โจมใหม่ และทำการซ่อมแซมความเสียหายต่างๆจากการโจมตีที่ผ่านมา....

ณ ห้องขังสำหรับผู้กระทำความผิดและถูกลงโทษ...

“ถึงแล้วล่ะ อดทนอยู่ในนี้ไปสักพักนะ อาจจะลำบากสักหน่อย แต่ถ้ามีอะไรก็เรียกทหารที่อยู่ข้างนอกนะ...นี่! นายฟังอยู่รึเปล่า?” ฟาเฟลที่พาไกด์มาถึงห้องขัง พร้อมกับอธิบายถึงกับค้อนเพราะตอนนี้เหมือนกับว่าไกด์จะใจลอยไม่ได้ฟังที่เธอพูดแม้แต่น้อย... และดูเหมือนอาการค้อนของเธอจะไม่ค่อยได้ผล เพราะไม่สามารถทำให้เขาสนใจได้เท่าไร ทั้งที่ปกติไกด์มักมีปฏิกิริยามากกับเรื่องแบบนี้เสมอ

“อ๊ะ! อืม..ฟังอยู่....ขอบใจนะ ไม่เป็นหรอก แค่นี้สบายมาก”ไกด์ที่ได้ฟังและได้มองเห็นแบบนั้นก็รู้ตัวก็เลยตอบไป แต่ดูท่าทางเขาก็ยังคงซึมไม่หาย...จะว่าไปก็ไม่ใช่เพราะกัปตันไลล่า หรอก เขาซึมอย่างนี้ตั้งแต่ออกมาจากค็อกพิทและไปทำแผลแล้ว และเขาก็เหมือนคิดอะไรในใจอยู่มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วด้วย

“กึง!ชั้นปลดกุญแจมือให้ล่ะนะ”ฟาเฟลแอบมองไกด์หลังจากที่เธอปลดกุญแจมือให้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงแต่เดินเข้าไปนั่งในข้างในห้องขังเงียบๆ

“งั้นชั้นไปก่อนนะ อย่าลืมล่ะ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะ มีคนเฝ้าอยู่ข้างนอกนะ”ฟาเฟลทิ้งท้ายก่อนเธอจะก้าวเท้าออกไปและปิดประตูห้องขัง เธอยังคงแอบมองเขาอยู่เพียงเล็กน้อย ด้วยความเป็นห่วง ซึ่งครั้งนี้ไกด์ตอบสนองเธอด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับคำพูดสั้น “อืม” ก่อนจะก้มหน้านิ่งลงไป  ซึ่งมันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นแม้แต่น้อย....

ฟาเฟลเดินออกมาจากห้องขังด้วยความไม่สบายใจ เพราะเธอเข้าใจดีว่าที่กัปตันทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว....แต่ที่เธอกังวลคือ การที่ไกด์ดูเงียบไม่พูดไม่จา ไม่เป็นเหมือนไกด์ที่เธอรู้จัก และยิ่งได้เป็นคนที่ต้องมาส่งตัวเขาที่ห้องขังแล้ว ตลอดตั้งแต่ออกจากห้องประชุมมาเขายังไม่พูดอะไรสักคำเดียวทั้งที่เธอหาเหตุคุยกับเขาตลอด ทำให้เธอยิ่งคิดว่าที่ไกด์นิ่งแบบนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องโดนลงโทษ แต่มันต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น

“นี่เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ.....ได้หมอนั่นช่วยไว้ตั้งสองครั้งแท้ๆ.....เอ๊! ทำไมเราต้องคิดว่าเป็นหนี้บุญคุณหมอนั่นด้วย ......ไม่ๆๆๆๆ!!!! คนเหยาะแหยะอย่างนายน่ะ ชั้นเกลียดๆที่สุดเลย.....เกลียดนาย!!.....บ้าๆ!!....เฮ่อๆๆ!!”ฟาเฟลคิดเองเออเองจนเหนื่อย แต่สุดท้ายแล้ว....
“ทั้งที่ชั้นเกลียดนายแท้ๆ ทำไมนายต้องมาทำเป็นดีกับชั้น ...เพราะอะไรกันนะชั้นถึงจะต้องมาเป็นทุกข์เรื่องของนายด้วย..ทำไมชั้นต้องห่วงนาย......เรานี่มัน.....บ้าจริงๆ..”ฟาเฟลเอนหลังพิงผนังทรุดตัวลงอย่างหมดแรงพร้อมกับเอามือมากุมศีรษะด้วยความเครียดกับตัวเอง

ทางด้านโรงเก็บหุ่นของบลูกาแล็คเซียแองเจิ้ล
 ที่นี่ยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะเหล่าทหารช่างต่างก็ต้องวิ่งวุ่นทั้งในการเติมยุทโธปกรณ์ต่างให้กับหุ่นรบทุกเครื่อง ไหนจะเรื่องซ่อมแซมความเสียหายของแต่ละเครื่องอีก ไหนจะต้องมีปัญหากับหุ่นมังกรเครื่องใหม่ที่เก็บมาอีก ไหนจะต้องแข่งกับเวลาที่จะต้องรีบทำเพราะจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการบุกครั้งต่อไป......

บริเวณจุดเก็บจอร์มันแกนด์ ที่นี่บรรดานายช่างต่างพยายามจะเปิดค็อกพิทออกมาให้ได้ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะลองใช้อะไรก็ไม่สามารถจะเปิดฝาค็อกพิทของหุ่นตัวนี้ออกมาได้ จนเอ็ดเวิร์ดตัดสินใจใช้วิธีสุดท้ายนั่นคือ ใช้เครื่องเจาะทะลวงค็อกพิทออก เพื่อจะได้นำนักบินออกมาให้ได้..เพราะสภาพของหุ่นตัวนี้เองก็เสียหายหนักพอสมควร ซึ่งทำให้นักบินมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตราย ดังนั้นจึงต้องรีบนำนักบินออกมาอย่างเร่งด่วน ถึงเป็นศัตรูก็ตาม นี่เป็นจรรยาบรรณของเอ็ดเวิร์ดเอง

“เอ้า!เตรียมเครื่องเจาะเลย ยังไงก็ต้องเปิดฝาค็อกพิทมันออกมาให้ได้ อย่างน้อยจะได้ดูว่าสภาพนักบินเป็นยังไง เอ้าเร็วๆสิ......อะไร!!...ยังหนุ่มยังแน่นแค่นี้ชักช้า มานี่ชั้นเอง”เอ็ดเวิร์ด เมื่อเห็นทหารช่างลูกทีมมัวแต่ชักช้าจึงคว้าเครื่องเจาะมาจะทำงานเอง ตามประสาคนแก่ที่ไฟยังคงร้อนอยู่....

“อย่าโกรธกันเลยนะ......ไว้จะซ่อมใหม่ให้ เอาล่ะ ย้าก!!!!!”เอ็ดเวิร์ดกำลังจะลงมือทันที แต่ว่า....

“หยุดก่อน....!!!! ลุง อย่าพึ่ง แฮ่ก!!”เสียงห้ามของลูชิเฟอร์ดังมาแต่ไกล ทำให้เอ็ดเวิร์ดหยุดมือไว้ได้ทัน ก่อนที่ลูชิเฟอร์จะวิ่งมาถึงแล้วหยุดพักด้วยความเหนื่อย....แต่เอ็ดเวิร์ดเองก็เริ่มบ่นต่อทันที “หา! มีอะไรหือ ไอ้หนุ่มบ้าแรง!! มีอะไรถึงมาหยุดชั้นตอนนื้ฟะ!....มีเวลาว่างก็ไปพักสิเฟ้ย!..นี่มันงานชั้นนะ เห็นมั้ยเนี่ยกำลังยุ่งอยู่ทีเดียว ไหนอะไร...มีอะไรว่ามา!!”

“คือว่า ได้ยินว่ากำลังจะเปิดห้องควบคุมของเจ้านี่ใช่มั้ยลุง ขอผมอยู่ดูด้วยคนสิ...”ลูชิเฟอร์พูดแล้วก็ยิ้มพร้อมหัวเราะแฮะๆ

“อะไรนะ เหตุผลแกมีเท่าเนี้ย หนอยไอ้หนุ่มนี่!!....”เอ็ดเวิร์ดทำท่าจะตวาดต่อ แต่ลูชิเฟอร์สวนขึ้นมาซะก่อน

“โธ่! ลุงผมก็อยากเห็นนักบินของหุ่นตัวนี้อยู่นะ ก็ยัยนี่เป็นคู่ต่อสู้คนสำคัญของผมเลยนะ แถมยังเป็นคนช่วยผมไว้ด้วย ก็อยากจะเห็นหน้าและขอบคุณเค้าซะหน่อย อีกอย่างผมก็อยากจะรู้ว่าเค้าจะหน้าตาเหมือนยักษ์ตามนิสัยรึเปล่า ฮ่าๆ”ลูชิเฟอร์ให้เหตุผลต่อไป พร้อมกับนึกถึงหน้าตาของนักบินของจอร์มันแกนด์เป็นผู้หญิงที่เหมือนกับยักษ์

“...เออ ก็ได้ แต่แค่เจอก็พอนะ จากนั้นก็คงต้องส่งนักบินคนนี้ไปให้กับฝ่ายสืบสวนล่ะนะ”เอ็ดเวิร์ดพอได้ฟังเหตุผลก็พอจะเข้าใจอยู่ เพราะยังไงก็ตาม ถ้าปกตินักบินที่เป็นฝ่ายศัตรูเมื่อช่วยออกมาแล้ว หากไม่ได้รับบาดเจ็บมากมาย ก็จะถูกส่งตัวให้กับฝ่ายสืบสวนแน่นอนเป็นไปตามขั้นตอนน่ะ กว่าจะผ่านขั้นการสืบสวนอะไรมากมายคงจะนานพอดูกว่าจะได้พบกันน่ะ... และเขาก็ตัดสินใจให้ลูชิเฟอร์อยู่พบกับนักบินของหุ่นเครื่องนี้ต่อ.....และเขาก็เริ่มงานต่อ

“ทีนี้ล่ะ เอาล่ะนะ วี้!!! กึงๆๆๆๆๆ!!!!”เอ็ดเวิร์ดตั้งท่าพร้อมกับเจาะเครื่องเจาะลงไปบนจอร์มันแกนด์ทันที

“ตูมมมมม!! วี้~~~วู”เครื่องเจาะถึงกับทื่อทันทีและมันก็ระเบิดจนควันขึ้น สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ในที่นั้นกันมากรวมถึงลูชิเฟอร์ด้วย เพราะมันไม่สามารถทะลวงหรือสร้างริ้วรอยให้กับส่วนค็อกพิทได้เลยแม้แต่น้อย

“หนอย!!! อะไรจะหนาขนาดนี้ ขนาดใช้ของหนักแล้วก็ยังไม่ยอมเปิดอีกรึ ถ้างั้นคงต้องใช้ระเบิดแล้วมั้งนี่”เอ็ดเวิร์ดบ่นเล็กน้อยเพราะแม้แต่เครื่องเจาะยังใช้ไม่ได้ จริงๆตั้งแต่ลองเปิดมาได้ลองใช้ตั้งแต่เครื่องตัดเลเซอร์ความร้อนสูงมาก่อนแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล....สรุปตอนนี้นอกจากใช้ระเบิดก็คงไม่มีทางอื่น...แต่ถ้าใช้มันก็อันตรายกับนักบินเกินไป เอ็ดเวิร์ดจึงได้แต่ต้องนั่งลงใช้ความคิดต่อไป

“งั้นไว้เป็นหน้าที่ผมเองลุง ผมจัดการเอง”ลูชิเฟอร์พูดขึ้นพร้อมกับกำหมัดแน่น

“อ้อ แกจะลองเปิดรึ.....แกจะทำไง หือ..ไอ้หนุ่ม”เอ็ดเวิร์ดหันไปถามตามเสียง

“แน่อยู่แล้วลุง ก็เปิดมันด้วยกำปั้นนี่ล่ะ”ลูชิเฟอร์ตอบ

“ไอ้บ้านี่!!! แกไม่เห็นรึไงว่า ขนาดเครื่องเจาะแรงสูง หรือเครื่องเปิดด้วยเลเซอร์ความร้อนก็ยังเปิดไม่ได้น่ะ”เอ็ดเวิร์ดตวาดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางซากเครื่องมือที่ใช้งานไม่ได้

“เดี๋ยวคอยดูก็แล้วกันลุง”ลูชิเฟอร์ง้างกำปั้นเตรียมชกใส่ค็อกพิทสุดแรง

“เกิดมือแกกระดูกหักไปชั้นไม่รู้นะ เกิดโดนกัปตันสวดขึ้นมาล่ะก็... เตรียมทำใจเรื่องนั้นไว้รึยัง…..เฮ้ย”เอ็ดเวิร์ดยังพูดไม่ทันจบ

“ย้าก!!!!”ลูชิเฟอร์คำรามพร้อมกับกำปั้นที่ง้างไว้ต่อยไปตรงค็อกพิทสุดแรงเกิด
วิ้งๆๆ!! แว่บ ขณะที่กำปั้นของลูชิเฟอร์สัมผัสโดนค็อกพิท มันก็เปล่งแสงสว่างวาบ ส่วนกำปั้นของลูชิเฟอร์ก็ทะลุผ่านฝาปิดค็อกพิทเข้าไปได้อย่างง่ายดาย…จนทุกคนถึงกับตกตะลึง แม้แต่เอ็ดเวิร์ดยังงง แน่ล่ะแม้แต่เจ้าของกำปั้นก็ยังงงไม่หาย

“มัน….อะไรกันล่ะนั้น!!!!”เอ็ดเวิร์ดพูดออกมาอย่างงๆ กับภาพที่เห็นตรงหน้า กำปั้นของลูชิเฟอร์ทะลุผ่านค็อกพิทเข้าไปซะงั้น

“เฮ้ย!!! มือเรา ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย เอ๊ะ!แต่ก็ยังขยับได้ ควับๆ!!....หมับ!!! นุ่มนิ่ม”ลูชิเฟอร์ตกใจเล็กน้อยแต่เมื่อรู้สึกว่ามือยังขยับได้ ถึงจะมองไม่เห็นแต่เขาก็ควานมือในค็อกพิทไปเรื่อยๆจนไปจับเข้ากับสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกว่ามันนุ่มนิ่ม

“เอ๊ะนี่มันอะไรน่ะ”ลูชิเฟอร์หยุดมือและขยับตัวจะเข้าไปในค็อกพิท เพราะเขาเข้าใจว่ามือเข้าไปได้ตัวก็ต้องเข้าไปได้เช่นกัน จะได้รู้ว่าจับโดนอะไรด้วย….  แต่ทหารช่างหลายคนก็ร้องห้ามเพราะมันไม่ปกติ แม้แต่เอ็ดเวิร์ดก็ด้วย แต่ลูชิเฟอร์ไม่สนใจเพราะเขารู้สึกว่ามันไม่ได้อันตรายสักนิด….เมื่อเขาขยับเข้าไปใกล้มันก็เปล่งแสงอีกครั้ง แต่คราวนี้….
แว่บ!!...วิ้ง!!! ซู่ม!!

“เฮ้ย!!..แสบตา”ลูชิเฟอร์รู้สึกแสบตากับแสงคราวนี้เขาจึงหลับตา ด้วยความที่ต้องป้องแสงเขาจึงเผลอดึงมือที่คว้าอะไรที่ค็อกพิทนั้นได้ออกมาพร้อมกันด้วย แต่คราวนี้เขาไม่รู้ว่ามันเปล่งแสงออกมาพร้อมกับเผยร่างสิ่งหนึ่งออกมาจากค็อกพิทนั้นเพราะเขา…

ตุบ!...นี่มันอะไรเนี่ย อะไรมาทับชั้นเนี่ย! เฮ้ย! ตุบ!”ลูชิเฟอร์บ่นขณะที่เขาต้องหลับตาเพราะแสงที่จ้านั่น แถมมีอะไรมาทับตัวเขาก็ไม่รู้ แถมยังทำให้เขาล้มลงซะด้วยเพราะไม่ทันระวัง…เมื่อแสงนั้นหายไปทหารช่างทุกคนก็ร้อง…..โอ้โห!!!!!!!!!!!!!!! กันซะยกใหญ่เสียงดังเซงแซ่ไปทั่วโรงเก็บกันเลยทีเดียว

แน่ล่ะก็ภาพที่ทุกคนเห็นก็คือลูชิเฟอร์กับสาวน้อยคนหนึ่งกำลังนอนกอดกันบนพื้น….

“เสียงดังอะไรกันนะ”ลูชิเฟอร์บ่นขณะที่กำลังลืมตา

“ไง รู้สึกดีรึเปล่า….ไอ้หนุ่ม..หืม….ไม่เห็นจะเหมือนยักษ์อย่างที่แกว่าเลยนี่ ยักษ์อะไรจะบอบบางได้ขนาดนี้…”เอ็ดเวิร์ดนั่งลงมากระซิบแซวลูชิเฟอร์ พร้อมกับชายตามองสิ่งที่ทับลงอยู่บนร่างของเขา และมีที่คว้าจับอะไรสักอย่างอยู่

“พูดบ้าอะไรน่ะลุง…ไม่เห็นจะเข้าใจ….เฮ้ย!! นี่มัน”ลูชิเฟอร์ตกใจทันทีเมื่อเขารู้ว่ามีสาวน้อยมาทับอยู่บนร่างของเขา แถมเขาก็รู้อีกด้วยว่าไอ้ที่มันนิ่มๆน่ะมันคืออะไร …

“ลูชิเฟอร์รีบถอนมือที่จับบนสิ่งนั้นออกทันที พร้อมกับขยับตัวลุกขึ้น นั่นทำให้เขาได้เห็นหน้าของนักบินสาวน้อยผมสีเหลืองของจอร์มันแกนด์ที่หลับตาพริ้มอยู่บนอ้อมแขนของเขา นั่นทำให้เขาตกตะลึงอย่างมากกับใบหน้าและรูปร่างของเธอที่มันช่างแตกต่างกับที่เขาคิดไว้เยอะมาก..

“มะ….ไม่อยากจะเชื่อเลย….ยัยเซเรน ตัวจริงน่ารักได้ขนาดนี้เลยรึ”ลูชิเฟอร์ตะลึงอยู่อย่างนั้น..และคงจะตกตะลึงอยู่อย่างนั้นหากไม่ได้ยินเสียงตวาดของเอ็ดเวิร์ด

“เฮ้ย! ช่วยเขาออกมาได้แล้ว ก็พาเขาไปห้องพยาบาลสิเฟ้ย เห็นมั้ยว่า เขาสลบอยู่ หา!ไอ้หนุ่ม!”

“เอ่อ….คะ…ครับ”ลูชิเฟอร์ลนลานพร้อมกับอุ้มร่างของเธอวิ่งตรงไปยังห้องพยาบาลทันที ท่าทางของลูชิเฟอร์สร้างเสียงหัวเราะให้กับทหารช่างที่อยู่บริเวณนั้นที่เห็นกันได้เป็นอย่างมาก

“เอ้าๆๆ มีงานเหลืออยู่กลับไปทำงานกันได้แล้วพวกแก ยังมีงานเหลืออีกเพียบ”เอ็ดเวิร์ดปล่อยให้ลูกน้องคลายเครียดกันไปเล็กน้อยก่อนจะตะโกนสั่งให้กลับไปทำงาน ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตามกันอย่างรวดเร็ว
เอ็ดเวิร์ดมองไล่หลังลูชิเฟอร์พร้อมกับบ่นไปว่า “ไอ้บ้าแรงนี่..มันก็บ้าดีจริงๆแฮะ”
“แต่ทั้งๆที่ทุกคนออกจะหัวเราะกันเสียงดังขนาดนี้แท้ๆนะ…แต่ยัยหนูนั่นกลับไม่หัวเราะเลยแม้แต่น้อย…เรื่องคราวนี้คงจะเครียดพอดูเลยล่ะสินะ..เอาเถอะชั้นเชื่อว่าถ้าเป็นเด็กคนนั้นก็คงหาทางแก้ไขด้วยตัวเองได้ล่ะนะ”เอ็ดเวิร์ดพูดประโยคนี้ก่อนจะมองไปยังค็อกพิทของโซลน่อลเซเวียร์….

ยังไม่จบนะ มีต่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: