หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "UnReal -Truth under Lies-" 14 -Oh Baby... Please Be a Good Girl-  (อ่าน 21684 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 568


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 07:22:02 PM »

     อ้าก! ระเบิดของจริงด้วย! เพราะผนังที่เศษซากพังลงมายังคงสะอาดเอี่ยมไร้รู พวกรถถังข้างนอกเริ่มระดมยิงเข้ามาแล้ว บรึม! คราวนี้ข้างหน้าใกล้ๆ กับไอ้นักเวท แรงระเบิดและสะเก็ดปลิวอัดผมที่ยืนอยู่ยกชุด ฝุ่นคลุ้งยุ่งไปหมดบดบังเป้าหมายตรงหน้า ยังคงระเบิดต่อเนื่องครั้งนี้ใกล้กว่าเดิมมันเริ่มจับตำแหน่งผมได้แล้ว!   ผมเคลื่อนที่ตรงไปข้างหน้าและกระโจนเข้าห้องออฟฟิสใกล้ๆ หลบระเบิดที่ไล่หลังมาทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด และกระสุนก็ตกใกล้ๆ มาเป็นแฝดสองข้างลำตัวเล่นเอากระเด็นกระดอน ตอนนี้ไม่รู้ตำแหน่งตัวเองแล้วเคลื่อนไหวก็ลำบากเพราะส่วนภาพลวงตามันไม่กระเด็นไปด้วยถ้าขยับพลาดล้มคะมำเข้าโต๊ะหรืออะไรก็ตามได้หามลงโลงแหงๆ   แล้วสายตาผมก็ชำเลืองไปเห็นไอ้นักเวทนั่นมันถือดาบคลื่นความร้อนเข้ามาจะแทง ผมปัดดาบของมันแล้วล็อคแขนอย่างง่ายดาย แต่ทว่า! กลับเป็นส่วนแขนของผมที่ล็อคอยู่แข็งทื่อเย็นเฉียบเข้ามา ตามด้วยแผ่ซ่านผ่านชุดเกราะไปจนทั่ว หรือว่า!

        “ไอ้เวรเอ๊ย!”     มันถอนแขนออกแล้วทิ้งดาบไว้ตรงหน้าตัวผมที่ชุดเกราะแข็งโป้กล็อคเป็นโลงเข้ารูป มันจงใจใช้เราเป็นตัวล่อ! ตูม! เฮ้ย!! ลำแสงอัดทะลวงตึกระเบิดใกล้ๆ กับจุดที่ดาบตก

     ไอ้หัวเหลืองยิ้มเย้ยผมแล้วสร้างเกล็ดน้ำแข็งหุ้มตัวรีบวิ่งหลบออกไปจากห้อง ปล่อยผมจ้องดาบตาค้าง ดาบกูสร้างหายนะให้กูเองซะงั้น!

        “ฮึ่ม! บูสเตอร์หยุดทำงานไปแล้ว!!!”     โอย...ให้ทุกกับมันทุกนั้นกลับถึงตาย!

     จริงอยู่ตัวเราเย็นเฉียบแต่ไอ้ดาบบ้านี่จะเป็นแหล่งความร้อนอย่างดีให้รถถังเล็งยิงได้ง่ายๆ ส่วนไอ้ระยำนั่นมันมีเกล็ดน้ำแข็งบังตาอยู่กันความร้อนแผ่สบายๆ บรรลัยแล้วกู!!!

     เปรี้ยง! ตูมๆๆ อ้าก! สะเก็ดระเบิดมันกระแทกตัวผมจนปลิวอัดผนัง แค่นั้นไม่พอยังฝังทะลุไปอีกเพราะมันเป็นภาพลวงตา ตอนนี้ร่างฝังคั่นกลางระหว่างผนังความเจ็บปวดที่อวัยวะภายในถูกกดทับขับออกมาทางสีหน้า เหงื่อผมใหลยิ่งกว่าน้ำ... จริงสิ!

        “เอ็กเซีย!”     ปล่อยไฟฟ้าแรงสูงจนน้ำแข็งที่แขนซ้ายละลาย ผมใช้มันทุบภาพลวงตาจนแตกออกในที่สุดก็หลุดออกไปได้

        “แฮ่ก แต่แบบนี้.. เราก็ขยับไม่ได้อยู่ดีนี่หว่าเกราะดันพังไปแล้ว”

     ตูม! ตูม! ตูม! ปืนใหญ่ลำแสงยิงเข้ามาเป็นระยะ แต่ไม่ได้ยิงใส่เราแล้ว แสดงว่ามันก็ยังฝ่าไปไม่ได้เหมือนกัน ยังทัน!   ผมยกแขนซ้ายขึ้นจ้อง...

        “เฮ้ย ... ช่วยอะไรหน่อยเด้อย่าเอาแต่นิ่ง ถ้าถอดเกราะตอนนี้คงรู้นะว่าฉันอยู่สภาพไหน”     เหลือแค่ลิงห่อไอ้จ้อน     “ถ้าเป็นงั้นฉันยอมตายนะเว้ย ... เฮ้ย!”

     เปรี๊ยะๆๆๆๆๆ โอ้ย! ร่างกายมันชักกระตุกๆๆๆๆ เปรี้ยง!   ผมลืมตาขึ้นพร้อมกับความโปร่งสบายอย่างบอกไม่ถูก พอเหลือบไล่ส่ายส่องจนทั่วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อยที่ตัวเองไม่ล่อนจ้อน   อยู่ในชุดดำตัวใหม่ไร้ยี่ห้อ กางเกงขยับสะดวกก็เข้าที แต่เสื้อยืดแขนสั้นเข้ารูปกล้ามโผล่เป็นมัดๆ นี่ไม่ชอบเลย... ยังดีที่มีถุงมือดำกับไอ้โม่งให้เหมือนเดิม

        “ถึงงั้นก็เหอะ ปวดระบมไปทั้งตัวเลย จะลุยมั่วแบบที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว”     มันถึงเวลาที่เกมล่านี้ต้องจบลงซะที!



     ศพทหารตามทางเดินและเสียงปืนช่วยพาไปหามันอย่างง่าย แต่ก็ต้องระวังโดนจับได้เหมือนกัน ในมือตอนนี้มีแค่ปืนไรเฟิลที่ยึดมากับมีดอีกเล่มเท่านั้นเอง ลงไปไม่กี่ชั้นก็เจอ เสียงรถถังที่ยิงถล่มเข้ามาเงียบลงไปผมจึงเสนอหน้าไปดูหน่อย ปรากฎภาพของรถถังสองคันถูกหุ้มไว้ด้วยน้ำแข็ง ดูเหมือนมันจะจัดการได้

        “มันยังเหลือพลังให้ทำได้ขนาดนี้อีกแฮะ”     แต่มันพลาดแล้วที่ไม่จัดการเราในทีเดียว ไม่สิมันทำไม่ได้นี่หว่าโดนกระหน่ำยิงตั้งหลักไม่ได้นี่นา

     เสียงปืนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมเข้าไปหลบมุมมองดู PA 7 ตัวกระหน่ำยิงใส่ห้องทำงาน ดูเหมือนมันจะห่อน้ำแข็งไว้ด้วยพวกทหารถึงบุกยาก ทั้งยังมียิงตอบโต้กลับจนทหารทรุดลงไปด้วย ฝีมือดีแฮะ... อ๊ะ! มีตัวนึงหันมาทางผม งั้นก็ไม่ต้องซ่อนแล้ว! ผมกราดกระสุนใส่พวกมันจนเสียหลัก เข้าบ้างไม่เข้าบ้างก็ทำให้มันผงะได้ และจังหวะที่มันพลาดไอ้ตัวข้างในก็ช่วยซ้ำจนหมดลมด้วยหอกน้ำแข็งแรงสูงทะลวงอก พวกมันเริ่มกระจายตัวออกโดยตัวหนึ่งไล่ปิดมุมผมเข้ามา ผมอาศัยมุมอับกลับเข้าห้องๆ หนึ่งใกล้ๆ ซึ่งมันก็รู้ว่าผมหลบตรงไหนเพราะกล้องจับความร้อนมันยิงพร้อมลุยเข้ามาไม่เปิดช่องให้โผล่ไปต้านแม้แต่ปลายกระบอกปืน การปิดทางไล่เข้ามาจนเหยื่อหมดทางเป็นรูปแบบที่ดี... ในกรณีที่ศัตรูเป็นคนธรรมดา!

     พอเสียงเท้ามันใกล้เข้าชิดผนังตรงตัวผมอีกฝั่งปุ้บก็ได้เวลาลงมือ ผมง้างหมัดซ้ายสุดขีดด้วยท่านั่งม้ารวมพลังทั้งตัวแล้วทุ่มทั้งหมดใส่ผนังจนพังทะลุไปทับไอ้ PA นั่นเลือดแตกกระจาย พลังบ้าของหมัดนี้มันเหลือกินจริงๆ พอมันเสียรูปกระบวนก็จัดการเด็ดระเบิดของไอ้ตัวที่ตายขว้างกลับไป ตูม! ระเบิดอัดพวกมันจนปลิวแม้ไม่ตายแต่ก็ได้เรื่อง ไอ้หัวทองกระโจนออกมาจัดกระสุนยัดหน้าตัวใกล้ๆ แล้วไล่ยิงไปทางซ้ายมือของผม ผมใช้ช่วงชุลมุนนี้ออกไปยิงใส่มันทันที แต่มันก็กระโดดหลบไปยกศพ PA มาต้านกระสุนทัน และอีก 2 ตัวข้างหลังผมมันก็ตั้งหลักยิงใส่จนผมต้องแลกที่กับไอ้นักเวทหนีเข้าห้องที่มันออกมา หันไปยิงสนับสนุนมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ สายตามันยังจ้องมาที่ผม เช่นเดียวกับที่ผมก็ทิ้งตาข้างหนึ่งเหล่มัน แล้วโอกาสผมก็มาอีกเพราะพวกทหารมันยิงใส่ระเบิดมือที่ข้างเอวศพเกราะของไอ้นักเวท และตูม! ตัวมันกระเด็นไปเลย แค่แวบเดียวผมเห็นว่ามันแผ่ชั้นน้ำแข็งมาต้านทัน ผมจึงหันไปกระหน่ำใส่มันอีก ขณะที่พวกทหารเองก็ยิงไล่มันไป มันลนลานหลบเข้าบันไดหนีไฟ ทำให้เป้าของทหารกลายเป็นผม แต่ก็เตรียมรับมือไว้แล้วล่ะนะ ผมขว้างก้อนอิฐในมือใส่ระเบิดที่เอวพวกมันทั้งสองตัวแล้วรีบวิ่งกลับหลังกระโจนลงไปทางรูระเบิดจากรถถัง ตูม! ก่อนจะตกก็คว้าเอาขอบหน้าต่างของชั้นล่างไว้ดีดตัวเข้าไปทุบกระจกด้วยแขนซ้ายวิ่งไล่ลงบันไดหนีไฟตามไอ้นักเวทไป ยังไงเป้าหมายก็มีแค่มัน

     มันยิงสวนผมขึ้นมา ตามด้วยแช่แข็งทางเดินจนลื่น ผมเลยต้องจัดหนักทุบขั้นบันไดปูนจนพังลงไปดักหน้ามัน ตาประสานตาอีกครั้ง! ผมเข้าล็อคปืนมันชี้ขึ้นกราดกระสุนมั่วจนหมด แล้วถีบมันปลิวกลับเข้าทางเดิน มันลุกขึ้นนั่งประทับฝ่ามือลงบนพื้นเกิดไอเย็นไล่เข้าหาผม มันเย็นซะจนพื้นปูนหดตัวแตกร้าว หึ แค่นี้ไม่ได้กินหรอกเว้ย! ผมวิ่งไต่กำแพงเข้าใส่มัน เย็นแค่ที่พื้นมันไร้ความหมาย! ตามด้วยสะบัดตัวตวัดขาเข้าหน้ามัน ซึ่งมันยกแขนขึ้นกันทันแต่เสียหลักคว่ำ มันลุกขึ้นตั้งท่าจะสู้ ยกการ์ดสูงเปิดช่องที่มุมล่างขวาของท้อง จะดักล่ะสิท่า

     เอาเด้! ผมวิ่งเข้าซัดหมัดซ้ายใส่หน้ามัน มันปัดได้และยกเข่าขึ้นกะกระทุ้งผม ผมโดดถอยหลังหลบแล้วแทงเข้ากับดักสีข้างของมัน เป็นไปตามคาดมันหนีบรักแร้เข้าล็อคปล่อยน้ำแข็ง ผมซึ่งอยู่ในสภาพโน้มไปข้างหน้าจึงดีดตัวขึ้นด้วยขาสองข้างขึ้นขี้ฟ้า สะบัดจนหลุดล็อคแล้วเงยหน้าสุดแรงโขกหัวเข้าหน้ามันจนหงาย ด้วยสภาพนี้ผมจัดท่าคาโปเอล่าใส่ไปอีก ยืนด้วยแขนสองข้างแล้วกางขาหมุนใส่มัน!

     มันย่อตัวลงเตะปัดแขนผม เลยจัดน้ำหนักทิ้งขาไปใส่หน้ามันจนเสียหลัก มันรีบถีบตัวออกห่างแล้วร่างมือลงบนอากาศ

        “เฮ้ย! ให้แค่รอบเดียวพอ รอบนี้ไม่อนุมัติ!”

     ผมกระทุ้งแขนซ้ายลงพื้นควักเอาก้อนปูนขึ้นมาปาใส่หน้ามัน มันรีบเปลี่ยนพลังเป็นแผ่น้ำแข็งป้อง ปึง! ปูนก้อนนั้นหยุดลงแต่แค่ปูนจริงเท่านั้น! ส่วนภาพลวงตาที่ติดมาด้วยพุ่งผ่านแผ่นน้ำแข็งเข้ากลางอกมันดังปึก แล้วทะลุร่ามันไปจนเข่าทรุด   เฮอะ รู้งี้ทำแบบนี้ไปนานแล้ว...

        “อ้าก!!!”     เฮ้ย มันแหกปากตาเหลือกขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงมันเลยนะเนี่ย!

     มันพุ่งเข้าประชิดหมายแลกหมัดกับผม ผมรับคำท้าด้วยการซัดใส่หน้ามัน มันเอี้ยวหลบแล้วกระทุ้งศอกเข้าช่องท้องผมอย่างรวดเร็ว ผมจึงโดดถอยพร้อมสะบัดเท้าใส่ปลายคาง แต่ก็ยังเร็วไม่พอมันจับปลายเท้าผมไว้แล้วดันมือหมายหักข้อเท้า จังหวะนี้ผมรีบถีบขาอีกข้างขึ้นไปตามวงหมุนของเท้าที่ล็อค สะบัดข้างที่เหลือครั้งนี้เข้าปลายคางมันสำเร็จ มันผงะออกไปสองก้าว ผมรีบลุกขึ้นยืนพุ่งเข้าประกบมัน แต่มันดันพุ่งหอกเข้าใส่จนต้องยกแขนซ้ายรับต้านไว้ กลายเป็นโดนมันเข้าสวมแทน!

     สามหมัดเข้าท้องผมจนจุก ต่อด้วยลูกถีบกลับหลังกลางหัวใจเล่นเอาขาดห้วงไปชั่วครู่ พอถ่างตาดูชัดๆ มันก็ง้างคมน้ำแข็งจะแทงผมแล้ว! ผมใช้มือซ้ายคว้ามีดเข้าปะทะกับดาบน้ำแข็งของมัน แรงต้านช่วยยันให้ลุกขึ้นได้ แต่มืออีกข้างมันยังรวมพลังอีกแล้วพุ่งเข้าหมายทาบลงกลางอก ถ้าโดนเข้าตายแน่ๆ ผมดีดเท้าซ้ายกลับหลังข้ามไหล่ไปใส่เข้าเต็มๆ หน้ามันจนปากแหก จากนั้นเหวี่ยงขานั่นกลับมาดีดเตะใส่มันจนลอย

        “หึหึหึ ฉันน่ะนอกจากไอ้จ้อนแล้วอ่อนไปหมดทั้งตัวเว้ย!”

     ผมเข้าเตะตัดกลางลำตัวมันอัดเข้ากับผนังอีกฝั่ง มันรีบเกาะขาผมไว้แล้วปล่อยน้ำแข็งมาอีก ไม่ยอมเข็ดใช่มั้ย! ผมแปะมือลงไหล่มันแล้ว เปรี้ยง! มันกระตุกตัวลอย... หือ? สภาพโงนเงนอย่างนั้นยังจะลุกขึ้นมาตั้งการ์ดอีก

        “ไม่ยอมแพ้รึ?”     ไม่สิ มันเก่งขนาดนี้ไม่น่าจะเป็นการดื้อดึงอย่างไร้ความหมาย เล็งอะไรเอาไว้รึเปล่า...

     ช่างมัน! เอาแข้งไปกิน!!!   ผมพุ่งเข้าง้างขาเตะตัดลำตัว ซึ่งมันก็ตอบสนองยกแขนขึ้นป้องกัน... หึ เปล่าประโยชน์! แทนที่จะเข้าอัดการ์ดมันผมกดขาลงเปลี่ยนเป็นเตะกวาดล่างตัดมันจนคว่ำ แล้วย่อตัวกดเท้าเข้าเสยหมัดอัดท้องน้อยมันกลางอากาศทำท่าโชริวเคนใส่ซะเลย!   ถึงจะซัดมันจนลงไปแน่นิ่งได้แต่ก็ปวดขาขึ้นหนุบๆ เลย ฝืนบิดกล้ามเนื้อนี่ไม่ใช่ง่ายๆ อย่างที่คิดแฮะ

        “มันเก่งเกินไป! ฉันไม่ไหวแน่ๆ จะเดิมพันกับพลังเฮือกสุดท้ายล่ะ!!”

     เฮ้ย! เสียงของมันดังลั่นเข้ามาในหัวเลย โทรจิตงั้นรึ?!   มันจ้องตาใส่ผมเขม็งแล้วเกร็งทั้งตัวแยกเขี้ยวกัดฟันยันร่างขึ้น ขณะเดียวกันผมรู้สึกว่าตัวกำลังล่องลอย..ชะเฮ้ย! ไมใช่แล้ว ตัวเราลอยขึ้นจริงๆ นี่หว่า! มันยังกำหมัดแน่นจ้องจนตาแทบถลน ทันใดนั้นรอบๆ ก็เกิดสายลมรุนแรงขึ้น มันรวมตัวกันกดอัดร่างผมจนกระดิกไม่ได้ กดแน่นซะจนระบมไปทั้งตัว! อีกทั้งไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงวิ้งดังชิ่งอยู่ในรูหู

     ตัวผมยังลอยขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้ไม่ดีซะแล้ว! ผมอาศัยแขนซ้ายไร้ความเจ็บปวดดันต้านพลังบ้าของมันกลับไป มันได้ผล กำแพงลมเหมือนจะค่อยๆ สลายไปเมื่อผมออกแรงใส่แขนซ้าย ผมต้านมันจนเหลืออีกไม่กี่เซนก็จะทาบหน้ามันได้แต่แล้ว มันเร่งพลังขึ้นอีกเกร็งจนเส้นเลือดตรงขมับปูดออกชัดเลือดไหลออกจากนัยน์ตา เส้นผมสีทองวาวหงอกขาวตั้งแต่โคนจรดปลายหมดทั้งหัว ถึงมันจะทุ่มสุดตัวแต่ผมก็พอต้านกลับไปดะ.. หะ?!

     ปังๆๆๆๆๆๆ กระสุนพุ่งเข้าเจาะร่างผม! ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นจนเกินขีดจะทนได้ แล้วไอ้กำแพงลมก็กลับมากดผมหนักขึ้นกว่าเดิม วู้ม! อ้าก! มันดีดผมด้วยพลังมหาศาลจน...ตูม! โครม!

        “อ่อก อุก”     ร่างของผมทะลุผนังเข้าไปล้มกระแทกแหลกลาญกับสรรพสิ่งในห้องนั้นทั้งจริงทั้งปลอม เลือดไหลออกจากปากแผลชะโลมพื้นขาวจนแดงฉาน

     สายตาที่ไม่ยอมหลับเหลือบไปเห็นผู้ลงมือ ผู้หญิงผมดำนัยน์ตาสีน้ำตาล มันพยุงไอ้บ้านั่นขึ้นขณะที่ไหล่ขวาของมันเองก็มีเลือดท่วม... ปะทะกับเอเลนัวร์มารึ! การที่มันมาอยู่ตรงนี้ได้ก็หมายความว่าเธอแพ้น่ะสิแย่ล่ะ! แต่ตอนนี้เราหมดแรงจะลุกไหวแล้ว อั่ก ขาขวากระดูกหักทิ่มออกมาข้างนอกเลย โอย... โดยไม่มีวี่แววใดๆ ร่างของมันทั้งสองก็หายไปทิ้งไว้เพียงรอยถูกคว้านตามพื้นและผนังเป็นทรงกลม...

     ทหารติดเกราะสามนายที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนก็เข้าล้อมกรอบผม ขึ้นลำกล้องพร้อมกระหน่ำ โอย...เอ็กเซีย

-จะทำการรักษาร่าง-

     เออ จะทำอะไรก็ทำเหอะว่ะ นาทีนี้ไม่ต้องพิรี้พิไรจะได้มั้ยวะ อะ! แขนซ้ายของผมมันสะบัดขึ้นมาดึงร่างให้ไปตามจนแผลฉีกกระจุย พวกทหารก็ตกใจที่เห็นแขนซ้ายผมอาละวาด มันจิ้มลงไปขีดพื้นปูนจนเป็นรูปวงกลมมีลวดลายแปลกๆ รอบตัวผม พอวาดเสร็จก็ เปรี้ยง!

     สายฟ้าฟาดจากพื้นขึ้นหัวทหารทั้ง 3 จนล้มกลิ้ง ร่างผมชักกระตุกอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนถอดเกราะ! ศพของทหารบิดมวนเข้าด้วยกันทั้งชุดเกราะเลือดเนื้อผสมกันกลางอากาศเหนือร่างผม รวมกันกลายเป็นก้อนอะไรบางอย่างสีแดงสดเหมือนเลือดขนาดแค่หัวนิ้วโป้ง จากนั้นก็เกิดสายฟ้าดึงดูดระหว่างผมกับไอ้นั่นเข้าด้วยกัน เปรี้ยง!!!

        “อือ... เสร็จแล้ว..สินะ”

     รอบข้างผมไม่เหลืออะไรเลย บริเวณ 2 เมตรรอบตัวผมกลายเป็นหลุมเหมือนระเบิดตกใส่ หายไปกระทั่งส่วนที่ควรจะเป็นภาพลวงตา ในทางเดียวกันผมกลับมาอยู่ในสภาพเดิมหลังถอดเกราะ สดใสปิ๊ง เรี่ยวแรงก็กลับมาเหมือนเก่า

        “เจ๋งว่ะ สะดวกน่าดูเลยนะเนี่ย”

-ถึงจะดึงพลังเวทมาจากภายนอก แต่ก็เป็นแค่เร่งกระบวนการแบ่งเซลล์ในร่างเท่านั้น อายุเจ้าจะสั้นลงประมาณ 2 ปี-

        “หา? อายุสั้นลง 2 ปีเลยเรอะ! ... เออ เอาเหอะ ยังไงก็ไม่ได้กะจะอยู่จนแก่ตายอยู่แล้ว”

     เอาล่ะ ในเมื่อมันหนีไปแล้วการจะตามให้เจอก็เป็นเรื่องยาก และถึงอยากติดต่อกับเอเลนัวร์มากแค่ไหนก็ต้องเอาไว้ก่อน ได้เวลาไปหยุดภาพฉายนรกนี่ซะที



     ขนาดรู้เป้าที่จะเข้าไปฆ่าก็ยังต้องมาด้อมๆ มองๆ อยู่อีกหนอเรา อนาถใจจริง... ขณะนี้ข้างหน้าผมเต็มไปด้วยทหารจากอดีตกาลกำลังกระหน่ำกระสุนเข้าใส่กัน พวกมันดันใช้ทางลงไปสถานีรถไฟฟ้าเป็นที่กำบังซะได้!

        “Back to square one. ใบ้ให้ขนาดนี้ไม่รู้ก็บ้าแล้ว”     ปัญหาคือทำไมมันไม่บอกออกมาตรงๆ วะ

-ถ้าโง่ก็สมควรตายมิใช่หรือ... สิ่งที่เจ้าต้องทำคือหาปะรำพิธีแล้วฆ่าเจ้าของทิ้งซะ ที่เหลือข้าจัดการให้-

     เออ ขอบใจที่บอก ต้องทำสินะ ต้องทำ... และตอนนี้กระสุนเริ่มจางลงบ้างแล้ว เป็นฝ่ายทหารไทยในที่กำบังที่ถูกกำจัดด้วยระเบิด แต่ฝ่ายศัตรูก็ย่ำแย่ไม่แพ้กันมันเหลือเพียงตัวเดียว... ไอ้ตัวเดียวนั่นค่อยๆ หลบมุมรุกคืบลงไป ซึ่งผมก็ใช้จังหวะปลอดภัยนี้ตามติดมันลงไปด้วย   ผมใช้วิธีตามตูดเท่านั้นไม่เลยมันเข้าไป เพราะถ้ามีอะไรขึ้นมาคงไม่สวย

     ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ภาพตรงหน้ามีเพียงศพจากคมกระสุนทั้งทหารศัตรูและพลเรือนกับซากของรถไฟที่ตกรางเกยชานชาลา มีอะไรขยับอยู่ตรงหน้าต่างที่แตกกระจาย.. ร่างของเด็กน้อยเลือดนองหัวค่อยๆ ปีนออกมาทางหน้าต่าง เจ้าหนูนั่นชันตัวขึ้นได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงมือกุมชายโครงคงบาดเจ็บน่าดู... ไอ้ทหารต่างสัญชาตินี่พอเห็นเด็กคนนั้นก็ตรงรี่เข้าไปทันที

        “เฮ้ยๆ คงไม่ใช่ว่าจะ... เลวยังไงก็ให้มันมีลิมิตหน่อยสิว้า”

     เป็นไปตามคาด! มันจ่อปืนไรเฟิลลงหน้าผากกลางหว่างคิ้วของเด็กนั่น!   ในหัวผมขาวโพลน... ควรจะทำยังไง? ถ้าใช้แขนซ้ายนี่เราจะช่วยมันได้ ไม่สินี่เราคิดบ้าอะไรวะ นั่นมันเหตุการณ์ในอดีตผ่านมาเป็นปีๆ แล้วนะเฮ้ย!   ‘กรี้ดดดดดด’   เสียงของเด็กผู้หญิงก้องผ่านห้วงความทรงจำลั่นเข้ากลางสมอง!

     ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไป! จากที่เป็นไอ้สารเลวนั่นผมเห็นมันเป็นตัวเองตอนยังเด็ก ตัวผมเองกำลังจี้ปืนพกพร้อมยิงลงบนหัวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง!!!

        “อ้ากกกกก! อย่านะโว้ย!!!”

     ขาทั้งสองข้างขยับนำความคิด จิตใต้สำนึกของผมดันร่างให้ทะยานพุ่งฝ่ามือมืดมิดเข้าปิดกลางหัวของไอ้ทหารติดเกราะตัวนั้น

        “ไอ้เดนคน!”     เปรี้ยง!!! สายฟ้าสุดแรง แรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ฟาดลงระเบิดหัวมัน!

     เปลวเพลิงลุกท่วมหัวของไอ้ระยำนั่น มันล้มลงชักกระตุกจากไฟฟ้าตกค้าง เด็กคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าไล่สายตาขึ้นมามองผม แล้วมันก็กระสับกระส่ายว่ายมือลงตรงจุดที่ผมยืนอยู่ ซึ่งผมต้องหลบถอยออกเพราะถ้ามันจับโดนจะบาดเจ็บจากภาพลวงตากดทับเอา

        “นี่เรา..ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย! ยังไงซะไอ้หนูนี่ก็คงไม่แคล้วโดนลูกหลงจากดงกระสุนตายไปอยู่ดี...”

     แต่ทว่าการเคลื่อนไหวของมันต่อจากนั้นทำให้ผมเปลี่ยนความคิด แทนที่มันจะอยู่ในสภาพหวาดวิตก วิ่งสะเปะสะปะ ไอ้เด็กคนนี้กลับตรงเข้าไปคว้าเอาปืนในมือของ PA ที่เน่าตายนั่นขึ้นมา แล้วย่ำเท้าอย่างระมัดระวังผ่านหน้าผมตรงไปยังทางออก สายตาของมันแน่วแน่มั่นคง

        “ไอ้นี่..ไอ้เด็กคนนี้มันเลือกที่จะสู้! หึ หึหึ มันจะรอด!”     ใช่! มันจะต้องรอดออกไปได้ มีโอกาสแค่หนึ่งในหลายร้อยเท่านั้นที่เด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรจะเลือกเดินบนทางนี้ในสถานการณ์ที่เหมือนนรกเช่นนี้...

        “เจอแล้วโว้ยยยยย!!!”     เสียงแหกปากจากผู้ชายดังทะลวงรูหูมาจากทิศทางร้านอีตุ๊ด!

     ผมหันตามไปมองก็ต้องต่อด้วยพุ่งตัวหลบทันที มันยิงลูกไฟเฉี่ยวผมไปแค่นิดเดียวขาเกือบไหม้ พอเห็นว่าหลบได้มันก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาอาคาร ใบหน้าช่างดูคุ้นตา...

        “พลังนั่น! พลังที่เปลี่ยนแปลงอดีตได้! เอ็กเซีย!!!”

     เฮ้ยไอ้บ้านี่มันรู้จักแขนซ้ายเรา! แต่ตัวตนของมันผมเองก็พอเดาได้คร่าวๆ นานแล้ว และก็ตรงตามที่คาดซะด้วย...

        “เป็นแค่บ๋อยแต่รู้มากจังนะ แกฆ่าอีตุ๊ดไปแล้วรึ?”

     ใช่แล้ว ไอ้นักเวทระยำที่ทำเรื่องยุ่งยากบัดซบนี่คือบริกรที่ต้อนรับผมหน้าร้านนั่นเอง ตัวดำผมหยิกหน้าก้ออีกต่างหาก โบรานท่านว่าไว้คนลักษณะนี้คบไม่ได้... ถ้างั้นปะรำพิธีก็คงเป็นไอ้นั่นแหงๆ

        “โฮ่ แกรู้จักกับอีตุ๊ดระยำนั่นด้วยเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกมันยังอยู่ดี ฮี่ฮี่ฮี่ ใครจะปล่อยคู่ขาตัวเองทิ้งได้ล่ะ”

     ชิบหาย ไอ้ห่านี่เป็นคู่ตุ๋ยอีสะวันน่าหรอกเหรอเนี่ย...

        “เป็นคู่ขากันก็หัดรู้ให้มันมากกว่านี้หน่อยสิวะ อย่างแรกร้านนี้เป็นที่สุมหัวของคอเหล้าพันแรง พวกเสพฟองเบียร์กระดากคอน่ะ... ร้านนี้ไม่ต้อนรับโว้ย!!!”

     ผมขว้างมีดอรัญญิกตรงเข้าหน้ามันด้วยความแรงกว่ากระสุนจากมือซ้าย แต่มันยังจะหลบได้เฉียดๆ ทิ้งไว้แค่แผลบางๆ พอให้เลือดไหลตรงแก้ม...

        “นั่นแทนระฆังบอกยกไงล่ะ”

     มันแลบลิ้นเลียเลือดเน่าๆ ของตัวเองแล้วยิงสายตาน่ารังเกียจเข้ามาตามด้วย...

        “งั้นมันจะหมดยกเร็วๆ นี้!!!”



ผมหวังว่าตอนนี้จะเขียนได้มันพอนะครับ ถ้ายังเร้าใจไม่ถึงขั้นทิ้งคอมเมนต์ไว้ได้เลยครับ น้อมรับทุกคำด่าด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 28, 2012, 07:21:01 PM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: