หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: UnReal -Feelin' the Light- กำลังจะฟัดกันแล้วครับ เปิดมาก็ฆ่ากันเหมือนเช่นเคย  (อ่าน 1422 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 564


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2011, 01:32:18 PM »

ชื่อ : Aieara W Naren (ไอยรา ดับเบิ้ลยู นาเร็น จะอ่าน ไอเอีย หรือ ไอยาก็ได้)
เพศ : ชาย
ส่วนสูง/น้ำหนัก(/สัดส่วนเฉพาะสาวๆ ตัวผู้ไม่ต้อง) : 168 cm/ 66.5 kg
อายุ : 20
รูปร่างหน้าตา : หน้าเรียว แก้มป่อง ตาคมเหมือนเหยี่ยว แววตาหม่น ผิวแทน ผมสั้นสีดำ ร่างกายกำยำ ที่ง่ามมือซ้ายระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มีปานเนื้อรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ลักษณะนิสัย : กวนประสาทเล็กน้อยกับคนรู้จัก
สิ่งที่ชอบ/ไม่ชอบ ปืนไรเฟิลรุ่นพระเจ้าเหา AK74 สุดรักมรดกของพ่อ/การถูกกดขี่ การถูกบังคับจิตใจ คนเอาแต่ใจตัวเอง
ความเข้มแข็งของจิตใจ : เป็นคนที่มีจิตใจค่อนข้างอ่อนแอ ที่เหลือจะปรากฎเรื่อยๆ จิตใจเข้มแข็ง 40% (เพิ่มลดตามตัวเลือก)

เป็นผู้ใช้เวทมนต์รึเปล่า? : ไม่เป็น

เป็นนักบิน AG รึเปล่า? : เป็น

ฝ่ายที่สังกัด : นี่ล่ะตัวเอกนำเรื่อง แต่อย่าไปคิดว่ามันเป็นพระเอกเลย
ประวัติ : อาชีพ - พนักงานรายวันบริษัทอิเล็คทรอนิกส์, อดีต - พ่อแม่ถูกประหารด้วยข้อหาค้าอาวุธเถื่อน จึงเลิกเรียนแล้วร่อนเร่พเนจรไปตามอณานิคมต่างๆ เปลี่ยนงานไปเรื่อย, อาวุธ - AK74, วิทยายุทธ์ - ไม่มีซักอย่าง
     เป็นเด็กที่เติบโตมาในสังคมเสื่อมโทรมในโคโลนี่อุตสาหกรรมบนดาวแห้งแร้งใกล้ๆ กับวาร์ปเกต ช่วงที่เกิดมาสงครามระหว่างรัฐบาลและฝ่ายปฏิวัติรุนแรงมาก และโคโลนี่ที่เขาอยู่นั้นเป็นแหล่งอุตสาหรรมชั้นยอดฝ่ายปฏิวัติหัวรุนแรงจึงบุกยึดเป็นฐานที่มั่น หลังจากนั้นไม่นานสงครามก็เกิดขึ้นบนดาว ครอบครัวจึงย้ายหนีไป แต่ในยานกลับมีคนของฝ่ายปฏิวัติแฝงตัวอยู่แล้วติดสอยห้อยตามข้ามอวกาศมาด้วย เพื่อให้ไอยรารอดชีวิตพ่อแม่ของเขาจึงจำต้องร่วมมือกับฝ่ายปฏิวัติเป็นช่างเทคนิคและแอบส่งยุทโธปกรณ์ จนในที่สุดก็ถูกจับได้และตัดสินประหาร ตัวไอยราได้รับยกเว้นโทษแต่ก็ต้องถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นลูกกบฏ...
     ในยุคที่การศึกษาและข้อมูลข่าวสารถูกบิดเบือนยากที่จะค้นหาความจริง ไม่มีใครรู้ว่าพวกปฏิวัติแท้จริงต้องการอะไร ไม่มีใครเข้าใจการกระทำของรัฐบาลเบื้องหลังนั้นยากจะเปิดเผย ไอยราจึงปิดกั้นจิตใจของตัวเองตลอดมา อาศัยอยู่ในโลกที่มีเพียงลำพังตัวเอง เพราะไม่รู้จะเชื่อใจใคร และไม่อยากจะเจ็บปวดอีกแล้ว...

เพลงธีม : From the Inside (Linkin Park) และ คราม (Body Slam)



---------------------------------------------



     วันนี้ไม่ต่างจากวันก่อนๆ ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง... ใช่เหมือนเดิมแม้แต่ข่าวเช้าก็ยังรายงานเรื่องเดิมๆ

        '...คณะปฏิวัติประกาศกร้าวพวกเราจะกลับโลกไม่เอาแล้วกับการร่อนเร่และถูกกดขี่จากรัฐบาล ครับนี่เป็นแถลงการล่าสุดจาก...'

     ห้องสี่เหลี่ยมสีเทาหม่น มีเตียงนอนเล็กๆ จากท่อนเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมปูด้วยแผ่นโลหะบางๆ ที่มีรูปร่างคล้ายฝาบ้าน บนนั้นมีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนทิ่มหน้าตัวเองลงในหมอน มือทั้งสองกดด้านข้างของหมอนจนขึ้นมาถึงกกหู เขาทำอย่างนี้มานานมากแล้ว นานพอที่จะอุ่นอาหารสำเร็จรูปกินได้... กึ้ง!

        "เฮือก! ฮ่า...ซื้ด ฮ่าห์~~"

     เขางัดหัวสะบัดตัวลุกขึ้นยืนบนเตียง ถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วสูดอากาศเข้าเต็มปอด ต่อด้วยเหวี่ยงแขนไปทางซ้ายทีขวาที ทุกครั้งที่ร่างกายขยับแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบบนพื้นที่ยืนอยู่

        "จะส่งเสียงดังทำไมว้า สังกะสีเส็งเคร็งเอ้ย~~"

     เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องที่มีแต่รอยร้าว ก่อนจะหยุดสายตาจ้องไปที่ภาพฉายบนฝาผนัง...

        "อยากกลับก็กลับไปสิ พากันไปตายซะให้หมดได้เลยยิ่งดี!"

     ชายหนุ่มผู้มีตาคมเหมือนเหยี่ยวออกเสียงเน้นคำในประโยคหลัง หน้านิ่วคิ้วขมวด คำพูดนั้นราวกับออกมาจากใจ คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับเขาด้วยฝีมือของคนเหล่านั้น   เขาเดินเข้าหาผนังฝั่งที่ฉายภาพแล้วเงื้อหมัดซัดโครมลงไปกลางจอภาพ แต่มันไม่ได้แตกกระจายเสียหายอะไรเลย กลับกันสิ่งที่แตกกระจายกลับเป็นกำปั้นของเขาที่สั่นเทากดอยู่บนผนัง ตามด้วยเสียงที่แฝงความไม่พอใจกลับมากระแทกหน้าจนผงะ

        "หนวกหูโว้ยไอ้เด็กบ้า! จะทุบหาอะไรวะ! ทุบอยู่ได้ทั้งเช้าสายบ่ายค่ำ ไม่เจ็บบ้างรึไง! หา? ไอยรา"

        "หนวกหูน่าลุง บ่นอยู่ได้ ทุกเช้าสายบ่ายค่ำ งานการไม่ทำเอาเงินที่ไหนมาใช้หา!"

     เสียงของชายแก่จากอีกฟากของฝาผนังเงียบลง คำพูดของไอยราคงไปกระตุ้นโดนต่อมอะไรเข้ากระมัง...   ชายผู้มีชื่อคล้ายหญิงสาวถอยกรูดลงไปนั่งบนซากเตียง ก้มหัวขยี้ผมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังปฏิทินดิจิตอลที่ประตูห้องทางซ้ายมือของเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นใจ...

        "วันนี้มี*โซล่าร์แฟลร์(Solar Flare)นี่นา อีกสักพักคงประกาศหยุดงานแล้วปิดโด.."

     เสียงข่าวที่เขารอคอยดังตัดขึ้นมาทีนที ไม่ใช่แค่ในห้องแคบๆ ผุๆ ของไอยราแต่เป็นทั่วทั้งโดม...

        'ประกาศจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยารัฐบาลกลางถึงกลุ่มดาวอณานิคมอุตสาหกรรม P-228 เนื่องจากวันนี้เวลาประมาณ 11 นาฬิกา จะเกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติโซล่าร์แฟลร์บนดวงอาทิตย์ของกลุ่มดาว จึงขอประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดงาน กองยานต่างๆ โปรดกลับเข้าเทียบท่าที่โดมที่ใกล้ที่สุด หรือเข้าไปอยู่ในแนวระวังภัยของวาร์ปเกต และจะทำการปิดโดมพร้อมเคลื่อนลงใต้ดินในเวลา 8 นาฬิกา และจะเปิดโดมอีกครั้งในเวลาประมาณ 15 นาฬิกา ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันหยุดงาน'

        "มีความสุขแน่ถ้าพวกแกไม่รบกัน..."

     สังคมโดม...รูปแบบการใช้ชีวิตในอุดมคติของมนุษย์บนดาวเคราะห์ที่ไม่มีชั้นบรรยากาศ เพื่อป้องกันมนุษย์จากสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายโครงสร้างของโดมจึงมีความแข็งแกร่งมาก และยึดลงไปถึงใต้ผิวดาว แม้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดแต่ชาวอณานิคมก็ยังต้องอยู่อาศัยอย่างยากลำบาก เพราะหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจลุกลามใหญ่โตถึงขั้นหายนะ

        "ฟ้าสีส้มนี่มันไม่น่าอภิรมย์เอาซะเลย มองไปทางไหนก็มีแต่ฝุ่นกับพายุ แต่พอปิดโดมก็กลายเป็นสีเทา พาให้หม่นหมองเข้าไปอีก... โลกสีฟ้าหน้าตามันเป็นยังไงนะ?"

     ไอยราทอดสายตาผ่านหน้าต่างบานเล็กๆ ไปยังท้องฟ้าด้านหลังโครงร่างแปดเหลี่ยมที่ติดกระจกใสของโดม บนฟากฟ้าปรากฎเส้นสีขาวเป็นแถบยาวตัดไปจนสุดขอบ มันคือวงแหวนของดาวเคราะห์ดวงนี้และมีความสำคัญยิ่งกับทุกคนที่นี่ เพราะบนนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรโลหะหนัก และน้ำ...
.
.
.
     ห่างออกไปในอวกาศ... วัตถุขนาดใหญ่รูปวงแหวนสีดำสนิท หากไม่มีแสงสะท้อนจากดาวฤกษ์ดวงมหึมาในใจกลางระบบสุริยะนี้คงไม่มีทางมองเห็น เส้นผ่าศูนย์กลางของมันมีขนาดกว้างนับหมื่นกิโลเมตร มากพอที่จะคลุมดาวเคราะห์ไฮโดรเจนได้อย่างง่ายดาย...

     ในเวลาเดียวกันกับที่ประกาศของรัฐบาลส่งไปถึงโคโลนี่บนดาวเปื้อนฝุ่นนั้นเองก็เกิดแสงสว่างสีฟ้าจ้าคลุมลงบนวัตถุรูปวงแหวนสีดำนั้น ตามด้วยแสงสว่างจ้าส่องวาบออกมาจากใจกลาง ถ้าเทียบกับขนาดอันใหญ่โตมโหราฬแล้วแสงนั้นอาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนพื้นสีดำมืด   พร้อมๆ กับที่แสงบนวงแหวนดับลงก็ปรากฎวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นตรงจุดที่เกิดแสงสว่างวาบเล็กๆ นั้น สิ่งนั้นมีสีดำสนิทเช่นเดียวกับวงแหวนเพียงแต่ขนาดเล็กกว่าจนเห็นเป็นเม็ดฝุ่นถ้ามองจากระยะไกล รูปร่างของมันเป็นเหมือนกับก้ามปู ตรงกลางระหว่างก้ามทั้งสองมีท่อทรงกระบอกยื่นออกไปด้านหน้าจนถึงกึ่งกลางก้าม ด้านหลังเต็มไปด้วยท่อที่ส่องประกายเรืองรอง ค่อยๆ ลอยห่างออกไปจากวงแหวนนั้นเรื่อยๆ มันคือยานอวกาศนั่นเอง

        "ยืนยันปลายทาง ระบบสุริยะ P-228 การข้ามวาร์ปเกตประสบความสำเร็จ... เอาไงต่อล่ะกัปตัน"

     ชายผิวดำในแว่นกันแดดทรงโฉบเฉี่ยวพูดขึ้นขณะจ้องมองไปยังด้านหน้าที่เต็มไปด้วยภาพฉายกลางอากาศเป็นรูปแผ่นกระดาษมีตัวหนังสือลายตา ในห้องกว้างโล่งที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมต่างๆ มากมาย กับจอภาพขนาดใหญ่ด้านหน้า... คำถามนั้นถูกตอบสวนกลับมาทันทีจากชายวัยกลางคนหนวดเคราเฟิ้มผมยุ่งเหยิงในชุดผ้าคลุมดำตัดขอบขาวซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ยกระดับสูงกว่าทุกส่วนในห้องด้านหลังของผู้ถาม

        "เข้าสู่ขั้นที่สอง ไปที่วงแหวนดาว P-228-4 ทันที เตรียม*จัมพ์(Jump) ระยะทาง 3 ปีแสง เร็วเข้าอยู่นานไม่ได้..."

     เสียงทุ้มต่ำแหบแห้งดังขึ้นในระดับที่พอจะได้ยินไปทั่วห้อง ชายผู้ถูกเรียกว่ากัปตันลั่นคำสั่งนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยกับนัยน์ตาที่ไร้ซึ่งแววใดๆ สะท้อนบนขอบตาดำคล้ำ ส่งให้ลูกเรือทุกคนทวนคำสั่งแล้วลงมือปฏิบัติตามทันที

        "การคำนวณเสร็จสิ้น... ในอีก 15 วินาที จะทำการจัมพ์ ลูกเรือทุกคนหาที่ยึดให้เรียบร้อย ไม่งั้นตัวแหลกหน้าแหกไม่รู้นะเออ!"

     หญิงสาวผมเหลืองร่างเล็กในชุดลูกเรือสีดำรัดรูปเช่นเดียวกับคนอื่นๆ เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสบายๆ เธอเอนหลังพิงเก้าอี้แหงนหน้ามองกัปตันผู้เย็นชาแล้วหัวเราะคิกคัก

        "แพรรี่ เป็นพลขับต้องมองไปข้างหน้า อย่าเล่นให้มากนัก!"

     นั่นทำให้หญิงสาวผมแดงผิวขาวตาคมรูปร่างอวบอิ่มอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านข้างของกัปตันในระดับที่ต่ำลงมาเล็กน้อยตวาดแว้ดใส่เธอ...

        "คร่า หนูจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วคร่า~~ ท่านรองคีเวล วิ้วฮิ้ว ผู้หญิงอาร้ายยย ชื่อยังกับผู้ชาย"

     ผู้ถูกกระแนะกระแหนทำหน้าไม่ค่อยจะพอใจนัก แต่เธอก็ไม่สนใจจะต่อร้อต่อเถียงไปมากกว่านี้ พร้อมทั้งสั่งคำเดิมออกไปอีกครั้งด้วยเสียงเข้มกว่าเดิม

     ช่วงเวลาสบายๆ จบลงพร้อมกับที่กัปตันหน้าโหดลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน...

        "ทุกคนพร้อมรบระดับที่ 1 เร็วเข้า!   นักบิน AG เตรียมออกตัว เปิดเกราะพลังงาน เปิดระบบพรางตัว กระจาย ECM ชาร์จปืนหลักให้พร้อมยิงในระดับ 3 ตลอดเวลา"

     คำสั่งถูกส่งออกมาเป็นชุดก่อนที่เขาจะสะบัดผ้าคลุมนั่งลงในท่าเดิม   ตอนนี้ทุกคนต่างอยู่ในกิริยาเร่งรีบลูกเรือทุกคนลุกขึ้นยืนพร้อมกับที่เก้าอี้ที่นั่งอยู่แปรสภาพออกเป็นชุดเกราะสีดำขึ้นครอบร่าง   พื้นและผนังทั้งห้องกลายเป็นจอภาพที่สามารถมองได้ 360 องศา ทำให้มองเห็นสภาพโดยรอบของยานลำยักษ์ได้อย่างชัดเจน มีเพียงแผงควบคุม ขอบพื้นต่างระดับและเก้าอี้เท่านั้นที่ส่องแสงสีขาวนวลเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจน

        "ไม่สวม *PA หรือคะ กัปตัน"        *(เกราะสารพัดประโยชน์หลายรูปแบบ ในที่นี้ใช้แทนชุดอวกาศ)

     รองกัปตันสาวยกมือจับแขนของกัปตันถามด้วยความเป็นห่วงที่แสดงออกมาทั้งสีหน้า กัปตันเพียงแค่ชายหางตามองเธออย่างเย็นชาแล้วหันหน้ากลับไปยังตำแหน่งเดิมเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบากับเธอว่า...

        "ฉันสัมผัสได้พวกมันจะมา... ในอีก 10 วินาที"

     คำพูดนั่นไม่ได้ตอบรับความห่วงใยของคีเวลเลยแม้แต่น้อย ทำเอาเธอหน้าละห้อยยกมือหันกลับไปที่เดิม อันที่จริงเธอรู้อยู่แล้วถึงสาเหตุที่กัปตันไม่สวม PA นั่นเพราะเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกเรือทุกคน การที่กัปตันไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันใดๆ นั้นจะทำให้ลูกเรือมั่นใจว่าไม่มีอะไรทำอันตรายยานลำนี้ได้   เมื่อกัปตันไม่สวมเธอเองก็ไม่สวมเช่นกัน เพราะถึงยังไงเธอก็มีตำแหน่งเป็นถึงรองกัปตัน

        "ไปข้างหน้าด้วยความเร็วมัค 3 ออกจากแนวระวังภัยของวาร์ปเกตให้เร็วที่สุด!"

     คำสั่งล่าสุดของรองกัปตันทำเอาลูกเรือลนลาน พากันหันมายิงคำถามใส่เธอทันที

        "เอาจริงเหรอ อีกไม่นานจะเกิดโซล่าร์ แฟลร์นะ ถ้าออกจากแนวระวังภัยพวกเราได้โดนเอ็กซเรย์ฟรีกันถ้วนหน้าเลยแน่"

        "พุ่งไป..."

     คำพูดสั้นๆ เรียบๆ ของกัปตันยานทำให้สถานการณ์กลับเป็นปกติ ลูกเรือทุกคนต่างรู้ดีว่า 'ถ้ากัปตันบอกไม่เป็นอะไร ก็ต้องไม่เป็นอะไร' แม้หนทางข้างหน้าจะมีแต่ความตายแต่ถ้าไปตามคำสั่งของกัปตันหน้าโฉดคนนี้แล้วล่ะก็ไม่มีปัญหา

     ยานก้ามปูสีดำสนิทระเบิดบูสเตอร์พุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงเสียจนจับตามองไม่ทัน ความเร็วของมันนั้นเหนือกว่ายานยนต์ในยุคอดีตนับพันเท่าทั้งๆ ที่ขนาดของมันมหึมากว่า 2 กิโลเมตร ความคิดที่ว่าขนาดแปรผกผันกับความเร็วนั้นใช้ไม่ได้กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในยุคนี้

     ทั้งที่ยานบินด้วยความเร็วมหาศาลแต่ภายในตัวยานลูกเรือทุกคนกลับไม่มีปฏิกิริยากับแรง G จำนวนมากที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทุกคนยังอยู่ในตำแหน่งเดิมทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปอย่างแข็งขัน ทั้งยังเดินเหินสะดวกสะบายเหมือนว่ายานยังจอดนิ่งสงบอยู่กับที่นั่นเพราะ...

        "ระบบต้านแรง G ทำงานปกติดี... ตรวจจับปฏิกิริยาจากวาร์ปเกตได้ จากขนาดประมาณ 3 กิโลเมตร คาดว่าเป็นยานชั้นอาร์คตูรัสจำนวน 2 ลำ เป็นไปได้ว่าจะขน AG มาร่วม 20 เครื่อง..."

     เสียงแหลมเล็กจากโอเปอเรเตอร์สาวน้อยที่ตอนนี้ถูกปิดหน้าปิดตาด้วย PA สีดำสนิทไปแล้วดังก้องไปทั่วทั้งยาน ทำให้นักบิน AG คนหนึ่งถึงกับอุทานออกมาทันที

        "ท่าทางจะงานช้างซะแล้วสิ..."

     เสียงทื่อๆ จากนักบินหนุ่มใต้ชุดเกราะลอดผ่านช่องสัญญานสื่อสารกลางไปกระทบหูของเพื่อนร่วมทีมอีก 3 คนที่เหลือ ทำให้นักบินหญิงหนึ่งเดียวในทีมสบถออกมาทันที

        "ปอดแหก"

        "ว่าไงนะยัยหงอกหน้ามืด!"

     นักบินหนุ่มกระแทกคำพูดสวนกลับไปทันที ท่าทางจะทำเธอจุกเอาการถึงกับเปิดเกราะส่วนหัวจ้องหน้าของอีกฝ่ายผ่านช่องสัญญานเลยทีเดียว   ใบหน้าของหญิงสาวผิวเข้มนัยน์ตาฟ้าส่องประกายความเดือดดาลผ่านสายตาคมกริบไปยังเจ้าของคำพูดเหยียดสีผิว เล่นเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหยงตามด้วยคำหวานกลบความผิดเมื่อสักครู่ทันที...

        "เค้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจริงจริ๊ง!"

        "ฮ่าฮ่าฮ่า แกนี่มันปอกแหกจริงๆ นั่นล่ะว้า ไอ้เดเร็คไก่อ่อนแข็งเด่แค่ตอนเช้าเอ้ย~~"

     เสียงลูกทีมอีกคนสอดเข้ามาพร้อมใบหน้ายิ้มระรื่นทับกับภาพใบหน้าปานจะกลืนกินของแม่เสือสาวคมเข้ม โครงหน้าแหลมคางยื่นผิวคล้ำกับผมหยิกดำหัวเราะร่า ดวงตาที่ปกติก็ตี่เล็กอยู่แล้วพอยิ้มแบบนี้ทำให้ดูราวกับว่าเขาหลับตา

        "หุบปากไปเลยเวลอนอีกอย่าง ฉันชื่อดิเรกโว้ย!"

        "หูย ทำเป็นโกรธ~~ อาร์โนลด์เธออย่าไปถือเลย โบราณว่าไว้ อย่าโกรธคนโง่อย่าโมโหคนบ้า"

     ตูม! ใหญ่ดังขึ้นมาจากข้างล่างโรงเก็บหุ่น ทำเอาสองหนุ่มสะดุ้งโหยงพร้อมหันไปมองหาต้นเสียงที่อยู่ไม่ใกลไปจากตัวหุ่นที่พวกเขาอยู่ สายตาทั้งคู่จับจ้องไปยังคอนเทนเนอร์สีสนิมขนาดกว่า 20 เมตรในแนวตรงที่ล้มเอียงไปชนกับผนังโรงเก็บ ตามด้วยเสียงก่นด่าชวนหัวของนายช่างใหญ่วัยกลางคนประจำยานที่พุ่งใส่หน้าลูกเรือคนหนึ่งในนั้น

        "ไอ้บ้าเอ้ย! ทำงานกันภาษาดอกไม้รึไงวะ ทำไมไม่ยึดให้เรียบร้อยเกิดสัมภาระข้างในพังขึ้นมาจะเป็นยังไงฟะ!"

     โทนเสียงทุ้มหนักแน่นกับผิวคล้ำดำเข้มและรอยแผลเป็นถากยาวจากมุมปากขึ้นไปถึงกกหูที่แก้มซ้ายทำให้พอจะคาดเดาออกถึงความโชกโชนได้เป็นอย่างดี แต่ที่ไม่ดีกับรูปลักษณ์เอาซะเลยคือชุดที่แกสวมดันเป็นชุดนอนลายหมีน้อยสีฟ้าอ่อนหวานหอมไปซะนี่   ถึงแม้ลูกเรือจะโดนแหกปากกรอกหูก็ไม่ทำให้ตัวชาแม้แต่น้อย เพราะภาพลักษณ์ลุงแกวิบัติซะขนาดนี้

        "ท่าทางตาลุงแล็กจะพึ่งตื่นแฮะ ทำไปได้หลับในระหว่างข้ามวาร์ปเกต เทพจริงๆ"

     ดิเรกเปิดเกราะหมวกออกครึ่งหนึ่งเผยแววตาเฉียบคมผิดกับนิสัยและคางบุ๋มเล็กๆ ขึ้น ก่อนจะบังคับหุ่นเดินไปจัดสัมภาระให้ตั้งตรง   AG สีดำสนิทรูปร่างผอมเพรียวที่มีหัวยาวแหลมไปด้านหน้าค่อยๆ ติดบูสเตอร์เสริมแรงแขนบริเวณไหล่ดันคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่โตกว่าตัวเองเกือบหนึ่งในสามตั้งชันขึ้น ตามด้วยตัวยึดจากด้านหลังโรงเก็บพับออกมาด้านหน้ากดล็อคเข้ากับคอนเทนเนอร์ เป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนแต่เสียงประกาศของโอเปอเรเตอร์หนุ่มที่ดังต่อมานั้นเล่นเอาดิเรกอ้าปากหวอ

        'หาที่ยึดเกาะให้เรียบร้อยยานจะหักหัวลง 90 องศาขนานกับวาร์ปเกต'

        "อ้าวเวรเอ้ย! มาเลี้ยวอะไรกันตอนนี้!!!"

     ยานก้ามปูกดหัวทิ้งดิ่งลงตั้งฉากกับทิศทางที่พุ่งตรงออกมาด้วยความเร็วเท่าเดิม หากหันไปดูด้านหลังจะเห็นขนาดของโดนัทอวกาศไม่ได้เล็กลงซักเท่าไหร่นักกำลังส่องประกายสีฟ้าใสลักษณะเดียวกับตอนที่ยานลำนี้ผ่านมา นี่ขนาดทิ้งห่างมานับหมื่นกิโลเมตรก็ยังมโหราฬอยู่เหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือในโรงเก็บ AG หักเลี้ยวด้วยความเร็วระดับนี้ระบบต้านแรง G ก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน หุ่นร่างมนุษย์สีดำเมื่อครู่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าความเท่แม้แต่น้อย หัวชนเข้ากับผนัง แขนบิดงอผิดรูป และสุดท้ายขาชี้ขึ้นฟ้าอย่างน่าอนาจ คือภาพที่ปรากฎต่อสายตาพวกพ้องเรียกร้องเสียงขบขันสนั่นไปทั่วโรงเก็บ แต่ที่เหลือบนใบหน้านักบินหนุ่มคือความเจ็บตัวและคำพูดสุดเจ็บใจ...

        "มันใช่ความผิดกูมั้ยเนี่ย..."

     ตัดมาที่หอบังคับการรองกัปตันสาวออกคำสั่งแข็งกร้าวต่อเนื่องโดยมีกัปตันนั่งหลับสัปงกอยู่ข้างๆ อย่างไร้ความกดดัน

        "ลดความเร็วเหลือ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หันหัวยานไปทางวาร์ปเกต ตั้งมุมปืนใช้กึ่งกลางวาร์ปเกตเป็นแกน พิกัด x -125 y 51 z 326"

     ก้ามปูทั้งสองข้างพ่นไฟออกจากช่องขนาดใหญ่ด้านหน้าพร้อมกับที่บูสเตอร์หลักด้านหลังหรี่ลงส่งให้ยานดูเหมือนหยุดชะงักไปชั่วขณะแต่แท้จริงแล้วแค่ความเร็วลดลงเท่านั้น ตามด้วยช่องบูสเตอร์สำหรับเลี้ยวที่หน้ายานตอนบน และท้ายยานตอนล่างเปิดออกพร้อมกันจนยานหมุนคว้างหักลำกลับไปเกือบ 180 องศา ในเวลาชั่วพริบตาพายานทยานกลับไปหาวงแหวนมหึมาตัวเดิม   ในขณะเดียวกันนั้นเองก็ปรากฎยานอวกาศขนาดมหึมาสีขาวตัดฟ้าขึ้น 2 ลำ ณ บริเวณใจกลางวงแหวนวาร์ปเกตพร้อมๆ กับแสงที่ส่องสว่างดับวูบลงเหมือนเช่นตอนที่ยานก้ามปูทมิฬปรากฎตัว...

     สภาพภายในหอบังคับการของยานสีขาวลำนี้ไม่ผิดไปจากยานก้ามปูมากนัก ทุกพื้นผิวถูกเปลี่ยนเป็นจอภาพ เพียงแต่มีตราสัญลักษณ์รูปนกสีดำบนพื้นวงกลมตัดเขียวขนาดใหญ่วาดไว้จางๆ ตรงส่วนเพดานเทานั้น ลูกเรือทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมรบเต็มพิกัด แม้แต่บุคคลผู้ซึ่งนั่งออกคำสั่งกลางหอบังคับการก็ยังสวม PA   ลูกเรือคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อนทันทีเมื่อมาถึงที่หมาย...

        "มาถึงแล้วครับ! เริ่มตรวจสอบสัญญาณผิดกฎหมายเมื่อครู่ทันที อะ....นั่นมัน!!!"

     ภาพของยานก้ามปูสีดำทมิฬปรากฎขึ้นที่มุมบนของหอบังคับการผ่านมายังสายตาของลูกเรือราวกับจงใจให้เห็น ระยะทางอันห่างไกลทำให้เป็นการยากที่จะระบุการกระทำของมัน แต่จากแสงที่ส่องสว่างอยู่กลางลำนั่นทำให้ลูกเรือทุกคนเข้าใจได้ในทันที แม้แต่ตัวผู้บัญชาการยังลุกขึ้นสบถอย่างเจ็บใจ

        "เวรเอ๊ย!!!"

        "ปรับศูนย์ประนีตเสร็จสิ้น ยิง!!!"

     เสียงของหนุ่มผิวดำผู้สวมใส่แว่นกันแดดทรงเดียวกับพระเอกในภาพยนต์เสียบปลั้กต่อสมองผู้นั่งอยู่ในตำแหน่งพลปืนประจำยานลั่นตัดความตื่นตระหนกของผู้คนบนยานที่ถูกเล็งด้วยอาวุธพิฆาต ตามด้วยลำแสงขนาดมหึมาจากปากปล่องกลางก้ามปูพุ่งผ่าร่างของยานสีขาวจนระเบิดหายไป สายตาของทุกผู้บนยานสังกัดเดียวกันอีกลำหนึ่งที่ไม่ถูกยิงปลิวหายตามไปต่างพากันจับจ้องลูกไฟขนาดใหญ่ที่เคยมีพวกเดียวกันอยู่ในนั้น...

        "มัค 2 ตามมันไปเร็วเข้า! ก่อนที่มันจะพลางตัว"

     ผู้บัญชาการหนุ่มของยานที่เหลือรอดออกคำสั่งพายานพุ่งเข้าหาศัตรูของเขาทันที

     กลับมาที่ยานก้ามปู กัปตันยานผู้มีนัยน์ตาหม่นหมองหันมองไปยังมุมล่างด้านซ้ายของหอบังคับการเขาลูบเคราสั้นๆ ที่คาง เล็กน้อยก่อนจะปล่อยคำพูดออกจากปากหลังจากที่เผลองีบไปพักหนึ่งทั้งๆ ที่อยู่ท่ามกลางสนามรบ

        "เห็นนั่นมั้ย ดงอุกกาบาตด้านหลังยานน่ะ... มัค 1 เข้าไปในนั้นแล้วชะลอความเร็ว..."

        "แต่ตรงนั้นมันเลยแนวระวังภัยไปแล้วนะครับ/คะ"

     โอเปอเรเตอร์หนุ่มสาวทั้งสองพูดสอดประสานขึ้นทันที ท่าทางจะยังคงกังขาในคำสั่งนั้นอยู่ แต่กัปตันก็แค่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วปล่อยให้รองกัปตันอธิบายต่อแทน...

        "ยานชั้นอาร์คตูรัสของหน่วยลาดตระเวนเร่งความเร็วได้มากถึงมัค 5 ไม่มีทางหนีพ้น เราจะเข้าปะทะกับมันตรงจุดนั้นด้วย AG และ... ช่างเถอะบอกไปก็เท่านั้น"

     คำพูดช่วงสุดท้ายใส่อารมณ์ประมาณว่ารำคาญที่จะตอบ ซึ่งมันไม่น่าจะออกมาจากปากของคนที่อยู่ในตำแหน่งอย่างเธอเลย แต่ลูกเรือทั้งสองก็ได้แค่ก้มหน้าทำหน้าที่ตัวเองต่อไปเพราะแค่กัปตันออกคำสั่งยานลำนี้ก็ออกตัวทะยานพุ่งเข้าไปแล้ว ท่าทางพลขับผู้ร่าเริงจะไม่สนใจใครเลยแม้แต่น้อยเธอกำคันบังคับขับยานไปร้องเพลงไปแย่างสบายใจ ปล่อยให้โอเปอเรเตอร์มือใหม่ระทึกใจต่อไป
.
.
.
        "กะเพราหมูสับ ไข่ดาวไม่สุก...ไม่เอาถั่วฝักยาวนะป้า ใส่กล่องพิเศษ ด่วนด้วยหิวแล้ว"

     ไอ้หนุ่มตาคมผมสั้นไอยรายืนสั่งอาหารอยู่หน้าร้านขายข้าวแกงโทรมๆ ไม่ใกลจากห้องเช่ารูหนูของตัวเอง จากคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ค่อนไปทางกวนประสาทเล็กน้อยทำให้เดาได้ว่าคงจะรู้จักมักคุ้นกับหญิงแก่ผู้ขายอยู่พอตัว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังทำท่าหน้าตาไม่ค่อยจะญาติดีตามด้วยฟันมีดอีโต้ลงบนเขียงหนึ่งปึง แล้วมองค้อนย้อนคำพูดกลับไปใส่ไอยรา

        "ตามคิวว้อย! หนอยมาทีหลังเขาริจะแซงไอ้ลูกมะอึกนี่ แล้วไอ้ที่กินๆ ไปน่ะเมื่อไหร่จะจ่ายครบซะที!"

        "โห่ ป้า แค่ไม่กี่ตังทำคิดมากระวังแก่เร็วนะเออ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2011, 08:32:54 PM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: