หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "UnReal -Truth under Lies-" 14 -Oh Baby... Please Be a Good Girl-  (อ่าน 20969 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 568


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 09:17:16 AM »

“คนทุกคนเมื่อเกิดมาเป็นคนดีหมด   สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนไปคือสภาพแวดล้อม”
ขงจื๊อ มั้ง

“แล้วจะมีโทษประหารไว้ทำตะบวยอะไรวะ แสรดดด”
PurpleHaze


“ไว้ตักน้ำไงล่ะจ้ะ”
???







   “โดนหลอก! เป้าหมายของมันคือกรุงเทพ”
“อีก 80 วิ ขีปนาวุธจะออกตัว!”
             “ตอนนี้มันกู้ระบบป้องกันกลับไปได้แล้ว! เอาไงดี”
   “พวกเราตายหมดชัวร์ เปลี่ยนเป้าทันไหม?”
         “มีพิกัดของฐาน UASPD ที่เชียงใหม่อยู่”
     Bang BanG bang Bang BanG bang Bang BanG         
     “ข้างในทำอะไรอยู่! ทางนี้จะต้านไม่ไหวแล้ว”
“จัดไปเลยใส่พิกัดซะ!   พวกมันส่งเรามาตายก่อน”
       “ผมจัดการระบบแล้วมีเครื่องบินขับไล่จอดอยู่ที่โรงเก็บ E-8”
   “ตกลงรอดได้คนเดียวสินะ งั้นข้าโหวตนรก ที่เหลือจุดบุหรี่ซะ”
     Bang BanG bang Bang BanG bang Bang BanG
   “หมายความว่าไงให้ผมออกไปคนเดียว!”
         “ก็มีมึงขับเป็นอยู่คนเดียว แล้วมันก็นั่งได้คนเดียวด้วย!”
      “ไปซะ!  นรกเดินได้ พวกเราโดนส่งมาเป็นหมากในเกมส์ของพวกมันซะแล้ว อย่าทำให้พวกข้าตายเปล่า ไป”




Unreal 1   -Untitled-

      “ไอ้ชิตโว้ยยยยย”

   “แว้กกกก ข้าศึกบุก ใครวะ ไหนวะ มาเลยเฮ้ย!”   ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมามองไปรอบๆ  ชะอุ๋ย

   “จ่าเองเหรอ”

      “ก็เออสิวะ จ้างมาเฝ้ายามนะโว้ย ไม่ใช่ให้มาหลับ”

     คนที่ยืนด่าผมอยู่นี่คือจ่าไพลิน หัวหน้าร่างท้วมของผม   ผมเป็นยามกะเย็นครับ หกโมงเย็นยันหกโมงเช้า  เก้าโมงไปเรียนราม   หลับยามกันตีหนึ่ง อิอิ

   “นี่มันตี 2 แล้วโจรไปนอนแล้วล่ะ”

                        “ตี 2 ?   พึ่งจะ 3 ทุ่ม!”

     ผมเหลือบไปดูนาฬิกา  2109  ชะอ้าว

   “ขอโทษครับ อย่าหักเงินผมเลยครับ”

     ผมลุกขึ้นตะเบ๊ะ  ทำเสียงขึงขัง  แกก็ไม่ว่าอะไร...

      “ชิต เอ็งว่าข้าจะเป็นใหญ่เป็นโตกับเค้าได้บ้างมั้ยวะ”

     จ่าโน้มตัวส่ง M-150 ให้ผมพร้อมพูดเสียงเนือยๆ ประโยคนี้พูดมาตั้งแต่ผมมาเป็นลูกน้องแกวันแรก   ช่างน่าเบื่อหน่ายนัก ทั้งที่ก็อุตส่าห์รอดมาจากสมรภูมิแท้ๆ

   “จ่าคิดมากน่า อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว...  อีกอย่างยุคนี้เป็นใหญ่ตายเร็วนา ดูอย่าง โกร มากวิแนกซ์ สิ ปากดีใส่ *แซมมี่ ได้วันเดียวโดน CIA เก็บซะ”   พูดเสร็จก็กระดก M
*(แซมมี่, ลุงแซม,   eng.Sammy, Uncle Sam   =   US นั่นแล มันเป็นแสลงครับท่าน   มีประวัติด้วยไว้ไปดูในไฟล์ glossary เด้อ)

         “เรื่องนั้นมันระดับโลก ของข้ามันแค่ในประเทศ…”

     จ่ามานั่งบนโต๊ะ รปภ. หยิบ M ผมไปซะงั้น

      “ของข้าได้เลื่อนขั้นก็พอ”

   “สักกี่ขั้นดีล่ะ? 48 แล้วนา”

     จ่าหันมามองหน้าผมแล้วพูดประโยคเด็ดออกมา

      “ผอ   บอ   ตอ   รอ”

   “55555  มันจะเป็นไปได้ไงวะนั่น  ประสาทไปแล้วเหรอ วู้ว~~~~”

     ฮาว่ะ  จ่ามาแนวใหม่  -โป๊ก-  จ่าเคาะกระบาลผม

      “นี่ไงล่ะประสาท”

     เจ็บนะ  ไอ้แก่นี่  ผมลูบหัว ถ้าไม่เห็นว่าแก่นะ

      “ชิตพรุ่งนี้มาหาข้าตอนบ่าย 4 สิ  จะให้ช่วยไรหน่อย”

     จ่าแอบทำหน้าเครียดก่อนหันมายิ้มแล้วพูดแบบฝืนๆ  มีอะไรแฝงแหงๆ  แต่ช่างมัน เงิน สำคัญกว่า

   “ช่วย? แน่นอนว่าไม่ฟรี”

      “2000”

   “งานอย่างว่าเหรอ ไม่ถูกไปหน่อยเร้อ?”

     ช่วยงาน หน่อย   แต่ให้  2000  ผมชำเลืองตามองจ่า

      “ของสำคัญเฉยๆ น่า แค่ไม่ถูกกฎหมาย นี้ดสสสส์นึง”

     เหยยยย   รอบที่แล้วเล่นเกือบกรง ทำเป็นชู 2 นิ้ว

   “4000 ไม่งั้นโน”

      “โอเค”

     เฮ้ย? ง่ายไปม้าง???

      “อย่าลืมนะ  รับปากแล้วนะว้อย  ข้าไปล่ะ”

     พูดเสร็จก็รีบสตาร์ทมอไซออกไป

   “เฮ้ยเดี๋ยวเด้!”

     อะไรวะ  บ้ะ! ไปก็ไปงานเดียว 4000 จ่ายค่าเช่าบ้านย้อนหลังรวดเดียวหมด แถมยังเหลือประทังชีวิตได้อีกตั้งเป็นอาทิตย์...   -แป้นนนน-   อ้ะ! รถเข้าตึก

   “ครับ ทางนี้เลยครับ”


0632

   “อ้า~~ กลับถึงบ้านซะที เหนื่อยจริงงงง”

     บ้านของผม  มันก็เป้นแค่ห้องเช่าราคาปานกลาง กว้างพอประมาณ มีห้องน้ำในตัว แต่เพราะผมมันไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร มีแค่ชั้นหนังสือนานาสาระ โทรทัศน์จอแบนติดผนังไทยประดิษฐ์ราคาถูกๆ กับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเล็กๆ อีกหนึ่งเครื่อง และตู้เสื้อผ้าต่อเองเล็กๆ ตรงมุมห้อง มันเลยดูกว้างผิดกับที่มองจากภายนอก

     ผมเข้าไปอาบน้ำแล้วออกมานั่งคิด พลางเปิดเพลงของวง Do as Infinity ฟัง

   “งานอะไรวะคิดไม่ตกฟะ ครั้งที่แล้วขนปืนเถื่อน ยังเกือบซวย”

     ไม่ซวยได้ไง  ก็ไอ้จ่ามันพาพวกมาจับเอง แล้วแอบปล่อยผมหนี  ทั้งปืน เงิน ผลงาน  เอาไปหมด ให้ผมแค่ 8500 แสรด...

   “ถ้าทำแบบนี้อีกไม่แก่ตายแน่”

     เห็นยังงี้ผมก็ทำงานสกปรกมาเยอะ เพราะมันได้เงินดี ยุคนี้ข้าวยาก หมากแพง  แค่ค่าแรงถูกๆ จากงานประจำมันไม่พอยาไส้หรอก  แต่ถ้าเกิดพลาดก็มีตายเหมือนกัน คนรู้จักที่แนะนำงานพวกนี้ให้ผมทำพากันพลาดตายกันไปหลายคนแล้ว   ...แต่ เงินก็คือเงิน มันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว

     ยังไงก็ตามนอนก่อนละกัน...

   “คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง.....”         


1615
     ผมขับมอไซคู่ชีพมาถึงบ้านจ่า   บ้านของจ่าอยู่เลยโรงพยาบาลรามคำแหงไปหน่อยนึง  เป็นบ้านหลังเดียวในแถบนี้ที่มีรั้วปูน  ช่วงสงครามเมื่อ 4 ปีก่อนแถบนี้โดนทิ้งระเบิดเละเทะไปพอสมควร คนแถวนี้จึงย้ายหนีหมดมีจ่ากับอีกไม่กี่คนกลับมาอยู่ ที่เหลือก็พวกไร้บ้านกับข้างถนน...  สงครามนี่ไม่มีอะไรดีเลยน้า   แต่อย่าไปสนใจมันเลย ของธรรมดา

     ผมเดินไปกดออด

   “โย่วจ่า มาแล้วครับ”

      “เอ้อ เข้ามาเลยไม่ได้ล็อค”

     จ่าเปิดประตูในบ้านออกมา ผมเดินเข้าไปหา

   “ว่าแต่คราวนี้ให้ทำอะไรล่ะ”

      “ส่งของ งานง่ายมะ”

     จ่าหยิบกระเป๋าเดินทางขนาดประมาณกระดาษ A4 ออกมา   กระเป๋าล็อคแบบมีรหัส  ใส่ยามหัศจรรย์ไว้รึไงวะ

      “เอาไปส่งท่าเรือสมุทรปราการ ไปถึงจะมีตำรวจนอกเครื่องแบบรออยู่   บอกไปว่า มาม่า มาส่งแล้วครับ”

     จ่าทำสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อย  สงสัยงานนี้จะไม่ธรรมดาอย่างปากว่าซะแล้ว...

   “เฮ้ยไหงทำหน้าเครียดงั้นล่ะเฮีย  งานเกี่ยวกับการเลื่อนขั้นที่พูดไว้ใช่มะ”

      “เออ   สืบราชการลับ แต่มันไม่ถูกกฎหมายถ้าพลาดก็จบ ของข้างในถึงอยากดูก็ดูไม่ได้หรอก รีบส่งรีบเผ่น เอ็งมีฝีมือเรื่องนี้อยู่แล้วนี่”

     นั่นไงล่ะ ก็ว่าแล้ว   ผมชำเลืองมองตรงจุดใส่รหัส   ภาษาอะไรก็ไม่รู้ ไม่สิมันเหมือนกับอักขระอะไรสักอย่างมากกว่า   คุ้นๆ ว่าเคยเห็นที่ใหนสักแห่ง เขมรมั้ง...

   “โอเค เสร็จแล้วจะโทรหา โอนเงินเข้าบัญชีเดิมนะ   ว่าแต่ภายในกี่โมง”

      “ไม่จำกัด ระวังให้ดีล่ะที่จริงแผนมันเริ่มรั่ว เลยใช้เอ็ง”

   “งั้นก็เหมือนเดิม ถ้าเจ็บตัวมาจ่ายเพิ่มด้วยละกัน   แน่นอนว่าต้องแพง”

      “เออ รีบไปเลย”

   “เดี๋ยว ขอชาร์จแบตมอไซแป้ป”

     ผมเดินไปต่อปลั้กชาร์จไฟจากบ้านจ่าเข้ารถ   มอเตอร์ไซของผมประกอบขึ้นเองจากซากสงครามใช้โมเดลเวฟแซด แต่เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน  ส่วนทะเบียนผมปลอมเอา ถ้าไม่เปรี้ยวจนโดนจับก็ใช้วิ่งได้ไม่มีปัญหา ตำรวจไม่ค่อยคุมเข้มเท่าไรนัก

      “ไม่ชาร์จมาจากบ้านวะ เปลืองไฟข้าอีก”

   “ลืมฟะ โทษที”


1633
     จากบ้านจ่าไปท่าเรือก็ไกลพอสมควร ผมขับมอเตอร์ไซขึ้นมอเตอร์เวย์เก่า ที่ตอนนี้เป็นหลุมเป็นบ่อจนรถใหญ่วิ่งขึ้นไม่ได้ไปแล้วจากการรบ รัฐมันก็ไม่ยอมมาซ่อม ซากรถถังยังกองอยู่เลย   ตอนนี้ที่พอวิ่งได้ก็พวกมอไซกับรถขนาดเล็ก   แต่ตอนนี้กรุงเทพมันก็ไม่ได้สำคัญมากมายอะไรอยู่แล้วด้วย

   “เหอะ ย้ายเมืองหลวงแล้วก็ปล่อยทิ้ง มัวเอางบไปรับประทานกันอยู่ได้”

     ที่มาทางนี้เพราะกะจะไปดูร้านขายของหนีภาษีตรงใกล้ๆ ม.ราม2

     ผมขับรถออกจากมอเตอร์เวย์ต่อเข้าไปใน ม.ราม2   หืม ผมมองกระจกซ้าย

   “ไอ้รถคันนั้น ตามเรามาตั้งแต่ออกจากมอเตอร์เวย์แล้ว”          

     อืมโมเดล Toyota Yaris สีครีม ชย 7351 เอาของโบราณมาใช้เหมือนกันเลยนะ   เร่งเครื่องหนีดีกว่า

     ผมเลี้ยวเข้าหัวมุมซ้าย  น่าจะพ้นแล้วไม่รู้หรอกว่าเป็นใครแต่เผ่นไว้ก่อนเป็นดีที่... -เอี้ยด- -ตูม-   เฮ้ย!!!   ไอ้รถบ้านั่น มันวิ่งตัดซอยออกมาชนคนปลิวเลย รอบข้างพากันแตกตื่น

   “อะไรกันวะ!”   -เอี้ยดดดดดดด-   มันยังไล่ผมอยู่

     มีเงาดำออกมานอกหน้าต่าง   เฮ้ย! ปืนนี่หว่า!  -ปัง-   มันยิงใส่ผม นัดแรกพลาด คนต่างพากันหลบเข้าบ้านเหมือนรู้งาน

     -ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง-   กระหน่ำเลยเรอะ  ผมขับส่ายไปมา พร้อมบิดคันเร่งขึ้น   -เป๊ง-

   “อุ๊! หมวกกันน็อค”   -เผียะ-   กระสุนเฉือนหลังผมไป!   จังหวะนี้ผมเสียหลักหักขวา   เวรล่ะสิข้างหน้าเป็นแยกเข้าตรอก!

   “ฮึ้ย!   แย๊กกกกกกกกก”   -ตูม-   ผมชนเข้ากับแผงลอยอย่างจัง

     ตัวผมกระเด็นลอยเข้าไปข้างในร้านหนังสือ ตกบนแผงหนังสือด้านใน  สีข้างกระแทกอย่างจังเล่นเอาจุกไปไม่ใช่น้อย

   “แฮ่กๆๆ   ไอ้จ่า... ได้จ่ายอานแน่ อุ่ก เวรเอ้ย”

     ร่างกายซีกซ้ายเจ็บแปลบขึ้นมา ผมคลานไปหลบหลังแผงหนังสือ   !   พวกมันคนนึงวิ่งไปหยิบกระเป๋าที่รถผม เพราะไอ้นี่จริงๆ   อ๊ะนั่น ลุงแก่ที่ท่าทางจะเป็นเจ้าของร้านเดินไปหาพวกมัน

        “พวกลื้อทามอารายกังว้าเฮ้ย”

     จะเข้าไปทำไมวะลุ๊งถอยม๊า เวรล่ะพวกมันอีกคนเดินเข้าไปหาลุงแก่

      “เกะกะโว้ย ไอ้เจ๊กนี่”

     -ปัง-   ไอ้เวรนั่น! มัน ยิง ลุงแก่!!!

   “ไอ้ระยำ!”

      โดยไม่รอช้าผมคว้าหนังสือปกแข็งใกล้ๆ มือเขวี้ยงอัดมือขวามันจนปืนตก   จากนั้นวิ่งไปด้านในร้านขึ้นบันไดไปชั้น 2   มีห้องนึงเปิดประตูแง้มไว้อยู่

            “เฮ้ย มันหนีไปชั้น 2”

      “ไปก่อน เดี๋ยวเก็บมันเสร็จจะตามไป”

      ได้ยินมันพูดปุ้บ ผมก็เอื้อมมือเข้าไปกดล็อคประตู จากนั้นกระแทกปิดประตู   -ปึ้ง-   หวังว่าคงหลอกล่อได้บ้าง

      เลยห้องนั้นไปมีห้องน้ำอยู่ ข้างๆ ห้องน้ำเป็นห้องครัวมีชั้นวางมีดอยู่ ผมคว้ามีดได้ก็กระโจนไปแอบหลังประตูในห้องน้ำแล้วเลื่อนประตูให้เปิดแง้มไว้หน่อยนึง      -กึง กึง กึง-   มันวิ่งขึ้นมาแล้ว เสือกใส่คอมแบตเหยียบพื้นไม้เค้าก็รู้หมดสิวะ ว่าแต่ไอ้คนที่พูดว่าผมขึ้นชั้น 2 นี่เสียงมันคุ้นๆ แฮะ

     -แกร๊กๆๆ ปึง-

      “เฮ้ยออกมาซะ อย่าให้ต้องเข้าไปเอง  รู้นะ  ได้ยินนะ”
     เหอ ลูกไม้แค่นี้หลอกได้ด้วยว่ะ ควายชิบ   มันยังไม่เห็นหน้าผม ผมก็ไม่เห็นหน้ามันเหมือนกันมันใส่ไอ้โม่ง   ผมถอดหมวกกันน็อคออก   -ปัง-   มันคงยิงกลอนประตู ไม่ฉลาดเอาซะเลยนะ   -ปึง-   มันเข้าไปแล้ว จังหวะนี้ผมย่องออกไปแย้มมองในห้อง   โห รื้อห้องใหญ่เลย กูไม่ได้อยู่ในตู้เสื้อผ้า...

     -เอี้ยด วี้ด~~~-   ข้างนอกออกรถไปแล้ว ได้เวลาลงมือแล้ว...  

     ผมพุ่งเข้าใส่มันจากด้านหลัง   มันรู้ตัวหันมายิงใส่   -ปัง-  -เป้ง-   มีดผมปัดโดนกระสุนพอดี   ผมเหวี่ยงมือซ้ายปัดปืนออกนอกวิถี จากนั้นก็แทง -ฉึก-   เวรล่ะมันยกแขนกันมีดผม

      “ไอ้กระจอก”   -ตูม-

     มันถีบผมตัวปลิวไปหน้าห้อง   -ปัง ปัง ปัง ปัง-   ผมดีดตัวหลบกระสุนออกไปนอกห้องแล้วก้มตัวรอ   มันกระโจนมาหน้าห้อง  ผมถีบตัวพุ่งเข้าไปซัดเป้ามันเต็มรัก

      “โอร้กกกกกกกกกกก”

     มันล้มตัวลงผมคว้ามีดที่เสียบมือขวามัน จากนั้นฟันฉีกออกมาด้านข้าง แล้วกระทืบข้อมือซ้ายขยี้ๆๆ   -กร้อบบบ-   แย่งปืนมันมา ยิงอัดโคนขามันไปข้างละสองนัด   ขาขวากดลงไปที่ซอกคอ ค่อยๆ เค้นให้หนักเข้า สะใจจริง!

     ผมลากมันออกมาให้กลางลำตัวอยู่ตรงขื่อประตูพอดี

   “เอาล่ะ   มาคุยกันเถอะจ้ะ”

     -ปึง-   ผมจัดการปิดประตูกระแทกเข้ากลางลำตัวมัน

      “อ้ากกก   ไอ้ชั่ว”

   “โหย ตะกี้ว่าข้ากระจอกนี่   พวกเอ็งเป็นใครกันวะ หา!”

      “ไม่รู้ ผมไม่รู้ แค่ทำตามที่เขาสั่ง”

    “ไม่รู้เหรอ หึหึ”   -ปึง-   อัดมันอีกครั้งไม่ยอมบอก

       “อ้าก ยะ อย่า ถ้าพูดไปผมตายแน่”

     อา   คำพูดมันเล่นเอาผมจี้ดขึ้นสมองเลย

    “ซื้ดดดด ฮ่าหหห์   ...ถึงไม่บอก มึงก็ตาย!”   -ปึง-
    “ตาย!”   -ปึง-   “ตาย!”   -ปึง-   “ตาย!”   -ปึง-   “ตาย!”   -ปึง-   “ตาย!”   -ปึง-

    “อ้ากกกกก   บะ บอกแล้ว อย่าฆ่าผมเลยผมบอกแล้ว   ผะ ผมไม่รู้ว่าคนจ้างเป็นใคร ถ้าพูดออกไปผมตายแน่”

     ถ้าพูดออกมาตายแน่  ถ้างั้นก็รู้นี่หว่า ช่างไม่รู้สถานการณ์เอาซะเลยนะ...   แต่ก็เอาเถอะ ผมไม่สนใจจะรู้ว่าพวกมันเป็นใคร หรือว่าของในกระเป๋าคืออะไรอยู่แล้ว   มาตัดหน้าธุรกิจแบบนี้มันหยามหน้ากันชัดๆ ถ้างั้นก็....

   “ถ้างั้นเอ็งไปที่ไหนกันบอกมา   แล้วข้าจะไม่ฆ่า”

      “จะ จริงนะ โอย”

   “เออ หน้ากูโหดอย่างเง้เหมือนล้อเล่นรึไง”

     มันตื่นตระหนกน่าดู  ท่าทางจะไม่ใช่พวกทหารผ่านศึก ปอดดีแท้

      “วัดแจงร้อน ไปที่วัดแจงร้อนกุฏิเจ้าอาวาส”

   “เวลาล่ะ”

      “ประมาณ 2-3 ทุ่ม บอกหมดแล้วปล่อยผมนะ”

     เหอ ปล่อยเหรอ เอ็งเห็นหน้าข้าแล้วเนี่ยนะ   และที่สำคัญมันฆ่าลุงแก่   ผมหันไปมองหน้ามันแล้วยิ้มให้

   “โทษทีว่ะ ตะกี้ล้อเล่นน่ะ”
     -ปัง-


     ใส่ถุงมืออยู่ตลอด มันเป็นนิสัยน่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยนิ้วมือ   ไม่มีใครรอดมาเห็นหน้าอีกแล้ว...   อา   เจ็บแผลที่หลังแฮะต้องเอาคืนให้จั๋งหนับเลย

     ที่เหลือก็...   ผมหยิบมือถือขึ้นมากดเลข 5466 โทรออก

   “บง โบ โล ลิน”   -ตูม-

     มอเตอร์ไซผม   เสียดายอยู่เหมือนกันกว่าจะประกอบได้แต่ละคัน แต่ช่างมันเถอะ ปัญหาคือ จะฆ่าให้เหี้ยนหรือเจรจาดีหว่า?   โอ๊ะ! ผมพึ่งจะสังเกตที่มีด...

   “อรัญญิกแท้แฮะ”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2011, 05:45:59 PM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: