หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: UnReal -BYDO a Gun for Funds- ไซด์สตอรี่เล็กๆ สบายๆ ต่อช่วงสาม  (อ่าน 3464 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 566


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2013, 04:43:35 PM »

คั่นตอน 15 หน่อยนะครับ

     เพลง Proud of You ตอนจบนี่มันซึ้งจริงๆ

     R-type FINAL - Final Stage BYDO

     ภาพยานรบที่เกิดจากโพลีก้อนมาต่อๆ กัน มีส่วนหัวยานติดลูกบอลแสงสีส้มเรียกว่าฟอร์ซ บินด้านข้างไล่ยิงตัวประหลาดที่ชื่อว่าไบโด้กำลังโลดแล่นอยู่บนจอแท็บเล็ตของผมตอนนี้ ทำให้หัวใจผมสั่นระรัว เพราะกลัวเหลือเกินว่ากระสุนลูกเล็กๆ จำนวนมหาศาลทั้งหน้ายานหลังยานจะพุ่งชนจนระเบิดตู้มขึ้นมา และมันก็ตู้มจริงๆ ซะด้วย...

        "บ้าเอ๊ย! หมดกันตัวสุดท้าย อีกนิดเดียวจะถึงบอสแล้วแท้ๆ แสรดดดด"

     ผมคิดไว้แล้วว่ามันต้องลงเอยอย่างนี้ ที่จริงผมน่าจะใช้ยานลาสต์แดนเซอร์ติดไซโคลนฟอร์ซกับไซบิทพลัสปืนหลักเป็นกิก้าเวฟแคนน่อนชาร์จ 7 รอบ ตูมเดียวหมดจอ แต่ดันท้าทายเอานีดเดิลฟอร์ซกับชาโดว์บิทมากับเวฟแคนน่อนอันแรกสุด เล่นระดับง่ายๆ มันก็พอถูไถ แต่ดันมาเล่นระดับยากสุดอาร์ไทเปอร์ เฮ้อบัดซบ

     เกมที่ผมเล่นไม่ผ่านเมื่อกี้คือ R-type Final ที่ลงในเครื่องเพลย์สองเมื่อนานนมมาแล้วนั่นเอง แต่ทั้งที่ด่านมันก็เดิมๆ ความสนุกมันกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงข้ามกับผมตอนนี้ ทั้งๆ ที่ผมก็คนเดิมแต่ทำไมไม่รู้ความสุขของผมมันกลับลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะทุกครั้งก่อนเริ่มงาน แล้วโทรศัพท์ที่รอคอยก็ดังเข้ามาหา ซึ่งผมก็ตอบรับทันที น้องเชอรี่คนดีนี่เอง

        "ฮัลโหลอาร์เองครับ"

        "อาร์ ตอนนี้อยู่ที่ไหนอ่ะ"     เสียงของเธอยังคงหวานแหววไม่ต่างไปจากตอนเรียน ม.ปลาย เมี่อหลายปีก่อน

        "หน้าร้านแมคหัวมุมนี่ไง อ๊ะ ฉันเห็นเธอแล้วยืนรอตรงนั้นแหละเดี๋ยวเข้าไปหา"

     ผมรีบเดินลัดฝูงชนผ่าตรงเข้าไปหาเชอรี่ที่ตอนนี้ย้อมผมเหลืองทองในชุดกระโปรงวันพีซสีชมพูอ่อนและกระเป๋าถือลายตัวการ์ตูนน่ารัก ซึ่งตรงข้ามกับผมที่อยู่ในชุดคลุมแขนเสื้อยาวมีฮู้ดห้อยหลังสีดำถุงมือดำ แต่ถึงจะสวมชุดดูเตะตาแค่ไหนก็ไม่มีปัญหาสำหรับย่านนี้ เพราะที่นี่คืออนุสาวรีย์ชัย สถานที่ไม่กี่แห่งของกรุงเทพในยุคนี้ที่คนพอจะพลุกพล่านจนไม่มีใครใส่ใจในสายตาหรือสิ่งใดนอกจากเป้าหมาย ผมเองก็เช่นกัน

     เธอเห็นผมเดินเข้าหาจากไกลๆ ก็ทำท่ากวักมือเรียกยิ้มแย้มตามแบบสาววัยรุ่นนัดเดทกับแฟนหนุ่ม แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดกันแน่นอนเพราะผมมาเพื่อทำงาน ส่วนเธอ..ผมก็พูดยากเหมือนกัน เพราะผมก็ทำงานกับเธอนี่แหละ เราเจอกันเมื่อ 3 วันก่อนหลังเหตุการณ์สำคัญผมจึงนัดมาคุยเพิ่ม

        "ไงเชอรี่ ไม่ได้เจอกัน 3 วัน สดใสขึ้นเยอะเลยนะ"     ผมทักเธอก่อน

        "อาร์ต่างหากแต่งตัวอะไรอย่างนั้น ทะมึนๆ ไม่น่ารักเลย"

        "เอ่อ ฉันก็ไม่ได้ชอบชุดนี้หรอก พอดีมันจำเป็นน่ะ อย่าใส่ใจเลย ว่าแต่ไปหามุมเงียบๆ คุยกันดีกว่า"

     เธอพยักหน้าเดินตามผมมา ระหว่างทางเราก็คุยกันเรื่อยๆ ถึงเรื่องเก่าสมัยก่อน กระหนุงกระหนิงกันไปจนถึงป้ายรถเมล์ที่มีคนนั่งอยู่ 2 คน กำลังขึ้นรถอีกคนนึง ซึ่งเป็นมุมที่สงบเรียบร้อยดีมาก ผมจึงเริ่มงานทันทีด้วยประโยคนี้

        "ว่าแต่เหลือนัดสืบพยานอีกใช่มั้ย"

        "อื้อ แค่ไปชี้ตัวก็จบแล้วล่ะ"     เธอทำหน้าหงอยๆ     "ฉันจำหน้ามันได้ดีเลยล่ะ มันเป็นหัวหน้าแก๊งแน่ๆ"

        "เธอนี่สุดยอดเลยนะ บังเอิญไปเห็นสถานที่ขายยาไม่พอ ได้ประจัญหน้ากับเจ้าพ่อตัวเป็นๆ แล้วยังรอดมาได้อีก"

        "เป็นไงล่ะ บอกแล้วฉันเจ๋งจริง ได้ลากเจ้าพ่อเฮโรอีนเข้าซังเตอีกต่างหาก ตอนนั้นวิ่งหนีแทบตายเลย โดนไล่ยิงด้วย"

     เธอทำท่าภูมิใจยืดอกขึ้นจนเห็นขอบเสื้อในลายดอกสีขาว ไอ้สายตาสารเลวนี่มันเหลือเกินเลย ยังอุตส่าห์สังเกตอีกหนอเรา

        "ทั้งที่หลักฐานก็มากพอแล้ว ที่จริงไม่น่าให้เธอไปชี้ตัวอีกเลยนะ"     คนลุกขึ้นรถไปอีกคนแล้ว ป้ายนี้คนน้อยจัง ทั้งที่เพิ่งจะบ่ายสาม แถมกล้องวงจรปิดก็ไม่ถึงอีกต่างหาก ตลอดทางมาไม่มีกล้องเลยสักตัว

        "ทนายของมันเก่งมากเลย ฉันก็ไม่ค่อยรู้ขั้นตอน แต่ถ้าฉันไม่ไปชี้มันมีโอกาสรอดน่ะ ต้องเอามันเข้าคุกให้ได้เลย"

     ผมก้มหน้าลงส่ายหัว

        "ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย"

        "ทำไมล่ะ"     ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความแปลกใจกับคำพูดของผม

        "มันอันตรายมากเลยน่ะสิ เธอก็รู้ว่าฉันเคยเห็นคนวงการนี้ทำเรื่องบัดซบมามาก"     ผมหันมองหน้าเธอ     "เมื่อก่อนสมัยยังเป็นเด็กมีปัญหาบ้านฉันอยู่ในสลัม มีเรื่องพวกนี้มากมาย ที่ร้ายสุดคือพวกโจรกลับใจ หลังโดนจับออกมานอกคุกแล้ว พวกนั้นคิดเลิกทำเลว แต่สิ่งที่พวกนั้นได้รับมีแค่ตาย ต่อหน้าต่อตาฉันเลย"     เชอรี่หน้าหมองลงพร้อมถามผมว่า

        "ทำไมถึงถูกฆ่าอีกล่ะ"

        "กลัวไง แต่ไม่ใช่คนตายหรอกนะที่กลัวน่ะ มันเป็นไอ้พวกตัวใหญ่ๆ โตๆ อดีตหัวหน้ามันน่ะ พวกมันกลัวว่าจะโดนตลบหลังจากอดีตเด็กเดินยา วงการบัดซบนี้มันก็บัดซบแบบนี้แหละนะ ฮะฮะ"

        "พูดเหมือนเมื่อสามวันก่อนอีกแล้ว นายนี่ขี้เป็นห่วงจัง ทำไมถึงได้เป็นโสดนะ ผู้ชายอย่างนายนี่ผู้หญิงชอบเหมือนกันนะ อย่างน้อยๆ ก็ฉันล่ะ"

     เฮะ เรานี่มีสเน่ห์เหมือนกันเหรอเนี่ย แต่วกกลับก่อน

        "ไม่ว่ายังไงก็จะไปสินะ"

     เธอยิ้มแก้มตุ่ยหน้าใสเสียงอืมสูงในลำคอตาแป๋ว คนที่นั่งรอรถลุกออกไปอีกคนนึงแล้ว ตอนนี้เหลือแค่เราสองคน ให้ตายสิขนาดอนุสาวรีย์ชัยก็ยังมีวันคนโล่งเหมือนกันนะ แต่ก็เอาเถอะ

        "ถ้าอย่างนั้น... ฉันขอโทษ"     เธอทำหน้าฉงน

     ผมกระตุกข้อแขนขวาพุ่งฝ่ามือเข้าประทับที่กลางหน้าอกของเธอทันที ไม่ทันที่เธอจะอ้าปากผมกดฝ่ามือซ้ายปิดเสียงของเธอ สายตาเธอเบิกโพลงก้มลงมองที่มือขวาผม ที่ใต้ข้อมือผ่านแขนเสื้อใบมีดรมดำแทงค้างอยู่กลางอก   เธอเหลือบสายตามองตาผมอย่างตื่นตระหนก ผมเร่งกดแขนเข้าไปอีกจนเธอกระตุกตาเหลือก พร้อมปล่อยมือที่ปิดปากเธอออก

        "ทะ ทำ..ไม"

        "ฉันขอโทษ เธอเป็นคนดี"     ฉันเป็นคนเลว...

     ผมหยุดเกร็งข้อดึงมีดลับกลับเข้าฝักใต้แขนเสื้อ แล้วค่อยๆ ปล่อยร่างของเธอลงจนเหมือนเธอนั่งก้มหน้า และจับมือขึ้นมากุมกระเป๋าแลดูเหมือนผลอยหลับ และลุกขึ้นเดินจากไปตามเส้นทางที่ไม่มีกล้องวงจรปิด พร้อมโทรหาคนที่คุ้นเคย

        "ลุงเส็ง มาเอาไปได้"     วางสาย หลบสายตาผู้คนแล้วโยนทิ้งถังขยะ เดินขึ้นรถที่จอดไม่ตรงป้ายเบียดไล่หาที่นั่งริมหน้าต่างสบายใจ...


     บนรถประจำทางสาย 92 ผมยกโทรศัพท์ขึ้นส่งเมล์ตามด้วยกดโทรหาปลายสายผู้จ่ายเงิน

        "เรียบร้อยดี อีกครึ่งหนึ่งโอนเข้าบัญชีที่ส่งไปให้เมื่อกี้"

        'ขอบคุณมากไบโด้ ตูดผมค่อยเย็นขึ้นมาหน่อย'

        "ง่ายแบบนี้มีมาบ่อยๆ ก็ดีผมชอบ ถ้ามีเรื่องอีกก็อย่าลืมผมล่ะ ไบโด้จ้างฆ่า จะล่าหรือจะไล่ที่ไหนก็ไปถึง"     ปี้บ วางสาย พร้อมบ้ายบายมือถือเครื่องนี้ ผมโยนมันออกจากหน้าต่างรถให้คันที่ตามมาเหยียบจนแหลกเป็นอันเสร็จพิธี   แล้วหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเสียบหูฟังเปิดเพลง

        "ฉันยังจำได้เชอรี่ เธอร้องเพลงของอุทาดะ ฮิคารุได้เพราะมาก"     Merry Christmas Mr. Lawrence -FYI


     ผมชื่ออาร์ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่เป็นฝรั่ง แต่เพราะพ่อแม่เป็นแฟนเพลงของค่ายอาร์สยาม
     ผมชอบเล่นอาร์ไทป์เอามากๆ เล่นทุกภาคแต่ชอบภาคไฟนอลที่สุด อาวุธมันหลากหลายดี เพราะฉะนั้นชื่อปากปืนของผมจึงเป็นไบโด้ เพราะมันเลว
     ผมชอบดูหนังเรทอาร์ มันดูมีศิลปะดีนะ
     ผมเป็นคนอารมณ์เย็นไม่เต้นไปกับสถานการณ์
     ผมมีอาชีพหลักเป็นการฆ่าคนตามใบสั่ง ส่วนนายจ้างจะเป็นใครก็ได้ ขอแค่จ่ายมาก็พอ
     และสุดท้ายผมชอบเพลงวงลิงคินปาร์ค (อ้าว...มันแอลนี่หว่า)

        "ไม่น่ารับงานนี้เล้ย"     ไอ้งานที่นายจ้างเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่นี่มันน่าลำบากใจจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2013, 03:56:17 PM โดย PurpleHaze » บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 566


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2013, 05:48:29 PM »

        "รับงานพร้อมกันสองที่ รับเงินสองต่อ มีแต่จะรับความซวยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านะไอ้หนู"

     ชายชราหัวหงอกในชุดกาวบ่นพึมพำเมื่อเห็นผมเดินเข้าห้องมา ตามด้วยเสียงครืนครางเมื่อรถไฟฟ้าเสียดรางผ่านหลังผมไปในเวลาเดียวกับที่ปิดประตู

        "หยั่งงี้แหละดีลุงเส็ง ท้าทายดีออก แล้วเป็นไงบ้าง?"

        "ก็เรียบร้อยดี เรื่อยๆ นั่นแหละ"     ลุงมองดูคนไข้ที่นอนสลบอยู่หน้าเตียง แผ่นหลังคนแก่แต่มีไฟนี่ดูขลังดีจริงๆ

        "เรื่อยๆ มาเรียงๆ เอาหัวพาดเตียงเอาขาพาดบ่า"     กวนไปซักเล็กน้อย

        "ตลกเหรอ? เอ็งเห็นเป็นเรื่องตลกเหรอ?"     ใบหน้าที่เหี่ยวย่นกลับส่งสายตาเฉียบคมแฝงความดุดันแทงหางตากลับมา ดูท่าตาขวาที่เป็นต้อไปข้างหนึ่งนั่นจะไม่เป็นอุปสรรคในการมองค้อน

        "เฮ้ย! ซีเรียสไปได้น่าลุง ให้ตายสิคนแก่ก็เงี้ย"     ผมชูสองนิ้วเป็นรูปกรรไกรคีบเข้าหากันแง้บๆ พร้อมรอยยิ้ม

     ผ่านไป 3 ชั่วโมงหลังงานสังหาร ผมกลับมายังแหล่งกบดานใต้ดิน ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกคือ...

        "คลีนิกหมอเถื่อน เพื่อนคนเลว"     ลุงแกติ่งหูกระตุกเล็กน้อย คงเพราะผมแซวเล่นประจำตอนนี้จึงทำเป็นไม่ได้ยิน

     ที่นี่เป็นสถานที่รับรักษาทุกโรคสำหรับคนไม่มีที่ไป ขอแค่อย่างเดียวไม่โดนรถไฟฟ้าหน้าทางเข้าเฉี่ยวตายไปซะก่อนจะถึงมือหมอเส็งก็พอ ก็มันเป็นคลินิกเส็งเคร็งที่ตั้งมันก็เลยต้องเถื่อนตามไปด้วย นั่นคือในอุโมงรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นเอง ผมบังเอิญมาเจอสถานพยาบาลแสนดีนี้ตอนใกล้จะหมดลมเมื่อนานมาแล้ว ปัจจุบันนอกจากจะเป็นลูกค้าประจำแล้วยังยึดเป็นที่กบดานไปอีกด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า

     ลุงเส็งหันหลังให้เตียงพยาบาลพร้อมรูดม่านปิดปล่อยให้คนไข้สลบต่อไปบนเตียง

        "ฝีมือเอ็งยังเฉียบเหมือนเดิมเลยนี่"

        "ศัลยแพทย์มาเองก็ยังงี้แหละลุง"     ผมกระตุกแขนดึงมีดลับที่ซ่อนไว้ออกจากปลอกใต้แขนมาโชว์ มีดที่ทำเล่นๆ เลียนแบบเกมนี่มันใช้ได้ดีจริงๆ

        "หน้าอย่างเอ็งนี่นะศัลยแพทย์ เรียนก็ไม่จบอย่ามาปากเก่ง"

        "ถึงเรียนไม่จบแต่ความรู้ก็พอถูไถได้น่า คนเราไม่จำเป็นต้องรู้ไปซะให้ทุกเรื่องหรอก นู่นนิดนี่หน่อยก็พอ ผมไม่สนอะไรที่เอามาใช้ไม่ได้หรอกนะลุง"

     ลุงแกได้แต่ส่ายหัวไปกับคำตอบกวนไส้ของผม มันก็จริงไม่ใช่เหรอ ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดมีอยู่ถมไป สำหรับผมขอแค่เอามาใช้ฆ่าคนได้ก็พอแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องผ่าตัด เรื่องทำอาหาร หรือแม้แต่เวทมนต์ก็เถอะ   ซึ่งแกก็ขี้เกียจจะเถียงกับผมอีก จึงล้วงกระเป๋าเอาของมายื่นให้ผม มันคือ

        "รายต่อไปต้องใช้ไอ้นี่"     มีดทหาร ใบมีดแกะสลักลวดลายเป็นอักขระเวทมนต์ยึกยักมีด้ามจับงาช้างวางบนมือของผม

        "นักเวทอีกแล้ว ไอ้พวกยิงไม่เข้านี่น่ารำคาญจัง"     พร้อมกับที่มีดกลายเป็นแสงวูบหายเข้าไปในมือขวาของผม ลายเส้นอักขระบนฝ่ามือเปล่งประกายทะลุถุงมือดำออกมา เป็นสัญญานว่าเก็บเข้าคลังเรียบร้อย     "ทำไมไม่ทำเป็นกระสุนนะ ใช้ง่ายกว่าอีก"

        "ไอ้คนที่ทำของพรรนี้ได้มันไม่อยู่แล้วว่ะไบโด้"     แกหันกลับไปนั่งบนเก้าอี้เหล็กดัด หลับตาข้างเดียวเหลือบข้างที่เป็นต้อมองฝ่ามือของตัวเอง

        "เรียกอาร์ก็ได้ มองอะไรอยู่น่ะลุง"

        "ไม่เห็นเลย ไม่รู้มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน"

     ลุงเส็งหน้าเคร่งเล็งสายตาขึ้นฟ้า แบฝ่ามือวาดวงกลมกลางอากาศ

        "ตาเป็นต้อแบบนั้นจะไปเห็นอะไรได้เล่า!"     ผมกวนประสาทไปอีกดอก

        "ก็ไอ้ตานี่ไม่ใช่เรอะที่ทำให้เอ็งรอดตายมาได้น่ะไอ้ลูกหมา ไม่ได้เป็นต้อเว้ย!"     พลางวาดรูปดาวเข้ากลางวงกลม เวทมนต์ตาทิพย์ของลุงออกฤทธิ์อีกแล้ว

     ที่ว่ามองไม่เห็นน่าจะหมายถึงเป้าหมายหลัก ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อรับเงินมาแล้วครึ่งหนึ่งยังไงก็ต้องลุยต่ออยู่ดี ถึงจะบอกว่าลุงเส็งมองไม่เห็นก็เถอะ แต่เป้าคราวนี้ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเช่นกัน ไม่มีรูป ไม่มีชื่อ เป็นงานโหดหินที่รู้อย่างเดียวว่ามันเป็นหนึ่งในองครักษ์ของผู้ทรงมหาอิทธิพลในอดีต

        "นี่ลุงรู้จักมันหรอกเหรอเนี่ย มิน่าสารวัตรถึงบังคับให้รับงานนี้"

        "รู้จักมันก็จริง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนชื่อกลบร่องรอยพลังเวทของตัวเองไปหมดแล้วน่ะสิ ขนาดที่แกโทรไปเก็บเงินยังเป็นแค่ระบบตอบรับอัตโนมัติเลย เฮ้อ รับงานมาแล้วก็ได้แต่แล้วต่อไปเท่านั้นล่ะ ในเมื่อตาข้าหามันไม่เจอเอ็งก็ตามกลิ่นเอาจากไอ้เจ้าพ่อนั่นแทนแล้วกัน มันเป็นช่องทางสุดท้ายแล้วที่จะใช้สาวถึงตัวไอ้ระยำนั่นได้"     แกพูดปัดๆ แบบคนแก่อารมณ์เสีย แต่งานที่เราทำมันก็ระยำไม่แพ้กันนะลุง

        "คิดว่ามันจะกลับไปหาเจ้านายมันจริงๆ เรอะ?"     ผมพูดพลางก้าวเท้าไปเปิดประตูเตรียมออกไป

        "คนที่จ้างให้แกไปปิดปากผู้หญิงนั่นก็ไอ้ตัวเอ้นั่นแหละลืมแล้วเรอะ? มันกลัวว่าจะเสียช่องทางทำเงินหลักไป แล้วถ้าเป็นไปตามคาดพวกมันน่าจะมีอะไรแอบแฝงที่มากกว่านั้น"

     ตลกดีแฮะนายจ้างงานที่แล้วกลับเป็นเหยื่อในงานนี้ เพราะทุกๆ อย่างสิ่งรอบข้างเราเปลี่ยนไป ฮ่าฮ่า ว่าแต่ว่า..แค่ค้าเฮโรอีนมันจะมีอะไรมาแอบแฝงอีกล่ะ? แต่การจัดการเชอรี่ไปก็มีข้อดีคือถ้าไอ้หอกเจ้าพ่อนั่นมันโดนยัดกรงผมคงไม่มีร่องรอยให้สาวไปฆ่าพ่อองครักษ์นี้ได้

        "จะว่าไปถ้ามันเป็นงานไล่ฆ่าสารวัตรก็มีไอ้ 2 ตัวนรกแตกนั่นอยู่แล้วนี่นาลุงเส็ง"

        "ไอ้สองตัวนั่นมันยังไม่รู้เรื่องเวทมนต์ แล้วถ้าไม่มีอะไรแอบแฝงสำราญมันไม่เร้าให้พลิกกลีบเมฆไล่ฆ่าหรอก"

     เฮ้อออ ความสุขในชีวิตถดถอยไปอีกแล้ว ไปหามุมสงบเล่นอาไทป์รอเหยื่อดีกว่า...
บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
PurpleHaze
New Type Pilot
*****
กระทู้: 566


โลกนี้ไม่มีความจริง


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 03:57:59 PM »

     ตามข้อมูลที่คุณลูกค้าให้มา อาเสี่ยที่เป็นลูกน้องของนายจ้างงานก่อนชื่อชัชวาลย์ พรแปดทิศ อายุ 53 ปี เป็นตาลุงที่นามสกุลเท่ติดหูดีจริงๆ โดยปกติผมจะรับงานโดยจ่ายมาก่อนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งจ่ายหลังจากเสร็จเรียบร้อย  ลูกค้าจะเป็นใครหน้าไหนก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่มีเงินจ่ายก็พอ มันทำให้ผมต้องปิดตัวตนให้มิดไปโดยอัตโนมัติ มีแค่ชื่อไบโด้เท่านั้นที่เผยออกไป และด้วยความที่บ้าเกมเอามากๆ ผมจึงเลียนแบบการแต่งกายของหน่อยรบพิเศษในเกมยิงผีดิบมา ด้วยชุดฮู้ดคลุมดำยาวสุดเข่ารวมเข้ากับหน้ากากกันแก๊สของหน่วยรบพิเศษ มันจึงทำให้ผม...ดูโดดเด่นสุดๆ เลยเวลาเดินไปเดินมาตอนกลางวันแสกๆ แบบตอนนี้ เพราะงั้นผมจึงฝึกเวทมนต์เฉพาะด้านมาหนึ่งชุด นั่นคือการเก็บสิ่งของขนาดเล็กไว้ในอัญมณีที่ฝังอยู่บนหลังมือทั้งสองข้าง ไว้เก็บไอ้ของพวกนี้โดยเฉพาะ ข้อเสียเพียงหนึ่งดียวของไอ้วิชาบ้านี่ก็คือ มันทำให้ผมยกมือขึ้นอ่านหนังสือพิมพ์รอรับอาหารในร้านตามสั่งได้ไม่สะดวก เพราะต้องคอยสวมถุงมือปิดไอ้พลอยสีฟ้าบนหลังมือไม่ให้คนในวงการเดียวกันมาเห็นเข้า เฮ้อ...

        “อย่างแรกที่มี ข้อมูลเบื้องต้นจากสารวัตร เอ...”     ผมเปิดมือถือเช็คข้อความจากผู้ว่าจ้าง

     เบื้องหน้าเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเคมีภันฑ์ต่างชาติแห่งหนึ่ง จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยทำไมล่ะสาด เอ๊ย ธรรมศาสตร์ แค่เนี้ย!? จะให้ตามจับตัวการเบื้องหลังมีปัญญาหาข้อมูลมาให้ได้แค่นี้เนี่ยนะ นี่พี่แกเป็นสารวัตรแน่รึเปล่าวะเนี่ย! หือนี่มัน ‘ปล. กูเป็นสารวัตรปราบปราม ช่วงนี้มีปัญหาภายในได้แค่นี้ก็บุญเหลือหลาย’

        “อึ้งกิมกี่กันเลยทีเดียว... รู้ได้ไงว่าเราต้องด่า พวกตาลุงนี่ดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ หมกเม็ดส่วนสำคัญไว้อีกสิท่า”

     รู้แค่เรียนจบที่ไหนก็ยังดีวะ การที่มันติดต่อหาเราที่ส่วนมากรับงานจากพวกตำรวจได้แสดงว่ามันน่าจะมีคนรู้จักในสีกากีอยู่บ้าง และสารวัตรแสนสำราญมีปัญหาภายในช่วงเวลานี้ก็น่าจะเกียวกับการวิ่งเต้นคดียาเสพติดข้ามชาติที่กำลังเป็นข่าวอยู่

        “จะแน่แค่ไหนก็เป็นแค่สารวัตรอยู่วันยังค่ำล่ะนะ”     ไม่ได้ดูถูกนะเนี่ย



     ผมต่อรถตรงดิ่งไปที่มหาวิทยาลัยในทันที มีเพียงที่เดียวเท่านั้นผมจึงจะได้คำตอบ ซึ่งก่อนจะก้าวเข้าไปยังสถานที่นั้นผมจัดแจงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดสูทสีครีมที่เก็บไว้ในฝ่ามือมาใส่ให้เข้ากับสถานที่ จะมาติดต่อขอดูทะเบียนนักศึกษาทั้งทีจะให้เสื้อยืดกางเกงยีนมันคงดูไม่เข้าท่า

     ด้วยบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจตรวจดูจะรู้ว่าปลอม ผมแสดงมันให้กับรปภ. เพื่อช่วยบอกทางไปยังฝ่ายทะเบียน ซึ่งพอมาหยุดอยู่หน้าทางเข้า ก็เห็นอาจารย์ล่ะมั้ง? ยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าห้องด้วยอาการเซ็งๆ   นี่มันกลางมหาลัยยังกล้าพ่นควันมะเร็งโชว์นักเรียนด้วยแฮะ ผมแสดงบัตร

        “เอ่อ ผมมาติดต่อขอตรวจดูประวัตินักศึกษาเก่าครับ”

     เขาหันมามองที่บัตรก่อนดับบุหรี่ด้วยท่าทีเกรงใจ แล้วชี้ไปที่โต๊ะมุมห้องซึ่งมีพนักงานหญิงผมหางม้าหน้าตาดีสีหน้าไม่ค่อยจะดี นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าคอมพิวเตอร์

        “เชิญครับ ด้านในมุมนั้นเลย... อย่าถือสาเลยนะครับถ้ามีอะไรไม่พอใจขึ้นมา”     เขายกมือขึ้นเกาหัวแล้วเดินออกไปตามระเบียง ทิ้งให้ผมยืนงง

        “อะไรไม่พอใจหว่า? ห้องก็สะอาดดีนี่นา”

     ผมค้อมผ่านประตูเข้าไปหยุดหน้าพนักงานทะเบียนหญิงวัยกลางคนหน้าตาพองามตามด้วยเท้าแนบชิดวางบัตรลงตรงหน้าเธอ สายตาไม่รับแขกเหล่มองผมแค่ปลายหางพลางจิ้มโทรศัพท์ชิทแชทของเธอต่อ

        “ขออนุญาตครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะขอตรวจดูประวัตินิสิตเก่านายชัชวาลย์ พรแปดทิศหน่อยครับ”     ด้วยเสียงทุ้มนุ่มลึก

        “อะไรเนี่ยคุณตำรวจ อยู่ดีๆ จะมาขอดูประวัตินักศึกษาเก่า มีคำสั่งศาลมารึเปล่า”     เสียงเธอไม่สบอารมณ์กับผมเท่าไหร่นัก แล้วหันไปเล่นโทรศัพท์ต่อ ว่าให้ถูกคือมันพูดปัดๆ หน้านี่ไม่มีหันมาหาผมเลย

        “แค่ดูประวัติไม่จำเป็นต้องเอาของแบบนั้นมาหรอกคระ...”

        “งั้นหนังสืออนุญาตจากอธิบดีล่ะ”     ชิท! มันต้องใช้ของพรรค์นั้นด้วยเหรอวะ? ที่สำคัญแม่นางทะเบียนนี่มันยังไม่ยอมหันมามองผมตรงๆ ซักทีเลยด้วย

     มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ที่ว่าไม่พอใจ   ผมเหลือบดูนาฬิกา นี่ก็ปาเข้าไป 11 โมงแล้ว จะมามัวเสียเวลากับอีบ้านี่ก็ใช่ที รอบข้างไม่มีใครซะด้วย ช่วยไม่ได้น้า...   ผมหยิบแว่นกันแดดขึ้นใส่ พ่นลมใส่นิ้วแล้วจิ้มลงบนโต๊ะวาดวงกลมลงอักขระไว้รอบๆ พอกระเทิน ซึ่งแม่คุณก็ยังคงเพลินไปกับแชทไลน์สายคนเหงาต่อ ผมพอเดาคำที่เธอพิมพ์ได้จากการขยับนิ้ว และจากรอยย่นที่ต้นคอกับท่าทางไม่รับบุญ คุณเธอคงเผลอเหยียบเลขสามทั้งที่ยังไม่มีผัวเป็นตัวตน

        “ท่าทางคุณจะยังโสดอยู่สินะครับ”     เย้าแหย่เข้าไปหน่อย

     เธอตะคอกกลับมาแทบจะทันทีทันใด

        “31 ยังโสดแล้วมันหนักหัวใครรึไงวะ! ที่สำคัญแกเป็นตำรวจจริงรึเปล่าเนี่ยหา!”     หึหึหึ คงจะมีผัวหรอกทำตัวแบบนี้

        “ไม่จริงหรอกครับ”     หน้าเธออึ้งมือถือโทรศัพท์ค้าง เพราะผมวางธนบัตรใบเทาตรงหน้าเธอ 10 ใบถ้วน     “ไอ้บัตรนี่มันเก๊ร้อยเปอร์เซนต์ ผมก็แค่ลูกน้องอาเสี่ยมีฐานะซึ่งมีธุระกับคุณคนนี้นิดหน่อย”

        “นี่แกคิดจะติดสินบนชั้นเหรอ คนอย่างชั้นที่แม้แต่หมายังไม่กล้าเห่าใส่เนี่ยนะ!”

        “ถ้าให้เดาซอยบ้านคุณคงมีแต่หมาตัวผู้ล่ะสิท่า หมามันก็ฉลาดเลือกเหมือนกันนะครับ”

     เธอทุบโต๊ะลุกขึ้นทำท่าจะกัดผม ตามด้วยคำพูดตามธรรมเนียม เฮ้อ...

        “รปภ! มาลากไอ้ตำรวจปลอมนี่ไปส่งกรงหน่อยเร็ว!”     ตะโกนซะลั่นเลย แต่ไม่มีผลอะไรหรอก เพราะไม่มีใครได้ยิน

        “รปภ! โว้ย! ไอ้ยามเฮงซวยมันหายหัวไปไหนหมดวะ!”

        “ผมว่าคุณเงียบซักนิดจะเป็นประโยชน์กับหูผมมากทีเดียวนะ”     แกร้ก! ปัง!!

     เสียงปืนลั่นส่งกระสุนเฉียดปลายผมของเธอไปนั้น ดังพอจะทำให้เธอผู้กล้าหาญได้ชาญฉลาดขึ้นมาบ้าง

        “ไม่เกรงใจผม..”     ขยิบตาเข้าหาปืน     “เกรงไอ้นี่บ้างก็ยังดีนะครับ”

     ผมพยักหน้าส่งสัญญานหักความหาญของเธอให้สงบลง ซึ่งเธอก็โค้งตัวลงนั่งอย่างละมุนละม่อม และด้วยเขตอาคมที่กางไว้...

        “ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่มีใครมาหรอก ที่นี่มีแต่เราเท่านั้น อันที่จริง...อื้ม”     ผมดัดเสียงให้ลุ่มลึกขึ้น     “ผมก็ไม่รังเกียจผู้หญิงใจเหี้ยมแบบคุณหรอกครับ เพียงแต่...”     กดเสียงลงจนเย็นเยือก     “มันหมดยุคบางระจันไปนานมากแล้ว เติมน้ำตาลใส่ใจหน่อยก็ดีนะ มันจะได้หวานมาถึงคำพูดบ้าง”

        “คะ..ค่ะ”

     สายตาของเธอหวาดหวั่น มือสั่นจนโทรศัพท์ลื่นหลุดไปกองบนพื้น เหงื่อท่วมกกหูทั้งที่อากาศเย็น เส้นเสียงสั่นเครือเจือด้วยน้ำตา เธอดูน่ารักมากซะจนผมเผลอลูบมือซ้ายเข้าไซร้คอเธอ

        “ดี เอาล่ะ... ให้ผมดูในสิ่งที่ผมต้องรู้ซะ”

     เธอพิมพ์คีย์บอร์ดและขยับเมาส์คอมพิวเตอร์ด้วยมือที่สั่นเทาอันชุ่มไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะกัดริมฝีปากหันหน้าจอคอมพิวเตอร์มาทางผม   ภายในมีรายละเอียดที่ผมต้องการถี่ถ้วน ทั้งข้อมูลเปิดเผยและไม่ควรเผย ตั้งแต่ที่อยู่ปัจจุบันยันชาติกำเนิด ผมเปิดไล่ดูจนถึงเพื่อนร่วมรุ่น อืม... ดีกว่าไปขอดูในทะเบียนราษฎร์อีกนะเนี่ย คิดถูกจริงๆ ที่ไม่ไปมั่วนิ่มที่เขต เพราะในมหาลัยมันมีที่อยู่ปัจจุบันในขณะที่คุณพรแปดทิศเรียนอยู่ที่นี่ด้วย แต่ที่เขตมันมีแต่ตามทะเบียนบ้าน

        “อือ ประตูน้ำงั้นเหรอ? แถวนั้นช่วง 30 ปีก่อนมันแหล่งค้าขายของพิเศษเหมือนกันนะนั่น”

     เริ่มต้นจากเด็กวิ่งยา ไปๆ มาๆ ก็ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่ซะเอง ไม่ใช่แค่นั้น มันคงจะได้ไอ้คุณจอมเวทเบื้องหลังหนุนให้ด้วยแหงๆ แต่นั่นมันปลีกย่อย สิ่งที่เราต้องการไม่อยู่ในนี้   ไหนดูซิจบมัธยมจากโรงเรียนไหนเอ่ย... สวนกุหลาบนี่เอง

        “ขอบคุณมากคุณคนสวย ว่าง่ายๆ เห็นทีต้องให้รางวัลซะหน่อย”     ไอ้นิสัยแบบนี้ของเธอนี่แหละที่ไล่แขกซะหมด แถมทำผมหน้าหงายด้วย จะปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้

     เสียงกลืนหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากลำคอเธอ มือสองข้างผละออกจากแป้นพิมพ์

        “ได้โปรด อย่าทำอะไรชั้นเลยนะ ฮืออออ”     ร้องไห้ซะแล้วสิ

     ให้ตายสิทำผู้หญิงร้องไห้อีกแล้วเรา ไม่เอาน่ายาหยี

        “ก็บอกแล้วไงจะให้รางวัล จริงสิคุณบอกว่าไม่รับเงินเป็นสินบนใช่มั้ย?”

     ผมเก็บแบงค์ปลอมสิบใบบนโต๊ะนั่นกลับเข้ากระเป๋า แล้วยื่นมือเข้ากุมมือที่สั่นริกของเธอมาวางอย่างสงบตรงหน้า ตาประสานตา แต่เราใส่แว่นดำปิดอยู่นี่หว่า ฮ่าฮ่า

        “ก่อนผมลั่นไกคุณหงุดหงิดตลอดเลยนี่นา... เพราะไอ้แมงดาที่ตามตื๊อจนคนที่คุณรักจริงๆ เข้าใจผิดใช่มั๊ยล่ะ?”

        “ทะ ทำไมถึงรู้?”     เสียงเธอยังคงหวาดหวั่น

        “เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก อีกอย่างหนึ่ง เพราะสันดานของคุณเองด้วยที่ทำร้ายตัวคุณ”

     ไม่ให้รู้ได้ไง ก็แอบมองที่แชทกับสมาคมคนขี้เหงาอยู่ตลอดน่ะสิ เอาล่ะให้รางวัลเลยแล้วกัน มันเรื่องง่ายๆ ที่จะหักดิบนิสัยเสียของเธอ

        “โอม..ข้าแต่ผีห่าซาตานหรือตัวอะไรก็ตามที่ศักดิ์สิทธิ์ มาตามสั่งของข้า มาประสิทธิ์ที่มือของข้า ผ่านเข้าสู่กายของนาง ขอร่างกายจงปลอดประสบภัย ขอจิตใจจงชุ่มฉ่ำ ขอความปราถนาทั้งราคะได้รับการเติมเต็ม และด้วยนามของข้าผู้เพรียกหาแห่งความตาย... หายนะที่เข้ามากล้ำกรายนางผู้กล้าหาญจงแหลกสลายดั่งมอดไหม้ในเปลวเพลิง”

     ผมโค้มจูบหน้าผากของเธอ แสงส่องสว่างวาบหนึ่งจากทั้งร่างกายของเธอ มือคู่นั้นหายสั่นและอบอุ่นขึ้นหลังความกลัวสลายไป

        “เกิดอะไรขึ้นกับฉัน.. คุณทำอะไร”     เธอเอนกายหงายลงพิงเก้าอี้ราวกับร่างไร้สิ้นเรี่ยวแรง ความรู้สึกของเธอในตอนนี้คงเหมือนล่องลอยอยู่บนฟ้า

        “ถึงจะดุเดือดไปนิด แต่คุณก็ช่วยผมได้มาก ถ้าไม่เพราะคุณนิสัยห่วยจนคนไม่อยากอยู่ด้วยผมคงลำบากเข้าไปอีก”     ที่ทั้งห้องโล่งทั้งที่ยังไม่เที่ยงคงเพราะบรรยากาศรอบตัวเธอ ผมแบมือปิดหน้าของเธอและอธิบายต่อ     “ตอนนี้ ‘องค์’ ได้ประทับอยู่กับคุณแล้ว คุณเป็นคนใจร้อน ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครจนถึงที่สุด ทำให้ความเลวร้ายเข้าหาได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ต่อแต่นี้ไป ถ้าคุณตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงามของผู้คน หรือของศาสนาที่นับถือ สิ่งดีจะเข้ามา และสิ่งเลวร้ายจะหลุดพ้นไป แต่ถ้าไม่... องค์จะออกไปและชีวิตของคุณจะแย่ยิ่งกว่าเก่า”

     เธอส่ายหน้าพึมพำว่า ‘หมายความว่ายังไง’ เฮ้อ... เอาง่ายๆ เลยแล้วกัน

        “ต่อไปนี้พูดจาให้หวาน อ่อนน้อมอีกนิด ชีวิตดีขึ้นแน่นอน แล้วหลังจากผมทุบโต๊ะคุณจะหลับ และตื่นขึ้นเมื่อเขตอาคมสลายไป ถึงอยากจะจับผมยัดกรงก็เปล่าประโยชน์ เพราะที่คุณจำได้มีแค่สิ่งที่คุณควรทำหลังจากนี้เท่านั้น... อ้อ แงะกระสุนที่ฝังอยู่บนผนังข้างหลังออกไปด้วยล่ะ ขอให้มีความสุขกับชีวิตคู่ที่ถวิลหา”     ปึ้ง!!!

     ถึงจะบอกว่าให้รางวัล แต่ก็แก้เผ็ดไปนิดหน่อยล่ะนะ เพราะถ้าเธอทำตัวแย่เหมือนเดิมความเลวร้ายที่จะได้รับมันจะทับเสริมเพิ่มจนทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เลยล่ะ

     อืม... เสียกระสุนไปหนึ่งนัด กับพลังเวทอีกนิดหน่อย ก็ไม่หนักหนาอะไรเมื่อเทียบกับเวลาที่ประหยัดไปกับข้อมูลที่ได้มา ดูซิสารวัตรกดข้อมูลสำคัญอะไรไว้

        “ทำไมชอบทำเรื่องยากให้มันลำบากเข้าไปอีกนะ”     ถ้าคิดว่าผมจะหยุดแค่เจอเป้าแล้วเป่าด้วยตะกั่วล่ะก็ไม่ใช่แล้วล่ะลุง
บันทึกการเข้า


ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะฝัน.. แม้สวรรค์จะไม่มีอยู่จริง
Rommel7
Beginner Pilot

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2013, 07:51:36 PM »

เยี่ยมเลยค่ะ
บันทึกการเข้า

Timitaber
Beginner Pilot

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2015, 03:31:53 PM »

ยาวดีครับ แต่อ่านจนจบ เพราะเพลินดี
บันทึกการเข้า

Guttoso
Beginner Pilot

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2018, 11:12:49 AM »

สุดยอดมากเลยครับ
บันทึกการเข้า
driver.shoot
Beginner Pilot

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2018, 09:08:04 AM »

 
 เยี่ยมครับบบบบ สุดยอดเลย
 
goldenslotบาคาร่า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: