หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "UnReal -Truth under Lies-" 14 -Oh Baby... Please Be a Good Girl-  (อ่าน 21701 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 568


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2012, 06:30:56 PM »

     ผมกลับมาห้องเช่าเก่าๆ ของตัวเองหลังเสร็จธุระที่โบสถ์ทันที เพื่อเคลื่อนไหวขั้นต่อไป แล้วโทรศัพท์จากคนที่รอคอยก็มาให้รับซะที

        “สืบเรียบร้อย เด็กคนนั้นชื่อสมหวัง ดั่งใจหมาย...”     เสียงของพี่สิทธิ์ดังผ่านโทรศัพท์เข้ามาแบบเรียบๆ     “เรียนอยู่ม. ปลายชานเมืองนี้เอง อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีท่าทีผิดปกติอะไร ดูเหมือนจะมีพ่อด้วย แต่ในเอกสารทั้งหมดที่ค้นเจอรวมทั้งประวัติในทะเบียนของโรงเรียนระบุว่าไม่เคยติดต่อกัน เอาง่ายๆ โดนทิ้งนั่นแหละ”

     ผมรับไฟล์ข้อมูลที่ส่งมาเปิดอ่านรายละเอียดคร่าวๆ ทันที หน้าตาสุดๆ ไปเลยแฮะไอ้หนูนี่ ริมฝีปากมีแผลเป็นเหวอะ ติ่งหูขวาขาด มาดฆาตกรแต่เด็ก มีแววดีขนาดนี้ไม่ให้สนได้ไง ชื่อเองก็ดูดีไม่แพ้กันเลยต่างหาก

        “ขอบคุณมากครับ ส่วนเรื่องของไอ้บาทหลวงเฮงซวยนั่นสารวัตรว่าไงบ้าง?”     เทอดศักดิ์ของผมนอนกรงมาหลายวันแล้ว แค่เมาแล้วอาละวาดไม่น่าล็อคตัวไว้นานขนาดนี้นา

        “เขาว่าจะปล่อยต่อเมื่อจัดการนักเวทสองตัวนี่ได้แล้วน่ะ.. นี่ไอ้ชิต พี่ถามหน่อยเหอะเอ็งสืบประวัติเด็กไปทำไมวะ จะชั่วยังไงก็ให้มันมีขีดไว้หน่อยนะเว้ย”     น้ำเสียงเขาดูจะไม่พอใจที่ผมไปสนใจเด็กคนที่รอดมาจากสงครามกลางเมือง

        “มันอุตส่าห์รอดมาจากนรกตอนนั้นได้ แกจะพามันไปนรกกับแกด้วยรึไง? ถ้าเป็นงั้นเตรียมนอนกรงได้เลยนะเว้ย”    

     หึ.. จะทำตัวแย่ตัวแย้ยังไงก็เป็นตำรวจสินะ ยังมีจิตวิญญานผู้ปกป้องสันติราษฎ์อยู่บ้างนี่นา แต่ว่าไม่ให้สนไม่ได้หรอก ไอ้หนูนี่มันมีความสามารถเหนือชั้นหลบอยู่ในตัว

        “ไม่ต้องห่วง ผมแค่อยากตรวจสอบดูเท่านั้นเองว่าใช่คนเดียวกับที่เห็นรอดในภาพลวงตาบัดซบวันก่อนนั้นรึเปล่าเท่านั่นเอง พอเห็นว่ารอดแล้วก็โล่งใจไป ตอนที่มันกำลังจะโดนฆ่าแล้วมีทหารไปยิงช่วยมันไว้ทันนี่ผมลุ้นตัวโก่งเลยนะ”

     เหะ เหะ พูดความจริงไม่ได้นี่ลำบากใจจัง เกิดรู้ว่าไอ้หนูสมหวังรอดมาได้เพราะพลังเราล่ะก็เป็นเรื่อง

        “แต่ไม่มีรายงานว่ามีทหารรอดมาจากสถานีรถไฟ คงจะตายหลังจากช่วยไอ้เด็กนั่นได้แล้วล่ะ”     พี่สิทธิ์แย้งกลับ

     จากประโยคนี้และน้ำเสียงที่ชวนให้รู้สึกหดหู่เล็กน้อย แสดงว่าเขาเชื่อสนิทว่าไอ้เด็กคนนี้รอดมาได้เพราะมีคนช่วย เข้าใจได้อย่างนั้นก็ดีแล้วพี่ ผมไม่อยากเก็บพี่ทิ้งไปอีกคน นอกจากผมแล้วจะต้องไม่มีใครรู้ว่าเด็กชายสมหวัง ดั่งใจหมายสู้ฆ่าฝ่าฟันเอาชีวิตรอดมาได้ด้วยกำลังของตัวเอง   ผมรีบตัดการติดต่อกับหมวดทันทีป้องกันการโดนจับผิด เอาล่ะต่อไปก็...

        “นี่เอ็กเซีย.. มาคุยกันหน่อยเด๊ะ”

-พระเจ้าตายไปแล้ว-

     มาถึงก็.. อะไรของมันหว่า? หือ ไม่สินี่มัน รูปแบบการเริ่มต้นสนทนาแบบนี้... อ้อ! เข้าใจล่ะ ผมยิ้มออกเลยหลังจากที่รู้แจ้งในถ้อยแถลงของไอ้แขนซ้ายดำปึ้ดนี่

        “ก็ดีน่ะสิ! ฉันจะได้ขึ้นไปนั่งบรรลังนั่นแทนซะเลย”

-ถ้าจะถามเรื่องการควบคุมเวลา ข้าคงต้องตอบว่า ใช่ ข้ามีพลังนั้น แต่ต่างจากการควบคุมเวลาอย่างที่เจ้าเข้าใจมากนัก-

        “ไม่ได้อยากรู้เลยด้วยซ้ำ ฉันแค่อยากขอบใจเรื่องในวัดกับตอนที่ฉันโดนยิงตกแม่น้ำ แกโยนฉันมาลงกองขยะหน้าบ้านสินะ”

     ผมจำเหตุการณ์ในวันที่ได้มันมาได้ทั้งหมดและปะติดปะต่อเรื่องราวเป็นที่เรียบร้อย หลังจากได้มันมาเป็นแขนซ้ายข้างใหม่ให้ผมก็บึ่งไปท่าเรือสมุทรปราการทันทีเพื่อฆ่าที่เหลือทิ้ง แต่ดันโดนมันไล่ฆ่าซะเอง พอตะโกนว่า ‘มาม่ามาส่งแล้วครับ’ ก็โดนกระหน่ำยิงตกน้ำป๋อมแป๋มในบัดดล ผลก็คือเสื้อผ้าเรามีรูเต็มไปหมด แต่ไม่มีแผล...

-เวลาคือสัญลักษณ์ของขีดจำกัด ไม่ว่าสิ่งไดก็ตามเวลาที่เสียไปเพียงเสี้ยวเดียวก็หนักหนา โดยเฉพาะเวลาของข้า-

     โอ้โหไอ้หอกนี่! แม่งจะด่าตรงๆ ก็ไม่ได้ หาว่าเราไปทำมันเสียเวลาซะอย่างนั้น

        “เป็นแค่มะเร็งดำๆ ติดแขน ริอาจมาบ่นเปลืองเวลา สารรูปอย่างแกถ้าฉันไม่กระดิกแกจะกระเดี้ยอะไรได้วะ!”

     เปรี๊ยะๆๆๆ

     หือ จู่ๆ แขนซ้ายมันชักกระตุก ชะเฮ้ย! ไม่ใช่ธรรมดาซะแล้ว มันสั่นรัวจนตัวสะเทือนพร้อมเสียงเหมือนไฟฟ้าลัดวงจร!

        “อ้าวเฮ้ยไอ้บ้านี่ ด่าแค่นี้ทำเป็นใจน้อย!”     มันแบมือหันควับมาทางหน้าผม!     “ไม่เอานะนายจ๋า จะพาไปโลกไหนอีกล่ะคราวนี้ ขอทีเหอะ...”

     ฝ่ามือสีดำอำมหิตพุ่งเข้าปิดหน้าผมจนมิด แบบเดียวกับตอนอยู่กลางสมรภูมิลวงตา! ผมพยายามฝืนเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล ขนาดมือขวาที่ยันไว้ยังโดนอัดตามมา ไม่เอาน่าเอ็กเซีย... มันสั่นรัวขึ้นเตรียมปล่อยของ!

        “ตัวเอ๊ง! เค้าขอโต๊ด!!!”     เปรี้ยง!

     เอ๋? นี่มันอะไรกัยหว่า หันไปทางไหนก็มีแต่ความมืด อ๊ะมีดาวระยิบระยับสวยงาม เป็นคืนเดือนมืดที่พร่างพราวไปด้วยดวงดาว.. เฮ้ย! นั่นมันเครื่องบินนี่! แล้วทำไมมันบินอยู่ระนาบเดียวกับตัวเราเลยล่ะ แถมตรงมาทางนี้เรื่อยๆ ด้วย.. ไม่ใช่แล้วอย่างนี้ไม่ดีแน่! มันพุ่งเข้ามาจากที่เห็นลำเล็กๆ เป็นใหญ่จนจะท่วมตัว! โดนชนแน่แม่เหวย เอ็กเซียช่วยด้วย!

        “โอ้ว!!! ตายแน่~~~~~”

     เสียงเครื่องยนต์ก้องสนั่นลั่นจนหูอยากจะระเบิดสักร้อยรอบ ขอบหน้าต่างนับสิบบานผ่านหน้าไปแบบเฉียดๆ แต่ที่น่าเครียดคือทำไมไม่มีอาการโดนลมตีเข้าร่างกายเลยซักนิด หรือว่าจะเป็นแค่ภาพลวงตา

-ก็ใช่น่ะสิ เวลาปัจจุบันตะวันยังไม่ตกดินเลย ที่เจ้าจะเห็นต่อไปนี้คืออนาคตที่จะต้องไม่เกิดขึ้นเป็นอันขาด ข้างล่างนั่น-

     ผมก้มต่ำลงเพื่อมองผ่านเมฆสีดำที่ลอยคว้างกลางฟ้ายามค่ำ ข้างล่างนั่นที่เอ็กเซียมันว่าคือวิวอันสวยงามของเมืองหลังพระอาทิตย์ตก แสงไฟประดิษฐ์ที่ในระยะประชิดช่างแสนจะแสบตามากมายวิบวับออกมาราวกับจะแข่งกับดาวบนท้องฟ้า สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมุมที่เราใช้มองมันจริงๆ ไม่สิต้องพูดว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่มุมมองต่างหาก ไอ้ของสร้างมลภาวะข้างล่างนั่นกลับน่าดูชมขึ้นมาได้แค่เราเปลี่ยนมุม พูดถึงมุมมอง นี่เราลอยอยู่กลางท้องฟ้าหรอกเหรอเนี่ย เอาเหอะไม่น่าตกใจเท่าเครื่องบินเฉี่ยวหน้าแล้วล่ะ แต่แล้วสายตาของผมก็ถูกดึงไปยังสิ่งผิดปรกติที่น่าจะเป็นจุดประสงค์หลัก

        “แสงดวงใหญ่นั่นมันอะไรหว่า?”     มันส่องสว่างกลบแสงอื่นในละแวก

     แสงขาวนวลแบบเดียวกับลูกไฟหยุดระเบิดนิวเคลียร์ในอดีตสว่างขึ้นมาหลายจุดพร้อมกันรอบจุดที่ผมลอยอยู่เป็นวงขนาดมหึมา นับด้วยสายตาแล้วเกินสิบจุด ถ้ากะระยะให้ผมเป็นกึ่งกลางวงกลม ด้วยความสูงจากพื้นถึงผมแล้วจุดหนึ่งห่างออกไปร่วม 7 กิโลเมตร จากนั้นแสงพวกนั้นก็ลากเส้นต่อถึงกันจนเป็นวงกลมตามคาด ตามด้วยโยงเป็นทางเข้าไปในวงผ่านตึกรามบ้านช่องเป็นลวดลายแปลกๆ แต่ดูคุ้นตาจนกลายเป็นวงกลมปริศนาจากเส้นแสงที่เต็มไปด้วยลวดลายประหลาดภายในอยู่ใต้เท้าของผม

     ทันใดนั้นก็เกิดไฟฟ้าแลบแปลบปลาบไปทั่วทั้งเมืองที่อยู่ในวงนั้น เสียงหวีดกรีดร้องของผู้คนข้างล่างดังขึ้นมากระทบหู สิ่งที่เกิดต่อไปนี้เล่นเอาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ มันทำให้นัยน์ตาผมเบิกโพลงจนลูกตาแทบกระฉอกออกจากเบ้า เกิดลมหมุนขึ้นดึงเอาทุกสิ่งทุกอย่างภายในวงเข้าอัดกันที่กึ่งกลาง มันรวมกันจนเป็นก้อนกลมส่องแสงจ้าลอยตรงขึ้นมาจากใต้เท้าผมเป๊ะๆ สายฟ้าฟาดออกมาจากมันพักหนึ่งก็หยุดลงพร้อมกับที่มันหดจนเหลือขนาดเท่ารถยนต์สองคันซ้อนกัน เป็นก้อนอะไรก็ไม่รู้กลมๆ สีแดงสดอยู่ตรงหน้าผม มันเหมือนกับไอ้นั่นเลย

        “ไอ้นี่มันที่ฝังอยู่ในอกเรานี่หว่า!!! แถมขั้นตอนการเกิดของมันยังเหมือนกับตอนรักษาร่างกายเราด้วย!”

-ด้วยขนาดเท่านิ้วโป้งข้าหยุดเวลาได้ถึง 7 วินาที-

        “มันคืออะไร! ไม่สิเดี๋ยวนะอย่าเพิ่งตอบ”     มันตามหาอรุณด้วยเหตุผลอันตราย อรุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเวทมนต์แปรธาตุ     “หินนักปราชญ์เรอะ! ไอ้แบบในการ์ตูนแขนสนิมนักเล่นแร่นั่นอะนะ!”

-มันมีหลายชื่อ ที่เจ้าว่ามาก็ใช่ ชื่อเรียกของมันไม่สำคัญ มันเกิดขึ้นจากการหลอมรวมทั้งสสารและวิญญานของสิ่งมีชีวิต ยังไม่สมบูรณ์-

     เสียงแหบแห้งของมันสั่นเครือในประโยคท้าย ไม่สมบูรณ์เหรอ แล้วที่สมบูรณ์หน้าตามันเป็นยังไง?

-รวมทั้งเหตุการณ์นี้เองก็ไม่สำคัญเลย เมื่อเทียบกับภาพข้างล่างนั่น-

     ผมมองลงไปอีกครั้ง โอ้ว!!! มันอะไรกันเนี่ย อิสซาเบลล่ายะโฮ่วอะโลฮ่า!!! ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยอยู่ในวงอันตรธานไปหมดสิ้นเหลือเพียงรอยดินถูกคว้านจนเห็นระบบระบายน้ำและรางรถไฟใต้ดิน จริงสิตอนรักษาร่างเราก็มีรอยถูกคว้านแบบนี้ แต่ไอ้นี่เยอะกว่า แต่สิ่งที่ดึงตาไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง ก้อนกลมๆ อีกแล้วแต่เป็นสีฟ้าสดใสส่องแสงเรืองรองขนาดกระทัดรัด มันลอยอยู่เหนือพื้นเพียงเล็กน้อย

-นั่นคือข้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อผลลัพธ์นี้-

        “ฉันตายแล้วแกหลุดออกไปสินะ เรื่องใหญ่กว่าไอ้ก้อนแดงๆ นั่นจริงๆ ซะด้วย จะกลบเกลื่อนข่าวก็ง่ายๆ แค่บอกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดนโกโก้ครั้นช์หล่นใส่ก็สิ้นเรื่อง”

     ถึงจำนวนยูเรเนี่ยมที่มีในสถาบันวิจัยนิวเคลียร์กลางกรุงมันจะน้อยสักแค่ไหน ไอ้พวกที่กุมบังเหียนเรื่องนี้มันก็เปลี่ยนให้เยอะได้อยู่ดี   ผมกลับมาอยู่ในห้องเล็กๆ พร้อมกับที่มือซ้ายปล่อยออกมา หน้าตาเต็มไปด้วยเหงื่อ... ผมจ้องมือซ้ายนี่อีกครั้ง ยอมรับแล้วว่าถึงข้าไม่กระดิกเอ็งก็ยังกระเดี้ย ว่าแต่ว่า...

        “แหม แฟนเยอะจริงนะ เสน่ห์แรงเกินไปแล้วไอ้คุณเอ็กเซีย”

     ครึ่กๆๆๆๆ เฮ้ยๆ แขนว้ายมันสั่นอีกแล้ว จะเอาอะไรอีกล่ะ เฮ้ย! มันดึงตัวผมเข้าอัดกับผนังบ้าน คว้านนิ้วลงไปในเนื้อปูนสร้างภาพนูนต่ำเป็นคำขึ้นมาว่า ‘อรุณ เมษ B’ แล้วผ่อนแรงลงแต่ยังคงควบไม่ได้

        “พยศอะไรของแกอีกล่ะเนี่ย...”     ผมหยิบมือถือขึ้นมาเข้าหน้าเว็บค้นหาข้อมูลตามคำใบ้

     ผ่านไปไม่นานหวยก็ออก แต่ผนังห้องถลอกซะขนาดนี้     “วันหลังบอกก่อนได้มั้ยจะได้หยิบปากกาให้.. โอ้ย!”     มันสั่นอีกแล้ว คราวนี้พุ่งเข้าแปะรอยแผลเก่าแล้ว เปรี้ยะๆๆ รอยหายไปแล้ว! เออดี ไอ้นี่มันบ้าจริง!   ผมกดเบอร์โทรหาเอเลนัวร์ทันทีที่เธอรับสายก็...

        “เอาอรุณไปใส่ขาให้ด่วน ก่อนเย็นนี้เลยนะ รับประกันความมัน ได้ยิงกันจนเมืองถล่มแน่!”     ตี๊ด! เธอวางสายทันทียัยชีบ้าเอ๊ย!



Unreal 15   -Silence!-

ครึ่งต่อไปจะดำเนินเรื่องตามชื่อตอนครับ เงียบเปรี้ยงปร้างเลย และน่าจะช้าหน่อยครับ งานหนักมากช่วงนี้ ยุ่งจนไม่ได้ตัดผมเป็นเดือนแล้ว หนวดนี่ยิ่งกว่ามหาโจรอีก อยากถ่ายหนังหน้าตัวเองตอนนี้มาอวดจังเลยครับแต่ไม่มีกล้อง
จะปีใหม่แล้วงานไม่ลดลงเลย ทำไมโอทีมันเยอะจังวะ! ทำโอจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วโว้ย!!!
อีกครึ่งนึงว่างเมื่อไหร่จะมาต่อครับ ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านกันอย่างแรงเลยครับ มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่รอยร้าวในปราสาทแก้ว (จะดีกว่านี้ถ้าทิ้งคอมเมนต์จี้จุดผมบ้าง ไม่มีคำตินี่มันรู้สึกแปลกๆ แฮะ หามุมพัฒนาตัวเองลำบากครับ)
ได้หูฟังมาแล้วครับ 1,7xx จำรุ่นไม่ได้ แต่เสียงเบสปวดหูเลยทีเดียวสะใจหลายๆ ขอบคุณคำแนะนำและขอโทษที่ไม่ได้ไปตอบในกระทู้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2012, 06:33:27 PM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: