หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [Super Robot Wars The Star Chronicle SS2 Robot Data]  (อ่าน 13810 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 01:16:53 AM »

กระทู้นี้สำหรับใช้ลงข้อมูลหุ่นยนต์เรื่องของตัวเองน่ะครับ หนึ่งคนต่อหนึ่งเรป เว้นแต่ไม่พอให้แตกเรปใหม่ได้ลิงค์จากเรปเก่าไปด้วยล่ะครับ

--------------------------------

Index
Indoles:Synchronicity [rep1.p1]
GranShinMarst [rep2.p1]
Moonlight of the Hazel Xenon [rep3.p1]
PROJECT DIMENSION~The Endless Enigma~ [rep4-5.p1]
Fate that far [rep6.p1]
Armor Troopers Ark-Strikers [rep7.p1]
The Lord Of Elementals - Azure Lighting [rep8.p1]
Loop Of Arcana [rep9.p1]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2010, 02:14:16 PM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

Replikia
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 641



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 01:46:53 AM »

Indoles:Synchronicity


TF-34X-R Orpheus R (Repair/Ruby edition???)



หน้าตาเหมือนเดิมทุกประการ

   ออร์เฟอุสที่อัพเกรดเครื่องใหม่หลังจากที่ลูคัสพ่ายแพ้แก่ฮิปนอสของรูเดียโดยสิ้นเชิงไปครั้งหนึ่งแถมยังมาเสียหายยับเยินในสมรภูมิที่ไทยอีกจนหมดสภาพ อะไหล่ภายในถูกเปลี่ยนไปใช้แบบเดียวกับของอาคาน่าแทนจาโปรน่าทำให้มีประสิทธิภาพโดยรวมสูงขึ้น ส่วนเกราะภายนอกนั้นได้แก้ปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์เวลาเข้าสู่โหมดAWS ด้วยการติดระบบหล่อเย็นและระบบระบายความร้อนแบบใหม่ทำให้หลังจากยิงแล้วยังสามารถอยู่ในรูปแบบที่ติดพาร์ทเกราะนอกเอาไว้ได้โดยไม่ต้องปลดทิ้ง ติดตั้งระบบโอเวอร์บูสต์และโฮเวอร์คราฟต์ไว้แก้จุดอ่อนของออร์เฟอุสตัวเก่าที่เคลื่อนที่ได้ไม่สะดวกขณะอยู่บนโลก ระบบเซนเซอร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเกือบ60% วัสดุที่ใช้สร้างเกราะนั้นเปลี่ยนให้มีน้ำหนักเบาลงทำให้ความเร็วสูงขึ้นแลกกับการที่ความทนทานของเกราะตามตัวด้อยลงไปบ้าง ซึ่งจุดนี้ได้ชดเชยระบบบาเรียจากเดิมที่เป็นม่านพลังพลาสม่าเปลี่ยนเป็นกราวิติ้มิเรอร์แบบเดียวกับยานรบ อาวุธที่ถูกเสริมเข้ามาคือบีมพิสตอลแรงสะท้อนต่ำสองกระบอกสำหรับใช้ยิงระยะใกล้-กลาง ส่วนอาวุธเก่าๆอย่างทวินลันเชอร์ ดูอัลเรลกัน แกตลิ่งติดแขน ลิเนียร์แคนน่อย มัลติชิลด์บัสเตอร์ แม้กระทั่งบีมเซเบอร์ที่แทบไม่ได้ใช้ก็ยังอยู่กันครบในสภาพที่ดีขึ้น มีข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนคือระยะเวลาปฏิบัติการของออร์เฟอุสจะลดลงถึง1ใน3ทำให้ลูคัสไม่สามารถยิงกราดแบบก่อนหน้าได้มากนักทำให้ต้องพึ่งฝีมือมากขึ้นแถมยังเพิ่มภาระให้นักบินด้วยโครงสร้างที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับรบด้วยความเร็วสูงทำให้นักบินต้องทนกับแรงGมหาศาลหากใช้ความเร็วสูงสุด ทว่า.....ความเร็วสูงสุดนั่นก็ไม่ได้มากอะไรนักหรอก......

ระบบพิเศษ
- Full defense mode


TF-32X-Euridice (Orpheus Light Armor)

แปลนที่ดัดแปลงมาจากแนวคิดของพาร์ทไลท์อาเมอร์ออร์เฟอุสที่ลูคัสไม่ได้ใช้งานเพื่อให้เป็นเครื่องของทหารทดลอง “มิเชล โครินน่า” ความสมดุลสูงกว่าออร์เฟอุสแบบเทียบไม่ติดโดยเฉพาะความคล่องแคล่ว รวมถึงประสิทธิภาพที่เกิดจากใช้ชิ้นส่วนอย่างดีเพื่อเร่งสมรรถนะเพราะโครงในไม่ใช่ออร์เฟอุสแต่เป็นการนำพาร์ทติดตั้งแบบถาวรกับซูโปรน่า ระบบเซนเซอร์ตามตัวมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าของออร์เฟอุสอยู่ขั้นหนึ่ง รวมถึงมีความสามารถในการบินในชั้นบรรยากาศอีกด้วย อาวุธหลักคือเชลีนลองไรเฟิลที่มีความแม่นยำสูงมากด้วยระบบการคำนวนวิถียิงจากสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนที่ของเป้าหมาย(นึกถึงสมาร์ทกันก็ได้....) นักบินมีหน้าที่เพียงกดยิงเท่านั้น แต่ก็ยังปรับเป็นโหมดแมนนวลได้หากต้องการยิงดักทางหรือยิงด้วยความเร็วสูง นอกจากความแม่นยำแล้วอำนาจทะลวงยังเพียงพอจะเจาะเกราะยานรบให้ทะลุได้ในนัดเดียว อุปกรณ์ติดตั้งนอกจากนั้นคือบีมเซเบอร์สองเล่ม วัลคันติดบ่า ดูอัลเรลกันที่เอว แกตลิ่งที่แขนทั้งสองข้างถูกเปลี่ยนเป็นบีมแกตลิ่งที่พลังทำลายสูงกว่าแทน โล่ขนาดกลางที่แขนซ้ายนั้นยังติดแส้ความร้อนเอาไว้อีกด้วย

TF-33X- Archilochus (Orpheus close range Assault Armor)

ยูนิตประจำตัวของร้อยเอกโดมินิค โคลต์ เกิดจากการแกะข้อมูลที่ลูคัสเหลือทิ้งไว้ตอนหนีออกจากบอล์นมาสร้าง โดยรูปแบบดั้งเดิมคือพาร์ทเกราะสำหรับติดตั้งให้ออร์เฟอุสมีความสามารถในการรบระยะประชิด แต่ทว่าลูคัสเองกลับไม่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ในการทดสอบจึงไม่ได้สร้างจริง ยังคงมีความหนาถึกแบบเดียวกับออร์เฟอุสเครื่องของลูคัส เครื่องยนต์หลักเป็นพลาสม่าเทอร์ไบน์ทำให้มีความเร็วสูงมากผิดกับรูปร่างอันใหญ่โตแถมด้วยระบบโฮเวอร์คราฟต์ทำให้พุ่งตัวเหนือพื้นได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเกราะใช้วัสดุที่อ่อนลงเพื่อเร่งความเร็วแต่ชดเชยด้วยการเคลือบบีมโคตติ้งทำให้ทนทานต่ออาวุธบีมในระดับหนึ่งแต่ความทนทานต่อกระสุนลดลง นอกจากนี้ยังทำเป็นแบบปลดทิ้งอัติโนมัติเมื่อได้รับความเสียหายจนถึงระดับหนึ่ง เมื่อปลดเกราะจนหมดแล้วด้วยดำลังเครื่องที่ทรงพลังทำให้อาคิโลคัสมีความเร็วสูงมาก โล่ติดไหล่ทั้งสองถูกถอดออก แพ็คหลังติดตั้งบูสเตอร์พ็อดขนาดใหญ่ ส่วนแขนติดตั้งเชนซอว์ทอนฟาไว้ทั้งสองข้าง หากแต่ตอนสวมเกราะจะเป็นไพล์บังเกอร์ติดแขนพร้อมกิกันติกซิสเซอร์แทน มักใช้โจมตีด้วยการหนีบล็อกแล้วตอกลิ่มซ้ำ ดูอัลเรลกันกลายเป็นแมชชีนกันทำให้การรัวยิงในระยะเผาขนเร็วและแรงระเบิดที่ส่งกลับมาน้อยลง ส่วนอาวุธถือเป็นไรเฟิลจู่โจมที่ติดดาบคาร์บอนกับเกรเนดลันเชอร์เอาไว้ ส่วนมือซ้ายเป็นไพล์บังเกอร์แบบมือถือขนาดใหญ่พร้อมโล่เล็กติดแขนในเวลาที่ปลดเกราะออก


Ex-OM -01 Legion (α) & Ex-OM -01 Legion (β)

ยูนิตผลิตจริงรุ่นแรกของ EXO แพลน โดยทั้งสองดูจากภายนอกแล้วแทบจะเหมือนกันเลยทีเดียว โครงสร้างพื้นฐานนั้นเป็นแบบเดียวกันในตอนดีไซน์ก่อนจะดัดแปลงให้ต่างกันในภายหลัง โดยเครื่องอัลฟ่าถูกออกแบบมาสำหรับใช้ต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากในระยะประชิดจึงติดตั้งระบบพาราไดม์ชิฟต์ให้พุ่งเข้าหาเป้าหมายได้ไม่ต่างจากการวาร์ป รวมถึงเกราะและความยืดหยุ่นของข้อต่อก็มีประสิทธิภาพสูงกว่า ส่วนเครื่องเบต้านั้นออกแบบสำหรับสู้กับศัตรูจำนวนมากเช่นกันแต่เป็นระยะไกลจึงติดตั้งระบบบาเรียบิดผันแทน และเน้นพัฒนาในส่วนของเตาพลังงานกับระบบเซนเซอร์มากกว่า นอกจากนั้นแล้วก็เรียกได้ว่าไม่ต่างกัน จุดเด่นของทั้งคู่นี้ อย่างแรกคือระบบกราวิตี้คราฟท์ในตัว (ระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงแบบเดียวกับที่ใช้ในการทำให้ยานรบในโลกของรูเดียลอยตัวได้) ทำให้บูสเตอร์มีไว้เร่งความเร็วเท่านั้น อย่างต่อมาคือระบบซิงโครที่จะเชื่อมสมองของนักบินเข้ากับตัวเครื่องเพื่อเพิ่มอัตราตอบสนองอย่างมาก อีกยังเชิ่อมกับเครื่องแฝดเพื่อใช้ในการประสานงานได้โดยไม่ต้องอาศัยการสื่อสารใดๆ สุดท้ายคือระบบเตาพลังงานECRที่ให้พลังงานได้มากกว่าเตาปฏิกรณ์ปกติ แต่จุดเด่นจริงๆคือการที่สามารถแตกอนุภาคของพลังงานให้ทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆได้ทำให้พลังงานเหมือนจะเป็นอนันต์หากไม่ติดที่ว่ายิ่งพลังงานเหลือน้อยเท่าใดกระบวนการแตกตัวยิ่งทำได้ช้าลงเท่านั้น รวมถึงยังติดตัวส่งคลื่นพลังงานไว้สำหรับถ่ายเทพลังงานกับเครื่องแฝด ทำให้หากมีเครื่องใดเครื่องหนึ่งพลังงานยังเหลือมากอยู่ ต่อให้อีกเครื่องใช้จนแทบหมดก็ไม่ส่งผลเสียมากนัก ไม่ได้ติดตั้งอาวุธใดๆเพราะสร้างเสร็จไม่นานก็นำไปดัดแปลงทันที

ระบบพิเศษ
- Syncronity system
-Energy Cycle Reacter (E.C.R.)


Ex-OM -01H Hypnos

เครื่องที่ดัดแปลงมาจากลีเกี่ยนอัลฟ่า โดยจุดเด่นต่างๆเช่นพาราไดม์ชิฟท์ก็ยังอยู่ ที่เพิ่มมาคือได้รับการติดตั้งอาวุธสำหรับรบในระยะประชิดตัวเต็มอัตราศึกไม่ว่าจะเป็นหอกขนาดใหญ่ “Styx” ที่ติดตั้งบีมเซเบอร์และลูกซองเกรเนดไว้ภายใน อีกทั้งยังสามารถบีบอัดมิติเป็นคมดาบขนาดใหญ่ได้ นอกจากนั้นยังมีบัสเตอร์ซอร์ดขนาดใหญ่สองเล่มที่ฉาบบีมเพื่อเพิ่มพลังทำลายได้ กรงเล็บบีม"Cerberus"ตามตามนิ้วมือทั้งสิบ บีมเบลดที่ปลายเท้า บีมเซเบอร์มาตรฐานสองเล่ม ส่วนอาวุธระยะไกลคือ “Griffon” บิตรูปแบบคีมขนาดใหญ่ที่ยิงออกไปฉีกร่างศัตรูหรือใช้ยิงแบบบิตปกติได้อีกสองจุดแทนกระโปรงข้าง และแบ็คแพ็ค “Phantasm” ที่นอกจากจะใช้เป็นตัวกระจายคลื่นแจมเมอร์รบกวนสัญญาณอิเล็คทรอนิคแล้วยังสามารถดึงพลังงานมาสร้างปีกแสงขนาดใหญ่ได้ แถมยังยิงโฮมมิ่งเลเซอร์ออกมาจากปีกได้อีกด้วย นอกจากนี้ความสามารถของแจมเมอร์ยังสูงพอจะสร้างภาพติดตาพร้อมหลอกเรดาร์เพื่อเข้าไปเชือดศัตรูได้อีก จุดอ่อนของฮิปนอสคือขนาดตัวที่ใหญ่ถึง26เมตรทำให้การเข้าถึงพื้นที่บางจุดทำได้ยากเมื่อรวมกับปีกขนาดใหญ่ แต่ว่าก็แก้โดยการทำลายฝ่าไปเลย... พาราไดม์ชิฟท์ที่ไม่ใช่การวาร์ปแต่เป็นการเร่งอนุภาคด้วยความเร็วสูงทำให้หากบินไปชนอะไรก็ตามโดยเบรกไม่ทันขึ้นมาฮิปนอสเองจะมีโอกาสได้รับความเสียหายอย่างหนักเลยทีเดียวแถมยังสร้างภาระให้นักบินอีก อีกจุดอ่อนคือโฮมมิ่งเลเซอร์ที่ควรเป็นอาวุธระยะไกลที่มีประสิทธิภาพกลับมีพลังทำลายต่ำกว่าบีมไรเฟิลทั่วไปเสียอีก นักบินคือรูเดีย เจเนเซีย

ระบบพิเศษ
- Syncronity system
-Energy Cycle Reacter (E.C.R.)
-Paradigm Shift


Ex-OM -01T Thanatos

เครื่องที่ดัดแปลงมาจากลีเกี่ยนเบต้า โดยจุดเด่นต่างๆเช่นบาเรียบิดผันก็ยังอยู่ ที่เพิ่มมาคือได้รับการติดตั้งอาวุธสำหรับรบในระยะกลาง-ไกลเต็มพิกัด โดยอาวุธหลักคือปืนลันเชอร์คู่ “Tatarus” ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการยิงได้หลากหลายตามต้องการ โดยเฉพาะการประกอบเป็นปืนคู่เพื่อยิงกระสุนผ่ามิติที่พลังทำลายมหาศาลได้ อาวุธอื่นๆคือปืนสั้นคู่“Orthus”สองกระบอกโดยเก็บไว้ที่ซองบริเวณแขนแล้วใช้แทนบีมเซเบอร์ได้ พลาสม่าแคนน่อน“Chimera kai”ที่เอวสองข้าง  บีมแคนน่อนที่หัวเข่า บีมแกตลิ่งแฝดหกลำกล้องขนาดเล็กที่หลัง อาวุธหลักอีกอย่างคือ “Grave” บิตขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนโลงศพทั้งหกที่แพ็คหลังซึ่งสามารถปรับระดับตอนติดที่แขนกลด้านหลังได้อย่างอิสระทำให้ทานาทอสมีความคล่องตัวสูงมาก ส่วนตัวบิตนั้นนอกจากบีมไรเฟิลกำลังสูงแล้วยังเปิดคมบีมให้ใช้พุ่งเชือดแบบดาบได้ แถมยังบรรจุไมโครสปลิตมิสไซล์ไว้เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือโล่แรงโน้มถ่วงที่กางออกเป็นวงกว้างได้ทำให้ทานาทอสมีความสามารถในการป้องกันอยู่ในระดับสูง ส่วนหัวยังแก้ดีไซน์จากเดิมที่เหมือนกับฮิปนอสเป็นแบบเฉพาะตัวคือมีตาที่สามเป็นเซนเซอร์เสริมเวลาใช้เกรฟ จุดอ่อนคืออาวุธทั้งหมดนอกจากมิสไซล์เป็นอาวุธที่ใช้พลังงานแถมยังดึงมาจากเตาโดยตรง ทำให้แม้ว่าจะเร่งพลังทำลายรวมถึงยิงได้เรื่อยๆแต่กลับไม่สามารถใช้อาวุธทั้งหมดพร้อมกันอย่างต่อเนื่องได้ แถมด้วยความคล่องตัวที่สูงก็จริงเวลาที่ติดตั้งเกรฟไว้ที่หลัง แต่ยามปล่อยออกไปแล้วก็ไม่ต่างจากการเสียบูสเตอร์เสริมไปหกตัว ทำให้ความเร็วและความคล่องตัวตกลงพอควร และบาเรียติดตัวยังไม่ทรงพลังเท่าบาเรียที่เกรฟทั้งหมดด้วย ทำให้เมื่อเข้าสภาพโจมตีเต็มพิกัดแล้วความสามารถในการป้องกันตัวลดลงมากเลยทีเดียว

ระบบพิเศษ
- Full defense mode
- Syncronity system
- Energy Cycle Reacter (E.C.R.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2010, 02:24:29 AM โดย Replikia » บันทึกการเข้า

บล็อคของคนบ้าหาเรื่องใส่ตัว... แปลมันไปได้ไง(ฟระ....) http://replikia.exteen.com/
blackgetter
Art Lover
New Type Pilot
******
กระทู้: 858


black-getter@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 01:49:13 AM »

ยูนิท





ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ -  GSM-G-001 BLUE OGRE 青巨星(あおきょせい):อาโอเคียวเซย์

ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์(ไอเดียมาจาก แกรนซอน)
สี - น้ำเงินแซมๆสีเหลืองบ้าง.
H- 130 M.
W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกินเหตุคิดน้ำหนักไม่ไหว= ="

อาวุธ(คิดชื่อได้แค่บางอันนะครับ)
- บีมมือ ติดไว้ที่ผ่ามือเละหลังผ่ามือครับเป็นอาวุธที่พลังทำลายน้อยที่สุด(แต่ถ้าหุ่นตัวเล็กๆโดนทีเดียวก็ดับแล้ว)
- บีมแขน เป็นผลึกคริสตั้ลพลังงานที่ติดไว้ตรงส่วนแขนทั้ง2ข้าง ข้างซ้ายจะเป็นผลึกพลังงานธาตุสายฟ้า ข้างขวาจะเป็นผลึกพลังงานธาตุน้ำ
ปล่อยออกมาไม่เหมือนกัน(แต่สีตัวผลึกคริสตั้ลจะสีเหลืองทั้งคู่)
- ดาบไหล่ เป็นการดึงดาบทั้ง2อันที่ติดไว้ตรงไหล่มาไล่ฟันศัตรู(ไม่ยาวเท่าไหร่แต่ก็ใหญ่อยู่)
- ดาบ鬼帝の剣(คิเทย์ โนะ สึรุกิ):ดาบของจักพรรด์ยักษ์ เป็นการดึงดาบของมันที่เก็บไว้ในต่างมิติมาใช้นะครับ(เวลาใช้ก็ดึงมาจากช่อง มิติ)
ขนาดต่างกับอันแรกมากเพราะขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวหุ่นเลยทีเดียว(เอามา ฟันคงมันส์พิลึก)
- ไม้ตาย เป็นการเปิด"ดวงตาราชาปีศาจ""จำลอง"ที่หน้าอกออกมาแล้วรวมพลังกับพลังสายฟ้า และน้ำที่แขนทั้ง2ข้าง(กลายเป็นความืด:น้ำ:สายฟ้า)
กลายเป็นบอลพลังสีดำอันใหญ่มหึมาทำลายทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พลังทำลายก็แค่เป่าดาวที่เขาเคยอยู่หายไปรอบนึงเท่านั้นเอง=w=/

ท่าโจมตี
- ยิงบีมออกผ่ามือและหลังมือทั้ง2ข้าง
- ยิงลำแสงพลังน้ำจากหลังแขนขวา และสามารถเพิ่มอุณหภูมิจนกลายเป็นน้ำแข็งได้
- ยิงลำแสงพลังสายฟ้าจากหลังแขนซ้าย
- นำดาบไหล่ของข้างออกมาไล่ฟันศัตรู
- นำกำปั้นมาประกบกันโดยให้พลังสายฟ้าและน้ำปล่อยออกมาในรูปแบบการระเบิด(ง่ายๆก็เมย์โอ)รัศมี8ช่องรอบตัว
- ดึงดาบ鬼帝の剣ออกมาจากช่องว่างระหว่างมิติแล้วเอามาไล่ฟันศัตรู
- เปิดดวงตาจอมมารจำลองแล้วปล่องพลังงานมาที่鬼帝の剣เป็นการฉาบแบบบางๆไว้ที่ตัว ดาบซึ่งเพิ่มความคมและความยาวได้นิดหน่อย
(กลายเป็นดาบแห่งความมืดไป) และแน่นอน โจมตีแรงขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ
- "ฮาไคเท็นยามิมารุ" (บอลความมืดทลายสวรรค์)

พิเศษ
ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลาย เป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด
(แน่นอนมันจะโหดขึ้นกว่าเดิมเยอะ)
หน้าตาประมานนี้แลเวลาปลดลิมิต(เปลี่ยนแค่หน้า)

ประวัติ - เป็นหุ่นระดับทำลายดาวตัวแรกที่ถูกทำขึ้นมาในซีรียส์"ยักษ์"มีทั้งหมด4ตัวด้วยกัน แต่ที่พลังมากที่สุดจะเป็นตัวนี้เนื่องด้วยระบบพลังงาน
"ดวงตาจอมมารจำลอง"ทำให้หุ่นตัวนี้มีพลังมากที่สุด
แต่ขณะสร้างหุ่นตัวนี้ทำให้ลูกชายของริวต้องเสียชีวิตลง เนื่องจาก"ดวงตามารจอมมารจำลอง"นั้นยังไม่สมบูรณ์ทำให้ตัวหุ่นเกิดการระเบิดขึ้น
ในขณะที่ลูกชายของริวขึ้นขับทดสอบ
เขาจึงได้ตามหาดวงตาราชาปีศาจของจริงเพื่อนำพลังนั้นมาใช้(ว่ากันว่าพลังของๆแท้นั้นสามารถชุบชีวิตคนตายได้)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได(แล้วแต่ ถ้าหุ่นใหญ่หุ่นเล็กก็ต่างกันไป ถ้าพลังจิตเยอะไปขับหุ่นใหญ่ก็อาจจะสั้นแต่ถ้าเยอะแล้วขับหุ่นเล็กก็จะยาว)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยูนิท


ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ -  Rawdeather(อาจจะมีเปลี่ยนชื่อหุ่นภายหลัง) 赤鬼

ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์ขนาดใหญ่เทอะทะไม่มีข้อต่อเลยทั่วตัว(หัวกับตัวแยกจากกันนะ)
สี - แดงทั้งตัวอาจจะมีแซมเหลืองกับเขียวก็แล้วแต่ก็ว่ากันไป(คิดถึงเท็นเก็นท็อปปะกุเร็น-ลากันไว้ก็ได้)
H- 220 M.
W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกินเหตุคิดน้ำหนักไม่ไหว= ="(ก็อปอันเก่ามา)

อาวุธ
- มือเท้านี่ละครับเนื่องจากไม่มีข้อต่อเลยยืดยาวได้เยอะ
- ดาบยาวขนาดเกือบเท่าตัวหุ่น(นึกถึงคาตานะไว้)
- พลังเวทเพลิงที่มหาศาลจากพลังงานเวทของเรเมน

ประวัติ - เดิมเป็นหุ่นระดับ3(มี5ระดับสูงสุดคือระดับ5)ที่สืบทอดกันมาในตระกูลเอเพส รูปร่างปกติเวลาไม่ใช้งานจะเหมือนกับเทวรูปหรือดักแด่ของสิ่งมีชีวิต
หลังจากเรเมนได้หุ่นนี้มา เขาก็คิดไว้ว่าจะเอาหุ่นนี้เป็นสัญลักษน์ของสัณติภาพในการเจรจากับดาวอื่น
แต่หลังจาก"ราเซ็ท ไคเซอร์ เอเพส"ผู้นำตระกูลเอเพสประกาศสงครามกับดาวที่ริวมา เรเมนก็ได้คิดจะหนีมาอยู่กับพวกริวแต่โดน"ยูเซ็ท"
ร่างโคลนของเขาจับได้ซะก่อนและจับเขามาเป็นแก่นพลังงานร่างมนุษย์ของRawdeatherและโดนยึดหุ่นไป ตอนนี้จึงโดนขังอยู่ใจกลางหุ่น
และตัดขาดจากโลกภายนอกออกมาไม่ได้เลย สารอาหารจากการดำรงชีวิตของเรเมนจะมีท่อต่อเพื่อส่งสารอาหารไปหล่อเลี้ยร่างกายอยู่ภายใน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยูนิท


ไทป์ - SuperRobot
ชื่อ - DesFeiryto

ลักษณะ - ดังภาพ
สี - ดำทั้งตัวอาจจะมีแซมๆเหลืองแดงบ้างบางส่วน
H - 80 M.
W - อย่าให้คิดเลยครับ

อาวุธและท่าโจมตีต่างๆ

- มีดติดแขนแบบGetterอันเล็กๆที่ความคมพอๆกับดาวความถี่สูงของกายเวอร์
- ดาบ ยาวแบบถือจริงๆมันก็แบบเดียวกับอันบนนะละแต่ยาวขึ้นมาหน่อยแต่อันนี้ต้องกด ปุ่มตรงโคนดาบเอาถึงจะกลายเป็นดาบคามถี่สูง(คือแค่กดให้มันสั่นนะละ)
- เป็นปืนดาบติดแขนขวายิงได้และฟันได้แบบโปรวิเด้นกันดั้มของครูเซ่ (ดาบเปลี่ยนเป็นดีไซน์ตามภาพในหุ่นแล้วนะครับ)
- ปีก:เป็นการถ่ายพลังงานไปที่ปีกแล้วปล่อยพลังงานออกมาจากปีกแบบAstranagantแล้วบินเอาปีกไปชนตัวศัตรู
(นึกถึงสคันเดอร์คัตเตอร์เริงระบำของมาชินไคเซอร์ไว้แต่ให้คิดซะว่ามันเป็นปีกแสงของV2 Gundam)
- ขา:ถ่ายพลังงานไปที่ขาแล้วให้ปล่อยออกมาตรงน่องข้างๆแล้วพุ่งเข้าไปเตะแบบท่าสุดยอดของไดไรโอ(แต่ไม่จบด้วยกระโดดเตะลงมา)
- ขา:แบบด้านบนเปะแต่จะต่อด้วยต่อยด้วยแขน2ข้างแล้วเอาใบมีดที่แขนฟันไป2ทีจากนั้นเอาดาบความถี่ฟันอีก2ที(บนลงล่างแล้วฟันตัดลำตัว)
แล้ว เอาปืนดาบที่แขนขวาฟันอีก3ที(แบบฮาเปี่ยนในRockmanZero)แล้วเอาแขนข้างที่มี ปืนดาบต่อยอัดแบบตุ้ยท้องแล้วยิงอัดตรงให้ศัตรูลอยขึ้นในกลางอากาศ
(หรือ ให้อยู่เหนือเราถ้ากลางอวกาศ)แล้วเอาปีกแสงบินตีเป็นวงกลม(แบบจีคในKตอนใช้ มัคดริล)แล้วใช้ท่าเตะอีก1ชุดโดยเตะแบบรัวๆ(แบบไกคิงเปิดหน้าในK)แล้วพอ ครั้งสุดท้ายก็แตะแบบล่างขึ้นบนให้พุ้งขึ้นไปสูงกว่าเดิมจากนั้นก็จบด้วยท่า ถีบลงมาแบบอินาสุม่าคิกเป็นอันจบ
- Royel Destroyer คิดซะว่ามันคืออินฟินิตี้ไซลินเดอร์ละกันแต่อณุภาพแรงกว่า(ทำลายดาวได้)

ประวัติ - เป็นหุ่นเก่าของจักรวรรดิ์เก่าแก่แห่งหนึึ่ง เป็นหุ่นตัวแรกๆที่นำวิทยาการของ"ดวงตาจอมมาร"มาใช้ ไม่ใช่หุ่นประจำตัวของกาดิลอย์ดแต่เนื่องจากสถานะการฉุกเฉิน
ไม่สามารถไปเอาหุ่นประจำตัวได้ทันจึงขับหุ่นตัวนี้หนีมา(มีระบบโคลทสลีปด้วย)

อื่นๆ - ตัวหุ่นนนั้นมีระบบสร้างแรงโน้มถ่วงเทียมขนาดย่อมๆติดอยู่ เวลาลงจอดกับพื้นจะได้ไม่หัวทิ่ม(เห็นขาคงรู้นะ) ในการบังคับหุ่นนั้นจะเป็นแบบไลน์บาเรล
คือ คนขับกับหุ่น มองเห็นเป็นตาเดียวกัน(แต่ก็มีมอนิเตอร์อย่ข้างในนะ)แล้วระบบประสาทของหุ่นกับคนขับจะเชื่อมต่อกันทั้งหมดโดยที่แค่นึกก็ขยับตาม
(ในค็อกพิทคนขับก็แค่นั่งอยู่เฉยๆแล้วก็แหกปากพูดกับคนที่สื่อสารอยู่หรือไม่ก็นอนอืดอยู่เฉยๆก็ได้)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยูนิท


ไทป์ - SuperRobot

ชื่อ -  GS-CH-004 Hattori (ฮัตโตริ)

ลักษณะ – หุ่นรูปทรงมนุษย์แบบนินจา

สี – ดำๆม่วงๆออกแนวทะมึนๆ

H- 40 M.

W- คิดไม่ออกครับใหญ่เกิน

อาวุธ
- ใบมีดความถี่สูงที่มือขวา(ไม่สามารถยืดได้)
- กรงเล็บที่มือซ้าย สามารถยิงออกไปแล้วยึดจับแบบโวลฟ็อกซ์ได้(เอาไว้เสียบแล้วลากเข้ามาฟัน)
- มีดคุไนที่ขามี2เล่ม(สำรองอีก2เล่ม)
- ดาวกระจายฟูมะที่หลัง1อัน(วิธีใช้จะแบบนารุโตะคือหมุนลื่อนออกมาจาก2แฉกเป็น4)
- ดาวกระจายที่ไหล่18อัน
- ดาบคาตานะยาว1เล่มเก็บไว้ตรงหลังไว้ยามฉุกเฉินไม่ค่อยนำออกมาใช้(ในภาพก็ลืมวาดด้วย=w=”)
http://www.pocketonline.net/g2engine/d/92288-1/Hatori___________.jpg
ดาบเก็บไว้แบบในภาพ

ท่าโจมตี
พลิกแพลงเอาแล้วแต่สถานการณ์


ประวัติ – เป็นหุ่นแนวลอบสังหารตัวแรกขององกรณ์ ถึงตัวจะใหญ่แต่ด้วยความที่เจ้าตัวคนขับมีพลังจิตไซโคคิเนซิส
และตัวหุ่นนั้นมีอุปกรณ์ต่อต้านแรงโน้มถ่วง เวลาเดินปกติจะเหมือนเดินแต่จริงๆจะลอยตัวไว้ให้เหนือพื้นเล็กน้อย(ประมาน2เมตร)
เวลาเดินจึงแทบจะไม่มีเสียงเลยยกเว้นจะกระทืบเท้าแรงๆจึงจะมี เสียงเล็กน้อย ตัวสีของหุ่นเป็นโทนสีดำๆม่วงๆและตัวหุ่นนั้นมีระบบหักเหแสงแบบมิราจคอลลอย์
จึงหายตัวได้ชั่วขนะ(ถ้ามองดีๆก็มองเห็นว่ามันมัวๆ)
มีวิธีพรางตัวอีกแบบคือ ม่านควัน ตรงที่ยื้นๆออกมาข้างๆไหล่ที่เหมือนช่องระบ่ายอากาศนั้น
ส่วนวิธีบังคับใช้วิธีการขยับแล้วหุ่นขยับตามแบบGกันดั้มมักใช้ในการต่อสู้
มีระบบสำรองคือบังคับแบบอนาล็อก คือการบังคับแบบกันดั้มทั่วไป มักใช้เวลาออกตัวส่งตัวและเดินทางไกลๆหรือภาระกิจที่ไม่ต้องขยับอะไรมาก

พิเศษ
-ตัวผ้าคลุมข้างหลังตัวหุ่นนั้นสามารถสะท้อนบีมที่มีอนุภาพไม่รุนแรง(ประมานของกันดั้ม)และกระสุนปืนที่อณุภาคการทำลายไม่สูงได้
แต่ ไม่สามารถสะท้อนบีมแรงๆได้(ชนิดทวินเซ็นเทอร์ไลท์แคนน้อนงี้)แต่สามารถทนได้ โดยที่ตัวผ้าคลุมไม่เป็นไร(แต่สีตกและความทนทานจะลดน้อยลง)
-ตัวหุ่นสามรถปลดเกราะออกมาแบบท่าจั๊กจั่นลอกคราบได้(ประมานเวอร์ธัวร์ปลดเกราะออกมา เป็นนาดเลห์)
-ระบบBerserker Mode เป็นการปลดปล่อยพลังงานของหุ่นจากที่เดินเครื่องปกติด้วยพลังงาน50%ตลอดกลาย เป็น120%เป็นการปลดลิมิตทุกอย่างของตัวหุ่นออกทั้งหมด(สำหรับฮัตโตริก็แค่ทำให้ความเร็วเละความรุนแรงเร็วขึ้น)

อื่นๆ - ผมที่หลังหุ่นแสดงถึงพลังจิตของคนขับมีมากเท่าได
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 23, 2011, 03:14:20 PM โดย blackgetter » บันทึกการเข้า

สาวก JAM Project!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
Busterwolf
Police Cyborg
Legendary Pilot
*
กระทู้: 1855


Test Type

koh_dojinshi@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 01:03:57 PM »


ยูนืท
L-AS 01 (Lunar Assault Strike)
สูง - 17.5 เมตร
หนัก ???
ลักษณะหุ่นจะคล้ายกับฮิเคไบน์ รูปร่างเป็นมนุษย์ผู้หญิง และมีอาวุธแบบคาตาร์มาติดที่แขน เคลื่อนที่ในระยะประชิดได้ดี
อาวุธ
Beamgun - อาวุธโจมตีระยะกลางและไกลเพียงอันเดียวของหุ่น
Assault Katar - มีดที่ติดอยู่กับแขนทั้งสองข้างใช้เป็นอาวุธหลักในการเข้าโจมตีระยะประชิด พับเก็บได้
Wolf Fang - เมื่อพับเก็บจะสามารถใช้ส่วนที่พับเก็บ โจมตีได้แบบใช้หมัดต่อย
Buster Ilussion - เคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แล้วใช้Assault Katarโจมตีอย่างรวดเร็วพร้อมกับเคลื่อนที่โดยรอบ จนเก็นเป้นหลายร่าง
อื่นๆ

 เนื่องจากเป็นหุ่นรุ่นทดสอบ จึงไม่ได้ติดอุปกรณ์ต่างๆลงไปได้ แต่จะมีระบบออโต้กับแมลน่วล้ ทำให้สามารถเคลื่อนทีและโจมตี่ได้อย่างคล่องแคล่วตามความสามารถของคนขับ แต่ร่างกายของนักบินก็ต้องรับภาระมาก เนื่องจากไม่ใช่หุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสู้รบโดยเฉพาะ และเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถเคลื่อนที่ในระยะไกลๆได้ จึงเป็นจุดอ่อน แต่ในระยะประชิดจะเคลื่อนไหวเร็วมาก เพราะอาศัยการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ในระยะสั้น ทำให้พุ่งจู่โจมได้เร็วมาก แต่บอดี้ของL-AS จะบางและเบา เพื่อให้หุ่นมีน้ำหนักเบา เพื่อให้เคลื่อนไหวในระยะประชิดได้เร็วด้วย
..............................................
ยูนิทของมายะ Type-Real Robot
Kurenai 紅
สูง - 22.5 เมตร
หนัก - ???
ลักษณะหุ่นจะคล้ายๆกับนักรบซามุไร แขนและขาจะมีพาร์ทยื่นออกมาคล้ายกับสนับแขนและขา เป็นหุ่นที่สู้ระยะประชิดเป็นหลัก
อาวุธ
ดาบคาตานะ ยาว25เมตร1เล่ม ไว้เป้นอาวุธหลักในการโจมตี
ดาบคาตานะอีก6เล่มที่เหลือจะเก็บไว้ที่พาร์ทแขนและขาอย่างละเล่ม รวม4เล่ม และด้านหลังอีก2เล่ม ซึ่งยาวไม่เท่าดาบหลัก
ท่าที่ใช้
ประกายแสง - โจมตีโดยการใช้คาตานะ25เมตรฟาดไปที่เป้าหมายแบบฟันเสยขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซากุระโรย - เป็นการโจมตีด้วยการแทงอย่างรวดเร็วไปยังเป้าหมาย
ดาบผ่าจันทรา - วาดดาบขึ้นกลางศรีษะ แลัวฟันลงมาที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว
บัตโต - เก็บดาบเข้าฝักแล้วก็ชักดาบออกมาโจมตีอย่างรวดเร็ว
ซัจเคน - ใช้ดาบทั้ง6เล่มพุ่งใส่อย่างรวดเร็ว แล้วใช้ดาบทั้ง6ตรึงร่างศัตรูไว้ จากนั้นก็ใช้คาตานะโจมตีปิดท้ายอีกที (ท่าที่ใช้พลังจิต)
 เป็นหุ่นที่ผลิตมาเป็นเพอรโซนัลทรูเปอร์ มายะขับได้คนเดียวเท่านั้น สเปกหุ่นโดยรวมจะเคลื่อนไหวอาจไม่เร็วมากแต่้คล่องตัว เหมาะกับการใช้งานบนพื้นโลกและอวกาศ เพราะมีบูตเตอร์ขนาดใหญ่ในการขับเคลื่อน
 การโจมตีด้วยดาบขนาด25เมตรอาจจะทำให้ช้า จึงติดกระสุนไว้ยิงเพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตี ตรงนี้มายะอาจจะพลิกแพลงการโจมตีได้หลายรูปแบบ จับทางได้ลำบาก
ช่วงหลังหุ่นจะสามารปลดOver Break ทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น และสามารถใช้ซัจเคนได้
แล้วจะมาเพิ่มเติมที่หลังครับ

* รอแก้ไขและอัพเดทข้อมูลหุ่นใหม่
บันทึกการเข้า

LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 02:46:23 PM »

PROJECT DIMENSION~The Endless Enigma~

DSX-XTA-1-Ver-F SOLNON-XAVIER โซลน่อนเซเวียร์ VER-F(VERSION FIRINA CUSTOM)


โซลน่อลเซเวียร์
สูง24.7 เมตร
หนัก 55 ตัน
อาวุธ
1.BEAM VULCAN 1-2 ที่ส่วนหัวและบอดี้
2.ARC CALIBUR RIFLE MODE 3-6 อาวุธรูปแบบดาบ ติดอยู่ที่เอวทั้งสองข้าง แปลงสภาพเป็นรูปแบบ ไรเฟิลสำหรับจู่โจมระยะไกล
3.ARC CALIBUR SWORD MODE 1-3 รูปแบบดาบคู่ ใช้ผสานกันในการจู่โจมระยะประชิดทั้งดาบซ้ายขวา
4.ARC CALIBUR GRAND MODE 1-5 ประกอบ ดาบสองเล่มด้วยกันเป็นดาบขนาดใหญ่ โถมเข้าจู่โจมในระยะประชิดฟัน3ครั้ง  แล้วแทงทะลวง สุดท้ายแยกเป็น2ดาบฟันซ้ำ ทะลุไปข้างหลังเก็บดาบ
5.ARC CALIBUR COMBINATION RAID 1-4 ท่าไม้ตายที่ได้มาจากการฝึกกับเอ็กซ์
6.ADAMON RAISER 2-8 อาวุธรูปแบบซอร์ดบิทที่จะได้ทั้งยิงและกระแทกในระยะประชิด มีทั้งหมด6ชิ้น
7.DIMENSION DAYBREAK 1-2 เดินเครื่องระบบไดเมนชั่นสเฟียร์ เต็ม100% เปิดมิติวาร์ปเข้าจู่โจมโดยอาร์ค คาลิเบอร์ แบบปืนยิงกระหน่ำ โดยยิงผ่านมิติช่องวาร์ปไปทะลุโดนศัตรูโดยเปิดช่องว่างมิติที่ศัตรู พร้อมประกอบอาร์ค คาลิเบอร์2เล่มเป็นGRAND CALIBURพุ่งเข้ามาทะลวงศัตรูพร้อมกันนั้นจะลากดันศัตรูเข้าไปถึงประตูมิติที่เปิดเตรียมพร้อมไว้ด้านหลัง ปรับแกรนด์ คาลิเบอร์เป็นแบบไรเฟิล ยิงอัดเข้าไปในช่องว่างมิติแล้วกลับเป็นแบบดาบฟันประตูมิติจนแตกละเอียด พร้อมกับพาดแกรนคาลิเบอร์ไว้ที่ไหล่
8.DIMENSION DAYBREAK FINAL IMPACT ปลดลิมิตเตอร์ของไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้ เดินพลังถึง200% หน้าจอระบบจะขึ้นว่าLIMIT OVER BURST∞ LEVEL และตัวCOUNT เวลาจะเริ่มนับถอยหลัง ตั้งแต่ 180.543วินาทีลงมา โดยเมื่อระบบทำงานโซลจะทำการ Syncronity Revive กับไกด์โดยผมและสีตาของไกด์จะเปลี่ยนเป็นสีเงินบริสุทธิ์ และไกด์จะทำการมองอนาคตการโจมตีทั้งหมดเป็นแพทเทิร์นออกมาพร้อมกับหลับตา และโซลน่อลเซเวียร์จะกางปีกสีรุ้งขนาดใหญ่ออกมาจากด้านหลัง พร้อมกับบริเวณช่วงข้อต่อทั้งหมดจะปล่อยพลังงานสีรุ้งเป็นละอองไอออกมาตลอด อาร์คคาลิเบอร์เองก็จะปลดระดับเข้าสู่อิคนิชั่นโหมดและจะอาบใบดาบด้วยพลังงานไดเมนชั่นจนกลายเป็นสีรุ้ง ไกด์จะลืมตาขึ้นมาพร้อมกันนั้นโซลน่อลเซเวียร์จะกระชับอาร์คคาลิเบอร์ทั้งสองเล่มพุ่งเข้าหาศัตรู เมื่อพุ่งเข้ามาถึงจะใช้อาร์คคาลิเบอร์จะถูกฟาดฟันเข้าใส่ศัตรูจนนับครั้งไม่ถ้วน ในขณะที่ฟาดฟันเกจลิมิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับ LIMIT REACH MAX LEVEL SYSTEM HYPER BURST START ON TIME SET 62.435วินาที แล้วขณะนั้นโซลน่อลเซเวียร์จะเร่งความเร็วจนสุด ทำให้เห็นร่างของโซลน่อลเซเวียร์นับไม่ถ้วนในสภาพถือแกรนด์ คาลิเบอร์อิคนิชั่นฟอร์ม พุ่งเข้าฟันศัตรูทุกทิศทางต่อเนื่องจนเวลาเหลือเพียง16.595 วินาทีร่างเงานั้นจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและพุ่งเข้าฟาดแกรนด์คาลิเบอร์เข้าเสียบศัตรูตรงๆ จากนั้นจะตัดเข้ามาในค็อกพิทเล็กน้อย จะมีเสียงของโซลพูดว่า "Time limit 15.014 ค่ะ" ไกด์จะพยักหน้ารับ
แล้วโซลน่อลเซเวียร์จะสลัดใบดาบแกรนด์คาลิเบอร์ให้ติดอยู่กับตัวศัตรูแล้วถอยออกมาตั้งระยะ ใบดาบที่ติดอยู่จะปล่อยพลังงานไดเมนชั่นออกมาเป็นผลึกพลังงานห่อหุ้มศัตรู โซลจะบอกว่า "ไฟนัล ซีเคว้นซ์ ฟินิชชิ่ง ไทม์ลิมิต ตอนนี้ล่ะค่ะ มาสเตอร์" ไกด์จะตะโกนออกมาว่า"จบกันแค่นี้ล่ะ เอาไปเลย!" แกรนด์คาลิเบอร์ที่มีแค่ตัวดาบจะสร้างดาบพลังงานสีรุ้งขนาดใหญ่ออกมา และโซลน่อลเซเวียร์จะฟาดดาบนั้นตัดศัตรูที่อยู่ในผลึกจนขาดเป็นสองเสี่ยง หลังจากฟาดฟันศัตรูระเบิดไปแล้ว จะตัดไปที่โซลน่อลเซเวียร์ปักดาบลงกับพื้นพร้อมกับซูมไปต่อที่ค็อกพิท จะขึ้นว่า LIMIT OVER SYSTEM TURN OFF และไกด์ที่ลืมตามองแรงระเบิดนั้นก็จะยิ้มเท่ห์ๆ ก่อนจะหลับตาลง พร้อมกับพูดว่า "สำเร็จแล้วนะ โซล" ซึ่งโซลปรากฎตัวและตอบกลับมาว่า "ค่ะ" และไกด์จะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมผมและสีตาที่กลับเป็นปกติ
9.CROSS HEART DIMENSION 1-3 ท่าประสาน หลังเดินพลังเป็น200%เปลี่ยนชื่อเป็น CROSS HEART DIMENSION ETERNAL ท่าประสานของโซลน่อนเซเวียร์+ฟาเรนชูไวส์ โดยเริ่มต้นโดยการเดินระบบCROSS LINK SYSTEM โดยโซลจะปล่อยอดาม่อนไรเซอร์ออกไปหาเป้าหมายพร้อมพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยทันที ในขณะที่ฟาเรนจะยิง ไดเมนชั่นไรเฟิล ซัพพอร์ตจากระยะไกลโดยยิงบีบเส้นทางการหลบหลีกของศัตรู พร้อมปล่อย ALEXNI FIN ไปเข้าหาศัตรูและโจมตีโดยการยิงจากระยะไกล แล้วอดาม่อนไรเซอร์จะพุ่งเข้าแทงร่างศัตรูจากทุกทิศทาง พร้อมกับที่แทง โซลจะเข้าฟันด้วยอาร์คคาลิเบอร์อย่างต่อเนื่องทันที5ครั้ง และและประกอบเป็นแกรนคาลิเบอร์ ฟันลากขึ้นฟ้าอีกครั้ง ที่จุดนัดพบหน้าปากกระบอกอเล็กดีไซเดอร์ของฟาเรน โซลจะถอนดาบและของทั้งหมดออกทันที ฟาเรนจะยิงอเล็กดีไซเดอร์อัดศัตรูแบบเผาขนทันที ศัตรูจะระเบิดพร้อมกับการมองดูของหุ่นทั้งสอง และฟิริน่าก็จะหันมายิ้มให้ไกด์ ในขณะที่ไกด์ก็ยิ้มตอบไปเช่นกัน กรณีปลดลิมิตเตอร์เช่นกัน จะคล้ายเดิมหมด เปลี่ยนแค่โซลน่อลเซเวียร์จะใช้แกรนคาลิเบอร์โหมดอิกนิชั่นอย่างเดียวไม่แยก2ดาบและฟาเรนยิงปืนแบบการ์ดแอคซิส อเล็กดีไซด์เดอร์แทน ละทั้งโซลและฟาเรนจะอยู่ในสภาพ กางปีกพลังงานไดเมนชั่นอยู่

-สุดยอดหุ่นยนต์รบต้นแบบตัวแรกของโปรเจ็ค DI.S.E. ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ สร้างจากโลหะโซลไดร์ฟราเที่ยม และเตาพลังงานไดเมนชั่นสเฟียร์ โซลน่อลเซเวียร์มีอาวุธจู่โจมระยะประชิดเป็นส่วนใหญ่  โดยอาวุธหลักคือ AXT-W01 ARC CALIBUR อาวุธรูปแบบดาบที่สามารถแปลงเป็นปืนได้ด้วยจำนวน2เล่ม และยังสามารถมาประกอบกันเป็นดาบเล่มเดียวกันได้ด้วยเรียกว่าGRAND CALIBUR โดยอาวุธนี้ติดตั้งไว้ที่เอวทั้ง2ข้าง ดาบนี้ติดตั้งBARIA BREAKERสำหรับทำลายบาเรียทุกชนิดเอาไว้ นอกจากนี้ดาบคู่นี้ยังมีโหมดเสริมกำลังคืออิกนิชั่นโหมดที่จะเพิ่มกำลังของดาบและความเร็วของดาบให้มากยิ่งขึ้นไปอีก และใบดาบจะเปลี่ยนเป็นคริสตัลสีรุ้งที่สวยงามแทน และที่ปีกด้านหลังยังติดตั้ง ADW-01 ADAMON RAISER เป็นบิทพ็อด รูปแบบดาบด้านละ3ชิ้น โดยสามารถจู่โจมในระยะไกลและใช้สร้างสนามบาเรียได้ นอกจากนี้ที่คอร์ของพลังงานไดเมนชั่นของโซลน่อลเวียร์ยังได้บรรจุเอาGolden-KEY กุญแจทองคำปริศนาที่ซ่อนเอาความรู้และวิทยการต่างจากอดีตรวมไปถึงOver-Technology เอาไว้ด้วย  ภายหลังจากสงครามที่L-1 โซลน่อลเซเวียร์ได้ทำการปรับปรุงครั้งหนึ่งโดยฟิริน่า และลูน่า โดยถอดเอามิซไซล์ลันเชอร์ที่แขนออก แล้วติดตั้งเกรฟเบลดที่เป็นดาบคลื่นพลังงานไว้แทน เมื่อใช้งานจะเป็นดาบติดมือทั้งสองข้าง และปรับเปลี่ยนทรัสเตอร์ต่างๆให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเพื่อให้สามารถต่อสู้ในระยะประชิดได้สูง และยังทำการดัดแปลงอร์คคาลิเบอร์ให้สามารถยิงต่อเนื่องได้ด้วยความเร็วที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มบีมเบลดติดไว้ที่เอวข้างๆอาร์คคาลิเบอร์ที่ข้างละ1ด้าม เพื่อปิดจุดอ่อนที่มีอาวุธหลักแค่ชิ้นเดียวโดยเป็นไอเดียของลูน่า นอกจากนี้ฟิริน่ายังได้เริ่มที่จะประดิษฐ์ยูนิทไฟว์ออฟซอร์ดเพื่อเสริมความสามารถให้กับโซลน่อลเซเวียร์

ระบบพิเศษของโซลน่อลเซเวียร์
1.-DIMENSION SPHERE ENERGY ระบบพลังงานหลักของโซลน่อลเซเวียร์ ที่มีระดับพลังงานในระดับเป็นอนันต์ สามารถสร้างพลังงานให้กับหุ่นรบได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงช่วยให้สามารถเปิด-ปิด-ทำลายประตูเชื่อมมิติ เคลื่อนไหวผ่านช่องว่างมิติได้ทั้งในระยะสั้นหรือระยะยาวได้เพื่อย่นระยะในการเดินทางหรือข้ามมิติได้ ช่วยให้สามารถทำการโฟลดิ้งวาร์ปหลบหลีกในระยะสั้นๆได้ด้วย และสามารถสร้างบาเรียไดเมนชันที่ให้ผลในรูปแบบดูดกลืนพลังงาน ป้องกันพลังงาน สะท้อนพลังงาน ในรูปแบบต่างๆได้ ระบบพลังงานนี้ยังตอบสนองต่อความรู้สึกของนักบินคือ ยิ่งนักบินมีพลังความรู้สึกมากเพียงใดก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นตามความรู้สึกนั้น นอกจากนี้เมื่อทำการเข้าโหมดเพิ่มกำลังBurst พลังงานที่กระจายออกจะส่งผลรบกวนยูนิตศัตรู ทำให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวลดลงได้ด้วย
2.-DIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE เครื่องยนต์ที่รองรับการใช้พลังงานไดเมนชั่น เพื่อช่วยให้สามารถเดินทางข้ามมิติได้ นอกจากนี้ยังรองรับการจ่ายพลังงานของเตาพลังงานไดเมนชั่นรุ่นแรกที่มีความเข้มข้นสูงได้ด้วยประสิทธิภาพที่น่าพอใจ ซึ่งผลที่ค้นคว้าเพิ่มเติมในตอนหลังคือสามารถใช้เดินทางข้ามห้วงเวลาได้
3.-Orion System Feedback (OSF) ระบบซัพพอร์ตนักบินที่จะทำให้นักบินมีความสามารถสูงขึ้นทั้งในด้านสมอง กำลังกาย จิตใจ เพราะกระตุ้นนักบินที่มียีนAM-C-TYPE-EX ให้ตอบสนองกับการควบคุมได้สูงขึ้น เพื่อตอบสนองความสามารถของDIMENSION SPHERE ENERGY
4.-Ignition Mode (IM) ระบบเพิ่มกำลังของอาร์คคาลิเบอร์ที่จะเพิ่มใบดาบใหม่ขึ้นมาอีกชั้นเป็นใบดาบสีรุ้งที่มีความยาวมากขึ้น ความสามารถในการทะลุทะลวงสูงขึ้น ความคมของดาบก็จะสูงขึ้นกว่าปกติรยะเวลาหนึ่ง โดยระยะเวลาอิคนิชั่นนั้นจะเท่ากับระยะเวลาของเบิร์สโหมดของโซลน่อลเซเวียร์
5.-Helping Elves System (HES) ระบบซัพพอร์ตนักบินของหุ่นในโปรเจคไดเมนชั่นรุ่นต้นแบบทุกครื่อง มีความคิดความต้องการเป็นขงตนเอง สำหรับโซลน่อลเซเวียร์ก็คือ
โซล (SOL)
ชื่อจริง เดิม ชีน่า อันลิมิต
ชื่อจริง ปัจจุบัน โซลเรียน่า อันลิมิต
เฮลฟิ่งเอลฟ์ประจำเครื่องโซลน่อล เซเวียร์ มีร่างจริงๆที่สามารถจับต้องได้และร่างเสมือนโฮโลแกรม สามารถติดต่อกับไกด์ซึ่งเป็นไพล็อตประจำเครื่องได้ผ่านทางจิต และสามารถติดตามไกด์ไปได้ทุกที่ ได้อุปนิสัย น่ารัก อ่อนโยน สนุกสนาน มองโลกในแง่ดี เป็นห่วงมาสเตอร์ของเธอมากเสมอ ใสซื่อบริสุทธิ์ รักการทานของหวานเป็นชีวิตจิตใจดังนั้นเมื่อพบโซลก็จะเจอของหวานต่างๆมากมาย รอบๆตัวเธอ โซลมีความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์และคาดคำนวนเหตุการณ์ต่างๆล่วงหน้าสูงมากเมื่อเธอเอาจริง(จริงๆแล้วเธอก็ไม่เคยเอาจริงซักที) โซลสามารถใช้ความสามารถซิงโครกับไกด์ได้ซึ่งเมื่อใช้แล้วความสามารถของโซลจะกลายเป็นของไกด์ทั้งหมด ทำให้ไกด์สามารถอ่านการโจมตีรวมไปถึงประเมินการโจมตีออกล่วงหน้าได้ และในการทำเบิร์สโหมดแม้จะเป็นเพียงแค่เวลาเล็กน้อยก็ทำให้ไกด์มองเห็นอนาคตได้ทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ไกด์สามารถเลือกการกระทำได้เพื่อป้องกันความผิดพลาดได้ ว่ากันว่านี่เป็นเพียงความสามารถพื้นฐานของโซลเท่านั้น.. โซลและโซลน่อลเซเวียร์เชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกันดังนั้นเมื่อโซลน่อลเซเวียร์ได้รับความเสียหายแบบรุนแรงโซลเองก็จะได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน รูปร่างของโซลเป็นสาวน้อยผมยาวสีชมพู ตาสีฟ้า ส่วนชุดนั้นปกติเป็นลักษณะเสื้อคลุมสีขาวแต่เธอเปลี่ยนชุดทุกตอน ขนาดหน้าอกEคัพ สำหรับโซลแล้วนอกจากไกด์ที่เป็นมาสเตอร์เป็นคนใจดีและมักเป็นห่วงเธอเสมอ ซึ่งมันผิดจากที่เธอได้รับคำสอนมาว่าต้องทำการรับใช้มาสเตอร์ด้วยชีวิต ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าใครสอนเธอมาแบบนี้เพราะจำไม่ได้แล้ว แต่จากการที่ได้ไกด์เป็นมาสเตอร์เธอจึงไม่คิดเชื่อคำสอนนี้อีกต่อไป เพราะไกด์ไม่เคยเห็นเธอเป็นคนรับใช้ เขาเห็นเธอเป็นเพื่อน น้องสาว และคู่หู ที่เขาต้องเป็นห่วง ดังนั้นเธอจึงค่อยๆเรียนรู้เรื่องต่างๆและความรู้สึกที่เธอมีกับไกด์ว่าจริงๆแล้วเธอรู้สึกเช่นไรกับเขามันจะเป็น....รึเปล่านะ ดังนั้นเธอจึงมีการแอบมองสาวๆที่มารอบๆกายไกด์เป็นคู่แข่งของเธอบ้าง ถ้าเรียงตามลำดับเฮลฟิ่งก์เอลฟ์ทั้งหมด โซลจะเป็นน้องคนสุดท้อง
6.LIMIT-OVER BURST MODE (LBM) ระบบเร่งพลังงานเกินขีดกำจัด100%ของโซลน่อลเซเวียร์ โดยจะทำงานโดยการปลดโค้ด "verhindern"พลังงานสีรุ้งมหาศาลจะเปล่งประกายจากท่อพลังงานทั้งหมดออกสู่ภายนอกทั้งหมด ซึ่งจะเหมือนกับโซลน่อนเซเวียร์เปล่งประกายและมีแสงสีรุ้งคล้ายปีกขนาดใหญ่ออกมาทางด้านหลัง อาเทน่าที่ส่วนหัวจะปรับหมุนลงมาตั้งตรง สีของส่วนอายส์จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส่วนไหล่จะทำการขยับยกขึ้นเล็กน้อย และส่วนของหัวเข่าจะเลื่อนลงมาอีกเล็กน้อยเมื่อใช้งานโหมดนี้ความสามารถของโซลน่อลเซเวียร์จะสูงขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ความเร็ว พลังโจมตี อาร์คคาลิเบอร์ก็จะพิ่มความสามารถขึ้นมาด้วย และจะเกิดลังงานแรงสูงของพลังงานไดเมนชั่นขึ้นรอบตัวโซลน่อลเซเวียร์ที่จะสามารถใช้เข้าพุ่งกระแทกเพื่อสร้างความเสียหายหรือป้องกันศัตรูเข้าใกล้ได้ แต่จะสามารถอยู่ในโหมดนี้ได้เพียง17.745นาทีเท่านั้น และหลังจากนี้ค่าพลังงานจะตกลงเหลือเพียงแค่30%ของปกติเท่านั้น
7.LIMIT-OVER-HYPER BURST MODE (LHBM)ระบบเร่งพลังงานสูงสุดของโซลน่อลเซเวียร์ สีของรูปแบบพลังงานจะกลายเป็นสีขาวพร้อมปีกพลังงานขนาดยักษ์ เมื่อใช้งานทั้งไดและโซลจะทำการซิงโครรีไวซ์ที่จะทำให้ผมและสีตาของไกด์เปลี่ยนเป็นสีเงินบริสุทธิ์ ซึ่งจะชวยให้ไกด์มองภาพอนาคตการโจมตีทั้งหมดออกมา และก่อนเริ่มทำการโจมตีจะมีเกจลิมิตปรากฏบนคอนโซลและจะค่อยเพิ่มขึ้น ความเร็วของโหมดนี้สูงมากจนไม่มีเรดาห์ใดจับได้ และทำให้ราวกับว่าโซลน่อลสามารถแยกร่างโจมตีได้ ส่วนพลังโจมตีทำลายนั้นก็รุนแรงมากถึงขนาดที่ว่าแค่เริ่มใช้งานรัศมีทำลายก็แผ่กว้างไปรอบตัวแล้ว ระบบนี้มีขีดจำกัดที่62.435 วินาทีเท่านั้น

2.DSX-XSA-1 FAHREN SCHUWISE ฟาเรน ชูไวส์
MODEL CONCEPT แองเจิ้ลลุก+ไวน์สลิตเตอร์ ใช้ไวน์สลิตเตอร์เป็นหลัก โทนสีขาว+ฟ้า
สูง23.6 เมตร
หนัก53.4ตัน
อาวุธ
1.BEAM VULCAN 1-2
2.ARM BEAM ARROW LANCHER 1-3 บีมรูปแบบลูกศรยิงจากช่องที่มือ
3.SCHUWISE RAPIER 1-3 ดาบเรเปียของฟาเรน ชูไวส์ ดึงออกมาจากเอว เป็นตัวดาบและบีมได้ทั้ง2รูปแบบ
4.ALEXNI FIN1-8 ปล่อยฟินออกจากปีกด้านหลัง ไปโจมตีศัตรูในระยะไกล โดนฟินรูปร่างเหมือนแฟรี่ของเอกซาแลนซ์ คอสโมไดรฟ์เวอร์ แต่สีขาว
5.DIMENSION RIFLE 1-6 รับไดเมนชั่นไรเฟิลจาก ซุพีเรีย แล้วยิงจู่โจม5นัด (ปืนแบบเรลกันของเซอบิรัส)
6.ALEXDECIDER FULL BURST 1-8 เดินเครื่องไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้เต็มกำลัง ยานรบสนับสนุนสุพีเรียแปลงร่างเป็นปืนใหญ่ อเล็กดิไซด์เดอร์ ยิงอัดประตูมิติ ไปโผล่อัดศัตรูอีกทีนึง ปืนใหญ่แบบของเบลเซรุท
7.ALEXDECIDER FULL BURST (MAP)
8.SCHUWISE BURST IMPACT 1-2 เดินพลังไดเมนชั่นสเฟียร์ เอเนอจี้100% เปิดประตูมิติออกแล้วฟาเรนชูไวส์ยิงอาวุธทุกชนิดแบบอัดกระจายเข้าใส่ประตูนี้แล้วเกทจะส่งกระสุนทั้งหมดใส่ศัตรูพร้อมฟาเรนที่บินมายิงทิ้งท้ายด้วยอเล็กดีไซเดอร์แบบเผาขน
9.GUARD AXIS ALEXDECIDER 1-8 ปลดลิมิตเตอร์200% เดินพลังไดเมนชั่นเอเนอจี้สเฟียร์ จนล้นออกมาเป็นปีกพลังงานกางราวกับเทพธิดา และอเล็กดีไซเดอร์ แปลงสภาพเป็นปืนใหญ่แบบสุดท้าย ยิงอัดผ่านประตูมิติแบบสุดแรงแล้วยิงแบบกระจายผ่านประตูมิติทุกบาน ปิดท้ายด้วยชาร์จ200%แล้วยิงอีกครั้ง หลังจากนั้นก็สยายปีกปิดระบบ (ปืนอันนี้แค่เปิดระบบทั้งหมดออกมา)
10.CROSS HEART DIMENSION1-3 ท่าประสาน หลังเดินพลังเป็น200%เปลี่ยนชื่อเป็น CROSS HEART DIMENSION ETERNALเหมือนโซลน่อนเซเวียร์

ฟาเรน ชูไวส์
เครื่องต้นแบบอีกเครื่องที่ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกันกับโซลน่อลเซเวียร์ โดยจุดประสงค์คือ เป็นเครื่องสนับสนุน และร่วมมือกับโซลน่อลเซเวียร์ในการจู่โจมและปฏิบัติภารกิจพร้อมๆกัน แต่สร้างเสร็จหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่โซลน่อนเซเวียร์คลั่ง ฟาเรนชูไวส์จึงไม่ได้รับความสนใจนัก เพราะจุดเด่นเพียงแค่เรื่องเดียวคือการโจมตีระยะไกล จึงคิดได้แค่ว่าหากไม่มีเครื่องป้องกันระยะใกล้การทุ่มทุนสร้างไปก็จะไร้ประโยชน์ แต่ความเป็นจริง ฟาเรน ชูไวส์ ของศจ.เอริคมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกมาก แต่ที่ศจ.เอริค และศจ.อารัน ไม่ได้เขียนเสนอไปเป็นเพราะไม่ต้องการให้นำพลังของฟาเรน ชูไวส์ ไปใช้ในการก่อสงคราม  ฟาเรน ชูไวส์ติดตั้งระบบAILE FLOAT ทำให้สามารถลอยตัวค้างในอวกาศในอากาศได้โดยไม่เสียพลังงาน สร้างจากโซลไดร์ฟราเที่ยมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังติดตั้งCROSS LINK SYSTEM คู่กับโซลน่อนเซเวียร์ด้วย และระบบตรวจหาประตูมิติที่สามารถค้นหารอยแยกมิติและการเปิดมิติได้ นอกจากนี้ยังติดORION SYSTEM เช่นเดียวกับโซลน่อลเซเวียร์ ระบบอาวุธนั้นที่ติดกับตัวจริงๆคือSCHIWISE RAPIER กับAWR-01 ALEXNI FINเท่านั้น แต่อาวุธระยะไกลจริงๆ ถูกติดตั้งอยู่กับยานรบสนับสนุนSP-01 SUPERIOR โดยยานรบสามารถแปลงรูปแบบเป็นปืนขนาดใหญ่ALEXDECIDERได้ ฟาเรน ชูไวส์ ติดตั้งDIMENSION SPHERE ENERGY เช่นเดียวกันกับ โซลน่อนเซเวียร์และยังมีระบบสะท้อนบีมBEAM REFLECTION BARIA  ซึ่งสร้างจาก ALEXNI FINอีกด้วย นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE ด้วยเหมือนกับโซลน่อนเซเวียร์ นอกจากนี้ในคอร์ของฟาร์เรน ชูไวส์คือกุญแจสีเงิน มีลักษณะเดียวกับของโซลน่อลเซเวียร์ ฟาร์เรน ชูไวส์นั้นก็มีโหมดBURSTและHYPER BURSTเช่นกัน โดยจะเดินพลังงานทั้งหมดเหมือนโซลน่อน ทุกประการและจะกางปีกเทพธิดาออกมาสองปีก พร้อมทั้ง การ์ดแอกซิสนั้นจะทำการชาร์จพลังงานแรงสูงสุดทะลุจุดMAXได้ ซึ่งจะสร้างแนวยิงเป็นไดเมนชั่นไลน์ขึ้นมา แล้วยิงอัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นแรงสูงสุด อัดศัตรูตามไลน์และทะลวงเข้ามิติจนระเบิดสิ้น แต่ฟิริน่าก็ยังไม่ได้ใช้โหมดนี้ เพราะเธอไม่ต้องการจะทำร้ายใครนั่นเองโค้ดในการปลดล็อกของฟิริน่าก็คือ"Herz"ที่มีความหมายว่าหัวใจนั่นเอง ระบบต่างๆของฟาเรน ชูไวส์จะเหมือนของโซลน่อลเซเวียร์ ต่างแค่เฮลฟิ่งเอลฟ์และระบบอาวุธที่รับจากยานSP-01 SUPERIOR
-ระบบเฮลฟิ่งก์เอลฟ์
ไวส์ (Wise)
ชื่อจริง เดิม วิเอร่า เอเทอนัล
ชื่อจริง ปัจจุบัน ไวโอเรีย เอเทอนัล
เฮลฟิ่งเอลฟ์ประจำเครื่องฟาเรน ชูไวส์ ความสามารถพื้นฐานจะเหมือนกับโซล อุปนิสัยของไวส์เองก็คล้ายๆกับโซล ตรงที่เป็นคนน่ารักและเป็นห่วงมาสเตอร์ของเธอซึ่งก็คือฟิริน่ามาก เพราะสำหรับไวส์ ฟิริน่าดูจะเป็นคนคิดมากจนเกินไป และไวส์เองก็พอจะรู้ว่าจริงๆแล้วฟิริน่าคิดอย่างไรกับไกด์ แต่ติดที่ฟิริน่าไม่มีความกล้าพอที่จะพูดออกไป และไกด์เองก็เป็นคนซื่อจนเกินไปจึงไม่รู้.. เมื่อซิงโครกับฟิริน่าไวส์ก็จะให้ผลเช่นเดียวกับการที่โซลซิงโครกับไกด์ เช่นเดียวกันกับโซล ไวส์เองก็มีความสามารถสูงในการต่อสู้โดยใช้อาวุธประชิดและอาวุธยิง เช่นปืนสั้น สำหรับไวส์แล้วฟิริน่าก็เป็นมาสเตอร์ที่มีความสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้วในด้านฝีมือในการควบคุมและการตัดสินใจ แต่ไวส์เองก็รู้จุดอ่อนของฟิริน่าว่าเป็นเรื่องอะไร ..ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่มากของฟิริน่าที่ไวส์เป็นห่วงที่สุด ไวส์ห่วงฟิริน่ามากเช่นเดียวกับที่ฟิริน่าเป็นห่วงไวส์  ปกติไวส์จะชอบทำหน้าซีเรียสอยู่ตลอดเวลา แต่จริงๆเธอก็เฟรนลี่กับทุกคนนะ และไวส์เองก็เป็นคนรอบคอบมาก เหมือนกับฟิริน่า ซึ่งจริงๆตรงนี้เป็นทั้งจุดดีของจุดอ่อนของไวส์ เวลาว่างของไวส์ใช้ไปกับการนอนเป็นส่วนใหญ่ และไวส์มักจะขี้เซามาก บางครั้งสามารถหลับข้ามไป2-3วันเลยทีเดียว ส่วนเรื่องชื่อจริงนั้นก็เหมือนกับโซล เธอจำไม่ได้เช่นกันไม่ได้.. ปกติการแต่งตัวของไวส์จะคล้ายๆกับโซลอยู่แล้ว ส่วนลักษณะไวส์จะสูงกว่าโซลนิดหน่อย ปกติไวส์จะมีผมยาวสีขาว และมักจะปล่อยยาวเสมอ ส่วนหน้าอกก็ประมาณEคัพเท่าๆกับโซล เป็นเฮลฟิ่งเอลฟ์ลำดับที่2 เป็นพี่ของโซล

3.DSX-XTA-2-SCHWARZARBARAD-RIUS ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส
MODEL CONCEPT เมดิอุส โรก+โซลเดฟา ใช้เมดิอุสเป็นหลักครับ โทนสีดำ+เทาครับเหมือนโซลน่อลเซเวียร์ แต่ดูหนาและแข็งแกร่งกว่า หัวไม่เหมือนกัน และรีอัสเหมือนติดเกราะ
สูง25.7เมตร
หนัก57.6ตัน
ประเภทเรียล PILOT กู๊ด
1.4X-BEAM MACHINE CANNON 1-5
2.DIMENSION BLASTOR 1-6 เปิดไหล่ยิงพลังงานแรงสูงออกมา
3.DIABOLOS-ASURA-EX 1-3 ใช้ดาบไดอาโบรอสและดาบอาชูร่า ที่พกอยู่ข้างเอว บินผ่านมิติเข้าไปฟันศัตรูโดยผ่านมิติ โดยฟันแบบแยก4ครั้งแล้วประกอบEX-FORMฟันศัตรูแบบผ่าครึ่งบนล่างในดาบเดียว (เหมือนไซเฟอร์กัน แต่เปลี่ยนเป็นสีดำ)
4.OVER DIMENSION GATE 1-10 สร้างเกทมิติขนาดใหญ่ ดูดกลืนศัตรูเข้าไปแยกร่างเอาเข้าโจมตีรอบทิศทางจากนั้นจึงใช้ร่างเงาจับศัตรูไว้ และจะถอยออกมาพร้อมทั้งบีบทำลายเกททิ้งจนแหลกละเอียด เกิดระเบิดอย่างใหญ่พร้อมกับซูมใบหน้ายิ้มเล็กน้อยของกู๊ด
5.OVER DIMENSION GATE 1-99 (MAP)
6.SIN-ASURA-DIABOLOS-BUSTER1-8 ดาบอาชูร่าสภาพปืน ยิงกระหน่ำใส่ศัตรูปิดท้ายด้วยไดอาโบรอสยิงคู่กันแบบกระหน่ำ ผ่านเกทมิติรอบตัวเข้าหาศัตรู
7.LUCIFER-ADAMON1-9บิทรูปดาบติดที่แขนทั้งสองข้าง สามารถพุ่งโจมตีศัตรูได้จากระยะไกล นอกจากนี้ยังสามารถดูดกลื่นพลังงานอื่นๆได้ด้วย(เหมือนของแอชเชวาร์แต่มีสีดำ)
8.DIABOROS-ASURA-FINAL-FORM1-3 เปิดระบบพลังงาน100%เปลี่ยนดาบไดอาโบรอสเป็นรูปแบบแท้จริงคืออาบพลังงานไดเมนชั่น พุ่งผ่านประตูมิติเข้ามาแทงใส่ศัครูและใช้ดาบอาชูร่าอาบพลังงานไดเมนชั่นฟันต่อเนื่อง5ครั้งแล้วแทงคาไว้ แล้วทิ้งดาบ อัดพลังงานทั้งหมดเป็นก้อนพลังยิงอัดศัตรูจนพังทลายไป เกิดระเบิดครั้งใหญ่
9.EX-FORM-CALIBUR-DARK IMPACT 1-4 เปิดระบบพลังงาน200%กางปีกพลังงานสีรุ้งด้านหลัง บินเข้าศัตรูอย่างรวดเร็ว และใช้ดาบทั้งสองฟันอย่างต่อเนื่อง5ครั้ง จากนั้นปล่อยพลังไดเมนชั่นขังศัตรูไว้แล้วชาร์จดาบด้วยพลังงานไดเมนชั่นแล้วฟันโดยแยกมิติทั้งหมดร้อมศัตรูในแนวดิ่งเกิดระเบิดใหญ่ หลังควันจางจะเห็นตาของหุ่นตัวนี้ในความมืดแล้วแล้วยกดาบขึ้นพาดไหล่
10.OVER THE DARK1-7 เปิดพลังงาน200%ใช้ดาบไดอาโบรอส แยกกับดาบอาชูร่า สองเล่ม สร้างวงแหวนไดเมนชั่นขึ้นมา พร้อมกับขว้างวงแหวนไปหาศัตรู โดยศัตรูจะถูกดูดเข้าไปในมิติที่มืดมิด พร้อมกันนั้นตัวเองก็เข้าไปด้วย และใช้ดาบฟันศัตรู8ครั้ง และสร้างไดเมนเกทระเบิดใส่ศัตรูหายไปในมิติแห่งความมืด
11.DIMENSION FORMATION TO THE END (ท่าประสาน)
12.X-FORM UNLIMITED RANGE

ซูวาสเซอร์บาราท รีอัส
หุ่นยนต์ที่สร้างเสร็จหลังจากโซลน่อนเซเวียร์ มีพลังเหนือกว่าโซลน่อนเซเวียร์ในทุกๆด้าน ได้รับการเปิดตัวสู่สาธารณชนในนาม DIMENSION GUARDIAN เป็นเครื่องที่ได้ติดตั้งDIMENSION SPHERE ENERGY เช่นเดียวกัน และจากการทดลองประสิทธิภาพเป็นเลิศเกินกว่าโซลน่อน เซเวียร์ ในข้อมูลที่ทางกองทัพเฟทเกทได้ไป ทางกองทัพเฟทเกทจึงตั้งใจจะนำไปผลิตเป็นรุ่นผลิตจำนวนมาก ทั้งที่ไม่ได้เสนอข้อมูลอาวุธให้เลยสักชิ้น โดยอาวุธที่ศจ.อารันติดตั้งให้คือดาบคู่AXT-W02ไดอาโบรอสและAXT-W03อาชูร่า โดยดาบสองเล่มสามารถประกอบกันเป็นรูปแบบปืนได้ โดยปรับกระสุนได้แบบพลังงาน และแบบกระสุนSX-MK-V ที่สามารถเจาะทะลวงบาเรียได้ทุกชนิดและสาราถประกอบเป็นดาบใหญ่1เล่มได้เรียกว่าEX FORM และADW-02 LUCIFER-ADAMON บิทแบบดาบติดตั้งที่แขน มีความสามารถในการดูดกลืนพลังงานอื่นได้ และสามารถสร้างบาเรียแบบดูดกลืนพลังงานได้ด้วย นกจากนี้ยังติดตั้ง ORION-II SYSTEMเพื่อซัพพอร์ตนักบินด้วย ระบบจะทำงานเหมือนโซลน่อนเซเวียร์ นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE IIที่มีความเสถียรกว่าเอนจิ้นแบบแรก แต่ถอดCROSS LINK SYSTEM ออก เพราะไม่มีความจำเป็นในการในการโจมตีประสาน แต่ภายหลังกู๊ดติดตั้งเข้าไปใหม่ เครื่องนี้เป็นเครื่องที่กู๊ดแย่งชิงไปก่อนที่กองทัพจะนำไปทำเป็นรุ่นผลิตจำนวนมาก และเป็นเครื่องต้นแบบที่ก่อโศกนาฏกรรรมDIMENSION CHASERขึ้น นอกจากนี้มันยังคงมีความลับอีกมากที่ยังไม่เปิดเผย ซึ่งกู๊ดกล่าวว่าตอนที่มันเปิดมิติเพื่อทำลายที่นั้นยังใช้พลังงานไม่ถึง50%เลยทีเดียว ชูวาสเซอร์นั้นมีเตาพลังงานแบบรูปแบบที่สองที่ไม่มีการจำกัดพลังงานโดยลิมิตเตอร์ ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องตัวล็อคระบบ มีโปรแกรมช่วยควบคุมเป็นสาวน้อยผู้เย็นชาที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวของโซลคือ รีอัส สาวผมสั้นประบ่าสีม่วง ช่วยดูแลพลังงานต่างแต่นิสัยนั้นต่างกับโซลแบบคนละขั้ว รีอัสและกู๊ดจะใช้งานโหมดBURSTได้นานกว่าโซลกับไกด์ที่เวลา19.465นาที นอกจากนี้ยังมีกุญแจแห่งชีวิต ที่มีลักษณะแบบเดียวกับกุญแจสีทองของโซลน่อลเซเวียร์อยู่ด้วย ชูวาทเซอร์เองก็มีโหมดBURSTและHYPER BURSTเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเหมือนกับโซลน่อลเซเวียร์ทุกประการ
-ระบบเฮลฟิ่งก์เอลฟ์
รีอัส(Reus)
ชื่อจริงเดิม รีไวอัส อินฟินิตี้
ชื่อจริงปัจจุบัน รีเวย์เรีย อินฟินิตี้
เฮลฟิ่งเอลฟ์ประจำเครื่อง ชูวาทเซอร์บาราทรีอัส ความสามารถพื้นฐานโดยรวมสูงมากกว่าเฮลฟิ่งเอลฟ์ทั้งสี่หลายเท่า เป็นพี่สาวคนโตของเฮลฟิ่งเอลฟ์ทั้งสี่ มาสเตอร์ของเธอคือกู๊ด รีอัสเป็นคนจริงจังพูดน้อย จนเรียกได้ว่าแทบจะไม่เปิดใจของเธอให้ใคร ซึ่งเป็นตั้งแต่ตอนที่เธอทดสอบตัวเองกับโซลน่อลเซเวียร์แล้วเกิดความผิดพลาดที่เธอไม่สามารถเข้ากับโซลน่อลเซเวียร์ได้ แต่โซลที่มีความสามารถห่างจากเธอมากกลับทำได้ ทำให้เธอเกิดปมขึ้นในใจเล็กๆเป็นครั้งแรก และเริ่มที่จะไม่ค่อยพูดกับโซล ทั้งที่ลึกๆแล้วเธอก็ยังเห็นโซลเป็นน้องสาวเช่นเดิม เมื่อก่อนรีอัสจะรักน้องสาวทุกๆคนมาก สำหรับความสามารถซิงโครกับกู๊ดแล้วจะเหนือกว่าระดับของไกด์กับโซล และฟิริน่ากับไวส์อยู่ค่อนข้างมาก รีอัสมีความสามารถเพอเฟ็คในทุกๆด้าน จนดูจะสมบูรณ์แบบจนเกินไป แต่จริงๆแล้วจุดนี้ก็เป็นจุดอ่อนของเธอด้วย ปัจจุบันเธอเปิดใจให้กับกู๊ดแค่คนเดียว ปัจจุบันที่ต้องสู้กับน้องอีกสองคนรีอัสคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา และเธอพร้อมจะกำจัดทั้งสองหากเป็นหน้าที่และคำสั่งของมาสเตอร์ด้วยความเย็นชาและไร้เยื่อใย

4.DSX-XSA-2 FAHRWEN LITCRAFT ฟาร์เวน ลิทคราฟ
MODEL CONCEPT ไลน์ ไวสริท เเองเจิ้ลลุก ใช้ไลน์ ไวท์สริทเตอร์เป็นพื้นฐาน โทนสีขาว+เขียว+ดำ
สูง24.2 เมตร
หนัก54.7ตัน
ประเภท เรียล PILOT เอน่า
อาวุธ
1.6X-VULCAN POD 1-2 ยิงจากส่วนลำตัวและส่วนหัว
2.APOLLON LANCHER1-8  ปืนใหญ่อโพลอนจากยานสนับสนุน SP-02 HYPERION คว้ามาแล้วยิงแบบรัวปิดท้ายด้วยชาร์จยิงอีกที (เหมือนเวกเตอร์กันของบรันเนจมีสีแดง)
3.DIAMOND FREEZER BUSTER  1-8 ปืนใหญ่อีกกระบอกจากยานไฮเพอเรี่ยน ยิงเป็นเลเซอร์สีฟ้า คุณสมบัติเป็นแสงแช่แข็งโดยอุณภูมิต่ำแบบสุดๆยิงแบบสาดกระจาย(เหมือนเวกเตอร์กันของบรันเนจแต่สีฟ้า)
4.CRIMSON AND BLUES IMPULSE 1-9 ยิงทั้งอโพลอนลันเชอร์ คู่กับไดมอนฟรีชเชอร์ ใส่ศัตรูโดยเปิดมิติไว้ด้านหลัง ปิดท้ายโดยการยิงอัดประตูมิติ แล้วประตูปิด
5.ZENON RIFLE 1-9 ปืนใหญ่เซน่อนกันจากยานไฮเปอร์เรี่ยน ยิงเป็นกระสุนจริง SX-MK-V ยิง7นัด
6.GUNDARION SABER 1-2 ดาบที่ไม่มีตัวดาบ ดึงจากเอว บินผ่านประตูมิตแล้วแทงศัตรูแบบรัว ปิดด้วยแทงผ่าน (รูปแบบดาบเรเปีย)
7.JUDGEMENT DIMENSION SHAKER1-8 เปิดประตูมิติออกรอบๆตัวศัตรู และรอบตัวเองยานไฮเปอเรี่ยนแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่GRYPHON LORDหมุนตัวยิงอัดผ่านประตูมิติ รอบทิศทาง กระสุนแสงโดนศัตรูรอบทิศทางแล้วโผล่ผ่านประตูมิติมายิงอัดประชิดอีกที
8.ABSOLUTION ZENON GRYPHON LORD BURST 1-9 ยิงกริฟฟ่อนลอร์ดในสภาพฟูลเบิร์ส ยิงอัดศัตรูแบบทะลวงมิติไปกระแทกศัตรูไปจนถึงมิติอีกแห่งหนึ่งแล้วบินข้ามประตูมิติไปโผล่ที่เดียวกันแล้วยิงอัดแบบฟูลเบิร์สแบบประชิดจนศัตรูหายไปเป็นฝุ่น
9.APOLLON LANCHER (MAP)
10.DIAMOND FREEZER (MAP)
11. DIMENSION FORMATION TO THE END (ท่าประสาน)
ฟาร์เวน ลิทคราฟ
เครื่องที่สร้างเสร็จพร้อมๆกันกับซูวาสเซอร์บาราท รีอัส เป็นรุ่นเพิ่มกำลังโดยปรับปรุงจากฟาเรน ชูไวส์  เปิดตัวในฐานะการ์เดี้ยนคู่กับชูวาทเซอร์บาราท รีอัส โดยเพิ่มอานุภาพการยิงไกลให้สูงขึ้น โดยอาวุธยิงระยะไกลรุนแรงขึ้น แต่ถอดระบบบิทออก ฟาร์เวน ลิทคราฟ ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันกับยานรบสนับสนุนSP-02 HYPERION  ซึ่งระบบนี้ยังคงเหมือนกับฟาเรน ชูไวส์ โดยรับอาวุธจากยานขนส่งที่ติดตั้งHYPER COMPUTERเช่นกัน  โดยอาวุธที่มีก็คือAWR-X-01 APOLLON LANCHER ปืนยิงพลังงานแรงสูงที่ติดตั้งไว้กับ ยานไฮเพอเรียน AWR-X-02 DIAMOND FREEZER BUSTER ปืนยิงเลเซอร์อุณหภูมิต่ำ เพื่อการแช่แข็ง ตัวยานไฮเพอเรี่ยนสามารถแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่กริฟฟ่อนลอร์ดได้ นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE SYSTEM ENGINE III แบบเพิ่มกำลังพิเศษเพื่อการHIT AND RUN อย่างรวดเร็วนอกจากนี้ก็ได้ติดตั้งระบบเซนเซอร์ความเร็วสูงซึ่งมีแต่เอน่าเพียงคนเดียวที่สามารถตามระบบนี้ได้ทัน เครื่องนี้ก็ได้รับการติดตั้งไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนอจี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังติดตั้งORION SYSTEM II เช่นเดียวกับซูวาสเซอร์บาราท รีอัสและติดตั้ง CROSS LINK SYSTEM ไว้ด้วย หุ่นเครื่องนี้เอน่าได้ขโมยออกมาจากโรงงานของกองทัพเฟทเกท พร้อมกันกับกู๊ด และปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันตลอด วิธีการใช้งานฟาร์เวน ลิทคราฟนั้นก็จะคล้ายๆกับฟาร์เรน ชูไวส์เพราะเป็นหุ่นแบบเดียวกันแต่เอน่านั้นโหดกว่าฟิริน่าเยอะ.. และก็ยังคงใช้โปรแกรมสนับสนุนเฮลฟิ่งก์เอลฟ์เช่นเดียวกันคือ คราฟ นอกจากนี้ก็ยังคงมีกุญแจแห่งการทำลายติดตั้งไว้เช่นเดียวกับหุ่นต้นแบบทั้งสาม ฟาร์เวน ลิทคราฟเองก็มีโหมดBURSTและHYPER BURST เช่นเดียวกับฟาร์เรน ชูไวส์ ซึ่งจะเหมือนกันทุกประการ
-ระบบเฮลฟิ่งก์เอลฟ์
คราฟ (Craft)
ชื่อจริงเดิม คาเรเรีย อีเทอนิตี้
ชื่อจริงปัจจุบัน คาโทเรียอา อีเทอนิตี้
เฮลฟิ่งเอลฟ์ประจำเครื่องฟาร์เวนลิทคราฟ ความสามารถเท่าๆกับไวส์ แต่เป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองบ่อยๆ จึงทำให้คิดว่าตัวเองด้อยกว่าไวส์ คราฟเป็นเฮลฟิ่งเอลฟ์ที่มีความสามารถสูงในด้านทำอาหารเป็นพิเศษ แถมเธอยังมีความสามารถในการลบความสามารถอื่นๆที่ส่งผลต่อฟาร์เวนลิทคราฟได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้สามารถป้องกันการแทรกแซงระบบได้ การที่คราฟเลือกเอน่านั่นเพราะ เธอเข้าใจในความเศร้าของเอน่า เมื่อก่อนสนิทกับไวส์มากที่สุด แถมยังชอบเเซวโซลอยู่บ่อยๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 11, 2010, 03:05:01 AM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
LINKS
The Star Combatant
New Type Pilot
******
กระทู้: 530


hikari_shine@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 03:41:44 PM »

PROJECT DIMENSION~The Endless Enigma~
MECHANIC II

1.DSX-XTA-05-DIVINE WINGS
IMAGE CONCEPT เวก้าเรี่ยน+แฟนท่อมกาโอ สีดำเป็นหลักสลับแดง
ยานรบปริศนาของ DARK STALKER TEAM ทั้งระบบอาวุธทั้งหมดยังเป็นปริศนาอยู่ แต่ยานรบลำนี้ได้ติดตั้งเตาDIMENSIONSPHERE ENERGY ไว้ด้วยและมันยังสามารถเปลี่ยนเฟรมในการรบแบบฉับพลันได้อีกด้วย ยานรบลำนี้ยังไม่ทราบที่มาและผู้สร้าง ทั้งพลังอาวุธและความเร็วนั้น เป็นความเร็วของยานที่มาจากอนาคตอันไกลโพ้นอย่างแน่นอน..ซึ่งจะทราบภายหลังว่าผู้สร้างคือ ศจ.เฟรย่า ฟอนด์การ์ด คุณแม่ของไกด์สร้างขึ้น โดยมอบให้พวกโมกะ ที่เป็นไบโอฮิวมานอยด์ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อควบคุมยานรบลำนี้ โดยมอบภารกิจให้ตัดสินใจได้เองภายใต้คำสั่ง "จงทำให้พวกเค้าเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง หากสามารถยอมรับได้ก็จงเป็นพลังให้พวกเค้า ในการต่อสู้ที่แท้จริง" ดีไวน์วิงค์ ถูกสร้างด้วยโลหะแบบใหม่คือ เนโอโซลไดร์ฟราเที่ยม อัลติเมท ที่ได้สามารถสร้างได้สำเร็จในอนาคต สุดยอดแห่งแร่โลหะที่มีความแข็งแกร่งที่สุดและสามารถเปลี่ยนสภาพได้เองตามการใช้งาน และมีความสามารถเข้ากับพลังงานไดเมนชั่น สเฟียร์มากที่สุดซึ่งสามารถรองรับพลังงานความเข้มข้นสูงที่สุดได้ และมันยังมีความพิเศษสองอย่างคือสามารถทำให้โลหะหรือแร่ชนิดอื่นๆที่ทำการสัมผัสมันยามอาบพลังงานไดเมนชั่นสูญเสียสภาพดั้งเดิมและการฟื้นฟูสภาพไป และมันยังเป็นแร่ที่ทำให้หุ่นที่ติดตั้งไดเมนชั่นสเฟียร์เอเนอจี้สามารถเบี่ยงเบนพลังการโจมตีทางกายภาพที่จะเข้าถึงตัวหุ่นได้ แต่ข้อเสียคือมันมีจำนวนน้อยมากและความเข้ากันได้ของพลังงานไดเมนชั่นนั้นต้องเหมาะสมจริงๆหรือบริสุทธิ์จริงๆถึงจะนำมาใช้งานได้.. พวกโมกะได้เคลื่อนไหวโดยเข้าปฎิบัติภารกิจทั้งผู้คอยทดสอบ เก็บข้อมูล เข้าช่วยเหลือ พวกไกด์เรื่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วพวกเธอก็...
ดีไวน์วิงค์เป็นยานรบขนาดกลางความเร็วสูง โดยเน้นการจู่โจม แบบฮิตแอนรัน สามารถเดินทางผ่านมิติได้ตามลำพัง และยังสามารถใช้dimensiondrive unitในการทำความเร็วได้สูงสุดขณะอยู่ในเกทมิติละพื้นที่ปกติโดยจะเพิ่มความเร็วและการโจมตีก็จะสูงไปอีกระดับด้วย อาวุธที่ติดตั้งไว้คือ
1.STAR DUST LAUNCHER ปืนลำแสงแบบโฮมมิ่ง สามารถยิงสาดกระจายได้ทั่วยานรบ
2.EXPERIMENT FAIRY บิทรูปแบบปีกที่สร้างขึ้นจากพลังงานไดเมนชั่น ที่ใช้กระแทกหรือยิงจากระยะไกลได้
3.PHOENIX BREAK ใช้บูสเตอร์กำลังสูงพุ่งผ่านประตูมิติด้วยความเร็วสูงเข้ากระแทกศัตรู
4.OMEGA BURST CANNON ปืนใหญ่กำลังสูงของยสนรบลำนี้ สามารถอัดพลังงานไดเมนชั่นด้วยกำลังสูงแล้วยิงได้หลายรูปแบบ เช่นBURSTยิงแบบอัดพลังงานสูง SPREADยิงแบบกระจาย ปืนนี้ติดตั้งไว้2กระบอก ที่ส่วนบนของยาน และสามารถย้ายไปส่วนล่างได้เช่นกัน
5.PHOENIX CALIBUR CRASH เปิดดาบขานดเล็กทั้งหมดที่ตัวยานมีพร้อมกับอัดพลังงานไดเมนชั่นทุกเล่ม แล้วยิงกระสุนไดเมนชั่นแรงสูงอัดศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้...แล้วพุ่งผ่านประตูมิติ เข้าปะทะได้ทันทีจนศัตรูแหลกเป็นชิ้น
6.SPREAD DIMENSION MISSILE มิซไซล์อัดพลังงานไดเมนชั่นขนาดเล็ก ยิงป้องกันได้ทั่วทั้งยาน
7.MANUVER GALACTICA RAID ยิงกระสุนอาวุธทั้งหมดที่มีเข้าปะทะศัตรู รวมถึงใช้ดาบฟีนิกซ์เข้าปะทะครั้งสุดท้าย ไม้ตายนี้ต้องใช้โดยการเปิดพลังงานไดเมนชั่น100%
8.FINAL MANUVER X-IMPACT RAID เปิดพลังงานไดเมนชั่น200% พร้อมกันนั้นก็ใช้อาวุธทุกชนิดยิงจากระยะไกลแล้วเปิดเกทล้อมศัตรูพร้อมพุ่งผ่านเกทเข้าชนศัตรูทุกทิศทาง
9.DI.S.E.BURST IMPACT-X-INFINITE ท่าประสานสูงสุด โดยหุ่นในPROJECT ปลดลิมิตเตอร์แล้วเข้าปะทะ
ดีไวน์วิงค์นั้นนอกจากจะสร้างด้วยโลหะพิเศษแล้วยังมีระบบพิเศษคือ SUPER CANCEL SYSTEM ที่สามารถยกเลิกความสามารถพิเศษของระบบต่างๆที่ไม่ใช่พลังงานไดเมนชั่น ไม่สามารถทำงานได้ ภายใต้ระบบนี้ ในระยะเวลาหนึ่งๆ

2.R-DSX-03-XDR-LUMINOUS-WISESAVIOUR-รออัพเดต

3.RSX-01-P FATE-OMEGA(ดีเทลเหมือนกัน ฮิวเคไบน์มาร์คทู แต่สีน้ำเงิน+เทา)

1ใน2เครื่องรุ่นใหม่ของFATE ที่รวมเอาเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีสร้างขึ้นมาคือเทคโนโลยีพราน่าของลอร์ดออฟเอเลเมนต์ เตาพลังงานไดเมนชั่น ระบบพลังงานนิวเคลียร์ เท่าที่รู้ทั้งหมดมารวมกัน ซึ่งได้เป็นเตาเร่งอนุภาคไดเมนชั่น ที่ใช้ความร้อนในการประจุเพิ่มความเข้มข้นของเตาพลังงานไดเมนชั่น ให้มีพลังงานสูงมากขึ้นกว่าอนุภาคปกติ ทำให้สามารถใช้งานอาวุธที่เป็นพลังงานไดเมนชั่นแบบเคลือบผิวได้ และยังทำให้สามารถสร้างเกทไดเมนชั่นได้ด้วยแต่ไม่สมบูรณ์ ส่วนพลังพราน่านั้นคือการซิงโครนักบินกับตัวหุ่นให้ตัวหุ่นดึงเอาพลังงานความรู้สึกของนักบินมาเพิ่มกำลังได้ และในส่วนของเตาพลังงานนี้จะมีขนาดใหญ่มากกว่าเตาปกติเพราะติดตั้งคอร์พลังงานไดเมนชั่นเทียมที่ไม่สมบูรณ์(ไม่สามารถชาร์จเพิ่มได้เองเลยติดไว้สำรองในเตาเลย)รอบเตาถึง4คอร์ ทำให้สามารถใช้โอเวอร์ไดร์ฟได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวแรกที่เอาแร่โซลไดร์ฟราเที่ยมที่ถลุงใหม่เป็นแบบโอเมก้าที่แข็งแกร่งกว่าเดิมและสามารถเปลี่ยนรูปได้เมื่อใช้ความร้อนกระตุ้นให้เหมาะสมจากเตาพลังงาน มาใช้สร้างตัวหุ่นและอาวุธ เฟทโอเมก้าถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ได้มีการออกแบบแปลนไว้โดยศจ.อารันด์อย่างลับๆ แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์DIMENSION CHASERได้ถูกเฟทเกทขโมยแปลนไป ซึ่งเฟทเกทก็นำมาสร้างจนสำเร็จในเวลาไม่นาน เพราะว่าแปลนนั้นปรับเปลี่ยนจากโซลน่อนเซเวียร์เล็กน้อย โดยปรับมาใช้โครงสีน้ำเงิน+เทา เปลี่ยนตัวเฟรมแบบใหม่ แต่ไม่ได้รับการติดตั้งโปรแกรมสนับสนุนนักบิน แต่ติดตั้งระบบโหมดวอร์ริเออร์ไว้ สำหรับทำการเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ให้สูงขึ้น และสนับสนุนกับระบบโอเวอร์ไดร์ฟด้วย นอกจากนี้ยังติดตั้งDIMENSION DRIVE ENGINEเพื่อการเคลื่อนที่ผ่านมิติด้วย...
อาวุธของเฟทโอเมก้านั้นประกอบด้วย
1.BEAM VULCAN จากส่วนหัว
2.BEAM SOLID MISSILE เป็นกระสุนมิซไซล์ที่เคลือบด้วยบีม ยิงจากส่วนไหล่
3.BEAM BLADE ดาบลำแสงติดไว้ที่ในไหล่ทั้งสองข้าง
4.CARTRIDGE SWORD เป็นอาวุธหลักของเฟทโอเมก้า ดาบแบบพิเศษที่สามารถอัดกระสุนพลังงานธาตุและกระสุนพลังงานต่างๆไว้ในตัวดาบได้ โดยเฟทโอเมก้าจะสามารถบรรจุกระสุนไว้ในดาบและเรียกใช้ได้เลยพร้อมคำสั่ง และการใช้กระสุนนั้นจะทำให้ดาบสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ ดาบสร้างจากโซลไดร์ฟราเที่ยมโอเมก้าด้วย
5.LOAD CARTRIDGE FIRE :FLAME SPEAR หลังจากใส่กระสุนไฟเข้าไป จะยิงกระสุนหอกเพลิงจากวงแหวนพลังที่สร้างจากพลังงานไดเมนชั่นเป็นรูปหอกไฟจำนวนมากเข้าหาศัตรู และเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์เป็นหอกเปลวไฟขนาดใหญ่แล้วขว้างไปปิดท้าย
6.LOAD CARTRIDGE ICE :ICED BLADE คาทริดจ์ซอร์ดที่ใช้จะถูกอาบด้วยน้ำแข็ง อะไรที่สัมผัสจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
7.LOAD CARTRIDGE WIND :HURRICANE SMASH เรียกพายุออกมาถล่มใส่ศัตรู พร้อมกับลากคาทริดจ์ซอร์ดอาบพลังงานไดเมนชั่นเข้าไปฟันทำลายศัตรู
8.LOAD CARTRIDGE EARTH :GAIA IMPACT วงแหวนพลังถล่มพื้นทั้งหมดในอาณาเขตที่สร้าง พร้อมเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นคาทริดจ์แอ๊กซ์ เข้าไปฟาดศัตรูจนขาดสะบั้น
9.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&WIND:FLARE TORNADO พายุเพลิงถล่มศัตรูทั้งหมดพร้อมกันนั้นก็จะใช้คาทริดจ์ซอร์ดอาบพลังงานไดเมนชั่นแล้วพุ่งเข้าไปแทงปิดท้าย
10.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&EARTH:GAIA FEAR หอกดินจากปฐพีจะหุ้มด้วยเปลวไฟพุ่งแทงศัตรูนับไม่ถ้วน แล้วเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นแส้แล้วกระหน่ำฟาดศัตรู
11.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&ICE :BLUE&CRIMSON FINISH คาทริดจ์ซอร์ดจะอาบวงแหวนพลังงานแล้วแยกเป็นดาบสองเล่ม เข้าฟาดฟันศัตรูได้ด้วยพลังร้อนและเย็น
12.LOAD DOUBLE CARTRIDGE ICE&WIND:ICED TORNADO สร้างพายุน้ำแข็ง ขึ้นถล่มศัตรู พร้อมเปลี่ยนคาทรดจ์ซอร์ดเป็นคาทริดจ์แลนซ์ พุ่งเข้ากระหน่ำแทงศัตรู
13.LOAD EX-CATRIDGE-ALL ELEMENT :DESTRUCTION ELEMENTAL ยิงกระสุนทุกอย่างออกไปก่อนพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาศัตรู พร้อมกันนั้นก็ทำการโหลดกระสุนทั้งหมดแล้วพุ่งเข้าฟันศัตรู แล้วสั่งคำสั่งALL LOAD กระสุนธาตุทั้งหมด จะอัดเข้าดาบเป็นดาบแบบพิเศษและฟันศัตรูจนกระเด็นต่อไปอีก พร้อมกับสร้างกรงพลังงานล้อมศัตรู ขณะนั้นจะใส่กระสุนEXลงไปพร้อมกับทำการโหลด แล้วคาทริดจ์ซอร์ดจะแปลงสภาพเป็นปืนใหญ่ จะลากปืนเข้าไปยิงอัดด้วยพลังงานไดเมนชั่นเข้มข้นปิดท้าย พร้อมกันปล่อยกระสุนทั้งหมดออกมา
14.WARRIOR-FINAL RIDE OMEGA CARTRIDGE เดินเครื่องวอร์ริเออร์ ซิสเต็ม ตัวหุ่นจะอาบด้วยออร่าไดเมนชั่นสีม่วงดำ แล้วใช้คาทริดจ์ซอร์ดพุ่งเข้าฟันศัตรูพร้อมบีมเบลดหนึ่งเล่มแล้วใช้บีมเบลดหนึ่งเล่มปักคาไว้ที่ศัตรู แล้วทำการโหลดกระสุนธาตุทั้งหมด ในตอนท้ายเพื่อโดนใช้ท่าของทุกธาตุจู่โจมแบบดับเบิ้ลโหลดอย่างรวดเร็ว ปิดท้ายโดยโหลดกระสุนไดเมนชั่นเปลี่ยนคาทริดจ์ซอร์ดเป็นดาบลำแสงไดเมนชั่นฟันขนาดใหญ่ผ่าศัตรูทันที
ความสามารถพิเศษคือ ซอร์ดบล็อค ใช้ดาบป้องกันอาวุธทุกชนิด และอันลิมิดคาทริดจ์ ใช้อาวุธกระสุนไม่มีลดกระสุน และไดเมนชั่นสเฟียร์ซิสเต็ม เพิ่มความสามารถของหุ่นและนักบินเมื่อกำลังใจถึงระดับ และได้ความสามารถบาเรียไดเมนชั่นด้วย

4.D-RSX-01-S FATE-SIGMA(ดีเทลเหมือนฮิวเคไบน์ธรรมดา แต่สีแดงสลับเหลืองทอง)
เครื่องรุ่นใหม่อีกเครื่องของเฟทเกท ที่สร้างมาคู่กับเฟทโอเมก้า แต่ด้วยความที่ระบบพลังงานที่เป็นคอร์พลังงานเทียม ที่ใส่คอร์เสริมมากกว่าเฟทโอเมก้า ทำให้ระบบรองรับไม่เสถียร จึงต้องทำการแก้ไขอยู่นาน ซึ่งทำให้ถูกส่งมาประจำการช้ากว่าเฟทโอเมก้า แต่ยานขนส่งที่ใช้ขนมามาถูกพวกมิซึโฮชิ โมกะ โจมตีและชิงเอาเครื่องนี้ไปได้ ซึ่งมิซึโฮชิ โมกะได้มอบให้แพททริเซีย ฟรานเรเรีย เป็นนักบิน ซึ่งสาเหตุที่แพทรอดจากเหตุการณ์ระเบิดของโครงการทดลองพลังงานเพื่ออนาคต ครั้งนั้นเป็นเพราะระหว่างที่เกิดเหตุบิดเบือนมิติในตอนนั้นโซลน่อลเซเวียร์ที่หลับใหลอยู่ที่ชั้นใต้ดินในตอนนั้น ได้ทำการสร้างปฏิกิริยาต่อต้านต่อเหตุการณ์ที่ระบบการทดลองเกิดผิดพลาด ทำให้สร้างช่องว่างเวลาขึ้นมาทำให้แพทถูกส่งไปอนาคต และได้พบกับเฟรย่าแม่ของไกด์ แต่เฟรย่าขอให้แพทปิดเรื่องนี้ป็นความลับ และให้พวกโมกะคอยดูแลแพท จนแพทแข็งแรง เธอที่ได้รับรู้เหตุการณ์ตลอดเวลา จึงตัดสินใจต่อสู้กับเฟทเกท
 ระบบทุกอย่างของซิกม่านั้นเหมือนกันโอเมก้า เพียงแต่ที่แตกต่างกันคือโอเวอร์ไดร์ฟซิสเต็มที่ของซิกม่าจะทำเวลาได้มากกว่า และอาวุธของซิกม่าคือคาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลที่ใช้ยิงจู่โจมแทน ซึ่งกระสุนที่มีก็เหมือนกับโอเมก้า และโหลดได้เหมือนกันทุกแบบ เพียงแต่ท่าทางการใช้จะต่างกัน และซิกม่ายังยิงกระสุนอนุภาค บีม หรือกระสุนจริงได้ด้วยปืนนี้ และซิกม่าไม่มีวอริเออร์ซิสเต็มแต่ดินตั้งวัลคิรีซิลเต็มที่ให้ผลคล้ายกัน แต่ลดความเครียดของนักบินลงมากกว่า นอกจากนี้อาวุธพื้นฐานของซิกม่าก็จะเหมือนกับโอมก้า
1.LOAD CARTRIDGE FIRE :FLAME LANCER เมื่อทำการโหลดจะยิงวงแหวนเวทย์เข้าตึงศัตรูและจะชาร์จหอกไฟพลังแรงสูง ยิงทะลวงเข้าใส่
2 .LOAD CARTRIDGE ICE : ZERO RANGE BUSTER เมื่อทำการโหลดจะสร้างวงแหวนเวทย์ขึ้นรอบตัวศัตรู ก่อนจะยิงบัสเตอร์เยือกแข็งออกจากปากกระบอกปืนและวงแหวนไสยเวทย์จะสร้างพลังงานน้ำแข็งมาเกาะตัวที่ตัวหุ่นศัตรูทำให้ถูกแช่แข็งไปและเมื่อลำแสงผ่านไปจนหมดน้ำแข็งจะระเบิดออก
3.LOAD CARTRIDGE WIND:CELESTIAL VORTEX ARROW สร้างลูกศรสายลมเข้าใส่ศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วน ก่อนคาทริดบัสเตอร์ไรเฟิลจะแปลงร่างเป็นธนู แล้วเหนี่ยวศรยักษ์เข้าซ้ำ
4.LOAD CARTRIDGE EARTH :GAIA FINAL สร้างเสาหินขึ้นมาล้อมรอบศัตรูและบังคับให้เสาหินบีบศัตรูจนแหลกละเอียด แล้วแปลงคาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลเป็นค้อนยักษ์ตามมาทุบอีกที
5.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&WIND:VOLCANIC STREAM เมื่อโหลดกระสุนแล้ว จะสร้างวงแหวนเวทย์สองชั้นขึ้นมาสะสมพลังงาน แล้วยิงกระสุนอัดสองเวทย์นี้เข้าใส่ศัตรู 3ลูก แล้วเร่งกำลังเครื่องเข้าไปยิงลูกสุดท้ายแบบประชิดตัว
6.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&EARTH:EARTH SLASHER สร้างวงแหวนเวทย์ออกมารอบตัวเอง แล้วดูดกลืนพลังเวทย์เข้าใส่ปืน แปลงรูปแบบปืนเป็นเคียวขนาดยักษ์ ฟันคลื่นพลังงานผ่ามิติเข้าใส่ศัตรู แล้วลากเคียวไปฟันซ้ำอีกสามครั้ง
7.LOAD DOUBLE CARTRIDGE FIRE&ICE :CALAMITY FLASH คาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลจะอาบวงแหวนพลังงานแล้วแยกปากกระบอกปืนสองชั้น ยิงกระสุนทั้งสองเข้าใส่ศัตรูพร้อมกัน
8.LOAD DOUBLE CARTRIDGE ICE&WIND:SNOW STROM สร้างพายุน้ำแข็ง ขึ้นถล่มศัตรู คาทริดจ์บัสเตอร์ไรเฟิลยิงวงแหวนพลังงานเข้าใส่ศัตรู จากนั้นจะแปลงสภาพเป็นกระบี่เรเพียเข้าแทงทะลุศัตรูที่ถูกแช่แข็ง
9.LOAD EX-CATRIDGE-ALL ELEMENT :SYMPHONIA OF HEART ยิงกระสุนทุกอย่างออกเข้าหาศัตรูเป็นจังหวะเพลง พร้อมกันนั้นก็ตั้งหลักระบายพลังงานออกจากปีกข้างหลังขึ้นลำกล้องเล็ง แล้วสั่งคำสั่งALL LOAD กระสุนธาตุทั้งหมด จะอัดออกมาเป็นพลังงานสีรุ้งพุ่งเข้าหาศัตรู ซึ่งหลังโดนกระสุนชุดแรกหมด จะโดนแสงสีรุ้งนี้กลืนต่อไป แล้วแพทจะโหลดกระสุนออกพร้อมกันหมดพร้อมกันนั้นจะโหลดกระสุนไม้ตายที่เรียกว่าEX-BURST เข้าไป แล้วกางปีกไดเมนชั่นวิงค์บินตามแสงสีรุ้งเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วยิงอัดเผาขนกระสุนนี้จะสร้างเกทมิติกลินศัตรูเข้าไปจนแหลกสลาย
10.VALKYRIE-FINAL RIDE SIGMA CARTRIDGE เดินเครื่องวัลคิเรีย ซิสเต็ม ตัวหุ่นจะอาบด้วยออร่าไดเมนชั่นขาวอมฟ้า ยิงกระสุนทั้งหมดที่มีเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็ว แต่จะยังไม่ยิงกระสุนธาตุ ก่อนจะบินเข้าหาศัตรูด้วยความสูงระหว่างที่บินจะเริ่มแยกร่างเงายิงกระสุนธาตุออกมาใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าถึงตัวศัตรูจะโจมตีต่อเนื่องด้วยกระสุนดับเบิ้ลโหลดอย่างต่อเนื่อง เมื่อยิงจนหมดจะเสียบปากกระบอกปืนไว้ที่ศัตรูและตวัดบีมเบลดเข้าฟันต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฟันแพทจะจับที่ปืนด้วยเพื่อโหลดกระสุน และเมื่อฟันครบเจ็ดครั้ง จะกดยิงกระสุนที่โหลดไว้ ปืนจะแปลงเป็นปืนใหญ่แล้วแพทจะคว้าปืนนั้นยิงอัดแบบเผาขน ก่อนจะตวัดปืนกลับมาเหมือนเดิม

5.UNKNOWN MACHINE THE LORD OF ELEMENTAL-LORD OF WATER JORMUNGAND
เทพมารจักรกลที่หลับไหลอยู่ในหุบเขาเนซเซอร์ ถูกขุดพบโดยกองทัพเฟทเกท และถูกนำกลับมาที่ฐานทัพ และให้โค้ดเนมตามสีของมันว่า"มังกรมรกต" และด้วยวิทยาการของมันเป็นแบบใหม่ ที่ไม่เคยพบมาก่อน ในการใช้พลังงานจากธาตุในการโจมตีและมันจะกินพลังงานของไพล็อทแทนการใช้พลังงานอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครขับมันได้เลย มันจึงถูกนำมาใช้เป็นการศึกษาเทคโนโลยีเพียงเท่านั้นและถูกทิ้งไว้ในส่วนลึกของโรงงานผลิตเครื่องจักรของเฟทเกทแบบถูกลืมเลือน จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีสาวน้อยคนหนึ่งหลงเข้าไปในโรงงานนี้ เพียงเพราะความบังเอิญของเธอ และในที่สุดโชคชะตาของเธอก็ได้ผูกเข้ากับเทพมารจักรกลแห่งสายน้ำตนนี้เข้า และเทพมารจักรกลแห่งสายน้ำก็ตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานเพื่อประกาศซึ่งความแข็งแกร่งของและมันก้เลือกเธอเป็นคู่หุในการต่อสู้ครั้งใหม่และเส้นทางที่โชคชะตากำหนดให้เธอต้องเดินไป จอร์มันแกนด์นั้นเป็นเทพมารจักรกลที่ไม่มีอาวุธในการโจมตีเลยนอกจากมือและเท้าเท่านั้น แต่จะอาศัยพลังงานพราน่าจากไพล็อตสร้างสรรค์อาวุธขึ้นมาหรือใช้ธาตุโจมตีได้
ท่าโจมตีของจอร์มันแกนด์
1.WATERSHOT KNUCKLE ยิงกระสุนน้ำเข้าโจมตีศัตรู พร้อมกับใช้กำปั้นอาบน้ำควงสว่านต่อยอีกที
2.WATER IMPULSE อัดพราน่าธาตุน้ำมือและเท้า พร้อมกันนั้นก็พุ่งประเคนใส่ศัตรูอย่างหนักและรวดเร็ว
3.CRESCENT PRANA WEAPON อัดพราน่าสร้างหอกเวทย์ออกมาพร้อมกันนั้นก็พุ่งเข้าแทงศัตรูรัวๆ และแทงทะลุอย่างแรง แล้วเปลี่ยนหอกเป็นดาบวารีที่แขนคู่กระหน่ำฟันศัตรู ปิดท้ายด้วยสร้างดาบเวทย์น้ำขนาดยักษ์ ฟันศัตรูอีกครั้ง
4.MAPW TIDAL WATER WAVE IMPACT สร้างสายน้ำระเบิดรอบตัว
5.WATER DRAGON PUNISHER จอร์มันแกนด์แปลงร่างเป็นมังกรพร้อมกับกางปีกออก บินเข้าชนศัตรูพร้อมลากลงทะเล แล้ว ยิงไฮโดรพันนิชเชอร์จากปากมังกรจนศัตรูแหลกสลายไป
6.Lord Of Water JUDGEMENTจอร์มันแกนด์จะระเบิดพลังพราน่าออกมาเป็นลำแสงทั่วร่าง และผนึกโซ่ที่แขนและขาจะสลายหายไป และเล็บจากงอกยาวออกมา จอร์มันแกนจะร้องคำรามพร้อมกับหยาดฝนที่โปรยลงมาอย่างหนัก พร้อมกับพุ่งเข้าประเคนหมัดและเท้าที่อาบหยาดฝนเป็นพลังงานกระหน่ำจนศัตรูแหลกสลายไปจนไม่เหลือซากและท้ายที่สุดก็จะสิ้นเสียงคำรามของจอร์มันแกนด์พร้อมกับท้องฟ้าที่แจ่มใส
7.ULTIMATE LORD OF WATER FINAL SEAL จอร์มันแกนด์จะคำรามพร้อมกันความรู้สึกของมิสตี้ ที่จะประสานกัน โซ่ผนึกทั้งหมดจะหลุดออกและร่างกายจะเปล่งประกายแสงมรกตและจอร์มันแกนจะปลดเกราะบางส่วนทิ้ง แล้วเข้าโจมตีศัตรูพร้อมพายุฝนกระหน่ำ ในตอนนั้นจะเห็นใบหน้าของจอร์มันแกนด์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพร้อมกับคราบเหมือนรอยน้ำตา ประเคนหมัดเท้าทุกอย่างที่อาบด้วยพราน่าสายน้ำเข้าโจมตีอย่างหนักหลังจากกระหน่ำแล้วจะลากศัตรูเหวี่ยงไปลงทะเลแล้วแปลงร่างเป็นมังกรตามลงทะเลไปขย้ำต่อหลังจากขยำครงสุดท้ายจะยิงไฮโดรพันนิชเชอร์ ให้ศัตรูลอยขึ้นฟ้า แล้วกระโดดตามไปยิงท่าไม้ตายสุดยอดวอร์เตอร์เซเว่นส์วานิชจากมือที่เหมือนปากมังกรทั้งสองข้าง แล้วยืนดูศัตรูแหลกสลายไป
  ภายหลังที่มิสตี้ขึ้นเป็นผู้ควบคุมอย่างสมบูรณ์ โซ่ผนึกจะหายไปและไม้ตายของจอร์มันแกนด์จะเพิ่มขึ้นมา เพราะมิสตี้นั้นจะต่างจากเซเรนเธอถนัดวิชาด้านการต่อสู้ประชิด ฝ่ามือ เท้า กำปั้น ท่าโจมตีจึงเพิ่มขึ้น
1.ท่าไม้ตายดาวตกวารีถล่มปฐพี มิสตี้จะอัดพราน่าทั้งหมดเข้าสู่เท้าทั้งสองข้างของจอร์มันแกนด์ พร้อมทั้งพุ่งเข้ากระหน่ำเตะรัวๆก่อนเตะกลับตัวสามครั้งก่อนจะใช้เท้าขวาดีดศัครูให้กระเด็นไปก่อนจะกระโดดถีบจากฟ้าลงมาอีกทีราวกับดาวตก
2.ท่าไม้ตายสายน้ำสะบั้น พราน่าทั้งหมดจะถูกถ่ายโอนไปที่เท้าพร้อมกับเกิดเป็นคมดาบสายน้ำขึ้นมา ก่อนเธอจะพุ่งเข้าเตะฟาดศัตรูอย่างแรง
3.ท่าไม้ตายคมเขี้ยวราชันย์วารี พราน่าธาตุน้ำทั้งหมด จะถ่ายไปที่กำปั้น แล้วพุ่งเข้าชกศัตรูอย่างต่อเนื่องโดยจะเริ่มนับหมัดตั้งแต่1-100เมื่อชกหมัดที่100 จะปล่อยคลื่นกระแทกเข้าดศัตรูจนกระเด็น
4.สามราชันย์ แปรเปลี่ยนไร้สิ้นสุด เริ่มตั้งท่าตั้งแต่ใช้กำปั้น ฝ่ามือ เท้า ปรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกระแทกศัตรูขึ้นไปบนฟ้า ตั้งท่าชาร์จพราน่าพุ่งเข้าปะทะด้วยท่ากระโดดเตะเต็มแรง คล้ายๆไรซิ่งเมเทโอ
5.ท่าไม้ตาย-กระบวนท่าลับขั้นสุดยอด สำนักเซริวโอ มังกรเทวะถล่มปฐพี เร่งพราน่าขั้นสงสุดปลดโซ่ผนึกออกจนหมดเข้าโจมตีด้วยพร้อมจิตสังหารขั้นสูงศัตรูจะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากอยู่นิ่งโดนซัดไปเรื่อยๆสุดท้ายปิดฉากด้วยกระบวนท่ามังกรทะยานฟ้า
6.กระบวนท่าลับไม้ตายเหนือสุดยอด สำนักเซริวโอ ทลายโลก ท่าสูงสุดของมิสตี้-รออัพเดต

6.UNKNOWN-NUMBER-00 AISEN-EMPEROR-RISER ไอเซนเอมเพเร่อไรเซอร์-รออัพเดต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2010, 05:11:22 PM โดย LINKS » บันทึกการเข้า
hagane.f
Hagane.f
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1117


hagane.f@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2010, 06:16:29 PM »

ยูนิท
ไทป์ - เป็นแบบกึ่งเรียลกึ่งซูเปอร์
ชื่อ -  EWM-000  (Extra War Machine Tripple 0) เลกิวออส
ลักษณะ - หุ่นรูปทรงมนุษย์(ไอเดียมาจาก ไวย์ซาก้า โซลเกน และ ซไวย์เซอร์เคน)
สี - น้ำเงินอมเขียว
H- 20 M.
W- 155 T.






ประวัติ - เป็นหุ่นสงครามรุ่นทดสอบติดตั้งระบบ ไบโอนิค เวสคิวเลอร์ ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสภาพเครื่องยนต์รุ่นใหม่ และเป็นหุ่นที่เชื่อมต่อกับนักบินโดยตรงเพื่อดึงสมรรถภาพของหุ่นออกมาได้สูง สุด แต่เมื่อทดสอบเดินเครื่องครั้งแรก เลกิวออส เกิดคลั่งขึ้นมา และทำลายสถานีวิจัยจนราบคาบ มีคนสังเวยชีวิตในเหตุการณ์นี้ หลายร้อยคน ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ พ่อของไอเรียด้วย เหตุที่ไอเรียสามารถควบคุมเลกิวออสได้ อาจจะมาจากพ่อของเธอได้แอบ แบคอัพ ข้อมูลของไอเรียไว้ในหน่วยความจำของเลกิวออส เพื่อที่วันหนึ่งถ้าไอเรียได้มาควบคุมหุ่นตัวนี้จะได้ไม่เป็นอันตรายมาก ลักษณะของเลกิวออสคือ ออกแบบมาเพื่อบุกทะลวงในระยะประชิดด้วยความเร็วสูง มันจึงไม่มีการติดตั้งอาวุธระยะไกลไว้เลย ใช้แหล่งพลังงานจากหินคริสตัลโบราณที่มีคุณสมบัติสะสมพลังงานได้ด้วยตัวเอง

จักรกลวิปลาศเลกิวออส



เลกิวออส แบบติดสตาร์บีไลเซอร์ ที่ใช้ในภาระกิจในอวกาศและในชั้นบรรยากาศ
สามารถสลัดออกทิ้งไปได้หากพลังงานหมด
ในการเคลื่อนที่บนพื้นดิน เลกิวออสใช้การวิ่งและการกระโดดเป็นหลัก
เนื่องจากเลกิวออส ไม่มีอาวุธภายนอกเช่น บีมไรเฟิล จึงไม่มีปัญหาในเรื่องความคล่องตัว
ปัญหาจริงๆนั้นอยู่ที่สภาพร่างกายของนักบิน ซึ่งมีผลกับระยะเวลาในการปฎิบัติงานเสียมากกว่า


อนึ่ง ภายหลังที่เรย์กิวได้เข้าเป็นพวกของกองกำลัง TSC ตัวเครื่องเลกิวออสได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวน้ำเงินเข้มและได้รับการดัดแปลงเล็กน้อย
ส่วนที่ได้ัรับการดัดแปลงแบบยกเครื่องใหม่หมดคือแขนทั้ง 2 ข้างที่เสียหายยับเยินจากการต่อสู้กับอิ๊กซีออน โดยการสร้างขึ้นใหม่โดยให้คงรูปลักษณ์เดิม
และเพิ่มการใช้เทคโนโลยีเดียวกับอิ๊กซีออนร่วมด้วย และท่าโจมตีบางท่าได้หายไป(ซึ่งก็คือไปฝึกแล้วเปลี่ยนท่าใหม่นั่นเอง)

ท่าโจมตี
- Illegular motion Lv.1 " 流星拳 ริวเซย์เค็น หมัดฝนดาวตก "  การโจมตีด้วยการต่อยหลายสิบหมัด (เหมือนท่า ฮิจูวชิ อุราเค็น เซย์เค็น ของโดม่อน)

- Illegular motion Lv.2 " 飛竜拳 ฮิริวเค็น หมัดมังกรเหิน " การบุกเข้าประชิดแบบแจมมิ่งและโจมตีด้วยการใช้ฝ่ามืออัดกระแทก (แจมมิ่งเหมือนกันดั้ม เดทไซส์)

- Illegular motion Lv.3 " 弓張り月蹴 ยูมิฮาริเก็ตสึเคะ ลูกเตะธนูจันทรา " โจมตีโดยการกระโดดเตะในจุดเดียวหลายครั้งซ้อนๆกัน

- Illegular motion Lv.4 " 雷光拳 ไรโคเค็น หมัดแสงสายฟ้าฟาด " เป็นท่าใหม่ที่ได้ฝึกมาจากลูซิเฟอร์ เป็นการใช้พลังงานที่อาร์มการ์ด(ที่มีเทคโนโลยีของอิ๊กซีออน)อาบไปทั่วแขนแล้วใช้ฟันแทนดาบ (ใครนึกไม่ออกก็ดูท่าไม้ตายของเมทัลเดอร์ก็ได้ครับ)

- Illegular motion Lv.5 " 天空仁義貫拳 เท็นคูจินกิคันเคน หมัดคุณธรรมทะลวงสวรรค์ " คอมโบทุกท่าแล้วหมัดปิดฉากเป็นหมัดเสย พร้อมกับหันหลังให้กับแสงระเบิดเป็นจุลของศัครู (มีชื่อท่าแปะด้วย ฮาๆ)










ยูนิท
ไทป์ - เป็นแบบกึ่งเรียลกึ่งซูเปอร์
ชื่อ -  EWM-001  (Extra War Machine Dubble 0 One) เฮอร์คัส
สี - ตามแต่ภูมิประเทศ
H- 18 M.
W- 145 T.




เฮอร์คัส ที่ใช้ในภารกิจบนพื้นดินทั่วไป นิยมใช้ในภารกิจป่ารกทึบ หรือภูเขา
หากไม่นับรุ่นใช้ในอวกาศ รุ่นนี้ถือว่ามีความคล่องตัวในการปฎิบัตภารกิจมากที่สุด
ถึงแม้จะมีพลังด้อยกว่าต้นแบบก็ตาม
 




เฮอร์คัส ที่ใช้ในภารกิจทะเลทราย ติดตั้งระบบโฮเวอร์คราฟที่ส่วนขา รุ่นนี้เน้นใช้อาวุธภายนอกเช่นปืนกลหนัก และบาซูก้า
และเป็นรุ่นที่นิยมใช้ระบบอัตโนมัติควบคุม เพื่อใช้การโจมตีแบบคามิคาเซ่ในกรณีไร้อาวุธ





เฮอร์คัส ที่ใช้ในภารกิจใต้น้ำ ติดตั้งดีฟไดรฟ์แพค อาวุธคือตอร์ปิโด(ติดตั้งส่วนบนของดีฟไดร์ฟแพค) และบีมพลังงานเข้มข้นที่ฝ่ามือ
เป็นรุ่นเดียวที่เพนท์ลายพรางแสงสะท้อนของผิวน้ำ ซึ่งใช้อำพรางศัตรูที่อยู่เหนือน้ำได้ดี

 



เฮอร์คัส ที่ใช้ในภารกิจในอวกาศ ติดตั้งสตาร์บีไลเซอร์ (แบบดาวน์เกรด) อาวุธคือ บีมกัน 2 ลำกล้องที่ข้อมือ และฮีทไนฟ์ ฝ่ามือยิงบีมพลังงานได้แต่ความเข้มข้นน้อยลง


เลกิวออสรุ่นผลิตจำนวนมาก แต่เดิมอยู่ในแผนการพัฒนาเลกิวออส ซึ่งได้หยุดกลางคันไปเพราะทุ่มงบประมาณไปที่เลกิวออสตัวเดียว
หลังจากเลกิวออสและเรย์กิวได้ย้ายไปเข้าพวกกองกำลัง TSC เฮอร์คัสจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อชดเชยกำลังรบ
เฮอร์คัสตัดระบบที่ยุ่งยากส่วนใหญ่ออก รวมทั้งระบบพลังงานของหินคริสตัลโบราณ ทำให้ต้นทุนในการผลิตถูกลงและนักบินสามารถใช้งานง่ายขึ้น
มันจึงมีพลังเพียง 3 ใน 5 ของเลกิวออสตัวต้นแบบ สามารถใช้อาวุธภายนอกได้ แต่ภารกิจหลักคือเน้นการรบประชิดตัวเหมือนเดิม
(**อย่าซีเรียสกับสีของแต่ละรุ่นนะครับ คือเอามาให้เป็นตัวเผื่อเลือกหยิบไปใช้เฉยๆ ไม่มีบทบาทสำคัญ**)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 05:52:49 AM โดย hagane.f » บันทึกการเข้า

Hoiji
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 140


jacknasak@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 01:20:05 PM »

หุ่น
ชื่อ - ATE-002 Ark Strikers
สูง 21 เมตร คนขับ 1 คน

ท่าโจมตี -

วัลคัน 120 m.m. 1200 ระยะ 1 - 3 ยิงได้ 7 ครั้ง
โฮมมิ่งค์มิตไซน์ 2100 ระยะ 2 - 5 ยิงได้ 3 ครั้ง
บีมเซเบอร์ x 2 3000 ระยะ 1 - 2
บีมออโตเมติคไรเฟิล 3400 ระยะ 1 - 5 ยิงได้ 12 ครั้ง
Engage System ( Map ) 4500 ระยะ 1 - 3 En 80
Engage System 5000 ระยะ 1 - 3 En 40


ประวัติ - AT เครื่องที่ 2 ที่ถูกพัฒนามาอย่างลับ ๆ โดยปู่ของอุชิโอะ เพื่อนำไปเป็นของขวัญวันเกิด โดยขนส่งมาพร้อม ๆ กับขนส่งที่ไว้ใช้บรรทุกอาวุธสำรองของหุ่น
ทางกองทัพ แต่เกิดเหตุการณ์สลัดอวกาศบุกเสียก่อน ทำให้อาร์คสไตรค์เกอร์ที่ขับโดยอุชิโอะจึงต้องใช้อาวุธธรรมดา ๆ ของหุ่นจากทางกองทัพไปก่อน โดยที่
อาร์คสไตรค์เกอร์ มีระบบ Engage System ซึ่งสามารถสร้างม่านพลังรูปปีกสีฟ้า ออกมาล้อมรอบตัวได้ นอกจากนี้ตัวหุ่นยังมี Alice System ที่คอยคุ้มครองนักบิน
อีกด้วย แต่ทางสลัดอวกาศที่ชิง ATเครื่องแรกไปได้นั้น ก็เตรียมทำการแย่งชิงหุ่น ตัวนี้มาจากอุชิโอะอยู่  ซึ่งภายหลังจากระบบ A.L.I.C.E. และ Engage System
ทำงานอย่างกะทันหันทำให้หุ่นได้รับความเสียหาย จึงต้องมีการปรับปรุงระบบภายในห้องบังคับ เพื่อให้สามารถใช้งานทั้ง 2 ระบบได้ดีขึ้น และได้ทำการติดตั้งอาวุธดั้งเดิม
ของอาร์คสไตรค์เกอร์เข้าไปอีกด้วย จึงเป็นที่มาของ ATE-002C Ark Strikers  Kai  ซึ่งได้รับการปรับปรุง OS แล้ว  ( เนื่องจากตอน Engage System ทำงานครั้งแรก
อุชิโอะอาเจียนแทบจะหมดกระเพาะเพราะทนความเร็วของระบบไม่ได้ เสมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกาก็ไม่ปาน )


ชื่อ : ATE-002SC  Ark Strikers  MK II  ( รูปโดยท่าน HaganeF )
รูปร่าง :

สูง : 23 เมตร
หนัก : 60 ตัน
ไทป์ : เรียลโรบอท ???

ประวัติ : อาร์คสไตรค์เกอร์ไคที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของบอล์นและสลัดอวกาศ  ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมที่เรียกได้ว่า แทบจะรื้อเครื่องสร้างใหม่กันเลยทีเดียวโดยได้มีการพัฒนาระบบอลิซ และ engage system เพิ่มขึ้นจากข้อมูลไฟล์ที่ 2 ที่ได้รับมาจากแผ่นดิสก์ของปู่อุชิโอะ  โดยกระโปรงที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัว ได้เปลี่ยนใหม่ให้มีรูปร่างเหมือนกับ AT ตัวอื่น ๆ แทนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและพื้นที่ในการติดอาวุธ  นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งบูสเตอร์ที่มีกำลังแรงสูงเข้ามาแทน เพื่อให้สามารถใช้กับระบบ engage ได้มากขึ้น นอกจากนั้นด้านหลังของหุ่นยังติดตั้ง Neo VSBR ( เวสเปอร์ ) ไว้ใช้สำหรับเจาะบีมชิลด์หรือไอฟิลด์โดยเฉพาะ  ปืนออโตเมติคไรเฟิลก็มีการปรับปรุงให้สามารถยิงกระสุนไรเฟิลแบบธรรมดาแทนบีมได้อีก  นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเครื่องยนต์แปรพลังงาน ( Transposition Engine  )  สำหรับอาวุธใหม่ " กราวิตี้ ไรเฟิล "  ปืนแรงโน้มถ่วง ที่ว่ากันว่าเป็นผลงานวิจัยลับของปู่อุชิโอะอีกด้วย  แต่ทว่าเนื่องจากเป็นปืนที่ต้องใช้พลังงานมหาศาลจึงสามารถยิงได้เพียง 3 นัด และถ้ายิงหมด แล้วจะไม่สามารถใช้ระบบ Engage ได้อีก  นอกจากนี้ส่วนปีกยังติดตั้งปืนพลังงานสูงไว้เพื่อต่อต้านพวกอากาศยาน   ทางด้าน Engage System  ก็ได้รับการปรับปรุงให้สามารถสร้างม่านสนามแม่เหล็กแรงสูงที่มีความทนทานมากขึ้น และเร่งความเร็วได้มากขึ้น แต่ทว่าต้องแลกมากับเวลาที่สามารถใช้ระบบนี้ได้เพียง 7 นาที ( ของเดิมใช้ต่อกันได้ 10 นาที ) แล้วต้องพักเครื่องเพื่อให้ระบายความร้อนเป็นเวลาถึง 10 นาที ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงพักเครื่องระบายความร้อนนี่  อาร์คสไตรค์เกอร์แทบจะเป็นอัมพาตเพราะไม่สามารถใช้อาวุธติดตัวหรือระบบอื่น ๆ ได้เลย ( แต่อาวุธถือยังสามารถใช้ได้ )  นอกจากนี้ส่วนโล่ห์ของมาร์คทูก็ได้ติดตั้งเครื่องยิงดัมมี่อีกด้วย  ส่วนอาวุธระยะประชิดนอกจากบีมซอร์ดแล้ว ยังมี สนับพลังงาน ที่ติดตั้งไว้ที่เกราะหลังมือ และสามารถพับมาเพื่อให้ใช้ " นัคเคิลช๊อต " หมัดประจุไฟฟ้าได้อีกด้วย

ท่าโจมตี :

วัลคัน 120 m.m.                   2200       ระยะ  1 - 3   ยิงได้ 7 ครั้ง
โฮมมิ่งค์มิตไซน์                     2500        ระยะ  2 - 5   ยิงได้ 3 ครั้ง
นัคเคิลช๊อต & บีมซอร์ด             3500        ระยะ  1 - 2   ( เป็นท่าที่มาร์คทูจะยิงดัมมี่ก่อกวน และพุ่งเข้าไปใช้ท่านัคเคิลช๊อต และจะต่อด้วยชักบีมซอร์ดเข้าฟันอีกที )
บีมออโตเมติคไรเฟิล                 3700        ระยะ  1 - 5   ยิงได้ 12 ครั้ง  ( กราดยิงแบบกระสุนไรเฟิลธรรมดาก่อน ที่จะเข้าไปยิงบีมใส่ )
Neo VSBR                         4000        ระยะ  2 - 6   EN 25
กราวิตี้ ไรเฟิล                       4800        ระยะ  3 - 8   EN 40
Engage System ( Map )       5000        ระยะ  1 - 3   EN 80
Engage System                  6000        ระยะ  1 - 3   En 50  ( ยิ่งถ้าใช้ตอน  A.L.I.C.E. SYSTEM ทำงานด้วย ค่าโจมตีจะขึ้นถึง  6900 )

บันทึกการเข้า



Armor  Troopers   Ark-Strikers
Alasthor
The Star Combatant
Legendary Pilot
******
กระทู้: 1198



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 03, 2010, 05:20:02 PM »

The Lord Of Elementals - Azure Lighting

ยูนิท - The Lord of Elemantal-Lord of Lighting " Ixion"
ไทป์ - Ancient Super Robot

ลักษณะ



ท่าโจมตี
- Code eins "Lighting Magnum" สร้างสายฟ้าไว้ที่มือและเท้า พุ่งเข้าไปโจมตีด้วยความเร็วสูง
- Code zweii "Paradise Lost" พุ่งเข้าไปโจมตีพร้อมสร้างกรงขังจากสายฟ้าจากนั้นกรงขังก็จะช๊อตศัตรูที่โดนขังอยู่
- MAPW Code "Heven Punishers" สร้างอาณาเขตพายุสายฟ้าวงกว้างที่จะทำลายศัตรูในขอบเขต(ใช้ได้เฉพาะในบรรยากาศโลก)
- Code dri "Gaia Force" เข้าไปโจมตีแล้วลากศัตรูพุ่งไปตามพื้น(นึกภาพสตั๊ก บีเทิ่ล ครั้ชเชอร์ประกอบ)
พร้อมกับมีสายฟ้าผ่าลงมาใส่เรื่อยๆ
- Final Code "Alasthor" อัญเชิญเทพมารแห่งสายฟ้ามาเข้าทรง ปลดปล่อยลิมิตทั้งหมด จู่โจมด้วยพลังทำลายและความเร็วสูงสุด
- Secret Code "Ultima Nova" การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของ Ixion เร่งพลังทั้งหมดจนโอเวอร์ลิมิต
พุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังและความเร็วระดับเหนือจินตนาการ ภายหลังการโจมตีจะได้รับความเสียหายจากการโจมตีของตัวเองด้วย

ความสามารถพิเศษ
The Lord Of Lighting - เมื่อกำลังใจเพิ่มถึงระดับหนึ่งความเร็วและพลังโจมตีของยูนิทจะเพิ่มขึ้นและเพิ่มความสามารถพิเศษ แยกร่าง
The God Of Lighting- เมื่อกำลังใจเพิ่มถึงระดับสูงสุด ค่าพลังทุกอย่างของไพล๊อทจะเพิ่ม(มากน้อยไม่เท่ากัน)  ตัวยูนิทจะเพิ่มพลังโจมตีความเร็วและความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกรวมทั้งความ สามารถการดูดกลืนบีม และใช้กระแสไฟฟ้าในอากาศรบกวนเรดาห์การเล็งต่างๆได้
ปลดลิมิทสามารถใช้ Secret Code "Ultima Nova" ได้

ประวัติ - เทพมารจักรกลที่ถูกสร้างมาโดยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์จากยุคโบราณที่ต่างจากเหล่าจักรกลเวทย์ที่ใช้ในโลกใต้พิภพ
ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะใช้พลังงานคล้ายกัน แต่ยูนิทนี้จะดึงพลังงานจากไพลอทเยอะกว่าอย่างมหาศาล ไพลอทที่ผ่านการทดสอบ
จึงยังไม่ปรากฎ จึงโดนผนึกไว้พร้อมทั้งทิ้งการทดสอบไว้ด้วย จากนั้นผู้ที่สร้างมันขึ้นมาก็ได้จากไป ทิ้งไว้แต่เทคนิคการใช้พลังงาน
จากไพลอทเพื่อเพิ่มพลังให้กับยูนิท ดังนั้นก็เปรียบเสมือนว่า Ixion เป็นพี่น้องกับเหล่าจักรกลเวทย์ก็ได้ หลังจากนั้นเวลาก็ผันผ่าน
จักรกลเวทย์ได้ถูกพัฒนาอย่างแพร่หลาย แต่เทพมารจักรกลตัวนี้ก็ถูกลืมเลือนและรอผู้ที่สามารถจะมาท้าทายกับดักและการทดสอบ
อยู่ในซากโบราณรกร้าง จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเจ้าบื้อคนนึงมาอาละวาดทดสอบฝีมือในที่ๆเหลือไว้ทดสอบความคู่ควรในการเป็นสหายศึก
กับเทพมารจักรกลตัวนี้

แม้จะผ่านศึกมามากแต่การฟื้นตัวของ Ixion ทำให้ความเสียหายอย่างร้ายแรงแทบจะไม่ปรากฎ
แต่ศึกครั้งสุดท้ายกับเลกิวออส การต่อสู้อันรุนแรงทำให้ความเสียหายที่ได้รับมากกว่าศึกครั้งก่อนๆแบบเทียบไม่ติด
แม้ความเสียหายที่ได้จะมากมาย กลับคล้ายเป็นตัวกระตุ้นให้ความสามารถที่ยังผนึกอยู่เริ่มตื่นขึ้น
----------------------------------------------------------------------------------------

อัลคาน่า ยูนิท - The Lord of Elemantal - Lord of Inferno "Hellbringer"
ลักษณะ - อยู่ระหว่างการพัฒนาใน F Factory
สีแดงเลือดลวดลายตามลำตัวสีทองมีปีกแสงอยู่ 6 ปีกในโหมดปกติ สูงประมาณ 25 เมตร

ท่าโจมตี
- Wing of Pride การโจมตีพื้นฐานใช้การเร่งความเร็วเหนือเสียงโดยปีกแสง 3 คู่เพื่อเข้าไปโจมตี
ความเร็วจากการเร่งจะทำให้เพิ่มความเสียหายจากความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีด้วย
- Gehena Breaker  สร้างดาบพลังงานความร้อนที่เพิ่มระยะการโจมตีได้ตามต้องการ
การป้องกันโดยใช้อาวุธหรือโล่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากสภาพพลังงานของดาบที่ต่างจาก
อาวุธประเภทบีมอื่นๆ
- Raising Sun ท่าโจมตีวงกว้างที่ใช้การสร้างดวงอาทิตย์เทียมขนาดเล็กขึ้นมาและทำให้ระเบิด
ความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถควบคุมได้ตั้งแต่ระยะ 10 - 50 ตารางกิโลเมตร
และไพล๊อทจะได้รับความบอบช้ำจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นด้วย
การโจมตีนี้ยังเป็นการเพิ่มพลังให้ Hellbringer เองอีกด้วย
- Wrath of Honor สร้างพลังงานจากปีกแสงที่อยู่ข้างหลังออกมาเพื่อโจมตี รูปแบบของพลังงานที่ออกมา
จะกางออกเป็นตาข่ายที่โดนแล้วสร้างความเสียหาย และหากถูกจับได้แล้วจะโดนดึงเข้ามาเพื่อโจมตีซ้ำ
- Kishin การสร้างร่างเสมือนออกมาโจมตีเป็นจำนวนมหาศาลโดยใช้พลังงานความร้อน
หลังจากร่างเสมือนโจมตีเสร็จจะกลับเป็นพลังงานมารวมที่ร่างจริงเพื่อเป็นการเร่งพลังในการโจมตีชุดสุดท้ายที่รุนแรงที่สุด
- Exa Flare เปิดระบบ Sepiroth System กางปีกแสงทั้งหมด 12 ปีก พุ่งไปในความสูงระดับชั้นบรรรยากาศ
ระเบิดพลังงานมหาศาลแล้วยิงลงมาใส่เป้าหมาย ความรุนแรงไม่อาจจะประเมินได้
- ????????? - ????????????????

ความสามารถพิเศษ
The Lord Of Darkness - ทำงานทันทีเมื่อเดินเครื่องส่งผลให้ค่าพลังไพล๊อทเพิ่มทุกอย่าง
การโจมตีระยะประชิดจากศัตรูจะถูกโต้กลับก่อนจะถึงตัว 50%
Sepiroth - เมื่อความเสียหายเกิน 20% ระบบจะทำงาน ทำให้การซ่อมแซมตนเองจะเริ่มขึ้น
ค่าพลังต่างๆสูงขึ้นไปเรื่อยๆตามจำนวนปีกที่ปรากฎ เมื่อครบ 12 ปีก การโจมตีที่รุนแรงที่สุดจะถูกปลดปล่อยออกมา
อนึ่งหลังจากระบบทำงานแล้ว จะไม่มีการหยุดแม้ว่าการซ่อมแซมตนเองจะทำให้ความเสียหายไม่เหลือแล้วก็ตาม
Apollo - ระบบพลังงานอนันต์จากแสง สามารถรับแสงทุกชนิดเป็นพลังงานได้ การโจมตีจากบีมทุกชนิดจะถูกดูดกลืนได้
Gate - เปิดช่องว่างเพื่อเดินทางตามตำแหน่งที่ระบุได้อย่างอิสระ

ประวัติ - เทพมารจักรกลแห่งการทำลายล้างไม่ทราบผู้สร้างแน่ชัด ถูกพบในช่วงอดีตของโลกใต้พิภพ
แต่ไม่สามรถเดินเครื่องได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ในหุ่นก็มีบันทึกถึงพลังทำลายล้างและสงครามในอดีตอันไกลโพ้นอยู่
ผู้คนในสมัยเก่าที่รักสันติจึงผนึกไว้อีกครั้ง บันทึกไว้เพียงแต่ข้อมูลพื้นฐานและพลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัวเท่านั้น
โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่บันทึกไว้จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ เทพแห่งการทำลายตื่นขึ้นในอนาคต
อนึ่งข้อมูลในบันทึกนั้นได้ถูกนำไปลองสร้างเทพมารจักรกลอีกหนึ่งเครื่อง (Ixion)
แม้ ว่าเครื่องที่ถูกสร้างมาทีหลังจะความสามารถด้อยกว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ แต่ก็ยังไม่มีผู้บังคับได้อยู่ดี จึงผนึกไว้พร้อมกับข้อมูลเช่นกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2013, 11:49:30 AM โดย Alasthor » บันทึกการเข้า
SrwKung
Nadesico Crew
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2305


Blue Star

naki_nakiru@Hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 02:10:52 PM »

Macha

=Bon Resist Army Ealhunk=

[MRS-001-MP] Arcana Vanguard (อาคาน่าแวนการ์ด)

[MRS-002-S] Arcana Saga (อาคาน่าซาก้า)
[MRSX-002-S-A] Arcana Flugel Saga (อาคาน่าฟลาเค็นซาก้า)
- อาคาน่าเซคัลซี่รีย์เครื่องแรกและเป็นเครื่องประจำตัวของรัตน์ พรมอนันต์ ออกแบบมาให้ใช้งานในการต่อสู้ระยะประชิด นอกจากชุดอาวุธพื้นฐาน(ปืนกลหกลำกล้อง,บีมเบลดสองเล่ม,มิสซายแผงติดขา)ซาก้ายังมีอาวุธอื่นๆอันประกอบด้วย เครื่องปล่อยกระแสไฟฟ้าที่ฝ่ามือขวาและมือขวา ซึ่งใช้เป็นท่าโจมตีอาคาน่าฟิงเกอร์ได้ ดาบขนาดใหญ่อาคาน่าฟลาชิอ้อน และปืนลำแสงที่ติดอยู่ที่ลำตัว อาคาน่าบลาส ซึ่งมีอนุภาพทะลุทลวงเกราะของยานรบได้ในนัดเดียว
ภายหลังจากการได้รับความเสียหายในสมรภูมิทำลายปืนใหญ่อัศนีแดงที่ประเทศไทย ซาก้าก็ได้ถูกอัพเกรดอีกครั้งด้วยฝีมือของรูบี้และเซตะ โดยการรื้อโครงสร้างของตัวหุ่นและใส่ไซคิกคล็อธแบบใหม่ที่ทำมาจากไซเทเรียม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของไซคิกเอ็นจิ้นและการโอเวอร์ลิมิตและทำหน้าที่เสมือนเส้นเลือดซึ่งช่วยไหลเวียนอนุภาคไซคิกในตัวอีกด้วย และยังได้เพิ่มบาลานซ์บูสเตอร์ซึ่งเป็นปีกคู่ขนาดเล็กด้านหลังเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนและเป็นที่ระบายความร้อนในตอนที่โอเวอร์ลิมิตทำให้สามารถใช้งานโอเวอร์ลิมิตได้นานยิ่งขึ้น และได้ใส่ไซคิกรีเอกเตอร์เข้าไปด้วยอีกสองเครื่อง ทำให้สามารถปลดปล่อยอนุภาคไซคิกออกมาได้มากกว่าเดิมในตอนที่โอเวอร์ลิมิต

[MRS-002-R] Arcana Romance (อาคาน่าโรมานซ์)
[MRSX-002-R-A] Arcana Fang Romance (อาคาน่าแฟงค์โรมานซ์)

[MRS-002-L] Arcana Legend (อาคาน่าเลเจนด์)

[MRS-002-T] Arcana Tale (อาคาน่าเทล)

[MRSX-002-LT-A] Arcana Final Legendtale (อาคาน่าไฟน่อลเลเจนด์เทล)

[MRS-002-H] Arcana History (อาคาน่าฮิสเทรี่)
[MRSX-002-H-A] Arcana Fast History (อาคาน่าฟาสฮิสทอรี่)

[MRS-002-C] Arcana Chronicles (อาคาน่าโครนิเคิล)
[MRSX-002-C-A] Arcana Feather Chronicles (อาคาน่าเฟเธอร์โครนิเคิล)

[MRS-002-W] Arcana Whisper (อาคาน่าวิสเปอร์)

[MWS-001-MP] Divine Mass Production (ดีไวน์รุ่นผลิตจำนวณมาก)
[MWS-001-C] Divine Custom (ดีไวน์คัสต้อม)

[MWS-002-B] Blue Galaxie Angel (บลูกาแลคเซียแองเจิล)
[MWS-002-B-G] Blue Galaxie Goddess (บลูกาแลคเซียก็อดเดส)

[MWS-002-R] Red Galaxie Angel (เรดกาแลคเซียแองเจิล)
[MWS-002-R-G] Red Galaxie Empress (เรดกาแลคเซียเอ็มเพรซ)

----------------
Word

ไซคิกเอ็นจิ้น
-เครื่องยนต์ไซคิก ระบบเครื่องยนต์ที่จะจับเอาคลื่นสมองของนักบินมาช่วยเหลือในการควบคุมหุ่นยนต์ ทำให้สามารถบังคับหุ่นได้ง่ายขึ้น
ไซคิกคล็อธ
-เฟรมไซคิก เฟรมพิเศษซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแผ่นโลหะบางๆเคลือบทั่วตัวของอาคาน่า มีความสามารถในการดูดซับกระแสจิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งและถ่ายข้อมูลให้กับไซคิกเอนจิ้นและยังช่วยดูดซับความร้อนของเครื่องยนต์ในยามโอเวอร์ลิมิต
ไซเทเรียม
-ชื่อเรียกแร่ชนิดใหม่ที่ถูกค้นพบบนดาวอังคาร มีน้ำหนักเบาและมีความสามารถในการเปลี่ยนกระแสจิตของผู้ใช้ให้เป็นอนุภาคไซคิกได้และยังเป็นตัวผ่านสื่อกลางกระแสจิตกับอนุภาคเหล่านั่นอีก
ไซคิกรีแอกเตอร์
-เครื่องกำเนิดอนุภาคไซคิก ประกอบด้วยอุปกรณ์จ่ายไฟฟ้าและแร่ไซเทรียม
อนุภาคไซคิก
-อนุภาคพิเศษ ที่เกิดจากไซเทรียมมีความสามารถในการส่งสัญญาณไฟฟ้าหรือแปลงตัวเองให้เป็นกระแสไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กได้
รูริเทียม/รูริเซล
- ธาตุชนิดใหม่ที่เกิดจากการสังเคราะห์ธาตุลอว์เรนเซียม มีความสามารถในการกักเก็บพลังงานได้เหมือนเซลพลังงาน ซึ่งสามารถกักเก็บได้เป็นบริมาณมาก ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานของหุ่นยนต์ทั้งฝ่ายบอนล์และเอลฮังค์ในชื่อของรูริเซล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2010, 01:07:46 AM โดย SrwKung » บันทึกการเข้า

dradongenesis
Global Moderator
Invinsible Pilot
*
กระทู้: 2259


G-dradongenesis

dradongenesis@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 04:10:22 PM »

ชื่อ Knight Paladin(ไนท์ พาลาดีน)
รายละเอียด

รูป Ver. คุณ hagane f


รูป Ver. dradongenesis



ยูนิท
ไทป์ - Super Robot(ซูเปอร์ โรบอท)
ชื่อ - Knight Paladin(ไนท์พาราดิน)
ลักษณะ - หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนอัศวิน มีสีขาวเป็นหลัก
สี - เกราะสีขาว ท่อนแขน ขา สีทอง และอีกหลายสี(ใส่มาเยอะ)
น้ำหนัก - ไมได้ระบุไว้

อาวุธิติดตัว
ดาบพาราดีน -  ที่มีความทนทานสูงมาก(สามารถเรียกออกมา โดยพลังของหุ่น)
ดาบสั้น(เปลี่ยนใหม่) - พับติดอยู่ที่ขาหุ่น สามารถดึงออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นอาวุธได้
ไนท์ชิลด์ - ติดอยู่ตรงปลายเกราะไหล่ 2 ชิ้น มีปลายแหลมออกมาติดไว้ ป้องกันอาวุธ Beam และดาบได้ดีมาก
ไนท์ ฮอร์น - เขาแหลมที่ติดตรงหน้าผากหุ่น สามารถสร้างความร้อน(นึกถึงอัลไอเซ่นได้) แล้วเอาไปผ่าหรือแทงได้
มินิกัน - ปืนขนาดเล็กที่ข้อมือหุ่น เวลาใช้จะยึดออกมา(ไอเดียใหม่ของคุณ f ถูกใจ) ยิงรัวได้ แต่พลังต่ำ ไม่ใช่อาวุธหลักที่จะโจมตีโดยตรง แต่ใช้สกัดการโจมตีเท่านั้น

ท่าโจมตี

"มินิกัน!!"ยิงกระสุนที่ข้อมือกระหน่ำใส่ศัตรู เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวศัตรู
"ไนท์ ฮอร์น สแลช!!" สร้างความร้อนที่ไนท์ฮอร์น แล้วเขาไปฟันใส่ศัตรูโดยตรง
"ดับเบิล ไนท์ ชิลด์ สแลช" นำปลายแหลมของโล่ เขาไปแทงใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่องๆ แล้วกระแทกซ้ำจนกระเด็น
"เพลงหมักต่อเนื่อง!!" ถอดโล่ที่ไหล่ลงกับฟื้น(เพื่อให้หุ่นเบาขึ้น) เปิดบูสเตอร์ แล้วพุ่งตรงเข้าหาศัตรูโดยตรง ปล่อยหมัดใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่อง แล้วเสยศัศรูขึ้นไปบนฟ้า ปล่อยลงมากระแทกฟื้นอย่างแรง
"พาลาดีน สแลช!!" นำดาบพาราดีนออกมา เปิดบูสเตอร์พุ่งขึ้นฟ้า แล้วลงมาผ่าศัตรู จนขาดเป็น 2 ซีก
"ไฮเปอร์ บาสเตอร์"ชาร์ตพลังงานไปที่ลูกแก้วตรงกลางหุ่น แล้วยิงออกไปอย่างรุนแรง
"ไฮเปอร์ พาลาดีน ซอร์ต!!"ยิงพลังงานงานแสงใส่ปลายดาบพาลาดีน แล้วชูดาบขึ้นบนท้องฟ้า พลังงานที่ปลายดาบจะพุ่งออกมา แล้วฟาดดาบลงบนฟื้น(นึกถึงดันคูโคงาเคน ของดันคูก้าได้) ผ่าร่างศัตรูด้วยพลังงานอันรุนแรง จนฟื้นที่รอบข้างเสียหายรุนแรง

ประวัติของตัวหุ่น
ไนท์ พาราดิน หุ่นยนต์ลับสุดยอดของตระกูลไนท์เดี้ยน ถูกสร้างขึ้นมา แล้วถูกนำไปเก็บซ่อนไว้อย่างลับๆ เพื่อจะเก็บไว้ใช้งานยามจำเป็นเท่านั้น แต่หลังจากตระกูลไนท์เดี้ยนได้ถูกสังหารโดยกลุ่มคนลึกลับ ได้มีคนแก่คนนึง ได้นำมันออกมา แล้วนำมาให้กับโรจิส ที่สามารถรอดมาจากการถูกลอบสักหารได้ ซึ่งหุ่นตัวนี้มีแต่สายเลือดไนท์เดี้ยนตัวจริงเท่านั้นที่จะใช้มันได้   
เวลาโรจิสจะบังคับมัน จะต้องสวมชุดที่หุ่นสร้างขึ้นมาเท่านั้น เพื่อที่จะสามารถบังคับได้อย่างอิสระ


เพิ่มข้อมูลครับ

รูปแบบพาวเวอร์อัพของ Kngiht Paladin ครับ



W Knight Paladin(วิง ไนท์ พาลาดิน)

ข้อมูล ไนท์ พาลาดีน ที่พาวเวอร์อัพหลังจากการที่โดนไล่ต้อนจนสู้ศัตรูไม่ได้ หุ่นได้ถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่ โดยมีปีกขนาดใหญ่ ที่ทำให้หุ่นบินได้แล้ว(ปกติบินไม่ได้) แล้วก็ยังมีอาวุธดาบอีกเล่มมาเสริม
อาวุธเสริม
ดาบอัศวิน - มีรูปร่างคล้ายๆดาบญี่ปุ่น มีน้ำหนักเบา สามารถใช้งานได้ง่าย และรวดเร็วมาก
ซูเปอร์ พาลาดิน ซอร์ต - ดาบพาลาดิน ทีเกิดจากการใส่พลังงานที่ดาบพาลาดีนอย่างเต็มที่ ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นมาก สามารถทำลายศัตรูจำนวนมากได้อย่างสบายๆ

 
รูปร่างดาบ


หุ่นยนต์ของตัวละครอีกคน



ยุนิท
ไทป์ - Super Robot
ชื่อ - Blue Stirker
ลักษณะ - หุ่นยนต์สีฟ้า ใช้อาวุธ ดาบ โล่
สี - ฟ้า เหลือง แดง
น้ำหนัก - ไม่ได้ระบุไว้

อาวุธติดตัว(มีจำนวนน้อยมาก)
บลู ซอร์ต(ดาบสีฟ้า) อาวุธประจำตัวของหุ่นตัวนี้ เป็นอาวุธหลัก ที่มีความรุนแรงศูงในระดับนึง
สไตร์เกอร์ ชิลด์  อาวุธป้องกันของหุ่น จะติดไว้ที่แขนซ้าย สามารถป้องกันได้ทุกอาวุธรูปแบบ

ท่าโจมตี

สไตร์เกอร์ punch! - โจมตีด้วยการเข้าไปต่อย 3 ครั้ง
สไตร์เกอร์ Attack! - ใช้เข่าของหุ่นกระแทกอย่างแรง
สไตร์เกอร์ Kick! - กระโดดขึ้นไปบนฟ้า แล้วใช้เท้าลงเตะศัตรูอย่างรุนแรง
สไตรเกอร์ Beam - เปิดผนึกที่หน้าผาก แล้วยิงบีมออกมาใส่ศัตรู
บลู ซอร์ต! - นำดาบเข้าไปฟันใส่ศัตรู 2 ครั้ง
บลู ซอร์ต ครัชเชอร์! - รวมพลังไปที่ดาบ แล้วสร้างลำแสงที่ดาบ แล้วผ่าศัตรูเป็นเป็น 2 ซีก
สไตรเกอร์ combination! - ใช้ท่าของหุ่นหลายท่า โจมตีใส่ศัตรู
(การใช้ท่านี้)
ใช้ สไตรเกอร์ Kick! เตะจนศัตรูถไหลไปกับฟื้นดิน
จากนั้น
ใช้ สไตรเกอร์ Punch! เข้าไปชกใส่ทำให้ศัตรูกระเด็นถอยหลังไป
จากนั้น
ใช้ สไตรเกอร์ Attack! ใช้เข่าของหุ่นกระแทกแบบเต็มแรง แล้วส่งขึ้นฟ้า
จากนั้น
ใช้ สไตรเกอร์ Beam ยิงใส่ศัตรูบนฟ้าเป็นการนำร่องก่อน แล้วนำบลูซอร์ต ผ่าดาบใส่ศัตรูอย่างรุนแรง จนมันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

ประวัติของหุ่น
Blue Striker เป็นหุ่นที่ถูกสร้างจากพลังธรรมชาติ แล้วถูกเก็บไว้ในถ้าคริสตัลแห่งนึง โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้มากก่อน แต่แลนซึ่งได้เดินทางมาเจอถ้ำแห่งนี้ แล้วเข้าไปพบกับ Blue Strikers เข้า หุ่นตัวนี้จึงได้ตื่นจากการหลับไหลมา แล้วเลือกให้แลนเป็นคู่ควบคุม
หุ่นตัวนี้จะแสดงพลังอันรุนแรง ก็ต่อเมื่อแลน ได้มีแรงฮึดสู้แบบสุดขีด(เช่นเห็นเพื่อนพ้อง โดยทำลาย หรือเสียหายหนัก) จะทำให้หุ่นปล่อยออร่าสีฟ้าออกมา ตัวหุ่นจะมีพลังเพิ่มอย่างมหาศาล  แต่หลังจากที่สู้ครั้งนั้นเสร็จแล้ว ผู้บังคับก็จะบาดเจ็บไปบ้าง

บันทึกการเข้า


http://g-dradongenesis.exteen.com

NEW! Project Original Fiction : Knight Paladin ดูได้ที blog ครับ
Shin
The Star Combatant
Talent Pilot
******
กระทู้: 119


Neko-Miko Reimu


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2010, 09:44:52 PM »


ถาพโดย Hagane.F
เจ้าของเครื่อง - ฟาลิน (ไม่มีนามสกุล)
ประเภทหุ่นยนต์ - เรียลโรบอท
ชื่อ - LLS-00 : Longlance ( Limited the Long Sweeper )

รูปร่างหน้าตา - ทรงหุ่นแสนจะธรรมดาแต่ดูเป็นทางการคล้ายทรงอย่าง ARX-Serie ในซีรี่ย์ Full Metal Panic  นั่นเองซึ่งหากเทียบกับหุ่นทรงอื่น ๆ แล้วตัวที่โดดเด่นกว่ามักจะตกเป็นเป้าได้ง่ายกว่า  มีดวงตาแบบโมโนอาย  (โดยมากแล้วมักเป็นหน่วยซุ่มอยู่ไกลลิบ ๆ หรือชนิดว่านอกสมรภูมิเลยก็ยังได้ ไม่ทำให้เธอสูญเสียความแม่นยำไปแต่อย่างใด)

อาวุธ - ONDR : Behemoth  (Only oNe Dominic Rifle)
ปืน ยาวติดลำกล้องเพียงกระบอกเดียวอันเป็นอาวุธนอกตัวของเธอ ซึ่งผสมผสานกระสุนสองชนิดไว้ในกระบอกเดียวกันด้วยรูปทรงที่ซ้อนปากกระบอกไว้ ด้วยกัน (คล้าย ๆ คลูสตันลันเชอร์แหละจ้า~) ตัวปืนนั้นเชื่อมโยงระบบกับตัวหุ่นด้วยคีย์ซับซ้อนจนถึงตัวเจ้าของ นอกจากเธอไม่มีใครสามารถใช้งานได้
ซึ่ง
กระบอกกระสุนโลหะสามารถใช้ กระสุนได้สามแบบคือ Sub-Machine gun / Sniper Rifle และ Rifle (ระยะกลาง ~ ค่อนข้างไกล จะยิงแบบไม่ซูม) ซึ่งแต่ละโหมดใช้ขนาดกระสุนต่างกันตามเหมาะสม
กระบอก กระสุนพลังงานยิงได้แบบเดียวคือ Beam Rifle อานุภาคลดหย่อยตามระยะทางที่วิ่งไป ใช้ต่างสถานะการณ์กัน สุดแต่ว่าศตรูหรือเป้าหมายมีเกราะและการป้องกันแบบไหน

Assassinate Assault : ปืนโหมดสไนเปอร์ไรเฟิ่ล โจมตีเป้าหมายเดียว ด้วยกระสุนโลหะเพียงนัดเดียวอย่างหวังผล

Rest In Place (R.I.P.) : ระดมยิงกระสุนสไนเปอร์ไรเฟิ่ลใส่เป้าหมายเดียวจนหมดแม๊กกาซีน โดยมากใช้กับยูนิททีมี่ขนาดใหญ่ เกราะหนาตายยาก ความทนทานสูง หรือปราศจากจุดอ่อน

Shoot the Target : ปืนโหมด Semi-auto Rifle โจมตีป้องกันตัวระยะเริ่มเสี่ยงด้วยกระสุนโลหะ

Six 'n row : ใช้กระสุนไรเฟิ่ล 6 นัดยิงต่อเนื่อใส่เป้าหมายเดียว กรณีเป้าหมายที่เข้าหาดูเกราะหนาและทนทาน

ฺBrust!! : สาดกระสุนโลหะโหมดปืน Sub-Machine gun ในระยะฉุกเฉิน ซึ่งมักจะใช้ร่วมกับปืนกลติดหน้าผาก

Falin Beam!?  :  โหมดปืนพลังงาน ใช้กับยูนิตที่บอบบางต่อการโจมตีด้วยพลังงาน ความร้ายแรงขึ้นอยู่กับระยะทางที่หวังผลได้ชัดเจน หากไกลมากเกินไปเธอจะใช้กระสุนโลหะแทน

Chain-saw Bayonet : อาวุธประชิดระยะฉุกเฉินที่สุดนั่นคือใบเลื่อยที่อยู่ช่วงสุดหน้ากระบอกใต้ลำ ปืนขนาดราว ๆ ครึ่งกระบอก-และอยู่ใต้ช่วงรองมือของหน้าปืนไปอีกที หากเธอละปืนและชักดาบลำแสงไม่ทันเธอไม่ลังเลจะใช้มันเฉือนกระชากศตรูที่ไม่ ระวังตัวอันจะทะเล่อทะล่ามาเข้าใกล้เธออย่่างเดียวปราศาจการวางแผนใด ๆ องศาการวาดลงไม่แน่นอน หากคนดวงแข็งพอก็จะไม่ได้ไปสู่สุขติกับหุ่น  และเมื่อใบเลื่อยกำลังวาดอยู่บนตัวหุ่นเคราะห์ร้ายอย่างจังเบอร์เธอก็มักจะ คำรามออกลั่นและหัวร่ออย่าน่าขนลุกอยู่เสมอ ซึ่งอาการหัวเราะนี้ก็มักจะเกิดกับช่วงเวลานี้เป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

Beam Saber : ดาบลำแสงที่ขาดเสียมิได้ หากใช้ดาบเล่มนี้จะป้องกันตัวฉุกเฉินที่สุดได้ดีกว่าเลื่อยปลายปืน ด้วยมีความคล่องตัวมากกว่านั่นเอง

ความสามารถระบบพิเศษ

Anti-Stealth Detection : ต่อให้พรางตัวมาแบบไหนซ่อนสัญญาณขนาดใดก็ไม่มีใครจะเล็ดรอดเซ็นเซอร์ของหุ่น ตัวนี้ไปได้ มันสามารถอ่านค่าทะลุแจมเมอร์ได้

Unlighting Mono-eye : บางครั้งก็จำเป็นต้องผิดแสงไฟจากเซ็นเซอร์ดวงตาเพื่อให้สามารถซุ่มได้อย่างเต็มที่

Skyline sensor : สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสไนเปอร์คือระบบมองไกล  เธอสามารถสอดแนมฐานทัพศตรูในระยะหลักหมื่น กม. ได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่สามารถใช้งานเธอในด้านนี้ได้เท่าไหร่นัก เพราะเธอให้ข้อมูลที่เป็นทางการไม่ได้ หรือได้แต่ไม่รู้เรื่องเลยนั่นเอง สรุปคือเอาไว้เล็งคู่กับปืนอย่างเดียว  โดยมากใช้ในการโจมตีศตรูที่อยู่ไกลมาก ๆ ถึงมากที่สุด และใช้ในการตรวจจับภัยคุกคามรอบตัวในยามก่อนคับขับด้วยเช่นกัน

Camouflage System : ระบบพรางตัวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่สิ้นเปลืองพลังงานมากเท่าการล่องหน

Temperate Detector : การก่อกวนมือซุ่ม วิธีที่ดีอย่างหนึ่งคือการพึ่งสภาพแวดล้อมรอบตัว อาทิฝุ่นควัน พายุทราย ป่าไม้หรือภูเขา  ระบบนี้จะตรวจวัดอุณหภูมิของวัตถุและสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเพื่อให้สามารถแยก แยะบริเวณที่มีอุณหภูมิต่างกันได้อันนำไปสู่การตรวจจับตัวหุ่นที่พยายามก่อ กวนเธอต่อไป  คงไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะแยกแยะระหว่างรูปทรงของหุ่นทรงมนุษย์หรืออื่น ๆ กับสภาพแวดล้อม  แต่แน่นอนว่ารวมถึงดัมมี่ที่ปล่อยไว้หลอกตาด้วยอาจทำให้เธอสับสนได้  ซึ่งเธอมักจะพึ่งสายตาและการมองเห็นตามทิศทางและเวลาจริงมากกว่าการเล็งเรดา ห์มองหา ด้วยเหตุผลง่ายๆ  ว่ามันชวนเธองงนั่นแหละ

Hyper Jammer : สุดยอดระบบบรบกวนสัญญาณตรวจจับของศตรูที่เข้ามาใกล้ เพื่อจะได้ถอยไปตั้งหลักได้ทัน หรือกินนิ่ม โดยเฉพาะหุ่นส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยเรดาห์มากกว่าการมองด้วยสายตาจริง  กระทั่งการก่อกวนสัญญาณมิซซายด์นำวิถี และวิถีตรงให้เฉไปทางอื่น  รวมไปถึงก่อกวนสัญญาณภาพบนมอนิเตอร์ของศตรูเพราะโดยมากหุ่นจะใช้ระบบประมาณ ภาพอัตโนมัติจากกล้องมากกว่าการมองด้วยระบบ-Manual

อื่นๆ - หุ่นของเธอนั้นทนกระสุนทนลำแสง ทนมันซะทุกอย่าง แต่ไม่ทนมือทนเท้าเอาซะเลย เท่าที่อ่านมาอาจจะอุทานรึไม่ก็ "ปั้ดโถ~" กันมาตั้งนาน รู้สึกว่ามัน ' ขี้โกง ' ซะเหลือเกิน  อยู่ไกลระดับไหนเป็นไม่รอดไปซะหมด  แต่เธอมีจุดอ่อนที่การต่อสู้ระยะประชิด  เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการต่อสู้หรือป้องกันตัวระยะประชิดเท่าไหร่เลย นอกจากอาวุธที่มีไว้เพื่อใช้กับความสนุกหรือยามุกเฉินเท่านั้น และมักใช้ไม่ได้ผลกับคนที่โชกโชนการลุยปะฉะดะ  แต่การจะเข้าใกล้เธอก็ไม่ใช่เรื่อง่ายเหมือนกัน นอกเสียจากว่าจะมีฝีมือเก๋าเข้าขั้นจริง ๆ รึไม่ก็มือซุ่มด้วยกัน แต่สำหรับมือซุ่มไม่ใช่ปัญหาของเธอเลย ปัญหาคงอยู่ที่ Fighter หรือ Infighter ซะมากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 03, 2010, 09:47:41 PM โดย Shin » บันทึกการเข้า
KaizerNova
Pilot
**
กระทู้: 69


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2012, 10:29:42 AM »

ชื่อหุ่นยต์- ครอส
เจ้าของ-โนวา
เป็นร่างฟิวชั่นของโนวากับเกนมาชีน เป็นหุ่นยนต์ประเภทซูปเปอร์โรโบ มีรูปร่างที่คล้่ายดันคูก้าโนวา แต่มีควา่มแข็งแกร่งกว่า
ครอส สามารถต่อสู้ได้รวดเร็วด้วยดาบ ทรงพลังด้วยหมัด และแม่นยำด้วยปืน
ชื่อท่า
- Hurricen Pucnh เป็นการชกเข้าที่ตัวของศัตรูแ้ล้วปล่อยพลังพายุเข้าทำลาย
-Silent Kick เป็นการกระโดดเตะเข้าที่ตัวของศัตรูแล้วระเบิดพลังงานเข้าทำลาย
-Dynamic Kick เป็นการปลดปล่อยพลังออกมาแล้วกระโดดเตะศัตรู
-Mega Saber  เป็นการทำให้ดาบปกติของ ครอส ใหญ่ขึ้นและทรงพลังมากขึ้น
-G Beam       เป็นการยิงเลเซอร์ขนาดใหญ่ขากส่วนเท้าเข้าทำลายศัตรู
-Tower Gun  เป็นการแปรสภาพส่วนมือไหล่ ขา และ ตัวให้มีปืนจำนวนมากแล้วกรหน่ำยิงใส่ศัตรู
-shining wing  เป็นการปลดปล่อยพลังออกมาเป็นปีกแล้วบินพุ่งเข้าชนศัตรู
-Final Blade   เป็นการเพิ่มพลังให้ดาบจนทำให้ดาบกลายเป็นดาบร่างสุดท้ายที่สามารถผ่าดาวได้แต่อยู่ได้แค่ 3 นาที
-Genesis Blade เป็นการทำให้ final blade ที่หมดเวลาแล้วกลายเป็นร่างใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิม
-Power Full     เป็นการปลดปล่อยพลังทั้งหมดของครอสออกมา คล้่ายๆ face open ของไกคิงแต่จะไม่ดีดเกาะ
-Gingga Strom  เป็นพลังที่จะใช้ได้ตอนที่ใช้ power full เท่านั้นเป็นการปล่อยพลังทั้งหมดที่มหาศาลมากๆเข้าทำลายศัตรู

ชื่อหุ่นยนต์-evil
เจ้าของ-เบะอา
ประเภท-ซูปเปอร์โรโบ
เป็นร่างฟิวชั่นของเบะอากับไททั่นแมชชีน มีรูปร่างที่คล้ายคลึงกับ วอลเทสวี แต่มีร่างกายสีดำสามารถล่องหนและลอบโจมตีศัตรูได้
ชื่ิอท่า
-evil slayer เป็นการระเบิดพลังกระจายออกรอบทิศ
-Dark spatar เป็นการระเบิดดาบออกกระจายทั่วทิศ
-Nightmare ร่างปลดปล่อยพลังงานของ evil สามารถล้ม cross ได้สบายหากใช้ร่างนี้แต่ก็พ่ายแพ้ก็ ร่างสูงสุดของcrossอยู่ดี

ชื่อหุ่นยนต์- 7
ประเภท-ซูเปอร์โรโบ
เจ้าของ-ไชนิ่ง
หุ่นที่ถูกทิ้งแต่ก็มีพลังมหาศาลซ่อนอยู่มีแต่ไชนิ่งเท่านั้นที่ใช้ได้
ชื่อท่า
- 7 kick เป็นการแยกร่างออก 7 ร่างแล้วเตะพร้อมกัน
- 7  hurricen เป็นการสร้างพายุเจ็ดลูกเข้าทำลายศัตรู
- 7 powerfull เป็นการปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
ปล.ท่าทั้งหมด ยกเว้น ginga strom เป็นท่าที่ครอสได้รับการถ่ายทอดมาจาก 7
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2012, 09:14:35 PM โดย KaizerNova » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: