หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Super Robot Wars The Star Chronicle -Machine Profile-  (อ่าน 23810 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2009, 10:23:17 PM »

Loop Of Arcana

=Military Army Bon=

Exger Vovard (KI-4-VV)
-หุ่นรูปร่างสองขายุคใหม่ตัวแรก เอ็กซ์เกอร์เป็นหุ่นต้นแบบของฟาทูน่ารวมถึงหุ่นที่เดินสองขาและใช้มือจับอาวุธทั้งหมดเอ็กซ์เกอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบระบบอาวุธมือถือและการควบคุมโดยใช้ขาแทนที่จะติดล้อและนำเอาข้อมูลที่ได้เหล่านั่นไปพัฒนาฟาทูน่าต่ออีกที ซึ่งจาการสำรวจเอ็กเกอร์ไม่มีการใช้งานในการต่อสู้จริงๆรวมถึงอาวุธที่เป็นทางการก็ไม่เคยมีการผลิตออกมาจริงๆด้วยเช่นกันหลังจากเรย์นารืดเข้าควบคุมบอนล์แล้วโววาร์ดก็ได้เอาเอ็กเกอร์ไปปรับปรุงเป็นหุ่นเฉพาะตัวมันก็คือเอ็กเกอร์ที่ยกระดับเครื่องยนต์ให้พอๆกับจาโปรน่าเสริมเกราะเพิ่มและติดตั้งโล่,บีมไรเฟิลกับบีมเบลดเข้าไป ถ้าดูจากสมรรถนะแล้วเรียกได้ว่าด้อยกว่าจาโปรน่าอยู่เล้กน้อย ปัจจุบันเอกเกอร์โววาร์ดโดนทำลายไปแล้วจากการต่อสู้กับอาคาน่าของรัตน์ในการทดสอบอาคาน่าครั้งหนึ่งที่บอนล์เข้าโจมตี โดยที่นักบินของทั้งคู่ไม่รู้จักตัวจริงของกันและกัน....

Fatuna (KI-5)
- หุ่นประจำการรุ่นก่อนของจาโปรน่า แม้ปัจจุบันจะถูกปลดทิ้งขายไปเป็นอะไหล่หรือถูกนำไปเป็นเครื่องฝึกสอนแต่ใน ช่วงสงครามหกเดือนฟาทูน่าเป็นกองกำลังหลักของกองทัพโลก และมีการบันทึกว่าเป็นหุ่นที่มีการผลิตขึ้นมาเป็นจำนวณมากที่สุดเท่าที่มี การคิดค้นหุ่นยนต์ชึ้นมาอาวุธหลักก็คือบีมไรเฟิลกับบีมเบลดแล้วก็โล่ติดมือ หลังจากบอนล์ก่อตั้งขึ้นมาแล้วฟาทูน่าก็กลายเป็นหุ่นประจำการในยุคแรกๆก่อน จะถูกแทนที่ด้วยจาโปรน่าในเวลาต่อมา แต่ถึงกระนั่นนักบินรุ่นเก่าก็นิยมใช้ฟาทูน่าเหมือนกัน ฟาทูน่ามีรุ่นแยกย่อยที่ถูกดัดแปลงมากมายจนนับไม่ถ้วนทั้งรุ่นซ่อมแซม รุ่นสองที่นั่ง รุ่นฝึกหัด แม้แต่รุ่นที่ใช้งานกสิกรรม

Tai Cosma (KI-6-T)
- เดิมทีคอสม่าถูกสร้างขึ้นให้เป็นหุ่นรุ่นผลิตจำนวณมากแทนฟาทูน่าแต่ได้ถูกยกเลิกไป กลางคันและทีมพัฒนาก็ให้ไปพัฒนาจาโปรน่าแทน ภายหลังโววาร์ดได้นำเอาคอสม่าที่สร้างขึ้นมาไม่เสร็จมาปรับปรุงให้เป็นไทคอส ม่าโดยเสริมเกราะเข้าไปอีกชั้นและเพิ่มอาวุธยิงไกลเข้าไปอย่างเช่นบาซูก้า ปืนใหญ่เรลกัน,มิซซายแบบกระจายและปืนกลมือถือ เพื่อรองรับน้ำหนักในการแบกอาวุธเหล่านี้ช่วงขาของไทคอสม่าจึงมีขนาดใหญ่ กว่าตัวอื่นๆและใช้ตีนตะขาบในการเคลื่อนที่แทนสองขาแบบเดิม แต่ตีนตะขาบที่เท้าก็สามารถพับขึ้นมาเป็นขาให้กับไทคอสม่าและใช้การเดินแบบ ปกติเป็นการเคลื่อนไหวได้ชุดบูสของไทคอสม่ามีขนาดใหญ่ติดอยู่ที่หลังซึ่งสามารถถอดออกได้ตลอดเวลา นักบินของไทคอสม่าคือ ลาร์ค ฟูอัน

Jabona (KI-7)
-หุ่นประจำการจำนวณมากของกองทัพบอนล์จุดเด่นของจาโปรน่านอกจากราคาในการผลิต ค่อนข้างถูกมากๆแล้วยังขับและเรียนรู้ได้ง่าย โครงสร้างโดยรวมของจาโปรน่าค่อนข้างบอบบางแต่สามารถเสริมและปรับแต่งเฉพาะเป็นส่วนๆได้อาวุธที่พกก็คือบีมไรเฟิลกับบีมเบลดรุ่นจ่าฝูงบางทีก็จะแถมโล่กับแกรนเน็ตลันเชอร์ในโล่มาด้วย จาโปรน่าจัดเป็นหุ่นมาตฐานของทุกๆฝ่ายซึ่งในการทดสอบต่างๆมักจะเอาจาโปรน่าไปเป็นตัวทดสอบวัดความสามารถ จาโปรน่กาเหมือนฟาทูน่าที่ถูดดัดแปลงไปหลายสิบรุ่นมากมายและยังมีรุ่นพิเศษต่างๆอีกนับไม่ถ้วน ก่อนจะมีอาคาน่าเอลฮังค์ก็ใช้จาโปรน่าเป็นกำลังหลักในการรบและเป็นหุ่นที่ถูกระบุว่าผลิตและมีจำนวณมากที่สุดในโลกตอนนี้....สามารถปฎิบัติการได้ทุกสภาพพื้นที่เพราะมีแพ็คสำหรับใช้งานใต้น้ำและแพ็คสำหรับการบินบนฟ้าสำหรับการปฎิบัติงานบนอากาศ

Skyline Jabona (KI-7-S)
-จาโปรน่ารุ่นปรับปรุงพิเศษสำหรับการรบบนท้องฟ้าโดยเฉพาะไม่เหมือนกับจาโปรน่าปกติที่ติดแพ็คสำหรับการบินโดยรุ่นนี้นั่นปีกจะติดกับตัวเครื่องไม่สามารถถอดออกได้แต่ก็สามารถพับเก็บได้ อาวุธปกติได้แก่บีมไรเฟิลและบีมเบลดมีแพ็คจรวดติดเอาไว้ที่ปีกทั้งสองข้างซึ่งจะปลดทิ้งอัตโนมัติหลังจากยิงไปแล้ว บีมเบลดของสกายไลน์ยังสามารถนำด้ามมาต่อกันเป็นดาบสองทางได้อีกด้วย

Assault Jabona (KI-7-A)
-จาโปรน่ารุ่นปรับปรุงพิเศษที่ได้มาจากข้อมูลของอาคาน่าซาก้ามีน้ำหนักที่เบากว่าจาโปรน่ารุ่นปกติแต่มีทรัสเตอร์ที่ให้กำลังได้สูงกว่าทำให้สามารถพุ่งตัวไปข้างหน้าได้ไวกว่าจาโปรน่าปกติอาวุธนอกจากหมัดที่ใช้แล้วก็มีบีมไรเฟิลกับบีมเบลดเหมือนจาโปรน่าปกติมักพบในภารกิจที่ต้องใช้ความรวดเร็วสูงในการปฎิบัติงานหรือภารกิจประเภทซุ่มโจมตีต่างๆ

Default Jabona (KI-7-D)
-จาโปรน่ารุ่นปรับปรุงพิเศษที่ได้มาจากข้อมูลของอาคาน่าโรมานซ์ มีอาวุธเฉพาะตัวเป็นปืนบีมขนาดใหญ่ที่เหมือนกับอาคาน่าแคนน่อล เนื่องจากข้อมูลไม่สมบูรณ์นักทำให้ปืนใหญ่อนุภาคของจาโปรน่าดีฟอร์ลยิงได้เพียงแค่ไม่กี่นัดและพลังทำลายรุนแรงไม่เท่ากับของอาคาน่าโรมานซ์มักพบคู่กับแอสซอลท์จาโปรน่าหรือภารกิจที่ต้องการสนับสนุนจากแนวหลัง

Subona (KI-8)
- หุ่นรุ่นพัฒนาต่อจากจาโปรน่าสำหรับให้เอสไพล็อตหรือทหารระดับหัวหน้าหน่วยใช้งานโดยเฉพาะตัวของซูโปรน่าจะมีกำลังเครื่องที่สูงกว่าจาโปรน่าข้อต่อและวัศดุที่ใช้ทำเกราะก็มีสภาพที่ดีกว่าอาวุธนั่นนอกจากบีมไรเฟิลที่เป็นอาวุธพื้นฐานแล้วซูโปรน่ายังมีบีมเบลดขนาดใหญ่เป็นพิเศษซึ่งมีพลังทำลายมากกว่าบีมเบลดปกติสองเท่าสามารถทำการผ่าบีมเบลดปกติออกได้เมื่อปะดาบกันตัวเครื่องยังได้ติดทรัสเตอร์เอาไว้สำหรับใช้เร่งความเร็วบนอวกาศและบินบนฟ้าซูโปรน่ายังมีโล่ขนาดใหญ่ใช้งานโดยติดอยู่ที่ไหล่ขวาซึ่งตัวโล่มีความแข็งพอจะทนลำแสงระดับเมก้าได้ประมาณครั้งถึงสองครั้งเลยทีเดียว

Tai Subona (KI-8-T)
- ไทซูโปรน่านั่นเป็นซูโปรน่ารุ่นปรับปรุงพิเศษให้ คาเทอร์ ฟูอันใช้โดยเฉพาะโดยลำตัวจะมีขนาดใหญ่กว่าซูโปรน่าทั่วๆไปเพิ่มบีมเบลดขนาดใหญ่เข้ามาอีกสองเล่มซึ่งสามารถเอามาต่อกันเป็นดาบสองปลายได้ตัดบีมไรเฟิลทิ้งไปและเสริมมิซซายพ็อตขนาดเล็กที่ขาทั้งสองข้างแทน บูสของไทซูโปรน่ายังเร็วกว่าของซูโปรน่าราวๆสามเท่าอีกด้วย

Legamie (KI-9)
-หุ่นรุ่นพัฒนาพิเศษเพื่อทดสอบระบบการแปลงร่างโดยลีกาเมียร์นั่นมีโครงสร้างและข้อต่อที่ค่อนข้างบอบบางเป็นพิเศษแต่มีชุดบูสที่ใช้เร่งความเร็วใส่เข้ามาแทนซึ่งจุดเด่นของลีกาเมียร์ก็คือการแปลงร่างเป็นสภาพยานต่อสู้ซึ่งในโหมดนี้ลีกาเมียร์จะมีความเร็วที่สูงกว่าเดิมมากด้านอาวุธเนื่องจากต้องทำให้น้ำหนักน้อยและไม่เกะกะเวลาแปลงร่างอาวุธของลีกาเมียร์จึงมีแค่ปืนกลขนาดเล็ก บีมเบลดสองเล่มและมิซซายลันเชอร์ที่ขาเท่านั่นในโหมดยานยังได้แอบซ่อนืนบีมขนาดเล็กเอาไว้ใช้ยิงต่อสู้ในร่างยานอีกสองกระบอกโดยลีการ์เมียร์มีการผลิตขึ้นมาทั้งหมดสองเครื่อง เครื่องสีน้ำตาลของอันฟาร์ค ฟูอันซึ่งจะดัดแปลงให้มีความเร็วสูงกว่าปกติและเครื่องสีม่วงอ่อนของลินดา มนเดอร์ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์แทน

Lainard (KI-10)
- หุ่นรุ่นพิเศษของเรย์นาร์ด ลาวิอัสไลนาร์ดเป็นหุ่นยนต์ที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าหุ่นทั่วๆไปถ้าเทียบกับจาโปรน่าโดยจะมีเกราะเป็นรูปลักษณะปีกขนาดใหญ่สองข้างคลุมอยู่ตามตัวเพื่อเพิ่มพลังป้องกันซึ่งในปีกเหล่านี้จะมีบูสเตอร์อยู่ทำให้ช่วยในการเร่งความเร็วได้ดีขึ้นเมื่อกางปีกออก ด้านอาวุธนอกจากมิซซายลันเชอร์ที่ขา,เอวและข้อมือแล้วยังมีเคียวบีมขนาดใหญ่เอาไว้ใช้ต่อสู้ในระยะกลางหรือระยะประชิดโดยที่ปลายของเคียวบีมนั่นซ่อนปืนลูกซองเอาไว้ซึ่งสามารถยิงโจมตีออกไปได้

Major (KI-11)
- หุ่นรุ่นพิเศษประจำตัวมาร์กโววาร์ดหฃในปัจจุบัน มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับอาคาน่าแต่มีสีม่วงทั้งตัวข้อมูลอื่นๆยังเป็นปริศนา

Keljabro Custom (KI-12-C)
- หุ่นรุ่นใช้ระยะไกลของบอนล์เคลจาโปรที่ประจำการในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ปรับปรุงแล้ว รุ่นดั้งเดิมนั่นโครงสร้างจะเหมือนจาโปรน่าแต่จะหนากว่าแล้วเพิ่มปืนใหญ่ติด ที่หลังเข้าไปสองกระบอกสำหรับใช้งานในการโจมตีระยะไกล ปัญหาของรุ่นดั้ง เดิมนั่นก็คือโครงสร้างช่วงไหล่รับน้ำหนักปืนใหญ่ไม่ได้เวลาเอามาพาดบ่าเคลจาโปรรุ่นดั้งเดิมนั่นก็เลยล็อกปืนไว้ที่45องศา ซึ่งการยิงถล่มก็ต้องกะระยะและอยู่ห่างพอสมควรภายหลังปัญหานี้ได้ถูกปรับปรุงไปในเคลจาโปรรุ่นปรับปรุงก็คือออกแบบโครงสร้างใหม่เวลาเคลจาโปรจะใช้ปืนใหญ่ยิงไปทางบริเวณด้านหน้าก็จะพบช่วงลำตัวลงไปขนานกับพื้นแล้วตั้งเป็นป้อมยิงซึ่งจะมีประสิทธิภาพดีกว่าการยิงแบบเดิมส่วนอาวุธอื่นๆก็ใช้บีมไรเฟิลเหมือนจาโปรน่าแต่ไม่มีบีมเบลด

Forjana (KI-13)
- หุ่นรุ่นทดลองตัวใหม่ของบอนล์ที่พัฒนามาจากจาโปรน่า ฟลอจาน่ามีอาวุธคือบีมไรเฟิลกับบีมเบลดและมิซซายที่เก็บอยู่ในชุดบูสสำหรับการเร่งความเร็วฟอร์จาน่ายังมีอาวุธพิเศษไฮเปอร์บีมบลาสเตอร์ปืนบีมขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงพอๆกับอาคาน่าสตีมแคนน่อลตัวของฟอลจาน่ายังมีความเร็วที่สูงกว่าจาโปรน่าถึงสี่เท่าแต่ก็เพราะความเร็วที่มากเกินไปทำให้ฟอลจาน่ามีปัญหาเรื่องข้อต่อที่มักจะหลุดออกเวลาเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด...นักบินของฟอลจาน่าคืออังเรย์ ฟีนากัซซี่ฟลอจาน่ายังมีน้ำหนักที่เบากว่าและข้อต่อขยับและตอบสนองได้ไวกว่าจาโปรน่า

Oxgen MkII (KIS-1)
- หุ่นทดสอบสไตล์ใหม่ของบอนล์โดยออร์คเกนย์เป็นหุ่นที่สร้างขึ้นมาต่อสู้กับยานรบหรือหุ่นขนาดใหญ่ยักษ์โดยเฉพาะตัวของออร์คเกนย์นั่นมีกำลังเครื่องที่สูงกว่าพวกจาโปรน่ามากหลายสิบเท่าแต่ความคล่องแคล่วของร่างกายจะน้อยลงเป็นเท่าตัวเพื่อทดแทนสิ่งเหล่านั่นออร์คเกนย์จึงสร้างเกราะพิเศษขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีโดยเฉพาะโดยเกราะพิเศษนี้กันพลังงานจากบีมได้ถึง80% อาวุธของออร์คเกนย์ก็คือมือและเท้าขนาดใหญ่ที่ใช้ในการโจมตี หมัดที่ยิงออกมาได้(และจะบินกลับไปประกอบที่เดิม)และลำแสงจากหน้าอก ออร์คเกนย์ตัวทดสอบนั่นถูกทำลายจากการปะทะกับอาคาน่าของรัตน์แต่สามารถกู้ข้อมูลมาได้และนำมาผลิต ออร์คเกนย์ มาร์คทู หรือ ออร์คเกนย์ ผลิตจำนวณมากด้านอาวุธจะเหมือนกับออร์คเกนย์ปกติแต่เกราะพิเศษของออร์คเกนย์นั่นลดความคงทนลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการสร้างและใส่บูสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ช่วงล่างเพื่อให้ลอยอยู่บนฟ้าได้จุดเด่นของออร์คเกนย์มาร์คทูอีกอย่างก็คือสามารถใช้การควบคุมจากระยะไกลแทนให้คนเข้าบังคับในค็อกพิตได้ ออร์คเกนย์มาร์คทูถูกสร้างขึ้นจำนวณไม่มากและแจกจ่ายให้กับนักบินมีฝีมือของบอนล์เท่านั่น

Hercules (KIWS-0)
- ยานรบรุ่นผลิตจำนวณมากของกองทัพบอนล์พัฒนามาจากยานรบของสหพันธ์อีกที โดยเฮอร์คิวลิสเป็นยานรบที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ลำนึงจุดจาโปรน่าได้ถึงแปด-เก้าตัวสามารถใช้งานในชั้นบรรยกาศได้อาวุธที่ติดตั้งก็ได้แก่จรวดมิซซายต่อต้านยานรบปืนกลรอบยานบีมแคนน่อลสามกระบอก

Theseus (KIWS-1)
- ยานรบพิเศษของบอนล์ถือว่าเป็นยานธงของบอนล์เลยก็ว่าได้เธเซอุสเป็นยานรบที่มีขนาดใหญ่กว่าเฮอร์คิวลิสอาวุธก็ติดตั้งมากกว่าได้แก่จรวดมิซซายต่อต้านยานรบ,ระเบิดปูพรม,บีมแคนน่อลแปดกระบอกรวมถึงมีการติดตั้งหัวรบนิวเครียล์เอาไว้ใช้ยิงในยามฉุกเฉินอีกด้วย โรงเก็บของเธเซอุสบรรทุกจาโปรน่าได้ราวๆสามสิบเครื่องโดยประมาณ นอกจากบินบนฟ้าได้แล้วยังสามารถดำลงไปในน้ำได้อีกด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2009, 01:05:05 AM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

EarthSphere G. Homeland
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 918


With Aspiration!

mmighty_m@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 01, 2009, 06:27:15 AM »

GUNTRIGGER



ยูนิท
ไทป์ - Super Robot
ชื่อ - GUNTRIGGER
ลักษณะ - หุ่นประกอบร่างจากยาน 2 ลำ และรถถัง 1 คัน
สี - โทน  ดำ(สีหลัก)  แดง ทอง ขาว ฟ้า (key สี  แบบ โกโชกุน)
สูงประมาณ 60 เมตร น้ำหนัก ตอนนี้ยังไม่มีการวัด แต่คาดว่าน่าจะเกิน 1000 ตัน

รูปร่าง - เกิดจากหุ่นประกอบร่างก็เลยมีรูปร่างบางส่วนนำมาจากยานที่นำมาประกอบ ดูรูปอ้างอิง(เดี๋ยวมาใส่)


เกิดจากการประกอบร่างของ

GunWinger

ลักษณะ - ยานบินติดปืนใหญ่ เมื่อรวมร่างจะเป็นส่วนลำตัวด้านขวารวมทั้งแขนขวา
Pilot - ทวีสิทธิ์ มหาทรัพย์  "วี"
Weapon
- High Energy Cannon ปืนใหญ่พลังงาน
- Missile จากปลายปีก
+
ShieldWinger

ลักษณะ - ยานบินติดโล่ขนาดใหญ่ เมื่อรวมร่างจะเป็นส่วนลำตัวด้านซ้ายรวมทั้งแขนซ้าย
Pilot - ธิดา ธราธร "หญิง"
Weapon
- Valcan จากส่วนหัว
+
TankLander

ลักษณะ - รถถัง High Manuver ขนาดใหญ่ เมื่อรวมร่างจะเป็นส่วนขาและสะโพก
Pilot - พิทักษ์ รักษ์ตระกูล "ป้อง"
Weapon
- MachineGun จากส่วนหน้าสุด
- Missile Luncher จากส่วนหน้า
- SAM(Surface to Air Missile) จากส่วนหลัง


Sequence การรวมร่าง
 
Combine Code : Trigger Start-Up !!!

GunWinger
1. ยกส่วนแขนขึ้น ยืดแขนออก
2. ยืดมือออก
3. หดส่วนกระบอกปืนเข้า
4. หมุนส่วนหัวยานไป 90 องศา
5. แยกส่วนปีก ไปเป็นแบ็กแพ็ก

ShieldWinger
1. ยกส่วนแขนขึ้น ยืดแขนออก
2. ยืดมือออก
3. หมุนส่วนหัวยานไป 90 องศา
4. แยกส่วนใต้ยานและปีก ไปเป็นชิ้นส่วนที่แปะที่อก
5. หุบปีกซ่อนใต้ชิ้นส่วนแปะที่อก

TankLander
1. ยกส่วนหน้าขึ้น
2. หุบตีนตะขาบส่วนหน้าเข้าไป
3. หมุนส่วนหน้ามา 180 องศา ประกอบกับสวนหลัง
4. ลุกขึ้นยืน

- GW และ SW บินปักหัวลงบน TL ที่ยืนรออยู่แลัว
- Cockpit ของ TL เลื่อนลงไปด้านใน
- Cockpit ของป้องจะแทรกระหว่าง Cockpit ของวีที่อยู่ทางขวา และของหญิงที่อยู่ทางซ้าย(แยกกันเป็นห้องๆ module)
- cockpit อยู่ที่ส่วนท้องทั้ง 3 คน แต่จะแยก module กัน
- มีการล็อกเมคคานิค และปิดเกราะบางส่วน
- ชิ้นส่วนปีกของ GW ติดที่หลัง
- เกราะไหล่ขยับยืดออก
- ส่วนหัวขยับขึ้น มีการเลื่อนเมคคานิคปิดส่วนปาก พร้อมกับมีลมพ่นออก "ฟู่"
- ชิ้นส่วนสุดท้ายประกอบปิดส่วนอก ตาของ GTG สว่างขึ้น ลวดลาย GTG ที่ส่วนอกวิ่งเป็นลายเส้นแล้วสว่างขึ้น

Combine Finish " Change overgear! ไปเลย Guntrigger !!!"

Weapon
- MachineGun ยิงปืนกลจากส่วนเท้า
- N Shot ยิงปืนจากปืนในมือขวา(ร็อคบัสเตอร์??? อิมเมจแบบนั้นละกัน)
- Missile Luncher ยิงมิสไซล์จากส่วนหน้าแข้ง
- Zero-range Buster N Shot พุ่งเข้าไปฮุคซ้าย อัปเปอร์ขวา แล้วยิง N Shot ในระยะประชิด(อิมเมจจาก Revolver Stake ของลุงเกี๊ยว)
- Shield Glider ยิงโล่ในมือซ้ายออกไปกระแทกศัตรู เนื่องจากโล่มีปีกทำให้ร่อนได้ไกล และมีระบบเจ็ททำให้สามารถบินกลับเองได้(นำวิถีได้ด้วยแต่ไม่ค่อยคล่องตัว)
- Absolute Cannon "พระรามแผลงศร" ยืดปืนในมือขวาออก ใช้เล็บที่ปลายเท้าและส้นเท้าตรึงพื้นให้แน่น รวมรวมพลังงานแล้วยิงออกไป

ท่ากันด้วยโล่ มีชื่อว่า " Defensive ShieldBlocker !"

อื่นๆ
- ท่า Zero Range ป้องจะเป็นคนคุมการต่อยและวีจะเป็นคนยิง
- ท่า พระรามแผลงศร ต้องให้หญิงเป็นคนรวมพลังงาน ป้องเป็นคนเซ็ทท่ายิง และวีเป็นคนยิง(สบายจริง)
- เตาสูบฉีดพลังงาน อยุ่ที่ ShieldWinger เมื่อประกอบเข้าเป็น GTG จะอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจพอดี และเป็นเหตุผลที่ต้องให้หญิงเป็นคนคุมพลังงาน
- Cockpit ของแต่ละคนจะมีรูปแบบต่างกัน ของวีจะเป็น JoyStick ที่มี Analog ตรงปลาย สามารถบังคับเครื่องและบังคับทิศทางยิงแยกกันได้(คันโยก-เครื่อง , นิ้วโยก - ปืน)  ของป้องจะมีคียบอร์ดเต็มไปหมด มีจอภาพเยอะมาก คันบังคับเหมือนรถ Backhoe ของหญิงจะเป็นเหมือนเครื่องบินธรรมดา แต่ panel จะเป็น touchscreen และมี indicator พลังงานเต็มไปหมด


ขนาด LL
ใช้งานบนท้องฟ้า A อวกาศ A พื้นดิน S ในน้ำ B
ใช้โล่ได้
รวมร่างได้
แยกร่างได้
ช่องเดิน 5
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2009, 07:17:27 PM โดย EarthSphere G. Homeland » บันทึกการเข้า
quest
The Star Combatant
Ace Pilot
******
กระทู้: 337



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 01, 2009, 01:54:58 PM »



เครเดิทท่าน Hagane F ครับ

ไทป์ ซุปเปอร์โรบอท

ชื่่อยูนิท เนวาน่า

ส่วนสูง 30 เมตร

หุ่นรบที่มีความลับมากมายเป็นเครื่องของเอลฮาวล์ประวัติคนสร้างและที่มาล้วนไม่แน่ชัดแต่เอลได้รับมาจากผู้มีอำนาจในโลกมือที่เค้าเรียกว่า ยาย
เป็นหุ่นรบที่ไม่มีระบบบูสเตอร์แม้แต่จุดเดียว ใช้รบในภาคพื้นดินที่มีสภาวะแรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความสามารถของคนขับ
และความสามารถพื้นฐานของตัวเครื่องที่แข็งแกร่งและรวดเร็วชนิดที่หุ่นรบทั่วไปทาบไม่ติดเพียงพละกำลังขั้นพื้นฐานของเครื่องก็สามารถฉีกยานแม่ หรือหุ่นรบสายซุปเปอร์โรบอทได้เมื่อมันได้สัมผัส แรงขับขั้นพื้นฐานสามารถดันยานแม่ภาคพื้นดินให้ถอยหลังหรือยกมันขึ้นได้
ความเร็วในการเคลื่อนที่สามารถสร้างภาพติดตาและสร้างซุปเปอร์โซนิคได้จากการเคลื่อนใหวทำำให้การที่ลูกกระสุนปืนจะเข้าเป้าหุ่นรบตัวนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้
และยังมีเกระที่ข้อนข้างหนาและทนทานอย่างมาก ที่สามารถปัดบีมกัน กระสุนบาซูก้า แคนน่อน หรือถ้าปรับมุมตกกระทบของเกราะ
ถูกต้องก็สามารถแฉลบกระสุนไรเฟิลทะลวงเกราะได้ไม่ยาก กระสุนปืนกลหรือปืนขนาดเล็กหุ่นรบตัวนี้สามารถยืนรับโดยไม่จำเป็นต้องหลบหลีก
และตัวหุ่นยังมีระบบพื้นพูสภาพ แต่ไม่ได้มีประโยชน์ในการรบเลยมันมีประโยชน์ในการซ่อมแซมมากกว่าเนื่องจากใช้เวลานาน มีระบบสเต็ล
และยังมีเอไอซึ่งเป็นผู้หญิงคอยรับผิดชอบเรื่องระบบของหุ่นรบ อีกด้วย

อาวุธประจำเครื่อง รูปแบบติดตั้งตามสถานะกาาร
                    คอมแบทไนฟ์ 1 เล่ม

รูปแบบการบ เหมือนสิ่งมีชีวิต มากกว่าหุ่นยนต์มีการเคลื่อนใหวและวิชาการต่อสู้ผสานกับความดุร้ายของสัตว์ป่า รูปแบบการรบ
ใช้กำลังที่มากกว่าเข้าฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นหลัก แต่หากเป็นเป้าหมายขนาดใหญ่เช่นฐานทัพก็คงต้องให้คนอื่นจัดการอะนะ

เพลงประจำตัวหุ่น


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 15, 2010, 12:43:42 PM โดย quest » บันทึกการเข้า

การเดินทางอันยาวไกลของดาบสีดำ
http://questkomkom.exteen.com/20121116/entry-1
Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 12:25:42 PM »

AT ( Armor  Troopers )

อาวุธรูปแบบคนที่สร้างขึ้นมา  โดยสายการผลิตต่างจากจาโปรน่าของบอล์น  โดยเน้นให้สามารถติดอาวุธและปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นการสอดแนม จู่โจมแบบสายฟ้าแลบ  ป้องกันฐานที่มั่น โดยที่มี  AT รุ่น ไนท์ คลาวด์  ซึ่งเป็น AT รุ่นผลิตจำนวนมากของสลัดอวกาศเป็นกำลังหลัก


หุ่น - CMI - 009A วาร์ลชูเคอร์  ไอโอนิกซ์ 
ลักษณะ - 
สูง - 20 เมตร

ประวัติ - AT ของโจรสลัดอวกาศ ซึ่งเป็นเครื่องประจำตัวของ EVE สามารถปล่อยอนุภาครบกวนเรดาห์ได้ และอาวุธ เซนทอร์ ที่ถืออยู่นั้น สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบ เป็นปืนแสงบีมแคนน่อน หรือ รูปแบบเคียวบีมไซด์ก็ได้  ซึ่ง AT รุ่นวาลชูเคอร์นั้น เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาใช้สำหรับนักบินระดับเอซไพลอทของสลัดอวกาศเท่านั้น เพราะว่านักบินทั่วไปไม่สามารถทนกำลังเครื่องของวาลชูเคอร์ได้  นอกจากนี้ยังมีการคิดค้นระบบพิเศษที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของนักบินและเร่งอะดรีนาลีนของนักบินออกมาเพื่อให้สามารถใช้งานวาลชูเคอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้อีกด้วย  แต่ทว่าปัจจุบันยังไม่ได้มีการติดตั้งระบบพิเศษนี้ลงไปในเครื่อง  แต่ทว่าแค่ความสามารถดั้งเดิมของอีฟและมิโอะก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้วาลชูเคอร์เป็น 1 ในขวากหนามสำคัญของอุชิโอะและอาร์คสไตรค์เกอร์


หุ่น - CMI - 009A วาร์ลชูเคอร์  เอโกนิกซ์ 
ลักษณะ -  เหมือนวาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ทุกอย่าง แต่เครื่องเป็นสีแดง
สูง - 20 เมตร

ประวัติ - AT รุ่นวาลชูเคอร์อีก 1 เครื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาคู่กับ วาลชูเคอร์ ไอโอนิกซ์ ของ EVE โดยที่เครื่องเอโกนิกซ์เป็นเครื่องประจำตัวของมิโอะ  โดยเครื่องนี้จะมีการติดตั้งศูนย์เล็งที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องของไอโอนิกซ์ ( ขณะที่ไอโอนิกซ์บูสเตอร์จะดีกว่าเล็กน้อย )  เนื่องจากมิโอะชอบใช้เซนทอร์ในรูปแบบบีมแคนน่อนมากกว่า ทำให้เครื่องนี้ถูกจูนมาในลักษณะที่ต่างจากเครื่องไอโอนิกซ์ที่เน้นต่อสู้ระยะประชิด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2009, 07:18:16 PM โดย Hoiji » บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Kuruni
The Star Combatant
Invinsible Pilot
******
กระทู้: 2617

俺の彼女はロリ!

kuruni_chan@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 10:04:48 AM »

ขอแก้ดีไซน์เพราะคิดว่าของเก่าอ่อนไป...ไม่นิดล่ะ

ใครใจดีวาดดีไซน์เป็นออริจินัลให้จะเป็นพระคุณครับ

ประเภทหุ่นยนต์ - เรียลโรบ็อต
ชื่อ - FGA-S17B เฟทเบรคเกอร์
รูปร่างหน้าตา - ลักษณะคล้ายยานรบ เว้ากันตรงๆก็คือคล้ายกับ...(พริมโรส)

เป็นยานที่ฮิคารุใช้ มีล็อกติดอาวุธตามตัว ใช้ในภารกิจที่เน้นความเร็ว

อาวุธ -
* ปืนกลอัตโนมัติ - ปืนกลขนาดเล็กที่ติดบนตัวของเฟทเบรคเกอร์
* มิสไซล์พ็อด - มิสไซล์พ็อดขนาดเล็กที่ติดบนตัวของเฟทเบรคเกอร์ ติดกระสุนพลุและEMFสำหรับกวนสัญญาณไว้ด้วย
* แก็ตลิ่งเจาะเกราะ "Izanagi" - ปืนกลแก็ตลิ่งมือถือขนาดใหญ่
* บีมแคนน่อน "Susano-o" - บีมแคนน่อนมือถือขนาดใหญ่ มีพลังทำลายและระยะหวังผลดีกว่าIzanagi แต่ยิงรัวไม่ได้ ลำกล้องของบีมแคนน่อนทนทานมากจนใช้เป็นดาบแทงชนได้
* มิสไซล์พ็อด "Hermes" - มิสไซล์พ็อดแบบมือถือ พลังทำลายมากกว่าแบบติดตัว มีระบบนำวิถี
* ลูกซอง "Indra" - ปืนลูกซองแบบมือถือ พลังทำลายไม่สูงนัก แต่กระสุนลูกปรายยิงเป็นวงกว้าง

ความสามารถระบบพิเศษ - เฟทเบรคเกอร์จะออกรบโดยติดอาวุธมือถือได้เพียงสองมือเท่านั้น แต่เปลี่ยนอาวุธได้โดยทิ้งอาวุธที่ไม่จำเป็นแล้วประกอบกับแครอนเพื่อติดอุปกรณ์ใหม่

ชื่อ - SC-F42C แครอน
รูปร่างหน้าตา - คล้ายๆกับ (แอสซอล์ทคอนเทนเนอร์

ยานบรรทุกที่เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการของแบล็คเซอเบอรัส ใช้เก็บเฟทเบรคเกอร์และอาวุธ ฮิคารุได้แบล็คบ๊อกซ์มาระหว่างภารกิจตรวจสอบซากยานที่เป็นลอสต์เทคโนโลยีแต่เจ้าตัวคิดว่าเป็นนาวิเกเตอร์ธรรมดา ระบบของยานทั้งหมดจะเชื่อมกับแบล็คบ๊อกซ์นี้ซึ่งทำให้มายาสามารถควบคุมได้ด้วยตัวคนเดียว

อาวุธ -
* ซับบีมแคนน่อน - บีมแคนน่อนขนาดเล็กติดด้านข้างของยาน
* เมนบีมแคนน่อน - บีมแคนน่อนขนาดใหญ่ติดด้านหน้า

ความสามารถระบบพิเศษ
- Code: Daoloth เป็นแบล็คบ๊อกซ์ของยาน สามารถตรวจจับความผิดปกติในระนาบมิติเวลาได้
- Code: Xexanoth โหมดที่สองของแบล็คบ็อกซ์ สามารถเซ็ตปรับความผิดปกติของสนามมิติเวลาให้กลับมาสู่ระดับมาตรฐานได้ ความสามารถเคลื่อนไหวด้วยความเร็วผิดปกติหรือเทเลพอร์ทจะไม่สามารถใช้การได้เมื่ออยู่ภายใต้ผลกระทบของซาซานอท รวมถึงใช้ปิดประตูมิติต่างๆได้...
- บาเรียร์ฟิลด์ บาเรียร์ป้องกันการโจมตี

ชื่อ - HA-A17B เฮมเมอไลท์
รูปร่างหน้าตา - คล้ายกับ วูนวอร์ทไง

เฟทเบรคเกอร์ที่ประกอบกับพาร์ทหุ่นในแครอนแล้ว ที่ขามีระบบต้านแรงโน้มถ่วง ในสถานการณ์คับขันจะปลดแขนขากับหัวออกแล้วแยกเฟทเบรคเกอร์หนีไปได้ ชื่อเฮมเมอไลท์ตั้งตามอดีตสมาชิกร่วมทีมที่ร่วงไปแล้ว

อาวุธ -
* ชิลด์คลอว์ - คีมติดโล่ มีกลไก"ยิง"ออกไปจับศัตรูจากระยะไกลแล้วลากเข้ามาด้วยสายเคเบิลได้
* มิสไซล์พ็อด - มิสไซล์พ็อดขนาดเล็กติดไหล่ของเฟทเบรคเกอร์ ติดกระสุนพลุและEMFสำหรับกวนสัญญาณไว้ด้วย
* บีมแคนน่อน "Susano-o" - บีมแคนน่อนที่ติดกับชิลด์คลอว์เวลายิง ส่วนลำกล้องปืนใช้เป็นดาบคลื่นความถี่สูงได้
* มิสไซล์พ็อด "Hermes" - มิสไซล์พ็อดแบบมือถือ พลังทำลายมากกว่าแบบติดตัว มีระบบนำวิถี
* ลูกซอง "Indra" - ปืนลูกซองแบบมือถือ พลังทำลายไม่สูงนัก แต่กระสุนลูกปรายยิงเป็นวงกว้าง
* แก็ตลิ่งเจาะเกราะ "Izanagi" - ปืนกลแก็ตลิ่งมือถือขนาดใหญ่

ความสามารถระบบพิเศษ -
- Slave: Daoloth พาร์ทหัวเชื่อมระบบกับแบล็คบ๊อกซ์ของยาน สามารถตรวจจับความผิดปกติในระนาบมิติเวลาได้

เพลง

เฟทเบรคเกอร์ใช้เพลงนี้

แครอนใช้เพลงนี้

เฮมเมอไลท์ใช้เพลงนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2009, 11:49:17 AM โดย Kuruni » บันทึกการเข้า

raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 05:03:07 PM »

ไม่มีหุ่นเพิ่มแต่สกิลเพียบ ขออัพเป็น rep. ใหม่เลยแล้วกันนะ

สกิลและท่าต่าง ๆ ที่พวกเรย์เบลดซีรีส์ใช้จะอยู่หน้านี้เลย

ท่าที่มีใช้ในเรย์เบลดทุกเครื่อง เป็นเหมือนสกิลพื้นฐานประจำตัวหุ่น

ชื่อท่า : Plastina Cannon LV1.
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : ยิงพลังงานพลาสสติน่าจากพลาสสติน่าแคนน่อนเป็นเส้นพลังงานเล็ก ๆ สองเส้นโจมตีศัตรู (ประมาณบีมไรเฟิ้ล)ยิงแบบไม่ชาร์จ

ชื่อท่า : Plastina Cannon LV2.
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : ยิงพลังงานพลาสสติน่าจากพลาสสติน่าแคนน่อนเป็นเส้นพลังงานขนาดกลางสองเส้นโจมตีศัตรู (ประมาณบีมแคนน่อน) เสียเวลาชาร์จประมาณ 2 วินาที

ชื่อท่า : Plastina Cannon LV3.
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : ยิงพลังงานพลาสสติน่าจากพลาสสติน่าแคนน่อนเป็นเส้นพลังงานขนาดใหญ่สองเส้นโจมตีศัตรู (ประมาณไฮเปอร์เมก้าแคนน่อน) เสียเวลาชาร์จประมาณ 15 วินาที

ชื่อท่า : Plastina Cannon Maximum Power
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : ยิงพลังงานพลาสสติน่าจากพลาสสติน่าแคนน่อนเป็นเส้นพลังงานขนาดใหญ่มากสองเส้นโจมตีศัตรู (ประมาณทวินแซตเทิ้ลไลท์แคนน่อน) เสียเวลาชาร์จประมาณ 30 วินาที 

ชื่อท่า : Plastina Strike LV1.
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : ยิงบอลพลังงานพลาสสติน่าขนาดเล็กออกไปอย่างต่อเนื่อง (ราวกับปืนกล)

ชื่อท่า : Plastina Strike LV2.
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : อัดพลังพลาสสิน่าเป็นลูกพลังงานสองลูกขนาดกลางยิงอัดศัตรู เสียเวลาชาร์จประมาณ 5 วินาที

ชื่อท่า : Plastina Strike LV3.
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : อัดพลังพลาสสิน่าเป็นลูกพลังงานสองลูกขนาดใหญ่ยิงอัดศัตรู เมื่อกระทบเป้าหมายจะระเบิดเป็นวงกว้างรัศมีประมาณ -300 เมตรเสียเวลาชาร์จประมาณ 10 วินาที

ชื่อท่า : Plastina Strike Maximum Power
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : อัดพลังพลาสสิน่าเป็นลูกพลังงานสองลูกขนาดใหญ่มากยิงอัดศัตรูเมื่อกระทบเป้าหมายจะระเบิดเป็นวงกว้างรัศมีประมาณ 600 เมตร เสียเวลาชาร์จประมาณ 20 วินาที

ชื่อท่า : Plastina Scatter LV1 - Maximun Power
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : กางวงย์ไวทย์ขึ้นเบื้องหน้าพร้อมกับชาร์จพลาสติน่าแคนน่อนระดับใดก็ได้ยิงใส่วงไสย์เวทย์ที่สร้างขึ้น เมื่อผ่านวงไสยเวทย์ เส้นพลังงานจะแตกกระจายเป็นเส้นเล็ก ๆ มากมายพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายในองศาที่ต่างกัน แต่ถึงแม้เส้นจะดูเล็กลงแต่พลังเจาะทะลวงจะมากตามเลเวลของพลาสสติน่าแคนน่อน พูดง่าย ๆ คือแม้ว่าเส้นจะเล็กลงแต่พลังทำลายยังเท่าเดิม

ชื่อท่า : Power Beat
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ลักษณะการใช้งาน : ส่งถ่ายพลังพลาสติน่าลงไปยังจุดใดจุดหนึ่งที่กำหนดเพื่อเพิ่มพลังการโจมตีและระยะสำหรับการโจมตีด้านกายภาพ เช่น หมัด เท้า หรืออาวุธ โดนเมื่อใช้งานส่วนที่ใช้จะส่องแสงเรือง ๆ ออกมาเล็กน้อยเมือทำการโจมตีจะมีแสงเรือง ๆ พุ่งออกไปด้วย นอกจากในเรื่องของการโจมตีแล้วสกิลนี้ยังใช้สำหรับการป้องกันได้อีกด้วย

ชื่อท่า : Element Beat
ธาตุ : แล้วแต่ผู้ควบคุม
ลักษณะการใช้งาน : เป็นสกิลที่เหนือกว่า Power Beat ขึ้นมาเล็กน้อยโดยการใช้สังกัดธาตุของผู้ควบคุมทำการเปลี่ยนพลาสสติน่าไร้ธาตุให้มีความสามารถของธาตุแฝงเข้าไปด้วย สกิลนี้เมื่อเริ่มเปิดใช้งานจะมีอักขระมนตราวิ่งหมุนวนอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการใช้โดยจุดที่ใช้งานจะปรากฏแสงสีประจำธาตุขึ้นต่าง ๆ ขึ้นเช่น สีฟ้าของธาตุน้ำ สีแดงของธาตุไฟ เป็นต้น

หมายเหตุ (ท่านี้เป็นท่าที่บลูไรเซอร์ใช้ในตอนที่ปรากฏตัวครั้งแรกนั่นเอง แต่เพราะพลังที่ไหลผิดปกติของพลาสสติน่าทำให้พลังงานรั่วไหลออกมามากเกินปกติ)

ชื่อท่า : Element Blaster LV - Maximum Power
ธาตุ : แล้วแต่ผู้ควบคุม
ลักษณะการใช้งาน : เป็นการเปลี่ยนธาตุของพลาสสติน่าแคนน่อนด้วยหลักการเดียวกับ Element Beat เวลาใช้อักขระเวทย์จะหมุนวนอยู่บริเวณปากกระบอกพลาสสติน่าแคนน่อน ปรับระดับการยิงได้เหมือนพลาสติน่าแคนน่อน แต่ไม่สามารถใช้ร่วมกับ Plastina Scatter ได้

ชื่อท่า : Sonic Driver
ธาตุ : แล้วแต่ผู้ควบคุม
ลักษณะการใช้งาน : สร้างสนามพลังประจำธาตุล้อมตัวไว้พร้อมแปลงร่างเป็นบีสต์โหมดพุ่งชนเป้าหมาย (อาคาซิกบัสเตอร์ดี ๆ นี่เองแหละ)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทักษะเฉพาะ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ชื่อท่า : Dark Slash
ธาตุ : ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค
ลักษณะการใช้งาน : สร้างไมโครแบล็คโฮลจากนิวตรอนบอลแล้วประจุลงไปที่ดาบจากนั้นก็ใช้ฟาดฟันตามถนัด ด้วยพลังแบล็คโฮลที่หมุนวนอยู่รอบ ๆ จะสร้างแรงบิดมหาศาลให้กับวัตถุที่มันสัมผัสและบดขยี้จนแหลกไม่เหลือชิ้นดี ทักษะนี้ยังประยุกต์ใช้กับทักษะอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ชื่อท่า : Dark Slayer
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ผู้ใช้ : อัลลูไค,เวราโด้,เซริออส,ทีน่า,แร็คน่า,ลีลี่ย์
ลักษณะการใช้งาน : เป็นทักษะการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเป็นหลายร่าง หรือเป็นเพียงเงาจาง ๆ ใช้สำหรับรุกเข้าหาเพื่อโจมตีอย่างฉับพลัน หรือ หลบหลีกการโจมตีได้เป็นอย่างดี

ชื่อท่า : Shadow Ticker
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ผู้ใช้ : อัลลูไค,เวราโด้,เซริออส,ทีน่า,แร็คน่า,ลีลี่ย์
ลักษณะการใช้งาน : ทักษะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากจนทิ้งภาพติดตาเอาไว้หลอกล่อศัตรู

ชื่อท่า : Shadow Teleport
ธาตุ : ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค
ลักษณะการใช้งาน : เคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งโดยอาศัยเงาเป็นสื่อกลาง

ชื่อท่า : Black Hole
ธาตุ : ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค
ลักษณะการใช้งาน : ใช้นิวตรอนบอลสร้างแบล็คโฮลขึ้นในจุดที่ต้องการ ขนาดของแบล็คโฮลปรับได้ตามความต้องการ เงื่อนไขการสร้างแบล็คโฮลนั้นจะต้องใช้นิวตรอนบอลจำนวน 2 ลูกขึ้นไป ในการสร้างตั้งแต่ระดับไมโครแบล็คโฮล แบล็คโฮลใหญ่ที่สุดที่เคยทำได้คือในรัศมี 15 กิโลเมตร (แบล็คโฮลนี้ไม่มีทางออกเนื่องจากเป็นการหมุนด้วยความเร็วสูงของนิวตรอนบอลจนเกิดแรงดูดมหาศาลที่จะดูดทุกอย่างที่อยู่ใกล้ ๆ เข้าไปข้างในและบดจนแหลก)

ชื่อท่า : Requim of Darkness
ธาตุ : มืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค
ลักษณะการใช้งาน : ท่าไม้ตายสุดยอดของอัลลูไค ที่จะทำการประสิทธิ์ทักษะดาบและเวทย์มนต์เข้าด้วยกัน ท่านี้จะสร้างโดมความมืดที่มีแรงดูดมหาศาลกดดันศัตรูที่อยู่ภายในไม่ให้เคลื่อนไหวได้ ก่อนจะซัดคลื่นดาบจำนวนมากอัดเข้าไปในโดมเพื่อสะบั้นเป้าหมายเป็นชิ้น ๆ โดยเวลาใช้จะต้องทำการชาร์จพลังเสียก่อน โดยมากจะย่อตัวลงเล็กน้อยในท่าพร้อมชักดาบด้วยความเร็วสูง เป็นท่าโจมตีที่ใช้ได้ทั้งระยะใกล้และไกล

ชื่อท่า : Aura Blade
ธาตุ : แสง
ผู้ใช้ : ซิลเวีย,ลีลี่ย์
ลักษณะการใช้งาน : ฉาบพลังแสงลงใบดาบเพื่อเพิ่มพลังทำลายและระยะการโจมตี ไกลที่สุดยามที่ไม่ได้ขึ้นแพนเซอร์คือ 15 เมตร แต่ตอนที่ใช้กับดาร์กเรย์เบลดไกลที่สุดคือ 1 กิโลเมตร

ชื่อท่า : Angel Blade Dancing
ธาตุ : ไร้ธาตุ
ผู้ใช้ : ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : ตวัดดาบคู่ฟันเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง 12 ครั้ง

ชื่อท่า : Flash Move
ธาตุ : แสง
ผู้ใช้ : ซิลเวีย,ลีลีย์
ลักษณะการใช้งาน : เคลื่อนย้ายพริบตาด้วยการแปรสภาพเป็นแสงเพื่อไปยังจุดที่กำหนดในพริบตาเป็นทักษะที่ใช้ในการจู่โจม รุกเข้าหา ถอยหนี และหลบการโจมตีได้อย่างดีเยี่ยม

ชื่อท่า : Shining Sword Breaker
ธาตุ : แสง
ผู้ใช้ : ซิลเวีย,ลีลี่ย์
ลักษณะการใช้งาน : เรียกแสงศักดิ์จากท้องฟ้าลงมาสถิย์ในดาบแล้วปลดปล่อยพลังทำลายนั้นออกไปรอบทิศทาง

ชื่อท่า : Heaven Ray
ธาตุ : แสง
ผู้ใช้ : ซิลเวีย,ริโคริส,ลีลี่ย์
ลักษณะการใช้งาน : เรียกแสงศักดิ์สิทธิ์จากสรวงสวรรค์ลงมาทำลายล้างจุดที่กำหนด (ประดุจโคโลนี่เลเซอร์) เหมาะทำลายสถานที่ใหญ่ ๆ เช่นป้อมปราการหรือเมือง เวลาใช้ผู้ใช้จะต้องบินขึ้นไปอยู่บนที่สูงกว่าเป้าหมาย ดังนั้นยามที่ใช้ตอนขับแพนเซอร์จึงต้องบินขึ้นไปอยู่เหนือพื้นที่เป้าหมายก่อนจากนั่นค่อยยิงลงมา คำท่องตอนใช้ท่านี้ก็คือ

"พระแม่แห่งสุริยันต์ผู้ทรงมหิทธานุภาพ ได้โปรดประทานแสงแห่งการชำระล้างแด่ผู้เหล่าผู้โง่เขลาที่อยู่เบื้องหน้าของข้าด้วยเถิด"

อาณาเขตของท่านี้ปรับขนาดได้ตามปริมาณพลาสสติน่าเมื่อใช้เต็มที่ ระยะกว้างสุดที่ยิงได้คือภายในรัศมี 10 กิโลเมตร โดยคนที่ใช้ท่านี้ได้แรงและกว้างที่สุดคือ ซิลเวีย รองลงมาคือ ริโคริส และ ลีลี่ย์ตามลำดับ

ชื่อท่า : Ark Impulse
ธาตุ : แสง
ผู้ใช้ : ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : ท่าไม้ตายสุดยอดของซิลเวีย โดยทำการต่อดาบคู่ทั้งสองเล่มเข้าด้วยกันจนกลายเป็นดาบสองทางพร้อมฉาบพลังแสงที่ใบดาบเพื่อเพิ่มพลังทำลายระหว่างที่ทำการต่อดาบและเร่งพลังแสงนี้จะเกิดแสงสว่างเจิดจ้าไปรอบ ๆ ตัวคอยทำลายทัศนวิสัยของฝ่ายตรงข้าม เมื่อสบโอกาสก็จะแทงศัตรูก่อนหนึ่งครั้งก่อนจะกระชากดาบออกมาฟันออกมาฟาดในลักษณะของรูปกากบาทอีกครั้งหนึ่ง

ชื่อท่า : Darkness Rain Strom
ธาตุ : ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลลูไค + ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : ชาร์จความมืดไว้ที่พลาสติน่าแคนน่อนจนพร้อมร่ายอาคมขนาดใหญ่ขึ้นเหนือท้องฟ้า เมื่อชาร์จพลังงานจนเต็มก็จะยิงพลังขึ้นไปบนท้องฟ้าเมื่อพลังงานความมืดกระทบเข้ากับวงไสย์เวทย์ก็จะแปรสภาพกลายเป็นห่าฝนคลื่นพลังงานสีดำทมิฬพุ่งลงมาทำลายล้างทุกสิ่งที่อย่างที่อยู่ในอาณาเขตวงไสย์เวย์ โดยที่พลังแต่ละเส้นที่ยิงลงมานั้นพลังงานเท่ากับที่ปล่อยไปตอนแรกทุกประการ เป็นท่าให้ผลในการทำลายล้างในวงกว้าง

ชื่อท่า : Pandora Smasher
ธาตุ : แสงสว่าง + ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค + ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : ยิงคลื่นพลังแสงสว่างและความมืดออกไปพร้อม ๆ กันในรูปแบบเกลียวสว่านจู่โจมเป้าหมาย (เวลาใช้จะทำท่าเหมือน เฮลแอนด์เฮฟเว่นของกาโอไกก้าต่างกันที่ไม่ได้พุ่วตัวเข้าไปหา) มีพลังในการเจาะทะลวงสูง

ชื่อท่า : Pandora Breaker
ธาตุ : แสงสว่าง + ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค + ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : คล้ายพันโดร่าสแมชเชอร์ แต่ต่างกันตรงที่อัดพลังไว้ที่ดาบคู่เลวาเทียแทน การโจมตีจะเปลี่ยนเป็นพุ่งเข้าไปฟันเป็นรูปกากบาท

ชื่อท่า : Blessing of Phantom
ธาตุ : แสงสว่าง + ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค + ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : ปาดาบคู่เลวาเทียที่ประจุพลังแสงและความมืดออกเข้าใส่เป้าหมาย ซึ่งการใช้ท่าต่อจากนี้จะแบ่งเป็นสองลักษณะโดยขึ้นกับศัตรูว่า หลบ หรือป้องกันดาบที่ปาออกไปได้หรือไม่?

กรณีหลบไม่ได้ ดาบทั้งสองจะมุ่งเป้าตัดแขนของคู่ต่อสู้ทั้งสองข้างในเวลาเดียวกัน (กรณีสู้กับศัตรูที่มีรูปแบบใกล้เคียงมนุษย์) ในจังหวะนั้นดาร์กเรย์เบลดจะวาร์ปเข้าไปหาในระยะประชิดจัดการฟาดฟันศัตรูด้วยท่าฟันที่ไม่แน่นอนแล้วแต่ความพอใจของอัลลูไคและปิดท้ายด้วยการยิงพลาสสติน่าแคนน่อนอัดในระยะเผาขน

กรณีหลบหรือป้องกันได้ แต่ในจังหวะนั้นดาร์กเรย์เบลดจะวาร์ปเข้าไปหาในระยะประชิดจัดการฟาดฟันศัตรูเพื่อทำลายการป้องกัน โดยจุดนี้จะแบ่งออกเป็นสองลักษณะอีก คือ

กรณีทำลายการป้องกันได้ในเวลาก่อนที่ดาบจะหมุ่นกลับมา ถ้าทำสำเร็จจะแทงดาบไดไฟซันคาลิเบิร์นเข้าบริเวณลำตัวของศัตรูอย่างจังและถีบอัดด้ามดาบเพื่อให้ดาบทะลุร่างศัตรูออกไปพร้อมเป็นการยันศัตรูให้ถอยไป และในจังหวะนั้นก็จะพุ่งขึ้นไปรับดาบที่บินกลับมาพร้อมกับฟาดฟันเป็นรูปกากบาทก่อนจะปิดท้ายด้วยอาร์คอิมพัลแต่เป็นเวอร์ชั่นที่มีความมืดอยู่ด้านหนึ่งแสงสว่างอยู่ด้านหนึ่ง

กรณีทำลายการป้องกันไม่ทัน ดาบที่ปล่อยไปตอนแรกจะบินกลับมาโจมตีใส่ศัตรูจากด้านหลัง ดาบทั้งสองจะปักเข้าที่หลังศัตรูอย่างจังเพื่อเป็นการทำลายการป้องกันจากด้านหลังเมื่อการโจมตีได้ผลแล้วดาร์กเรย์เบลดจะถอยออกมาครึ่งก้าวและพุ่งฟันตัดลำตัวด้วยความเร็วสูง พร้อมกับกระชากดาบสองเล่มที่ปักอยู่คืนมาฟันเป็นรูปกากบาทอีกที และปิดท้ายด้วยดาร์กสแลชเวอร์ชั่นดาบคู่

ชื่อท่า : Shining in the Dark
ธาตุ : แสงสว่าง + ความมืด
ผู้ใช้ : อัลลูไค + ซิลเวีย
ลักษณะการใช้งาน : ท่าไม้ตายของดาร์กเรย์เบลด ทำการสร้างอาณาเขตแห่งความมืดปกคลุมสนามต่อสู้เอาไว้ ความมืดนี้จะมีแรงดึงดูดที่คอยกดดันศัตรูให้ขยับไม่ได้หรือขยับตัวได้ยาก
พร้อมกันนั้นดาร์กเรย์เบลดจะใช้มือลูบดาบไดโฟซันคาลิเบิร์นให้เกิดแสงสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์พร้อมกับพุ่งเข้าฟาดฟันศัตรูทั้งหมดในอาณาเขตด้วยความรวดเร็วดุจแสงก่อนจะพุ่งออกไปจากโดมแห่งนี้ พร้อมกับควงดาบอย่างเท่ห์หนึ่งรอบก่อนจะลูบดาบอีกครั้งให้แสงสลายไป อัลลูไคจะเอ่ยประโยคเด็ดประจำตัวว่า "จบสิ้นกันแค่นี่แหละ" และหลังจากแสงที่ดาบสลายไปแล้วโดมความมืดจะแปรสภาพเป็นแบล็คโฮลขยี้ที่สรรพสิ่งที่อยู่ภายในจนแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่ซาก

ชื่อท่า :
ธาตุ :
ผู้ใช้ :
ลักษณะการใช้งาน :

เดี๋ยวอัพเพิ่มเติม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2009, 03:31:16 PM โดย raymiel02 » บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
minuet3939
The Star Combatant
Beginner Pilot
******
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 09:11:44 PM »

幻想-DDNo.002 R.A.N. / Code [FOXY] (เฟรมของ หลินฟง)

ความสูง - 24เมตร
หุ่นที่สร้างโดยวิทยาการณ์จากต่างจักรวาล
โครงสร้างด้านนอกเป็นโลหะละเอียด ที่ถูกแกนกลางความคุมไว้ให้เป็นรูปเป็นร่าง
ด้านในเกราะเข้าไปนั้้น เป็น พลังงานที่บรรจุอยู่ล้วนๆ  ไม่มีโครงสร้างภายในชัดเจน
พลังงงานการขับเคลื่อนนั้น คือ พายุจักรวาลถูกบรรจุด้วยโลหะชนิดพิเศษ ซึ่งถูกควบคุมด้วยแกนกลางอีกที
ยิ่ง ตัวเฟรมนั้น ใช้งานและขยับมากๆ พลังงานของแกนกลางจะยิ่งออกมามาก ทำให้ พลังงานภายในหุ่น ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อถึงจุดนึง ก็จะสามารถ ปล่อยพลังงานออกมาบางส่วนจากการขยายร่องเกราะ (ที่เป็นรูป6เหลี่ยม)
(ใช้เป็นหมัดระเบิด หรือ ปล่อยออกไปเป็นบีม)

หุ่นซีรี่ยส์ 幻想-DDNo. นั่นมีความสามารถพิเศษเหมือนกันทุกตัวคือ สามารถ ข้ามไปยังจักรวาลต่างๆได้อย่างอิสระ
ตัวคอกพิทของหุ่นสามารถรักษาแผล อาการบาดเจ็บ หรือป่วย ให้กับคนที่นั่งอยู่ได้ในระดับหนึ่ง (ไม่ช้า ไม่เร็ว)

ท่าโจมตีของ ฟ๊อกซี่
1. ต่อย - ทุบ ใช้ความแข็งของโลหะ กับรูปร่างของมือ ที่ออกแบบไว้เพื่อรับการกระแทก กระแทกใส่เป้าหมาย
2. ยิงพลังงานภายในหุ่นออกไป โจมตี
3. วาป ในระยะสั้นๆ
4. ระเบิดพลังงานภายในออกมาทางร่องเกราะ แผ่พลังทำลายเป็นวงกว้าง
5. ทุ่นระเบิดใต้กระโปรง
6. HEAT MODE เมื่อพลังงานภายในนั้น มากจนเกราะแทบจะบรรจุไว้ไม่อยู่ จะสามารถปล่อยพลังงานในรูปแบบการระเบิดเฉพาะจุดออกมาได้จากร่องเกราะต่างๆ
ใช้เสร็มความเร็วในการเคลื่อนไหวได้เช่นกัน

ตัวหุ่นสามารถ อีควิปกับอาวุธได้แทบทุกชนิด
(ใช้แกนสั่งโลหะ ให้เข้าไปต่อกับอาวุธหรือพาทนั้นๆ)

...ชื่อท่าธรรมดาจังเนอะ
(เดี๋ยวเอาพวกพาร์ทเสริมมาลง)
บันทึกการเข้า
raymiel02
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 229



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 09:51:18 AM »

Gearfried

ลักษณะ -



รหัสเครื่อง: GR-01-S
สูง: 24 เมตร
หนัก: 40.8 ตัน
เตาปฏิกรณ์: Black Hole Engine
ประเภท : เรียลโรบ็อท โอเวอร์เทคโนโลยี
 
ควบคุม 2 คน

ท่าโจมตี -

Beam Vulcan (หัวซ้ายขวา)
Heat Knife ( 2 เล่ม ซ่อนไว้ที่เท้า ดีดออกมาถือได้เหมือนครอสโบน)
Laser Blade ( 2 เล่มที่กระโปรงหลัง ต่อ กันเป็นดาบ 2 ทางได้)
Grenade Launcher (ใต้โล่ห์)
Graviton Rifle (ปืนถือ)
Atomic Missile  (แพ็คหลัง)
Neutron Missile (กระโปรงข้าง)
Chrno Cannon (ใต้โล่ห์)
Scissors Claw and Arm Stake (ปลายโล่ห์)
Mega Chrno Cannon (พับกระโปรงข้างทั้งสองขึ้นเพื่อประจุพลังยิง)
Graviton Cannon (ปรับโหมดปืนถือเป็นแบบชาร์จยิง)
Gravity Blast (เปิดส่วนหน้าอกออกแล้วยิงเป็นเส้นตรง)
Chrno Fangs (แท่ง 6 อันด้านหลัง ปล่อยโจมตีอิสระ ใช้เป็นทั้งปืน ดาบ และโล่ห์)
Worm Smasher (เปิดหน้าอก)
Black Hole Cluster (เปิดหน้าอก ชาร์จเป็นลูกบอลยิง)
Anti Regression Cannon (เปิดหน้าอกเช่นกันแต่พลังทำลายล้างแรงกว่า Black Hole Cluster )

---------------------------------------------------
Option

EMP Missile (ใช้หยุดการเคลื่อนไหวหุ่นยนต์จำพวกเรียลโรบ็อท)
Gravity Field (สนามพลังป้องกันการโจมตี)
Boson Jumper
Chrno Drive
GR-System (ระบบเสริมนักบินและตัวหุ่นเมื่อเดินระบบ ความเร็วและความคล่องแคล่วของหุ่นจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถประเมินการเคลื่อนไหวของศัตรูล่วงหน้าราว 2-3 วินาที ระยะเวลาเดินระบบคือ 180 วินาที หลังจากนั้นเครื่องยนต์จะต้องระบายความร้อนเป็นเวลา 250 วินาที ซึ่งระหว่างนี้ สนามพลังป้องกัน โครโนไดร์ฟ และ จัมป์เปอร์จะไม่ทำงาน รวมถึงอาวุธพลังงานที่ติดบนตัวหุ่นทุกชิ้นจะไม่สามารถใช้การได้)

ประวัติ - หุ่นยนต์ปริศนาที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการระดับสูง แต่ไม่ทราบว่าสร้างเมื่อใดและสร้างโดยใคร ที่จริงแล้วเกียร์ฟรีกเป็นหุ่นกึ่งอัตโนมัติมันไม่จำเป็นต้องมีนักบิน มันสามารถขับเคลื่อนได้โดยใช้ไบโอคอมพิวเตอร์หนึ่งยูนิต(ราเซล) แต่หากได้นักบินฝีมือดีมาควบคุมก็จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันนักบินคือ อัลเซโด้

Gilford
ลักษณะ - เหมือนเกียฟรีกทุกประการเพียงแต่เป็นสีดำ

รหัสเครื่อง: GR-02-S
สูง: 24 เมตร
หนัก: 40.8 ตัน
เตาปฏิกรณ์: Black Hole Engine
ประเภท : เรียลโรบ็อท โอเวอร์เทคโนโลยี
 
ควบคุม 2 คน

อาวุธและอุปกรณ์เหมือนเกรียฟรีกทุกอย่าง

บันทึกการเข้า

To Aru Kagaku no Unicorn



จงต่อสู้เพื่อความฝันในวันอับโชค 

http://raymiel02.exteen.com/ บล็อกที่อัพมั่งไม่อัพมั่ง
Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 02, 2010, 10:03:19 PM »

ไกอา ฟลอร่า

สูง - 28 เมตร
หนัก - ไม่ทราบน้ำหนัก

เป็นหุ่นรบที่เหล่า 13 ธิดาแห่งตำหนักมารใช้  ซึ่งตัวหุ่นจะมีรูปทรงคล้ายกันหมดทั้ง 13 ตัว แต่สีและความสามารถและอาวุธจะแตกต่างกันไปตามแต่คนขับ
โดยที่ไกอา ฟลอร่าสีน้ำเงินของ เซี่ยเฟย จะมีความสามารถในการควบคุมและสร้างเงาของศัตรูขึ้นมา เช่นเดียวกับเซี่ยเฟย
บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Black Overman XAN
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1836



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 25, 2010, 11:09:52 AM »

ขอเอาข้อมูลราชินโยว์มาลงก่อนนะ ข้อมูลดาเรนกับพวกหุ่นเดอุสกำลังจะตามมาในอีกไม่นานนี้
------------------------------------------

ราชินโยว์
ขนาดโดยประมาณ พอๆกับยานมาครอส 7 แต่ไม่มีเขตเมืองที่อยู่อาศัย จึงมีที่ว่างพอจะเอายานแม่ลำอื่นๆมาจอดได้สบายๆ
อุปกรณ์ติดตั้ง
- Photon Deflection Armor เกราะพิเศษทำจากวัสดุที่มีความสามารถในการกระจายลำแสง ในทางทฤษฎีแล้วนั้นสามารถต้านทานลำแสงที่มีพลังขนาดประมาณโคโลนี่เลเซอร์ได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจมีปัญหาในเรื่องการกระจายความร้อนจนคนที่อยู่ในยานอาจทนไม่ได้ นอกจากนี้ในกรณีที่อาวุธนั้นไม่ใช่ลำแสงเพียวๆแต่มีลักษณะเป็นคลื่นความร้อน เช่น แซทเทิลไลท์แคนน่อน เกราะนี้ก็เอาไม่อยู่เช่นกัน
- High Pressure Space-time Generating Barrier อุปกรณ์สำหรับสร้างเขตความหนานแน่นสูงในบริเวณกาลอวกาศเพื่อเบี่ยงเบนการโจมตีได้ทุกประเภท เปรียบเสมือนบาเรียที่มีประสิทธิภาพมาก สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกรูปแบบ แต่การจะใช้งานมันครั้งหนึ่งนั้นกินพลังงานมากและยังมีความเสี่ยงถ้าระบบ Dimension Flow ไม่เสถียรพอ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่กับปืนใหญ่แบล็คโฮลทำให้ยานทั้งลำกลายสภาพเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ได้ โดยปกติจึงไม่ใช้นอกจากไม่มีทางเลี่ยงจริงๆเท่านั้น
- Dimension Flow System ระบบในการเดินทางข้ามมิติแบบเดียวกับพวกดาเรน สามารถสร้างช่องว่างมิติขนาดใหญ่โดยการโอนย้ายพลังงานผ่านมิติที่ห้า การใช้ระบบนี้ต้องมีพลังงานเป็นจำนวนมากและต้องมีเครื่องยนต์ในการถ่ายเทพลังงานเพื่อไม่ให้เสียสมดุล เนื่องจากไม่สามารถสร้างเครื่องยนต์แบล็คโฮลหรือเครื่องยนต์ปฏิสสารที่มีประสิทธิเท่าที่พวกดาเรนใช้ได้ วอเรฟจึงได้ใช้ลูกแก้ววินาศ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานอนันต์แบบเดียวกับที่ใช้ในเดสโทรเพียของนาซัสแทน อย่างไรก็ดีลูกแก้วนี้มีความสามารถในการสร้างหลุมดำที่ไม่ค่อยเสถียร การใช้งานจึงต้องมีระบบควบคุมที่เหมาะสมและขนาดใหญ่ ซึ่งโดยปกติวอเรฟจะให้หน้าที่นี้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ "กราดิอุส" ที่ติดตั้งเอาไว้ใจกลางยาน
- Gradius ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วและความสามารถในการประมวลผลสูงที่สุดเท่าที่วิทยาการในปัจจุบันของโลกจะทำได้ เป็นระบบ AI หลักของยานราชินโยว์

Weapon
- 200 cm Machine Cannon 300 กระบอก ถูกติดตั้งไว้ทั่วยาน
- "Artemis" Multiphase Beam Cannon 20 กระบอก ถูกติดตั้งเอาไว้ที่หน้ายานซ้ายขวาข้างละ 6 กระบอก ท้ายยาน 6 กระบอก ด้านข้างอีก 6 กระบอก และที่สะพานเดินเรือ 2 กระบอก
- "Belkrunt" Blackhole Cannon ถูกติดตั้งเอาไว้ที่หน้ายาน เป็นปืนหลักที่พลังการทำลายสูงที่สุด การยิงกระสุนนี้ออกไปจะเป็นการสร้างห้วงบรรยากาศบิดเบือนขนาดยักษ์ สามารถดูดเอาศัตรูจำนวนมากเข้าไปภายในได้
- มิสไซล์สารพัดรูปแบบที่ติดตั้งเอาไว้ทั่วยาน
- ICBM หัวรบนิวเคลียร์พิสัยไกล ใช้ถล่มฐานทัพศัตรูจากระยะไกลสุดกู่ ด้วยการล็อคเป้าจากกราดิอุสจึงมีความแม่นยำสุงมาก

กัปตันยาน - ช่วงแรก วอเรฟ กามาลอฟ/ ช่วงหลัง - ?

ยานรบข้ามมิติขนาดยักษ์ที่ดร.วอเรฟ กามาลอฟ นักวิทยาสตร์อัจฉริยะของสหพันธ์โลกสร้างขึ้นโดยการรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายทั้งบอล์น เฟทเกท ดาเรน รวมทั้งวิทยาการทางด้านเวทมนตร์ด้วย โดยหวังจะให้เป็นยานธงของกองทัพ TSC เพื่อทำการต่อสู้กับเหล่าผู้รุกรานจากต่างดาว จึงมีการติดตั้งระบบในการเดินทางข้ามมิติเอาไว้ ถึงแม้ตัวยานจะมีขนาดใหญ่โตแต่ด้วยความที่ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ "กราดิอุส" ควบคุมระบบหลักของตัวยานเกือบทั้งหมด การบังคับจึงสามารถทำได้ง่ายแค่ป้อนชุดคำสั่งเข้าไปกราดิอุสก็จะจัดการทุกอย่างให้เอง ดังนั้นวอเรฟจึงสามารถขับยานนี้ไปแสดงให้ทุกคนเห็นได้โดยมีลูกเรือแค่สองคนคือฮิคารุกับมายาเท่านั้น แต่ทว่าดูเหมือนวอเรฟจะเก็บงำความลับบางอย่างเกี่ยวกับยานลำนี้เอาไว้อีก รวมทั้งยังเป็นปริศนาอยู่ว่าลูกแก้วสีแดงที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของยานลำนี้มันคืออะไรกันแน่ (ถ้าใครยังจำเนื้อเรื่องในฟิคเก่าได้ มันเป็นลูกแก้วที่วอเรฟจ้างพวกฮิคารุไปหานั่นแหล่ะ)
บันทึกการเข้า

หมดยุคของไอ้เกรียนบาร์โค้ดแล้วเฟ้ย ตอนนี้ได้เวลาของแฟลชไดรฟ์สองซีกแล้ว

หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: