หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "UnReal -Truth under Lies-" 14 -Oh Baby... Please Be a Good Girl-  (อ่าน 21695 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 568


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 20, 2011, 07:08:50 PM »

     เอาล่ะ...รายงานสถานการณ์ ข้าศึกซึ่งหน้ามี 2 ท่าทางจะโหด เท่าที่สังเกตมันสามารถเคลื่อนไหวหลบหลีกทุกลูกหลงของภาพลวงตาได้อย่างคล่องตัว รวมกับโจทก์เก่าอย่างทหารติดเกราะที่พึ่งเชือดไปเมื่อกี้ และตัวแถม เอ่อ ต้องเรียกว่าสัมภาระไร้ประสิทธิภาพในการป้องกันตัวอย่างพิศาล   เสียเปรียบเต็มประตู

     ผมยื่นปืนพกสุดหวงให้ไอ้คุณนักข่าวแล้วปลดห้ามไก

        “ยิงเมื่อให้สัญญาณ ไม่ต้องโดนก็ได้ยิงไปทางมันก็พอ”

            “ยะ ยิงเลยเหรอ!”

     ทำหน้าเลิกลักหันปากกระบอกขึ้นระหว่างคิ้วตัวเอง ผมรีบดึงมือมันออก จะบ้าเหรออยู่ดีๆ ชี้ปืนใส่หัวตัวเอง

        “อย่าบอกนะว่าไม่เคยยิง”

            “ผมไม่เคยยิงใส่คนมาก่อน”     เหงื่อตกเลยแฮะ

     ที่ผ่านมามันรอดมาได้ยังไงวะเนี่ย ลุยหานักเวทแต่ไม่เคยยิงใส่ ปาฏิหาริย์แท้

        “ทำตามที่บอกซะดูข้างบนนั่น”

     ผมชี้ข้ามหัวตัวน่าสงสัยในโม่งดำไปบนหน้าต่างตึกแถว   สายตาพิศาลจับจ้องไปที่ทหารติดเกราะรุ่นเดียวกับที่ระเบิดตัวเองคาศาลข้อหาฆ่ามั่วกำลังส่องปืนไปทางไอ้โม่งทั้งสอง ถ้ามันยิงใส่แล้วพวกเรายิงซ้ำไอ้ชุดดำนั่นดับสนิทชัวร์ ขออย่าให้มันเก่งเว่อนักก็แล้วกัน

     เอาล่ะสิจังหวะนี้ไอ้โม่งทั้งสองกำลังมองสำรวจรถจริงๆ คันหนึ่งที่จอดขวางถนน ดูท่าทางมันลูบๆ คลำๆ คนขับที่แน่นิ่งยิ่งทำให้ผมสงสัยว่ามันจะไม่ใช่เป้าหมาย เพราะการขยับของฝ่ายชายค่อนไปทางจับชีพจร ทำไม? จะช่วยหรือว่าแค่ให้แน่ใจว่าตาย ไม่สิท่าทางมันดูคลับคล้ายจะห่วงใย แปลกมาก   แต่ช่างมันเพราะคุณทหารจะลงมือแล้ว

        “จะเป็นยังไงก็ช่างไม่ใช่มิตรก็ต้องตาย”

            “ต้องถึงขั้นนั้นเลยเหรอดูพวกเขาเหมือนหาคนรอดชีวิตนะ”     พิศาลยังคงสงสัย

        “สถานการณ์มันบังคับ ฆ่าก่อนถามทีหลัง วิโอล่าก็น่าจะเคยพูดไว้บ้างนี่นา”

     สายตาผมยังคงจับจ้องเป้าหมาย ที่มันไม่สังเกตเห็นพวกเราเพราะพื้นถนนที่เปิดยกนี้บังแสงจันทร์ปลอมซ่อนเราอยู่ใต้เงาพอดี ต้องขอบคุณการโยธาห่วยๆ ที่มอบความซวยให้กับพวกมัน สงครามจบมาเป็นปีพื้นถนนยังไม่ยอมซ่อม อย่างว่าล่ะก็รัชดามันมีแต่ขยะมากองสุม ทั้งที่หายใจและหมดลมไปแล้วนั่นแหละ   เริ่มแล้ว!

     เปรี้ยง!   เป็นเสียงปืนไรเฟิลผิดกับไอ้ตัวในศาล ผมออกสัญญาณต่อทันที

        “ไปเลอ... เฮ้ย?!”

     ร่างของไอ้สองหน่อนั่นกระตุกตามเสียงปืน มันยังยืนอยู่ที่เดิม แต่ท่าของตัวผู้เปลี่ยนไปหน่อย จากก้มสำรวจเป็นแบมือหันหน้าไปตามเส้นทางกระสุน กลางอากาศเกิดแผ่นผลึกใสแผ่กว้างออกจนบังทัศนวิศัยผู้ล่าติดเกราะ กระสุนที่ถูกยิงเจาะแผ่นนั่นจนแตกเป็นรอยเหมือนรอยกระเทาะบนผิวกระจก เกิดไอน้ำลอยต่ำลงจากส่วนบนของแผ่นใส ไม่ผิดแน่!!!

        “เวรซะแล้ว!”

     จากที่จะยิงใส่กลายเป็นพุ่งแขนขวากระชากไอ้คุณพิศาลเหน็บข้างลำตัวพุ่งหลาวออกไปจากกองซากกำบัง ชั่วพริบตาเดียวกันแผ่นถนนที่ขวางกั้นผมกับมันก็อันตรธานหายไปเป็นรูโหว่เว้าใหญ่ขนาดกลืนช้างได้ทั้งตัว แขนซ้ายสั่นระรัวบอกความชัวร์ในสิ่งที่คิด

            “พวกนั้นรู้ตัว!”     พิศาลลั่นเสียงสั่น

        “ถ้าจะพูดล่ะก็ยิงสวนกลับไปเซ่!”     นังตัวเมียนั่นแบมือมาทางเราแล้วไอ้นักล่าติดเกราะล่ะ?

     พอผมสั่งยิงปุ้บเสียงปืนก็ดังต่อจากข้างลำตัวผมทันที แต่ไม่ใช่พิศาลที่ยิงกลับกลายเป็นแขนซ้ายมารผมกระหน่ำออกไปเอง ทั้งที่ตะกี้ปืนมันอยู่มือขวา มันคว้าไปยิงเองงั้นรึ!? แถมแม่นจนพวกมันรีบเบี่ยงตัวหลบ   ยังไงก็ตามมันทำให้ผมไม่ตกที่นั่งเดียวกับคุณทหาร

     ชั่วแวบเดียวแต่นานพอให้พินิจแบบหวุดหวิด สายตาผมชำเลืองกลับไป แผ่นน้ำแข็งนั่นขดตัวเข้ากันกลางอากาศเหมือนน้ำไหลกลายเป็นหอกใสยาวเหยียดแขน แล่นทยานข้ามฟ้าไปหาทหารที่ยิงใส่ แท่งน้ำแข็งเจาะทะลวงเกราะจนกระเด็นอัดหายไปในเงามืดของห้องแถว

     เพราะไม่มีเวลาคิด บวกด้วยกระสุนปืนที่มือซ้ายยิงออกไปใกล้จะหมด ผมจึงไม่ใด้หยิบกล้องมาส่องคลำทาง ผลก็คือสะดุดเข้ากับท่อนเหล็กที่มองไม่เห็นบนพื้นอย่างจัง หัวกำลังจะแนบชิดกับพื้นผมจึงขว้างไอ้นักข่าวสุดแรงเกิดจนมันลอยข้ามหน้าต่างร้านไก่ผู้พันเคนเข้าไป และทั้งที่กระจกฝาร้านมันแตกไปหมดแล้วกลับมีเสียง เพล้ง! ดังลั่น แสดงว่าความจริงตรงนั้นมีกระจก แย่ล่ะไอ้พิศาล!

        “จะห่วงแต่มันก็ไม่ได้ ไอ้บ้าเอ๊ย!”

     PA ของแท้รุ่นปัจจุบันจุดบูสเตอร์พุ่งเข้ามาข้างหลังผม ปืนกลเบาในมือขวาของมันเล็งใส่ไอ้นักเวทสองตัวที่ไล่ตามผมมา จังหวะที่นิ้วของ PA นั่นจะเหนี่ยวไกก็เกิดเสียงดังอย่างประหลาดขึ้นข้างหลัง...

     ปึง!   พอรีบหันกลับไปดูก็...

        “โอ้ว!! คุณพระสังฆราชเจ้า!!!”

     รถยนต์คันที่มันเพิ่งสำรวจยกตัวลอยขึ้นเหนือพื้นครึ่งเมตร เวทของมันแค่ยิงน้ำแข็งไม่ใช่เรอะ! ไม่ทันจะได้คิดต่อรถคันนั้นก็พลันพุ่งเข้ามาทางผมทันที จากระดับแล้วคงกะให้ตกลงมาทับผมตายแล้วไหลไปชนคุณทหารด้วย!

     เพราะสมองสั่งตามองภาพช้า เลยมีเวลาหาท่าตาย...ไม่ ไม่ หาทางรอดสิ   จังหวะที่รถลอยมาถึงครึ่งทางระหว่างตัว ผมจิกแขนซ้ายลงพื้นแล้วกระตุกสุดแรงเกิดจนร่างกายลอยต่ำเลียดพื้นพุ่งผ่านช่องว่างเล็กๆ ที่เหลือไว้ใต้ท้องรถแบบเฉียดฉิว ตัวผมตกไม่ห่างจากจุดเดิมนัก ส่วนไอ้คุณๆ นักเวทกระโดดพลิกตัวกลับหลังไปตั้งท่าแปลกๆ แล้วไอ้ทหารล่ะ ไม่รอช้าหันไปดู...

     เช้ง!!!   เสียงดังเป็นเอกลักษณ์ของการตัดโลหะ... ใช่แล้วครับ! ภาพที่ผมเห็นคือคมดาบความร้อนสูงเรืองแสงสีฟ้าเข้มฟันผ่ากลางลำรถจนแหวกเป็นสองท่อน PA สีดำอำมหิตเผยร่างออกมาจากรอยแยกของโลหะที่ถูกตัดร้อนๆ สีส้มอมแดง มันยังคงติดบูสเตอร์พุ่งมาทางเดิม

     ถึงมันจะไม่เล็งผมเป็นหลัก แต่ดาบยาวแสงสีฟ้าในมือนั่นก็ชี้มาที่กลางลำตัว ส่วนตัวปืนกำลังยิงใส่สองคนที่เก็บเพื่อนมัน ทั้งอย่างนั้นยังจะเล็งกูเข้าไปด้วยอีกทำไมฟะ!


     ปังๆๆๆ   เสียงกระสุน 9 มม. ดังมาจากในร้านอาหาร กระสุนอัดเข้าที่เกราะไหล่ซ้ายของ PA นั่นจนดาบตก ถึงจะยิงไม่เข้าแต่แรงกระแทกก็ช่วยได้เยอะ

                “อย่ามาดูถูกกันนะไอ้พวกบ้า!!!”     ไอ้นักข่าวยิงใส่ทหารเกราะทั้งมือที่โชกเลือด

        “จะทำก็ทำได้นี่หว่าพิศาล!”

     โอกาสมาทั้งทีไม่มีหลุดลอยแน่ ผมพลิกตัวคว้าเอาดาบคลื่นความร้อนสูงฟันตัดขาของ PA นั่นจนมันล้มข้ามหัวผมไถลไปกับถนนพุ่งถลาไปหาไอ้โม่งพวกนั้นที่วิ่งตามพวกผม ไอ้ตัวเมียแบะมือมาข้างหน้าทำท่าจะปล่อยพลัง ไม่รู้หรอกว่าจะทำอะไร และถ้ามันทำได้ตายตาม PA นั่นแหงๆ แต่แขนซ้ายผมมันไม่ยอมให้จบง่ายๆ มันกระตุกข้อแขนดึงทั้งร่างของผมเข้าคว้า 9 มิลลิเมตรมาจากมือพิศาลแล้วยิงออกไปทั้งที่ร่างกำลังจะล้ม ภาพช้าเล่นขึ้นอีกครั้ง กระสุนค่อยๆ ลอยเข้าไปเจาะระเบิดที่เอวของ PA แล้ว

     ตูม!!!

        “ฟู่~~ ล้มลุกคลุกคลานมันเป็นหยั่งงี้ เฮ่อ..เหนื่อยเป็นบ้า...”

     ไม่แน่ชัดว่าพวกมันตายเรียบหรือเปล่าแต่หลังควันระเบิดจางลงปรากฏรูกว้างกว่า 3 เมตรบนพื้นที่ไอ้โม่งทั้งสองเคยอยู่ห่างจากจุดระเบิดแบบเฉียดฉิวแค่ปลายขน   ดาบคลื่นความร้อนยังคงส่องแสง ผมตัดใจปิดระบบแล้วโยนทิ้งก่อนที่ระบบตรวจจับความร้อนของ PA เครื่องอื่นจะตรวจเจอได้โดยง่าย แล้วหันไปประคองพิศาลขึ้นมาแทน

        “เป็นไงบ้าง เมื่อกี้แกดูมาดแมนขึ้นมาทันทีเลยว่ะ ไม่เคยคิดว่าแกจะยิงช่วยฉันได้เลยนะเนี่ย”

            “ผม แฮ่ก โคตรกลัวเลย เจ็บสุดๆ แต่กลัวกับตายมันสั่งให้ร่างผมทยานออกมา แฮ่ก แฮ่ก ยิงใช้ได้ไหมครั้งแรกของการยิงคน”

        “ยกนิ้วให้เลย นี่ถ้าแกไม่ยิงโดนแขนมันฉันคงตัวขาด”    ใช่ถ้ามันเสือกแม่นยิงหัวตัวผมคงต่อไม่ติด

     รอยแผลบนตัวมันเป็นแผลกระจกบาด ผมชักกล้องมือถือส่องดูทำให้รู้ว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยไม่ใช่ไก่ KFC แล้วกระจกทุกบานก็เรียบร้อย เพียงแต่คนในร้านอยู่ในสภาพฟุบโต๊ะ น่าจะตายเรียบ

        “รอดไปรอบนึง ฉันพอจะรู้แล้วว่าพวกมันมีพลังแบบไหน”     รวมทั้งแขนซ้ายของตัวเองด้วย...

                “ไอ้พวกระยำ มึงฆ่าเพื่อนกู”     เฮ้ย! เสียงใครวะ ผมหันตามไปทันที

     งานเข้า! ลืมไปมันเป็นทีม 3 ตัว ทีมนี้คนละพวกกับไอ้ที่เราฆ่าไปในศาลรึ   PA อีกตัวกระโจนทะลุรถกระบะออกมาจากกลางถนน พวกมันไม่รับผลจากภาพลวงตานี่นา ที่ผ่านมาคงอยู่ตรงมุมที่ภาพลวงตาบังอยู่เลยไม่ทันมองบ้าชิบ!

     ตูม!!! โอร้กกกก จะ เจ็บตัวอีกแหล่ว...

        “ห่าเอ๊ย!”

     มันหันเกราะไหล่หลายชั้นจุดระเบิดเสริมแรงบวกอัดเข้าสีข้างซ้ายของผม พิศาลทำได้แค่มองตามปากอ้าตาค้าง   ถึงแขนซ้ายจะช่วยรับไว้แต่แรงอัดก็เล่นเอากระอัก มันคงกะอัดผมเข้ากำแพง ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว!

        “กูไม่ใช่ปูนะโว้ย!!!”

     แขนขวาที่ยังว่างดึงอรัญญิกแท้ออกจากด้านในเสื้อเชิ้ต มันเองก็รู้ทันก่อนที่ผมจะเงื้อมมือฟันเข้าที่ช่องว่างเกราะตรงคอหอย มันเบรกทันทีด้วยการถีบขาไปด้านหน้าปรับจุดศูนย์ถ่วงพร้อมชะลอบูสเตอร์ นั่นทำให้ตัวผมลอยถอยไปอัดกำแพงแบบไม่แรงมากนักเล่นเอาไอ้โม่งขาดไปเหมือนกัน ส่วนมันเองก็ไม่โง่ พอเห็นว่าผมชักอาวุธมันก็ชักออกมาบ้าง แต่ของมันดันเป็นปืนนี่สิ!

        “ไอ้ไม่น่ารักนี่!!!”

     ผมไม่อยากใช้พลังแขนซ้ายโดยไม่จำเป็น อีกอย่างหมากตานี้ก็ยังไม่จนซะทีเดียว...

            “ตอนนี้ล่ะเอาเลย!!!”     พิศาลเสี่ยงตายกระโดดเกาะไอ้เวรตะไลจากด้านหลัง

     ผมกดกระแทกแขนซ้ายดำมืดครืดเข้าไปในกำแพงแล้วกระชากเอาก้อนอิฐออกมา พลังบ้าไม่ธรรมดาสมราคาคุยจริงๆ จากนั้นก็ปาออกไปด้วยความแรงสุดๆ ถึงแม้จะยิงไม่แม่น แค่ถ้าเรื่องหยิบจับขว้างปาเหนือกว่าอยู่แล้ว   ก้อนหินกระแทกหน้ามันจนหงายส่งให้ปืนในมือยิงออกไปอย่างไร้จุดหมาย เข้าทางล่ะ!

     เอาฝ่าพระบาทไปรับประทานซะ! ผมตวัดตัวปัดเท้าเข้าทาบหน้ามันเต็มๆ ท่าทางจะเจ็บไม่ใช่น้อย มือสองข้างผละอาวุธเข้ากุมหน้า โดนกระแทกแรงขนาดนั้นดวงตาที่ติดกับกล้องหมดทางป้องกัน มันดึงเกราะหมวกออกทันทีแล้ว...

                “นะ นี่มันอะไรกัน ทำไมกรุงเทพ...”

     หือ? มันเงยหน้ามองรอบๆ พร้อมคำอุทานแปลกๆ

        “อย่างนี้นี่เอง เจ้านายแกส่งมาล่าโดยไม่ให้ถอดหมวกเกราะสินะ”

     ไม่มีคอยท่าอะไรทั้งนั้น ผมพุ่งเข้าแทงสีข้างซ้ายช่วงเกราะว่างทันที กระซวกเข้าไปลึกๆ มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

        “ฆ่าคนบริสุทธิ์ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาเจอกับอะไร หรือเจ็บปวดยังไงคงมันไปถึงทรวงเลยล่ะสิ ถึงตามึงรับรู้บ้างแล้วโว้ย!”

                “อ้ากกก กูไม่ยอมมมม”

     มันฝืนเจ็บเปิดบูสต์ส่วนไหล่ขวาพุ่งหมัดตรงเข้าตุ้ยท้องผม ไม่ยอมเหมือนกันว่ะ แขนซ้ายของผมรับหมัดมันไว้ทันท่วงที พลังมหาศาลดันหมัดเสริมแรงมันกลับไปอย่างสบายๆ   จังหวะที่ผมจะส่งไอ้ทหารเวรไปที่ชอบๆ ก็ดันผ่ามี PA ตัวหนึ่งวิ่งมาจากทางขวามือของผมพอดีดูจากตัวเกราะรุ่นเก่าแล้วมันเป็นภาพลวงตา แล้วแทนที่มันจะไปทางไอ้หอกข้างหน้ามันดันมาทางผม กระโจนหลบสิงานนี้!

     PA นั่นพุ่งผ่านหน้าไปฝุ่นตลบ ไอ้ทหารเวรนั่นแสยะยิ้มฟันขาว มันสะบัดตัวพิศาลปลิวแล้วหิ้วแขนที่ม่อยกระรอกออกหน้าปืนมาทางผม แต่ด้วยความที่ทำบุญมาดีหรืออะไรไม่ทราบ พิศาลแหกปากขึ้น

            “ขะ ข้างบน... ข้างบนนั่นมันอะไรน่ะ!!!”

        “ชะโอ้ว!”     เวรแล้วมั้ยล่ะ

                “ไอ้นั่นมันอะไรวะ!!!”     คุณทหารเผลอลั่นออกมา

     มันเอาอีกแล้ว มันกลับมาอีกแล้วแถมใหญ่กว่าเดิมด้วย เสียงแหวกอากาศจากฟากฟ้าราวกับท้องฟ้าสั่นครืน เพียงลูกเดียวเสียงระห่ำขนาดนี้! มันไม่ใช่มิสไซล์จากเรือรบอีกต่อไป มันคือขีปนาวุธนิวเคลียร์   ไอ้ทหารเวรนี่ทั้งยังชี้ปืนมาทางผมแต่สายตามันก็มองไปที่เดียวกันบนฟ้า หรือนี่คือเหตุที่ PA ลวงตานั่นรีบร้อนวิ่งผ่านพวกเราไป

        “โทษทีว่ะแต่หมดเวลาทัศนาแล้วพวก!”

     ก่อนอื่นใดเลยโอกาสงามมาแล้ว ผมกระโจนเอื้อมแขนซ้ายทาบไปกลางหัวมัน ต้องทำยังงี้จนได้...

     เปรี๊ยะๆๆๆๆๆๆๆ เปรี้ยง!   หัวไหม้เหม็นคลุ้ง ดับไปเรียบร้อย   ปัญหาต่อจากนี้คือ!

        “แล้วไอ้ประเทศนี้มันมีดีตรงไหนถึงได้ใช้นิวเคลียร์ยิงใส่วะเนี่ย!!!”

     ใช่แล้วก็ในบันทึกไม่เห็นมีเขียนไว้เลยว่ากรุงเทพโดนนิวเคลียร์ถล่ม แถมถ้าโดนจริงๆ สภาพมันคงไม่ดีๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แน่ แล้วมันอะไรกันล่ะ ตอนนั้นเราหยุดนิวเคลียร์ที่จะยิงกรุงเทพสำเร็จแล้วด้วย หลักฐานคือเชียงใหม่ที่ราบไปครึ่งจังหวัด แถมช่วงเวลายังห่างกันเป็นปีกับวันแรกของสงคราม

        “หือ!? นั่นมัน!!!”

     จุดแสงสีขาวเล็กๆ ส่องสว่างนวลตาปรากฏขึ้นกลางฟ้า มันลอยผ่ากลางสนามรบตรงไปยังจรวด ขนาดของมันถ้าวัดจากระยะทางที่ห่างเป็นร้อยเมตรแล้วน่าจะพอๆ กับ... ตัวคน



To be continued...



บรรยายขยายความ
*อินฟราเรด - รังสีอินฟราเรด หรือ รังสีความร้อน เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นถัดจากสีแดงออกไป สายตาของมนุษย์มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ (เพราะมันร้อน) ซึ่งสสารทุกชนิดที่มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง -200 ํc ถึง 4,000  ํc จะปล่อยรังสีอินฟาเรดออกมา (แค่นั่งอยู่เฉยๆ คุณก็แผ่รังสีได้!) คุณสมบัติเฉพาะตัวของรังสีอินฟราเรด เช่น ไม่เบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แตกต่างกันก็คือ คุณสมบัติที่ขึ้นอยู่กับความถี่ คือยิ่งความถี่สูงมากขึ้นพลังงานก็สูงขึ้นด้วย (อินฟราเรดมีความถี่ในช่วง 1011 – 1014 เฮิร์ตซ์ มีความถี่ในช่วงเดียวกับไมโครเวฟ) ปัจจุบันจนน่าจะถึงอนาคตมีการนำคลื่นรังสีอินฟราเรดมาใช้ประโยชน์ในการสร้างกล้องอินฟราเรดที่สามารถมองเห็นวัตถุในความมืดได้
อนึ่ง รังสีอินฟราเรดนี้ ก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต
   ขอขอบคุณ thailandthermography.com และ Sir William Herschel ที่ค้นพบรังสีนี้ขึ้นมา (ชื่อที่ท่านตั้งคือ Calorific rays)
   Infrared หมายความว่าขอบเขตที่ต่ำกว่าแถบสีแดงหรือใต้แดง

**ร็อคแมน - Rockman อีกแล้วครับท่าน อนึ่งคราวนี้ล้อภาค X ครับ ตัวเอก X จะมีเกราะให้เก็บตามด่านต่างๆ ซึ่งดอกเตอร์ไรท์เอาใส่แคปซุลไว้ (มีแม่งทุกภาค ทั้งที่ตายไปเป็นร้อยปีแล้วนะเนี่ยปู่) อนึ่ง X กับ Rock เป็นคนละตัวกันอย่างสิ้นเชิง ดอกเตอร์ไรท์สร้าง X ไว้ตอนยังมี Rock แต่ X มันเทพละเมิดกฎได้ทุกข้อเพราะคิดเองได้เหมือนมนุษย์อย่างสมบูรณ์จึงจับปิดผนึกใส่แคปซูลไว้ จนดอกเตอร์เคนมาขุดเจอในอีกหลายร้อยปีให้หลัง แล้วสร้างหุ่นเลียนแบบขึ้นมาใต้โครงการ Reploid ตัวแรกที่เลียนแบบคือ ซิกม่า บอสตลอดกาลนั่นเอง(มันเคยเป็นคนดีนะเออ!)   เช่นเดียวกัน Zero กับ Forte ไม่ได้เกี่ยวกันเลย เป็นหุ่นที่วิลลี่สร้างมาเพื่อให้เก่งกว่า X ที่เหลือไปเล่นเกมอ่านเนื้อเรื่องเองเหอะขี้เกียจพิมพ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2011, 07:58:58 PM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: