หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "UnReal -Truth under Lies-" 14 -Oh Baby... Please Be a Good Girl-  (อ่าน 21691 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 568


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2012, 07:56:37 PM »

     โอ้โฮ มิน่าล่ะถึงยิงไม่ทะลุ พวกยัดผ่นเหล็กไว้ใต้บาร์นี่เอง...

        “แผ่นเหล็กหนามาก กี่เซนวะเนี่ย”

        “4 เซน 2 แผ่นน่ะฮ่ะ...”     เสียงอีตุ๊ดข้างหลังดังมาให้คำตอบ

        “ไม่ได้อยากรู้โว้ย!”     ปัง! เข้ากลางหว่างขาปูนแตกกระจายใส่ง่ามมันเต็มๆ เล่นเอาดิ้นจนไฟดับไปเลย สำนึกบุญคุณไว้ซะอุตส่าห์ช่วยดับไฟ

        “อู๊ย~เจ็บ ละ..แล้วตัวเองถามเค้าทำไม~~”

     ผมขี้เกียจจะพูดอะไรมาก อีกอย่างเดี๋ยวมันจะจำได้ว่าเป็นผม เพราะงั้น... ตุ้บ บึ้ก พลั่ก ผัวะ ผมขึ้นคร่อมบีบคอแล้วซัดมันสุดแรง เน้นๆ เนื้อๆ จนในที่สุดมันก็น็อคไป     “แฮ่ก เหนื่อยไม่เข้าเรื่องเลยให้ตายสิ”     วันนี้บู๊มาราธอนหนักตัวเป็นบ้า

     จากนั้นก็ลากมันไปหลบหลังร้าน ตรงหลุมซ่อนตัวที่มันขุดโชว์ผมไว้สมัยตั้งร้านใหม่ๆ หวังว่าจะช่วยให้มันรอดไม่โดนทหารฆ่า นี่ถ้าไม่ติดว่าจำเป็นต้องให้มันช่วยหลังจากนี้ไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้เปลืองออกซิเจนหรอก

        “ต่อไปก็ธุระสุดท้าย... เอาล่ะจะทำยังไงกับไอ้โต๊ะหมู่บูชานี่ดีนะ”



     ไอ้เอ็กเซียมันบอกว่าที่เหลือมันจะจัดการเอง จัดการยังไงของมันวะ? แล้วที่เห็นอยู่นี่มันก็ยังทำงานส่องแสงสร้างภาพอยู่เลย ไหนว่าฆ่าเจ้าของแล้วจบไงล่ะ... หือ? อยู่ดีๆ ขาของผมมันก็ก้าวเข้าไปกลางวงตรงกองศพ เฮ้ย!

     เดินเข้าไปแบบไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้าง จนหยุดเหยียบนมน้องเน่าซึ่งเป็นศพที่ถมอยู่บนสุดของกองซาก ผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย! จะเกิดอะไรขึ้นกับกูอีกวะเนี่ย!

     ผมกางแขนออกสองข้าง แบมือเหมือนโอบกอดอะไรบางอย่าง จากนั้นศพข้างล่างทั้งหมดก็กระเด็นออกไปรอบนอกเหมือนโดนระเบิดซัด ทว่าแทนที่ผมจะล้มไปเพราะเสียพื้นที่ยืน กลับลอยค้างเชิดหน้ามองฟ้าอยู่ท่าเดิม ที่เพิ่มเข้ามาคือมันค่อยๆ ลอยถอยหลังออกไป แล้วหยุดลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล พื้นตรงหน้าที่ผมเคยหยุดลอยอยู่เกิดแสงสว่าง เอ๊ย! ไม่ๆ ไม่ใช่แสง มันเป็นแท่งสีขาวโผล่ออกมา ไม่มีมุมเหลี่ยมแสดง แต่ไม่ส่องแสงออกมาแน่นอน

     แท่งนั่นยุบลงไปเหมือนผืนผ้าหลุดมือ ตามด้วยปรากฎร่างภายใต้ผ้าคลุมดำทมึนพลิ้วไหวออกมา... ผ้าคลุมหุ้มมิดตั้งแต่ช่วงคอจรดปลายเท้า แม้แต่หน้าก็ปกปิดไว้ด้วยผ้าแถบยาวดำสนิทพันรอบๆ เหมือนมัมมี่เหลือไว้แค่ช่วงดวงตาเท่านั้นที่เห็นเป็นสีเนื้อขาวผ่อง นัยน์ตาดำสนิทฉาบแววคมกริบ ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

        “ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง”     มันเปิดปากพูด! เสียงของมันเข้มจนไม่น่าจะเป็นเสียงผู้หญิง และหวานไปนิดที่จะตัดสินว่าป็นผู้ชาย ตกลงมันเพศอะไรกันวะเนี่ย เมื่อกี๊ก็ทั้งเกย์ทั้งตุ๊ด!

     สิ่งที่หยุดความคิดของผมเอาไว้แค่นี้ก็คือ...

        “สิ่งที่ไม่เคยมี ยังดีกว่าเคยมีแล้วดับสูญ... นานแล้วนะที่ไม่ได้พบกัน สามจอมปราชญ์ นารัน”     ผมเปิดปากพูด!!! เสียงของผมแถมเข้มขรึมอึมครึมอีกด้วย แต่ผมไม่ได้สั่งผ่านสมองให้ปากขยับ แต่ผมพูด!!!

        “เช่นกันเอ็กเซีย และยินดีด้วยที่ท่านได้ร่างมาเสียที... ถึงกับเรียกฉันมาคงเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก เกี่ยวกับปะรำพิธีนี่สินะ”

     นารัน? สามจอมปราชญ์!? อะไรของมันวะ แล้วไอ้บทพูดนี่อีก เป็นคนรู้จักกันเหรอครับ แล้วพี่ท่านยึดร่างผมไปใช้เลยเนี่ยนะ

        “นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะโว้ย!!!”     ผมตะโกนสุดเสียงใส่หน้าไอ้มืดมิด มันยังคงนิ่งอยู่ อ๊ะ! เราแย่งร่างคืนมาได้แล้.. เอิ้ว! ขยับไม่ได้อีกแล้ว!

        “เจ้าของร่างยังตื่นอยู่เลยนี่นา จะดีรึ?”     มันยังคงเย็นใจแน่จริง

        “จะช้าหรือเร็ว มันก็ต้องรู้อยู่ดี ไม่สำคัญหรอก... ที่สำคัญคือเจ้าช่วยจัดการกับผลที่จะเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์นี้ให้หน่อยแล้วกัน”

     โหย มันคุยข้ามหัว!

        “จะให้บิดเบือนเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองนี้หรือ ผู้รับข่าวสารมีมากเกินกว่าพลังของฉันจะจัดการได้หมดนะ อีกอย่างเรื่องแค่นี้ท่านจัดการเองก็ได้นี่”

     มันพูดพลางเดินไปสำรวจโต๊ะเรืองแสงรอบๆ

        “ข้าก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้น แต่ดันเผลอหยุดเวลาไปน่ะสิ ตั้ง 7 วินาที แหล่งพลังที่เตรียมไว้เลยพลอยหมดไป.. ไอ้ครั้นจะใช้พลังของตัวเอง ผนึกมันก็คอยจะลงสลักเอาอีก”

     มันพูดเรื่องหยุดเวลาออกมา แล้วแหล่งพลังงานนั่น... หรือว่าจะเป็นไอ้ก้อนเล็กๆ สีแดงที่ฝังลงกลางอกเราตอนรักษาร่าง!

        “นี่ท่านยังคลายผนึกไม่ได้อีกรึ น่าแปลก.. ปรกติถ้าได้ร่างแล้วมันน่าจะคลายสนิทสิ”

        “ก็เพราะผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่รับมือยากน่ะสิ ตัดเท่าไรก็ไม่สิ้นเยื่อ”     มันพูดวกไปวนมาอีกแล้ว

     โอย พวกคุณๆ ช่วยคุยกันให้กระผมรู้เรื่องหน่อยสิวะครับ

        “เอาเถอะ ด้วยลักษณะของวงเวทนี้ ฉันพอจะทำอะไรบางอย่างให้ท่านได้..ไม่สิ ให้กับผู้ดำเนินแผนการสร้างสวรรค์อันสูงค่าของเราได้”

     หือ? มันพูดถึงผู้ดำเนินแผนการ อะไรกัน?!   มันยังคงแถลงต่อ

        “อย่างไรซะถ้าไอ้หนูพิชิต กำชัยพล เกิดตายขึ้นมาแผนการทั้งหมดก็เป็นอันพังป่นปี้ ที่สำคัญเลยคือฉันคงบากหน้าไปพบเนเกิ้ลไม่ได้ด้วย”

     เนเกิ้ล!? พันเอกเนเกิ้ล! มันรู้จักกับผู้พันด้วย ได้ยังไงกัน!?

        “หึหึ ดีเลย.. ถ้าอย่างนั้นในฐานะของผู้ริเริ่ม มีอะไรจะพูดกับผู้ดำเนินการหน่อยมั้ย? เอาล่ะ ข้าจะคืนร่างให้”

     มันบอกจะคืนมันก็คืนทันที เล่นเอาเสียหลักเกือบหน้าคะมำ   มันมองหน้าผมต่อไม่ถามอะไรซักที เปิดประเด็นก็ได้ฟะ

        “แกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่?”     รู้สึกจะถามหลุดประเด็นไปเยอะเลยแฮะ

        “นั่นสิ ฉันเองยังสับสนอยู่เลย”

     อื้อหือ กวนประสาท! เอาเหอะช่างมัน แล้วเรื่องแผนการล่ะ สร้างสวรรค์งั้นรึ? ตกลงนี่ฉันกำลังเดินไปทางไหนกันแน่!

        “เดินไปบนทางที่เธออยากจะเดินนั่นแหละถูกต้องที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มากความ ถ้าเธอต้องการทำลายโลกก็จงทำลายมันทิ้งซะ”

     มันพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายดาย แล้วก้าวออกจากโต๊ะหมู่ไป เอนหลังพิงบาร์ที่เพิ่งมอดไฟยกแก้วเหล้าใบหนึ่งขึ้นมองผ่านไปมา

        “นี่แกเป็นใครกันแน่ แล้วทำไมรู้จักผู้พัน บอกมาเลยนะเว้ย!”

     ถึงจะดูเหมือนมีน้ำโห แต่ผมก็แค่แสร้งทำเสียงดุข่มไปเท่านั้น และคำตอบของมันก็ไม่ตรงคำถามซะด้วย

        “ผู้ร่วมอุดมการณ์... มีอยู่มากมายทั่วทุกมุมจักรวาล   แผนการนี้เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่ของปลอมมีตำหนิซึ่งก็คือเธอถือกำเนิดขึ้นมา สิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริงเสมอ..เท่าที่เธอเห็น”     เหมือนมันจะบอกใบ้อะไรผม ก็ต้องปล่อยมันพล่ามไป     “ปลายทางแห่งการทำลายล้างเป็นได้ทุกอย่าง เพราะที่สุดของปลายทางอาจจะไม่ใช่ที่สุดแห่งความสวยงาม... มันก็แค่ ‘อาจจะ’ มันจะใช่..หรือไม่ก็ได้... เพราะอย่างนั้นฉันจึงตั้งความหวังไว้ที่สวรรค์ไงล่ะ”

     แก้วที่ถืออยู่หล่นกระทบพื้นดังเพล้งเหมือนมันแหลกสลายกระจัดกระจาย แต่กลับไม่แตกออก สายตาคมกริบคู่นั้นส่องประกายไล่มองผมตั้งแต่เท้าจรดหัว แล้วยกมือชี้มาที่ผมทำท่าเหมือนเล็งปืนมาตรงกลางอก

        “สิ่งสำคัญ มันคือหัวใจ”     แล้วกระดกปลายนิ้วเหมือนยิงกระสุนออกไป

   ผมเข้าใจสิ่งที่มันต้องการจะบอกแล้ว

        “สวรรค์เหรอ? ก็ดีนี่!”

        “ดี ยอดเยี่ยมสมแล้วที่เนเกิ้ลยอมสละชีวิต คำใบ้ที่สำคัญคือฉันเอง ‘หนึ่งในสามจอมปราชญ์ นารัน’ คงไม่จำเป็นต้องบอกอะไรมากไปกว่านี้ ทางที่เธอเดิน จะเปิดเผยทุกคำตอบของคำถาม แล้วเราจะได้พบกันอีก...”

     สิ้นคำพูดเยิ่นเย้อของท่านสามจอมปราชญ์ผ้าคลุมดำ ก็รู้สึกว่ารอบๆ มันทยอยมืดลง แล้วพื้นมันเริ่มเอียงแบบแปลกๆ ด้วย... เอ๊ย! ไม่ใช่แล้วนี่ตัวเรากำลังล้มลงเปลือกตาปิดนี่หว่า..คร่อก



Unreal 13   -Paradise ? Oh! well, Good!-
    (อ้าวเฮ้ย! ดันกลายเป็น Emotion ไปได้ไงวะเนี่ย!?)



ชื่อตอนตั้งแต่ 12-13 มาจากเพลงครับ ทั้งวงและชื่อเพลงเลย Coldplay - Paradise นั่นเอง ผมชอบเพลงนี้นะ ชอบสุดๆ เลย
ที่จริงผมตั้งชื้ออื่นไว้เรียบร้อยแล้วครับ แต่ตอนฟังเพลงนี้ผมรู้สึกติดใจอย่างบอกไม่ถูกเลย คือว่ามันตรงประเด็นกับการกระทำและเนื้อหาในตอนเต็มๆ Coldplay จะเห็นการตัดสินใจและการลงมืออันเยือกเย็นแยบยลของทั้งพิชิตและศัตรู (ไม่รู้จริงรึเปล่า) ส่วน Paradise ก็คงเป็นเป้าหมายสูงสุดของแผนการละมั้ง?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2012, 11:07:33 AM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: