หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot Wars The Star Chronicle -Machine Profile-  (อ่าน 23819 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2009, 09:37:30 PM »


ข้อมูลหุ่นยนต์&เครื่องจักรทุกอย่างจะมาลงในกระทู้นี้เท่านั่นนะครับ

เครดิตภาพทั้งหมดโดยท่าน hagane.f ~

Loop Of Arcana

=Bon Resist Army Ealhunk=

Prototype Arcana (MRS-000)
-หุ่นยนต์ออริจินอลตัวแรกของอุตสาหกรรมมินาโมโต้และเอลฮังค์ อาคาน่าถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมาต่อต้านหุ่นรบจาโปรน่าของบอนล์โดยคอนเซ็ปของอาคาน่าก็คือการควบคุมที่ง่ายต่อการเรียนรู้ปละประสิทธิภาพที่เหนือกว่าจาโปรน่า อาคาน่าเป็นผลงานออกแบบของเฟอร์เดอริก้า อัลคาบาโน่และเขียนระบบควบคุมการเคลื่อนไหวโดยด.ร วอเรฟกามาลอฟ สิ่งที่ทำให้อาคาน่าพิเศษกว่าหุ่นตัวอื่นๆก็คือระบบพิเศษที่เรียกว่าไซคิกเอนจิ้นของด.ร คริสโตเฟอร์ ออดิชาร์ลเป็นระบบที่จะรับคลื่นสมองของนักบินมาช่วยเหลือในการควบคุมและบังคับหุ่น โปรโตไทป์อาคาน่าถูกสร้างขึ้นใช้ทดสอบระบบและการเคลื่อนไหวเท่านั่นไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเอาไปใช้ต่อสู้จริงแต่ถึงกระนั่นมามิยะ อิลูชั่นก็เคยนำเอาอาคาน่าตัวนี้ไปลุยบู้กับฝูงจาโปรน่าศัตรูมาแล้วเพื่อป้องกันกองยานของเอลฮังค์อาวุธที่ติดตั้งมีปืนกลเก็ตลิ่งสามลำกล้องที่ข้อมือ บีมเบลดสองเล่มที่เก็บไว้ที่เอวและมิซซายพ็อตขนาดเล็กที่ขาทั้งสองข้าง อาคาน่ายังสามารถทำการโอเวอร์ลิมิตได้ซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถของไซคิกเอนจิ้นและกระตุ้นการทำงานของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ก็แลกมาด้วยระยะเวลาการใช้งานที่ต้องลดลงเพราะเครื่องยตน์รับภาระหนักเกินไป

ลิงค์ภาพคลิก

Arcana Ratch Unit (MRS-000-1)
-อาคาน่ารุ่นทดสอบเครื่องที่สองที่ถูกสร้างขึ้นและถูกส่งมอบให้กับรัตน์ พรมอนันต์เอาไปทดสอบมีชื่อเล่นว่าอาคาน่าเครื่องของรัตน์ อาคาน่าเครื่องนี้โมดิฟายเรื่องระบบพลังงานในตัวหุ่นและเกราะป้องกันเลยทำให้มีความคล่องแคล้วที่ต่ำกว่าปกติแต่ก็แลกมาด้วยความทนทานที่มากกว่าอาวุธพิเศษที่ถูกทดสอบกับอาคาน่าเครื่องนี้ได้แก่ปืนกลซับแมนชีนมือถือ ดาบขนาดใหญ่อาคาน่าเบลดและทวนต่อต้านสนามพลังอาคาน่าแลนซ์ อาคาน่าของรัตน์มักมีดวงเจอศัตรูโจมตีระหว่างทดสอบเป็นประจำแต่ก็ทำให้ได้ข้อมูลการต่อสู้มามากโขเหมือนกัน ผลงานที่สุดยอดของอาคาน่าเครื่องนี้ก็คือเข้าไปดวลกับหุ่นซูเปอร์โรบ็อตของบอนล์ออร์คเกนย์เดี่ยวๆและล้มได้โดยไร้รอยแผลอาวุธอื่นๆก็เหมือนกับรุ่นโปรโตไทป์

ลิงค์ภาพคลิก

Arcana Momo Unit (MRS-000-2)
-อาคาน่ารุ่นทดสอบเครื่องที่สามที่ถูกสร้างขึ้นและถูกส่งมอบให้กับโมโมะ โคฮานะเอาไปทดสอบมีชื่อเล่นว่าอาคาน่าเครื่องโมโมะ ตรงกันข้ามกับรัตน์เครื่องนี้โมดิฟลายเรื่องความคล่องแคล้วของตัวหุ่นมากกว่าเกราะทำให้อาคาน่าเครื่องนี้มีความเร็วที่สูงกว่าเครื่องอื่นๆด้านอาวุธที่ถูกนำมาทดสอบก็ได้แต่อาคาน่าแคนน่อลปืนยิงอนุภาคที่สามารถปรับเป็นโหมดมหาภาคได้เมื่อโอเวอร์ลิมิต อาคาน่าสไนเปอร์ไรเฟิลที่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์เพิ่มกำลังอนุภาคขนาดใหญ่บลูสกายสำหรับการเล็งยิงเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโล อาคาน่าเครื่องนี้ถูกนำไปใช้ปกป้องโคโลนี่L4จาการโจมตีของพวกบอนล์โดยสามารถรับมือจาโปรน่านับสิบได้ด้วยเพียงเครื่องเดียวอาวุธอื่นๆก็เหมือนกับรุ่นโปรโตไทป์

Arcana Cherry Blossom (MRS-000-CB)
-อาคาน่ารุ่นปรับปรุงพิเศษมันก็คือโปรโตไทป์อาคาน่าที่ซากุระ มินาโมโตะเอามาโมดิฟายให้เข้ากับไสตล์ตัวเองเฉดสีของเครื่องจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอาคาน่าเครื่องนี้ตัดระบบไซคิกเอนจิ้นออกแต่เปลี่ยนเป็นโปรแกรมช่วยควบคุมแบบเดียวกับอาคาน่ารุ่นผลิตจำนวณมากเกราะถูกเปลี่ยนให้บางลงเพื่อให้คล่องตัวขึ้นและอาคาน่าเครื่องนี้ยังได้ติดตั้งอาคาน่าคาตานะดาบเหล็กไสตล์ตะวันออกเข้าไปเพิ่มสำหรับใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดเป็นอาคาน่าประจำตัวซากุระอาวุธอื่นๆก็เหมือนกับรุ่นโปรโตไทป์

Arcana VenGuard (MRS-001)
-อาคาน่ารุ่นผลิตจำนวณมาก เป็นหุ่นรบที่เป็นกำลังหลักของเอลฮังค์ มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าจาโปรน่าของบอนล์และยังควบคุมได้ง่ายกว่า มีจุดเด่นก็คือโปรแกรมช่วยควบคุมที่ช่วยให้มือใหม่สามารถบังคับอาคาน่าได้ง่ายๆโดยโปรแกรมนี้เขียนขึ้นจากผลการทดสอบอาคาน่ารุ่นต้นแบบทั้งสามเครื่อง ด้านอาวุธนั่นมีเหมือนรุ่นโปรโตไทป์แต่ได้เพิ่มบีมไรเฟิลแบบพกพาเข้ามาด้วย ส่วนอุปกรณ์อื่นๆนั่นอาคาน่าแวนการ์ดจะมีโล่ขนาดกลางติดมือเพื่อช่วยในเรื่องการป้องกัน และมีชุดบูสขนาดใหญ่สำหรับการใช้งานในอวกาศ ข้อดีอีกอย่างของแวนการ์ดก็คืออะไหล่ค่อนข้างที่จะหาง่ายและตัวหุ่นค่อนข้างจะไม่ซับซ้อนทำให้สามารถติดตั้งหรือเพิ่มระบบพิเศษต่างๆเข้าไปได้

Arcana VenGuard Cannon (MRS-001-C)
- อาคาน่าแวนการ์ดที่ถูกโมดิฟายให้ต่อสู้ในระยะไกลโดยการเพิ่มปืนใหญ่ติดบนบ่าที่หลังอีกสองกระบอกนอกนั่นอาวุธทุกอย่างเหมือนกับแวนการ์ดปกติแต่ตัดโล่ที่มือ ออกไปมักเน้นใช้งานบนโลกมากกว่าอวกาศ ปืนใหญ่สองกระบอกที่หลังสามารถถอดออกได้ถ้าไม่ใช้งาน และสามารถติดตั้งชุดบูาแบบเดียวกับแวนการ์ดปกติได้ถ้าเกิดถอดปืนใหญ่ออก

Arcana Saga (MRS-002-S)
- อาคาน่าเซคัลซี่รีย์ตัวแรก ถูกสร้างขึ้นมาให้กับรัตน์ พรมอนันต์โดยเฉพาะโดยเน้นในการต่อสู้ระยะประชิดซาก้ามีเครื่องกำเนิดพลังงานที่ให้กำลังได้มากกว่าอาคาน่าตัวอื่นๆ อาวุธของซาก้าก็ได้แก่เก็ตลิ่งหกลำกล้องที่มือทั้งสองข้างบีมเบลดสี่เล่ม,มิซซายพ็อตขนาดกลางที่ขาทั้งสองข้างซึ่งทั้งหมดเป็นอาวุธพื้นฐานของอาคาน่าเซคัลซี่รีย์ อาวุธเพาะตัวของอาคาน่าซาก้าก็ได้แก่อาคาน่าบลาสเครื่องกำเนิดลำแสงขนาดใหญ่บริเวณหน้าอกซึ่งจะเชื่อมต่อกับเตาพลังงานของซาก้าโดยตรงลำแสงอาคาน่าบลาสมีอนุภาคจมยานรบได้สบายๆแต่เนื่องจากกินพลังงานมากจึงไม่สามารถใช้งานในการยิงติดๆกันได้ ต่อมาคืออาคาน่าฟิงเกอร์ที่ติดตั้งอยู่ที่มือขวาของตัวหุ่นเป็นท่อส่งและจุดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่มือซึ่งสามารถใช้ซัดโจมตีใส่ศัตรูในระยะประชิดได้ ส่วนอาวุธหลักของอาคาน่าซาก้าก็คือดาบขนาดใหญ่อาคาน่าฟลาชิอ้อนซึ่งติดตั้งไซคิกคล็อทเข้าไปในตัวดาบ เมื่อทำการโอเวอร์ลิมิตอาคาน่าฟลาชิอ้อนจะสามารถใช้งานโหมดเบลดเวิร์คได้ซึ่งจะเปลี่ยนอาคาน่าฟลาชิอ้อนเป็นโหมดดาบไฟฟ้าที่เพิ่มพลังอำนาจในการทำลาย ด้านระบบอื่นๆก็เหมือนกับเซคัลซี่รีย์ตัวอื่นนั่นก็คือมีซูเปอร์ไซคิกเอนจิ้นซึ่งเป็นไซคิกเอนจิ้นที่พัฒนาให้ตอบสนองได้ดีขึ้นและไซคิดคล็อธเฟรมพิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังงานและเสริมการควบคุมให้กับไซคิกเอนจิ้น โดยเมื่อเปิดโหมดโอเวอร์ลิมิตเกราะของตัวหุ่นจะดันออกไปเผยให้เห็นไซคิกคล็อทสีทองที่เรืองแสงอยู่ภายใน

Arcana Romance (MRS-002-R)
-อาคาน่าเซคัลซี่รีย์ตัวที่สอง ถูกสร้างขึ้นมาให้กับโมโมะ โคฮานะโดยเฉพาะเน้นในการต่อสู้ระยะไกลละการยิงสนับสนุนโดยโรมานซ์เป็นอาคาน่าที่เกราะมีน้ำหนักเบามากที่สุดทำให้มีความคล่องแคล่วสูงที่สุดด้วยด้านอาวุธก็เหมือนกับเซคัลซี่รีย์ตัวอื่นๆแต่อาวุธเฉพาะของอาคาน่าโรมานซ์ก็คืออาคาน่าสตีมแคนน่อลปืนบีมขนาดใหญ่ที่สามารถปรับโหมดยิงได้หลากหลายทั้งแบบโหมดปืนบีมปกติ โหมดสไนเปอร์ไรเฟิลและโหมดเมก้าบีมเมื่อโอเวอร์ลิมิตตัวหุ่นยังมีมีดปลายปืนเหน็บไว้สำหรับการต่อสู้ระยะประชิดอีกด้วย

Arcana Legend (MRS-002-L)
-อาคาน่าเซคัลซี่รีย์ตัวที่สาม ถูกสร้างขึ้นมาให้กับโคกิ ฮารุซานะใช้โดยเฉพาะโดยอาคาน่าเลเจนด์มีแกนและข้อต่อที่แข็งแรงกว่าตัวอื่นๆทำให้สามารถแบกอาวุธได้มากกว่าอาคาน่าตัวอื่นๆอาวุธปกติก็เหมือนอาวุธพื้นฐานโดยที่มีเพิ่มพิเศษของเลเจนด์ก็คือมิซซายแบบกระจายหรือsplit missileจำนวณมากที่ไหล่ทั้งสองข้าง และอาวุธมืออาคาน่าเสปียหอกขนาดใหญ่ที่ใช้ฟาดโจมตีภายในหอกยังติดตั้งบีมไรเฟิลขนาดเล็กๆเข้าไปด้วยทำให้สามารถใช้หอกนี้ยิงโจมตีใส่ศัตรูได้เมื่อทำการโอเวอร์ลิมิตหอกจะกางออกมาและสร้างลูกบอลพลังงานใหญ่ขึ้นมาแล้วยิงอัดเข้าใส่ศัตรู

Arcana Tale (MRS-002-T)
-อาคาน่าเซคัลซี่รีย์ตัวที่สี่ ถูกสร้างขึ้นมาให้กับชิเอล เมไซอาใช้โดยเฉพาะโดยอาคาน่าเทลจะมีไซคิกคล็อธและไซคิกเอนจิ้นที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องอื่นๆเพื่อตอบสนองต่อความสามารถในการแยกประสาทสั่งการของชิเอลอาวุธพื้นฐานเหมือนกับเครื่องอื่นๆแต่ของที่เพิ่มเข้ามาได้แก่บีมไรเฟิลลำกล้องยาวซึ่งมีอนุภาคสูงกว่าบีมไรเฟิลทั่วๆไป ระเบิดพกพาฟลินอาบอร์มเป็นลูกระเบิดขนาดเล็กซึ่งจะระเบิดทันทีเมื่อกระทบเป้าหมายแต่อาวุธที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของอาคาน่าเทลก็คือไซคิกบิตซึ่งเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่หกอันติดอยู่ที่ด้านหลังอาคาน่าเทลซึ่งสามารถปล่อยมันออกไปยิงใส่กลุ่มศัตรูได้ อย่างไรก็ดีไซคิกบิตใช้ได้แต่บนสภาพไร้แรงโน้มถ่วงเมื่อเข้าสู่โลกไซคิกบิตจะถูกล็อกเอาไว้กับแผงด้านหลังแต่สามารถหมุนตัวบิตให้กลายสภาพเป็นบีมแคนน่อนกลายๆได้เมื่อโอเวอร์ลิมิตบิตจะเพิ่มพลังทำลายโดยการปล่อยนุภาคที่รุนรงขึ้นกว่าเดิม

Arcana History (MRS-002-H)
- อาคาน่าเซคัลซี่รีย์ตัวที่ห้า ถูกสร้างขึ้นมาให้กับ ฟาเฟล ฟีเวอร์คอสใช้งานโดยอาคาน่าฮิสเทรี่เป็นอาคาน่าที่มีเกราะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอาคาน่าเซคัลซี่รีย์ทั้งหมดและยังมีเครื่องกำเนิดบาเรียแรงโน้มถ่วงที่ด้านหลังอีกทำให้เป็นอาคาน่าที่มีพลังป้องกันสูงที่สุดด้านอาวุธพื้นฐานเหมือนกับตัวอื่นๆแต่อาวุธพิเศษของฮิสเทรี่ก็ได้แก่สนับมือไฟฟ้าอาคาน่านัคเคิล และแขนเทียมทั้งสี่ข้างซึ่งแขนเทียมทั้งสี่ข้างเก็บบีมไรเฟิลขนาดเล็กเอาไว้ทำให้สามารถใช้แขนเทียมเหล่านี้ยิงโจมตีใส่ศัตรูได้นอกจากนั่นยังได้ติดตั้งบีมชิลด์ที่ปลายแขนเทียมเหล่านี้ทำให้ฮิสเทรี่สามารถใช้แขนเทียมพวกนี้ป้องกันการโจมตีจากบีมได้ สนามพลังการาวิตี้มิลเลอร์ของฮิสเทรี่ยังสามารถปรับระดับให้แข็งขึ้นแล้วใช้พุ่งเข้าชนศัตรูได้เมื่อโอเวอร์ลิมิตฮิสเทรี่จะสามารถปรับรูปร่างสนามพลังได้ตามใจชอบโดยปกติฟาเฟลมักจะปรับเป็นรุปลิ่มแล้วใช้พุ่งเข้าชนศัตรู

Arcana Chronicles (MRS-002-C)
- อาคาน่าเซคัลซี่รีย์ตัวที่หกและเป็นตัวสุดท้ายที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักบินคือเมเดอร์ลีน ฟารองฟรองเซ็ต อาคาน่าโครนิเคิลเป็นอาคาน่าตัวเดียวที่สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดยานรบเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ได้อาวุธพื้นฐานก็เหมือนกับเครื่องอื่นๆแต่ที่เพิ่มขึ้นมาพิเศษก็มีบืนกลบีมซับแมนชีนกันมือถือ โล่ติดมือซึ่งสามารถแยกออกมาเป็นคีบหนีบได้และบีมแบบสาดกระจายที่ท้องของหุ่น ในโหมดยานรบอาวุธที่สามารถใช้งานได้มีมิซซายพ็อตที่ขาโล่คีบหนีบที่เปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นด้านหัวของยานและบีมซับแมนชีนกัน เมื่อโอเวอร์ลิมิตบีมแบบสดกระจายจะเพิ่มความรุนแรงและความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าตัว

Deva Mass Production (MWS-00-MP)
- ยานรบรุ่นผลิตจำนวณมากของเอลฮังค์รูปร่างเหมือนเรือรบสมัยก่อนแต่เพียวกว่าเล็กน้อยอาวุธทำที่การติดตั้งเข้าไปได้แก่จรวดมิซซายต่อต้านยานรบ ปืนกลรอบยานและปืนอนุภาคขนาดใหญ่ที่กราบซ้ายและขวา กึ่งกลางยานมีปืนแรงโน้มถ่วงการาวิตี้แคนน่อลโฮลอยู่หนึ่งกระบอกเอาไว้ใช้เป็นไพ่ตายของยาน ปกติเดว่าหนึ่งลำจะมีอาคาน่าแวนการ์ดประจำอยู่สามเครื่อง

Prototype Galaxie (MWS-001)
- ยานกาแลคเซียรุ่นต้นแบบ ไม่ได้ถูกใช้งานจริงเหมือนกับเดว่ารุ่นทดสอบคือไม่ได้ติดตั้งอาวุธลงไปมีจุดเด่นที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมในตัวยานซะส่วนมากและมีระบบฉากภาพสามมิติทั่วตัวยานซึ่งปกติมักเป็นสัญญาณแจ้งเตือนซะมากกว่าและมีเครื่องกำเนิดสนามพลังการาวิตี้มิลเลอร์ไว้ช่วยป้องกันความเสียหาย ปัจจุบันถูกแปลงสภาพเป็นยานขนส่งเสียงและยุทโธปกรณ์ของเอลฮังค์และได้ติดตั้งจรวดมิซซายและบีมแคนน่อลเพิ่มเข้าไปที่กราบเรือทั้งสองข้างเพื่อใช้รบในยามฉุกเฉิน

Blue Galaxie Angel (MWS-001-B)
- ยานกาแลคเซียแบบใช้งานจริงลำแรก โค๊ทเนมคือบลู บลูกาแลคเซียแองเจิลเน้นใช้งานในการสงครามเต็มที่จึงมีการติดตั้งอาวุธเข้าไปอย่างเต็มพิกัดไม่ว่าจะเป็นมิซซายต่อต้านยานรบ มิซซายแบบสดกระจาย การาวิตี้แคนน่อลโฮลที่กราบเรือทั้งสองข้างกิกันติกการาวิตี้แคนน่อลโฮลซึ่งเป็นการาวิตี้แคนน่อลโฮลรุ่นปรับปรุงที่รุนแรงกว่าเดิมที่ตรงกลางยานบีมแคนน่อลบริเวณกราบยานใกล้กับสะพานเดินเรือ บลูมีเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า การาวิตี้มาร์ชเป็นการยิงปืนการาวิตี้ทั้งหมดของยานออกไปซึ่งหากใช้เทคนิคนี้แล้วเครื่องยนต์จะโอเวอร์ฮีตต้องอยู่นิ่งๆชั่วขณะถึงจะกลับมาใช้งานต่อได้

Red Galaxie Angel (MWS-001-R)
- ยานกาแลคเซียใช้จริงลำที่สอง โค๊ทเนมคือเรด เรดกาแลคเซียเป็นยานที่ออกแบบมาให้สนับสนุนอยู่แนวหลังและใช้งานในภารกิจที่ต้องการความรวดเร็วมากกว่าบลูอาวุธเลยไม่ได้ติดตั้งเต็มประสิทธิภาพแบบบลู โดยไม่มีอาวุธประเภทการาวิตี้แต่ยังมีบาเรียการาวิตี้มิลเลอร์อยู่เหมือนอีกสองลำ อาวุธที่เพิ่มเข้ามาของเรดก็คือบีมแคนน่อลอีกสองกระบอกและปืนบีมขนาดใหญ่บีมโฮลที่ใช้เวลาชาตร์ไม่นานและอำนาจการทะลุทลวงสูงโดยเรดมีเทคนิคเฉพาะที่เหมือนกับบลูโดยเรียกว่าบีมมาร์ชเป็นการยิงอาวุธบีมทั้งหมดออกไปพร้อมๆกันโดยที่บีมมาร์ชสามารถยิงต่อเนื่องติดๆกันได้ราวๆสามรอบก่อนจะต้องหยุดพักเพราะเครื่องโอเวอร์ฮีต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 18, 2010, 12:11:56 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

blackgetter
Art Lover
New Type Pilot
******
กระทู้: 858


black-getter@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2009, 09:47:26 PM »

ยูนิท




ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ -  GSM-G-001 BLUE OGRE 青巨星(あおきょせい):อาโอเคียวเซย์
(GSMย่อมาจากเกรนชินมารส์ครับซึ่งผมสะกดปะกิจบ่ถูก )
ปล.ขอขอบบคุณพี่SRWคุงมากครับที่หาชื่อดีๆมาให้

ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์(ไอเดียมาจาก แกรนซอน)
สี - น้ำเงินแซมๆสีเหลืองบ้าง.
H- 130 M.
W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกินเหตุคิดน้ำหนักไม่ไหว= ="

อาวุธ(คิดชื่อได้แค่บางอันนะครับ)
- บีมมือ ติดไว้ที่ผ่ามือเละหลังผ่ามือครับเป็นอาวุธที่พลังทำลายน้อยที่สุด(แต่ถ้าหุ่นตัวเล็กๆโดนทีเดียวก็ดับแล้ว)
- บีมแขน เป็นผลึกคริสตั้ลพลังงานที่ติดไว้ตรงส่วนแขนทั้ง2ข้าง ข้างซ้ายจะเป็นผลึกพลังงานธาตุสายฟ้า ข้างขวาจะเป็นผลึกพลังงานธาตุน้ำ
ปล่อยออกมาไม่เหมือนกัน(แต่สีตัวผลึกคริสตั้ลจะสีเหลืองทั้งคู่)
- ดาบไหล่ เป็นการดึงดาบทั้ง2อันที่ติดไว้ตรงไหล่มาไล่ฟันศัตรู(ไม่ยาวเท่าไหร่แต่ก็ใหญ่อยู่)
- ดาบ天皇の大剣(เทนโนโนะไดสึรุกิ):ดาบของจักพรรด์ยักษ์ เป็นการดึงดาบของมันที่เก็บไว้ในต่างมิติมาใช้นะครับ(เวลาใช้ก็ดึงมาจากช่องมิติ)ขนาดต่างกับอันแรกมากเพราะขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวหุ่นเลยทีเดียว(เอามาฟันคงมันส์พิลึก)
- ไม้ตาย เป็นการเปิด"ดวงตาราชาปีศาจ""จำลอง"ที่หน้าอกออกมาแล้วรวมพลังกับพลังสายฟ้าและน้ำที่แขนทั้ง2ข้าง(กลายเป็นความืด:น้ำ:สายฟ้า)
กลายเป็นบอลพลังสีดำอันใหญ่มหึมาทำลายทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พลังทำลายก็แค่เป่าดาวที่เขาเคยอยู่หายไปรอบนึงเท่านั้นเอง=w=/

ท่าโจมตี
- ยิงบีมออกผ่ามือและหลังมือทั้ง2ข้าง
- ยิงลำแสงพลังน้ำจากหลังแขนขวา และสามารถเพิ่มอุณหภูมิจนกลายเป็นน้ำแข็งได้
- ยิงลำแสงพลังสายฟ้าจากหลังแขนซ้าย
- นำดาบไหล่ของข้างออกมาไล่ฟันศัตรู
- นำกำปั้นมาประกบกันโดยให้พลังสายฟ้าและน้ำปล่อยออกมาในรูปแบบการระเบิด(ง่ายๆก็เมย์โอ)รัศมี8ช่องรอบตัว
- ดึงดาบ天皇の大剣ออกมาจากช่องว่างระหว่างมิติแล้วเอามาไล่ฟันศัตรู
- เปิดดวงตาจอมมารจำลองแล้วปล่องพลังงานมาที่天皇の大剣เป็นการฉาบแบบบางๆไว้ที่ตัวดาบซึ่งเพิ่มความคมและความยาวได้นิดหน่อย(กลายเป็นดาบแห่งความมืดไป)
และแน่นอน โจมตีแรงขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ
- "ฮาไคเท็นยามิมารุ" (บอลความมืดทลายสวรรค์)

พิเศษ
ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลายเป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด
(แน่นอนมันจะโหดขึ้นกว่าเดิมเยอะ)
หน้าตาประมานนี้แลเวลาปลดลิมิต(เปลี่ยนแค่หน้า)
v
V


ประวัติ - เป็นหุ่นระดับทำลายดาวตัวแรกที่ถูกทำขึ้นมาในซีรียส์"ยักษ์"มีทั้งหม4ตัวด้วยกันแต่ที่พลังมากที่สุดจะเป็นตัวนี้เนื่องด้วยระบบพลังงาน"ดวงตาจอมมารจำลอง"ทำให้หุ่นตัวนี้มีพลังมากที่สุด
แต่ตอนสร้างหุ่นตัวนี้ทำให้ลูกชายของเขาต้องเสียชีวิตลงเนื่องจากดวงตามารนั้นยังไม่สมบูรณ์ทำให้ตัวหุ่นเกิดการระเบิดขึ้นในขณะที่ลูกชายของเขาที่ขับอยู่เสียชีวิต
เขาจึงได้ตามหาดวงตาดวงตาราชาปีศาจของจริงเพื่อนำพลังนั้นมาใช้(ว่ากันว่าพลังของ ของแท้นั้นสามารถชุบชีวิตคนตายได้เลย)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได(แล้วแต่ ถ้าหุ่นใหญ่หุ่นเล็กก็ต่างกันไป ถ้าพลังจิตเยอะไปขับหุ่นใหญ่ก็อาจจะสั้นแต่ถ้าเยอะแล้วขับหุ่นเล็กก็จะยาว)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยูนิท


ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ -  Rawdeather(อาจจะมีเปลี่ยนชื่อหุ่นภายหลัง)赤鬼

ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์ขนาดใหญ่เทอะทะไม่มีข้อต่อเลยทั่วตัว(หัวกับตัวแยกจากกันนะ)
สี - แดงทั้งตัวอาจจะมีแซมเหลืองกับเขียวก็แล้วแต่ก็ว่ากันไป(คิดถึงเท็นเก็นท็อปปะกุเร็น-ลากันไว้ก็ได้)
H- 220 M.
W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกินเหตุคิดน้ำหนักไม่ไหว= ="(ก็อปอันเก่ามา)

อาวุธ
มือเท้านี่ละครับเนื่องจากไม่มีข้อต่อเลยยืดยาวได้ไม่จำกัน
ดาบยาวขนาดเกือบเท่าตัวหุ่น(นึกถึงคาตานะไว้)
พลังเวทเพลิงที่มหาศาลจากพลังงานเวทของเรเมน(อย่างน้อยๆก็เบาลงกว่าอาโอเคียวเซย์เยอะละนะ)

ประวัติ - เดิมเป็นหุ่นระดับ3(มี5ระดับสูงสุดคือระดับ5)ที่สืบถอดกันมาในตระกูลเอเพสรูปร่างปกติเวลาไม่ใช้งานจะเหมือนกับเทวรูปหรือดักแด่ของสิ่งมีชีวิตหลังจากเรเมนได้หุ่นนี้มา
เขาก็คิดไว้ว่าจะเอาหุ่นนี้เป็นสัยลักษน์ของสัณติภาพในการเจรจากับดาวอื่น แต่หลังจาก"ราเซ็ท ไคเซอร์ เอเพส"ผู้นำตระกูลเอเพสประกาศสงครามกับดาวที่ริวมา เรเมนก็ได้คิดจะหนี
มาอยู่กับพวกริวแต่โดน"ยูเซ็ท"ร่างโคลนของเขาจับได้ซะก่อนและจับเขามาเป็นแก่นพลังงานร่างมนุษย์ของRawdeatherและโดนยึดหุ่นไป
ตอนนี้จึงโดนขับอยู่ใจกลางหุ่นและตัดขาดจากโลกภายนอกออกมาไม่ได้เลย(สารอาหารจากการดำรงชีวิตของเรเมนยูเซ็ทจะวาร์ปสงตรงเข้าไปในกระเพราะอาหารเลย= =")

ปล.หุ่นตัวนี้ของผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข่องกับตัวร้ายของท่านdye2556นะครับแยกกันมา(คนละมิติกัน)

---------------------------------------------------------------------------------------------------

ยูนิท



ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ - DesFeiryto

ลักษณะ - ดังภาพ
สี - ดำทั้งตัวอาจจะมีแซมๆเหลืองแดงบ้างบางส่วน
H - 80 M.
W - อย่าให้คิดเลยครับ

อาวุธและท่าโจมตีต่างๆ
-มีดติดแขนแบบGetterอันเล็กๆที่ความคมพอๆกับดาวความถี่สูงของกายเวอร์(ดาบความถี่สูงอีกแล้ว= =")
-ดาบ ยาวแบบถือจริงๆมันก็แบบเดียวกับอันบนนะละแต่ยาวขึ้นมาหน่อยแต่อันนี้ต้องกด ปุ่มตรงโคนดาบเอาถึงจะกลายเป็นดาบคามถี่สูง(คือแค่กดให้มันสั่นนะละ)

-เป็นปืนดาบติดแขนขวายิงได้และฟันได้แบบโปรวิเด้นกันดั้มของครูเซ่ (ดาบเปลี่ยนเป็นดีไซน์ตามภาพในหุ่นแล้วนะครับ)
-ปีก:เป็นการถ่ายพลังงานไปที่ปีกแล้วปล่อยพลังงานออกมาจากปีกแบบAstranagantแล้วบินเอาปีกไปชนตัวศัตรู
(นึกถึงสคันเดอร์คัตเตอร์เริงระบำของมาชินไคเซอร์ไว้แต่ให้คิดซะว่ามันเป็นปีกแสงของV2 Gundam)
-ขา:ถ่ายพลังงานไปที่ขาแล้วให้ปล่อยออกมาตรงน่องข้างๆแล้วพุ่งเข้าไปเตะแบบท่าสุดยอดของไดไรโอ(แต่ไม่จบด้วยกระโดดเตะลงมา)
-ขา:แบบด้านบนเปะแต่จะต่อด้วยต๋อยด้วยแขน2ข้างแล้วเอาใบมีดที่แขนฟันไป2ทีจากนั้นเอาดาบความถี่ฟันอีก2ที(บนลงล่างแล้วฟันตัดลำตัว)
แล้ว เอาปืนดาบที่แขนขวาฟันอีก3ที(แบบฮาเปี่ยนในRockmanZero)แล้วเอาแขนข้างที่มี ปืนดาบต๋อยอัดแบบตุ้ยท้องแล้วยิงอัดตรงให้ศัตรูลอยขึ้นในกลางอากาศ
(หรือ ให้อยู่เหนือเราถ้ากลางอวกาศ)แล้วเอาปีกแสงบินตีเป็นวงกลม(แบบจีคในKตอนใช้ มัคดริล)แล้วใช้ท่าเตะอีก1ชุดโดยเตะแบบรัวๆ(แบบไกคิงเปิดหน้าในK)แล้วพอ ครั้งสุดท้ายก็แตะแบบล่างขึ้นบนให้พุ้งขึ้นไปสูงกว่าเดิมจากนั้นก็จบด้วยท่า ถีบลงมาแบบอินาสุม่าคิกเป็นอันจบ
-Royel Destroyer คิดซะว่ามันคืออินฟินิตี้ไซลินเดอร์ละกันแต่อณุภาพแรงกว่า(ทำลายดาวได้)

ประวัติ - เป็นหุ่นเก่าของจักรวรรดิ์........(อุบไว้ก่อน)เป็นหุ่นตัวแรกๆที่นำวิทยาการของ"ดวงตาจอมมาร"มาใช้ไม่ใช่หุ่นประจำตัวของกาดิลอย์ดแต่เนื่องจากสถาณะการฉุกเฉิน
ไม่สามารถไปเอาหุ่นตัวได้ทันจึงขับหุ่นตัวนี้หนีมา(มีระบบโคลทสลีปด้วยนะเออ)
อื่นๆ - ตัวหุ่นนนั้นมีระบบสร้างแรงโน้มถ่วงเทียมขนาดย่อมๆติดอยู่เพื่อเวลาลงจอดกับพื้นจะได้ไม่หัวทิ่ม(เห็นขาคงรู้นะ) ในการบังคับหุ่นนั้นจะเป็นแบบไลน์บาเรล
คือคนขับกับหุ่นมองเห็นเป็นตาเดียวกัน(แต่ก็มีมอนิเตอร์อย่ข้างในนะ)แล้วระบบประสาทของหุ่นกับคนขับจะเชื่อมต่อกันทั้งหมดโดยที่แค่นึกก็ขยับตาม
(ในค็อกพิทคนขับก็แค่นั่งอยู่เฉยๆแล้วก็แหกปากพูดกับคนที่สื่อสารอยู่หรือไม่ก็นอนอืดอยู่เฉยๆก็ได้)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยูนิท



ไทป์ - SuperRobot

ชื่อ -  GS-CH-004 Hattori (ฮัตโตริ)

ลักษณะ – หุ่นรูปทรงมนุษย์แบบนินจา

สี – ดำๆม่วงๆออกแนวทะมึนๆ

H- 40 M.

W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกิน

อาวุธ
- ใบมีดความถี่สูงที่มือขวา(ไม่สามารถยืดได้)
- กรงเล็บที่มือซ้าย สามารถยิงออกไปแล้วยึดจับแบบโวลฟ็อกซ์ได้(เอาไว้เสียบแล้วลากเข้ามาฟัน)
- มีดคุไนที่ขามี2เล่ม(สำรองอีก2เล่ม)
- ดาวกระจายฟูมะที่หลัง1อัน(วิธีใช้จะแบบนารุโตะคือหมุนลื่อนออกมาจาก2แฉกเป็น4)
- ดาวกระจายที่ไหล่18อัน
- ดาบคาตานะยาว1เล่มเก็บไว้ตรงหลังไว้ยามฉุกเฉินไม่ค่อยนำออกมาใช้(ในภาพก็ลืมวาดด้วย=w=”)

ท่าโจมตี
ผลิ้กแพลงเอาแล้วแต่สถานการณ์


ประวัติ – เป็นหุ่นแนวลอบสังหารตัวแรกขององกรณ์ ถึงตัวจะใหญ่แต่ด้วยความที่เจ้าตัวมีพลังจิตไซโคคิเนซัสและตัวหุ่นนั้นมีอุปกรณ์ต่อต้านแรงโน้มถ่วง เวลาเดินปกติจะเหมือนเดินแต่จริงๆจะลอยตัวไว้ให้เหนือพื้นเล็กน้อย(ประมาน3เมตร)
เวลาเดินจึงแทบจะไม่มีเสียงเลยยกเว้นจะกระทืบเท้าแรงๆจึงจะมีเสียงเล็กน้อย ตัวสีของหุ่นเป็นโทนสีดำๆม่วงๆและตัวหุ่นนั้นมีระบบหักเหแสงแบบมิราจคอลลอย์จึงหายตัวได้ชั่วขนะ(ถ้ามองดีๆก็มองเห็นว่ามันมัวๆ)
มีวิธีพรางตัวอีกแบบคือม่านควัน ตรงที่ยื้นๆออกมาข้างๆไหล่ที่เหมือนช่องระบ่ายอากาศนั่นละ ส่วนวิธีบังคับใช้วิธีการขยับแล้วหุ่นขยับตามแบบGกันดั้มมักใช้ในการต่อสู้
มีระบบสำรองคือบังคับแบบอนาล็อก คือการบังคับแบบกันดั้มทั่วไป มักใช้เวลาออกตัวส่งตัวและเดินทางไกลๆหรือภาระกิจที่ไม่ต้องขยับอะไรมาก

พิเศษ
-ตัวผ้าคลุมข้างหลังตัวหุ่นนั้นสามารถสะท้อนบีมที่มีอนุภาพไม่รุนแรง(ประมานของกันดั้ม)และสุนปืนที่อณุภาพการทำลายไม่สูงได้
แต่ไม่สามารถสะท้อนบีมแรงๆได้(ชนิดทวินเซ็นเทอร์ไลท์แคนน้อนงี้)แต่สามารถทนได้โดยที่ตัวผ้าคลุมไม่เป็นไร(แต่สีตกและความทนทานจะลดน้อยลง)
-ตัวหุ่นสามรถปลดเกราะออกมาแบบท่าจั๊กจั่นลอกคราบได้(ประมานเวอร์ธัวร์ปลดเกราะออกมาเป็นนาดเลห์)แต่ยังไม่ข้อเปิดเผยข้อมูลหุ่นอะไรมากตอนนี้เพราะยังไม่อยากให้ใช้
-ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลายเป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด(สำหรับฮัตโตริมันก็แค่ทำให้ความเร็วเละความรุนแรงเร็วขึ้นแปปนึงอะนะ)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2010, 12:33:08 AM โดย blackgetter » บันทึกการเข้า

สาวก JAM Project!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1855


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2009, 11:41:44 PM »


ยูนืท
L-AS 01 (Lunar Assault Strike)
สูง - 17.5 เมตร
หนัก ???
ลักษณะหุ่นจะคล้ายกับฮิเคไบน์ รูปร่างเป็นมนุษย์ผู้หญิง และมีอาวุธแบบคาตาร์มาติดที่แขน เคลื่อนที่ในระยะประชิดได้ดี
อาวุธ
Beamgun - อาวุธโจมตีระยะกลางและไกลเพียงอันเดียวของหุ่น
Assault Katar - มีดที่ติดอยู่กับแขนทั้งสองข้างใช้เป็นอาวุธหลักในการเข้าโจมตีระยะประชิด พับเก็บได้
Wolf Fang - เมื่อพับเก็บจะสามารถใช้ส่วนที่พับเก็บ โจมตีได้แบบใช้หมัดต่อย
Buster Ilussion - เคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แล้วใช้Assault Katarโจมตีอย่างรวดเร็วพร้อมกับเคลื่อนที่โดยรอบ จนเก็นเป้นหลายร่าง
อื่นๆ

 เนื่องจากเป็นหุ่นรุ่นทดสอบ จึงไม่ได้ติดอุปกรณ์ต่างๆลงไปได้ แต่จะมีระบบออโต้กับแมลน่วล้ ทำให้สามารถเคลื่อนทีและโจมตี่ได้อย่างคล่องแคล่วตามความสามารถของคนขับ แต่ร่างกายของนักบินก็ต้องรับภาระมาก เนื่องจากไม่ใช่หุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสู้รบโดยเฉพาะ และเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถเคลื่อนที่ในระยะไกลๆได้ จึงเป็นจุดอ่อน แต่ในระยะประชิดจะเคลื่อนไหวเร็วมาก เพราะอาศัยการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ในระยะสั้น ทำให้พุ่งจู่โจมได้เร็วมาก แต่บอดี้ของL-AS จะบางและเบา เพื่อให้หุ่นมีน้ำหนักเบา เพื่อให้เคลื่อนไหวในระยะประชิดได้เร็วด้วย
..............................................
ยูนิทของมายะ Type-Real Robot
Kurenai 紅
สูง - 22.5 เมตร
หนัก - ???
ลักษณะหุ่นจะคล้ายๆกับนักรบซามุไร แขนและขาจะมีพาร์ทยื่นออกมาคล้ายกับสนับแขนและขา เป็นหุ่นที่สู้ระยะประชิดเป็นหลัก
อาวุธ
ดาบคาตานะ ยาว25เมตร1เล่ม ไว้เป้นอาวุธหลักในการโจมตี
ดาบคาตานะอีก6เล่มที่เหลือจะเก็บไว้ที่พาร์ทแขนและขาอย่างละเล่ม รวม4เล่ม และด้านหลังอีก2เล่ม ซึ่งยาวไม่เท่าดาบหลัก
ท่าที่ใช้
ประกายแสง - โจมตีโดยการใช้คาตานะ25เมตรฟาดไปที่เป้าหมายแบบฟันเสยขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซากุระโรย - เป็นการโจมตีด้วยการแทงอย่างรวดเร็วไปยังเป้าหมาย
ดาบผ่าจันทรา - วาดดาบขึ้นกลางศรีษะ แลัวฟันลงมาที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว
บัตโต - เก็บดาบเข้าฝักแล้วก็ชักดาบออกมาโจมตีอย่างรวดเร็ว
ซัจเคน - ใช้ดาบทั้ง6เล่มพุ่งใส่อย่างรวดเร็ว แล้วใช้ดาบทั้ง6ตรึงร่างศัตรูไว้ จากนั้นก็ใช้คาตานะโจมตีปิดท้ายอีกที (ท่าที่ใช้พลังจิต)
 เป็นหุ่นที่ผลิตมาเป็นเพอรโซนัลทรูเปอร์ มายะขับได้คนเดียวเท่านั้น สเปกหุ่นโดยรวมจะเคลื่อนไหวอาจไม่เร็วมากแต่้คล่องตัว เหมาะกับการใช้งานบนพื้นโลกและอวกาศ เพราะมีบูตเตอร์ขนาดใหญ่ในการขับเคลื่อน
 การโจมตีด้วยดาบขนาด25เมตรอาจจะทำให้ช้า จึงติดกระสุนไว้ยิงเพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตี ตรงนี้มายะอาจจะพลิกแพลงการโจมตีได้หลายรูปแบบ จับทางได้ลำบาก
ช่วงหลังหุ่นจะสามารปลดOver Break ทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น และสามารถใช้ซัจเคนได้
แล้วจะมาเพิ่มเติมที่หลังครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2009, 04:49:33 PM โดย Busterwolf » บันทึกการเข้า

LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 01:32:59 AM »

MECHANIC

เครดิตพี่hagane.f
1.DSX-XTA-1- SOLNON-XAVIER โซลน่อนเซเวียร์
สูง24.7 เมตร
หนัก 55 ตัน
ประเภท เรียล PILOT ไกด์
อาวุธ
1.BEAM VULCAN 1-2 ที่ส่วนหัวและบอดี้
2.ARM LANCHER 1-4 มิซไซล์ ลันเชอร์ขนาดเล็กที่แขน มีข้างละ2ลูก
3.ARC CALIBUR RIFLE MODE 3-6 อาวุธรูปแบบดาบ ติดอยู่ที่เอวทั้งสองข้าง แปลงสภาพเป็นรูปแบบ ไรเฟิลสำหรับจู่โจมระยะไกล
4.ARC CALIBUR SWORD MODE 1-3 รูปแบบดาบคู่ ใช้ผสานกันในการจู่โจมระยะประชิดทั้งดาบซ้ายขวา
5.ARC CALIBUR BURST MODE 1-5 ประกอบ ดาบสองเล่มด้วยกันเป็นดาบขนาดใหญ่ โถมเข้าจู่โจมในระยะประชิดฟัน3ครั้ง  แล้วแทงทะลวง สุดท้ายแยกเป็น2ดาบฟันซ้ำ ทะลุไปข้างหลังเก็บดาบ
6.ADAMON RAISER 2-8 อาวุธรูปแบบซอร์ดบิทที่จะได้ทั้งยิงและกระแทกในระยะประชิด มีทั้งหมด6ชิ้น
7.DIMENSION DAYBREAK 1-2 เดินเครื่องระบบไดเมนชั่นสเฟียร์ เต็ม100% เปิดมิติวาร์ปเข้าจู่โจมโดยอาร์ค คาลิเบอร์ แบบปืนยิงกระหน่ำ โดยยิงผ่านมิติช่องวาร์ปไปทะลุโดนศัตรูโดยเปิดช่องว่างมิติที่ศัตรู พร้อมประกอบอาร์ค คาลิเบอร์2เล่มเป็นGRAND CALIBURพุ่งเข้ามาทะลวงศัตรูพร้อมกันนั้นจะลากดันศัตรูเข้าไปถึงประตูมิติที่เปิดเตรียมพร้อมไว้ด้านหลัง ปรับแกรนด์ คาลิเบอร์เป็นแบบไรเฟิล ยิงอัดเข้าไปในช่องว่างมิติแล้วกลับเป็นแบบดาบฟันประตูมิติจนแตกละเอียด พร้อมกับพาดแกรนคาลิเบอร์ไว้ที่ไหล่
8.DIMENSION DAYBREAK FINAL IMPACT ปลดลิมิตเตอร์ของไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้ เดินพลังถึง200% หน้าจอระบบจะขึ้นว่าLIMIT OVER BURST∞ LEVEL และตัวCOUNT เวลาจะเริ่มนับถอยหลัง ตั้งแต่ 180.543วินาทีลงมา โดยเมื่อระบบทำงานโซลจะทำการ Syncronity Revive กับไกด์โดยผมและสีตาของไกด์จะเปลี่ยนเป็นสีเงินบริสุทธิ์ และไกด์จะทำการมองอนาคตการโจมตีทั้งหมดเป็นแพทเทิร์นออกมาพร้อมกับหลับตา และโซลน่อลเซเวียร์จะกางปีกสีรุ้งขนาดใหญ่ออกมาจากด้านหลัง พร้อมกับบริเวณช่วงข้อต่อทั้งหมดจะปล่อยพลังงานสีรุ้งเป็นละอองไอออกมาตลอด อาร์คคาลิเบอร์เองก็จะปลดระดับเข้าสู่อิคนิชั่นโหมดและจะอาบใบดาบด้วยพลังงานไดเมนชั่นจนกลายเป็นสีรุ้ง ไกด์จะลืมตาขึ้นมาพร้อมกันนั้นโซลน่อลเซเวียร์จะกระชับอาร์คคาลิเบอร์ทั้งสองเล่มพุ่งเข้าหาศัตรู เมื่อพุ่งเข้ามาถึงจะใช้อาร์คคาลิเบอร์จะถูกฟาดฟันเข้าใส่ศัตรูจนนับครั้งไม่ถ้วน ในขณะที่ฟาดฟันเกจลิมิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับ LIMIT REACH MAX LEVEL SYSTEM HYPER BURST START ON TIME SET 62.435วินาที แล้วขณะนั้นโซลน่อลเซเวียร์จะเร่งความเร็วจนสุด ทำให้เห็นร่างของโซลน่อลเซเวียร์นับไม่ถ้วนในสภาพถือแกรนด์ คาลิเบอร์อิคนิชั่นฟอร์ม พุ่งเข้าฟันศัตรูทุกทิศทางต่อเนื่องจนเวลาเหลือเพียง16.595 วินาทีร่างเงานั้นจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและพุ่งเข้าฟาดแกรนด์คาลิเบอร์เข้าเสียบศัตรูตรงๆ จากนั้นจะตัดเข้ามาในค็อกพิทเล็กน้อย จะมีเสียงของโซลพูดว่า "Time limit 15.014 ค่ะ" ไกด์จะพยักหน้ารับ
แล้วโซลน่อลเซเวียร์จะสลัดใบดาบแกรนด์คาลิเบอร์ให้ติดอยู่กับตัวศัตรูแล้วถอยออกมาตั้งระยะ ใบดาบที่ติดอยู่จะปล่อยพลังงานไดเมนชั่นออกมาเป็นผลึกพลังงานห่อหุ้มศัตรู โซลจะบอกว่า "ไฟนัล ซีเคว้นซ์ ฟินิชชิ่ง ไทม์ลิมิต ตอนนี้ล่ะค่ะ มาสเตอร์" ไกด์จะตะโกนออกมาว่า"จบกันแค่นี้ล่ะ เอาไปเลย!" แกรนด์คาลิเบอร์ที่มีแค่ตัวดาบจะสร้างดาบพลังงานสีรุ้งขนาดใหญ่ออกมา และโซลน่อลเซเวียร์จะฟาดดาบนั้นตัดศัตรูที่อยู่ในผลึกจนขาดเป็นสองเสี่ยง หลังจากฟาดฟันศัตรูระเบิดไปแล้ว จะตัดไปที่โซลน่อลเซเวียร์ปักดาบลงกับพื้นพร้อมกับซูมไปต่อที่ค็อกพิท จะขึ้นว่า LIMIT OVER SYSTEM TURN OFF และไกด์ที่ลืมตามองแรงระเบิดนั้นก็จะยิ้มเท่ห์ๆ ก่อนจะหลับตาลง พร้อมกับพูดว่า "สำเร็จแล้วนะ โซล" ซึ่งโซลปรากฎตัวและตอบกลับมาว่า "ค่ะ" และไกด์จะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมผมและสีตาที่กลับเป็นปกติ

9. CROSS HEART DIMENSION 1-3 ท่าประสาน หลังเดินพลังเป็น200%เปลี่ยนชื่อเป็น CROSS HEART DIMENSION ETERNAL ท่าประสานของโซลน่อนเซเวียร์+ฟาเรนชูไวส์ โดยเริ่มต้นโดยการเดินระบบCROSS LINK SYSTEM โดยโซลจะปล่อยอดาม่อนไรเซอร์ออกไปหาเป้าหมายพร้อมพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยทันที ในขณะที่ฟาเรนจะยิง ไดเมนชั่นไรเฟิล ซัพพอร์ตจากระยะไกลโดยยิงบีบเส้นทางการหลบหลีกของศัตรู พร้อมปล่อย ALEXNI FIN ไปเข้าหาศัตรูและโจมตีโดยการยิงจากระยะไกล แล้วอดาม่อนไรเซอร์จะพุ่งเข้าแทงร่างศัตรูจากทุกทิศทาง พร้อมกับที่แทง โซลจะเข้าฟันด้วยอาร์คคาลิเบอร์อย่างต่อเนื่องทันที5ครั้ง และและประกอบเป็นแกรนคาลิเบอร์ ฟันลากขึ้นฟ้าอีกครั้ง ที่จุดนัดพบหน้าปากกระบอกอเล็กดีไซเดอร์ของฟาเรน โซลจะถอนดาบและของทั้งหมดออกทันที ฟาเรนจะยิงอเล็กดีไซเดอร์อัดศัตรูแบบเผาขนทันที ศัตรูจะระเบิดพร้อมกับการมองดูของหุ่นทั้งสอง และฟิริน่าก็จะหันมายิ้มให้ไกด์ ในขณะที่ไกด์ก็ยิ้มตอบไปเช่นกัน....กรณีปลดลิมิตเตอร์เช่นกัน จะคล้ายเดิมหมด เปลี่ยนแค่โซลน่อลเซเวียร์จะใช้แกรนคาลิเบอร์โหมดอิกนิชั่นอย่างเดียวไม่แยก2ดาบและฟาเรนยิงปืนแบบการ์ดแอคซิส อเล็กดีไซด์เดอร์แทน ละทั้งโซลและฟาเรนจะอยู่ในสภาพ กางปีกพลังงานไดเมนชั่นอยู่
10.DI.S.E.BURST FINAL STRIKE 1-2 ท่าประสาน หลังเดินพลังเป็น200%เปลี่ยนชื่อเป็น DI.S.E.BURST FINALITY โซล+ชูวาสเซอร์+ฟาเรน+ฟาร์เวน+ดีไวน์ วิงค์ท่านี้ใช้ได้เมื่อทั้งหมดเข้าสู่ร่างสองแล้ว

โซลน่อลเซเวียร์
-เป็นสุดยอดหุ่นยนต์รบต้นแบบตัวแรกของโปรเจ็ค DI.S.E. ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ สร้างจากโลหะโซลไดร์ฟราเที่ยม และเตาพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์อันแรกที่เสร็จสมบูรณ์ แต่พลังงานไดเมนชั่นนั้นมีอันตรายร้ายแรงมากเพราะเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่เคยทำลายมิติต่างๆมาแล้วมากมายในอดีต และจากการทดลองเดินเครื่องครั้งแรก โดยนักบินคือ ศจ. เฟรย่า ฟอนด์การ์ด(แม่ของพี่น้องฟอนด์การ์ด) ระบบไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้ เกิดคลั่งขึ้นมาทำให้ ศจ.เฟรย่า หายสาบสูญไปจากมิตินี้ โซลน่อลเซเวียร์จึงถูกสั่งปิดตายไว้ และถูกถอดระบบไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้ออกแต่ไม่ได้ทำลายหุ่นทิ้ง เพราะทางกองทัพเฟทเกทเห็นว่า สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาหุ่นรบรูปแบบอื่นๆได้ แต่ก่อนเกิดเหตุการณ์Dimension chaser ก็ได้ติดตั้งไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนอจี้เข้าไปใหม่ครั้ง และได้ไกด์กลายเป็นนักบินโดยสถานการณ์บังคับ โซลน่อลเซเวียร์มีอาวุธติดตัวระยะประชิดเป็นส่วนใหญ่  โดยอาวุธหลักคือ AXT-W01 ARC CALIBUR อาวุธรูปแบบดาบที่สามารถแปลงเป็นปืนได้ด้วยจำนวน2เล่ม และยังสามารถมาประกอบกันเป็นดาบเล่มเดียวกันได้ด้วยเรียกว่าGRAND CALIBUR โดยติดตั้งไว้ที่เอวทั้ง2ข้าง ดาบนี้ติดตั้งBARIA BREAKERสำหรับทำลายบาเรียทุกชนิดเอาไว้ นอกจากนี้ดาบคู่นี้ยังมีโหมดเสริมกำลังคืออิกนิชั่นโหมดที่จะเพิ่มกำลังของดาบและความเร็วของดาบให้มากยิ่งขึ้นไปอีก และใบดาบจะเปลี่ยนเป็นคริสตัลสีรุ้งที่สวยงามแทน และที่ปีกด้านหลังยังติดตั้ง ADW-01 ADAMON RAISER เป็นบิทพ็อด รูปแบบดาบด้านละ3ชิ้น โดยสามารถจู่โจมในระยะไกลและใช้สร้างสนามบาเรียได้ ระบบพิเศษสำคัญที่สุดที่ติดตั้งไว้บนโซลน่อนเซเวียร์คือDIMENSION SPHERE ENERGY (พลังงานมีสีเหมือนสีรุ้ง)ระบบพลังงานไดเมนชั่นที่เป็นพลังงานอนันต์ และยังทำให้โซลน่อลเซเวียร์สามารถเปิดประตูมิติเวลาและช่องว่างมิติเพื่อทำการวาร์ปได้เอง และยังสามมารถทำลายประตูมิติต่างๆได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีCROSS LINK SYSTEM ที่ทำงานเป็นระบบคู่ประสานกับฟาเรนชูไวส์ โดยจะทำงานทำให้นักบินทั้งสองเครื่องผสานการโจมตีร่วมกันได้ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้ง ORION SYSTEM FEEDBACK ที่สนับสนุนเพิ่มความสามารถของนักบินที่มียีนAM-C-TYPE-EXให้ปฏิกิริยาต่างๆสูงขึ้นอีกด้วย และยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวเอาไว้ด้วย และโปรแกรมลับสุดยอดคือโปรแกรมสนับสนุนรูปแบบสาวน้อยชื่อ"โซล"ที่มีร่างกายเป็นของตนเอง ซึ่งเธอจะทำหน้าที่ในการดูแลเกี่ยวกับระบบส่วนปลีกย่อยต่างๆของโซลน่อลและยังสามารถ คาดการณ์สถานภาพต่างๆ และวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆได้อย่างแม่นยำ และสิ่งที่พิเศษที่สุดคือเธอสามารถทำการซิงโครเข้ากับไกด์ซึ่งเป็นนักบินได้และจะเพิ่มพลังของทั้งไกด์และโซลขึ้นไปอีกระดับ ทำให้นักบินสามารถทำการตอบสนองและใช้อาวุธต่างๆได้เร็วขึ้น รวมไปถึงการอ่านสภาพการรบและประมวลผลต่างๆเข้าสู่นักบินได้โดยตรงได้ เพื่อจะเลือกทางเลือกที่ปลอดภัยกับนักบินมากที่สุด ซึ่งปกติไกด์จะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะเขาห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ การซิงโครนั้นระยะเวลาจะนานหรือไม่ขึ้นกับสภาพร่างกายของนักบินเอง เพราะกินพลังงานมากโซลนั้นมีบุคลิกเป็นของตนเองคือเป็นสาวน้อยผมยาวสีชมพู ตาสีฟ้า ท่าทางขี้เล่น ชอบหยอกไกด์บ่อยๆ แต่เธอจะค่อนข้างเชื่อใจและเชื่อฟังไกด์มาก แต่ก็มีบางทีที่หัวแข็งไม่ฟังก็มี แต่ก็มักจะเป็นห่วงไกด์เสมอ โซลสามารถออกมาจากโซลน่อลเซเวียร์ได้ด้วยตัวเองและสามารถติดตามไกด์ไปได้ด้วย นอกจากนี้ตัวโซลน่อลเซเวียร์มีระบบลิมิตเตอร์ติดอยู่ ทำให้ใช้พลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ได้100%เท่านั้นนั่นเพราะเตาพลังงานอันแรกนั้นยังคงมีความอันตรายสูงหากเดินพลังงานเกินกว่า100% แต่การใช้พลังงานได้ในแบบจำกัดนี้เองทำให้โซลน่อลเซเวียร์มาถึงขีดจำกัดในการต่อสู้กับเฟทโอเมก้า ไกด์ต้องการจะปกป้องฟิริน่ากับโมโมะจากเรนด์ให้ได้ โซลน่อลจึงตอบสนองความรู้สึกนั้นและมอบพลังให้โดยปลดโค้ด"verhindern"ให้กับไกด์ซึ่งทำให้โซลน่อลเซเวียร์เข้าสู่โหมดเบิร์ส

SOLNON XAVIER THEME LIMIT OVER


โซลน่อน เซเวียร์ โหมดBURST (DSX-XTA-1- SOLNON-XAVIER-BURST-ON)
ในโหมดนี้พลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้ จะเร่งพลังงานความเข้มข้นสูงออกจากเตาพลังงาน พลังงานสีรุ้งจะเปล่งประกายจากท่อพลังงานทั้งหมดออกสู่ภายนอกทั้งหมด ซึ่งจะเหมือนกับโซลน่อนเปล่งประกายและมีแสงสีรุ้งคล้ายปีกขนาดใหญ่ออกมาทางด้านหลัง อาเทน่าที่ส่วนหัวจะปรับหมุนลงมาตั้งตรง สีของส่วนอายส์จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส่วนปากของโซลน่อลจะเปิดออก ส่วนไหล่จะทำการขยับยกขึ้นเล็กน้อย และส่วนของหัวเข่าจะเลื่อนลงมาอีกเล็กน้อย ส่วนความสามารถต่างๆ ของโซลน่อนเซเวียร์จะสูงขึ้นทั้งหมดเช่น สามารถเคลื่อนไหวผ่านมิติด้วยความเร็วสูงสุดที่เรดาห์ไม่สามารถจับได้ เคลื่อนไหวแบบรวดเร็วจนศัตรูจนไม่สามารถประเมินได้ แน่นอนไม่สามารถจะล็อกเป้าหรือโจมตีใส่ได้ พลังในการปะทะนั้นสามารถทำให้ศัตรูที่ปะทะด้วยจะถูกบีบอัดด้วยไดเมนชั่นบาเรียจนได้รับความเสียหายหนัก และอาวุธที่ใช้นั้นจะถูกอัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นเข้าไปทำให้สามารถตัดผ่านได้ทุกอย่าง สามารถโจมตีแบบตัดผ่านมิติได้ เมื่อทำการใช้โหมดนี้ด้วยการระเบิดพลังงานไดเมนชั่นจะทำให้ระบบพลังงานอื่นๆ หรือแม้แต่ระบบพลังงานไดเมนชั่นเทียม หยุดการทำงานลงชั่วครู่เป็นเวลา 4.076 นาทีเพราะการแทรกแซงของระบบพลังงานไดเมนชั่น ซึ่งสามารถทำการควบคุมให้ทำการแทรกแซงหรือไม่ก็ได้ ในโหมดนี้จะไม่มีระบบใดหยุดการทำงานของพลังงานไดเมนชั่นได้นอกจากตัวไกด์เองเพียงคนเดียว ซึ่งโซลน่อนเซเวียร์จะคงสภาพนี้ได้นานเพียง17.745นาทีเท่านั้น เพราะหากเกินกว่านั้นจะเป็นอันตรายต่อนักบินและต่อตัวเตาพลังงานด้วย และเมื่อถึงลิมิตเวลา เตาพลังงานจะโอเวอร์ฮีท โดยพลังของโซลน่อลจะต้องรอชาร์จใหม่อีกครั้ง ซึ่งในสภาพนี้ความสามารถของโซลน่อลเซเวียร์จะเหลือเพียงแค่30%เท่านั้น

SOLNON XAVIER BURST THEME PLATINUM


SOLNON XAVIER FINAL HYPER BURST DAYBREAK


ระบบไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้
ระบบพลังงานมิติ ที่มีส่วนคอร์เป็นคริสตัลพลังงานมิติที่สมบูรณ์แบบ สามารถดึงเอาพลังงานมิติที่กระจายอยู่ในทุกห้วงมิติมาเป็นพลังงานได้ และระบบพลังงานนี้ยังสามารถทำการสร้างประตูมิติขึ้นได้เอง และสามารถใช้เพื่อการข้ามมิติหรือข้ามกาลเวลาได้หรือย่นระยะทางได้อีกด้วย ระบบนี้สามารถสร้างทางวาร์ปเพื่อลดระยะและเป็นการส่งผ่านตัวหุ่นหรืออาวุธเข้าหาเป้าหมายได้อีกด้วย เป็นระบบพลังงานที่มีพลังไร้ขีดจำกัด เป็นระบบพลังงานที่สามารถเสริมพลังงานไดเมนชั่นเข้ากับอาวุธต่างๆได้ อาวุธที่ได้รับพลังงานไดเมนชั่นในระดับเหมาะสมก็สามารถที่จะตัดผ่านมิติหรือสร้างช่องว่างมิติเพื่อโจมตีได้ ระบบพลังงานนี้เป็นระบบที่สมบูรณ์แบบที่ไม่สามารถถูกหยุดได้และเป็นระบบที่สามรถพัฒนาตัวมันเองได้อีกด้วย มันจึงเป็นระบบที่ไร้ซึ่งจุดอ่อน และยากที่จะเอาชนะหรือควบคุมได้ มันสามารถทำให้ผู้ควบคุมเดินทางข้ามมิติหรือเดินทางไปทั่วทั้งจักรวาลได้ สิ่งที่หวังมีเพียงอย่างเดียวคือมีคนจะคุมพลังงานไร้ขีดจำกัดนี้ได้ จะมีอยู่รึเปล่า

ระบบHyper Burst Mode
เป็นระบบเร่งพลังงานขึ้นอีกระดับของพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนอจี้ ซึ่งเป็นการเร่งพลังงานเฟสสองของระบบที่จะทำให้นักบินและเฮลฟิ่งเอลฟ์ใช้ระบบบซิงโครรีไวซ์ ซึ่งในสภาพนี้นักบินจะมองสภาพการณ์ทั้งหมดรอบด้านออกทั้งหมด รวมไปถึงสภาพล่วงหน้าของการเคลื่อนไหวจริงๆของศัตรูโดยรอบทั้งหมด จึงทำให้นักบินสามารถหลบหลีกการโจมตีได้ทุกชนิดในระหว่างนี้ รวมไปถึงการประเมินสภาพการณ์ทั้งหมดโดยรอบ ซึ่งจะทำให้นักบินสามารถดักทางการโจมตีได้ทุกประเภท และเคาท์เตอร์สวนได้ทันที นอกจากนี้โดยรอบของตัวยูนิทหุ่นรบจะทำการปล่อยพลังงานไดเมนชั่นความเข้มข้นสูงสุดออกมา ทำให้ศตรูที่เข้าใกล้ถูกบีบอัดด้วยอนุภาคแรงสูงจนเสียหายหนัก ซึ่งสีของพลังงานจะกลายเป็นละอองสีขาวบริสุทธิ์แทน การเคลื่อนไหวเมื่อใช้งานระบบนี้จะสามารถสร้างภาพติดตา ที่เป็นภาพจริงที่สามารถสร้างความเสียหายได้ในขอบเขตของพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ นอกจากนี้ระบบพลังงานยังจะทำการแทรกแซงระบบพลังงานอื่นๆ หรือระบบพลังงานไดเมนชั่นเทียมอื่นๆทำให้หยุดการทำงานได้ชั่วครู่ แต่ใช้ไม่ได้กับหุ่นรบรุ่นใหม่ของเฟทเกทที่ติดตั้งดีเมนชั่นแคนเซิลเล่อร์เอาไว้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากโซลน่อลเซเวียร์ไม่ได้ออกแบบให้ใช้พลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ที่ความเข้มข้นสูง จึงทำให้เตาพลังงานและส่วนโครงสร้างได้รับความเสียหายหลังจากที่ไกด์ใช้ครั้งแรก และครั้งที่สองมันทำให้โซลน่อลเซเวียร์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถที่จะซ่อมให้สมบูรณ์ได้ดังเดิม

2. DSX-XSA-1 FAHREN SCHUWISE ฟาเรน ชูไวส์
MODEL CONCEPT แองเจิ้ลลุก+ไวน์สลิตเตอร์ ใช้ไวน์สลิตเตอร์เป็นหลัก โทนสีขาว+ฟ้า
สูง23.6 เมตร
หนัก53.4ตัน
ประเภท เรียล PILOT ฟิริน่า
อาวุธ
1.BEAM VULCAN 1-2
2.ARM BEAM ARROW LANCHER 1-3 บีมรูปแบบลูกศรยิงจากช่องที่มือ
3.SCHUWISE RAPIER 1-3 ดาบเรเปียของฟาเรน ชูไวส์ ดึงออกมาจากเอว เป็นตัวดาบและบีมได้ทั้ง2รูปแบบ
4.ALEXNI FIN1-8 ปล่อยฟินออกจากปีกด้านหลัง ไปโจมตีศัตรูในระยะไกล โดนฟินรูปร่างเหมือนแฟรี่ของเอกซาแลนซ์ คอสโมไดรฟ์เวอร์ แต่สีขาว
5.DIMENSION RIFLE 1-6 รับไดเมนชั่นไรเฟิลจาก ซุพีเรีย แล้วยิงจู่โจม5นัด (ปืนแบบเรลกันของเซอบิรัส)
6.ALEXDECIDER FULL BURST 1-8 เดินเครื่องไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้เต็มกำลัง ยานรบสนับสนุนสุพีเรียแปลงร่างเป็นปืนใหญ่ อเล็กดิไซด์เดอร์ ยิงอัดประตูมิติ ไปโผล่อัดศัตรูอีกทีนึง ปืนใหญ่แบบของเบลเซรุท
7.ALEXDECIDER FULL BURST (MAP)
8.SCHUWISE BURST IMPACT 1-2 เดินพลังไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้100% เปิดประตูมิติออกแล้วฟาเรนชูไวส์ยิงอาวุธทุกชนิดแบบอัดกระจายเข้าใส่ประตูนี้แล้วเกทจะส่งกระสุนทั้งหมดใส่ศัตรูพร้อมฟาเรนที่บินมายิงทิ้งท้ายด้วยอเล็กดีไซเดอร์แบบเผาขน
9.GUARD AXIS ALEXDECIDER 1-8 ปลดลิมิตเตอร์200% เดินพลังไดเมนชั่นเอเนอจี้สเฟียร์ จนล้นออกมาเป็นปีกพลังงานกางราวกับเทพธิดา และอเล็กดีไซเดอร์ แปลงสภาพเป็นปืนใหญ่แบบสุดท้าย ยิงอัดผ่านประตูมิติแบบสุดแรงแล้วยิงแบบกระจายผ่านประตูมิติทุกบาน ปิดท้ายด้วยชาร์จ200%แล้วยิงอีกครั้ง หลังจากนั้นก็สยายปีกปิดระบบ (ปืนอันนี้แค่เปิดระบบทั้งหมดออกมา)
10.CROSS HEART DIMENSION1-3 ท่าประสาน หลังเดินพลังเป็น200%เปลี่ยนชื่อเป็น CROSS HEART DIMENSION ETERNALเหมือนโซลน่อนเซเวียร์
11.DI.S.E.BURST FINAL STRIKE 1-2 ท่าประสาน หลังเดินพลังเป็น200%เปลี่ยนชื่อเป็น DI.S.E.BURST FINALITY

ฟาเรน ชูไวส์
เครื่องต้นแบบอีกเครื่องที่ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับโซลน่อนเซเวียร์ โดยจุดประสงค์คือ เป็นเครื่องสนับสนุน และร่วมมือกับโซลน่อนเซเวียร์ในการจู่โจมและปฏิบัติภารกิจพร้อมๆกัน แต่สร้างเสร็จหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่โซลน่อนเซเวียร์คลั่ง ฟาเรนชูไวส์จึงไม่ได้รับความสนใจนัก เพราะจุดเด่นเพียงแค่เรื่องเดียวคือการโจมตีระยะไกล จึงคิดได้แค่ว่าหากไม่มีเครื่องป้องกันระยะใกล้การทุ่มทุนสร้างไปก็จะไร้ประโยชน์ แต่ความเป็นจริง ฟาเรน ชูไวส์ ของศจ.เอริคมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกมาก แต่ที่ศจ.เอริค และศจ.อารัน ไม่ได้เขียนเสนอไปเป็นเพราะไม่ต้องการให้นำพลังของฟาเรน ชูไวส์ ไปใช้ในการก่อสงคราม  ฟาเรน ชูไวส์ติดตั้งระบบAILE FLOAT ทำให้สามารถลอยตัวค้างในอวกาศแลอากาศได้โดยไม่เสียพลังงาน สร้างจากโซลไดร์ฟราเที่ยมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังติดตั้งCROSS LINK SYSTEM คู่กับโซลน่อนเซเวียร์ด้วย และระบบตรวจหาประตูมิติที่สามารถค้นหารอยแยกมิติและการเปิดมิติได้ นอกจากนี้ยังติดORION SYSTEM เช่นเดียวกับโซลน่อนเซเวียร์ ระบบอาวุธนั้นที่ติดกับตัวจริงๆคือSCHIWISE RAPIER กับAWR-01 ALEXNI FINเท่านั้น แต่อาวุธระยะไกลจริงๆ ถูกติดตั้งอยู่กับยานรบสนับสนุนSP-01 SUPERIOR โดยยานรบสามารถแปลงรูปแบบเป็นปืนขนาดใหญ่ALEXDECIDERได้ ฟาเรน ชูไวส์ ติดตั้งDIMENSION SPHERE ENERGY เช่นเดียวกันกับ โซลน่อนเซเวียร์และยังมีระบบสะท้อนบีมBEAM REFLECTION BARIA  ซึ่งสร้างจาก ALEXNI FINอีกด้วย นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวด้วยเหมือนกับโซลน่อนเซเวียร์ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสับสนุนเพื่อการซิงโครคือไวส์ สาวผมสีชมพูยาวอายุ19ปี อยู่ด้วย นิสัยของไวส์จะจริงจังกับทุกเรื่องยิ่งกว่าฟิริน่าซะอีก นอกจากนี้ฟาเรน ยังมีของจากอดีตคือปีกของเทพธิดาติดตั้งไว้อยู่ด้วยซึ่งพลังของมันก็ยังมิได้ถูกแสดงออกมา ฟาเรน ชูไวส์ ได้ถูกบังคับโดย ฟิริน่า ในตอนเข้าไปช่วยเหลือไกด์ ก่อนเกิดเหตุการณ์ DIMENSION CHASER
 ฟาร์เรน ชูไวส์นั้นก็มีโหมดBURSTเช่นกัน โดยจะเดินพลังงานทั้งหมดเหมือนโซลน่อน ทุกประการและจะกางปีกเทพธิดาออกมาสองปีก พร้อมทั้ง การ์ดแอกซิสนั้นจะทำการชาร์จพลังงานแรงสูงสุดทะลุจุดMAXได้ ซึ่งจะสร้างแนวยิงเป็นไดเมนชั่นไลน์ขึ้นมา แล้วยิงอัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นแรงสูงสุด อัดศัตรูตามไลน์และทะลวงเข้ามิติจนระเบิดสิ้น แต่ฟิริน่าก็ยังไม่ได้ใช้โหมดนี้ เพราะเธอไม่ต้องการจะทำร้ายใครนั่นเองโค้ดในการปลดล็อกของฟิริน่าก็คือ"Herz"ที่มีความหมายว่าหัวใจนั่นเอง
ฟาเรน ชูไวส์ THEME OVER THE WORLD WALL


ฟาเรน ชูไวส์ BURST THEME FAIRY DANG-SING


DSX-XTA-2-SCHWARZARBARAD-RIUS (ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส)
MODEL CONCEPT เมดิอุส โรก+โซลเดฟา ใช้เมดิอุสเป็นหลักครับ โทนสีดำ+เทาครับเหมือนโซลน่อลเซเวียร์ แต่ดูหนาและแข็งแกร่งกว่า หัวไม่เหมือนกัน และรีอัสเหมือนติดเกราะ
สูง25.7เมตร
หนัก57.6ตัน
ประเภทเรียล PILOT กู๊ด
อาวุธ
1.4X-BEAM MACHINE CANNON 1-5
2.DIMENSION BLASTOR 1-6 เปิดไหล่ยิงพลังงานแรงสูงออกมา
3.DIABOLOS-ASURA-EX 1-3 ใช้ดาบไดอาโบรอสและดาบอาชูร่า ที่พกอยู่ข้างเอว บินผ่านมิติเข้าไปฟันศัตรูโดยผ่านมิติ โดยฟันแบบแยก4ครั้งแล้วประกอบEX-FORMฟันศัตรูแบบผ่าครึ่งบนล่างในดาบเดียว (เหมือนไซเฟอร์กัน แต่เปลี่ยนเป็นสีดำ)
4.OVER DIMENSION GATE 1-10 สร้างเกทมิติขนาดใหญ่ ดูดกลืนศัตรูเข้าไปแยกร่างเอาเข้าโจมตีรอบทิศทางจากนั้นจึงใช้ร่างเงาจับศัตรูไว้ และจะถอยออกมาพร้อมทั้งบีบทำลายเกททิ้งจนแหลกละเอียด เกิดระเบิดอย่างใหญ่พร้อมกับซูมใบหน้ายิ้มเล็กน้อยของกู๊ด
5.OVER DIMENSION GATE 1-99 (MAP)
6.SIN-ASURA-DIABOLOS-BUSTER1-8 ดาบอาชูร่าสภาพปืน ยิงกระหน่ำใส่ศัตรูปิดท้ายด้วยไดอาโบรอสยิงคู่กันแบบกระหน่ำ ผ่านเกทมิติรอบตัวเข้าหาศัตรู
7.LUCIFER-ADAMON1-9บิทรูปดาบติดที่แขนทั้งสองข้าง สามารถพุ่งโจมตีศัตรูได้จากระยะไกล นอกจากนี้ยังสามารถดูดกลื่นพลังงานอื่นๆได้ด้วย(เหมือนของแอชเชวาร์แต่มีสีดำ)
8.DIABOROS-ASURA-FINAL-FORM1-3 เปิดระบบพลังงาน100%เปลี่ยนดาบไดอาโบรอสเป็นรูปแบบแท้จริงคืออาบพลังงานไดเมนชั่น พุ่งผ่านประตูมิติเข้ามาแทงใส่ศัครูและใช้ดาบอาชูร่าอาบพลังงานไดเมนชั่นฟันต่อเนื่อง5ครั้งแล้วแทงคาไว้ แล้วทิ้งดาบ อัดพลังงานทั้งหมดเป็นก้อนพลังยิงอัดศัตรูจนพังทลายไป เกิดระเบิดครั้งใหญ่
9.EX-FORM-CALIBUR-DARK IMPACT 1-4 เปิดระบบพลังงาน200%กางปีกพลังงานสีรุ้งด้านหลัง บินเข้าศัตรูอย่างรวดเร็ว และใช้ดาบทั้งสองฟันอย่างต่อเนื่อง5ครั้ง จากนั้นปล่อยพลังไดเมนชั่นขังศัตรูไว้แล้วชาร์จดาบด้วยพลังงานไดเมนชั่นแล้วฟันโดยแยกมิติทั้งหมดร้อมศัตรูในแนวดิ่งเกิดระเบิดใหญ่ หลังควันจางจะเห็นตาของหุ่นตัวนี้ในความมืดแล้วแล้วยกดาบขึ้นพาดไหล่
10.OVER THE DARK1-7 เปิดพลังงาน200%ใช้ดาบไดอาโบรอส แยกกับดาบอาชูร่า สองเล่ม สร้างวงแหวนไดเมนชั่นขึ้นมา พร้อมกับขว้างวงแหวนไปหาศัตรู โดยศัตรูจะถูกดูดเข้าไปในมิติที่มืดมิด พร้อมกันนั้นตัวเองก็เข้าไปด้วย และใช้ดาบฟันศัตรู8ครั้ง และสร้างไดเมนเกทระเบิดใส่ศัตรูหายไปในมิติแห่งความมืด
11.DIMENSION FORMATION TO THE END (ท่าประสาน)
12.X-FORM UNLIMITED RANGE
ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส
หุ่นยนต์ที่สร้างเสร็จหลังจากโซลน่อนเซเวียร์ มีพลังเหนือกว่าโซลน่อนเซเวียร์ในทุกๆด้าน ได้รับการเปิดตัวสู่สาธารณชนในนาม DIMENSION GUARDIAN เป็นเครื่องที่ได้ติดตั้งDIMENSION SPHERE ENERGY เช่นเดียวกัน และจากการทดลองประสิทธิภาพเป็นเลิศเกินกว่าโซลน่อน เซเวียร์ ในข้อมูลที่ทางกองทัพเฟทเกทได้ไป ทางกองทัพเฟทเกทจึงตั้งใจจะนำไปผลิตเป็นรุ่นผลิตจำนวนมาก ทั้งที่ไม่ได้เสนอข้อมูลอาวุธให้เลยสักชิ้น โดยอาวุธที่ศจ.อารันติดตั้งให้คือดาบคู่AXT-W02ไดอาโบรอสและAXT-W03อาชูร่า โดยดาบสองเล่มสามารถประกอบกันเป็นรูปแบบปืนได้ โดยปรับกระสุนได้แบบพลังงาน และแบบกระสุนSX-MK-V ที่สามารถเจาะทะลวงบาเรียได้ทุกชนิดและสาราถประกอบเป็นดาบใหญ่1เล่มได้เรียกว่าEX FORM และADW-02 LUCIFER-ADAMON บิทแบบดาบติดตั้งที่แขน มีความสามารถในการดูดกลืนพลังงานอื่นได้ และสามารถสร้างบาเรียแบบดูดกลืนพลังงานได้ด้วย นกจากนี้ยังติดตั้ง ORION-II SYSTEMเพื่อซัพพอร์ตนักบินด้วย ระบบจะทำงานเหมือนโซลน่อนเซเวียร์ นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE IIที่มีความเสถียรกว่าเอนจิ้นแบบแรก แต่ถอดCROSS LINK SYSTEM ออก เพราะไม่มีความจำเป็นในการในการโจมตีประสาน แต่ภายหลังกู๊ดติดตั้งเข้าไปใหม่ เครื่องนี้เป็นเครื่องที่กู๊ดแย่งชิงไปก่อนที่กองทัพจะนำไปทำเป็นรุ่นผลิตจำนวนมาก และเป็นเครื่องต้นแบบที่ก่อโศกนาฏกรรรมDIMENSION CHASERขึ้น นอกจากนี้มันยังคงมีความลับอีกมากที่ยังไม่เปิดเผย ซึ่งกู๊ดกล่าวว่าตอนที่มันเปิดมิติเพื่อทำลายที่นั้นยังใช้พลังงานไม่ถึง50%เลยทีเดียว ชูวาสเซอร์นั้นมีเตาพลังงานแบบรูปแบบที่สองที่ไม่มีการจำกัดพลังงานโดยลิมิตเตอร์ ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องตัวล็อคระบบ มีโปรแกรมช่วยควบคุมเป็นสาวน้อยผู้เย็นชาที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวของโซลคือ รีอัส สาวผมสั้นประบ่าสีม่วง ช่วยดูแลพลังงานต่างแต่นิสัยนั้นต่างกับโซลแบบคนละขั้ว รีอัสและกู๊ดจะใช้งานโหมดBURSTได้นานกว่าโซลกับไกด์ที่เวลา19.465นาที ชูวาทเซอร์นั้นแท้จริงแล้วได้มีการติดตั้งของจากอดีตไว้หนึ่งชิ้นคือ กุญแจแห่งชีวิต มีลักษณะแบบเดียวกับกุญแจราชาของโซลน่อนเพราะถูกสร้างมาจากอดีตอันแสนไกลพร้อมกัน ซึ่งจะแสดงพลังออกมาในภายหลัง
ชูวาทเซอร์เองก็มีโหมดBURSTเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเหมือนกับโซลน่อนทุกประการ และยังสามารถใช้เอ็กซ์ฟอร์ม อิมแพค-อันลิมิตเรนจ์เป็นดาบยาวขนาดใหญ่เท่ากับโซลน่อนได้ แต่ต่างกันตรงที่จะฟาดเพียงครั้งเดียวแบบผ่าลงตรงๆ

SCHWARZARBARAD-RIUS THEME WATCH DOG FROM HELL


SCHWARZARBARAD-RIUS BURST THEME LET'S IGNITION


DSX-XSA-2 FAHRWEN LITCRAFT ฟาร์เวน ลิทคราฟ
MODEL CONCEPT ไลน์ ไวสริท เเองเจิ้ลลุก ใช้ไลน์ ไวท์สริทเตอร์เป็นพื้นฐาน โทนสีขาว+เขียว+ดำ
สูง24.2 เมตร
หนัก54.7ตัน
ประเภท เรียล PILOT เอน่า
อาวุธ
1.6X-VULCAN POD 1-2 ยิงจากส่วนลำตัวและส่วนหัว
2.APOLLON LANCHER1-8  ปืนใหญ่อโพลอนจากยานสนับสนุน SP-02 HYPERION คว้ามาแล้วยิงแบบรัวปิดท้ายด้วยชาร์จยิงอีกที (เหมือนเวกเตอร์กันของบรันเนจมีสีแดง)
3.DIAMOND FREEZER BUSTER  1-8 ปืนใหญ่อีกกระบอกจากยานไฮเพอเรี่ยน ยิงเป็นเลเซอร์สีฟ้า คุณสมบัติเป็นแสงแช่แข็งโดยอุณภูมิต่ำแบบสุดๆยิงแบบสาดกระจาย(เหมือนเวกเตอร์กันของบรันเนจแต่สีฟ้า)
4.CRIMSON AND BLUES IMPULSE 1-9 ยิงทั้งอโพลอนลันเชอร์ คู่กับไดมอนฟรีชเชอร์ ใส่ศัตรูโดยเปิดมิติไว้ด้านหลัง ปิดท้ายโดยการยิงอัดประตูมิติ แล้วประตูปิด
5.ZENON RIFLE 1-9 ปืนใหญ่เซน่อนกันจากยานไฮเปอร์เรี่ยน ยิงเป็นกระสุนจริง SX-MK-V ยิง7นัด
6.GUNDARION SABER 1-2 ดาบที่ไม่มีตัวดาบ ดึงจากเอว บินผ่านประตูมิตแล้วแทงศัตรูแบบรัว ปิดด้วยแทงผ่าน (รูปแบบดาบเรเปีย)
7.JUDGEMENT DIMENSION SHAKER1-8 เปิดประตูมิติออกรอบๆตัวศัตรู และรอบตัวเองยานไฮเปอเรี่ยนแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่GRYPHON LORDหมุนตัวยิงอัดผ่านประตูมิติ รอบทิศทาง กระสุนแสงโดนศัตรูรอบทิศทางแล้วโผล่ผ่านประตูมิติมายิงอัดประชิดอีกที
8.ABSOLUTION ZENON GRYPHON LORD BURST 1-9 ยิงกริฟฟ่อนลอร์ดในสภาพฟูลเบิร์ส ยิงอัดศัตรูแบบทะลวงมิติไปกระแทกศัตรูไปจนถึงมิติอีกแห่งหนึ่งแล้วบินข้ามประตูมิติไปโผล่ที่เดียวกันแล้วยิงอัดแบบฟูลเบิร์สแบบประชิดจนศัตรูหายไปเป็นฝุ่น
9.APOLLON LANCHER (MAP)
10.DIAMOND FREEZER (MAP)
11. DIMENSION FORMATION TO THE END (ท่าประสาน)

ฟาร์เวน ลิทคราฟ
เครื่องที่สร้างเสร็จพร้อมๆกันกับซูวาสเซอร์บาราท รีอัส เป็นรุ่นเพิ่มกำลังโดยปรับปรุงจากฟาเรน ชูไวส์  เปิดตัวในฐานะการ์เดี้ยนคู่กับชูวาทเซอร์บาราท รีอัส โดยเพิ่มอานุภาพการยิงไกลให้สูงขึ้น โดยอาวุธยิงระยะไกลรุนแรงขึ้น แต่ถอดระบบบิทออก ฟาร์เวน ลิทคราฟ ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันกับยานรบสนับสนุนSP-02 HYPERION  ซึ่งระบบนี้ยังคงเหมือนกับฟาเรน ชูไวส์ โดยรับอาวุธจากยานขนส่งที่ติดตั้งHYPER COMPUTERเช่นกัน  โดยอาวุธที่มีก็คือAWR-X-01 APOLLON LANCHER ปืนยิงพลังงานแรงสูงที่ติดตั้งไว้กับ ยานไฮเพอเรียน AWR-X-02 DIAMOND FREEZER BUSTER ปืนยิงเลเซอร์อุณหภูมิต่ำ เพื่อการแช่แข็ง ตัวยานไฮเพอเรี่ยนสามารถแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่กริฟฟ่อนลอร์ดได้ นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE III แบบเพิ่มกำลังพิเศษเพื่อการHIT AND RUN อย่างรวดเร็วนอกจากนี้ก็ได้ติดตั้งระบบเซนเซอร์ความเร็วสูงซึ่งมีแต่เอน่าเพียงคนเดียวที่สามารถตามระบบนี้ได้ทัน เครื่องนี้ก็ได้รับการติดตั้งไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนอจี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังติดตั้งORION SYSTEM II เช่นเดียวกับซูวาสเซอร์บาราท รีอัสและติดตั้ง CROSS LINK SYSTEM ไว้ด้วย หุ่นเครื่องนี้เอน่าได้ขโมยออกมาจากโรงงานในLABของกองทัพ พร้อมกันกับกู๊ด และปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันตลอด นอกจากนี้เจ้านี่ยังคงมีปริศนาซ่อนไว้เช่นกันเดียวกันกับ ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส ฟาร์เวนนั้นจริงๆแล้วปิดซ่อนระบบไฮเปอร์ไดร์ฟเอาไว้ ซึ่งระบบนี้จะทำให้ทั้งนักบินและตัวหุ่นเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งก็คงใช้โปรแกรมสนับสนุนเช่นเดียวกันคือ คราฟ
แต่คราฟจะต่างจากโปรแกรมสนับสนุนอื่นๆตรงที่ จะไม่ทำการซิงโครกับนักบินโดยตรง แต่จะทำการซิงโครผ่านน้ำตาเทพธิดาซึ่งเป็นมรดกที่อยู่ในตัวฟาร์เวน ซึ่งการซิงโครผ่านมรดกนั้น ทำให้นักบินแสดงความสามารถสุดยอออกมา แต่จะกินพลังงานมาก ปกติคราฟจะเป็นคนพูดมาก บ่นเก่ง สนิทกับเอน่า คราฟมักจะพูดมากจนบางทีเอน่าก็จะเฉยๆไปซะเลย ท่จริงที่เป็นแบบนี้เพราะคราฟนั้นเป็นห่วงมาสเตอร์ของเธอที่ดูเป็นคนเงียบไม่ค่อยพูด จึงพยายามพูดให้เอน่าเปิดใจ แต่เวลาเอาจริงก็เก่งใช่ย่อย เป็นสาวผมยาวสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาล อายุราว20ปี
ฟาร์เวน ลิทคราฟเองก็มีโหมดBURST เช่นเดียวกับฟาร์เรน ซึ่งจะเหมือนกันทุกประการ แตกต่างที่เอน่า จะใช้ไดเมนชั่นไลน์แรกปิดเส้นทางหนีแล้วเปิดอีกไลน์ขึ้นมายิงแบบอัดสองทาง

FAHRWEN LITCRAFT THEME AUTUMN LONELINESS


FAHRWEN LITCRAFT BURST THEME GUARDIAN ANGEL
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2010, 07:55:43 PM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 01:36:39 AM »

MECHANIC II

DSX-XTA-05-DIVINE WINGS
IMAGE CONCEPT เวก้าเรี่ยน+แฟนท่อมกาโอ สีดำเป็นหลักสลับแดง

ยานรบปริศนาของ DARK STALKER TEAM ทั้งระบบอาวุธทั้งหมดยังเป็นปริศนาอยู่ แต่ยานรบลำนี้ได้ติดตั้งเตาDIMENSIONSPHERE ENERGY ไว้ด้วยและมันยังสามารถเปลี่ยนเฟรมในการรบแบบฉับพลันได้อีกด้วย ยานรบลำนี้ยังไม่ทราบที่มาและผู้สร้าง ทั้งพลังอาวุธและความเร็วนั้น เป็นความเร็วของยานที่มาจากอนาคตอันไกลโพ้นอย่างแน่นอน..ซึ่งจะทราบภายหลังว่าผู้สร้างคือ ศจ.เฟรย่า ฟอนด์การ์ด คุณแม่ของไกด์สร้างขึ้น โดยมอบให้พวกโมกะ ที่เป็นไบโอฮิวมานอยด์ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อควบคุมยานรบลำนี้ โดยมอบภารกิจให้ตัดสินใจได้เองภายใต้คำสั่ง "จงทำให้พวกเค้าเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง หากสามารถยอมรับได้ก็จงเป็นพลังให้พวกเค้า ในการต่อสู้ที่แท้จริง" ดีไวน์วิงค์ ถูกสร้างด้วยโลหะแบบใหม่คือ เนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ที่ได้สามารถสร้างได้สำเร็จในอนาคต สุดยอดแห่งแร่โลหะที่มีความแข็งแกร่งที่สุดและสามารถเปลี่ยนสภาพได้เองตามการใช้งาน และมีความสามารถเข้ากับพลังงานไดเมนชั่น สเฟียร์มากที่สุดซึ่งสามารถรองรับพลังงานความเข้มข้นสูงที่สุดได้ และมันยังมีความพิเศษสองอย่างคือสามารถทำให้โลหะหรือแร่ชนิดอื่นๆที่ทำการสัมผัสมันยามอาบพลังงานไดเมนชั่นสูญเสียสภาพดั้งเดิมและการฟื้นฟูสภาพไป และมันยังเป็นแร่ที่ทำให้หุ่นที่ติดตั้งไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนอจี้สามารถเบี่ยงเบนพลังการโจมตีทางกายภาพที่จะเข้าถึงตัวหุ่นได้ แต่ข้อเสียคือมันมีจำนวนน้อยมากและความเข้ากันได้ของพลังงานไดเมนชั่นนั้นต้องเหมาะสมจริงๆหรือบริสุทธิ์จริงๆถึงจะนำมาใช้งานได้.. พวกโมกะได้เคลื่อนไหวโดยเข้าปฎิบัติภารกิจทั้งผู้คอยทดสอบ เก็บข้อมูล เข้าช่วยเหลือ พวกไกด์เรื่อยๆ..ทั้งนี้เพื่อให้ถึงวันนึงที่จะมอบของชิ้นนึงให้กับพวกไกด์ให้ได้
ดีไวน์วิงค์เป็นยานรบขนาดกลางความเร็วสูง โดยเน้นการจู่โจม แบบฮิตแอนรัน สามารถเดินทางผ่านมิติได้ตามลำพัง และยังสามารถใช้dimensiondrive unitในการทำความเร็วได้สูงสุดขณะอยู่ในเกทมิติละพื้นที่ปกติโดยจะเพิ่มความเร็วและการโจมตีก็จะสูงไปอีกระดับด้วย อาวุธที่ติดตั้งไว้คือ
1.STAR DUST LAUNCHER ปืนลำแสงแบบโฮมมิ่ง สามารถยิงสาดกระจายได้ทั่วยานรบ
2.EXPERIMENT FAIRY บิทรูปแบบปีกที่สร้างขึ้นจากพลังงานไดเมนชั่น ที่ใช้กระแทกหรือยิงจากระยะไกลได้
3.PHOENIX BREAK ใช้บูสเตอร์กำลังสูงพุ่งผ่านประตูมิติด้วยความเร็วสูงเข้ากระแทกศัตรู
4.OMEGA BURST CANNON ปืนใหญ่กำลังสูงของยสนรบลำนี้ สามารถอัดพลังงานไดเมนชั่นด้วยกำลังสูงแล้วยิงได้หลายรูปแบบ เช่นBURSTยิงแบบอัดพลังงานสูง SPREADยิงแบบกระจาย ปืนนี้ติดตั้งไว้2กระบอก ที่ส่วนบนของยาน และสามารถย้ายไปส่วนล่างได้เช่นกัน
5.PHOENIX CALIBUR CRASH เปิดดาบขานดเล็กทั้งหมดที่ตัวยานมีพร้อมกับอัดพลังงานไดเมนชั่นทุกเล่ม แล้วยิงกระสุนไดเมนชั่นแรงสูงอัดศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้...แล้วพุ่งผ่านประตูมิติ เข้าปะทะได้ทันทีจนศัตรูแหลกเป็นชิ้น
6.SPREAD DIMENSION MISSILE มิซไซล์อัดพลังงานไดเมนชั่นขนาดเล็ก ยิงป้องกันได้ทั่วทั้งยาน
7.MANUVER GALACTICA RAID ยิงกระสุนอาวุธทั้งหมดที่มีเข้าปะทะศัตรู รวมถึงใช้ดาบฟีนิกซ์เข้าปะทะครั้งสุดท้าย ไม้ตายนี้ต้องใช้โดยการเปิดพลังงานไดเมนชั่น100%
8.FINAL MANUVER X-IMPACT RAID เปิดพลังงานไดเมนชั่น200% พร้อมกันนั้นก็ใช้อาวุธทุกชนิดยิงจากระยะไกลแล้วเปิดเกทล้อมศัตรูพร้อมพุ่งผ่านเกทเข้าชนศัตรูทุกทิศทาง
9.DI.S.E.BURST IMPACT-X-INFINITE ท่าประสานสูงสุด โดยหุ่นในPROJECT ปลดลิมิตเตอร์แล้วเข้าปะทะ
ดีไวน์วิงค์นั้นนอกจากจะสร้างด้วยโลหะพิเศษแล้วยังมีระบบพิเศษคือ SUPER CANCEL SYSTEM ที่สามารถยกเลิกความสามารถพิเศษของระบบต่างๆที่ไม่ใช่พลังงานไดเมนชั่น ไม่สามารถทำงานได้ ภายใต้ระบบนี้ ในระยะเวลาหนึ่งๆ

เพลงประจำยานลำนี้ครับ


R-DSX-03-XDR-LUMINOUS-WISESAVIOUR
หุ่นรบที่ไม่สร้างที่มาหรือผู้สร้าง เป็นหุ่นรบที่มิซึโฮชิ โมกะ นำมามอบให้กับแพททริเซีย ฟรานเลเรีย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2010, 08:31:04 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 03:45:10 PM »

Macha

Red Eternal


Picture by hagane.f

สูง: 25 m.
หนัก : 86 ตัน
แผ่นเกราะ : โลหะผสมไดโฟซัน
แหล่งพลังงาน : คริสตัลคอร์

อาวุธ :
1. ดาบพลังงานพลาสสติน่า คริมสันเฟรม x 2 (สามารถนำมาต่อเข้าด้วยกันเป็นทวินเบลดได้)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. กรงเล็บ ไดโฟซันครอว์ (เท้า) x 2
4. กรงเล็บ กิกัสไดโฟซันครอว์ (แขน) x 2 (กรงเล็บนี้สามาถยิงออกไปได้ในลักษณะคล้ายกับไวเยอร์ฟิสต์ มีระยะยิงไกลถึง 200 เมตร)
5. เซอร์เบรัสเฮด x 3 (หัวสุนัขที่บ่าสองข้าง และที่หลัง สามารถใช้เป็นอาวุธได้โดยถอดมาติดแขนเป็นสนับมือหรือยืดออกไปเป็นคีมขนาดใหญ่เพื่อบีบจับหรือทำลายศัตรูได้ในระยะ 5 เมตรลักษณะจะคล้าย ๆ แขนของดราก้อนกันดั้มสามารถพ่นไฟ ยิงพลาสสติน่าบัสเตอร์ และใช้เป็นฮีทนัคเคิ้ลได้อีกด้วย)
6. ฮีทแทคเคิ้ล x 19 (เป็นจุดปล่อยพลังงานที่อยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของเรดเอทานอล มีไว้เพื่อปล่อยพลังงานพลาสติน่าออกมาในรูปร่างต่าง ๆ เพื่อใช้ในการโจมตีและป้องกัน ซึ่งโดยปกติจะเปิด,ออกมาในรูปของใบดาบแสงสีแดงสด ซึ่งจะมีจุดติดตั้งตามนี้คือ ฝ่ามือ , กำปั้น , แขน , ข้อศอก , บ่าตรงบริเวณจมูกของหัวเซอร์เบรัส , ปลายเข่า , ฝ่าเท้า , ส้นเท้า และ บูสเตอร์ส่วนหลังบริเวณด้านข้าง)

ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดหมาป่าสามหัว
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ผู้ควบคุม : ซัลเทิ้ล กับ ทีน่า

ประวัติ : เครื่องหมายเลข 1 ในซีรีส์ของเรย์เบลดถือว่าเป็นเครื่องใช้งานจริงเครื่องแรกพัฒนาจากแนวคิดของซัลเทิ้ล ผนวกกับวิทยาการโบราณที่ได้รับมอบมาจากพระแม่แห่งจันทรา ซึ่งก็คือแกนพลังงาน "คริสตัลคอร์" สร้างขึ้นมาเพื่อมอบให้กับทีน่าหญิงคนรักของเขาและยังถือว่าเป็นเรย์เบลดเครื่องแรกที่ถูกนำไปใช้ในสงครามจริง โดยมีการนำระบบควบคุมแบบ Pair System เข้ามาใช้เป็นตัวแรกรวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนร่างเป็นบีสต์โหมดก็ถูกนำมาใช้เป็นตัวแรกด้วยเช่นกัน เรดเอทานอลถูกออกแบบให้มีความสามารถในการต่อสู้ประชิดตัวโดยใช้อาวุธที่ติดตัวอยู่เป็นหลักมากกว่าใช้อาวุธที่ต้องถือด้วยมือของตัวแพนเซอร์เองเพราะการแปลงร่างเป็นบีสต์โหมดของมันทำให้การถืออาวุธทำได้ยาก จึงได้ทำการติดตั้งอาวุธบนตัวไว้แทน มันมีความสามารถในการเคลื่อนที่ในพื้นที่ต่างระดับสูงมากเพราะ พลังในการกระโดดและเคลื่อนไหวบนพื้นดินนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมกว่าแพนเซอร์ทุกรุ่นในยุคนั้น และการที่มันมีรูปร่างเป็นเหมือนหมาป่าทำให้มันสามารถสร้างตำนานข่มขวัญทหารศัตรูที่ถูกมันลอบโจมตีท่ามกลางพายุหิมะเมื่อสมัยมหาสงครามได้เป็นอย่างดี

Normal Theme : Watchdog of Hell (Remix)


Real Face Theme : Burn Now!


Blue Riser


Picture by hagane.f

สูง: 25 m.
หนัก : 81 ตัน
แผ่นเกราะ : โลหะผสมไดโฟซัน
แหล่งพลังงาน : คริสตัลคอร์

อาวุธ :
1. หอก 3 ง่ามไดโฟซัน ไทรเด้น
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ดาบไกเซอร์โนว่า (ซ่อนไว้ที่โลห์)
4. กรงเล็บ ไดโฟซันครอว์ (มือและเท้า)
5. ไรเซอร์ชิลด์ (ส่วนปลายโล่ห์ใช้โจมตีในลักษณะหมุดตอกด้วยแรงดันอากาศ และยังโจมตีระยะไกลด้วยกระสุนอัดอากาศได้อีกด้วย)
6. ไรเซอร์แอว์โร่ว์ (บริเวณส่วนกลางของโล่ห์ปกติจะปิดซ่อนช่องยิงเอาไว้ รูปแบบการโจมตีคือศรเวทย์มนต์)
7. พลาสสติน่าเมก้าแคนน่อน (ลูกแก้วที่อก)
 
ความสามารถพิเศษยูนิต
1. โหมดยานบินความเร็วสูงรูปนกอินทรีย์
2. สนามพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ผู้ควบคุม : เซริออส กับ เซเรน่า

ประวัติ : เครื่องหมายเลข 2 ในซีรีส์ของเรย์เบลดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบให้เซริออสโดยเฉพาะ ระบบพื้นฐานต่าง ๆ ได้รับการปรับปรุงให้แตกต่างไปจากเรดเอทานอลเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะ ในเรื่องของการเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นยานบินไม่ใช่ยูนิตสำหรับรบภาคพื้นดินอีกต่อไปหรือแม้แต่การเพิ่มอาวุธสำหรับต่อสู้ระยะไกลที่เพิ่มมากขึ้น บลูไรเซอร์จึงเป็นแพนเซอร์ตัวแรกที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นยานบินความเร็วสูงได้ และในจุดนี้เองที่นำไปพัฒนาต่อให้กับเรย์เบลดเครื่องอื่น ๆ ในเวลาต่อมา ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของบลูไรเซอร์คือความสามารถในการสู้รบใต้น้ำนั้นเหนือกว่าเรย์เบลดเครื่องไหน ๆ เนื่องจากมีการติดตั้งระบบท่อขับดันอากาศจึงสามารถเคลื่อนไหวใต้น้ำได้อย่างอิสระ

Normal Theme : The Time I'm Seeing You IMPACT Ver .

Real Face Theme : Ace Attacker Ver.W OGS


Dark Rayblade


Picture by hagane.f

สูง: 25 m.
หนัก : 75 ตัน
แผ่นเกราะ : โลหะผสมไดโฟซัน
แหล่งพลังงาน : คริสตัลคอร์

อาวุธ :
1. ดาบไดโฟซัน คาลิเบิร์น
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ดาบคู่เลวาเทีย (ซ่อนไว้ที่เอวทั้งสองข้างสามารถเปลี่ยนเป็นแส้ได้)
4. ไวเยอร์คัทเตอร์ x 10(ปลายนิ้วทั้งสิบ)
5. นิวตรอนบอล x 20 (สร้างจากผู้ควบคุม)
 
ความสามารถพิเศษยูนิต
1. โหมดยานบินความเร็วสูงรูปมังกร
2. สนามพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ผู้ควบคุม : อัลลูไค กับ ซิลเวีย

ประวัติ : เครื่องหมายเลข 3 ในซีรีส์ของเรย์เบลดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบให้อัลลูไคโดยเฉพาะ ระบบพื้นฐานต่าง ๆ เหมือนกับเครื่องอื่น ๆ แต่มีการปรับแต่งในเรื่องของความสมดุล และความยืดหยุ่นตัวของเส้นใยควบคุมข้อต่อเป็นพิเศษเพื่อให้เคลื่อนไหวแบบต่อเนื่องมีความเสถียรและคงทนมากขึ้น เพื่อให้ตอบสนองกับการควบคุมของอัลลูไคที่มักจะทำให้ข้อต่อของแพนเซอร์ทั่ว ๆ ไปสึกหรอและเสียหายเพราะการเคลื่อนไหวที่เกินพิกัดอยู่บ่อยครั้ง ในโหมดยานบินความเร็วสูงทำความเร็วได้สูงสุด 27.2 มัค มีความเร็วเป็นเลิศที่สุดในคลาสไรเบลดด้วยก

Normal Theme : Dark Knight

Real Face Theme : Chaos


Silver Duke


Picture by hagane.f

สูง: 28 m.
หนัก : 120 ตัน
แผ่นเกราะ : โลหะผสมไดโฟซัน
แหล่งพลังงาน : คริสตัลคอร์

อาวุธ :
1. ดาบยักษ์ไดโฟซัน แกรนดิส x 1 (ดาบใหญ่ที่สามารถแยกออกเป็นดาบคู่ได้)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. ไวเยอร์คัทเตอร์ x 60000 (ซ่อนไว้ในซิลเวอร์เฟเซอร์ 6 ที่ติดอยู่กับปืนใหญ่ ส่วนเกราะแขน ขา และ หลัง)
4. ซิลเวอร์เฟเซอร์ x 6 (ปีกที่หลังสามารถถอดออกมาเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์โจมตี ป้องกัน และเสริมพลังได้ โดยโหมดโจมตีสามารถใช้ยิงพลังกราวิตี้ ไวเยอร์คัทเตอร์ หรือพลังบีบอัดมิติ โหมดป้องกันสามารถเป็นโล่ห์ที่คอยรับการโจมตีผ่านทางการควบคุมของเวราโด้ หรือ ไอกริซ โหมดเสริมพลังใช้เป็นตัวสะสมและขยายรัศมีของเวทย์มนต์ต่าง ๆ )
5. พลาสติน่ารีเฟรกอาร์มเมอร์ (เกราะป้องกันที่สามารถถอดออกมาประกอบเป็น พาหนะรูปร่างเหมือนม้า)
6. สปายเฟมิล่า x 12 (ไม่ใช่อาวุธสำหรับโจมตี แต่เป็นอุปกรณ์สำหรับสอดแนมและดูสภาพโดยรวมของพื้นที่ทั้งหมดในสนามรบ โดยจะซ่อนตัวเองอยู่ภายช่องว่างของมิติเพื่อสอดแนมศัตรูจึงทำให้ไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยระบบค้นหาปกติ สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วพร้อมระป้องกันตัวด้วยสนามพลังขนาดเล็กและมีระบบเทเลพ็อตติดตั้งเอาไว้เพื่อทำการวาร์ปกลับมาเติมพลังงาน)

ความสามารถพิเศษยูนิต
1. โหมดยานบินความเร็วสูงรูปมังกร
2. สนามพลังป้องกันอัตโนมัติระดับสูง
3. Real Face Mode

ผู้ควบคุม : เวราโด้ กับ ไอกริซ

ประวัติ :  เครื่องหมายเลข 4 ในซีรีส์ของเรย์เบลดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบให้เวราโด้โดยเฉพาะ โดยหลักพื้นฐานแล้วซิลเวอร์ดยุคสร้างออกมาพร้อมกับดาร์กเรย์เบลด จึงมีรูปร่างพื้นฐานเหมือนกันทุกอย่างยกเว้นส่วนหัวและแพนปีกด้านหลังเท่านั้นที่ถูกออกแบบให้ต่างออกไปทว่าซิลเวอร์ดยุคนั้นได้รับความเสียหายในการออกรบครั้งแรกเพราะไม่อาจต้านทานแรงอัดมหาศาลที่เกิดจากท่าไม้ตายของตัวเองได้ทำให้ผิวเกราะภายนอกปริแตกออกภายหลังจึงต้องมีการสร้างเกราะเสริม "พลาสติน่ารีเฟรกอาร์มเมอร์" ที่มีเข้ามาติดตั้งให้มันจึงเป็นเรย์เบลดเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สวมใส่เกราะหุ้ม แต่การใส่เกราะทำให้มันสูญเสียความสามารถในการเปลี่ยนร่างไป ภายหลังจึงดัดแปลงให้เกราะสามารถถอดออกและสวมใส่ได้ใหม่กลางสนามรบโดยทำให้มันอยู่ในรูปแบบของโกเล็มรูปร่างม้าที่สามารถควบคุมจากระยะไกลได้แทน 

นอกจากนี้แล้วยังมีการนำอาวุธควบคุมระยะไกลเช่นสปายเฟมิล่ามาติดตั้งเพิ่มเข้าไปด้วย โดยติดตั้งไว้บริเวณแพนปีกหลังใกล้ ๆ กับพลาสสติน่าแคนน่อนของซิลเวอร์ดยุค ควบคุมการทำงานโดยไอกริซและมีเวราโด้เป็นคนคอยดูข้อมูลเหล่านั้นในเวลาที่ใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ซิลเวอร์ดยุคจะไม่เคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นเพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาในการควบคุมและประเมินผลข้อมูล แต่เพราะมันสามารถมองเห็นได้ทั่วถึงจึงทำให้มันเป็นราวกับป้อมบัญชาการเคลื่อนที่คอยสั่งการให้ทหารใต้บัญชาต่อสู้ได้อย่างดีเยี่ยมมากขึ้น เพราะเหตุผลนี้เวราโด้จึงไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงของซิลเวอร์ดยุคเลยจนกระทั่งจบมหาสงคราม อนึ่งแม้ซิลเวอร์ดยุคจะดูเทอะทะอุ้ยอ้ายแต่เพราะความสามารถในการควบคุมกราวินี้ของเวราโด้จึงทำให้น้ำหนักของมันไร้ความหมาย ความคล่องแคล่วของซิลเวอร์ดยุคเรียกได้ว่าไม่เป็นรองเรย์เบลดเครื่องอื่น ๆ แม้แต่น้อยซ้ำยังใช้การเปิดมิติพุ่งเข้าจู่โจมได้อย่างฉับไวอีกด้วย

Normal Theme : Marionette Messiah

Real Face Theme : Platinum Lucifer


Gold Savior


Picture by hagane.f

สูง: 25 m.
หนัก : 70.35 ตัน
แผ่นเกราะ : โลหะผสมไดโฟซัน
แหล่งพลังงาน : คริสตัลคอร์

อาวุธ :
1. พลาสติน่าเซเบอร์ x 2 (ดาบพลังงานพลาสติน่าซ่อนอยู่ที่กระโปรงหลัง)
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. พลาสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ x 2

ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินความเร็วสูง
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ผู้ควบคุม : คาริส กับ ริโคริส

ประวัติ :  เครื่องหมายเลข 5 ในซีรีส์ของเรย์เบลด ที่ไม่ได้ถูกนำออกมาใช้งานเมื่อครั้งมหาสงครามเนื่องจากสงครามได้จบลงเสียก่อน กระบวนการสร้างจึงได้ถูกระงับ แต่ภายหลังองค์ราชาได้มีคำสั่งให้สร้างต่อจนเสร็จสิ้น จึงได้มีการทำให้เสร็จสมบูรณ์และมอบเป็นขวัญให้กับรัชทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งราชวงศ์วาเลนเดีย "องค์ชายมาติอุส วาเลนเดีย" โดยทาสีทองเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความรุ่งเรือง เนื่องจากเป็นหุ่นที่สร้างหลังสงครามจึงไม่ได้ทำการติดตั้งระบบอาวุธอื่นใดเป็นพิเศษเช่นเดียวกับสี่เครื่องก่อน อาวุธหลักของโกลด์ซาเวียมีเพียง พลาสติน่าแคนน่อนและดาบไดโฟซันอัลเทม่าเท่านั้นแต่หลังจากองค์ชายถูกลอบปลงพระชนน์ โกลด์ซาเวียจึงไร้เจ้าของและถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในราชวัง แต่ภายหลังริโคริสได้นำมันออกมาใช้และได้มีการดัดแปลงด้วยการติดพลาสติน่าไฮเปอร์บลาสเตอร์ลงไป ทั้งนี้ยังเปลี่ยนดาบเป็นดาบพลังงานพลาสติน่าแทน เนื่องจากดาบไดโฟซันอัลเทม่านั้นได้ถูกมอบให้ไวท์แอสคอสไปแล้ว
โกลซาเวียที่ได้รับการปรับปรุงมีเชื่อเรียกกันในหมู่เทพสงครามว่า Gold Savior Type R ซึ่ง R ย่อมาจาก ริโคริส นั่นเองความพิเศษของ Type R อยู่ที่ความสามารถในการโจมตีจากระยะไกลซึ่งมีความแม่นยำสูงที่สุดในบรรดาเรย์เบลดด้วยกันนั่นเอง   

Normal Theme : Bullet Striker

Real Face Theme : Kurenai no Shuragami



White Escort


Picture by hagane.f

สูง: 25 m.
หนัก : 70 ตัน
แผ่นเกราะ : โลหะผสมไดโฟซัน
แหล่งพลังงาน : คริสตัลคอร์

อาวุธ :
1. ดาบไดโฟซัน อัลเทม่า
2. พลาสติน่าแคนน่อน x 2
3. คัตเตอร์ เฟมิล่า x 20 (ใบมีดขนาดเล็กบินไปบินมาอย่างอิสระ)

ความสามารถพิเศษยูนิต :
1. เปลี่ยนร่างเป็นโหมดยานบินความเร็วสูง
2. ม่านพลังป้องกันอัตโนมัติระดับกลาง
3. Real Face Mode

ผู้ควบคุม : แร็คน่า กับ ลีลีย์

ประวัติ : เครื่องหมายเลข 6 ในซีรีส์ของเรย์เบลดที่ไม่ได้ถูกนำออกมาใช้งานเมื่อครั้งมหาสงครามเนื่องจากสงครามได้จบลงเสียก่อน กระบวนการสร้างจึงได้ถูกระงับ แต่ภายหลังองค์ราชาได้มีคำสั่งให้สร้างต่อจนเสร็จสิ้น จึงได้มีการทำให้เสร็จสมบูรณ์และมอบเป็นขวัญให้กับ "องค์หญิงริโคริส วาเลนเดีย" ในรูปแบบของขวัญวันเกิด ทาสีขาวเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพและความสงบสุข แต่เนื่องจากริโคริสไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทหาร และมิได้ชื่นชอบแพนเซอร์แต่อย่างใดไวส์แอสคอร์ทจึงไม่มีค่าอะไรมากกว่าตุ๊กตาบาบี้ตัวเบ้อเร้อ มันจึงถูกเก็บเข้ากรุไปโดยปริยาย แร็คน่า โซล่าลิส ได้รับไวท์แอสคอร์ทมาจากองค์หญิงหลังจากเหตุการณ์กบฏภายในวาเลนเดียจบลงเนื่องจากมีผลงานโดดเด่นในการปราบกบฏในครั้งนี้ ดั่งเดิมไวท์แอสคอร์ทมีอาวุธหลักเพียงแค่พลาสติน่าแคนน่อนเท่านั้นดาบเดิมที่ใช้อยู่ก็เป็นดาบปกติที่แพนเซอร์รุ่นทั่ว ๆ ไปถือใช้งาน แต่เนื่องจากพลังอันมหาศาลของไวท์แอสคอร์ททำให้อาวุธธรรมดาไม่สามารถทสนพลังที่อัดลงมาได้จึงเกิดการแตกหักและเสียหายของอาวุธอยู่บ่อยครั้ง ภายหลังริโคริสจึงได้มอบดาบดาบไดโฟซันอัลเทม่ามาให้ใช้แทน ไวท์แอสคอรท์ถูกปรับปรุงเกราะกระโปรงข้างให้ตั้ง "คัตเตอร์ เฟมิล่า" ซึ่งเป็นใบมีดโลหะเล็ก ๆ ที่ควบคุมจากระยะไกลได้ลงไปเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรบในภายหลังรวมถึงการพัฒนาในเรื่องของท่อขับดันพลังพลาสสติน่าที่ส่วนขาและหลังให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยลักษณะที่คล้ายกับระบบโฮเวอร์คราฟ จึงทำให้ไวท์แอสคอร์ทลอยตัวสู้รบได้ดีเครื่องอื่น

Normal Theme : Reason

Real Face Theme : Time Driver
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 30, 2010, 09:34:55 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
dradongenesis
Global Moderator
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2259


G-dradongenesis

dradongenesis@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 04:39:22 PM »

ชื่อ Knight Paladin(ไนท์ พาลาดีน)
รายละเอียด

รูป Ver. คุณ hagane f


รูป Ver. dradongenesis



ยูนิท
ไทป์ - Super Robot(ซูเปอร์ โรบอท)
ชื่อ - Knight Paladin(ไนท์พาราดิน)
ลักษณะ - หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนอัศวิน มีสีขาวเป็นหลัก
สี - เกราะสีขาว ท่อนแขน ขา สีทอง และอีกหลายสี(ใส่มาเยอะ)
น้ำหนัก - ไมได้ระบุไว้

อาวุธิติดตัว
ดาบพาราดีน -  ที่มีความทนทานสูงมาก(สามารถเรียกออกมา โดยพลังของหุ่น)
ดาบสั้น(เปลี่ยนใหม่) - พับติดอยู่ที่ขาหุ่น สามารถดึงออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นอาวุธได้
ไนท์ชิลด์ - ติดอยู่ตรงปลายเกราะไหล่ 2 ชิ้น มีปลายแหลมออกมาติดไว้ ป้องกันอาวุธ Beam และดาบได้ดีมาก
ไนท์ ฮอร์น - เขาแหลมที่ติดตรงหน้าผากหุ่น สามารถสร้างความร้อน(นึกถึงอัลไอเซ่นได้) แล้วเอาไปผ่าหรือแทงได้
มินิกัน - ปืนขนาดเล็กที่ข้อมือหุ่น เวลาใช้จะยึดออกมา(ไอเดียใหม่ของคุณ f ถูกใจ) ยิงรัวได้ แต่พลังต่ำ ไม่ใช่อาวุธหลักที่จะโจมตีโดยตรง แต่ใช้สกัดการโจมตีเท่านั้น

ท่าโจมตี

"มินิกัน!!"ยิงกระสุนที่ข้อมือกระหน่ำใส่ศัตรู เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวศัตรู
"ไนท์ ฮอร์น สแลช!!" สร้างความร้อนที่ไนท์ฮอร์น แล้วเขาไปฟันใส่ศัตรูโดยตรง
"ดับเบิล ไนท์ ชิลด์ สแลช" นำปลายแหลมของโล่ เขาไปแทงใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่องๆ แล้วกระแทกซ้ำจนกระเด็น
"เพลงหมักต่อเนื่อง!!" ถอดโล่ที่ไหล่ลงกับฟื้น(เพื่อให้หุ่นเบาขึ้น) เปิดบูสเตอร์ แล้วพุ่งตรงเข้าหาศัตรูโดยตรง ปล่อยหมัดใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่อง แล้วเสยศัศรูขึ้นไปบนฟ้า ปล่อยลงมากระแทกฟื้นอย่างแรง
"พาลาดีน สแลช!!" นำดาบพาราดีนออกมา เปิดบูสเตอร์พุ่งขึ้นฟ้า แล้วลงมาผ่าศัตรู จนขาดเป็น 2 ซีก
"ไฮเปอร์ บาสเตอร์"ชาร์ตพลังงานไปที่ลูกแก้วตรงกลางหุ่น แล้วยิงออกไปอย่างรุนแรง
"ไฮเปอร์ พาลาดีน ซอร์ต!!"ยิงพลังงานงานแสงใส่ปลายดาบพาลาดีน แล้วชูดาบขึ้นบนท้องฟ้า พลังงานที่ปลายดาบจะพุ่งออกมา แล้วฟาดดาบลงบนฟื้น(นึกถึงดันคูโคงาเคน ของดันคูก้าได้) ผ่าร่างศัตรูด้วยพลังงานอันรุนแรง จนฟื้นที่รอบข้างเสียหายรุนแรง

ประวัติของตัวหุ่น
ไนท์ พาราดิน หุ่นยนต์ลับสุดยอดของตระกูลไนท์เดี้ยน ถูกสร้างขึ้นมา แล้วถูกนำไปเก็บซ่อนไว้อย่างลับๆ เพื่อจะเก็บไว้ใช้งานยามจำเป็นเท่านั้น แต่หลังจากตระกูลไนท์เดี้ยนได้ถูกสังหารโดยกลุ่มคนลึกลับ ได้มีคนแก่คนนึง ได้นำมันออกมา แล้วนำมาให้กับโรจิส ที่สามารถรอดมาจากการถูกลอบสักหารได้ ซึ่งหุ่นตัวนี้มีแต่สายเลือดไนท์เดี้ยนตัวจริงเท่านั้นที่จะใช้มันได้   
เวลาโรจิสจะบังคับมัน จะต้องสวมชุดที่หุ่นสร้างขึ้นมาเท่านั้น เพื่อที่จะสามารถบังคับได้อย่างอิสระ


เพิ่มข้อมูลครับ

รูปแบบพาวเวอร์อัพของ Kngiht Paladin ครับ



W Knight Paladin(วิง ไนท์ พาลาดิน)

ข้อมูล ไนท์ พาลาดีน ที่พาวเวอร์อัพหลังจากการที่โดนไล่ต้อนจนสู้ศัตรูไม่ได้ หุ่นได้ถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่ โดยมีปีกขนาดใหญ่ ที่ทำให้หุ่นบินได้แล้ว(ปกติบินไม่ได้) แล้วก็ยังมีอาวุธดาบอีกเล่มมาเสริม
อาวุธเสริม
ดาบอัศวิน - มีรูปร่างคล้ายๆดาบญี่ปุ่น มีน้ำหนักเบา สามารถใช้งานได้ง่าย และรวดเร็วมาก
ซูเปอร์ พาลาดิน ซอร์ต - ดาบพาลาดิน ทีเกิดจากการใส่พลังงานที่ดาบพาลาดีนอย่างเต็มที่ ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นมาก สามารถทำลายศัตรูจำนวนมากได้อย่างสบายๆ

 
รูปร่างดาบ


หุ่นยนต์ของตัวละครอีกคน



ยุนิท
ไทป์ - Super Robot
ชื่อ - Blue Stirker
ลักษณะ - หุ่นยนต์สีฟ้า ใช้อาวุธ ดาบ โล่
สี - ฟ้า เหลือง แดง
น้ำหนัก - ไม่ได้ระบุไว้

อาวุธติดตัว(มีจำนวนน้อยมาก)
บลู ซอร์ต(ดาบสีฟ้า) อาวุธประจำตัวของหุ่นตัวนี้ เป็นอาวุธหลัก ที่มีความรุนแรงศูงในระดับนึง
สไตร์เกอร์ ชิลด์  อาวุธป้องกันของหุ่น จะติดไว้ที่แขนซ้าย สามารถป้องกันได้ทุกอาวุธรูปแบบ

ท่าโจมตี

สไตร์เกอร์ punch! - โจมตีด้วยการเข้าไปต่อย 3 ครั้ง
สไตร์เกอร์ Attack! - ใช้เข่าของหุ่นกระแทกอย่างแรง
สไตร์เกอร์ Kick! - กระโดดขึ้นไปบนฟ้า แล้วใช้เท้าลงเตะศัตรูอย่างรุนแรง
สไตรเกอร์ Beam - เปิดผนึกที่หน้าผาก แล้วยิงบีมออกมาใส่ศัตรู
บลู ซอร์ต! - นำดาบเข้าไปฟันใส่ศัตรู 2 ครั้ง
บลู ซอร์ต ครัชเชอร์! - รวมพลังไปที่ดาบ แล้วสร้างลำแสงที่ดาบ แล้วผ่าศัตรูเป็นเป็น 2 ซีก
สไตรเกอร์ combination! - ใช้ท่าของหุ่นหลายท่า โจมตีใส่ศัตรู
(การใช้ท่านี้)
ใช้ สไตรเกอร์ Kick! เตะจนศัตรูถไหลไปกับฟื้นดิน
จากนั้น
ใช้ สไตรเกอร์ Punch! เข้าไปชกใส่ทำให้ศัตรูกระเด็นถอยหลังไป
จากนั้น
ใช้ สไตรเกอร์ Attack! ใช้เข่าของหุ่นกระแทกแบบเต็มแรง แล้วส่งขึ้นฟ้า
จากนั้น
ใช้ สไตรเกอร์ Beam ยิงใส่ศัตรูบนฟ้าเป็นการนำร่องก่อน แล้วนำบลูซอร์ต ผ่าดาบใส่ศัตรูอย่างรุนแรง จนมันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

ประวัติของหุ่น
Blue Striker เป็นหุ่นที่ถูกสร้างจากพลังธรรมชาติ แล้วถูกเก็บไว้ในถ้าคริสตัลแห่งนึง โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้มากก่อน แต่แลนซึ่งได้เดินทางมาเจอถ้ำแห่งนี้ แล้วเข้าไปพบกับ Blue Strikers เข้า หุ่นตัวนี้จึงได้ตื่นจากการหลับไหลมา แล้วเลือกให้แลนเป็นคู่ควบคุม
หุ่นตัวนี้จะแสดงพลังอันรุนแรง ก็ต่อเมื่อแลน ได้มีแรงฮึดสู้แบบสุดขีด(เช่นเห็นเพื่อนพ้อง โดยทำลาย หรือเสียหายหนัก) จะทำให้หุ่นปล่อยออร่าสีฟ้าออกมา ตัวหุ่นจะมีพลังเพิ่มอย่างมหาศาล  แต่หลังจากที่สู้ครั้งนั้นเสร็จแล้ว ผู้บังคับก็จะบาดเจ็บไปบ้าง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2009, 05:07:38 PM โดย dradongenesis » บันทึกการเข้า


http://g-dradongenesis.exteen.com

NEW! Project Original Fiction : Knight Paladin ดูได้ที blog ครับ
Alasthor
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1198



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 07:40:14 PM »

ยูนิท - The Lord of Elemantal-Lord of Lighting " Ixion"
ไทป์ - จัดไม่ได้

ลักษณะ



ท่าโจมตี
- Code eins "Lighting Magnum" สร้างสายฟ้าไว้ที่มือและเท้า พุ่งเข้าไปโจมตีด้วยความเร็วสูง
- Code zweii "Paradise Lost" พุ่งเข้าไปโจมตีพร้อมสร้างกรงขังจากสายฟ้าจากนั้นกรงขังก็จะช๊อตศัตรูที่โดนขังอยู่
- MAPW Code "Heven Punishers" สร้างอาณาเขตพายุสายฟ้าวงกว้างที่จะทำลายศัตรูในขอบเขต(ใช้ได้เฉพาะในบรรยากาศโลก)
- Code dri "Gaia Force" เข้าไปโจมตีแล้วลากศัตรูพุ่งไปตามพื้น(นึกภาพสตั๊ก บีเทิ่ล ครั้ชเชอร์ประกอบ)
พร้อมกับมีสายฟ้าผ่าลงมาใส่เรื่อยๆ
- Final Code "Alasthor" อัญเชิญเทพมารแห่งสายฟ้ามาเข้าทรง ปลดปล่อยลิมิตทั้งหมด จู่โจมด้วยพลังทำลายและความเร็วสูงสุด
- Secret Code "Ultima Nova" การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของ Ixion เร่งพลังทั้งหมดจนโอเวอร์ลิมิต
พุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังและความเร็วระดับเหนือจินตนาการ ภายหลังการโจมตีจะได้รับความเสียหายจากการโจมตีของตัวเองด้วย

ความสามารถพิเศษ
The Lord Of Lighting - เมื่อกำลังใจเพิ่มถึงระดับหนึ่งความเร็วและพลังโจมตีของยูนิทจะเพิ่มขึ้นและเพิ่มความสามารถพิเศษ แยกร่าง
Zeus - เมื่อกำลังใจเพิ่มถึงระดับสูงสุด ค่าพลังทุกอย่างของไพล๊อทจะเพิ่ม(มากน้อยไม่เท่ากัน)  ตัวยูนิทจะเพิ่มพลังโจมตีความเร็วและความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกรวมทั้งความ สามารถการดูดกลืนบีม และใช้กระแสไฟฟ้าในอากาศรบกวนเรดาห์การเล็งต่างๆได้
ปลดลิมิทสามารถใช้ Secret Code "Ultima Nova" ได้

ประวัติ - เทพมารจักรกลที่ถูกสร้างมาโดยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์จากยุคโบราณที่ต่างจากเหล่าจักรกลเวทย์ที่ใช้ในโลกใต้พิภพ
ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะใช้พลังงานคล้ายกัน แต่ยูนิทนี้จะดึงพลังงานจากไพลอทเยอะกว่ามหาศาล ไพลอทที่ผ่านการทดสอบ
จึงยังไม่ปรากฎ จึงโดนผนึกไว้พร้อมทั้งทิ้งการทดสอบไว้ด้วย จากนั้นผู้ที่สร้างมันขึ้นมาก็ได้จากไป ทิ้งไว้แต่เทคนิคการใช้พลังงาน
จากไพลอทเพื่อเพิ่มพลังให้กับยูนิท ดังนั้นก็เปรียบเสมือนว่า Ixion เป็นพี่น้องกับเหล่าจักรกลเวทย์ก็ได้ หลังจากนั้นเวลาก็ผันผ่าน
จักรกลเวทย์ได้ถูกพัฒนาอย่างแพร่หลาย แต่เทพมารจักรกลตัวนี้ก็ถูกลืมเลือนและรอผู้ที่สามารถจะมาท้าทายกับดักและการทดสอบ
อยู่ในซากโบราณรกร้าง จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเจ้าบื้อคนนึงมาอาละวาดทดสอบฝีมือในที่ๆเหลือไว้ทดสอบความคู่ควรในการเป็นสหายศึก
กับเทพมารจักรกลตัวนี้

อื่นๆ - เนื่องจากตัวหุ่นมีคุณสมบัติของสายฟ้า อีกนัยหนึ่งก็คือแสง
ดังนั้นการโจมตีด้วยบีมจะได้ผลน้อยกว่าปกติ สมรภูมิที่เป็นน้ำหรือมีความชื้นในอากาศสูง
จะทำให้ยูนิทตัวนี้สร้างความเสียหายได้มากกว่าปกติ

Extra

1.  หุ่นของตัวละครคุณ(โปรดระบุชื่อมาด้วย)  สามารถบินในชั้นบรรยากาศได้หรือไม่
- Ixion บินโดยอิสระไม่ได้

3.  ถ้าบินไม่ได้  แล้วหุ่นตัวดังกล่าว  มีลักษณะการใช้งานภายใต้แรงดึงดูด  หรือในชั้นบรรยากาศอย่างไร  โปรดระบุมา
- Ixion บินโดยอิสระไม่ได้ แต่สามารถใช้การเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  ช่วยให้การกระโดดสูงและช่วงลอยตัวระหว่างกระโดดนานกว่ายูนิททั่วไป
  แต่ถ้าเป็นการรบภาคพื้นดินในแรงดึงดูด ฝ่ายศัตรูคงต้องเตรีียมยูนิทมาสู้เยอะหน่อยล่ะ

4.  ถ้ามีซัพฟรายยูนิทสำหรับเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อยากได้หรือไม่  แล้วถ้าอยากได้  อยากได้เป็นแบบใด
- ไม่อยากได้

5.  ความสามารถและความถนัดจัดเจนในแต่ละพื้นที่ของนักบิน  โปรดระบุมาให้ละเอียด
-อวกาศ A ท้องฟ้า(ในช่วงกระโดดลอยตัว)C พื้นดิน S น้ำ C
 การโจมตีบนพื้นดินมีความต่อเนื่องทรงพลังที่สุด บนฟ้าหรือในน้ำจะเน้นการโจมตีแบบรวมพลังแล้วซัดครั้งเดียวเน้นๆ
 บนอวกาศจะใช้การพุ่งตัวตามโจมตีต่อเนื่องแบบไม่ทิ้งระยะ

6.  ทักษะการบินของนักบินคุณอยู่ใน แนวทางใด  อธิบายมาอย่างละเอียด
- แนวหน้าบุกทะลวง

7.  นักบินของคุณจะกลัวเหตุการณ์  ภารกิจ  หรือการเผชิญหน้ากับหุ่นรบตัวใดเป็นพิเศษบ้าง
- ไม่กลัว แต่จะค่อนข้างแพ้ทางนักบินสาย Hit&Away และ เทคนิค

8.  นักบินคนนั้นจะแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ
- โดนศัตรูที่ใช้การโจมตีระยะประชิดรุมล้อมหรือดวลเดี่ยว
(ยิ่งถ้ามีการกระทำที่ขี้ขลาดต่อหน้าอีก ศัตรูคนนั้นก็เตรียมตัวส่งเชียงกงได้)

9.  ข้อพิเศษแตกต่างออกไปจากนักบินคนอื่นๆคืออะไร
- พื้นฐานร่างกายมากกว่าคนธรรมดาค่อนข้างสูง ทำให้ระยะเวลาในการทำการต่อสู้สูงกว่านักบินทั่วไป

10.  นักบินของคุณมีความชอบที่จะร่วมงานกับใครมากเป็นที่สุด
- คนที่นิสัยลุยๆไปด้วยกันได้ หรือคนที่คอยแบ็คอัพแล้วยอมปล่อยให้ลุยตามสะดวก

11.  อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆทางด้านใดบ้าง (กับใครอย่างไร  โปรดระบุ)
- เห็นเรย์กิวเป็นคู่มือที่ยอมรับ เจอเมื่อไหร่พุ่งใส่ แน่นอนรู้อดีตเมื่อไหร่ต้องว้ากใส่ให้รู้ตัว สุดท้ายจีบ(ถ้าคุณพ่อยอมอ่ะนะ)
 
12.  คำพูดตอนขานชื่ออกเครื่องนั้น มักจะบอกว่า อะไร
- จงคำราม!!!! Ixion!!!!

----------------------------------------------------------------------------------------

อัลคาน่า ยูนิท - The Lord of Elemantal - Lord of Inferno "Hellbringer"
ลักษณะ - อยู่ระหว่างการพัฒนาใน F Factory
สีแดงเลือดลวดลายตามลำตัวสีทองมีปีกแสงอยู่ 6 ปีกในโหมดปกติ สูงประมาณ 25 เมตร

ท่าโจมตี
- Wing of Pride การโจมตีพื้นฐานใช้การเร่งความเร็วเหนือเสียงโดยปีกแสง 3 คู่เพื่อเข้าไปโจมตี
ความเร็วจากการเร่งจะทำให้เพิ่มความเสียหายจากความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีด้วย
- Gehena Breaker  สร้างดาบพลังงานความร้อนที่เพิ่มระยะการโจมตีได้ตามต้องการ
การป้องกันโดยใช้อาวุธหรือโล่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากสภาพพลังงานของดาบที่ต่างจาก
อาวุธประเภทบีมอื่นๆ
- Raising Sun ท่าโจมตีวงกว้างที่ใช้การสร้างดวงอาทิตย์เทียมขนาดเล็กขึ้นมาและทำให้ระเบิด
ความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถควบคุมได้ตั้งแต่ระยะ 10 - 50 ตารางกิโลเมตร
และไพล๊อทจะได้รับความบอบช้ำจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นด้วย
การโจมตีนี้ยังเป็นการเพิ่มพลังให้ Hellbringer เองอีกด้วย
- Wrath of Honor สร้างพลังงานจากปีกแสงที่อยู่ข้างหลังออกมาเพื่อโจมตี รูปแบบของพลังงานที่ออกมา
จะกางออกเป็นตาข่ายที่โดนแล้วสร้างความเสียหาย และหากถูกจับได้แล้วจะโดนดึงเข้ามาเพื่อโจมตีซ้ำ
- Kishin การสร้างร่างเสมือนออกมาโจมตีเป็นจำนวนมหาศาลโดยใช้พลังงานความร้อน
หลังจากร่างเสมือนโจมตีเสร็จจะกลับเป็นพลังงานมารวมที่ร่างจริงเพื่อเป็นการเร่งพลังในการโจมตีชุดสุดท้ายที่รุนแรงที่สุด
- Exa Flare เปิดระบบ Sepiroth System กางปีกแสงทั้งหมด 12 ปีก พุ่งไปในความสูงระดับชั้นบรรรยากาศ
ระเบิดพลังงานมหาศาลแล้วยิงลงมาใส่เป้าหมาย ความรุนแรงไม่อาจจะประเมินได้

ความสามารถพิเศษ
The Lord Of Darkness - ทำงานทันทีเมื่อเดินเครื่องส่งผลให้ค่าพลังไพล๊อทเพิ่มทุกอย่าง
การโจมตีระยะประชิดจากศัตรูจะถูกโต้กลับก่อนจะถึงตัว 50%
Sepiroth - เมื่อความเสียหายเกิน 20% ระบบจะทำงาน ทำให้การซ่อมแซมตนเองจะเริ่มขึ้น
ค่าพลังต่างๆสูงขึ้นไปเรื่อยๆตามจำนวนปีกที่ปรากฎ เมื่อครบ 12 ปีก การโจมตีที่รุนแรงที่สุดจะถูกปลดปล่อยออกมา
อนึ่งหลังจากระบบทำงานแล้ว จะไม่มีการหยุดแม้ว่าการซ่อมแซมตนเองจะทำให้ความเสียหายไม่เหลือแล้วก็ตาม
Apollo - ระบบพลังงานอนันต์จากแสง สามารถรับแสงทุกชนิดเป็นพลังงานได้ การโจมตีจากบีมทุกชนิดจะถูกดูดกลืนได้
Gate - เปิดช่องว่างเพื่อเดินทางตามตำแหน่งที่ระบุได้อย่างอิสระ

ประวัติ - เทพมารจักรกลแห่งการทำลายล้างไม่ทราบผู้สร้างแน่ชัด ถูกพบในช่วงอดีตของโลกใต้พิภพ
แต่ไม่สามรถเดินเครื่องได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ในหุ่นก็มีบันทึกถึงพลังทำลายล้างและสงครามในอดีตอันไกลโพ้นอยู่
ผู้คนในสมัยเก่าที่รักสันติจึงผนึกไว้อีกครั้ง บันทึกไว้เพียงแต่ข้อมูลพื้นฐานและพลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัวเท่านั้น
โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่บันทึกไว้จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ เทพแห่งการทำลายตื่นขึ้นในอนาคต
อนึ่งข้อมูลในบันทึกนั้นได้ถูกนำไปลองสร้างเทพมารจักรกลอีกหนึ่งเครื่อง (Ixion)
แม้ ว่าเครื่องที่ถูกสร้างมาทีหลังจะความสามารถด้อยกว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ แต่ก็ยังไม่มีผู้บังคับได้อยู่ดี จึงผนึกไว้พร้อมกับข้อมูลเช่นกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 01:11:38 PM โดย Alasthor » บันทึกการเข้า
Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2009, 01:03:18 AM »



ถาพโดยพี่ Hagane.F จ๊ะ
เจ้าของเครื่อง - ฟาลิน (ไม่มีนามสกุล)
ประเภทหุ่นยนต์ - เรียลโรบอท
ชื่อ - LLS-00 : Longlance ( Limited the Long Sweeper )

รูปร่างหน้าตา - ทรงหุ่นแสนจะธรรมดาแต่ดูเป็นทางการคล้ายทรงอย่าง ARX-Serie ในซีรี่ย์ Full Metal Panic  นั่นเองซึ่งหากเทียบกับหุ่นทรงอื่น ๆ แล้วตัวที่โดดเด่นกว่ามักจะตกเป็นเป้าได้ง่ายกว่า  มีดวงตาแบบโมโนอาย  (โดยมากแล้วมักเป็นหน่วยซุ่มอยู่ไกลลิบ ๆ หรือชนิดว่านอกสมรภูมิเลยก็ยังได้ ไม่ทำให้เธอสูญเสียความแม่นยำไปแต่อย่างใด)

อาวุธ - ONDR : Behemoth  (Only oNe Dominic Rifle)
ปืนยาวติดลำกล้องเพียงกระบอกเดียวอันเป็นอาวุธนอกตัวของเธอ ซึ่งผสมผสานกระสุนสองชนิดไว้ในกระบอกเดียวกันด้วยรูปทรงที่ซ้อนปากกระบอกไว้ด้วยกัน (คล้าย ๆ คลูสตันลันเชอร์แหละจ้า~) ตัวปืนนั้นเชื่อมโยงระบบกับตัวหุ่นด้วยคีย์ซับซ้อนจนถึงตัวเจ้าของ นอกจากเธอไม่มีใครสามารถใช้งานได้
ซึ่ง
กระบอกกระสุนโลหะสามารถใช้กระสุนได้สามแบบคือ Sub-Machine gun / Sniper Rifle และ Rifle (ระยะกลาง ~ ค่อนข้างไกล จะยิงแบบไม่ซูม) ซึ่งแต่ละโหมดใช้ขนาดกระสุนต่างกันตามเหมาะสม
กระบอกกระสุนพลังงานยิงได้แบบเดียวคือ Beam Rifle อานุภาคลดหย่อยตามระยะทางที่วิ่งไป ใช้ต่างสถานะการณ์กัน สุดแต่ว่าศตรูหรือเป้าหมายมีเกราะและการป้องกันแบบไหน

Assassinate Assault : ปืนโหมดสไนเปอร์ไรเฟิ่ล โจมตีเป้าหมายเดียว ด้วยกระสุนโลหะเพียงนัดเดียวอย่างหวังผล

Rest In Place (R.I.P.) : ระดมยิงกระสุนสไนเปอร์ไรเฟิ่ลใส่เป้าหมายเดียวจนหมดแม๊กกาซีน โดยมากใช้กับยูนิททีมี่ขนาดใหญ่ เกราะหนาตายยาก ความทนทานสูง หรือปราศจากจุดอ่อน

Shoot the Target : ปืนโหมด Semi-auto Rifle โจมตีป้องกันตัวระยะเริ่มเสี่ยงด้วยกระสุนโลหะ

Six 'n row : ใช้กระสุนไรเฟิ่ล 6 นัดยิงต่อเนื่อใส่เป้าหมายเดียว กรณีเป้าหมายที่เข้าหาดูเกราะหนาและทนทาน

ฺBrust!! : สาดกระสุนโลหะโหมดปืน Sub-Machine gun ในระยะฉุกเฉิน ซึ่งมักจะใช้ร่วมกับปืนกลติดหน้าผาก

Falin Beam!?  :  โหมดปืนพลังงาน ใช้กับยูนิตที่บอบบางต่อการโจมตีด้วยพลังงาน ความร้ายแรงขึ้นอยู่กับระยะทางที่หวังผลได้ชัดเจน หากไกลมากเกินไปเธอจะใช้กระสุนโลหะแทน

Chain-saw Bayonet : อาวุธประชิดระยะฉุกเฉินที่สุดนั่นคือใบเลื่อยที่อยู่ช่วงสุดหน้ากระบอกใต้ลำปืนขนาดราว ๆ ครึ่งกระบอก-และอยู่ใต้ช่วงรองมือของหน้าปืนไปอีกที หากเธอละปืนและชักดาบลำแสงไม่ทันเธอไม่ลังเลจะใช้มันเฉือนกระชากศตรูที่ไม่ระวังตัวอันจะทะเล่อทะล่ามาเข้าใกล้เธออย่่างเดียวปราศาจการวางแผนใด ๆ องศาการวาดลงไม่แน่นอน หากคนดวงแข็งพอก็จะไม่ได้ไปสู่สุขติกับหุ่น  และเมื่อใบเลื่อยกำลังวาดอยู่บนตัวหุ่นเคราะห์ร้ายอย่างจังเบอร์เธอก็มักจะคำรามออกลั่นและหัวร่ออย่าน่าขนลุกอยู่เสมอ ซึ่งอาการหัวเราะนี้ก็มักจะเกิดกับช่วงเวลานี้เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

Beam Saber : ดาบลำแสงที่ขาดเสียมิได้ หากใช้ดาบเล่มนี้จะป้องกันตัวฉุกเฉินที่สุดได้ดีกว่าเลื่อยปลายปืน ด้วยมีความคล่องตัวมากกว่านั่นเอง

ความสามารถระบบพิเศษ

Anti-Stealth Detection : ต่อให้พรางตัวมาแบบไหนซ่อนสัญญาณขนาดใดก็ไม่มีใครจะเล็ดรอดเซ็นเซอร์ของหุ่นตัวนี้ไปได้ มันสามารถอ่านค่าทะลุแจมเมอร์ได้

Unlighting Mono-eye : บางครั้งก็จำเป็นต้องผิดแสงไฟจากเซ็นเซอร์ดวงตาเพื่อให้สามารถซุ่มได้อย่างเต็มที่

Skyline sensor : สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสไนเปอร์คือระบบมองไกล  เธอสามารถสอดแนมฐานทัพศตรูในระยะหลักหมื่น กม. ได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่สามารถใช้งานเธอในด้านนี้ได้เท่าไหร่นัก เพราะเธอให้ข้อมูลที่เป็นทางการไม่ได้ หรือได้แต่ไม่รู้เรื่องเลยนั่นเอง สรุปคือเอาไว้เล็งคู่กับปืนอย่างเดียว  โดยมากใช้ในการโจมตีศตรูที่อยู่ไกลมาก ๆ ถึงมากที่สุด และใช้ในการตรวจจับภัยคุกคามรอบตัวในยามก่อนคับขับด้วยเช่นกัน

Camouflage System : ระบบพรางตัวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่สิ้นเปลืองพลังงานมากเท่าการล่องหน

Temperate Detector : การก่อกวนมือซุ่ม วิธีที่ดีอย่างหนึ่งคือการพึ่งสภาพแวดล้อมรอบตัว อาทิฝุ่นควัน พายุทราย ป่าไม้หรือภูเขา  ระบบนี้จะตรวจวัดอุณหภูมิของวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเพื่อให้สามารถแยกแยะบริเวณที่มีอุณหภูมิต่างกันได้อันนำไปสู่การตรวจจับตัวหุ่นที่พยายามก่อกวนเธอต่อไป  คงไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะแยกแยะระหว่างรูปทรงของหุ่นทรงมนุษย์หรืออื่น ๆ กับสภาพแวดล้อม  แต่แน่นอนว่ารวมถึงดัมมี่ที่ปล่อยไว้หลอกตาด้วยอาจทำให้เธอสับสนได้  ซึ่งเธอมักจะพึ่งสายตาและการมองเห็นตามทิศทางและเวลาจริงมากกว่าการเล็งเรดาห์มองหา ด้วยเหตุผลง่ายๆ  ว่ามันชวนเธองงนั่นแหละ

Hyper Jammer : สุดยอดระบบบรบกวนสัญญาณตรวจจับของศตรูที่เข้ามาใกล้ เพื่อจะได้ถอยไปตั้งหลักได้ทัน หรือกินนิ่ม โดยเฉพาะหุ่นส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยเรดาห์มากกว่าการมองด้วยสายตาจริง  กระทั่งการก่อกวนสัญญาณมิซซายด์นำวิถี และวิถีตรงให้เฉไปทางอื่น  รวมไปถึงก่อกวนสัญญาณภาพบนมอนิเตอร์ของศตรูเพราะโดยมากหุ่นจะใช้ระบบประมาณภาพอัตโนมัติจากกล้องมากกว่าการมองด้วยระบบ-Manual

อื่นๆ - หุ่นของเธอนั้นทนกระสุนทนลำแสง ทนมันซะทุกอย่าง แต่ไม่ทนมือทนเท้าเอาซะเลย เท่าที่อ่านมาอาจจะอุทานรึไม่ก็ "ปั้ดโถ~" กันมาตั้งนาน รู้สึกว่ามัน ' ขี้โกง ' ซะเหลือเกิน  อยู่ไกลระดับไหนเป็นไม่รอดไปซะหมด  แต่เธอมีจุดอ่อนที่การต่อสู้ระยะประชิด  เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการต่อสู้หรือป้องกันตัวระยะประชิดเท่าไหร่เลย นอกจากอาวุธที่มีไว้เพื่อใช้กับความสนุกหรือยามุกเฉินเท่านั้น และมักใช้ไม่ได้ผลกับคนที่โชกโชนการลุยปะฉะดะ  แต่การจะเข้าใกล้เธอก็ไม่ใช่เรื่อง่ายเหมือนกัน นอกเสียจากว่าจะมีฝีมือเก๋าเข้าขั้นจริง ๆ รึไม่ก็มือซุ่มด้วยกัน แต่สำหรับมือซุ่มไม่ใช่ปัญหาของเธอเลย ปัญหาคงอยู่ที่ Fighter หรือ Infighter ซะมากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2009, 04:52:51 AM โดย Shin » บันทึกการเข้า
hagane.f
Hagane.f
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1117


hagane.f@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2009, 02:07:55 AM »

ยูนิท
ไทป์ - เป็นแบบกึ่งเรียลกึ่งซูเปอร์
ชื่อ -  EWM-000  (Extra War Machine Tripple 0) เลกิวออส
ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์(ไอเดียมาจาก ไวย์ซาก้า โซลเกน และ ซไวย์เซอร์เคน)
สี - น้ำเงินอมเขียว
H- 20 M.
W- 155 T.

ท่าโจมตี
- Illegular motion Lv.1 " ริวเซย์เค็น "  การโจมตีด้วยการต่อยหลายสิบหมัด (เหมือนท่า ฮิจูวชิ อุราเค็น เซย์เค็น ของโดม่อน)
- Illegular motion Lv.2 " ฮิริวเค็น " การบุกเข้าประชิดแบบแจมมิ่งและโจมตีด้วยการใช้ฝ่ามืออัดกระแทก (แจมมิ่งเหมือนกันดั้ม เดทไซส์)
- Illegular motion Lv.3 " บาคุเนตสุ์เค็น " การโจมตีต่อเนื่องด้วยหมัดและเท้า จบกระบวนท่าด้วยหมัดคู่ที่รวมพลังไว้แล้ว
- Illegular motion Lv.4 " จูวเค็น " เป็นการเปลี่ยนอากัปกิริยาการเคลื่อนไหวให้กลายเป็นสัตว์ป่า ต่อสู้โดยจับศัตรูกระแทกกับสิ่งรอบข้าง รวมทั้งการเปลี่ยนนิ้วมือเป็นกรงเล็บ
- Illegular motion Lv.5 " มาโอ จูวชิน เค็น " เป็นการเดินเครื่องเต็มกำลัง ปลดระบบทุกอย่างที่คอยซัพพอร์ทนักบิน ปีกจะกางออกเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ และเข้าจู่โจมโดยใช้ท่าตั้งแต่ Lv.1 ถึง Lv.4 มารวมไว้ด้วยกัน (อนึ่ง Lv.5 นี้จะใช้งานได้เพียง 1 นาที และนักบินที่ต่อให้ได้รับการดัดแปลงแล้ว ก็ยังได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงต่อร่างกาย เนื่องจากต้องควบคุมหุ่นที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง)

เลเวลลับสุดยอด (จริงๆแล้ว ถ้าดูโกงเกินไปก็ตัดออกได้นะครับ ไม่ว่ากัน)
- Illegular motion Lv.0 " จูวชิน เฮน " เป็นการเปลี่ยนร่างครับ เลกิวออส ในร่างนี้ ชื่อจะผันไปเป็น ริวเคออส รูปร่างจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย หุ่นจะอยู่ในสภาพปลดลิมิตเตอร์ และเดินเครื่องไบโอนิค เวสคิวเลอร์ ฟื้นฟูตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ประวัติ - เป็นหุ่นสงครามรุ่นทดสอบติดตั้งระบบ ไบโอนิค เวสคิวเลอร์ ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสภาพเครื่องยนต์รุ่นใหม่ และเป็นหุ่นที่เชื่อมต่อกับนักบินโดยตรงเพื่อดึงสมรรถภาพของหุ่นออกมาได้สูงสุด แต่เมื่อทดสอบเดินเครื่องครั้งแรก เลกิวออส เกิดคลั่งขึ้นมา และทำลายสถานีวิจัยจนราบคาบ มีคนสังเวยชีวิตในเหตุการณ์นี้ หลายร้อยคน ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ พ่อของไอเรียด้วย เหตุที่ไอเรียสามารถควบคุมเลกิวออสได้ อาจจะมาจากพ่อของเธอได้แอบ แบคอัพ ข้อมูลของไอเรียไว้ในหน่วยความจำของเลกิวออส เพื่อที่วันหนึ่งถ้าไอเรียได้มาควบคุมหุ่นตัวนี้จะได้ไม่เป็นอันตรายมาก ลักษณะของเลกิวออสคือ ออกแบบมาเพื่อบุกทะลวงในระยะประชิดด้วยความเร็วสูง มันจึงไม่มีการติดตั้งอาวุธระยะไกลไว้เลย

เลกิวออสใช้แหล่งพลังงานจากหินคริสตัลโบราณที่มีคุณสมบัติสะสมพลังงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งพ่อของไอเรียที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ของบอร์นได้ตั้งชื่อว่า "Neo Quartz Drive" เป็นผลึกทื่จะทำปฏิกิริยากับของเหลว เมื่อเกิดการหมุนจะส่งประจุพลังงานออกมา เมื่อหินนี้ทำงานแล้วจะผลิตพลังงานไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนหุ่นยนต์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เลกิวออสมีการเคลื่อนไหวข้อต่อที่ว่องไวไม่ติดขัด เพราะมีสนามแม่เหล็กที่เกิดอยู่ทุกจุดข้อต่อ

Neo Quartz Drive สามารถใช้ได้เป็นเวลานานแต่ก็จะเสื่อมสภาพไปตามการเวลา ปัจจุบันการสกัด Neo Quartz Drive ทำได้ยาก เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมสกัด Neo Quartz Drive นั้นเสียชีวิตไปเกือบหมด จึงมีแค่เลกิวออสเครื่องเดียวที่ติดเอาไว้ ส่วนรีกิวออสซึ่งเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากจึงต้องติดตั้ง Quartz Drive ระดับธรรมดาแทน (ระดับปกติก็สามารถทำให้รีกิวออสเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วในระดับหนึ่ง)

จักรกลวิปลาศเลกิวออส




เลกิวออส แบบติดสตาร์บีไลเซอร์ ที่ใช้ในภาระกิจในอวกาศและในชั้นบรรยากาศ
สามารถสลัดออกทิ้งไปได้หากพลังงานหมด
ในการเคลื่อนที่บนพื้นดิน เลกิวออสใช้การวิ่งและการกระโดดเป็นหลัก
เนื่องจากเลกิวออส ไม่มีอาวุธภายนอกเช่น บีมไรเฟิล จึงไม่มีปัญหาในเรื่องความคล่องตัว
ปัญหาจริงๆนั้นอยู่ที่สภาพร่างกายของนักบิน ซึ่งมีผลกับระยะเวลาในการปฎิบัติงานเสียมากกว่า

1.  เลกิวออส บินในชั้นบรรยากาศได้

2.  การบินในอวกาศ
-บินได้ในระดับที่หุ่นที่ใช้ในอวกาศพึงกระทำได้เป็นปกติ ไม่โดดเด่น ระดับของการบินในอวกาศ A ชั้นบรรยากาศ A พื้นดิน S ใต้น้ำ B

3.  ลักษณะการใช้งานภายใต้แรงดึงดูด หรือในชั้นบรรยากาศ
-โดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากถูกออกแบบมาให้รบในระยะประชิด ข้อต่อ ระบบการเคลื่อนไหว ภายใต้แรงดึงดูดจึงเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างง่ายดาย

4. ถ้ามีซัพฟรายยูนิทสำหรับเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อยากได้หรือไม่  แล้วถ้าอยากได้  อยากได้เป็นแบบใด
-มีอยู่แล้ว

5.  ความสามารถและความถนัดจัดเจนในแต่ละพื้นที่ของนักบิน  โปรดระบุมาให้ละเอียด
-เรย์กิว ถนัดต่อสู้ในสภาพใต้แรงดึงดูด โจมตีเป็นชุด เน้นสร้างความเสียหายในระยะประชิด หากอยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง จะโจมตีแบบฉาบฉวย
แพ้ทางอาวุธลำแสง ป้องกันอาวุธประชิด อาวุธขว้าง หรือที่จับต้องได้ ด้วยมือ

6.  ทักษะการบินของนักบินคุณอยู่ใน แนวทางใด  อธิบายมาอย่างละเอียด
-ทักษะของมนุษย์ดัดแปลงคือ เน้นปฎิบัติภาระกิจให้สมบูรณ์ที่สุด พลาดให้น้อยที่สุด ในบางกรณี ต้องตัดสินใจเองแม้ต้องขัดคำสั่ง

7.  นักบินของคุณจะกลัวเหตุการณ์  ภารกิจ  หรือการเผชิญหน้ากับหุ่นรบตัวใดเป็นพิเศษบ้าง
-ไม่กลัวเหตุการณ์หรือหุ่นรบใดๆ แต่ เกลียดพวกงุ่มง่าม และสนใจ อิ๊กซีอ้อนเป็นพิเศษ
 
8.  นักบินคนนั้นจะแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ
-การลุยเดี่ยวและ ถูกกดดันจากผู้บัญชาการอย่างหนักจนปลดลิมิต
 
9.  ข้อพิเศษแตกต่างออกไปจากนักบินคนอื่นๆคืออะไร
-เป็นมนุษย์ดัดแปลง ทนต่อแรงเหวี่ยงในขณะที่ขับหุ่นด้วยความเร็วสูง การรบประชิดด้วยท่วงท่าและมือเปล่า
 
10.  นักบินของคุณมีความชอบที่จะร่วมงานกับใครมากเป็นที่สุด
-ไม่มี(หรือถ้าจะให้มีจริงๆ ก็เอาลูซิเฟอร์ละกัน ในกรณีที่จะให้เป็นพวกทีหลังนะ)

11.  อยากให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆทางด้านใดบ้าง (กับใครอย่างไร  โปรดระบุ)
-ก็ลูซิเฟอร์นั่นแหละ

12.  คำพูดตอนขานชื่ออกเครื่องนั้น มักจะบอกว่า อะไร
-จำเป็นเหรอเนี่ย...? "ไปกัน...เลกิวออส" ละกัน

(เดี๋ยวมาเพิ่มเติมนะครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2010, 07:58:30 PM โดย hagane.f » บันทึกการเข้า

Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1836



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2009, 09:47:58 AM »

Yachaoh
Serial Number : Unknown
Height 40.08 m
Weight 122.3 t
Type Super Robot Machine God Type
Weapon : อาวุธธรรมดาไม่มีการตะโกนชื่อท่าขณะใช้นะครับ มันไม่เท่ห์
- Fist ก็หมัดลุ้นๆธรรมดานี่แหล่ะ
- T-link Boomerang (ติดตั้งตอนที่ติดระบบ T-link) เหมือนใน OG แน่นอนว่าไลมุใช้ไม่ได้
- Heat Saber ดาบพลังเปลวเพลิงที่สร้างจากมโนภาพของไลมุ (ย้ำว่าสร้าง ไม่ได้พก ยาชาโอออกรบตัวเปล่าเสมอ) เป็นดาบสีแดงเพลิง สามารถสร้างออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ หรือจะสร้างออกมาพร้อมๆกันทีเดียวสองเล่มก็ยังได้
Special Attack : พวกนี้จะมีการตะโกนชื่อท่า ยกเว้น Code "The End" และ Solar Sword จะมีคำตะโกนพิเศษ เรียงลำดับความรุนแรงจากน้อยไปหามาก
- God Destroyer Punch ท่ารวมพลังเอาไว้ที่หมัด จะเห็นเป็นแสงสีแดงราวเปลวเพลิงรอบหมัด ต่อยศัตรูหนึ่งตัวด้วยความรุนแรงเต็มที่
- Burst Knuckle รวมพลังไฟไว้ที่หมัดขวา อัดใส่ศัตรูพร้อมให้เกิดการระเบิด เวลาใช้จะคล้ายๆก็อดแฮนด์สแมชของไบกังฟู คือเสียบหมัดเข้าไปในตัวศัตรูแล้วระเบิดออก
- Absolute Zero รวมพลังเยือกแข็งไว้ที่หมัดซ้าย ปล่อยคลื่นความเย็นแช่แข็งศัตรู เป็นท่าระยะไกล สภาพตอนใช้คล้ายๆโอเวอร์ฟรีซ สามารถแช่แข็งได้แม้แต่ลาวา
- Infinity Wave Crusher ท่าที่ผสานสองท่าข้างบนไว้ด้วยกัน เวลาใช้จะเป็นการปล่อยคลื่นความเย็นแช่แข็งศัตรูจากมือซ้ายก่อน แล้วค่อยใช้ความร้อนจากมือขวาเผาทำลาย จบด้วยการผสานมือทั้งสองข้างแล้วปล่อยพายุเพลิงน้ำแข็งไปด้านหน้า (ท่าทะลุบาเรีย)
- Code "The End" ท่าระเบิดพลังวงกว้าง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีจนไม่เหลือซาก ต้องอยู่ในสภาพปลด R.F.M. ถึงจะใช้ได้ ขอบเขตการโจมตีเป็นทรงกลมอาณาเขตกว้างมาก (สูงสุดสามารถปกคลุมกาแล็คซี่ได้ทั้งหมด แต่แน่นอนว่าไลมุทำไม่ได้ ตัวที่ทำได้คือยาชาโอดั้งเดิมของเทพหายนะ) รูปแบบของพลังที่ออกมามีหลายอย่างตั้งแต่สีแดง รุ้ง ทอง ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพจิตของนักบินเป็นหลัก เวลาใช้ท่านี้จะมีคำว่า Code "The End" ขึ้นที่หน้าจอของยาชาโอ ไลมุจะตะโกน "ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก" (อาวุธแมพรอบตัว ไม่แยกแยะฝ่าย ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอย่าง)
- Solar Sword ดาบ Heat Saber ที่พัฒนาขึ้นจนเป็นดาบสุริยัน ตัวดาบจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีทองส่องสว่างเหมือนแสงอาทิตย์ ฟาดฟันได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า สามารถยืดขยายออกเป็นดาบแสงขนาดยักษ์ได้ ต้องอยู่ในสภาพ Burst Mode ถึงจะใช้ได้ (ลดเกราะป้องกัน ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอย่าง)
- Armargeddon Fist หมัดสุดท้ายทำลายทุกสรรพสิ่ง ท่าสุดยอดที่จะใช้ได้ในช่วงสุดท้ายของเรื่อง ต้องอยู่ในสภาพ Burst Mode ถึงจะใช้ได้ (ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอยาง)
Powerplant : Unknown, Power is infinity (ใช้ไม่มีวันหมด ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง)
Equipment :
- T-link System เหมือนใน OG ทุกประการ (ถูกเอาออกหลังจากได้ไลมุเป็นนักบิน),
- R.F.M. System ย่อมาจาก Restricted Forceful Massiah (พระผู้ช่วยทรงอำนาจที่ถูกปิดผนึก) เป็นระบบที่ใช้จำกัดพลังของยาชาโอในยามปกติเอาไว้ให้ต่ำเตี่ยติดดิน ระบบนี้จะถูกปลดเมื่อเกิดอันตรายกับตัวไลมุหรือจิตใจของไลมุเข้าขั้นคลุ้มคลั่ง จะทำให้พลังของยาชาโอเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสิบๆเท่า สามารถเปิดปิดประตูมิติได้ตามใจปรารถนา (ตอนนี้ทำได้แค่แหกประตูที่มีคนเปิดอ้าไว้แล้วเท่านั้น) สามารถซ่อมแซมร่างกายตัวเองได้ และมีท่าระเบิดพลังวินาศสันตะโรแบบเร็ตสึเมย์โอวของเกรทเซโอไรเมอร์ (ไม่แยกแยะฝ่าย) การปลดระบบนี้หลายๆครั้งจะทำให้จิตใจของผู้ใช้ค่อยๆถูกกลืนกินจนบ้าคลั่งในที่สุด
- Burst Mode ร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานแห่งความโกรธ เป็นการบังคับปล่อยพลังดั้งเดิมส่วนหนึ่งของยาชาโอออกมา ในร่างนี้จะมีปีกไฟ 2 ปีกอยู่ที่หลัง หน้ากากจะเปิดออกเผยให้เห็นหน้าจริงที่ดุดัน ไลมุจะเข้าสภาพ Over Burst มีการโจมตีที่รุนแรงมหาศาล
Pilot Azaki Limu


หุ่นรบในตำนานที่กล่าวว่าถูกสร้างตั้งแต่ในสมัยสงครามอวกาศเมื่ออดีตกาล ถูกขุดพบจากซากโบราณสถานใต้ทะเลในสภาพพังยับเยินและได้ถูกสหพันธ์โลกเอามาซ่อมแซมใหม่ ระบบบังคับคล้ายคลึงกับระบบหุ่นทั่วไปแต่กลับไม่มีนักบินคนไหนควบคุมให้มันเคลื่อนไหวได้เลย ครั้งหนึ่งทางสหพันธ์ได้ลองติดตั้งระบบ T-link ให้และใช้นักบินพลังจิตขับเคลื่อนด้วยระบบนี้แต่ก็ทำได้เพียงก้าวเดินช้าๆเท่านั้น (สภาพคล้ายๆกับ Strike Gundam ตอนที่คิระยังไม่ได้ปรับระบบ OS) จนไม่อาจใช้ในการรบจริงได้เลย แต่เมื่อไลมุได้เข้าไปขับหุ่นตัวนี้โดยบังเอิญเธอกลับสามารถควบคุมให้มันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วมากจนคนอื่นๆพากันตะลึง ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้

ยาชาโอเป็นหุ่นที่ความสามารถในการสร้างหรือทำลายมิติ ในอดีตถูกเทพหายนะสร้างขึ้นโดยการบวงสรวงวิญญาณของเหล่าทวยเทพและสิ่งมีชีวิตอื่นๆจำนวนมหาศาลให้กับ "แกนกลางของจักรวาล" ทำให้มันมีชีวิตจิตใจและทำการเลือกนักบินด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ดี ยาชาโอในปัจจุบันที่ไลมุขับนั้นเรียกได้ว่าห่างไกลกับ "ร่างดั้งเดิม" ที่มีพลังมหาศาลเหนือจินตนาการมากนัก ซึ่งสาเหตุของเรื่องนี้จะถูกเปิดเผยในช่วงหลังพร้อมๆกับความลับของไลมุและ....





Original Yachaoh
Serial Number : Unknown
Code Name "The Ultimate Despair Being"
Height Unknown
Weight Unknown
Type Unknown
Weapon Unknown
Powerplant Unknown
Equipment Unknown
Pilot Itself

ยาชาโอตัวดั้งเดิมที่เทพหายนะสร้างขึ้น รูปร่างใกล้เคียงกับยาชาโอตัวปัจจุบันของไลมุแต่ต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย หน้าตาโหดเหี้ยมดุดันราวยักษ์มาร มีปีกขนาดใหญ่สี่ปีกด้านหลัง ปีกคู่บนเป็นปีกเทพสีขาว ปีกคู่ล่างเป็นปีกมารสีดำ มีพลังมากมายมหาศาลจนแม้แต่เทพหายนะที่เป็นผู้สร้างยังไม่อาจควบคุมได้ จนในที่สุดเทพหายนะจึงต้องยอมให้ตัวเองถูกดูดกลืนเข้าไปเพื่อใช้วิญญาณของตนเองในการควบคุมความบ้าคลั่งของวิญญาณผู้วายชนม์ที่สถิตในตัวยาชาโอ
 
Destropia
Serial Number : Unknown
Height 45.3 m
Weight 108.9 t
Type Super Robot Machine Devil Type
Weapon :
- Majin Ken ดาบปีศาจสีแดงราวเลือด ใช้วิธีสร้างจากมโนภาพเหมือนยาชาโอ
- Dark Nebula ปล่อยไอพลังความมืดออกมาจากรอบตัว ไอเหล่านี้จะทำให้ระบบต่างๆของเครื่องจักรในบริเวณนั้นรวน และยังทำหน้าที่เป็นแจมมิ่งรบกวนเซนเซอร์ด้วย (ลดความแม่นยำ)
- Gravity Blaster Cannon ก็คือๆ Graviton Cannon ของเนโอแกรนซันนั่นแหล่ะ (อาวุธแมพรอบตัว ไม่แยกแยะฝ่าย ลดความเร็วและการเคลื่อนไหว)
Special Attack :
- Maouken Dichikiri เพลงดาบจอมมาร รวมพลังความมืดไว้ที่ดาบจนเปล่งประกายสีดำ แล้วฟันออกมาเป็นรูปนกฟินิกซ์สีดำ (ไม่สนขนาด ทะลุบาเรีย)
- Over Crisis เปิดหน้าอกของเดสโพรเทียแสดงให้เห็นลูกแก้วสีแดงที่อยู่ภายใน ระเบิดพลังลำแสงทำลายขนาดใหญ่จากลูกแก้ว ระยะยิงไกลมากและลำแสงสามารถเลี้ยวได้เพราะมีระบบนำวิถี (ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอย่าง)
Powerplant : Unknown, Power is infinity
Equipment : Crossgate Paradism System
Pilot Nasuse Valkyrim

หุ่นรบประจำตัวของนาซัส เป็นหุ่นสีดำทั้งตัวมีปีกมารขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง มีพลังการต่อสู้มหาศาลมาก จนกองทัพของสหพันธ์ดาวเซอร์นาสไม่อาจต่อกรได้เลย มีระบบ Crossgate Paradism สำหรับการเดินทางข้ามมิติได้ รายละเอียดความเป็นมาไม่ปรากฎแน่ชัด แต่ดูเหมือนจะสร้างจากแร่พิเศษที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองได้ ลูกแก้วสีแดงที่ใจกลางนั้นเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานอนันต์ เชื่อว่าน่าจะเป็นมรดกจากยุคอดีตชิ้นหนึ่ง

Daren Machine Data (For Master Class)

Deus Agram
Serial Number : XGG-16A
Height 51 m
Weight 124 t
Type Daren Bio-super Robot
Weapon :
XG-01 Code "Death" - อาวุธเคียวแสงขนาดใหญ่ เก็บเอาไว้ที่บริเวณปีกหลัง สามารถผ่ายานรบขนาดกลางได้ในครั้งเดียว
XG-02 Code "Virus" - อาวุธแมพรอบตัว ปล่อยละอองนาโนแมชชีนจากปีกหลัง สภาพตอนใช้คล้ายๆผีเสื้อแสงจันทร์
XG-03 Code "Jaguar" - ท่าที่ใช้ดาบแสงจากมือทั้งสองข้างพุ่งเข้าโจมตีศัตรูด้วยความเร็วสูงหลายครั้ง จบด้วยท่าทะลวงไส้แล้วดึงออกฟันเป็นรูปกากบาทปิดท้าย
XG-05 Code "Adam" - ความสามารถพิเศษของหุ่นรบดาเรน (และดาเรนพวกที่ตัวใหญ่มากๆบางจำพวก) สามารถ "กลืนกิน" วัตถุต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต เครื่องจักร หรืออะไรก็ตามที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเกินไปเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวได้ (นึกถึงฟาฟเนอร์หรือชินเกตเตอร์ไว้)
Special Attack :
XG-00 Code "Destiny" - ปืนลำแสงพลาสม่าขนาดยักษ์ ยิงคลื่นความร้อนสีน้ำเงินกวาดศัตรูเบื้องหน้าไม่เหลือซาก (อาวุธแมพยิงข้าง ไม่แยกแยะฝ่าย ทะลุบาเรีย)
XG-alpha Code "God" - แปลงร่างเดอุสอากรัมเข้าสู่สภาพ Divine Beast ปีกที่หลังจะแผ่ขยายออกเปล่งประกายแสงสีเงิน พุ่งเข้าโจมตีศัตรูอย่างดุดันราวสัตว์ป่า (นึกถึงเอวาตอนคลั่งไว้) จบด้วยการใช้กรงเล็บที่มือทั้งสองข้างฉีกร่างศัตรูออกจากกันแล้วพ่นไฟขนาดใหญ่จากปากเผาผลาญให้สิ้น (ไม่สนขนาด ทะลุบาเรียและเกราะป้องกันพิเศษทุกอย่าง)
Powerplant : Multi-purpose Blackhole Engine
Equipment : Dimension Flow System, Auto Regenerate System
Pilot : Jomear

หุ่นรบประจำตัวของโยเมร์ หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่หนึ่งแห่งดาเรน เป็นหุ่นเดอุสรุ่นดัดแปลงพิเศษโดยติดตั้งระบบข้ามมิติเอาไว้เพื่อใช้นำทัพดาเรนบุกจู่โจมระบบสุริยะ โดยระบบนี้เป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในยานแม่ของวอเรฟ (หรือที่ถูก ต้องกล่าวว่าวอเรฟก๊อปเทคโนโลยีของพวกดาเรนไปใช้) ซึ่งมันสามารถใช้เปิดประตูมิติที่มีขนาดใหญ่พอจะนำกองทัพทั้งกองเข้าไปได้อย่างสบายถ้าหากว่ามีพลังงานมากพอ ดังนั้นเดอุสอากรัมจึงเปลี่ยนจากการใช้เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชั่นแบบเดอุสทั่วไปมาเป็นการใช้เครื่องยนต์แบล็คโฮลแทน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบล็คโฮลพิเศษที่สร้างด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากจนมีความเสถียรสูงสามารถใช้งานจริงได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องปฏิกิริยาย้อนกลับ นอกจากนี้ยังติดตั้ง XG-alpha ซึ่งเป็นระบบพิเศษที่ใช้กระตุ้นสัญชาตญาณการสู้รบของดาเรน (ในดาเรนที่มีระดับสูง สัญชาตญาณนี้จะมีน้อยกว่าพวกระดับต่ำเนื่องจากมีการพัฒนาทางสติปัญญาที่สูงมาก) ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับหุ่นรบชีวะของดาเรนแล้วจึงทำให้สามารถปลดปล่อยพลังแฝงออกมาได้เป็นอย่างมาก จนกล่าวได้ว่าเป็นคู่มือที่ทัดเทียมกับยาชาโอในสภาพปลด R.F.M. เลยทีเดียว (เจ้านี่ถือเป็นหุ่นบอสตัวหนึ่งในเนื้อเรื่องผม)

Deus Solarius
Serial Number : XGG-03A
Height 35 - 60 m (ขึ้นอยู่กับไทป์)
Weight 85 - 227 t
Type Daren Bio-super Robot
Normal Weapon :
XG-04 Code "Blade" - อาวุธรูปแบบคล้ายบีมเซเบอร์ แต่มีขนาดใหญ่กว่าและคมกว่ากันมาก สามารถผ่าเกราะของหุ่นรบทั่วไปได้สบาย
XG-05 Code "Adam" - ความสามารถพิเศษของหุ่นรบดาเรน (และดาเรนพวกที่ตัวใหญ่มากๆบางจำพวก) สามารถ "กลืนกิน" วัตถุต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต เครื่องจักร หรืออะไรก็ตามที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเกินไปเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวได้ (นึกถึงฟาฟเนอร์หรือชินเกตเตอร์ไว้)
Specific Weapon
XG-02 Code "Virus" - อาวุธแมพรอบตัว ปล่อยละอองนาโนแมชชีนจากปีกหลัง สภาพตอนใช้คล้ายๆผีเสื้อแสงจันทร์ (สำหรับไทป์ F)
XG-11 Code "Zanmato" - อาวุธดาบผ่ายานรบขนาดใหญ่ รูปร่าง+การใช้งานเหมือนซันคันโต (สำหรับไทป์ P)
XG-22 Code "Soul" - อาวุธปืนลำแสงขนาดใหญ่ การใช้งานคล้าย XG-00 Code "Destiny" แต่พลังทำลายและระยะยิงต่ำกว่า (สำหรับไทป์ M)
Powerplant : Nuclear Fusion Engine
Equipment : Auto Regenerate System
Pilot : Daren Master Class

หุ่นรบชีวะรุ่นมาตรฐานของพวกดาเรนชั้นมาสเตอร์ (ชั้นสูงสุด มีรูปร่างและขนาดตัวคล้ายมนุษย์ และเป็นรูปแบบชีวิตทรงภูมิปัญญา) มีการใช้งานแบ่งเป็นหลายไทป์ ไทป์ F จะมีขนาดตัวเล็กกว่าพวกอื่น สำหรับใช้การโจมตีวงกว้าง ไทป์ P มีขนาดใหญที่สุดและอึดที่สุดสำหรับบุกทะลวง ไทป์ M จะมีขนาดปานกลางสำหรับคอยสนับสนุน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 30, 2009, 02:41:36 PM โดย Black Overman XAN » บันทึกการเข้า

หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2009, 01:10:10 PM »

หุ่น
ชื่อ - ATE-002 Ark Strikers
รูปร่าง -
สูง 21 เมตร คนขับ 1 คน

ท่าโจมตี -

วัลคัน 120 m.m. 1200 ระยะ 1 - 3 ยิงได้ 7 ครั้ง
โฮมมิ่งค์มิตไซน์ 2100 ระยะ 2 - 5 ยิงได้ 3 ครั้ง
บีมเซเบอร์ x 2 3000 ระยะ 1 - 2
บีมออโตเมติคไรเฟิล 3400 ระยะ 1 - 5 ยิงได้ 12 ครั้ง
Engage System ( Map ) 4500 ระยะ 1 - 3 En 80
Engage System 5000 ระยะ 1 - 3 En 40


ประวัติ - AT เครื่องที่ 2 ที่ถูกพัฒนามาอย่างลับ ๆ โดยปู่ของอุชิโอะ เพื่อนำไปเป็นของขวัญวันเกิด โดยขนส่งมาพร้อม ๆ กับขนส่งที่ไว้ใช้บรรทุกอาวุธสำรองของหุ่น
ทางกองทัพ แต่เกิดเหตุการณ์สลัดอวกาศบุกเสียก่อน ทำให้อาร์คสไตรค์เกอร์ที่ขับโดยอุชิโอะจึงต้องใช้อาวุธธรรมดา ๆ ของหุ่นจากทางกองทัพไปก่อน โดยที่
อาร์คสไตรค์เกอร์ มีระบบ Engage System ซึ่งสามารถสร้างม่านพลังรูปปีกสีฟ้า ออกมาล้อมรอบตัวได้ นอกจากนี้ตัวหุ่นยังมี Alice System ที่คอยคุ้มครองนักบิน
อีกด้วย แต่ทางสลัดอวกาศที่ชิง ATเครื่องแรกไปได้นั้น ก็เตรียมทำการแย่งชิงหุ่น ตัวนี้มาจากอุชิโอะอยู่  ซึ่งภายหลังจากระบบ A.L.I.C.E. และ Engage System
ทำงานอย่างกะทันหันทำให้หุ่นได้รับความเสียหาย จึงต้องมีการปรับปรุงระบบภายในห้องบังคับ เพื่อให้สามารถใช้งานทั้ง 2 ระบบได้ดีขึ้น และได้ทำการติดตั้งอาวุธดั้งเดิม
ของอาร์คสไตรค์เกอร์เข้าไปอีกด้วย จึงเป็นที่มาของ ATE-002C Ark Strikers  Kai  ซึ่งได้รับการปรับปรุง OS แล้ว  ( เนื่องจากตอน Engage System ทำงานครั้งแรก
อุชิโอะอาเจียนแทบจะหมดกระเพาะเพราะทนความเร็วของระบบไม่ได้ เสมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกาก็ไม่ปาน )


ชื่อ : ATE-002SC  Ark Strikers  MK II  ( รูปโดยท่าน HaganeF )
รูปร่าง :
สูง : 23 เมตร
หนัก : 60 ตัน
ไทป์ : เรียลโรบอท ???

ประวัติ : อาร์คสไตรค์เกอร์ไคที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของบอล์นและสลัดอวกาศ  ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมที่เรียกได้ว่า แทบจะรื้อเครื่องสร้างใหม่กันเลยทีเดียวโดยได้มีการพัฒนาระบบอลิซ และ engage system เพิ่มขึ้นจากข้อมูลไฟล์ที่ 2 ที่ได้รับมาจากแผ่นดิสก์ของปู่อุชิโอะ  โดยกระโปรงที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัว ได้เปลี่ยนใหม่ให้มีรูปร่างเหมือนกับ AT ตัวอื่น ๆ แทนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและพื้นที่ในการติดอาวุธ  นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งบูสเตอร์ที่มีกำลังแรงสูงเข้ามาแทน เพื่อให้สามารถใช้กับระบบ engage ได้มากขึ้น นอกจากนั้นด้านหลังของหุ่นยังติดตั้ง Neo VSBR ( เวสเปอร์ ) ไว้ใช้สำหรับเจาะบีมชิลด์หรือไอฟิลด์โดยเฉพาะ  ปืนออโตเมติคไรเฟิลก็มีการปรับปรุงให้สามารถยิงกระสุนไรเฟิลแบบธรรมดาแทนบีมได้อีก  นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเครื่องยนต์แปรพลังงาน ( Transposition Engine  )  สำหรับอาวุธใหม่ " กราวิตี้ ไรเฟิล "  ปืนแรงโน้มถ่วง ที่ว่ากันว่าเป็นผลงานวิจัยลับของปู่อุชิโอะอีกด้วย  แต่ทว่าเนื่องจากเป็นปืนที่ต้องใช้พลังงานมหาศาลจึงสามารถยิงได้เพียง 3 นัด และถ้ายิงหมด แล้วจะไม่สามารถใช้ระบบ Engage ได้อีก  นอกจากนี้ส่วนปีกยังติดตั้งปืนพลังงานสูงไว้เพื่อต่อต้านพวกอากาศยาน   ทางด้าน Engage System  ก็ได้รับการปรับปรุงให้สามารถสร้างม่านสนามแม่เหล็กแรงสูงที่มีความทนทานมากขึ้น และเร่งความเร็วได้มากขึ้น แต่ทว่าต้องแลกมากับเวลาที่สามารถใช้ระบบนี้ได้เพียง 7 นาที ( ของเดิมใช้ต่อกันได้ 10 นาที ) แล้วต้องพักเครื่องเพื่อให้ระบายความร้อนเป็นเวลาถึง 10 นาที ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงพักเครื่องระบายความร้อนนี่  อาร์คสไตรค์เกอร์แทบจะเป็นอัมพาตเพราะไม่สามารถใช้อาวุธติดตัวหรือระบบอื่น ๆ ได้เลย ( แต่อาวุธถือยังสามารถใช้ได้ )  นอกจากนี้ส่วนโล่ห์ของมาร์คทูก็ได้ติดตั้งเครื่องยิงดัมมี่อีกด้วย  ส่วนอาวุธระยะประชิดนอกจากบีมซอร์ดแล้ว ยังมี สนับพลังงาน ที่ติดตั้งไว้ที่เกราะหลังมือ และสามารถพับมาเพื่อให้ใช้ " นัคเคิลช๊อต " หมัดประจุไฟฟ้าได้อีกด้วย

ท่าโจมตี :

วัลคัน 120 m.m.                   2200       ระยะ  1 - 3   ยิงได้ 7 ครั้ง
โฮมมิ่งค์มิตไซน์                     2500        ระยะ  2 - 5   ยิงได้ 3 ครั้ง
นัคเคิลช๊อต & บีมซอร์ด             3500        ระยะ  1 - 2   ( เป็นท่าที่มาร์คทูจะยิงดัมมี่ก่อกวน และพุ่งเข้าไปใช้ท่านัคเคิลช๊อต และจะต่อด้วยชักบีมซอร์ดเข้าฟันอีกที )
บีมออโตเมติคไรเฟิล                 3700        ระยะ  1 - 5   ยิงได้ 12 ครั้ง  ( กราดยิงแบบกระสุนไรเฟิลธรรมดาก่อน ที่จะเข้าไปยิงบีมใส่ )
Neo VSBR                         4000        ระยะ  2 - 6   EN 25
กราวิตี้ ไรเฟิล                       4800        ระยะ  3 - 8   EN 40
Engage System ( Map )       5000        ระยะ  1 - 3   EN 80
Engage System                  6000        ระยะ  1 - 3   En 50  ( ยิ่งถ้าใช้ตอน  A.L.I.C.E. SYSTEM ทำงานด้วย ค่าโจมตีจะขึ้นถึง  6900 )

เพลงธีมฉากไคลแมกซ์ 

เพลงธีมฉากเปิดตัวของ MK II และ MK III 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 23, 2010, 06:04:09 PM โดย Hoiji » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
EarthSphere G. Homeland
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 918


With Aspiration!

mmighty_m@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2009, 05:41:43 AM »

ประเภทหุ่นยนต์ - Real (Speed-Sword-Infight) เป็นสายเรียลที่เน้นสู้ประชิด เช่นเดียวกับพวก Dunbine หรือ Cybaster

ชื่อ - RGG017-X : X-Chavalier Exe's Custom

รูปร่างหน้าตา


สี - ส้ม(แป้ด)-เทาเข้ม

รูปร่างออกไปทางหุ่นอภินิหาร แบบ dunbine หรือ escaflowne
ผสมกับหุ่นเชิง mechanics แบบเครื่องบินเช่น ตระกูล Lion หรือ Valkyrie
เปลี่ยนร่างไม่ได้ แต่มีปีกทรงเครื่องบิน และมีรายละเอียดของ Jet Turbine ด้วย(คนดีไซน์หนักใจไหม)
Image Concept : Union Flag(Gundam OO) + Alterlion (SRW OG) + Surbine(Dunbine OVA)หรือเอาหุ่นจาก sky girl มาผสมก็ไม่เลว...


เน้น อาวุธระยะใกล้ อาวุธหลักคือ ดาบใหญ่(Broad Sword) แต่เล็กกว่า Buster Sword( Buster Swordคือดาบของกัซในเบอร์เซิร์ก หรือ คลาวด์ FF7)
 และอาวุธบีมต่างๆ(เสีย EN) ดาบสามารถอาบบีมได้ด้วย

อาวุธ (ความแรง Edit ตามใจชอบเลย บนเบาสุดไปถึงล่างแรงสุด อย่าลืมว่าถ้าระบบพิเศษ ON จะมีผลต่อท่าที่กิน EN-อ่านด้านล่าง)

- GR Bullet[P] (1ช่อง กระสุน10นัด)
ปืนกลจากข้างเอว

- Titan Missile(+) (6ช่อง กระสุน8นัด แม่นยำ -20)
มิสไซล์ จาก บ่า ทังสองข้าง เดินไปยิงไปไม่ได้ ใช้สกัดกั้น

- Caliber Slash[P] (1ช่อง ไม่เสียกระสุนและ EN แม่นยำ+10)
พุ่งไปฟันดาบในแนวนอนผ่าศัตรู

- Beam Blade X (B)[P] (1ช่อง EN5 แม่นยำ+10 Cri+10)
ใช้บีมอาบดาบแล้วฟันเป็นรูปตัว X

- Blaster Serenade (B)[P] (1ช่อง EN15 แม่นยำ+20)
ใช้บีมอาบดาบแล้วแทงเข้าที่ตัวศัตรู แล้วอัดพลังให้ระเบิดจากภายใน

- Plasma Radius(B)[P] (3 ช่อง EN15 กำลังใจ 105 แม่นยำ-10 Cri+10)
ใช้บีมอาบดาบอัดให้กลายเป็นดาบที่ยาวมากแล้วฟันใส่ในแนวนอนโดยไม่พุ่งเข้าไป

- Korona Blackout(B)[P] (1 ช่อง EN30 กำลังใจ 110 แม่นยำ+20 Cri+20)
 อาบบีมที่ดาบ -> พุ่งไปเตะ -> ตามด้วยอัด Thruster แล้วฟันไปข้างหน้าแบบไม่นับ

- Nova Slash Korona Execution(B)[P] (1 ช่อง EN50 กำลังใจ 120 แม่นยำ+30 Cri+10)
อาบ บีมที่ดาบ -> ชาร์จพลัง เป็นลูกพลังสีดำรอบตัว แล้วดูดซับเข้าดาบ ดาบจะถูกเคลือบเป็นสีดำ ->ตัดเข้าคัทอิน --> ดาบค่อยๆ กะเทาะ เปลือกสีดำออกเผย
ให้เห็นดาบบีมสีส้มแดงภายใน ----> "Nova Slash!!!!!!!"-----> กระโดดเข้าฟันอย่างแรง แบบไม่นับ-->แทง--->
 อัดพลังใส่ศัตรูจนระเบิด " Korona Execution !!!!!!!!!!!!!!!!"

ความสามารถระบบพิเศษ

- Maxima Korona ทำงานเมื่อกำลังใจถึง 130 และใช้ EN ทุกเทิร์น เทิร์นละ 50
เพิ่ม อัตราพลังงาน Boost เป็นสองเท่า มีผลทั้งกับความเร็ว(เพิ่มขึ้น 30%)และอาวุธที่ใช้ EN ต่างๆ (พลังโจมตีเพิ่มขึ้น แต่ใช้ EN มากขึ้น30%)
แต่จะทำให้พลังหมดเร็วขึ้น(แหงละ) มีสิทธิติด Bunshin(แยกร่าง) , Counter  และ Criticalมี%ติดสูงขึ้น เมื่อระบบทำงาน

เมื่อ EN ต่ำกว่า 50 จะไม่สามารถใช้ Maxima Korona ได้ แม้ว่ากำลังใจจะเกิน 130
และแม้ว่า เติม EN แล้ว ก็ไม่สามารถกลับมาใช้ได้อีกในฉากนั้นๆ (ต้องเลี้ยง EN ห้ามต่ำกว่า 50)

สมมติว่า
MK On ---> EN  ต่ำกว่า 50 -----> MK Off แล้ว On ไม่ได้อีกจนกว่าจะจบฉาก แม้ว่าจะเติม EN แล้ว
MK On ---->พลังใจตก ---> MK Off แต่จะสามารถ ON ได้อีก
MK On ----> เติม EN เรื่อยๆ ไม่ให้ต่ำกว่า 50 -----> ใช้ MK ได้เรื่อยๆ

อื่นๆ
- X-Chavalier เป็นรุ่นพัฒนาของ RGG016 Chavalier ที่เป็นรุ่นมาตรฐาน เพิ่ม Thruster ให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น และมีความคล่องตัวมากขึ้น
เฉพาะเครื่อง Custom ของ Exe ได้เพิ่มอาวุธอีก 2 ชนิด(GR Bullet,Titan Missile) รวมทั้งติดตั้งระบบ Maxima Korona เพิ่มอัตราพลังงาน Boost เป็นสองเท่า
แต่เนื่องจากระบบยังไม่เสถียร จึงได้นำเข้าร่วมรบแค่เพียงไม่กี่เครื่อง สำหรับหัวหน้า เท่านั้น

ขนาด S
ใช้งานบนท้องฟ้า A อวกาศ B พื้นดิน B ในน้ำ C
Bunshin(แยกร่าง) เฉพาะ MK On
Counter เฉพาะ MK On
ช่องเดิน 7

===========================================


X-Chavaier รุ่น Mass Customised

Mass Customised คือรุ่นดัดแปลงจาก Chavaier รุ่นธรรมดา แต่ ดัดแปลงเป็นจำนวนมาก มี 3 แบบ คือ

- Hi Mobility เพิ่มพลังเคลื่อนที่ การเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่ลดเกราะและ อาวุธลง เพื่อลดน้ำหนัก
- Long Range สนับสนุนระยะไกล เพิ่มเกราะ เพิ่มอาวุธหนัก เพิ่มอาวุธยิงจำพวก missile
- SES(Stealth,EWAC,Sniper) เพิ่มอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์พรางตัว อุปกรณ์เพิ่มความแม่นยำและเล็งเป้าระยะไกล

สี - เขียวทหาร เทาเข้ม

อาวุธมาตรฐาน

- Stun Knuckle(P) 1 ช่อง (ไม่จำกัด แม่นยำ +20)
.....ต่อย...(ไม่มีลูกเล่นอะไรเลย)

- CH-Slasher 2 ช่อง (ไม่จำกัด แม่นยำ +0)
ฟันดาบ .....(ไม่มีลูกเล่นอะไรเลย)

- Machine Handgun(P)(+)  6 ช่อง (กระสุน 10 นัด แม่นยำ -10)
ยิงปืนกลสั้น ทรงเหมือนปืน auto แต่ ยิงรัวได้

- Grenade Luncher(+) 6 ช่อง (กระสุน 2 นัด แม่นยำ -20)
เอาลูกระเบิดติดที่ปืนกล ปรับโหมดแล้วยิงออกไป

Hi Mobility Custom

- ไม่มี Ch-Slaser , Machine Handgun , Grenade Luncher แต่มีอย่างอื่นเพิ่ม

- Dual Handgun คือมันจะถือ Machine Handgun สองมือเลย(P)(+) (6 ช่อง กระสุน 10 นัด แม่นยำ -10)

- Wing Wider ใช้ส่วนปีกบินเฉือน(P) (1 ช่อง ไม่เสียกระสุน EN-5 แม่นยำ +0)

- Combat Combination โฉบอัดด้วย Stun Knuckle ด้วยความเร็วสูง(P) (1 ช่อง ไม่เสียกระสุน EN-15 แม่นยำ +10)

- Speed Star ยิง - ต่อย - ฟัน เป็นชุด(P) (กำลังใจ 120 1 ช่อง ไม่เสียกระสุน EN-15 แม่นยำ +10)


Long Range Custom

- ไม่มี Stun Knuckle กะ Ch-Slasher

- Orion Cannon(+) (3-8 ช่อง กระสุน 12 แม่นยำ +10)
ปืนใหญ่คู่ที่ติดตั้งบนไหล่ พับเก็บได้

- Sirius Missile(P)(+) (2-6 ช่อง กระสุน 6 แม่นยำ -10)
มิสไซล์สกัดกั้นที่บริเวณขา

- Kanis Luncher(+) (4-8 ช่อง EN-20 แม่นยำ +20)
ปืนขนาดยักษ์ที่พับอยู่ที่ Backpack เวลายิงจะยืดแล้วสอดมาใต้รักแร้ ดึงออกมาจากแขนยืด แล้วยิง

- Open to End(+) (5-8 ช่อง EN-50 แม่นยำ -20 กำลังใจ 120)
เอา Kanis Luncher ต่อกับ Orion Cannon แล้วยิง

SES

- มีครบเหมือนรุ่นปกติ

- เพิ่มอาวุธอย่างเดียว Sniper X (+) (2-12 ช่อง กระสุน 6 นัด แม่นยำ +30 กำลังใจ 120 ยิงได้แค่เทิร์นละนัด ในเทิร์นฝ่ายเราเท่านั้น)
Sniper Beam Rifle นั่นแหละ



อื่นๆ
- X-Chavalier เป็นรุ่นพัฒนาของ RGG016 Chavalier ที่เป็นรุ่นมาตรฐาน เพิ่ม Thruster ให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น และมีความคล่องตัวมากขึ้น


ขนาด S
ใช้งานบนท้องฟ้า A อวกาศ B พื้นดิน B ในน้ำ C
ช่องเดิน 7(มาตรฐาน) 8(Hi Mobility) 6(Long Range)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2009, 11:06:23 PM โดย EarthSphere G. Homeland » บันทึกการเข้า
Replikia
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 641



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2009, 03:38:32 PM »

ข้อมูลยูนิท

ชื่อ – TF-34X- Orpheus

รูปร่างหน้าตา



ประวัติ
   หุ่นรบส่วนบุคคลที่ลูคัสทำการออกแบบเองทั้งเครื่อง ส่วนรหัสที่ใช้เป็นการนำรหัสกองทัพมาอ้างถึงเฉยๆ ดำเนินการสร้างโดยการว่าจ้างช่างนอกกองทัพให้สร้างตามแปลน เป็นเครื่องติดอาวุธหนักทั้งแบบกระสุนและพลังงาน มีกำลังเครื่องสูง ระบบป้องกันตัวเองที่มีประสิทธิภาพ คอกพิทเป็นแบบกึ่งซิงโคร สามารถปลดพาร์ทได้ เมื่อปลดทั้งตัวจะยังใช้อาวุธหลักเป็นปืนยาวเหมือนเดิม ในโหมด AWS สามารถยิงทำลายศัตรูที่ขวางหน้าให้ราบเป็นหน้ากลองได้ (เป็นเส้นตรงด้านหน้าไม่ใช่การกระจายแบบยุงเจ็ดสี) รวมถึงสามารถถล่มยานรบได้เลยทีเดียว แต่ด้วยความที่มีน้ำหนักมากทำให้การใช้งานบนโลกไม่คล่องแคล่วเท่าที่ควร(จนถึงอืดอาด....)


อาวุธที่ติด
-   30 mm Gatling gun ในแขนทั้ง2ข้าง
-   Beam cannon ที่หัวเข่า2ข้าง
-   Dual railgun ที่กระโปรงข้างคล้ายฟรีด้อม
-   Multi shield cannon ปืนใหญ่ที่โล่2ข้าง ยิงแบบกระจาย
-   Linear gun ที่หลัง2กระบอก เวลาใช้จะพับมาประทับบ่า
-   Missile แบบกระจาย(split missile) ซ่อนไว้ด้านในขา
-   Beam saber 2เล่ม
-   Twin launcher ปืนยาวรูปร่างคล้ายพิณที่ยิงได้หลายโหมดเช่น โหมดกระจาย สไนเปอร์ ยิงรัว หรือชาร์จทิ้งไว้แล้วยิงเป็นลำแสงขนาดใหญ่ ถือไว้ที่มือทั้ง2ข้าง
-   All Weapon Standby (AWS) โหมดใส่ทุกอย่างที่มี ใช้แล้วต้องทำการปลดเกราะนอกทิ้งทั้งหมดเพราะจะโอเวอร์ฮีท

ความสามารถระบบพิเศษ

- Full defense mode กางโล่พลังงานเป็นวงกว้าง

Ex-OM -01T Thanatos 

รูปร่างหน้าตา – หุ่นดำแซมน้ำเงินเข้ม ดูภายนอกแล้วมีขนาดใหญ่เพราะแบ็คแพ็คด้านหลัง แบ็คแพ็คด้านหลังมีอุปกรณ์คล้ายโลงศพ 6 โลงซ้อนกัน และสามารถกางมาคลุมตัวหุ่นได้  โดยมีแขนกลขนาดเล็กเป็นตัวยึด  กระโปรงข้างมีขนาดใหญ่ ช่วงบนเพรียวบางแต่มีขาขนาดใหญ่จุดแตกต่างจากฮิปนอสคือแพ็คหลัง กระโปรงข้าง อาวุธติดตั้ง หัว และสี โดยหัวของทานาทอสจะเปิดส่วนหน้าผากออกให้เห็นตาที่3ได้

 ประวัติ
   หุ่นฝาแฝดของฮิปนอส สร้างขึ้นเพื่อใช้งานควบคู่กับฮิปนอสโดยให้เป็นเครื่องยิงสนับสนุน จุดเด่นคือการต่อสู้ในระยะกลาง-ไกล ตอนแรกรูเดียตั้งใจจะให้ลูคัสเป็นไพล็อตแต่ว่าก็ใช้ด้วยตัวเอง วัสดุที่ใช้ในการสร้างไม่เป็นที่ปรากฏ ระบบควบคุมใช้การบังคับจากร่างกายและสมองควบคู่กับการซิงโครทำให้มีอัตราการตอบสนองสูงมาก ลอยตัวได้อย่างอิสระด้วยระบบควบคุมแรงโ้น้มถ่วงรอบตัว(นึกถึงGN driveได้เลยครับ) รวมถึงมีทรัสเตอร์ที่หลัง กระโปรงข้าง ขา ใต่ฝ่าเท้า อีกทั้งเมื่อเกรฟยังติดอยู่กับตัวก็สามารถใช้เป็นบูสเตอร์เสริมได้อีกด้วย รวมแล้วมี13จุด ระบบอาวุธที่ดูเหมือนบีมแต่พลังทำลายสูงกว่ามาก เทคโนโลยีหลายอย่างที่ใช้ก็ถือว่าเกินกว่าวิทยาการปัจจุบันจะทำได้ โดยเฉพาะบางอย่างที่ผิดแผกไปจากสามัญสำนึกเช่นการที่สามารถยิงโจมตีออกมาขณะที่บาเรียที่คลุมตัวอยู่ยังไม่หายไปได้ เป็นเครื่องที่สามารถเคลื่อนที่ฝ่าห้วงมิติที่บิดเบี้ยวได้ อาวุธส่วนใหญ่ล้วนเป็นประเภทเดียวกันกับที่ลูคัสเคยติดตั้งไว้กับออร์เฟอุสแต่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ามาก และส่วนใหญ่เป็นอาวุธติดตั้งถาวร ความสามารถในการรบออร์เฟอุสไม่สามารถเทียบได้เลย อีกทั้งยังแก้ไขจุดอ่อนใหญ่คือการขาดความคล่องตัวอย่างมาก ทำให้ทานาทอสเป็นยูนิตที่สมดุลทั้งพลังโจมตี ความเร็วและพลังป้องกัน แต่เรื่องการสู้ติดพันระยะประชิดนี่ยังไงก็ต้องแก้ที่เจ้าตัวล่ะนะ

อาวุธที่ติด
-   Beam pistol “Orthus” ปืนสั้นคู่2ลำกล้องเก็บไว้ใต้แขนทั้ง2ข้าง มักถูกใช้แทนอาวุธประชิดตัว มีแกนยึดกับซองปืนใต้แขนทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องอาวุธจะหลุดมือ ความเร็วในการลั่นกระสุนสูงมาก (ว่ากันจริงๆมันคือซับแมชชีนกัน.....) เปิดบีมเซเบอร์เพื่อใช้แทนดาบได้
-   Beam cannon ที่หัวเข่า2ข้าง พลังทำลายสูงกว่าของเดิมมาก เวลาไม่ใช้จะพับลงมาเก็บไว้
-   Dual plasma cannon “Chimera kai” ที่กระโปรงข้าง เปลี่ยนเป็นกระสุนพลังงานแทนกระสุนจริง
-   Dual beam gatling  ติดตั้งที่หลัง เวลาใช้ต้องพับมาที่บ่า2ข้าง
-   M.P.T.L. (Multi Purpose Twin Launcher) “Tartarus” ปืนขนาดใหญ่ที่มีพลังทำลายสูงมาก สามารถปรับอัตราการลั่นกระสุนและความแรงของกระสุนได้ตามใจชอบ ที่ปลายมีคีมไว้ยึดศัตรู โหมดที่ใช้บ่อย คือ โหมดแมชชีนกันที่ยิงได้เร็ว และบัสเตอร์แคนน่อนซึ่งพลังทำลายสูงแต่ยิงได้ช้ากว่ามาก มี2กระบอก ประกบเป็นปืนใหญ่ได้ที่พลังทำลายสูงมาก ในรูปแบบปืนใหญ่พลังงานที่ยิงออกมาไม่ใช่บีมแต่เป็นการฉีกมิติอย่างแรง รวมถึงอัดพลังงานเอาไว้ก่อนยิงได้ (ทะลุบาเรีย ไม่สนพลังป้องกัน ไม่สนขนาด) สามารถเปิดคมบีมให้กลายเป็นดาบคู่ได้ แต่ก็ไม่ใช้นักหรอก
-   Weapon container “Grave” กล่องเก็บอาวุธไร้สายที่บรรจุอาวุธไว้ข้างใน หลักการทำงานเหมือนฟันเนล ขณะอยู่ที่หลังสามารถใช้แทนบูสเตอร์และเคลื่อนมาคลุมตัวแล้วสร้างบาเรียได้ ภายในตัวคอนเทนเนอร์มีบีมไรเฟิลกำลังสูงติดตั้งอยู่  ใช้พุ่งชนได้แบบสไตร์คชิลด์ โดยจะสร้างคมบีมขึ้นมาตอนใช้  และบรรจุมิสไซล์ไว้จำนวนมาก(กล่องละ6ลูก ลูกนึงแตกเป็น6ลูกย่อย หนึ่งลูกย่อยเป็นอีก6 รวมแล้ว1296ลูก... มีไว้ปูพรมเท่านั้น....) ถึงอยู่ในที่ๆมีแรงดึงดูดก็ใช้งานได้จุดอ่อนคือเวลายิงต้องมีการชาร์จพลังงานก่อน ถ้าพลังงานหมดต้องกลับมาชาร์จที่ตัวหุ่น ด้วยการควมคุมของลูคัสทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและอิสระ และด้วยเทคโนโลยีที่สามารถใช้บูสเตอร์และบีมไรเฟิลจากช่องทางเดียวกันได้ของลูคัส ทำให้เกรฟบินถอยหลังได้....

ความสามารถระบบพิเศษ

- Full defense mode กางโล่พลังงานเป็นวงกว้าง มีระยะมากพอจะคลุมยานรบได้ทั้งลำ โล่พลังงานเกิดจากการบิดเบือนมิติเอา ภายหลังลูคัสเซ็ตระบบให้ยิงออกไปจากส่วนหน้าอกต่างปืนได้
- Syncronity system เหมือนฮิปนอส
- Energy Cycle Reacter (E.C.R.) เหมือนฮิปนอส

Ex-OM -01H Hypnos 

รูปร่างหน้าตา – หุ่นสีขาวแซมแดง ดูภายนอกแล้วมีขนาดใหญ่เพราะแบ็คแพ็คด้านหลัง แบ็คแพ็คด้านหลังเป็นอุปกรณ์รูปสามเหลี่ยมคว่ำขนาดใหญ่ มีกระโปรงข้างขนาดใหญ่ที่ติดตั้งทรัสเตอร์กับเรลกันเอาไว้ และมีที่เก็บปืนคู่อยู่ ช่วงขาดูใหญ่แต่ไม่ใหญ่เหมือนหุ่นตัวที่แล้ว ภายในติดตั้งบูสเตอร์แรงสูงเอาไว้ ถ้าถอดแบ็คแพ็คจะเป็นหุ่นที่ช่วงบนเพรียวกว่าช่วงล่าง ไหล่มีขนาดเล็กและติดโล่เล็กเอาไว้2ข้าง คอนเซปต์คือหุ่นเพรียวที่ติดอาวุธหนัก

 ประวัติ
   ยูนิตประจำตัวของรูเดีย สร้างด้วยเทคในโลยีทีล้ำสมัยมาก มีระบบพลังงานที่แทบจะเป็นอนันต์ มีซิงโครซิสเต็มที่เชื่อมคลื่นสมองของนักบินเข้ากับระบบควบคุมทำให้อัตราการตอบสนองสูงมาก พลังโดยรวมเมื่อคู่กับทานาทอสสามารถถล่มกองทัพอวกาศที่รูเดียอยู่ให้พินาศได้ด้วยหุ่น2เครื่องเท่านั้น สามารถลอยตัวได้อย่างอิสระ ปีกแสงที่ด้านหลังสามารถแทรกแทรงการทำงานของระบบเรดาร์ได้ดุจแจมเมอร์ชั้นยอด พลังในการต่อสู้ระยะประชิดถือว่าสูงมาก อาวุธระยะไกลมีแค่บีมไรเฟิลที่ปลายหอกและกระสุนจากปีกพลังงานด้านหลังเท่านั้น

อาวุธที่ติด
-   Beam claw “Cerberus” กรงเล็บบีมความเข้มสูงบนนิ้วมือทั้ง2ข้าง รวบเป็นบีมเซเบอร์กำลังสูงได้
-   Beam blade ที่ปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง ความเข้มข้นของลำแสงมากพอที่จะผ่าโลหะหนาๆได้สบาย เวลาเร่งกำลังจะเป็นบีมขึ้นมาปกคุลมส่วนขาเอาไว้
-   Remote Anchor “Griffon” อาวุธรูปแบบบิตขนาดใหญ่ที่เป็นกระโปรงข้างทั้ง2ของฮิปนอส สามารถกางออกเป็นคีมกรรไกรขนาดใหญ่เพื่อฉีกร่างศัตรูได้ ติดตั้งบีมไรเฟิลไว้ภายใน
-   Buster sword ดาบเหล็กขนาดใหญ่ที่แพ็คหลัง2เล่ม คมดาบสามารถฉาบด้วยบีมได้ เน้นการใช้น้ำหนักอัดผ่าลงบนเป้าหมาย แต่ด้วยกำลังเครื่องที่มากเป็นพิเศษทำให้กวัดแกว่งได้โดยความเร็วไม่ตก ประกอบเป็นดาบสองปลายหรือดาบใหญ่ได้
-   Buster lance “Styx” หอกยาวขนาดใหญ่ที่สามารถบีบอัดมิติไว้ที่ปลายจนกลายเป็นดาบยาวได้ ภายในติดปืนลูกซองหัวระเบิดเอาไว้สำหรับใช้เวลาแทงแล้วยิงอัด มีบูสเตอร์แรงสูงที่ช่วยให้พลังทะลวงมากขึ้นเวลาพุ่งเข้าหาเป้าหมาย รวมถึงกวัดแกว่งได้ง่ายขึ้น สามารถแทงผ่านโล่พลังงานได้สบาย ที่ปลายมีบีมเซเบอร์พลังงานสูงฝังไว้6เล่ม นอกจากนี้อาจประยุกต์การบีบอัดมิติได้หลายๆแบบ เช่น โล่มิติ หรือยิงออกไปโดยตรง (ทะลุบาเรีย ในรูปแบบดาบทะลุเกราะ)
-   Beam saber 2เล่ม
-   Beam wing “Phantasm” ปีกสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ปล่อยพลังงานจำนวนมากออกมาได้ สามารถรบกวนเรดาห์ในบริเวณนั้นได้ ใช้บินโฉบ สร้างภาพติดตาได้ และสามารถยิงกระสุนพลังงานออกมาจากปีกได้จำนวนมาก และกระสุนลำแสงที่ออกมายังมีความสามารถโฮมมิ่งเลี้ยวไล่ตามเป้าหมายได้ แม้พลังทำลายจะต่ำแต่ก็ยิงได้ถี่จึงนับเป็นอาวุธระยะไกลที่ใช้แก้จุดอ่อนได้ดีเยี่ยม

ความสามารถระบบพิเศษ

- Syncronity system คอกพิตจะทำการเชื่อมคลื่นสมองของไพล็อตเข้ากับระบบ ทำให้อัตราการตอบสนองไวมาก สามารถเชื่อมกับหุ่นเครื่องแฝดได้ (รูเดียสามารถบังคับฮิปนอสและทานาทอสพร้อมๆกันได้ด้วยการขับเพียงเครื่องเดียว)
-Energy Cycle Reacter (E.C.R.) ระบบเตาพลังงานแบบพิเศษ เมื่อเดินเครื่องแล้วพลังงานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดลิมิต และเมื่อพลังงานลดลงก็จะยังเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ แต่ถ้าหมดในรวดเดียวจะเพิ่มขึ้นไม่ได้
   En > 0 พลังงานฟื้นคืนได้เรื่อยๆ
   En = 0 เครื่องดับ พลังงานไม่ขึ้น
เมื่ออยู่ใกล้กับเครื่องแฝดจะทำการถ่ายเทพลังงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกัน

-Paradigm Shift ระบบที่จะเร่งการเคลื่อนที่ถึงระดับอะตอมของหุ่นจนดูเหมือนหุ่นเทเลพอร์ตได้ รวมๆแล้วประมาณโบซอนจัมป์ และสามารถสร้างเวิร์มโฮลได้ เมื่อซิงโครกับทานาทอสจะทำให้ใช้ข้ามมิติได้เลย

อื่นๆ
- ตอนที่รูเดียถล่มกองทัพด้วยตัวคนเดียวนั้นใช้วิธีซิงโครบังคับ2เครื่องและให้ทานาทอสยิงปืนใหญ่ผ่านเวิร์มโฮลที่ฮิปนอสสร้าง โดยการสร้างเป็นทางเข้า1จุดและทางออกจำนวนมาก (ยิงนัดเดียวถูกกระจายให้เป็นหลายนัดได้โดยไม่มีการเหลื่อมของเวลาและพลังทำลายคงที่ คล้ายเวิร์มสแมชเชอร์ของแกรนซัน แต่กระสุนที่ออกมาแต่ละนัดนี่สิ....)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2009, 07:42:41 AM โดย Replikia » บันทึกการเข้า

บล็อคของคนบ้าหาเรื่องใส่ตัว... แปลมันไปได้ไง(ฟระ....) http://replikia.exteen.com/
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2009, 05:27:12 PM »

กองทัพเฟทเกท(FATE-GATE)กองทัพที่เดินทางมาจากมิติของไกด์เพื่อช่วงชิงเตาพลังงานไดเมนชั่นรุ่นต้นแบบที่พวกไกด์และกู๊ดครอบครองอยู่ เพื่อการได้มาซึ่งอำนาจจากพลังงานไดเมนชั่นที่แท้จริง
หุ่นรบของเฟทเกท
RSX-09 RAL SABER
หุ่นรบทั่วไปของกองทัพเฟทเกท ใช้เตาพลังงานแบบธรรมดา รูปร่างธรรมดาตามมาตรฐานหุ่นรบทั่วไป เป็นหุ่นสีขาว+น้ำเงิน อาวุธมาตรฐานคือ บีมเซเบอร์ เบลด และบีมทวินไรเฟิล แต่จุดเด่นของมันคือสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมเข้าไปได้มากมาย แต่จะติดได้เพียงชุดเดียวเท่านั้นต่อหนึ่งตัวไม่ว่าจะด้านเพิ่มกำลังป้องกัน เช่น อาเมอร์คลอธ แบบปกคลุมตัวซึ่งมีสมบัติลดทอนอาวุธลำแสงได้ เฟสชิลด์ที่ไว้ป้องกันอาวุธกายภาพได้ เพิ่มสมรรถนะด้านระยะไกลก็สามารถติดตั้ง ลองแรนจ์ทวินแคนน่อนที่เป็นแพคติดบนไหล่ได้ ที่สามารถยิงกระสุนปืนและกระสุนบีมได้อย่างละกระบอก บัสเตอร์บีมลันเชอร์ที่แขนทั้งสองข้าง และปืนยิงกระสุนพิเศษเลเวลไรเฟิล ที่มีสมบัติเจาะเกราะได้หากเพิ่มสมรรถนะรบระยะประชิดก็จะเติดตั้งอาวุธเสริมคือ บีมฮีทคลอร์ กรงเล็บที่หลังมือทั้งสองข้าง เกรทบีมเซเบอร์ ดาบลำแสงขนาดใหญ่ที่ติดไว้ที่หลัง สติงเกอร์ฮาเก้น โซ่แบบพิเศษที่ติดไว้ที่ฝ่ามือ ดับเบิ้ลเอดจ์เซเบอร์ที่พกไว้ที่เอวทั้งสอง สามารถนำมาใช้โดยเป็นดาบสองเล่มได้ เกรเนดไนท์มีดระเบิดซ่อนไว้ที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง ราลเซเบอร์สามารถควบคุมได้ง่าย และราคาผลิตไม่สูงและสามารถเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ให้เหมาะสมกับการรบได้ง่าย ปกติราลเซเบอร์จะเป็นเครื่องลูกทีมเป็นหลัก แต่ก็มีบางเครื่องที่เป็นหัวหน้าทีมก็จะมีการเพิ่มส่วนเขาไว้บนหัวและดีเทลส่วนหัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย

RSX-11 RAL LERION
หุ่นรบรุ่นจ่าฝูงของราลเซเบอร์ ใช้เตาพลังงานไดเมนชั่นเทียมที่สร้างขึ้น ภายหลังจากเหตูการณ์ไดเมนชั่นเชสเซอร์โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ของเฟทเกทร่วมมือกันสร้างขึ้นมา ซึ่งก็สำเร็จในเวลาไม่นานเพราะบางส่วนแปลนของเตาก็ถูกฝ่ายเฟทเกทค้นพบมาได้ แต่เตาพลังงานนี้มีข้อเสียคือไม่สามารถชาร์จพลังงานได้เองแบบเตาพลังไดเมนชั่นรุ่นสมบูรณ์ เพราะใช้การอัดพลังงานเอาไว้แทน รูปร่างของราลเลลิอ้อนปกติมีสีขาวเทา สามารถเคลื่อนที่ผ่านเกทมิติในการโจมตีได้ในระยะทางสั้นๆ และสามารถใช้บาเรียไดเมนชั่นแบบอ่อนๆเพื่อสะท้อนอาวุธต่างๆได้ จุดเด่นคือสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและสามารถใช้อาวุธพลังงานไดเมนชั่นได้ ซึ่งมีกำลังมากกว่าอาวุธปกติทั่วไป ซึ่งได้แก่ ไดเมนชั่นทวินสไตร์เกอร์ คมมีดที่ศอกทั้งสองข้าง ไดเมนชั่นกันปืนที่สามารถยิงพลังงานไดเมนชั่นเป็นลำแสง ไดเมนชั่นบีมเบลด ที่ติดไว้ที่ข้อมือทั้งสอง และอาวุธลับไดเมนชั่นเชนโซ่พลังงานไดเมนชั่นที่ติดไว้ที่เอวทั้งสองข้าง และที่นิ้วนั้นสามารถปล่อยพลังงานไดเมนชั่นในรูปลำแสงและแข็งตัวแบบดาบได้ด้วย ราลเลริอ้อนนั้นต้องใช้ผู้ควบคุมที่มีความสามารถค่อนข้างมาก เพราะไม่สามารถเปลี่ยนอาวุธได้เหมือนราลเซเบอร์ นอกจากนี้ผู้ควบคุมยังต้องมีความสามารถที่เรียกว่า ยีนเทียมแบบพิเศษ หรือที่เฟทเกทเรียกว่านาโนชิพแบบพิเศษที่จะฝังเข้าตัวนักบินทำให้สามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นจากเตาได้ ซึ่งนาโนชิพจะเลือกผู้มีความเหมาะสมโดยการกระตุ้นให้สามารถใช้พลังงานไดเมนชั่นได้ แต่ชีวิตของผู้ถูกฝังก็จะสั้นลงด้วย แต่กรณีไม่มีความสามารถก็ไม่มีผลอะไร

RSX-11-C RAL LERION CUSTOM
ราลเลริอ้อนรุ่นคัสต้อม สำหรับนักบินเก่งๆเท่านั้น มีจำนวนน้อยมาก และนักบินพวกนี้ก็ต้องมียีนพิเศษที่สร้างจากนาโนชิพรุ่นพิเศษเท่านั้นด้วย เครื่องรุ่นนี้จะมีการจูนอัพแบบพิเศษด้วยในด้านกำลังขับเคลื่อน รวมไปถึงระบบของเตาพลังงานจะเดินพลังอีกแบบ ต่างกับรุ่นปกติทำให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น และอาวุธก็จะต่างจากรุ่นปกติ ตรงที่ไม่มีทวินสไตร์เกอร์ แต่มีบีมสปิริตบิทติดตั้งไว้ที่ข้อศอกแทนซึ่งลักษณะการทำงานจะเหมือนฟันเนลมีข้างละ1อัน สามารถใช้เป็นบิทแบบโล่หรือยิงกระสุนหรือกระแทกได้ แต่อาวุธที่เหลือจะคล้ายกัน และที่ต่างจากรุ่นธรรมดาคือสามารถทำโอเวอร์ไดร์ฟ โดยการปล่อยพลังงานไดเมนชั่นออกมาในครั้งเดียว ซึ่งจะเพิ่มสมรรถนะต่างๆให้กับเครื่องชั่วระยะเวลา10นาทีกว่า พร้อมกับใช้เป็นท่าไม้ตาย พลังงานไดเมนชั่นพุ่งชนได้ แต่เนื่องจากไม่สามารถชาร์จพลังงานไดเมนชั่นได้เอง หลังจากใช้แล้วจะต้องกลับไปชาร์จที่ตัวอัดพลังงานใหม่ หรือใส่คอร์พลังงานไดเมนชั่นเข้าไปใหม่นั่นเองเครื่องรุ่นมีมีแบบคัสตอมอีกมากมายหลายแบบตามไพล็อตของมัน เช่น เชียร์ เครเมนต์ เรนต์ เป็นต้น

D-RSX-01-P FATE-OMEGA(ดีเทลเหมือนกัน ฮิวเคไบน์มาร์คทู แต่สีน้ำเงิน+เทา)

1ใน2เครื่องรุ่นใหม่ของFATE ที่รวมเอาเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีสร้างขึ้นมาคือเทคโนโลยีพราน่าของลอร์ดออฟเอเลเมนต์ เตาพลังงานไดเมนชั่น ระบบพลังงานนิวเคลียร์ เท่าที่รู้ทั้งหมดมารวมกัน ซึ่งได้เป็นเตาเร่งอนุภาคไดเมนชั่น ที่ใช้ความร้อนในการประจุเพิ่มความเข้มข้นของเตาพลังงานไดเมนชั่น ให้มีพลังงานสูงมากขึ้นกว่าอนุภาคปกติ ทำให้สามารถใช้งานอาวุธที่เป็นพลังงานไดเมนชั่นแบบเคลือบผิวได้ และยังทำให้สามารถสร้างเกทไดเมนชั่นได้ด้วยแต่ไม่สมบูรณ์ ส่วนพลังพราน่านั้นคือการซิงโครนักบินกับตัวหุ่นให้ตัวหุ่นดึงเอาพลังงานความรู้สึกของนักบินมาเพิ่มกำลังได้ และในส่วนของเตาพลังงานนี้จะมีขนาดใหญ่มากกว่าเตาปกติเพราะติดตั้งคอร์พลังงานไดเมนชั่นเทียมที่ไม่สมบูรณ์(ไม่สามารถชาร์จเพิ่มได้เองเลยติดไว้สำรองในเตาเลย)รอบเตาถึง4คอร์ ทำให้สามารถใช้โอเวอร์ไดร์ฟได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวแรกที่เอาแร่โซลไดร์ฟราเที่ยมที่ถลุงใหม่เป็นแบบโอเมก้าที่แข็งแกร่งกว่าเดิมและสามารถเปลี่ยนรูปได้เมื่อใช้ความร้อนกระตุ้นให้เหมาะสมจากเตาพลังงาน มาใช้สร้างตัวหุ่นและอาวุธ เฟทโอเมก้าถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ได้มีการออกแบบแปลนไว้โดยศจ.อารันด์อย่างลับๆ แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์DIMENSION CHASERได้ถูกเฟทเกทขโมยแปลนไป ซึ่งเฟทเกทก็นำมาสร้างจนสำเร็จในเวลาไม่นาน เพราะว่าแปลนนั้นปรับเปลี่ยนจากโซลน่อนเซเวียร์เล็กน้อย โดยปรับมาใช้โครงสีน้ำเงิน+เทา เปลี่ยนตัวเฟรมแบบใหม่ แต่ไม่ได้รับการติดตั้งโปรแกรมสนับสนุนนักบิน แต่ติดตั้งระบบโหมดวอร์ริเออร์ไว้ สำหรับทำการเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ให้สูงขึ้น และสนับสนุนกับระบบโอเวอร์ไดร์ฟด้วย นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE ENGINEเพื่อการเคลื่อนที่ผ่านมิติด้วย...
อาวุธของเฟทโอเมก้านั้นประกอบด้วย
1.BEAM VULCAN จากส่วนหัว
2.BEAM SOLID MISSILE เป็นกระสุนมิซไซล์ที่เคลือบด้วยบีม ยิงจากส่วนไหล่
3.BEAM BLADE ดาบลำแสงติดไว้ที่ในไหล่ทั้งสองข้าง
4.CARTRIDGE SWORD เป็นอาวุธหลักของเฟทโอเมก้า ดาบแบบพิเศษที่สามารถอัดกระสุนพลังงานธาตุและกระสุนพลังงานต่างๆไว้ในตัวดาบได้ โดยเฟทโอเมก้าจะสามารถบรรจุกระสุนไว้ในดาบและเรียกใช้ได้เลยพร้อมคำสั่ง และการใช้กระสุนนั้นจะทำให้ดาบสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ ดาบสร้างจากโซลไดร์ฟราเที่ยมโอเมก้าด้วย
5.LOAD CARTRIDGE FIRE :FLAME SPEAR หลังจากใส่กระสุนไฟเข้าไป จะยิงกระสุนหอกเพลิงจากวงแหวนพลังที่สร้างจากพลังงานไดเมนชั่นเป็นรูปหอกไฟจำนวนมากเข้าหาศัตรู และเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์เป็นหอกเปลวไฟขนาดใหญ่แล้วขว้างไปปิดท้าย
6.LOAD CARTRIDGE ICE :ICED BLADE คาทริดจ์ซอร์ดที่ใช้จะถูกอาบด้วยน้ำแข็ง อะไรที่สัมผัสจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
7.LOAD CARTRIDGE WIND :HURRICANE SMASH เรียกพายุออกมาถล่มใส่ศัตรู พร้อมกับลากคาทริดจ์ซอร์ดอาบพลังงานไดเมนชั่นเข้าไปฟันทำลายศัตรู
8.LOAD CARTRIDGE EARTH :GAIA IMPACT วงแหวนพลังถล่มพื้นทั้งหมดในอาณาเขตที่สร้าง พร้อมเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นคาทริดจ์แอ๊กซ์ เข้าไปฟาดศัตรูจนขาดสะบั้น
9.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&WIND:FLARE TORNADO พายุเพลิงถล่มศัตรูทั้งหมดพร้อมกันนั้นก็จะใช้คาทริดจ์ซอร์ดอาบพลังงานไดเมนชั่นแล้วพุ่งเข้าไปแทงปิดท้าย
10.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&EARTH:GAIA FEAR หอกดินจากปฐพีจะหุ้มด้วยเปลวไฟพุ่งแทงศัตรูนับไม่ถ้วน แล้วเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นแส้แล้วกระหน่ำฟาดศัตรู
11.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&ICE :BLUE&CRIMSON FINISH คาทริดจ์ซอร์ดจะอาบวงแหวนพลังงานแล้วแยกเป็นดาบสองเล่ม เข้าฟาดฟันศัตรูได้ด้วยพลังร้อนและเย็น
12.LOAD DOUBLE CARTRIDGE ICE&WIND:ICED TORNADO สร้างพายุน้ำแข็ง ขึ้นถล่มศัตรู พร้อมเปลี่ยนคาทรดจ์ซอร์ดเป็นคาทริดจ์แลนซ์ พุ่งเข้ากระหน่ำแทงศัตรู
13.LOAD EX-CATRIDGE-ALL ELEMENT :DESTRUCTION ELEMENTAL ยิงกระสุนทุกอย่างออกไปก่อนพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาศัตรู พร้อมกันนั้นก็ทำการโหลดกระสุนทั้งหมดแล้วพุ่งเข้าฟันศัตรู แล้วสั่งคำสั่งALL LOAD กระสุนธาตุทั้งหมด จะอัดเข้าดาบเป็นดาบแบบพิเศษและฟันศัตรูจนกระเด็นต่อไปอีก พร้อมกับสร้างกรงพลังงานล้อมศัตรู ขณะนั้นจะใส่กระสุนEXลงไปพร้อมกับทำการโหลด แล้วคาทริดจ์ซอร์ดจะแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่ จะลากปืนเข้าไปยิงอัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นเข้มข้นปิดท้าย พร้อมกันปล่อยกระสุนทั้งหมดออกมา
14.WARRIOR-FINAL RIDE OMEGA CARTRIDGE เดินเครื่องวอร์ริเออร์ ซิสเต็ม ตัวหุ่นจะอาบด้วยออร่าไดเมนชั่นสีม่วงดำ แล้วใช้คาทริดจ์ซอร์ดพุ่งเข้าฟันศัตรูพร้อมบีมเบลดหนึ่งเล่มแล้วใช้บีมเบลดหนึ่งเล่มปักคาไว้ที่ศัตรู แล้วทำการโหลดกระสุนธาตุทั้งหมด ในตอนท้ายเพื่อโดนใช้ท่าของทุกธาตุจู่โจมแบบดับเบิ้ลโหลดอย่างรวดเร็ว ปิดท้ายโดยโหลดกระสุนไดเมนชั่นเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นดาบลำแสงไดเมนชั่นฟันขนาดใหญ่ผ่าศัตรูทันที
ความสามารถพิเศษคือ ซอร์ดบล็อค ใช้ดาบป้องกันอาวุธทุกชนิด และอันลิมิดคาทริดจ์ ใช้อาวุธกระสุนไม่มีลดกระสุน และไดเมนชั่นสเฟียร์ซิสเต็ม เพิ่มความสามารถของหุ่นและนักบินเมื่อกำลังใจถึงระดับ และได้ความสามารถบาเรียไดเมนชั่นด้วย

D-RSX-01-S FATE-SIGMA(ดีเทลเหมือนฮิวเคไบน์ธรรมดา แต่สีแดงสลับเหลืองทอง)
เครื่องรุ่นใหม่อีกเครื่องของเฟทเกท ที่สร้างมาคู่กับเฟทโอเมก้า แต่ด้วยความที่ระบบพลังงานที่เป็นคอร์พลังงานเทียม ที่ใส่คอร์เสริมมากกว่าเฟทโอเมก้า ทำให้ระบบรองรับไม่เสถียร จึงต้องทำการแก้ไขอยู่นาน ซึ่งทำให้ถูกส่งมาประจำการช้ากว่าเฟทโอเมก้า แต่ยานขนส่งที่ใช้ขนมามาถูกพวกมิซึโฮชิ โมกะ โจมตีและชิงเอาเครื่องนี้ไปได้ ซึ่งมิซึโฮชิ โมกะได้มอบให้แพททริเซีย ฟรานเรเรีย เป็นนักบิน ซึ่งสาเหตุที่แพทรอดจากเหตุการณ์ระเบิดของโครงการทดลองพลังงานเพื่ออนาคต ครั้งนั้นเป็นเพราะระหว่างที่เกิดเหตุบิดเบือนมิติในตอนนั้นโซลน่อลเซเวียร์ที่หลับใหลอยู่ที่ชั้นใต้ดินในตอนนั้น ได้ทำการสร้างปฏิกิริยาต่อต้านต่อเหตุการณ์ที่ระบบการทดลองเกิดผิดพลาด ทำให้สร้างช่องว่างเวลาขึ้นมาทำให้แพทถูกส่งไปอนาคต และได้พบกับเฟรย่าแม่ของไกด์ แต่เฟรย่าขอให้แพทปิดเรื่องนี้ป็นความลับ และให้พวกโมกะคอยดูแลแพท จนแพทแข็งแรง เธอที่ได้รับรู้เหตุการณ์ตลอดเวลา จึงตัดสินใจต่อสู้กับเฟทเกท
 ระบบทุกอย่างของซิกม่านั้นเหมือนกันโอเมก้า เพียงแต่ที่แตกต่างกันคือโอเวอร์ไดร์ฟซิสเต็มที่ของซิกม่าจะทำเวลาได้มากกว่า และอาวุธของซิกม่าคือคาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลที่ใช้ยิงจู่โจมแทน ซึ่งกระสุนที่มีก็เหมือนกับโอเมก้า และโหลดได้เหมือนกันทุกแบบ เพียงแต่ท่าทางการใช้จะต่างกัน และซิกม่ายังยิงกระสุนอนุภาค บีม หรือกระสุนจริงได้ด้วยปืนนี้ และซิกม่าไม่มีวอริเออร์ซิสเต็มแต่ดินตั้งวัลคิรีซิลเต็มที่ให้ผลคล้ายกัน แต่ลดความเครียดของนักบินลงมากกว่า นอกจากนี้อาวุธพื้นฐานของซิกม่าก็จะเหมือนกับโอมก้า
1.LOAD CARTRIDGE FIRE :FLAME LANCER เมื่อทำการโหลดจะยิงวงแหวนเวทย์เข้าตึงศัตรูและจะชาร์จหอกไฟพลังแรงสูง ยิงทะลวงเข้าใส่
2 .LOAD CARTRIDGE ICE : ZERO RANGE BUSTER เมื่อทำการโหลดจะสร้างวงแหวนเวทย์ขึ้นรอบตัวศัตรู ก่อนจะยิงบัสเตอร์เยือกแข็งออกจากปากกระบอกปืนและวงแหวนไสยเวทย์จะสร้างพลังงานน้ำแข็งมาเกาะตัวที่ตัวหุ่นศัตรูทำให้ถูกแช่แข็งไปและเมื่อลำแสงผ่านไปจนหมดน้ำแข็งจะระเบิดออก
3.LOAD CARTRIDGE WIND:CELESTIAL VORTEX ARROW สร้างลูกศรสายลมเข้าใส่ศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วน ก่อนคาทริดบัสเตอร์ไรเฟิลจะแปลงร่างเป็นธนู แล้วเหนี่ยวศรยักษ์เข้าซ้ำ
4.LOAD CARTRIDGE EARTH :GAIA FINAL สร้างเสาหินขึ้นมาล้อมรอบศัตรูและบังคับให้เสาหินบีบศัตรูจนแหลกละเอียด แล้วแปลงคาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลเป็นค้อนยักษ์ตามมาทุบอีกที
5.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&WIND:VOLCANIC STREAM เมื่อโหลดกระสุนแล้ว จะสร้างวงแหวนเวทย์สองชั้นขึ้นมาสะสมพลังงาน แล้วยิงกระสุนอัดสองเวทย์นี้เข้าใส่ศัตรู 3ลูก แล้วเร่งกำลังเครื่องเข้าไปยิงลูกสุดท้ายแบบประชิดตัว
6.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&EARTH:EARTH SLASHER สร้างวงแหวนเวทย์ออกมารอบตัวเอง แล้วดูดกลืนพลังเวทย์เข้าใส่ปืน แปลงรูปแบบปืนเป็นเคียวขนาดยักษ์ ฟันคลื่นพลังงานผ่ามิติเข้าใส่ศัตรู แล้วลากเคียวไปฟันซ้ำอีกสามครั้ง
7.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&ICE :CALAMITY FLASH คาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลจะอาบวงแหวนพลังงานแล้วแยกปากกระบอกปืนสองชั้น ยิงกระสุนทั้งสองเข้าใส่ศัตรูพร้อมกัน
8.LOAD DOUBLE CARTRIDGE ICE&WIND:SNOW STROM สร้างพายุน้ำแข็ง ขึ้นถล่มศัตรู คาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลยิงวงแหวนพลังงานเข้าใส่ศัตรู จากนั้นจะแปลงสภาพเป็นกระบี่เรเพียเข้าแทงทะลุศัตรูที่ถูกแช่แข็ง
9.LOAD EX-CATRIDGE-ALL ELEMENT :SYMPHONIA OF HEART ยิงกระสุนทุกอย่างออกเข้าหาศัตรูเป็นจังหวะเพลง พร้อมกันนั้นก็ตั้งหลักระบายพลังงานออกจากปีกข้างหลังขึ้นลำกล้องเล็ง แล้วสั่งคำสั่งALL LOAD กระสุนธาตุทั้งหมด จะอัดออกมาเป็นพลังงานสีรุ้งพุ่งเข้าหาศัตรู ซึ่งหลังโดนกระสุนชุดแรกหมด จะโดนแสงสีรุ้งนี้กลืนต่อไป แล้วแพทจะโหลดกระสุนออกพร้อมกันหมดพร้อมกันนั้นจะโหลดกระสุนไม้ตายที่เรียกว่าEX-BURST เข้าไป แล้วกางปีกไดเมนชั่นวิงค์บินตามแสงสีรุ้งเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วยิงอัดเผาขนกระสุนนี้จะสร้างเกทมิติกลินศัตรูเข้าไปจนแหลกสลาย
 10.VALKYRIE-FINAL RIDE SIGMA CARTRIDGE เดินเครื่องวัลคิเรีย ซิสเต็ม ตัวหุ่นจะอาบด้วยออร่าไดเมนชั่นขาวอมฟ้า ยิงกระสุนทั้งหมดที่มีเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็ว แต่จะยังไม่ยิงกระสุนธาตุ ก่อนจะบินเข้าหาศัตรูด้วยความสูงระหว่างที่บินจะเริ่มแยกร่างเงายิงกระสุนธาตุออกมาใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าถึงตัวศัตรูจะโจมตีต่อเนื่องด้วยกระสุนดับเบิ้ลโหลดอย่างต่อเนื่อง เมื่อยิงจนหมดจะเสียบปากกระบอกปืนไว้ที่ศัตรูและตวัดบีมเบลดเข้าฟันต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฟันแพทจะจับที่ปืนด้วยเพื่อโหลดกระสุน และเมื่อฟันครบเจ็ดครั้ง จะกดยิงกระสุนที่โหลดไว้ ปืนจะแปลงเป็นปืนใหญ่แล้วแพทจะคว้าปืนนั้นยิงอัดแบบเผาขน ก่อนจะตวัดปืนกลับมาเหมือนเดิม



UNKNOWN MACHINE THE LORD OF ELEMENTAL-LORD OF WATER JORMUNGAND
เทพมารจักรกลที่หลับไหลอยู่ในหุบเขาเนซเซอร์ ถูกขุดพบโดยกองทัพเฟทเกท และถูกนำกลับมาที่ฐานทัพ และให้โค้ดเนมตามสีของมันว่า"มังกรมรกต" และด้วยวิทยาการของมันเป็นแบบใหม่ ที่ไม่เคยพบมาก่อน ในการใช้พลังงานจากธาตุในการโจมตีและมันจะกินพลังงานของไพล็อทแทนการใช้พลังงานอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครขับมันได้เลย มันจึงถูกนำมาใช้เป็นการศึกษาเทคโนโลยีเพียงเท่านั้นและถูกทิ้งไว้ในส่วนลึกของโรงงานผลิตเครื่องจักรของเฟทเกทแบบถูกลืมเลือน จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีสาวน้อยคนหนึ่งหลงเข้าไปในโรงงานนี้ เพียงเพราะความบังเอิญของเธอ และในที่สุดโชคชะตาของเธอก็ได้ผูกเข้ากับเทพมารจักรกลแห่งสายน้ำตนนี้เข้า และเทพมารจักรกลแห่งสายน้ำก็ตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานเพื่อประกาศซึ่งความแข็งแกร่งของและมันก้เลือกเธอเป็นคู่หุในการต่อสู้ครั้งใหม่และเส้นทางที่โชคชะตากำหนดให้เธอต้องเดินไป จอร์มันแกนด์นั้นเป็นเทพมารจักรกลที่ไม่มีอาวุธในการโจมตีเลยนอกจากมือและเท้าเท่านั้น แต่จะอาศัยพลังงานพราน่าจากไพล็อตสร้างสรรค์อาวุธขึ้นมาหรือใช้ธาตุโจมตีได้
ท่าโจมตีของจอร์มันแกนด์
1.WATERSHOT KNUCKLE ยิงกระสุนน้ำเข้าโจมตีศัตรู พร้อมกับใช้กำปั้นอาบน้ำควงสว่านต่อยอีกที
2.WATER IMPULSE อัดพราน่าธาตุน้ำมือและเท้า พร้อมกันนั้นก็พุ่งประเคนใส่ศัตรูอย่างหนักและรวดเร็ว
3.CRESCENT PRANA WEAPON อัดพราน่าสร้างหอกเวทย์ออกมาพร้อมกันนั้นก็พุ่งเข้าแทงศัตรูรัวๆ และแทงทะลุอย่างแรง แล้วเปลี่ยนหอกเป็นดาบวารีที่แขนคู่กระหน่ำฟันศัตรู ปิดท้ายด้วยสร้างดาบเวทย์น้ำขนาดยักษ์ ฟันศัตรูอีกครั้ง
4.MAPW TIDAL WATER WAVE IMPACT สร้างสายน้ำระเบิดรอบตัว
5.WATER DRAGON PUNISHER จอร์มันแกนด์แปลงร่างเป็นมังกรพร้อมกับกางปีกออก บินเข้าชนศัตรูพร้อมลากลงทะเล แล้ว ยิงไฮโดรพันนิชเชอร์จากปากมังกรจนศัตรูแหลกสลายไป
6.Lord Of Water JUDGEMENTจอร์มันแกนด์จะระเบิดพลังพราน่าออกมาเป็นลำแสงทั่วร่าง และผนึกโซ่ที่แขนและขาจะสลายหายไป และเล็บจากงอกยาวออกมา จอร์มันแกนจะร้องคำรามพร้อมกับหยาดฝนที่โปรยลงมาอย่างหนัก พร้อมกับพุ่งเข้าประเคนหมัดและเท้าที่อาบหยาดฝนเป็นพลังงานกระหน่ำจนศัตรูแหลกสลายไปจนไม่เหลือซากและท้ายที่สุดก็จะสิ้นเสียงคำรามของจอร์มันแกนด์พร้อมกับท้องฟ้าที่แจ่มใส
7.ULTIMATE LORD OF WATER FINAL SEAL จอร์มันแกนด์จะคำรามพร้อมกันความรู้สึกของมิสตี้ ที่จะประสานกัน โซ่ผนึกทั้งหมดจะหลุดออกและร่างกายจะเปล่งประกายแสงมรกตและจอร์มันแกนจะปลดเกราะบางส่วนทิ้ง แล้วเข้าโจมตีศัตรูพร้อมพายุฝนกระหน่ำ ในตอนนั้นจะเห็นใบหน้าของจอร์มันแกนด์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพร้อมกับคราบเหมือนรอยน้ำตา ประเคนหมัดเท้าทุกอย่างที่อาบด้วยพราน่าสายน้ำเข้าโจมตีอย่างหนักหลังจากกระหน่ำแล้วจะลากศัตรูเหวี่ยงไปลงทะเลแล้วแปลงร่างเป็นมังกรตามลงทะเลไปขย้ำต่อหลังจากขยำครงสุดท้ายจะยิงไฮโดรพันนิชเชอร์ ให้ศัตรูลอยขึ้นฟ้า แล้วกระโดดตามไปยิงท่าไม้ตายสุดยอดวอร์เตอร์เซเว่นส์วานิชจากมือที่เหมือนปากมังกรทั้งสองข้าง แล้วยืนดูศัตรูแหลกสลายไป
  ภายหลังที่มิสตี้ขึ้นเป็นผู้ควบคุมอย่างสมบูรณ์ โซ่ผนึกจะหายไปและไม้ตายของจอร์มันแกนด์จะเพิ่มขึ้นมา เพราะมิสตี้นั้นจะต่างจากเซเรนเธอถนัดวิชาด้านการใช้เท้าจึงใช้ท่าเท้าเป็นหลัก ซึ่งจะเพิ่มขึ้นมา
1."ดาวตกวารีถล่มปฐพี" มิสตี้จะอัดพราน่าทั้งหมดเข้าสู่เท้าทั้งสองข้างของจอร์มันแกนด์ พร้อมทั้งพุ่งเข้ากระหน่ำรัวๆก่อนเตะกลับตัวสามครั้งก่อนจะใช้เท้าขวาดีดศัครูให้กระเด็นไปก่อนจะกระโดดถีบจากฟ้าลงมาอีกทีราวกับดาวตก
2."สายน้ำสะบั้น" พราน่าทั้งหมดจะถูกถ่ายโอนไปที่เท้าพร้อมกับเกิดเป็นคมดาบสายน้ำขึ้นมา ก่อนเธอจะพุ่งเข้าเตะฟาดศัตรูอย่างแรง
3.คมเขี้ยวราชันย์วารี
4.สามราชันย์ แปรเปลี่ยนไร้สิ้นสุด


จอร์มันแกนด์THEME ASH TO ASH
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2010, 11:38:46 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: